วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล หารือเรื่องงบประมาณ 120,000 ล้านบาทที่จัดสรรให้กับจังหวัดต่างๆ รวมถึงการจัดงบประมาณการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง และเรียกร้องการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจงเป็นประเด็นพาดพิง ที่ท่านพิเชษฐพูดถึง ในกรณีของจังหวัดแพร่ในบางประเด็น เพราะเกรงว่าถ้าไม่ชี้แจงอาจจะก่อให้เกิด ความเสียหายนะครับ ผมเรียนก่อนครับประเด็นของคณะกรรมการ งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่เป็นงบประมาณที่เมื่อดําเนินการต้องผ่านคณะกรรมการชุดหนึ่ง ที่เรียกว่าคณะกรรมการ กฟย. หรือที่เรียกว่าคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ในคณะกรรมการชุดนั้น มีท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นประธานกรรมการ มีท่านรองประธาน เป็นท่านรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีกรรมการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข นอกนั้นก็เป็นปลัดกระทรวง ผมไม่ได้เป็นกรรมการเลย ไม่ได้กลั่นกรอง ในงานที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของ กฟย. เลย ท่านเข้าใจผิด อาจจะมีเจ้าหน้าที่ของ สํานักงบประมาณเข้าไปร่วมในการกลั่นกรองเป็นระดับเจ้าหน้าที่ครับ แต่ผมไม่เคยไปร่วม ดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วไม่ได้ไปสั่งการให้มีการจัดงบประมาณลงในพื้นที่จังหวัด เป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด ผมขอเรียนท่านประธานว่างบประมาณนี่นะครับ ขออนุญาต ไล่เป็นรายจังหวัดคร่าว ๆ ท่านจะได้เห็นว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่นะครับ จังหวัดที่มีแม่น้ํายมนี่ จังหวัดแพร่ได้รับงบประมาณ ๑,๑๙๙ ล้านบาท จังหวัดที่ต่อลงมาก็คือ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดสุโขทัยได้รับ ๑,๑๕๓ ล้านบาท ต่อลงไปอีกครับจังหวัดพิษณุโลก ๑,๖๒๗ ล้านบาท ลงไปอีกครับจังหวัดพิจิตร ไม่มีพรรคเพื่อไทยเลยนะครับ ได้ ๒,๘๓๘ ล้านบาท กรุงเทพมหานคร ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดกําแพงเพชร ๑,๘๔๘ ล้านบาท จังหวัดขอนแก่น ๑,๘๒๑ ล้านบาท จังหวัดฉะเชิงเทรา ๑,๕๙๗ ล้านบาท จังหวัดชัยนาท ๒,๒๔๘ ล้านบาท จังหวัดชัยภูมิ ๒,๓๕๘ ล้านบาท จังหวัดเชียงใหม่ ๑,๕๓๐ ล้านบาท จังหวัดตาก ๑,๒๓๕ ล้านบาท จังหวัดนครปฐม ๓,๘๒๘ ล้านบาท จังหวัดนครสวรรค์ ๕,๑๒๔ ล้านบาท จังหวัดนนทบุรี ๔,๐๓๒ ล้านบาท จังหวัดปทุมธานี ๘,๗๔๒ ล้านบาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๑,๗๕๔ ล้านบาท จังหวัดมหาสารคาม ๑,๑๔๒ ล้านบาท จังหวัดร้อยเอ็ด ๑,๘๘๕ ล้านบาท จังหวัดลพบุรีของคุณผ่องศรีที่พูดถึง มาจัดสรรไป ๓,๒๔๔ ล้านบาท นี่คือในรายละเอียดส่วนหนึ่ง ซึ่งผมถามว่าในจังหวัดที่ใกล้เคียงกัน เสนอมาโดยส่วนราชการทั้งสิ้นครับ แล้วก็ขออภัยครับ คงต้องถามแม่เลี้ยงติ๊ก ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ท่าน ส.ส. ติ๊ก เมื่อกี้เห็นท่านพิเชษฐเอ่ยถึง ต้องเรียนนะครับท่านนายก อบจ. แพร่ไม่ได้นามสกุลเอื้ออภิญญกุล คุณอนุวัธ วงศ์วรรณ ครับ แล้วไปดูตอนนี้สิครับ ในทางการเมืองนี่นะครับ ถามว่าในตอนที่ เลือกตั้ง ส.ส. ท่านส่งคนแข่งกับคุณปานหทัย เสรีรักษ์ พรรคเพื่อไทย ในตอนเลือกตั้ง อบจ. แข่งกันครับ วันนี้เลือกตั้ง ส.จ. ไปดูสิครับญาติของคุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ที่เป็น ส.จ. ต้อย ขึ้นรูปคู่กับนายก อบจ. แพร่ด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นในทางการเมืองแล้วเขาใกล้ชิดกับ คุณศิริวรรณพอสมควรและมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด ไปดูป้ายวันนี้สิครับ ป้ายที่ขึ้น เลือกตั้ง ส.จ. ในการสมัครนี่ครับ ไปดูสิครับขึ้นคู่กับนายก อบจ. แพร่แล้วครับ แต่เลือกตั้ง ส.ส. เขาส่งคนแข่งกับคุณปานหทัย เสรีรักษ์ ซึ่งเป็นพี่สาวผม ทางการเมืองไม่ใช่ครับ แต่ว่าเรา ไม่ได้แบ่งแยกครับว่างบประมาณลงไปในจังหวัดนั้นจะต้องแบ่งให้คนนั้นแบ่งให้คนนี้ หรือไม่จัดให้คนนั้นคนนี้ ไม่ใช่ครับ ไม่ได้จัดอย่างนั้นเลยนะครับ ขออนุญาตทําความเข้าใจ ในประเด็นด้วย เกรงจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดนะครับ
ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยครับท่านประธาน การจัดงบประมาณ เกี่ยวกับเรื่องของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบการชุมนุมทางการเมือง ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากทางการเมือง ทางการเมืองเกิดจากอะไรครับ เกิดจากความขัดแย้ง ความคิดทางการเมืองซึ่งก็เกี่ยวพันกับพวกเราทั้งหมดนี่ละครับ วันนี้ประชาชนได้รับความเสียหาย เดือดร้อนเราเยียวยาเขาให้เขาได้รับชีวิตที่ดีขึ้น เขาบาดเจ็บ ล้มตาย ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของใคร ที่เป็นรัฐบาลควรจะมีจิตสํานึกในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เข่นฆ่ากัน ทําลายกัน ไม่ดูแล ไม่เยียวยากัน คงไม่ใช่ครับ แต่ถามว่าใครถูกใครผิดครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ครั้งที่ผ่านมาในสมัยที่แล้วผมก็อภิปราย ในเรื่องของการประชุม ครม. สัญจร เป็นการที่คณะรัฐมนตรีต้องการใกล้ชิดพี่น้องประชาชน เข้าไปตรวจสอบ สอบถามปัญหา ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรวบรวมปัญหาขึ้นมาว่ามีปัญหาอะไรบ้าง จริงครับจัดงบประมาณให้ ตรงนี้จังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาทโดยใช้งบกลาง แต่งบประมาณที่พูดไว้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท บรรจุไว้ในแผนงานครับ ทุกรัฐบาลก็ทําหมด ของท่านก็ผ่านมติ ครม. โครงการเต็มไปหมดครับ แล้วหลังจากนั้นถึงจะมีการจัดสรร งบประมาณตามลงไป อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติของทุกรัฐบาลที่ดําเนินการจะไม่สามารถจัดสรรลง ในครั้งที่เป็น ครม. สัญจรอย่างแน่นอนครับ แต่เป็นการจัดสรรหลังจากที่ได้นําเสนอโครงการ ที่มีความจําเป็นแล้วทาง ครม. เขารับไว้ แล้วหลังจากนั้นเองก็จะมีการจัดสรรงบประมาณให้ ตามความจําเป็นต่อไปนะครับ จริง ๆ มีรายละเอียดอีกหลายประเด็นนะครับ แต่ว่าเดี๋ยวขอชี้แจงในส่วนที่พาดพิงก่อน และหลังจากนั้นถ้ามีรายละเอียดที่มากกว่านี้ ก็จะชี้แจงครับ ขอบคุณท่านประธานครับ