เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ แปรญัตติตัดงบประมาณสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค 10% และหารือเรื่องการปรับปรุงบทบาทของสํานักงบประมาณ โดยเน้นการปรับลดการให้กําไรของผู้ดําเนินการต่าง ๆ และการให้รางวัลแก่ผู้ที่ดําเนินงานได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการขาดแคลนบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุข และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหานี้
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๕ นี้ผมได้แปรญัตติงบประมาณรายจ่ายของสํานักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานในกํากับเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๕,๓๘๑,๖๖๕,๕๐๐ ล้านบาท ผมได้แปรญัตติ ตัดงบประมาณในส่วนนี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยจะให้เหตุผลนะครับ ท่านประธานครับ หน่วยงานของสํานักนายกรัฐมนตรี และมีหน่วยงานย่อย ๆ อีกรวมทั้งสิ้น ๒๑ หน่วยงาน เริ่มตั้งแต่สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นต้นไปนะครับ ผมจะไม่อภิปราย ซ้ําประเด็นกับเพื่อนที่ได้อภิปรายผ่านไปแล้วนะครับ โดยจุดแรกที่ผมจะอภิปรายก็คือ ในเรื่องของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กราบเรียนท่านประธานว่าเราคงทราบดีว่า ขณะนี้เราได้ผ่านกฎหมายฉบับหนึ่งไปนั่นก็คือกฎหมายของการตั้งองค์การอิสระคุ้มครองผู้บริโภค และสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งสังกัดอยู่สํานักนายกรัฐมนตรีแห่งนี้ ก็ได้มีภารกิจตามที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้พิจารณาแล้วก็ตัดงบไปบ้างนะครับ ผมเห็นว่าสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหน่วยงานรัฐที่มีบทบาทอันสําคัญยิ่ง ต่อพี่น้องประชาชน ถือว่าเป็นหน่วยงานแรกที่คุ้มครองสิทธิในการที่พี่น้องประชาชน จะไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องของการบริโภคสินค้าต่าง ๆ แต่สิ่งที่ผ่านมาหลายปี ปรากฏว่าผลงานไม่เป็นที่ประจักษ์ เราคงจะได้เห็นภาพทางสื่อต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคไม่พอใจ ต่อผู้ประกอบสินค้าขึ้นมา ทําให้มีเหตุที่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ จึงได้จัดตั้ง องค์การอิสระขึ้นมาก็คือองค์การอิสระคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีการเลือกตั้งในระบบ มาจากระบอบประชาธิปไตย สิ่งนี้ละครับผมจึงต้องการให้หน่วยงานนี้ได้ปรับตัว กระทําการในเชิงรุกในการที่จะคุ้มครองผู้บริโภคหรือประสานงานร่วมกับองค์การอิสระ คุ้มครองผู้บริโภค เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ประโยชน์ตกกับพี่น้องประชาชน วันนี้ผมจะพยายาม อภิปรายในเรื่องที่เกี่ยวกับประชาชน เพราะพวกเรามาจากประชาชน สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือ การตั้งงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ทางคณะกรรมาธิการ ก็ได้ตัดไปแล้ว แต่ผมเห็นว่ามีโอกาสที่จะตัดได้มากกว่านั้นอีก เนื่องจากว่าภารกิจที่แจ้งไว้ ในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ผมเห็นว่ายังไม่สามารถที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหาให้กับ ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการบริโภคสินค้าทั้งหลายที่เป็นปัจจัยสี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง หมู่บ้านจัดสรร รวมถึงการรักษาพยาบาล การซื้อข้าวของต่าง ๆ ที่ไม่ได้คุณภาพหรือไม่ได้รับการประกัน อย่างนี้เป็นต้น นี่คือสิ่งแรกที่อยากจะฝากข้อสังเกตไปยัง หน่วยงานแห่งนี้ว่าท่านจะต้องทํางานเชิงรุกมากกว่านี้
สิ่งที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็คือสินค้าที่เกี่ยวกับการบริโภค ก็คือในเรื่องของอาหาร อาหารเป็นปัจจัยที่สําคัญและเป็นผลกระทบต่อสุขภาพของร่างกาย ในขณะนี้ทั่วโลก อาหารที่เกี่ยวกับทอดทั้งหลายเขาไม่ใช้แล้วครับน้ํามันพืชหรือน้ํามันที่ไขมันไม่อิ่มตัว เขาจะใช้ คําว่าทรานส์แฟท (Trans fat) เป็นหลักในการทอดสินค้าที่ขายบรรจุกล่องหรือบรรจุซองต่าง ๆ ที่พวกเรารับประทานกัน เพราะมันมีหลักฐานทางวิชาการว่าสินค้าเหล่านี้เมื่อใช้ทรานส์แฟท ที่ผมว่าเป็นน้ํามันในการทําให้สุกก็จะทําให้เป็นผลดีกับผู้บริโภค ทําให้ไขมันในร่างกาย ที่เป็นไขมันดีมีเพิ่มขึ้น แล้วไขมันเลวจะได้ลดลง อันนี้คือสิ่งที่ฝากไว้ว่าท่านจะต้องทําในเชิงรุก รวมทั้งควบคุมการประชาสัมพันธ์ของสินค้าต่าง ๆ เช่น สินค้าที่โฆษณาทางวิทยุชุมชนก็ดี หรือทางสถานีโทรทัศน์ช่องพิเศษก็ดี ของคุณป้าต่าง ๆ ที่อวดสรรพคุณมากมาย ทําให้ พี่น้องประชาชนเราได้รับผลจากร่างกาย บางคนพิการ บางคนล้มเจ็บป่วย หรือบางคนถึงตาย แทนที่จะถึงมือหมอเร็วขึ้น อันนี้ถือเป็นเรื่องสําคัญมาก
ในหน่วยงานต่อไปที่ผมจะพูดก็คือสํานักงบประมาณครับ ท่านประธานครับ สํานักงบประมาณผมก็เห็นด้วยว่าควรจะตัดงบประมาณ เพราะว่าสํานักงบประมาณ จริง ๆ แล้วเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทอันสําคัญยิ่งในการที่จะให้คําแนะนํา ให้คําปรึกษา กับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งการจัดตั้งราคากลางซึ่งเป็นเหตุที่สําคัญในเรื่องของ การทุจริตคอร์รัปชัน การจัดตั้งราคากลาง การศึกษาความเป็นไปได้ของราคาสินค้าต่าง ๆ ท่านต้องปรับกระบวนยุทธ์ใหม่หมดครับ จะปล่อยไปไว้อย่างนี้ไม่ได้ นอกจากนี้การให้กําไร หรือการพิจารณาให้กําไรของผู้ดําเนินการต่าง ๆ อาจจะต้องปรับลดลงให้มากกว่านี้ แล้วเราก็ใช้หลักการที่ว่าให้รางวัล ถ้าเขาทํางานได้รวดเร็วขึ้นเสร็จก่อนกําหนด คุณภาพงานดี มีการให้รางวัล ไม่ใช่มีการทําโทษอย่างเดียว ผมเห็นว่าสํานักงบประมาณจะต้องปรับบทบาทนี้ ในส่วนที่ยังทําได้ โดยเฉพาะสิ่งที่พวกเราเรียกร้องหากันก็คือในเรื่องของการได้รายงาน ที่รอกันว่าประมาณ ๑ ทุ่ม สํานักงบประมาณ พันธกิจที่สําคัญ ผมไม่อ่านหมดหรอกครับ เพื่อประหยัดเวลา พันธกิจของสํานักงบประมาณมีว่า ๔. ติดตามประเมินผลและรายงานผล ความสําเร็จของการดําเนินงานจากการใช้จ่ายงบประมาณของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ข้อ ๔ นี้สําคัญครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ถ้าเอกสารใดที่ออกมาไม่เป็นจริง ไม่ตรงต่อความเป็นจริง สํานักงบประมาณในฐานะผู้อํานวยการที่เป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านจะต้องลุกออกมาชี้แจง เพราะอะไรครับ เพราะวิสัยทัศน์ของสํานักงบประมาณบอกว่า สํานักงบประมาณเป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ทันสมัยและเชื่อถือได้ มีความหมายมากนะครับ เชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านอย่าได้เกรงใจผู้บริหารครับ ออกมาชี้แจงให้กับที่ประชุมแห่งนี้ทราบเพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทํางบประมาณ ครั้งต่อไป
ท่านประธานครับ ในสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปและมีส่วนสําคัญมากกับ สํานักนายกรัฐมนตรีก็คือสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือเรียกว่าสํานักงาน ก.พ. นะครับ สํานักงาน ก.พ. นี้ก็คือเป็นหน่วยงานที่มีความสําคัญมากในเรื่องเกี่ยวกับ การพัฒนาและวางระบบบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนการบริหารกําลังคน ภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนสําคัญในการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ในราชการพลเรือน เสริมสร้างมโนสุจริตและความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ ที่มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม อันนี้คือพันธกิจของข้าราชการพลเรือน ผมขอเรียน ซ้ําอีกครั้งหนึ่งว่าความโปร่งใสคือสิ่งที่สําคัญ และรัฐสภาแห่งนี้คือสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็เรียกร้องมาโดยตลอด ความโปร่งใสก็คือการตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนครับ เพราะฉะนั้น สํานักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนท่านจะต้องคํานึงถึง สิ่งต่าง ๆ ที่ผมพูดถึงเรื่องพันธกิจดังกล่าวแล้ว ขณะนี้มันมีปัญหาในเรื่องของบุคลากร มากมายหลายหน่วย โดยเฉพาะหน่วยงานที่สําคัญที่ผมจะต้องเอ่ยถึงก็คือข้าราชการของ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้บริการกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่มีปัญหาด้านบุคลากรมาโดยตลอดครับ และไม่ว่าใครจะเป็นรัฐมนตรีก็ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหานี้ได้ เนื่องจากกลไก กฎเกณฑ์ กฎกระทรวง กฎหมายต่าง ๆ มันรุมรัดกันไปหมดครับ ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชน ซึ่งมารับบริการนโยบาย ๓๐ บาทจากรัฐบาลนี้ที่เป็นผู้เริ่มก็ไม่สามารถที่จะช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนเขาได้ เพราะทางรัฐบาลก็โฆษณาประชาสัมพันธ์ในเรื่องของการใช้สิทธิ โดยเฉพาะ ๓๐ บาท ซึ่งขณะนี้ทราบว่าโครงการ ๓๐ บาทจากการที่ไม่เก็บสตางค์เลย เริ่มจะคิดเงินจากผู้มาใช้บริการ เริ่มวันที่ ๑ กันยายนที่จะถึงข้างหน้านี้แล้วครับ นั่นก็หมายความว่าปัญหานี้เกิดจากเงินที่ไม่พอ งบประมาณต่อหัวไม่พอ นอกจากนี้ ก็ยังมีเรื่องของปริมาณงานที่มากจากพี่น้องประชาชน ๔๗ ล้านคนเศษไปใช้บริการ นอกจากนี้กําลังคนที่สําคัญของกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับครับ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ นักกายภาพบําบัด นักวิทยาศาสตร์ทางเคมี รวมทั้งเอกซเรย์ ทํางานเกินกําลัง เกินมาตรฐานของโลกที่เขามีอยู่ เพราะฉะนั้นความบกพร่อง ความไม่พอใจที่เกิดขึ้น กับผู้มาใช้บริการมันก็จะมีสถิติที่นับวันจะสูงขึ้น ๆ และเราก็จะมาเริ่มแก้ไขปัญหากัน ที่บั้นท้ายก็คือว่าออกกฎหมายคุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล ผมจะต้องชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าในอนาคตข้างหน้าก็คือประมาณ ๓ ปีจากนี้ไป ก็คือตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยเราก็จะเปลี่ยนไปเป็นสังคมของอาเซียน เราจะมีบุคลากร รอบบ้านเราที่จะต้องเดินทางเข้าในประเทศสะดวกขึ้นแล้วก็จะมาใช้บริการ กระบวนการ ทางสาธารณสุขจะเป็นปัญหามากในเรื่องกําลังคน เพราะขณะนี้แม้แต่รักษาพี่น้องคนไทย ๔๗ ล้านคนเศษที่ใช้สิทธิ ๓๐ บาท รวมกับสิทธิข้าราชการ และสิทธิจากกองทุนประกันสังคม ก็คือ ๖๐ ล้านคนเศษ กําลังคนขณะนี้ไม่เพียงพอครับ ผมเรียนให้ท่านประธานทราบว่า กําลังผลิตแพทย์ขณะนี้ ๒,๕๐๐ คนต่อปี เรากําลังขาดแคลนแพทย์อยู่ในขณะนี้ตัวเลข ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คนเศษ ถ้าเปิดเออีซี (AEC) คือสังคมอาเซียนขึ้นมากําลังคน แพทย์จะต้องใช้บวกเข้าไปเพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๑,๒๐๐ คนจากการคาดการณ์ เช่นเดียวกันครับ กับภาคพยาบาล ตอนนี้เรามีกําลังผลิตอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คนต่อปี แต่ภาครัฐขาดอยู่ อีกประมาณ เฉพาะภาครัฐนะครับ ไม่พูดถึงภาคเอกชน ขาดอยู่ประมาณ ๑๖,๐๐๐ คนเศษ ถ้าเปิดเป็นประชาคมอาเซียนจะต้องใช้กําลังคนคาดว่าอีกประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าคนเศษ นี่คือในหน่วยงานของภาครัฐ ทันตแพทย์เช่นเดียวกันครับ กําลังผลิต ๘๐๐ คนต่อปี ภาครัฐขณะนี้ขาด ๒,๙๐๐ คน ถ้าประชาคมอาเซียนเปิดขึ้นมา กําลังทันตแพทย์ก็จะเพิ่มขึ้น อีกประมาณ ๓๐๐ กว่าคน ที่ผมมาพูดในที่นี้ก็เพื่อจะชี้แจงให้เห็นว่าขณะนี้ปัญหาที่ สํานักงาน ก.พ. ไม่สามารถที่จะบรรจุอัตรากําลังคนต่าง ๆ ตามที่กระทรวงเรียกร้อง ก็เพราะว่า เรามีกฎต่าง ๆ ออกมามากมาย เมื่อข้าราชการหน่วยงานใดก็ตามเกษียณอายุ ก็ให้ลดตําแหน่งนั้นไปเสีย ถามว่าบางหน่วยงานเหมาะสมครับ แต่ในบางหน่วยงาน ที่เปิดบริการ ๒๔ ชั่วโมงนี่ผมคิดว่าสมควรที่จะมีการทบทวนตําแหน่งต่าง ๆ อัตรากําลังต่าง ๆ นอกจากนี้การให้บริการนี่ครับ ขวัญกําลังใจของผู้ทํางานมีความสําคัญ ถ้าคนทํางาน มีความสุขยิ้มได้ ผลลัพธ์จากการรักษาพยาบาล จากการดูแลก็จะยิ่งดีมากยิ่งขึ้น ผมคงจะมีเรื่องใหญ่ ๆ ที่จะฝากทางท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ว่า ท่านจะต้องพยายามพิจารณาศึกษาและซักถามในเรื่องเหล่านี้ แต่ผมเห็นใจ เพราะว่าท่านมีเวลาประมาณ ๗๐ วันในการทํางบประมาณทั้งสิ้น ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือกลไกของการพิจารณางบประมาณในแต่ละปีของเราที่จะมีการจํากัดเวลา เพราะฉะนั้นก่อนจบนี้ผมก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลายคนที่เสนอว่าน่าจะมี คณะกรรมาธิการสามัญงบประมาณโดยเฉพาะเพื่อพิจารณากันทั้งปี แล้วก็ให้ ส.ส. ทุกคน รวมทั้งท่านวุฒิสมาชิก พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมในการจัดทํางบประมาณ งบประมาณ ที่ทําด้วยความหยาบด้วยระยะเวลาอันสั้นผลมันก็ออกมาหยาบครับ เพราะฉะนั้น เราต้องปรับปรุงใหม่ แก้ไขใหม่ ผมขอให้ท่านประธานในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านได้ใช้บทบาทของท่านดําเนินการแก้ไขในสิ่งที่ผมได้พูดไปในเรื่องของการตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับ ขอขอบคุณมากครับ