เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องภาวะป่วยไข้ของประเทศที่เป็นสังคมพิการ และขอให้กระทรวงวัฒนธรรมมีบทบาทในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
เชิญท่านดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ ครับ แต่ประเทศชาติป่วยไข้ ผมคิดว่าสภาพของประเทศที่เป็นไข้ สภาพของสังคมที่เราเรียกว่า สังคมป่วยหรือสังคมพิการที่เราเป็นอยู่ ผมเชื่อว่ากลไกทางวัฒนธรรมจะเป็นกลไก ส่วนหนึ่งที่สามารถคลี่คลายปัญหาของประเทศชาติได้ ผมเชื่อว่าสภาพการณ์ในทางการเมือง สภาพสังคมที่เราเป็นอยู่ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีที่บริหาร ประเทศอยู่จะมีความรู้สึกหรือไม่ว่าเรากําลังบริหารประเทศชาติที่อยู่ในภาวะป่วยไข้ เราอาจจะไม่รู้สึกเพราะเราอยู่กันได้ แต่ถ้ามีใครชี้ขึ้นมาว่าสังคมเราวันนี้เป็นสังคมพิการ เป็นสังคมป่วยไข้ เป็นสังคมที่ต้องการการเยียวยา ถ้าหากเราอยู่ในสังคมที่ต้องการ การเยียวยาผมเชื่อว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะต้องมีภาระหน้าที่ในการเข้ามาจัดการในเรื่อง เหล่านี้ ตัวอย่างปรากฏการณ์ที่เป็นปัญหาของบ้านเมืองนะครับ ในสภาพปรากฏการณ์ ทางการเมืองซึ่งล่อแหลมมากในการต่อสู้และการตอบโต้ระหว่างการเมือง ๒ กระแส คือการเมืองกระแสหลักซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ยึดถือ คือระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข กับการเมืองในอีกฟากหนึ่งที่เรียกว่าการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยของประชาชน กระทรวงวัฒนธรรมจะมีภาระอย่างไรที่จะทําความเข้าใจกับ ผู้คนในสังคมกับการที่คนในประเทศนี้ถูกลากออกไปเป็น ๒ ฝ่ายค่อนข้างชัดเจน สภาพเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ผมคิดว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะต้องเป็นคนให้ข้อมูลทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนให้เข้าใจถึงสภาพการเมืองที่เราควรจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ถึงแม้จะเป็น ความแตกแยกทางการเมืองแต่เราก็น่าจะอยู่กันได้ โดยแต่ละฝ่ายจะต้องทําความเข้าใจ ถึงภาระหน้าที่ตามแนวคิดตามแนวทางของฝ่ายตนว่าแนวทางการเมืองที่เราดําเนินอยู่นี้ ขอให้คนในกลุ่มนี้ดําเนินการตามภาวะตามอัตลักษณ์ที่เราควรจะเป็น อีกฝ่ายหนึ่ง ก็ทําความชัดเจนว่าจะอยู่อย่างไรโดยไม่มีการรุกราน โดยไม่มีการปะทะ โดยไม่มี การกระทบกระทั่งกันในทางการเมืองและเป็นผลให้สังคมยุ่งยากวุ่นวาย ความยุ่งยากวุ่นวาย ความสับสนทั้งหมดอันเป็นเหตุจากทางการเมือง ผมเชื่อว่าถ้าเรามีแผนงานที่ดูแลคนทั้งชาติ ถามว่ากระทรวงวัฒนธรรมตื่นหรือยัง ผมว่าตื่นแล้วนะครับ การตื่นแล้วก็คือการเข้ามา รับภาระในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งของบมา ๘๐ ล้านบาท ถ้าจะขยายภาระให้กว้างขึ้นและเป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง แผนงานที่ควรจะขยาย ก็คือแผนงานการแก้ไขปัญหาคนในชาติหรือการฟื้นฟูจิตใจคนในชาติ ผมคิดว่าทุกวันนี้ เรามีปัญหาในคนทุกกลุ่ม ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น ความไม่สงบ ความสับสน การไม่สามารถ ดําเนินชีวิตที่เป็นไปตามปกติของคนในสังคม ผมคิดว่าจําเป็นจะต้องมีหน่วยงานที่ต้อง เข้ามาจัดการ ทัศนะอันเป็นปัญหาที่เราได้เห็นอยู่วันนี้พอเป็นตัวอย่างที่จะพูดคุยได้ในสังคม ก็คือ อนึ่ง ทัศนะชิงชังและการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เราจะทําอย่างไรครับ คนที่ไม่เคยรู้จักกัน คนที่ไม่เคยโกรธกัน ถึงแม้จะไม่เคยรักกัน แต่เราก็ใช้วิธีการรุนแรง ในการทําร้ายร่างกาย ในการยกพวกตีกัน ในการประทุษร้ายที่รุนแรงกันถึงชีวิต ทําไมสังคมเรา ไปไกลถึงขนาดนั้น กระทรวงวัฒนธรรมจะรณรงค์อย่างไรที่ให้คนมีทัศนะที่รักกัน มีทัศนะ ของความเป็นเพื่อน เป็นพวก เอื้ออาทรต่อกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เรียกว่าทัศนะชิงชังและ การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ทัศนะในเรื่องความรับผิดชอบต่อส่วนรวม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่และเราก็ได้เห็นอยู่มาก ปรากฏการณ์ในเขตพื้นที่ที่ผมอยู่ขณะนี้ มีการจุดไฟเผาป่าซึ่งเป็นเขตป่าพรุควนเคร็ง การไม่เห็นถึงประโยชน์ของส่วนรวม การไม่เห็นถึงสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ที่ควรจะเอาไว้ร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ขาดหายไป ในคนยุคปัจจุบัน ถ้าเราไม่สามารถแก้ไขทัศนะอันเลวร้ายเหล่านี้ได้ การที่รักษาสิ่งที่เป็น สาธารณประโยชน์ สิ่งที่เป็นของส่วนรวม ผมเชื่อว่าเราไม่สามารถแก้ไขได้ในอนาคต ภาวะความแตกแยกทางการเมืองเราจะสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่สอดคล้องกับ ภาวะปัจจุบันอย่างไรที่ให้คนในชาติสามารถดํารงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุขทุกฝ่าย ไปไหนก็ได้ มีเสรีภาพในการคิด มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มีเสรีภาพในการแสดงทัศนะ ในทางการเมืองโดยไม่สร้างปัญหาต่อกัน เราจะทําอย่างไรให้คนในประเทศนี้สามารถ มีชีวิตที่มีความสุข มีชีวิตที่ดี ผมเชื่อว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะต้องเข้ามามีภาระมีบทบาท มีหน้าที่ในการดําเนินการสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ได้ เพราะฉะนั้นการขยายออกไป เพียงเพื่อแก้ปัญหาส่วนหนึ่งของภาคใต้ของประเทศเราไม่น่าจะเพียงพอกับภาระหน้าที่ ของกระทรวงวัฒนธรรม ผมอยากเห็นกระทรวงวัฒนธรรมได้เข้ามามีบทบาท มีภาระหลัก ในการคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาของสังคม และกระทรวงนี้ละครับที่จะมีบทบาท ภาระหน้าที่ในการที่จะแก้ไขสภาพของประเทศที่ป่วยไข้นี้ให้พ้นจากความป่วยไข้ กระทรวงนี้ละครับที่มีภาระหน้าที่ในการที่จะแก้ไขปัญหาสังคมพิการ ปัญหาสังคมอ่อนแอ ปัญหาสังคมที่เราไม่สามารถดําเนินชีวิตอย่างมีความสุขได้ ผมอยากเห็นภารกิจที่เพิ่มขึ้น จึงไม่เห็นด้วยและขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ นี่คือเหตุผลที่ขอปรับลดงบประมาณของ กระทรวงวัฒนธรรมครับ