สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕

อรรถพร พลบุตร หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทาน และเรียกร้องการตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยกล่าวว่ากรมชลประทานไม่สามารถตอบคำถามของประชาชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำที่จะช่วยให้คนไทยก้าวพ้นจากวิกฤติความยากจน ปัญหาภัยแล้ง หรือแม้กระทั่งปัญหาน้ำท่วมได้

นายอรรถพร พลบุตร เพชรบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณที่อนุญาตให้ได้อภิปรายประกอบการแปรญัตติ ในมาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยขอแปรญัตติปรับลดลง ๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ปีนี้งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีจํานวนมากมายมหาศาล ๗๓,๐๓๙ ล้านบาทได้ถูกปรับลดลงในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการงบประมาณ ๐.๖๘ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยมาก แต่ก็ยังเหลือเงินงบประมาณที่จะบริหารจัดการ ในภาคการเกษตรอีก ๗๒,๕๔๒ ล้านบาท ผมจะมุ่งเน้นลงไปที่กรมชลประทาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณมากที่สุดในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับงบประมาณทั้งสิ้นในปีงบประมาณนี้ ๓๕,๔๕๓ ล้านบาท จําเป็นต้องเจาะลงไปใน งบประมาณในส่วนนี้เพราะประเทศไทยเราเป็นประเทศลุ่มน้ํา และพี่น้องประชาชน ก็มีลมหายใจ มีเลือดเนื้อผูกพันเลี้ยงชีวิตอยู่กับสายน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา ผมจึงจะใช้โอกาสของ การแปรญัตติปรับลดงบประมาณเพื่อจะตั้งคําถามไปยังคณะกรรมาธิการว่าท่านได้ใช้ ความพยายามอย่างสูงสุดหรือไม่ อย่างไร ในการตรวจสอบ ในการเจาะลึกการจัดสรร งบประมาณในส่วนของกรมชลประทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามพันธกิจที่ได้แถลงไว้ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับครับว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตกเป็นผู้ร้ายสําคัญ มากมายหลายปัญหาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวในเรื่องของราคาพืชผลการเกษตร หลายชนิด จะเป็นผู้ร้ายอันดับ ๑ เป็นผู้ต้องหาร่วมหรืออย่างไรก็แล้วแต่ แต่ว่าเป็นภาระ ความรับผิดชอบที่ปฏิเสธความรับผิดชอบตรงนี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ในภาคใต้ในทุกวันนี้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในเรื่องปัญหาราคายางพารา ไม่ว่าจะเป็น ความล้มเหลวยับเยินในเรื่องของราคาสับปะรด ที่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เป็นรูปธรรม และทําให้พี่น้องชาวไร่สับปะรด ได้มีความหวังในฤดูการเพาะปลูกต่อไป ในเรื่องปัญหามะพร้าว ทั้งที่จังหวัดเพชรบุรี ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดราชบุรี หรือจังหวัดสมุทรสงคราม และอีกหลายจังหวัด ที่เพาะปลูกมะพร้าว เราสิ้นความหวัง สิ้นอนาคตกับการบริหารงานของรัฐบาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังดีนะครับที่ยังไม่มีข่าวคราว หรือมีแต่ยังไม่เข้าหูผมก็ได้ เรื่องการไปเร่ขายโครงการ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ผมก็มองในแง่ดีว่าคงไม่มีหรอกครับ เพราะกระทรวงนี้มีแต่หลงจู๊ไม่มีเจ๊ครับ

ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเจาะลึกลงไปในส่วนของกรมชลประทาน ผมค่อนข้างจะมีมุมมองในทิศทางที่สอดคล้องกับท่าน ส.ส. ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว จากจังหวัดสงขลา และ ส.ส. วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ จากจังหวัดนครราชสีมา ว่างบประมาณปี ๒๕๕๖ ในส่วนของ กรมชลประทาน ๓๕,๔๕๓ ล้านบาท ไม่สามารถที่จะตอบคําถามของพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําได้ว่าการบริหารจัดการน้ําที่จะทําให้คนไทยก้าวพ้นจากวิกฤติความยากจน ปัญหาภัยแล้ง หรือแม้กระทั่งปัญหาน้ําท่วม มันมีรูปธรรม มันมีอนาคต มันมีรอยยิ้ม ปรากฏขึ้นในหน้าใดบ้าง เมื่อเราไล่ตรวจสอบงบประมาณในส่วนของกรมชลประทานทั้งหมด มันก็เป็นงบที่ปกติเหมือนที่เกิดขึ้นทุกปีครับ เหมือนประเทศไทยเดินอยู่เมื่อ ๑๐ ปีก่อน ๒๐ ปีก่อน เหมือนตื่นเช้ามาต้องกินกาแฟ ต้องกินข้าว กินปาท่องโก๋ เก้าโมงเช้าไปทํางาน เย็นกลับมาบ้านนอนกับเมีย เป็นอย่างนี้ชั่วนาตาปี มันไม่มีมิติใหม่ ไม่มียุทธศาสตร์ใหม่ และดูเหมือนจะเพิกเฉยต่อการต่อสู้ของ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ที่ได้ต่อสู้เรื่องปัญหาน้ํา ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ําสายไหน ๆ ในประเทศไทยมาตลอดเวลาทุกยุคทุกสมัย คณะกรรมาธิการ ได้ตระหนัก ได้รู้สึก ได้สํานึกถึงความเจ็บปวดของ ส.ส. ในสภาแห่งนี้หรือไม่ ในสภาแห่งนี้ เราจะอภิปรายกันอยู่ ๒-๓ เรื่องที่เป็นเรื่องหลักสําคัญ เรื่องน้ํา เรื่องความยากจน เรื่องที่ดินทํากิน แต่งบประมาณปี ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลบอกว่าจะมีรอยยิ้มมันมีคําตอบ มันมีความหวังปรากฏอยู่ บนบรรทัดไหนบ้าง สิ่งที่แปลกปลอมเกิดขึ้นในปีงบประมาณปีนี้ก็จะมีอย่างเดียว คือแผนการบูรณาการแก้ปัญหาน้ําท่วมในพื้นที่สําคัญในทางเศรษฐกิจ และพื้นที่ซึ่งเป็น ปัญหาน้ําท่วมหลัก แต่แม่น้ําสายรองผมถามท่านกรรมาธิการพิเชษฐก็ได้ครับ แม่น้ํากก แม่น้ําตาปี-พุมดวงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่น้ําชี จังหวัดยโสธร แม่น้ํามูล โคราช แม่น้ําตรัง ของนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ นั่งอยู่ข้างหลังนี่ครับ มันมีคําตอบอะไรจากงบประมาณ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาทบ้างว่าจะถูกพัฒนาเพื่อสร้างชีวิตให้เราก้าวพ้นจากวิกฤติ ๒ น้ํา น้ําท่วม น้ําแล้งไปได้ คณะกรรมาธิการได้เกิดคําถามอย่างที่ผมเกิดคําถามอย่างนี้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมนั่งในสภาแห่งนี้มาหลายปี เป็น ส.ส. ใหม่ครับ ผมได้ยิน ส.ส. ในสภาแห่งนี้ได้ต่อสู้เรื่องแหล่งน้ํา ลุ่มน้ําหลายครั้ง แต่เราก็ไม่เคยค้นหาคําตอบได้เลยจากสภาแห่งนี้ เราสงสัยว่าหรือว่าการพัฒนาลุ่มน้ํา แหล่งน้ํา แม่น้ําต่าง ๆ เหล่านี้มันอาจจะไปปรากฏอยู่ในงบประมาณอย่างอื่น เช่นงบกลาง ฟื้นฟูเยียวยาอุทกภัย ๑.๒ แสนล้านบาท แต่เราก็หาไม่เจอครับ เพราะจนถึงเราอภิปราย นโยบายงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์วันนี้ก็ยังไม่มีรายละเอียดเลยครับว่า งบกลางฟื้นฟูเยียวยาอุทกภัย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปทําอะไร ที่ไหนบ้าง บ้านผมได้หรือไม่ โคราชได้หรือไม่ จังหวัดตรังได้หรือไม่ จังหวัดเชียงรายได้หรือไม่ จังหวัดยโสธรได้หรือไม่ หรือพระราชกําหนดเงินกู้เพื่อการบริหารจัดการน้ําเพื่ออนาคตประเทศไทย ๓.๕ แสนล้านบาท ซึ่งเกี่ยวพันกับงบประมาณปี ๒๕๕๖ ทําอะไรบ้าง มันไม่มีคําตอบที่ทําให้เราได้เกิด ความหวังใด ๆ ทั้งสิ้น เหมือนให้ ส.ส. ในสภาแห่งนี้เป็นกรรมการตัดสินนางงามนะครับ มันไม่มีนางงามมาเดิน บนเวทีให้เห็นแม้แต่นางเดียวคนเดียวครับ คนอยู่คนเดียวครับหัวหน้าค่ายที่ส่งเข้าประกวด สวยครับ แต่ถ้าสอบสัมภาษณ์ผ่านหรือไม่นั่นก็เป็นเรื่องของคุณภาพสมอง การต่อสู้อันหนึ่ง ที่ผมจะยกตัวอย่างชัดเจนที่สุด เพราะมันใกล้บ้านผมมันบ้านเกิดผม คือการต่อสู้ เพื่อลุ่มน้ําเพชรบุรีครับ ลุ่มน้ําเพชรบุรีหรือแม่น้ําเพชรบุรียาว ๒๑๐ กิโลเมตรเป็นเส้นเลือด สําคัญของจังหวัดเพชรบุรีทั้งจังหวัดครอบคลุมพื้นที่ ๕ อําเภอใน ๘ อําเภอครับ คลุมพื้นที่ ๕,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ๓.๙ ล้านไร่ แม่น้ําเพชรบุรีสร้างอารยธรรม สร้างชีวิต สร้างประวัติศาสตร์ สร้างความผูกพันจากแม่น้ําเพชรบุรีทั้งสิ้น ท่านประธานเชื่อไหมครับ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๑๑ น้ําจากแม่น้ําเพชรบุรีนี่ครับที่ถูกใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นน้ําเสวยของพระมหากษัตริย์ หลายพระองค์ เป็นน้ําที่ใช้ในพิธีถือน้ําพระพิพัฒน์สัตยา เป็นน้ําที่ใช้ในพระราชพิธี บรมราชาภิเษกและพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของพระบาทเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน เป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันของอาณาประชาราษฎร์กับพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงคุณประเสริฐ และคนเพชรบุรีก็ใช้ประโยชน์จากแม่น้ําเพชรบุรีมาสร้างอารยธรรม มาเป็นพันปีครับ แต่วันนี้แม่น้ําเพชรบุรีอยู่ในภาวะที่ชํารุดทรุดโทรมตื้นเขิน จากการสํารวจ มลภาวะจาก ๑๐ จุดที่สําคัญในพื้นที่ตลอดลําน้ําไม่ผ่านสักจุดเลยครับ แล้วเมื่อตื้นเขินมาก ๆ เวลาน้ําเหนือไหลบ่าน้ําท่วมมามันก็เอ่อล้นแล้วก็ไหลบ่าไปท่วมพื้นที่ ๔ อําเภอ ๕ อําเภอ ของจังหวัดเพชรบุรีเป็นอย่างนี้มาชั่วนาตาปี ส.ส. จังหวัดเพชรบุรีต่อสู้เรื่องนี้ครับ ผม อรรถพร ส.ส. อลงกรณ์ ส.ส. อภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส. กัมพล สุภาแพ่ง เราคุยกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ เพราะงบประมาณปี ๒๕๕๖ นี่เรามา ช่วยกันฟื้นฟูบูรณะแหล่งน้ําตรงนี้เหมือนกับลุ่มน้ําอื่นๆ ทั้งประเทศได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่เช่าเหมาลําเครื่องบินไม่กี่เที่ยวก็พัฒนาสิ่งเหล่านี้ได้ครับ ยื่นกระทู้ถาม ในสภาแห่งนี้ก็ไม่ถูกบรรจุให้เข้าระเบียบวาระการประชุม และวันนี้เมื่อดูงบประมาณปี ๒๕๕๖ มันก็ไม่ปรากฏเม็ดเงินแม้แต่บาทเดียวที่จะได้เริ่มต้นการบูรณะฟื้นฟูแม่น้ําเพชรบุรี ซึ่งเป็นหัวใจของคนเพชรบุรีทั้งจังหวัด เช่นเดียวกับที่ไม่ปรากฏการบูรณะฟื้นฟู แม่น้ําประแส แม่น้ํากก แม่น้ําปิง แม่น้ําวัง แม่น้ําสงคราม หรือแม่น้ําตรัง ผมจึงจําเป็นต้อง ตั้งคําถามกับคณะกรรมาธิการครับว่าท่านได้สํานึกถึงความเจ็บปวดของ ส.ส. ที่มาจาก ชาวบ้านอย่างพวกเราซึ่งไม่มีพรรค ไม่มีสีเสื้อหรือไม่ อย่างไร ได้มีกลไกลที่มีประสิทธิภาพ ในการตรวจสอบเพื่อกระตุ้นให้เกิดมิติใหม่ในส่วนของกรมชลประทานหรือไม่ผลักดัน หรือไม่ให้เกิดกฎหมายใหม่ที่จะบูรณาการระบบการจัดการน้ําแห่งชาติให้เป็นเอกภาพ เป็นหนึ่งเป็นเนื้อเดียวกัน ปีที่ผ่านมาครับ ผมและ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เสนอพระราชบัญญัติบริหารจัดการน้ําแห่งชาติเข้าสู่วาระของสภาแห่งนี้ครับ แต่รัฐบาล ชุดปัจจุบันก็ไม่หยิบยกขึ้นมาเพื่อบรรจุสู่การพิจารณาเพื่อที่จะปฏิรูปหรือปฏิวัติระบบบริหาร จัดการน้ําแห่งชาติขึ้นมาใหม่ อย่าว่าแต่การขุดลอกแม่น้ําทั้งสายเลยครับ แค่กรมชลประทาน จังหวัดเพชรบุรีเขาขอเงินแค่ ๓๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท เพื่อจะบูรณะต่อเติมประตูระบายน้ําล้น ที่เขื่อนแก่งกระจาน เพื่อจะได้เพิ่มปริมาณความจุของเขื่อนแก่งกระจานอีกสัก ๔๕ ล้านคิว หรือ ๕๐ ล้านคิว วันนี้เขายังหาไม่เจอเลยครับเขาได้งบหรือไม่ มาอยู่ที่งบการฟื้นฟูซึ่งลึกลับซับซ้อน ยิ่งกว่าพินัยกรรมของบ้านจันทร์ส่องหล้าหาไม่เจอครับ หรือพระราชกําหนดเงินกู้เพื่อการบริหาร จัดการน้ําเพื่ออนาคตของประเทศไทยก็หาไม่เจอ เพราะงานมันกลายเป็นความลับดํามืด ซึ่งใครก็แตะต้องไม่ได้ นอกจากพวกเจ๊หน้ากลม ๆ พวกนั้นนะครับ สิ่งเหล่านี้ คือความเจ็บปวด สิ่งเหล่านี้ผมจึงขอฝากไปยังคณะกรรมาธิการนะครับ ท่านก็มาจาก ชาวบ้านเหมือนพวกเรา หลายท่านเคยกอดคอร้องไห้กับชาวบ้าน เพราะเดินไปมันไม่มีน้ํา มันไม่มีอนาคต ท่านต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมิติใหม่ในเรื่องการบริหาร จัดการน้ําแห่งชาติ ท่านต้องส่งสัญญาณกระตุ้นเตือนไปยังรัฐบาลว่าถ้าบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นเอกภาพ อย่างเข้าใจความเจ็บปวดของชาวบ้าน มันก็ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณมากมายถึง ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทอย่างนี้ครับ ไม่จําเป็นต้องไปกู้มากที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งประเทศไทย ตั้งแต่ยุคสุโขทัยมาถึงวันนี้ครับ ที่เขาเรียกว่าดีแต่กู้นั่นแหละครับ และถ้าบริหารจัดการ ให้มันดี มันก็โกงไม่ได้ มันก็เร่ขายโครงการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ที่เขาว่า ดีแต่โกงครับ และถ้าบริหารจัดการให้ดีเงินก็ไม่กระจายไปตามบางจังหวัดที่มาเป็นรัฐมนตรี และใช้อํานาจตรงนั้นกระจายประโยชน์ในวงศ์วานว่านเครือที่เขาเรียกว่าดีแต่กอบโกย ช่วยกันนะครับ ท่านจะดีแต่กู้ ท่านจะดีแต่โกง ท่านจะดีแต่กอบโกยมันเรื่องของท่านครับ มีฝีมือรอดไป ไม่มีฝีมือก็ติดคุกติดตะราง มีเงินก็หนีไปอยู่ต่างประเทศ แต่คนที่รับกรรมล่าสุด คือประชาชนคนไทยที่เขาเลือกพวกเรามา ผมจึงขออนุญาตที่จะปรับลดงบประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์เพื่อส่งสัญญาณกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลนี้ก้าวพ้นจากฉายาดีแต่กู้ ดีแต่โกง ดีแต่กอบโกย และเป็นรัฐบาลของประชาชนอย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับ