ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อภิปรายเรื่องการบริหารงบประมาณของรัฐบาลและผลกระทบจากการปฏิรูปเศรษฐกิจในอดีต รวมถึงการเกิดฟองสบู่และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องสําคัญจะบอกกับคนไทยทั้งประเทศ และผมขอโอกาสให้เวลาผมสักนิดหนึ่ง นั่งรอตั้งแต่เช้าถูกแซงคิวไม่รู้ว่ากี่สิบคิว แล้วก็คิดว่า ผมจะใช้เวลาให้น้อยที่สุดแล้วก็จะไปเร็วที่สุด ผมขอใช้เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ตามที่ได้รับอนุญาตด้วยนะครับท่านประธาน และงานที่ผมจะอภิปรายผมมีการค้นคว้า แล้วก็ศึกษากึ่งงานวิจัย เดี๋ยวอภิปรายเสร็จผมจะมอบให้ท่านประธาน เผื่อคนไทยทั้งประเทศ สนใจผมจัดเป็นไฟล์ (File) ให้ด้วยนะครับ มาขอไฟล์จากที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้เลย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับการจัดงบประมาณของรัฐบาล งบ ๒.๔ ล้านล้านบาทนั้น จริง ๆ แล้วเราใช้พัฒนาได้เพียง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง อย่าตกใจเลยนะครับ เพราะว่าเรามีงบใช้จ่ายประจําอยู่แล้ว ขณะเดียวกันผมคาดหวัง ๒ หน่วยงาน จะต้องช่วยรัฐบาลอย่างมากเลยที่ผ่านมายังไม่ค่อยทําหน้าที่เท่าที่ควร หน่วยงานที่ ๑ คือ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วก็หน่วยงานที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องคือธนาคารแห่งประเทศไทย
ท่านประธานครับ ผมจะเข้ามาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี (๑๑) คือ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ขอเพิ่มมา ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี่ ผมจะไม่ให้สักบาทเลย แต่ถ้าผมเพิ่มได้ผมจะให้ถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่อยากให้หน่วยงานนี้ ช่วยปรับบทบาทใหม่ด้วย ทําไมต้องปรับบทบาท ท่านตามผมมาดูก็แล้วกันนะครับท่านประธาน วันนี้ผมจะอภิปรายเป็น ๔ ประเด็นด้วยกันนะครับ
๑.จะชําแหละสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่า ๕๐ ปีพาประเทศไทยล้มเหลวอย่างไร
๒. จะชําแหละว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือธนาคารแห่งประเทศไทย มีส่วนทําให้ประเทศไทยล้มเหลวอย่างไร
๓. จะเสนอวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติแบบยั่งยืน ซึ่งประเทศไทย ไม่เคยประกาศมาก่อนเลย
สุดท้าย ก็จะประกาศว่าคนไทยจะต้องประกาศเสียที เราจะประกาศอะไร กับคนทั้งโลก นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะอภิปราย
ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลย ผมจะไปเร็วหน่อยนะครับ ท่านดูนะครับ ภาพรวมแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่ฉบับที่ ๑ ถึงฉบับที่ ๑๑ นะครับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๔-๒๕๐๕ สมัย จอมพล สฤษดิ์ ที่มาก็คือว่าท่านทราบไหมครับว่า จอมพล สฤษดิ์ต้องไปเก็บตัวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้ง ๖ เดือน แล้วมีการปฏิวัติเกิดขึ้นโดย จอมพล สฤษดิ์ นั่นคือกําลังบอกว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่เบื้องหลัง การตั้งสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติก็ดี ทั้งหมดนี้มีเหตุผลก็คือเพื่อจะคุมกรอบของงบประมาณ คนที่ช่วยเหลือประเทศไทยเขาอยากรู้ว่าประเทศไทยจะใช้งบประมาณอย่างไร แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นการที่ครอบเพื่อที่จะให้ประเทศไทยเดินตามยุทธศาสตร์ของ ประเทศสหรัฐอเมริกา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ จึงเน้นเรื่อง การเกษตร เราขาดข้อมูล ขาดประสบการณ์ ขาดความพร้อม เอื้อทุนอํานาจเก่า ผลก็คือ แก้ปัญหาผิดทางพาประเทศยากจนยิ่งขึ้นแต่ผู้นําเสวยสุข นี่คือแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ ครับ
ท่านดูต่อไปแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ ปี ๒๕๑๐-๒๕๑๔ ยุค จอมพล ถนอม กิตติขจร เน้นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มาก็คือว่า เป็นยุคสืบทอดของอํานาจเผด็จการ เพิ่มอํานาจกลุ่มทุนเก่า ทุนผูกขาด ผลก็คือ ไม่ประสบความสําเร็จ ขาดเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน รากหญ้า ชนชั้นถูกกดขี่ นี่คือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๒
พอล้มเหลวต่อด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ เลยครับ ปี ๒๕๑๕-๒๕๑๙ มาเน้นโครงสร้างพื้นฐานอีก คราวนี้มาสร้างฐานทัพเลย แล้วก็สร้างถนน สู่สงครามอินโดจีน รับใช้ประเทศสหรัฐอเมริกาเต็ม ๆ เลย แล้วก็เพื่อต้านคอมมิวนิสต์ เป็นยุคสงครามเย็น เพื่อนบ้านหวาดระแวงประเทศไทยมากในยุคนั้น ผลก็คือ เกิดความรุนแรง เหลื่อมล้ําชนชั้น รวยกระจุก จนกระจาย การเมืองวุ่นวาย นักศึกษาเข้าป่า เผชิญภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ นี่คือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ นะครับ
ต่อไปเลยครับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๔ ปี ๒๕๒๐-๒๕๒๔ เราเน้นสร้างความสมดุลเกษตร อุตสาหกรรม แล้วก็ผลิตทดแทนการนําเข้า ขาดแผนรับรอง ขาดโนวเลจ (Knowledge) เกิดวิกฤติพลังงาน ผลก็คือเศรษฐกิจตกต่ํา สินค้าเกษตรตกต่ํา เงินเฟ้อ เงินฝืด เฟ้อด้วยฝืดด้วยนะครับ แล้วก็มีการลดค่าเงินบาท ฐานทัพถูกปิด แรงงานไทยปิดหนี แล้วก็แรงงานไทยต้องหนีตายไปประเทศซาอุดีอาระเบียนะครับ
มาดูต่อไปเลยครับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ ปี ๒๕๒๕-๒๕๒๙ ยุคป๋าเปรม เขาเรียกว่ายุคส้มหล่น ดีใจเหลือเกินว่ามีอุตสาหกรรม เลยเน้นอุตสาหกรรมเสียเลย ที่จริงไม่รู้เบื้องหลัง เป็นเพราะว่าประเทศเกาหลี ประเทศไต้หวัน ประเทศญี่ปุ่นถูกประเทศสหรัฐอเมริกาบีบค่าเงิน จนค่าเงินแข็งผลิตของขายไม่ได้ ส่งไม่ออก หนีมาเมืองไทยเพื่อมาหาแรงงานถูก เขาเรียกว่าเลเบอร์ อินเทนซีฟ (Labor Intensive) เราก็ไปโดดรับอันนี้เต็ม ๆ เลย เกิดวิกฤติน้ํามัน ช่วงนั้นก็คือว่า เป็นวิกฤติของสหภาพแรงงานด้วยเพราะเกิดการประท้วงกันทั้งบ้านทั้งเมืองเลย ประชาธิปไตยก็มีแค่ครึ่งใบ ยุคนั้นเขาเรียกยุคอํามาตย์ลากยาว ๘ ปี ผลก็คือไม่ตายก็ไม่โต นําเข้าสินค้าทุนมหาศาล ไม่คิดสร้างเอง ซื้อตะพึดเลย ขาดดุลสูง ไม่พัฒนา ขายแต่แรงงานถูก นี่คือขาดการรับถ่ายทอดเทคโนโลยี นี่คือความล้มเหลวของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาตินะครับ
มาดูต่อไป แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ ฉบับนี้น่าสนใจมาก มีการปฏิวัติด้วยนะครับ ยุคสมัยน้าชาติกับท่านอานันท์ ปันยารชุน ปี ๒๕๓๐-๒๕๓๔ ท่านดูนะครับ เน้นส่งเสริมการผลิตเพื่อการส่งออก น้าชาติเปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า สั่งซื้อเครื่องจักรมากอีกแล้วครับ เศรษฐกิจแบบเก็งกําไร เกิดดีมานด์ (Demand) เทียม เกิดโอเวอร์ อินเวสท์เมนท์ (Over investment) เกิดโอเวอร์ ซัพพลาย (Over supply) เกิดรัฐประหาร รสช. นี่คือยุคเดียวกัน ผลก็คืออะไรครับ ขาดดุลสูงมากเลยครับ เริ่มภาวะฟองสบู่ สงครามซัดดัมซ้ําเติม วิกฤติเศรษฐกิจโลกซ้ําเติม ไทยอยากเป็นนิคส์ (NICs) เอ็นไอซี นิคส์ ก็คือนิว อินดัสทรี คันทรี (New Industry Country) กลายเป็นนิคส์เหมือนกันครับ นรก อีส คัมมิง (Narok Is Coming) นี่คือแผน ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย
ต่อไปท่านดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๗ ปี ๒๕๓๕-๒๕๓๙ การส่งออกมีปัญหานะครับ ส่งเสริมการส่งออกใหญ่เลย เปิดเสรีดับเบิลยูทีโอ (WTO) บีไอบีเอฟ (BIBF) เอาละครับเรื่องนี้สําคัญแล้ว ตอนนี้เริ่มกู้เงินนอกเข้ามาเก็งกําไร พอเปิดบีไอบีเอฟปุ๊บเงินมันไหลเข้ามาเยอะ แล้วดอกเบี้ยถูกมากต่างประเทศ ทําให้ ค่าเงินบาทแข็งเกินจริง เกิดบับเบิล อีโคโนมี (Bubble Economy) เกิดรัฐประหาร รสช. แล้วก็เกิดพฤษภาทมิฬในยุคนั้นละครับเพื่อซ้ําเติมสถานการณ์ ผลก็คือฟองสบู่ตอนนั้น ใกล้แตกแล้วครับ ใกล้แตก ขณะที่รัฐบาลหลงทางไม่รู้จักชะลอเศรษฐกิจ ปล่อยให้เกิดปัญหา เงินเฟ้อและขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างรุนแรง เปิดช่องให้ต่างชาติโจมตีค่าเงิน