สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕

วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อภิปรายเรื่องการทุจริตในหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองบัญชาการตํารวจสันติบาล และเสนอแผนสนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อการศึกษา พร้อมวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการจัดงบประมาณ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการแก้ไขการทุจริตในหน่วยงานตํารวจสันติบาล รวมถึงการสอบสวนเรื่องการร้องเรียนการทุจริตของตํารวจสันติบาล

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ก็สั้น ๆ ครับท่านประธาน ผมขอแปรญัตติตัดงบประมาณ มาตรา ๒๕ งบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการไม่สังกัด สํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ข้อ ๗ งบของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แล้วก็เฉพาะ (๒) แผนงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต ๑๑,๘๕๐,๐๐๐ บาท กับ (๕) แผนงานสนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อการศึกษา ๑๖,๑๗๙,๙๐๐ บาท ผมขอตัดทั้ง (๒) และ (๕) ทั้งหมด

- ๓๔๑/๑     ประธานครับ คงจะเห็นตรงกันนะครับว่างบเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตของสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติมีทุกปี แล้วก็มีผลการสํารวจของหน่วยสํารวจต่าง ๆ สํารวจออกมาบอกว่า หน่วยงานไหนที่มีการทุจริตมากที่สุด สํานักงานตํารวจแห่งชาติแซงรวดไม่มีคู่แข่ง ไม่ได้แปลว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติมีคนโกงทั้งหมด ไม่ใช่ครับ ส่วนใหญ่เป็นคนดี มันก็จะมี คนที่โกงอยู่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ทีนี้คนโกงนี่ละครับมันพาหน่วยงานเขาเสีย ผมจะอภิปราย เฉพาะหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งครับท่านประธาน คือกองบัญชาการตํารวจสันติบาล หน่วยงานนี้นอกจากมีหน้าที่สืบความลับแล้วมีงานหลักอีกงานหนึ่งคือเกี่ยวกับจดทะเบียน การแปลงสัญชาติ นี่เป็นตัวเงินตัวทองของกองบัญชาการนี้ครับท่านประธาน ที่มาที่ไป ของเรื่องนี้ก็คือว่ามีชาวอังกฤษคนหนึ่งเขาได้ภรรยาเป็นคนไทย แล้ววันดีคืนดีเขาก็อยู่ เมืองไทยมีลูกเป็นคนไทยมีลูกเกิดในเมืองไทย อยู่มาหลายปีเป็นสิบปีแล้วเขาก็ต้องการ แปลงสัญชาติเป็นคนไทย ไปจดทะเบียนยื่นหนังสือขอแปลงสัญชาติที่กองบัญชาการ ตํารวจสันติบาล ท่านประธานครับยื่นหนังสือเข้าไปที่โต๊ะแรกที่เกี่ยวกับรับหนังสือ ที่กองบัญชาการแห่งนี้ครับ ยื่นเอกสารไปประมาณ ๒ สัปดาห์ถัดมาไม่มีคําตอบใด ๆ ครับ มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งโทรศัพท์มาบอกว่าถ้าอยากได้ไวอยากได้รับความสะดวก ๔๐,๐๐๐ บาท เขาก็มาเล่าให้ผมฟัง ผมก็ในฐานะที่ชอบอยู่แล้วงานนี้ก็จัดการเลย เอาโทรศัพท์มือถือ แล้วก็เปิดเสียงพร้อมทั้งอัดเทป มีบอกหมดเลยโต๊ะแรกคนชื่อเอเรียกเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท วันนั้นผมก็ทั้งสงสารว่าเป็นผู้หญิง ขณะเดียวกันก็หมั่นไส้ในฐานะทําให้ประเทศไทยเสียหาย ก็ตั้งใจจะจับสด ก็ไปที่ ป.ป.ช. จะไปขอกําลัง เพราะว่าถ้าจะไปแจ้งจับเอง เอาตํารวจ ไปจับตํารวจมันก็ไม่สําเร็จแหง ๆ ก็จะเอา ป.ป.ช. เป็นตัวกลางไปจับ ก็ไปพบกับ ท่านกล้านรงค์ ไปพบก็เล่าให้ท่านฟัง ท่านก็บอกว่าต้องเอาฝรั่งผู้เสียหายมาเป็นคนร้อง ผมบอกฝรั่งมันจะกล้าหรือร้องแล้วมันก็จะไม่ได้ไปตลอดชีวิตนี้แหละ เพราะอย่างไรมันก็ต้อง ไปผ่านที่กองบัญชาการตํารวจสันติบาล ผมเป็นคนร้องเองแล้วกัน ปรากฏว่าทาง ป.ป.ช. บอกว่าอย่างไรก็ต้องให้ฝรั่งมาเกี่ยวข้อง ผมร้องก็ต้องเอาฝรั่งมาเป็นพยาน ผมก็กลับไป ปรึกษา ระหว่างปรึกษาก็เช็ก (Check) กับนายตํารวจที่เป็นเพื่อน ๆ ปรากฏว่าผู้บัญชาการ ตํารวจสันติบาลเพิ่งย้ายมาใหม่ครับ เพิ่งย้ายมาเมื่อเดือนกันยายน คนนี้ไปยื่นหนังสือ เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ถ้าจะไปจับผู้บัญชาการคนนี้ซวยไปอีกคนหนึ่ง ยังไม่ทันรู้เรื่องเลย โดนติดกับไปอีกคนหนึ่ง ก็เอาละอย่าเพิ่งไปจับสดเลยเข้าไปเจรจากันก่อน ผมก็อุตส่าห์ เรื่องก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม ผมไม่รู้จักเลยคนที่เป็นฝรั่งคนนี้ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่า ฝรั่งคนนี้เป็นใคร เพียงแต่ว่าพี่ภรรยาของเขาผมรู้จักแล้วเขาเป็นคนมาร้อง ฝรั่งคนนี้ ไม่ได้มาร้อง

- ๓๔๒/๑     ผมก็เป็นคนไปพบผู้บัญชาการตํารวจสันติบาลคือท่าน พลตํารวจโท ธนากร ศิริอัฐ พบเสร็จ ผมก็บอกว่ามันมีเทปอย่างนี้ชัดเจนท่านก็ลองฟังดูแล้วกัน มันบ้าไหมล่ะครับโต๊ะแรก ก็เรียกเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทเลย แล้วคุยไปคุยมาถามว่าถ้าจะได้สัญชาติทั้งหมดเท่าไร เขาบอกว่า ๘๐๐,๐๐๐ บาท ถามว่าระยะเวลาที่จะทําใช้เวลาเท่าไร บอกว่าถ้าทําปกติ ไม่วิ่งเต้นก็ ๓ เดือน แต่ถ้าวิ่งเต้นมาถือหนังสือไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ๙ หน่วยงานก็ ๒๗ วัน ผมก็บอกว่าท่านผู้บัญชาการครับท่านทําตามปกติไปทั้งหมดเลยไม่ต้องการเร่งด่วน ผิดก็ไม่ต้องเอา ไม่มีการใช้เส้น ไม่มีการอะไรทั้งสิ้น แต่ไอ้คนนี้ล่ะท่านจะทําอย่างไรกับมัน เพราะเรียกเงินกันบ้าเลือดอย่างนี้มันเสียชื่อประเทศไทย ท่านผู้บัญชาการท่านก็เป็นคนที่ พอใช้ได้ เอาว่าพอใช้ได้แล้วกัน ท่านก็สั่งย้ายวันนั้นเลย ท่านสั่งย้ายไอ้คนชื่อเอนี่ละครับ ย้ายเลย ย้ายเลยผมก็กลับ ก็ไม่ได้ติดใจคุณก็ทําไปตามปกติของคุณแล้วกันก็ไม่ว่าอะไรกัน ไม่ต้องมาช่วยอะไรกันทั้งสิ้น จนกระทั่งเหตุการณ์ก็ไปตามของมันเรื่อย ๆ ผมก็ไม่ได้สนใจ ไป ๕ เดือน ทางคนที่เขาไปยื่นขอเขาก็มาบอกว่า ๕ เดือนแล้วทําไมมันยังไม่ได้ ผมก็บอก มันก็จริงนะมันบอกเราไว้ ๓ เดือน คุณลองไปถามสิว่าว่าอย่างไรล่ะ เขาก็ไปถามก็ปรากฏว่า มันมีคนไปนั่งเฝ้ากันเยอะแยะไปหมดเลย แล้วก็ไปคุยมาเขาก็บอกว่ามีรองผู้บัญชาการคนหนึ่ง ในกองบัญชาการนี้ละครับ มีรองผู้บัญชาการทั้งหมด ๔ คน แล้วมีรองผู้บัญชาการอยู่คนหนึ่ง เป็นดอกเตอร์ ความเป็นดอกเตอร์จริง ๆ แล้วก็น่าจะเป็นคนเก่ง เป็นคนหัวดี ถ้าจะทํา ประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติมันก็จะเจริญ แต่ถ้าไปทําของที่ชั่วร้าย ไอ้นี่ชั่วหนักเลย เพราะมันหัวดี มันโกงแล้วมันโกงสะบั้นหั่นแหลกเลยเจ๊งเลยประเทศไทย ความเป็นดอกเตอร์ เพราะมันเก่ง เก่งทั้งดีเก่งทั้งชั่ว แต่ปรากฏว่าคนไปรอกันเยอะผมก็อยากจะได้ข้อมูลเพื่อจะ มาเอาเข้าคณะกรรมาธิการผมเหมือนกัน ในฐานะที่อยู่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็กะจะไป กระชากคอมาสักทีไอ้พวกโกง ๆ ทั้งหลาย โกงตํารวจนี่แหละเก่งดีนัก ก็ไป ก็ไปมีโอกาสคุย กับคนที่ไปนั่งรอ บางคนก็บอกว่ามารอเข้าพบท่านรองผู้บัญชาการที่เป็นดอกเตอร์นี่แหละครับ เอาชื่อเสียเลยก็ได้ชื่อกฤษฎิ์ศักดิ์ ชื่อก็เรียกยาก กฤษฎิ์ศักดิ์ วิชชารยะ เป็นดอกเตอร์ ก่อนหน้าที่จะมาเป็นรองผู้บัญชาการตํารวจสันติบาล เป็นรองผู้บัญชาการโรงเรียน นายร้อยตํารวจสามพราน เพราะฉะนั้นถ้าจะมีอะไรเกี่ยวกับนักเรียนที่จบที่นี่มาก็อย่าไป สงสัยเลยครับ ก็คนระดับดอกเตอร์อย่างนี้ไปสอนหนังสือแล้วมันไม่เจ๊งหรือ ก็ทุกคนต้อง เข้าไปนั่งรอพบกัน ส่วนว่าจะเรียกเงินหรือไม่เรียกผมไม่ยืนยัน แต่มันมีข้อสงสัยครับ เพราะหนังสือที่เขาเสนอขึ้นไปของแต่ละคน เขาบอกไว้แล้วว่าคนนี้ได้เช็กประวัติ ไปสอบที่สํานักข่าวกรองแห่งชาติว่าอย่างไร สอบที่ ป.ป.ส. ว่าอย่างไร ๙ หน่วยงาน เขาเขียนไว้เสร็จว่าคนแต่ละคนเป็นอย่างไร หนังสือที่ไปถึงรองผู้บัญชาการจริง ๆ น่าจะอ่าน ตรวจสอบว่ามั่วหรือเปล่า โกงหรือเปล่าแค่นั้น ไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปเรียกเขามาพบทีละคน ผมก็เริ่มสงสัยเหมือนกันว่าเพราะเหตุใด ไม่ได้คิดหรอกว่าไปโกงหรืออะไร แต่กําลัง จะหาข้อมูลว่าทําไมต้องเรียกเข้าไป ก็ตัดสินใจขอเบอร์โทรศัพท์ แล้วก็โทรไปคุยกับ รองผู้บัญชาการคนนี้ละครับ เผอิญวันนั้นท่านไม่ได้เข้ามาทํางาน ก็โทรศัพท์ไปคุย ท่านไปอบรมอะไรก็ไม่รู้ เป็นดอกเตอร์แล้วยังฉลาดไม่พอหรืออย่างไรก็ไม่รู้ต้องไปอบรมต่อ ก็ไปอบรม

- ๓๔๓/๑        ผมก็โทรไปท่านก็รับสาย ท่านก็บอกว่ากําลังพิจารณา ผมไม่รู้มันพิจารณาอะไรกันนักหนา เพราะเช็กเฉพาะเรื่องของคนคนนี้ ส่งไปตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ผมโทรไปวันที่ ๑๒ มีนาคม ยังพิจารณาอยู่ แล้วมันจะพิจารณากันอีกกี่วัน ก็มีหน้าที่ดูเท่านั้นว่าลูกน้องตัวเอง โกหกหรือเปล่า ทําไมมันต้องไปดูกันเยอะแยะขนาดนั้น ปรากฏว่าท่านบอกว่ารอพิจารณา ผมก็รอสิ ก็รอมาอาทิตย์หนึ่งก็ยังเฉย อีกอาทิตย์หนึ่งก็ตั้งใจว่าอาทิตย์นี้เฉยไม่ได้แล้ว เพราะมันนานเกินไปแล้วกลายเป็นอาทิตย์ที่ ๒ จะเอาเข้าคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. แล้วก็เชิญมาสอบ ในเช้าวันนั้นจะประชุมคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ผมก็มานั่งตรงนี้ แล้วก็ท่านวัชระ เพชรทอง ก็นั่งอยู่ข้าง ๆ ผมก็บอกเดี๋ยวจะไปเอาเรื่องตํารวจคนหนึ่ง เรียกมาสอบสักหน่อยว่ามันบริสุทธิ์หรือเปล่าก็ไม่รู้ชักสงสัยพฤติกรรม คุณวัชระเขาบอกว่า เดี๋ยวผมมีเรื่องหารือ เดี๋ยวผมจะหารือสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ผมบอกก็ลองถาม ๆ หยอดไปหน่อย แค่พูดนิดเดียวเท่านั้นแหละครับ ผมก็ไปประชุม ผมไม่รู้หรอกว่าคุณวัชระเขาพูด เขาก็หารือ ว่ามันมีที่กองบัญชาการตํารวจสันติบาล ท่านรองผู้บัญชาการคนหนึ่งไม่ยอมเซ็นหนังสือ เที่ยวได้เรียกคนไปพบ พูดเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา บ่ายสองโมงเซ็นหมดเลยพวกที่ค้างอยู่ ทั้งหมด เลิกพบหมด ไม่มีการพบแล้ว ผ่านหมด มันก็มีประเด็นสงสัย ๑. เรียกพบอะไร ถ้ามันจะมีประเด็นข้อผิดพลาดบ้าง แล้วทําไมพอเขาพูดปุ๊บเซ็นพรวดหมดเลย แล้วมากั๊กไว้ ทําไมตั้งแต่เดือนกันยายนที่มาเป็นรองผู้บัญชาการเก็บเรื่องไว้หมด ค่อย ๆ เซ็นปล่อยมา อาทิตย์ละคน ๒ วันคนหนึ่ง ๕ วันคนหนึ่ง ผมมีรายชื่อหมดที่ไปกั๊กไว้แล้วก็ปล่อยออกมาทีเดียวเลย นี่ผีเท่านั้นที่ทํางานแบบนี้ได้ มนุษย์ทั่วไปทําไม่ได้ถ้าบริสุทธิ์ ก็ที่มาที่ไปมันเป็นอย่างนี้ละครับ ก็เห็นว่าหน่วยงานที่จะไปปราบปรามการทุจริตมันปราบแล้วไม่ได้เรื่องหรอกที่สํานักงานนี้ อย่าไปเอาเลยงบปราบปรามการทุจริต แล้วที่สําคัญที่สุดทราบมาว่ากองบัญชาการนี้แหละ แต่เวลาไปแบ่งงานก็ไปเชื่อคนที่เป็นคนเก่ง คนที่เป็นดอกเตอร์ ไปแบ่งงานกองบังคับการ อํานวยการ กองบัญชาการตํารวจสันติบาลให้รองผู้บัญชาการคนนี้ แล้วเท่าที่เช็กขณะนี้คือ ทุกสิ่งทุกอย่างสั่งซื้อด้วยวิธีพิเศษหมดซึ่งเป็นที่นิยมในขณะนี้ ก็เริ่มติดเชื้อ ระบาดไปถึง สํานักงานกองบัญชาการตํารวจสันติบาล ก็ฝากท่านผู้บัญชาการด้วยนะครับ ท่านในฐานะ ผู้มอบอํานาจ ผมก็ยังอยู่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. อยู่ เดี๋ยวก็ได้เชิญมาคุยกัน แล้วมันจะต้อง ตรวจสอบกันละครับ อย่างนี้ละครับผมเลยต้องตัด (๒) ออก

วงเล็บต่อไป (๕) ผมพูดนิดเดียวครับ อันนี้ก็ทันสมัยเหมือนกัน แผนงาน สนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อการศึกษา อันนี้คงเป็นแท็บเล็ต ก็เพียงแต่ ไม่เห็นด้วยว่าทําไมอยู่ดี ๆ ต้องมาตั้งงบต่างหาก ๑๖,๑๐๐,๐๐๐ บาท ทําไมไม่ไปรวม ๆ กัน ซื้อก็ซื้อทีเดียวกัน ถ้าโง่จะได้โง่พร้อม ๆ กัน ไปซื้อแยก ๆ กันแล้วเดี๋ยวก็แบ่งกันโง่ ก็เลยตัด แล้วก็เอาไปรวมทางโน้นละครับซื้อพร้อมกันเลย ขอตัดอย่างนี้ละครับ ท่านกรรมาธิการ จะพิสูจน์หน่อยไหมครับ ฟังเทปหน่อยไหมว่ามันเรียกเงินกันอย่างไร ขอบคุณครับ