บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ และเรียกร้องการสอบสวนการทำรายการ "จัตุรัสข่าว" ที่มีลักษณะเป็นการเมือง รวมถึงรายการ "ชนักปักหลังพรรคประชาธิปัตย์" ที่มีการกล่าวพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์และสมาชิกพรรคเสียหาย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเช่าเวลารายการโทรทัศน์ การบริหารจัดการงบประมาณ และภาพพจน์ของประเทศไทยและตัวนายกรัฐมนตรี โดยมีจุดเน้นเร่งการปรับปรุงการบริหารจัดการงบประมาณให้ประหยัดและมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้สงวนความเห็น ในมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ สิ่งที่ผมติดใจประเด็นแรกคือกรณีของ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ในรายการที่ชื่อว่าจัตุรัสข่าวครับ ขออนุญาตที่จะต้องอธิบายต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่ารายการนี้เป็นรายการ ประจําวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ในเวลา ๒๓.๑๕-๒๔.๐๐ นาฬิกา รายการนี้เป็นรายการของ บุคคลภายนอกที่ทําสัญญากับทางกรมประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย บริษัทที่ทําสัญญานั้นชื่อว่าบริษัท เวิลด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เน็ทเวิร์ค จํากัด บริษัทนี้ มาทําสัญญาเมื่อ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕ นี่เป็นสัญญาซึ่งทางกรมประชาสัมพันธ์นั้นส่งมาให้กับ กรรมาธิการ ในรายละเอียดก็มีสิ่งที่ทั้งเป็นข้อสงสัยและเป็นประเด็นที่ต้องซักถาม ที่ติดใจก็เพราะว่าไม่ตรงตามนโยบายหรือว่าวิธีการทํางานของทางรัฐบาล ในรายการนี้ เป็นรายการการเมืองอย่างแท้จริง เพราะว่าผู้จัดรายการซึ่งอยู่ในนามของบริษัท เวิลด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เน็ทเวิร์ค จํากัด ผมจะพยายามไม่เอ่ยชื่อแล้วก็ไม่พาดพิงถึง บุคคลภายนอกนะครับ แต่ว่าในสัญญารวมทั้งในลักษณะของรายการนั้นก็บอกชัดเจนว่าผู้จัดรายการเป็นคอลัมนิสต์ เป็นนักหนังสือพิมพ์ที่เข้ามาดําเนินรายการในรายการนี้ รายการซึ่งจัดกันตามสัญญาที่มีไว้ ในข้อ ๑๓ ปรากฏชัดเจนครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านตามข้อ ๑๓ ของสัญญาฉบับนี้ ห้ามมิให้ผู้เช่าเวลาจัดรายการเกี่ยวกับการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรือผู้หนึ่งผู้ใด หากผู้เช่าเวลาฝ่าฝืนและเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายขึ้น ผู้ให้เช่าเวลา ซึ่งหมายถึงกรมประชาสัมพันธ์มีสิทธิจะบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายจากผู้เช่าเวลา ได้อีกด้วย ข้อนี้อยู่ในข้อ ๑๓ หน้า ๓ ในรายการนี้ถ้าหากว่าท่านประธานและท่านสมาชิก จะได้เปิดเข้าไปในยูทูบ (Youtube) ก็เป็นการหาว่ารายการนี้ทํารายการอะไรบ้างอย่างง่าย ๆ ท่านก็จะเปิดไปพบครับว่าชื่อตอนของรายการบางชื่อตอนใช้ชื่อว่ารัฐประหาร โดยศาลรัฐธรรมนูญ รายการในขณะนั้นเป็นประเด็นของการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีอํานาจในการที่จะรับในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้หรือไม่
อีกรายการหนึ่งครับ ชื่อรายการชนักปักหลังพรรคประชาธิปัตย์ รายการอย่างนี้ถ้าท่านเข้าไปดูท่านก็จะเห็นว่าผู้จัดรายการมีการกล่าวพาดพิง ให้พรรคประชาธิปัตย์และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางท่านเสียหายด้วยซ้ํา ผมจึงมีคําถาม ต่อทางกรมประชาสัมพันธ์ไปว่าท่านมีการตักเตือนหรือมีวิธีการใด ๆ ในการตรวจสอบ รายการนี้หรือไม่
รายการนี้เมื่อดูในรายละเอียดจากสัญญาแล้วสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลเรื่องที่ ๒ ก็คือว่ารายการนี้เป็นรายการที่ต้องเช่าเวลาครับ ค่าเช่าเวลาเดิมเดือนละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่สัญญาฉบับนี้บอกว่าลดราคาให้ครับ ลดราคาให้อย่างมิตรภาพเลยนะครับ เหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ฟังอีกครั้งนะครับ ไม่ใช่ลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ลด ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ค่าเช่าของรายการนี้คือ ๒๕๐,๐๐๐ บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วนะครับ ๒๕๐,๐๐๐ บาทได้รายการไป ๒๐ กว่าตอน ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ได้เวลาโฆษณา ๗ นาที สถานีเหลือ ๓ นาที โดยทางรายการโทรทัศน์ซึ่งผมก็ทํางานมา ๑๘ ปีครับ รายการได้เวลาโฆษณา ๗ นาทีนี่มหาศาลนะครับ เอาแค่นาทีละ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็พอครับท่านประธาน จะหารายได้ได้วันละ ๗๐,๐๐๐ บาท เดือนละอย่างน้อย ๒๐ ตอน ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาทเป็นอย่างน้อย ต้นทุน ๒๕๐,๐๐๐ บาท จัดรายการที่สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ต้นทุนโปรดักชัน (Production) ก็เสียแค่ค่าพิธีกร นักจัดรายการ ทีมงานบ้างเล็กน้อย อาจจะมีเสื้อผ้า หน้า ผมบ้างเล็กน้อย แต่ต้นทุนนี้ ต่ํามากนะครับ ในขณะที่ได้ผลประกอบการไปสูงมหาศาล ผมจึงถามไปทาง กรมประชาสัมพันธ์เลยว่าทําไมจึงต้องลดราคาให้ได้มากขนาดนั้นและยังให้ผลประโยชน์ ตอบแทนมากขนาดนี้ คําตอบของทางกรมประชาสัมพันธ์ก็คือว่าเนื่องจากต้องการผู้เชี่ยวชาญ มาจัดรายการทํานองนี้ แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมยังต้องติดใจและต้องถามก็คือว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและวิธีการทํางานอย่างถูกต้องก็คือต้องไม่ก้าวก่าย ต้องให้เสรีภาพ ต่อสื่อมวลชน และสื่อมวลชนที่จะมาทํารายการต่าง ๆ เหล่านี้ควรต้องตั้งคําถามด้วยว่า ทางสมาคมผู้สื่อข่าวเองนั้นได้ตั้งคําถามกับคนเหล่านี้หรือไม่ว่ามารับประโยชน์จากทางราชการ ที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ผมจึงติดใจอยู่แล้วก็ยังต้องขอปรับลดงบประมาณลง ๕ เปอร์เซ็นต์ จากทางสํานักนายกรัฐมนตรี ผมอยากจะฝากด้วยนะครับว่าถ้าหากว่ารายการนี้ ซึ่งมีคําเตือนไปแล้วนะครับ มีหนังสือคําเตือน ลงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ โดยอธิบดี กรมประชาสัมพันธ์ นายธีระพงษ์ โสดาศรี ได้ทําการเตือนบอกว่าตรวจสอบแล้ว พบว่ามีข้อความที่พาดพิงบุคคล หน่วยงานต่าง ๆ อาจสร้างความเข้าใจผิดหรือความไม่พึงพอใจ แก่ประชาชนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน สุดท้ายก็แค่เตือนครับ จึงไม่ตรงตาม สัญญาที่เกิดขึ้นในข้อ ๑๓ ที่ผมยกให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้ทราบแล้ว เมื่อสักครู่นะครับว่าควรจะต้องมีการเพิกถอน หรือถ้าดูว่ามีความเสียหายนั้นก็จะต้อง เรียกค่าเสียหายต่อผู้เช่าเวลาได้อีกด้วย รวมทั้งการบอกเลิกสัญญาด้วย ขอให้ดําเนินการต่อไป
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมต้องหยิบยกเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับสํานักนายกรัฐมนตรี และเกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรีครับ นั่นก็คือวินัยของการใช้เงินในการบริหารราชการ มีข้อมูลที่ผมได้มาจากแหล่งข่าวของผมในการบินไทยครับ ถ้าเราจะเทียบเคียงการเดินทาง ไปต่างประเทศของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน เช่นการเข้าร่วมประชุมเวิลด์ อีคะนอมิค ฟอรัม (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส ต้องบินจากกรุงเทพฯ ไปเมืองซูริคแล้วก็กลับมากรุงเทพฯ ของท่านยิ่งลักษณ์นั้นมีภารกิจต่อที่เมืองนิวเดลีด้วยจึงบินกรุงเทพฯ-นิวเดลี-ซูริค-กรุงเทพฯ ๒๔-๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ ใช้วิธีการเหมาลํา การเช่าเหมาลําเป็นราคาแพงนะครับ เดินทางกี่คนไม่ทราบ จะเดินทาง ๕ คน ๑๐ คน หรือเต็มที่ ๑๐๐ คน ไม่มีรายละเอียด เพราะเป็นการเช่าเหมาลําใช้เงิน ๑๓ ล้านบาทครับ ในลักษณะเดียวกันถ้าเทียบเคียงกัน กับท่านอภิสิทธิ์ ท่านอภิสิทธิ์เดินทางไปเมืองซูริคกับกรุงเทพฯ ๒๘-๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ ชั้นหนึ่งนั่งไป ๑๐ คน ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ชั้นธุรกิจ ๖ คน คนละ ๑๔๐,๐๐๐ บาท ๘๔๐,๐๐๐ บาท ชั้นประหยัดอีก ๒๑ คน คนละ ๕๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทครับ รวมกับถ้ามีเกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ชั้นหนึ่ง กรุงเทพฯ-อินเดียก็เพียงแค่ ๔๕,๐๐๐ บาท ชั้นธุรกิจ ๓๕,๐๐๐ บาท ชั้นประหยัด ๒๓,๐๐๐ บาท รวมตัวเลข ๒ ตัวนี้ ๕,๒๕๓,๐๐๐ บาทครับ วิธีการในการบริหารจัดการอย่างนี้ผมจึงติดใจครับว่าเท่ากับว่าไม่สามารถที่จะใช้งบประมาณ อย่างประหยัด มีประสิทธิภาพได้ ท่านอาจชอบที่จะมีความคล่องแคล่ว คล่องตัวที่จะเดินทางได้ ไม่ต้องรอผู้โดยสารอื่น แต่ท่านประธานครับ ใช้เงิน ๑๓ ล้านบาท ในขณะที่อีกรัฐบาลหนึ่งใช้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ในลักษณะที่ใกล้เคียงกันนี้ผมจึงเห็นว่าไม่มีวินัยในการเงินการคลัง และรัฐบาลไม่ประหยัดในขณะที่งบประมาณปีนี้กู้เงินเพิ่มอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาปิดยอดงบประมาณให้ได้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ประเด็นเรื่องของการเดินทางนี้ ก็สะท้อนอย่างเช่นการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศออสเตรเลียนะครับ มีผู้ที่ร่วมเดินทางไปด้วยนั้นบอกว่าเป็นการเช่าเหมาลําเช่นเดียวกัน นักธุรกิจหลายคน ได้ขึ้นเครื่องบินฟรีทั้งที่ไปร่วมคณะและไปติดต่อธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขครับ
สุดท้ายก็คือเรื่องภาพพจน์ของทั้งประเทศและตัวนายกรัฐมนตรีเองนะครับ ในสํานักนายกรัฐมนตรีนั้นมีงบประมาณที่ชื่อว่าการสร้างภาพพจน์ประเทศไทย ๕๐๐ ล้านบาท สอบถามแล้วครับว่าจะใช้งบประมาณนี้อย่างไร ก็บอกว่าจะใช้ทั้งนอกและในประเทศ ในการซื้อโฆษณา ในการซื้อบทความต่าง ๆ ผมขอแสดงความคิดเห็นไว้ว่าควรจะต้องซื้อ เฉพาะนอกประเทศเท่านั้น ไม่ควรมาอุดหนุนสื่อมวลชนในประเทศนะครับ หรือว่าจะซื้อ เพื่อที่จะหาพรรคพวกในประเทศให้เขียนบทความให้ ให้โฆษณาให้ เพราะนั่นก็คือ การแทรกแซงสื่อมวลชนอย่างหนึ่งเหมือนกัน แล้วก็ต้องถือว่าการสร้างภาพพจน์ ต่อประเทศไทยนั้นต้องไปสร้างต่อสายตาของบุคคลภายนอกนะครับ นอกประเทศให้เขารู้สึก ชื่นชม ให้เขารู้สึกว่ามีภาพลักษณ์ที่ดี รวมทั้งบุคคลใกล้ชิดกับรัฐบาลก็ควรจะต้องได้รับ การเตือนด้วยว่าไม่ควรที่จะโจมตีประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ ก็ตาม ถ้าท่านยุติ การโจมตีประเทศไทยภาพพจน์ประเทศไทยย่อมดีขึ้น
ส่วนภาพลักษณ์ของตัวนายกรัฐมนตรียังเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งนะครับ ล่าสุดท่านประธานคงจะจําได้ว่ามีการเลี้ยงรับรองนักกีฬา โดยทางรัฐบาลชื่นชมยินดี กับนักกีฬา นายกรัฐมนตรีบอกว่าขอชื่นชมกับมวยปล้ําที่ได้รับเหรียญกลับมา ไม่มีการแข่งขันกีฬามวยปล้ําได้รับเหรียญครับ ผมไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่าท่านจะแปล เทควันโดว่ามวยปล้ําหรือเปล่า หรือท่านจะคิดว่ามวยที่ชกกันที่นักมวยของเราชื่อแก้ว โดนกรรมการไอบา (AIBA) ที่ช่วยกันโกงปล้นเหรียญไปนั้นจะเรียกว่ามวยปล้ําหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบนะครับ ก็ขอให้ทางสํานักนายกรัฐมนตรีได้กรุณาทบทวนวิธีการทํางาน เตรียมการต่าง ๆ ในการพูด ในการอภิปรายของนายกรัฐมนตรีให้ดี นายกรัฐมนตรี ผิดพลาดมาแล้วหลายต่อหลายครั้งจนกลายเป็นตัวตลกของประเทศไทยไป ขอบพระคุณครับ