สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕

นคร มาฉิม หารือเรื่องการปราบปรามการหลอกลวงคนหางานและผู้ใช้แรงงาน โดยเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานปราบปรามและปรับปรุงประสิทธิภาพในการจัดการกับบริษัทจัดหางาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับลดทอนงบประมาณของกระทรวงแรงงาน เนื่องจากยังมีสถานประกอบการที่มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสมและเป็นอันตรายต่อแรงงาน นคร มาฉิม ยังหารือเรื่องกองทุนประกันสังคมที่จะหมดไปในอีก 20 ปี หากไม่มีการแก้ไข และเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานและสํานักงานประกันสังคมมีแผนงานและมาตรการรองรับ นอกจากนี้ยังระบุว่ากระทรวงแรงงานยังไม่มีมาตรการเพียงพอในการอนุวัตกฎหมาย และขาดการส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับสหภาพแรงงาน ทำให้ผู้ใช้แรงงานอ่อนแอ

นายนคร มาฉิม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งได้ขอปรับลดไว้ร้อยละ ๕ ของงบประมาณที่ตั้งไว้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับท่านประธานที่เคารพ

เหตุผลที่ ๑ ก็คือตัวกระผมเองเห็นว่ากระทรวงแรงงานนั้นยังไม่มี ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ในการจัดการกับบริษัทจัดหางานที่ส่งคนงานไทยไปทํางาน ในต่างประเทศยังคงมีการเรียกหัวคิวจากแรงงานสูงเกินกว่าความจําเป็น เป็นภาระให้กับ ผู้ใช้แรงงานและคนหางานอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านทราบไหมว่าในปัจจุบันนี้ ยังคงมีกระบวนการในการหลอกลวงคนหางาน แล้วก็หลอกลวงผู้ใช้แรงงานที่ไปทํางาน ต่างประเทศ โดยมีข้าราชการบางคนได้สมรู้ร่วมคิดกับบริษัทจัดหางานบางบริษัทแสวงหา ผลประโยชน์จากหยาดเหงื่อแรงงาน ความทุกข์ยากของผู้ใช้แรงงานอยู่จนถึงทุกวันนี้ ฉะนั้นตราบใดที่กรมการจัดหางานแล้วก็กระทรวงแรงงานยังไม่ดําเนินการปราบปราม ประสานความร่วมมือกับภาคส่วนในเรื่องการปราบปราม การหลอกลวงผู้ใช้แรงงานและ คนหางานยังถือว่าเป็นประเด็นที่มีความสําคัญจะต้องถูกปรับลด แล้วก็จะต้องแสวงหา ผู้ที่กระทําความผิด ผู้ที่มีส่วนร่วมในการแสวงหาผลประโยชน์จากความทุกข์ยากของ ผู้ใช้แรงงานนี้มาลงโทษโดยเด็ดขาด แม้บางครั้งจะเปลี่ยนชื่อบริษัท แม้บางครั้งจะเปลี่ยนชื่อ ตัวของผู้กระทําผิดหรือว่านามสกุลของผู้กระทําผิดไป แต่เลข ๑๓ หลัก อยู่ในบริเวณนี้ครับ เลขประจําตัวของผู้กระทําความผิดเหล่านั้นสามารถที่จะตรวจสอบได้ ขอให้ท่านดําเนินการ อย่างจริงจัง

ประเด็นที่ ๒ เหตุผลในการขอปรับลดงบประมาณที่กระทรวงแรงงานขอมา ก็คือยังคงมีสถานประกอบการหลายแห่งที่ยังมีสภาพแวดล้อมในการทํางาน มีผลกระทบต่อ พี่น้องแรงงานเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพ ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ผมเองให้หลายหน่วยงานไปตรวจสอบ ไปตรวจพิสูจน์ศพของผู้ใช้แรงงานที่เกิดการไหลตาย เป็นจํานวนมากขึ้น การไหลตายของแรงงานอาจจะเกิดจากสภาพการทํางานที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือว่าสภาพ การทํางานที่มีพิษมีมลภาวะ ท่านประธานที่เคารพ ยังคงมีหลายสถานที่ประกอบการ ที่มีสภาพเป็นอันตรายต่อผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างยิ่ง กระทรวงแรงงาน แล้วก็ข้าราชการ ในกระทรวงแรงงาน ท่านจําเป็นที่จะต้องตรวจสอบเพื่อปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพ ชีวิต ร่างกายของผู้ใช้แรงงานให้ดีกว่าที่เป็นอยู่

ประเด็นที่ ๓ ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ท่านกรรมาธิการพิจารณา งบประมาณเห็นแล้วตกใจกันทุกคน ผมเองได้สอบถามเรื่องนี้ต่อกระทรวงแรงงาน แล้วก็กระทรวงแรงงานโดยเฉพาะสํานักงานประกันสังคมได้ชี้แจง แล้วก็ได้นําเอากราฟ ข้อมูลผลการวิจัย ผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ ก็คือกองทุนประกันสังคม ในปัจจุบันมีอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าถ้าปล่อยให้สภาพเป็นไปแบบนี้ แล้วก็หลังจากที่การเริ่มจ่ายบําเหน็จให้กับผู้ใช้แรงงานตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เป็นต้นไป ในอีก ๒๐ ปีสํานักงานประกันสังคมที่มีกองทุนอยู่นับล้านล้านบาทนี้จะมีตัวเลขที่ผกผัน อย่างรุนแรงที่สุด จากบวกจะกลายเป็นติดลบทันทีในปี ๒๕๗๗ คนที่อยู่ในสํานักงาน ประกันสังคมประมาณ ๑๐ ล้านคน แล้วก็อาจจะเพิ่มขึ้นในกรณีที่ใช้มาตรา ๔๐ เข้ามา ท่านประธานที่เคารพ อันนั้นแหละครับจะถือว่าเป็นจุดวิกฤติที่สุดของกองทุนประกันสังคม เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นกองทุนจะติดลบทันที และจะอยู่ในสภาพที่ล้มละลาย คน ๑๐ กว่าล้านคนที่เป็นผู้ใช้แรงงาน แล้วก็ฝากชีวิต ฝากอนาคตยามแก่ชราไว้กับ กองทุนประกันสังคมจะอยู่ในภาวะวิกฤตทันที และยังไม่มีแนวทางหรือทิศทางที่จะแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพในการใช้และการลงทุนของเงินกองทุนสํานักงานประกันสังคม จําเป็นที่จะต้องมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ผมเองในฐานะกรรมาธิการได้ตรวจสอบ ลึกลงไปอีกว่าท่านได้จ่ายเงินจํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้เกิดประสิทธิภาพ และมีดอกผลมากน้อยแค่ไหน ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ บางแห่งให้ค่าตอบแทนที่ต่ํามาก บางแห่งแทบที่จะขาดทุน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่ทางกระทรวงแรงงาน แล้วก็สํานักงานประกันสังคมจําเป็นที่จะต้องมีแผนงาน มีมาตรการในการที่จะรองรับ ถ้าไม่อย่างนั้นพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ๑๐ กว่าล้านคน ในสังกัดของสํานักงานประกันสังคม จะอยู่ในภาวะที่อันตรายและกองทุนนี้อาจจะล้มละลายภายในอีก ๒๐ ปีถ้าไม่มีมาตรการ ในการแก้ไข

เรื่องที่ ๔ ซึ่งเป็นเหตุผลในการขอปรับลดงบประมาณรายจ่ายของ กระทรวงแรงงาน ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่รัฐบาลได้ออกนโยบายเรื่องกําหนด ค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท แน่นอนครับ พวกเราทุกคนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็คณะกรรมาธิการ เห็นว่าจําเป็นที่ผู้ใช้แรงงานและพี่น้องแรงงานทุกคนจะต้อง ได้รับค่าตอบแทนที่สูงที่สุดพอแก่การยังชีพ พอแก่การสร้างฐานะของตนเองให้มั่นคง แต่แน่นอนครับ ผลที่กระทรวงแรงงานยังไม่มีมาตรการใดเลยที่จะรองรับผลกระทบหรือว่า แรงกระแทกจากนโยบายอย่างรุนแรง เช่น การย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะสิ่งทอเริ่มมีการเคลื่อนย้าย เริ่มมีการปรับย้ายฐานการผลิต เริ่มมีการลด ออร์เดอร์ (Order) ในการสั่งสินค้าหลายอย่างลง นําไปสู่การเลิกจ้างทั้งโดยตรงแล้วก็โดยอ้อม ทั้งการบีบโดยตรงแล้วก็การบีบโดยอ้อม เช่น มีครอบครัวอยู่ที่กรุงเทพมหานครให้ไปทํางาน ที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ต่อสู้กับค่าใช้จ่ายไม่ไหว มีภูมิลําเนาอยู่ที่จังหวัดปทุมธานีให้ไปทํางาน ที่จังหวัดขอนแก่น ก็จําเป็นที่จะต้องลาออกแล้วก็ถูกบังคับให้ออก แล้วก็สวัสดิการไม่ว่าจะเป็นอาหารอะไรต่าง ๆ จะถูกลดลง ท่านประธานที่เคารพครับ เอสเอ็มอีผมได้รับข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน เอสเอ็มอีจะได้รับผลกระทบจํานวนมาก ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ รายทั่วประเทศ มีการคาดการณ์แล้วก็ประเมินไว้ว่าอาจจะ อยู่ในภาวะเลิกการประกอบกิจการ แล้วก็อยู่ในขั้นล้มละลายหรือเลิกจ้างไม่น้อยกว่า ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ราย อันตรายที่สุด แล้วใน ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ราย บางแห่ง มีผู้ใช้แรงงาน ๕ คน ๑๐ คน ถึง ๑๐๐ คน ท่านประธานที่เคารพ แรงงานที่ตกงาน แรงงาน ที่ถูกเลิกจ้างหรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบท่านไม่มีมาตรการใดรองรับ เป็นที่น่าพอใจ ท่านประธานที่เคารพครับ แรงงานนอกระบบยังไม่ได้รับการแก้ไข แล้วก็ยังไม่ได้รับสวัสดิการตามกฎหมายหลายฉบับ สถานประกอบการหลายแห่ง ยังไม่มีมาตรการหรือกําหนดทิศทางในการที่จะรองรับแรงงานผู้พิการ

เรื่องที่ ๕ ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงแรงงานยังไม่มีมาตรการ เพียงพอในการอนุวัตกฎหมาย แล้วก็เสนอการอนุวัตกฎหมายของประเทศให้รองรับ อนุสัญญาต่าง ๆ ที่ไทยควรที่จะต้องทําในระดับสากลที่ระดับสากลเขาดําเนินการไปไกลแล้ว

เรื่องที่ ๖ ก็คือกระทรวงแรงงานยังคงขาดการส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็ง ให้กับสหภาพแรงงาน ทําให้ผู้ใช้แรงงานอ่อนแอ ทําให้สหภาพแรงงานไม่เข้มแข็ง ขาดอํานาจ ในการต่อรองต่อผู้ประกอบการและต่อรัฐบาล

ท่านประธานที่เคารพครับ แรงงานต่างด้าวยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร คือเรื่องสุดท้าย เห็นว่าประสิทธิภาพของกระทรวงแรงงานยังไม่เต็มที่ และแรงงานยังไม่มี โอกาสที่จะเข้าถึงสวัสดิการตามที่กฎหมายกําหนด เพราะฉะนั้นผมและคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยจึงขอปรับลดร้อยละ ๕ ขอบพระคุณครับ