ผุสดี ตามไท หารือเรื่องการลดงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการลง 20% เนื่องจากเกรงว่าใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า ไม่มีประสิทธิภาพ และล้มเหลว ผุสดี ตามไท ยังหารือเรื่องการจัดศึกษาที่มีคุณภาพสูง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบท และอ้างถึงตัวเลขที่แสดงถึงผลผลิตของการศึกษาที่ไม่ดี นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหาการเติบโตทางวุฒิภาวะและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน เช่น การใช้เวลากับสื่อและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่สูงเกินไป การออกจากการศึกษาในระบบไปเรียนในระบบ กศน. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมเสี่ยงที่อยากรู้อยากลอง และปัญหาแม่วัยรุ่นที่พบว่าอายุเด็กต่ำกว่า 19 ปีคลอดบุตรมากกว่า 70
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติขอตัดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการลง ร้อยละ ๒๐ ดิฉันขอตัดงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการลงถึงร้อยละ ๒๐ เพราะเกรงว่า จะเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า ไม่มีประสิทธิภาพ แล้วก็ล้มเหลว ดิฉันต้องขอตัด งบประมาณตรงนี้ทั้ง ๆ ที่โดยส่วนตัวมีความเชื่อมั่นแล้วก็ตระหนักในคุณค่าของการศึกษา เป็นอย่างยิ่ง แล้วก็เชื่อจริง ๆ ว่าการศึกษานั้นจะช่วยให้เราหลุดพ้นจากโง่ จน แล้วก็เจ็บได้ แต่กุญแจสําคัญก็คือการศึกษานั้นต้องเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพ ท่านประธานคะ ดิฉันตระหนักดีว่ามีเพื่อนร่วมทางจํานวนมากทีเดียวที่มีความเชื่อเช่นเดียวกับดิฉัน และได้พยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยกันทําให้การศึกษานั้นมีคุณภาพขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ หรือว่าประชาชนทั่วไป แต่วันนี้ท่านประธานคะ เราทุกคนก็ได้แต่นั่งเฝ้ามองด้วยความขมขื่น ด้วยความเศร้าใจ เพราะอะไรคะท่านประธาน เพราะว่าผลผลิตจากการบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการในปีที่ผ่านมาด้วยงบประมาณ ถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้มาตรฐานเลย ปีนี้ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ รัฐบาลได้จัดสรร ทรัพยากรเป็นจํานวนมากทีเดียวให้กับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามวิสัยทัศน์ แล้วก็พันธกิจที่ได้ระบุไว้ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตทวนนิดเดียวว่าวิสัยทัศน์ของ กระทรวงศึกษาธิการนั้นเป็นอย่างไร จัดการศึกษาโดยยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง มุ่งกระจาย โอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมทั้งในเมืองและชนบท พร้อมจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ สําหรับทุกคน การศึกษาจะนําไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของประชาชน ประชาชนที่เข้มแข็ง และมีความรู้คือทุนที่มีพลังในการต่อสู้กับความยากจน พันธกิจข้อเดียวเท่านั้นเองที่ดิฉัน อยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะคะ
ข้อที่ ๑ จัดการศึกษาที่มีคุณภาพสําหรับเด็ก เยาวชน ผู้พิการและ ผู้ด้อยโอกาสทุกคนเพื่อให้เท่าเทียมกันทุกแห่งไม่ว่าในเมืองหรือชนบท ไม่ว่าจะจัดโดยรัฐหรือ เอกชน ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ และเทียบเท่า ท่านประธานคะ แล้วปีนี้ จัดสรรงบประมาณให้มากเท่าไร ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แม้กรรมาธิการจะปรับลดลงไป ในครั้งแรก แต่มาสุดท้ายกรรมาธิการปรับเพิ่มขึ้นให้ไปอีกกว่า ๓๐๐ ล้านบาท แล้วถ้าเทียบ เป็นร้อยละคือร้อยละเท่าไรคะ ร้อยละ ๔.๖ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ แล้วก็ ร้อยละ ๒๐ กว่านิด ๆ ของงบประมาณรายจ่ายประจําปีนี้ ดังที่เพื่อนสมาชิกได้บอกแล้วว่า งบประมาณนั้นสูงที่สุดจริง ๆ แล้วถ้าจะเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านล่ะคะท่านประธาน ในอาเซียนก็พอไม่ต้องถึงไปไกลนะคะ เราก็เป็นรองเพียงแค่ประเทศมาเลเซียเท่านั้นเอง แต่ผลสิคะท่านประธานที่ได้จากการใช้งบประมาณคืออะไร เด็กไทยไอคิว (IQ) หรือระดับสติปัญญาโดยเฉลี่ยต่ําลง ผลการสอบโอเน็ต (O-NET) ปี ๒๕๕๔ ระดับ ป. ๖ ท่านประธานคะ แม้จะดีขึ้น แต่คะแนนเฉลี่ยก็ยังเรี่ยอยู่แถว ๆ ร้อยละ ๕๐ ทุกวิชา แถมวิชาพื้นฐานที่เป็นวิชาสําคัญ เช่น วิทยาศาสตร์ก็ได้เพียงร้อยละ ๔๐ ภาษาอังกฤษ ร้อยละ ๓๘ ระดับ ม. ๓ ทําได้เท่าไรคะท่านประธาน ตกเกือบทุกวิชา เว้นสุขศึกษาและพลศึกษา ซึ่งก็ได้เพียงร้อยละ ๕๐ เท่านั้นเอง ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขอประทานโทษต้องพยายาม ย้ําตัวเลขนี้ให้ทราบเพราะมันเป็นตัวเลขที่ฟ้องว่าคุณภาพนั้นอยู่ที่ตรงไหน ไปในเรื่องของ การประเมินระดับนานาชาติ ผลการประเมินเยาวชนอายุประมาณ ๑๕ ปีในโครงการพิซ่า (PISA) ซึ่งเป็นการประเมินระดับนานาชาติในเรื่องการอ่าน เรื่องคณิตศาสตร์ เรื่องวิทยาศาสตร์ ก็พบว่านักเรียนไทยมีผลการประเมินที่อ่อนด้อยกว่าประเทศอื่น ๆ เป็นส่วนใหญ่ เอาในเรื่องการอ่าน ท่านประธานคะ ร้อยละ ๔๓ ของนักเรียน มีผลการประเมินไม่ถึงระดับพื้นฐาน คณิตศาสตร์อยู่ที่ไหนคะ ร้อยละ ๕๓ ไม่ถึงระดับพื้นฐาน เหมือนกัน วิทยาศาสตร์ร้อยละ ๔๓ ท่านประธานคะ แล้วเราจะมองเห็นอนาคตของ ประเทศไทยไหมคะ สถาบันไอเอ็มดี (IMD) ซึ่งถือว่าเป็นองค์การระดับนานาชาติจัดอันดับ การศึกษาของประเทศไทยอยู่ที่อันดับ ๕๑ จาก ๕๙ ประเทศที่เขาจัดลําดับกัน ไหวไหมคะ ท่าจะไม่ไหว ท่านประธานคะ หันมาดูเรื่องอื่นต่อไปนะคะ เรื่องการเติบโตทางวุฒิภาวะและ พฤติกรรมทั่ว ๆ ไปของเด็กและเยาวชนเป็นอย่างไร ขออนุญาตท่านประธานใช้คําของ ศาสตราจารย์ดอกเตอร์อมรวิชช์ นาครทรรพ ซึ่งเป็นผู้ที่ดูแลโครงการเฝ้าระวังเด็กแล้วก็ได้ ติดตามทําการศึกษาวิจัยเรื่องนี้มาหลายสิบปีทีเดียว ท่านใช้คําว่าเด็กหลุดกรอบ ตกขอบโรงเรียน ทําไมหรือคะ วันนี้พบว่าเด็กไทยใช้เวลากับสื่อและเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งรวมทั้งอินเทอร์เน็ตเอย โทรศัพท์เอย อะไรหลายอย่าง ๖-๗ ชั่วโมงต่อวัน เล่นเกม อย่างน้อย ๒ ชั่วโมงต่อวัน แล้วก็มีเด็กที่อายุไม่ถึง ๑๕ ปีที่ยังไม่จบการศึกษาภาคบังคับ ออกจากการศึกษาในระบบไปเรียนในระบบ กศน. กว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ทําให้ เขาเหล่านั้นเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมเสี่ยงที่อยากรู้ อยากลอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การติดยา ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน มีเพศสัมพันธ์เสี่ยง แข่งรถซิ่ง ยกพวกตีกัน ทําร้ายร่างกายในสถานศึกษา และอีกมากมายหลายประการ รวมไปถึงปัญหาแม่วัยรุ่น ที่พบว่าอายุเด็กต่ํากว่า ๑๙ ปีคลอดบุตรมากกว่า ๗๐,๐๐๐ ราย ภาวะจิตใจล่ะคะ ท่านประธาน เป็นอย่างไรเช่นกัน จากการศึกษาติดตามก็พบว่าในระดับประถมศึกษา ร้อยละ ๒๖ ที่เครียด ในระดับอุดมศึกษาร้อยละ ๔๔ สูงมากเหลือเกิน แล้วไปไหน ถ้าเครียดแล้วแนวโน้มก็คือนําไปสู่การพยายามฆ่าตัวตาย แล้วก็สูงขึ้น ๆ ทุกวัน แล้วก็ ทําสําเร็จคือการฆ่าตัวตาย เฉลี่ยแล้ววันละ ๒-๓ คน ท่านประธานคะ ดิฉันคงขอสรุปตรงนี้ว่า ผลผลิตที่ดิฉันพยายามใช้ตัวเลขที่เป็นฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ มีการติดตามอย่าง เป็นระบบ ผลผลิตที่เนื่องมาจากการใช้งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการที่ใช้สูงมาก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทใช้ไม่ได้ค่ะ ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ ท่านประธานคะ ท่านก็อาจจะต้อง โยนทิ้งไปเพราะมันไม่ได้มาตรฐานเลย ไอคิวหรือระดับสติปัญญาต่ําลง คิดไม่เป็น ทําไม่เป็น แก้ปัญหาก็ไม่ได้ ไม่มีทักษะในการจัดการชีวิต แถมด้วยการมีทัศนะแปลก ๆ ในการดําเนินชีวิตด้วย เช่น ยอมรับได้เรื่องการทุจริต การโกง ท่านประธานคะ ดิฉันไม่มั่นใจว่ากระทรวงศึกษาธิการ จะสามารถใช้งบประมาณ ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ ไปยกระดับ คุณภาพการศึกษา ทําให้คนไม่โง่ ไม่จน ไม่เจ็บ แล้วก็เป็นเสรีชนที่รู้เท่าทัน ปรับตัวได้ ต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ให้ใครเขาหลอกได้ รู้จักคิดได้ด้วยตัวเอง ตรงนี้ค่ะท่านประธาน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่ดิฉันกล่าวมา ขอประทานโทษที่เป็นตัวเลข แต่มันเป็นตัวชี้บ่งที่ชัดเจน ไม่ได้พูดด้วยอารมณ์แต่พูดด้วยเหตุผล ดิฉันก็เกรงจริง ๆ ว่าการใช้งบประมาณดังที่กล่าวนี้ จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง หากล้มเหลวอย่างนี้ดิฉันคิดว่าเราจะมองเห็นอนาคตของประเทศไทย ไม่ได้เลย อีกไม่กี่ปีจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะไปอยู่ตรงไหนคะ ที่เราฝันจะเป็นศูนย์กลางโน่นศูนย์กลางนี่ แพ้เขาหลุดลุ่ยค่ะ ดิฉันจึงต้องยืนยันกับ ท่านประธานว่าขอตัดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการลงร้อยละ ๒๐ ขอบพระคุณค่ะ