อนุชา บูรพชัยศรี แปรญัตติงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาความปลอดภัยบนถนน พร้อมพูดถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการปรับปรุงระบบขนส่งผู้โดยสารและสินค้า
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติในเรื่องงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมไว้ ที่ผมได้ตัดลด งบประมาณไว้เพราะว่ามันมีหลายโครงการที่ผมมีความเป็นห่วง
โครงการแรกที่ผมอยากจะพูดถึงนะครับ เป็นความห่วงใยไม่ใช่เฉพาะ พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครเท่านั้นนะครับ แต่ว่าทั่วประเทศเลย คือความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากว่าตอนนี้ถ้าท่านประธานเห็นนะครับ จะเห็นว่าเกิดอุบัติเหตุ มากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนนที่ดูแลสังกัดของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หรือแม้กระทั่งที่เราเรียกว่าบนทางด่วนซึ่งดูแลโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทยนี่ จะเห็นมีมากเลยครับ รถตกจากทางด่วนมาข้างล่าง มีผู้เสียชีวิต ไม่ใช่เฉพาะคนที่ขับรถอยู่นะครับ ผู้ที่สัญจรไปมาอยู่ด้านล่าง รวมไปจนกระทั่งถึงการที่รถปีนเกาะกลาง ฟุตปาธ หรืออะไร ต่าง ๆ บ้าง ทั้งนี้ก็เพราะว่ามีหลายโครงการในเรื่องของการออกแบบ ในเรื่องของการศึกษา ซึ่งต้องบอกว่าไม่ได้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ในการออกแบบเลย ถ้าถามว่าจริงหรือไม่ เราก็คงจะเห็นอยู่ในเรื่องของอุบัติเหตุทั่ว ๆ ไป ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะระยะหลัง ๆ ผมก็เลยได้มีความเป็นห่วงเป็นใยครับว่างบประมาณ ที่เราได้นําเสนอทั้งหมดอยากให้หลายส่วนได้เข้าไปพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวิศวกร ที่ออกแบบหรือแม้กระทั่งบริษัทที่ปรึกษา เข้าไปดูเถอะครับ ทําอย่างไรก็แล้วแต่อาจจะมี งบประมาณที่มันเพิ่มขึ้นมาสักเล็กน้อย แต่ถ้ามันเป็นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนอยากให้ตระหนักตรงนั้นไว้มาก อย่าไปเซฟ อย่าไปลดคอร์ส (Cost) บนทางด่วนในกรุงเทพมหานครก็เห็นครับจุดตัดอะไรต่าง ๆ มากมายเลย ขึ้นทางด่วน จะเลี้ยวปัดไปทางขวาก็จะมีรถที่อยู่บนทางด่วนอยู่แล้วจะปัดมาทางซ้ายเพื่อที่จะลงทางด่วน ทํากันเป็นรูปเอ็กซ์ (X) กันไปหมดเลยนะครับ บางครั้งก็จะเห็นว่าจะต้องให้จอดกันบ้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วบนทางด่วนมันไม่ควรจะต้องจอด หรือแม้กระทั่งในส่วนของไฮเวย์ (Highway) ต่าง ๆ ไม่ควรจะต้องมาจอดอยู่กลางถนนเราก็เห็นอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้นํา งบประมาณไปเพิ่มเติมในส่วนของตรงนี้ หรือแม้กระทั่งที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวง ที่ต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งไปตัดกับรถไฟ เส้นทางรถไฟ เราก็เห็นอยู่ที่ผ่าน ๆ มามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมาย ในส่วนของการที่มีการจัดตั้งงบประมาณไป ที่เกี่ยวข้องกับการที่รถไฟ ทางหลวงชนบท ทางหลวงต่าง ๆ จะต้องไปทําสะพานข้าม จะไปสร้างอุโมงค์ จะไปสร้างไม้กั้นหรืออะไรต่าง ๆ ผมดูแล้วก็คือว่ามีน้อยมากเลยนะครับ อยากจะให้ตัดในส่วนตรงนี้เพื่อที่จะไปดูแลตรงนี้เพิ่มเติมขึ้นแต่ผมดูแล้วทางคณะกรรมาธิการ หรือทางรัฐบาลไม่ได้เพิ่มเติมเข้ามา
นอกจากนั้นพูดถึงเรื่องของการออกแบบการศึกษาระบบขนส่งในกรุงเทพมหานคร รวมไปจนกระทั่งถึงทั่วประเทศ ผมก็จะอดพูดถึงสํานักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจรหรือ สนข. ไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นทิงค์ แทงค์ (Think Tank) เป็นหน่วยงาน ที่ต้องดูแลทั้งหมด ผมดูแล้วก็คือว่ามีงบประมาณจํานวนมากแล้วก็เป็นงบผูกพันด้วย จริง ๆ มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ มาถึงปีนี้ ๒๕๕๖ แล้วไปจนถึงปี ๒๕๕๗ ด้วยซ้ําที่ผมเห็นอยู่ ในแผนงาน มีเรื่องของการศึกษาที่จะเข้าไปดูของรถไฟความเร็วสูงมากมาย สิ่งหนึ่งที่ผม เป็นห่วงตรงนี้ก็คือว่ารถไฟความเร็วสูง รัฐบาลชุดนี้ยังไม่ได้พูดออกมาเลยครับว่านโยบาย ของการที่จะเป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่จะมีความเร็วเกิน ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เราจะมุ่งเน้นเรื่องของระบบการขนส่งผู้โดยสารหรือเราจะขนส่งสินค้า หรือเราจะทําควบคู่ไป ทั้ง ๒ อย่าง การลงทุนในส่วนของตรงนี้มันไม่เหมือนกันนะครับ ถ้าเราไปดูในต่างประเทศ จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ประเทศสเปน ที่ประเทศฝรั่งเศส เขาเน้นเรื่องของ การขนส่งผู้โดยสาร แต่ถ้าเราไปมองดูอย่างเช่นประเทศเยอรมนีเขาขนส่งทั้งผู้โดยสารและ มีการขนส่งสินค้าด้วย เขามองถึงเรื่องของระบบโลจิสติกส์หลายคนพูดครับ พูดถึงเรื่องของ การที่จะมีรถไฟความเร็วสูงแล้วจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของเราจากตอนนี้ที่อยู่ ประมาณ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีให้เหลือประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์อะไรก็แล้วแต่ แต่ ณ วันนี้ผมอยากให้รัฐบาลประกาศออกมาให้ชัดเจนเลยว่ารถไฟความเร็วสูงของเรา จะเป็นรถไฟที่ขนคนหรือขนสินค้า หรือขนทั้ง ๒ อย่าง ทาง สนข. จะได้ไม่ต้องเสียเงิน โดยเปล่าประโยชน์ในการที่จะไปศึกษาว่าเราจะต้องมีราง จะต้องมีเรื่องของฟีซิบิลิตี (Feasibility) การขนส่งอะไรอย่างไรที่มันจะคุ้มทุนด้วย เราเห็นครับโครงการหลาย ๆ โครงการที่พูดถึงกันไป สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นหนังสือเล่มเดียวที่ออกมาเป็นผลการศึกษา แต่เสียเงินไปหลายร้อยล้านบาทมากนะครับ ยกตัวอย่างก็คืออย่างเช่นโครงการที่เราเห็น เรียกว่าจะวิสัยทัศน์หรืออะไรก็แล้วแต่ เราคงเคยได้ยินในเรื่องของโครงการแหลมผักเบี้ย ที่จะสร้างมอเตอร์เวย์ (Motorway) หรือไฮเวย์ จากพัทยามาที่อําเภอชะอํา อําเภอหัวหิน ท่านประธานครับ โครงการนั้น สนข. ได้ใช้เงินไปถึง ๔๐๐ ล้านบาท ได้สมุดมาเล่มเดียว หนาไม่เกินเท่านี้ละครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ทาง สนข. ได้พิจารณาดูแล้วก็ถามรัฐบาลว่าต้องการในลักษณะแบบไหน หรือแม้กระทั่งโครงการทางด้านภาคใต้ที่เราพูดถึงของการที่จะเชื่อมต่อท่าเรือแลนด์ บริดจ์ (Land bridge) จากจังหวัดสตูลมาที่จังหวัดสงขลา โครงการนั้นใช้งบประมาณไปเกือบ ๒๐๐ ล้านบาทเช่นเดียวกัน สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้มีอะไรออกมานอกจากเป็นแค่เส้นทางรถไฟ เส้นเดียวเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วเรื่องของโครงการแลนด์ บริดจ์มันเป็นสะพานเศรษฐกิจ ที่จะต้องพูดถึงแล้วก็จะต้องพิจารณาถึงความที่เราจะจัดตั้งหลาย ๆ ส่วนไม่ใช่แค่เฉพาะ เรื่องของการขนส่งอย่างเดียว มันจะต้องแปรรูปจากฝั่งหนึ่ง จากฝั่งอันดามันไปถึงฝั่งอ่าวไทย หรือฝั่งอ่าวไทยไปฝั่งอันดามัน แต่ผมดูสุดท้ายแล้ว ณ ตอนนี้ในส่วนของงบประมาณก็ยังมี ปัญหาอยู่ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่างบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ นี้ เป็นงบประมาณรายจ่ายที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีประวัติศาสตร์มา อันนี้สมาชิกหลายท่าน ได้พูดไปแล้วถึง ๒.๔ ล้านล้านบาท ในขณะที่รายรับของประเทศกําหนดหรือว่ามีการวางไว้ว่า น่าจะได้อยู่ที่ ๒.๑ ล้านล้านบาท นั่นหมายความว่างบประมาณฉบับนี้ขาดดุลถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็อีกเช่นเดียวกันครับเป็นงบประมาณขาดดุลที่มากที่สุด ในประวัติการณ์ ส่วนหนึ่งเราถึงได้ยินวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดนี้ที่ออกมาพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลเศรษฐกิจเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็ใส่หมวกเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ด้วย พูดถึงกองทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือที่เรา เรียกกันทั่วไป เรียกว่าอินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ (Infrastructure Fund) ถามว่ากองทุนนี้ คืออะไร กองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐานก็คือการที่จัดตั้ง กองทุนมาเพื่อที่จะระดมทุนจากผู้ลงทุนทั่ว ๆ ไปจะเป็นรายย่อยหรือรายใหญ่ก็ดี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อที่จะนํามาใช้พัฒนากิจการหรือสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นระบบในส่วนของการคมนาคม ระบบราง ระบบน้ํา ระบบอากาศ แน่นอนครับรางเราพูดถึงรถไฟ น้ําพูดถึงท่าเรือต่าง ๆ อากาศเราพูดถึงสนามบิน แต่ผมมีปัญหาตรงที่ว่าที่ท่านกําลังนําเสนอเพราะว่าท่าน ไม่สามารถที่จะกู้ได้เพราะว่าท่านกู้มาเยอะแล้ว แล้วมันเกินเพดานใกล้จะเกินเพดานแล้ว ถึงแม้ท่านจะมีการโอนบางส่วนไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในส่วนของกองทุนฟื้นฟูอะไร ก็แล้วแต่ แต่ ณ วันนี้ผมค่อนข้างที่จะเป็นห่วงครับว่ากองทุนที่ท่านกําลังพูดถึงที่ท่านกําลังจะ โฆษณาให้กับนักลงทุนไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศเริ่มเกิดความไม่มั่นใจมาก เพราะนโยบายของรัฐบาลที่นําเสนอให้กับพี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น ท่านพูดถึงเรื่องของค่าโดยสาร ๒๐ บาทตลอดสายในส่วนของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ณ ตอนนี้ก็ต้องบอกว่าโครงการหลาย ๆ โครงการไม่ได้ดําเนินการ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะดําเนินการได้อย่างไร ในอนาคตถ้าเราพูดไปว่าเราจะมีกองทุน โครงสร้างพื้นฐานและเราออกนโยบายมาในลักษณะอย่างนี้มันจะทําให้ผู้ลงทุนเกิดความ ไม่มั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตั๋วร่วมก็ดี เราได้ยินมาตั้งแต่วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ ประกาศถึงเรื่องของนโยบายว่าจะทําเรื่องของตั๋วร่วมในการขนส่งมวลชน ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ณ ตอนนี้ผ่านไป ๑ ปี ถึงแม้ว่าท่านจะยังไม่ได้พูดถึง เรื่องของผลงาน ๑ ปีก็แล้วแต่ แต่ผมมั่นใจเลยว่าไม่สามารถที่จะมีในเรื่องของ ๒๐ บาท ตลอดสายหรือตั๋วร่วมแน่นอน เพราะว่าผมเป็นคนกรุงเทพฯ ผมก็ยังไม่เห็นว่าจะขึ้นรถ ขึ้นเรือ หรือขึ้นรถไฟในราคา ๒๐ บาท หรือใช้ตั๋วใบเดียวได้ทุกโหมด (Mode) ของ การเดินทางเลย เพราะฉะนั้นผมก็เป็นห่วงครับ
แล้วอีกอย่างหนึ่งเรื่องของกองทุน เช่นเดียวกันโครงสร้างพื้นฐาน เรากําลัง จะให้นักลงทุนมาลงทุนว่าเรากําลังจะสร้างระบบราง เรากําลังจะสร้างระบบอะไรต่าง ๆ ทั้งหมด แต่สุดท้ายนโยบายของรัฐบาลบอกว่าเราจะสนับสนุนให้คนมีรถคันแรก ใช้งบประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทสามารถใช้งบประมาณไปสร้างรถไฟ ๑ เส้นได้สบาย ๆ เลย แต่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับว่ากระทรวงคมนาคมมีความคิดในลักษณะเช่นไร ในการที่ออกงบประมาณมาในลักษณะเช่นนี้ ความมั่นใจอีกอันหนึ่งเราเห็นกันอยู่ ทุกคน เห็นกันอยู่ในประเทศ แล้วก็ต่างประเทศตอนนี้ที่เข้ามาในประเทศไทย ก็คือเรื่องของการที่สนามบินเรามีปัญหาในการที่จะต้องปิดซ่อม เราเห็นเพื่อนสมาชิกพูดถึง ปัญหาตรงนี้แล้วมีการพูดคุยกันสอบถามการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยไปว่าเกิดอะไรขึ้น ถามทางด้านสายการบินว่าเกิดอะไรขึ้น ถามหน่วยงานที่ดูแลเรื่องวิทยุการบินว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าที่ได้รับมาก็คือมีการประกาศว่าจะมีการปิดซ่อมรันเวย์แค่เพียง ๑ เดือนเท่านั้นเอง ผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าในอนาคตการที่เราจะมีการบอกให้คนเขามาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ว่าการบริหารจัดการของเราเป็นแบบนี้เขาจะมีความเชื่อมั่นได้อย่างไร อย่าพูดถึงเรื่องของ กองทุนเลยครับ แค่เฉพาะงบประมาณปีนี้เรายังไม่ทราบเลยว่าสุดท้ายแล้วการก่อสร้างรันเวย์ที่ ๓ จะมีหรือไม่มี ถึงแม้ว่าการก่อสร้างรันเวย์ที่ ๓ จะไม่ได้ช่วยในเรื่องของการที่จะลด ทราฟฟิก (Traffic) หรือความคับคั่งของสนามบินสุวรรณภูมิมากน้อยเท่าไร แต่อย่างน้อย ประกาศให้เขารู้ว่าถ้าเกิดมีการก่อสร้าง มีการซ่อม มีการทําอะไรก็แล้วแต่ยังมีรันเวย์ ที่สามารถที่จะรองรับได้อีก ๑ รันเวย์ เป็นรันเวย์สํารองก็ยังดีครับ ถึงแม้ว่าความห่างของ รันเวย์ที่ ๒ และที่ ๓ จะไม่มากประมาณ ๔๐๐ กว่าเมตรไม่สามารถที่จะขึ้นลงได้พร้อมกัน แต่ถ้าเกิดประกาศไปเลยครับว่าเรากําลังจะทํา เรากําลังจะมีรันเวย์ที่ ๓ เพื่อที่จะได้เป็น รันเวย์สํารอง เพราะว่าผมแน่ใจครับว่าสนามบินทุกสนามบินต้องมีการปิดรันเวย์เพื่อซ่อม แต่ว่าจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีกว่านี้ไม่ใช่ประกาศออกมาแค่ ๑ เดือนเท่านั้นก่อนที่จะปิด สายการบินเขาปรับเวลาไม่ได้หรอกครับ ตารางเวลาบินเขาไม่ได้แจ้งแค่เพียง ๑ เดือนเท่านั้น มีคนจองตั๋วเขามาเป็นเดือน ๆ ครับ
อีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะขอพูดก็คือเรื่องของการที่ตอนนี้รถไฟฟ้าในส่วนของ บีทีเอส (BTS) กทม. ได้มีการสรุปว่าส่วนต่อขยายจากหมอชิตไปที่สะพานสูงไปตําบลคูคต จากนี้ไปจะเป็นในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่จะดูแลรับผิดชอบ ผมอยากจะเรียนครับว่า ในส่วนตรงนี้ผมดูแล้วงบประมาณก็ไม่ได้มีเขียนหรือพูดถึงว่าจะสร้างเมื่อไร อย่างไร มีแต่การศึกษาอย่างเดียว ตอนนี้ล่าช้ามา ๒ ปีแล้วครับ พี่น้องประชาชนในเขตนั้น เขาก็สอบถามมานะครับว่าเมื่อไรจะสร้างสักที ผมดูแล้วงบประมาณตรงนี้ก็ไม่มี ก็อยากจะ แสดงความเป็นห่วงนะครับ เพราะว่าส่วนต่าง ๆ เหล่านี้การศึกษามีหมดแล้วอยู่ที่เพียง รัฐบาลจะกดปุ่มเมื่อไรเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมเป็นห่วง
แล้วก็อีกอย่างหนึ่งครับ เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะว่าเรากําลังจะเข้าสู่ ประชาคมอาเซียนหรือว่าเออีซีแล้ว มีหลายคนเขาหัวเราะครับ ตอนนี้ผมเองก็เคยเจอ คนเขาหัวเราะเยาะครับ เวลาไปต่างประเทศนําใบขับขี่รถยนต์ต่างประเทศหรือสากลไปยื่นให้เขา เขาหัวเราะและตกใจครับ ที่อื่นในอาเซียนเขาเป็นอิเล็กทรอนิกส์หมดแล้ว บัตรก็ไม่ต่างจาก บัตรประชาชนเท่าไรละครับ แต่ของเราไปยื่นให้เขาเล่มเท่านี้ครับ เล่มเท่านี้จริง ๆ เลยนะครับ ก็เลยอยากจะให้กรมการขนส่งทางบกช่วยดูหน่อยเถอะครับว่าเราสามารถที่จะทําอย่างไรได้ เพราะว่าอีก ๒-๓ ปีแล้วนะครับ กฎกระทรวงจะไปแก้หรือจะไปทําอะไร จะไปสร้างระบบ คอมพิวเตอร์ใหม่ ทําเถอะครับ อย่าให้เป็นสิ่งที่เขาต้องมาหัวเราะขบขันให้กับเราเลยนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน