เทพไท เสนพงศ์ หารือเรื่องการลดงบประมาณกระทรวงการต่างประเทศ 20% และกรณีคนไทย 92 คนที่ถูกจับกุมในพม่า เรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้แสดงประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศ รวมถึงดำเนินการปล่อยตัวและปกป้องคนไทยที่ถูกจับกุม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะอภิปรายในฐานะผู้แปรญัตติตัดลดงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าดูจํานวนตัวเลขท่านประธานก็อาจจะเห็นว่า ผมอาจจะใจจืดใจดํากับกระทรวงการต่างประเทศมากเกินไป แต่ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ผมมีเหตุผลจําเป็นที่จะต้องตัดจํานวนถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องบอกกับเพื่อนข้าราชการ ในกระทรวงการต่างประเทศ เพราะทุกครั้งที่ศึกษาดูงานในต่างประเทศพบเพื่อนข้าราชการ ที่อยู่ในต่างประเทศก็จะขอร้องและขอความเห็นใจจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ดูแล งบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศให้มากหน่อยเพราะมีความอัตคัดในการที่จะ ไปทํางานในต่างประเทศ แต่ว่าถ้าดูผลงาน ดูเนื้องานของกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลชุดนี้ ต้องเรียนกับท่านประธานตรงไปตรงมาว่าให้ไม่ได้จริง ๆ ครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะดู งบประมาณในปี ๒๕๕๔ กระทรวงการต่างประเทศได้รับงบประมาณ ๗,๔๖๙ ล้านบาท ประมาณนะครับ แล้วก็ปี ๒๕๕๕ ๗,๗๐๐ ล้านบาท พอมาปี ๒๕๕๖ ๗,๙๐๐ ล้านบาทบวก ๓๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ถ้าหากว่าดูจํานวนงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ๓๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลงานของกระทรวงการต่างประเทศที่ผ่านมาก็ต้องเรียนท่านประธานว่ามันแพงมาก ผลงานของกระทรวงการต่างประเทศของข้าราชการผมรับได้ว่าเป็นไปในแนวทางที่ดี แต่ว่าผลงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมให้ไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะไม่มีประสิทธิภาพพอ ผมจําเป็นที่จะต้องตัดลดงบประมาณถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าที่ผมปรับลดนั่นก็คือว่ากระทรวงการต่างประเทศ ไม่ได้ทําตามพันธกิจแล้วก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการในกระทรวงการต่างประเทศ ตามพันธกิจที่ให้ไว้กับสภาแห่งนี้ นั่นก็คือให้ความคุ้มครอง ส่งเสริม ดูแลสิทธิและ ผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศเพื่อให้สามารถอยู่อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี ตลอดจนให้บริการแก่ประชาชนด้านกงสุล ก็ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับว่าพันธกิจ ที่ให้ไว้มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับท่านประธาน สิ่งที่ท่านประธานเห็นก็คือว่าคนไทย ในต่างประเทศอย่างน้อย ๒ กลุ่ม ที่เห็นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนครับว่ารัฐบาลชุดนี้ละเลย ไม่สนใจทั้ง ๆ ที่รัฐบาลได้คุย กระทรวงการต่างประเทศได้คุยว่าเมื่อเป็นรัฐบาลขึ้นมาแล้วก็มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนี้ จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านนี่ ดีขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ก็ต้องยอมรับ ความจริงว่าในรัฐบาลชุดก่อนอาจจะมีปัญหากับรัฐบาลกัมพูชาในบางเรื่องบางราว แต่ว่า รัฐบาลชุดก่อนได้ปกป้องสิทธิผลประโยชน์ของประเทศชาติ ของประเทศไทยเป็นหลัก จึงเกิดความขัดแย้งครับ มีคนไทยติดคุกอยู่ในประเทศกัมพูชา ๒ คน คือคุณวีระกับคุณราตรี ก็ต้องยอมรับความจริงว่าเป็นความสามารถของรัฐบาลชุดที่แล้วที่ไม่สามารถที่จะนําพาคนไทย ๒ คนกลับสู่ประเทศได้ด้วยเหตุผลทางการเมืองและหลาย ๆ อย่างครับ แต่รัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศว่ามีความสัมพันธ์ดีเลิศ ไปเตะฟุตบอล อดีตผู้นําต้องไปเยี่ยมเยียน ไปเมาเหล้าเมาสุรา ร้องเพลงครื้นเครงกันในช่วงสงกรานต์ ก็ต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์ดีขึ้น แต่ถ้าหากว่าความสัมพันธ์ดีขึ้นตามที่โฆษณาจริงต้องถามท่านประธานว่าทําไมไม่เอาคนไทย ๒ คนที่อยู่ในคุกออกมา หรือจะต้องให้ลูกสาวของแกนนําในพรรคของรัฐบาลต้องไปแต่งงาน กับหลานของฮุนเซนให้จบก่อนแล้วถึงจะนําคนไทยกลับมาประเทศได้อย่างนั้นหรือ ท่านประธาน นี่เห็นได้ชัดครับท่านประธานว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะคุ้มครอง สิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศตามพันธกิจข้อที่ ๕ ที่รัฐบาลชุดนี้ให้ไว้ครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้แน่จริงว่ามีผลงานจริง เก่งตามราคาคุยต้องทําให้ได้สิท่านประธาน ต้องเอา คนไทย ๒ คนนั้นกลับมา ไม่ใช่ว่าคุ้มครองแต่คนบางคนที่เป็นนายของตัวเอง แต่ว่าคนไทย ชาวบ้านตาดํา ๆ ที่ติดคุกติดตะรางอยู่ในต่างประเทศรัฐบาลไม่สนใจ
กลุ่มคนที่ ๒ ที่รัฐบาลเฉยเมยอย่างผิดปกติ แปลกมากในรัฐบาลชุดนี้ นั่นก็คือ กรณีคนไทย ๙๒ คนที่ติดคุกอยู่ที่ประเทศพม่า ก็โฆษณาไม่ใช่หรือท่านประธานว่าประเทศไทย ในรัฐบาลชุดนี้กับประเทศพม่ามีความสัมพันธ์ที่ดี ส่งพี่ชายไปคุยเรื่องลู่ทางทางด้านพลังงาน น้องสาวก็บินตามไป แล้วทําไมคนไทย ๙๒ คนที่ไปทํามาหากินที่บริเวณตะเข็บชายแดน ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าดินแดนของประเทศใดถูกจับไป ๙๒ คน ตอนนี้อยู่ในประเทศพม่า รัฐบาลชุดนี้ได้ดําเนินการอย่างไรล่ะ ปล่อยให้คนไทยเหล่านั้นเผชิญชะตากรรมขึ้นศาลอยู่ที่ ประเทศพม่า ในวันนี้ถูกศาลประเทศพม่าจําคุกแล้วท่านประธาน คนที่อยู่ในประเทศพม่า ที่ติดคุก ๙๒ คน ต้องเรียนท่านประธานครับอาจจะไม่ใช่บุคคลสําคัญของแกนนําของรัฐบาล ชุดนี้ละครับ แต่ว่าเป็นคนสําคัญสําหรับพวกผมครับในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะคน ๙๒ คนคือพี่น้องประชาชนที่มาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดกระบี่ครับ แต่จะเป็นใครก็ตามไม่สําคัญหรอกครับ เพราะเขาเป็นคนไทย และ รัฐบาลชุดนี้คือรัฐบาลของประเทศไทย