ธารา ปิตุเตชะ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่จัดสรรให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเห็นว่าเงินนั้นถูกนำไปใช้ไม่คุ้มค่า ไม่มีประสิทธิภาพ และเสนอให้ปรับลดเงินนั้นเพื่อใช้ในการพยุงราคาสินค้าทางการเกษตร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธารา ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ท่านประธานครับ สรุปรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ตั้งวงเงินงบประมาณรายจ่ายขาดดุลไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ ในวาระที่หนึ่งว่าจะจัดสรรงบประมาณให้เป็นธรรมและทั่วถึง ๗๖ จังหวัด ผมไม่รู้หรอกว่า เป็นธรรมและทั่วถึงหรือไม่ แต่จังหวัดระยองผมคิดว่าพี่น้องประชาชนจังหวัดระยอง ทั้ง ส.ส. อีก ๓ ท่านไม่ว่าท่านสาธิต ท่านวิชัย ท่านนายแพทย์บัญญัติ พร้อมพี่น้องประชาชน คนจังหวัดระยอง มีความเห็นว่าไม่เป็นธรรมครับ จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่ให้รัฐบาล เก็บภาษีเป็นล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจัด งบประมาณ ในเรื่องงบประมาณนั้นคงจะไปอยู่อีกหลายมาตราว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ตรงไหน ส.ส. อีกทั้ง ๓ ท่านเดี๋ยวคงจะได้พูดถึงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมให้กับคนระยอง ตรงไหน ท่านประธานครับ จากงบประมาณที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับการจัดสรร งบประมาณ จริง ๆ ได้จัดสรรไว้ ๗๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ แต่เมื่อปรับลดแล้วกรรมาธิการ เห็นว่าต้องปรับลดก็ปรับลดมาอยู่ที่ ๗๒,๘๘๒ ล้านบาท ตรงนี้ละครับผมเห็นว่าผมต้อง ปรับลดในมาตรา ๑๑ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราพิจารณาดูให้ถ้วนถี่แล้ว งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมก็เกรงว่าจะถูกนําไปใช้ไม่คุ้มค่า ไม่มีประสิทธิภาพ ท่านประธานจะเห็นว่าจากที่ผ่านมาในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ในเรื่องราคาสินค้าผลผลิตจาก พี่น้องเกษตรกรตกต่ําแทบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นราคาพืชผัก ผลไม้ มะพร้าว ซึ่งจริง ๆ ท่าน ส.ส. ประมวลจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็เคยตั้งกระทู้ถามไปแล้วราคาพืชผล ทางเกษตรทุกตัว แล้วประเทศของเรา ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเกษตรกรครับ ถ้าราคาพืชผล การเกษตรตกต่ําแล้ว ท่านประธานลองนึกภาพเถอะครับจะอยู่อย่างไร สวนทางกัน โดยสิ้นเชิง ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ําทุกตัว แต่วัตถุดิบต่าง ๆ ที่พี่น้องเกษตรกร เอามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย น้ํายาเคมีต่าง ๆ ซึ่งต้องจัดซื้อมามาทําอาชีพเกษตรแพงทุกตัวครับ นี่แหละครับเป็นเหตุผลของผมซึ่งจะต้องพูดในวันนี้ จะต้องท้วงต้องติงเพื่อให้รัฐบาลทํางาน ให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะยางพารา ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าจังหวัดของท่านประธานเอง ก็มียางพาราเยอะ ณ วันนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่อช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้บริหารจัดการในเรื่อง ราคายางพาราตกต่ําเป็นประวัติการณ์ครับ ในขณะนี้ราคายางเฉลี่ยตกต่ําจากปีที่รัฐบาลที่แล้ว บริหารมาอย่างสิ้นเชิง ต่ํากว่าครึ่ง สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อเทียบเคียงกันแล้ว ณ ปัจจุบันยางพาราโดยเฉลี่ยมีกิโลกรัมละ ๗๓ บาทเท่านั้นเองครับ แล้วยังต่ําลงทุกวัน ๆ ยางชั้นดีคุณภาพ ๑ ๗๘ บาท ขี้ยางราคา ๔๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง เทียบเคียงเมื่อสมัย รัฐบาลอภิสิทธิ์ราคายางเฉลี่ยกิโลกรัมละ ๑๒๘ บาทครับท่านประธาน ต่ํากว่าครึ่งไหมครับ ยางชั้นหนึ่งคุณภาพดี ๑๓๔ บาท ขี้ยางกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท น้ํายางกิโลกรัมละ ๑๒๘ บาท เมื่อสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ จากราคายางที่ตกต่ํา รัฐบาลยังตั้งงบประมาณให้กับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปบริหารถึง ๗๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมถึงขอปรับลดครับ เงินที่ผมขอปรับลดรัฐบาลจะได้เอาไป พยุงราคาสินค้าทางการเกษตร ท่านประธานครับ เมื่อสถานการณ์ราคายางตกต่ํา อย่างต่อเนื่องมาตลอด รัฐบาลก็มีมติเห็นชอบ อันนี้ผมก็เห็นด้วยครับ ในการช่วยเหลือ เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เพื่อมาแก้ไขราคายางที่ตกต่ําโดย ครม. อนุมัติวงเงินมาแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติเสนอ เพื่อนําไปให้สถาบัน ที่ทําธุรกิจสวนยาง รวมถึงกลุ่มสหกรณ์ และองค์การสวนยาง เพื่อไปซื้อยางของ พี่น้องเกษตรกร จริง ๆ แล้วเป้าหมายรัฐบาลอยากจะซื้อกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท ใครให้สัมภาษณ์ เจ้ากระทรวงหรือรัฐมนตรีใดให้สัมภาษณ์ไว้ ๑๒๐ บาท พี่น้องประชาชน ผมสอบถามมาแล้วครับ แล้วก็มาปรึกษาหารือผม ตอนนี้เราก็ไม่ต้องการหรอกครับถึง ๑๒๐ บาท เขาว่า ๑๐๐ บาทเขาพอใจแล้ว ก็ขายยางอยู่ ๗๐ กว่าบาท ท่านประธานมันไม่ได้ ต้นทุนจริง ๆ ท่านประธานก็รู้ดีไม่มีใครมาร้องเรียนท่านบ้างหรือครับอยู่จังหวัดชัยภูมิ ผมเชื่อเหลือเกินว่าเรื่องนี้ท่านประธานก็ถูกร้องเรียนมา เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่มาขายยาง ขั้นตอนในการซื้อขององค์การสวนยางก็มีปัญหาครับท่านประธาน ตรงนี้ละอยากจะฝากบอกท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐมนตรีซึ่งดูแล เรื่องยางพารา ผมไม่ขอเอ่ยนามว่าให้ช่วยลงไปดูแล เรื่องของแท็กซี่ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา หรอกครับ ผมทราบ ถามมาแล้วถ้าขยันเพิ่มเขาอยู่ได้ เอาเรื่องยาง เรื่องสินค้าการเกษตร ให้มันบรรลุเถิดครับ ผมเชื่อว่า ส.ส. ซีกรัฐบาลที่ผมพูดบางคนต้องชื่นชอบอีกต่างหาก เพราะผมเชื่อว่าหลายจังหวัดก็เริ่มปลูกยางพารา เริ่มมียางพารา ยางพาราเริ่มกรีดได้ เพราะรัฐบาลส่งเสริมมานานแล้ว เพราะฉะนั้นในโครงการนี้ที่ผมบอกว่ามีปัญหาในขั้นตอน การซื้อ มันมีปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะ ๑. ต้องเป็นสมาชิกของสหกรณ์ ต้องขึ้นทะเบียนอันดับแรก อันนี้ก็พอสมควรแล้ว เพราะว่าบางคนก็ไม่ได้ไปขึ้นทะเบียน ที่มีสวนยางพาราอยู่ เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องใหญ่เลย เพราะเรื่องของการจัดซื้อ ในการจัดซื้อ ผมเข้าใจครับก็ต้องมีการคัดเกรดของคณะกรรมการซึ่งจะซื้อยางในราคา จริง ๆ แล้วก็ ๙๖ บาทมันมีค่าบํารุงรักษาอีก ๔ บาท แต่จริง ๆ ยางคัดเกรดแล้วผมว่าแทบจะไม่ต้อง เพราะไปคัดเขาแล้วยางต้องแห้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คุณภาพยางต้องได้ แผ่นต้องได้ อย่างนี้ ค่าเก็บรักษาผมว่าใช้เพียงน้อยนิดคงจะเก็บรักษาได้ อันนี้ก็ท้วงติงไปครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในการขายยากมาก พี่น้องเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้เป็นสมาชิกสหกรณ์ที่มีสิทธิ ขายเอายางไปตันหนึ่งคัดออกมาแล้วขายได้ไม่ถึง ๕๐๐ กิโลกรัม ส่วนมากนะครับ ผมไม่ได้ บอกว่าทั้งหมด เพราะจริง ๆ แล้วเกษตรกรท่านต้องเข้าใจครับ ยิ่งตอนนี้หน่วยงานของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะเกษตรอําเภอ เกษตรจังหวัด ท่านกวดขันหน่อยนะครับ กระตุ้นเขาหน่อยให้ทํางานให้เข้าถึงพี่น้องประชาชนหน่อย ผมพูดไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนหนึ่ง อย่างน้อยให้ไปเป็นขวัญกําลังใจให้เขาทํางานให้เข้าถึงประชาชนหน่อย เพื่อไปแนะแนวในการทําสินค้าให้มีคุณภาพอย่างนี้ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลังมา เพราะยางพาราขายยางจริง ๆ ที่ผมกล่าวมาข้างต้น แล้วร้ายกว่านั้นครับ ท่านลองนึกภาพสิครับ ยางคัดเกรด ตกเกรดแล้วนี่ ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถซื้อได้ไปไหนล่ะครับ ก็กองอยู่ตรงนั้น ว่าเข็นไปแล้วบรรทุกไปแล้ว พ่อค้านั่งทุบอยู่ข้าง ๆ เลยครับ เมื่อขายไม่ได้อย่างไรเสียก็ต้อง หันกลับมาขายราคาปกติของตลาด ต้องมาประมูลกัน ซึ่งราคาซื้อขายผมบอกไว้ข้างต้นแล้ว ประมาณ ๗๐ บาทเศษ ๆ พ่อค้านั่งทุบเลย เพราะเขารู้ว่ายางพาราคุณตกเกรดขายให้รัฐบาล ไม่ได้แล้วในราคา ๑๐๐ บาท ตรงนี้ละครับพ่อค้าทุบเลย นี่ละครับคือทุกข์ของเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องชาวสวนยางพารา