สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอันวาร์ สาและ อยู่ไหมครับ

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

อยู่ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ

นายอันวาร์ สาและ ปัตตานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่อง ความเดือดร้อนของชาวบ้านที่จะปรึกษาหารือต่อ ณ ที่ประชุมสภาแห่งนี้นะครับ ก็คือว่าในพื้นที่ของผมเองเปึนพื้นที่ที่ติดกับแนวเขตของทะเลนะครับ แล้วก็จะมีอยู่ ๓ อําเภอที่อยู่ในภาวะที่ค่อนข้างจะวิกฤติ ก็คือมีปัญหาในเรื่องของน้ําทะเลกัดเซาะตลิ่ง ผมยกตัวอย่างใน ๓ อําเภอนะครับ กรณีที่เกิดปัญหาในพื้นที่ก็คือ ๑. อําเภอปะนาเระ ๒. อําเภอยะหริ่ง แล้วก็ ๓. อําเภอหนองจิก โดยเฉพาะพื้นที่ของ ๒ อําเภอ ในอําเภอยะหริ่ง พื้นที่เขตถนนของสายตะโละกาโปร์ ตําบลตะโละกาโปร์ แล้วก็ตําบลแหลมโพธิ์นะครับ ตรงนี้จะเปึนน้ํากัดเซาะทุกป้แล้วก็เสียงบประมาณไปจํานวนมาก แค่ปัจจุบันนี้ที่ลงไปก็แค่ ถมดินลงไปแค่นั้นเอง แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ผมคิดว่าอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดูแล้วก็วางแผนในเรื่องของแก้ปัญหาระยะยาว

แล้วก็อีกพื้นที่หนึ่งนะครับ ก็คือในเขตตําบลบางระพา แล้วก็ตันหยงเปาว์ ตรงนั้นมีการกัดเซาะตลิ่งในภาวะที่ค่อนข้างจะวิกฤติ เหลือพื้นที่ไม่กี่สิบเมตร ที่จะกินใน พื้นที่เปึนของอนามัยอําเภอครับ แล้วก็โรงเรียน ผมคิดว่าผมอยากจะฝากท่านประธานไป ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบดําเนินการในพื้นที่ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความเสียหาย มากกว่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนฤมล ธารดํารงค์ เจ้าตัวไม่อยู่นะครับ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ไม่อยู่นะครับ คุณสมคิด บาลไธสง เชิญครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากหนองคาย เขต ๑ นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ครับ ผมขอหารือกับท่าน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ

เรื่องแรก คือการสร้างหรือปรับปรุงบ้านพักตํารวจ สภอ. (สถานีตํารวจภูธร อําเภอ) อําเภอโพนพิสัยนะครับ อําเภอโพนพิสัยเปึนอําเภอที่รับนักท่องเที่ยวเปึนประจํา ทุกป้ ป้ละเปึนเรือนแสน ในงานมหกรรมบั้งไฟพญานาคนะครับ เมื่อชาวบ้านชาวเมืองไป ก็ได้รับบริการจากสถานีตํารวจ ซึ่งบ้านพักสถานีตํารวจไม่สง่างามนะครับ ผุพัง อยู่กลางเมือง ก็อยากให้ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักนายกรัฐมนตรี ได้ดูแลเปึนกรณีพิเศษด้วย นะครับ

สําหรับเรื่องที่ ๒ คือการสร้างและปรับปรุงสนามกีฬาจังหวัดหนองคาย ซึ่งจังหวัดหนองคายเปึนจังหวัดเดียว ไม่หลายจังหวัดนะครับในประเทศที่ไม่เคยเปึน เจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาตินะครับ ก็อยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาได้ให้ความสําคัญจังหวัดหนองคายในการสร้างสนามกีฬา ซึ่งมีที่อยู่ประมาณเกือบ ๕๐๐ ไร่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเมืองจังหวัดหนองคาย ก็อยากให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาได้ให้ความสําคัญ เพราะว่าโดยเฉพาะป้นี้นะครับ จังหวัดหนองคายเราเปึนจังหวัด ใกล้เคียงกับนครเวียงจันทน์ ซึ่งจะเปึนเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในป้นี้ เพื่อกระตุ้นการจัดการแข่งขันกีฬาและให้ประชาชนรักการเล่นกีฬานะครับ ก็อยากให้ทาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ดูแลหรือปรับปรุงสนามกีฬาด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๓ คือการจัดตั้งสํานักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาของประเทศไทย นะครับ ซึ่งขณะนี้ทางโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษาเดิม เขาต้องการอยากตั้ง สํานักงานเขตพื้นที่ของมัธยมศึกษาโดยเฉพาะออกจากเขตพื้นที่ปกตินะครับ ก็อยากให้ กระทรวงศึกษาธิการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี้ได้ดูแล แล้วก็ให้ตั้งโดยทั่วถึงนะครับ เท่าที่ทราบนี้ว่าทางกระทรวงศึกษาธิการจะตั้งแค่ ๑๘ สํานักงาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทําเปึนหนังสือมาก็ได้ คุณสมคิดทําเปึนหนังสือมาดีกว่า

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ครับผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุพัชรี ธรรมเพชร

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตหารือกับท่านประธานใน ๒ เรื่องด้วยกันนะคะ

เรื่องแรก ก็คือตอนนี้โรงพยาบาลศรีนครินทร์หรือโรงพยาบาลปัญญา นันทภิกขุ ซึ่งเปึนโรงพยาลบาลประจําอําเภอศรีนครินทร์ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างอยู่ค่ะ เราได้งบประมาณมาโดยมีการก่อสร้างแล้ว ๒ อาคารค่ะ แต่ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ตอนนี้ยังขาดอยู่ก็คือในส่วนของการจัดหา ครุภัณฑ์ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ค่ะ ดิฉันคิดว่าโรงพยาบาลประจําอําเภอนี่นะคะ เราสมควรที่จะมีการจัดตั้งให้โดยเร็วที่สุดค่ะ เพราะว่าเพื่อที่จะเปึนการระบายผู้ป์วยใน จากอําเภอเมืองหรือว่าโรงพยาบาลพัทลุงนี่ออกมานอกพื้นที่ก็คือในเขตอําเภอศรีนครินทร์ นี้ค่ะ ดิฉันก็เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะคะว่าให้ช่วยดู ในเรื่องของการจัดหา หรือว่าขอสนับสนุนในส่วนของการจัดซื้อครุภัณฑ์ในโรงพยาบาล ศรีนครินทร์ด้วยค่ะ

อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน ตอนนี้สายวังหินซึ่งตั้งอยู่ที่ตําบลชะรัด อําเภอ กงหรา เกิดความเสียหายค่ะท่านประธาน ซึ่งความเสียหายตรงนี้ก็เกิดจากอุทกภัย ครั้งที่แล้ว แล้วทําให้พี่น้องชาวตําบลนาโหนด อําเภอเมือง จังหวัดพัทลุงนี่ค่ะไม่มีน้ําไหลผ่าน เพื่อที่จะทํานานะคะ ตรงนี้เกิดปัญหาเพราะว่าพี่น้องตําบลนาโหนดเขาอยู่ท้ายเหมือง น้ําจึงไหลไปไม่ถึง ตรงนี้ก็เลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะคะ ปัญหาที่ดิฉันคิดว่า ในส่วนนี้ก็คือในเรื่องของการถ่ายโอนอํานาจไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี่ไม่มีงบประมาณในการจัด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทําหนังสือมาก็แล้วกัน หมดเวลาแล้ว

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

ค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อยู่ไหมครับ เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานอยู่ ๒-๓ ประเด็นนะครับ

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องถนนจากอําเภอกุมภวาป้ ไปอําเภอศรีธาตุ อําเภอ วังสามหมอ ไปถึงอําเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ ซึ่งถนนตรงนี้นะครับอยาก กราบเรียนท่านประธานว่า เปึนถนนช่องแคบนะครับ มันดําเนินมาหลายร้อยป้แล้ว แต่ว่าถนนตรงนี้อยากจะให้ท่านประธานได้หารือกับท่านรัฐมนตรีว่าควรจะขยายเปึน ๔ เลนนะครับ เพราะว่ามีรถบรรทุกอ้อยวิ่งไปวิ่งมาทําให้ประชาชนเดือดร้อน ถนนมันผุพังมากนะครับท่านประธาน แล้วก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเปึน มท. ๑ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) หรือว่ากระทรวง ไหนก็ตามนะครับที่รับผิดชอบถนนตรงนี้นะครับ อยากจะให้ดูแลว่ารถบรรทุกอ้อยนี่ บรรทุกเกินพิกัดหรือไม่นะครับ เพราะว่าถนนมันผุพังมาก อยากจะให้ท่านประธาน นี่นะครับได้หารือกับท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้วยนะครับ ที่จริงแล้วผมอยากจะหารือ ท่านนาน ๆ นะครับ แต่เวลามันน้อยนะครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรี ผู้เกี่ยวข้อง อยากจะให้ตรวจสอบรถบรรทุกอ้อยว่ามันบรรทุกเกินพิกัดหรือไม่นะครับ อันนี้ประเด็นที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องอําเภอกุมภวาป้นั้นนะครับ มีหนองหารซึ่งมีตํานานมาก ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีหรือรัฐบาลให้ไปช่วยดูแลด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเชิญคุณบัญญัติ เจตนจันทร์ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ต่อไปนางสาวรัชดา ธนาดิเรก อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ต่อไปคุณธนา ชีรวินิจ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ คุณยศศักดิ์ ชีววิญ็ู เชิญครับ

นายยศศักดิ์ ชีววิญ็ู ราชบุรี

ผม ยศศักดิ์ ชีววิญ็ู สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒-๓ ประเด็นครับ

ในประเด็นแรกนะครับ ที่อําเภอดําเนินสะดวก โรงเรียนสายธรรมจันทร์ ซึ่งเปึนโรงเรียนเก่าแก่ของที่นั่นนะครับ วันนั้นได้รับการร้องเรียนจากท่านอาจารย์ว่า โรงเรียนเกิดการทรุดตัวลงข้างหนึ่งนะครับ ตรงนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ไปตรวจสอบที่โรงเรียน ซึ่งโรงเรียนทรุดนี่มันอาจจะ เปึนอันตรายกับเด็กนักเรียนได้

ประเด็นที่สองนะครับ ที่เทศบาลเมืองบ้านโป์งมันมีทางรถไฟผ่านเทศบาล ผ่านกลางเมืองบ้านโป์ง ซึ่งทางรถไฟตรงนี้มันตัดกับคลองชลประทาน แล้วก็ถนน คลองชลประทานตรงทางเชื่อมติดทางรถไฟนี่นะครับมันเปึนทางขาดนะครับ ในเทศบาล เมืองบ้านโป์งมีเด็กนักเรียนซึ่งโรงเรียนอยู่หลังทางรถไฟประมาณ ๔-๕ โรงเรียน แล้วก็มี เด็กนักเรียนเปึนหมื่น ๆ คน การจราจรตอนเช้ามันอึดอัดนะครับ รถติด เด็กส่วนใหญ่ ถ้าเกิดมาสายหน่อยจะเข้าโรงเรียนไม่ทัน ตรงนี้ก็อยากจะฝากไปยังการรถไฟ (การรถไฟ แห่งประเทศไทย) และก็กรมชลประทานให้ช่วยทําทางเชื่อมตรงนั้นให้หน่อยนะครับ

ส่วนเรื่องที่สาม ในพื้นที่ของผมจังหวัดราชบุรีนี้ก็เปึนพื้นที่เกษตรกรรม นะครับ ก็เริ่มจะเข้าสู่ฤดูเพาะปลูกแล้วนะครับ ชาวบ้านก็บ่นกับผมว่าต้นทุนการผลิต มันสูงขึ้นทุกป้ ๆ เรื่องปุิย เรื่องยานะครับ จริง ๆ แล้วถ้าเกิดสินค้าเกษตรราคาตกต่ํา อย่างไร แต่ว่าถ้าเกิดต้นทุนการผลิตไม่ขึ้นผมว่าเกษตรกรก็คงอยู่ได้ ก็อยากจะฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ ให้ช่วยดูแล เรื่องต้นทุนการผลิตของสินค้าด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้วครับ เชิญ คุณนิยม ช่างพินิจ ไม่อยู่นะครับ เชิญคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ อยู่ไหม อยู่ เชิญ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันอยากจะขอหารือกับท่านประธานเรื่องเด็กใน ๓ หมู่บ้าน ในเขตตําบลชีบน อําเภอบ้านเขว้าค่ะ เขายังไม่มีศูนย์เด็กเล็กเพื่อการศึกษาเล่าเรียน ตรงจุดนี้ค่ะห่างไกล จากศูนย์เด็กเล็กที่มีอยู่ในบริเวณใกล้เคียงถึง ๑๕ กิโลเมตรขึ้นไปนะคะ แล้วก็เด็กมี จํานวนประมาณ ๑๐๐ คน ตอนนี้ต้องไปอาศัยอยู่ที่โรงครัวของโรงเรียนระดับประถม นะคะ เพื่อที่จะไปอาศัยวัดแล้วก็โรงครัวเพื่อจะทําการศึกษาเล่าเรียนในการดูแลเด็ก ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังทางกระทรวงมหาดไทยนะคะให้ช่วยดูแลในเรื่อง การก่อสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าสง่าค่ะ เพราะว่าตอนนี้ถ้าหน้าฝนพ่อแม่ ก็ไม่สามารถจะเดินทางไปส่งเด็กที่ศูนย์เด็กเล็กยังบริเวณใกล้เคียงได้ เนื่องจากห่างไกล มาก ๆ

อีกเรื่องที่อยากฝากท่านประธานค่ะ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการรับจํานํา ข้าวโพด การรับจํานํามันสําปะหลังค่ะ ตอนนี้ที่จังหวัดชัยภูมินะคะ ข้าวโพดนี่เมื่อตอน ประมาณสักช่วงที่กําลังจะเปลี่ยนช่วงของรัฐบาลนะคะ มีการป่ดถนนประท้วงเรื่องการ รับจํานําข้าวโพด ซึ่งทางออกที่เขาแก้ไขตอนนั้นก็คือ ให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดรับฝาก ข้าวโพดโดยการออกใบให้กับเกษตรกร โดยไปฝากไว้ที่โรงสีหรือว่าสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ที่จังหวัดเปึนจุดกําหนดนะคะ ตอนนี้ชาวบ้านที่ไปฝากเอาไว้เขาก็เรียกร้องเรียนถามค่ะว่า เมื่อไรจะได้รับการประกันราคา เมื่อไรจะได้เงินกันสักที

อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับการประกันของมันสําปะหลังค่ะ ตอนนี้ ต้องไปรอคิวในการที่จะไปขาย แล้วก็รอคิวเขาออกใบประทวนให้ ก็ต้องรอว่าเมื่อไร จะได้เงิน ถ้าสมมุติว่าได้ใบมานี่นะคะ ไปเข้าคิวรอ สมมุติวันนี้เอา ๒๐ คัน ใบเปึนคันที่ ๑๙ คันที่ ๒๐ คันที่ ๒๑ คันที่ ๒๑ ก็ต้องรอไปก่อนค่ะไม่ทราบว่าจะได้คิวขายเมื่อไร ตรงจุดนี้เกษตรกรเดือดร้อนมาก ก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะให้ช่วยดูแลแก้ไข ในเรื่องการรับจํานําสินค้าเกษตรด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิชัย ล้ําสุทธิ

นายวิชัย ล้ําสุทธิ ระยอง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง คือเรื่องของปัจจุบันอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะเสม็ด เขาแหลมหญ้านะครับ เกาะเสม็ดนี่เปึนเกาะที่หลาย ๆ คนรู้จักใน ประเทศไทย แล้วก็ทํารายได้ให้กับจังหวัดระยองหลายร้อยล้านบาทนะครับ แล้วก็ทํา รายได้ให้กับนักธุรกิจเปึนพัน ๆ ล้านบาท ปัจจุบันถนนในพื้นที่เกาะเสม็ดยังไม่มีถนนที่ดี ปัจจุบันยังเปึนถนนลูกรังอยู่นะครับ แล้วก็ได้รับงบประมาณจาก ซีอีโอ (งบประมาณ จังหวัดแบบบูรณาการ) (CEO : Chief Executive Officer : ผู้บริหารสูวสุดขององค์กร ที่จะต้องมีภาวะผู้นําในการบริหารองค์กรไปสู่ความสําเร็จ) ประมาณ ๓๘๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบต่อเนื่อง ๓ ป้นะครับ ป้ ๒๕๕๒ ได้ประมาณร้อยล้านบาทนะครับ เพื่อทําถนน ภายในเกาะเสม็ด เพื่อให้นักท่องเที่ยวท่องเที่ยวนะครับ แต่ปรากฏว่าตอนนี้ประมูลงาน แล้วนะครับ กําลังจะก่อสร้าง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป์าและพืชพันธุ์ (กรมอุทยาน แห่งชาติสัตว์ป์าและพันธุ์พืช) ได้แจ้งว่ากรมทางหลวงชนบท จังหวัดระยองออกแบบเกิน มาตรฐานที่กําหนดไว้นะครับ เพราะว่าถนนจริง ๆ แล้วต้องทําไม่เกิน ๗ เมตร แต่ถนน ในโครงการนั้นทําไว้ ๗ เมตร แต่มีรางน้ําข้างละ ๑.๕๐ เมตร ก็รวมกันเปึน ๑๐ เมตร แต่ว่าถ้าทําถนนให้แคบกว่านั้น ปรากฏว่ามันเปึนทางแคบนะครับ เปึนทางลาดชัน ก็เปึน ปัญหาในการสัญจรเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ ให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป์า และพันธุ์พืชช่วยผ่อนปรนระเบียบและเร่งรัดให้สํานักงานทางหลวงชนบทจังหวัดระยอง ได้เข้าไปดําเนินการให้นักท่องเที่ยวทําถนนให้สวยงาม เพราะว่าได้งบประมาณไปแล้ว แต่กลัวงบประมาณตก อย่างไรก็ช่วยประสานให้ทั้ง ๒ หน่วยงานดําเนินการต่อไปด้วย ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณนฤมล มาหรือยังครับ ฝ์ายทางนี้คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง คุณนิยม ช่างพินิจ ไม่มานะครับ ก็ต้องเปึนอีกฝ์ายทางนี้นะครับ คุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย เชิญ

นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสกลนคร เขต ๑ ท่านประธานครับ กระผมหารือ เรื่องนี้ด้วยความละอายใจอย่างยิ่ง แต่ว่าจําเปึนที่จะต้องหารือเพราะว่าผู้หลักผู้ใหญ่ และผู้ปกครองของสุภาพสตรีร้องขอผมมา เนื่องจากว่าในหน่วยงานบางหน่วยนั้น ไม่สามารถเป่ดเผยรายชื่อได้ มีข้าราชการผู้ใหญ่ระดับหัวหน้าหน่วยงาน ข่มเหง รังแกข้าราชการผู้หญิงนะครับ ซึ่งบางหน่วยงานนั้นก็กระทํามาเปึนระยะเวลาแรมป้ ไม่สามารถที่จะเป่ดเผยและไม่สามารถที่จะร้องเรียนได้ก็ให้ผมมาพูดในสภานี้ กราบเรียน ท่านประธานเพื่อตะโกนดัง ๆ และพูดดัง ๆ ให้เกิดความรู้สึก ให้เกิดความรับผิดชอบ ชอบธรรม ไม่ให้ข้าราชการผู้หญิงซึ่งรับราชการใหม่ ๆ นั้นโดนข่มเหงรังแกข่มขืนอีกต่อไป นะครับ มีหลายหน่วยงานที่มาร้องเรียน เนื่องจากผมเคยเปึนข้าราชการผู้ใหญ่ และเคยเปึน ส.ส. มาหลายสมัย เปึนผู้หลักผู้ใหญ่ของจังหวัดสกลนคร เขาจึงมาร้องเรียนกับกระผม กระผมก็ขอกราบเรียนท่านประธานแค่นี้ครับผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฝ์ายนี้ไม่มีนะครับ เอาฝ์ายนี้ ต่อนะครับ คุณวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง

เรื่องแรก คือเรื่องการทวงหนี้ของบริษัท คือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้พาดหัว ข่าวใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าอิออน (ชื่อบริษัทที่ทําธุรกิจให้สินเชื่อทางการเงิน) ทวงหนี้ บัณฑิตสาวฆ่าตัวตาย ท่านประธานครับบัณฑิตสาวผู้นี้จบจากมหาวิทยาลัยประชาชน นามว่า รามคําแหง เปึนมหาวิทยาลัยที่ประสิทธิ์ประศาสตร์วิชานิติศาสตร์ให้กับกระผม และบัณฑิตรามคําแหงนับแสนคนทั่วประเทศ กระผมในฐานะที่เปึนรุ่นพี่อ่านข่าวแล้วรู้สึกมีความเศร้าสลดและเสียใจเปึนอย่างยิ่ง ที่บริษัททวงหนี้ ทวงหนี้จนกระทั่งบัณฑิตสาวคณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรามคําแหง ต้องฆ่าตัวตายในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ ผมจึงอยากจะกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่เคารพและน่ารัก คือ ท่านกรณ์ จาติกวณิช ได้โปรดพิจาณาดําเนินการ เรื่องนี้เปึนการด่วนครับ เพื่อไม่ให้บริษัททวงหนี้บริษัทอื่น ๆ กระทําการทวงหนี้ในลักษณะ ที่รุนแรงกับลูกหนี้จนกระทั่งต้องไปฆ่าตัวตาย

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ คือเรื่องสํานักงานเขตในกรุงเทพมหานครไม่รับ จดทะเบียนผู้สูงอายุของนโยบายของรัฐบาล อย่าให้ผมเอ่ยครับว่าสํานักงานเขตไหน ท่านประธานครับ คนเฒ่า คนแก่ ปู์ ย่า ตา ยาย ไปลงทะเบียนผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่เขต บอกปัดไม่ยอมให้ลงทะเบียนผู้สูงอายุ ผมจึงอยากจะกราบเรียนไปยังกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้โปรดสั่งการให้เปึนทางเดียวกัน รับจดทะเบียนผู้สูงอายุ จะรับที่สํานักงานเขตหรือไปบริการตามชุมชนต่าง ๆ ก็จะเปึนการดี เพราะคนเฒ่าคนแก่นั้น เดินทางไปมาด้วยความยากลําบาก ได้โปรดเห็นใจผู้สูงอายุ อย่างน้อยเช่นเดียวกับ ท่านประธานชัย ชิดชอบ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณสัญชัย อินทรสูต

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสัญชัย อินทรสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมขอหารือกับท่านประธานสั้น ๆ ครับ ตามปกติแล้วการหารือหรือ ตั้งกระทู้ถามท่านประธานครับ ปกติแล้วจะต้องเปึนประโยชน์สําหรับประชาชนใช่ไหมครับ ท่านประธาน ปรากฏว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมฟังกระทู้ถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี ผมฟังมา ๓ ชั่วโมง ผมมองดูแล้วว่าไม่เห็น จะเปึนประโยชน์สําหรับประชาชนเลยครับ จริง ๆ แล้วการตั้งกระทู้ถาม เช่นว่า น้ําไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ถนนหนทางไม่ดี เมื่อตั้งกระทู้ถามแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเอาความเดือดร้อน ดีกว่าคุณสัญชัย ความเดือดร้อนที่บ้านของเราที่เขตเลือกตั้งเรา

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ครับ แต่ทีนี้ผมฟังอย่างคราวที่แล้ว มันไม่เห็นจะเปึนประโยชน์ ผมก็เลยมาถามว่าถ้าอย่างนี้ผมจะตั้งกระทู้ถามเรื่องอื่นได้ไหม ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เก็บแล้วก็อดทนไว้บ้างครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ครับ ถ้าอย่างนั้นหมดแล้วครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย

นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย พอดีท่านสราวุธ อ่อนละมัย มีเรื่องเร่งด่วนที่จะหารือ กับท่านประธาน ผมอยากให้ท่านสราวุธใช้สิทธินี้แทนผมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายสราวุธ อ่อนละมัย ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม สราวุธ อ่อนละมัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณท่านพุฒิพงศ์นะครับ คือเรื่องที่ผมจะหารือเปึนเรื่องด่วนจริง ๆ ครับ ท่านประธาน เปึนเรื่องเกี่ยวกับไฟไหม้ป์าในพื้นที่เขตอําเภอสวี ในหมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตําบลครน ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๐ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ครับ ขณะนี้ไฟได้ลุกลามไป ๒,๐๐๐ กว่าไร่แล้วครับ และในบริเวณที่เกิดไฟไหม้ป์าครับท่านประธานครับ มีพืชสวนของชาวบ้านอยู่ด้วยนะครับ เช่น ทุเรียน ลองกอง และกาแฟ จึงอยากกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ ให้ท่านรีบสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รีบไปดับไฟป์าด้วยครับ เพราะขณะนี้ก็ยังไม่ดับเลยครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญคุณเชาวรินครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่นี้ได้มีสมาชิกท่านหนึ่งกล่าวถึงการตั้งกระทู้ถามสดเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมา ซึ่งเปึนใครไปไม่ได้นอกจากผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอความกรุณาเถอะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมขอใช้สิทธิถูกพาดพิง ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยังไม่ถึงกระมังครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ถึงครับ ผมขอใช้สิทธิ พาดพิง ก็คงจะไม่ใช้เวลามากครับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องที่ผม ถามมันเปึนเรื่องสําคัญท่านประธานครับ จะมาบอกว่าเปึนเรื่องที่ไร้สาระไม่เปึนประโยชน์ ต่อประชาชน ผมไม่เห็นด้วย อย่างน้อยที่สุดผมมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่ารองนายกรัฐมนตรี ได้กระทําความผิดว่าด้วยระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีประมวลจริยธรรมของข้าราชการ การเมือง พ.ศ. ๒๕๕๑ ในข้อ ๑๐ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า ข้าราชการการเมืองจะต้องปฏิบัติควรอยู่ ในกรอบจริยธรรม คุณธรรม และศีลธรรม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเชาวรินครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ทั้งโดยส่วนตัวและ โดยหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสาธารณชน ทั้งต้องวางตนให้เปึนที่เชื่อถือศรัทธาของ ประชาชน นี่คือประมวลจริยธรรมที่คนเปึนข้าราชการการเมืองจะต้องยึดถือ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขออนุญาตสักนิดเดียว ครับ เดี๋ยวพูดต่อ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ครับ ท่านประธาน มีอะไรว่าไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตสักนิดเดียวครับ คืออย่างนี้ครับ ตอนนี้มันล่วงเลยมา ๓๐ นาทีแล้วตามข้อบังคับนะครับ ผมขออนุมัติจาก ที่ประชุมขอต่อเวลาอีกสัก ๒๐ นาทีนะครับเพราะขณะนี้ยังไม่ครบองค์ประชุมครับ เชิญครับ คุณเชาวริน

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ แล้วผมขออนุญาตกราบเรียนตรงนี้ที่ท่านประธานหารือเมื่อสักครู่นี้ คุณวิทยา บุรณศิริ ซึ่งเปึนประธานวิป (Whip : คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร) ฝ์ายค้าน ได้พยายามใช้โทรศัพท์มือถือตามตัว ส.ส. ฝ์ายค้านบอกจะต้องรีบมาช่วยกัน เพราะว่าจะไปหวังว่าสมาชิกฝ์ายรัฐบาลอย่างเดียวทําให้ครบองค์ประชุมมันก็จะยืดเวลา ออกไปมาก คุณวิทยากําลังทําหน้าที่ตรงนี้อยู่ และพวกเรายืนยันว่ายินดีที่จะสนับสนุนครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณล่วงหน้าครับ ถ้าร่วมมืออย่างนี้ก็ดีที่สุดแล้วครับ สภาจะไปรอดครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมเลยขอกลับเข้า เรื่องเดิมอีกนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ นอกจากข้อ ๑๐ ที่ได้กราบเรียนท่านประธาน ไปแล้ว ในข้อ ๑๑ ยังบัญญัติไว้ว่า ข้าราชการการเมืองต้องเคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ของผู้อื่นไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ อาฆาตมาดร้ายหรือใส่ร้ายหรือเสียดสี บุคคลใด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อเปึนการถามกระทู้ถามสด ถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีนั้นเปึนเรื่องที่มีความสําคัญในการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เปึนองค์พระประมุข เราจะไม่ปล่อยผ่านให้คนระดับ รองนายกรัฐมนตรีซึ่งเปึนรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคงมากล่าวหาอย่างลอย ๆ อย่างนี้ ถ้าหากว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีมีความเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มีความใฝ์ฝันอยากเปึนประธานาธิบดี นั่นหมายความว่าจะต้องล้มล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ ผมถามว่ารองนายกรัฐมนตรีทําไมไม่ดําเนินการให้เปึนไปตาม ตัวบทกฎหมายปล่อยปละละเลยได้อย่างไร ถ้าหากว่ามีใครที่จะคิดล้มล้างสถาบัน พระมหากษัตริย์ท่านต้องเดินหน้าเต็มสูบ ไม่อย่างนั้นท่านก็ต้องลาออกไป ไปเลี้ยงหลาน ที่บ้าน ไปเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียที่บ้าน อย่ามานั่งคร่อมอยู่ตรงนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงจะพอแล้วครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ครับผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเชาวริน สมน้ําสมเนื้อ ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานให้สมาชิกผู้มีเกียรติที่บอกว่าเปึนเรื่องไร้สาระ ทีหลังอย่าพูดอย่างนี้นะครับ ผู้แทนราษฎรด้วยกันอย่าดูถูกดูแคลนการปฏิบัติหน้าที่ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอร้องแล้วนะครับ ขอร้องทุกฝ์าย ผมว่าพอแล้ว

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นิดเดียวนะ นิดเดียวจริง ๆ นะครับ

นายสัญชัย อินทรสูต แบบสัดส่วน

ผม นายสัญชัย อินทรสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์นะครับ จริง ๆ แล้วโดยส่วนตัวผมเคารพ และนับถือท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน มากครับ เพราะว่าท่านอภิปรายอะไรผมนับถือ ท่านมาก ดีมากเลยอะไรต่ออะไรนี่นะครับท่านทําเรื่องใหญ่ให้เปึนเรื่องเล็ก ทําเรื่องใหญ่ ๆ ให้เปึนเรื่องสนุกสนานนี่ ผมเคารพนับถือท่านเลยครับ แต่จริง ๆ แล้วผมในฐานะ ส.ส. ใหม่ ท่านเชาวรินครับ ผมไม่ได้เจตนาที่จะว่าท่านนะครับ เพียงแต่ว่าผมมองดูแล้วโดยส่วนตัว นะครับ มันไม่เปึนประโยชน์สําหรับประชาชน ซึ่งเปึนความรู้สึกของผมจริง ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ผมว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรีไม่ได้แค่อยากเปึนประธานาธิบดี อยากเปึน มากกว่านั้นอีกครับท่านเชาวรินครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วท่านสัญชัย เดี๋ยว จะยาวพอแล้ว

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมมีข่าวที่จะเรียนให้เพื่อนสมาชิกทราบครับ รอรับหมายศาลด้วยครับ เพราะว่าทีมทนาย จะฟัองทุกคดีที่กล่าวหาโดยไม่เปึนธรรม ขอบคุณครับ เตรียมรอรับหมายศาลได้เลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่นนอกสภา เราเอา ในสภาก่อนครับ ต่อไป คุณประนอม โพธิ์คํา เชิญ อยู่ไหมครับ คุณประนอม โพธิ์คํา เตรียมพร้อมด้วยสิทีหลัง เชิญ

นายประนอม โพธิ์คํา นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประนอม โพธิ์คํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อแผ่นดิน กระผมขอหารือท่านประธานสัก ๒-๓ เรื่องนะครับ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องการประกันผลผลิตทางการเกษตรกับเรื่องข้าวโพด ของจังหวัดนครราชสีมานั้นเปึนข้าวโพด รุ่น ๒ ก็พอดีรัฐบาลประกันแล้วเดิมให้ ๓๐๐,๐๐๐ แต่ปัจจุบันให้ ๑๐๐,๐๐๐ ทําให้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนนะครับ เพราะว่า พี่น้องเกษตรกรนั้นทําข้าวโพดกันมาก แล้วก็เรื่องที่ ๒ คือ เรื่องมันสําปะหลัง เพราะว่า การประกันมันสําปะหลังนั้นหลายท่านก็พูดไปแล้ว แต่ว่ากระทรวงพาณิชย์นั้นตั้งจุดรับซื้อ ไกลกันมากพี่น้องเกษตรกรไม่สามารถนําผลผลิตทางการเกษตรไปส่งได้และก็ติดคิว ก็ฝากท่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ก็เรื่องค่าตอบแทนของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยสารวัตร แพทย์ ไปที่ไหนพี่น้องประชาชน กํานัน ผู้ใหญ่บ้านนะครับ ก็เรียกร้องในเรื่องของค่าตอบแทน ของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และ

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องทางด่วนกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา มีพี่น้อง ประชาชนปากช่องขอ อยากให้ทางหลวงแผ่นดินนั้นยกระดับในช่วงพื้นที่ของอําเภอปากช่อง ให้สูงกว่าพื้นดิน นั่นคือเปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนของจังหวัดนครราชสีมาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนที่ถูกกรมทรัพยากรน้ําบาดาลเรียกจัดเก็บค่าอนุรักษ์น้ําบาดาลครับ

สืบเนื่องจากกรมทรัพยากรน้ําบาดาลได้ออกกฎกระทรวงตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ จัดเก็บค่าอนุรักษ์น้ําบาดาลซึ่งในขณะนี้ก็อยู่ที่อัตราลูกบาศก์เมตรละ ๘ บาท ๕๐ สตางค์ ทีนี้ในกรณีจัดเก็บมีข้อยกเว้นบางเรื่องเท่านั้น แต่ว่าสหกรณ์ผู้ใช้น้ําในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งอยู่มี ๔ สหกรณ์ ไม่สามารถจะจ่ายค่าอนุรักษ์น้ําบาดาลที่กรมเรียกจัดเก็บได้ครับ ปัจจุบันนี้มีหนี้อยู่หลายสิบล้านบาทครับ สืบเนื่องมาจากเดิมนั้นในพื้นที่จังหวัด สมุทรสาครมีหลายพื้นที่ที่การประปาส่วนภูมิภาค หรือ อบต. (องค์การบริหารส่วนตําบล) หรือหน่วยงานใดก็ตามไม่สามารถจะให้บริการน้ําบาดาล หรือน้ําประปาได้ พี่น้อง ประชาชนก็รวมตัวกันจัดตั้งเปึนสหกรณ์ผู้ใช้น้ําครับ ที่อยู่ตามริมขอบทะเลตามชายทะเล ต่าง ๆ เดือดร้อนมาก ก็รวมตัวกันขุดเจาะน้ําบาดาลขึ้นมาใช้ แต่ปรากฏว่าเมื่อรวมตัวเปึน สหกรณ์แล้วนี่นะครับ ในขณะนี้ก็ขายอยู่ลูกบาศก์เมตรละ ๙ บาท ซึ่งบรรเทา ความเดือดร้อนไปได้อย่างดีนะครับ

ในปัจจุบันเมื่อกรมเรียกจัดเก็บค่าอนุรักษ์น้ําบาดาลเพิ่มเติมครับ สหกรณ์ ก็ไม่สามารถจะปัดภาระนั้นไปให้กับพี่น้องประชาชนได้ ก็เรียกเก็บในอัตรา ๙ บาท เพราะฉะนั้นก็จะเปึนหนี้ค้างชําระอยู่กับส่วนราชการอยู่จํานวนมากครับ เช่น ในสหกรณ์ กรุงเทพมหานครนะครับ สหกรณ์กรุงเทพมหานครอยู่ที่สมุทรสาครนะครับ ก็มีหนี้อยู่ ๒๓ ล้านบาท สหกรณ์นิคมสมุทรสาคร เปึนหนี้อยู่ ๑๕ ล้านบาท สหกรณ์เคหะชุมชน มหาชัย เปึนหนี้อยู่ ๑๑ ล้านบาท สหกรณ์กาหลง จํากัด เปึนหนี้อยู่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่ครับคือปัญหาความเดือดร้อน ก็ขออนุญาตให้ทางกรมได้ช่วยในการแก้ไขปัญหา ดังกล่าว ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณบัญญัติ เจตนจันทร์ คนสุดท้าย เชิญครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานถึงรัฐบาล

เรื่องที่หนึ่ง ปัญหาการรับซื้อมันสําปะหลังในจังหวัดระยอง สืบเนื่องจาก มันสําปะหลังรัฐบาลให้ราคาประกันในเดือนนี้ ๑ บาท ๙๐ สตางค์ แต่เกษตรกร ไม่สามารถนํามันสําปะหลังมาถึงลานมันได้ เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคขององค์การ คลังสินค้ากับลานมัน ซึ่งเปึนปัญหาที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ลงไป ตรวจเยี่ยมแล้ว และนําเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์แล้ว แต่ว่าเข้าใจว่าบอร์ด ขององค์การคลังสินค้าไม่สามารถที่จะนํานโยบายของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ อลงกรณ์ พลบุตร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นําไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เปึนรูปธรรมได้ ปัญหาเหล่านี้เข้าขั้นวิกฤติแล้วครับ ราษฎรผู้ปลูกมันสําปะหลังมีแนวโน้ม ที่จะรวมตัวประท้วงรัฐบาลนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ผมในฐานะ ส.ส. จําเปึนจะต้อง มานําเรียนสภาแห่งนี้ เพื่อให้รัฐบาลเร่งรัดลงไปดูปัญหาว่านโยบายกับภาคปฏิบัติ สอดคล้องต้องกันหรือไม่ แล้วก็ปัญหาการรับจํานํา ซึ่งต้องใช้ลานมัน แต่ทีนี้ลานมันนี่ ติดปัญหาการค้ําประกัน หรือเรียกว่า แบล็คลิสต์ (Blacklist) ไม่สามารถมีลานมันใดเลย ที่จะเข้าระบบนี้ได้ จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องเปลี่ยนระบบไปช่วยเกษตรกรทางด้านอื่นครับ ผมฝากรัฐบาลให้เร่งรัดลงไปตรวจเยี่ยม แล้วก็ดําเนินการแก้ไขปัญหาภายในสัปดาห์นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อมาประชุม จํานวน ๒๓๐ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ ผมขอ เป่ดการประชุม เพื่อดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ เพราะเราเสียเวลา มา ๓๐ กว่านาทีแล้วนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ

รับทราบพระบรมราชโองการ

ด้วยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี จึงขอเชิญ ท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในห้องประชุมได้ยื่นขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ)
นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

“พระบรมราชโองการ

ประกาศ

แต่งตั้งรัฐมนตรี

(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดินตามประกาศ ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ นั้น

บัดนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลว่า ได้มีรัฐมนตรีลาออก บางตําแหน่ง สมควรแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตําแหน่งที่ว่าง เพื่อความเหมาะสมและบังเกิด ประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๗๑ ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอิสสระ สมชัย เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๒ เปึนป้ที่ ๖๔ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี”

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนั่งครับ ต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม แต่ก่อนที่จะถึงระเบียบวาระ ต่อไป ผมขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

เนื่องจากผมได้รับปากกับเพื่อนสมาชิกของสภาแห่งนี้เมื่อการประชุมครั้งที่แล้ว เรื่องร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. .... ว่าจะนําร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสนอต่อ รัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลลงนามรับรอง เพื่อจะได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. .... ให้เปึนการเสร็จเรียบร้อยโดยเร็ว ขณะนี้เรื่องได้ส่งไปให้รัฐบาลแล้ว ทราบว่ารัฐบาลส่งไป สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ยังไม่ดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้ขอฝากทางรัฐบาลได้พิจารณาโดยด่วนด้วยนะครับ ต่อไป

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

มีอะไรคุณเจริญ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะเริ่มในการพิจารณา ในวาระสองและวาระสามของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ผมใคร่ขอความกรุณาท่านประธานไปที่รัฐบาล เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ได้ส่งเฉพาะเล่มสีขาว เฉพาะผู้สงวนคําแปรญัตติมาเท่านั้นเอง ทีนี้ในเหตุผลในร่างพระราชบัญญัติเพิ่มเติมนี้ ท่านก็บอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศในขณะนี้ แต่รายละเอียดท่านประธานครับ อย่างที่เราเคยพิจารณาในสภาแห่งนี้ที่ท่านบอกว่า กระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อที่จะให้เศรษฐกิจของเราขับเคลื่อนไป ผมยกตัวอย่างในที่เราแจก เล่มสีขาวนี้นะครับ ของสภานะครับ ในหลายโครงการตั้งแต่โครงการที่ ๑ จนถึงโครงการ ที่ ๑๗ ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น โครงการจัดทําและพัฒนาแหล่งน้ําการเกษตร ท่านก็เขียนไว้เท่านั้นเองครับท่านประธาน แต่ไม่รู้ว่า ๗,๗๕๐ ล้านบาท ไปอยู่ที่ไหน อย่างไรไม่ทราบ ถนนของกรมทางหลวงชนบท ๑,๕๐๐ ล้านบาท ท่านเขียนไว้ที่ไหน รายละเอียดอยู่อย่างไรไม่ทราบ ผมในฐานะซึ่งได้รับ มอบหมายจากพี่น้องประชาชนจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจะต้องรับภาระในเรื่องของเงินกู้ฉบับนี้ เช่นเดียวกัน ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านทุกคนก็ต้องเปึนหนี้ทั้งหมดทั่วประเทศ ๖๓ ล้านคน หารด้วยจํานวนเงิน ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ก็เท่าเทียมกัน แต่ในฐานะผู้แทนราษฎร ที่จะต้องพิจารณางบประมาณฉบับนี้ไม่ทราบเลยท่านประธาน ขอท่านประธานให้ทาง คณะกรรมาธิการนี่ถ่ายเอกสารแจกก่อนได้ไหมครับ ก่อนที่จะพิจารณาเปึนรายมาตรา นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่างนี้คุณเจริญครับ พอถึงตอนที่ประธานคณะกรรมาธิการแถลงนะครับ พอแถลงจบ แล้วเรื่องที่คุณเจริญ ปรึกษาหารือนี่ครับค่อยปรึกษา ต้องไปตามขั้นตอนนะครับ แต่ผมไม่ขัดท่าน คือท่าน อยากพูดผมก็ให้พูด เพราะเราต้องการออมชอมไปด้วยดี ให้บรรยากาศมันดี นะครับเพื่อความเรียบร้อยของสภาเรา เมื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ได้มาประจําที่แล้ว กระผมขอเชิญประธานคณะกรรมาธิการแถลงครับ เชิญครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร ขอเสนอรายงาน การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ต่อท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เสนอ และได้มีมติรับหลักการแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวในวาระหนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๒ และมีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ พ.ศ. .... เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... โดยมีกระผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น กระผมใคร่ขอเรียนสรุป สาระสําคัญของผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ต่อที่ประชุม ดังนี้

คณะกรรมาธิการวิสามัญได้เริ่มพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตั้งแต่ วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๒ จนแล้วเสร็จในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ รวม ๗ วัน โดยได้ พิจารณารายละเอียดงบประมาณของกระทรวง รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นรวม ๑๖ โครงการ และ ๒ รายการ ในประเด็นที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์และเปัาหมาย การดําเนินการโครงการ วิธีการดําเนินงาน กลุ่มเปัาหมายที่ได้รับประโยชน์ และความพร้อม ในการดําเนินงาน รวมทั้งผลการใช้จ่ายงบประมาณที่ผ่านมา เพื่อให้การใช้จ่าย งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม จํานวน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงมติรับหลักการไว้ในที่ประชุมวาระหนึ่ง เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน และเปึนไปตามเปัาหมายที่กําหนดไว้ สําหรับรายละเอียดผลการพิจารณารวมทั้ง ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญปรากฏตามเอกสารรายงานคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่ได้แจกให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแล้ว

ท่านประธานที่เคารพ ในนามของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... กระผมใคร่ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านที่ได้ให้ความสําคัญ เสียสละเวลา และร่วมมือกันในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... อย่างเต็มที่จนสําเร็จลุล่วงไปด้วยดี พร้อมทั้งขอขอบคุณท่านหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นที่ได้ให้ ความร่วมมือในการชี้แจงรายละเอียดและจัดเตรียมเอกสารให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ เปึนอย่างดีด้วยเช่นกัน

สุดท้ายนี้กระผมและคณะกรรมาธิการวิสามัญยินดีและพร้อมที่จะชี้แจง รายละเอียด หากจะมีข้อซักถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในแต่ละมาตราต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณเจริญ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนท่านประธานไปที่ ประธานคณะกรรมาธิการซึ่งท่านได้อธิบายบอกว่า สภาแห่งนี้รับร่างตั้งแต่วันที่ ๒๙ (สภาแห่งนี้รับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๒ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๒) และพิจารณาภายใน ๗ วัน แล้วก็ได้มีรายละเอียด ๑๖ โครงการ นะครับ เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุผลและวัตถุประสงค์และกลุ่มเปัาหมายที่ในการ ดําเนินการใช้ แต่เนื่องจากท่านได้ส่งเฉพาะเอกสารเล่มเดียวนะครับท่านประธาน คือเล่มนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อผมเป่ดดูแล้วนะครับ ซึ่งรายละเอียดอย่างที่ท่านพูดนี้มันไม่มี ไม่มีเลย แล้วจะให้พวกเราพิจารณาอย่างไร แต่ผมกําลังจะซักถามโดยเฉพาะงบของ มาตรา ๘ แผนฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ผมกําลังอธิบายท่านประธานครับว่า อย่างนี้มันจะเอาที่ไหนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่างนี้ท่านเจริญครับ พอมันถึงตรงไหนที่ท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ผมขอแจกก่อนได้ไหมครับ เอาเอกสาร มาแจกให้เพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก่อนได้ไหม แล้วท่านก็พิจารณาไป มาตรา ๑ มาตรา ๒ ก็สุดแล้วแต่ท่าน แต่ทีนี้ในทุกมาตราที่เกี่ยวข้องในรายละเอียด ท่านไม่มีให้เลย ทุกครั้งเราพิจารณานะครับท่านประธานมันจะต้องมีรายละเอียดให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขาได้รู้ว่าท่านเอาไปใช้จ่ายอย่างไร ไหนท่านบอกว่าโปร่งใส ท่านครับ อย่างนี้โปร่งใสก็ต้องเอามาให้ ส.ส. เขารู้ เพราะว่าพวกผมจะต้องอนุมัติ ในวาระสองและวาระสามนะครับ เงินนี่ผูกพันพี่น้องประชาชนทั่วประเทศนะครับ ขอถาม ท่านประธานให้ทางประธานส่งมาให้ ส.ส. ได้ไหมครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวผมจะถามนะครับ ท่านทางสํานักงบประมาณครับช่วยชี้แจงหน่อยครับ เชิญครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเจริญนั่งลงก่อน

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ

ผมเห็นใจท่านสมาชิก โดยเฉพาะ ท่านเจริญนะครับ เพราะว่ารายละเอียดของงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมนี่เราแจกไป ในการพิจารณาในวาระขั้นรับหลักการนะครับ ทีนี้ถ้าเผื่อท่านสมาชิกไม่ได้เอามานี่ ก็อาจจะไม่ได้มีโอกาสดูเนื้องานว่าเราทําอะไรบ้าง ที่จริงในนี้มันจะมีรายละเอียด ที่กรรมาธิการใช้ในการพิจารณา วันนี้เราไม่มีการแจกเพิ่ม ทีนี้สมาชิกจะต้องพามาเอง ขอกราบเรียนว่าที่จริงมันอยู่ในเล่มนี้ ที่เขียนว่าฉบับที่ ๒ ครับ รายละเอียดอยู่นี่แจกไป แล้วทุกคนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเริ่มต้นใช่ไหมครับ ที่เราพิจารณาเริ่มต้นครับ พอเข้าใจนะคุณเจริญ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ อันนั้นด้วยความเคารพท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี นะครับ อันนั้นเฉพาะท่านกรรมาธิการนะครับ แต่อันนี้ผมในฐานะผู้แทนราษฎร และ พิจารณาในวาระสองและวาระสามนี้ ผมอยากจะรู้นะครับท่านประธาน หรือท่านประธาน อยากจะรู้ไหมครับ ผมยกตัวอย่างก่อนนะครับในร่างที่ท่านส่งมาให้ผมนะครับ แล้วผมก็ได้ อ่านแล้ว ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ท่านประธานครับ ในมาตรา ๘ นี้ งบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตั้งไว้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเขียนสั้น ๆ นะครับ กรมชลประทานได้รวม ๑,๙๓๓ ล้านบาท งานอะไรครับ แผนฟุ๋นฟูส่งเสริมความเชื่อมั่น และเศรษฐกิจ นอกจากนั้นไปทําอะไรที่ไหนยังไม่รู้เลยครับ แล้วท่านไปฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ที่ไหน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวให้เขาตอบตอนที่ถึง ครับ เชิญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับคุณนิพนธ์

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกในประเด็นนี้ว่า ในการพิจารณาของกรรมาธิการในครั้งนี้นั้นไม่มีการแก้ไขหรือว่าเปลี่ยนแปลงในส่วนของ งบประมาณ เพราะฉะนั้นเอกสารที่ใช้ในการประกอบพิจารณาจึงเปึนเอกสารเดิมทั้งหมด วันนี้สาเหตุที่ไม่ได้มีการพิมพ์เอกสารใหม่มาแจกเพื่อนสมาชิก เพราะว่าไม่มีการ เปลี่ยนแปลงจากการพิจารณาในวาระหนึ่งแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นรายละเอียด จึงเปึนเอกสารเดิมทั้งสิ้นครับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงการใดทั้งสิ้นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วคุณเจริญ เดี๋ยวให้ เข้าเนื้อหาสาระแล้วก็ค่อยพูดกัน

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ยังพอไม่ได้ครับ ท่านประธานด้วยความเคารพ อันนี้เม็ดเงิน ๑,๑๖๐,๐๐๐ นะครับ แล้วก็เมื่อสักครู่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้พูดแล้ว ได้พูดแล้วนะครับไม่ใช่ไม่พูด ผมนั่งฟัง ผมจด บอกว่าท่านน่ะพิจารณา ๗ วัน แล้วดูรายละเอียด ๑๖ โครงการ รายละเอียดที่ว่านี้ผมไม่ได้ถามอย่างที่ท่านนิพนธ์ บุญญามณี พูดนะครับ อันนั้นท่านไม่ได้ ตัดไม่เปึนไร แต่ผมในฐานะคนจะอนุมัติ มาวาระสองนี่มันเปึนเอกสิทธิ์ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องถามกรรมาธิการว่าที่ท่านไปเขียนไว้นี่นะครับ รายละเอียดมันอยู่ที่ไหน ในการที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการเปึนคนอธิบายความ เมื่อสักครู่นี้ ทําไมเอามาเป่ดเผยในสภาแห่งนี้ไม่ได้หรืออย่างไร ท่านประธานอยู่มานาน เคยเห็นยุงลายกัดในป้นั้นไหมครับ งุบงิบ ๆ กันไปทําอยู่ข้างหลังกันครับ ผมไม่ได้ติดใจเลย ผมอยากถามประธานผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการรัฐบาล ท่านบอกสภาแห่งนี้ บอกว่าท่านจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติ ผมก็อยากจะดูว่าเม็ดเงินที่ท่านไป กระตุ้นเศรษฐกิจนั้นอยู่ตรงไหน ทําอะไร แบบไหน อย่างไร เขานินทากันทั่วสภา ท่านประธานรู้หรือเปล่าครับ บางกระทรวงนี่นะเอาไปสร้างเขื่อนกั้นตลิ่ง ไม่ได้กระตุ้น เศรษฐกิจเลยอย่างนี้ ผมในฐานะผู้แทนราษฎร ผมจะต้องอนุมัติในวาระสองนี่ ผมไม่มี สิทธิที่จะดูเลยหรือครับท่านประธาน ถ้าผมไม่มีสิทธิที่จะดูแล้วจะพิจารณาได้อย่างไร ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือท่านเจริญครับ ทาง คณะกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงไปแล้ว พอเนื้อหาที่ท่านเจริญได้สงวนคําแปรญัตติไว้นะครับ แต่ละเรื่องก็มีสิทธิที่จะซักถาม แล้วให้กรรมาธิการเปึนคนตอบนะครับ เพราะว่าเรื่องเดิม มีอย่างไร มันก็มีตั้งแต่เบื้องต้นในการพิจารณาเบื้องต้นนะครับ ผมว่าเดินไปข้างหน้าก่อน ไหม พอไปถึงช่วงไหน เชิญ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้ทวงถามถึงเอกสารเกี่ยวกับการ พิจารณางบประมาณในวาระสอง ซึ่งโดยปกติกรรมาธิการเมื่อทําเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะมี เอกสารในการพิจารณาเพิ่มเติมให้ แต่ดังที่กล่าวนะครับ ท่านประธานได้กล่าวว่า เนื่องจากว่ากรรมาธิการไม่ได้แก้ไขอะไรเลย จึงไม่ได้มีเอกสาร แต่จริง ๆ แล้วแม้ไม่แก้ไข ก็ตามแต่ครับท่านประธานครับ ต้องทําเอกสารยืนยันครับ โดยหลักของมันนะครับ ท่านประธาน ไม่ใช่ว่าพอวาระแรกปุ็บ ถ้าอย่างนี้แสดงว่าเอกสารของกรรมาธิการไม่มีครับ ท่านประธานครับ มิได้ครับท่านประธานครับ เปึนหลักวิธีการบริหารหรือการจัดการหรือ การพิจารณาที่ไม่ถูกต้องครับ แม้เปลี่ยนแล้วก็ต้องเปลี่ยนว่าเปึนกรรมาธิการแก้ไขมา แม้จะตรงแบบเลยก็ตามแต่ แต่ว่ากรรมาธิการก็ต้องลงนาม พอประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการลงนามมาว่าได้ดําเนินการตามนั้น เห็นชอบตามนั้น มิฉะนั้นก็ไม่มี เอกสารของคณะกรรมาธิการในการพิจารณาครับท่านประธาน ผมเองอยากจะกราบเรียน มีรายงานอยู่ฉบับหนึ่งเท่านี้เอง มันไม่ใช่ครับท่านประธานครับ อันนี้เปึนรายงานวิธีการ เฉย ๆ แต่ว่าเนื้อแท้ของมันต้องทําส่งมาครับ ที่ถูกครับ โดยหลักปฏิบัติเราทําอย่างนั้นโดย ตลอดครับ ถ้าฉบับแก้ไขก็ต้องทํา แม้ไม่แก้ไขก็ต้องยืนยัน เพราะฉะนั้นผมยืนยันในที่นี้ อยากกราบเรียนท่านประธานครับว่า นี่คือเปึนหลักการของการที่เราจะทํางานให้เปึน รูปลักษณะของการบริหารการจัดการที่ดีเยี่ยม เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนท่านประธาน ครับว่าอยากจะให้ใช้แบบแผนอย่างนั้นครับท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือตอนนี้เราเริ่มต้น นะครับ แล้วก็ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ส่ง ตอนนี้เปึนเรื่องของคณะกรรมาธิการแล้วครับ กับสภา คณะกรรมาธิการกับสภาไม่ใช่กับรัฐบาล รัฐบาลเขาไม่เกี่ยวข้องนะครับ ฉะนั้น เราก็จะพูดได้เฉพาะระหว่างสมาชิกกับกรรมาธิการ ในเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ฉบับนี้ ฉะนั้นผมว่าเราเดินหน้า พอไปถึงตอนไหนที่ท่านสงสัยข้องใจอะไรในหน้าอะไรที่แปรญัตติไว้ เอาให้เต็มที่เลยครับ ตามเอกสิทธิ์ที่ท่านมีนะครับ เชิญคุณเจริญ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ขออนุญาตท่านประธานอีกสักนิดหนึ่ง ผมก็อยากพิจารณาเหมือนกัน ผม เจริญ จรรย์โกมล จากจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมเห็นท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณนี่ครับ ท่านบัณฑูรนี่นั่งอยู่นี่ท่านประธานครับ ท่านเอามาแจกเขาสิครับในสภานั่นน่ะ ไปปกป่ดทําอะไรครับ ผมสงวนคําแปรญัตติไว้ ผมไม่เห็นรายละเอียดเลยท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธานอย่างสุดซึ้ง ผมนาน ๆ จะพูดในสภาแต่ผมเห็นแล้ว ผมเห็นท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้มีท่านใดบ้างครับที่ได้รายละเอียดอย่างที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้พูด ไม่มี ผมถามท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ท่านเปึน กรรมาธิการท่านช่วยกรุณามาถ่ายแจกให้พวกผมหน่อยได้ไหม มันปกป่ดอะไร ผมยังไม่รู้ มีความพยายามจะปกป่ดอะไร เอาแฟร์ (Fair : ยุติธรรม , ถูกต้อง) แฟร์ ได้ไหมครับ ในสภา ไม่ได้มีอคติอะไรกับคณะกรรมาธิการเลย ผมอยากจะรู้อย่างไรท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าคงจะไม่มีปกป่ด อะไรละครับ ถามมาก็ตอบไป

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ก็ไม่เป่ดเผยนี่ครับ ท่านสั่งให้กรรมาธิการ เอามาถ่ายแจก ส.ส. (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) สิครับท่านประธาน ถ่ายเลยครับ หรือท่านวิรัชไม่กล้าถ่ายแจก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวิรัช เอาท่านไตรรงค์ก่อน

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ ผมกราบเรียนแล้วว่าเราแจกไปแล้วนะครับ ตอนพิจารณาวาระแรกอยู่ในเล่มนี้รายละเอียดมีหมดทุกโครงการนะครับ แต่เนื่องจาก มันไม่มีการปรับปรุงแก้ไขอะไรเลย ท่านผู้แทนราษฎรมาพิจารณางบประมาณท่านก็น่าจะ นํามาด้วยนะครับ ท่านไม่ได้นํามาหรือครับ แล้วจะพิจารณาอย่างไรถ้าไม่นํามา มันมี รายละเอียดทั้งหมดครับ ไม่ได้ปกป่ดขอยืนยัน ไม่รู้จะปกป่ดทําไม เพราะมันไม่ได้แก้ไข อะไรเลย ก็แจกไปแล้วก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ปกป่ดไปทําไม ปกป่ดอะไร เพื่อใคร ไม่ได้ทํา ละครับ ไม่ได้ปกป่ด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาเชิญคุณวิรัช กรรมาธิการ เชิญ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายวิรัช รัตนเศรษฐ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ในฐานะกรรมาธิการ ผมอยากขอ อนุญาตเรียนท่านสมาชิกว่าในส่วนรายละเอียดซึ่งได้แจกกันไปแล้วนั้นระหว่าง การพิจารณาผมว่าท่านต้องสอบถามจากตัวแทนของแต่ละพรรค เพราะจะมีมาให้ในส่วนหนึ่ง ได้แจกไปแล้ว ส่วนของผมเองผมขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า กรรมาธิการในสัดส่วน ของแต่ละพรรคเมื่อได้มาแล้วก็นํามาดูแล้วก็นําไปให้เพื่อนสมาชิกได้ดูกัน ซึ่งก็ต้อง ยอมรับจริง ๆ ว่าในส่วนของงบแต่ละงบนั้นมีน้อย ก็มีเกือบทุกจังหวัดครับ ต่างคนต่างดู แล้วก็ผ่านไป และการพิจารณาในส่วนนี้ไม่มีการตัดงบ ไม่มีการปรับลดแม้แต่บาทเดียว ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ กระผมขอเรียนต่อไปนะครับ ดําเนินการดีกว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ในวาระสองนี้ จะเปึนการพิจารณาเรียงตามลําดับมาตรา หากมาตราใดมีการแก้ไข ผมจะให้ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ หรือสมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติไว้ได้อภิปรายก่อน จากนั้นคณะกรรมาธิการจึงจะแถลงหรือชี้แจง จบแล้วจึงเปึนการลงมติในมาตรานั้น ๆ คือ จะดําเนินการอย่างนี้ต่อไป

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตสั้น ๆ กับท่านประธานสัก ๒ นาทีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ มีอะไรครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่ท่านคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณางบประมาณได้โชว์เอกสารเล่มหนึ่งเมื่อสักครู่นี้นะครับ ก็คือเอกสาร งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ในเรื่อง รายละเอียด เอกสารฉบับนี้ดูเหมือนบางมาตรานั้นมีรายละเอียด แต่บางมาตรานั้นไม่ได้ แสดงถึงรายละเอียดแต่อย่างใดนะครับ ตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการจัดสรรในเรื่องของ มาตราที่เกี่ยวกับเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังไม่ละเอียดดีพอนะครับ เพราะฉะนั้นตามที่ท่านเจริญ จรรย์โกมล พูดนั้นถูกต้องแล้วท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะให้ประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณาถ่ายเอกสารให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกคน ผมคิดว่าไมได้เสียหายอะไรเลยท่านประธานครับ เพื่อสะดวกและความรวดเร็ว ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ฉบับนี้ด้วยนะครับ จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านประธานได้โปรดสั่งการ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมเห็นว่าเอกสาร มันก็มีอยู่แล้ว ตรงไหนที่มันยังไม่มีการถ่ายอยู่ในเอกสารนั้น ท่านซักถามแล้วให้เขาตอบ แล้วให้เขาเอาเอกสารแจกตอนนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมว่าจะเกิดประโยชน์แก่สภา ในการพิจารณา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ผมเรียนว่าเพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาด้วยนะครับ ถ้าท่านประธานแจกล่วงหน้าพวกเราดูไว้ก่อน อันไหนที่เราไม่สงสัยเราก็ไม่ต้องอภิปราย สอบถามผมว่าจะเปึนประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้มากกว่านะครับ และการแจกมันเสียหาย ตรงไหนท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้เรียกร้อง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันไม่เสียหายละครับ คุณประเสริฐ มันไม่เสียหายทั้งสิ้น เพราะว่าทางคณะกรรมาธิการเขาก็ยืนยันว่าเรื่องเดิม มันมี มันไม่มีการแก้ไข ตามเดิมทั้งหมดในตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ผมได้ยกตัวอย่างท่านประธาน ที่เคารพครับ ในหนังสือเล่มนี้บางรายการไม่มีรายละเอียดถึงสถานที่ที่งบประมาณลงไป นะครับ ตัวอย่างเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการขุดบ่อ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นท่านก็ซักถาม เพราะท่านก็แปรญัตติไว้ใช่ไหม ท่านก็ซักถามตรงนั้น ให้เขาแจงรายละเอียดในสภานี้

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

แต่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าเกิดท่านประธานกรุณานะครับ ให้คณะกรรมาธิการได้เอารายละเอียด ให้พวกเราดูก่อน ผมว่าการพิจารณาจะรวดเร็วและง่ายขึ้นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเห็นด้วย แต่ว่า เพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ ผมว่าเดินไปแล้วอันไหนที่สงสัยขอให้วิปทั้งสองฝ์ายประสานกัน นะครับว่าจะเอาอย่างไร

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรคุณธนา เชิญครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาตทําความเข้าใจกับท่านประธานสักนิดหนึ่งนะครับ ว่า วันนี้ท่านประธานก็พูดเองนะครับว่ามีผู้ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติไว้จํานวนมาก ซึ่งมากกว่าในการพิจารณางบประมาณทุก ๆ ครั้ง ทีนี้สิ่งที่ ท่านประธานได้ปล่อยให้เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านซักถามในวาระสอง ผมเกรงว่า ท่านประธานจะไม่ได้ดําเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภา (ข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๑) ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในวาระสอง เมื่อกรรมาธิการวิสามัญนํารายงานเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ผู้ที่จะมีสิทธิอภิปรายมีอยู่ ๒ กรณีเท่านั้นเองครับ คือตัวกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติไว้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากรรมาธิการวิสามัญได้ชี้แจงแล้วว่าเอกสาร ทั้งหมดนั้นได้แจกให้กับท่านสมาชิกได้เห็นแล้ว ในตอนที่รับหลักการในวาระหนึ่ง ส่วนท่านสมาชิกท่านใดอยากจะทราบรายละเอียด ท่านก็สามารถประสานขอกับทาง สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขอวาระหนึ่ง ที่ระบุรายละเอียดของงบประมาณ ทั้งหมด วันนี้ผมพยายามดูรายชื่อของผู้ขอแปรญัตติ ก็มี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเจริญ จรรย์โกมล ซึ่งท่านมีสิทธิในการที่จะลุกขึ้นขออภิปรายซักถามในเรื่องที่ท่านได้ขอแปรญัตติ ไว้ได้อยู่แล้ว แต่เพื่อนสมาชิกที่ไม่ได้ขอสงวนความเห็นหรือคําแปรญัตติไว้ในวาระนี้ จะไม่สามารถใช้สิทธิซักถามได้เลยนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่ามีพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านจะไม่เข้าใจ เกรงว่าจะเปึนการดําเนิน กระบวนพิจารณา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณธนาครับ ทุกคนเขารู้ ข้อบังคับกันทั้งนั้นครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ก็ขออนุญาตท่านประธานเรียน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขารู้กันอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเขาเปึนฝ์ายค้านเขาก็ต้องเอาเหตุผลของฝ์ายค้าน เราฝ์ายรัฐบาลเราก็ต้องให้เหตุผล ทางฝ์ายรัฐบาล เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามประนีประนอมกันทั้ง ๒ ฝ์าย เพื่อให้เดินไป ข้างหน้า ผมพอเข้าใจนะครับ เพราะนั่งเปึนประธานตรงนี้มาก็หลายเดือนแล้ว พอเข้าใจ ครับ มีอะไรครับ ประท้วงผมเรื่องอะไรครับ

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ไม่ได้ประท้วงท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ประท้วง ยืนขึ้นยกมือ ทําไม

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ที่ยกมือไม่ได้ประท้วง พอมีคนอื่นขึ้นมา พูดเรื่องว่าที่จะต้องมีเรื่องเอกสาร ผมว่ามันไม่ได้เสียหายอะไรท่านประธานครับ เพราะผม ก็ยังไม่ได้เหมือนกัน แต่ผมไม่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ ผมจะได้เอามาอ่านบ้าง จะได้ดู จะได้ไปบอกพี่น้องในจังหวัดว่ารายรับมาจากไหน รายจ่ายมาจากไหน เพราะกฎหมาย เขียนไว้ว่าเงินคุณจะเอามาบริหารเอามาจากไหน นี่คุณไม่ให้เราดู แล้วจะให้เราพูดได้ อย่างไรท่านประธานครับ ก็เลยขอความอนุเคราะห์ท่านประธานหน่อย ผมว่าถ้า งบประมาณถ่ายแจกคงไม่กี่บาทละครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยนะครับ แต่ตอนนี้ขอเดินหน้าก่อน ยังไม่ได้เดินอะไรสักนิดเลยครับ มาถ่วงกันตรงนี้ เมื่อไรมันจะ จบครับ เพราะเวลาเราก็จํากัดนะครับ ก็ขอความกรุณา ท่านเอาให้เต็มที่ผมไม่ได้ขัดข้อง อะไร ที่ท่านสงวนคําแปรญัตติไว้ เพราะว่าข้อบังคับมันมี ขอดําเนินการนะครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

นิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ พอถึงจังหวะ คุณประเสริฐ คุณประเสริฐก็เอาเต็มที่เลยครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ผมหมายถึงเอกสารตามที่ ผมได้แสดง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวผมจะประสานงาน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

อันนี้ได้แต่คณะกรรมาธิการ ที่เปึนผู้พิจารณานะครับ สมาชิกก็ไม่ได้มีสิทธิรับทราบเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวผมจะประสานงาน ให้เขาเพิ่มเติมนะครับ แต่ตอนนี้ขอเดินหน้าก่อน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานรับปากแล้ว ใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไหนครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานรับปาก ที่ประชุมแล้วใช่ไหมว่าจะเอาเอกสารให้สมาชิก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณต้องการฉบับไหนล่ะ คุณบอกมาสิ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ทุกมาตราที่เกี่ยวข้องครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อ๋อ ผมไม่สามารถที่จะทํา ได้ละครับ ต้องเปึนเดือน มันทําไม่ได้ครับ คุณอย่าเอาเรื่องที่ทําเปึนไปไม่ได้อย่ามาถ่วง เลย ขอดําเนินการนะครับ เชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดําเนินการครับ ตั้งแต่ มาตรา ๑ เปึนต้นไปครับ เชิญครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ และมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ยอดรวม ไม่มี การแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้สงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ในมาตรา ๓ นะครับ กรรมาธิการขอสงวนความเห็น จํานวน ๗ ท่านนะครับ มีท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ท่านสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ท่านนวัธ เตาะเจริญสุข ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ท่านซูการ์โน มะทา ท่านอํานวย คลังผา ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ นี่กรรมาธิการนะครับ ส่วนผู้ขอแปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติมีจํานวน ๔๒ ท่านนะครับ อยู่ในรายละเอียด หมดแล้วนะครับ ขอเชิญท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ มีอะไรอีกหรือครับคุณสุวโรช

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประสิทธิ์ครับ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในหน้าที่ ๘ ชื่อผม ไม่มี สระอะ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอถึงหน้านั้นแล้วก็ค่อย แก้ครับ เชิญนั่งก่อนครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ขออนุญาตให้แก้เท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับคุณประสิทธิ์ครับ ไม่ให้เสียเวลา

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะขออภิปรายนะครับ อยากขอให้ช่วยแก้นิดหนึ่งครับ ปรับลดลง นะครับ ไม่ใช่ ปรับลดลงเหลือ เพราะว่าถ้าไปปรับลงเหลือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่ามีการผิดพลาดคลาดเคลื่อนเล็กน้อยนะครับ คือผมขอสงวนความเห็นให้ปรับลดลง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อยากให้เหตุผลนะครับ

ท่านประธานครับ อยากกราบเรียนว่างบนี้เปึนงบที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ในทางเดียวกันต้องช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ ซึ่งเปึนเกษตรกร เปึนกระดูกสันหลังของชาติ ปรากฏว่าในงบนี้เกือบไม่มีเลยครับ ผมได้อภิปราย ในกรรมาธิการว่าเราควรจะมีงบนี้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ราคาพืชไร่มันสําปะหลัง ครับเหลือ ๑ บาท ๔๐ สตางค์ ถ้าสมมุติว่าเราไม่ช่วยเขาเลยนะครับ ในอนาคตอาจจะ เหลือ ๘๐ สตางค์ มันจะป่ดถนนนะครับ มันจะมาล้อมทําเนียบโดยอัตโนมัติ ตอนนี้ ข้าวโพดก็เหลือ ๔ บาท ท่านประธานครับ จะเอาเม็ดเงินที่ไหนไปนะครับ ถึงวันนี้ ก็มีปัญหา เรื่องยางพาราก็ตกครับ นี่ภาคใต้กําลังจะเริ่มกรีดยางครับ จาก ๔๔ บาท มันจะ เหลือ ๒๔ บาทหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ ไม่ทราบว่ารัฐบาลไม่คิดจะเอางบประมาณส่วนนี้ ไปดูแลเกษตรกรบ้างเลยหรือครับ ผมถึงมีความเห็นว่าทําไมเราไม่เอางบในความเห็น ผมนะครับ ถึงแม้ผมไม่สามารถจะแปรญัตติเพิ่มได้เพราะมันผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ในความเห็นผมนี่นะท่านประธาน เราควรจะนําส่วนนี้ไปช่วยเหลือเกษตรกรบ้าง แล้วปัญหาที่สําคัญคือด้านสังคมท่านประธานครับ ยาเสพติดตอนนี้เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง ไปหมด ที่จังหวัดชัยภูมินะครับ อาทิตย์ที่แล้วสารวัตรโดนยิงแสกหน้าเลยครับ งบส่วนนี้ ทําไมไม่เอาไปช่วยเขาบ้างนะครับ ถึงแม้เราจะไปสร้างแฟลตตํารวจ แต่ว่าเรื่อง การปราบปรามยาเสพติดมันต้องใช้เงินนะครับ จนป์านนี้เรื่องมาตรการปราบยาเสพติด ผมแทบไม่เห็นเลยครับ ตํารวจกลัวหมด ไม่กล้านะครับ ไม่กล้าจับ เพราะว่าพวกค้ายา มันมีอาวุธท่านประธานครับ ถ้าเกิดตํารวจไปทํารุนแรงเดี๋ยวก็ถูกอีก เดี๋ยวถูกฟัองร้องกัน วุ่นวายไปหมดนะครับ แล้วก็กล่าวหาว่าเขาเปึนฆาตกรไปฆ่าคนค้ายาเสพติด ถึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาล โดยเฉพาะกรรมาธิการนะครับ ตอนนี้ก็ต้องยอมรับครับ แปรญัตติตัดไม่ได้แม้แต่บาทเดียว เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ลุกขึ้น ขออภัยที่เอ่ยนาม คุณเจริญ จรรย์โกมล พูดถึงเรื่องว่ามีนอกมีใน ผมยืนยันครับ ผมเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ตัดไม่ได้เลยครับแม้แต่บาทเดียว พวกผมพยายามจะแปรญัตติตัดเพื่อเอามาช่วยเหลือ เกษตรกร เพื่อเอามาช่วยเหลืออะไร แต่ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงประธาน คณะกรรมาธิการถ่ายแจกเลยครับ ถ่ายแจกเลยครับ ไม่มีนอกมีในครับ ผมยืนยัน ถ่ายแจกได้เลยครับ เพราะว่ามันเปึนข้อมูลซึ่งกระทรวงเขาทํามานะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ต่อไปคุณซูการ์โน มะทา ไม่ติดใจนะครับ ต่อไปคุณสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ไม่ติดใจนะครับ ต่อไปคุณอํานวย คลังผา เชิญครับ

นายอํานวย คลังผา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขอสงวนความเห็น เนื่องจากในขณะนี้ตามที่ได้ พิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... เพราะเนื่องจาก งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมนั้นเปึนการเพิ่มงบประมาณนะครับ โดยไม่รู้รายรับและ ไม่รู้รายจ่าย นี่คือประเด็นแรก

และอีกส่วนหนึ่ง งบดังกล่าวนั้นเปึนการกู้มาครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมจึงไม่เห็นด้วย จึงขอปรับลด และในส่วนที่ผมขอปรับลดนั้นมีเหตุผล นะครับว่า ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นจะต้องทําอย่างไรที่จะให้เกษตรกรระดับ รากหญ้าของเรานั้นมีรายได้ ผลผลิตมีราคาสูง ซึ่งในขณะนี้ผลผลิตทุกอย่างในเรื่องไม่ว่า ข้าวโพด มันสําปะหลัง ในขณะนี้ราคาตกต่ํารัฐบาลไม่สามารถนําเงินไปแทรกแซง ให้เพียงพอกับเกษตรกร ท่านประธานครับ ซึ่งในขณะนี้ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนมาตลอด โทรศัพท์มาตลอดว่าในขณะนี้มันสําปะหลังรัฐบาลแทรกแซงนั้น จํานวนไม่เพียงพอกับเกษตรกร ผมจึงเห็นว่างบประมาณดังกล่าวนั้น หากเรานําเงินไป แทรกแซงให้กับเกษตรกรอย่างเพียงพอแล้ว เกษตรกรเขาก็สามารถจะมีรายได้นะครับ ส่วนหนึ่ง

แล้วอีกส่วนหนึ่งนะครับท่านประธานที่เคารพ ในขณะนี้รัฐบาลกําลังเก็บ ภาษีน้ํามันให้เกษตรกรเดือดร้อน นี่คือส่วนหนึ่งครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมเห็นว่างบประมาณดังกล่าวผมไม่เห็นด้วย จึงขอปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ เพื่อที่จะไปช่วยเหลือเกษตรกรตลอดทั้งผู้ว่างงานในขณะนี้ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ รักษา เวลาได้ดีมากครับ ต่อไปคุณนวัธ เตาะเจริญสุข ผ่านนะครับ เชิญมีอะไรหรือคุณสมบูรณ์

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรค ประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวครับท่านประธาน เนื่องจาก การอภิปรายเรื่องรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ในวาระสองนี้ ผมคิดว่าถ้าเกิด ท่านประธานอ่านตามรายชื่อที่ขอแปรญัตติหรือสงวนคําแปรญัตตินะครับ คาดว่า จะใช้เวลาเปึนจํานวนมาก เนื่องจากบางท่าน เช่น ผมเองได้รับทราบการชี้แจงจาก คณะกรรมาธิการ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเสียเวลาครับ ท่านทําให้เสียเวลาครับ นั่งลงเถอะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ผมคิดว่าถ้าใครมีประเด็นติดอยู่ ก็ยกมือ แล้วก็

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่จําเปึนครับ ผมพิจารณาเองครับ เพราะผมเปึนประธานที่ประชุมครับ จะทําให้เรียบร้อยที่สุดครับ เตรียมที่คุณอภิปรายของคุณเองก็แล้วกันครับ คุณนวัธไม่อยู่นะครับ คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ไม่อยู่นะครับ คุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยากจะเรียนท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภา แห่งนี้นะครับว่า จริง ๆ แล้วนี่นะครับ ปกติเรามีการคาดการณ์การทํางบประมาณประจําป้ การทํางบประมาณกลางป้นี่ปกติแล้วเราจะกระทําก็ต่อเมื่อการจัดเก็บภาษีรายได้เกินกว่า ที่เราคาดการณ์ไว้ ในงบประมาณป้ ๒๕๕๒ เราคาดการณ์ว่าเราจะจัดเก็บภาษีได้ ประมาณ ๑.๕ ล้านล้านบาท แล้วเราใช้วงเงินกู้อีกประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในงบประมาณป้ ๒๕๕๒ นั้น เรามีวงเงินงบประมาณทั้งหมดประมาณ ๑.๘๓ ล้านล้านบาท ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า จากการจัดเก็บภาษีถึงในปัจจุบันนี้เราพบว่ามีการ จัดเก็บภาษีต่ํากว่าเปัา นี่ขนาดเพิ่งเริ่มต้นป้นะครับ ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจยังไม่รุมเร้า เรามีการจัดเก็บภาษีที่ต่ํากว่าเปัา และในขณะที่เราดูแนวโน้มจากสถานการณ์การเงิน ของโลก ดูแนวโน้มจากการที่เราป่ดสนามบิน ดูจากแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจแล้ว เราเชื่อว่าป้นี้การจัดเก็บภาษีของประเทศนี่น่าจะต่ํากว่า ๑.๕ ล้านล้านบาทแน่นะครับ ที่เราคาดการณ์ไว้อาจจะต่ําไปถึงประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็น่าจะจัดเก็บได้ ประมาณ ๑.๒ ล้านล้านบาทเท่านั้นเอง การทํางบประมาณเพิ่มเติมปกติเราจะทํา งบประมาณเพิ่มเติมก็ต่อเมื่อการจัดเก็บภาษีเกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ คือจะต้องมีการ คาดการณ์ว่าจะต้องจัดเก็บภาษีได้มากกว่า ๑.๕ ล้านล้านบาทก่อน ๑.๕ ล้านล้านบาท นะครับ เราถึงจะคิดว่าเรามีเงินเหลือ เก็บภาษีเหลือแล้วเราถึงมาทํางบประมาณเพิ่มเติม แต่ป้นี้รัฐบาลแนวโน้มจัดเก็บภาษีอย่างไรก็ไม่ได้ เปึนสิ่งที่เราทราบกัน ซึ่งได้มีการ สอบถามทั้งกระทรวงการคลัง สอบถามในคําชี้แจงของคณะกรรมาธิการแล้วเชื่อว่า ป้นี้จัดเก็บไม่ได้ จริง ๆ แล้วถ้าเราจัดเก็บไม่ได้อะไรเกิดขึ้น เราตั้งงบประมาณไว้ ๑.๘ ล้านล้านบาท ถ้าเราจัดเก็บไม่ได้หายไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอนครับ ป้นี้ เราจะมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินเดือน เราจะมีปัญหาเรื่องของการที่จะมีโครงการต่าง ๆ ที่เราได้เตรียมเอาไว้ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ นั้น ไม่ได้ดําเนินการอีกส่วนมาก สิ่งที่ รัฐบาลต้องดําเนินการคือ ต้องหาวิธีจัดเก็บภาษี อย่างเช่น ตอนนี้รัฐบาลเก็บภาษีน้ํามัน โดยที่บอกว่าจะจัดเก็บเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ ๕ บาทต่อลิตร เก็บอีกประมาณ ๕ บาท ต่อลิตร ซึ่งตรงนี้เองผมอยากเรียนว่าแทนที่จะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคหนึ่งรัฐบาล บอกว่าจะอัดเม็ดเงินลงไปให้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ว่ารัฐบาลตั้งเครื่องสูบขนาดใหญ่ดูด เม็ดเงินจากประชาชนโดยการใช้ภาษีน้ํามัน ผมอยากเรียนท่านประธานครับว่าการที่ รัฐบาลเก็บภาษีน้ํามันเพิ่มเปึนการทําลายระบบเศรษฐกิจอย่างสิ้นเชิง ป้นี้ในสถานการณ์ โลกเรามีปัญหาในต่างประเทศ โดยที่เราเกิดภาวะวิกฤติทางการเงินในต่างประเทศ การส่งออกป้นี้กําลังซื้อในต่างประเทศลดน้อยลง การส่งออกเรามีปัญหาแน่ เรามีปัญหา การป่ดสนามบิน นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยลดน้อยลง แท้ที่จริงแล้วการแก้ปัญหาวิกฤติของเศรษฐกิจรัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาในต่างประเทศ เปึนส่วนใหญ่แก้ปัญหาการส่งออกเปึนส่วนใหญ่ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือรัฐบาลเอาเงินมา ส่วนใหญ่แล้วเปึนการใช้จ่ายภาคครัวเรือน เอาเงินมาแจกราษฎร ถามว่าดีไหม ดูเหมือน จะดีครับ แต่ว่ามันแก้ไม่ได้แน่ เพราะว่าอย่างแจกเงินคนละ ๒,๐๐๐ บาทนี่ ท่านประธาน เอา ๓๖๕ วันหารนี่นะครับ คนหนึ่งจะได้เพียงประมาณ ๕.๕๐ บาทต่อวันเท่านั้นเอง แต่ในขณะที่รัฐบาลเก็บภาษีน้ํามันลิตรละ ๕ บาท นั่นแปลว่าประชาชนจะต้องจ่ายไปแล้ว ๕ บาท พอ ๆ กับเงิน ๒,๐๐๐ บาท แต่ผมถามว่าในประเทศนี้ลองถามตัวเองสิครับ ว่าวันหนึ่งเราใช้น้ํามันต่ํากว่า ๑ ลิตรไหม คนที่เดินทางทุกวันผมเชื่อว่าเราใช้น้ํามันวันหนึ่ง อย่างน้อย ๕ ลิตร ๑๐ ลิตร เปึนอย่างน้อย นั่นแปลว่าวันหนึ่งเราจะเสียค่าใช้จ่ายภาษีน้ํามัน วันละหลายสิบบาท ป้หนึ่งเราจ่ายค่าภาษีน้ํามัน ผมเชื่อว่าบางคนหลายพันบาท บางคน เปึนหมื่นบาท บางคนหลายหมื่นบาท เฉพาะภาษีน้ํามันที่รัฐบาลจัดเก็บ แต่รัฐบาล บอกว่าดูดภาษีน้ํามันมาเอาไปจ่ายคนละ ๒,๐๐๐ บาท ตกคนละ ๕.๕๐ บาทต่อวัน แต่สิ่ง ที่ต้องตระหนักนะครับ วันนี้เราต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยว ถ้าน้ํามันราคาสูงขึ้นผม ถามว่าใครจะท่องเที่ยว ระบบการท่องเที่ยวเสียหาย ผมถามว่าถ้าต้นทุนการผลิตของ เกษตรกรสูงขึ้น ต้นทุนปุิยสูงขึ้น ปัจจัยการผลิตสูงขึ้น ราคาสินค้าที่เราส่งออกต้นทุนก็สูง แล้วเมื่อถึงตอนนั้นเราจะแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างไร เพราะฉะนั้นการดําเนินการ อย่างนี้ การตั้งงบประมาณแบบนี้เปึนการตั้งงบประมาณที่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ และนอกจากนั้นเอง ยังทําลายระบบเศรษฐกิจอีกด้วย

แต่ประการสําคัญครับท่านประธาน ผมอยากเรียนกับท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ ว่าการตั้งงบประมาณครั้งนี้ ครั้งแรกเองนี่นะครับเมื่อผมเข้าไปพิจารณางบประมาณ เราพบว่า เปึนงบประมาณที่น่าจะไม่กระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เมื่อมีการพิจารณาไปถึงบางมาตรา อย่างเช่น มาตรา ๒๑ เกี่ยวกับการชดใช้เงินคงคลัง เราพบว่ากฎหมายงบประมาณฉบับนี้ มีแนวโน้มในการขัดกฎหมายค่อนข้างชัดเจน มีการถกเถียงในคณะกรรมาธิการว่า ขัดต่อกฎหมายไหมนะครับ ผมอยากขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ในมาตรา ๑๖๙ ของรัฐธรรมนูญนั้นนะครับ บอกว่าการชดใช้เงินคงคลังจะต้องมาจากรายได้ แต่อย่างที่ ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า รายได้นั้นก็คือรายได้ที่เราจะจัดเก็บภาษีและรายได้อื่น ทั้งหมด เราคาดการณ์ว่าป้ ๒๕๕๒ เราจะจัดเก็บได้ที่ ๑.๕ ล้านล้านบาท แต่ในความเปึนจริง เราจัดเก็บได้ไม่ถึง ๑.๕ ล้านล้านบาท เราคาดการณ์ว่าน่าจะอยู่ที่แค่ประมาณ ๑.๒ ล้านล้านบาทเท่านั้น หายไปประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นแปลว่าโอกาส ที่จะเกิน ๑.๕ ล้านล้านบาท แล้วกลายเปึนรายได้ไม่มี แต่ว่าในมาตรา ๒๑ นั้นนะครับ ได้จัดทํางบประมาณไปชดใช้เงินคงคลัง โดยบอกว่า คําว่า แหล่งที่มาของรายได้ ท่านต้องเอาเกิน ๑.๕ ล้านล้านบาทก่อนว่าป้นี้เราจัดเก็บได้เท่าไร แต่คําชี้แจงของ กระทรวงการคลังบอกว่า คําว่า แหล่งที่มาของรายได้ แปลว่า ท่านจะไปตั้งยอดใหม่ คือ ตั้งยอดภาษีสรรพสามิตจัดเก็บใหม่ เอาลิตรละ ๕ บาท ดูดมาลิตรละ ๕ บาท เอามาโปะ แล้วไปเก็บภาษีอื่นทั้งหมดอีกมาโปะ ซึ่งตรงนี้ผมอยากเรียนท่านประธานว่ามัน เปรียบเสมือนกับการตั้งงบประมาณแบบศรีธนญชัย ท่านกําลังหลอกลวงตัวเอง ท่าน กําลังหลอกลวงคนทั้งประเทศ มันเปึนไปไม่ได้ละครับ ในกฎหมายงบประมาณโดยวินัย ทางการเงินการคลัง ผมอยากเรียนว่าเราจะตั้งเงินได้ก็ต่อเมื่อเรามีรายได้หรือเรา คาดการณ์ว่ามีรายได้เกินกว่า เราถึงเรียกว่า รายได้ โดยเจตนารมณ์ของกฎหมาย ผมเชื่อว่าเปึนการรักษาวินัยทางการเงินการคลังว่า ถ้าท่านจะตั้งรายได้ชดใช้เงินคงคลังนั้น ท่านจะต้องบอกว่าท่านจะจัดเก็บอย่างไร มีกรรมวิธีได้เงินมาอย่างไร แล้วจะต้องเกินกว่า ที่ท่านทํากฎหมายงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ไว้แล้วด้วย ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่ ท่านกําลังอธิบายใช้ ศรีธนญชัย คือใช้ถ้อยคํานะครับ เปึนการที่ทําให้คนเกิดความสับสนนะครับ เพราะคิดว่า ส่วนใหญ่แล้วคนไม่อ่านถ้อยคํา แต่ผมอยากเรียนท่านประธานนะครับว่า การทํากฎหมาย อย่างนี้มันทําให้สมาชิกสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบยาก การที่เราร่างกฎหมาย งบประมาณนะครับ ทุกคนที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยากให้มีเม็ดเงินส่วนใหญ่ เอาไปใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยพี่น้องประชาชน แต่ว่าการตั้งงบประมาณที่ สุ่มเสี่ยงต่อการขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญมันจะทําให้สมาชิกสภาแห่งนี้เดือดร้อน วันนี้ การเมืองมิได้มีแต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา การเมืองมิได้มีแต่สมาชิกวุฒิสภา คนข้างนอก การเมืองใหม่ กลุ่มพันธมิตรที่บอกว่าจะต้องสร้างการเมืองใหม่ล้มคนในระบบ การปกครองการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ถ้าเกิดมีคนยื่นตีความว่าสภาแห่งนี้กําลัง ร่างกฎหมายที่หมิ่นเหม่ต่อการขัดบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ก็จะทําให้สมาชิกของสภา แห่งนี้ที่ไปลงมติอาจจะถูกเพิกถอน อาจจะทําผิดกฎหมาย แล้วอาจจะมีปัญหาด้วย ซึ่งผม เรียนว่าการตั้งงบประมาณแบบนี้นะครับ ผมเองในฐานะของกรรมาธิการได้ทักท้วงกรณีที่ ประชุมของคณะกรรมาธิการแล้วนะครับว่า เมื่อเราไปพบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในการซักถาม แล้วเราพบว่ามันน่าจะมีปัญหาในการที่ชี้แจงมา เราเชื่อว่ามันผิด ผมก็บอกว่าในฐานะ ที่เราเปึนพรรคฝ์ายค้าน แต่ผมอยากให้การทํางานของสภาเปึนไปโดยราบรื่น เรายินดี ให้ความร่วมมือ ขอให้กลับไปแก้ไขเสียเอาให้มันถูก เป่ดกฎหมายกันดูเสียเอาให้ชัดเจน ท่านกําลังบอกว่าท่านไปปรึกษาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว แต่ผมอยากเรียน นะครับ ไปดูใหม่ ไปดูสิครับว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวรวัจน์ครับ ที่ท่านตัด งบประมาณทั้งหมดนี้ ผมว่าให้เนื้อหาตรงนี้เอาตรงนี้

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ 🔗

ถูกต้องครับท่านประธาน ผมอยากเรียนท่านประธานว่าปกติแล้วบางมาตรามันตัดไม่ได้ แต่ที่ผมต้องอธิบายชี้แจง ต่อสภาแห่งนี้ว่าทําไมถึงบอกว่าตัดทั้งหมด เพราะว่าเหตุผลที่ตรงนี้ก็คือว่ามันขัดต่อ กฎหมาย การชดใช้เงินคงคลังนั้นปกติเราตัดไม่ได้ แต่ถ้าตรงนั้นมันขัดต่อกฎหมายมันถึง เปึนเหตุผลที่ทําไมผมถึงบอกว่าผมจะต้องตัดทั้งก้อน เพราะว่าผมคิดว่าถ้าเรายอมรับไป นั่นคือเรายอมรับการกระทําผิดกฎหมายนะครับ อันนี้เปึนคําอธิบายที่ผมต้องขออนุญาต เรียนต่อท่านประธานว่านั่นคือเหตุผลที่ต้องใช้เวลาในการชี้แจง ผมไม่ประสงค์ที่จะใช้เวลา แห่งสภานี้มาก ท่านประธานก็ทราบว่าผมเองปกติผมไม่อภิปราย และถ้าหากว่าใช้เวลา มาก ๆ ผมก็จะไม่พูด แต่ด้วยความจําเปึนของการสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย และความจําเปึน ที่ต้องรักษาไว้ซึ่งเม็ดเงินงบประมาณแผ่นดิน และความจําเปึนที่เราเห็นแล้วครับว่า อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจของโลกจะมาถึงบ้านเรา ประเทศไทย บ้านเรานะครับ วันนี้บ้านเรากําลังจะส่งออกไม่ได้ นักท่องเที่ยวจะไม่เข้ามา แล้วแน่นอน ครับทุกคนรู้ตัว รู้ตัวครับว่าป้นี้เราจะประสบผลวิกฤติอย่างมหาศาล ในป้ ๒๕๔๐ ผมอยากขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าปัญหามันเกิดขึ้นจากสถาบันการเงิน ภายในประเทศ สถาบันการเงินภายในประเทศเกิดวิกฤติ เกิดการป่ดสถาบันการเงิน ธนาคารไม่ปล่อยกู้ สถาบันการเงินไม่ปล่อยเงินออกมา พี่น้องเกษตรกรหรือพวก เอสเอ็มอี (SMEs : Small and Medium Enterprises : วิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ย่อม) หรือพวกภาคธุรกิจมีปัญหา ตอนนั้นเราแก้ไขโดยการตั้งกองทุนหมู่บ้านเอาไปเพื่อ กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า เราตั้ง เอสเอ็มแอล (SML : Soidarity Mederation Learning : โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้าน/ชุมชน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง) เข้าไป เราอัดเงินเข้าไปในระบบ เพราะเราให้โอกาสของพี่น้องประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ โดยที่ไม่ต้องผ่านระบบการเงินของรัฐที่มีปัญหา ตรงนั้นเราแก้ถูก เพราะปัญหาเกิด ในประเทศเราแก้ภายในประเทศ แต่การดําเนินการป้นี้คือปัญหาเกิดต่างประเทศ แต่เรา ไม่ได้แก้ เรามาแก้ที่ภาคครัวเรือนและไม่ได้แก้ตรงที่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย ผมอยาก สผ ๗/๒๕๕๒ (ส. ทั่วไป) เปึนพิเศษ ภัทราวรินทร์ ๑๙/๒ เรียนท่านประธานว่าวันนี้งบประมาณที่ตั้งไว้นี่นะครับ ถ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ ผมอยากเรียน ว่ามันต้องไปแก้ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ลงเรื่องแหล่งน้ําอย่างเดียว กระทรวงอุตสาหกรรมได้งบประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ไปลงที่ภาคใต้เปึนส่วนใหญ่ กระทรวงพาณิชย์ได้งบประมาณไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไปทําเรื่องธงฟัาเปึนส่วนใหญ่ แล้วงบประมาณที่เกี่ยวกับการส่งออก เกี่ยวกับอะไรนี่มีน้อยมาก และงบประมาณประจําป้ของกระทรวงพาณิชย์ก็น้อย กระทรวงเหล่านั้นผมเรียนนะครับว่างบประมาณที่ตั้งไว้ ถ้าเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจแล้ว จะต้องได้ไม่ต่ํากว่าหมื่นล้านบาท อย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาป้นี้เห็นแล้วครับ ว่านักท่องเที่ยวหายไปเยอะ ตกใจไม่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย เมื่อป่ดสนามบิน ความเสียหายวันนั้นวันที่ป่ดสนามบิน คณะรัฐมนตรีชุดของท่านสมชายให้เงินเพื่อ ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ต้องจ่ายค่าโรงแรมและเดินทางกลับไม่ได้ ๑,๙๐๐ ล้านบาท และมีการคิดว่าถ้าจะต้องเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวทั้งระบบหรือแก้ไข ปัญหาการท่องเที่ยวต้องใช้เม็ดเงินอีกมหาศาล แต่วันนี้รัฐบาลตั้งเม็ดเงินให้เพื่อช่วยเหลือ การท่องเที่ยวเพียง ๕๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเองท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าวันนี้ต้อง เรียนพรรคแกนนํารัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ว่าจริง ๆ การทํางบประมาณแบบนี้ท่านต้อง ใจกว้าง ท่านต้องให้ตรงที่มันกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ไม่ใช่ท่านไปแจกภาคครัวเรือน อย่างนี้ แล้วแจกตรงนี้ท่านเกาไม่ถูกที่คัน ปัญหาเกิดไปต่างประเทศท่านแจก ภาคครัวเรือน ผมไม่เถียงละครับมันดูเสมือนว่าท่านได้คะแนนเสียง ท่านได้เสียงชื่นชม กับพี่น้องประชาชนที่อาจจะได้รับเม็ดเงิน แต่ถ้าพี่น้องประชาชนเห็นว่าเขากําลังจะตกงาน ตอนนี้บริษัทป่ดตัวมาก จากคําชี้แจงของกระทรวงแรงงานในคณะกรรมาธิการ ผมอยาก เรียนต่อสภาแห่งนี้ว่ากระทรวงแรงงานบอกว่า เฉพาะคนที่เดินเข้ามาในกระทรวงแรงงาน เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากการตกงานนั้นเดือนพฤศจิกายนมีอยู่ประมาณ ๑๘,๐๐๐ คน เดือนธันวาคมขึ้นมาถึง ๓๒,๐๐๐ คน พอเดือนมกราคมโดดขึ้นมาเลย ๗๐,๐๐๐ คน อันนี้เฉพาะคนที่เดินเข้าไปที่กระทรวงแรงงานเพื่อขอรับความช่วยเหลือ นะครับ แต่จริง ๆ แล้วคนในต่างจังหวัดที่ไม่รู้สิทธิของตัวเองว่าเมื่อตกงานแล้วมีสิทธิ ได้รับความช่วยเหลืออีกเท่าไรไม่ทราบ เพราะฉะนั้นป้นี้อัตราคนว่างงานมาก แล้วอัตรา สผ ๗/๒๕๕๒ (ส. ทั่วไป) เปึนพิเศษ ภัทราวรินทร์ ๑๙/๓ การป่ดตัวของโรงงานตอนนี้กําลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คนตกงานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เรากําลังส่งออก ไม่ได้ พ่อบ้านก็ตกงาน ท่านบอกว่าเอาถุงยังชีพไปแจกคนในบ้านให้ใช้จ่าย เอาเงินให้ใช้เสียให้ภาคครัวเรือนไปกระตุ้นภาคครัวเรือน แบบนี้ผมเรียนว่ากระตุ้น เศรษฐกิจไม่ได้ แล้วอยากจะเรียนต่อท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ว่า ที่ท่านถามหารายละเอียด ทั้งหมด ผมอยากเรียนว่าเมื่อเอาเนื้อหาที่เข้าไปชี้แจงคณะกรรมาธิการ เมื่อเอาเข้าไปใน คณะกรรมาธิการเปึนแบบนี้ แต่เมื่อคณะกรรมาธิการทักท้วงเปึนรายโครงการวิธีการ ดําเนินการหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมก็อยากเรียนว่าคําชี้แจงไม่ชัดเจน บางครั้งเราบอกว่า อยากจะขอแขวนไว้ก่อน เพื่อให้ส่วนราชการนั้นกลับมาชี้แจงให้ชัดเจน เพราะเราต้องการ ให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องเรียนว่าคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่ยอม นะครับ แล้วก็คําชี้แจงนั้นไม่ชัดเจนนะครับ ซึ่งในแต่ละรายละเอียดนั้นผมจะขออภิปราย ในแต่ละมาตราต่อไปว่ามันไม่ชัดเจนอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียน ท่านสมาชิกสภาแห่งนี้นะครับ แล้วก็เรียนไปถึงพี่น้องประชาชนว่าครั้งนี้ในการทําหน้าที่ ของพรรคฝ์ายค้านนั้น เราไม่ได้ทําหน้าที่เพราะเราอยากเปึนฝ์ายค้าน เพราะเราคิดว่า เราเปึนฝ์ายค้าน แต่เราทําหน้าที่เพราะเราคิดว่านี่คือประเทศไทย นี่คือบ้านของเรา วันนี้ บ้านกําลังร้อนรุ่ม วิกฤติเศรษฐกิจกําลังรุมเร้า เศรษฐกิจป้นี้ย่ําแย่ เราอยากให้เม็ดเงินก้อน นี้ใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่ถูกต้อง อะไรที่ไม่เปึนไปตามมาตรฐาน การพิจารณางบประมาณของสภาแห่งนี้ เราจะทักท้วง เราจะท้วงติง และขอกราบเรียน อีกครั้งว่าเงินคงคลังเหลือเพียง ๕๒,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเองนะครับ น้อยมาก ถ้าวิกฤตินี้แก้ไม่ได้นะครับ ผมเรียนท่านประธานสภาว่า ท่านนายกรัฐมนตรีบอกนะครับว่า ถ้าแก้วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ไม่ได้ ท่านจะลาออก ผมจะรอดู เพราะผมทําหน้าที่ในฐานะของสมาชิกสภาแห่งนี้ว่า ผมทักท้วงแล้วนะครับว่า วิธีการตั้งงบประมาณแบบนี้มันแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ แล้วขอให้หัวหน้ารัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีรักษาคําพูดด้วยนะครับ เราทักท้วงแล้วนะครับว่าการตั้งงบประมาณ แบบนี้มันแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ถ้าท่านยังดึงดันลากงบประมาณที่สุ่มเสี่ยงต่อการ ขัดกฎหมาย งบประมาณที่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ งบประมาณที่แก้ปัญหาผิดวิธีนี้ต่อไป ถ้าแก้ไม่ได้ท่านต้องรับผิดชอบ ลาออก ซึ่งผมจะติดตามต่อไปนะครับ ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสมนึก เฮงวาณิชย์ ไม่อยู่นะครับ คุณปกรณ์ มุ่งเจริญพร ไม่อยู่นะครับ คุณมาโนช เฮงยศมาก ไม่อยู่นะครับ มีอะไร

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่ท่านประธานได้เอ่ยเรียกให้ผมแล้วนะครับ แต่บังเอิญผมไปทําธุระในห้องน้ํา เลยเพิ่งเข้ามานะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็รอก่อนครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ผมขอใช้สิทธิครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รอก่อนครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ขอบพระคุณท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอา ๔๒ คนนี้เขาจบก่อนครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานครับในฐานะกรรมาธิการ งบประมาณเสียงข้างน้อยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใช่ ผมเข้าใจเพราะว่า คุณแปรญัตติไว้นะครับ ผมไม่ได้ขัดข้องเลยนะครับ ขอเวลาสักนิดหนึ่งนะครับ คุณอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ไม่ติดใจนะครับ คุณรังสิมา รอดรัศมี ไม่ติดใจนะครับ คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ไม่ติดใจนะครับ คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ไม่ติดใจนะครับ ติดใจ หรือเปล่าครับ ติดใจเชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่รัฐบาลได้เสนองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ เข้ามาสู่สภา ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ไปพิจารณา ในรายละเอียด สิ่งหนึ่งนะครับผมต้องขอบคุณจริง ๆ เนื่องจากในการพิจารณางบเพิ่มเติม ครั้งนี้ สมาชิกของเราได้เห็นรายละเอียดกันมากนะครับ มีรายละเอียดทุกกระทรวง มีรายละเอียดทุกประเด็นนะครับ หลายครั้งที่เราเคยพิจารณารายละเอียดของ งบประมาณเพิ่มเติมมีเพียงแค่งบกลางป้กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งไม่มีรายละเอียดเลย แต่วันนี้ ก็เปึนความโชคดีของสภาที่มีความโปร่งใสขึ้นจากการทํางานของทางรัฐบาล ผมคิดว่างบลงทุนที่รัฐบาลเพิ่มเติมลงไปในการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้นะครับ อย่างน้อย ก็คือเปึนการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนโดยตรงเลย เริ่มตั้งแต่วัยเด็กนะครับจะได้รับ งบประมาณในเรื่องงบประมาณการเรียนฟรี ได้รับชุดนักเรียน ได้รับตําราเรียน ได้รับ อุปกรณ์ทุกอย่าง อย่างน้อยในช่วงที่จะเป่ดเทอมที่จะถึงนี้ก็ลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองเด็ก นักเรียน ผมทราบว่ารัฐบาลได้กําหนดนโยบายเพิ่มเติมเด็กเรียนฟรี ๑๕ ป้แล้ว ต่อจากนั้น ก็ให้เด็กที่ไม่สามารถที่จะเรียนต่อได้มีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาซึ่งจะทําให้เด็กมีโอกาส ได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น งบครั้งนี้ให้กับวัยทํางานนะครับ ให้กับกลุ่ม อสม. (อาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมู่บ้าน) ที่ทํางานให้กับสังคม งบครั้งนี้ให้กับผู้สูงอายุนะครับ ซึ่งเริ่มมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๖ ซึ่งขณะนี้ก็เปึนการเพิ่มจํานวนผู้สูงอายุจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพมากขึ้น และทราบว่าขณะนี้กลุ่มบําเหน็จบํานาญนะครับ ทาง ครม. (คณะรัฐมนตรี) ก็ได้อนุมัติว่า ท่านใดที่มีบํานาญไม่ถึงเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ก็ให้ได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาท ก็เปึนการ กระตุ้นเศรษฐกิจเข้าไปนะครับ นอกจากนั้นงบดังกล่าวก็ไปลดค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าน้ํา ค่าไฟ ค่ารถ ก็ต้องขอขอบคุณ แล้วก็เรื่องภาพรวมของการบริหารประเทศ ไม่ว่าการทําถนน การกระตุ้นการท่องเที่ยว หรือการแก้ปัญหาที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเอากีฬา ลงไป ซึ่งเราก็ทราบนะครับว่า กีฬาสร้างคน คนสร้างชาตินะครับ ต้องขอขอบคุณ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขที่ไปทําอนามัยชั้นล่างนะครับ ขณะนี้ได้รับการขอบคุณ จากผู้สูงอายุแล้วก็ผู้พิการจํานวนมากนะครับที่ไปใช้บริการสถานีอนามัย และก็ทราบว่า จะได้รับงบประมาณในการต่อเติมชั้นล่างให้ผู้สูงอายุและผู้พิการได้รับความสะดวก มากขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณ ก็ขอเรียนว่าทางคณะกรรมาธิการและก็ทางรัฐบาลนะครับ ได้ไปเพิ่มเติมก็คือ หลังจากที่งบลงไปแล้วก็ไปเร่งรัดการใช้จ่ายงบลงทุนในส่วน งบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ด้วย เพื่ออย่างน้อยพี่น้องประชาชนของเราจะได้มีเงินมีใช้ เพื่อความสะดวกสบายครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณธนิตพล ไชยนันทน์ ไม่ติดใจนะครับ คุณกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ไม่ติดใจนะครับ คุณเจะอามิง โตะตาหยง ไม่ติดใจ ติดใจหรือครับ เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้อ่าน ได้ศึกษาสิ่งที่คณะกรรมาธิการงบประมาณได้ไปศึกษา ผมเข้าใจว่า ในคณะกรรมาธิการได้มีการศึกษาเรื่องรายละเอียดในการทํางบประมาณของรัฐบาล ที่นําเสนอมาจากวาระหนึ่งแล้ว แล้วผมก็เข้าใจถึงสถานะของรัฐบาลเองว่ามีความเข้าใจ และรู้สึกถึงระเบียบวินัยทางการเงินและการคลังในการที่จะพิจารณาตัวเงินงบประมาณ ที่สําคัญก็คือการนําเงินงบประมาณเหล่านี้เพื่อไปสู่พี่น้องประชาชนซึ่งเปึนเรื่องหลายเรื่อง ที่รัฐบาลได้ดําเนินการไว้และเปึนที่ต้องการของพี่น้องประชาชน ผมได้สอบถาม โดยส่วนตัวกับกรรมาธิการงบประมาณที่ไปดูแลซึ่งมาจากทุกพรรคการเมือง ผมเชื่อมั่น ในกรรมาธิการชุดนี้ว่าไม่มีเลศนัยในการจัดสรรงบประมาณแต่ประการใด อันนี้เปึนสิ่งที่ ทําให้ผมเองสบายใจ ว่าคณะกรรมาธิการมีความตั้งใจทํางานและมีการประชุมถึงดึก ๆ ดื่น ๆ เพื่อพิจารณาในฐานะตัวแทนจากสภาไปนะครับ ท่านประธานครับ ผมยืนยันว่า งบประมาณทุกเม็ด ทุกบาท ทุกสตางค์ที่รัฐบาลขอจากสภานั้น สิ่งที่สําคัญก็คือว่าถ้าไม่มี เงินงบประมาณผ่านจากสภาไป ในการที่จะแปรนโยบายให้เปึนรูปธรรมที่เปึนจริงสู่พี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ก็คงจะไม่ได้ ผมถึงมีความจําเปึนว่า ถึงแม้ผมจะต้องขอปรับลดไป ในส่วนของงบประมาณไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมเข้าใจถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการ แก้ไขปัญหาสู่พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตว่า อย่างในงบประมาณผมได้สอบถามทาง กรรมาธิการได้พูดถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ท่านกรรมาธิการให้ความมั่นใจว่าในป้นี้ ทางกรรมาธิการได้พิจารณาและให้ความเปึนธรรมในการพิจารณางบประมาณโดยเฉพาะ ในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเดิมทีที่ผมเปึนห่วงเพราะว่าสมัยรัฐบาล ก่อนหน้านี้ก็ได้รับผลกระทบในการพัฒนา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยเหตุผลเพราะว่า นโยบายของรัฐบาลในสมัยก่อนหน้านั้นได้ให้นโยบายในการพัฒนาจังหวัดชายแดน ภาคใต้เกี่ยวกับทฤษฎี ๓ สี ซึ่งทฤษฎี ๓ สีนะครับท่านประธาน ทําให้จังหวัดชายแดน ภาคใต้ขาดโอกาสในการที่จะได้รับเงินจัดสรรจากงบประมาณจากรัฐบาล ก่อนหน้านี้ ไม่มีงบประมาณเข้าไปในการพัฒนา แต่พอถึงในกรรมาธิการชุดนี้ครับท่านได้ให้ความสนใจ ในการดูงบประมาณ และผมได้สอบถามและผมพึงพอใจว่าทางกรรมาธิการได้มีการ ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด แล้วก็ในการพัฒนาในพื้นที่ต่อไปทุกภูมิภาคกรรมาธิการ ชุดนี้ให้ความสําคัญครับ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง ทุกภาคมีความเสมอภาค ในการที่จะได้รับเงินจัดสรรงบประมาณจากการศึกษาของกรรมาธิการครั้งนี้เพื่อนําเสนอ ต่อรัฐบาล สิ่งเหล่านี้ครับผมพึงพอใจว่าในขณะนี้นโยบายของรัฐบาลเองก็ไม่ได้แบ่งแยก ว่าภาคไหน ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน จะได้เท่านี้จะได้เท่านั้น แต่ความจําเปึน ที่รัฐบาลจะต้องไปดูคือความจําเปึนตามความเปึนจริงครับท่านประธาน ผมขออนุญาต เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ความจริงอยู่ฝ์ายรัฐบาลไม่ต้องอภิปรายมาก คะแนนเยอะแล้ว

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานนะคะ เพราะดิฉันได้ขอแปรญัตติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ไว้ในขั้นของการแปรญัตติ นะคะ แต่ดิฉันได้รับการชี้แจงจากท่านคณะกรรมาธิการเมื่อคราวที่แล้วเปึนการส่วนตัวแล้ว นะคะ ดิฉันจึงไม่ติดใจในการขอแปรญัตติงบประมาณในครั้งนี้นะคะ

แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งค่ะท่านประธาน ดิฉันต้องขอชื่นชมท่านกรรมาธิการ ทุกท่านด้วยนะคะที่ได้เห็นถึงความสําคัญในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ เพราะงบประมาณครั้งนี้เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรงให้กับพี่น้องทั่วทั้งประเทศนะคะ โดยที่เราก็ไม่เลือกว่าเราจะเปึนพวกไหน พรรคไหน ฝ์ายไหนค่ะท่านประธาน กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ไม่ติดใจนะครับ คุณเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ ไม่ติดใจนะครับ ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ท่านไม่อยู่ครับ คงจะไม่ติดใจนะครับ คุณธนา ชีรวินิจ ไม่ติดใจนะครับ ขอบคุณครับ คุณพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ไม่ติดใจนะครับ คุณพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ไม่ติดใจนะครับ คุณภราดร ปริศนานันทกุล ไม่ติดใจนะครับ คุณรณฤทธิชัย คานเขต ไม่ติดใจนะครับ คุณสกลธี ภัททิยกุล ไม่ติดใจนะครับ คุณสาธิต ป่ตุเตชะ ไม่ติดใจนะครับ คุณสุทัศน์ เงินหมื่น ไม่ติดใจนะครับ คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชิญครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่ผมจะ อภิปราย ผมอยากจะหารือประธานเล็กน้อยครับ ที่จริงแล้วในวาระสองของการพิจารณา งบประมาณจะมีการถ่ายทอดสด แต่ปรากฏว่าผมเป่ดช่อง ๑๑ ไม่มีครับก็ไม่เข้าใจว่า ทําไมถึงไม่มีการถ่ายทอดสด พี่น้องประชาชนให้ความสนใจเรื่องงบประมาณแผ่นดิน ที่รัฐบาลกําลังจะจัดสรรลงไป อยากจะเรียนถามท่านประธานเล็กน้อยนะครับ

ทีนี้ในหัวข้อที่ผมจะอภิปราย มาตรา ๓ ผมได้เสนอสงวนคําแปรญัตติ เพื่อขอตัดลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลครับ ที่จริงแล้วผมต้องการจะเพิ่มให้ รัฐบาลด้วยซ้ํา เพราะเห็นใจครับว่าปัญหาบ้านเมืองวิกฤติอย่างมาก ปากท้องพี่น้อง ประชาชนเสียหาย ไม่สามารถที่จะหารายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวหรือตนเองได้ อยากจะเพิ่มให้ แต่บังเอิญเมื่อศึกษาดูแล้วงบประมาณแผ่นดินมันต้องใช้เงินครับ รัฐบาลหาเงินแทบไม่ได้ ต้องใช้วิธีการกู้ยืมเงิน ยกตัวอย่าง อย่างกรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปประเทศ ญี่ปุ์น ดูเหมือนว่าจะไป โรดโชว์ (Road show : การจัดแสดงสินค้าบริการในต่างประเทศ) เพื่อจะนําสิ่งต่าง ๆ ในประเทศไทยไปเสนอขายให้ญี่ปุ์นเขามาซื้อ เข้ามาเที่ยวหารายได้ เข้าประเทศ แต่เปึนที่น่าเสียดายครับ แทนที่จะไปหาเงินเข้าประเทศ กลับนําประเทศไปกู้ กู้เงิน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันน่าอับอายไหมครับ คนปล่อยกู้เขาก็ต้อนรับดีสิครับ เพราะเราจะไปเปึนลูกหนี้เขา จะให้เขาขับไล่ไสส่งเขาคงไม่ละครับ เขาก็ให้การต้อนรับ นายกรัฐมนตรีเรา ดูเหมือนจะสมเกียรติ เพราะว่าไปเปึนหนี้เขา เขาดีใจครับ บ้านเมือง มันอยู่อย่างนี้ไม่ได้ท่านประธาน แล้วโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีออกมาบอกว่า เงินสํารองในประเทศของเรามีมากมาย เงินสํารองต่างประเทศนะครับ แต่ในขณะที่ เงินคงคลัง กระทรวงการคลังออกมาบอกว่า เมื่อปลายเดือนธันวาคมเหลือ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท จะไม่มีเงินเดือนจ่ายข้าราชการอยู่แล้ว วันนี้มันเดือนกุมภาพันธ์ต้นเดือน หักเดือน มกราคม ๑ เดือนที่จ่ายเงิน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปเปึนเงินเดือนของข้าราชการ วันนี้ เงินคงคลังในประเทศ ถ้าผมบวกลบตัวเลขไม่ผิดก็เหลือแค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะเอา อะไรมาใช้จ่ายกันครับ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เที่ยวไปรับปาก เกษตรกรรายย่อยที่เขามาชุมนุมครั้งแรก ตอนที่เรานํางบประมาณเพิ่มเติมเข้ามาสู่สภา เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาเห็นจะได้ ก็ไปรับปากทันทีเลยครับ ลงไปพบปะเกษตรกรรายย่อย บอกว่าจะเอาเงิน ๖๐๐ ล้านบาท ไปช่วยเกษตรกรที่ถูกฟัองร้อง ไปซื้อหนี้คืนมาก่อน แล้วจะขอ ครม. อนุมัติอีก ๑๗,๕๐๐ ล้านบาท เพื่อจะช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยจาก กองทุนฟุ๋นฟู วันนี้เกษตรกรมารอ มาประท้วงอยู่หน้าอนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๕ เต็มไปหมด แล้วเอาเงิน ๑๗,๕๐๐ ล้านบาทที่ไหนมาครับ เมื่อวาน ครม. ก็ไม่อนุมัติ เที่ยวหลอก ชาวบ้านไปวัน ๆ หลอกชาวบ้านไม่เท่าไร ไปหลอกเกษตรกร เกษตรกรเขายากไร้อยู่แล้ว วันนี้ปุิยก็แพงท่านประธาน ตอนนี้น้ํามัน รัฐบาลชุดที่แล้วไม่เก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามัน เก็บเล็กน้อย มันก็อยู่ได้ ปุิยยูเรียลงมาแล้วครับ รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขนาดไม่ได้ทํา หน้าที่เลยนะครับ เสื้อเหลืองมาล้อมไว้ แต่ก็สามารถลดราคาปุิยลง ปุิยยูเรีย ๔๖-๐-๐ ลดลงเหลือ ๖๐๐ บาทต่อกระสอบ จาก ๑,๔๐๐ บาทต่อกระสอบ วันนี้พอรัฐบาลประกาศ เก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ปุิยยูเรียขึ้นไปเปึน ๖๐๐ บาท ไปอยู่ ๙๐๐ บาทครับ ท่านประธาน เกษตรกรจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อครับ เศรษฐกิจอย่างนี้ แล้วที่เกิดขึ้นอีกอย่าง หนึ่งท่านประธาน ผมก็ไม่รู้ว่างบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฉบับนี้ได้เผื่อไว้เกษตรกร ที่ผลผลิตกําลังจะออกตลาดไหม จะไปพยุงราคาสินค้าเกษตรให้เขาไหม วันนี้ลําไย ที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน ออกช่อเต็มไปหมดเลยครับ ผลผลิตไม่ต่ํากว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านตัน แล้วจะทําอย่างไร รัฐบาลจะพยุงราคาลําไยได้อย่างไร รีบคิดได้แล้วครับ ท่านประธาน ผมไม่เห็นมีแม้แต่คณะรัฐมนตรีขึ้นมาสนใจเลย ไปไหนกันหมดก็ไม่รู้ ท่านประธาน แทนที่จะมาฟังข้อเสนอแนะดี ๆ จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หายหัว ไปหมดท่านประธาน มีแต่กรรมาธิการ กรรมาธิการก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ เอกสารที่แจกมาวันนี้ท่านประธาน ผมเป่ดดูทุกหน้าเหมือนกับที่แจกตอนเข้าวาระหนึ่งเลย ไม่รู้ไปประชุมกันอย่างไร รายละเอียดอะไรก็ไม่มี เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกบอกรายละเอียดเยอะแยะไปหมดมันมี ที่ไหนล่ะ ผมดูมีอยู่เล่มเดียวทั้งโต๊ะนี่ครับ แบบนี้ทํางานได้อย่างไรท่านประธาน ไม่รู้เลยว่า จะเอาเงินไปลงหน่วยไหน ส่วนไหนของแผ่นดินไทย ไปให้พรรคพวกตัวเองหรือไม่ ให้หัวคะแนนตัวเองหรือไม่ อย่างนี้ใช้ไม่ได้ท่านประธาน สภาทํางานอย่างนี้ไม่สมกับเปึน สภาผู้แทนราษฎร เปึนสภาโจ๊กดีไหมครับท่านประธาน ผมอยากจะฝากอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ราคาลําไย เดือนสิงหาคม เดือนกรกฎาคม ลําไยออก รัฐบาลจะเอา งบประมาณที่ไหนมาดูแล ลิ้นจี่ออกแล้วครับเดือนเมษายนนี้ออกแล้ว ป้นี้ล้นตลาด แน่นอนเพราะอากาศหนาวมาก ถามว่ารัฐบาลจะดูแลราคาลิ้นจี่อย่างไร พี่น้องประชาชน เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือเขาฝากผมมาทั้งนั้นละครับ อยากจะให้รัฐบาลดูแลปัญหา ปากท้องพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธาน งบกลางป้นี่นะครับเปึนงบ ที่สร้างความแตกแยก ๓ ส่วนด้วยกัน

อันแรกสร้างความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง เริ่มทะเลาะ เบาะแว้งกันแล้ว กระจายกันไม่ทั่วถึงทุกพรรค

อันที่ ๒ สร้างความแตกแยกในสังคม ให้ อสม. ข่าวก็บอกว่าไม่ให้ครบ อสม. ทุกคนในหมู่บ้าน เริ่มทะเลาะกันแล้ว อปพร. (อาสาสมัครปัองกันภัยฝ์ายพลเรือน) ก็ไม่ได้ ตํารวจชุมชนก็ไม่ได้ ความแตกแยกเกิดขึ้นไหมครับในสังคม แล้วกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน รัฐบาลชุดที่แล้วเสนอเข้า ครม. จ่อไว้แล้วครับ จะเพิ่มค่าตอบแทนให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั่วประเทศ รัฐบาลชุดนี้เพิกเฉยอีก กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาทํางานหนัก ท่านประธานต้องเห็นใจ ทําแทนทุกกระทรวง ตายก็ต้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เกิดก็กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ยาเสพติดก็กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกเรื่องครับ แล้วรัฐบาลกลับไม่ให้ความสนใจ กับค่าตอบแทนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทีจัดเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไปให้ผู้มีรายได้ยังทําได้ แต่คนจนนี่ ไม่ได้อะไรละครับ ผู้มีรายได้น้อยไม่ได้อะไรละครับ ดันกลับเอาภาษีที่คนจนผู้มีรายได้น้อย ไปซื้นค้า เขาเสีย แวต (VAT : Value Aaded Tax : ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เอาภาษีเหล่านั้นไปให้ ผู้มีรายได้อันจะกิน คนมีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือนก็เปึนส่วนหนึ่ง มีประมาณเกือบ ๑๐ ล้านคน ถามสิครับ อีก ๕๐ กว่าล้านคนนี่ได้อะไร มันไม่ทั่วถึง มันสร้างความแตกแยก ในสังคมท่านประธาน รัฐบาลจะทําอะไรมันต้องคิดให้รอบคอบ ไม่ใช่คิดเอาแต่ได้นะครับ คิดให้รอบคอบ คํานึงถึงผู้คน คํานึงถึงประชาชนให้ทั่วถึง ไม่ใช่เอาแต่ลอกประชานิยม เมื่อก่อนก็ด่าประชานิยมว่าไม่ดี ระบอบทักษิณไม่ดี วันนี้ลอกเลียนแบบ แต่ดันทะลึ่ง ขอโทษครับ ขอถอนคําว่า ทะลึ่ง แต่ดัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พาไปครับ ไม่เปึนไรครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ปากไวไปนิดหนึ่งท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทีหลังก็ระมัดระวังหน่อย ก็แล้วกัน

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ขออภัย ๆ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

คือมันต้องคิดให้รอบคอบ ท่านประธาน ทําอะไรต้องทําให้ทั่วถึง ต้องเข้าใจปรัชญาประชานิยม อย่าไปเที่ยวด่าเขาครับ วันนี้ต้องยอมรับว่าประชานิยมเปึนสิ่งที่ดี อีกหน่อยมันก็เหมือนระบบเวลแฟร์ (Welfare : รัฐสวัสดิการ) สวัสดิการของอเมริกา ให้คนจนทุกคนได้รับประโยชน์ ได้เงินค่าครองชีพ มีการดูแลอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเปึนการรักษาพยาบาลก็ดี เงินหลังจากเกษียณอายุก็ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้หนีไม่พ้นละครับ เราอย่ามาด่ากัน วันนี้เราต้องขอบคุณ นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่ท่านได้ริเริ่มแนวคิดดี ๆ แล้ววันนี้รัฐบาลนี้ก็เอาเปึนแบบอย่าง ลอกเลียนแบบ หรือว่าไม่จริงครับท่านประธาน ใช่ไหมครับ แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีทักษิณทํา ท่านไม่เคยทํา ความแตกแยกในสังคม แม้กระทั่งความแตกแยกในครัวเรือน วันนี้ก็เกิดขึ้นแล้วครับ เพราะอะไร ถ้าท่านประธานลองไปดูในมาตราอื่น ๆ ที่พูดถึงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ วันนี้ รัฐบาลนี้จะจัดงบผู้สูงอายุหรือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ อาจจะเรียกชื่อแปลกประหลาดออกไป ก็สุดแล้วแต่ละครับ แต่ว่าให้แค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ผู้สูงอายุในประเทศไทยตัวเลข โดยประมาณมี ๗,๕๐๐,๐๐๐ คน ถามว่าอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนทําไมไม่ได้ รัฐบาล ก็อ้างบอกว่าเขามีบําเหน็จบํานาญ เขามีรายได้มีอันจะกิน แต่มันเปึนสิทธิที่เขาพึงจะได้ เราให้มันทั่วถึงครับ เขาจะไม่รับก็เปึนเรื่องของเขา แต่ผมก็ยังดีใจที่รัฐบาลได้กันงบกลางไว้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท บอกว่าถ้าใครไม่ได้รับจะเอางบส่วนนี้ไปให้ แต่ผมอยากจะเอางบกลาง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่รัฐบาลจัดไว้ไปดูแลเกษตรกรครับ ป้นี้สินค้าเกษตรจะออกมามาก ราคาสินค้าเกษตรจะตกต่ํา ต่างชาติไม่คิดจะซื้อละครับ เราจะทําอย่างไรที่จะเอารายได้ เข้าประเทศ การท่องเที่ยวท่านประธาน เปึนสิ่งหลัก เปึนการค้าขายหลักของประเทศไทย นํารายได้เข้าสู่ประเทศมาก แต่วันนี้รัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจการท่องเที่ยวเลย เพราะอะไร เพราะรัฐบาลชุดนี้ผู้บริหารรัฐบาลไม่ชอบเที่ยว ชอบอยู่กับบ้าน เดินทาง ไปไหนก็กลับบ้าน กลางคืนต้องมานอนบ้าน แล้วมันจะไปเห็นการท่องเที่ยวได้อย่างไร ชีวิตกลางคืนของคนที่หากินกลางคืนก็ไม่เคยเห็น เขาต้องเต้นกินรํากิน ยาเสพติดระบาด เด็กไทยต้องติดยามากมาย ก็ไปกล่าวหาว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ ฆ่าตัดตอน แล้ววันนี้เปึนอย่างไรล่ะครับ ยาบ้าระบาดเต็มไปหมด สิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้นในสังคมไทย มากขึ้นไปหมด แค่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านประธาน พรรครัฐบาลบอกว่ามีความรู้ รู้เรื่อง ๓ จังหวัดดี แก้ไขปัญหาได้ วันนี้บริหารมา ๒ เดือนไม่เห็นแล้วเสร็จเลยครับ ไหนบอกว่าทําได้ โม้ไว้เยอะกว่า ท่านประธานผมอยากจะฝากประเด็นแรกไว้ว่า ผมขอ ตัดลด ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วเดี๋ยวมาตราอื่นผมจะขึ้นมาสาธยายความบกพร่องของรัฐบาล ชุดนี้อีก ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ กรรมาธิการที่ค้างอยู่ท่านหนึ่ง ท่านนวัธ เตาะเจริญสุข เชิญสักเล็กน้อยนะครับ เพราะว่า ท่านคุยกันที่ห้องนานแล้ว

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะกรรมาธิการงบประมาณ ผมเองได้ขอสงวน คําแปรญัตติไว้ตามมาตรา ๓ เหตุผลที่ขอปรับลดไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากงบประมาณ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ที่ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ เพราะงบดังกล่าวเปึนเงินที่ได้มาจาก การกู้ครับท่านประธาน กู้มาทําอะไรครับ กู้มาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ผมเองในฐานะ กรรมาธิการงบประมาณที่ได้ไปประชุมมาจนดึกจนดื่น ผมมองเห็นแล้วว่าไม่ได้กระตุ้น เท่าที่ควร เม็ดเงินดังกล่าวเปึนเม็ดเงินที่สําคัญ มันเปึนเม็ดเงินที่ได้มาจากการกู้ เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายเม็ดเงินดังกล่าวนี้ ทุกบาททุกสตางค์ที่รัฐบาลชุดนี้จะต้องใช้ไป ต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะมันมาจากเงินกู้ เงินกู้ก็ต้องมีดอกเบี้ยใช่ไหมครับ ท่านประธาน ตัวผมเองนั้นจึงขอตัดงบประมาณครั้งนี้ไว้ และผมไม่เห็นด้วยกับการจัดทํา โครงการต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนหัวใจของพี่น้องเกษตรกร เงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท จัดให้กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เพียง ๒,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง แล้วมันจะไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ได้อย่างไรเงินแค่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท

ส่วนโครงการที่จัดสรรให้กับกระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคมได้รับ จัดสรรงบประมาณเพียง ๑,๕๐๐ ล้านบาท ผมถามเถอะครับ ๑,๕๐๐ ล้านบาท มันจะไป แก้ไขปัญหาถนนปลอดฝุ์นได้อย่างไรครับท่านประธาน เพียงแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ยอดงบประมาณ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท กระทรวงคมนาคมได้ไปแค่เพียง ๑,๕๐๐ ล้านบาท และที่สําคัญกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ไป ๕๐๐ ล้านบาท ผมเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลชุดนี้ ท่านให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๕๐๐ ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จริง ๆ แล้วเปึนหัวใจสําคัญของประเทศ รองจาก กระทรวงอุตสาหกรรมที่มีการจัดส่งออกเพื่อนํารายได้เข้าประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาน่าจะสนับสนุนเม็ดเงินให้มากไปกว่านี้ ไม่ใช่ได้แค่ ๕๐๐ ล้านบาท มันน่าจะได้ สัก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถามว่าทําไมต้องได้เยอะ ๆ ครับ กระทรวงนี้ กระทรวงนี้ส่งเสริมการท่องเที่ยว เมื่อคนต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ ไทย เราก็จะมีรายได้มากขึ้น แล้วก็สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เปึนอย่างดี

ส่วนของภาคอุตสาหกรรมนั้น ภาคอุตสาหกรรมเมื่อมีการส่งออกไป เม็ดเงินรายได้ก็กลับเข้าสู่ประเทศ นั่นสิครับเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริง แต่ผมเห็น งบประมาณในครั้งนี้งบกลางตั้งไว้ตั้ง ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ตั้งงบกลางไว้เปึนงบอะไร เปึนงบในกระเปิาหรือว่างบเก็บไว้ใช้เอง คําว่า กลาง นี้มันมี หลายแบบครับท่านประธานครับ มันกลางแบบไหน คําว่า งบกลาง ใช้เองโดยตามใจฉัน หรือเปล่า แต่อยากให้รัฐบาลชุดนี้ตระหนักตลอดเวลาว่างบประมาณ ๑๑๗,๖๐๐ ล้านบาท เปึนเงินกู้ และประชาชนทุกคนต้องเปึนหนี้พร้อมกันทั้งประเทศ ๖๐ กว่าล้านคน รวมทั้งตัว ผมด้วย เพราะฉะนั้นผมอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลชุดนี้ว่าการจัดทํา งบประมาณต้องมีรายละเอียด ต้องให้ชัดเจน และต้องมีข้อมูลอย่างชัดเจนด้วย ผมได้ข่าว มาว่ารัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจมาก รีบมาก ๕ วันขอ ๕ วันเท่านั้นเองครับ เพื่อจะ ให้พิจารณางบประมาณเสร็จ ผมเองท่านประธานครับ ๕ วัน ๗ วันที่ผ่านมา อดตาหลับ ขับตานอนท่านประธานครับ แต่ผลเปึนอย่างไรครับ ปรับลดไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ผมเปึน กรรมาธิการยังพูดไม่ได้เลย ผมก็เข้าไปแล้วก็พยายามดูว่าความเปึนไปได้ของแต่ละ โครงการเปึนอย่างไร แต่ผมเองท่านประธานที่เคารพครับ โครงการต่าง ๆ ผมได้ข่าวว่าเมื่อ ป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ งบประมาณของป้ ๒๕๕๒ นี่ครับยังลงสู่พี่น้องประชาชนไม่ครบเลย โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบท ถ้ารัฐบาลจริงใจจะกระตุ้น เศรษฐกิจจริง ๆ ไม่ต้องรีบกู้ขนาดนี้ละครับท่านประธานครับ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ นี้ ออกให้หมดก่อน ผมทราบมาว่าสํานักงบประมาณก็ได้โอนงบประมาณมาแล้ว แต่ ทางหลวงชนบทยังไม่โอนให้ และผมทราบไปมากกว่านี้อีก เนื่องจากผมได้รับข้อมูลจาก พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดขอนแก่นว่าโครงการงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่รัฐบาลจัดสรรให้ เปึนรัฐบาลของพรรคพลังประชาชนหรือพรรคที่ผมสังกัดอยู่นั้นได้จัดสรรให้ พี่น้อง ประชาชนแถว ๆ จังหวัดขอนแก่นครับท่านประธาน ถามตลอดว่าโครงการที่เสนอผ่าน องค์การบริหารส่วนตําบลมาเสนอไปยังกรมทางหลวงชนบทนั้น ได้ดําเนินการไปถึงไหนแล้ว เขาทวงถามตลอดเวลาครับท่านประธาน ถามว่าเหตุใดพี่น้องประชาชนเขาจึงทวงถามครับท่านประธาน ที่เขาทวงถามเพราะ เนื่องจากว่าองค์การบริหารส่วนตําบลนําโครงการดังกล่าวมาเสนอต่อกรมทางหลวง ชนบท กรมทางหลวงชนบทก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลตรวจสอบว่าโครงการนั้นเปึนไปได้ หรือไม่ ก็ปรากฏว่ากรมทางหลวงชนบทก็ไปตรวจสอบดูแลโครงการดังกล่าวแล้ว แล้วก็ เห็นชอบโครงการแล้ว จึงได้มีการออกแบบดําเนินการผ่านสภางบประมาณป้ ๒๕๕๒ แล้ว แต่วันนี้นะครับท่านประธานครับ งบประมาณดังกล่าวผ่านจากสํานักงบประมาณมาแล้ว ด้วยซ้ํา อยู่ที่กรมทางหลวงชนบท ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าอธิบดีกรมทางหลวงชนบท กลัวอะไร หรือจะเซ็นงบประมาณออกไปให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจ หรือท่านกลัวเซ็นแล้วท่านต้องออกไปพร้อมกับลายเซ็นท่านเลยหรือเปล่า อันนี้ ผมอยากถามจริง ๆ ผมอยากถามรัฐมนตรีที่ดูแลกํากับกรมทางหลวงชนบท ผมได้ทราบข่าว มามากไปกว่านั้นอีกว่าจะมีการรื้อโครงการหรืองบประมาณดังกล่าวของพี่น้องประชาชน จะไปรื้อครับท่านประธานครับ เหตุใดถึงต้องไปรื้อ ไปรื้อทําไมในเมื่อพี่น้องประชาชนเขา รอรับผลประโยชน์อยู่ พี่น้องประชาชนเขารออยู่ถนนที่จะเข้าหมู่บ้านของเขา แต่ขณะนี้ ยังไม่มีการโอนงบประมาณไปเลย ถ้ารัฐบาลจริงใจกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ต้องรีบกู้ละครับ ๑๑๗,๖๐๐ ล้านบาทนี่ เพียงแต่งบประมาณป้ ๒๕๕๒ รีบออกให้เขาเสีย แล้ววันนี้ ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้บริหารกระทรวงบอกจะไปรื้อโครงการงบประมาณดังกล่าวของพี่น้อง ประชาชนเขา ผมถามว่าละเมิดสิทธิพี่น้องประชาชนเขาหรือไม่ กระทําได้หรือไม่ แล้วรัฐบาลจัดสรรให้กับกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวง ๑,๕๐๐ ล้านบาท วันนี้รัฐมนตรีต้องคุยกับรัฐบาลครับ ๑,๕๐๐ ล้านบาท มันน้อย มันน่าจะได้ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ตอนรัฐบาลพรรคพลังประชาชนโดยการนําของท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านประธานครับ เขาตั้งไว้ เตรียมไว้แล้วขอไว้ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท โครงการถนนปลอดฝุ์น ครับท่านประธาน แต่วันนี้กระทรวงคมนาคมได้ ๕๐๐ ล้านบาท มันจะไปพออะไรครับ กับงบประมาณเพียงแค่นี้ และที่สําคัญไปกว่านี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ที่พรรคชาติไทยกํากับดูแลอยู่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ ๕๐๐ ล้านบาท รวม ๆ แล้ว พรรคชาติไทยได้แค่ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ผมเองในฐานะที่เปึนเด็กสุพรรณบุรี ท่านประธานครับ เปึนคนสุพรรณบุรีเคยสังกัดพรรคชาติไทย เคยอยู่กับพรรคชาติไทย วันนี้ผมรู้สึกเสียดายครับ เสียดายอะไรครับ เสียดายท่านอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยครับ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา วันนี้ถ้าท่านยังอยู่ ๒,๕๐๐ ล้านบาทนี่ไม่มีทางละครับ ต่ํา ๆ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมกลับไปสุพรรณบุรีครับ ไปเยี่ยมญาติพี่น้อง พี่น้องชาวจังหวัด สุพรรณบุรีพูดตลอด งบประมาณได้แค่นี้เองหรือ ถ้านายบรรหารอยู่ไม่ได้แบบนี้หรอก และผมก็เห็นด้วย วันนี้ผมก็อยากจะต่อว่าสมาชิกอดีตพรรคชาติไทยเก่าเหมือนกัน พอแล้วหรือ ได้แค่นี้พอแล้วหรือ จะพอนําพาไปพัฒนาประเทศชาติหรือ วันนี้สมาชิก พรรคชาติไทยต้องต่อสู้เพื่อเอางบประมาณกลับมาเยอะ ๆ ถามว่าเอากลับมาทําไม ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเอาไว้มาตราอื่นบ้าง

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ครับจะจบแล้วครับท่านประธาน ครับ กําลังย่อ ๆ ครับท่านประธาน ต้องพูดให้พี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนเขาฟังอยู่ พี่น้องชาวสุพรรณบุรีเขาฟังอยู่ พี่น้องชาวจังหวัดขอนแก่นเขารอดูผมอยู่นะครับ ถ้าพรรคชาติไทย ๒ กระทรวงได้แค่ ๒,๕๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง แต่ถ้า ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา อยู่ ไม่ใช่แบบนี้แน่นอน วันนี้อยากเรียกร้องสมาชิกพรรคชาติไทย ซึ่งมาเปลี่ยนเปึน พรรคชาติไทยพัฒนา ต้องเรียกร้องสิทธิตรงนั้น ต้องนํางบประมาณมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องนํางบประมาณมาที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้มากไปกว่านี้ ถามว่าได้มาก ๆ มาใส่กระเปิาตัวเองหรือไม่ใช่ครับ เพราะพรรคชาติไทยพัฒนานั้นกํากับดูแลกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ กํากับดูแลการท่องเที่ยว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าไปก้าวก่าย

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ต้องเอางบประมาณนํามาพัฒนา สู่พี่น้อง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก้าวก่ายคนอื่นเขามากไปครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

คงไม่ก้าวก่ายละครับ เพราะผม ขออนุญาตจากผู้ใหญ่มาพูดเหมือนกันครับ ว่าผมไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณ ครั้งนี้ ก็ฝากนะครับว่าหัวใจสําคัญของประเทศชาติ การกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นต้องมาจาก การท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม ผมทราบมาว่าภาคอุตสาหกรรมจัดงบประมาณ ไปเลี้ยงแพะเลี้ยงแกะแล้วขณะนี้ ผมยังไม่เข้าใจเลย แทนที่ว่าจะจัดสรรงบประมาณ ไปดูแลเรื่องสินค้าให้มีมาตรฐาน ไอเอสโอ ๙๐๐๑ (ISO 9001) ไอเอสโอ ๙๐๐๒ (ISO 9002) ว่าไป กลับทํางบประมาณไปเลี้ยงแพะเลี้ยงแกะ ไปแย่งหน้าที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์เขาทําแล้วขณะนี้ ต่อไปต้องตั้งชื่อกระทรวงอุตสาหกรรมใหม่ด้วยว่า กระทรวงแพะ กระทรวงแกะ ต่อจากกระทรวงอุตสาหกรรม ขอกราบขอบคุณท่านประธาน ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมว่าพักให้หายใจ สบาย ๆ นะครับ เนื่องจากขณะนี้มีนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยปทุมธานี มาเยี่ยมสภาเรานะครับ ทางสภายินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ

ต่อไปนะครับ ขอเชิญท่านซูการ์โน มะทา ในฐานะคณะกรรมาธิการ จํากัด เวลาหน่อยนะครับท่าน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต หารือแป็บเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไหนครับ เดี๋ยวครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ขอนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้กรรมาธิการเขาเสร็จ เถอะครับ คุณวรวัจน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ขอไม่ถึง ๑ นาทีครับ ท่านประธานครับ นิดเดียว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันไม่ ๑ นาทีหรอกครับ ท่านต้องพูดนานครับ เชิญคุณซูการ์โนครับ เชิญ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

คืออย่างนี้ท่านประธานครับ จะถามตามที่ท่านสุรพงษ์ได้ ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย พอดีจะขออนุญาต เรียนถามท่านประธานเรื่องการถ่ายทอดสัญญาณทางช่อง ๑๑ นะครับ อยากจะขอ ท่านกรรมาธิการนะครับว่าวันนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเขาไม่มีเวลามา ถ่ายทอดให้เรา เราก็ใช้เครื่องถ่ายทอดของเราในสภานี่ครับ กับวิทยุกระจายเสียงเปึนปกติ ตามข้อบังคับครับ ก็เรียนให้ทราบอย่างนี้ครับ ไม่มีอํานาจที่จะไปบังคับเขาได้ เพราะเขา ไม่มาถ่ายทอดให้เรา เราก็ไม่มีสิทธิครับ แต่ว่าทางสภาก็ได้ถ่ายทอดวิทยุของสภาและ โทรทัศน์ของสภาเปึนปกติครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ครับ คือผมอยากขออนุญาต เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า วันนี้เปึนวันที่เราพิจารณางบประมาณแผ่นดิน งบที่จะ กระตุ้นเศรษฐกิจ ผมขอความใจกว้างของรัฐบาลนะครับ โปรดเถอะครับ ให้พี่น้อง ประชาชนได้รับฟัง ผมคิดว่ารัฐบาลไม่มีอะไรต้องป่ดบัง ถ้ารัฐบาลเห็นว่ารัฐบาลทําถูก ถ้ารัฐบาลเห็นว่ารัฐบาลจัดตั้งงบประมาณถูกต้องแล้วอย่าเกร็ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนชี้แจงไปแล้ว นะครับคุณวรวัจน์ก็คงเข้าใจนะครับ เชิญคุณซูการ์โน มะทา นะครับ อย่าให้เสียเวลา นะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับกรุณาให้ ความสําคัญต่อสภาด้วยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพราะว่าตอนนี้มันไม่มี เขาไม่มาถ่ายทอดผมก็เรียนให้ทราบแล้ว เราก็ถ่ายทอดระบบของเราในปัจจุบันนี้ เพราะ เราไม่มีงบประมาณที่จะทํา ต่อไปในป้ ๒๕๕๓ งบประมาณเราก็จะทําของเราเองครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ผมเพียงแต่เรียกร้องความใจกว้าง ของรัฐบาล ถ้ารัฐบาลเห็นความสําคัญของงบประมาณแผ่นดิน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้เรากําลังพูดกับ กรรมาธิการนะครับ คือสภากับคณะกรรมาธิการ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ก็ผ่านท่านประธานไป ผมไม่ว่า ละครับท่านประธาน ผมเรียกร้องนะครับ เรียกร้องท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะ ประมุขฝ์ายนิติบัญญัติ ปกติผมก็ไม่เรียกร้อง ท่านประธานครับ ณ สภาแห่งนี้ผมไม่เคย เรียกร้องเลย แต่วันนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการพิจารณางบประมาณที่มีผลต่อการ กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ งบประมาณที่กําลังจะมีผลที่จะฟุ๋นเศรษฐกิจได้หรือไม่ได้นี่ เปึนการพูดคุยกันระหว่างสมาชิกสภา ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ควรได้รับฟัง ผมเรียกร้องท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาลนะครับใจกว้างหน่อยครับ ถ้ารัฐบาลเห็นว่ารัฐบาลทําถูกต้องแล้ว เป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้รับฟัง เราจะรับฟัง ซึ่งเหตุซึ่งผลของกัน เราก็จะรับฟังทางกรรมาธิการฝ์ายเสียงข้างมากเหมือนกันว่าท่านจะ ชี้แจงพี่น้องประชาชนอย่างไรในการตั้งงบประมาณเช่นนี้ ผมเรียกร้องท่านประธานไป กรุณาให้ความสําคัญกับนิติบัญญัติด้วย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ รับฟังคุณวรวัจน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ให้ความสําคัญกับนิติบัญญัตินะครับ ผมจะดูว่าท่านจะให้หรือไม่ให้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณบอก ขอผมนิดเดียว แต่คุณยาวไปไม่รู้กี่ศอกครับ เชิญคุณซูการ์โน มะทา ครับ

นายซูการ์โน มะทา กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ซึ่งได้ขอสงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๓ ด้วยเหตุผลหลายประการ แต่สิ่งหนึ่ง ก่อนจะบอกถึงเรื่องของเหตุผล วันนี้ผมก็รู้สึกว่าตั้งแต่ได้รับการคัดเลือกจากสภาแห่งนี้ เพื่อเข้าไปทํางานเปึนคณะกรรมาธิการในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ของรัฐบาลนั้น ผมรู้สึกว่าหลาย ๆ ประการ หลาย ๆ มิติในเรื่องของงบประมาณนั้น เนื่องจากว่าความเร่งด่วน ฉะนั้นการจัดทํา งบประมาณนั้นไม่เปึนไปตามกระบวนการขั้นตอนของการจัดทํางบประมาณ ตามที่รัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาลเคยถือปฏิบัติมา และวันนี้เราก็พยายามที่จะพิจารณา งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ในยอดวงเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนเงินกู้นะครับ และผมก็ได้พยายามแสดงตั้งข้อสังเกต ในคณะกรรมาธิการหลาย ๆ มาตรา โดยเฉพาะในบางมาตรานั้นเราเห็นว่ามันไม่สามารถ ที่จะทําให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์และเปัาหมายที่ทางรัฐบาลได้กําหนด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณซูการ์โนครับ เอา มาตรา ๓ นี้ก่อนเถอะครับ

นายซูการ์โน มะทา กรรมาธิการ

ครับผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หรือท่านจะพูดรวมทั้ง ๒๒ มาตรา

นายซูการ์โน มะทา กรรมาธิการ

มาตรา ๓ ในส่วนของมาตรา ท่านประธาน ครับ ในประเด็นอย่างในการพิจารณาอภิปรายงบประมาณถ้าเราไม่พูดถึงที่มาของ งบประมาณท่าน วันนี้ชาวบ้านก็คงจะไม่เข้าใจว่าถึงแม้รัฐบาลจะไม่ถ่ายทอดทาง สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ แต่วิทยุรัฐสภาของเรานั้นถ่ายทอดทั่วประเทศ ก็สิ่งเหล่านี้ ผมจําเปึนจะต้องพูด เพราะว่าผมได้พูดในฐานะของกรรมาธิการ แต่ถ้าเราไม่ได้พูด ชาวบ้านจะเข้าใจหรือไม่ว่าตัวแทนของพี่น้องประชาชนของท่านนั้นได้ทําหน้าที่และรู้เรื่อง ในเรื่องของการจัดทํางบประมาณแท้จริงอย่างไรนะครับ ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง ว่าการจะพูดในมาตรา ๓ มันเปึนภาพของงบประมาณรวม ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท สิ่งที่ผม ไม่เห็นด้วยและขอปรับลด ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เพราะว่าหลาย ๆ ส่วนนั้นมัน ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเปัาที่ตั้งไว้นะครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า ถ้าท่านประธานไม่ให้ผมพูดในประเด็นตรงนี้ผมก็ไม่สามารถที่จะสะท้อนถึงสภาพ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ เชิญเลยครับ เพราะท่านเปึนกรรมาธิการ เชิญครับ

นายซูการ์โน มะทา กรรมาธิการ

ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอย่างที่ผมกล่าวนะครับว่าการพิจารณา งบประมาณครั้งนี้นั้นเปึนการพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งเปึนเงินกู้ โดยหลักการแล้วตามความเข้าใจของผมในฐานะที่เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็ได้ พยายามท้วงติงในประเด็นของหลาย ๆ กรณี แต่ว่าผมจะลงลึกในช่วงของมาตราแต่ละ มาตรา แต่ในส่วนของมาตรา ๓ นั้น เหตุผลที่ผมเห็นควรว่าจะปรับลด ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท นั้น เพราะว่าหลายโครงการรัฐบาลก็ไม่ทั้ง ๑๐ โครงการที่รัฐบาลได้กําหนดไปนั้น เปึนโครงการที่บางครั้งกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ท้วงติงว่ามันไม่สามารถที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจได้ แล้วก็โครงการหลายโครงการ หรือกระทรวง ทบวง กรมที่รับผิดชอบในเรื่อง ของเศรษฐกิจโดยตรงนั้นกลับได้รับงบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เพียงน้อยนิด ฉะนั้นผมจึงไม่สบายใจเกรงว่าพี่น้องประชาชนซึ่งเปึนผู้ที่เดือดร้อน อีกจํานวนมากนั้นจะมีความรู้สึกเห็นว่ารัฐบาลนั้นไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาในเรื่อง ของปากท้องของพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมเห็นว่าในรายละเอียดซึ่งผม จะต้องลงไประดับหนึ่งนะครับท่านประธาน ส่วนในมาตรา ๓ ที่ผมขอปรับลดนั้น เหตุผล เพราะว่าอย่างที่ผมกล่าวก็คือมันไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ทางรัฐบาลได้กําหนด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะงบประมาณจํานวนมากไปกองอยู่ที่กระทรวง หรือทบวง กรมที่ไม่เกี่ยวกับกระทรวงเศรษฐกิจ แล้วก็ไม่ใช่เปึนนโยบายเร่งด่วนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เปึนลักษณะของนโยบายที่รัฐบาลได้พยายามลอกหรือเลียนมาจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอื่นและมาสู่การทํางานของการเมืองระดับชาติ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า กระบวนการขั้นตอนการดําเนินการโครงการนั้นจะมีความรู้สึกว่าทางผู้มีหน้าที่นั้น พยายามที่จะกําหนดแค่ตัวเงิน ทั้ง ๆ ที่รายละเอียดของโครงการแต่ละโครงการต้องมา ทําตามทีหลัง ซึ่งโดยข้อเท็จจริงผมคิดว่าในกรรมาธิการก็ได้ตั้งข้อสังเกตในประเด็นว่า การตั้งงบประมาณรายจ่ายนั้น ทุกอย่างต้องเสนอมาจากข้างล่าง และทุกขั้นตอนก็ต้อง เสร็จสมบูรณ์ก่อนที่จะอนุมัติเปึนเงินงบประมาณ ผมก็ไม่สบายใจในประเด็นนี้ จึงขอปรับลด ในส่วนของมาตรา ๓ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อไปช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับ การเหลียวแลจากรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ยากไร้ซึ่งมีอยู่เปึนจํานวนมากของประเทศไทย ที่ไม่มีสิทธิได้รับในการดูแลของรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึน ๕๐๐ บาท หรือ ๒,๐๐๐ บาท หรือ ชุดนักเรียน สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าน่าจะเอาส่วนที่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปดูแลพี่น้อง ประชาชนที่ไม่ทํามาหาเลี้ยงชีพเลี้ยงดูครอบครัวในแต่ละวัน ผมคิดว่ามีจํานวนมากมาย ที่กําลังเดือดร้อนและรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ที่ผมได้ศึกษาในงบประมาณ เหล่านี้ ไม่มีส่วนที่เห็นชัดหรือเด่นชัดว่ารัฐบาลจะช่วยในการดูแลผู้ยากไร้ซึ่งเปึนพี่น้อง ประชาชนจํานวนส่วนใหญ่ของประเทศที่ไม่สามารถเลี้ยงชีพได้นะครับ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า เห็นควรที่จะปรับลดในมาตรา ๓ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณคมเดช ไชยศิวามงคล

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ทําการปรับลด มาตรา ๓ ไว้ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน

ท่านประธานครับ การจัดสรรงบประมาณ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท จากการ ที่มีแนวนโยบายออกไป ได้คุยกับเพื่อนฝูงกับทางเกษตรกรส่วนใหญ่แล้ว มีความคิดอย่างนี้ ครับท่านประธานครับ ผมว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจเที่ยวนี้มันเปึนการจัดยาไม่ถูกโรค ผมคิดว่าการตั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อันนี้ผมถือว่าเปึนมวยใหม่ เปึนมวย สมัครเล่น กระดูกไม่ถึงครับ ปัญหาที่แท้จริงมันอยู่กับแรงงาน แล้วโดยเฉพาะด้าน เศรษฐกิจ ในภาวะเศรษฐกิจเที่ยวนี้มันแตกต่างกันกับสมัยป้ ๒๕๔๐ สมัยก่อนกําลังซื้อ มันมากอยู่ต่างประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจเที่ยวนี้เปึนเศรษฐกิจขาลง ภาวะเศรษฐกิจ ต่างประเทศส่วนหนึ่ง ในประเทศส่วนหนึ่ง กําลังซื้อส่วนหนึ่งมันถดถอยลงไป กําลังซื้อ ตกลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนหนึ่งปัญหาการเมือง โดยเฉพาะการยึดสนามบินทําให้ การท่องเที่ยวซึ่งเงินหมุนเวียนประมาณ ๓–๕ แสนล้านบาทนี่ตกลงไปถึงครึ่งหนึ่ง ทําให้ คนเดือดร้อน คนเดือดร้อนส่วนใหญ่จะเปึนกลุ่มแรงงานอิสระ กลุ่มแรงงานอิสระ มีประมาณ ๑๓ ล้านคน ไล่ตั้งแต่แท็กซี่ไปเลยครับ แท็กซี่ บ๋อย โรงงานอุตสาหกรรม แล้วก็ โรงแรม แม้แต่ ไกด์ (Guide : มัคคุเทศก์) หรือภาคธุรกิจต่าง ๆ ตกลงไปหมด

ส่วนภาคการส่งออกตรงนี้ความคิดผมว่าการหมุนเวียนเงินตัวนี้ตกไป ถึงครึ่งหนึ่ง โดยเฉพาะภาคเกษตร เราต้องอาศัยภาคส่งออกเปึนหลัก ถ้าส่งออกไม่ได้มันก็คล้าย ๆ กันกับน้ําที่มันไม่ ไหลออกไป อย่าง ข้าว มันสําปะหลัง อ้อย ท่านประธานครับ เราผลิต ๑๐๐ กิโลกรัม มันต้องส่งออกประมาณ ๗๐ กิโลกรัม แล้วซื้อขายหมุนเวียนในประเทศ ถ้าส่งไม่ออกมัน จะย้อนลงมา ย้อนทําให้สินค้าภาคเกษตรตกต่ําลงมาท่านครับ การจัดงบประมาณ ๒๓ มาตรา ตามที่ท่านบอกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจมันมีจุดอ่อนอยู่หลายจุดด้วยกัน ตัวอย่าง เช่นการท่องเที่ยว ๕๕๐ ล้านบาท มันไม่มีความสามารถจะไปกระตุ้นเงิน ๓-๕ แสนล้านบาทได้เลย การส่งออกโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ท่านจัดงบประมาณไว้ ๓๑๒ ล้านบาท ด้วยกัน ตัวนี้ไม่ได้กระตุ้นการส่งออกเลย และโดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับ เอสเอ็มอี ท่านไม่ได้หยุดเลือดตรงนี้ไว้เลย เพราะฉะนั้นทุกวันจะมีการปลดคนงานออก ทุกวัน ตัวเลขการปลดแรงงานตกประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ คนขึ้นไป คน ๒,๕๐๐,๐๐๐คน ถ้าเราพูดเปึนภาษาชาวบ้านนะครับท่านครับ เปึนกลุ่มที่หาเงิน แล้วก็กลุ่มหนึ่งตามชนบทนี่ รอการหาเงินจากกลุ่มแรงงานที่ไปใช้ในชนบท ความเดือดร้อนของคน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต้องเอา ๔ คูณ ครับ เพราะคนที่ใช้เงินอยู่ตามบ้าน จะไม่มีกําลังซื้อ เขาต้องส่งเงินไปให้ พ่อ แม่ ลูก หลานเขา แล้วก็เด็กเรียนหนังสือตรงนั้น ทําให้ความเดือดร้อนเกิดขึ้นประมาณ ๗–๘ ล้านคน แล้วปัญหาในวิถีชีวิตของชาวบ้านโดยเฉพาะภาคเกษตร เขาจะมีภาระหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้ ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) หนี้สหกรณ์ หนี้นอกระบบ ท่านแก้ไขปัญหาแรงงานไม่ได้มันจะกระทบประเทศอย่างรุนแรงที่สุด จะกระทบไปถึงปัญหาหนี้สินของเกษตรกร การที่ไม่มีเงินชําระหนี้สินมันจะถูกดอกเบี้ย ปรับ ดอกเบี้ยปรับไม่ได้ จะยื่นใบเตือน ใบเตือนไม่ได้ จะยื่น โนติส (Notice : ข้อความ เตือน, แจ้งล่วงหน้า, ให้ออก) ยื่นโนติสไม่ได้จะถูกฟัองยึดทรัพย์ขายทอดตลาด แล้วก็ฟัอง ล้มละลายในที่สุด ตรงนี้นะครับกราบเรียนท่านประธานด้วยว่า ผมคิดว่าความเดือดร้อน ตรงนี้มันแผ่กระจายเข้ามา คิดว่าไม่เกินอีก ๒ เดือนถึง ๓ เดือน ผมว่ากลุ่มแรงงานจะเปึน กลุ่มที่มาล้มรัฐบาล มันไม่ใช่เสื้อแดง เสื้อเหลืองละครับ เพราะว่าความเดือดร้อนตรงนี้ มันเปึนเรื่องมหาศาล มันจะย้อนกลับมาล้มรัฐบาลทั้งระบบ เพราะว่าท่านแก้ไขปัญหา ไม่ตรงจุด ปัญหาแรงงานมันเกิดจากกลุ่ม เอสเอ็มอี ท่านหนุน เอสเอ็มอี ๓๐๐ กว่าล้านบาท แทนที่จะหยุดเลือดตรงนี้ไม่ให้มันไหลออกมา แรงงานพม่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านน่าจะขยับตรงนี้ออกไป ให้แรงงานไทยเข้าไป จะมีมาตรการต่าง ๆ อะไรก็ว่าไป กําแพงภาษี เวลาสั้น ยาวท่านไม่ได้แก้ตรงนี้เลยครับ ท่านครับ ปัญหาเหล่านี้ผมคิดว่า มันมีหลายประเด็นด้วยกัน โดยเฉพาะการเลียนแบบประชานิยมของพรรคไทยรักไทยเก่า แล้วก็มาพรรคพลังประชาชน มันเปึนการเลียนแบบที่ไม่สมบูรณ์ มันเปึนการเลียนแบบ ในการใช้เงินเฉย ๆ ครับ ท่านประธานครับ แต่ไม่ได้เลียนแบบการหาเงิน มันเปึนการกู้เงิน มาบริหารประเทศ กู้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการอีกโครงการหนึ่งก็จะกู้ ประมาณ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปกู้เงินประเทศญี่ปุ์นอีก แล้วส่วนหนึ่งที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตข้างหน้าคือการจัดงบป้ ๒๕๕๓ (งบประมาณป้ พ.ศ. ๒๕๕๓) แบบขาดดุล น่าจะขาดดุลไม่ต่ํากว่า ๓–๔ แสนล้านบาท ตรงนี้จะเปึนภาระหนี้สินประมาณเกือบ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เก็บเงินภาษีไม่ได้ในไตรมาสนี้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒ ไตรมาส ผมว่าไม่ต่ํากว่าอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะเก็บเงินภาษีไม่ได้ กฎหมาย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ทําให้ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ท่านตั้ง ผู้ก่อการร้ายที่ยึดสนามบินมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเอาความเชื่อมั่น ที่ไหนครับตรงนี้ จัดงบไปอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่มีประโยชน์ครับตรงนี้ ทูตต่างประเทศ อยู่ในประเทศเรา เขารู้ข่าวสารข้อมูลทั้งหมดครับในส่วน ๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์จัด ๑,๐๐๐ ล้านบาท โอกาสที่จะไปสร้างกําลังซื้อหรือว่าประกันราคาผลผลิตน้อยมากในการ กระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม การท่องเที่ยว ภาคการเกษตร ไม่มีโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจเลยครับ โดยเฉพาะภาคแรงงาน

ตัวแรงงานตามมาตรา ๑๓ ผมอยากออกความคิดเห็นตรงนี้ครับท่าน ว่าการที่จัดเงินเข้าไปตรงนี้ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่มี ประโยชน์เลย เงิน ๒,๐๐๐ บาทต่อ ๑ คน ท่านวางเปัาหมายจากกลุ่มที่มีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ลงมาทั้งหมด กลุ่มที่มีเงินเดือนครับท่านครับวิถีชีวิตคนที่มีเงินเดือน ส่วนหนึ่งเขาจะติดหนี้สหกรณ์ แล้วยังเปึนเปัาหมายของธนาคารทั้งนั้นเลย พวกนี้จะกู้เงิน สร้างที่อยู่อาศัย กู้เงิน ไฟแนนช์ (Finance : แหล่งเงิน , เงินทุน , บริษัทเงินทุน) เกี่ยวกับ รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ เงินผ่อน ถ้าท่านหยอดเงินเข้าไปไม่ตรงจุดมันจะเปึนการเอาเงิน ไปใช้หนี้ให้ลูกค้าธนาคารทั้งหมดเลยครับ มันจะไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลยตรงนี้ ตรงนี้ เปึนจุดบอดในการบริหารงบตรงนี้ ก็กราบเรียนเปึนแนวทางของภาครัฐบาลด้วยว่าการ จัดสรรงบประมาณเที่ยวนี้กับการแก้ไขปัญหาเที่ยวนี้ ถ้าท่านไม่ปรับปรุง ไม่แก้ไข ไม่วาง แนวนโยบายในเชิงรุกในการปัองกันปัญหาแรงงานให้เลือดตรงนี้หยุดไหล ผมคิดว่า ประเทศจะลุกเปึนไฟ ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรจะตามมา แล้วมันจะขยับมาส่วนกลาง ทําให้ทางรัฐบาลต้องลาออกหรือยุบสภาในที่สุดครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนถึงท่านต่อไปนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับพี่น้องประชาชนจากอําเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคายครับ นําโดยท่าน ส.ส. เชิดพงศ์ ราชปัองขันธ์

ผู้อภิปรายที่จะสงวนคําแปรญัตติท่านต่อไป ท่านนิยม วรปัญญา อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ท่าน ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย อยู่ไหมครับ เชิญครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด หนองคาย พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในการที่จะนําเสนอ ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของการนํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... เข้ามาในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากขออนุญาต นําเรียน ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกก็คือในเรื่องของที่มาของงบประมาณ และส่วนที่ ๒ ก็คือ ในเรื่องของการใช้งบประมาณ

ที่มาของงบประมาณเราทราบดีแล้วว่าในปัจจุบันนี้รัฐบาล กระทรวง การคลังไม่มีเงิน เงินภาษีเก็บไม่ได้ เนื่องจากว่าเรามีปัญหาในเรื่องของความวุ่นวาย ความไม่สงบในประเทศเราจากหลายส่วน ซึ่งทําให้ประสบปัญหาในเรื่องของการเก็บภาษี ท่านประธานที่เคารพครับ ที่มาของงบประมาณจึงมาโดยการกู้ ผมเสียดายที่ความ คาดหวังของพี่น้องประชาชนที่คาดหวังรัฐบาลชุดนี้ว่าน่าจะเข้ามาในเรื่องการหารายได้ หางบประมาณที่ก่อให้เกิดรายได้ สร้างงานต่าง ๆ เข้ามาในส่วนนี้ แต่ปรากฏว่าจากการ ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าที่มาของงบประมาณนั้นมาจากการกู้ทั้งสิ้น และครั้งนี้นํางบประมาณเข้ามาผ่านสภาเพียง ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ทราบว่าการกู้ ยังเกิดขึ้นอีกเปึนระยะ ๆ ยังไม่เต็มเพดาน แล้วก็ยังจะมีการกู้ต่อไปอีก นี่คือที่มาของ งบประมาณซึ่งผมเองไม่สบายใจ เพราะจะต้องมารับภาระอันหนักหน่วงนี้ร่วมกับพี่น้อง ประชาชนอีก ๖๐ กว่าล้านคน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อที่มาของงบประมาณมาจาก การกู้ การใช้งบประมาณจึงจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมาพูดคุยกัน เพราะทุกบาททุกสตางค์นั้น เปึนหนี้ทั้งนั้นเลย การใช้งบประมาณจึงจําเปึนจะต้องมีความรอบคอบ มีความชัดเจน ที่มาในวันนี้เราไม่มีเอกสารอื่นใดเลยที่จะเปึนรายละเอียดของการใช้งบประมาณ มีแต่ ตัวเลขให้ทราบว่ากระทรวงนั้นได้เท่านี้ กระทรวงนี้ได้เท่านี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วในการใช้จ่าย งบประมาณเราต้องมาเป่ดเผยรายละเอียดกันในสภาให้ทราบว่างบประมาณไปที่ใดบ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณที่ทราบมานี้บอกว่าจะมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เท่าที่ดูในส่วนของกระทรวงที่รับผิดชอบในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นน่าผิดหวัง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยว (กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว น่าผิดหวังมาก เพราะความคาดหวังของพี่น้องประชาชนที่คาดหวังว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นจะต้อง กระตุ้นเศรษฐกิจในกระทรวงหลักที่มีบทบาทสําคัญในการกระตุ้น กระทรวงการท่องเที่ยว ได้งบประมาณเพียง ๕๐๐ ล้านบาท การท่องเที่ยวนี่เปึนการลงทุนที่ต่ําที่สุด ดึงคนเข้ามา ลงทุนในประเทศ การจัดประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ การโรดโชว์ให้กับเพื่อนสมาชิกนักท่องเที่ยว ทั่วโลกเพื่อมากอบกู้เยียวยาในเรื่องของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของผู้ประกอบการ ไม่ว่า จะเปึนเรื่องการโรงแรมก็ดี อาหาร ร้านค้า ประสบปัญหาทั้งนั้นเลย แต่เราจัดงบประมาณ ตรงนี้น้อยมาก ให้ความสําคัญน้อยมาก ท่านประธานครับ กระทรวงที่สําคัญอีกกระทรวง หนึ่งคือกระทรวงคมนาคม จริง ๆ แล้วรายละเอียดผมจะไปคุยในเรื่องมาตราที่เกี่ยวข้อง กับกระทรวงคมนาคม เพราะกระทรวงนี้สําคัญมาก ประชาชนตลอดระยะเวลาตั้งแต่เกิด จนมาถึงตอนนี้ บางคนอายุ ๗๐-๘๐ ป้เข้า ๑๐๐ ป้ ถนนผ่านหน้าบ้านยังเปึนลูกรัง ยังเปึนฝุ์น ตลอดชีวิตของการเปึนมนุษย์กินฝุ์นมาตลอด รัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจ ทั้ง ๆ ที่รัฐบาล ชุดที่แล้วทํานโยบายเกี่ยวกับเรื่องถนนปลอดฝุ์นภายใน ๔ ป้ จะต้องไม่มีฝุ์น ปรากฏว่า งบประมาณที่ตั้งเอาไว้เปึนงบปกติ รัฐบาลชุดนี้ยังไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่ มีงบประมาณบางส่วนสามารถที่จะเยียวยาได้ แต่งบประมาณนั้นถูกชะลอไม่จัดลงไป ในพื้นที่ ทั้ง ๆ ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็สามารถที่จะเยียวยาประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนนั้นได้ โดยเฉพาะจังหวัดหนองคายของผมพี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อน แต่วันนี้ทางรัฐบาลใจจืดใจดํา มีการกักงบประมาณเอาไว้ ฝากท่านประธานช่วยดูแลในเรื่องของงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบท หลายท่านได้เอ่ยไปแล้ว แต่เราจะไปลงลึกในตอนที่ อภิปรายในกระทรวงนั้น เพราะไม่ได้รับความเปึนธรรม และกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านก็ไม่ให้ความสําคัญเช่นกัน โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเหล่านี้ตอนนี้กําลังจะป่ดโรงงาน เนื่องจากว่าประชาชนผู้ใช้แรงงานและ ผู้ประกอบการไม่สามารถส่งออกได้ เพราะอะไรก็เปึนที่ทราบดีว่า ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ ระบบเศรษฐกิจโลกที่กําลังกระทบอย่างหนัก อันนั้นเปึนเหตุผลหนึ่ง แต่การเยียวยาให้กับ ผู้ประกอบการก็เปึนเรื่องสําคัญ เราไม่มีงบประมาณในส่วนนี้เลย เพราะฉะนั้นก็อยากจะ ฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ไปยังรัฐบาลว่าในเรื่องของการกระตุ้นของ เศรษฐกิจนั้น ในภาพรวมแล้วผมเองยังมองไม่เห็นว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร เพราะท่านเกาไม่ถูกที่คัน ถ้าเปึนหมอก็เปึนหมอที่จะให้ยาที่ไม่ถูก พี่น้องประชาชนคนไทย กําลังป์วย ป์วยเปึนไข้ ป์วยเปึนไข้หวัด ปวดหัว แต่ท่านให้ยาไปนวดเท้า ให้ยานวดไป ไม่ได้ให้ยากินเลย เพราะมันไม่ใช่เปึนการแก้ปัญหา มันเปึนการบรรเทาไปนวดเท้า บอกว่านวดเท้าแล้วมันจะไปถึงเส้นประสาท เส้นประสาทที่หัว ตรงนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากว่าการจัดงบประมาณในส่วนของรัฐบาล ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ผมเองจึงขอแปรญัตติในเรื่องของการตัดงบประมาณในส่วนนี้ ๕ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้ว อยากตัดมากกว่านี้ แต่ว่าถึงตัดไปเท่าไร ในกรรมาธิการก็ไม่ให้ตัดแม้แต่บาทเดียว ก็ฝาก นะครับว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เพราะทุกคนร่วมกันเปึนหนี้ตั้งแต่วินาทีที่สภาแห่งนี้ อนุมัติงบประมาณเมื่อไร ประชาชนเริ่ม สตาร์ท (Start) การเปึนหนี้ทันที ก็ขอฝาก ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ แล้วจะอภิปรายลึกในส่วนของแต่ละมาตรา ที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ในมาตรา ๓ นี้ ผมคิดว่าในภาพรวมงบประมาณ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนงบประมาณที่ทําให้พี่น้อง ประชาชนจะต้องเจ็บปวดอีกรอบหนึ่ง เพราะว่ากู้มาทั้งหมด แล้วมิหนําซ้ํายังต้องเอาไป ชดเชยเงินคงคลัง ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท มันแสดงออกถึงความไม่พร้อม ความยากลําบาก ที่จะเดินหน้าของประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเสียใจเปึนอย่างยิ่งที่การจัด งบประมาณในครั้งนี้นั้นงบลงทุน งบลงทุนที่ยิ่งใหญ่แล้วก็ได้ผลประโยชน์แก่ประเทศชาติ มหาศาลนั้น ผมขอเน้นที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวของเราก็แย่อยู่แล้ว ป่ดสนามบิน วันนี้ให้งบ ๕๕๐ ล้านบาท ข่าวว่าเอาไปใช้เกี่ยวกับภาคใต้ จํานวน ๔๐๐ กว่าล้านบาท ข่าวว่าแต่ผมไม่เห็นรายละเอียดนะครับ แล้วก็จังหวัดที่มี การท่องเที่ยวเปึนจํานวนมาก โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายของผมนั้น ป้นี้ มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวป้ใหม่ประมาณ ๒ ล้านคน ถนนก็เสียหาย น้ํากัดเซาะถนนชายฝัืง แม่น้ําโขงก็ยังไม่ได้รับการดูแล ข่าวว่าท่านไตรรงค์จะไปดูนะครับ อย่างไรก็บอกล่วงหน้า ด้วยนะครับ แล้วก็สะพานก็ขาดหลายสะพานในพื้นที่ท่องเที่ยว ภูชี้ฟัา ผาตั้ง ประตูสยาม ท่านไม่ได้ดูแลเลย อย่างไรก็ขอฝากด้วยว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นได้ทําเงินให้กับประเทศป้หนึ่ง หลายแสนล้านบาท

มาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระดูกสันหลังของประเทศ ทํารายได้ให้กับประเทศก็หลายแสนล้านบาทเหมือนกัน ท่านได้ให้แค่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ให้กรมชลประทาน และกรมพัฒนาที่ดินนิดหน่อยเท่านั้นเอง ผมว่างบลงทุนตรงนี้ ถ้าท่าน ใส่เงินเข้าไปมากกว่านี้นะครับ อย่างน้อยอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะทําให้ผลผลิต ที่ออกมาในช่วงนี้มันจะได้รับการเยียวยาและดูแลให้ทันต่อเหตุการณ์ ในฐานะที่ท่าน จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นในภาพรวมนี้ผมก็ขอตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามันไม่ถูกที่ ถูกทาง ไม่ถูกกับจังหวะที่จะต้องเยียวยาประเทศ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ์น แล้วก็ไปเสนอกู้ตั้ง ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ทราบว่าเซ็นสัญญา หรือยังครับ ถ้าเซ็นสัญญาแล้วบอกผมด้วยนะครับ จะได้ดูว่ารัฐธรรมนูญเปึนอย่างไร แล้วผมก็ขอตั้งนะครับ ขอตั้งชื่อรัฐบาลชุดนี้เปึนรัฐบาลหุ่นเชิด จํานําชาติ ทาสญี่ปุ์น ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตแปรญัตติ ในเรื่องของการปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของมาตรา ๓ สาเหตุที่ผมต้องแปรญัตติเพื่อตัด และปรับลดนั้น เนื่องมาจากว่างบประมาณในส่วนของรัฐบาลทั้งหมดที่ทํามา ถ้าจะดูจาก การกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ แล้วงบประมาณทั้งหมดในจํานวน ๑๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเอาจํานวนตัวเลขทั้งหมดก็คือเงินกู้ แต่การกู้นั้นก็เปึนเรื่องปกติ เพราะว่าถ้าเราไม่มีเงิน โดยหลักแล้วจะเอาเงินมาลงทุน จะเปึนรัฐบาลไหนก็ตามครับ คงจะต้องหาแหล่งเงินเข้ามา แต่ที่ผมเปึนห่วงนั้น ในจํานวนเงินงบประมาณที่จะใช้ในขณะนี้นั้น กรรมาธิการได้มีการ สอบถามหรือเปล่าว่าเม็ดเงินงบประมาณทั้งหมดนี้เปึนการกู้ในระบบ คือกู้ยืมเงิน จากภายใน ซึ่งถ้าบอกว่า ณ วันนี้เงินที่เราเปึนหนี้ โดยเฉพาะที่เปึนหนี้ทั้งหมด หนี้สาธารณะอยู่ประมาณ ๒.๙ ล้านล้านบาท เปึนหนี้ซึ่งทางภาครัฐ คือรัฐบาลเองเปึนหนี้ อยู่ประมาณ ๒.๑ ล้านล้านบาท แล้วก็เปึนหนี้ในส่วนของการไปค้ําประกันเงินกู้อีก ประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ทางกรรมาธิการเองถ้าดูจากตัวเลข การเปึนหนี้สาธารณะแล้วนั้น ถึงแม้ว่าเรายังมีโอกาสที่จะใช้จ่ายในลักษณะการกู้เงิน เพื่อที่จะมาใช้เปึนงบกลางเพิ่มเติมก็ตาม เพราะว่ากฎหมายให้ทางรัฐบาลเองนั้นสามารถ ที่จะกู้ยืมเงินจากยอดงบประมาณรายจ่ายประจําป้ไม่เกินประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่าตรงนี้เปึนกฎหมายย่อมทําได้ แต่สิ่งหนึ่งนั้น ณ วันนี้จริง ๆ แล้วงบกลางป้ไม่ควร ที่จะนําเข้ามาด้วยซ้ํา ที่ผมพูดอย่างนี้เนื่องมาจากว่าวันนี้ถ้าเราดูจากตัวเลขทั้งหมด เราไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ แต่เรากําลังทําในสิ่งที่เรียกว่า ประชาสังคม เรานําเงิน งบประมาณในส่วนหนึ่งเหมือนกับป้ที่รัฐบาลชุดของท่านนี่ละครับ ชุดประชาธิปัตย์ ไปกู้ยืมเงินของญี่ปุ์นมา คืองบมิยาซาวา (เงินกู้จากรัฐบาลญี่ปุ์นเพื่อเพิ่มการใช้จ่าย ภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๑) และเงินดังกล่าวนั้นก็ลักษณะคล้ายกันครับว่า มีการนําไปใช้จ่าย บอกว่าเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจ แล้วก็ลงไปสู่รากหญ้าโดยวิธีการจ้างงาน ในขณะนั้นมีการจ้างงานโดยการเอาคนนี่ ไปตัดหญ้าริมถนน ผมดูใน กทม. ก็พอครับ พอหลังจาก ๓ เดือน ๔ เดือน พองบประมาณ มันหมด คนเหล่านั้นก็ตกงาน แล้วกระทบมาจนกระทั่งถึงป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๔ คนตกงาน ว่างงานเกือบ ๓ ล้านคน วันนี้คล้ายกันครับ คล้ายกัน แต่ต่างเวลากันเท่านั้นเอง ดังนั้น ถ้าจะบอกว่าเอางบประมาณ จํานวน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไปใช้หนี้คืนหนี้สาธารณะไป หนี้เงินกู้นี่ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท หรืออีก ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น โดยไม่ได้มีหลักเกณฑ์ ในการให้ ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่า ท่านเพียงแต่พูดกล่าวลอย ๆ ว่า คาดการณ์ว่า ถ้าใช้จ่ายเงินในลักษณะดังกล่าวนั้นสามารถที่จะหมุนเงินกลับมาทําให้เศรษฐกิจที่ ใช้จ่ายเงินจากงบกลางนี้โตขึ้นมาประมาณ ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ คิดแล้วก็ประมาณ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถามว่าวันนี้ถ้าปล่อยตัวเลขเปึนอย่างนี้ ความเชื่อมั่นนี่มันจะเรียกคืนมา ได้หรือเปล่า ผมขออนุญาตเรียนว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ ท่านกรรมาธิการได้สอบถาม หรือเปล่าว่า มีการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามรายไตรมาส มีการทําในเรื่องของ งบประมาณโดยวิธีการใช้จ่ายงบประมาณ แล้วก็มีการบอกกล่าวให้มีการกระตุ้นเร่งรัด แต่ละกระทรวง ทบวง กรมหรือเปล่า เพราะทุกครั้งทุกป้นี่มันจะไปเร่งเอาตอนก่อนจะ สิ้นป้งบประมาณ ใช้จ่ายเงินงบประมาณไปในขณะนี้เท่าไร อยากจะถามทางกรรมาธิการว่า มีการสอบถามหรือเปล่าในประเด็นหนึ่ง แล้วถ้าเราสามารถเร่งรัดเงินที่เปึนเงิน งบประมาณรายจ่ายประจําป้ให้เร็ว ยอดเงินดังกล่าวนั้นมันเปึนเม็ดเงินที่ ๑.๘ ล้านล้านบาท ซึ่งจะสามารถทําให้รายได้ของประเทศหรือ จีดีพี (GDP : Gross Domestic Product : ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) นั้นสามารถที่จะหมุนและ คาดการณ์ว่าน่าจะมีโอกาสที่จะทําให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถึงแม้ว่าที่คาดการณ์บอกว่า ลงมาเหลือ ๒ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ไม่เชื่อครับ ถ้าขืนไม่มีการจัดระบบที่ดี นักวิชาการนี่เขาบอก ว่าจีดีพีของประเทศของเราจะลดลงมา อาจจะถึงติดลบเลยถึง ๒ เปอร์เซ็นต์อย่างน้อยนะครับ ท่านประธานครับ ทางกรรมาธิการเองนี่ มีการสอบถามหรือเปล่าว่าเงินยอดนี้ งบกลางนี่ ถ้าเอาลงไปจริง ๆ แล้วประโยชน์ที่จะได้รับ อย่างกรณีการเอาเงินไปแจกรายละ ๒,๐๐๐ บาท มันจะเหมือนมิยาซาวาหรือเปล่า มีบทความที่เขาเตือนมานะครับ นี่คือแบงก์ชาติ (ธนาคาร แห่งประเทศไทย) เขาบอกมาว่า ขออนุญาตท่านประธานอ่านเอกสารสักนิดหนึ่งครับ เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์ จาติกวณิช บอกว่า ได้จัดเตรียมและให้สัมภาษณ์ว่า ได้เตรียมทํางบประมาณรายจ่ายคืองบกลางเข้ามาเพื่อ เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ส่วนหนึ่งนั้น ในบทความนะครับ ดอกเตอร์อัจนา ไวความดี เปึนรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เขาบอกว่าการแสดงความเห็นในเรื่องของการ กระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมนั้นไม่เห็นด้วยกับมาตรการการแจกเงินหรือข้าวสารเพื่อเปึน ส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมาตรการการแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท แก่ผู้ประกันตน ต้องใช้เงินจํานวนถึง ๑.๘ ล้านบาท แต่เงินที่หายไปเพียงระยะเวลา ๑ เดือนถึง ๒ เดือน นั้น ไม่ได้เน้นในการสร้างงานหรือแหล่งงานรายได้จากอนาคตแต่อย่างใดนะครับ ก็แสดง ให้เห็นว่านักวิชาการหลายท่านซึ่งมีความเห็นที่บอกว่าไม่มีทางละครับที่จะทําในเรื่อง ดังกล่าว อันนี้เปึนส่วนหนึ่งครับ ดอกเตอร์ณรงค์ก็พูดไว้เหมือนกันครับว่า เปึนแหล่ง เงินทุนให้รัฐบาลนี่เอาแหล่งเงินทุนคือการจ้าง จ้างลูกจ้างนะครับ โดยเห็นว่าการใช้จ่ายเงินประกันสังคม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มาปล่อยกู้ ให้กับลูกจ้าง โดยมีเงื่อนไขในการดูแลและควบคุมตรงนี้จะได้ประโยชน์มากกว่า แต่วันนี้ เราเอาเงินจํานวน อีกหลายท่านนะครับ ขออนุญาตไม่ใช้เวลามาก เราเอาเงินตรงนี้ ไปบอกเลยครับบอกว่า เราจะใช้จ่ายเงินในยอดแค่ ๒,๐๐๐ บาทเพื่อเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจ แล้วบอกว่าเงินตรงนี้นั้นจะไปสู่พี่น้องประชาชนที่มีเปึนข้าราชการ เปึนบุคลากร กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึนเจ้าหน้าที่ที่มีเงินต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท และยอดคนนี่เพียง ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนนะครับ แล้วถ้าบวกผู้ประกันตนเข้าไปที่มีเงินรายได้ต่ํากว่าอีก ๑๕,๐๐๐ บาทต่อหัวต่อคนอีก ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี่ ผมถามว่ายอดประมาณสักเกือบ ๑๐ ล้านคนจากจํานวนประชากรของประเทศนะครับ ๖๔ ล้านคน ถ้าคิดเปึนตัวเลขแล้ว คนที่อยู่ในภาวะวิกฤติจริง ๆ ในขณะนี้ที่ต้องการที่จะสร้างระบบงานที่ดีหรือที่ต้องการที่จะ สร้างแหล่งเงินกู้ เพื่อที่จะได้เปึนการเอาไปลงทุนนั้นนะครับ มีอยู่ในระบบประมาณเกือบ ๓๐ ล้านคน แต่ท่านบอกมาเพียงแต่ว่า เอาละครับเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทนี่เอาไปใช้จ่ายเงิน ในเรื่องดังกล่าวโดยใช้จ่ายเงินไปประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ แล้วบอกอันนี้ใช้ได้ มันก็ดูกระไรอยู่ครับ ถ้าแก้วิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้นี่ ผมว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องกลับไปทบทวน แล้วครับว่าการทํางบประมาณดังกล่าวนี้เข้ามาสู่สภาแห่งนี้และหวังเพื่อผ่าน ปรับลด ก็ไม่ได้เพราะงบกลางนั้นมันอ้างอย่างเดียวว่ามีความจําเปึน ความต้องการในการแก้ไข ปัญหาสภาวะของชาติในขณะนี้ เปึนเรื่องแปลกครับ ท่านประธานครับ ในส่วนหนึ่งนั้น เราเองมีรายได้ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์จากการส่งออก แต่วันนี้การส่งออกแทบจะเฉาตาย รัฐได้เข้าไปดูแลไปประสานติดต่อหรือเปล่า เห็นท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะเดินสายไป ประเทศโน้นประเทศนี้ ไปญี่ปุ์นก็บอกว่าไปเสนองาน ไปเสนอสินค้าต่าง ๆ ท้ายที่สุด ก็เคาะบอกเบา ๆ บอกว่า จะเอาเงินมาลงทุนนี่จะขอยืมเงิน ขอกู้เงินอีกแล้วครับ เอามาทํา รถไฟสายสีแดง อีก ๖๓,๐๐๐ กว่าล้านเยน ซึ่งก็เปึนเรื่องแปลกครับว่า ตรงนี้ถ้าไปพูดแล้ว มีข้อตกลงกันไว้ก่อนล่วงหน้านี่มันจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือเปล่า มันก็ต้องว่ากัน อีกทีหนึ่ง เพราะว่าคนที่ไปพูดนั้นอยู่ในฐานะผู้นําของประเทศ และพูดเปึนทางการกับ รัฐบาลญี่ปุ์น มีการออกข่าว มีการเสนอข่าว ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐบาลขณะนั้นของท่านสมัคร สุนทรเวช ของท่านสมชาย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ จะทําอะไรฝ์ายรัฐบาลวันนี้ก็คือ ฝ์ายค้านยังมักจะบอกกล่าวว่าจะทําอะไรต้องระวัง เพราะการเอาสิ่งต่าง ๆ ที่เรียกว่า เปึนสมบัติของชาตินั้นไปรับรอง ไปพูดคุยกับคนไม่กี่คนนั้นสามารถตัดสินใจได้เองนั้น เปึนเรื่องที่ผิด ท่านประธานครับ ผมมองว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้นั้นจะใช้จ่ายเงินงบประมาณ ในส่วนของงบกลาง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับการ กระตุ้นเศรษฐกิจนั้นคงจะต้องลงไปดูให้ลึกกว่านี้ ท่านต้องจัดระบบครับ อย่าหาว่าผมสอน เลยครับ แต่ผมเล่าให้ฟังครับว่า ในวันนี้เงิน ๒,๐๐๐ บาทนั้น ผมว่าไม่เกิดประโยชน์ละ ครับ แม้กระทั่งการศึกษาอีก ๑๕ ป้ที่บอกว่าเรียนฟรีไปแจกชุดนักเรียนก็ไม่ได้ก่อให้เกิด ประโยชน์โดยตรงกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเปึนการให้เปึนการแจก อาจจะเปึนการ ลดค่าใช้จ่าย แต่ในระบบแล้วถึงอย่างไรก็ต้องซื้อ ถึงอย่างไรก็ต้องใช้ คนต้องกินต้องใช้ ถ้าคุณเอาอย่างหนึ่งไปให้ไปทดแทน อีกอย่างหนึ่งในระบบก็จะถูกหายไป อันนี้ไม่ใช่แล้วครับ แต่ถ้าเราบอกว่าวันนี้สร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลชุดนี้นั้นคงจะต้องสร้างภาพพจน์ ไม่ใช่ บอกว่าเอาตัวเลขตัวเงินแล้วบอกว่าใส่ลงไปมันจะโตออกมาได้ จีดีพีมันจะกระเตื้องขึ้น มันอาจจะทําได้แต่มันไม่ยั่งยืน ถึงทําได้ความเชื่อมั่นคนที่มีสตางค์ในประเทศอีกเยอะครับ ที่เขาดูว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีความคิดความอ่านในเรื่องของแนวทางนโยบายอย่างไร ผมเชื่อว่า กรรมาธิการที่อาวุโส ขออนุญาตเอ่ยนาม อย่างท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ ท่านรู้เรื่องเศรษฐกิจดี ผมฟังท่านอภิปรายในสภาหลายครั้งยังชื่นชมเลยครับ แต่ครั้งนี้บังเอิญท่านเปึน ฝ์ายรัฐบาล ท่านไม่สามารถเสนออะไรได้ เพราะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเองนั้น ก็ทําหน้า ทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นด้วยหลายเรื่อง แต่ไม่เปึนอะไร ท่านพิเชษฐ์เองก็เหมือนกันละครับ หลายเรื่องผมก็เชื่อว่าท่านเองนั้นนั่งในส่วนของการทํางาน ในส่วนของกระทรวงการคลัง มานานกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยซ้ํา แต่ทําไมปล่อยให้งบประมาณ ดังกล่าวเหล่านี้ออกมา โดยมีการดูแลในเรื่องของความผิดพลาดมากมายเหลือเกิน งบต่าง ๆ ที่เอามาใช้เดี๋ยวผมคงไม่ลงลึกรายละเอียด จะไปขอลงไปในรายมาตรา แล้วจะพูด อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ งบประมาณที่จะต้องใช้นั้นเราควรจะต้องจัดระบบ หมวดหมู่ก่อน ในเรื่องของการใช้ ถ้าเราสร้างภาพลักษณ์ของประเทศดีมันไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกาวันนี้ไปที่ไหน แม้แต่การไปประชุมต่าง ๆ ไม่มีใครกล้าไปละครับ เพราะเขาบอกว่าเปึนต้นเหตุแห่งการทําเศรษฐกิจให้เสียหาย ตอนเราไปต้มยํากุ้ง ตอนเกิดขึ้น เราไปก็ไม่มีใครกล้าไป แต่ที่ไปผมต้องให้เครดิต (Credit : ความน่าไว้วางใจ) รัฐบาลชุดท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ เพราะท่านไปบอกว่าประเทศไทยไม่ได้มากู้นะครับ แต่วันที่ท่านไปนั้นท่านบอกว่าท่านมีสินค้า มีของ มีผลิตภัณฑ์ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น จากเมืองไทยเอาไปเสนอขายให้กับต่างประเทศ อย่างแรกท่านทําถูกแล้วครับ เพราะมัน เปึนสิ่งที่จะต้องเสนอ เพราะคนต่างประเทศเขาไม่รู้ละครับว่าของเรามีอะไร อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเยอะครับ แต่ถูก ปรส. (องค์กรเพื่อปฏิรูประบบเศรษฐกิจ) ขายไป แล้วถูกเอาเงินกลับไปเปึนจํานวนมาก ผมกลัวอย่างนี้ครับท่านประธาน วันนี้วิกฤติ เศรษฐกิจครั้งนี้ ระบบอสังหาริมทรัพย์ ระบบการใช้จ่ายเงินต่าง ๆ ไม่กล้าไม่ว่านะครับ แต่ที่มันสร้างคาอยู่ เงินงบประมาณในส่วนหนึ่งที่เอาไปลงทุนมันไม่พอ ต้องอาศัย ภาคเอกชน กําลังซื้อไม่ถึง ท่านจะทําอย่างไรครับ มาตรการต่าง ๆ ออกมาลดในเรื่องของ ภาษี จูงใจในเรื่องต่าง ๆ มันพอหรือเปล่า ถ้ามันไม่พอท่านจะสร้างความเชื่อมั่นอย่างไร อันนี้เปึนสิ่งที่สําคัญ

ในส่วนต่อมาการสร้างงาน ในนี้เขียนไว้หลายเรื่องครับ บอกว่าถ้ากระตุ้น เศรษฐกิจแล้วเอาไปฝากไว้ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ไปดู ไปอบรมนักศึกษาเรื่องาน ต่าง ๆ ออกมา ๑,๐๐๐ คน ๑,๐๐๐ คนกับจํานวนที่จบมาป้หนึ่งเปึนแสนคน มันต่างกัน นะครับตัวเลขคนจะตกงาน ว่างงาน ที่กระทรวงแรงงานพยากรณ์ไว้บอกว่าประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน ไม่ใช่นะครับ ผมดูแล้วไม่ต่ํากว่าประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน เอาไหม ล่ะครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้ยังอยู่ถึงนะครับ มาพนันกันก็ได้ว่าตัวเลขต้องเกิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน แน่นอน เพราะเมื่อวานนี้ก็ออกไปอีก ๘๐๐ คน ทุกวันละครับฟังข่าว มีตัวเลข ๘๐๐ คน ๑,๐๐๐ คน ๖๐๐ คน มันโกหกไม่ได้ละครับ ตัวเลขเหล่านี้เปึนตัวเลขที่เขารวบรวมมา วันนี้ถึงอย่างไรงบประมาณยอดนี้ต้องผ่าน แต่ผมอยากจะให้เอางบประมาณยอดนี้ ลองดู ครับว่าถ้าจะไปใช้จ่าย ๒,๐๐๐ บาท จะไปคิดอะไรได้มากกว่าที่จะเอาตัวเลข ตัวเงินไปใส่มือ เขา ๒,๐๐๐ บาท แล้วเขาบอกว่าจะใช้หรือเปล่ายังไม่ทราบ แต่รู้ว่าถ้าหารเปึนตัวเลขแล้ว ตก ๕.๕๐ บาท ๕.๕๐ บาทครับแล้วมันจะไปทําอะไรล่ะครับใน ๑ ป้ แต่ตัวเลขเหล่านี้ ถ้าบอกว่าจะจัดแล้ว ผมอยากจะให้ไปดูว่าถ้ามันเปึนกองทุนได้ ๒,๐๐๐ บาท ในส่วนของ คนที่รับไปเอามาตั้งเปึนกลุ่ม ๆ ได้หรือเปล่า ว่ามาร่วมลุงทนในการที่จะเอาไปหมุนในเรื่อง ของการทําอย่างน้อย ๆ โอทอป (OTOP : One tombon One Product : สินค้าหนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ์) หรือสินค้าพื้นบ้านที่จะต่อยอดออกไป หรือแม้กระทั่งในเรื่องของ แหล่งเงิน เพราะเงินจํานวนนี้มันยอดถึง ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเราบอกว่าเอาไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท เบี้ยหัวแตกแน่นอน ถึงแม้ว่าจะไปทําคูปองก็ไม่เห็นด้วย เพราะประเทศ ไต้หวันเขาไปทําเรื่องคูปองครับท่านประธาน ก็ยังมีคนอุตริเอาคูปองไปขายในราคาที่ต่างกัน เพราะคนต้องการใช้เงินนี่เขาบอกว่า เอาไปซื้อข้าว ไปซื้อของราคามันก็ไม่ได้กันอีกนะครับ เขาบอกว่าเปลี่ยนอีก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องไปศึกษา และนอกจากในเรื่องของเงินที่เอาไปลงแล้ว เรื่องการศึกษานี้ ผมขออนุญาตบอกกล่าวได้เลยว่าท่านเกาไม่ถูกที่คันละครับ วันนี้ความสํานึก ของคนที่เปึนพ่อแม่ เปึนบุพการีที่ให้กําเนิดลูกมานี่ ถ้ารัฐบาลทําประชานิยมอย่างนี้ ต่อไปนี้คําว่า พ่อแม่ที่จะต้องดูแล หมดแล้วครับ รัฐดูแลหมด ของเรามันก็เตี้ยอุ้มค่อม อยู่แล้ว เงินภาษีก็เก็บลดน้อยลงมา ผมเอาใกล้ ๆ นี่แหละครับ วันก่อนไปที่ลาดกระบัง ไปถามทางสรรพากรเขาบอกว่า ๓ เดือนที่ผ่านมายอดเขาเคยเก็บได้ สรรพากรเขต พื้นที่ตรงเขตลาดกระบัง เพราะมีการนิคมมีอะไรเยอะแยะอยู่แถวนั้น เขาเก็บใน ๑ ป้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าวันนี้รายรับเขาเก็บลดลงต่อเดือนนะครับ ๒๐๐ ล้านบาท แล้วท่านประธานลองเอาจํานวน ๒๐๐ ล้านบาทคูณด้วย ๑๒ เดือน ตก ๒,๔๐๐ ล้านบาท สรุปว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เก็บมันหายไปอยู่ประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่รัฐบอกว่า ตู๊ไปตู๊มาอยู่ประมาณ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่เชื่อละว่าตัวเลขที่บอกว่าภาษีจะสามารถที่จะ เก็บเข้าเปัาหรือเพิ่มเติมขึ้น มันเปึนไปไม่ได้ ณ เวลานี้นะครับ แต่ถ้ารัฐบาลบอกว่าจะไป รีดภาษีหรือจะไปเก็บภาษีในลักษณะอย่างไร ซึ่งผมเองในอดีตนั้นรัฐบาลชุดนี้ก็คือ ฝ์ายค้านก็มักจะใช้คําว่า รีดภาษี แต่จริง ๆ มันก็เปึนภาษาศัพท์ ถ้าเรียกอย่างนี้บางคน ที่เขาทําเรื่องการจัดเก็บภาษีเขาก็จะต่อว่า เอาเปึนว่ามีวิธีการจัดเก็บที่อาจจะพิสดารกว่าปกติ แล้วก็จะสร้างความเดือดร้อนให้กับภาคประชาชนทั้ง ๆ ที่รัฐบาลวันนี้เอาเงินไปแจกไปจ่าย แต่อีกแนวทางหนึ่งก็ต้องไปหาทางเก็บภาษีกลับมาก็เปึนเรื่องเดือดร้อนอีกละครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตว่าสิ่งที่วันนี้จะต้องเร่งทําไม่ใช่เอาเงินไปจ่ายอย่างเดียว จะต้องสร้างความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ พวกอาเสี่ยทั้งหลาย พวกเจ้าของธุรกิจ ท่านจะทําอย่างไรจะเรียกความเชื่อมั่น ในส่วนของรัฐบาลเองคนที่เปึนต้นเหตุที่ท่าน เอาไว้รอบข้างมันเปึนสาเหตุทําให้เศรษฐกิจมันเสียหาย ท่านก็ต้องไปตัดสินใจว่าจะเอา พวกเขาเหล่านี้อยู่ต่อเพื่อเดินหน้าต่อไป หรือจะเอาเขาออกไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่น สุดแล้วแต่เพราะเปึนเรื่องของรัฐบาล เพราะท่านเองบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็แล้วแต่

ส่วนที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการที่จะไปกู้ยืมเงินต่างประเทศนะครับ ผมแนะนําว่าวันนี้อย่าไปกู้เลยครับ ประเทศไทยเพิ่งฟุ๋นเงินกู้จาก ไอเอ็มเอฟ (IMF แล้วก็: Inernatinal Monelary Fund) สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ เมื่อป้ ๒๕๔๖-๒๕๔๗ ร้องเพลงชาติ ใช้หนี้เงินเขาหมดครับ ดีใจ นี่เราจะเริ่มเปึนหนี้กันอีกแล้ว ฉะนั้นถ้ายืน ด้วยตัวเองไม่ได้ เราไปกู้เงินมาบอกว่าจะต้องมาปัืน ผมว่าระดมเปึน บอนด์ (Bond) เปึน พันธบัตรในประเทศก่อนเถอะครับ เพราะประเทศต่าง ๆ นี่ญี่ปุ์นเขาก็แย่นะครับ ผมดู รายการนะครับ คนอายุ ๖๒ ป้ คนญี่ปุ์นเปึนกรรมกรมาตลอดชีวิต ต้องไปกางเต็นท์นอน ตกงานครับ แบ่งปันอาหาร แต่เราเองไปกู้ประเทศซึ่งเขาก็แย่ แต่เขาโดยมารยาท เขาก็คง เห็นใจคนไทย เห็นใจประเทศไทย ผมไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีคิดอย่างไรครับ ไปเอา เงินจากประเทศที่เขาก็มีปัญหาเหมือนกับเรา เหมือนที่เราไปยืมเขาครับ เขาก็แบกรับ ไปเรื่อย เอาละครับ ไม่เปึนไรครับนี่ผมจะไปจีน จีนนี้เศรษฐกิจดีครับ ตอนนี้ก็ยังถือว่า ด้อยลงมา แต่ก็ยังดีกว่าประเทศอื่น เพราะฐานะความมั่นคงของประเทศ แต่ถ้าเราจะไป กู้ยืมเงินเขา ผมว่าเราไปเจรจากัน แลกเปลี่ยนเอาของของเราไปแลกเปลี่ยนจะดีกว่า เพราะเขาต้องกินต้องใช้ ในระหว่างประเทศต่าง ๆ ทําข้อตกลงกันไว้ ไม่ใช่ไปหยิบเงิน เขามานี่มันง่ายครับ ถ้ารัฐบาลคิดว่าการเอาเงินโดยวิธีการไปกู้ยืมเงินแล้วดูตามตัวเลข ว่ามันจะโตเท่าไร ผมขออนุญาตบอกกล่าวเลยครับว่ามันไม่เปึนอย่างที่คิดแน่นอน เพราะความเชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้ที่จะทํางานยังไม่ได้เห็นเลยครับว่าจะทําในด้านไหนที่เปึน การกระตุ้นเศรษฐกิจ จะทําในด้านไหนจะเปึนการระดมทุนเพื่อให้เกิดความมั่นคง ยังไม่มีครับ มีแต่ว่าวันนี้จะไปประเทศนั้นไปเพื่อที่จะตอบรับว่าไปโรดโชว์แล้วไปกู้เงิน ไม่ใช่นะครับ มันคนละสถานการณ์ ผมเองคงขออนุญาตท่านประธานครับว่า ในเรื่องของแต่ละ กระทรวงที่ของบประมาณมา ครั้งที่แล้วรัฐบาลท่านสมชายที่ทํางบกลางขึ้นมา หวังกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ไม่ใช่กระตุ้นเล่น ๆ เอาเงินไปแจก แต่ทํานี่นะครับ มีรายละเอียด ซึ่งถ้าไปดูจะเห็นว่าแต่ละส่วนลงไปสู่รากหญ้าเปึนการสร้างงาน สร้างอาชีพ จากจุดหนึ่ง เงินบาทหนึ่งถ้าหมุนตามระบบดี ๆ นะครับ สัก ๖ รอบ ๗ รอบก็พอแล้ว แต่นี่มันไม่ได้หมุนเลยสักรอบ บางทีบอกว่าเอา ๒,๐๐๐ บาทไป เอาเสื้อผ้าไป คนก็เก็บ เงินออมกันละครับแทนที่จะเอาเงินไปใช้ ผมไม่ได้เห็นด้วยนะครับว่าจะไม่ให้แจก ไม่ให้ แจกสิ่งของ แต่ก็ต้องดูครับว่าคนที่มีภาระเยอะแยะ ที่มีรายได้ท่านบอกว่าต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านเอาเฉพาะกลุ่มคนที่มีงานทํา กลุ่มข้าราชการ กลุ่มลูกจ้าง กลุ่มของ ผู้ประกันตน ตกงานก็มีเงินอยู่แล้ว แต่ท่านลืมนึกลงไปข้างล่างพวกที่ประกอบอาชีพ อย่างวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีจํานวนเท่าไรครับ คนที่ลึกลงไป พวกที่ประกอบอาชีพ ในลักษณะการรับจ้างเปึนกรรมกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือคนที่มีอาชีพส่วนตัวในเรื่องของ การค้าขายที่มีรายได้ต่ํากว่า พวกนี้น่าจะให้ความสําคัญสนใจมากกว่ากลุ่มเหล่านี้ที่มี อยู่ประมาณสัก ๙ ล้านกว่าคนที่จะของบประมาณ มันไม่มีประโยชน์ละครับในตัวเลข ที่ท่านบอกว่าเอาตัวเลขตรงนี้มาเปึนตัวตั้ง เพราะพวกนี้ไม่ได้ตกงาน แต่เรากําลังเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาท บอกว่าไปเผื่อที่จะได้ใช้ มันผิดหลักการ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตว่า รัฐบาลชุดนี้ท่านต้องไปทบทวนครับว่า การใช้จ่ายเงินแต่ละครั้งนั้นมันเปึนการเพิ่มหนี้ ให้กับประเทศ ในอดีตตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ รัฐบาลชุดทักษิณเขาคืนหนี้ กู้หนี้ เขาคืนหนี้ จบหมดนะครับ ใช้หนี้ป้ละ ๒๐๐,๐๐๐ ต่าง ๆ พอจบปุ็บนี่นะครับ เขาไป ทํางบสมดุล คืองบเกินดุล เกินดุลก่อน ตอนแรกสมดุลแล้วมาเกินดุล ท่านดูจากป้ ๒๕๔๕ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๖ ๑๗๔,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถามว่าวันนี้เราเองไม่ปฏิเสธละครับ เพราะว่าภาวะมันเกิดทั่วโลก แต่วิธีการใช้เงิน จะต้องใช้ให้รัดกุม ผมขออนุญาตสุดท้ายนะครับว่าในเรื่องของงบบางส่วนบางตัวที่ท่าน ใช้อยู่ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ท่านรีบไปกระตุ้นออกมาเถอะครับ และผมก็ไม่เห็นด้วย กับยอดงบกลาง เดี๋ยวก็คงอภิปรายต่ออีกครั้งหนึ่งนะครับว่าท่านทําไมต้องกันเงินไว้ เสียอีก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัวเลขรายละเอียดก็ไม่ชัดเจน การทํางบกระตุ้นเศรษฐกิจ หรืองบกลางต้องมีรายละเอียดเหมือนเพื่อนสมาชิกที่ได้พูดกล่าวไป ในกรุงเทพมหานคร ถือว่าเปึนหัวใจสําคัญ การท่องเที่ยวป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ไล่ขึ้นมา ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ เรามีการท่องเที่ยวโตขึ้นทุกป้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จนกระทั่งถึงตั้งไว้เกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และท้ายที่สุดถ้าเกิดไม่มีวิกฤติ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตอนนี้มันหล่นฮวบลงมา แต่งบกลางในกรุงเทพมหานคร ผมไม่เห็นมีทําอะไรเลย ตัวเลขต่าง ๆ เห็นบอกว่าไปดูแลแหล่งน้ําต่างจังหวัด แล้วก็ไม่รู้ว่า ทั่วทุกภาค ทุกจังหวัดหรือเปล่าในการสร้างความเปึนอยู่ให้ดีขึ้น เรื่องถนนหนทาง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาไปแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ตัวเลขมันคนละอย่างครับ ตอนที่ รัฐบาลชุดท่านสมชายตั้งไว้ตัวเลขประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่วันนี้ท่านตั้งไว้ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ก็เปึนเรื่องของปัญหาว่าคนที่ไม่ได้หรือคนที่ได้จํากัดจะไปทําอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณตรงนี้ ไปทะเลาะกันอีกครับ สร้างปัญหาอีก เกิดสร้างปัญหาอีก งบกลางที่ยังเหลือใช้อยู่ในป้ ๒๕๕๒ เดี๋ยวคงจะต้องไปพูดในหมวดของงบกลางว่าเอาไปทําอะไร ใช้ไปขนาดไหน มีกันไว้ นะครับ กรณีฉุกเฉิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท กรณีชดเชยในเรื่องของความจําเปึนตามมติ ครม. อีก ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทใช้ไปหรือยัง ใช้ไปหรือยังครับ ๔,๐๐๐ ล้านบาทตั้งอีก หรือท่านจะ เก็บไว้โดยอํานาจของท่านนายกรัฐมนตรี ใช้แบบสบาย ๆ ก็คือไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท โดยอํานาจก็เวลาใครจะมาของบประมาณก็ขอผ่านขึ้นมาในหลักเกณฑ์ แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ก็ให้ไปตรงนี้ ถ้าเกินก็มาคุยกันใน ครม. มันก็เหมือนกับแบ่งเค้กละครับ ผมยังไม่อยากจะ ก้าวล่วงไปถึงตรงนั้น ถามว่ากรรมาธิการได้สอบถามหรือเปล่าในเรื่องดังกล่าว แล้ววันนี้ สภาพเศรษฐกิจอย่างนี้ ถ้าท่านใช้งบประมาณแบบนี้ ผมกล้าทํานายได้เลยว่าพวกเราเอง นะครับ คนทั้งประเทศ ๖๔ ล้านคน จะกลับมาเปึนหนี้เหมือนกรณีตอนที่เราไปกู้หนี้ ไอเอ็มเอฟ แล้วสภาพเศรษฐกิจคราวนี้มันจะย่ําแย่กว่าสมัยที่แล้ว เพราะว่ามันเปึนเฉพาะ รายประเทศแต่เดี๋ยวนี้มันเปึนเกือบทั่วโลก เพราะฉะนั้นต้องฝากครับว่าการใช้จ่ายเงิน งบประมาณในส่วนของงบกลางที่มาขอสู่สภาวันนี้ในวาระสอง ท่านเองในฐานะ กรรมาธิการต้องตอบรายละเอียดนะครับว่าแหล่งที่มาของเงิน การใช้จ่าย ความมั่นใจในเรื่อง ของยอดแต่ละยอด หรือแม้กระทั่งในเรื่องของรายละเอียด ผมถามว่าในกรุงเทพมหานคร ได้อะไรบ้างในงบประมาณตรงนี้ เห็นต่างจังหวัดบอกว่าตรงโน้นเขามี ตรงนี้เขามี มีเปึน รายจังหวัด แต่กรุงเทพมหานครไปถามแล้วไม่มี ท่านบอกว่าโปร่งใส ผมก็อยากจะถามว่า โปร่งใสของท่านงบกลางเผื่อไว้ให้คนกรุงเทพมหานครหรือเปล่า มีไหม ไม่มีใช่ไหมครับ พี่เชียรบอกว่าไม่มี เดี๋ยวตอบด้วยก็แล้วกันครับ โอ.เค. ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เหลือผู้อภิปรายอีก ๑๑ ท่านนะครับ ต่อไปครับ ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย เขต ๑ มีท่านผู้อภิปราย อภิปรายโดยภาพรวมก็ไปหลายท่านนะครับ ซึ่งผมก็จะพยายามไม่พูดซ้ําประเด็น ถ้าไม่จําเปึน นะครับ สําหรับงบเพิ่มเติมของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ที่บอกว่าจะเปึนงบกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ผมมองเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วยังไม่กระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ ซึ่งผมอยากชี้แนะเพื่อเปึน แนวทาง บางทีทางผู้บริหารประเทศจะได้นําไปพิจารณานะครับ โดยเฉพาะมันตรงกันข้ามกัน อย่างงบส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งพวกเราก็รู้ว่างบการท่องเที่ยวรายได้ของประเทศไทยเรา ได้อันดับหนึ่ง คือการท่องเที่ยว แต่งบที่สนับสนุนน้อยมาก ถึงน้อยก็ตามแต่ผม ขอเสนอแนะแนวทางให้ทางรัฐบาลหรือผู้บริหารประเทศได้นําไปพิจารณาก็คือ เราจะทํา อย่างไรถึงจะให้ได้งบประมาณได้เพิ่มเติม คือจากการท่องเที่ยวเหมือนกับที่แล้วมา นะครับ

อันดับแรกก็คือการสร้างภาพลักษณ์ ภาพลักษณ์นี่สําคัญ พวกเราก็รู้อยู่แล้ว ประเทศไทยเราภาพลักษณ์มันเสียหาย ไม่รู้จะเอากลับคืนมาได้อย่างไรนะครับ ไม่ว่า ภาพลักษณ์ภายในและภายนอกประเทศ ภายในก็คือแม้แต่คนภายในประเทศเราก็ยัง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผู้บริหารประเทศหรือคณะบริหารประเทศเราดําเนินการทาง การเมืองอย่างไร อย่างเช่นที่ว่ามีการสับเปลี่ยนรัฐบาล มีการไปแถลงนโยบาย แม้แต่ แถลงนโยบายของผู้บริหารประเทศเองยังพากันไปอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ มันเสียหายภาพลักษณ์ ประเทศไทยเปึนอย่างไรถึงเปึนอย่างนี้ แม้แต่รัฐบาลสภานี้เขาให้ มาแถลงนโยบาย แต่รัฐบาลไปแถลงนอกสภามันผิดกฎหมายหรือไม่ นี่คือภาพลักษณ์ ภายในประเทศ ทําให้คนไม่เชื่อมั่น ประชาชนไม่เชื่อมั่นเลย ภายในประเทศก็ไม่เชื่อ นี่ทําให้ที่หลายคนบอกว่าประเทศไทยเราแตกเปึนสองฝักสองฝ์าย มันไม่แตกได้อย่างไร เพราะว่าพวกเราเองแม้แต่สภาที่มีให้มาแถลงนโยบายของรัฐบาลก็ไม่แถลง ไปแถลง กระทรวงการต่างประเทศซึ่งเปึนกระทรวงที่ประชาชนรังเกียจอยู่แล้วนะครับ อันนี้คือ ภาพลักษณ์ภายใน เราจะทําอย่างไรถึงจะแก้ไขได้นะครับ เราก็ต้องดูต่อไปว่าการยื่นญัตติ หรือยื่นฟัองทางกฎหมายว่ารัฐบาลนี้มาถูกต้องหรือไม่ สมกับคําว่า มาตรฐานธรรมาภิบาล หรือไม่ นี่นะครับคือภาพลักษณ์ภายในประเทศของเรา ผมเลยบอกว่าถ้าเปึนอย่างนี้ ผมบอกว่า ธรรมา ธรรมาของยมบาล ผมบอกอย่างนี้ประเทศไทยเราเปึนอย่างนั้น ฝ์ายหนึ่ง ทําผิดหมด ฝ์ายหนึ่งทําถูกหมดนี่นะครับ นี่คือภาพลักษณ์ภายในประเทศ คนไทยเขา เจ็บปวด ผมอยากจับแขนรัฐบาลไปกับผมแล้วแต่งตัวเปึนชาวบ้านไปฟังชาวบ้านที่อีสาน พูดดูว่าเขารู้สึกอย่างไรกับรัฐบาลนะครับ อยากให้ไปฟัง ให้แอบปลอมตัวไปเลย จะได้รู้ว่า ความรู้สึกของชาวบ้านจริง ๆ เขาโกรธมากเลยครับ โดยเฉพาะอีก ๒-๓ วันได้ยินข่าวว่า พวกเสื้อเหลืองจะไปทางจังหวัดอุดรธานี นี่ไม่มีใครห้ามปรามเลย รู้สึกว่ายุยงส่งเสริม ให้ไปด้วย แล้วก็จะมีการตายกันระเนระนาดนะครับ อันนี้คือภาพลักษณ์ภายในประเทศ แล้วใครเขาจะมาท่องเที่ยว เราจะได้งบที่ว่าได้งบมากที่สุดได้เงินจากการท่องเที่ยวเปึน อันดับ ๑ ของประเทศ ใครจะมานะครับ เมื่อเปึนอย่างนี้แล้วผมขอเสนอแนะว่า เอาละ อย่างไรมันก็เปึนมาแล้วละ สีเหลืองก็เหลือง สีแดงก็แดงแล้วมันเอาคืนไม่ได้นะครับ วิธีการที่จะให้คนมาท่องเที่ยวให้ได้เงินมากที่สุด

๑. คุณเคยคิดไหม คุณบริหารประเทศ เคยคิดว่าจะให้คนขี่เครื่องบิน มาจากต่างประเทศครึ่งราคาไหม ให้ฝรั่งขี่มาครึ่งราคานะ ดัมพ์ (Dump : เท, ทุ่มสินค้า เข้ามาขาย) ราคาลงไปนะครับทั่วทุกสายการบินทั่วโลก ผมว่าฝรั่งต้องเสี่ยงมา เมื่อเสี่ยง มามันต้องเอาเงินมาใช้บ้านเรา ผมคิดนะครับ อันนี้ผมอยากเสนอแนะถ้าคิดไม่ออก

อีกอย่างหนึ่ง การเดินทางเข้าภายในประเทศของเราลดความเคร่งครัด ลงได้ไหม ไม่ใช่ทางประเทศมาเลเซีย ทางประเทศลาว ทางประเทศเขมร ประเทศพม่า ลดความเคร่งครัดที่ชายแดน ผมว่าเขาเข้ามา เรื่องคนจะมาทําผิดกฎหมายนี่ ถ้าคน จะทําผิดมันไม่เดินผ่านแดนเข้ามาครับมันเดินผ่านป์ามา อันนี้พี่ประเสริฐ (นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา) ผมได้จากพี่ประเสริฐ จากพรรคประชาธิปัตย์ว่านะครับ คนดีเขาต้องผ่านด่าน คนชั่วมันไม่ผ่านด่านให้คนตรวจ นะครับ เพราะฉะนั้นก็เป่ดให้คนเข้ามามากที่สุดประเทศไทยให้มาใช้เงินบ้านเรา โรงแรม ต่าง ๆ สมาคมโรงแรมต่าง ๆ เคยพูดกันไหมลดราคาสักครึ่งราคาให้ฝรั่งมา เคยเก็บ ๑๐,๐๐๐ บาทก็เอาเหลือ ๕,๐๐๐ บาท เคยเก็บ ๕,๐๐๐ บาทก็ ๒,๕๐๐ บาท เคยเก็บ ๒,๕๐๐ บาทก็ ๑,๒๕๐ บาท เคยเก็บ ๑,๐๐๐ บาทก็เหลือ ๕๐๐ บาท ผมว่าเขามาครับ นี่วิธีการจะให้คนมาท่องเที่ยวประเทศไทยนะครับ ให้เข้า-ออกแล้วก็เป่ดโอกาสให้มีการค้า ชายแดนให้มากที่สุด เรื่องสินค้านี่ครับผมเปึนกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยไปทั่ว รอบประเทศแล้วกับคณะกรรมาธิการ บางแห่งนะครับมีแต่หมาเดินเล่นอยู่ตลาด มันไม่มี คนเข้ามาเลย ต้องขออภัยนะครับ ไม่มีคนเข้ามาเพราะว่าปัญหา อยากให้รัฐบาลไป ทําความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านนะให้เขาไว้ใจเรามากที่สุด เมื่อคนชายแดนมีการ ค้าขาย ประเทศไทยเราไม่จําเปึนต้องไปค้าขายไกลมากหรอก พม่ามีคนตั้ง ๕๐ ล้านคน ด่านชายแดนกว่าจะผ่านแต่ละครั้งมันลําบากเหลือเกิน นี่ครับเราทําอย่างไรจะให้คนผ่าน ด่านระหว่างแม่สาย แม่สอด ด่านต่าง ๆ นะครับ แถวด่านเจดีย์สามองค์ แล้วก็ทางจังหวัด ระนอง เราลดความเข้มข้นลง ถ้าเขาทําผิดก็เปึนเรื่องเจ้าหน้าที่บ้านเมืองภายในจัดการ ผมว่าจะได้ค้าบ้าง ประเทศลาวประเทศเล็ก ๆ เขามีคนแค่ ๕–๖ ล้านคน เรามีด่านสากล ตั้ง ๓–๔ ด่าน ประเทศพม่าคนตั้ง ๕๐ ล้านคน มีด่านสากลด่านสองด่าน อันนี้คิดหรือยัง ถ้าคิดไปสนับสนุนส่งเสริมให้มีการค้าชายแดนให้มากที่สุด ประเทศเขมรเหมือนกัน นะครับ เป่ดประเทศเขมร จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ด่านใหญ่ ๆ ทั้งนั้นครับ ที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด แล้วก็ที่จังหวัดสระแก้ว อําเภออรัญประเทศนี่นะครับ มีด่าน แต่เราไม่ได้ สนับสนุนเท่าที่ควร ก็อยากให้ทางรัฐบาลไปเรียกเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับด่านต่าง ๆ มาพัฒนา มาพิจารณามาตรการใหม่ในการค้าขายและการเข้าออกประเทศ ให้ลด ความเข้มงวดลงนะครับ สําหรับเรื่องการท่องเที่ยวก็เอาไว้เท่านี้ รายละเอียดเดี๋ยวผมจะว่า อีกต่อไป

สําหรับการศึกษา การศึกษานี่การให้การศึกษาฟรี ผมเปึนครูมาก่อน ผมเห็นด้วยนะครับการให้การศึกษาฟรี สุดยอดของมนุษย์ที่คิดนะครับ ผมยอมรับเลยว่า ถ้าให้การศึกษาฟรีมันเปึนเรื่องดี คือให้การศึกษาดีที่สุดดีกว่าเรื่องอื่น แต่การให้การศึกษา ต้องไปให้ที่ใคร ที่เด็ก เด็กของเราก็คือเด็กการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. ๖ ให้จริง ๆ อย่าพูดเฉย ๆ พอถึงเวลาอย่าให้มีปัญหานะครับ ผมอยากให้พวกเราทุกคน ในสภาแห่งนี้ให้เห็นความสําคัญของบุตรหลาน เรื่องการศึกษาอย่าว่าแต่ ม. ๖ ทําอย่างไร ถึงจะได้เรียนถึงจบดอกเตอร์ ผมอยากให้ความคิดว่าประเทศไทยเราเปึนประเทศ เกษตรกรเปึนหลัก ทําอย่างไรถึงจะให้ลูกหลานเกษตรกรเรียนจบดอกเตอร์ เกษตรให้เต็ม ประเทศไทยเถอะ ให้สามารถที่จะไปพัฒนาข้าวเม็ดหนึ่งให้เท่าลูกมะพร้าว ทําอย่างไร มันจะพัฒนาได้ อยากให้คิดอย่างนั้น คนที่เปึนกระดูกสันหลังจริง ๆ เราสนับสนุนเขา คนอยากเปึนอย่างอื่นมึงเสียเงิน แต่เกษตรกรเรียนฟรีถึงดอกเตอร์นะครับ ผมอยากให้เปึน อย่างนี้ดีไหมนะครับ เรื่องการศึกษาที่อยากจะให้กระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นอย่างไร ผมอยากให้กระตุ้นเศรษฐกิจโดย

๑. เดี๋ยวนี้นักเรียนในโรงเรียนทั่วประเทศนะครับ ผมเปึนครูมาก่อน ผมเปึน หัวหน้าศึกษานิเทศก์เขตมาก่อน ผมรู้เลยว่านักเรียนกินอาหารฟรีครึ่งโรงเรียน ครึ่งเดียว เท่านั้นครับ ให้จนครึ่งเดียวเท่านั้นเดี๋ยวนี้ ทําอย่างไรจะได้กินจนร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ไม่ว่าลูกเศรษฐีมีจนกินด้วยกัน ถ้าเขาไม่อยากเขาก็ไปหาซื้อกินที่ดีกว่า แต่ต้องคิดรายหัว ทุกคน เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจในการจัดการศึกษา ให้เขาไปคิดถึงเรื่องอื่น ต่อสู้ชีวิต เรื่องอื่น เรื่องการศึกษาให้หมดไปนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้กระตุ้นเศรษฐกิจเพราะมันกินทุกวัน คือนม เดี๋ยวนี้ นมให้กินถึง ป. ๔ หลังจากนั้นแล้วจะไปตายที่ไหนก็ไป ผมอยากให้กินจบ ม. ๖ เลย ทําอย่างไร กินทุกวัน ชาวเกษตรกรคนเลี้ยงโคนมเขาก็จะได้ขายนม เพราะนม เด็กกินทุกวันถึง ม. ๖ ไม่ให้กินถึง ป. ๔ เหมือนปัจจุบันนะครับ โครงสร้างของเด็ก ร่างกาย คงจะสมบูรณ์ ไปแข่งกีฬาที่ไหนก็คงมาตรฐานสากล ไม่ใช่ไปที่ไหนก็อยู่ใต้คางเขา มันก็สู้ เขาไม่ได้ครับกีฬา นี่ครับถ้ามีความตั้งใจจริงผมว่าอยากให้เด็กกินจนถึง ม. ๖ ไปเลย ถ้าเปึนไปได้จบมหาวิทยาลัยออกมาทํางานถึงหยุดกินนมนะครับ นี่กระตุ้นเศรษฐกิจจริง

อีกเรื่องหนึ่งอยากเสนอแนวความคิดเกี่ยวกับเรื่องการคมนาคม การคมนาคมนี่พรรคเพื่อไทยของเรา พรรคพลังประชาชนเดิมเราก็มีนโยบาย ๔ ป้ไม่มีฝุ์น ปลอดฝุ์น ก็อยากให้รัฐบาลนี้ถึงลอกก็ไม่เปึนไรละครับ ขอให้ทําจริง ขอให้เอาไปทําจริง เถอะครับ ให้พี่น้องได้ประโยชน์ ผมจะตบมือให้นะครับ ไปทําจริง แต่เดี๋ยวนี้งบเรามันน้อย น้อยก็ไม่เปึนไรก็ยังให้อภัยอยู่ แต่ว่ากระตุ้นนี่กระตุ้นจริง ๆ อย่า อี-ออคชัน (e-Auction : การประมูลทางอินเตอร์เน็ต) คือให้เขาทําอยู่ในท้องถิ่นเขา เดียวนี้ปัญหาเดี๋ยวนี้ งบประมาณไม่ออกไปเพราะ อี-ออคชัน อยากรวมงบประมาณสร้างทางสายยาว ๆ แล้ว บริษัทใหญ่ ๆ ภายในประเทศผู้มีอิทธิพลในรัฐบาลนี้ละไปเอางบประมาณไม่กี่คนอยู่ในนี้ แล้วพอรวยไปแล้วก็มาซื้อหัวคน ผมอยากจะอธิบายตรงนี้ให้ชัดเจนว่า กระตุ้นเศรษฐกิจ จริง ๆ เรื่องคมนาคม เรื่องการปกครองท้องถิ่น หรือ รพช. เดิม กรมทางหลวงชนบทครับ ผมอยากให้ไปทําอยู่ในนั่น แล้วก็ให้ผู้รับเหมาภายในจังหวัดนะครับออกระเบียบไปเลย ถ้าบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจให้กระจายออกไปทั่วประเทศ เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ เดี๋ยวนี้กําลัง งุบงิบงบประมาณกันอยู่ แม้จังหวัดหนองคายผมก็ได้ยินข่าวเหมือนกับคุณพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ได้ว่าไปแล้วนะครับ เดี๋ยวนี้ก็หลาย ๆ จังหวัด ไม่ว่าจังหวัดขอนแก่นก็เหมือนกัน เขาว่าบางคนเปึนลูกน้องใคร มีอิทธิพลก็เปึนผู้ว่าราชการจังหวัด เปึนอะไรก็ไปยึกยัก ๆ งบประมาณไว้ เผื่อจะให้ งบประมาณให้บริษัทของเครือข่ายตัวเอง อันนี้ก็คอยตรวจสอบ เดี๋ยวหลังจากทํางาน ไปแล้วเราจะต้องตรวจสอบ ต้องรู้แน่นอนในสภานี้ว่าใครทําอะไรนะครับ อยากให้รัฐบาล ได้ออกระเบียบไปเลยครับ เพื่อว่าให้กระจายไป ถ้าท่านอยากได้คะแนนก็กระจายไป งบประมาณอย่าไปทํากระจุก แล้วท่านจะเสียคะแนนนะครับ

อีกอย่างหนึ่งก็เรื่องเกี่ยวกับเสื้อผ้านักเรียน ผมเห็นด้วยกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการที่พูดมาครั้งแรก ๆ หลัง ๆ มาเห็นว่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ในการจัด เสื้อผ้าให้เด็กนักเรียน ความเห็นของผมนะครับ ผมอยากให้ยืนยันว่าโรงเรียนนะครับ โรงเรียนกฎหมายตราพระราชบัญญัติออกมาแล้ว โรงเรียนคือนิติบุคคลนะครับ โรงเรียน เปึนนิติบุคคลทุกโรงเรียน เมื่อโรงเรียนเปึนนิติบุคคลแล้วทําไมไม่ให้เขาจัดซื้อจัดจ้างเอง ใครจะทําผิดก็จับได้เลยครับเปึนราย ๆ ไป ดีกว่าจะมาให้เอา มอก.(มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) เสื้อผ้า มอก. มันอยู่ไหน มันอยู่บางลําภู บริษัทอยู่บางลําภู ตราสมออยู่แถวนี้ แล้วก็คนนี้ได้เงินคนเดียว ไปกระจายเงินรายได้ไปสู่ประชาชนได้ อย่างไรนะครับ ต้องให้โรงเรียนเขาครับ คนทําผิดจับไล่ออกครับ ลงโทษครับ อํานาจมอบ ให้เขาจริง ๆ เดี๋ยวนี้กระจายอํานาจแต่ไม่กระจาย เปึนกระจายแต่ตัวหนังสือ แต่วิธีการ หน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรมยังยึกยัก ๆ อยู่ ไม่ให้อํานาจเขาจริง ผมคิดว่านะครับ อย่างชุดนักเรียน ถ้าเด็กนักเรียนหรือผู้ปกครองเขา ผมบอกว่าให้จ่ายรายหัวไปเลยไปยัง โรงเรียนนะครับ ถ้าเขาอยากได้ดีกว่านี้ เขาจะต้องเพิ่มเงินให้ลูกหลานเขา ผมคิดนะครับ มันน่าจะดีกว่าที่เรามากระจุกอยู่ครั้งเดียว แล้วเราจะมีโอกาสถูกโจมตีว่าเรางุบงิบ กับบริษัทห้างร้าน บริษัทที่เกี่ยวข้อง ผมว่าปล่อยไปเลยครับ ให้โรงเรียนทุกโรงเรียนเขา ให้เขาใช้อํานาจของเขาเต็มที่นะครับ

สําหรับเรื่อง อสม. ก็เหมือนกัน อสม. นี่นะครับ ผมขออนุญาตแสดง ความคิดเห็นว่า ถ้าท่านให้ไม่ได้ ๖๐๐ บาท ทุกคน ท่านก็ลดลงสิครับ ๓๐๐ บาท ทุกคน ดีกว่าให้ ๖๐๐ บาท บางคน ให้ทุกคนนะครับ ถ้าบอกว่าให้ ต้องให้ทุกคน มันจะไม่ใช่ ๖๐๐ บาท ต้อง ๓๐๐ บาท หรือ ๔๐๐ บาท ต้องไปคํานวณเองตาม อสม. ที่มี ดีกว่าที่เรา ให้คนหนึ่งมาก่นด่ารัฐบาลอยู่ผมไม่เห็นด้วย มันจะได้ ๓๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ก็แล้วแต่ แต่ได้ทุกคน เขาจะได้ไม่ว่ากัน ป้ไหนที่เรามีเศรษฐกิจดี เราถึงไปเพิ่มเงินขึ้นครับ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาทนะครับ ผมเห็นด้วยในการให้ อสม. ถ้าเปึนไปได้ทําอย่างไร ถึงจะได้ถึงลูกเสือ ชาวบ้าน ให้ได้ทุกคนลูกเสือชาวบ้านนะครับ หรือใครล่ะ ตํารวจบ้าน อพปร. อะไรอย่างนี้ เขาจะได้ ๕๐ บาท เขาก็ยังดีว่าเขายังว่าได้ ถ้าเราทําได้จะดีมากเลย ผมว่าพรรคประชาธิปัตย์ เปึนรัฐบาลจนวันตาย ถ้าทําได้นะครับ ถ้าทําไม่ได้ ท่านจะถูกบูมเมอแรง (Boomerang : ไม้รูปโค้งซึ่งเมื่อเหวี่ยงออกไปแล้วกลับมาหาผู้เหวี่ยง) นะครับ เพราะฉะนั้นต้องทํา ผมขอ เสนออย่างนี้นะครับ เรื่อง อสม.

เรื่องการซ่อมสถานีอนามัยอย่างนี้ครับ ผมอยากเสนอแนวความคิดเห็นว่า ไปซ่อมทําไมสถานีอนามัยมันไม่เสียหายมากไปทั่วประเทศขนาดนั้น ผมว่าไปขยายกรม อนามัยประจําหมู่บ้าน ที่บ้านใหญ่ ๆ นะครับ บ้านที่มีประชากรมาก เรียงลําดับที่ไม่มี ในตําบลนั้นเพิ่มขึ้น ให้กระจายสถานีอนามัยออกไป ทําอย่างไรจะครบทุกหมู่บ้าน เปึน สุขศาลาเล็ก ๆ มีที่สําหรับให้อนามัยไปฉีดยาให้ชาวบ้านก็ยังดีนะครับ ให้มีเปึนที่ทํางาน ของ อสม. ประจําหมู่บ้านก็ยังดี จะไปเช่าห้องเล็ก ๆ ให้เขาก็ได้ ถ้ามีเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ต่อตําบล อย่างผมคํานวณดูแล้วประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อตําบล ถ้าเราไปทําบ้านละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่ามันได้ครบทุกหมู่บ้าน ที่ทํางาน อสม. ไปเลยครับ อนามัยตําบล สาขา หมู่บ้านนั้นเลย ให้ อสม. เขาทํางานแทนจะไม่ดีกว่าหรือนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรุณารวบรัดหน่อยนะครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ครับ สําหรับรายละเอียดนั้นผมจะขอ อธิบายรายละเอียดอีกทีหลังนะครับ ก็ขอขอบคุณไว้โอกาสนี้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเชาวรินมีอะไรครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วน นะครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรานี้ไว้ แล้วตอนเช้าได้มีการเรียกชื่อผม แต่บังเอิญ ผมติดภารกิจไปประชุมอยู่อีกตึกหนึ่ง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวถึงคิวท่าน ผมขอตามลําดับนี้ก่อนนะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

อีกกี่คนท่านประธาน กรุณาบอกได้ไหมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลืออีกประมาณ ๑๐ ท่าน

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

๑๐ ท่าน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แล้วเดี๋ยวจากนั้นท่านก็มาต่อ เพราะว่าเดี๋ยวหลายท่านก็ลักษณะแบบท่าน อยู่นอกห้อง ประชุมตอนเรียก ก็เดี๋ยวให้กลับมาต่อคิวนะครับ เชิญท่านต่อไปครับ ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ โดยการตัดลดงบประมาณใน ภาพรวม ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลที่ว่า งบประมาณทั้งหมด ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนงบประมาณที่ถือว่าสูงก็เปึนยอดที่สูงนะครับ เพราะว่าเปึนงบประมาณที่รัฐบาล ต้องไปกู้หนี้ยืมสินสร้างหนี้สินให้กับประเทศชาติเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่นําไปใช้ ผมคิดว่า เท่าที่ดูจากโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลเสนอนั้น รัฐบาลยังไม่สามารถที่จะจัดงบประมาณ ลงไปเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจที่ตกต่ําในขณะนี้ได้ หรือเรียกว่าการใช้งบประมาณยังไม่น่าจะ ตรงเปัาหมายกับปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้กระผมคิดว่าน่าจะมี ส่วนที่สามารถปรับลดบางส่วนลงได้ ท่านประธานที่เคารพครับก็เห็นใจเรื่องกู้เงิน เพราะว่าขณะนี้มีข่าวเรื่องการกู้เงินตลอด ไม่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะเดินทาง ไปต่างประเทศ กลับมาก็บอกว่าประสบความสําเร็จในการไปขอกู้เงิน แต่ท่านอาจจะ ไม่ทราบละครับว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศเจ็บปวด เจ็บปวดที่เห็นผู้นําประเทศ ต้องบากหน้าไปขอกู้เงินต่างประเทศ และเมื่อได้เงินกลับมาก็กลับบอกว่า ประสบความสําเร็จ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ กระผม ได้ติดตามข่าวสารในส่วนนี้ พบว่าใน ๓ เดือนแรกของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ เก็บรายได้ ต่ํากว่าเปัาหมายถึง ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลได้ดําเนิน โครงการที่จะเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งส่วนนี้กระผมมองเห็นว่า ถึงแม้ จะเปึนการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล แต่การเก็บภาษีสรรพสามิตเข้ามาเปึนการทําให้พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อน เพราะว่าขณะนี้การใช้น้ํามันเชื้อเพลิงของเรานั้น คนไทยของเรา ถือเปึนประเทศหนึ่งที่ใช้น้ํามันเปึนมูลค่าค่อนข้างสูงจากมูลค่านําเข้าป้ละประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเพิ่มภาษีสรรพสามิต จะทําให้น้ํามันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้น รัฐบาลแบ่งทยอยขึ้น ๓–๔ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๑ บาท ๕๐ สตางค์ต่อลิตร ถ้ามองในแง่ของ การที่จะทําให้ประชาชนไม่ตกใจว่าเพิ่มภาษีลิตรละ ๕ บาท ๖ บาท ก็ได้ผลในตรง จิตวิทยา แต่ในแง่ของการขึ้นราคาน้ํามันเชื้อเพลิงติดต่อกันในหลาย ๆ ครั้ง จะเปึนผลทําให้ราคาสินค้าสูงขึ้นหลายครั้งเหมือนกัน ถ้าสินค้าสูงขึ้นแต่ละครั้งมันจะ ไม่เปึนสัดส่วนกับราคาน้ํามันที่เพิ่มขึ้น ท่านประธานคงจะเห็นครับว่าอาหาร ตัวอย่างเช่น ข้าวราดแกง หรือก๋วยเตี๋ยว หรืออย่างอื่นก็ตามราคาจะไม่ขึ้นครั้งละ ๕๐ สตางค์ ไม่ขึ้น ครั้งละบาทนะครับ สมมุติว่าข้าวราดแกงจานละ ๒๐ บาท พอขึ้นไม่ขึ้นละครับ ๒๑ บาท ๒๒ บาท จะไม่มี จะขึ้นไป ๒๕ บาท ๓๐ บาท มันจะขึ้นไปแบบนี้ ถ้าขึ้นหลายครั้งมันก็จะ ทําให้ราคาสูงขึ้นตามจํานวนการปรับขึ้นราคาน้ํามันเชื้อเพลิง การขึ้นครั้งละ ๑ บาท ๕๐ สตางค์ ถือว่าผิดปกติ ที่ผ่าน ๆ มาราคาน้ํามันเชื้อเพลิงลิตรละ ๓๐ สตางค์ ๕๐ สตางค์ต่อครั้งก็ทําให้ราคาสินค้าอาจจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าขึ้น ๑ บาท ๕๐ สตางค์ จะมีผลครับ เพราะฉะนั้นส่วนนี้ก็ติงกันไว้ว่ารัฐบาลต้องคิดให้ละเอียดในเรื่องของการขึ้น หลาย ๆ ครั้ง ซึ่งจะมีผลในเรื่องราคาสินค้า แต่การขึ้นหลาย ๆ ครั้ง ครั้งละไม่มากนัก ครั้งละ ๑ บาท ๕๐ สตางค์จะดีในแง่ของจิตวิทยา ทําให้ประชาชนไม่ตระหนกตกใจนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนไว้

ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เห็นอีกอย่างหนึ่งในเรื่องของงบประมาณ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่เปึนงบปกตินั้น ขณะนี้การเบิกจ่ายล่าช้ามาก การเบิกจ่าย งบประมาณที่ออกมานั้น จะเห็นได้ว่าในรายจ่ายประจําเบิกจ่ายไปในช่วงต้นป้นี้ร้อยละ ๒๒ รายจ่ายลงทุนเบิกจ่ายไปร้อยละ ๗.๙ นะครับ อันนี้ก็ถือว่าเปึนการเบิกจ่ายที่ล่าช้า ที่ล่าช้านี่ทําให้หลายคนมองว่าล่าช้าจากการที่ตั้งใจตุกติกให้ล่าช้า เพราะว่าความล่าช้า ที่เกิดขึ้นนั้นมันเปึนบางพื้นที่ ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าพื้นที่ที่มี ส.ส. ของรัฐบาลอยู่จะมีการ เบิกจ่ายค่อนข้างเร็ว พื้นที่ใดที่มี ส.ส. ฝ์ายค้านอยู่จะเบิกจ่ายล่าช้าทั้ง ๆ ที่เปึน งบประมาณกรมเดียวกัน เปึนงบประมาณที่เกี่ยวกับเรื่องเดียวกัน อันนี้ท่านประธาน คณะกรรมาธิการทราบดีครับว่ามีการตุกติกล่าช้า ขอให้รัฐบาลมองประเทศไทยทั้ง ประเทศ มองประชาชนทั้งประเทศ อย่ามองว่าพื้นที่นี้เปึนพื้นที่ที่ ส.ส. ฝ์ายค้านอยู่มาก พื้นที่ นี้ ส.ส. รัฐบาลอยู่มาก เพราะว่าการจะเปึนผู้บริหารประเทศนั้นต้องมองภาพรวม ภาพใหญ่ ของประเทศนะครับ อย่างที่จะกราบเรียนให้ลึกลงไปชัดเจนอีกก็ได้ว่างบประมาณ ของกรมทางหลวงชนบทที่พูดไปหลายท่านแล้ว ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมติดตามตรวจสอบดูอยู่ ดูตั้งแต่ขั้นตอนการของบประมาณ ผ่านสภาผู้แทนราษฎร มีการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร มีในเอกสารต่าง ๆ ที่ชัดเจนว่า แต่ละจังหวัด แต่ละอําเภอมีโครงการใดบ้าง ถนนหนทางตรงไหนลาดยางหมู่บ้านนั้น หมู่บ้านนี้ อบต. นั้นได้ อบต. นี้ได้ ผู้แทนราษฎรก็ดีใจกับพี่น้องประชาชน แจ้งข่าวสาร เพราะเราก็เปึนคนที่สนใจเรื่องงบประมาณ แจ้งข่าวสารให้พี่น้องประชาชนทราบว่าโชคดี ว่าได้รับงบประมาณมาแก้ปัญหาความเดือดร้อนพี่น้อง ถนนหนทางต่าง ๆ ก็รออยู่ปรากฏว่า แม้แต่ในจังหวัดเดียวกัน ในส่วนผู้แทนที่เปึนฝ์ายรัฐบาลอยู่งบประมาณลงไปแล้ว แต่ละส่วนที่ผู้แทนเปึนฝ์ายค้านอยู่ไม่ลงไป เราติดตามครับ ไม่ว่าจะเปึนระดับรัฐมนตรี ระดับอธิบดี ระดับผู้อํานวยการในจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด เดี๋ยวนี้เขารู้แล้วว่ารัฐบาล มีนิสัยใจแคบแบบนี้ ท่านต้องแก้นะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าอันนี้ต้องแก้ เพราะว่า พี่น้องประชาชนมองเห็นแล้วว่าท่านใจแคบกับพี่น้องประชาชนนะครับ ในส่วนเรื่องงบประมาณของกรมทางหลวงชนบทนะครับ ผ่านงบประมาณ ผ่านสภา เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างทราบกันหมดแล้วจะมาเปลี่ยนแปลง แต่เปลี่ยนแปลงเฉพาะพื้นที่ ของฝ์ายค้าน อันนี้ผมคิดว่ากระผมทําหน้าที่ผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบต่าง ๆ ได้ชัดเจน ก็นํากราบเรียนท่านประธานให้ทราบเพื่อแก้ไขนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในงบประมาณต่าง ๆ นั้น ที่รายละเอียดที่มีการถามกันตอนเช้าตอนเริ่มประชุมนั้น เขาก็ ต้องการถามว่า ทําไมไม่พิมพ์รายละเอียดมาบอกผู้แทนราษฎรในห้องประชุมนี้ ยกตัวอย่าง เช่น ของกรมชลประทานหรือของกรมทรัพยากรน้ําว่าที่เสนอต่อสภา เสนอต่อ กรรมาธิการนั้นมีรายละเอียดอยู่ว่า ใน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เปึนแหล่งน้ําชื่ออะไร อยู่ที่บ้านไหน ตําบลไหน อําเภอใด จังหวัดใด เพราะเหตุที่ผมกราบเรียนว่ามีการตุกติกเรื่องพื้นที่ เราก็ อยากจะดูว่าการกระจายงบประมาณ ถึงแม้งบประมาณเพียง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ออกมาในครั้งนี้ เราก็อยากจะเห็นว่าจะเปึนเหมือน ที่ตุกติกกันอยู่ขณะนี้หรือไม่ กระจายลงไปทั่วประเทศหรือไม่ หรืองบประมาณที่ออกมา คราวนี้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กระจายออกไปตามพื้นที่ จังหวัดต่าง ๆ เปึนไปตามความต้องการหรือไม่ ตรงไหนขาดแคลนลงไปตรงนั้น ตรงไหน จะเรียกว่าจะทําให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์มันต้องลงไปอย่างนั้น ไม่ใช่จะลงไป เฉพาะพื้นที่ที่มี ส.ส. ของฝ์ายรัฐบาลอยู่เท่านั้นนะครับ เราต้องการทราบตรงนี้ เพราะฉะนั้นที่ถามกันตอนเช้า สมัยก่อนเราบอกว่าพิมพ์ในเล่มเขียว รายละเอียด เล่มเขียว เดี๋ยวนี้ไม่มีเล่มเขียวก็ไม่เปึนไร แต่รายละเอียดให้ได้ทราบกันน่าจะเปึน ประโยชน์ต่อการพิจารณา เพราะทุกคนถือว่าการพิจารณาครั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทุกคนเราต้องการที่จะเห็นความโปร่งใส ความเปึนธรรมที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา นะครับท่านประธานที่เคารพครับ

สําหรับงบประมาณอีกส่วนหนึ่งที่ห่วงใยมากก็คือ งบประมาณดังกล่าวนั้น บางส่วนถึงแม้จะตั้งใจกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ผลลึก ๆ อาจจะทําให้เกิดความแตกแยกขึ้น ในหมู่ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะงบประมาณที่ลงไป จะเปึนงบ ๒,๐๐๐ บาท ที่มอบให้กับ ผู้เอาประกันตน หรือข้าราชการ ลูกจ้าง ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน ในส่วน ผู้ที่ตกงาน ที่ไม่ใช่ผู้ประกันตน พวกนี้จะไม่มีสิทธิได้รับ เรียกว่า คนลําบากจริง ๆ กลับไม่ได้ พี่น้องประชาชนผมไปเยี่ยมมาเมื่อสัปดาห์สองสัปดาห์ที่แล้ว พี่น้องประชาชนเกษตรกร ก็ถามว่าคนที่มีเงินเดือนจะมากจะน้อยก็ยังถือว่ามีเงินเดือน แต่พี่น้องเกษตรกรไม่มี เงินเดือนจะหาได้เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ยังหาไม่ได้ กลุ่มนี้น่าจะต้อง ให้มีส่วนได้จะเปึนในรูปแบบใดก็ตามนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ดี ท่านประธานสภาก็ดีครับ พี่น้องเกษตรกรซึ่งไม่มีรายได้ไม่มีเงินเดือน ลําบากยากจนจะขอ ส่วนที่จะมีประโยชน์บ้างจะ ๒,๐๐๐ บาท หรือไม่ ๒,๐๐๐ บาทก็ไม่เปึนไร ให้มีกําลังใจ นะครับ จะไม่ได้สร้างความแตกแยก หรือแม้แต่งบประมาณในส่วนของอาสาสมัคร เดิมทีเดียวอาสาสมัครนั้นเราก็ทราบกันดีครับ เปึนผู้ที่เสียสละทํางานด้วยความทุ่มเท เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากส่วนตัว อสม. ก็ดี ถือว่า ผู้ทุ่มเททํางานอาสาสมัคร อปพร. ก็ทุ่มเทครับ ดูเอาง่าย ๆ ช่วงป้ใหม่ อปพร. จะประจํา อยู่ตามจุดตรวจต่าง ๆ ๔-๕ คืน ๔-๕ วันนี่ครับ ไม่ได้รับค่าตอบแทน หรือมีก็มีเปึน บางส่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาทํางานด้วยความเสียสละ หรือปัจจุบันนี้ท่านประธานคงทราบดี ครับว่า ความแตกแยกหรือปัญหาต่าง ๆ แม้แต่เด็กนักเรียนตีกันเมื่อวานนี้ก็ชัดเจนครับ เราเห็นภาพแล้ว เราคิดว่าเราสงสาร เราจะแก้อย่างไร เราก็คิด เราจะมีตํารวจ ตอนแรก บอกว่าตํารวจไม่มาก ล้อมตํารวจเลยนะครับ เมื่อวานที่ในกรุงเทพมหานครล้อมตํารวจไว้จนต้องขอตํารวจมาเพิ่ม ในต่างจังหวัดเวลามีงาน เขามักจะมีมหรสพตอนกลางคืน เดี๋ยวนี้เกิดปัญหาครับ ชกต่อยทะเลาะวิวาทกันตลอด คนที่ช่วยมากก็คือ อปพร. กลุ่มนี้แต่งตัวขึ้นไปช่วย อย่างน้อย ๆ เขาเห็นหน้าเห็นตาจําได้ พอบอกลูกบอกหลาน ตํารวจอาจจะไปบ้าง แต่กําลังไม่พอ อาศัย อปพร. เพราะฉะนั้น อปพร. เปึนอีกกลุ่มหนึ่งครับ ที่อาสาสมัครทุ่มเททํางานให้กับทางราชการ ให้กับพี่น้อง ประชาชน ทําความอบอุ่นใจให้กับชุมชน แต่กลุ่มนี้ฝากผมมาครับว่า ขอให้ดูแลให้กําลังใจ กลุ่มนี้บ้าง กลุ่มสตรีอาสาสมัครต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกัน หมอดินอาสา หรืออาสาสมัคร ปัองกันไฟป์า อาสาสมัครอีกหลายอย่างครับ กรุณาดูแลกลุ่มนี้ ให้ความสนับสนุนกลุ่มนี้ มีค่าตอบแทน เพราะว่าการให้เฉพาะ อสม. จะทําให้อาสาสมัครต่าง ๆ เสื่อมเสียในเรื่อง จิตอาสามันจะลดลง เพราะว่าจิตอาสา อสม. ได้ กลุ่มนี้ไม่ได้ มันจะเกิดความรู้สึกท้อถอย ความจิตอาสาที่มีอยู่เต็มตัวมันจะลดลง ผมเกรงตรงนี้ เพราะเรากําลังสร้างความสมานฉันท์ เกิดขึ้นในบ้านในเมืองของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีอีกหลายอย่างครับที่ผมจะได้ กราบเรียนตรงนี้ว่า งบประมาณที่เราจัดสรรลงไปนี้บางส่วนเรายังไม่ทําให้เกิดความเปึนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมเรียน ตรงนี้ว่าผมได้รับคําร้องจากพี่น้องประชาชนว่า เขาอาศัยอยู่ในพื้นที่อําเภอที่กันดาร ปลูกต้นไม้ โดยเฉพาะปลูกต้นยูคาลิปตัส ตอนปลูกไม่เปึนไรไม่มีใครห้าม แต่พอปลูกเปึนเนื้อเปึนผลขึ้น จะตัดมาขาย ทางราชการก็ขยายเขตป์าออกไปครอบคลุมพื้นที่ดังกล่าว จึงทําให้ ไม่สามารถตัดไม้ยูคาลิปตัสออกมาขายได้ ลงทุนก็ลงทุนไปแล้ว ตอนปลูกก็ไม่ห้าม เจ้าหน้าที่บอกว่าน้อย ไม่พอ แต่พอถึงเขาปลูกโตแล้วก็ขยายเขตออกไป ในส่วนนี้ งบประมาณด้านนี้ ผมคิดว่าน่าจะต้องพิจารณาเปึนกรณีพิเศษ ที่จังหวัดชัยภูมิ ตําบล ท่ามะไฟหวาน มีปัญหาเรื่องนี้นะครับ ผมได้กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้ว หวังว่าท่านคงจะไปแก้ไขปัญหา เพราะว่า ถ้าไม่ให้ตัดก็ไม่เปึนไร แต่ว่าติดกันนั้นเปึนสวนป์า เพราะสวนป์านี่ตัดตลอด ประมูลตัด ราชการได้เงิน ตัด แต่ว่าชาวบ้านอยู่ติดกันตัดไม่ได้ มันเปึนเรื่องแปลกนะครับ คือถ้าใครตัดไม่ได้สักคนไม่เปึนไร แต่สวนป์าราชการตัดได้ สวนป์าของเอกชนของคนยาก คนจนตัดไม่ได้ นี่ครับมันลําบาก แล้วก็เดิมพื้นที่เขตป์าไม่ได้ครอบคลุมไปทับพื้นที่เขา ปลูกได้ แต่พอปลูกใหญ่ขึ้น ขยายพื้นที่ไปทับเปึนป์าไป อันนี้ก็ฝากไว้ว่างบประมาณ บางส่วนถ้าหากว่าจะไปดูแลให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องประชาชน กระผมคิดว่าจะเปึน ประโยชน์เปึนอานิสงส์ แต่เท่าที่ดูแล้วรัฐบาลชุดนี้ยังไม่สามารถเข้าไปดูแลในส่วนนี้ ยังไม่ดูแล คนยากคนจนอย่างแท้จริง งบประมาณที่จัดครั้งนี้ก็ยิงไม่ถูกเปัา แทนที่จะช่วยคนจน เพื่อฟุ๋นเศรษฐกิจก็กลับไปช่วยคนที่อาจจะยังพอช่วยตัวเองได้อยู่ กระผมคงใช้เวลา เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ ท่านสุวโรช พะลัง

นายสุวโรช พะลัง ชุมพร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติ ในการปรับลดงบประมาณทั้งหมดนี้ครับ ทั้งมาตรา ๓ และ มาตราอื่น ๆ ด้วยนะครับ อย่างมาตราละ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เพื่อประหยัดเวลาของ ท่านประธานรัฐสภาแห่งนี้ครับ ผมคงติดใจที่จะอภิปรายเพียงครั้งเดียวในงบประมาณ ฉบับนี้ ก็คือในงบ มาตรา ๓ และก็ขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียนไปในบางส่วน ที่ผมได้ขอสงวนคําแปรญัตติเอาไว้ทีเดียวไปเลย ท่านประธานครับ ผมได้ติดตาม ก่อนที่จะเข้าไปสู่การแปรญัตติของงบประมาณนี่ครับ ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อ ท่านประธาน ๒ เรื่อง

ในเรื่องที่ ๑ ครับ ที่ท่านประธานได้เอ่ยชื่อของสมาชิกตามรายละเอียด ไปนี้ครับ ผมต้องขอความเห็นใจแทนสมาชิกด้วย เพราะหลายครั้งท่านประธานบอกว่า ไม่อยู่นะครับ ซึ่งการอภิปรายมีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุ ท่านผู้ฟังที่ฟังอยู่ทางบ้าน อาจจะเข้าใจท่านสมาชิกเหล่านั้นคลาดเคลื่อน ซึ่งความเปึนจริงแล้วนะครับ เขาอยู่ แต่ว่า อาจจะไม่ได้อยู่ในห้องประชุมเท่านั้นเอง ต่อไปถ้าใช้คําพูดว่า ไม่ติดใจ ผมว่าจะเหมาะสมกว่า ฝากเปึนข้อสังเกตในประการที่ ๑

ในเรื่องที่ ๒ ครับ ก็คือในเรื่องของชื่อของผม ไม่มีสระอะ เดี๋ยวคนอื่นที่ เขาเห็นนึกว่าผมนี่ครับมาเปลี่ยน ไม่ยึดถือที่คุณพ่อคุณแม่ได้ตั้งเอาไว้ตั้งแต่เกิด ผมยัง เคารพแล้วก็ไม่ลืมบุญคุณของผู้มีพระคุณอย่างแน่นอนครับ ก็คือ สุวโรช พลัง ไม่มีสระอะ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ ปรับลดไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้อง กราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า นับตั้งแต่งบประมาณเพิ่มเติมรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ เข้าสภานี้ครับ แล้วทางสภาเองได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษา ในรายละเอียดแต่ละมาตรา แล้วก็ให้มีการแปรญัตติภายใน ๕ วัน ผมก็ได้ขอปรับลด งบประมาณไป ๕ เปอร์เซ็นต์ในทันที ที่กราบเรียนตรงนี้เพื่อที่จะบอกกับท่านประธานครับ ว่า ผมขอแสดงความชื่นชมต่อคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... นี่ครับ เหตุผลที่กราบเรียนอย่างนี้นะครับ ก็เพราะว่าตลอดระยะเวลา ๗ วัน ไม่มีวันหยุดนะครับที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้พิจารณา ศึกษาในรายละเอียดแต่ละมาตรา ซึ่งต้องพิจารณากันทั้งวัน และในบางครั้งนะครับ เข้าไปครึ่งคืนก็ว่าได้ การทุ่มเทเอาใจใส่ในงบประมาณเหล่านี้ครับ ผมถือว่าทางตัวแทน ของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ได้รับการเสนอชื่อและได้รับการรับรองของสภาแห่งนี้ได้ทํา หน้าที่อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว แต่ว่าอย่างไรก็ตามการสงวนคําแปรญัตติเอาไว้นี่ครับ เพราะว่ากรรมาธิการไม่ได้มีการปรับลดงบประมาณแต่ประการใด เพราะฉะนั้นการสงวน คําแปรญัตติคงเปึนการอภิปรายในสภาแห่งนี้เพื่อตั้งเปึนข้อสังเกตในรายละเอียดที่จะนํา งบประมาณไปสู่การปฏิบัติท่านประธานครับ รายละเอียดของการจัดตั้งงบประมาณ เพิ่มเติมในงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ซึ่งเปึนงบเพิ่มเติมของรัฐบาลชุดนี้ครับ ผมเข้าใจดีครับว่า รัฐบาลชุดนี้เพิ่งเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน และมาในภาวะที่น่าเห็นใจ เพราะว่า บ้านเมืองไม่ได้อยู่ในสภาพปกติ คนว่างงานมีมากมายเหลือเกิน ผลกระทบต่าง ๆ มีเยอะแยะเหลือเกิน แต่ว่าในขณะเดียวกันทางรัฐบาลเองก็ไม่ได้ท้อถอย ก็ตั้งงบเพิ่มเติม ขึ้นมาเปึนงบกลางป้ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในเบื้องต้นตรงนี้ก็คือ เปัาหมายของการ ตั้งงบเพิ่มเติมนี่ครับมีวัตถุประสงค์ใหญ่ ๆ ด้วยกันทั้งหมด ๒ เรื่อง คือ ๑. เพิ่มรายได้ ให้กับประชาชน และอันที่ ๒ ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน นี่คือประเด็นใหญ่ของ การตั้งงบเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นเมื่อทางกรรมาธิการได้รับปากต่อที่ประชุมตรงนี้ไปศึกษา ในรายละเอียดแต่ละมาตรานะครับ ผมเข้าใจว่าทางกรรมาธิการเองคงจะได้มีการศึกษา ในรายละเอียดของกรอบทั้ง ๒ ประเด็นเหล่านี้เปึนหลักที่สําคัญของงบรายจ่ายฉบับนี้ ดังนั้นที่ผมได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้นี่ครับ ก็คงมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ซึ่งอยากจะขอความชัดเจนในรายละเอียดของแต่ละ มาตราเสียมากกว่า

ในประการที่ ๑ ครับ ผมเห็นใจและผมเข้าใจครับว่าในขณะนี้บ้านเมือง มีปัญหาแน่นอน พี่น้องประชาชนประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจชัดเจนครับ และในวันข้างหน้า ผลกระทบก็จะมีมาก แต่ว่าอย่างไรก็ตามการคาดการณ์ในเปัาหมายของรัฐบาล ที่ได้นําเสนอเปึนงบรายจ่ายฉบับนี้เข้ามาในสภานี่ครับ สิ่งแรกที่อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานถามทางคณะกรรมาธิการในเรื่องที่ ๑ ก็คือ เกี่ยวข้องกับงบกลาง ในงบ กลางนี่ครับจะบอกรายละเอียดเอาไว้ค่อนข้างจะมีความชัดเจนอยู่แล้วว่า ในงบกลาง ตัวเลข กลม ๆ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทนี่มีภารกิจ ๒ อย่างด้วยกัน ผมติดใจที่อยากจะขอทราบความชัดเจนในเรื่องของการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานนะครับ เพื่อที่จะสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจให้กับประชาชน งบประมาณในส่วนนี้ครับมีด้วยกัน ทั้งหมด ๖,๒๐๐ ล้านบาท ผมฟังท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้ทักท้วง ได้ท้วงติงในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่ไม่มีรายได้ครับ ที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่อยู่ในเกณฑ์ ที่รัฐบาลบอกว่าต้องมีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท นั่นก็คือหมายความว่าคนที่มี ได้รายได้จากรัฐนะครับ แล้วก็มีการประกันทางสังคม สมาชิกหลายท่านสงสัย ผมก็สงสัย เหมือนกัน ซึ่งความจริงข้อสงสัยของผมนี่ครับได้ซักถามทางกรรมาธิการไปแล้ว มีความชัดเจนแล้ว แต่พี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุอยู่นี่ อาจจะ ไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงจําเปึนที่จะตอกย้ําผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ อีกครั้งหนึ่งครับว่า คนที่ไม่อยู่ในขอบข่ายที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทนี่ครับ เขาไม่มี รายได้ เขาว่างงาน คนที่ว่างงานนี่ผมได้กราบเรียนไปแล้วครับว่าไปอยู่ในงบกลาง ๖,๒๐๐ ล้านบาท

ในส่วนตรงนี้ครับ ภารกิจที่ทางกรรมาธิการต้องถามก็คือ คนเหล่านี้ เขาจะมีโอกาสในการเข้าสู่การได้รับการสนับสนุนงบประมาณในส่วน ๖,๒๐๐ ล้านบาทนี่ครับ มีรายละเอียด มีวิธีการในการดําเนินการนั้นอย่างไร ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็น สักเรื่องหนึ่งครับ แล้วก็เปึนเรื่องที่เปึนไปตามนโยบายของรัฐบาล นั่นก็คือในเรื่องของที่ดิน ทํากิน ซึ่งในส่วนตรงนี้ต้องยอมรับความเปึนจริงครับว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ จังหวัดต่าง ๆ อย่างน้อย ๆ เกือบ ๗๐ จังหวัดครับที่มีปัญหาในเรื่องของ ที่ทํากิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้าไปทํากินในที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ วันนี้สภาพที่ดิน ของรัฐประเภทต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ หมดสภาพจากการเปึนป์าสงวนแล้ว หมดสภาพ จากการเปึนเขตอุทยาน หมดสภาพจากการเปึนที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ไปแล้ว เพราะมันเปึน พืชเศรษฐกิจ พืชที่พี่น้องประชาชนได้ก่นสร้างปลูก มีพืชผลอาสินให้เห็น เปึนที่ประจักษ์แล้ว แต่ประเด็นของปัญหาที่จะต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการเพื่อขอทราบความชัดเจนก็คือในส่วน ๖,๒๐๐ ล้านบาท ส่วนตรงนี้ครับ ถ้าพี่น้องประชาชนที่ผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้เขาจะเสนอโครงการ เขาจะขอเข้ามา ในการที่จะเปึนลูกจ้างหรือเปึนรับค่าจ้างครั้งเดียว อาจจะเปึน ๑,๐๐๐ บาท หรือ ๒,๐๐๐ บาท ทํางาน ๒ วัน อาจจะอยู่ภายใต้การกํากับของทางเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ของทางเจ้าหน้าที่ กรมป์าไม้ ของทางเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน เพื่อที่จะช่วยทางรัฐในการสํารวจตรวจสอบที่ดิน ที่หมดสภาพแล้วเหล่านี้ครับ ซึ่งยังเปึนที่ดินของรัฐอยู่นี่ครับให้เห็นว่าในที่ดินป์าสงวน เสื่อมโทรมที่หมดสภาพไปแล้วนี่มีประชาชนเข้าไปก่นสร้างปลูกพืชผลอาสินครอบครองนี่ ทั้งหมดเท่าไร เปึนใครบ้าง เนื้อที่รายละเอียดแต่ละคนเท่าไรหรือครับ ไม่เว้นแม้กระทั่ง ที่ในเขตอุทยานที่หมดสภาพไปแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ที่วันนี้หมดสภาพ ไปแล้วเช่นเดียวกัน อย่างน้อย ๆ ท่านประธานครับก็จะได้กันการใช้เงิน ซึ่งคนเหล่านี้ ต้องบอกกันตรง ๆ ครับว่าเอาเงินไปให้เขาเขาใช้แน่นอน แล้วก็เปึนไปตามนโยบายของ รัฐบาลแน่นอน เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแน่นอนและมีความชัดเจนด้วย

อันที่ ๒ เมื่อเขาทํางานเขาได้เงิน เปัาหมายของการทํางานได้ผลงาน ชัดเจนครับ อย่างน้อย ๆ วันนี้รัฐบาลก็จะรู้ครับว่าที่จะทําในนโยบายปกติของรัฐบาล ต่อไปนี่ครับ ในเรื่องของธนาคารที่ดินก็ดี ในเรื่องของโฉนดชุมชนก็ตามนี่ครับ ท่านจะได้ กลุ่มเปัาหมายที่ชัดเจนครับว่า ในที่ดินของรัฐแต่ละประเภทนี่ครับมีพี่น้องประชาชน เข้าไปก่นสร้างปลูกพืชผลอาสินครอบครอง สร้างบ้านสร้างช่องนี่ครับ อยู่ทั้งหมดเท่าไร มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เมื่อรัฐบาลมีความพร้อมในเรื่องของงบประมาณประจําป้ ก็สามารถที่จะเดินไปได้เลยครับ เพราะอย่างน้อย ๆ ก็รู้แล้วว่ามีประชาชนทั้งหมดกี่คน มีกลุ่มเปัาหมายในเนื้อที่ดินทั้งหมดเท่าไร เหลือที่ดินจริง ๆ ที่ยังเปึนที่ดินของรัฐ แล้วที่ดิน ที่มีสภาพที่เปึนป์าที่สมบูรณ์อยู่นั้นกี่มากน้อย เราจะได้สงวนในส่วนที่เหลือกันต่อไป ส่วนที่มีปัญหาไปแล้วเราก็จะได้แก้ปัญหากันต่อไป สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเปึนประเด็นที่ผมคิดว่ามีประโยชน์ และอยากจะขอกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าได้ศึกษาในประเด็นเหล่านี้นี่ครับ ในตัวอย่าง ตุ๊กตาที่ผมได้ยกขึ้นมาเปึนที่ประจักษ์ในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยหรือไม่ ถ้าได้มีการซักถาม ไปแล้วรายละเอียดวิธีการเหล่านี้นี่ครับจะทําได้อย่างไร นั่นก็คือในเรื่องที่หนึ่ง

ในเรื่องที่ ๒ ครับ รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับโครงการในเรื่อง ของเศรษฐกิจพอเพียง และในงบประมาณกลางป้นี่ครับก็ได้ตั้งงบประมาณไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะเอาไปใช้ในเรื่องของการสร้างงาน สร้างรายได้ในชนบทให้กับพี่น้องประชาชนที่มี ผลกระทบหรือที่อยู่ใกล้ชิดกับพืชเศรษฐกิจประเภทต่าง ๆ รวมทั้งถ้าเปึนไปตามมติของ ชุมชนเหล่านั้นด้วย ตรงนี้ครับ ในงบประมาณนี้ก็มีทั้งหมดประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมมีประเด็นที่จะซักถามเพื่อขอทราบความชัดเจนเพิ่มเติมยิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้พี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้าน ในตําบล ในอําเภอต่าง ๆ เขาได้รับทราบครับว่าถึงแม้จะมี งบประมาณ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท มันไม่เพียงพอละครับที่จะไปดูพี่น้องประชาชนทุกคน แต่ว่าอย่างไรก็ตามรัฐบาลได้ให้ความสําคัญต่อกลุ่มอาชีพประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งรัฐบาลส่วนกลางจะไม่คิดและจะไม่พูดในลักษณะที่ว่าพี่น้องประชาชนต้องทํา ตามรัฐบาลกลาง แต่รัฐบาลกลางจะกระจายงบประมาณลงไปในกองทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เปึนโครงการใหม่ก็คือโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับ ในชนบท ตรงนี้ครับที่มีความสําคัญ ยกระดับในชนบท ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท กระจายไป ทั่วประเทศเลยครับ

ประเด็นที่ถามผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการก็คือ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็น วันนี้ต้องยอมรับครับดินฟัาอากาศมันเอื้ออํานวย จริง ๆ ท่านประธานครับ ปลูกอะไรมันก็ขึ้นแล้วก็ได้ผลจริง ๆ พืช ผัก ผลไม้ เศรษฐกิจ ทุกชนิดนะครับ ในป้นี้ดินฟัาอากาศอุดมสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นผลหมากรากไม้จะออกมา ค่อนข้างจะมากกว่าอดีตที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ผมได้เห็นสภาพของปัญหาทุกป้ เมื่อรัฐบาล กระจายเงินลงไปนี่ครับ เงินก็จะไปอยู่ในกองทุนเศรษฐกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะ อย่างยิ่งที่เปึนโครงการในงบประมาณฉบับนี้ก็คือโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับ ในชนบท ผมมีประเด็นที่จะถามคณะกรรมาธิการในเรื่องนี้ครับ นั่นก็คือในเรื่องของทาง คณะกรรมาธิการได้ถามรัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไหมครับ ว่าในป้นี้เมื่อผลผลิตทางด้าน การเกษตรออกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องผลไม้ที่ตกต่ํา ท่านประธานคงจําได้ครับ ผมเปึนผู้หนึ่งที่ลุกขึ้นมาแล้วก็ตามทวงเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนผลไม้เหล่านั้นตลอดมา แทบทุกป้ก็ว่าได้ จนกระทั่งบางครั้งต้องพาท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปช่วยขายผลไม้กันก็เคยทํามาแล้ว แต่ตรงนี้มันก็เปึนปัญหาปลายเหตุ ประเด็นก็คือปัญหาต้นเหตุที่เราควรจะให้ความสําคัญที่ทางคณะกรรมาธิการควรจะไป ซักถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของโครงการในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงนี่ครับ คงไม่ใช่เฉพาะหาตลาดแล้วก็สร้างเครือข่ายเพียงแค่นั้น แต่ในระดับพื้นที่ครับ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองคงจะต้องไปดูครับว่าในป้นี้มันจะมีผลหมากรากไม้ แต่ละชนิดนี่ครับประมาณเท่าไร ในแต่ละจังหวัดเลยนะครับ ผมยกตัวอย่าง เช่น มังคุด ป้นี้ครับ ราชินีผลไม้ นี่มังคุดทะวายนะครับในช่วงนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมากิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท นี่คือราคาที่ขายกันที่จังหวัดชุมพร หลังจากนั้นประมาณสักอาทิตย์หนึ่งครับ ราคาก็จะตกมาเหลือประมาณ ๒๐ บาท ถามว่าเงินมันหายไปต่อกิโลกรัม ๘๐ บาทนี่ครับ มันมาจากใคร ซักถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาก็บอกว่าลงมาในพื้นที่แล้วมันเปึนไปตาม กลไกของตลาด เราก็ถามต่อครับว่า กลไกของตลาดใครเปึนผู้กําหนด หาคําตอบไม่ได้ ครับท่านประธาน แล้วก็เปึนคําตอบที่บอกได้เลยครับว่า จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีคําตอบ ที่มีความชัดเจนให้กับพี่น้องชาวสวนแต่ประการใด เพราะฉะนั้นชาวสวนเองอยู่ใน ลักษณะที่พูดกันง่าย ๆ ครับว่า อํานาจต่อรองเขาไม่มีเลย เขาเจ็บปวดมาตลอด ต้นทุน การผลิตเขาสูง แต่เวลาผลผลิตออกมาเขาจําหน่ายขายไม่ได้ราคาเท่าที่ควรหรือ ที่เขาลงทุนไป เพราะฉะนั้นจะประสบกับการขาดทุนตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าในช่วงที่ว่าดินฟัา อากาศมันเอื้ออํานวย ผลผลิตออกเยอะราคาตกอีก และป้นี้เราคาดการณ์ว่าน่าจะมี ปัญหาอีก เพราะฉะนั้นเมื่อทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะดูแลในพื้นที่ การปลูกทางด้านผลไม้แต่ละชนิดนี่ได้ไปสํารวจตรวจสอบแล้วหรือยัง และถ้าหากว่า ผลผลิตออกมากกว่าที่ผ่านมา ในส่วนที่เกินกว่าที่เราจําหน่ายหรือบริโภคกันแต่ละป้นี้ จะทําอย่างไร ส่วนเกินตรงนั้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านประธานคงจําได้ครับ ผมเอาน้ํามังคุด มาให้กับท่านประธาน ผมเอาสบู่เปลือกมังคุดมาให้กับท่านประธาน นี่ยังติดค้างเจ้าหน้าที่ ของสภาอยู่เลยครับ ยังไม่ได้เอามาให้ทุกคนเพราะก้อนหนึ่งมัน ๓๕ บาทครับ แต่ว่า อย่างไรก็ตามตรงนั้นท่านประธานลองหลับตานึกภาพดูครับ ถ้าพี่น้องภาคการเกษตรที่อยู่ ในสวนมังคุดนี้ เขาได้มีโอกาสมาดูงานทัศนศึกษาในบริษัทหรือคนที่มีความรู้ในเรื่องการ ทําน้ํามังคุด หรือมาดูชุมชนหรือบริษัทที่เขาทําสบู่เปลือกมังคุด อย่างน้อย ๆ นะครับเขาได้ ความรู้ เขาได้มาเห็นด้วยตาเขาเอง เขาได้ความรู้ว่าเครื่องไม้เครื่องมือในการที่จะแปรรูป มันมีกี่ชนิด ชนิดใดบ้าง ราคาเท่าไร แล้วเขากลับไปบ้านของเขา เขาก็ไปตระเตรียมฝ๊กฝน คนที่อยู่ในสวนมังคุดต่าง ๆ ว่าเราไม่ตายแน่ อย่างน้อย ๆ ก็มีความรู้ อย่างน้อย ๆ ก็ได้มา ศึกษาดูงาน อย่างน้อย ๆ ก็เอาความรู้กลับไปที่บ้าน แล้วก็เสาะหาเครื่องไม้เครื่องมือ เหล่านี้ พอถึงเวลาขึ้นมากองทุนต่าง ๆ ที่มีอยู่หลากหลายอยู่แล้ว รวมทั้งกองทุนเศรษฐกิจ พอเพียงด้วยนะครับ สามารถที่จะเอาเงินเหล่านี้ไปซื้อมังคุดทุกผลที่รับประทานได้ในราคา ที่ตกต่ํา เช่น กิโลกรัมหนึ่ง แต่ละป้ที่ผ่านมากิโลกรัมหนึ่ง ๓ บาท เราอาจจะไปยกระดับ ราคาเลยครับโหลงโจ้งเลย กิโลกรัมละ ๕ บาท ๕ บาทตรงนั้นเปลือกมังคุดก็เอาไปทําสบู่ น้ํามังคุดก็เอาไปทําน้ํามังคุด ขวดละ ๓๐๐ บาทนะครับ เลมอน ฟาร์ม (Lemon Farm) ต่าง ๆ มีอยู่ตลอด แต่เงินไปได้กับภาคเอกชนที่เขามีโอกาสมากกว่าชาวสวน เพราะฉะนั้น ทําอย่างไรที่จะให้ชาวสวนมังคุดได้ความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ เหล่านี้ แล้วเอาเงิน ที่กระจัดกระจายอยู่มาในการที่จะหลอมรวมให้มีความเปึนหนึ่งเดียวในการสร้าง ความเปึนเอกภาพเพื่อที่จะให้ประโยชน์กับพี่น้องชาวสวนมังคุด ผมยกตัวอย่างให้เห็น เพียงแค่ชนิดเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานถามทาง คณะกรรมาธิการครับ ว่าสิ่งที่ผมได้อภิปรายประกอบในประเด็นของปัญหาเรื่องมังคุดนั้น ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาในเรื่องดังกล่าว ได้สอบถามทางกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ เรื่องเกี่ยวกับการเพิ่มมูลค่าการแปรรูปมังคุดให้เปึนน้ํามังคุดก็ดี เปึนสบู่เปลือกมังคุด ก็ตาม และกระทรวงพาณิชย์ครับ ว่าเมื่อของเหล่านี้ออกมาแล้วนี่ครับไม่ต้องที่อื่นไกล ละครับ วันนี้ในสภาทุกคนใช้ลองดื่มน้ํามังคุดทุกคนสิครับ ใช้สบู่เปลือกมังคุดทุกคน สิครับ ส่วนราชการต่าง ๆ ใช้ทุกคนเลย ภาคท้องถิ่น ส่วนท้องถิ่นก็เอาไปใช้ครับ ผมว่า สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดมันจะทําให้พี่น้องภาคการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวสวน มังคุดไม่ตกต่ํา ไม่เจ็บปวดเหมือนกับสภาพที่เปึนอยู่หรือที่ผ่านมาละครับ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดผมกราบเรียนผ่านท่านประธานเพื่อถามทางคณะกรรมาธิการขอทราบ ความชัดเจน เพราะขณะนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนชาวสวนมังคุดเองนะครับ เขาก็ เตรียมตัวว่าป้นี้ผลผลิตออกเยอะ รัฐบาลมีนโยบายในการช่วยเหลือเขาอย่างไร อย่างน้อย ๆ เขาก็จะได้รู้ถึงอนาคตของเขาและวิธีการต่าง ๆ ในการได้ช่วยเหลือตัวเขาเองในกลุ่มของ ตัวเขาครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ ท่านอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ครับ ไม่ติดใจนะครับ ท่านอับดุลการิม เด็งระกีนา ไม่ติดใจนะครับ ท่านบุญเลิศ ครุฑขุนทด ครับ เชิญครับ

นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด นครราชสีมา 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญเลิศ ครุฑขุนทด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมได้ สงวนคําแปรญัตติสําหรับมาตรา ๓ ไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณทั้งสิ้นซึ่งเปึน งบประมาณรวมในมาตรานี้ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบประมาณเพิ่มเติม เนื่องจาก ผมมีเหตุผลและหลักการที่จะขอปรับลดงบประมาณทั้งภาพรวมทั้งหมดนั้นเอาไป จัดใช้สอยในสิ่งที่จําเปึน ซึ่งดูตามหลักการและเหตุในการขอผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... นั้น โดยหลักเหตุผลแล้วรัฐบาลเน้นลงไปที่ว่า เพื่อเร่งรัด ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ คําว่า เร่งรัด นั้นคงจะเปึนเรื่องเร่งด่วน แต่สมาชิกหลายท่านก็เคลือบแคลง ว่าการขอให้ผ่านงบประมาณไปครั้งนี้นั้นจะใช้เงินงบประมาณจากที่ใด บางคนก็สงสัยว่า เปึนเงินกู้หรือเปล่า กู้จากสถาบันการเงินภายในประเทศหรือต่างประเทศ การที่จะผ่าน งบประมาณแผ่นดินไปใช้เปึนกฎหมายในการใช้บังคับนั้น มันไม่สําคัญเท่ากับการมีเงินไป ใช้จ่ายในการปฏิบัติตามงบประมาณ จะเห็นได้จากที่ผ่านมานั้นการทํางบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ซึ่งเปึนพระราชบัญญัติงบประมาณแผ่นดินปกติ อยู่ที่ ๑,๘๔๐,๐๐๐ กว่า ล้านล้านบาท ยังมีหลายโครงการที่ยังไม่ได้ผ่านงบประมาณลงสู่ในงาน เพราะฉะนั้นการที่ ขอให้ผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติมครั้งนี้นั้น ก็ยังไม่ทราบว่าจะเอาเงิน งบประมาณจากไหนมาจับจ่ายใช้สอยตามวัตถุประสงค์และเหตุผล เพราะฉะนั้นคําว่า เร่งด่วน หรือ เร่งรัด นั้นจะเร่งรัดได้ขนาดไหน ในปัญหาเศรษฐกิจที่กําลังรุมเร้าประเทศไทย อยู่ขณะนี้ ต้องอย่าลืมว่าวันนี้นั้นเศรษฐกิจมันไม่ใช่เกิดเฉพาะบางประเทศ เหมือนในสมัย หลังป้ ๒๕๔๐ ที่ส่วนใหญ่จะเกิดอยู่ในภูมิภาคเอเชีย ประเทศยุโรปและประเทศ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเปึนมหาอํานาจทางเศรษฐกิจเขาไม่ได้มีปัญหาทางเศรษฐกิจด้วย เพราะฉะนั้นแหล่งเงินหรือว่าในด้านตลาดที่เราสามารถที่จะเปึนคู่ค้าก็ยังพอได้พึ่งพา อาศัย แต่วันนี้ภาพเศรษฐกิจมันเกิดปัญหาทั้งโลกครับ เปึนเรื่องเศรษฐกิจขาลง แต่ยังไม่ลง ถึงที่สุด อยู่กําลังลงครับ แต่ในช่วงป้ที่ผ่านมาป้ ๒๕๔๓ ถึงป้ ๒๕๔๔ นั้น มันลงถึงสุด ๆ แล้ว หลาย ๆ ประเทศที่ประสบปัญหากําลังเริ่มที่จะฟุ๋นฟู โดยได้รับการดูแลช่วยเหลือจาก ประเทศมหาอํานาจทางเศรษฐกิจมันถึงผ่านพ้นภาวะเช่นนั้นมาได้ ดูในเหตุผลที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติฝ์ายรัฐบาลได้กรุณาว่าหลักการเปัาหมาย เปัาประสงค์ของ รัฐบาลในการที่จะจัดร่างงบประมาณเพิ่มเติมนี้ก็คือ ลดรายจ่าย คําว่า ลดรายจ่าย ผมก็ ไม่ทราบเหมือนกันว่าลดแบบไหน เมื่อสักครู่ในช่วงเช้าที่ผ่านมาก็มีท่านสมาชิกซีกรัฐบาล ก็ได้กรุณาลุกขึ้นมา ได้พูดถึงเรื่องการซื้อตําราเรียนให้กับนักเรียน เครื่องแบบให้กับ นักเรียนเพื่อได้เรียนฟรี นั่นก็หมายถึงตรงนี้หรือเปล่า คือลดรายจ่ายในการที่ผู้ปกครอง ที่จะต้องไปจับจ่ายใช้สอยในการซื้อหาตําราเรียนและชุดเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งผมเรียน ความแตกต่างในโอกาสทางการศึกษามันมีความห่างระหว่างพี่น้องที่เปึนประชาชนที่อยู่ ในชนบทกับคนที่อยู่ในสังคมเมือง พี่น้องที่อยู่ในชนบทนั้นเขาขาดโอกาสในทางการศึกษา มาก อาจจะเปึนเหตุผลในเรื่องของฐานะความเปึนอยู่ที่ยากจน บางครอบครัวนั้นต้อง อาศัยลูกซึ่งอยู่ในวัยเรียนเปึนแรงงานในการช่วยเหลือทํามาหากิน หรืออาจจะเปึนเหตุผล เพราะถิ่นที่อยู่นั้นห่างไกลจากสถานที่ศึกษา นั่นคือเปึนเหตุผลแห่งความแตกต่าง สําหรับ ประชาชนหรือพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตสังคมเมืองนั้นก็จะมีโอกาสมากกว่า เพราะใกล้ สถานศึกษา มีสื่อที่จะเสริม มีสถานเรียนพิเศษมากมาย เพราะฉะนั้นความแตกต่างตรงนี้ ถ้าหากจะมาดูแล้วนั้น การที่จะซื้อตําราแจก ซื้อเครื่องแบบแจก แจกทั้งหมดหรือเปล่าครับ อันหมายถึงคนที่ไม่ได้ขาดโอกาส ท่านแจกอย่างสมเหตุสมผลหรือเปล่า เพราะฉะนั้นตรงนี้ คนที่เขาไม่มีความจําเปึน เขามีความพร้อมแล้วนั้น เขาก็ไม่มีความจําเปึนต้องได้รับแจก ก็อยากจะฝากเปึนข้อคิดในการที่จะดูในเรื่องของการแจก แต่จริง ๆ การแจกหรือว่าการให้ เรียนฟรีนั้นมันก็ไม่ได้ก่อให้เกิดในเรื่องของการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ เพราะให้แล้วมันก็เปึน การให้ขาด ไม่ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในทางเศรษฐกิจแต่อย่างไร เพราะคําว่า การฟุ๋นฟู เศรษฐกิจ นั้นมันต้องหมายถึงว่ามีการลงทุนการสร้างงาน การก่อให้เกิดผลผลิต สนับสนุนให้มีการบริโภค ทําให้เกิดการไหลเวียนกลับของระบบเงินทุน มันจึงเปึนการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ แต่อย่างนี้ ไม่ใช่นะครับ ในส่วนที่บอกว่าเพิ่มรายได้ อันจะหมายถึงในการที่แจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท ให้กับผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท หรือเปล่า อาจจะเปึนการมอบเบี้ยให้กับกลุ่มอาสา อย่างนั้นหรือเปล่า นั่นถือว่าเปึนการเพิ่มรายได้อย่างนี้หรือไม่ ซึ่งตรงนี้นะครับ ผมว่ามันจะ ผิดแนวทางในการที่จะแก้เศรษฐกิจในการฟุ๋นฟูในภาวะเช่นนี้ เหมือนหลายท่านบอกว่า วินิจฉัยโรคไม่ถูกทาง มันเหมือนกับว่ากินยา คนเขาปวดท้องเปึนโรคกระเพาะเอายาหม่อง ไปทาท้องอย่างนี้ครับ มันจะหายได้อย่างไร มันก็เหมือนกันในภาวะเศรษฐกิจตรงนี้ ถ้าทําโดยใช้วิธีการอย่างนี้มันไม่ใช่วิธีการที่จะฟุ๋นฟูเศรษฐกิจให้เปึนระบบที่จะทําให้ มันกลับฟุ๋นขึ้นมาได้ ที่ผ่านมานั้นในการที่จะขอผ่านร่างพระราชบัญญัติเพิ่มเติมในช่วง กลางป้ ผมขอยกในสมัยที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ท่านบริหารบ้านเมือง ในป้ ๒๕๔๐-๒๕๔๘ เขาจะขอให้มีการเพิ่มเติมงบประมาณก็ในช่วงที่มันมีการจัดเก็บ ภาษีเกินเปัา หลังจากที่มีการพิจารณาผ่านร่างงบประมาณปกติประจําป้แล้วก็มีเงิน ไหลเข้า มีเงินเหลือในคงคลัง เขาจึงเอาเงินเหล่านั้นออกมาใช้สอย ไม่ว่าการที่จะมา สร้างงาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการให้มาซึ่งเม็ดเงินในการที่กระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างเอสเอ็มแอล แต่ตรงนี้ไม่ใช่ครับ

สําหรับข้อต่อไปคือ และดําเนินโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จําเปึน ในชนบท โครงสร้างพื้นฐานที่จําเปึนในชนบทเวลานี้ก็อย่างหลาย ๆ ท่านได้กรุณา อภิปรายไปแล้วก็คือ ในเรื่องของถนนหนทาง ในเรื่องของแหล่งน้ําซึ่งเปึนพื้นฐานชีวิตของ ชาวชนบท น้ําเปึนปัจจัยสําคัญในการที่จะทําการทางการเกษตร มีดินไม่มีน้ําก็ทําอะไร ไม่ได้ เพราะฉะนั้นน้ําก็เปรียบเสมือนน้ํามันหล่อลื่น ดินก็เปรียบเสมือนโรงงานผลิตธนบัตร ถ้ามีน้ําก็จะมีการผลิต ก็จะมีการทําเกษตรได้ผล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมีทุน มีแรงงาน เพราะฉะนั้นการสร้างงานในชนบทหรือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานนั้น จนป์านนี้หลาย ๆ โครงการที่จะมาสร้างในเรื่องแหล่งน้ํา ในเรื่องของถนนหนทาง อย่างถนนไร้ฝุ์น อย่างหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้วนั้น จากงบประมาณปกติ โดยเฉพาะถนนโครงการ ของทางหลวงชนบท โครงการของผังเมือง ป์านนี้ก็ยังไม่มีการไหลงบประมาณลงไปสู่การ ปฏิบัติ เพราะฉะนั้นการที่จะให้มีการเพิ่มเติมงบประมาณเพื่อที่จะให้มีการสร้างโครงสร้าง พื้นฐานนั้น ผมก็ยังเห็นว่ามันก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ และสิ่งสําคัญครับ ในการที่เราจะกระตุ้นเศรษฐกิจหรือทําให้บ้านเรานั้นเข้าไปสู่ภาวะปกติได้ ก็คือต้องสร้างความมั่นใจ เชื่อใจ ทั้งคนในประเทศและต่างประเทศ วันนี้สาเหตุที่ทําให้ เกิดความไม่มั่นคงและไม่มั่นใจนั้นก็อย่างที่เราทราบครับ มันเกิดเหตุจาก ๒ กรณี คือ เหตุจากทางการเมืองและเหตุแห่งกฎหมาย เหตุจากทางการเมืองนั้นเกิดขึ้นก็เนื่องจาก เกิดการไม่ยอมรับผู้นํา มีการต่อต้าน มีการขับไล่ผู้นําอย่างที่เห็นมาโดยตลอดตั้งแต่ สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ มาสู่การปฏิวัติรัฐประหาร ถึงท่านสมัคร สุนทรเวช มาถึงท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และในภาวะขณะปัจจุบันนี้ท่านอภิสิทธิ์ก็อาจจะตกอยู่ใน สถานการณ์เดียวกัน เพราะกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาสนับสนุนอีกฟากหนึ่งก็ออกมา ในลักษณะเดียวกัน เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาของความไม่สงบความไม่เรียบร้อย ในบ้านเมือง

สําหรับประเด็นทางกฎหมายนั้นคงมีประชาชนส่วนหนึ่งซึ่งเชื่อว่า เปึนประชาชนส่วนใหญ่ เขามีความคิดและความเชื่อว่าเขาไม่ได้รับความเปึนธรรมในการใช้ กฎหมายอย่างเสมอภาค ไม่ว่าการใช้กฎหมายโดยกระบวนการผู้ที่มีอํานาจในการบังคับ ใช้ หรือกฎหมายที่ตราออกมาแล้วบังคับใช้อย่างไม่มีความเสมอภาค เราจะเห็นได้ จากหลังจากมีการปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมา มีกฎหมายหลายฉบับที่ออกมาเพื่อให้ อํานาจกับกลุ่มบุคคล องค์กรอิสระ มีอํานาจในการใช้อํานาจที่จะเอาผิดกับคนบางกลุ่ม บางคน อย่างกรณีของครอบครัวท่านทักษิณ ชินวัตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันนี้ซึ่งมีผลมาบังคับใช้นั้น เปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่พันธนาการทางการเมือง เปึนรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้เพื่อกําจัด นักการเมือง แต่ในขณะเดียวกันนั้นกลับให้อํานาจกับองค์กรอิสระซึ่งเปึนกระบวนการ ที่ติดตามเอาผิดนักการเมือง สามารถกระทําการใดได้เหมือนเปึนการนิรโทษกรรม ว่าไม่มี ความผิดตามมาตรา ๓๐๙ เปึนการนิรโทษกรรมมาแต่ก่อนหน้านั้นและหลังประกาศใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นจึงเปึนรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ปัจจุบันนี้ ทําให้กระบวนการยุติธรรมเกิดความบิดเบี้ยวไม่สามารถที่จะให้ความเปึนธรรม และเกิดความพึ่งหวังให้กับประชาชนได้ จึงเกิดความรู้สึกในกลุ่มประชาชนกลุ่มหนึ่งที่เขา มีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเปึนธรรมต้องออกมาตัดสินปัญหาด้วยตนเอง นี่คือความวุ่นวาย ในบ้านเมือง ซึ่งมันยังเปึนอยู่ขณะนี้ จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีท่านต้องมีหนทางอย่างใดอย่างหนึ่งในการแก้ไขปัญหา ความแตกแยกของคนในชาติบ้านเมืองขณะนี้ที่แตกเปึน ๒ กลุ่ม ๒ สีอย่างเห็นได้ชัดเจน

ในการแก้ปัญหาที่ผ่านมาของรัฐบาลสมัยท่านทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอยู่ใน ภาวะที่เขาเรียกว่าเศรษฐกิจตกต่ําดิ่งสุดขั้วในป้ ๒๕๔๓–๒๕๔๔ นั้น ท่านมีวิธีการคิดและ วิธีการทํา ท่านเข้าใจปัญหา โดยมีนิยามอย่างที่อยู่ในเหตุผลของการขอเพิ่มงบประมาณ ฉบับนี้ว่า ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และขยายโอกาส การลดรายจ่ายในสมัยนั้นไม่ได้ เปึนการลดรายจ่ายโดยการซื้อของแจกเพื่อไม่ต้องควักเงินซื้อ แต่เปึนการลดรายจ่ายโดยการ ให้สวัสดิการ ไม่ว่าในเรื่องของ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เพราะสมัยก่อนนั้นที่ประชาชน เจ็บไข้ได้ป์วย ถ้าจะไปผ่าตัดต้อตาก็เสียเงินหลายพัน ผ่าตัดหัวใจก็เสียเงินหลายหมื่น จึงลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้กับประชาชนคนยากจึงเสีย ๓๐ บาท ก็สามารถรักษาโรคตรงนั้นได้ ลดค่าใช้จ่ายในส่วนของเรื่องการเรียนการศึกษาของบุตรหลานที่ยากจน โดยมีการให้ ทุนการศึกษา ๑ ตําบลต่อ ๑ คน ๑ แพทย์ ๑ อําเภอต่อ ๑ คนต่างประเทศ อย่างนี้เปึนต้น ส่วนการเพิ่มรายได้นั้นก็เปึนการเพิ่มรายได้โดยฝ๊กให้ประชาชนรู้จักและเข้าใจในการ พึ่งพาตนเอง ให้มีอาชีพเสริม ให้รู้จักแปรรูปสินค้าทางการเกษตรซึ่งเปึนต้นทุนทางสังคม ของพี่น้องเกษตรกรให้มาสู่การแปรรูปสินค้าของหมู่บ้านมาสู่สินค้าของตําบล เปึนสินค้า โอทอป เปึนสินค้าส่งออก โดยรัฐบาลหาตลาดให้ นั่นคือการเพิ่มรายได้ และขยายโอกาส ก็คือการขยายโอกาสให้พี่น้องประชาชนคนยากมีโอกาสเข้าสู่แหล่งทุน ก็คือ ที่มาของ ๑ ล้านบาท สิ่งเหล่านี้มันเปึนการแก้ปัญหาและสามารถทําให้ประชาชนได้รับผล จากงบประมาณของรัฐบาลถึงมือโดยไม่มีการหลุดไประหว่างทางเหมือนสมัยที่มีการ เขาเรียกว่า งบประมาณแบบไม้ไอศกรีม ผ่านจากส่วนกลางสู่ชนบท ผ่านหลายกรม หลายกอง หลายกระทรวง จากจังหวัดสู่อําเภอ สู่ท้องถิ่น เพราะฉะนั้นการที่ให้งบประมาณต่าง ๆ ลงสู่มือ พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสใช้สอยโดยผ่านเม็ดเงิน โดยผ่านสวัสดิการลงไปต่าง ๆ นั้น จึงถูกเรียกว่า นโยบายประชานิยม วันนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์เองก็หยิบหลาย ๆ นโยบาย ลงมาเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาขณะนี้ เปึนเรื่องดีครับ เปึนเรื่องดี เพราะการให้นโยบายตรงนี้ ถ้าหากเงินมาถึงมือประชาชนและมันเกิดประโยชน์ในการฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ แต่วิธีการที่จะ ใช้สอยเงินงบประมาณนั้นก็ยังเปึนที่เคลือบแคลงเหมือนกันว่าในกรณีซื้อหนังสือแจก พี่น้องประชาชนที่เปึนคนยากคนจนที่มีบุตรหลานเรียนหนังสือในขั้นพื้นฐาน หนังสือ แบบเรียนแจก ถ้ามีการซื้อตําราแจก ผมเกรงว่าตําราที่มันค้างสต็อก (Stock : คลังสินค้า) อยู่มันจะออกมา ตําราที่มันขาดคุณภาพที่มันไม่สามารถที่จะทันยุคทันสมัยมาใช้การ เรียนการสอนมันก็จะออกมา โดยเฉพาะเครื่องแบบที่พี่น้องสมาชิกหลายคนเคลือบแคลง ว่ามันจะสมกับราคาที่ตั้งไว้เปึนมาตรฐานกับราคาที่เปึนราคาท้องตลาดจริงหรือไม่ ตรงนี้ ยังเปึนที่เคลือบแคลง เพราะฉะนั้นต้องผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านต้องหาวิธีสร้าง ความมั่นใจและทําให้สมาชิกและประชาชนไม่เคลือบแคลงสงสัยถึงขบวนการเหล่านี้ นะครับ ผมจึงเสนอมีความเห็นว่างบประมาณที่ทางรัฐบาลขอเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ นั้นขอปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ทั้งภาพรวมของมาตรา ๓ ทั้งหมดนะครับ เพื่อนํา งบประมาณส่วนนี้เอาไปจับจ่ายใช้สอยในเรื่องเร่งด่วนที่จําเปึนจริง ๆ

อันดับแรกก็คือ เรื่องของปัญหายาเสพติด ปัญหายาเสพติดนั้นในยุคที่ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านใช้วิธีประกาศสงครามกับ ยาเสพติด โดยถือว่าผู้ผลิต ผู้ค้าเปึนอาชญากร ส่วนผู้เสพเปึนคนไข้ต้องได้รับการบําบัด มีการดําเนินการตามวิธีการต่าง ๆ เพื่อรักษาชีวิต เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของคน ๖๐ กว่า ล้านคน กับขบวนเหล่าบุคคลที่เปึนอาชญากรทางสังคม เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้หลังจากที่ ไม่มีมาตรการ หลังจากที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้กําหนดแนวนโยบายในเรื่องของการปราบปราม ยาเสพติด ท่านทราบไหมครับว่ายาเสพติดนั้นทะลักไหลเข้ามาในประเทศไทยไม่รู้เท่าไร แล้ว ไม่รู้เท่าไรแล้ว ผมเปึนคณะกรรมาธิการการปัองกันปราบปรามการฟอกเงินและ ยาเสพติดได้มีโอกาสรับฟังคําชี้แจงของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด ได้มาให้ข้อมูลในเรื่องปัญหาของยาเสพติดซึ่งไหลทะลักเข้ามาในเมืองไทย เนื่องจากยังมี การขาดงบประมาณในส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่จะได้ติดตามดําเนินการในกระบวนการ ยุติธรรมที่จะเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้อง หลายหน่วยงานขาดงบประมาณ ขาดบุคลากร เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะฝากท่านกรรมาธิการ แล้วรัฐบาลได้พิจารณาว่างบประมาณ ส่วนที่ปรับลดนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะนํามาดูแลในเรื่องปัญหาการแก้ไขยาเสพติด และ

ประการที่ ๒ ก็คือนํามาดูแลในปัญหาเรื่องของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งมีปัญหา ในเรื่องหนี้สิน มีปัญหาในเรื่องของราคาผลผลิตปัจจุบันนี้ตกต่ํา ในเวลาที่ผ่านมา ในขณะที่การเริ่มฤดูการเพาะปลูกนั้นมันเปึนช่วงฤดูที่น้ํามันแพงฉลุกไป การลงทุนต้นทุน จะสูง แต่พอผลผลิตออกน้ํามันลง พอน้ํามันลงอาจจะเปึนประเด็นหนึ่ง เปึนปัจจัยหนึ่ง ทําให้ราคาผลผลิตถูกปรับราคาตกต่ําลงมาด้วยหรือเปล่า มีพี่น้องผมหลายคน มีพรรคพวก พี่น้องและคนในพื้นที่นะครับ ได้โทรศัพท์ร้องขอความช่วยเหลือให้ช่วยเจรจากับทาง รัฐบาล ให้ช่วยเจรจากับเจ้าของลานที่เปึนผู้ร่วมในโครงการในการรับจํานําราคาพืชผล ทางการเกษตรที่เปึนราคาประกัน เมื่อไม่นานมานี้ก็พวกพี่น้องเราก็เอาข้าวโพดไปลงลานมัน อยู่แถวอําเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตําบลหนองบัวโคก จังหวัดชัยภูมิ ปรากฏว่าทางเจ้าของลานมันที่เปึนผู้ร่วมโครงการปฏิเสธไม่รับ ทําให้ต้องจอดรอกัน เปึนวัน ๆอดข้าวอดน้ํา สุดท้ายก็พากันเข็นรถกลับ แล้วก็นัดใหม่ก็ไปอีก ก็โดนอีก บรรทุก กลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น เสียทั้งค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เสียเวลาทั้งจะต้องหาเงินหาทอง ไปใช้หนี้ใช้สินกับเจ้าหนี้ที่กู้มาลงทุนในการทําไร่ทําสวน แต่หลังจากนั้นก็มีการนัดไปอีก นัดไปครั้งหลังให้ลงไว้ก่อน ส่วนข้าวโพดให้ลงไว้ก่อน โดยให้โควตาคนละ ๓๕๐,๐๐๐ บาท โดยตัดความชื้นที่ ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ลงไว้แล้วจนป์านนี้ก็ยังไม่ได้รับสตางค์ครับ เดือนเศษแล้วครับ ส่วนมันสําปะหลังก็เช่นกัน ธ.ก.ส. ให้บัตรโควตาให้นํามันสําปะหลัง ไปลงในลานที่เปึนผู้ร่วมโครงการในการรับจํานําตามราคาประกัน แต่ปรากฏว่าไปลงได้ ไม่เท่าไรเจ้าของลานสั่งป่ด ไม่รับ โดยอ้างว่าไม่แน่ใจว่าโควตาที่รับไว้นั้นจะได้รับเงิน จริงหรือเปล่า ส่วนคนไปลงไว้ก่อนที่ไม่ได้รับเงิน ไม่ว่าข้าวโพดหรือมันสําปะหลัง ถ้าจะ ขายก็ขายในราคาตลาด เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ละครับมันจึงเปึน เขาเรียกว่า โรคซ้ํากรรมซัด ลงแต่พี่น้องที่เปึนชาวเกษตรกรอย่างนั้นล่ะ มันจึงเกิดปัญหาที่พอกพูนหนี้สินให้กับกลุ่ม พี่น้องเกษตรกรครั้งแล้วครั้งเล่า และอีกไม่นานก็จะถึงฤดูกาลเริ่มต้นในการเพาะปลูก ถ้าปัญหายังเปึนอย่างนี้นะครับ หนี้สินยังเกิด ยังมีอยู่อย่างนี้เขาจะเอาทุนที่ไหนไปลงทุน ทําในช่วงฤดูกาลต่อไป ไหนหนี้ที่จะต้องไปใช้หนี้ให้กับนายทุน หนี้ที่ต้องไปกู้มาจากใน ระบบ แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้รับเงินในส่วนที่ได้นําไปลงแล้ว ในส่วนของสินค้าเกษตร นอกนั้นยังมีอีกในหลาย ๆ รายการที่ได้รับฟังจากพี่น้องเพื่อนสมาชิกที่มาอภิปรายในสภา หรือจากการสื่อสาร ในเรื่องของยางพาราที่ราคาตกต่ํา ในเรื่องของกระเทียม ผลไม้ และ พืชไร่ ข้าวเปลือกต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจึงเปึนประเด็นที่ผมเชื่อว่ามันเปึนเรื่องเร่งด่วนที่จําเปึนจะต้องเข้าไปดูแล ที่จะต้องเข้าไปแทรกแซง หรือกระทําการใด ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เปึนเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวน เขาได้มีคุณภาพชีวิต เขาได้มีความมั่นใจในการที่จะเปึนเกษตรกร ทํามาหากินในฐานะที่เปึนอาชีพหลักของประเทศนี้ เปึนอาชีพหลัก แต่ปัจจุบันนี้ผู้ที่เปึน อาชีพหลัก และเปึนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ กลับต้องผจญชะตากรรม อย่างนี้นะครับ และสุดท้ายก็คือนําเงินในส่วนที่ผมขอปรับลดนี้ไปดูแลกับผู้ว่างงาน ซึ่งหลาย ๆ ท่านก็คงได้อภิปรายกันไปแล้วบ้างว่า เหตุว่างงานนั้นมันเกิดจากผลกระทบ หลายอย่าง ผลกระทบจากภายนอกและภายใน ไม่ว่าการที่ถูกปรับออกจากโรงงาน อุตสาหกรรมซึ่งเคยทํามีรายได้ ไม่ว่าในส่วนที่เคยตกงานมาก่อนไม่มีงานทํา หรือ นักศึกษาที่กําลังจะเรียนจบและไม่มีงานทํา ซึ่งประมาณว่าอีกประมาณสัก ๒ เดือน จะมี ผู้ว่างงานในประเทศนี้ไม่น้อยกว่า ๒.๕ ล้านคน จะมีวิธีการอย่างไรครับ ก็ฝากผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการ

สุดท้ายนี้ จริง ๆ แล้วแม้จะอยู่ในซีกรัฐบาล วันนี้กลับมาอยู่ฟากนี้เปึน ฝ์ายค้าน เราในซีกที่จําต้องมานั่งตรงนี้ก็คงไม่ใช่ค้านกันตะบี้ตะบัน ค้านทุกเรื่อง แต่จะค้าน และติติงในสิ่งที่เรามองเห็นว่ารัฐบาลกําลังจะเดินไปผิดทาง จะนําประเทศชาติไปสู่ ความเสียหาย ก็ต้องติติงและทัดทานกัน สิ่งไหนดีท่านทําแล้วเกิดประโยชน์ ก็ยินดีครับ ยอมรับและสนับสนุน แต่สิ่งไหนทําไปแล้วมันจะเกิดผลเสียต่อประเทศชาติบ้านเมือง จะสร้างความเสียหาย จะนําพาประเทศไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้ ก็ต้องทัดทานและ คัดค้านและฝากเปึนข้อคิดไป แล้วก็เรียนผ่านท่านประธานสู่เพื่อนสมาชิก ท่านกรรมาธิการ คณะรัฐมนตรีครับ เพื่อเปึนข้อคิดในการที่จะลงมติในวาระสอง วาระสามต่อไป ขอขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ครับ ท่านสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ ครับติดใจนะครับ อยู่ครับ เชิญครับ

นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ นครราชสีมา 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต ๕ ท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้ได้มีการสอบถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณ ท่านอดีตรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านไตรรงค์บอกว่าอยู่ในเอกสารที่แจกไป กระผม จึงได้ไปค้นหาเอกสาร แล้วอยากจะกราบเรียนผ่านยังท่านไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมมีความมั่นใจนะครับว่าท่านและคณะ โดยเฉพาะท่านเก่งในเรื่องเศรษฐกิจ แต่ก็อยากจะกราบเรียนว่าอาจจะเก่งเศรษฐกิจในเมือง ปัญหาของประเทศไทยในเวลานี้ มีเศรษฐกิจในเมืองและเศรษฐกิจในชุมชน หมู่บ้าน ตําบล ที่อยู่นอกกรุงเทพมหานคร หรือนอกจังหวัดใหญ่ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นแม้แต่การเลือกตั้ง ในภาคอีสานที่ผ่านมา เราจะเห็นว่ารัฐบาลได้ ส.ส. จากภาคอีสานน้อยเหลือเกิน ๑๐๐ กว่าคน ได้เพียงไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นแสดงว่าความนิยมชมชอบในนโยบายต่าง ๆ ในอดีต ที่ผ่านมา เพราะเคยเปึนรัฐบาลมาหลายครั้ง แต่ว่าไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน ครั้งนี้ จะเปึนครั้งสําคัญที่ท่านมีโอกาสแก้ตัว หลังจากที่ไม่ได้บริหารรัฐบาลมาหลายป้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการหลายคนได้ พยายามที่จะพูดถึงการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเขตชนบท

ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ถ้าหากว่าเราพูดแล้วทําไม่ได้ เราจะ มีปัญหาในภายหลังอย่างมากมาย ผมเรียนว่าแม้กระทั่งโครงการใหม่ ๆ ที่ทําไปแล้ว นะครับ แล้วก็น่าจะประสบความสําเร็จไปแล้ว แต่วันนี้ก็ยังเปึนปัญหาคาราคาซังกันอยู่ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างดังนี้นะครับ อย่างที่อําเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา มีโครงการสูบน้ําจากลําน้ําชีมาที่อําเภอบัวใหญ่ ปรากฏว่าทุกโครงการใช้เงินไปหลายร้อย ล้านบาทมาก แต่ไม่สามารถสูบน้ําได้ เพราะขาดงบประมาณค่าน้ํามัน ผมถามว่า ค่าน้ํามันเท่าไร เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมดูแลเขาบอกว่า ในวาระการสูบครั้งหนึ่ง ๆ นั้นต้องใช้ งบประมาณถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งตลอดมาก็เปึนโครงการที่ไม่สามารถจะดําเนินการต่อได้ วันนี้ที่อําเภอคงก็ได้รับ งบประมาณให้ไปก่อสร้างในวิธีการเดียวกัน คือสูบน้ําจากลําน้ําชีมาที่อําเภอคง วันนี้เรา โชคดีครับป้ที่แล้วเปึนป้ที่ต้นร้ายปลายดี ต้นร้าย หมายความว่า ในช่วงป้ที่แล้วเรา ไม่สามารถทราบเลยว่าภูมิอากาศสภาพจะเปึนอย่างไร พี่น้องประชาชนที่เปึนชาวไร่ ชาวนา ฝนจะตกตามฤดูกาลหรือไม่ ปรากฏว่าป้ที่แล้วโชคดีมากครับ ฝนตกถูกต้องตาม ฤดูกาลจึงทําให้พี่น้องประชาชนที่เปึนชาวไร่ ชาวนา มีพืชผลทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ จึงทําให้ปัญหายังไม่เกิด ท่านอย่าตายใจนะครับว่าปัญหาจะไม่เกิด เพราะว่าตอนนี้พี่น้อง ยังท้องอิ่มอยู่ ในป้นี้นะครับเราถือว่าต้นทางยังดีอยู่ ค่าน้ํามันก็ถูก แล้วก็ยังมีความอิ่มเอม จากป้ที่ผ่านมาในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ แต่ถ้าหากกลางป้นี้ฟัาฝนไม่ตกต้องตาม ฤดูกาล แล้วเกิดว่างบประมาณของท่านที่เตรียมไว้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจหรืองบกลางป้ ทั้งหลายท่านไม่สามารถนํามาใช้ให้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเปึนงบภัยแล้งหรืองบอื่น ๆ ที่รัฐบาล ที่ผ่านมาเขาทํากันอย่างรวดเร็วแล้วก็ติดอกติดใจประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอ อนุญาตกราบเรียนไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการว่า สิ่งเหล่านี้ เปึนสิ่งที่มีความสําคัญต่อรัฐบาลทั้งหลาย โดยเฉพาะพรรคที่เปึนแกนนํา ที่ผมเรียน อย่างนี้เพราะผมเปึนห่วงนะครับว่าในการเลือกตั้งเปึนดัชนีชี้วัดว่าเขานิยมพรรคไหน เขาชอบพรรคไหนเขาจะเลือกพรรคนั้น ในอดีตที่ผ่านมา พ.ศ. ๒๕๔๔ มันจะเปึนไปได้ อย่างไรพรรคไทยรักไทยเพิ่งตั้งปัูบเขาก็ชอบ แล้วเขาก็ผูกพันมา แม้กระทั่งมาเปึน พรรคพลังประชาชนก็ยังติดใจอีก เมื่อท่านเปึนรัฐบาลท่านทราบไหมครับว่าในพื้นที่ของ ผมนั้นเกิดปัญหามากมาย เราต้องไปปลอบอกปลอบใจพี่น้องประชาชน เขามีความรู้สึก เปึนทุกข์ที่พวกท่านจะขึ้นบริหารนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าผมนั้นเปึนกลาง ๆ นะครับ แล้วก็มีความรู้สึกว่าใครมาเปึนรัฐบาลก็ดูแลพี่น้องประชาชนได้ เพราะฉะนั้น จึงอยากจะให้กําลังใจท่านคณะรัฐบาลผ่านไปยังประธาน โดยผมคิดว่าวันนี้คนที่สําคัญ ที่สุดที่เราพูดในสถานการณ์วันนี้ ก็คือท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านเปึนคนหนุ่ม แล้วก็เปึนคนรุ่นใหม่ เปึนคนที่มองอะไรนี่ผมคิดว่าสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและมี คุณภาพ แต่สิ่งที่ผมกังวลก็คือว่าการขาดความสนใจในภาคของชนบทเหมือนกับในอดีต ที่ผ่านมาที่ผมกราบเรียนไว้แล้วว่ามันจะเปึนไปได้อย่างไร เราเคยบริหารประเทศชาติมา ตั้งสองสมัย สามสมัย แต่พอมีการเลือกตั้งปัูบเราไม่ได้ ส.ส. ในพื้นที่อย่างนี้เลยได้ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนแรกได้ ๓ คน ๒ คน เหลือกระทั่ง ๑ คนก็เคยมี เพราะฉะนั้นผมว่า ท่านจะเปึนกุญแจสําคัญ วันนี้ราคาพืชผลทางการเกษตรท่านก็จะเห็นว่ามันเปึนปัญหา มาก บางทีก็พุ่งปรู๊ดสูงลิบเลย บางทีก็ตกลงมาอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครที่จะเตรียม งบประมาณได้ดีเท่ากับท่านนะครับในการที่จะไปพยุงประคับประคอง ท่านทราบไหมครับ ว่ารัฐบาลที่ผ่านมาเคยมีโครงการให้พี่น้องประชาชนเลี้ยงวัว หลายคนก็โชคดีครับที่ไม่ได้ เอาไปเลี้ยง ถ้าใครเอาไปเลี้ยงโชคร้ายทันทีเลย เพราะว่า ๑. ไม่เปึนไปตามเปัาหมาย แล้วต่อมาราคาวัวกลับตกต่ํา ในที่สุดพี่น้องประชาชนที่ได้รับวัวไปก็ไม่รู้จะทําอย่างไร บางคนก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์เอาไปขาย วันนี้เปึนลูกหนี้ ธ.ก.ส. บางคนถูกแจ้งดําเนินคดี ทางอาญา บางคนก็ยังไม่ได้ขายแต่ก็ขาดทุน สิ่งเหล่านี้ก็คือปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่คณะรัฐบาล โดยเฉพาะท่านประธานกรรมาธิการ ซึ่งผม เน้นเปึนพิเศษก็เพราะว่าท่านเปึนผู้ที่ควบคุมจัดหางบประมาณมาดูแล ถ้าหากท่านหายใจ เข้าปัูบคิดถึงพี่น้องประชาชนในเมืองใหญ่ หายใจออกปัูบคิดถึงพี่น้องประชาชน ในบ้านนอกบ้านนานะครับ โดยเฉพาะในชนบท โดยเฉพาะในภาคอีสานผมคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเปึนไปได้ด้วยดี ผมจึงขออนุญาตให้กําลังใจนะครับ แล้วก็กราบเรียน ท่านว่าคนภาคอีสานนั้นเขาอยากเห็นฝ้มือของรัฐบาลที่มาในครั้งนี้จากการรวมตัว ของหลายพรรค โดยเฉพาะผู้นําที่เปึนคนรุ่นใหม่ แล้วก็มีมือขวาก็เปึนคนรุ่นใหม่อีกนะครับ มือข้างซ้ายก็ถือว่าเปึนคนที่มีประสบการณ์ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่าน แล้วก็สิ่งที่ผมได้ ขอตัดไปนั้นก็เปึนเพียงแต่ว่าอยากจะให้งบประมาณ ถ้าหากมันจะมีเหลือบ้างนะครับ ขอให้ท่านเตรียมไว้เพื่อแก้ปัญหาความฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในภาคกลางป้ให้ดี ที่จะเปึน ความฉุกเฉินจากการทํานายของกรมอุตุนิยมวิทยาว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่แห้งแล้งอย่างไม่เคย ปรากฏมาก่อน สิ่งเหล่านี้มีความเปึนไปได้ก็ขอแสดงความห่วงใยแล้วก็ขอให้กําลังใจ ท่านครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพื่อนสมาชิกครับ มีผู้ที่จะขอใช้สิทธิอภิปรายตามรายชื่ออีกประมาณ ๕ ท่านนะครับ จากนั้นกรรมาธิการท่านจะชี้แจง แล้วผมก็ฝากบอกเพื่อนสมาชิกก็เตรียมเข้าห้องประชุม เพื่อลงมติมาตรา ๓ นะครับ ต่อไปท่านฐิติมา ฉายแสง ครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเปึนผู้หนึ่งที่ขอมีส่วนร่วมในการที่จะอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ซึ่งดิฉันทราบดีว่า ณ ขณะนี้เราอยู่ในวาระสอง ซึ่งเปึนการพิจารณารายมาตรา ซึ่งเรา เริ่มต้นกันอยู่ที่มาตรา ๓ นะคะ เรายังคงอยู่ที่มาตรา ๓ ซึ่งรัฐบาลนั้นตั้งงบและขอต่อสภาไว้ เปึนงบประมาณทั้งสิ้น ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเองในวาระหนึ่งนั้น รับหลักการ ดิฉันได้ฟังการอภิปรายมากมายก็ได้เข้าใจว่างบประมาณตัวนี้ในความเชื่อ ของเราฝ์ายค้าน เราเข้าใจว่ามันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ดิฉันจึงมีความตั้งใจที่จะแปรญัตติ จึงเปึนผู้หนึ่งที่ขอแปรญัตติ แล้วก็เข้าใจด้วยว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๑๖๘ วรรคห้า ก็ได้บอกไว้ว่า ผู้ที่จะแปรญัตตินั้นแปรญัตติเพิ่มเติมรายการหรือจํานวน ในรายการมิได้ นั่นหมายความว่าแปรญัตติคือการลดของงบประมาณ ดิฉันเอง ก็มากรอกข้อความในการที่จะแปรญัตตินั้น ๆ ซึ่งทางสภามีให้ การกรอกข้อความนั้น มันเปึนการคํานวณว่าเราต้องการที่จะลดในมาตราไหนบ้าง ซึ่งเราคิดว่าไม่ได้กระตุ้น เศรษฐกิจเลย ดิฉันเองก็ลงเปึนเปอร์เซ็นต์ลงไป เมื่อเวลาที่มาคิดเปึนเปอร์เซ็นต์ก็มาคิด เพิ่มเติมอีกว่า การตั้งงบประมาณนั้นมันมีพระราชบัญญัติหรือมีกฎหมายอะไรมาควบคุม ไหม มันมาบังคับใช้ไหม การบังคับใช้ของกฎหมายที่จะมาเกี่ยวข้องนั้นเปึนเรื่องของ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ ซึ่งเราต้องมาดูกันที่มาตรา ๒๑ กําหนดไว้ว่า กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ แน่นอน งบประมาณคราวนี้เปึนงบประมาณขาดดุล มาตรา ๒๑ บอกว่า การกู้เงินเพื่อชดเชย การขาดดุลงบประมาณหรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ในป้งบประมาณหนึ่ง ให้กระทรวงการคลังกู้เปึนเงินไม่เกินวงเงินร้อยละยี่สิบของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ที่ใช้บังคับอยู่ ณ ขณะนั้น และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมมี ๒ ประการนะคะ ณ วันนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันคงจะต้องแจงเปึนตัวเลข แต่จะเปึนการประมาณการไม่ให้ ต้องดูสับสน ขณะนี้ดิฉันกําลังพูดอยู่ที่งบประมาณมี ๒ อย่าง อยู่ในมาตรา ๒๑ ของ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ๒ งบประมาณนี้เขาบอกไว้ว่า ไม่เกินร้อยละ ๒๐ การคํานวณของดิฉันจึงเกิดขึ้นว่า เอาละ ให้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เลยแล้วกัน ไม่ต้องมา ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรืออะไรละให้เต็มที่เลย รายจ่ายตาม งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ได้ตั้งไว้ที่ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือเราพูดกัน ง่าย ๆ ว่า ๑.๘๓๕ ล้านบาทนั่นแหละ ถ้าคิด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ออกมา วงเงินจะออกมาอยู่ที่ ๓๖๐,๐๐๐ เศษ ๆ เสร็จแล้วมาดูอีกตัวหนึ่ง เปึนรายจ่ายตามงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่เรากําลังพูดกันอยู่นี่ละ ป้ ๒๕๕๒ อีก ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ๒๐ เปอร์เซ็นต์เปึนเงินเท่าไร ดิฉันก็คิดออกมาได้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในมาตรา ๒๑ บอกว่า ให้กู้ได้ไม่เกินวงเงินตรงนี้ ก็คือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒ ประการนี้ เอามารวมกันท่านประธาน ดิฉันก็รวมออกมาแล้ว มันออกมาที่ ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณการนะคะ เสร็จแล้วเรามีการหักวงเงินที่ต้องนําไปชดเชยการขาดดุลรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๒ ซึ่งต้องใช้ถึง ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แล้วกัน นั่นหมายความว่าเอา ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ดิฉันคํานวณได้ ออกมาหักกับตัว ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน พอมาถึงตรงนี้มันคือเงินกู้ คงเหลือ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันก็มาดูว่า ทีแรกดิฉันพิจารณางบประมาณโดยรวมแล้ว ว่างบประมาณตัวนี้มันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลย แต่เศรษฐกิจโลกกําลังวิกฤติ รวมทั้ง เศรษฐกิจของประเทศไทยกําลังเกิดวิกฤติ แต่มาดูรายละเอียดที่รัฐบาลตั้งไว้ ว่าท่านจะทํา อะไรบ้าง ท่านมีนโยบายบอกว่าต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยจําเปึนและเร่งด่วน ทีนี้ก็มาดูรายกระทรวง ดิฉันก็มาดูว่ากระทรวงการต่างประเทศ โอ๊ย ไม่ไหว ตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วกัน กระทรวงโน้นกระทรวงนี้ดิฉันก็ตัดไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายดิฉันก็เอามาคํานวณร่วมกัน บอกว่าจากที่เราต้องการตัดเขานี่ เมื่อคิดสัดส่วนของ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้นจะเท่ากับกี่เปอร์เซ็นต์ ดิฉันก็คํานวณ ออกมาแล้วออกมาประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เสร็จแล้วทําอย่างไร วันศุกร์ที่ผ่านมา คือวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ นี้ค่ะท่านประธานคะ สํานักงานเศรษฐกิจ การคลังโดยผู้อํานวยการสํานักงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ก็ได้ออกมาเป่ดเผย ข้อมูลที่ทําให้ดิฉันต้องเปลี่ยนใจ คําว่า เปลี่ยนใจอย่างไร เขาเป่ดเผยข้อมูลค่ะว่า การจัดเก็บรายได้นั้น ในเดือนมกราคม ๒๕๕๒ ก็คือเดือนที่แล้วนั่นแหละ เก็บต่ํากว่าเปัาไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เผยเพิ่มเติมว่า ๔ เดือนที่ผ่านมาในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ คือเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม แล้วก็เดือนมกราคม ๔ เดือนที่ผ่านมา ต่ํากว่าเปัาไปอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้การต่ํากว่าเปัานั่นหมายความว่า ท่านเก็บ รายได้ไม่ได้ ท่านต้องเอาไปใช้หนี้ ดิฉันก็เอาเงินกู้คงเหลือที่เมื่อกี้คํานวณได้ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท หักออกจาก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ผู้อํานวยการสํานักเศรษฐกิจ การคลังได้พูดออกมา ถ้าตัวเลขตรงนี้ออกมา วันนี้เราต้องพูดว่าเราเหลือเงินเพียง ประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเองที่จะสามารถทําการกู้ได้ เพราะรัฐบาลต้องการทํา งบขาดดุลมันก็ต้องมีการกู้ ทีนี้จะกู้ได้แค่เพียง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดแค่เลขนี้ ท่านบอกว่าท่านจะกู้ที่ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันคํานวณออกมาแล้วเหลือ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แสดงว่ากู้เกินไปแล้วสิ จะกู้เกินไปแล้วสิ ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ออกมาคิดใหม่ บอกว่า ท่านเองจะขอกู้ ทั้งหมด ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท แสดงว่าการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลนี่ มันจะเกินกว่าที่กฎหมายกําหนดเอาไว้ แต่ทีนี้ท่านผู้อํานวยการสํานักเศรษฐกิจการคลัง ท่านเผยเพิ่มเติม ท่านคาดการณ์ด้วย และเปึนการคาดการณ์เชิงบวกด้วยซ้ํา ว่าการเก็บ รายได้ของทั้งป้ ของชุดนี้ คาดการณ์ว่าจะเปึนไปถึง ๑๑๒,๙๑๐ ล้านบาท นี่คือไม่ได้ตาม เปัา ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านทําอย่างไร ปรากฏว่า ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทดิฉันคํานวณ ให้นี่ก็เข้าไปติดลบอยู่แล้ว แต่นี่มาบอกว่าเปึน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นเงินกู้ที่บอกว่ามีเหลือ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท หักลบกับสิ่งที่เขาคาดการณ์ โดยเชิงบวกให้กับรัฐบาลแล้วด้วย และต้องเชื่อฝ้มือของเศรษฐกิจการคลังว่าเขาทํางานมามีประสบการณ์เยอะ เยอะกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปัจจุบัน หรือเยอะกว่าท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยซ้ํา เพราะเขามีประสบการณ์มาเหนือกว่า เขาคาดการณ์แล้วเขาก็บอกว่ามันจะต่ํา กว่านะคะ เปึนไปถึง ๑๑๒,๙๑๐ สมมุติว่าตัวเลขนี้คือ ๑๑๐,๐๐๐ กว่า ๆ เอามาหักลบ จากวงเงินกู้คงเหลือ ๑๔๐,๐๐๐ ถามว่าคุณมีสิทธิกู้เหลือเพียงเท่าไร มีสิทธิกู้เหลือเพียง ๒๗,๐๐๐ เท่านั้นเอง คุณกําลังบอกว่าคุณจะกู้ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทแสดงว่ากู้เกินไป ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทอีก เพราะตัวเลขคิดออกมาแล้วนั่นคือสิ่งที่คุณกําลังขัดต่อ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๒๑ ทั้งสิ้น

ทีนี้ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันคิดว่าการทําผิดพระราชบัญญัติหรือ ผิดกฎหมายนั้น ถ้าหากวันใดก็ตามมีผู้ใดร้องเรียนขึ้นมาว่า คณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาล ทําการขัดต่อบทพระราชบัญญัติหรือบทบัญญัติแห่งกฎหมาย พระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๒๑ คณะรัฐมนตรีทั้งคณะก็อาจจะถูกถอดถอน จากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ หรือมาตรา ๒๗๐ และถูกตัดสิทธิในการดํารง ตําแหน่งทางการเมืองเปึนเวลาห้าป้ ตามมาตรา ๒๗๔ ดิฉันเปึนห่วงเปึนใยเหลือเกิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผู้สูงโปร่งของดิฉัน อาจจะถูกถอดถอนจากตําแหน่ง เสียก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่อยากจะเสี่ยงถูกถอดถอนและไม่อยากถูกตัดสิทธิ ทางการเมือง ๕ ป้ ดิฉันขอแนะนําว่าขอให้พรรคประชาธิปัตย์เองก็ตาม หรือพรรคร่วม รัฐบาลเองก็ตาม ลงมติไม่ผ่านวาระสองของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... เสีย เพราะว่าท่านกําลังจะทําผิด กฎหมายเสียเอง ขอบคุณค่ะท่านประธาน

(การประชุมได้ดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ คุณสมคิด บาลไธสง อภิปรายไปแล้ว นะครับ ต่อไปก็จะเปึนคุณเรวัต สิรินุกุล นะครับ เชิญคุณเรวัตครับ

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ กระผมได้แปรญัตติปรับลดใน มาตรา ๓ นี้ร้อยละ ๒๐ ซึ่งกระผมมีเหตุผลที่จะกราบเรียนดังต่อไปนี้นะครับ

การตั้งงบประมาณไว้ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐบาลก็อ้างว่าเพื่อใช้จ่าย เร่งด่วนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งกระผมดูแล้วนะครับ ก็อย่างที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูด ไปว่า ในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นรู้สึกว่ามองแล้วก็ยากว่าใช้เงินนั้นไม่ตรงเปัา ไม่ตรงจุด ท่านสมาชิกหลายท่านได้ฝากความคิดเห็นนะครับ แล้วผมก็ดูแล้วท่านประธาน กรรมาธิการก็ดีตลอดจนคณะกรรมาธิการ ท่านรู้สึกว่าท่านสนใจแล้วก็รับฟังมาก ผมเลย คิดว่าในการตั้งงบประมาณในป้ต่อ ๆ ไปนั้น คงจะได้นําเอาสิ่งที่เราพูดกันทั้งหลายนี้ ไปพิจารณาในด้านต่าง ๆ เมื่อสักครู่คุณหมอสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ท่านได้พูดไว้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีภูมิใจที่กลับมาแล้วบอกว่าประสบผลสําเร็จในการที่กู้เงินจากญี่ปุ์น หรือญี่ปุ์นให้กู้เงิน ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน ผมเองก็ภูมิใจแทนท่านเหมือนกัน แต่ผมไม่ภูมิใจ เท่าว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปคุยกับญี่ปุ์น แล้วเอาสินค้าต่าง ๆ ของประเทศไทยที่มีปัญหาราคาตกต่ําในขณะนี้ ไม่ว่ายางพารา น้ําตาล ข้าว อื่น ๆ ที่กําลังตกต่ํา เอาไปแลกเปลี่ยนครับ เอาไปแลกเปลี่ยนกับเงินกู้ก้อนนี้มา ถ้าอย่างนี้สิครับ คนทั้งประเทศภูมิใจแน่ และนั่นคือหนทางที่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นี่คือ สิ่งที่ผมอยากเห็น ผมอยากเห็นครับ ที่พี่น้องก็อยากเห็นทั่วทั้งประเทศว่า อยากเห็นรัฐบาลนี้ ครับแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ลุล่วงไปได้ เพราะจริง ๆ แล้วที่ผ่านมา บอกท่านตรง ๆ เลยว่า เขาไม่ค่อยมั่นใจ ไม่มั่นใจครับ เพราะว่าท่านนั้นมีความคิดเห็น มีความสามารถ มีความรู้ เก่งครับ แต่ปฏิบัติไม่ค่อยได้ จึงกลัวไปว่านี่บริหารไปแล้วหนี้เยอะแยะ เพิ่มขึ้นมาเยอะแยะ แล้วท่านก็จากไป ปล่อยให้คนหลังเขามาแก้ไข นี่ครับ ตรงนี้เขาเปึนห่วง เขาเปึนห่วงมาก ท่านประธานครับ ในสิ่งที่เขาพูด ๆ กันมานี้ผมก็เห็นด้วย ผมก็เห็นด้วยว่า ไม่ตรงเปัาตรงจุด เงินก้อนนี้ อย่างเปึนต้นว่า นักวิชาการนี่เขาพูดกันทั่วไปบอกว่า ถ้าจะให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้นต้องเร่งการส่งออก เปึนหลักเลยครับ หลักการส่งออกนี่ต้อง พัฒนาให้เต็มที่ การท่องเที่ยวเปึนรายได้นําเข้า แต่มาดู ๆ อย่างที่เขาพูดกันเปึนเรื่องจริง ครับ แต่ผมไม่เชื่อนะ ผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลนี้อย่างหนึ่งแล้วก็คนที่ปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง พรรคร่วม นี่ผมไม่เชื่อนะครับ ผมไม่เชื่อว่าเปึนเช่นนั้น แต่ว่าถ้ามาดูการปฏิบัติที่ได้เงินมานี่มันก็ชัก อย่างไร ๆ ชอบกลอยู่ อย่างกระทรวงพาณิชย์นี่ต้องนําการส่งออกครับ แต่ปรากฏว่า กรมส่งเสริมการส่งออกนี่ไม่ได้เงินครับ เอาไปที่ไหนครับ เอาไปให้กรมการค้าภายใน ท่านประธานครับ ความจริงแล้วกรมการค้าภายในเขามีงบอยู่แล้ว แล้วเขาไปตั้งทําอะไร ครับ เอาไปตั้งทําอะไรครับท่านประธาน เอาไปทําในสิ่งที่ไปแข่งขันกับพี่น้องประชาชน นั่นก็คือว่าไปมีตลาดธงฟัาครับ ความจริงคนยากคนจนเขาค้าขายทุกวัน ๆ นี้อยู่แล้ว หาเช้า กินค่ํา แถวบางลําพู ท่านไปเห็นไหม แม่ค้าเต็มไปหมด แต่ท่านเอาธงฟัาไปตั้งปัูบ ขายไม่ได้เลย แล้วจะไปแข่งกับเขาทําไม ไปทําเพื่ออะไรครับ ทําเพื่ออะไรครับ แล้วคนที่ ไปซื้อนะครับท่านประธานครับขอโทษทีเถอะ คนที่ซื้อส่วนมากเปึนคนมีเงิน มีรายได้ คนจน ๆ ไม่ซื้อ ซื้อก็นิดหน่อย ก็ให้เขาไปซื้อพวกที่แม่ค้าพ่อค้าทั้งหลายทั้งปวงไม่ดีกว่าหรือ อย่างนี้มันถูกไหม แล้วเขาพูดกันนี่เปึนเรื่องจริงครับ เรื่องจริงที่ว่าภาพพจน์ของประเทศ ขณะนี้ดีหรือยัง จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศ ตราบใดที่ท่านยังไม่แก้ไข ปัญหา หรืออธิบายให้ชาวโลกเขารู้ว่าจะทําอย่างไรกับคนที่ป่ดสนามบิน ทําอย่างไร แล้วใครจะมาเที่ยว อย่างนี้เปึนต้น แล้วเอาเงินงบประมาณนี่ก็เรื่องจริงครับ ถ้าท่านรับฟังอยู่ ก็เปึนเรื่องจริง ถ้าท่านนึกเอาความเปึนจริงก็เปึนเรื่องจริง นั่นก็คือว่าเอางบประมาณ ไปให้กับภาพลักษณ์ของคนเปึนรัฐมนตรีที่เกิดความเสียหายขึ้น ให้เขาไปอย่างนี้ แล้วมัน จะไปสร้างความมั่นใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศได้อย่างไรครับท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการครับ นี่เปึนความจริงนะครับ ท่านต้องนึกถึงความจริง อะไรคือความจริง อะไรคือไม่จริง ผมชอบพูดเรื่องจริง ๆ อย่างนี้เปึนต้น แล้วอย่างนี้จะสร้างความเชื่อมั่น ให้คนต่างประเทศเขามาเที่ยวได้อย่างไร งบประมาณก้อนนี้ครับท่านประธานครับ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จริง ๆ แล้วเปึนเรื่องที่ดีนะครับ ถ้าเศรษฐกิจตกต่ํานี่ต้องกู้ครับ ต้องกู้ กู้อย่างเดียว ถ้าไม่มีให้กู้ทั้งในและต่างประเทศต้องกู้ครับ ผมเห็นด้วย ผมเห็นด้วย แต่ต้องเอามาใช้ให้ ถูกทาง ถ้าไม่ใช้ให้ถูกทางก็จะเพิ่มปัญหาเปึนภาระแก่ประเทศ สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น อีกอย่างนี้เปึนต้น อย่างประเทศสหรัฐอเมริกามีปัญหาปุ็บ โอ้โฮ ทุ่มเท่าไรไม่พอ จอร์จ บุช (George Hervert Waler Bush : ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา) ทุ่มไปก้อนหนึ่งแล้ว บารัค โอบามา (Baruk Hussein Obama : ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน) ก็มา ทุ่มอีก ทุ่มเพิ่มเข้าไปอีก อย่างนี้เขาก็ต้องใช้ ผมก็เห็นด้วยแต่ต้องให้ถูกทาง แต่ทําแล้ว ไม่ถูกทางนี่ความเสียหายมันมากกว่าเดิมนะครับท่านประธานครับ ผมเองอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ในการท่องเที่ยวนี้ใช้ทุนน้อย ความจริงก็มีอยู่แล้ว ทั่วทั้งประเทศไทยเรานี่ แต่ว่าภาพลักษณ์ของเรานั้นมันไม่ดีพอ เราก็ต้องแก้ไข แก้ไขให้ ถูกทาง ผมไม่ได้เชียร์พรรคฝ์ายไหนนะครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนด้วยข้อเท็จจริง อย่างเอาเงินมาให้กระทรวงการต่างประเทศนี่ทําไมไม่เอาเงินไปให้กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ภาพลักษณ์เขาดี รัฐมนตรีภาพลักษณ์ดี ใครก็เชื่อถืออย่างนี้เปึนต้น ก็ให้เขาใช้สิ และทําถูกทางด้วย อย่างนี้ไม่ทํา อย่างนี้ครับเขาถึงพูดกันทั่วไปหมดว่าใช้ไม่ตรงจุด ตรงเปัานะครับ แล้วก็งบอันหนึ่งที่สําคัญเยอะด้วย นี่ก็ใช้ไม่ตรงจุดตรงเปัา อย่างขณะนี้ นะครับ ผมคิดว่าท่านคณะกรรมการที่อยู่ทั้ง ๓ ท่านนี่ผมว่าท่านต้องรู้ อย่างคุณครู ทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ทั้งหลายในโรงเรียนเขาเดือดร้อนครับ เขาเดือดร้อนมากครับ เรื่องหนี้สินต่าง ๆ เรื่องรายได้ของเขาต่าง ๆ และทําไมไม่เอาไปตรงจุด เอาไปให้อะไรก็ไม่รู้ เยอะแยะ ซึ่งไม่ตรงจุดเลย เขาเดือดร้อนอย่างนี้ทําไมไม่ช่วย ที่เขาพูดกันว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท เอามาให้แจกโน่นแจกนี่ อย่างนั้นก็ดีครับไม่ว่ากัน ดี แต่ว่ามันไม่ตรงจุดตรงเปัา อย่างครู เขาเดือดร้อนในขณะนี้เอาไปสิครับให้เขาไป แล้วทันทีด้วย อย่างเอาไปใช้จ่ายในโรงเรียน อีกนานอีกกี่เดือนก็ไม่รู้ นี่ครับตรงนี้เปึนเรื่องจริงท่านต้องรับฟัง

ท่านประธานครับ ในเรื่องของการเกษตรก็เหมือนกันที่พูดกันเปึนปัญหา มากมายนี่ครับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี่ครับ ได้เงินน้อย จริง ๆ แล้วเงินน้อยเปึนเรื่องจริง แล้วก็น้อย ๆ อย่างนี้เอาไปทํามันไม่ได้ตามเปัาครับ แล้วไม่ได้อะไรเลย ให้ไปก็เสียเปล่า สู้ไม่ให้ไม่ดีกว่าหรือ นี่ครับมันเปึนอย่างนี้ครับ

ในเรื่องแรงงานก็ตาม ท่านประธานครับ ใส่ไว้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ก็ไม่ได้ บอกชัดเจนว่าจะมาให้ตรงไหน กรมไหน อะไร ตรงไหนอย่างไรเลย ไม่ได้บอกชัดเจนครับ ไม่มีรายละเอียดชัดเจนที่เขาพูดกันนั้นเปึนเรื่องจริงนะครับ ไม่ได้เอาไปเพื่อที่จะแก้ปัญหา การว่างงานด้วย ไม่ได้บอกไว้เลย แล้วถ้าอย่างนี้เกิดการว่างงานมากขึ้นจะทําอย่างไร นี่เปึนสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนครับ แล้วข้อเท็จจริงอีกอันหนึ่งผมก็จําเปึนต้องพูด เพราะผมพูดมาแล้วหลาย ๆ ครั้ง แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับการดูแล ก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการไว้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ผมก็คิดว่าพองบประมาณป้ ๒๕๕๓ ท่านก็ได้เปึนอีก เปึนอีกครับ ท่าน ผอ. (ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ) ก็ต้องเปึนอีก ท่านรัฐมนตรีก็เปึนอีก คืออย่างนี้ครับการท่องเที่ยวนี่ ประเทศเรานี่มันมีหลายแห่งที่น่าจะส่งเสริมแล้วเปึนรายได้ ที่เข้าโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวละครับ ต้นทุนก็ต่ําแต่รายได้เยอะ เส้นทางต่าง ๆ พูดถึงเส้นทาง ที่เขาพูดกันก็เปึนเรื่องจริง แต่ว่าผมก็ไม่มองนะครับ ผมไม่มองว่าเปึนพรรคร่วมรัฐบาล ผมไม่มอง ๑,๕๐๐ ล้านบาท เอามาปัดฝุ์น ตั้งไว้งบ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าอย่างนี้มองนะ ถ้าท่านมองนะถ้าท่านมองว่าเปึนเรื่องของไม่โปร่งใสนะ ท่านอย่าให้ดีกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท ก็ไม่ต้องให้ เพราะว่าพี่น้องประชาชนทั่วทั้งแผ่นดิน หมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ถ้าท่านเคยไปนะ ท่านรัฐมนตรีท่านไม่ทราบว่าในกรุงเทพฯ แต่ก็น้อยนะครับถ้าในต่างจังหวัดเขาเยอะ ที่เขา พูดกันเรื่องจริงครับ กินข้าวไปกินกับฝุ์นไป นอนก็กินกับฝุ์นไป อย่างนี้เปึนต้น ถนนลูกรัง ดินแดง ถ้ามองไม่โปร่งใส อย่าไปให้ครับ ตัดไปเลยให้ไปอย่างนี้ เพื่อประโยชน์อะไรครับ แล้วถ้ามองกันจริง ๆ ผมคิดนะ แต่ถ้าหากว่าไม่ตรงกับท่านก็ขออภัย ผมคิดเหมือนเลยว่าให้ อย่างนี้มองไม่โปร่งใส มีตั้ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้เขาแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท มันจะ ไปได้อย่างไรนะครับ

เรื่องท่องเที่ยววกมานิด ท่องเที่ยวผมพูดแล้วพูดอีก อย่างจังหวัดกระบี่ ของท่านพิเชษฐ์ ผมว่ามีที่ท่องเที่ยวเยอะ แล้วยังไม่ได้บูรณาการก็เยอะ ผมก็อยากเห็นเงิน นี่ไปให้ ต้องขออภัยที่ต้องพูดถึงท่านนะ เอาจังหวัดกาญจนบุรีของผมก็ได้ ยกตัวอย่าง อย่างเส้นทางจากเมียนมาร์ ประเทศพม่า มากรุงเทพฯ จากเมืองทวาย ๓๐๐ กิโลเมตร เดี๋ยวนี้จังหวัดกาญจนบุรีสร้างทางไปแล้วครับ ไปถึงด่านครับ ในอําเภอเมืองนี่ครับ ๖๐ กิโลเมตร แล้วก็จากพุน้ําร้อนไปถึงทวายอีกประมาณ ๑๗๐ กิโลเมตร จากกาญจนบุรี- กรุงเทพฯ ๑๓๐ กิโลเมตรครับ ๓๐๐ กิโลเมตรเท่านั้นเอง ๓๐๐ กิโลเมตรเท่านี้ครับ จะสร้างรายได้ ถ้าลงทุนนะครับ ลงทุนไปผมก็คิดว่าไม่เท่าไรละครับ แต่ถ้าจะสร้างรายได้ เปึนเม็ดเงินเข้าประเทศ โอ้โฮ มหาศาลครับ มหาศาลจริง ๆ เรือทุกลําจากยุโรป อินเดีย ผ่านมานี่ไม่ต้องไปอ้อมแหลมมลายูนะครับหรือว่าผ่านสิงคโปร์เข้ามาถึงท่าเรือ เข้าจอดที่เมืองทวายแล้วก็ส่งสินค้ามา นี่อย่างนี้ครับ มันจะก่อเกิดประโยชน์เส้นทาง ในทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ผมก็ต้องฝากท่านไว้ครับ ฝากท่านไว้ว่าถ้ามีการพิจารณา ในเรื่องนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ท่านได้ริเริ่มไว้แล้ว แล้วก็สร้างถนนลูกรังไปถึงที่แล้ว จากนั้นเพียงแต่ดําเนินการจากเมืองทวายเข้ามา เท่านั้นเองนี่ครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่กระผมคิดว่าก่อเกิดประโยชน์อย่างที่สุด ก่อเกิด ประโยชน์ที่สุดในทางเศรษฐกิจทั้งการท่องเที่ยวด้วย ใน ๒ เรื่องเลยครับ ๒ ทางเลย ท่านประธานครับ ผมก็มีเรื่องสั้น ๆ ที่กราบเรียนในมาตรา ๓ นี้ไว้แค่นี้ แล้วก็ถึงมาตราอื่น ก็จะกราบเรียนต่อไปขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสงวน พงษ์มณี ครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี จังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ผมคิดว่าจะต้องถือโอกาสนี้วิพากษ์วิจารณ์ กฎหมายฉบับนี้ ในเรื่องของวิธีคิดของรัฐบาลกับวิธีทํางานเปึนหลัก จริง ๆ แล้วถ้ารัฐบาล ตั้งหลักได้จะให้อภิปรายในวาระแรกสัก ๒–๓ วัน ผมคิดว่าการแปรญัตติจากพวกผม จะมีน้อยเพราะมาตรา ๓ เราตั้งใจแปรญัตติเพื่อที่จะมาพูดในหลักการทั่วไปของการ จัดทํางบประมาณฉบับนี้ ท่านครับ ผมคิดว่าผมไม่เชื่อรัฐบาลที่ออกแบบกฎหมายฉบับนี้ ว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่กรรมาธิการท่านเชื่อ ท่านก็ให้ผ่านมา เมื่อเราไม่เชื่อเราก็มา ชี้แจงว่าเราไม่เชื่อตรงไหน ผมเองเปึนฝ์ายรัฐบาลมาหลายป้ ตั้งแต่เปึน ส.ส. สมัยแรก ก็อดทนนั่งฟังท่านมา ๒-๓ ป้ ที่ท่านโจมตีกล่าวร้ายท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ต่าง ๆ นานา ผมก็คิดว่ารับได้ ฟังได้ แต่ต่อจากนี้ไปพวกท่านก็ต้องอดทนฟังผมที่จะพูดใส่ท่าน กรอกหูท่านตลอดเวลาว่าที่ท่านบอกว่าพวกผมนี่จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคนคนเดียว เพื่อคุณทักษิณ ท่านดูว่าถ้าท่านไม่แก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านจะบริหารประเทศชาติได้ไหม เมื่อสักครู่ ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านสมาชิกท่านพูด ท่านฐิติมา ฉายแสง ท่านได้พูดถึงรายละเอียด ของกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารหนี้สินสาธารณะ แต่ผมจะแวดล้อมปัญหารัฐธรรมนูญ อยู่เรื่องที่ ๑ นี่จะพูดสั้น ๆ ในเรื่องนี้ขอให้ท่านได้ฟังแล้วบอกว่า หลักการทั่วไปที่ผมไม่เห็นด้วย กับท่านเพราะอะไร และผมเสนอว่าท่านต้องกล้าหาญ อย่าไปเกรงใจรัฐมนตรีต่างประเทศ เลยครับ เสนอแก้รัฐธรรมนูญ อย่าเหนียมอายเลย ถ้าไม่แก้ไปไม่ได้แน่นอน ไปไม่ได้ อย่างไร เดี๋ยวจะฉายให้ดูช้า ๆ

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะพูดถึงก็คือว่า ประชานิยมกับประชาสงเคราะห์ต่างกัน มากครับ ในเศรษฐกิจขาลง ท่านทําประชานิยมอย่างซุปเปอร์ประชานิยมอย่างที่ทํานี้ ไม่ได้นะท่าน คุณทักษิณที่เขาทําสําเร็จมันเปึนเศรษฐกิจที่ลงจนลึกเกือบจะสุด ๆ แล้ว ประชานิยมในขณะนั้นมันเลยขึ้นไปในคําหวนที่ว่า เงินกําลังจะหมุน กําลังจะหมุนไป กําลังจะหมุนมา นั่นคือการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยระบบที่เรียกว่า ประชานิยมพื้นฐาน เพิ่มกําลังซื้อ เพิ่มโอกาสให้กับคนพื้นฐาน แต่ของท่านเปึนประชาสงเคราะห์ล้วน ๆ ให้เปล่า ให้ฟรี ต้องการเพียงแค่ให้นําเงินเข้าสู่ระบบ คําขวัญของท่านกลายเปึนว่า เงินกําลังจะหายไป กําลังจะหายไป และกําลังจะหายไป มันต่างกันมากท่านครับ เพราะฉะนั้นประชานิยมแบบซุปเปอร์ หรือประชาสงเคราะห์แบบซุปเปอร์ ท่านสังเกตให้ดี ท่านจะพลาดก็เพราะจุดนี้ และท่านพลาดเปึนจุด ๆ เหมือนจงใจที่จะขัดรัฐธรรมนูญ เหมือนจงใจขัดกฎหมาย ผมจะตั้งฉายาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ฉบับนี้ว่า ฉบับกุญแจผี ท่านฟังให้ดีนะครับ ในป้ พ.ศ. ๒๕๐๐ งบประมาณป้ ๒๕๔๗ ตั้งงบประมาณเกินดุลไว้ ๙๙,๙๐๐ ล้านบาท บังเอิญป้นั้นเก็บเงินได้เยอะ เก็บภาษีได้เยอะก็เลยไปตั้งในป้ ๒๕๔๗ ตั้งงบประมาณ เพิ่มเติมไว้ ๑๓๕,๕๐๐ ล้านบาท เขาตั้งขึ้นไปเพราะว่าเก็บภาษีได้เยอะ ท่านฟังให้ดี นะครับ การเก็บภาษีได้เยอะคือกุญแจที่จะไขเข้าไปสู่การจัดงบประมาณเพิ่มเติม ในป้ ๒๕๔๘ ตั้งเพิ่มไหม ตั้งเพิ่มเติมแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมหรือครับ เพราะมันมี ภาระใช้หนี้ เก็บภาษีได้เกินวงเงินที่คาดไว้เท่านี้ ก็ตั้งเท่านี้ การที่เราเก็บภาษีมีเงินเหลือถึง ตั้งงบประมาณเพิ่มเติมเงินไม่มีต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งได้ไหม ได้ แต่มีกุญแจอยู่ ตัวหนึ่ง ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ คือท่านต้องใช้หนี้เงินเก่าก่อน ที่ผมกําลังจะ บอกว่าท่านจงใจขัดรัฐธรรมนูญตรงไหนท่านครับ อภิปรายเสร็จ ไม่ใช่สักแต่อภิปราย นะครับ ผมอภิปรายวันนี้ผมต้องการใบเสร็จ ถ้าสมมุติว่าสิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้เปึนเรื่องจริง เจอกันวันอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวหน้า ไม่ใช่คราวนี้นะ ขอให้ท่านอยู่ถึงคราวหน้า แล้วกัน เพราะอะไรครับ เพราะคราวหน้ามันจะรู้เลยว่าเก็บไม่เข้าเปัาเท่าไร เมื่อเก็บไม่เข้าเปัา เท่าไร ท่านบอกว่าท่านเก็บภาษีแล้วไปใช้หนี้ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท มันเปึน ๐ เลย แสดงว่า กุญแจนี้เปึนกุญแจผี ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ รู้ดีผมพูดต่อจากท่าน เท่านั้นเอง เพราะอะไรครับ กุญแจผี หมายความว่าอย่างไร ถ้าคุณไม่มีภาษีเหลือ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว คุณตั้งงบประมาณเพิ่มเติมอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ได้จริง ๆ ถ้าไม่ได้ ปุ็บ เปึนกุญแจผี ผมจะยื่นถอดถอนแล้วก็บอก ป.ป.ช. (คณะกรรมการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ว่าคุณทุจริตในการบริหารราชการแผ่นดิน นี่คือ สิ่งที่ผมบอกครับ ผมย้ําตรงนี้ กุญแจผี ที่ผมจะบอกคือว่า ถ้าคุณเก็บเงินไม่ได้เกิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปอีก ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท คุณพูดเท็จต่อสภา และคุณใช้กุญแจผี ไขไปเผื่อไปยืมเงินมาอีก ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท เอามาใช้ไปเรื่อย ๆ ไปเปึนอะไรเปึน ประชาสงเคราะห์ อันนี้เปึนจุดที่ ๑ ที่ผมบอกคุณผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่าจงใจ ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญครับผม พูดเรื่องนี้จะย้อนไปนิดหนึ่ง อย่าไปเกรงใจรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศเลยครับ เพราะกลุ่มท่านไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญ ท่านต้องแก้ ต้องกล้าหาญ ไม่ใช่แก้เพื่อคุณทักษิณแน่นอน ---------------------------------------------------- แต่แก้เพื่อบริหารราชการแผ่นดินได้ มีอย่างที่ไหนครับ มีพหูสูต มีเทวดามาเขียน รัฐธรรมนูญว่า ต่อจากนี้ไปให้เขียนงบประมาณอย่างนี้ในหมวดว่าด้วยแนวทางนโยบาย แห่งรัฐ นี่ยังไม่ได้เอาส่วนนั้นมาจับนะครับท่าน เอาเฉพาะมาตราว่าด้วยวิธีการ งบประมาณล้วน ๆ จริง ๆ แล้วผมเห็นด้วยกับการกระตุ้นไหม เห็นด้วย ไม่ทําตรงนี้ได้ไหม ผมว่าได้ คนนั่งใกล้ ๆ ประธานคณะกรรมาธิการบอกได้เลย ได้นะครับ ก็ได้แบบไม่ต้องตั้ง วงเงิน แต่ไม่เก็บนะครับ ไม่ตั้งวงเงินแต่ไม่เก็บอย่างไรครับ เหมือนกับอย่างไร ๑๔๗ เหรียญต่อบาร์เรล ๔๐ กว่าบาทต่อลิตร ตกใจมาก ไม่ยอมเก็บภาษี คืนเงิน เข้ากระเปิาเขา หายไปเท่าไรท่านก็รู้ ไม่ได้ตั้งเงินเลยนะครับ ไม่เก็บ แต่นี่ท่านไปบอกว่า กลัวเงินไม่เข้าเปัาไปเก็บอีก นั่นคือดึงเงินออกมาจากกระเปิา นั่นไม่ใช่ประชานิยม แล้วครับ มันเปึนประชาสงเคราะห์ชัด ๆ เศรษฐกิจขาลงกับเศรษฐกิจลงถึงสุดแล้วขึ้นมานี่ สูตรมันไม่เหมือนกับ ผมบอกท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าช่วยกราบเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีด้วย วันนี้ท่านต้องบริหารความขัดแย้งให้ดี ศาสตร์ของการบริหารวันนี้ คือการบริหารความขัดแย้ง ไม่อย่างนั้นจะเดินไม่ออก จุดแรกห่วงโซ่จัดการคืออะไรครับ แก้รัฐธรรมนูญ ไม่อย่างนั้นท่านจะผิดอย่างไร ผมยกตัวอย่างนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผูกเปึนปมไว้เลย ผูกทั้งกฎหมายลูกด้วย เอาละผมจะเล่าให้ฟัง วันนี้ถ้าหากว่าท่านจะได้ ยินผมพูดต่อไปนี้นะ คนอย่างผมพูดจริงทําจริง ถ้าเมื่อไรท่านปรับงบประมาณโดยอาศัย มาตรา ๑๙ แห่งวิธีการงบประมาณ ปรับลดงบประมาณที่ทําไว้แล้วยุ่งเหยิงหมด จนกระทั่งทุกเขตเดือดร้อนนะ ท่านเจอกับผมทุกดอก ผมดูดอกแรกก่อน ผมจะให้ท่านดูนะ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เอาใกล้ ๆ เมื่อกี้ต้องขอเอ่ยชื่อท่าน พาดพิงท่านนิดหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทางเสียหาย แต่บอกให้ท่านต้องแก้ตัว ท่านสุวโรช พะลัง พูดเมื่อสักครู่ ท่านบอกว่าได้เอาอันนั้นอันนี้มาให้ประธาน และมีคนขออีก ดีมาก ของดี สบู่ ท่านไปดูประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา ๘๙ ผิด แล้วคนที่ขอจาก ท่านผิดมาตรา ๙๐ ถูกลงโทษตามมาตรา ๑๓๑ และมาตรา ๑๓๒ ใครโดน เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรโดนเลยเพราะท่านรับผิดชอบในแง่ของทางปกครองของสภาแห่งนี้ นี่เปึนกฎหมายที่ผูกเรา มีคนย้ายตํารวจเราไม่เห็นด้วย เราโวยวาย เราบอกในฐานะ ส.ส. ดีไหม ดี ควรทําไหม ไม่ควรทํา เพราะขัดมาตรา ๒๖๖ ท่านเห็นไหมครับ ปัืนป์วน ไปหมดเลยครับ เพราะว่ากฎหมายเปึนอย่างนี้ เดินทางไปต่างประเทศคนเห็นใจเราจะให้กู้ สัมภาษณ์ว่าจะได้กู้ญี่ปุ์นแล้วผิดมาตรา ๑๙๐ อีก ท่านเห็นไหมครับ มันพันไปหมดเลย มาตรา ๑๙๐ นี่มันม้วนไปหมดเลย ผมพูดเรื่องนี้ทําไมครับ เพราะว่าถ้าท่านไม่แก้ รัฐธรรมนูญ การทํากฎหมายฉบับนี้ของท่านน่ะผิดกฎหมาย ท่านครับ ท่านต้องเริ่มจาก ความเปึนจริงไปสู่การแก้ปัญหา อย่าเริ่มจากความปรารถนาที่เปึนอุดมคติของท่าน ไปแทนที่ความเปึนจริงทางสังคม ท่านทําไม่ได้แน่นอน

เรื่องต่อไป ท่านครับ ผมแปรญัตติไว้หลายมาตรา อาจจะพูดทุกมาตราก็ได้ เรื่องต่อไป ท่านจัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วเอาเงินไปใส่ในกระทรวงทางสังคม ท่านต้อง ตอบสังคม และผม และสภาว่า เครื่องมือของกระทรวงทางสังคมมันวิเศษวิโสขนาดไหน และผมแปรญัตติตัดงบประมาณของกระทรวงเศรษฐกิจว่าตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไร เพราะผมถือว่ามันไม่กระตุ้น ให้ไปนิดเดียว รองบใหญ่ ดีกว่า เพราะอะไรครับท่านครับ ท่านฟังแล้วภารกิจตอนนี้ของท่านไม่ใช่เปึนเรื่องของ กฎหมายเพิ่มเติมฉบับนี้ ท่านสามารถปรับโอนงบประมาณไปตามนโยบายของท่านได้ ตามมาตรา ๑๙ ของวิธีการงบประมาณ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีอํานาจ และ ผอ. สํานัก งบประมาณมีอํานาจ ท่านใช้ตรงนี้สิครับ และท่านไม่ต้องผิดกฎหมาย และท่านยังต้องมี ภาระทํากฎหมายป้ ๒๕๕๓ อีก ทําไมผมพูด ๓ เรื่องนี้ เหตุผลก็เพราะว่าผมกําลังมอง ต่างมุมกับท่านว่า กระบวนการคิดเรื่องการแก้ปัญหาเรามองต่างกันแล้วละ ท่านอาจจะ รับฟังผม ท่านคงไม่เชื่อผม เพราะผมไม่มีดีกรีทางเศรษฐศาสตร์ ทางความรู้เรื่องการเงิน การคลังเลย แต่ผมมองเห็นปัญหา เพราะอะไรครับ เพราะสิ่งที่ผมพูดผมสัมผัสจาก ความเปึนจริงในชนบท วันนี้ปัญหาไม่ใช่ขาดเม็ดเงิน แต่ผมมองเห็นปัญหา เพราะอะไรครับ เพราะสิ่งที่ผมพูดผมสัมผัสจากความเปึนจริง ในชนบท วันนี้ปัญหาไม่ใช่ขาดเม็ดเงิน ไม่มีธนาคารไหนที่ตัดวงเงินชาวบ้านเหมือนป้ ที่กําลังเดือดร้อนคราวก่อน ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ท่านพูดเรื่องนี้ ผมเห็นภาพเลยยังไม่มีการจํากัดวงเงิน เม็ดเงินในตลาดยังมี แต่ความเชื่อมั่นมันไม่มี คนยังไม่ใช้เงินเท่านั้นเอง การกระตุ้นเศรษฐกิจคือกระตุ้นให้เกิดความเชื่อมั่น กระตุ้น ให้เกิดรายได้ ๒ อย่างนี้เท่านั้น ผมพูดเรื่องนี้ทําไม ผมกําลังจะบอกท่านว่าผมสงสัยท่าน จะผิดกฎหมายอีกข้อหนึ่ง คนเดือดร้อนเราเอาของไปแจกได้นะท่าน คนเดือดร้อน ออกกฎหมายเอาเงินให้เขาได้ คนไม่เดือดร้อนประสงค์จะเอาเงินเข้าระบบ เอาเงินไปแจก เขาใช้ ซื้อเสียงชัด ๆ ไม่ใช่นโยบายอย่างไรเลย ซื้อเสียง ถ้าทําอย่างนี้ได้ ผมเปึนรัฐบาล ป้สุดท้ายผมแจกหัวละ ๕๐๐ บาทเลย ๒๐ ล้านหัว ออกเปึนกฎหมายเพิ่มเติม ซื้อเสียง อย่างนี้ไม่ได้ ผมกําลังตามดู เจอกันวันอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งหน้าโน้น เพราะว่าอะไร ครับ คุณทักษิณเอาเงินหวยใต้ดินขึ้นมา เงินไม่เคยได้ ตอนหลัง คตส. (คณะกรรมการ ตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ) บอกว่าผิดกฎหมาย ติดคุกทั้งหมด จะเอาติดคุกทั้งหมด คุณออกกฎหมายฉบับนี้ ถ้าตอนหลังผิดกฎหมายนะติดคุกหมด ผมพูดเรื่องนี้พูดเพื่ออยากจะใช้เวทีนี้รักษาความเปึนสภา รักษาการเปึนการเมือง การเปึน นักการเมือง ให้นักการเมืองให้เวทีสภามันเปึนเวทีซึ่งเราใช้แก้ปัญหาบ้านเมือง อดทนฟัง ผมหน่อยหนึ่งท่านครับ ผมก็ดูเห็นหนังสือพิมพ์เขาเขียนว่า ตอนแรกผมไม่เชื่อนะ ว่าพวกผม เปึนฝ์ายรัฐบาลมาจนชิน เปึนฝ์ายค้านไม่เปึน วันนี้ก็น่าจะจริง พวกท่านเปึนฝ์ายค้าน มาจนชิน เปึนฝ์ายรัฐบาลไม่เปึน ผมก็เห็นเปึนเรื่องจริง เพราะอะไรครับ บางทีมันลืมตัว ผมว่านี่คืออะไร คือเราไปสนใจแต่สิ่งที่เปึนภาพ แต่เราไม่สนใจสิ่งที่เปึนสาระ และเรา ไม่เข้าใจว่าห่วงโซ่ใจกลางของแผ่นดินนี้อยู่ตรงไหน เราเหมือนไก่หรือหมูที่อยู่ในรถ ไปเตรียมเชือดและกัดกันเอง ใครเขียนกรอบให้เรา คนพวกนี้มันบริหารแผ่นดินที่ไหน เราชั่วช้าหรือเปล่า แผ่นดินนี้เปึนของเราหรือของเขา วันนี้คนที่จะมาเปึนเจ้าในการ แก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ถ้าเปึนคนที่รับใช้เผด็จการ รับใช้เขาก็ได้ ผมไม่รับ เราจะต้อง ต่อสู้เพื่อลูกหลานไม่ใช่เพื่อเราวันนี้ คุณเปึนรัฐบาลหรือพรรคผมเปึนรัฐบาล ผมก็เปึน ส.ส. เหมือนเดิม คนอย่างผมมันเปึนต้นมะพร้าวไม่มีวันออกลูกเปึนลําไย ผมไม่เปึนรัฐมนตรี แน่นอน มันทางใครทางมันท่านครับ แต่ผมนี่ผมกําหนดตัวเองเปึนนักคิด ผมคิดอย่างไร ผมพูดหมด ไม่สนใจว่าใครเกลียดใครรัก วันนี้ผมบอกท่านว่าท่านต้องแก้รัฐธรรมนูญ อย่างเดียว แก้เพื่อให้การบริหารบ้านเมืองไปได้ ท่านเปึนรัฐมนตรี เปึนนายกรัฐมนตรี ไปต่างประเทศเขาเห็นว่าเราเดือดร้อน อธิบาย พูดเก่ง เขาเข้าใจปุ็บ เขาจะยื่นมือ ช่วยเหลือ รับปุ็บหยุดทันทีเลย เพราะคุณต้องมาขอกรอบจากสภาก่อน ท่านไตรรงค์ท่าน รู้ดีข้อนี้ไม่มาขอกรอบสภา ได้กรอบสภาแล้วไปเจรจาใหม่ปุ็บจะกู้เขา เขาหัวเราะ เพราะอะไรคุณขอกู้ให้กู้ไปไม่รู้ว่าสภาจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติไม่รู้จะยอมรับว่าให้มันเกิด สัตยาบันต้องมาขอสภาอีก ท่านครับ ผมพูดเรื่องนี้ทําไม เพราะผมกําลังจะบอกพวกท่าน ว่าป้ ๒๕๔๐ เขียนขึ้นมารังเกียจนักการเมืองไหม รังเกียจ หลายอันมีปัญหาไหม มีปัญหา แต่ว่าเขียนให้รัฐบาลมีอํานาจ คุณทักษิณแก้ปัญหาบ้านเมืองได้ไม่ใช่เขาเก่งอย่างเดียว เพราะรัฐบาลมีอํานาจด้วย วันนี้ต่อให้ร้อยอภิสิทธิ์แก้ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียน ไม่ให้รัฐบาลมีอํานาจ เห็นนักการเมืองเปึนป้ศาจ ถ้าอย่างนั้นคุณก็มาแก้กันเองสิ คนที่เขียนรัฐธรรมนูญนี่ มีอย่างที่ไหนเขียนแนวทางนโยบายแห่งรัฐไว้ล่วงหน้า แล้วถาม ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านกรณ์ท่านฟังผมหน่อยว่า ผมถามท่านนะท่านตอบผม ได้เลยว่า ท่านจะกระตุ้นเศรษฐกิจป้เดียวแล้วจะแก้ได้หรือ แก้ไม่ได้ ถ้าจะกระตุ้น ทุกป้แบบต่างประเทศเขาทําน่ะ ทําได้ไหม ตอบว่าไม่ได้ เพราะอะไร รัฐธรรมนูญมันล็อก ขาท่านไว้ จริงไม่จริงท่านอ่านดู นี่เปึนปัญหามูลฐานของแผ่นดิน เราต้องสามัคคีกันเพื่อแก้ปัญหา ประเทศชาติ ผมไม่เชื่อว่าเราจะกอดคอกันตายได้อย่างเดียว เรากอดคอกันสร้างแผ่นดิน ได้ด้วย ผมว่าผมใช้เวลาสภามาพอสมควร แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดให้ท่านฟังนี่นะ ผมไม่สบายใจมาก ๆ ท่านครับ ท่านฟังผมหน่อย ผมมองเห็นว่าเวลาท่านแบ่งกระทรวงนี่ ผมคิดของผมเองว่าท่านไว้ใจพรรคร่วม ท่านก็แบ่งกระทรวงให้ไปบริหาร แต่เวลามีเงินมา นี่ท่านกลับเอาเงินออกจากกระทรวงเศรษฐกิจไปอยู่กระทรวงทางสังคม เครื่องมือของ กระทรวงทางสังคมมันไม่มีเครื่องมือตัวไหนกระตุ้นเศรษฐกิจได้เลย เครื่องมือทางสังคมนี่ กระทรวงทางสังคมคือประชาสงเคราะห์ให้แล้วให้เลย เงินกําลังจะหายไป กําลังจะหายไป กําลังจะหายไป ถ้าจะให้เงินมันหมุนไป กําลังจะหมุนไป กําลังจะหมุนมา มันต้องไปที่ กระทรวงทางสังคม ถ้าท่านไม่ไว้ใจเขา ดึงกระทรวงทางสังคมมาอยู่กระทรวงท่าน มาอยู่รัฐบาลของท่านมาอยู่กับพรรคของท่าน แล้วท่านจะบริหารได้ กระทรวงทางสังคม กับกระทรวงทางวัฒนธรรมกับกระทรวงทางเศรษฐกิจนี่ มันมีอะไรที่แตกต่างกันอยู่ ถ้าอยู่คนละก๊อก คนละแห่งไม่ได้นะ พูดคนละทีสองทีก็พัง ผมฝากท่านประธาน คณะกรรมาธิการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งเปึนคนเดียวกัน ผมฝากท่าน อย่างนี้นะท่านฟังนิดหนึ่งอย่าโกรธผมแล้วกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านพูดได้ เฉพาะสิ่งที่เปึนอยู่เท่านั้น ไม่มีสิทธิพูดสิ่งที่ควรจะเปึน ถ้าท่านต้องการแก้ปัญหาประเทศ สิ่งไหนที่เปึนสิ่งที่ควรจะเปึน ท่านพูดได้เฉพาะวงวิชาการที่เขาอยากจะรู้ จะให้สัมภาษณ์ สาธารณะไม่ได้ ไปไม่รอด ผมเตือนท่านเพราะไม่อยากจะมาอภิปรายไม่ไว้วางใจท่าน หุ่นดี ผมอิจฉา ทีนี้ที่ผมจะพูดต่อจากนี้นี่ ผมอยากจะขอให้ท่านพิจารณาเรื่องสําคัญ ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ งบประมาณที่ลงไป ท่านมีหน้าที่กํากับดูแลราชการไม่ให้ไป ละเมิดสิทธิประชาชน มันมีลางส่อเหตุแล้ว ๒ เรื่อง ตัววิ่งในโทรทัศน์นะ รัฐมนตรีท่านหนึ่ง บอกว่า อสม. ต้องรายงานตัววันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๑๗ นั่นหมายความว่าถ้าเขาจะได้สิทธิเขา ต้องไปทําหน้าที่รายงานตัวใช่ไหมครับ หลังจากนั้นก็มีตัววิ่งว่า ตั้งแต่วันที่ ๒๖ เปึนต้นไป ใครอายุเกิน ๖๐ ป้ ต้องไปขึ้นทะเบียน เขาอายุ ๖๐ ป้ ต้องมีหน้าที่ไปขึ้นทะเบียนใช่ไหม ครับ แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะเปึนคนทําให้เขาเสียสิทธิโดยระเบียบต่าง ๆ นั่นผมว่าวันนี้ผมพูดแล้วนะ ถ้าผมไม่พูดประเด็นนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้ แต่ผม พูดแล้วนะท่านนะ พูดผ่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการช่วยเรียนรัฐมนตรีทั้งหลาย ด้วยว่า ท่านจะต้องกํากับดูแลเจ้าหน้าที่ประจําให้ทําหน้าที่ไม่ละเมิดสิทธิผู้มีสิทธิตามที่ ท่านเขียน ถ้าเขาละเมิดสิทธิท่านบกพร่องในการกํากับดูแล จะไปโทษว่าไม่ใช่ผมทํา ข้าราชการทํา ไม่ได้ นี่เปึนหลักการไม่อย่างนั้นประเด็นนี้ยื่นถอดถอนท่านได้เลย นี่คือ ผมพูดทุกอย่างที่ผมพูดนี่ผมจะโยงไปที่รัฐธรรมนูญและกระบวนการทํางานของผม วันนี้ ถ้าท่านใช้มาตรา ๑๙ ของวิธีการงบประมาณ ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ ครับ ถ้าใช้มาตรา ๑๙ ของวิธีการงบประมาณ คือเอาอํานาจของนายกรัฐมนตรีกับอํานาจของ ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ย้ายงบทุกอย่างที่เปึนอยู่ออกจากเขตของ ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลกับฝ์ายค้านเอาไปรวมที่ไหนสักแห่งก็ได้นะครับ ผมไม่โทษเจ้ากระทรวงนะ เพราะเขาไม่มีอํานาจ เขาอาศัยอํานาจนายกรัฐมนตรีครับผม ท่านมองเห็นไหมครับ อย่านะครับ ทางหลวงชนบทอย่าไปย้ายอะไรนะ ถ้าย้ายเจอกันทุกดอก บอกแล้วครับ ขอบคุณครับผม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมเปึน ส.ส. ไปอยู่พรรคการเมืองอยู่มา ๒ ป้ ถูกยุบไป ๒ พรรค แล้วไม่รู้ว่าพรรคที่กําลังอยู่เดี๋ยวนี้จะถูกยุบอีกเมื่อไร สําหรับพรรคเพื่อไทยนี่ครับ ต้องรีบ เข้ามาอยู่นะครับ ผมเปึน ส.ส. สัดส่วนแทนท่านอดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช มารายงานตัวที่สภานี่ครับท่านประธานครับ ได้ ๕ ชั่วโมง พรรคพลังประชาชนถูก ศาลรัฐธรรมนูญระบอบเผด็จการทหารมีคําสั่งให้ยุบพรรค กระผมมีความจําเปึนครับ ต้องหาพรรคอยู่ใหม่ ก็ได้มาอยู่พรรคเพื่อไทยที่สมาชิกพรรคพลังประชาชนของพวกเรา นี่แหละ ที่เขารู้ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบอบเผด็จการทหารล่วงหน้า เขาก็เลย ไปตั้งพรรคเพื่อไทยไว้ แล้วก็เปึนจริงดังคาดครับ ก็เลยต้องพากันยกขบวนไปอยู่ที่ พรรคเพื่อไทยนี่แหละ ที่ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ เพราะว่ากระผมนั้นเปึน นักกฎหมาย เปึนผู้พิพากษา มีอาชีพในการอ่านกฎหมายและตีความกฎหมายมานาน ๔๑ ป้ อยู่ศาลฎีกา ๘ ป้ เปึนอธิบดีศาลก็อีก ๔ ป้ เปึนครูบาอาจารย์สอนผู้พิพากษา ในทางการเมือง กระผมก็ได้รับแต่งตั้งให้เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ผลกระทบการใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ของวุฒิสภา เข้าไปศึกษาอยู่ ๒ ป้ครับท่านประธาน จนอ่านทะลุปรุโปร่งหมด แล้วก็ได้ทํารายงานไว้ เปึนเล่ม เล่มหนาสักนิ้วเศษ ก็ตั้งใจว่าจะได้มีการเสนอแก้ไขสิ่งที่มันบกพร่อง ที่มันไม่ดี เช่น ศาลครับ สถาบันศาลควรมีสถาบันเดียว คือศาลยุติธรรม นี่รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ไปบัญญัติแยกศาลออกเปึน ๓ ศาลเหมือนกับพญานาคมี ๓ หัว ทีนี้ก็ตัดสินไม่เหมือนกัน สิครับ ช่างมันครับตรงนั้นเอาไว้ก่อน เพราะว่าถูกคณะนายทหารที่เปึนคณะปฏิวัติ หรือคณะปฏิรูป เขาบอกว่าเขาฉีกทิ้งไปแล้ว ยกเลิกไปแล้ว ที่ผมจําเปึนต้องลุกขึ้นมา อภิปรายในวันนี้ ก็เพราะว่ากระผมเปึนนักกฎหมายอย่างที่กราบเรียนแล้ว ได้ศึกษา รัฐธรรมนูญแล้ว แล้วก็ได้ดูร่างพระราชบัญญัติเพิ่มเติมงบประมาณที่คณะรัฐมนตรี ได้เสนอต่อสภานี้ ผมก็ไปทบทวนข้อกฎหมาย โดยเฉพาะข้อกฎหมายบอกว่า ร่างพระราชบัญญัตินั้นจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี เปึนข้อแรก แล้วก็ยังมีองค์กร อื่น ๆ อีก ซึ่งกระผมจะไม่กล่าวถึง ทีนี้ผมก็ตีความว่า คําว่า คณะรัฐมนตรี นี้เมื่ออยู่ใน บทบัญญัติของกฎหมายก็น่าจะหรือแปลว่าต้องเปึนคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และชอบด้วยกฎหมาย ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้ ชุดที่มี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนหัวหน้ารัฐบาล ยังไม่ได้แถลงนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภานี้ ในวันที่มีการนัดแถลงนโยบายกระผมคอยอยู่นะครับ คอยอยู่ห่าง ๆ ไม่ได้เข้ามาใกล้นักละว่า เมื่อไรท่านประธานรัฐสภาจะกดออดเรียก ให้ผมเข้าร่วมประชุม เพื่อที่จะมาอภิปรายท้วงติงนโยบายของรัฐบาล เพื่อช่วยกันติและก่อ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนโดยรวม แต่ก็ไม่มีเสียงออดครับ มันเกินเวลาไปมาก ท่านประธานครับ กระผมก็ให้พรรคพวกเขาโทรศัพท์มาถามคนในรัฐสภานี้ แล้วก็เพื่อนน้อง ๆ ที่เขาเข้ามา อยู่ในรัฐสภา เขาบอกว่าวันนี้ไม่มีการประชุมที่นี่แล้ว เขาไม่ทราบไปประชุมกันที่ไหน กระผมก็กลับครับ กลับไปนั่งเตรียมรอเขียนเรื่องที่จะอภิปรายท้วงติงนโยบายของรัฐบาล ไปถึงพรรคเพื่อไทยเป่ดโทรทัศน์ดูครับท่านประธาน เห็นโทรทัศน์ช่อง เอ็นบีที (NBT : National Broadcast Television) ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กําลังยืนอ่าน นโยบายของรัฐบาลให้ท่านประธานรัฐสภากับรองประธานรัฐสภาฟัง ผมก็สงสัยว่านี่ เขาไปประชุมกันที่ไหน ก็ได้ความว่าห้องประชุมนั้นเปึนห้องประชุมของกระทรวง การต่างประเทศ มิใช่รัฐสภา การแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีก็ดูลุกลี้ลุกลน ท่านประธานครับ อ่านรีบ ๆ อ่าน เพื่อจะให้เสร็จไม่ทราบว่ากลัวอะไร เท่านั้นไม่พอนะครับ ผมหยิบนโยบายขึ้นมานั่งอ่านด้วย อ้าว นี่เล่นอ่านข้ามไปนะครับ ข้ามไปเปึนช่วง ๆ เพื่อ ต้องการจะให้เสร็จเร็ว ท่านประธานครับ ตรงนั้นช่างเถอะ แต่ผมไม่เข้าใจว่าบรรดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีนักกฎหมายเก่ง ๆ หลายคน แล้วก็ รวมทั้งวุฒิสภาที่มีประธานวุฒิสภาก็เปึนผู้พิพากษารุ่นน้องของกระผม แล้วก็บรรดา สมาชิกวุฒิสภาอีกหลายคนก็เปึนนักกฎหมาย ไม่ทราบว่าท่านมีวิธีตีความคําว่า รัฐสภา ว่าอย่างไร จึงชักชวนกันพากันไปแอบไปแถลงนโยบายที่ห้องประชุมของกระทรวง การต่างประเทศ ที่มีนายกษิต ภิรมย์ ผู้ที่มีคดีติดตัวมากมายเปึนแกนนําในระดับสูงของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งชื่อนี้ชื่อปลอมนะครับ ถ้าชื่อจริงจะไม่มาทําลาย ระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย นั่นข้อหาเปึนกบฏนะครับ เท่านั้นยังไม่พอ ท่านประธานครับ ประกาศยกฐานะของตัวเปึนโจรก่อการร้ายระดับสากลไปยึดสนามบิน สุวรรณภูมิ (ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ) อีก อย่างนี้เราจะเรียกว่าห้องประชุม ของกระทรวงการต่างประเทศว่าอะไร เปึนที่ซ่องสุมชุมนุมของใครที่พากันไปกระทําตาม คําชักชวนของผู้กระทําความผิดฐานเปึนกบฏและผู้กระทําความผิดฐานก่อการร้ายสากล ผมไม่อยากจะใช้คําว่า

(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาจารย์มานิตย์มีผู้ประท้วงครับ เชิญคุณหมออสิครับ

นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ความจริงผมก็เคารพท่านนะครับ แต่อยากให้พูด ให้ตรงประเด็นเท่านั้นเองครับ คือเนื่องจากเปึนงบประมาณผ่านเข้าวาระสอง เพราะฉะนั้นเรื่องที่ท่านพูดทั้งหมดนั้นไม่ตรงประเด็น คือท่านอาจจะเพิ่งเข้ามาใหม่ ผมคิดว่าการพูดในสภาสิ่งที่สําคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือพูดให้ตรงประเด็นครับ ผมก็เห็นใจ ท่านครับ เพราะว่าท่านก็เพิ่งเข้ามานะครับ แต่อยากให้ประธานช่วยให้ท่านผู้กําลัง อภิปรายรวบรัดแล้วก็ตรงประเด็นด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะวินิจฉัยครับ ตามข้อ ๖๑ ได้บอกไว้นะครับ ก็ขอให้ท่านอภิปรายไม่เยิ่นเย้อ และ เข้าประเด็น วาระนี้เปึนการอภิปรายเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณ ก็ขอท่านอาจารย์ มานิตย์นะครับ ด้วยความเกรงใจครับ ขอให้เข้าประเด็นครับ ที่ท่านเห็นว่าท่านไม่เห็นด้วย กับการที่รัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบาย ก็ขอให้สรุปเลยนะครับ แล้วก็ไม่เห็นด้วยอย่างไร จะตัดเท่าไรนะครับ ขอเชิญท่านอาจารย์เข้าประเด็นเลยครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ครับ ผมนี่เปึนผู้พิพากษา ๔๑ ป้นะครับ รู้ว่าอะไรเปึนประเด็น อะไรเกี่ยวกับประเด็น และไม่เกี่ยวกับประเด็น อะไรเปึนประเด็นข้อพิพาท อะไรเปึนประเด็นแห่งคดี เดี๋ยวจะถึง ประเด็นแห่งคดีครับ ถ้าผมไม่นํามาก่อนถึงประเด็นข้อพิพาทมาก่อน แล้วจะไปถึงประเด็น แห่งคดีได้อย่างไร ทนฟังอีกสักนิดเถอะครับ มันไม่กินเวลานานเกินไปละครับ ผมกราบเรียนนะครับว่าการไปประชุมอย่างนั้นเพื่อที่จะชี้ว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นยังเปึนรัฐบาลที่ไม่มี คุณสมบัติที่จะบริหารราชการแผ่นดินได้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีอํานาจเสนอ พระราชบัญญัติใด ๆ ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเงิน งบประมาณที่จะมากู้เงินเอามาใช้กันอีลุ่ยฉุยแฉก แล้วในที่สุดรัฐบาลอื่นก็ต้องเข้ามาทํา ใช้หนี้ เห็นหรือยังครับว่ามันเข้าประเด็นไหม เมื่อท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ได้แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาแต่ไปแถลงที่อื่น จึงไม่มีอํานาจที่จะเสนอพระราชบัญญัติการเงินต่อสภานี้ครับ ท่านประธานครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาจารย์ครับมีประท้วงแล้วครับ นายแพทย์วรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้กําลังอภิปราย ซึ่งจริง ๆ แล้วท่านก็เปึน ผู้ใหญ่นะครับ เปึนถึงอดีตอธิบดีทางศาล โดยปกติแล้วเราก็เคารพนับถือ แต่บางสิ่ง บางอย่างที่ท่านพูดเหมือนกับท่านไม่มีความรู้ครับ อยู่ ๆ ท่านมากล่าวหาพวกเราในฐานะ ที่เราเปึน ส.ส. รัฐบาล มากล่าวหาว่าวันนี้รัฐบาลไม่มีความชอบธรรมในการออกกฎหมาย ผมเชื่อว่าพวกเราพวกผมเปึน ส.ส. ฝัืงรัฐบาล

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ไม่ได้ประท้วงนะครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอแต่ละท่านอย่าเพิ่งนะครับ ผมจะต้องฟัง แล้วเดี๋ยวผมจะวินิจฉัยครับ อย่าเพิ่งประท้วง ต่อครับ ต้องประท้วงทีละคนนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมเรียนว่าผมใช้สิทธิพาดพิงใน ฐานะที่ผมเปึน ส.ส. ซีกรัฐบาลที่เสียหาย ผมเชื่อว่ารัฐบาลที่ขณะนี้มีพรรคร่วมรัฐบาล ๖ พรรคนั้นมีความชอบธรรมครับ ผ่านกระบวนการทุกอย่างเปึนไปตามขั้นตอน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ผ่านการเลือกสรรจากสมาชิก

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณหมอวรงค์ประท้วงเรื่องอะไรนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมขอใช้สิทธิพาดพิงอยู่ ๒ ประเด็น ครับท่านประธาน คือ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าใช้สิทธิพาดพิง เดี๋ยวหลังจากที่อาจารย์มานิตย์อภิปรายจบเชิญใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เมื่อสักครู่ผมอนุญาต เพราะว่าหมอวรงค์ใช้สิทธิประท้วงนะครับ ประท้วงว่าใช้คําพูด ที่ฟุ์มเฟ๋อยหรือใช้คําพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ขอให้หมอวรงค์ประท้วงอย่างนี้นะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมใช้สิทธิประท้วง ในการกล่าวหาว่าพวกผม ซีกพวกผมเปึนรัฐบาลที่ไม่ชอบ ที่เขากล่าวหาอย่างนี้ ผมอยากให้ เขาถอนคําพูดนี้ด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ ผู้อภิปรายคือ ท่านอาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ นั้น ก็อภิปรายตาม ความรู้สึกนึกคิดของตัวท่านเอง คือท่านมีความเชื่อว่ารัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายจบ แต่ท่านก็อภิปรายสนับสนุนความคิดเห็นของท่าน แต่อย่างไรก็ตามผมจะต้องขอท่าน อาจารย์มานิตย์ครับ ขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ

(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณประเสริฐประท้วงอะไรต่อครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมประท้วงผู้ประท้วงเมื่อสักครู่ครับ คือ ท่าน ส.ส. คุณหมอวรงค์ ที่กล่าวหาว่าผู้อภิปรายไม่มีความรู้ครับ แล้วก็ถ้าจะพูดโยงไปแล้วว่า ถ้าคิดว่า การที่รัฐบาลมีศักดิ์และสิทธิในการที่จะเสนอพระราชบัญญัติเกี่ยวกับงบประมาณได้ กระผมก็เห็นด้วยกับความรู้ของกระผมนะครับว่ายังไม่สมบูรณ์ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณประเสริฐประท้วงคุณหมอวรงค์เรื่องอะไรนะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ประท้วงคุณหมอวรงค์ ที่กล่าวหาว่าอาจารย์มานิตย์ ไม่มีความรู้ แล้วก็กระแทกไปถึงว่าผู้ที่มองเห็นว่าการเปึน รัฐบาลครั้งนี้มันถูกต้องแล้ว คนที่มองเห็นว่ามันไม่ถูกต้องเปึนคนไม่มีความรู้ กระผมขอ กล่าวว่า ตามมาตรา ๑๗๖ แล้วท่านต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาครับ ไม่ใช่แถลง นโยบายต่อสมาชิกรัฐสภา และไม่มีข้อยกเว้นในมาตรา ๑๗๖ ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านถอนคําพูดที่กล่าวว่า ผู้อภิปรายไม่มีความรู้ แล้วก็ขอถอนด้วยว่า ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับท่านไม่มีความรู้ ไม่ได้คิดเองนะครับดูตาม รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๖ ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอวินิจฉัยนะครับ เมื่อสักครู่นายแพทย์วรงค์ก็พูดตามความรู้สึกของตัวเองว่า ผู้อภิปรายหรือท่านอาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ นั้นอาจจะไม่มีความรู้ เรื่องนี้ก็ต้องผิดตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ เพราะว่าพูดแล้วอาจจะทําให้ผู้อภิปรายท่านนั้น เสียหายก็ต้องขอความกรุณาคุณหมอวรงค์ถอนคําพูดนะครับ ว่าผู้อภิปรายไม่มีความรู้ ถอนสักนิดนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านมานิตย์ ผมไม่ทราบว่าท่านไม่รู้จริง ๆ หรือครับ ว่าวันนี้รัฐบาลชุดนี้ที่เข้ามาทําหน้าที่มาอย่าง ถูกต้องและชอบธรรม ท่านไม่รู้จริง ๆ หรือครับ หรือท่านมีความจงใจครับ การที่ท่าน ทําอย่างนี้ทําให้ผมมีความรู้สึกว่าท่านไม่มีความรู้หรือ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตอนนี้มีผู้ประท้วงขอให้ถอนคําพูดนะครับ แล้วผมวินิจฉัยไปแล้วคําพูดของคุณหมอวรงค์ ที่บอกว่า ผู้อภิปรายไม่มีความรู้นั้น ทําให้ผู้อภิปรายเสียหายนะครับ ต้องขอคุณหมอวรงค์ ถอนคําพูดนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก จริง ๆ แล้วมันเปึน คําถามที่ผมถามกลับครับ ท่านประธาน ถ้าท่านลองทบทวนเทปที่ผมได้พูดไปมันเปึน คําถามในการอภิปรายเชิงคําถามกลับว่าท่านไม่รู้จริง ๆ หรือ ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ มาบอกว่าท่าน ผู้นี้เปึนคนไม่มีความรู้ ไม่ใช่ครับ ท่านประธานลองฟังดี ๆ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ คุณหมอวรงค์ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีเจตนาที่จะเสียดสีผู้อภิปราย แต่อย่างไรคนที่ฟังอาจจะเข้าใจผิดได้นะครับ ก็ต้องขอความกรุณาคุณหมอถอนเถอะครับ เพื่อให้บรรยากาศการประชุมเดินต่อไปได้ แล้วเดี๋ยวผมก็จะขออาจารย์มานิตย์ขอให้สรุป รวบรัดด้วยนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมให้ ความร่วมมือกับท่านประธานครับ เพื่อบรรยากาศของการสมานฉันท์ ยินดีถอนคําพูดที่ว่า ท่านมานิตย์นั้นไม่มีความรู้ ยินดีครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์มานิตย์ครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ขอบคุณคุณหมอครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องความเชื่อของบุคคลเปึนเรื่องของส่วนตัวนะครับ เพราะฉะนั้นขออาจารย์มานิตย์ได้ กรุณารวบรัดด้วยครับ เพราะว่าเราอยู่ในวาระสองของพระราชบัญญัติงบประมาณ นะครับ เชิญอาจารย์มานิตย์ต่อครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ถ้าตั้งใจ ฟังให้ดี ๆ นะครับ แล้วจะรู้ว่าผมนี่เตือน อย่าได้ทําผิดกฎหมาย ทําผิดรัฐธรรมนูญอีกต่อไป วันข้างหน้ามันเกิดปัญหาอาจจะติดคุกได้ ฟังให้ดีเถอะครับ อย่าเพิ่งเถียงเลยครับ แล้วท่านจะได้ประโยชน์จากการฟังนะครับ ก็ผมบอกว่า คําว่า รัฐสภา นี่ใครไปตีความได้ ว่ามันหมายถึงห้องประชุมของกระทรวงการต่างประเทศ มันไม่ใช่ ผมก็ไม่ได้ไปเอาความรู้ มาจากไหนละครับ เป่ดพจนานุกรมดู รัฐสภา ก็แปลว่า สภาที่ประกอบด้วยสภา ผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ก็มีอยู่แห่งเดียวที่นี่ละครับ ก็นํามาบอกจะเชื่อไม่เชื่อ ตามใจ นะครับ เมื่อผมวินิจฉัยแล้ว ดูแล้ว คุยกับเพื่อนผู้พิพากษาทั้งรุ่นเดียวกัน ทั้งพี่ ทั้งน้องแล้ว บอก เออ ถ้าอย่างนั้นอาจารย์ควรจะต้องบอกให้สภาทราบ เพื่อเราจะได้ไม่ต้องทําผิด กฎหมายและผิดรัฐธรรมนูญกันต่อไปนะครับ ผมสรุปอย่างนี้ก็แล้วกันนะครับว่า เมื่อผม เรียนแล้วว่าการที่ไปแถลงนโยบายที่อื่นที่ไม่ใช่รัฐสภาเปึนการแถลงนโยบายที่ไม่ชอบด้วย รัฐธรรมนูญ ดังนั้นรัฐบาลของท่าน

(นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงแล้วครับ อาจารย์ครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ค่ะ ดิฉันได้ฟังท่านได้พูดจากล่าวหารัฐบาล ชุดนี้ว่าไม่มีความชอบธรรม ไม่ได้ผ่านการแถลงนโยบายในรัฐสภา หลายครั้งแล้วค่ะ ที่พรรคฝ์ายค้านได้พูดเช่นนี้ออกมา ดิฉันรู้สึกว่ามันไม่เปึนธรรม เพราะว่าหากท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายนี่นะคะได้เป่ดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๘ ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในรัฐธรรมนูญนั้นได้เขียนไว้ว่า รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ไม่มี ประโยคใดที่พูดว่ารัฐสภา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วท่านดอกเตอร์รัชดาประท้วงท่านผู้อภิปรายในเรื่องอะไรนะครับ ที่บอกว่ารัฐบาล ไม่มีความชอบธรรมใช่ไหมครับ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ประท้วงว่าท่านผู้กําลัง อภิปรายกําลังอภิปรายผิดข้อบังคับการประชุม ข้อ ๖๑ นะคะ พูดจาใส่ร้ายรัฐบาลค่ะ แล้วก็ขอกรุณาด้วยว่าหากจะพูดในกรณีเช่นนี้อีกก็ช่วยไปเป่ดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๘ ค่ะ พูดให้เข้าประเด็นด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอวินิจฉัยอย่างนี้ครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประเสริฐครับ คงไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ไม่อย่างนั้นบรรยากาศมันก็จะประท้วง กันไปประท้วงกันมา เชิญนั่งกันก่อนครับ ผมขอวินิจฉัยที่ท่านดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ได้ประท้วงนะครับ คือผู้ประท้วงประท้วงว่าท่านอาจารย์มานิตย์ผู้อภิปรายนั้นอภิปราย เหมือนกับกล่าวหารัฐบาลว่าไม่มีความชอบธรรม ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ เปึนความ เชื่อของผู้อภิปรายที่เชื่อว่าการอภิปรายนโยบายของรัฐบาลคราวที่แล้วไม่ได้เปึนการ แถลงนโยบายที่แท้จริง แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ครับมันมีองค์กรที่เขารับผิดชอบที่จะต้อง ตีความประเด็นความคิดเห็นแตกต่างทางแง่กฎหมาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน มีสิทธิที่จะเห็นต่างกันได้นะครับ ก็เปึนสิทธิที่อาจารย์มานิตย์พูดได้ แต่ก็ขอให้กระชับ และเข้าเรื่อง คือสรุปประเด็นได้ว่าท่านไม่เห็นด้วยว่าเปึนการแถลงนโยบายที่สมบูรณ์ ท่านจึง ไม่เห็นด้วยกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็ต้องขอให้รวบรัดด้วยนะครับ

(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณประเสริฐประท้วงอะไรอีกครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ผมขอประท้วง ขอให้ผู้ประท้วงเมื่อสักครู่ถอนคําพูดทั้งหมดเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะวินิจฉัยนะครับ เมื่อสักครู่ผู้ประท้วงก็ประท้วงเพื่อรักษาสิทธิของพรรคของตัวเอง นะครับ เพราะฉะนั้นยังไม่มีความจําเปึนที่จะต้องถอนคําพูดทั้งหมดนะครับ เขาไม่ได้ กล่าวร้ายอะไรต่อผู้อภิปรายนะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ครับ วันนี้ต้องฟังกัน ครับท่านประธาน ผมยังใส่ชุดดําอยู่เลยครับท่านประธานครับ คงจะเข้าใจความหมาย ที่ผมใส่อยู่นี้นะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตจะตีความตามมาตรา ๘๘ ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นะครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณประเสริฐประท้วงเรื่องอะไรครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีผู้ประท้วง รอคิว คุณบุญยอดรอสักนิดนะครับ ขอคุณประเสริฐประท้วงให้จบครับ ประท้วง เรื่องอะไรครับ แล้วผมจะได้วินิจฉัยครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ผมประท้วงว่า ผู้ประท้วงเมื่อสักครู่กล่าวหาฝ์ายค้านพูดเรื่องนี้หลายครั้ง แล้วก็เปึนความเข้าใจผิดของ ฝ์ายค้านที่คิดว่ารัฐสภานี่หมายถึง สภาผู้แทนราษฎรบวกกับวุฒิสภา วันนี้ มาตรา ๘๘ เขียนชัดเจนครับ นั่นหมายถึงเปึนสถานที่นะครับ ไม่ได้บอกสมาชิกรัฐสภาหรือ สภาผู้แทนราษฎร

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้ว ผมเข้าใจแล้วครับว่า ประท้วงเรื่องอะไรนะครับ เชิญคุณประเสริฐนั่งลงก่อนครับ ผมจะได้วินิจฉัยครับ ไม่อย่างนั้นบรรยากาศการประชุมก็จะประท้วงอย่างนี้ละครับ ผมวินิจฉัยว่าท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้นะครับ ดอกเตอร์รัชดา ธนาอดิเรก ได้พูดตาม ความรู้สึกที่เปึนจริงนะครับ แล้วก็ไม่ได้กล่าวร้าย ไม่ได้ทําให้ผู้อภิปรายเสียหาย เพราะฉะนั้นไม่ต้องถอนคําพูดครับ คุณบุญยอด ไม่มีแล้วนะครับ คุณเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิในการประท้วง ปกติผมไม่ค่อยอยากจะประท้วง ครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมจะประท้วงก็คงไม่ใช่เพื่อนสมาชิกด้วยซ้ําไป แต่ผมขออนุญาตแสดง ความรู้สึกนะครับ ที่ประธานได้พูดว่าในความรู้สึกของท่านประธาน ในการแถลงนโยบาย ของรัฐบาล ท่านก็รู้สึกว่าไม่มีความชอบธรรม ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ใช่ความรู้สึกของผมนะครับ เปึนความรู้สึกของผู้อภิปรายนะครับ ที่เมื่อสักครู่ผมวินิจฉัย ไปนะครับ ไม่ใช่ความรู้สึกของประธานคือผมนะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

มิใช่อย่างนั้นครับท่านประธาน ท่านประธานไปดูเทปใหม่ ไปฟังเทปใหม่เลย ถ้าผมนั่งอยู่ข้างล่างจะมีความรู้สึกว่า ท่านประธานแสดงความรู้สึกอย่างนี้ ถ้าท่านประธานแสดงความรู้สึกอย่างนี้ ในความเปึน ประธาน ประธานจะต้องไม่ชี้ให้คนอื่นเขาได้รับความเสียหายครับท่านประธาน แค่นี้ เองครับ ผมเพียงแต่ว่าอยากจะเรียนท่านประธานให้รับฟังว่าความรู้สึกข้างล่างมันรู้สึก อย่างนี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็ต้องเรียนคุณเจะอามิงอย่างนี้ด้วยนะครับ เมื่อสักครู่ผมวินิจฉัยในการประท้วงกัน แล้วก็ไม่ได้ใส่ความรู้สึกของท่านประธานไปเลย ผมบอกว่าผู้อภิปรายมีความรู้สึกว่า การอภิปรายยังไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นก็เปึนสิทธิของผู้อภิปรายได้ แต่อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนพระราชบัญญัติงบประมาณในวาระสอง ก็ขอให้ผู้อภิปราย รวบรัดด้วยนะครับ ไม่ได้พูดถึงตัวประธานเลยแม้แต่นิดเดียวนะครับ เป่ดเทปดูได้ครับ เชิญท่านอาจารย์มานิตย์ ขอสรุปเลยนะครับ เราจะได้ดําเนินการครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประเสริฐประท้วงอะไรครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ผมประท้วงบอกให้ ผู้ประท้วงเมื่อสักครู่ถอนคําพูดว่า ฝ์ายค้านพูดอย่างนี้หลายครั้ง แล้วพูดทั้งหมดที่จะทําให้ ฝ์ายค้านหรือประชาชนเข้าใจว่ารัฐสภาแห่งนี้ ก็คือสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ซึ่งไม่ใช่ วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับมาตรา ๘๘ เขียนไว้

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประเสริฐครับ ตกลงคุณประเสริฐประท้วงเรื่องอะไร ขอคุณบุญยอดสักนิด เอาให้จบ เปึนคนคนนะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมประท้วงว่าที่เขากล่าวหาฝ์ายค้านว่าเข้าใจผิด ผมขอให้เขาถอนคําพูดทั้งหมดเลย ถอนคําพูดทั้งหมดเมื่อสักครู่ที่กล่าวมานะครับ ท่าน ส.ส. สุภาพสตรี ผมไม่ทราบชื่อ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ เพราะว่าคุณรัชดา ธนาดิเรก ได้ลุกขึ้นมาประท้วงอาจารย์ มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ นะครับว่า แล้วก็ไม่ได้กล่าวร้ายเสียดสีทําให้เสียหาย เพราะฉะนั้นไม่ต้องถอนนะครับ เพราะว่าแต่ถ้าอย่างนายแพทย์วรงค์พูดในทํานองว่า อาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ไม่มีความรู้ อันนั้นผมวินิจฉัยให้ถอนไปแล้ว ผมวินิจิฉัย แล้วถือว่าเปึนจบครับ เชิญคุณประเสริฐ นั่งลงเถอะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

นิดเดียว ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เขากล่าวว่าฝ์ายค้านครับท่านประธาน มีคําว่า ฝ์ายค้าน ผมคือฝ์ายค้านครับ ท่านประธานครับ แล้วผมก็เปึนคนยืนยันว่าการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาล

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขอตัดไม่ให้ประท้วงต่อนะครับ เพราะว่าได้วินิจฉัยไปแล้ว มิฉะนั้นเราจะมา เสียเวลาถกเถียงกันในเรื่องปัญหาเทคนิคครับ ผมเรียนต่อที่ประชุมครั้งนี้เลยว่า การตีความว่ารัฐบาลได้แถลงนโยบายสมบูรณ์หรือไม่นั้น ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเราในสภา ผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับ มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่จะต้องตีความว่ารัฐบาลได้แถลง นโยบายครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่นะครับ ความคิดเห็นแตกต่างเปึนเรื่องธรรมดาครับ ไม่ว่าจะเปึนของฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้านก็คิดว่ายังไม่สมบูรณ์ ในขณะเดียวกัน ฝ์ายรัฐบาลก็คิดว่าสมบูรณ์แล้ว เพราะฉะนั้นเราอย่าเสียเวลามาถกเถียงกันเรื่องนี้ครับ เอาเรื่องพระราชบัญญัติเลยดีกว่าครับ เชิญคุณประเสริฐนั่งลงครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณบุญยอดประท้วงอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ไม่อยากจะใช้เวลาในสภา ให้เสียเวลานะครับ ท่านต้องควบคุมการประชุมแล้วนะครับ เพราะว่าการประท้วงไร้สาระ มากนะครับ แล้วก็ผิดขั้นตอนอยู่แล้วว่าท่านประธานได้กรุณาตัดสินเรียบร้อย ไปตั้งหลายรอบแล้วนะครับ ขอให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายต่อเถอะครับ ตอนนี้วาระสอง ของงบประมาณนะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้พยายามทําหน้าที่ในการควบคุมอย่างดีนะครับ แล้วก็รักษาบรรยากาศ ในการประชุมให้ไปได้ด้วยความเรียบร้อย

(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณประเสริฐไม่ต้องประท้วงนะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธาน ไม่ได้เลย คําว่า ไร้สาระ นี่ไม่ได้เลยครับ เดี๋ยวนึกว่าฝ์ายค้านไร้สาระ ไม่ได้เลยครับ ผมอุตส่าห์ ไม่อยากจะถือสานะครับ ขอให้ท่านถอนเสียนะครับ ขอให้ท่านถอนเถอะ วันนี้อยากจะ บอกเลยว่าพวกผมและคนไทยทั้งประเทศกินหญ้านะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงที่คุณบุญยอดบอกว่า ฝ์ายค้านประท้วงไร้สาระ ใช่ไหมครับ ขอความกรุณา คุณบุญยอดถอนเถอะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ฝ์ายค้านประท้วงไร้สาระ เปึนความเห็นของผมครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือเปึนความคิดแต่มาพูดแล้วทําให้ฝ์ายค้านเขาเสียหายนะครับ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ขอความกรุณาถอนเถอะครับ เพื่อรักษาบรรยากาศการประชุมจะได้ต่อเนื่องได้นะครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทยครับ ผมยินดีถอนครับ เพื่อให้การเดินหน้าของการประชุมต่อไปครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ขอเชิญอาจารย์มานิตย์สรุปได้แล้วครับ เรากําลังเดินมาด้วยดีครับ ขอให้รักษาบรรยากาศแบบนี้ไว้ตลอดไปนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ขอบคุณท่านประธานครับ เมื่อผมได้ชี้แล้วนะครับว่าการประชุมที่ห้องประชุมกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่รัฐสภา ดังนั้นการแถลงนโยบายในวันนั้น จึงไม่ถือว่าเปึนการแถลงนโยบายของรัฐบาลตามที่ กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ก็เพียงอยากจะแนะนําว่าไม่ได้คัดค้าน ไม่ได้ท้วงติงเรื่อง งบประมาณที่จะเบิกจ่ายมาเลยนะครับ แต่เพียงว่าขอให้ทําให้มันถูกขั้นตอนเท่านั้นครับ มิฉะนั้นจะเปึนตัวอย่างในการตีความกฎหมายในเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย ท่านประธานครับ ประเดี๋ยวก็จะไปชุมนุมกันที่โรงแรม เดี๋ยวก็จะไปชุมนุมกันที่ในป์าที่ไหนแล้วบอกนี่มันคือรัฐสภา แล้วตัวหนังสือเขียนไว้ทําไมครับ เขียนทําไมครับ ไม่เขียนไว้ล่ะครับ ป์าหรือรีสอร์ท ใช่ไหมครับ อันนี้เปึนภาษาไทยที่เปึน ภาษาราชการ แล้วก็มีกฎหมายคือพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภารับรองทั้งคําศัพท์ และคํานิยามศัพท์ ผมไม่ได้พูดส่งเดช ไม่ได้พูดอย่างไม่มีความรู้ละครับ ถ้าจะว่าผมไม่มี ความรู้ ต้องโทษราชบัณฑิตยสถานที่บัญญัติคําศัพท์นี้ไว้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะแนะนําว่า

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอความกรุณา คงไม่ต้องประท้วงนะครับ อาจารย์มานิตย์จะจบแล้วครับ ขอความกรุณา อาจารย์มานิตย์จบได้แล้วนะครับ รวบรัดเลยครับ คือสรุปประเด็นว่าไม่เห็นด้วยอย่างไร นะครับ ขอความกรุณาไม่ต้องประท้วงแล้วครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ก็อยากจะ บอกว่า ถอนไปเถอะ แล้วทํามาเสียใหม่ให้ถูกต้อง การเอาเงินของประชาชนไปใช้มันไม่ใช่ เรื่องจะทํากันเล่นง่าย ๆ ถ้าสภานี้วินิจฉัยไปแล้วเกิดความเสียหายขึ้นใครจะรับผิดชอบ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอวรงค์ประท้วงอีกแล้วนะครับ เชิญคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลกครับ ผมไม่สบายใจจริง ๆ ครับ ถ้าไม่จําเปึนก็ไม่อยากจะประท้วงให้เกิดเสียบรรยากาศ แต่คํากล่าวหาที่ท่านผู้กําลัง อภิปรายกล่าวหาว่าพวกเราหรือรัฐบาลนั้นมาด้วยความไม่ชอบธรรม ผมอยากจะย้ําให้ ท่านประธานเห็นภาพว่า ในเจตนาของพวกเรานั้นเราเห็นว่าสถานที่แห่งนี้เปึนสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์ครับ ทุกคนต้องการจะเข้ามาทําหน้าที่ในที่นี้ แต่วันนั้นท่านประธานคงทราบว่า มันเปึนสถานการณ์ที่ไม่ปกติ มีกลุ่มประชาชนมาล้อมสภา และรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิด การเสียเลือดเนื้อ เสียชีวิตครับ จึงมีเหตุผลที่ชอบธรรมพอที่จะต้องเปลี่ยนสถานที่ในการไป แถลงนโยบายต่อรัฐสภาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็คงไม่ต้องวินิจฉัยนะครับ เพราะว่าไม่ได้ประท้วงนะครับ เปึนการใช้สิทธิพาดพิงเท่านั้น ผมว่าขอความกรุณาคงไม่ต้องประท้วงครับ อาจารย์มานิตย์ขอสรุปเลยนะครับ เราจะได้ ผ่านไปท่านอื่นนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

อีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะชี้ไปอีกเสียด้วยว่า ถามว่าเวลานี้รัฐบาลของท่านอาศัย อํานาจของ คมช. (คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) หรืออาศัยอํานาจของปวงชนชาวไทย ที่เข้ามาบริหารประเทศ เพราะท่านปกปัองรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐

(นายสุทัศน์ เงินหมื่น ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพต่อท่านผู้อภิปรายซึ่งเปึน ท่านผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ ผมเห็นว่าขณะนี้เรากําลังพิจารณางบประมาณวาระสอง วาระสองนี้คือจะต้องอภิปรายตัดหรืออย่างไร เพราะกรรมาธิการเสนอมาแล้วไม่มีการตัด จากกรรมาธิการ แต่ท่านผู้อภิปรายได้เสนอตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม ท่านน่าจะอภิปราย ว่าที่ตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในมาตรานี้นั้นเพราะอะไร ในสาระที่ท่านอภิปรายนั้นน่าจะเปึน สาระที่อภิปรายในวาระหนึ่งก่อนการเสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้ กระผม จึงเห็นว่าคําอภิปรายของท่านนั้นไม่ตรงประเด็นและวนเวียนซ้ําซาก ท่านประธาน โปรดวินิจฉัยครับ ความจริงกระผมไม่อยากประท้วงเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขอวินิจฉัยนะครับ ความจริงอาจารย์มานิตย์ก็มีสิทธิที่พูดได้ครับ แต่ความจริงแล้ว มันน่าจะต้องอภิปรายในวาระหนึ่ง อย่างไรก็ตามผมจะเป่ดโอกาสให้อาจารย์มานิตสรุป เลยนะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะมีการประท้วงไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จักจบนะครับ ขอให้ท่านมานิตย์ สรุปเลยครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ความจริง ผมตั้งใจจะอภิปรายในวันแรกนะครับ แต่ขอป่ดประชุมไปก่อนครับ ผมไม่มีสิทธิก็เลยต้อง ไปสงวนคําแปรญัตติไว้ ด้วยความปรารถนาดีจริง ๆ ครับ เพราะเรื่องที่เราจะต้องตีความ กฎหมายนี่ยังมีอีกมากมาย รัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ฉบับป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งมี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการต่างกัน ถามว่าสภานี้จะใช้รัฐธรรมนูญฉบับไหน นั่นจะต้อง พูดอีกนะครับ เอาละครับ เมื่อวันนี้ผมได้เสนอข้อคิดเห็นให้ท่านประธานทราบ ผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิก แล้วก็โดยเฉพาะผู้ที่ไปดํารงตําแหน่งเปึนรัฐบาล ได้เอาไปทบทวนดูนะครับ ถ้าวันหลังไปเสนอกฎหมายอะไรต่ออะไรโดยที่ตัวเองยังไม่มีอํานาจอีก เดี๋ยวจะโดน เหมือนอย่างรัฐบาลที่แล้วนะครับ

สําหรับเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นฝากไว้ ให้เขาคิดก็แล้วกันว่าสภานี้จะใช้ รัฐธรรมนูญที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งไม่ใช่รัฐสภาเปึนผู้รับ สนองพระบรมราชโองการ หรือจะใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภานี้เปึนผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาจารย์มานิตย์จบพอดีครับ คงไม่ต้องประท้วงนะครับ แล้วก็เรื่องที่จะถามว่าจะใช้ รัฐธรรมนูญใด ผมว่าไว้ไปเสนอญัตติในโอกาสอื่นนะครับ ของอาจารย์มานิตย์จบแล้ว ใช่ไหมครับ คงไม่ต้องมีผู้ประท้วงนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

นิดเดียวครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อาจารย์มานิตย์ขอสรุปเลยนะครับ เพราะว่ามันไม่อยู่ในประเด็นในเรื่องการจะใช้ รัฐธรรมนูญฉบับไหนนะครับ เราอภิปรายกันในเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณ ในวาระสองนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ก็เพราะว่า ไม่มีอํานาจที่จะเสนอพระราชบัญญัติจึงจําเปึนต้องตัดงบประมาณทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

(นายสุทัศน์ เงินหมื่น ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุทัศน์ครับ ประท้วงอะไรท่าน

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ กระผม ต้องขอประทานโทษท่านประธานและท่านผู้อภิปราย ความจริงท่านประธานก็พูดเองนะครับ เมื่อสักครู่นี้ว่า อาจารย์มานิตย์ก็พูดไม่อยู่ในประเด็น แต่ท่านก็ยังปล่อยให้พูดอีก กระผมก็ ไม่สบายใจในเรื่องนี้ เพราะว่าตอนนี้เรากําลังพิจารณาวาระสองซึ่งจะต้องมีเหตุผล ประกอบเท่านั้นเองว่าปรับลดเพราะอะไร ไม่น่าจะต้องเลยไปถึงเรื่องอื่น มิฉะนั้นแล้ว การประชุมก็จะเปึนไปอย่างนี้ละครับ กระผมอดทนที่จะไม่ประท้วง แต่ก็จําเปึนเพราะว่า ท่านประธานก็พูดถึงความรู้สึกอย่างนี้ก็พูดออกมาได้ ซึ่งน่าจะไม่ถูกต้อง ถ้ากระผมมี ความรู้สึกที่ไม่ดีพูดออกมามันก็ขัดข้อบังคับก็น่าจะพูดไม่ได้ ด้วยความเคารพ ท่านประธานจริง ๆ ครับ อยากจะให้ท่านประธานกํากับการประชุมให้อยู่ในข้อบังคับ ด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็วินิจฉัยนะครับ คือผมเห็นว่าเปึนความคิดเห็นแตกต่างทางเทคนิคของกฎหมาย แล้วก็ได้ เรียนอาจารย์มานิตย์ผู้อภิปรายนะครับว่า เรื่องนี้มันมีองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่เขา สามารถวินิจฉัย แต่อย่างไรก็ตามอาจารย์มานิตย์เสนอตัด เพราะว่าความเชื่อที่ว่ารัฐบาล ยังไม่ได้แถลงนโยบายสมบูรณ์ ผมก็เป่ดโอกาสให้พูดได้ แต่ก็ต้องรวบรัดแล้วก็อยู่ใน ประเด็นด้วยนะครับ ท่านสุทัศน์ เชิญครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่านประธานบอกว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ก็น่าจะไปใช้องค์กรอื่น ซึ่งในการพิจารณาว่ารัฐธรรมนูญฉบับใดใช้ได้ ใช้ไม่ได้ หรือ พ.ร.บ. (พระราชบัญญัติ) ฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะท่านประธานได้กล่าวออกมาเองว่า อาจารย์ มานิตย์ครับ พอได้แล้วครับ ไม่อยู่ในประเด็นแล้วครับ ท่านก็ยังปล่อยให้พูดต่ออีก ซึ่งกระผมคิดว่าเมื่อท่านประธานวินิจฉัยว่าไม่อยู่ในประเด็นพอแล้วครับ น่าจะจบได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประธานจะไม่ทราบนะครับ เพราะว่าในการขอร้องให้ผู้อภิปรายบอกจบ เราก็คิดว่าท่านจะ สรุปจบภายใน ๕ วินาที แต่พอท่านพูดต่อเราถึงจะรู้นะครับ ตอนนี้ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ประท้วง ขออนุญาตปรึกษาท่านประธานครับ ขออนุญาตปรึกษา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่ต้องปรึกษาแล้วครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

เปึนเรื่องสําคัญมากครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังเหลือผู้อภิปรายอีกท่านหนึ่งนะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ผมเข้าใจครับ ท่านประธานครับ ใช้เวลานิดเดียวที่จะปรึกษา

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ปรึกษาผมไม่อนุญาตนะครับ แต่ถ้าประท้วงอนุญาตครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ เปึนประเด็นที่เกี่ยวกับการอนุมัติงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด มันเกี่ยวข้องแน่นอน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านใช้สิทธิในการสงวนคําแปรญัตติอภิปรายได้นะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ขออนุญาตเรียนชี้แจง ท่านประธาน ผมไม่มีโอกาสที่จะใช้สิทธิตรงนั้นก็เพราะว่าในวันที่มีการอภิปราย เกิดปัญหาในวันนั้น ที่จริงผมได้เตรียมเอกสารไว้ เอกสารหายไป ผมจึงไม่มีโอกาสและ ไม่มีสิทธิและในวันนั้นผมมีสิทธิได้พูดด้วย วันนี้ผมขออนุญาตปรึกษาท่านประธาน นิดเดียวครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตามข้อบังคับจะไม่เป่ดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้เสนอคําแปรญัตติหรือสงวนไว้อภิปราย จะต้อง เป่ดโอกาสให้ผู้สงวนคําแปรญัตติไว้ คุณประเสริฐใช้อย่างนี้ได้ไหมครับ เสนอผ่าน ผู้ที่สงวนคําแปรญัตติให้เขาพูดในสิ่งที่คุณประเสริฐอยากจะพูดครับ เพราะฉะนั้น เชิญคุณประเสริฐนั่งลงครับ ขอเชิญท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เชิญนั่งลง เลยครับ ผมไม่รับปรึกษานะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มพิจารณางบประมาณกลางป้ ในวาระสองที่เริ่มกันตั้งแต่ ๐๙.๓๐ นาฬิกา จนกระทั่งขณะนี้เวลาเกือบจะ ๑๖.๐๐ นาฬิกา หย่อนไปเล็กน้อย มันมีปัญหาที่สมาชิกหลาย ๆ ท่านได้หยิบยกขึ้นมาอภิปราย บางท่าน อาจจะว่านอกประเด็น บางท่านก็ว่าอนุโลมให้พูดได้ ผมขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทั้งหลายทั้งปวงว่า ขออนุญาต อดทนฟังนิดเดียวว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมีปัญหา แล้วผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็ได้แสดง ความเห็นไว้ ซึ่งมันเปึนผลประโยชน์ของพวกเราบรรดาสมาชิกรัฐสภาทั้งปวง ท่านนั้นก็คือ ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อุกฤษ มงคลนาวิน ได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจได้นํามาตีพิมพ์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนําคําพูด ของอาจารย์ดอกเตอร์อุกฤษมากราบเรียนท่านประธานเพื่อสมาชิกทั้งหลายได้พิจารณากัน ท่านพูดไว้อย่างนี้ครับว่า นักการเมืองที่เปึนผู้แทนราษฎรได้อาจจะไม่ใช่คนมีคุณธรรม มากมายนัก เพราะในสนามเลือกตั้งมีการแข่งขันกันสูง แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนเลว เดี๋ยวนี้ เรากลับมองผู้แทนราษฎรเปึนคนเลว ทั้ง ๆ ที่ผู้แทนราษฎรเปึนผู้ที่สัมผัสประชาชนมากที่สุด และรู้เรื่องบ้านเมืองดีที่สุด แต่เรากลับไปสกัดเขาออกไป เปรียบเหมือนผู้แทนเปึนปลาอยู่ ในน้ํา รู้หมดว่าในน้ํามีอะไร แต่คนที่นั่งบนตลิ่งบอกว่าปลาพวกนี้ใช้ไม่ได้ ให้เอาออกไป แล้วกําหนดกฎเกณฑ์ใหม่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เปึนรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยคนไม่มี ความรู้เรื่องการเมือง ส่วนใหญ่ไม่เคยนั่งในสภา และไม่เคยผ่านการเลือกตั้ง จึงมีแนวโน้ม ที่จะนําไปสู่ความขัดแย้ง

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเชาวรินครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทยครับ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน ท่านประธานช่วยกรุณา ควบคุมการประชุมให้เปึนไปตามข้อบังคับครับ ถ้าท่านประธานยังปล่อยให้พูดกันนอกประเด็น เพราะตอนนี้เรากําลังพิจารณาเรื่องพระราชบัญญัติงบประมาณอยู่ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ก็ยังพูดอยู่ในประเด็นนะครับ ขอความกรุณาพวกเราอดทนฟังสักนิดเถอะครับ ยังไม่ต้องประท้วงนะครับ เมื่อตอนพรรค ของท่านเชาวรินเปึนรัฐบาล ผมก็ได้บอกรัฐบาลขอให้อดทนฟังฝ์ายค้านสักนิดเหมือนกัน นะครับ แล้วผมจะเปึนผู้วินิจฉัยเองว่าออกนอกประเด็นหรือยัง เชิญท่านพูดต่อครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ความจริงคําพูดของท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อุกฤษ มงคลนาวิน นี่เหลืออีก ๒ บรรทัด จบแล้ว คุณเชิดชัยนี่เด็กรุ่นหลัง แกไม่รู้เรื่อง แกไม่รู้จักว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอภิปรายก็ไม่ต้องไปพาดพิงผู้อื่นนะครับ ไปบอกว่าไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวก็ต้องโดนขอให้ถอน คําพูดนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมถอนคําว่า ไม่รู้เรื่อง แต่ว่ายืนยันว่าคุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ ไม่รู้จักอาจารย์ ดอกเตอร์อุกฤษ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณเชิดชัยครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ผมวินิจฉัยให้ท่านถอนคําพูดไปเรียบร้อยแล้ว นะครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ต้องใช้สิทธิพาดพิงครับ ถ้าการ กล่าวหาผมว่าผมไม่รู้เรื่องนี่เหมือนผมไม่มีวุฒิภาวะ ถ้าไม่มีวุฒิภาวะมาเปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ละครับ ขอให้ท่านได้ถอนคําว่า คุณเชิดชัยไม่รู้เรื่อง ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ถอนไปแล้ว ท่านประธาน ถอนไปแล้ว

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านได้ถอนไปแล้วครับ เมื่อสักครู่นี้ผมบอกให้ถอนครับ ก็ขอเชิญคุณเชิดชัยนั่งลงครับ ขอท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ อภิปรายต่อนะครับ ขอให้เข้าประเด็นด้วยครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน 🔗

ผมขออนุญาต ท่านประธาน ผมไม่ได้อภิปราย เมื่อสักครู่นี้ผมขออนุญาตเอาคําพูดของศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อุกฤษ มงคลนาวิน ที่ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะ แล้วหนังสือพิมพ์เอาไปตีพิมพ์ ตรงนี้ฝ์ายอื่นเขาดูถูกนักการเมือง อาจารย์อุกฤษ ถึงได้เปรียบเทียบว่า นักการเมืองไม่ใช่คนที่เลวเสียทั้งหมด ไม่ใช่มีคุณธรรมเปึนเลิศ แต่นักการเมืองเปึนคนที่รู้ปัญหาของประเทศชาติ ของบ้านเมือง อีก ๒ บรรทัดครับ ท่านประธาน ท่านบอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เปึนรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยคนที่ไม่มี ความรู้เรื่องการเมือง ส่วนใหญ่ไม่เคยนั่งในสภา และไม่เคยผ่านการเลือกตั้ง จึงมีแนวโน้ม ที่จะนําไปสู่ความขัดแย้งอย่างสูง กลายเปึนการแก้ปัญหาแบบลิงแก้แห ใช้คนไม่รู้จริง มาแก้ปัญหาบ้านเมือง ไม่รู้จริงแล้วยังไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ และขาดประสบการณ์ ที่สําคัญคือมีอคติกับนักการเมือง เมื่อเปึนอย่างนี้คงหาความสามัคคีไม่ได้ ผมไม่ได้ อภิปราย แต่ผมขออนุญาตท่านประธานนําคําพูดของศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อุกฤษ มงคลนาวิน มากราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เพื่อนสมาชิกทั้งฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้าน ได้รู้สถานภาพของตัวเอง เวลานี้คนที่ทําลายนักการเมือง ทําลายพรรคการเมือง คือคนที่ไม่ได้อยู่ในสภานี้ แล้วมันเปึน ปัญหาที่สมาชิกได้แสดงความวิตกกังวลว่ารัฐบาลนี้บริหารต่อไปก็ด้วยความลําบาก ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซีกฝัืงโน้นที่ท่านเปึนรัฐบาล พวกผมมีความวิตกกังวลและเห็นใจรัฐบาลอย่างยิ่งในภาวะนี้ ที่ต้องมารับภาระหนักหน่วงของบ้านเมือง แล้วที่ต้องมาเสนอพระราชบัญญัติงบประมาณ กลางป้ขอเพิ่มมา ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องเล่นนะครับท่านประธาน ย้อนไปก่อนนี้ รัฐบาลที่เสนอพระราชบัญญัติงบประมาณประจําป้ ได้เสนอมา ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนั้นบ้านเมืองยังไม่มีวิกฤติแบบนี้ วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ยังไม่มีรัฐบาลในขณะนั้นก็คาดหมายว่าจะจัดเก็บรายได้ได้ตามเปัา จึงเสนอมา ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท แต่มาถึงวันนี้ปัญหามันเกิดขึ้นมากมายท่านประธาน สมาชิกหลายคน ผมจําได้แม่นคนหนึ่งคือคุณฐิติมา ขออภัยที่เอ่ยอ้าง ได้นําเสนอว่า ขณะนี้หน่วยงาน ต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษี นั่นคือรายได้ที่จะมาใช้จ่ายในการบริหารบ้านเมือง มีปัญหาเก็บไม่ตรงเปัา หน่วยงานที่จัดเก็บภาษีในสังกัดกระทรวงการคลังมีอะไรบ้าง กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต แล้วก็ยังมีรายได้อีกส่วนหนึ่งที่มาจาก รัฐวิสาหกิจ ล้วนแต่แถลงว่าในไตรมาสแรก ๔ เดือนที่ผ่านมานั้นไม่เข้าเปัา และยังคาดว่า อนาคตข้างหน้าเหลืออีก ๓ ไตรมาสนั้นจะมีปัญหา เมื่อมีปัญหาอย่างนี้จึงเปึนความวิตก กังวล และนี่ละครับนํามาสู่เหตุผลของการตัดงบประมาณในมาตรา ๓ ท่านประธานครับ ผมมีความรู้สึกนอกเหนือจากเปึนห่วงว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีไม่เข้าเปัาแล้ว ท่านประธานครับ เราไม่ได้เพียงแต่รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากทั่วโลก แต่ภายในบ้านเราเอง ก็มีปัญหา มีปัญหาจากการชุมนุมประท้วงตั้งแต่ป้ที่แล้ว แต่ที่รุนแรงและส่งผลกระทบ มากที่สุดคงปฏิเสธไม่ได้ กรณีการยึดสนามบิน (ท่าอากาศยาน) ที่ทําลายความเชื่อมั่น ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เคยเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทย ประมาณโดยธนาคาร แห่งประเทศไทยว่าต้องสูญเสียรายได้นับเปึนแสนล้านบาท เมื่อเปึนอย่างนี้รัฐบาลนี้ ปัจจุบันนี้ที่ต้องมารับภาระบ้านเมืองหนีไม่พ้นครับท่านประธานครับ หนีไม่พ้นที่จะต้องกู้ ซ้อนกู้ เพราะงบประมาณเดิม ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ส่วนหนึ่งก็ต้องกู้มาแล้ว เพราะคาดว่าจะต้องเปึนงบประมาณขาดดุลจึงต้องกู้มา และเมื่อต้องกู้มาจากงบประมาณ ประจําป้งบปกติ แต่มางบกลางป้นี่เสนอมาอย่างนี้ก็หนีไปพ้นต้องกู้ซ้อนกู้ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการเมื่อรายได้ไม่เข้าเปัา งบประมาณไม่เข้าเปัา รัฐบาลน่าที่จะ ปรับลดงบประมาณประจําป้เสียด้วยซ้ํา โดยปรับลดทุกกระทรวง ทบวง กรม แต่นั่นรัฐบาล ก็ไม่ได้ทํา กลับเสนอเพิ่มงบประมาณกลางป้เข้ามา ตรงนี้หนีไม่พ้นต้องกู้แน่ ๆ แล้วมันก็จะ ย้อนกลับไปถึงป้ช่วง ๒๕๔๑-๒๕๔๔ ที่รัฐบาลชุดนี้ พรรคการเมืองนี้เคยกุมบังเหียนของ ประเทศ แล้วก็ได้เคยสร้างผลงานไว้แล้ว นั่นคือการกู้ ไม่ว่าจะเปึนมิยาซาวา ไม่ว่ากองทุน การเงินระหว่างประเทศ ไอเอ็มเอฟ สิ่งเหล่านี้ปฏิเสธไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้วงจรมันจะ ย้อนกลับมาอีกในรัฐบาลชุดนี้ นั่นคือสิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศวิตกกังวล ในฐานะที่พวกผม เปึนผู้แทนราษฎรสัมผัสกับประชาชนทุกวัน ประชาชนแสดงความวิตกกังวลเปึนห่วง รัฐบาลยังต้องสร้างหนี้ไว้ให้แก่ลูกหลานอีกแล้วหรือ พวกผมก็ต้องเอามาสะท้อนให้รัฐบาล ได้รับทราบ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่เมื่อสักครู่ผมบอกว่าทําไมไม่ปรับลดงบปกติ เปึนต้นว่า กองทัพมีงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทัพบกจะขอซื้อรถลําเลียงพล ยานยนต์หุ้มเกราะ กองทัพเรือจะซื้อเรือดําน้ํา กองทัพอากาศจะขอซื้อฝูงบิน สิ่งเหล่านี้ มันจําเปึนนักหรือ แล้วขณะนี้เรามีศึกสงครามประชิดอยู่หรือ ตรงนี้ชะลอไปก่อนได้ไหม นี่คือสิ่งที่ประชาชนฝากผู้แทนราษฎรให้นํามากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จะทําได้ แทนที่จะไปกู้เงินมาโปะ ก็ลองปรับลดงบประมาณปกติที่อยู่ใน ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท จะได้ไหม นี่คือคําถาม

ท่านประธานครับ ผมเชื่อแน่ว่ารัฐบาลชุดนี้ยังจะต้องเผชิญปัญหาต่อไปอีก มากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่หารายได้เข้ามาไม่ได้ แล้วไปเจรจากู้อย่างที่ หลาย ๆ ท่านแสดงความคิดเห็นไปแล้วว่าไม่ได้มาขอความเห็นชอบจากรัฐบาล นั่นก็คือ อุปสรรคจากมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ที่หลาย ๆ ฝ์ายเรียกร้องให้แก้ไขเสีย ไม่อย่างนั้นมันจะเดินหน้าไม่ได้ นี่คือส่วนหนึ่ง

อีกส่วนหนึ่งอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสมัยก่อน สมัยท่านสมัคร น้ํามันบาร์เรล ๑๔๐ กว่าเหรียญดอลลาร์สหรัฐ แล้วราคาขายอยู่ที่ ๔๐ บาทเศษ ปัจจุบัน น้ํามันลดราคาเหลือ ๔๐ เหรียญดอลลาร์สหรัฐ แทนที่ประชาชนจะมีความสุขได้ใช้น้ํามัน ราคาถูกลง แต่ด้วยความจําเปึนของรัฐบาลทําให้ต้องมาขึ้นภาษีน้ํามัน ผลักภาระให้ ประชาชนต้องรับผิดชอบ นี่ขึ้นไปรอบแรก ๑ บาท ๕๕ สตางค์ ทําอย่างคนไม่มี ประสบการณ์ คือไปประกาศล่วงหน้าว่าจะต้องขึ้นเปึนระยะ ๆ มันถึงได้มีคนตั้งข้อสังเกตว่า มีการลําเลียงน้ํามันเถื่อนมากักเก็บกันไว้หรือเปล่า แต่จะมีหรือไม่มีก็ไม่รู้ครับ ประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศต้องรับภาระจากการซื้อน้ํามันแพง คงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า น้ํามันนั้นเปึนปัจจัยสําคัญในกระบวนการผลิต ในกระบวนการขนส่ง โรงงานผลิตสินค้า เสร็จแล้วถ้าไม่มีการขนส่งไปสู่ตลาดมันก็ระบายไม่ออก การขนส่งไปสู่ตลาดมันก็ต้องใช้ น้ํามันเปึนปัจจัยสําคัญในการที่จะขับเคลื่อน เมื่อน้ํามันขึ้นราคาค่าใช้จ่ายอย่างอื่นก็ต้อง ขึ้นตามมา ก็เท่ากับรัฐบาลต้องผลักภาระให้ประชาชนอีก ตรงนี้น่าเปึนห่วงเหลือเกิน ท่านประธานครับ ผมเปึน ส.ส. สมัยแรก วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ชื่อ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ขึ้นราคาน้ํามันทีเพียง ๓๐ สตางค์ ท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ชื่อ นายอบ วสุรัตน์ สภาผู้แทนราษฎร อภิปรายถล่มรัฐบาล นายกรัฐมนตรี พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ยืนขึ้นรับกลางสภาว่าเปึนการตัดสินใจ ที่ผิดพลาด ผมขอรับผิดชอบ ลาออก ผมไม่อยากให้ภาพนั้นเกิดขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๕๒ นี้ นั่นมัน พ.ศ. ๒๕๒๒ นี่ พ.ศ. ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้กล้าหาญมากขึ้นที่ บอกล่วงหน้าว่าจะขึ้นถึง ๕ บาท ๖ บาท อันตรายครับท่านประธาน เชื่อผมเถอะครับ ลองไปพิจารณาดูงบปกติที่ตั้งไปนั้นอะไรที่ปรับลดลงได้ ปรับลดลงเสีย และที่สําคัญที่สุด เงินที่บอกว่าจะไปอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นไปให้มันถูกทิศถูกทาง ไปซื้อเสื้อผ้า ซื้อสมุด ดินสอ พวกนี้ไปแจกนักเรียนมันไม่ได้ละครับ ท่านประธาน มันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลย เอาละ อาจจะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ประหยัดเงินในกระเปิาของพ่อ แม่ ผู้ปกครอง นักเรียน มันก็เพียงน้อยนิด แต่มันไม่มีทางที่จะสร้างรายได้ที่จะมาส่งเสริมให้เศรษฐกิจ ดีขึ้น นี่ข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ บอกว่าเอาเงินจํานวนหนึ่งไปเพิ่มให้กับผู้ที่เอาประกันสังคม หรือข้าราชการที่เงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท โดยจ่ายให้ฟรี ๆ ไปเลยคนละ ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมเปึนห่วงพรรคประชาธิปัตย์ของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านแพ้เลือกตั้งแน่นอน คราวหน้าท่านตายเลยครับ เต็มที่แจกได้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศมีเท่าไร ครับ ๔๐ ล้านคน ท่านแจกได้ ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน ได้คนละ ๒,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน นี้ เจ้าประคูณขอพระสยามเทวาธิราชดลบันดาลให้ ๙,๐๐๐,๐๐๐ คนนี้ลงคะแนน ให้พรรคประชาธิปัตย์ แต่อีก ๓๑ ล้านคนเขาบอก กูไม่ลงคะแนนให้มึงเพราะกูไม่ได้ ๒,๐๐๐ บาท อันตรายครับ -------------------------------------------------------------------------- รัชกาลที่ ๖ สอนไว้ว่า คนฉลาดย่อมเปลี่ยนคิดได้ คนโง่ไซร้ไป์แปลง แปลว่าถ้าคนฉลาดนี่ คิดผิดแล้วเปลี่ยนแปลงได้ครับ แต่ถ้าคนโง่ไม่เปลี่ยน ตามใจสิ ท่านก็ได้ไป ๙,๐๐๐,๐๐๐ คะแนน พวกผมก็ได้ ๓๑ ล้านคะแนน แล้วมาดูกัน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีผู้สงวนคําแปรญัตติแล้วนะครับ คุณชัยวัฒน์ ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ใช่ไหมครับ คุณนิยมหรือครับ มีอีกไหมครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ผมได้สงวนคําแปรญัตติอยู่ครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าผมคนหนึ่งได้สงวนคําแปรญัตติ ผมก็ต้องใช้เวลาไม่มาก หรอกครับในมาตรา ๓ ครับ แต่ว่าก็ใช้สรุปสัก ๓-๔ กระทรวง เพราะผมเห็นว่ายังเปึน งบประมาณที่จัดสรรแล้วน่าจะต้องตัดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ตามมาตรการที่ผมคิดว่ามันไม่มีประโยชน์ เพราะ ณ วันนี้รัฐบาลบอกชัดเจนว่าเปึนการ จัดสรรงบประมาณ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ผมไปมองว่า การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ไม่ใช่เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เปึนการจัดสรรมา เพื่อร่วมกันถลุงงบประมาณมากกว่า เพราะฉะนั้นจึงขอกราบเรียนว่าในการขอแปรญัตติ เพื่อสงวนครั้งนี้ ผมเห็นว่าในหลายกระทรวงที่ทางรัฐบาลเองได้จัดสรรมาแล้ว บางกระทรวงก็จํานวนมาก บางกระทรวงจํานวนน้อย ซึ่งบางกระทรวงมากเกิน ความจําเปึน แต่บางกระทรวงน้อยจนทําอะไรไม่ได้ เปึนต้นว่าเงินหลายอันที่ขาดดุล ท่านก็บอกว่าท่านจัดสรรมาทั้งขาดดุลทั้งจ่ายเงินคงคลัง งบขาดดุลแบบฟุ๋นฟูก็ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทไป เงินคงคลังก็ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนแหล่งเงินได้ท่านก็บอกว่า กู้เงินเพื่อชดเชยก็ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ภาษีก็บอกว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึน เงินได้ซึ่งอ่านเอาในอนาคตว่าอาจจะได้ แต่ข้อเท็จจริงอาจจะไม่ได้เลย หรือได้น้อย เกินกว่าที่ตั้งเปัาหมายไว้ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขออภัยคุณนิยมนะครับ ตรวจดูรายชื่อแล้วคุณนิยมไม่ได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ แต่คุณนิยมได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๔ นะครับ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวขอคุณนิยมได้อภิปราย ตอนมาตรา ๔ ก็แล้วกันครับ ผมจะเป่ดโอกาสให้อภิปรายนะครับ ผมขออภัยครับ เมื่อสักครู่ตรวจดูรายชื่อคนละมาตรานะครับ ต้องขอความกรุณาคุณนิยมเดี๋ยวอภิปราย ตอนมาตรา ๔ จะเป่ดโอกาสให้นะครับ ตอนนี้ก็ถือได้ว่าผู้สงวนคําแปรญัตติหมดแล้ว นะครับ เชิญคุณนิยมนั่งลงก่อนครับ แล้วเดี๋ยวอภิปรายตอนมาตรา ๔ นะครับ เชิญคุณนิยม นั่งลงก่อนครับ ผมต้องขออภัยครับ เมื่อสักครู่ตรวจผิดพลาดนะครับ ต่อไปเชิญ คณะกรรมาธิการครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณกรณ์ จาติกวณิช ครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นผมต้อง ขออนุญาตขออภัยเพื่อนสมาชิกนะครับ ที่บางช่วงในช่วงเช้าผมไม่ได้นั่งประจําตําแหน่ง อยู่ในที่นี้ และไม่ได้ฟังหลาย ๆ ท่านที่ได้แสดงความคิดเห็น อย่างไรก็แล้วแต่ก็ได้มี เจ้าหน้าที่ได้บันทึกทุกประเด็น ข้อสังเกต ข้อท้วงติงที่ท่านได้อภิปรายไว้นะครับ แล้วผมก็ ได้เก็บมาพิจารณาพร้อมกันกับเพื่อนกรรมาธิการที่จะชี้แจงตามจากผมนะครับ นอกจากนั้นในฐานะประธานคณะกรรมาธิการผมก็ต้องขออนุญาตที่จะขอบคุณเพื่อน สมาชิกจากทั้งสองฝัืงของสภาแห่งนี้ด้วยนะครับ ที่ได้ใช้เวลาในการที่จะอภิปรายความในใจ อภิปรายในส่วนของความกังวลที่มีต่อข้อเสนอพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมนะครับ ตามที่ทางรัฐบาลได้นําเสนอ ก็ต้องเรียนตามตรงนะครับว่า วันนี้ก็เปึนที่ ทราบกันว่าเปึนการอภิปรายในวาระสอง ตามระเบียบของการประชุมนั้นก็มีความจําเปึน ที่จะต้องอภิปรายในรายมาตราในรายละเอียดของแต่ละมาตรา แต่ว่าช่วงครึ่งวันที่ผ่านมา ก็ได้มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันในวงกว้างพอสมควร ซึ่งผมคิดว่าก็เปึนสิ่งที่ดี นะครับ เปึนการสะท้อนถึงความต้องการที่กว้างขวางของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป มีความสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนในส่วนของสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเปึนถนนไร้ฝุ์น จะสะท้อนถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนในส่วนของรายได้ นะครับที่ต้องการที่ได้มีการจัดหาเพิ่มขึ้น รวมไปถึงแม้แต่การพิจารณาในส่วนของ ความต้องการของพี่น้องประชาชนในการที่ต้องการที่จะให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาสังคม อย่างเช่น ปัญหายาเสพติด

ประเด็นที่ผมอยากที่จะเน้นในที่นี้นะครับก็คือ การพิจารณางบประมาณ วาระสองนี้ก็เปึนการพิจารณางบประมาณกลางป้ เพราะฉะนั้นข้อจํากัดค่อนข้างชัดเจน นะครับว่าเรากําลังพิจารณางบประมาณในส่วนที่จะนํามาสมทบงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ที่ทางรัฐสภาได้มีการพิจารณาไปแล้ว เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าการพิจารณาทั้งหมด ทั้งปวงจะเปึนประโยชน์นะครับ แต่ก็ต้องขอเรียนด้วยความเคารพว่า ในหลาย ๆ ส่วนนี่ เปึนประเด็นข้อเสนอแนะที่อยู่นอกกรอบของการพิจารณาของกรรมาธิการชุดปัจจุบัน ดังนั้น ข้อสังเกตของท่านเปึนประโยชน์ และทางพวกเราก็จะนําไปพิจารณาเมื่อถึงขั้นตอน ของการพิจารณางบประมาณป้ ๒๕๕๓ ซึ่งหลาย ๆ ท่านผมก็หวังว่าจะมาร่วมกันกับผม ในการทําหน้าที่เปึนกรรมาธิการ นอกจากนั้นในฐานะเปึนสมาชิกของรัฐบาลชุดปัจจุบัน นะครับ ผมก็จะนําข้อเสนอแนะของท่านในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงข้อเสนอแนะในการ เตรียมการรองรับเรื่องของราคาพืชผล โดยเฉพาะผลไม้ ผัก ผลไม้ทั่วประเทศนะครับ ไปสู่การพิจารณาของทางคณะรัฐมนตรีเพื่อเตรียมมาตรการที่จะรองรับสถานการณ์ ในอนาคตด้วย

ในส่วนของงบประมาณกลางป้นะครับ ที่มาและตรรกะของกรอบ งบประมาณก็มีความชัดเจน รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เข้ามารับผิดชอบในการบริหาร บ้านเมืองนี้พร้อมด้วยปัญหาและข้อจํากัดมากมายที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้ อภิปรายไปแล้ว แม้แต่ประเด็นในเรื่องของเงินคงคลังที่ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ปรับลดลงมานะครับ ก็ปรับลดลงมาในช่วง ๓ เดือนก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเข้ามา รับผิดชอบต่อการบริหารราชการ กล่าวคือ ณ เมื่อต้นป้งบประมาณนะครับ ก็คือวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ เงินคงคลังมีสูงถึง ๒ แสนกว่าล้านบาท แต่ปรากฏว่าภายในช่วง ๓ เดือน ของการบริหารของจริง ๆ ก็คือรัฐบาลชุดที่แล้ว ปริมาณเม็ดเงินคงคลังปรับลดลงมาเหลือ ระดับปัจจุบันนะครับที่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งนั่นก็คือระดับเงินคงคลังที่รัฐบาลนี้ ในการเข้ามารับผิดชอบบริหารบ้านเมืองต้องนํามาเปึนข้อจํากัดในการนํามาบริหารต่อไป เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาหลาย ๆ ส่วนที่เกิดขึ้นนั้น ก็เปึนประเด็นที่สะท้อนถึงการ ทรุดตัวลงของสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอย่างน่าเปึนห่วงและน่าตกใจ ไม่ว่าจะเปึน ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ทั่วไปที่เราพึ่งพามาโดยตลอด

ในส่วนของการส่งออกนะครับ ท่านก็ทราบดีนะครับว่าในช่วงไตรมาส สุดท้ายก็คือ ๓ เดือนสุดท้ายของการบริหารราชการของรัฐบาลชุดที่แล้วนั้น มีการปรับลด ลงมามากเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงของเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม ในส่วนของ การลงทุนนะครับ ก็เปึนปัญหาต่อเนื่องความจริงยาวนานมานับป้ ทั้งในส่วนของ การลงทุนโดยนักลงทุนต่างประเทศและการลงทุนโดยผู้ประกอบการในประทศ

ส่วนทางด้านของการบริโภคนั้นนะครับ ก็สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความมั่นใจ ของพี่น้องประชาชนในการที่จะจับจ่ายใช้สอย ดังนั้น รัฐบาลเท่านั้นครับที่ยังเหลืออยู่ เปึนเครื่องมือในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ และรัฐบาล จึงไม่สามารถที่จะรีรอ นี่คือสาเหตุและที่มาของพระราชบัญญัติที่เรากําลังพิจารณาอยู่ ในวันนี้

ในสภาวการณ์ปกติโดยเฉพาะเนื่องจากงบประมาณป้ ๒๕๕๒ เปึนงบขาดดุล อยู่แล้ว ผมก็ขอย้ํานะครับว่า ถ้าไม่จําเปึนรัฐบาลก็ไม่อยากที่จะต้องเสนอการกู้ยืมเพิ่มเติม ในการจัดงบประมาณสมทบดังเช่นพระราชบัญญัติที่เราขอให้ทุก ๆ ท่านมาร่วมกัน พิจารณาในวันนี้ แต่ด้วยความจําเปึนที่ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุก ๆ ตัวชะงักงัน บทบาท หน้าที่ของรัฐบาลจึงมีความเข้มข้นมากขึ้น และนี่คือสาเหตุที่มาของการนําเสนองบขาดดุล เพิ่มเติม หลาย ๆ ท่านนะครับได้มีการอภิปรายในส่วนของการเพิ่มวงเงินกู้ยืมนะครับ เปึนภาระหนี้สินให้กับประเทศชาติ ก็ตามที่ผมได้เรียน ถ้าเราประเมินว่าไม่มีความจําเปึน ทางด้านเศรษฐกิจที่จะต้องตั้งงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อมาอัดฉีดมากระตุ้นเศรษฐกิจ นะครับ ทางรัฐบาลก็คงไม่พึงที่จะพิจารณาที่กระทํา แต่ก็ต้องยอมรับความเปึนจริงนะครับว่าการขาดดุลงบประมาณนั้นเปึนภาวะที่เรารับมา ตั้งแต่วันแรกที่เราเข้ามาบริหารราชการ งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ซึ่งก็เปึนงบประมาณ ที่ผ่านการพิจารณาของรัฐบาลชุดที่แล้ว ในตัวของมันเองก็เปึนงบขาดดุลอยู่แล้ว มูลค่าขาดดุลรวมประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และแม้แต่งบประมาณกลางป้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ จริง ๆ แล้วก็เปึนงบประมาณที่ทางรัฐบาลที่แล้วเปึนคนริเริ่ม ในการที่จะนําเสนอ ผมจําได้ครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ วันนั้นได้กรุณาโทรศัพท์มาปรึกษาขอความคิดเห็นกับผมในฐานะที่ผมเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเงา ณ เวลานั้น และผมก็ได้แสดงความคิดเห็นกลับไป ทันทีว่า ต่อสภาวะเศรษฐกิจที่กําลังเปึนปัญหา ผมเห็นด้วยในหลักการที่ท่านจะนําเสนอ งบประมาณขาดดุลมูลค่ารวม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมถือว่าในหลักการผม ไม่แปลกใจที่สภาแห่งนี้ได้อนุมัติงบประมาณชุดนี้ไป เพราะจริง ๆ ก็เปึนแนวคิดร่วม ระหว่างพวกเราทุกพรรคทุกฝ์ายที่อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้

ในส่วนของการอภิปรายเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินจาก ทางญี่ปุ์นนะครับ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีโอกาสไปปรึกษาหารือกับทาง ท่านนายกรัฐมนตรีญี่ปุ์นในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพ เช่นเดียวกันนะครับว่า โครงการการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศเพื่อมาสนับสนุนโครงการ สาธารณูปโภค การลงทุนในสาธารณูปโภคในบ้านเรานั้นก็เปึนโครงการต่อเนื่องมา หลายรัฐบาล หลายสมัย เฉพาะเจาะจงกับประเด็นที่ท่านสมาชิกฝ์ายค้านหลายท่านได้ อภิปรายในเรื่องนี้ ผมก็อยากจะเรียนว่าการกู้ยืมเพื่อลงทุนดําเนินการโครงการรถไฟฟัา สายสีแดงตามที่ได้ปรากฏเปึนข่าวในช่วงอาทิตย์ที่แล้ว เปึนโครงการที่มีการริเริ่ม ณ วันที่ ๑ สิงหาคม ป้ ๒๕๔๙ ณ วันนั้นรัฐบาลได้มีมติให้จัดหาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสมและให้ กระทรวงการคลังค้ําประกันเงินกู้ดังกล่าว และในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ ก็ได้มีหนังสือ ทาบทามเงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์น ครั้งที่ ๓๐ สําหรับโครงการ ดังนั้นท่านไม่ควรที่จะแปลกใจนะครับ ว่าในการยืนยันการดําเนินการโครงการนี้ต่อไป รัฐบาลยังมีความจําเปึน ยังมีความตั้งใจ ที่จะยืนยันการกู้ยืมจากญี่ปุ์นซึ่งเปึนโครงการที่รัฐบาล ความจริงอันนี้ตั้งแต่สมัย พรรคไทยรักไทยยังรักษาการอยู่ได้ริเริ่มในการดําเนินการ ผมได้เรียนมาทุก ๆ ครั้ง ที่มีโอกาสนะครับว่า นโยบายใด ๆ ก็แล้วแต่ มาตรการใด ๆ ก็แล้วแต่ที่เปึนประโยชน์ต่อ เศรษฐกิจ เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะริเริ่ม โดยรัฐบาลใดก็แล้วแต่ รัฐบาลชุดปัจจุบันพร้อมที่จะสานต่อนะครับ และการกู้ยืม เพื่อลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในการสร้างระบบขนส่งมวลชนนั้นก็เปึนหนึ่งในโครงการ ที่เราก็ยืนยันนะครับว่าเปึนประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และเราก็พร้อมที่จะสานต่อ ตามนโยบายของรัฐบาลก่อนหน้านี้

ผมจะขออนุญาตตอบประเด็นคําถามด้วยนะครับ ทางด้านกฎหมาย ที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้มีต่อการตั้งงบประมาณกลางป้และต่อการตั้งงบชดเชยการใช้เงิน คงคลังนะครับ ก็ต้องขอเรียนนะครับว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันได้เข้ามารับผิดชอบ คือจริง ๆ ก็ประมาณเพียงแค่ ๔๕ วันนะครับ เข้ามาปุ็บก็พบแต่ปัญหาครับ หันไปทางไหนก็มีแต่ ปัญหา พอน้ําลดตอก็ผุด ผุดในทุก ๆ ที่ รัฐวิสาหกิจ กระทรวง ทบวง กรม เกือบทุกแห่ง มีแต่ปัญหานะครับ ซึ่งรัฐบาลก็มีความจําเปึนที่จะต้องเดินหน้าในการแก้ปัญหา ส่วนหนึ่ง ในแง่ของวิธีและเครื่องมือที่รัฐบาลใช้ในการแก้ปัญหาก็คือการใช้เงินงบประมาณ

ทีนี้ทางด้านกฎหมายนะครับ ผมขออนุญาตตอบประเด็นข้อสังเกตของ เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่พูดถึงระดับรายได้ของรัฐบาลที่ดูเหมือนว่าจะต่ํากว่าเปัาที่เคย กําหนดไว้ อันนี้เปึนเรื่องจริงครับ ความจริงรัฐบาลเปึนผู้เสนอต่อรัฐสภาในวันที่เราได้ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเองว่าเราคาดว่ารายได้ของรัฐบาลนั้นจะต่ํากว่าประมาณการ ที่เคยกําหนดไว้ในสมัยที่เราพิจารณางบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็คือตัวเลขประมาณการ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้นสูงกว่าตัวเลขที่ท่านสมาชิกฝ์ายค้านบางท่าน ได้นําเสนอเมื่อสักครู่ด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นความพร้อมในการรับมือภาวการณ์ที่รายได้ ของรัฐบาลนั้นปรับลดลงเมื่อเทียบกับประมาณการเดิมนั้นเรามีมาแต่แรกครับ ถามว่า เปึนปัญหาต่อการบริหารไหม แน่นอนครับเมื่อรายได้ภาษีของรัฐบาลลดลง ความยืดหยุ่นในส่วนของรัฐบาลที่จะใช้ มาตรการทางการคลังก็ลดลงด้วย ในการพิจารณางบประมาณป้ ๒๕๕๓ เดี๋ยวพวกเรา คงจะได้เห็นครับว่ารัฐบาลประมาณการรายได้ไว้อย่างไร ผมเรียนล่วงหน้าได้เลยนะครับ ว่ารัฐบาลจะใช้ตัวเลขตามความเปึนจริงในการประมาณรายได้ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ จะทําให้งบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ น้อยกว่าหรือมากกว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ อย่างไร เราคงต้องรอดูครับว่าทางรัฐสภาจะพิจารณาเช่นใด แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมยืนยันว่ารายได้เปึนปัญหา แต่ผมก็ยืนยันเช่นเดียวกันว่าไม่ได้เปึนปัญหาทางกฎหมาย ท่านเพื่อนสมาชิกนะครับ ผมต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านฐิติมา ฉายแสง นะครับ ได้อ้างถึงมาตรา ๒๑ ในพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งก็ได้ตีกรอบไว้ชัดเจน นะครับว่า การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณไว้ทําได้อย่างไร ๒ วรรค

วรรคแรก ก็คือ ร้อยละยี่สิบของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ที่ใช้บังคับ อยู่ในขณะนั้นและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม นะครับ ในที่นี้ก็คือเอารายจ่ายของงบ ป้ ๒๕๕๒ มาบวกกับงบรายจ่ายที่กําหนดไว้ในงบกลางป้ หลังจากนั้นเอามารวมกัน แล้วก็ คํานวณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของส่วนนั้น และ

วรรคสอง ร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สําหรับชําระ คืนเงินต้นนะครับ ซึ่งงบประมาณชําระคืนเงินต้นได้กําหนดไว้ในงบป้ ๒๕๕๒ ที่ ๖๓,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๖๓,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือประมาณ ๕๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอา ๒ ตัวเลขนี้มาบวกกันนะครับ เปึนเงินรวมกรอบ ก็คือ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขนี้ท่านฐิติมาก็ได้คํานวณถูกต้องนะครับ

ประเด็นปัญหา ก็คือท่านได้เอาประเด็นปัญหาเรื่องของรายได้ที่ต่ํากว่าเปัานั้น มาเปึนปัญหาของกรอบทางกฎหมาย ซึ่งมันเปึนคนละเรื่องกัน กฎหมายเขียนไว้ชัดเจน นะครับว่า การกู้ยืมนั้นคํานวณจากงบประมาณรายจ่าย ไม่ได้พูดถึงประเด็นในเรื่องของ รายได้นะครับ ดังนั้นถามว่ารายได้ต่ํากว่าเปัามีปัญหาในแง่ของการบริหารจัดการไหม ผมยืนยันครับว่ามีแน่นอน เราก็อาจจะต้องกู้ยืมเพิ่มเติม แต่ถามว่ามีปัญหาต่อกฎหมาย หรือไม่ ผมก็ยืนยันได้เช่นเดียวกันว่า ไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่าจะมีความชัดเจน ในส่วนของตรงนี้นะครับ

นอกจากนั้นประเด็นในเรื่องของข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการตั้งงบชดใช้ การใช้เงินคงคลังในอดีตมูลค่ารวม ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ก็เช่นเดียวกันครับ ประเด็นปัญหา ทางกฎหมาย ผมก็ขออนุญาตยืนยันนะครับว่าไม่มี ทางกฤษฎีกาก็ได้ตีความชัดเจน นะครับ คําว่า ต้องชี้แจงในส่วนของที่มาของรายได้ นั้นหมายถึงอะไร แล้วความหมาย ก็คือต้องชี้แจงว่ารายได้ในรูปของภาษีนั้นจะมาจากที่ใด ซึ่งก็มีการชี้แจงชัดเจนแล้วว่า ส่วนหนึ่งรายได้ภาษีจะมาจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการใช้เงินงบประมาณ ๑ แสนล้านบาท อีกส่วนหนึ่งก็จะมาจากรายได้ภาษีสรรพสามิตน้ํามันนะครับ ที่รัฐบาล ได้ประกาศใช้ ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งมูลค่าภาษีที่คาดว่าจะได้จาก ๒ ส่วนนี้ ก็สูงกว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ที่เปึนงบชดเชยการใช้เงินคงคลังอยู่แล้วนะครับ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ทางกฎหมายก็ไม่ได้มีกําหนดไว้ว่าจะต้องชี้แจงเพิ่มเติมแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้เพื่อนสมาชิกในการที่จะลงมติมีความสบายใจได้ อย่างน้อย ในส่วนของเรื่องกฎหมายนะครับว่า ทางรัฐบาลก็ได้พิจารณา คณะกรรมาธิการเองก็ได้ พิจารณาเพิ่มเติม เพราะประเด็นนี้ก็ได้มีการหยิบยกขึ้นมา ในช่วงของการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการเหมือนกัน แล้วก็ได้หยิบยกการตีความของกฤษฎีกาเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ให้กับเพื่อนกรรมาธิการด้วยก่อนที่จะมีการลงมติเห็นชอบนะครับ

ในส่วนเปัาหมายของงบประมาณนะครับ และนโยบายอื่น ๆ ของรัฐบาลที่ ได้ประกาศออกมาในช่วง ๓๐-๔๕ วัน ที่ผ่านมานี้ ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนอีกครั้งหนึ่ง นะครับ เพราะเมื่อสักครู่เราก็พูดกันในวงกว้างนะครับ แล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า สุดท้ายแล้วงบประมาณส่วนนี้จะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ผมก็จะต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่า เปัาหมายของงบประมาณ แล้วก็นโยบายอื่น ๆ ของรัฐบาลที่ออกมาในช่วงที่ผ่านมา ก็คือเราต้องการที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการช่วยเหลือคนยากจน นี่คือตรรกะและ ปรัชญาแนวคิดและที่มาของมาตรการต่าง ๆ และทุกนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการประกาศใช้ในช่วง ๔๕ วัน ที่ผ่านมา รวมถึงวันนี้ เมื่อสักครู่ผมได้ชี้แจงนะครับ และขออภัยต่อเพื่อนสมาชิกไปว่ามีบางช่วงเมื่อช่วงเช้าที่ผม ไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการได้ ก็เปึนเพราะเรามี ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนะครับ ผมก็ต้องเข้าไปร่วมประชุมด้วย เพราะมีเรื่อง สําคัญที่ทางกระทรวงการคลังได้นําเสนอต่อทางคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เปึนเรื่องเกี่ยวกับ การจัดสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งเราก็เชื่อว่าจะช่วยในการ แก้ปัญหาเรื่องของสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ และจะนําไปสู่การลดปัญหาเรื่องของ การเลิกจ้างด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นมาตรการเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในงบประมาณกลางป้ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ แล้วก็มีมาตรการอีกหลายมาตรการที่รัฐบาลได้ออกมาที่ไม่ได้ อยู่ในการพิจารณาของพวกเราในวันนี้ในส่วนของงบประมาณกลางป้ เพราะฉะนั้นเวลา เราพิจารณาในส่วนของงบกลางป้ ผมก็อยากที่จะวิงวอนเพื่อนสมาชิกนะครับว่า มันเปึน เพียงแค่ส่วนเดียวของนโยบายทั้งหมดของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และ ปรัชญาและที่มาของทุก ๆ นโยบายของรัฐบาล ก็คือเราช่วยคนจนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมพูดอย่างนั้นก็ไม่ได้ต้องการที่จะเอาใจฐานคะแนนเสียงนะครับ แต่พูดในหลัก เศรษฐศาสตร์นะครับว่า การช่วยเหลือคนจนด้วยการลดภาระค่าใช้จ่าย การเพิ่มรายได้ ให้กับเขานั้น มีโอกาสที่จะส่งผลต่อการบริโภคมากกว่าการช่วยคนรวย เพราะฉะนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลก่อนหน้านี้ คือรัฐบาลที่แล้วมีมาตรการการลดภาษี ค่อนข้างมากเปึนส่วนสําคัญของนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมจําได้ นะครับว่ามูลค่ารายได้ภาษีที่หายไปจากการลดภาษีตามมาตรการต่าง ๆ ผมจําได้ว่า ประกาศใช้ประมาณเดือนมีนาคมป้ที่แล้วมีมูลค่าโดยรวมนับแสนล้านบาท ถามว่า มีผลต่อการไปกระตุ้นเศรษฐกิจไหม ผมก็ยืนยันนะครับว่าคงจะมี แต่ผมไม่เชื่อว่ามีมาก เท่ากับการที่เรานําเงินงบประมาณให้กับคนยากจน สาเหตุเพราะประชาชนคนไทย ส่วนใหญ่ที่เสียภาษีก็ล้วนแล้วแต่เปึนคนที่มีอันจะกิน การที่เขาได้ประหยัดเงินภาษี ก็เท่ากับเขาสามารถที่นําเงินบางส่วนไปเพิ่มการออมของเขาได้ ในขณะที่คนยากจนนั้น เมื่อได้รับเงินงบประมาณนะครับ ทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับก็จะต้องนําไปใช้ในการบริโภค ดังนั้นเราจึงเชื่อนะครับว่า การลดภาษีให้กับคนรวยไม่ใช่เปึนแนววิธีการแก้ปัญหา เศรษฐกิจที่เหมาะสมสําหรับประเทศไทย และการที่เราจัดเก็บภาษีจากคนที่มีอันจะกิน และนําเงินภาษีเหล่านั้นไปช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนที่มี ความยากจนนั้น มีผลโดยตรงกับการกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ ดังนั้น ไม่ว่าจะเปึนนโยบาย เรื่องของการคงไว้ในส่วนของ ๕ มาตรการ จากเดิม ๖ มาตรการของรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งก็มี ผลโดยตรงต่อการลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนมาตรการในเรื่อง ของการจัดให้มีการเรียนฟรีจริง ซึ่งพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็รออยู่ในส่วนของตรงนี้ ก็ล้วนแล้วแต่เปึนการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อเขาสามารถที่จะมีเงิน ในกระเปิาเพิ่มขึ้นนํามาจับจ่ายใช้สอย และทําให้เกิดรอบหมุนในเศรษฐกิจมากขึ้น เช่นเดียวกัน มาตรการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ย อสม. นะครับ เช่นเดียวกัน ผู้ที่ได้รับ ประโยชน์ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เปึนผู้ยากจนไม่ว่าจะเปึนเกษตรกร จะเปึนแรงงาน ในระบบหรือนอกระบบก็แล้วแต่ ดังนั้นเมื่อเราพิจารณาแล้วผมก็น้อมรับนะครับต่อ ความกังวลของท่านว่า มาตรการอย่างเช่นมาตรการที่เรียกกันทั่วไปว่ามาตรการ ๒,๐๐๐ บาทนั้น ผู้ได้รับประโยชน์เปึนเพียงแค่แรงงานในระบบใช่หรือไม่ ถ้าเราพิจารณา เพียงแค่ในส่วนของมาตรการนั้น คําตอบง่าย ๆ ก็คือใช่ อย่างน้อยที่สุดส่วนของพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนั้น ก็คือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้ระดับ ที่ค่อนข้างต่ํา ผมขอเรียนอีกครั้งนะครับว่า เราขีดกําหนดไว้ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ก็จริง แต่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ คือผู้ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งผมคิดว่าทุก ๆ ท่านในที่นี้ต้องยอมรับว่าใครมีรายได้ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ บาทนั้นไม่พอจะกินอยู่แล้วครับ แต่นอกจากมาตรการนี้ผมก็อยากจะเรียน เพิ่มเติมว่า มาตรการและนโยบายอื่น ๆ ของรัฐบาลที่ไม่ได้เปึนส่วนหนึ่งของงบประมาณ กลางป้ ก็ล้วนแล้วแต่เปึนมาตรการและนโยบายที่มุ่งหวังไปที่การช่วยเหลือประชาชน ที่กําลังลําบากนะครับ กลุ่มยากจน กลุ่มอื่น ๆ นอกเหนือจากกลุ่มแรงงานในระบบ งบประมาณกลางป้ก็ล้วนแล้วแต่เปึนมาตรการและนโยบายที่มุ่งหวังไปที่การช่วยเหลือ ประชาชนที่กําลังลําบากนะครับ กลุ่มยากจนกลุ่มอื่น ๆ นอกเหนือจากกลุ่มแรงงาน ในระบบ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการประกันราคาพืชผลนะครับ ซึ่งเม็ดเงินรวมที่รัฐบาล ใช้นั้นสูงกว่าเม็ดเงินงบประมาณกลางป้ด้วยซ้ําไป เพื่อรองรับนโยบายเดียวครับ การรับประกันราคาพืชผล นโยบายนี้ใช้เงินงบประมาณในส่วนของการค้ําประกัน ธ.ก.ส. เดิมที ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลชุดปัจจุบันยืนยัน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเดิม และเพิ่มวงเงิน ค้ําประกันไปเปึน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ โดยรวมเปึนเม็ดเงินรวมที่มากกว่า งบประมาณกลางป้ทั้งงบประมาณนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ตระหนักถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มนะครับ และก็ตามที่ผมได้เรียนนะครับ แนวความคิดของเราก็คือกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการช่วยเหลือคนยากจนนะครับ จากนี้ก็จะมีอีก หลายประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาแสดงความคิดเห็นนะครับ เดี๋ยวเพื่อนกรรมาธิการ ของผมก็จะขออนุญาตชี้แจงในรายละเอียด ส่วนตัวผมเองก็จะขออนุญาตที่จะรอรับฟัง ความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกในมาตราอีกประมาณ ๒๐ มาตราที่ยังเหลืออยู่นะครับ แล้วก็ถ้ามีประเด็นที่ยังขาดตกบกพร่องผมก็ยินดีที่จะขออนุญาตใช้เวลาของสภาในการ ที่จะชี้แจงเพิ่มเติม ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวรวัจน์จะถามเพิ่มเติมหรือครับ ขอสั้น ๆ นะครับ เพราะเดี๋ยวกรรมาธิการท่านอื่น จะตอบด้วยนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของ กรรมาธิการ ผมอยากเรียนอย่างนี้ว่า พอดีท่านประธานคณะกรรมาธิการพูดพาดพิงถึง รัฐบาลชุดที่แล้วนะครับ ซึ่งผมก็เปึนคณะรัฐมนตรีอยู่ชุดนั้นด้วย แล้วผมเกรงว่าคงต้อง ทําความเข้าใจกันสักนิดหนึ่ง ถ้าไม่เช่นนั้นอาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย ผมขออนุญาต ท่านประธานผ่านไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยรับฟังสักนิดหนึ่งนะครับ ว่าจริง ๆ ผมอยากพูดถึงเหตุและผล แล้วก็พูดความจริงกันนะครับ เขาจะคํานึงถึงรัฐบาลชุดนี้ เขาคํานึงถึงพรรคของท่านแน่ว่าท่านจะมีส่วนที่ไม่แก้วิกฤติ เศรษฐกิจให้ตรงจุด แล้วทําให้เขาตกงาน นอกจากนั้นนะครับ ท่านแก้อย่างนั้นท่านเอา เงินไปแจกภาคครัวเรือน แต่ผมอยากเรียนท่านว่ากรรมวิธีในการจัดเก็บภาษีน้ํามัน ท่านกําลังทําลายระบบเศรษฐกิจนะครับ ขาหนึ่งท่านบอกว่าท่านต้องการแก้การท่องเที่ยว แต่ท่านเก็บภาษีน้ํามัน ผมถามว่าเมื่อน้ํามันขึ้นราคาขณะนี้คนที่ท่องเที่ยวแล้วไปใช้ จ่ายเงินจังหวัดต่าง ๆ ก็น้อยลง ตรงนั้นการท่องเที่ยวยิ่งเสียหาย ท่านกําลังเก็บภาษีน้ํามัน ทุก ๆ การผลิตที่เกิดขึ้น ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นหมด ราคาปุิย ราคาปัจจัยการผลิต ราคา ที่จะขึ้นเพิ่มขึ้นหมดตามราคาน้ํามัน ผมเรียนท่านว่าถ้าท่านทําอย่างนั้นนะครับ ท่านเอา เงินไปแจกภาคครัวเรือนก็จริงนะครับ แต่ทุกครั้งที่เขาเติมน้ํามันเขาจะคิดถึงเลยว่า ท่านกําลังสูบ ขอโทษนะครับ เหมือนที่เขาเรียกว่า รีดนาทาเร้น (ขูดรีดเอาทรัพย์สินจนอีก ฝ์ายหนึ่งยากแค้น) เปึนเรื่องที่เอาภาษีครับ เอาภาษีจากประชาชนมากจนเกินเหตุ ตรงนั้นจะเกิดความเจ็บปวด แล้วผมถามว่า ถ้าอย่างนั้นพืชผลการเกษตรก็ดี พืชผลหรือ ราคาสินค้าที่ส่งไปต่างประเทศ ถ้าเราส่งออกไม่ได้ เราแข่งขันต่างประเทศไม่ได้ โดยสถานะจริง ๆ คือกําลังซื้อลดลงด้วย ราคาที่เขาอยากจะซื้อก็อยากได้ของถูกด้วย แต่ท่านกําลังเพิ่มต้นทุนการผลิตขึ้นไป ผมเรียนว่าตรงนี้ไม่น่าจะเปึนวิถีทางการแก้ไข ที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นผมยังคงขอเรียนท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า วิธีการจัดงบประมาณ เราแตกต่างกัน วิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจเราแตกต่างกันนะครับ เราไม่เหมือนกัน ถึงท่านจะอ้างว่ามีการเตรียมการมาก่อนก็ใช่ แต่ไม่เหมือนกัน วิธีการคิดนี่แตกต่างกันนะครับ แต่อันนั้นก็เปึนเรื่องของรัฐบาลและวิธีความคิดของรัฐบาลที่แตกต่างกัน ผมยินดีท้าทาย กับทางรัฐบาล ผมเชื่อว่าท่านแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้แล้วถ้าท่านแก้ไม่ได้ต้องรับผิดชอบ นะครับ ผมอยากเรียนประเด็นเรื่องกฎหมายอีกนิดหนึ่งครับ ขออนุญาตท่านประธาน นิดหนึ่งเพราะเปึนเรื่องที่เกี่ยวพันกับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่าคุณวรวัจน์ได้อภิปรายไปรอบหนึ่งแล้ว นะครับ เรื่องต่อเนื่องเท่านั้นนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

คืออยากเรียนตรงนี้ครับ ประเด็นนี้เปึนเรื่องที่เกี่ยวพันกับกฎหมาย ทําไมเราถึงพยายามพูดบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ อาจจะหมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมขออนุญาตเรียนไปอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพื่อทําความเข้าใจ เพราะเมื่อเช้าท่านรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ท่านประธาน คณะกรรมาธิการไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ผมอยากให้ท่านไปดูนะครับ การจัดเก็บ การตั้ง กฎหมายงบประมาณป้ ๒๕๕๒ นั้นนะครับ เราตั้ง ๑.๕ ล้านล้านบาท เปึนเงินภาษี กู้มาอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเปึน ๑.๘๓ ล้านบาท วันนี้ท่านก็ยอมรับแล้วนะครับว่า โอกาส ที่จะจัดเก็บภาษีได้ ๑.๕ ล้านล้านบาท เปึนไปได้น้อยมาก ผมอยากให้ท่านนะครับ ผมขอ อนุญาตท่านประธานอ่านเรื่องของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ใน มาตรา ๑๗ ในกรณีจําเปึนจะต้องจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันเกินกว่าหรือนอกเหนือจากที่ กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ คณะรัฐมนตรีอาจเสนอร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมต่อรัฐสภาได้ ก็คือที่เขาทํา และให้แสดงถึง เงินที่พึงได้มาสําหรับจ่ายตามงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่ขอตั้งด้วย นั่นแปลว่า ถ้าท่านจะต้องมีเงินมาตั้งรายจ่ายเพิ่มเติมนี่เกิน ๑.๕ ล้านล้านบาท ท่านต้องบอกว่า ท่านเอามาจากไหน แต่วันนี้ท่านบอกว่ารู้แล้ว ๑.๕ ล้านล้านบาทนี่เก็บไม่ได้ ผมอยากเรียน ท่านว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ เปึนกฎหมายที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม วันนี้รัฐบาลยังเก็บเงิน ไม่ได้เลย ท่านเก็บเงินไม่ได้ แต่ท่านบอกว่าท่านเอามาตั้งใหม่ วิธีการอย่างนี้ผมเรียนท่านว่า ถ้าเกิดว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ นี้ท่านไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ ท่านไม่เอาเงินมาเติมเงิน ก้อนนี้ ถ้าไม่มีเงินเดือนจ่ายท่านทําอย่างไร ถ้าโครงการต่าง ๆ ที่วางไว้ไม่สามารถที่จะ บรรลุผลได้ เพราะไม่มีเงิน เพราะเม็ดเงินมันหายไปประมาณสัก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะทําอย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่าเปึนภาระที่รัฐบาลต้องคํานึงถึงก่อนว่าแผนงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ที่ผ่านสภาแห่งนี้ไปเปึนอย่างแรกที่เราต้องรับผิดชอบ ในมาตรา ๑๗ บอกว่า ถ้าท่านจะตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม โดยวินัยทางการเงินการคลังท่านจะต้องบอกว่า เกินกว่านี้แล้วท่านจะได้เงินมาได้อย่างไร แต่ท่านกําลังชี้แจงนะครับอาจจะไม่ใช่ท่าน และส่วนราชการที่มาชี้แจง ผมก็รับฟังเช่นเดียวกับท่าน ผมก็อึดอัดใจนะครับว่าเขาบอก ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เก็บไม่ได้ก็แล้วไป แต่ที่มาใช้ใหม่นี่มาจากเงินอีกก้อนหนึ่ง ซึ่งมาจากภาษีสรรพสามิต ที่ต้องไปเก็บค่าน้ํามันเพิ่มจากรายได้อื่นเอาไปเก็บเพิ่ม ผมถามว่าวิธีการตั้งอย่างนี้ เราไม่คํานึงถึงวินัยทางการเงินการคลัง และผมเชื่อว่าตรงนี้น่าจะขัดต่อกฎหมาย และผม เชื่อนะครับ ตอนนี้ผมก็ทราบว่ามีผู้ที่จะยื่นแน่นอน แล้วมันจะเปึนบ่อเกิดของการที่จะบอก ว่าเรากําลังจงใจกระทําขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ใช่ พวกเราบอกว่าเราอาจจะ ไม่ยอมทํา เราไม่มีใครอยากทําละครับ แต่ว่าวันนี้เราท้วงติงกันในที่สภาแห่งนี้แล้ว เราท้วงติง นะครับ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศเรา นี่ประเทศไทยบ้านเรานะครับ ถ้าเกิดวิกฤติ ไม่ใช่ทําให้พี่น้องประชาชนเจ็บปวด ท่านก็เจ็บปวด ผมก็เจ็บปวด วันนี้ผมท้วงติงในฐานะ ที่เปึนสมาชิกของสภาแห่งนี้ เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมท้วงติงตรงไปตรงมา ก็อยากให้ท่านรับฟังนะครับ ถ้ามันแก้ไขได้ แก้ไขเสีย การที่เรามาทะเลาะกันทางการเมือง เกิดวิกฤติกับประเทศแล้วเราไม่แก้ไข ผมว่านั่นคือสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่า ผมอยากให้สภาแห่งนี้ เปึนที่แก้ไขปัญหาของประเทศมากกว่าที่เรามาเล่นการเมืองกัน หรือเอาชนะคะคานกัน ทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของพวกเราเลย เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็คณะกรรมาธิการรวมถึงรัฐบาลทั้งหมดว่า ถ้าแก้ได้แก้ไขเถอะครับ อย่าดันทุรังไป อย่าเอาจนเกิดความเสียหาย ไม่มีเงินเดือนจ่าย ไม่มีงบประมาณมาป่ดงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่เราผ่านสภาไปแล้ว มันจะเกิดความเสียหาย มากกว่านี้ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบก่อนนะครับ และเดี๋ยวค่อยเชิญคุณ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านคะ ขอพาดพิงค่ะ และเดี๋ยวให้ท่าน ตอบทีเดียวเลยดีกว่าค่ะ ท่านคะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประเด็นเรื่องกฎหมายใช่ไหมครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

พาดพิงเมื่อกี้ของดิฉันค่ะ นิดเดียวค่ะ จะได้ตอบทีเดียวค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นขอท่านรัฐมนตรีให้ถามสักนิดนะครับ เชิญคุณฐิติมา ฉายแสง เอารวบรัดด้วย นะครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ค่ะ กราบขอบคุณค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนะคะว่า คุณกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและก็เปึน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่เรากําลังพูดถึงอยู่ ได้พาดพิงดิฉัน และก็ยังชื่นชมด้วยนะคะว่าดิฉันได้คํานวณถูกต้อง ทีนี้สิ่งที่ท่านรัฐมนตรี ได้พูดมาทําเหมือนกับว่าคิดในเชิงบวก บวก บวก เหมือนกับรัฐมนตรีกด กด กด ที่ผ่านมา อย่าลืมนะคะว่าขณะนี้เศรษฐกิจของโลกมันเกิดวิกฤติด้วย ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ท่านจะสามารถเก็บรายได้ได้มากขึ้น ณ ขณะนี้อาจจะเก็บไม่ได้ก็ได้ เพราะฉะนั้นจาก รายได้ที่ท่านจะได้เข้ามามันอาจจะต่ํากว่าประมาณการไปอีกเยอะก็ได้ ดิฉันเลยคิดว่า มันคือการขาดดุลมากขึ้นนั่นเอง ท่านจะเอาเงินจากไหน อยากรู้ว่าท่านจะเอาเงินจากไหน ท่านจะกู้เพิ่มหรือเปล่า ท่านจะกู้เพิ่ม ถ้าท่านกู้เพิ่มนั่นหมายความว่าหนี้สาธารณะ ท่านก็จะมากขึ้นด้วย เมื่อมากขึ้นมันก็มีสิทธิที่จะไปขัดต่อพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ ที่ดิฉันได้อภิปรายไว้ เพราะฉะนั้นจึงถามว่าท่านจะเอาเงินจากไหนคะ ท่านกรณ์ จาติกวณิช คะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีกรณ์ครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ท่านวรวัจน์ ท่านฐิติมา ที่แสดงความคิดเห็นและก็ตั้ง คําถามเพิ่มเติมให้กับผม ก่อนอื่นนะครับ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับว่า การที่ผม อ้างถึงรัฐบาลที่ผ่านมาต่อความเปึนจริงในส่วนของสภาวะเศรษฐกิจ ณ เวลานั้นจนถึง เวลานี้ ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะโทษใคร ผมเพียงแต่เรียนตามข้อเท็จจริงนะครับว่าใครบริหาร ราชการอยู่ในช่วงนั้น แล้วก็ปัญหาเศรษฐกิจ ณ วันที่รัฐบาลชุดปัจจุบันมารับภาระหน้าที่นั้น เปึนเช่นใด ซึ่งท่านบอกว่าเปึนข้อเท็จจริง ผมคิดว่าท่านประธานก็คงฟังผมนะครับ แล้วคงได้ยินผมชัดเจนนะครับว่าไม่ได้เปึนการกล่าวโทษใคร อย่างไรก็แล้วแต่ ผมก็ขออนุญาต ขอโอกาสเพื่อนสมาชิกที่อยู่ฝ์ายค้านด้วยนะครับ ในเมื่อเรามารวมกัน ในที่นี้หวังผลที่จะอภิปรายด้วยความสร้างสรรค์ ผมก็รับฟังข้อเสนอแนะของท่านนําไปใช้ เปึนประโยชน์ เช่นเดียวกันนะครับ การอภิปรายในเรื่องที่ไม่เปึนความจริงต่อรัฐบาลของ พรรคประชาธิปัตย์ในอดีต ผมคิดว่าก็ไม่เปึนสิ่งที่ควรเช่นเดียวกันนะครับ การอ้างถึง รัฐบาลประชาธิปัตย์ว่าเปึนผู้กู้ ไอเอ็มเอฟ ซ้ําแล้วซ้ําเล่า ผมคิดว่า ณ วันนี้ท่านน่าจะทราบ แล้วนะครับว่าจริง ๆ แล้วรัฐบาลไหนเปึนผู้ออกไปกู้ยืมเงินจาก ไอเอ็มเอฟ มันไม่ใช่รัฐบาล ประชาธิปัตย์ครับ หรือถ้าท่านไม่ทราบผมก็ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่ง การป่ดสถาบันการเงิน ทั้งหมด การออกไปเซ็นสัญญากู้ยืมจาก ไอเอ็มเอฟ เกิดขึ้นโดยรัฐบาลก่อนผมครับ เดี๋ยวความจริงเพื่อนสมาชิก ท่านพิเชษฐ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม อยู่ในยุคนั้นสมัยนั้น น่าจะเล่า ให้ท่านฟังได้ในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ถ้าท่านยังมีความข้องใจในประเด็นนี้ รัฐบาล ประชาธิปัตย์ในช่วงนั้นเข้ามาเพื่อกอบกู้เศรษฐกิจ เราเองนี่นะครับ รัฐบาลชุดนั้นไม่ได้กู้ยืมเต็มวงเงินที่ ไอเอ็มเอฟ ให้กับทางรัฐบาล ก่อนหน้าที่เราเข้ามารับผิดชอบด้วยซ้ําไป และก็ริเริ่มในการคืนหนี้ก่อนที่จะหมดสมัย ของรัฐบาลประชาธิปัตย์ ณ ช่วงนั้น นั่นคือข้อเท็จจริง เช่นเดียวกันนะครับ เมื่อสักครู่ ผมยกตัวอย่างในเรื่องของการกู้ยืมเงินในส่วนของรถไฟฟัา ผมก็ได้เรียนไปแล้วนะครับ มันไม่มีประโยชน์อันใดที่ท่านจะมาบอกว่าไปกู้จากญี่ปุ์นอีกแล้ว ไปทําโน่นทํานี่อีกแล้ว ในเมื่อข้อเท็จจริงก็คือกระบวนการนี้ได้มีการริเริ่มโดยรัฐบาลสมัยที่พรรคไทยรักไทย บริหารราชการอยู่ ตั้งแต่สมัยเดือนสิงหาคมป้ ๒๕๔๙ ดังนั้นการอภิปรายในลักษณะนี้ ผมคิดว่าเรียนตามตรงด้วยความเคารพนะครับ ไม่สร้างสรรค์แล้วก็ไม่เปึนประโยชน์ แต่อย่างใด

ในส่วนของเรื่องกฎหมายนะครับ ขออนุญาตกระโดดไปในเรื่องนั้นก่อน นะครับ ผมจะต้องขออนุญาตตอบคําถามต่อเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ท่านว่า จริงอยู่นะครับ รายได้อาจจะต่ํากว่าเปัาที่ได้กําหนดไว้ ท่านถามว่าวินัยมีเช่นใด ผมขอเริ่มต้น ในการอธิบายด้วยการพูดถึงตรรกะก่อน คืออย่างนี้ครับ ณ วันนี้เรามีงบขาดดุล คืองบป้ ๒๕๕๒ หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ประเทศเราประสบปัญหาเศรษฐกิจ ถ้าท่าน กําลังจะบอกผมว่า เมื่อมีปัญหาเศรษฐกิจทําให้รายได้ของรัฐบาลต่ํากว่าเปัา รัฐบาลต้อง ไม่ดําเนินการใด ๆ ในการที่จะกู้ยืมเงินเพิ่มเติม ถึงแม้ว่าเรากู้ได้ เพื่ออุ้มชูเศรษฐกิจ ผมรับตรรกะนี้ไม่ได้ครับ ผมรับตรรกะนี้ไม่ได้จริง ๆ ผมคิดว่าจังหวะเวลาที่เราต้อง ดําเนินการในส่วนของรัฐบาลด้วยความกล้าหาญนี่ ก็คือจังหวะที่ประเทศชาติกําลัง มีปัญหา ไม่ใช่ว่าพอมีปัญหารายได้น้อย ทุนของเราที่เราสะสมไว้มันมีไว้เพื่อรองรับ การแก้ปัญหาในช่วงที่เรามีปัญหา ในช่วงวิกฤติ ซึ่งก็คือช่วงนี้ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้อง ตัดสินใจด้วยความกล้าหาญในการที่จะเสนองบประมาณเพื่อไปแก้ปัญหาของพี่น้อง ประชาชนในครั้งนี้นะครับและ

นอกจากนั้นก็อยากจะเรียนท่านเพิ่มเติมนะครับ ในเรื่องของวินัยทางการคลัง นี่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่มันมีกรอบกฎหมายที่จํากัดการกระทําของทางรัฐบาลและของทาง รัฐสภาอยู่แล้วว่าเราจะกู้ยืมเงินได้เท่าไร ท่านฐิติมา ขออนุญาตเอ่ยนามอีกครั้งนะครับ ก็ได้อ่านให้เราฟังแล้วนะครับ มาตรา ๒๑ เมื่อสักครู่ผมก็ได้ทวนให้ฟังอีกครั้งหนึ่งว่า ทุกอย่างที่เราปฏิบัตินั้นก็อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่กําหนดไว้ให้กับเรา นอกจากนั้น นะครับก็ยังมีความตั้งใจของหลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาว่าหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นนั้น เราจะพยายามไม่ให้เพิ่มขึ้นกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าเศรษฐกิจโดยรวม ก็คือ จีดีพี หลังจากที่ทางรัฐสภาซึ่งผมหวังว่าจะอนุมัติในส่วนของงบประมาณกลางป้ชุดนี้ ก็จะทําให้ หนี้สาธารณะของเราปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นยังอยู่ ในกรอบของวินัยทางการคลังที่ท่านได้อ้างถึงนะครับ

ในส่วนของคําถามว่าแล้วเงินจะมาจากไหน ผมก็จะขออนุญาตเรียนว่า เงินมาจากการกู้ครับ อันนี้มันชัดเจนอยู่แล้ว มันเปึนงบขาดดุลตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ ดังนั้น เมื่อรายได้ต่ํากว่าที่คาดการณ์ไว้ ถามว่ารัฐบาลจะสนับสนุนกิจกรรมหรือมาตรการต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติที่กําหนดเอาไว้แล้วอย่างไร ก็ต้องกู้ยืมนะครับ แต่ในส่วนของ เงินชดใช้เงินคงคลังนี่เปึนส่วนพิเศษ เปึนส่วนที่กฤษฎีกามีการตีความในกฎหมายว่า จะต้องมีแหล่งที่มาของรายได้ที่ไม่ใช่เปึนเงินกู้ นั่นก็คือสาเหตุที่ในส่วนของ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เราได้กําหนดไว้ชัดเจนว่ารายได้จะมาจากเงินภาษีส่วนอื่น ๆ อีก ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท กฎหมายเป่ดช่องครับ เราสามารถที่จะกู้ยืมได้และนั่นก็คือวิธีการที่เราดําเนินการมา อย่างเป่ดเผยมาตั้งแต่แรก ภายในกรอบวินัยทางการคลังที่ผมได้เรียนไว้เมื่อสักครู่

สุดท้ายนะครับ ท่านได้พูดถึงเรื่องของการช่วยเหลือภาคส่งออก การท่องเที่ยว แล้วท่านได้พูดถึงเรื่องผลกระทบของการเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ผมก็จะขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับว่า ผมเรียนไว้แต่รอบแรกว่ามาตรการภายในกรอบ ของงบประมาณกลางป้นั้นก็เปึนส่วนหนึ่งของนโยบายโดยรวมของรัฐบาล

ในส่วนของเรื่องของการส่งออกและเรื่องของการท่องเที่ยวนั้นผมขอ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยนะครับเมื่อเช้านี้ที่ผมอ้างถึงการประชุม ครม. เศรษฐกิจ ก็ได้มี การอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้กับองค์กรของรัฐที่มีหน้าที่ ก็คือธนาคารเพื่อการส่งออก และบรรษัทเพื่อค้ําประกันสินเชื่อผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม ได้มีวงเงินเพิ่มเติม ในการที่จะค้ําประกันความเสี่ยงให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งเปึนผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และเราก็ได้ฝากไว้ด้วยว่าช่วยกรุณาพิจารณาที่จะจัดสรรสินเชื่อหรือการค้ําประกันสินเชื่อ ในวงเงินที่เหมาะสมให้กับภาคส่งออก ซึ่งเราถือว่าเปึนภาคที่กําลังเดือดร้อนนะครับ แล้วก็ต้องการการเข้าถึงแหล่งเงินอย่างเร่งด่วน ดังนั้นมาตรการนี้ในส่วนของ ๒ สถาบันนี้ ก็จะทําให้มีวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมในระบบ เราคาดการณ์ไว้อย่างน้อยประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็เปึนมูลค่าที่มีความหมายต่อการต่อชีวิตให้กับผู้ประกอบการ นํามาซึ่งการรักษาระดับการว่าจ้าง ตามที่พวกเราทุกคนคาดหวังว่าจะเห็น

ส่วนประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องของภาษีน้ํามันนะครับ ผมก็ได้มีโอกาสชี้แจง ในสภาไปแล้วครั้งหนึ่ง ผมจะไม่ใช้เวลามาก ไม่มีกรณีไหนละครับที่ทางรัฐบาล พึงปรารถนาที่จะเพิ่มภาษีนะครับ แต่ในกรณีของน้ํามันนี่ ผมก็ต้องเรียนตามข้อเท็จจริงว่า มันถึงช่วงเวลาที่จะต้องพิจารณาทบทวนมาตรการ ๖ เดือนอยู่พอดีนะครับ ว่าเราควรที่จะ ยกเว้นภาษีสรรพสามิตต่อไปหรือไม่ ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏนะครับ ก็คือราคาน้ํามัน ในตลาดโลกนี่ปรับลดลงมาค่อนข้างมากจาก ๑๔๐ เหรียญต่อบาร์เรล ลงมาเหลือ ประมาณ ๔๐ เหรียญ เพราะฉะนั้นความเหมาะสมหรือความจําเปึนที่จะต้องลดภาษี สรรพสามิตในส่วนของน้ํามันเราคิดว่าไม่มีแล้ว นอกเหนือจากนั้นเราก็ยืนยันนะครับว่า เรามีวาระเพิ่มเติมก็คือ เราต้องการที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนนะครับ ประเทศไทยเปึนประเทศที่ได้เปรียบประเทศอื่น ๆ ในการที่เรามีเกษตรกรที่สามารถ ที่จะปลูกวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล (Ethanal) ได้ก็คือมันสําปะหลัง คืออ้อย ก็คือฐานคะแนนเสียงของพวกเราหลาย ๆ คนในที่นี่ครับ ดังนั้นแนววิธีที่จะยกระดับรายได้ ของพี่น้องเกษตรกรกลุ่มนี้ ซึ่งท่านก็ทราบดีว่ากลุ่มพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกมันสําปะหลังนั้น เปึนกลุ่มที่ยากจนที่สุดอยู่แล้ว ก็คือการยกระดับราคาผลผลิตของเขาอย่างถาวร วิธีที่ยกระดับราคาสินค้าของเขาอย่างถาวรก็คือ การสร้างอุตสาหกรรมเอทานอลให้ เกิดขึ้นได้จริง เอทานอลไม่มีทางเกิดครับตราบใดที่ราคาน้ํามันต่ํากว่าราคาทุนของเอทานอล ดังนั้นแนววิธีที่จะส่งเสริมให้มีการลงทุนนําไปซึ่งระดับราคาพืชผลของเกษตรกรในราคา ที่สูงขึ้น นี่ก็คือการที่ค่อย ๆ ยกระดับราคาน้ํามันขึ้นมาในระดับที่ทําให้อุตสาหกรรม พลังงานทดแทนนั้นเกิดได้นะครับคุ้มค่าต่อการลงทุน และนั่นคือหนึ่งในส่วนของนโยบาย ของทางรัฐบาล เปรียบเทียบกับราคาที่ส่งผลต่อพี่น้องที่เปึนผู้บริโภคน้ํามัน ผมก็ต้องขอเรียน ว่าถึงแม้มีการปรับภาษีน้ํามันขึ้นมาแล้วก็ตาม ราคาน้ํามันค้าปลีกก็ยังอยู่ในระดับ เพียงแค่ประมาณครึ่งเดียวนะครับ ถ้าเปรียบเทียบราคาน้ํามันดีเซล เทียบกับราคา ณ วันที่ ประกาศ ๖ มาตรการ ๖ เดือนแต่แรก ดังนั้นพี่น้องประชาชนก็มีความเคยชินในระดับหนึ่ง กับราคาที่สูงกว่านี้เยอะ ถามว่าราคาต่ํากว่านี้ได้ไหมถ้าเราลดภาษี ตอบตามจริงครับ ได้ แต่หน้าที่ของรัฐบาลก็คือการตัดสินใจว่าทรัพยากรที่มีจํากัดนั้นเราจะแบ่งให้กับใคร ในกรณีนี้เราเลือกที่จะแบ่งให้กับพี่น้องเกษตรกรที่มีความยากจนครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการท่านอื่นครับ ท่านพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพ ผมจะไม่ชี้แจงถึงสิ่งที่เปึนนโยบายของรัฐบาลที่ฝ์ายรัฐบาล จะดําเนินการไป แต่จะชี้แจงเฉพาะข้อมูลที่ได้จากการทํางานของคณะกรรมาธิการและ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ผมบังเอิญว่าเปึนกรรมาธิการงบประมาณประจําป้เมื่อป้ ๒๕๕๒ และก็ มาเปึนกรรมาธิการวิสามัญในงบประมาณเพิ่มเติมงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ด้วย ก็เลยมีข้อมูลหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกันที่คิดว่าจะเปึนประโยชน์ในการชี้แจงให้สภา แห่งนี้ทราบ

ก่อนอื่นผมต้องขอย้ําอีกสักครั้งหนึ่งนะครับว่า งบประมาณที่เรากําลัง พิจารณากันอยู่ขณะนี้ไม่ใช่งบประมาณประจําป้นะครับ แต่เปึนงบประมาณเพิ่มเติม งบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ที่เราเรียกว่า งบกลางป้ เพราะฉะนั้นสาระรายละเอียด ในงบประมาณ ขนาดของงบประมาณ วิธีการพิจารณาของงบประมาณ และเอกสาร ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจึงได้ต่างกัน เมื่อเช้ามีท่านสมาชิกหลายท่านทวงถามถึงเอกสาร ประกอบว่าเอกสารหลายอย่างที่ท่านเคยได้ในการพิจารณางบประมาณทําไมคราวนี้ไม่ได้ ก็เรียนว่าท่านกําลังเอาไปเปรียบเทียบกับการพิจารณางบประมาณประจําป้ งบประมาณ ประจําป้เมื่อพิจารณาแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกป้ครับ จะมีการปรับลด มีการปรับเพิ่ม มีข้อมูลจากเอกสาร ซึ่งผู้ที่เคยเปึนกรรมาธิการงบประมาณมาก็ทราบว่าแต่ละป้เอกสารร่วม ๑๐ กล่อง และก็จะไปรวบรวมรายการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายเปึนเอกสารเพิ่มเติมมาแจกสมาชิก บางครั้งก็เปึนเล่มเขียว บางครั้งก็เปึนเล่มฟัา ตามที่เรารู้จักกัน แต่ป้นี้งบประมาณกลางป้ ดังกล่าวนี้มีเอกสารแจกให้ท่านสมาชิกตั้งแต่วาระแรก ก็คือรายละเอียดงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ที่สมาชิกทุกท่านได้รับไปแล้ว ในเอกสาร รายละเอียดดังกล่าวนี้มีพูดถึงแผนงาน โครงการ วัตถุประสงค์ สถานที่ดําเนินงาน ระยะเวลาดําเนินการ กิจกรรมและวิธีการดําเนินงาน เปัาหมายของโครงการและตัวชี้วัด ผลสําเร็จ ผลที่คาดว่าจะได้รับ และรายละเอียดจําแนกตามงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด ซึ่งท่านสมาชิกได้รับแล้ว แต่การพิจารณางบประมาณในชั้นกรรมาธิการงบประมาณ ๗ วัน ปรากฏว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยทุกมาตรา เมื่อไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ไม่มี เอกสารใหม่ที่จะทํามาแจกท่านสมาชิก ก็เลยยึดถือตามเอกสารเดิม ไม่ว่ารายละเอียด โครงการ วัตถุประสงค์ สถานที่ดําเนินการทั้งสิ้น ก็คือสิ่งที่ได้แจกท่านสมาชิกไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ผมก็ขอย้ําอีกนิดหนึ่งว่างบประมาณป้นี้ที่ว่า ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่งบกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมดนะครับ ใน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เปึนส่วนที่จะต้องใช้คืน เงินคงคลังตามรัฐธรรมนูญเสีย ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีงบประมาณเหลือส่วนที่เปึน งบกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท และคําว่า กระตุ้นเศรษฐกิจ เราไปเรียกกันเอง ตามความรู้สึก จริง ๆ แล้วในงบประมาณนี้ใช้คําว่า งบประมาณพัฒนาคุณภาพชีวิต และความมั่นคงด้านสังคม ผลกระทบจากเศรษฐกิจทั่วโลกและสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ประเทศชาติทั้งที่เกิดแล้วและที่จะเกิดขึ้นต่อไป นอกจากด้านเศรษฐกิจกระทบอย่างมาก แล้ว สังคมกระทบด้วยครับ สังคมเริ่มกระทบมาถึงการศึกษา ไปถึงชนบท ไปถึงกลุ่มที่เรา เคยเรียกกันว่า รากหญ้า ไปถึงทุกสาขาวิชาการ ทุกสาขาต่าง ๆ เพราะฉะนั้นนอกจาก มาตรการที่จําเปึนจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรื้อฟุ๋นเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ความจําเปึน ในการที่จะต้องบรรเทาผลกระทบสังคม ซึ่งน่าอย่างรีบด่วนเพื่อประชาชนชาวไทยอย่างนี้ ก็เปึนสิ่งรีบด่วนที่จะต้องทําเหมือนกัน พระราชบัญญัติงบประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ส่วนใหญ่ก็มีงบประมาณบางส่วนที่เปึนงบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบสังคมและ จัดระเบียบสังคมด้วย เช่น งบประมาณเพื่อกระทรวงวัฒนธรรมถามว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ตรงไหนครับ แต่ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ก็เปึนสิ่งที่พึงกระทํา

งบประมาณเพื่อสํานักพุทธศาสนาแห่งชาติ ในงบที่เพิ่มเติม ถือว่ากระตุ้น เศรษฐกิจหรือเปล่าครับ มันก็ไม่อาจที่จะชี้แจงเปึนตัวเลขได้ แต่ก็เพื่อบรรเทาผลกระทบ สังคม ไม่ว่าเงินสงเคราะห์คนชรา เงิน อสม. หรือเงินในงบประมาณกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ อะไรหลายเรื่อง ส่วนหนึ่งเจตนาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่แฝงด้วย เจตนาอีกอย่างหนึ่งก็คือเพื่อบรรเทาผลกระทบสังคมที่เดือดร้อนกันอยู่ขณะนี้

ผมกลับมาที่ตัวเลขนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ตัวเลขที่ว่าเปึนงบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรือบรรเทาผลกระทบสังคม จริง ๆ มีเพียง ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทนี่สําคัญอย่างไรครับ ผมเปรียบเทียบว่างบประมาณแผ่นดินป้ ๒๕๕๒ ทั้งสิ้น ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไปเปรียบเทียบกับงบกลางป้อันนี้ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท งบนี้เพียงแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประจําป้เท่านั้นเองครับ ตัวเลขขนาด ๕ เปอร์เซ็นต์ ทําอะไรทุกอย่างไม่ได้ละครับ เวลานี้เราถึงจะพูดว่าทําไมปราบปราม ยาเสพติดเราจึงไม่มีงบประมาณในงบกลางป้ ทําไมในการช่วยเกษตรกรในเรื่องราคา พืชผล เราถึงไม่ใส่ในงบกลางป้ หลาย ๆ เรื่องตามที่ท่านสมาชิกพูดมาว่าทําไมไม่มี ในงบกลางป้ ขอเรียนว่างบส่วนใหญ่เหล่านั้นมีอยู่ในงบประจําป้ ๒๕๕๒ อยู่แล้ว และจาก งบกลางป้นี้ ขณะนี้รัฐบาลนี้กําลังจัดทํางบประมาณป้ ๒๕๕๓ ซึ่งได้ทราบว่ารัฐบาล ก็อนุมัติกรอบงบประมาณแล้ว โครงการสําคัญเหล่านี้ไม่ว่าปราบปรามยาเสพติด แก้ไขปัญหาภาคใต้ ปัญหาเกษตรกร ปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย มันจะมีอยู่ในป้ ๒๕๕๒ และป้ ๒๕๕๓ เสริมด้วยงบกลางป้นี้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ผมก็ ขอเรียนว่างบประมาณนี้เพียงแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประจําป้ เราจึงมีท่านสมาชิกมักจะ อภิปรายว่าทําไมรัฐบาลไม่ให้ความสําคัญกับเรื่องนั้น ทําไมรัฐบาลไม่ให้ความสําคัญ กับเรื่องนี้ หลาย ๆ เรื่อง แต่ก็โปรดคิดว่านี่คืองบพิเศษ งบเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เล็กน้อยเท่านั้นนะครับ

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอมาส่วนที่เกี่ยวข้องก็คือที่มาและรายได้และ ชดใช้เงินคงคลัง มีท่านสมาชิกได้มีการอภิปรายด้วยความห่วงใยว่ามันจะผิดรัฐธรรมนูญ หรือไม่ สิ่งเหล่านี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาอย่างรอบคอบและให้ตัวแทนจาก คณะกรรมการกฤษฎีกาเข้ามาชี้แจงในที่ประชุม เพื่อความแน่ใจด้วย งบจํานวนที่ไปชดใช้ เงินคงคลังนี้ก็เรียนชัดเจนจากท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังแล้วว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เงินกู้ แต่เปึนเงินรายได้ที่ประมาณการว่า จะเพิ่มขึ้นเปึนจากภาษีและรายได้อื่น มีรายละเอียดจากการซักถามว่ามันกําลังจะพ้น มาตรการ ๖ เดือน ที่รัฐบาลไปช่วยภาษีสรรพสามิตในเรื่องน้ํามัน มันจะมีรายได้เพิ่มขึ้น จากน้ํามันเบนซิน ๙๑ ๙๕ แก๊สโซฮอล์ อี ๑๐ (E 10) อี ๒๐ (E 20) อี ๘๕ (E 85) ดีเซล กํามะถันน้อยกว่า และดีเซลกํามะถันมากกว่า ตกเดือนละ ๑,๙๑๗ ล้านบาท ถ้าคิดคํานวณเดือนมีนาคมจนถึงสิ้นป้งบประมาณคือ ๓๐ กันยายน ก็จะมีระยะเวลา ๘ เดือน คํานวณเปึนเงินมาได้ ๑๕,๓๓๖ ล้านบาท เปึนที่มาของรายได้ที่ประมาณการจากตัว น้ํามันที่แน่นอน ส่วนอื่นที่เพิ่มก็คือว่า ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้เราประมาณการว่า จีดีพี เราอยู่ที่ประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขเคยปรากฏว่าจะพูดถึง ๑๐ ล้านล้านบาท แต่ตัวเลขทางการว่าประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เชื่อว่าจากงบ กลางป้ป้นี้เสริมเข้าไปจะทําให้ภาษีหายไป ก็หายไปน้อยลงสักนิดหนึ่ง หรืออาจจะเพิ่ม ขึ้นมาได้สักนิดหนึ่ง จากตัวเลขปกติธรรมดาที่ถ้าหากไม่มีงบกลางป้นี้เชื่อว่าจะเพิ่ม จีดีพี ได้ตัวเลขประมาณ ๘๑,๘๐๐ ล้านบาท ในตัวเงิน จีดีพี เมื่อจะเสริมให้ จีดีพี โตขึ้น ๐.๙ เปอร์เซ็นต์คูณด้วย ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันก็จะเปึนเงินอีกประมาณ ๑๒,๙๐๐ ล้านบาท มันมีตัวเลขยืนยันชัดเจนต่อกรรมาธิการว่ารายได้เหล่านี้เอามาจากไหน ที่ไหน เพราะฉะนั้นไม่ได้ใช้เงินกู้ ไม่ได้มีอะไรที่จะเปึนสิ่งที่ผิดกฎหมาย ท่านประธาน ที่เคารพ มีส่วนที่เกี่ยวข้องที่จําเปึนจะต้องพูดถึงอยู่นิดหนึ่งนะครับก็คือเรื่องฐานะเงินคง คลัง มีตัวเลขชัดเจนจากที่ประชุมงบประมาณ จากการซักถามผู้เกี่ยวข้องคือว่า ณ สิ้น ป้งบประมาณ ๒๕๕๑ สิ้นป้งบประมาณนะครับ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ไม่ใช่สิ้นป้ปฏิทิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ มีเงินคงคลังอยู่ ๒๒๙,๐๖๐,๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ตัวเลข ที่เกิดตกใจกันขึ้นมาว่า ๓ เดือนต่อมาเมื่อสิ้นป้ปฏิทิน คือ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ เงินคงคลังเหลือเพียงแค่ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท เงินคงคลังหายไปช่วง ๓ เดือน ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท คือในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม เราได้ซักถามก็ทราบว่า รัฐบาลนี้แถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม และหลังจากนั้นป่ดป้ใหม่ รัฐบาลนี้เข้ามา บริหารราชการแผ่นดินจริง ๆ ก็รู้สึกว่าวันที่ ๔ หรือวันที่ ๕ มกราคมแล้ว ณ วันที่ ๔ หรือ ๕ มกราคม เงินคงคลังของรัฐบาลเหลือเพียง ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ ยิ่งกว่านั้นปรากฏ มาอีกว่ารายได้การจัดเก็บที่สูญหายไปมันไม่ใช่ไปสูญหายไปหลังวันที่ ๕ มกราคม นะครับ ไม่ว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ที่บอกว่าหายไปประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันหายไปในเดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน และเดือนธันวาคมครับ มันหายไปก่อนที่รัฐบาลคณะนี้ที่จะมา เราก็ได้แจงตัวเลข แต่ท่านที่เคารพครับ สิ่งที่ท่าน จะต้องตรวจสอบต่อไป เงินคงคลังหายไปอย่างไร ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วง ๓ เดือน คือในเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน และเดือนธันวาคม แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น ๓ เดือนนั้น หายไป ๑๗,๗๐๐ ล้านบาท วันนี้ครับวันที่ ๓๑ มกราคม เงินคงคลังของประเทศไทยเหลือ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ นั่นคือ ๑ เดือนของรัฐบาลนี้หายไปแค่ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ทําไม ๓ เดือนของที่ผ่านมาหายไปตั้ง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท และนี่ละครับคือเหตุความจําเปึน ในการที่เราจะต้องรีบแก้ไข ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือปัญหาที่จะต้องรีบกระตุ้น เศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบสังคมถึงความเดือดร้อนต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น และทําไม กรรมาธิการถึงต้องทํางานอย่างเร่งด่วน ๗ วันให้งบประมาณนี้เสร็จเข้าสู่สภา เพื่อจะได้ เบิกใช้เงินออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะปัญหาซึ่งหน้ามันยิ่งกว่าไฟไหม้ป์าที่ออสเตรเลียครับ มันรุมล้อมมาทุกด้านละครับ เพราะฉะนั้นเปึนสิ่งที่ว่าเราจําเปึนที่จะต้องทํางาน อย่างรีบด่วนที่สุดครับ

เรื่องเงินคงคลังวันนี้ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เดือนหน้าจะเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลจะต้องไปเจรจากับใครเผื่อไว้ในเรื่อง เงินกู้เปึนสิ่งที่จําเปึนที่จะต้องกู้ แต่พูดถึงเงินกู้ก็มีท่านสมาชิกอภิปรายมาอีกละครับว่า รัฐบาลนี้เก่งแต่เรื่องกู้ กู้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ ถึง ป้ ๒๕๔๔ และขณะนี้กลับมาเปึนรัฐบาล ก็จะกู้เงินกันอีกแล้ว ผมก็จําเปึนในส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ เพราะท่านพูดถึงคําว่า งบมิยาซาวา งบมิยาซาวาเปึนกรอบเงินกู้ของ ไอเอ็มเอฟ นะครับ เงินกู้ ไอเอ็มเอฟ ที่ตกลงกันตั้งแต่ทีแรก ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเกาหลีมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเราหายจากประเทศอินโดนีเซียไป ๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หายจากประเทศเกาหลีไป ๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เราก็เหลือแค่ ๑๖,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐนิดหน่อย แต่ในข้อตกลงกับ ไอเอ็มเอฟ คือรัฐบาลจะต้องเอา เงินกู้ที่เปึนหนี้กับธนาคารโลก และเปึนหนี้กับธนาคารพัฒนาเอเชีย ที่มีอยู่แต่เดิมทั้งหมดมา หักจาก ๑๖,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐด้วย สุดท้ายเงินกู้จริง ๆ เหลือแค่ ๑๔,๐๐๐ กว่า ล้านเหรียญสหรัฐ ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนหนึ่งเปึนเงินจากญี่ปุ์นอยู่ในโครงการ ไอเอ็มเอฟ และส่วนนั้นละครับที่เรียกว่า เงินกู้มิยาซาวา และเงินกู้มิยาซาวาที่ท่านสมาชิก พูดถึงเสมือนหนึ่งว่าพรรคประชาธิปัตย์เก่งแต่กู้เงิน แม้กระทั่งเงินกู้มิยาซาวาก็ไปกู้มา เงินกู้จํานวนนี้เกิดขึ้น ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ครับ ก่อนที่รัฐบาลขณะนั้นจะมา ๓ เดือน ไม่ว่าเงินกู้มิยาซาวาป้ ๒๕๔๐ ครับ เกิดขึ้นตั้งแต่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐ ซึ่งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้นมา ๑๔ พฤศจิกายน เพราะฉะนั้นบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ มาถึงเก่งแต่กู้เงิน แล้วก็รวมทั้งเงินกู้มิยาซาวาต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพ ก็มีสมาชิก พูดถึงการใช้เงินกู้มิยาซาวา วิกฤติของประเทศชาติ ป้ ๒๕๔๐ รุนแรงมากครับ เหมือนขณะนี้ละครับ เพราะงบประมาณประจําป้จะไปถึงรากหญ้าไปถึงชาวบ้าน ไปถึง ชนบทมันจะช้า มันมีขั้นตอนมาเยอะ ความจําเปึนในการที่อัดฉีดเงินไปสู่ชาวบ้าน อย่างรวดเร็วเปึนสิ่งที่ต้องทําทันที แต่รัฐบาลขณะนั้นคิดว่าเราอยากให้ค่านิยมแก่ประชาชน มีความรู้สึกนิดหนึ่งว่า เงินที่เขาได้มาด้วยการออกเหงื่อ ด้วยการทํางาน ด้วยการ มีค่าตอบแทน เราทราบดีครับว่าการตัดหญ้าคาข้างถนนนั่นนะครับ ๒ เดือนต่อมาหญ้าคา ก็ขึ้นมาอีก แต่ชาวบ้านอุ้มลูกจูงหลานมาทํางานเพื่อได้ค่าตอบแทนจากมิยาซาวา และสิ่งเหล่านี้ก็คือนโยบายคล้าย ๆ กับที่ทําอยู่ขณะนี้ ไม่ได้มีอะไรแปลกครับ แต่เงินกู้ มิยาซาวาไม่ใช่สิ่งเลวร้าย และผลการประเมินจากองค์กรสําคัญของโลกว่าประเทศไทย ประสบความสําเร็จสูงสุดลําดับต้น ๆ ของโลก เพราะการใช้เงินกู้มิยาซาวา ถึงแม้กู้มาจาก รัฐบาลก่อนหน้า แต่รัฐบาลประชาธิปัตย์ขณะนั้นบริหารเงินกู้มิยาซาวาได้สมประโยชน์ ที่สุด ผู้ที่จัดลําดับทั่วโลกพิจารณาก็ให้คะแนนเราเช่นนี้ครับ

ท่านประธานครับความจําเปึนอีกอันหนึ่ง เพราะท่านสมาชิกพูดถึงว่าในเรื่อง การขาดดุล ท่านประธานที่เคารพ ผมก็ต้องขอกราบเรียนสักนิดหนึ่งว่า เนื่องจากว่าผม มาจําเจอยู่เฉพาะงบประมาณมากเหลือเกิน ผมเว้นงบประมาณป้ ๒๕๓๖ ป้หนึ่งที่ ผมไม่ได้เปึนกรรมาธิการกับป้ ๒๕๕๑ ที่เกิดรัฐบาลรัฐประหารเท่านั้นที่ผมไม่ได้เปึน กรรมาธิการ ผมอยู่ในนั้น ๑๓ ประจําป้และ ๒ กลางป้ ผมจําความต่อเนื่องนั้นได้ เพราะฉะนั้นผมจําได้ว่างบประมาณป้ไหนขาดดุล ป้ไหนเกินดุล ในรัฐบาลชวน ๑ จาก ป้ ๒๕๓๖ ป้ ๒๕๓๗ ครับ เราเข้ามาปลายป้ ๒๕๓๖ มาถึงงบประมาณป้ ๒๕๓๗ ป้ ๒๕๓๘ ป้ ๒๕๓๙ เราเกิดวิกฤติพฤษภาทมิฬ เราเกิดเหตุสงครามอ่าวเปอร์เชีย การลงทุนในประเทศล้มเลิกหลาย ๆ เรื่อง แต่เรายังตั้งงบประมาณสมดุลนะครับ ไม่ยอมขาดดุล งบประมาณสมดุลตลอดมาในรัฐบาลป้ ๒๕๓๘ ป้ ๒๕๓๙ และต่อมา จนรัฐบาล ท่าน พลเอก ชวลิต (พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ) และ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ก็สมดุล งบประมาณป้ ๒๕๔๐ สมดุล ป้ ๒๕๔๑ ก็สมดุล จนมารัฐบาลประชาธิปัตย์ ในรัฐบาลชวน ๒ ท่านประธานก็ทราบดีว่ายากลําบากแค่ไหน เดือดร้อนแค่ไหน ประเทศ แทบจะล้มละลายจากพันธกรณีโดยหนังสือแสดงเจตจํานง ฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ที่พันคอ ประเทศไทย ไม่ว่าจะบังคับเราแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การขาดดุลเงินสดสารพัด แต่ป้ ๒๕๔๒ ที่ยากที่สุดนั้น ประชาธิปัตย์ขาดดุลแค่ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท และก็ป้ ๒๕๔๓ ขาดดุลอีก ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๔ ก่อนเรามา ขาดดุลอีก ๑๐๕,๐๐๐ ล้านบาท เราขาดดุล ๓ ป้เพียงแค่ ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ในช่วงวิกฤติ ที่สุด แต่มันเกิดอะไรขึ้น ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ และ ๒๕๔๗ ผมไม่อยากไปเอ่ยนามว่า รัฐบาลใคร ป้ ๒๕๔๕ ขาดดุลป้เดียว ๒ แสนล้านบาท ป้ ๒๕๔๖ ขาดดุล ๑๗๔,๙๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ขาดดุล เลขสวย ๆ ครับเพื่อตรงกับเลขทะเบียนรถ ๙๙,๙๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๘ บอกว่า งบสมดุล และตั้งงบสมดุลป้ ๒๕๔๘ ก็พูดว่า รัฐบาลก่อนนั้นขาดดุล มาตลอด เพียงแค่รัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม ป้นั้น ของท่านจริง ๆ เปึนป้แรกป้เดียวที่ตั้งงบประมาณสมดุลและเกินดุล ท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านพูดว่า งบประมาณเกินดุลผิดนะครับ ไม่เคยมีงบประมาณเกินดุล เพียงแต่ว่าขาดดุลมากหรือขาดดุลน้อย และ ๓ ป้รัฐบาลนั้น ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ขาดดุลงบประมาณไป ๓๗๔,๘๐๐ ล้านบาท และป้งบประมาณป้ ๒๕๔๘ ที่บอกว่าเริ่ม สมดุล ที่แท้ไปขายพันธบัตรล็อต (Lot) หนึ่งเข้ามาเกือบแสนล้านบาท ไม่ได้ปรากฏ ในงบประมาณ และป้นั้นนะครับถึงกับว่าต้องตั้งงบกลางป้ครั้งแรกเพิ่มเข้ามา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ความต่อเนื่องเดือดร้อนจากรัฐบาลดังกล่าวนี้ ทําให้รัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อป้ ๒๕๕๐ ต้องขาดดุลถึง ๑๔๖,๒๐๐ ล้านบาท ป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ขาดดุลอีก ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือแผลที่ติดต่อต่อเนื่องกันมา ตลอดจนเกิดเปึนภาวะ ณ ขณะนี้ ขณะนี้ท่านประธานครับ น่าเปึนห่วงครับหลายเรื่องที่ เกิดขึ้น แต่ความเปึนห่วงไม่ว่าในเรื่องการขาดดุล รายได้การจัดเก็บที่สูญหายไป เงินคงคลังที่เหลืออยู่ ณ วันนี้ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเตือนด้วยความเปึนห่วงมาตลอด เตือนว่าระวังนะครับ เพราะถ้าเงินคงคลังเหลือน้อย ท่านจะระวังงบประจํา งบประจํา ขณะนี้เดือนละ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะไม่มีงบลงทุนออก จึงมีปัญหาว่า เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ทุก ๆ ป้ทําไมเบิกจ่ายไม่ออกสักทีหนึ่ง เพราะมีปัญหา เช่นนี้เหมือนทุกป้ แต่สิ่งเหล่านี้จะให้รัฐบาลนี้ทําอย่างไรล่ะครับ เพราะมันหายไป ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ก่อนรัฐบาลนี้มาคือ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ และถึงแม้จะลําบากอะไรก็ตาม ๓ เดือนขาดทุนหายไป ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑ เดือนของรัฐบาลนี้หายไปเพียงแค่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ วันนี้ความจําเปึนในเรื่องการที่จะต้องกู้เงิน หาแหล่งเงิน หาแหล่งน้ําเข้ามาเพื่อประทะประทังประเทศไทยก็เปึนสิ่งที่จําเปึน ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการทํางานกันอย่างค่อนข้างจะละเอียด ผมต้องขอขอบพระคุณ เพราะตลอดเวลาหลายครั้งที่ผมทําหน้าที่ประธานที่ประชุมก็ได้รับความร่วมมือ ทั้งกรรมาธิการจากฝ์ายค้านและทางฝ์ายรัฐบาลที่ดี งบประมาณอะไรที่มันไม่มีเหตุมีผล อะไรที่มันไม่ตรงเปัาหมาย หรืองบประมาณถ้าไม่ดี ผมไม่เชื่อว่ากรรมาธิการอย่างพวกเรา อย่างพวกท่านจะยอมให้ผ่านมาหมด โดยไม่มีการแก้ไขอะไรเลยสักตัวเดียว สักมาตรา หนึ่ง งบประมาณในเรื่องที่พูดถึงว่าทางหลวงชนบท ถนนไร้ฝุ์นเรามีการพูดถึงมากนะครับ พูดว่าทําไมมีแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านคิดว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ มี ๑,๕๐๐ ล้านบาท ถ้าเปึนงบปกติมันจะเปึนเงินถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เคยมีงบทางหลวงชนบทถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทบ้างไหมครับ งบบางเรื่องที่กระตุ้นเศรษฐกิจด้วย บรรเทาผลกระทบ สังคมด้วย เช่น งบที่ไปปรับปรุงสถานีอนามัยชั้นล่าง ชั้นล่างของสถานีอนามัยขนาดใหญ่ ขนาดเล็กทุกอย่างให้ทําการได้ เพื่อคนป์วยขึ้นบันไดไม่ไหวครับ คนชราขึ้นบันไดไม่ไหวครับ ยิ่งชราด้วย ป์วยด้วย ขึ้นบันไดไม่ไหวครับ งบประมาณในการที่จะปรับปรุงอาคารสถานี อนามัยทั้งหมด มันจะกระตุ้นเศรษฐกิจแค่ไหนอีกเรื่องหนึ่ง แต่บรรเทาผลกระทบสังคมแน่ สังคมของคนแก่คนชรา นอกจากเงิน ๕๐๐ บาท นอกจากเงิน ๖๐๐ บาท จาก อสม. ทุกด้าน

ท่านประธานครับ มีการพูดกันถึงงบกลางก็คิดว่าอยู่ในมาตราต่อไป ผมจะเอาไว้ตอบในมาตราต่อไป แต่ก็เรียนว่าไม่ใช่เพราะพรรคเดียวกันนะครับ แต่เห็นใจ รัฐบาลนี้จริง ๆ และรัฐบาลยังต้องเหนื่อยหนักอีกมากในวันข้างหน้า ช่วยกันเถอะครับ ทุกฝ์าย ต้องช่วยกันทุกฝ์ายครับ รัฐบาลคงไม่สามารถทําให้จีดีพีป้หน้าเปึน ๐ หรือเปึน ๒ หรือบวกขึ้นมาสักเท่าไร แต่เราต้องมาช่วยกันที่มันจะลบเยอะให้มันลบน้อย ที่มันควรจะ ลบ ๑ ให้มันเหลือ ๐ ที่มันจะเหลือ ๐ ให้มันบวกสัก ๑ สัก ๒ ท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกรรมาธิการเอาไว้ตอบ ประเด็นอื่นได้

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ผมจบแค่นี้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เนื่องจากว่า ยอดรวมของมาตรา ๓ นี้ก็ได้ฟังการอภิปรายพอสมควรแล้วนะครับ ควรจะป่ดอภิปรายได้ เพราะว่ามันมีมาตราอื่นอีกเยอะ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธาน ขอนิดเดียวครับ พาดพิง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเฉพาะมาตราเดียวนี่ นะครับ เราใช้เวลาตั้ง ๗ ชั่วโมงเกือบ ๘ ชั่วโมงครับ แล้วทั้งหมดเรามี ๒๓ มาตราครับ ก็อยากจะขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกนะครับ ให้ผ่านมาตรานี้ไปก่อน โหวตว่าผ่าน หรือไม่ผ่านก่อนครับ ขอป่ดการอภิปรายเพียงมาตรา ๓ แค่นี้ก่อน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธาน ขอพาดพิงนิดเดียว ได้ไหมครับ ไม่ยาว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ค่อยเอามาตราอื่นก็ได้ นะครับ คุณวรวัจน์ เอามาตราอื่นแล้วค่อยพาดพิงนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติที่ประชุมในมาตรา ๓ นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมทุกท่านนะครับเพื่อลงมติ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เพราะเราต้องลงมติ ทุกมาตราครับ มีการสงวนทุกมาตรา เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องอดทนหน่อยครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมด่วนด้วยนะครับ เพราะว่าเฉพาะ มาตราเดียว ๗-๘ ชั่วโมงนะครับ ต่อไปเราก็จะต้องเร่งรัดหน่อยครับ ท่านสมาชิกที่เคารพ เมื่อเข้าห้องประชุมแล้วนะครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ก่อนที่จะลงมติ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ โปรดเสียบบัตรของท่านเพื่อแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านเสียบบัตร แสดงตนแล้วนะครับ เมื่อเสียบบัตรแสดงตนแล้วนะครับ ผมจะได้ให้เจ้าหน้าที่รวมคะแนน ส่งมานะครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้เสียบบัตรแสดงตน จํานวน ๒๖๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะถามที่ประชุมว่า ถ้าท่านผู้ใดเห็นตามร่างของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ โปรดใช้สิทธิของท่านทุกคนครับ เชิญครับ ใช้สิทธิได้ครับ ท่านที่เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ เพราะว่ามีคณะกรรมาธิการและสมาชิก ได้แปรญัตติปรับลด และคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วย ฉะนั้นก็โปรดใช้สิทธิ ถ้าใครเห็นตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าใครเห็นว่าไม่เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย โปรดใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

เสร็จแล้วนะครับ ส่งผลของผู้ใช้สิทธิลงคะแนน จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๖๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๓ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๙ ท่าน ก็ถือว่าเห็นตาม คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก คงไว้ตามร่างเดิมนะครับ

ต่อไปเปึนมาตรา ๔ งบกลางนะครับ ก่อนที่จะถึงมาตรา ๔ ผมได้รับการ ประสานงานจากประธานวิปฝ์ายค้าน ขอเชิญท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ คือว่าเพื่อความรวดเร็วนะครับ ผมเรียน ตามตรงว่าในมาตรา ๔ มีทั้งผู้แปรญัตติใน (๑) ก็ดี (๓) ก็ดี ผมเห็นสมควรขออนุญาต ที่ประชุมว่าการพิจารณา ท่านประธานน่าจะอนุญาตให้ผู้อภิปรายได้อภิปรายทั้งมาตรา นะครับ เพื่อความสะดวกครับท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทั้ง (๑) (๒) (๓) เลย รวมกันอย่างนั้นใช่ไหม

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

ถูกต้องครับ ท่านประธานครับ เพื่อความสะดวกรวดเร็วครับ เพราะอยู่มาตราเดียวกัน เวลาท่านถามมติท่านก็ต้องถาม มาตราไม่ได้ถามตามวงเล็บครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ปฏิบัติตามนี้ ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ เพื่อความรวดเร็วเชิญกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เอาเนื้อ ๆ นะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ไม่ให้น้ําเลยนะครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอพูดนะครับ ในเมื่อประธานท่านจะเร่งรีบมากนะครับ ผมก็ขอพูดเข้าเนื้อ คือเรื่องเงินสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน จํานวน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านนายกรัฐมนตรี

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ ผมเผลอไปหน่อย ครับ คือในมาตรา ๔ นี่ครับ แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ไม่มีการแก้ไขนะครับ มีผู้แปรญัตติ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ความจริงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต้องอ่านก่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อ่าน

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานใจร้อนครับ เดี๋ยวให้ ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผมเดี๋ยวค่อยพูดก็ได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คนหนุ่มโดยมากใจร้อน นะครับ เชิญ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ งบกลาง ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้สงวนความเห็นเรื่องเกี่ยวกับงบเงินสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนไว้จํานวนทั้งหมด ๒,๐๐๐ ล้านบาท

ผมอยากให้เหตุผลครับว่า งบส่วนนี้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะขอไว้ ผมอยากเรียนว่าผมไปดูงบประมาณป้ ๒๕๕๒ นะครับ ตั้งไว้ในส่วนนี้ถึง ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ไม่ทราบว่าทําไม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีถึงต้องเอาไปเก็บไว้อีก ในเมื่อมันมีอยู่ส่วนหนึ่งครับ เท่าที่ผมทราบว่ามันมีเงินส่วนนี้เหลืออยู่ ผมไม่เข้าใจครับว่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท จะเก็บไปไว้ทําอะไร ในเมื่อเรามีอยู่แล้วนะครับ จริง ๆ ในเมื่อท่านจะ กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านควรจะกระจายงบส่วนนี้ออกไป ผมจําได้ว่าเมื่อก่อนท่านเปึน ผู้นําฝ์ายค้านท่านจะบอกตลอดเวลา งบกลางเอาไปใส่ไว้ทุกรัฐบาลป้ ๒๕๔๔-๒๕๔๘ ท่านจะตําหนิตลอดว่าไม่ควรจะไปอยู่ในงบกลาง เดี๋ยวหาว่าเอาไปใช้ตามอําเภอใจ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่างบป้ ๒๕๕๒ ตั้งไว้ตั้ง ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านยังเอาไปไว้ทําไมครับอีก ๔,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ในความเห็นผมนะครับ ตอนนี้ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านรอความหวังมาก รัฐบาลชุดที่แล้วนี่นะครับ มีมติ ครม. ชัดเจน ท่านประธานครับ ให้กํานัน ๒ เท่า คือเปึน ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้ใหญ่บ้าน ๔,๐๐๐ บาท เปึน ๘,๐๐๐ บาท แพทย์ประจําตําบล สารวัตรกํานัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอีก ๒,๕๐๐ บาท เปึน ๕,๐๐๐ บาท เขาตีเปึนเงินประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ แต่มาตรการ ของท่านนี่คือ ๖ เดือนครับ ท่านประธาน ผมว่าเราแบ่งครึ่งหนึ่ง แต่ผมว่าลดลงอีกตามที่ กรมบัญชีกลางเหลือ ๕,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท และ ๙,๐๐๐ บาท มันจะได้ประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาทพอดี ผมอยากขอความกรุณาจากท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน คณะกรรมาธิการงบประมาณว่า ส่วนนี้ครับอยากให้ท่านคิดถึงคนที่ทํางานหนักมาก นะครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทํางาน ๒๔ ชั่วโมง ท่านประธานครับ ส่วนนี้ในความเห็นผม อยากฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ช่วยเขาหน่อยได้ไหมครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทํางานให้กระทรวงมหาดไทยหามรุ่งหามค่ําครับ แต่กําลังจะได้เม็ดเงินนะครับ รัฐบาล ชุดที่แล้วกําลังจะให้เม็ดเงินครับ วันนี้ปรากฏว่าวังเวงครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านได้ ๒,๐๐๐ บาท ก็อยากฝากพูดสั้น ๆ นะครับ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงประธานคณะกรรมาธิการและก็ท่านนายกรัฐมนตรีกรุณา พิจารณาให้หน่อยเถอะครับ เงินเดือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ๕,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐ บาท เขารอ รอแล้วรอเล่ากําลังจะมีความหวัง กําลังเปึนของขวัญป้ใหม่ ยุบพรรค เสียก่อนครับท่านประธานก็เลยไม่ได้อะไรเลยนะครับ ฝากข้อคิดตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณซูการ์โน มะทา ครับ รวบรัดหน่อยก็จะเปึนพระคุณครับ

นายซูการ์โน มะทา กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็ขออภิปรายแปรญัตติงบประมาณในมาตรา ๔ ปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์

ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากว่าโดยหลักการที่หลาย ๆ ฝ์ายพยายามจะ อภิปรายเพื่อตั้งเปึนข้อสังเกตให้กับรัฐบาล ก็คือต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและ เมื่อสักครู่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านหมอประสิทธิ์ก็ได้พูดถึงในประเด็นของมาตรา ๔ ในเรื่องของงบกลาง ซึ่งถ้าเราจะหยิบดูในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๖๗ ที่เขียนไว้ว่าการจัดตั้งงบประมาณงบกลางนั้นในวรรคสองที่เขียนว่า หากรายจ่ายใดไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานต่าง ๆ ได้ ก็สามารถที่จะตั้งในงบกลางได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเรามาดูในมาตรา ๔ ในรายละเอียดของงบประมาณนั้นเราจะเห็นว่า มาตรา ๔ ที่ได้กําหนดไว้นั้นเปึนการ ช่วยเหลือในการครองชีพของบุคลากรในภาครัฐที่มีรายได้ต่ําว่า ๑๕,๐๐๐ บาท แสดงว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบในระบบนั้นมีทุกหน่วยงานและมีความชัดเจนถูกต้อง ผมจึงเห็นว่า การที่รัฐบาลได้นําเงิน ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทมาตั้งเปึนงบกลางนั้น ผมเปึนห่วงในเรื่อง ของมาตรา ๑๖๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นะครับ

สําหรับเหตุผลประการที่ ๒ ที่ผมขอปรับลดในงบประมาณมาตรานี้ ก็คือ จะเห็นได้ว่าการที่รัฐบาลพยายามที่จะช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับบุคลากรในภาครัฐ ผมคิดว่าการจัดลําดับความสําคัญของรัฐบาลนั้นยังไม่เข้าเปัาที่เปึนความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนโดยแท้จริง ความจริงแล้วกลุ่มผมเห็นด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย แต่ว่าการจัดความสําคัญนั้นควรจะมุ่งเปัาไปที่ประชาชนที่ไม่มีรายได้เปึนหลัก ที่เขาไม่มี ขีดความสามารถที่จะดํารงชีวิต หรือต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ หรือวิกฤติปัญหา ในปัจจุบันได้ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าหลายคนได้พยายามอภิปรายว่ากลุ่มเปัาหมายก็มีชัดเจน แล้วก็เปึนจํานวนมาก สิ่งเหล่านี้เราจําเปึนที่จะต้องรีบให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น แต่รัฐบาลกลับนําเงินงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ไปช่วยเหลือกับหรือบุคคล ที่มีรายได้แล้ว ซึ่งในประเด็นที่ผมอภิปรายในวันนี้ ผมก็ได้พยายามตั้งข้อสังเกต ในคณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แต่เนื่องจากว่าเรามีเสียงข้างน้อย ก็ไม่สามารถที่จะปรับลดในส่วนของมาตรา ๔ ได้ และสิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงอย่างยิ่งก็คือ ในมาตรา ๔ (๑) ที่ผมขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเหตุผลในประการที่ผมได้แจ้งว่า อาจจะหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะว่าท่านได้ตั้งงบกลาง แต่โดยข้อเท็จจริง หน่วยงานที่รับผิดชอบก็มีความชัดเจนนะครับ ก็อยากฝากเปึนประเด็นข้อสังเกตของผม

ประเด็นที่ ๒ ในมาตราที่ผมขอปรับลดในส่วนนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ การช่วยค่าครองชีพกับบุคลากรในภาครัฐ เพราะว่าอย่างที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติใน สภาแห่งนี้ได้กล่าวว่าโดยข้อเท็จจริงบุคลากรในภาครัฐที่ทํางานให้กับหน่วยงานของรัฐบาล อย่างทุ่มเทตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง ก็คือบรรดาผู้ที่เปึนข้าราชการ หรือในสังกัดของ กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล ผู้ช่วยกํานัน ผู้ใหญ่บ้านและ อปพร. ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พื้นที่ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นอาจจะมีพื้นที่ความสุ่มเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วผมอยากฝากรัฐบาลว่า ในส่วนที่ผมขอปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของมาตรา ๔ (๑) นี้ อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปช่วยดูแลในเรื่องของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านว่าควรที่จะปรับเพิ่มเงินเดือนให้เขา ให้เขาสามารถที่จะอยู่เลี้ยงชีพแล้วก็ดูแล สังคมแทนหน่วยงานจากส่วนกลางให้ได้นะครับ

ส่วนในวงเล็บสุดท้ายคือเรื่องของงบกลาง ๔,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลที่ผม ขอปรับลดทั้งหมด เนื่องจากงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ นั้น ก็ได้ตั้งแล้วว่าอยู่ถึง ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตั้งกรณีฉุกเฉิน ผมเห็นว่าโครงการหลายโครงการที่รัฐบาล ยังไม่ได้เร่งดําเนินการให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้อง ประชาชนผู้ยากไร้ ซึ่งเปึนพี่น้องส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเปึนชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา สิ่งเหล่านี้เปึนกระดูกสันหลังของประเทศ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วเขาไม่มีรายได้และประสบกับ ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรนั้นตกต่ํา ก็อยากนําเงินในส่วนของ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในส่วนของงบกลางที่สํารองไว้เปึนกรณีฉุกเฉินนั้นมาดําเนินการให้ความดูแลและ ให้ความสําคัญกับกลุ่มผู้ยากไร้เหล่านี้ด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณอํานวย คลังผา

นายอํานวย คลังผา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยนะครับ

ก่อนอื่นผมขออภิปรายมาตรา ๔ งบกลางนะครับ ซึ่งตั้งงบประมาณ ไว้ทั้งหมด ๑๓,๖๔๒ ล้านบาทนั้น ผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ได้ขอสงวนความเห็นไว้ตามแผนที่ ๑ นะครับ งบประมาณค่าใช้จ่ายช่วยเหลือ การครองชีพภาครัฐ จํานวนเงิน ๒,๖๕๒ ล้านบาทนั้น และโดยเฉพาะได้ช่วยเหลือ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตํารวจนั้น ตลอดทั้งลูกจ้างจํานวนทั้งหมด ๑,๓๒๖,๐๐๐ คน นะครับ ตรงนี้ซึ่งผมมองดูแล้วให้คนละ ๒,๐๐๐ บาท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานที่เจ้าหน้าที่รัฐสภาของเรานะครับ สมควรที่จะได้เงินในส่วนนี้ แต่รัฐบาลไม่ได้มองเห็นว่าทางเจ้าหน้าที่ข้าราชการของเราทางรัฐสภาที่มีโอกาสจะได้ ผมจึงขอปรับลดตรงนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ในส่วนแผนงานที่ ๑ ตรงนี้ก็อยากจะฝาก ทางรัฐบาลและกรรมาธิการเสียงข้างมากให้ช่วยพิจารณาตรงนี้ด้วยนะครับ

สําหรับในส่วนแผนงานที่ ๒ ซึ่งผมขอปรับลดทั้งหมดในส่วนนี้ ปัญหาผู้ว่างงาน เพื่อสร้างมูลค่าทิศทางในเศรษฐกิจ ๖,๙๐๐ ล้านบาท เหตุผลและความจําเปึน ท่านประธานครับ การแก้ปัญหาการว่างงานของทุกภาคส่วน ซึ่งเกิดจากวิกฤติในส่วนต่าง ๆ นั้น ซึ่งผมเห็นว่าไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราจะช่วยแก้ปัญหาการว่างงานอย่างเดียว มันไม่ถูกต้อง การแก้ปัญหาการว่างงานเปรียบเสมือน ท่านประธานครับ เหมือนกับไก่กับไข่ รัฐบาลนี้เอาแต่ไข่ไม่เอาไก่ ซึ่งในขณะนี้เราได้สํารวจตรวจสอบดูแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการนะครับ ผู้ประกอบการนี่ป่ดกิจการถึง ๔๐๐ กว่าแห่ง ทําให้พี่น้องประชาชน ปัญหาว่างงานเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องเอาไก่กับไข่ด้วยกัน นะครับ หากว่าจะเอาไข่อย่างเดียวโดยไม่เอาไก่ ผมขอเปรียบเทียบให้ประธานได้ฟัง ให้ประธานคณะกรรมาธิการได้ทราบในส่วนนี้ด้วย เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมจึงขอตัด ทั้งหมดในแผนงานที่ ๒

ในส่วนแผนงานที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้ขอปรับลดไว้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ สํารองเงินฉุกเฉินและความจําเปึน จํานวน ๔,๐๙๐ ล้านบาทนั้นนะครับ และโดยเฉพาะ ตรงนี้เหตุผลที่ผมขอปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เนื่องจากงบฉุกเฉินและจําเปึนนี่ กระทรวงมหาดไทยก็มีนะครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีเงินสามารถใช้ได้ ๕๐ ล้านบาท นายอําเภอ ๑๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ผมปรับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้ เพราะว่า เนื่องจากงบประมาณป้ ๒๕๕๒ นี่ก็มีเงินสํารองใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินและจําเปึนนั้น ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ นี่คือเหตุผล เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากให้ท่านประธานถึง ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านได้มาฟังวันนี้และท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากได้พิจารณา ตรงนี้ ซึ่งผมมีเหตุผลต้องการที่จะช่วยว่าเอาเงินส่วนนี้ไปใช้ในส่วนอื่น ซึ่งผมได้อภิปราย ในช่วงแรกในมาตรา ๓ ได้เห็นว่า เงินดังกล่าวมันไม่กระตุ้น ท่านประธานที่เคารพ หากว่า เงินเอาไปสร้างงานนะครับ ไปสร้างงานให้คนมีรายได้ ให้ตลาดมีการจับจ่ายใช้สอย ในเรื่องของด้านวัสดุก่อสร้าง ไปซื้อหิน อิฐ ดิน ทราย มันก็จะเปึนการสร้างงาน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์ สมมุติว่าเงิน ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ๑๓,๖๐๐ ล้านบาท ภาษี ๗ เปอร์เซ็นต์ นี่มันก็จะได้เงินจํานวนนี้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม เกือบถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึนส่วนหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วย ผมจึงขอ ปรับลดตรงส่วนนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเชิญคุณนวัธ เตาะเจริญสุข

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออภิปรายมาตรา ๔ ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ซึ่งผมเองนั้นได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ในงบกลาง ๑๓,๖๔๒ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอปรับลดในแผนงานซึ่งมีอยู่ ๓ แผนงาน

แผนงานที่ ๑ มาตรการช่วยเหลือการครองชีพภาครัฐ จํานวน ๒,๖๕๒ ล้านบาท อันนี้กระผมเห็นด้วยนะครับว่าการจัดสรรงบประมาณไปช่วยเหลือค่าครองชีพภาครัฐ อันนี้ผมเห็นด้วย แต่ผมอยากให้ครอบคลุมไปถึงเจ้าหน้าที่ในสภาอะไรก็ให้ถึงด้วย เหมือนกัน อย่าเลือกปฏิบัติ และโดยเฉพาะ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตอนรัฐบาลท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านได้เสนอเข้าสู่ ครม. ให้กํานันนั้นนะครับ จาก ๕,๐๐๐ บาท เปึน ๑๐,๐๐๐ บาท ให้ผู้ใหญ่บ้านจาก ๔,๐๐๐ บาท เปึน ๘,๐๐๐ บาท รวมทั้งถึงผู้ช่วยแพทย์สารวัตร คนละ ๕,๐๐๐ บาท แต่วันนี้รัฐบาลที่โดยการนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ ให้คนละ ๒,๐๐๐ บาท แล้วครั้งเดียวจบอีกต่างหาก อันนี้ไม่ว่ากันนะครับ

ส่วนแผนงานที่ ๒ ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน สร้างมูลค่าทาง เศรษฐกิจและสังคมในชุมชน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ผมถามในความรู้สึกของผมนะครับ ท่านประธาน มันมากไปหรือเปล่า ผมว่ามันมากไป ตั้ง ๖,๙๐๐ ล้านบาท

ในส่วนงบกลาง ในส่วนแผนงานที่ ๓ งบสํารองฉุกเฉินและจําเปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาท เหตุผลที่รัฐบาลเสนอนะครับ เพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจในกรณีภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ก็ตั้งไว้แล้วครับ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ ท่านยังขอเพิ่มอีก ๔,๐๙๐ ล้านบาทอีกนะครับ งบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ขออนุญาตเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล ท่านใช้ไปแล้วเท่าไร คงเหลืออีกเท่าไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามกรรมาธิการครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ครับ รัฐบาลต้องตระหนักนะครับ ต้องตระหนักด้วย ต้องมีจิตสํานึกในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านต้องใช้ เม็ดเงินงบประมาณซึ่งเปึนภาษีของพี่น้องประชาชนทุกบาททุกสตางค์อย่างมี ประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลให้สูงสุด เพราะนั่นคืองบประมาณภาษีพี่น้องประชาชน

งบกลางในส่วนแผนงานที่ ๓ ๔,๐๙๐ ล้านบาทนี่ กระผมไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธานครับ น่าจะเอาไปแบ่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดสรรไปแบ่งให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือกรมทรัพยากรน้ํา หรือกระทรวงคมนาคม น่าจะ เหมาะสมกว่าครับท่านประธาน ก็ฝากท่านประธานไว้ครับ ผมไม่เห็นด้วยกับงบประมาณ ตรงนี้ถ้าเปึนไปได้ฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณครับ ตัดออกไปเลยครับ ๔,๐๙๐ ล้านบาท ผมขอสงวนคําแปรญัตติไว้แล้วครับ ขอตัดลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เหตุผลหลายประการนะครับ ซึ่งผมไม่ขอใช้เวลาในสภาแห่งนี้มากครับ แต่ขอเรียนท่านว่า งบประมาณเอาไปใช้แล้วต้องให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชนนะครับ ก็ฝากท่านด้วยขอปรับลดไว้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ฝากอันสุดท้ายครับ ฝากรัฐบาลไปดูแลด้วย อย่านําเงินไปซื้อปลากระปิองเน่า ๆ ให้ประชาชนอีก ฝากไว้แต่เพียงเท่านี้ละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อยู่ไหม ไม่อยู่ ก็คุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ อยู่ไหม ไม่อยู่ นะครับ คุณวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ์ายค้าน ไม่อยู่นะครับ คุณชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ท่านประธานครับ ผมได้สงวนความเห็นไว้ในการปรับลดงบประมาณในมาตรา ๔ ซึ่งเปึนงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมงบกลางที่ตั้งไว้ทั้งหมด ๑๓,๖๔๒ ล้านบาทเศษ

ในโครงการที่ ๑ เปึนค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือการครองชีพของ บุคลากรภาครัฐ รัฐบาลได้ตั้งไว้ที่ ๒,๖๕๒ ล้านบาทเศษ ผมในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้ปรับลดไปร้อยละ ๕๐

ในโครงการที่ ๒ เปึนค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพของผู้ว่างงานเพื่อสร้าง มูลค่าเพิ่มทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน ตั้งไว้ที่ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ครับ ในรายการนี้กระผมขอปรับลดทั้งหมด

ในรายการที่ ๓ เปึนเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ตั้งไว้ ๔,๐๙๐ ล้านบาทเศษ กระผมได้ปรับลดไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ในงบประมาณของมาตรา ๔ ที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ ผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้เสนอความเห็นกับกรรมาธิการในคราวประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่วมกัน แต่เสียงข้างมากไม่ได้สนใจที่จะรับ เอาความคิดเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย โดยเฉพาะพวกผมในฐานะพรรคเพื่อไทย เข้าไปร่วมพิจารณา เพราะว่าข้อทักท้วงความเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับ เราทักท้วงด้วยคํานึงถึงประโยชน์ที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน โดยมี ความจําเปึนอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ ที่ผมจะต้องสงวนความเห็นนี้มากราบเรียน ท่านประธาน เพื่อผ่านไปยังท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากและเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ได้โปรดช่วยพิจารณา ถ้าคําอภิปรายของกระผมหรือพวกกระผมเปึนเหตุเปึนผลที่จะทําให้ งบประมาณเพิ่มเติมกลางป้นี้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ก็โปรด ได้ช่วยกันลงคะแนนให้กับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วย

ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมปรับลดทั้ง ๓ รายการ กระผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเปึนเหตุผลรวมในประการที่ ๑ ผมไม่มีความเชื่อมั่นว่า การจัดงบประมาณเพิ่มเติมเม็ดเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท จะสามารถฟุ๋นฟูและกระตุ้น เศรษฐกิจได้ นี่เปึนเหตุผลอันแรกสุดที่เปึนเหตุผลรวมทั้ง ๓ รายการ ท่านประธานครับ เพื่อประกอบกับการที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธาน ซึ่งเรื่องนี้เองผมก็กราบเรียน ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญไปด้วยขณะที่พิจารณา เพราะผมไม่มีความเชื่อมั่นว่า งบที่ท่านตั้งขึ้นนี้จะไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและฟุ๋นเศรษฐกิจได้ ในฐานะที่เปึนวิกฤติ เศรษฐกิจขาลง ซึ่งสมาชิกพูดไปเยอะแล้ว ผมจะไม่เน้นประเด็นนี้ เพราะสิ่งที่ผมไปดูใน รายละเอียด ท่านประธานครับ เมื่อตอนกลางวันมีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้พูดไป แล้วก็ ฟังคําตอบของท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็เปึนที่ยืนยันชัดเจนครับท่านประธานครับ ว่า งบประมาณที่ท่านตั้งไว้ ถ้าแบ่งเปึน ๓ หมวดใหญ่ ผมไม่พูดถึงเงินชดใช้เงินคงคลัง ซึ่งผมมีการสงวนความเห็นเอาไว้ที่จะกราบเรียนท่านประธานในมาตรา ๒๑ ต่อไป ในส่วน ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ที่เปึนเงินกู้เพื่อนํามาใช้ในการตั้งงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมในครั้งนี้ ถ้าแบ่งตามลักษณะ ผมขออนุญาตเอาคําพูดของท่านกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ขออนุญาตเอ่ยนามท่านก็ได้ครับ ไม่เสียหายเลย ท่านยืนยันชัดเจนในสภา แห่งนี้ว่าเปึนเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางด้านสังคม ซึ่งผมดู ตัวเลขเม็ดเงินตรงนี้นะครับ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษท่านประธานครับ จาก ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เปึนเม็ดเงินที่ใช้ในการพัฒนาความมั่นคงทางด้านสังคม คือบรรเทา ความเดือดร้อนของผู้คนในสังคมนี่ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ มีเม็ดเงินที่เข้าไปอยู่ ในแผนงานการฟุ๋นฟูและสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจนี่ ๓๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ท่านประธานครับ เหตุผลที่คณะรัฐมนตรีในฐานะเปึนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เข้ามานี่ ให้เหตุผลกับเราว่าเราจะฟุ๋นฟูและสร้างความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจ เท่านี้เองครับ ท่านประธานครับ ผมสามารถกราบเรียนท่านประธานได้เลยว่ามันบอกไม่ได้หรอกครับ ถ้าท่านจัดกิจกรรมอย่างนี้ ลักษณะกิจกรรมทั้งหมด ๑๘ กิจกรรม ผมตัดเรื่องเงินชดใช้ เงินคงคลังออกไป กิจกรรมที่ ๑๘ หรือ ๑๗ กิจกรรมเปึนกิจกรรมที่อยู่ในซีกของการ สร้างความมั่นคงทางด้านสังคม เปึนบรรเทาความเดือดร้อนนี่ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท มีเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ครับท่านประธานครับ ได้อภิปรายและกราบเรียน ท่านประธานว่า ลักษณะอย่างนี้ครับ มันเปึนลักษณะที่เขาเรียกว่าการสงเคราะห์หรือ ประชาสงเคราะห์ให้โดยตรง แต่สิ่งหนึ่งที่เปึนความจําเปึนอย่างยิ่งที่คิดว่าในสภาวะ เศรษฐกิจขาลงอย่างนี้นะครับ ที่มันกําลังจะดิ่งลงนี่ สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมไม่เน้นย้ํา มาตรการหรือวิธีการที่จะใส่เข้าไป เพื่อให้เศรษฐกิจที่มันกําลังจะลงดิ่งลงไป นี่อย่างน้อยมันชะลอตัวลงไป หรือลงช้า ๆ แล้วก็กลับขึ้นมาไวที่สุดนี่ ท่านใส่เม็ดเงินเข้าไป โดยคาดหวังว่าเม็ดเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนี้ จะสามารถแก้ปัญหาตรงนั้นได้ ท่านประธานครับ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้ใส่เข้าไปไม่สามารถจะแก้ได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ ท่านไปสร้างมูลค่างานที่มีรายได้เพิ่มจากภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ผมเอาตัวเลขตรง ๆ ๓๗,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้นะครับ ก็ยิ่งน้อยลงไปอีก เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า เหตุผลที่รัฐบาลและ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยพยายามทักท้วงให้กรรมาธิการเสียงข้างมากพยายามเห็น ความสําคัญที่เราจะปรับลดนี่ และเอาเม็ดเงินตรงนี้ไปใช้ในกิจการที่เปึนประโยชน์ มาตรการที่เปึนประโยชน์ ท่านไม่ได้เห็นความสําคัญ ก็เปึนความจําเปึนเรื่องแรกสุดครับ ที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ที่ร้ายกว่านั้นท่านประธานครับ ถ้ามาแยกรายจ่าย นะครับ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษนี่ เปึนรายจ่ายประจํา ๗๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ เปึนค่าจ้าง ค่าตอบแทน ให้เงินเปล่า เปึนรายจ่ายลงทุนจริง ๆ นี่ ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท น้อยมาก ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะมีเม็ดเงินกลับคืนมาตามที่ท่านหวังไว้นะครับว่า จะสร้างความเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๙ ผมว่าเปึนความฝัน อย่างเดียวครับ ความฝันอันนั้นบอกว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาในระบบหลังจากที่ใส่เงินเข้าไป ในระบบแล้ว ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท จะจัดเก็บรายได้ได้ ๑๒,๙๐๐ ล้านบาท ความฝัน ท่านประธานครับ มันปึนความฝันที่สมาชิกหลายท่านได้ท้วงติงเรื่องการใช้งบตรงนี้ ไปชดใช้เงินคงคลังไว้ ซึ่งผมจะอภิปรายในรายละเอียดเรื่องชดใช้เงินคงคลังอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ มันเปึนไปไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นเปึนเหตุผลอันแรกสุดที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานครับ ความเชื่อมั่นตรงนี้ของผมเองที่ไม่มี ความเชื่อมั่นต่อการจัดระบบงบประมาณอย่างนี้ ไม่ใช่เฉพาะผมครับ หลายคน นักวิชาการหลายท่านคนที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจหลายคนก็ไม่เห็นด้วย บทความต่าง ๆ ออกมาเยอะแยะไปหมด นั่นคือความเห็นของนักวิชาการ เลือดกําลังไหลครับ ท่านประธานครับ มีนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านบอกเลย ถ้าท่านจะเอามันอยู่นี่ให้เลือด มันหยุดไหลนี่ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ต้องใส่ไปในระบบ แต่ท่านมีแค่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใส่ไป พอใส่ไปเหมือนกับสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ผมประทับใจมาก ท่าน ส.ส. สงวน พงษ์มณี ส.ส. จังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทยนะครับ ใส่ไปมันก็หายไป มันก็หายไป แล้วก็หายไป สุดท้ายรัฐบาลเองจะหายไปด้วย ท่านประธานครับ อันนี้คือเหตุผลอันแรกสุดที่ผมไม่เห็นด้วย และก็ขออนุญาตที่จะ สงวนความเห็นแล้วปรับลดด้วยเหตุผลตรงนี้

ในเรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ในมาตรา ๔ (๑) เปึนค่าใช้จ่ายตาม มาตรการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐ บุคลากรภาครัฐหมายถึงใคร ท่านประธานครับ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องได้ชี้แจงกับกรรมาธิการและ แยกให้เห็นเลยครับ คนกลุ่มนี้มีทั้งหมด ๑,๓๒๖,๐๐๐ คนครับ ๑,๓๒๖,๐๐๐ คนนี่ ผมจะไม่ลงรายละเอียด มีทั้งหมด ๘ กลุ่ม ตั้งแต่ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ตํารวจ ทหาร ลูกจ้างประจํา ลูกจ้างชั่วคราว (เฉพาะงบบุคลากร) ข้าราชการทหาร ข้าราชการบํานาญ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจํา ตําบล สารวัตร ถึง อส. อาสาสมัครทหารพราน อยู่ในนี้หมดครับ ๑,๓๒๖,๐๐๐ คน ถามว่าทําไมผมปรับลดร้อยละ ๕๐ ใน (๑) ท่านประธานครับ ผมเองกราบเรียนกับ ท่านประธานเลย ในหลักการนี่ผมเห็นด้วยกับรัฐบาลนะครับที่จะต้องจัดเงินใส่ไปในระบบ ผมเห็นด้วยในหลักการ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ต้องขออนุญาตทําความเข้าใจกับ ท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนที่เขาฟังอยู่ ประเดี๋ยวจะเข้าใจผมผิดว่าผมไม่เห็นด้วย กับเขาที่จะได้รับเงิน ถึงแม้เปึนเงินเพียงน้อยนิดเพียงไปเปึนสื่อทางใจให้กับคนเหล่านี้ เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยในหลักการว่าสภาวะอย่างนี้รัฐบาลต้องหา มาตรการที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจฟุ๋นเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด เพราะไม่ใช่เฉพาะ ประเทศเราครับ ทั่วโลก ทั่วโลก แต่คนที่ท่านเองให้เปึนกลุ่มเปัาหมายนี่ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ท่านให้เหตุผลว่า คนกลุ่มนี้มีฐานเงินเดือนที่ชัดเจน รวมไปถึง ประกันสังคมอีก ๘,๓๐๐,๐๐๐ คน อยู่ในหมวดประกันสังคม ผมเอาเฉพาะประเด็น มาตรา ๔ (๑) ก่อน บุคลากรภาครัฐ จริงอยู่ครับหลายคนสมควรจะได้รับอย่างยิ่งทั้งหมด นี่ ๑,๓๒๖,๐๐๐ คน สมควรได้รับอย่างยิ่งครับ แต่ไม่ควรให้ในลักษณะอย่างนี้ ท่านให้ ปลาเขาไปกิน หลายท่านบอกให้ไข่ไปกินก็กินได้ครั้งเดียว ท่านประธานครับ แต่ไข่นั้น ท่านจ่ายไปเท่าไรครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารวมประกันสังคมด้วย ตรงนี้ ๒,๖๐๐ กว่าล้านบาท กินครั้งเดียวจบครับ แล้วถามว่ามันจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้อย่างไร มันกลายเปึนการสงเคราะห์ เปึนการเกื้อหนุน หลายคนใช้ว่าเปึนการซื้อเสียง ผมไม่อยากพูดอย่างนั้น แต่สนใจในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกตั้งเปึนข้อสังเกตว่า สามารถ กระทําได้ไหมในการตั้งงบประมาณเปึนรายจ่ายตามกฎหมายงบประมาณประจําป้ แล้วเอาไปแจกผู้คน เปึนเรื่องที่น่าสนใจ ท่านประธานครับ ท่านในฐานะที่เปึนประมุขของ ฝ์ายนิติบัญญัติ เรื่องนี้ผมคิดว่าเราต้องพูดกันยาว แล้วท่านสงวน พงษ์มณี ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน ท่านก็จะนําเสนอในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ ผมปรับลดร้อยละ ๕๐ เหลือ ๑,๓๒๖ ล้านบาท ผมให้ครับ ผมให้ แต่ให้ในลักษณะที่ถ้าท่านจะเกื้อหนุนเขา เงินส่วนนี้นะครับ เราควรให้บุคคลที่เปึนผู้ที่ ด้อยโอกาสที่สุดในสังคม ถามว่าบุคลากรภาครัฐกลุ่มนี้เขาด้อยโอกาสในสังคมไหมครับ เมื่อเปรียบเทียบกับคนอีก ๔๐ ล้านคน มันมีคนอีก ๒๐ ล้านคนที่ด้อยโอกาสมากกว่าเขา ท่านประธานครับ ในเมื่อเรามีเม็ดเงินอย่างจํากัด และเปึนเงินที่เราต้องกู้ และผม ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้มาหรือไม่นะครับ เพราะว่าเท่าที่ผมสอบถามในชั้นกรรมาธิการ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท จะกู้โดยการออกตั๋วเงินคลังให้สถาบันการเงินหรือกองทุนอื่น ๆ เข้ามาช่วยกันซื้อไป แล้วรัฐบาลก็ให้ดอกเบี้ยเปึนเงินกู้ระยะสั้น เปึนเงินสดมาหมุนเลย ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าสถาบันการเงินเหล่านั้นมีศักยภาพจะมาซื้อได้ไหม มาประมูล แข่งกันได้ไหม ผมก็ไม่แน่ใจ ที่มาของรายได้ก็ยังไม่แน่นอน ท่านประธานครับ ในสภาวะ จํากัดอย่างนี้ คนเหล่านี้ถ้าจะให้เราจัดลําดับความสําคัญนี่ครับ ฐานครัวเรือนพี่น้อง ประชาชนที่มีความจําเปึนจริง ๆ แม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อยังไม่มีกิน ท่านประธานทําไม ไม่ให้เขา ถ้าจะอ้างเหตุผลบอกว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือตรวจสอบยาก คนกลุ่มนี้ที่เปึนเจ้าหน้าที่ภาครัฐนี่เขามีฐานเงินเดือนตรวจสอบได้ชัดเจน และเชื่อมั่นว่าให้เงิน ๒,๐๐๐ บาท แล้วจ่ายทันทีท่านประธานครับ โอนเงินเข้าไปในบัญชี ๒,๐๐๐ บาท ผมเปึน ผู้ใหญ่บ้าน ผมอาจจะเก็บไว้ตรงนั้นก็ได้ ผมเปึนครู ผมอาจจะเก็บไว้ตรงนั้นก็ได้ ในรอบ ๖ เดือนนี้ผมไม่เอามาใช้ก็ได้ครับ แล้วท่านคาดว่าเมื่อใส่เข้าไปแล้วมันจะหมุนสัก ๒ รอบ เพื่อให้เกิดผลรายได้กลับขึ้นมานี่ สิ่งที่ท่านคิดอาจจะคาดผิดก็ได้ แล้วส่งผลถึงเงินชดใช้ เงินคงคลังด้วย ท่านประธานครับ กลุ่มนี้ไม่ใช่ผมไม่ให้ ผมสงสารเขาครับ โดยเฉพาะ เม็ดเงินที่ให้เจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของรัฐ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน จาก ๒,๖๕๒ ล้านบาท ท่านให้เขา แค่ ๖๕๓ ล้านบาทเท่านั้นเอง ท่านประธาน ๖๕๓ ล้านบาทครับ ยาใจหรือครับ สายใยรัก หรือครับ ผมคิดว่าบางครั้งรัฐบาลอาจจะคิดผิด ท่านเชาวรินได้พูดไปเมื่อตอนเช้า ผมคิดว่า การที่เราจะซื้อใจคนนี่ครับ ไม่เฉพาะเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไม่ใช่การให้ครั้งเดียว แต่สิ่งสําคัญ ที่สุดคือมีความจริงใจที่จะให้เขาทุกเรื่อง และช่วยเขาทุกอย่างให้เขามีโอกาส สิ่งที่ บุคลากรกลุ่มนี้ขาดคือขาดโอกาสครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ให้โอกาสเขา ไม่ต้อง ให้เงินหรอกครับให้โอกาสเขา เขาสามารถที่จะสร้างโอกาสของเขาได้ เม็ดเงิน การลงทุนเขามี ทําได้ครับ แต่คนที่ทําอะไรไม่เปึนและไม่มีโอกาส แม้จะไปหาเงินนี่ กลับไม่ให้ ๑๐ ล้านครอบครัวนี่ถ้าเปึนพรรคเพื่อไทยจัดนะครับ ผมให้ฐานครัวเรือน ๑๐ ล้านครอบครัว ๑๐ ล้านครอบครัวนี่ ๑๐ ล้านคนนะครับ เจ้าหน้าที่รัฐ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน ประกันสังคมอีก ๘,๓๐๐,๐๐๐ คน ประมาณ ๑๐ ล้านครอบครัว ถ้าผม ให้ ๑๐ ล้านครอบครัวนี่ ครอบครัวยากจนครับท่านประธานครับ ครอบครัวหนึ่งอย่างน้อย ๔ คน ๕ คน ๕๐ ล้านคน ๔๐ ล้านคนอยู่ในกลุ่มนั้น พี่น้องประชาชนไม่มีความสุขหรือครับ ใช่ไหมครับ ผมมั่นใจว่าเขาเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปใช้แน่นอน เพราะข้าวเขาจะไม่มีกิน ครับ ท่านประธาน นั่นเปึนเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องขออนุญาตปรับลดในส่วนนี้

เรื่องที่ ๒ ใน (๑) คือบุคลากรภาครัฐ ถึงแม้ท่านให้อย่างนี้ก็ไม่ครอบคลุมครับ ท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านพูดไปแล้ว ข้าราชการรัฐสภา ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างที่เปึนลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่ใช่งบบุคลากรที่จ่ายจากงบประมาณโดยตรง เขาเหล่านั้น ได้ไหม ถ้าเขามาอยู่ในระบบประกันสังคม ไม่ได้ครับ พอไม่ได้อย่างนี้ท่านประธานครับ แทนที่ท่านจะกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นก็ไม่ได้ แค่เกาหรือบรรเทาเศรษฐกิจ แต่ไปกระตุ้น ต่อมอารมณ์ให้คนเขาแตกแยกกันในสังคม ตรงนี้น่ากลัวครับท่านประธาน ต่อมอารมณ์ มนุษย์เดี๋ยวนี้ยากครับ แค่ทะเลาะกันในห้างสรรพสินค้ายกพวกใส่กันเลย ในสภาแห่งนี้ ก็เหมือนกันครับ พอมีเรื่องนิด ๆ หน่อย ๆ ต่อมอารมณ์ขึ้น ปะทุขึ้น ท่านประธานก็เห็นอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมเองต้องขออนุญาต ท่านประธานกราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่า ผมมีความจําเปึนอย่างยิ่งครับ ที่จะต้อง ปรับลดตรงนี้ไป เพื่อเอาเม็ดเงินไปกระจายในสิ่งที่เปึนประโยชน์มากกว่า โดยเฉพาะ โครงการที่ไปสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ท่านประธานครับ ใน (๒) มาตรา ๔ เปึนเรื่องของ โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน เพื่อสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน ผมกราบเรียนท่านประธาน เหตุผลที่ผมปรับลดในวงเล็บนี้ทั้งหมดนะครับ วงเล็บนี้ผมปรับลด ทั้งหมดท่านตั้งไว้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท

ประการแรกสุด ผมถามในชั้นกรรมาธิการว่า ทําไมมาตั้งไว้งบกลาง ตอบผม ไม่ได้ครับ ตอบเพียงแต่ว่า คาดว่าอาจจะมีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น ท่านตั้งงบประมาณมา ได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ คาดว่าขณะนี้ตัวเลขที่เรามีอยู่ชัดเจน ท่านบอกกับ กรรมาธิการเลยครับ บอกว่ามีกลุ่มเปัาหมายในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ จํานวน ๒๔๐,๐๐๐ คน ที่จะต้องรับเงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ถามว่า ๒๔๐,๐๐๐ คนเปึนใครครับ บอกผมว่า เปึนผู้ว่างงานที่สนใจฝ๊กอบรมอาชีพ รวมทั้งประชาชนผู้สนใจเข้ารับการอบรมปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนําความรู้กลับไปใช้ในหมู่บ้านและชุมชน นั่นคนกลุ่มที่ ๑ บอกผมว่าผู้ที่กําลังจะถูกอยู่ในข่ายถูกเลิกจ้าง คือคนกลุ่มที่ ๒ บอกผมบอกว่า ผู้ที่ถูก เลิกจ้างแล้วในภาคอุตสาหกรรมและประสงค์จะเพิ่มพูนทักษะของตัวเอง และบอกผมว่า ผู้ที่สําเร็จการศึกษาที่มีความพร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ท่านประธานครับ ๔ กลุ่มนี้ ถามว่าเราไม่รู้หรือครับว่าเขาอยู่ไหน ถ้าเขาไปตั้งในกระทรวงแรงงาน ผมให้เลย ท่านประธานครับ เพราะผมถือว่าอันนี้ตรงครับ ภาคแรงงานต้องช่วย ผู้จ้างงานก็ต้องช่วย แต่ตรงนี้ตั้งงบกลาง ผมไม่แน่ใจครับว่าคน ๔ กลุ่มนี้จะเปึนกลุ่มเปัาหมายที่ท่านเขียนมา ให้ผมดูหรือไม่ เพราะผมถามกลุ่มเปัาหมายแท้จริงไม่รู้ครับ กําหนดไว้แล้ว ๒๔๐,๐๐๐ คน ท่านปลัดแรงงาน (ปลัดกระทรวงแรงงาน) มาแจงเลยครับ บอกว่า ถ้าให้กระทรวงแรงงาน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงแรงงานสามารถตอบสนองต่อผู้ที่ว่างงาน ๔๕๐,๐๐๐ คนได้ทันที เลย มีกิจกรรมพร้อม เห็นไหมครับ นี่ตัวเลขชัด ๆ เลยกลับไม่ทําครับ จะไปทําเอา ๒๔๐,๐๐๐ คน ผู้ว่างงานเปึนใครครับ ความไม่แน่นอนของเรื่องการตั้งงบประมาณตรงนี้ ผมตั้งเปึนข้อสังเกตประเด็นที่ ๑ ผมไม่เห็นด้วย เลยจําเปึนต้องปรับลดทั้งหมด

เรื่องที่ ๒ เหตุผลมาตรานี้ใน (๒) ก็คือว่าสุดท้ายครับ ท่านบอกผมมี การแจงค่าใช้จ่ายมาโดยรายละเอียดเปึนค่าเบี้ยเลี้ยง ท่านประธานครับ ค่าเบี้ยเลี้ยง จํานวน ๒๔๐,๐๐๐ คน ของผู้เข้าร่วมโครงการ ๔,๘๐๐ บาทต่อคน รวม ๔ เดือน เปึนเงิน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยง ๔ เดือนนะครับ ๔,๘๐๐ บาทต่อคน ค่าเดินทาง ของผู้เข้าร่วมโครงการ ๓,๗๒๐ บาทต่อคน เปึนเงิน ๘๙๒ ล้านบาท ค่าวัสดุอุปกรณ์ และค่าวิทยากรในการให้ความรู้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ค่าศึกษาดูงานของผู้เข้าร่วม โครงการ ๑๐๘ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ๔๘ ล้านบาท ค่าใช้จ่าย ในการติดตามเก็บข้อมูลอีก ๔๒ ล้านบาท ท่านประธานครับมีตัวเลขชัด แต่ผมถามว่า กลุ่มเปัาหมายเปึนใครไม่รู้ แต่คาดการณ์ไว้เรียบร้อย สุดท้ายท่านประธานครับ ไปออก โฆษณาประชาสัมพันธ์ สุดท้ายก็เอาคนกลุ่มหนึ่งไปอบรมก็จ่ายเงินเดือน คนกลุ่มนั้นจะเปึนใคร กลุ่มเปัาหมายคนนั้นจะได้รับความเปึนธรรมทั่วถึงหรือไม่ผมไม่ทราบ เพราะฉะนั้นผมถือว่า ปรับลดทั้งหมด ถ้าปรับลดนะครับ กรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นกับผมนะครับ เอาไปตั้งไว้ ที่กระทรวงแรงงานได้ครับ ตรง ชัด และเปึนประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพครับ ใน (๓) เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ผมปรับลดไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่คิดเปึนร้อยละ หรือเปอร์เซ็นต์ ต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ คําว่า เปอร์เซ็นต์ (Percent) เหตุที่ผมยังคงให้ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี่ท่านประธาน เกิดจากการสอบถามการทํางานในชั้นของกรรมาธิการ ผมถามว่าเหตุผลความจําเปึนจริง ๆ ที่ต้องไปทําคืออะไร ทําไมไฉนตั้งเปึนกรณีจําเปึน เร่งด่วน จริงอยู่ครับในเรื่องของตัวบทกฎหมาย ในเรื่องของสิ่งที่จะสามารถตั้งไว้ ทําได้ครับ กรณีที่เปึนเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ผมก็เข้าใจนะครับ เกี่ยวกับการตั้งงบประมาณตรงนี้ แต่ตรงนั้นเองต้องมีที่มาที่ไปที่พอที่จะคาดการณ์ ได้พอสมควร เช่น อุทกภัย วาตภัย ภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวงท่านตั้งไว้ครับ หรือมี ความจําเปึนด้านอื่นที่จะบูรณะซ่อมแซมสิ่งที่เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขณะนี้ เขาทําอยู่ครับ งบเดิมเขาตั้งไว้ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออยู่ตั้ง ๑๕,๐๐๐ ล้านครับ ท่านประธานครับ แต่ตั้งไว้อีก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งไว้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในงบกลางนี่ ถามว่า ถ้าท่านไม่ไปใช้เลยในรอบ ๖ เดือน เม็ดเงินตรงนี้ลงสู่ระบบหรือไม่ ตอบว่าไม่ครับ ท่านประธานครับ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท คาดว่าจะสู่ระบบ แต่ไปขยักไว้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เกิดประโยชน์อะไรท่านประธานครับ แต่ผมคิดว่าเขาไม่ขยักไว้แน่ครับ แต่จะไปทํา โครงการใดโครงการหนึ่งซึ่งสภาแห่งนี้ไม่รับรู้เลย จริงอยู่ครับก็ใช้ตามกระบวนการ ทางงบประมาณได้ วิธีการทางงบประมาณได้ ผมไม่ว่าตรงนั้น สามารถตรวจสอบได้ ภายหลัง แต่สภาวะที่ท่านบอกว่า เศรษฐกิจมันกําลังขาลง เราจําเปึนต้องอัดเม็ดเงินลงไป ทันที แต่ทําไมอัดไม่หนักล่ะครับ อัดไปแค่ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขยักไว้เปึนส่วนใหญ่ ผมก็ไม่เข้าใจครับ ท่านประธานครับ ก็เลยเปึนเหตุผลว่าผมเองจําเปึนต้องสงวนความเห็น ในสิ่งที่ผมปรับลดเอาไว้ ถ้าถามว่าทําไมผมให้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท สาเหตุที่ผมให้นี่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอาจจะเปึนข้อมูลที่อาจจะไม่จริงนัก แต่ผม ได้รับการยืนยันจากท่านประธานคณะกรรมาธิการเลยว่า ของท่านนี่มีความจําเปึนจริง ๆ จะเอาเงินหมวดนี้ไปใช้ในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ภาคผู้ประกอบการขนาดเล็กและ ขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษท่านประธาน ให้เขาได้มี เข้าสู่ระบบ ได้เข้าสู่แหล่งทุน ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ําหรือดอกเบี้ยเปึน ๐ ผมให้ทันทีเลย ท่านประธานครับ ผมให้เลย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับ หลักการทั้งหมด แต่ผมไม่ได้เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ในเรื่องของวิธีการ เอาไป ชดเชยดอกเบี้ยเปึน ๐ ในการที่จะให้กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดย่อม เข้าสู่สถาบันการเงินและเอาเงินไปสร้างภาคธุรกิจที่แท้จริงของเขาให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ขึ้นมาได้ ผมให้ครับท่านประธานครับ ๑,๐๐๐ ล้านบาท บันทึกไว้ในสภาด้วย ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผมต้องถามท่านในตรงนี้ด้วยเพื่อยืนยัน ท่านจะเอาไปทําจริงหรือเปล่า ชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งถามว่าตรงนี้มันจําเปึน แต่ถ้าผมพูดลงไปกับพี่น้อง ประชาชนครับใจแขวนครับ ท่านประธานครับ เงินก็น้อยอยู่แล้วเอาเงินที่ทุกคนต้องเปึนหนี้ ไปอุดหนุนผู้ประกอบการ แต่อันนั้นอธิบายได้ครับ เพราะผู้ประกอบการเปึนผู้สร้างงาน ให้ภาคแรงงานทั้งหมดที่กําลังจะตกงาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนตรงนี้ ถ้าเราไม่ช่วยตรงนั้น เราตายครับ เพราะฉะนั้นอันนี้สมเหตุสมผลผมให้ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลที่ ผมกราบเรียนตรงนี้ครับ ผมมีความจําเปึนที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานฝากผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอเถอะครับช่วยให้ความเห็นแล้วก็แก้ไขได้ กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพในสภาแห่งนี้ ถ้าช่วยกันปรับลดนะครับ ตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนี่ เราจะได้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ

- ๑๐๖/๑ .

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ยังเหลืออีก ๔ ท่าน นะครับ มีท่านวิรัช ท่านวิทยา ท่านวรวัจน์ ท่านชวลิต เอาตามนี้นะครับ เชิญคุณวิรัช ก่อนครับ ๔ ท่าน

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ในอันดับแรกผมเองคงจะต้องขอ อนุญาตท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานกรรมาธิการในส่วนของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ วรรคสอง สิ่งที่ผมเองนั้นได้สอบถาม โดยเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่มา ชี้แจงว่า ในการจัดทําร่างพระราชบัญญัติงบประมาณนั้น วรรคสอง ของมาตรา ๑๖๗ ก็คือ หากรายจ่ายใดไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐได้โดยตรง ให้จัดไว้ในงบกลาง รายการจ่ายงบกลางโดยต้อง แสดงเหตุผลและความจําเปึนในการกําหนดงบประมาณรายจ่ายงบกลางนั้นด้วย ผมเองได้ สอบถามว่าความจําเปึนอย่างไรถึงจะต้องมาจัดเอาไว้ในส่วนเงินงบกลาง ผมเองอยากจะ ขออนุญาตพูดภาพรวมในส่วนของมาตรา ๔ ทั้งหมด โดยเฉพาะในส่วนของรายจ่าย ค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐ และรายการค่าใช้จ่าย เพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน ได้เรียนสอบถาม สิ่งที่ได้รับคําตอบก็คือในส่วนที่จะต้องมาจัดเงินงบกลางในส่วนตรงนี้ เพราะตัวเลข ในส่วนของค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานนั้นมันไม่แน่นอน แต่ในขณะเดียวกัน ท่านประธานครับ ลองมาดูในมาตรา ๑๓ ในส่วนของแรงงาน ท่านประธานจะเห็นว่า ในส่วนของแรงงานตรงนั้นรัฐบาลได้ตั้งให้กับผู้ประกันตนผ่านทางสํานักงานประกันสังคม ในส่วนตรงนั้นทั้งหมด ๘,๑๓๘,๘๑๕ คน ถามว่าตรงนี้ตัวเลขแน่นอนไหม เขาบอกแน่นอน แต่พอมาในส่วนของภาครัฐเขาบอกว่าตรงนี้ยังไม่แน่นอน เพราะฉะนั้นภาคเอกชนกับ ภาครัฐ ท่านประธานครับ ผมเองก็คงจะต้องเชื่อว่าภาครัฐแน่นอนกว่า ผมเองก็มี ความรู้สึกว่าในส่วนตรงนี้ทําไมถึงไม่ตั้งไว้ที่กระทรวงแรงงาน เพราะถ้าเผื่อดูตามหลักการ และเหตุผลทั้งหมด ท่านประธานครับ ในส่วนตรงนี้ถ้าตั้งไว้ที่กระทรวงแรงงาน กระทรวง แรงงานตั้งไว้เท่าไรแล้วท่านประธานครับ ๑๖,๓๑๘ ล้านบาท ก็เติม ๖,๙๐๐ ล้านบาทนี่ เข้าไปให้มันกลายเปึน ๒๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็หมายความว่าทั้งกระทรวงแรงงาน ได้ทั้งหมด ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเผื่อในส่วนตรงนี้ก็ตัดในส่วนของรายการค่าใช้จ่ายเพิ่ม ศักยภาพผู้ว่างงานและการจ้าง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ในส่วนตรงนี้เอาไปไว้ ที่กระทรวงแรงงาน ในส่วนหลักการท่านประธานครับ ในส่วนค่าใช้จ่ายตามมาตรการ ช่วยเหลือการครองชีพและบุคลากรของภาครัฐ ได้มีโอกาสได้ซักถาม โดยเฉพาะผู้ที่เข้ามา ชี้แจง ถามว่าทําไมต้องมาตั้งไว้ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ทําไมต้องเอา ๑๕,๐๐๐ บาทเปึนเกณฑ์ สิ่งที่ได้รับคําตอบก็คือใน ๑๕,๐๐๐ บาทนั้น ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทนั้นเปึนผู้ที่ อยู่ในฐานะที่ค่อนข้างยากจน ผมเองเรียนถามขยับไปนิดหนึ่งว่า ทําไมเราไม่ตั้งตัวเลขไว้ที่ ๑๘,๐๐๐ บาท ทําไมเราไม่ตั้งตัวเลขไว้ที่ ๒๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานก็คงทราบดีว่า ในส่วนตรงนี้คนที่มีรายได้ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ บาทลงมานั้น อยู่ในวัยที่ลูกกําลังเข้ารับ การศึกษาไม่ว่าจะเปึนระดับประถมหรือมัธยม ถ้าพูดถึงความจําเปึนแล้วคนที่มีรายได้ ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ บาทลงมานั้น ถือว่ามีความจําเปึน ถามว่า ๑๕,๐๐๐ บาทก็จําเปึน แต่ถ้าเผื่อเราขยับเพดานไปครับ ท่านประธานครับ ขึ้นมาในส่วนตรงนี้ ผมอยากจะเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่า วันนี้ในส่วนที่ผู้มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ตามที่รัฐบาล คํานวณมานั้นมีตัวเลข ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน แต่ถ้าเผื่อเราขยับตัวเลขตรงนี้เปึน ๒๐,๐๐๐ บาท ตัวเลขในส่วนของบุคลากรของภาครัฐ ในส่วนตรงนี้จะเพิ่มขึ้นมา ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเพิ่มในส่วนตรงนี้ ท่านประธานครับ ก็จะทําให้เราสามารถที่จะครอบคลุม โดยเฉพาะผู้ที่เดือดร้อน วันนี้ รัฐบาลบอกว่าเรากระตุ้นเศรษฐกิจรอบเดียว ๒,๐๐๐ บาท โดยจ่ายเปึนรายเดือนและให้ ครั้งเดียว ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า วันนี้ถามว่าเราครอบคลุม ทั้งหมดไหม วันนี้ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า จากหลักการที่ได้สอบถาม และได้คําตอบออกมานั้นก็คือยังไม่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเปึนในส่วนของสมาชิก อบต. ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ถามว่าพวกนี้ทําไมถึงไม่มีโอกาสได้รับ สิ่งที่ได้รับคําตอบจากเจ้าหน้าที่ ก็คือมาจากการเลือกตั้ง แต่เวลาถามท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ถามว่ามาจากไหน เขาบอกว่า มาจากการเลือกตั้ง ตรงนี้ล่ะครับท่านประธานครับ ยังเปึน ๒ มาตรฐานอยู่ ถ้าเผื่ออย่างไรก็ตามท่านประธานครับ น่าจะปรับปรุงให้ในส่วนที่ทั้งสมาชิก อบต. นายก อบต. และมีอีกส่วนหนึ่งท่านประธานครับ ที่ไม่มีโอกาสได้ในส่วนนี้ก็คือทหาร กองประจําการ แล้วก็พลตํารวจสํารอง แม้กระทั่งนักเรียนในส่วนของตํารวจและนักเรียน ในส่วนของทหาร ก็ไม่มีสิทธิได้รับในส่วนตรงนี้ เพราะฉะนั้นถามว่าวันนี้การใช้เงิน ตามมาตรฐานการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐนั้นจะครอบคลุมไหม วันนี้ก็ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด

มีอีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธานครับ มันเปึนสิ่งที่หลาย ๆ คนเขาบอกว่า วันนี้พอรู้ว่าภาครัฐจะช่วยให้ผู้ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ถามว่าวันนี้มีสักกี่คนครับ ท่านประธานครับที่ยังไม่ใช้ เพราะเขารู้ว่าเขาได้เงินในอนาคตแล้วแน่นอน วันนี้เขา ทําอย่างไรครับ ท่านประธานครับ เขาก็ดําเนินการจับจ่าย หรือไม่ก็ไปยืม หรือไม่ก็ ดําเนินการ ถามว่าวันนี้แล้วเศรษฐกิจมันกระตุ้นหรือยัง เพราะฉะนั้นโดยเฉพาะในส่วน ปัญหาเหล่านี้ผมขออนุญาตท่านประธานว่า เราน่าจะเพิ่มจากเพดานจาก ๑๕,๐๐๐ บาท ให้ขึ้นมาถึง ๒๐,๐๐๐ บาท และในขณะเดียวกันก็ให้มันครอบคลุมในบุคลากรของภาครัฐ ตามที่ได้เขียนคําว่า บุคลากรของภาครัฐ ให้มันทั่ว

ทีนี้กลับมาในส่วนของภาคเอกชน ก็คือในส่วนของกระทรวงแรงงาน ผมจะขออนุญาตท่านประธานที่จะเปรียบเทียบกับในส่วนของภาครัฐ ก็คือวันนี้ ผู้ประกันตนนี่ ๘,๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน วันนี้เขาก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกันท่านประธานครับ ว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ที่รัฐบาลจะจัดให้เขาไปในส่วนที่เงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ที่จะจัดให้เขาไปนั้น น่าจะเขยิบเพดานขึ้นมาอยู่ตรงที่ ๒๐,๐๐๐ บาท เพราะจะช่วยเหลือ ความจําเปึนหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็ได้พยายามพูด แล้วก็พยายามขอคําชี้แจง แต่โดยสรุปก็คือยืนยันว่า ๑๕,๐๐๐ บาท เปึนตัวตั้ง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ขอสงวนความเห็น แล้วก็มาพูดในสภา อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ขออนุญาตนําเรียนท่านประธานนะครับผ่านไปถึงกรรมาธิการ ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวนความเห็นในมาตรา ๔ ไว้ปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์นะครับอยู่ ๒ รายการ ขออนุญาตใช้สิทธิในการอภิปรายนะครับ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกในฐานะที่เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับท่านประธาน

ประเด็นผม ท่านสมาชิกได้อภิปรายไว้นะครับ อย่างน้อยก็ ๒ ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนายแพทย์ชลน่าน แล้วก็ท่านอดีตรัฐมนตรีวิรัช ได้กล่าวไว้ นะครับเกือบจะครอบคลุม ผมมีประเด็นในโครงการค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือ การครองชีพของบุคลากรภาครัฐ เงินช่วยเหลือค่าครองชีพนะครับที่ ๒,๐๐๐ บาท ๒ ท่าน ได้แสดงความคิดเห็นไว้ในส่วนที่ผมคิดว่าการอภิปรายอาจจะยังไม่ครอบคลุม ประเด็น ที่ผมบอกต่อที่ประชุมแห่งนี้ สาเหตุของการตัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ ก็ได้ชี้แจงและได้อภิปรายในชั้นกรรมาธิการไว้แล้วว่ามันน่าจะต้องให้ครอบคลุม ในส่วนของบุคลากรภาครัฐ มีส่วนในการไม่เห็นด้วยอยู่บางประเด็น ผมเรียนตามตรงครับ ท่านประธาน ราชการเอง บุคลากรภาครัฐนั้นในจํานวนถึง ๘ รายการที่ได้รับเอกสาร คําชี้แจงยังมีส่วนราชการนะครับ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู ข้าราชการตํารวจ ลูกจ้างประจํา ลูกจ้างชั่วคราว ข้าราชการทหาร บําเหน็จ บํานาญ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ อื่น ๆ บุคคลเหล่านี้นะครับถ้าถามว่าจริง ๆ แล้วเขามีอาชีพที่มั่นคง ต้องยอมรับนะครับว่า เปึนอาชีพที่มั่นคง มีการได้รับเงินตอบแทนนะครับ มีค่าใช้จ่ายในการดูแล ไม่ว่าจะเปึน เวลาเขาเจ็บป์วยหรืออื่น ๆ ในสวัสดิการที่เขาควรจะได้รับ

ประเด็นที่ผมต้องอภิปรายให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ประกอบการ ตัดสินใจก่อนลงมติมีอยู่ว่า ถ้าเปรียบเทียบการทั่วถึงแล้ว ผมเรียนตามตรงนะครับว่า การตั้งงบประมาณครั้งนี้นั้นมีความบกพร่อง แล้วก็ได้รับคําตอบแบบไม่ชัดเจน โดยเฉพาะ บุคลากรภาครัฐ ผมถามว่าผมเห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วย แต่ไม่เห็นด้วยที่มีการกระทํา ครั้งเดียวโดยเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปยัดใส่กระเปิาเขา เหมือนกับเอาเงินจากกระเปิาซ้าย ไปใส่กระเปิาขวา และที่เหลือล่ะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ที่เขามีข้าราชการ มีลูกจ้าง อันนี้เขาไม่ได้รับ สาเหตุในการตัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็เพราะว่า ในหมายเหตุของคําชี้แจงเอกสารชี้แจงนะครับไม่รวมงบประมาณสําหรับพนักงานราชการ ไม่รวมข้าราชการในสังกัดสํานักงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และข้าราชการ ส่วนท้องถิ่น รวมถึงข้าราชการลูกจ้างในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ด้วยตามที่เพื่อน กรรมาธิการได้กล่าวคือท่านวิรัช สิ่งนี้ละครับเปึนการชี้ให้เห็นว่าเหตุผลในการตัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เพื่อที่จะให้กรรมาธิการนั้นพิจารณาไปปรับปรุงให้มันทั่วถึงเปึนไปได้ หรือไม่ เพราะมิฉะนั้นเราจะตอบคนที่เขาเสียภาษีให้กับประเทศไทยหรือประเทศของเรา นั้นไม่ได้ หลายฝ์ายเขาไม่เห็นด้วยนะครับ แม้กระทั่งเรื่อง (๒) ก็เหมือนกันนะครับ ที่เอาไป ชดใช้ เอาไปช่วยเหลือกรณีของเพิ่มศักยภาพคนว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสังคมในชุมชน ขออนุญาตอ้างอิงประเด็นนี้เพื่อให้เกี่ยวเนื่องกับการอภิปราย สิ่งเหล่านี้ เขามีกองทุนเอาไว้ดูแลอยู่แล้ว การที่คนงาน ๘,๐๐๐,๐๐๐ คนนั้นก็มีที่มา แต่ผมคิดว่า ในส่วนของงบกลางนั้นไม่ควรจะมีสิ่งเหล่านี้ ถามหารายละเอียดที่มาจนประเด็นแห่งการ ต้องตัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เพราะว่าไม่มีคําถามที่ชัดเจนโยงไปถึงนะครับ เงินสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนที่ผมขออนุญาตปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๔,๐๙๐ ล้านบาทเศษ เพราะว่าผมไม่ได้รับเอกสารการชี้แจงของการใช้จ่าย ท่านประธานครับ ในชั้นกรรมาธิการ ได้มีการพูดคุยกันว่า เหตุผลของการตัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็เพราะว่า ๑. การตั้งงบประมาณ โดยการกู้มา เปึนเหตุผลที่เราไม่สามารถที่จะให้ความเห็นหรือเห็นชอบในการที่จะมา เปึนเงินสํารองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือยามจําเปึน เพราะอะไรครับท่านประธานครับ เพราะว่างบประมาณปกติในป้ ๒๕๕๒ ผ่านสภาแห่งนี้ไป ยังมีเงินที่มีจํานวนมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ อยู่ในงบกลางครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องกู้เขามาในหมวดรายการ ที่ต้องเอามาแสดงไว้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่มีความจําเปึนเหมือนตามหมวดรายการที่ตั้งเงิน สํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๔,๐๐๐ กับ ๙๐ ล้านบาทนั้น ที่จริงมันมีตัวเลขปัด ถึงเปึนเศษ แต่ไม่มีรายละเอียดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราต้องคํานึงนะครับว่า ภาวการณ์แบบนี้รายได้ รายรับของงบประมาณในป้ ๒๕๕๒ มันก็เปึนไปไม่ได้อยู่แล้ว นะครับ แต่เรากลับต้องกู้มา แล้วก็มาตั้งสํารองจ่ายแบบพักเอาไว้ เขียนเช็คนะครับ แบลงก์ (Blank) เอาไว้เฉย ๆ แต่ไม่รู้จะจ่ายให้ใคร และอ้างว่ากรณีฉุกเฉิน หรือเปึนข่าว อย่างที่ว่าหรือเปล่าครับว่าเอาเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไปใช้เปึนงบลับ ผมไม่อยาก ให้เปึนอย่างนั้นครับ เพราะในชั้นกรรมาธิการเขาชี้แจงไม่ชัดเจน จึงต้องเรียนผ่าน ท่านประธานสภาเพื่อชี้แจงให้สมาชิกในสภาแห่งนี้นะครับ ได้มีจิตสํานึกในการที่จะลงมติ เห็นชอบในมาตรา ๔ ผมจึงต้องนําเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านกรรมาธิการว่าเหตุผล ในการปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของผม ใน ๒ วงเล็บ ทั้ง (๑) นะครับ บุคลากรภาครัฐนี้คือ ค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐ กับเงินสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือยามจําเปึน เหตุผลตามที่ผมได้นําเรียนกับท่านประธาน เนื่องจาก ผมยังเห็นว่าพี่น้องประชาชน คนยากคนจนตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในซีกของ พรรคเพื่อไทยได้แสดงถึงความรู้สึก ความเปึนห่วง น่าจะนําเม็ดเงินในส่วนนี้ที่รัฐบาลตั้งใจ จะอัดฉีดเข้าไปเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนในเศรษฐกิจได้มีผลนะครับ ก็ขออนุญาต ท่านสมาชิกได้โปรดพิจารณาตามที่ผมได้แสดงต่อที่ประชุมแห่งนี้นะครับ หากเปึน ประโยชน์ก็เห็นตามที่ผมได้อภิปรายก็กรุณาปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ตามกระผมด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวรวัจน์ครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยากจะเรียนท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วนี่นะครับ วันนี้ผมทําหน้าที่ที่อภิปรายในสภาในฐานะของกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย จริง ๆ ผมอยากพูดกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วก็สมาชิกที่อยู่ใน พรรคร่วมรัฐบาลผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ทั่วประเทศ เกี่ยวกับเรื่องแนวคิด และวิธีการในการตั้งงบประมาณในครั้งนี้ ก่อนอื่นผมอยากเรียนว่าหลายท่านบอกว่า งบประมาณของรัฐบาลครั้งนี้เปึนอภิมหาประชานิยม เมื่อไปเทียบกับแนวคิดของ ประชานิยมที่ท่านเรียกกันนะครับ ในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ของพรรคไทยรักไทยก็ดี ของพรรคพลังประชาชนก็ดี ผมอยากเรียนว่าตรงนี้แตกต่างกัน สิ้นเชิง แตกต่างกันถึงเรื่องวิธีคิด แตกต่างกันถึงเรื่องกระบวนการ และแตกต่างกัน เรื่องของประสิทธิผลที่จะตามออกมา ผมอยากเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ของท่าน อย่าเรียกว่า ประชานิยม เลย ท่านต้องคิดนะครับ คําว่า ประชานิยม นั้นแปลว่า เมื่อจัดไปแล้วพี่น้องประชาชนเห็นว่าดี ชื่นชมนิยมชมชอบ เขาถึงเรียกว่า ประชาชนนิยม ท่านสังเกตไหมครับ การตั้งงบประมาณครั้งนี้มีเสียงท้วงติงจาก นักวิชาการ จากนักการเงิน และจากสื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ถึงความไม่เหมาะสมของการตั้งงบประมาณในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นของ ท่านเองไม่ใช่ประชานิยม แล้วพยายามอย่าคิดเลยว่ามันคือประชานิยม ผมขออนุญาต ย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ในวิกฤติการเงินเมื่อป้ ๒๕๔๐ หรือวิกฤติการเงินของสถาบัน การเงินตอนนั้น วิกฤติมันเกิดจากสถาบันการเงินป่ดตัว เกิดจากธนาคารป่ดตัว เกิดจาก ธนาคารไม่ปล่อยเงินกู้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเดือดร้อน ภาคธุรกิจไม่มีเงิน เรามานั่ง บอกกันเผาจริงเผาหลอก เดือดร้อนไปทั่วประเทศ วันนั้นพรรคไทยรักไทยทําโครงการ ที่พี่น้องประชาชนชื่นชม ก็คือโครงการกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่ออะไร เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ และรับโอกาสเข้าถึงแหล่งเงิน โดยต้องไม่ผ่านระบบของธนาคารพาณิชย์และตอนนั้น เรามี โอทอป มีหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ตรงนั้นพี่น้องประชาชนชื่นชม แล้วผมอยาก เรียนรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง โครงการที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเห็นว่าเปึนโครงการที่ดีที่สุด ไม่ใช่เรื่องของการเงิน แต่เปึนโครงการที่เรียกว่า โครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดครับ พี่น้องประชาชนบ้านผมทางเหนือ ทางอีสาน และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ สามารถดึงพ่อ ดึงพี่ ดึงน้อง กลับมาจากการติดยาเสพติด วันนั้นผมคิดว่าเปึนวันที่พี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศเทใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่บ้านผมบอกไว้เลยครับว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณไปที่จังหวัดแพร่ พร้อมที่จะพาพี่พาน้องที่ติดยาแล้วก็ เลิกยาได้ไปกราบท่าน นั่นคือความประทับใจ ผมต้องเรียนท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ตอนนั้นความประทับใจไม่ใช่เรื่องของกองทุนหมู่บ้านเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เรื่องของ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ไม่ใช่เรื่องของการเงิน แต่เปึนเรื่องของความห่วงใยที่ท่านมีให้กับ พี่น้องประชาชนโดยแท้จริง และตรงนั้นเขาเรียกว่าประชานิยม เพราะเขาชื่นชมนิยม กระบวนการที่ท่านทําอยู่วันนี้ผมเรียนว่ามันแตกต่างกันสิ้นเชิง วันนี้เราต้องยอมรับว่า ปัญหาวิกฤติของประเทศเราอยู่ในต่างประเทศ เราเกิดภาวะวิกฤติซับไพร์ม (Subprime) สินเชื่อด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ แล้วทําให้ระบบการเงินทั่วโลกล้มระเนระนาด ประเทศยิ่งใหญ่ประเทศที่มีระบบอุตสาหกรรมใหญ่ยิ่งเจ็บตัวเยอะ ทั้งในกลุ่มอเมริกา ในกลุ่มยุโรป และแม้แต่ในกลุ่มของเอเชียหลายประเทศเสียหาย จริง ๆ แล้วประเทศไทย โชคดีมาก เพราะว่าเรากําลังระมัดระวัง แล้วเราไปใช้จ่ายเงินในต่างประเทศน้อยมาก จริง ๆ แล้วเปึนโอกาสที่สําคัญของประเทศไทยที่จะทะยานขึ้นมาให้ได้ แต่น่าเสียดาย เรามีวิกฤติป่ดสนามบิน วิกฤติการเมืองแตก ๒ ขั้ว ใครเปึนคนทําขอให้รับผิดชอบด้วย ผมต้องเรียนว่าผมไม่อยากให้ฝ์ายการเมืองที่มาจากระบอบประชาธิปไตยไปมี ส่วนเกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ โครงการที่เรียกว่า ใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือ ค่าครองชีพของบุคลากรภาครัฐ ๒,๖๕๒ ล้านบาท เปึนโครงการที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ที่อภิปรายแล้ว เปึนการให้เงินเพียงครั้งเดียวกับพี่น้องประชาชน ๒,๐๐๐ บาท ผมเรียน นะครับหลายท่านอภิปรายแล้วไม่ครอบคลุม พี่น้องเกษตรกรไม่ได้นะครับ พี่น้องเกษตรกร แถวบ้านผมแถวเหนือ แถวอีสาน ไม่ได้นะครับ แต่ไปได้กับคนที่มีเงินเดือนอยู่แล้ว คนจริง ๆ ที่พอช่วยเหลือตัวเองได้ ได้ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมเรียนกับท่านเลยว่าตรงนี้ ไม่ได้ แล้วผมเรียนอย่างนี้ครับการจัดตั้งงบประมาณแบบนี้ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่เคยเห็นและไม่เคยคิดว่าจะมีคนทํางบประมาณแบบนี้ ผมยอมรับ ท่านคิดว่า ท่านอาจจะได้ความชื่นชมจากพี่น้องประชาชน ท่านถึงเรียกมันว่าอภิมหาประชานิยม ท่านคิดว่าท่านจะได้เสียงจากพี่น้องประชาชน หลายคนบอกเปึนการซื้อเสียงล่วงหน้า เปึนการหาเสียงล่วงหน้า แต่ผมบอกเลยครับ ขาหนึ่งท่านแจก ๒,๐๐๐ บาท แต่อีกขาหนึ่ง ท่านเก็บภาษี ผมเรียนเลยครับ ถ้าคนที่มีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน จ่ายไปใน ๑ ป้ ตก ๑๘๐,๐๐๐ บาท ต่อป้แค่ภาษีแวตอย่างเดียว ภาษีมูลเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์ อย่างเดียว นะครับ เขาต้องจ่ายค่าภาษีทั้งหมด ๑๒,๖๐๐ บาท ท่านแจกเขา ๒,๐๐๐ บาทครั้งเดียว ท่านยังเก็บภาษีเขาเกินไปอีก ๑๐,๖๐๐ บาท รัฐบาลแน่จริงไม่เก็บสิครับ อย่าเก็บเขา ให้เอา ๑๐,๐๐๐ บาทกลับคืนไปเลย ถ้าท่านคิดว่าท่านจัดงบประมาณแบบนี้ถูก ทําไม ไม่ทําอย่างนั้นล่ะครับ แจกแค่ ๒,๐๐๐ บาทได้อะไร แล้วนอกจากนั้นท่านเก็บภาษีน้ํามัน ผมเรียนเลยครับวันนี้ท่านชี้แจงมาท่านบอกว่าเปึนความจําเปึนที่ต้องเก็บภาษีน้ํามัน เพราะท่านเห็นว่าน้ํามันราคาถูกลง ท่านพูดได้ครับ แต่ท่านลืมไปนะครับ วิกฤติบ้านเรา เกิดจากการส่งออกกําลังมีปัญหา เพราะต่างประเทศกําลังซื้อลดลง ส่งออกไม่ได้ ท่านทําแบบนี้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ท่านไปถามพี่น้องประชาชนทั่วประเทศสิครับ ท่านถามสิครับ วันนี้ใครบ้างไม่เครียดกับราคาน้ํามันที่เพิ่มขึ้น ท่านประกาศล่วงหน้าเลยเก็บภาษีน้ํามัน อย่างเดียว ๕ บาท ท่านถามสิครับ เขาชื่นชมไหม ท่านคิดเอาแต่ใจตัวเองครับ ท่านพูดเองได้ ท่านคิดว่าท่านถูก แต่ท่านลองไปถามพี่น้องประชาชนสิครับ เห็นด้วยไหมครับ เก็บภาษี น้ํามัน ๕ บาท ผมเรียนว่า ผมไม่เห็นด้วย ท่านกําลังทําลายระบบการผลิตทั้งระบบ ท่านกําลังทําให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร หรือสินค้าอุตสาหกรรมแพงขึ้น ประเทศเรา จะแข่งขันกับต่างประเทศไม่ได้ ในป้นี้ผมเชื่อว่าการส่งออกมีปัญหาแน่ และแน่นอนครับ ผมทํานายไว้เลย เดือนหน้าจะมีสินค้าหลายตัวออกสู่ท้องตลาด กระเทียม หอมหัวใหญ่ หอมแดง ผลไม้หลายชนิด ผมทํานายตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ ว่าท่านตั้งงบประมาณแบบนี้ ท่านแก้ไขปัญหาเหล่านั้นไม่ได้ แล้วถ้าวันนั้นพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศออกมาประท้วง ราคาสินค้าสูง ไม่มีคนซื้อ ส่งออกไม่ได้ ท่านจะต้องรับผิดชอบ วันนี้ผมขออนุญาตเปึน ปากเปึนเสียงแทนพี่น้องประชาชนสะท้อนกลับมาให้ท่านฟัง ผมเรียนกับพี่น้อง ในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ วันนี้เราทําอะไรกัน เรากําลังทําลายระบบ เศรษฐกิจหรือเปล่า เราทําถูกหรือเปล่า ผมอยากเรียนท่านว่า ถ้าท่านเห็นว่าไม่ถูก การลงมติ วันนี้ท่านต้องลงไม่เห็นด้วย ในการอภิปรายในชั้นของกรรมาธิการ ใช่ ผมโต้เถียงกับ พรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด ผมไม่เห็นด้วย โต้แย้งกัน แต่ผมยอมรับท่านเปึนฝ์ายค้านมา ๘ ป้ ท่านก็อยากเปึนรัฐบาล ท่านอยากหาเสียงผมไม่เถียง แต่ผมต้องย้ําเตือนไปยัง พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนพรรคชาติไทยพัฒนา ท่านเลือกได้ ท่านเลือกได้ที่ท่านจะ ปฏิเสธ แต่ท่านกําลังยอมรับใช่ไหมครับ บอกว่าการแก้ไขปัญหาอย่างนี้ถูกต้อง การจัด งบประมาณแบบนี้ถูกต้อง การได้รับงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ถูกต้อง การได้งบของท่องเที่ยวขณะที่มันถูกทําลายไปทั้งระบบได้รับ ๕๐๐ ล้านบาท ถูกต้อง ถ้าท่านคิดว่าอย่างนั้นถูกต้องนะครับ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชน จะต่อว่าท่าน เขาอาจจะไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์หรอกครับ แต่เขาจะว่าพรรคของท่าน พรรคภูมิใจไทย ท่านพลิกกลับถ้าไม่เห็นด้วยผมเรียนเลยครับ พรรคเพื่อไทยทั้งหมดยินดี ให้การสนับสนุน เพราะเราไม่เห็นด้วยกับวิธีการจัดตั้งงบประมาณแบนี้ พรรคกิจสังคม พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา วันนี้ผมต้องเรียนกับพี่น้องสมาชิกในสภา แห่งนี้ว่า ถ้าท่านเห็นว่ามันไม่ถูกต้องท่านรับไปทําไม ผมไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์มากละ เพราะว่าเขาตั้งใจอยู่แล้วที่ไม่เห็นด้วย เขาจัดงบประมาณแบบนั้น การตั้งงบประมาณ แบบนี้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งเพื่อหวังอะไรท่านก็รู้ แต่ต้องเรียนต่อสภาแห่งนี้ว่าการกระตุ้น เศรษฐกิจขณะที่ไฟเผาบ้านวิกฤติเศรษฐกิจเกิด กระทรวงที่ต้องจัดงบประมาณลงไปคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถ้าขั้นต่ํา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไขไม่ได้หรอกครับ กระทรวงอุตสาหกรรมต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้หรอกครับ กระทรวงอุตสาหกรรมขอมา ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ตัวเลขที่กระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการคือ ขอมา ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ได้ไป ๕๐๐ ล้านบาทครับ แล้วกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่สบายดีหรือครับ พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมต้องฟัองพี่น้องประชาชนนะครับ ท่านขอไป ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านได้ ๕๐๐ ล้านบาท ท่านสุขสบาย ท่านยกมือให้กับรัฐบาล ทําได้อย่างไร พรรคชาติไทยพัฒนาขอกระตุ้นการท่องเที่ยวหลายพันล้านบาทนะครับ ได้ไป ๕๐๐ ล้านบาท ท่านสุขสบายหรือครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ขอไปรู้สึกจะ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ได้ไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเรียนว่าอย่างนี้นะครับ ผมจะทวงถาม เมื่อท่านแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ผมบอกเลยพรรคร่วมรัฐบาลที่ท่านเห็นว่าการจัด งบประมาณอย่างนี้ถูก โดยที่ท่านมีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แล้วท่านแก้ไข ปัญหาไม่ได้ วันนั้นพี่น้องประชาชนจะจดจําพรรคของท่าน วันนี้ยังไม่สายนะครับ วันนี้เรา กําลังพิจารณางบประมาณ แล้วเราต้องมีการลงมติ ถ้าท่านเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง เปลี่ยนใจ ได้นะครับ แต่ถ้าท่านยืนยันไปตามพรรคแกนนํา คือพรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าวันนี้ พี่น้องประชาชนจะต่อว่าท่านเอง ท่านอย่าคิดว่าเม็ดเงินนี้ลงไปแล้วมันจะกระตุ้น เศรษฐกิจได้ ท่านอธิบายบอกว่าเมื่อเงินลงไปกระตุ้นปุ็บจะก่อให้เกิดการผลิตสินค้า ผมว่าท่านคิดผิด ถ้าท่านไปบริษัทผลิตสินค้า ท่านก็รู้ว่าเงินลงมาครั้งเดียว ลงเดือนเมษายนปุ็บ เดือนพฤษภาคมไม่มีแล้ว เขาก็เอาสินค้าในสต็อก ลูซ (Lose : ขาดทุน, แพ้, สูญ) สต็อกหมดเกลี้ยง แล้วเขาจะผลิตสินค้าต่อหรือครับ ผลิตผลทางการเกษตรจะถูกใช้ หรือครับ ไม่หรอกครับเขาไม่ใช้แน่ เพราะฉะนั้นท่านคิดว่ามันจะกระตุ้นระบบการผลิตหมุนเวียน ผมว่าท่านคิดผิด ท่านคิดผิด ผมต้องเรียนนะครับ วันนี้เรื่องของเศรษฐกิจมันเปึนเรื่องความเชื่อมั่น ถ้าท่านได้ยินเสียงนี่ พี่น้องประชาชนบอกว่าไม่ถูกนะ การตั้งงบประมาณอย่างนี้ไม่ถูกนะ อย่าแจกเงินอย่าทํา แบบนี้นะ วันนี้ท่านต้องทบทวนครับ ท่านต้องทบทวนในโครงการเรื่องของค่าใช้จ่ายเพิ่ม ศักยภาพผู้ว่างงาน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมชุมชน ๖,๙๐๐ ล้านบาท จริง ๆ ท่านสมาชิกหลายท่านก็พูดถึง เมื่อสักครู่ท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ก็พูดถึง ล่อแหลมต่อการ ขัดกฎหมายอย่างยิ่ง มาตรา ๑๖๗ วรรคสอง ย้ําอีกทีหนึ่งก็ได้ หากรายจ่ายใดไม่สามารถ จัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้โดยตรง เขาถึงจะให้จัดไว้ในเรื่องของรายการรายจ่ายงบกลาง แต่วันนี้ผมเรียนว่าจริง ๆ แล้ว งบประมาณก้อนนี้จะต้องไปอยู่ที่กระทรวงแรงงาน ไม่ใช่สํานักปลัดนายกรัฐมนตรี วันนั้นวันที่ชี้แจงกับคณะกรรมาธิการเอาท่านปลัดมาชี้แจงก็จริงครับ พอเริ่มต้นชี้แจง ท่านปลัดก็ชี้ ท่านปลัดกระทรวงแรงงานว่าสิเอาอย่างไร แล้ววิธีการทํานี่ก็บอกว่าจะให้ พวกสถาบันการศึกษา เขาเรียกว่า เซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Service provider) ของเขานี่นะครับ คนที่จะมาให้บริการในการฝ๊กอบรมของเขานี่ก็คือ พวกสถาบันการศึกษา เครือข่ายภาค ประชาสังคมและกลุ่มคนอื่น อย่างเช่น กรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ท่านตั้งงบประมาณอย่างนี้ ผมจึงถือว่าท่านดูถูกท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปึนอย่างยิ่งเลย วันนี้ผมต้องเรียนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เราอยู่ในระบบการศึกษา คนละประมาณเกือบ ๒๐ ป้ ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม อาชีวะ จนถึงจบปริญญาตรี ในสถาบันอุดมศึกษา เกือบ ๒๐ ป้นะครับ แล้ววันนี้ผมเรียนนะครับว่า การปฏิรูป การศึกษาเรานี่เราก็บอกว่าล้มเหลว ในขณะที่ผมไปดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ในระยะเวลาสั้น ๆ ผมได้ให้นโยบายแล้วก็คุยกับกระทรวงศึกษาธิการว่า วันนี้สิ่งที่พี่น้อง ประชาชนต้องการมากที่สุดคือหลักสูตรการศึกษา องค์ความรู้ที่ใช้ในการประกอบอาชีพได้ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ แต่วันนี้ท่านไม่ได้ให้ วันนี้ผมเรียนเลยครับ วันนี้หลักสูตรการศึกษา ที่อยู่ในสถาบันการศึกษาเองนี่ผิด เพราะท่านเอาส่วนจากตํารา เอาตําราเดี๋ยวผมจะพูด ในส่วนที่เปึนเรื่องของการแจกตําราด้วย วันนี้ตําราจากสํานักพิมพ์ที่เดียวท่านแจกไป ทั่วประเทศ ใช้เหมือนกันหมดเลย ผมเชื่อว่าในแต่ละจังหวัดนะครับ ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่เหมือนกันครับ บางทีมีป์าไม้ บางทีมีแร่ธาตุ พืชแต่ละชนิดก็แตกต่างกัน ภูมิประเทศ ก็แตกต่างกัน บางที่เปึนภูเขา บางที่เปึนทะเลนะครับ ช่วงแสงก็แตกต่างกัน อะไรก็แตกต่างกัน หลักสูตรการศึกษา หลักสูตรเดียวไปใช้ไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้น วันนี้ผมเรียนนะครับว่า หลักสูตรการศึกษาที่มีอยู่มันยังใช้ไม่ได้ แต่วันนี้โครงการพัฒนา ฝ้มือแรงงานท่านนี่ท่านบอกจะใช้สถาบันการศึกษา ผมเรียนเลยครับว่าวันนี้ท่านใช้อีกมัน ก็ตกงาน ถ้าเกือบ ๒๐ ป้ที่คนอยู่ในระบบการศึกษานี่นะครับ ยังตกงาน แล้ววันนี้ งบประมาณทั้งหมดตรงนี้ ท่านไม่มีงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาหลักสูตร การศึกษาหรือพัฒนาองค์ความรู้เลย มีแต่แจก แจก แจก แต่รายละเอียดผมจะไปพูดอีก ครั้งหนึ่งตอนแจกว่ามันแจกอย่างไรมันก็ไม่ได้ผล เพราะมันไม่ได้ให้องค์ความรู้เลย การให้เขาไปนี่นะครับ เอาเขามาเรียนเขาก็ต้องเสียค่าหอ ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเดินทาง สุดท้ายมาเขาก็ตกงาน เพราะฉะนั้นวันนี้เซอร์วิส โพรไวเดอร์ของท่านนี่ คนที่ให้บริการ อบรมท่านนี่ ถ้าท่านยังเลือกใช้สถาบันการศึกษานี่ผิด ผมยังท้วงติงในที่ประชุม ของกรรมาธิการวันนั้นขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ก็บอกเห็นด้วยกับผม ทุกประการในการอภิปรายเรื่องนี้ แต่ว่าพอชี้แจงกลับมา ผมยังไม่ชัดเจนว่าท่านจะแก้ไข หรือไม่ แต่ผมเรียนว่าท่านต้องเปลี่ยนคนอบรมให้บริษัทที่เขามีคนงานอยู่จริง ๆ แล้ว คนงานกําลังจะตกงาน แล้วมีปัญหาตรงนั้น ให้เขาปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารงาน ของตัวบริษัทของเขาให้เขาสามารถส่งออกได้ ค้าขายได้ แล้วเขาจะจ้างแรงงานอยู่ และแรงงานก็ไม่ต้องตกงาน แต่วิธีการที่ท่านบอกว่าจะให้ สถาบันการศึกษาก็ดี หรือหน่วยงานอื่นก็ดี หรือแม้แต่กรมพัฒนาฝ้มือแรงงานมาอบรม ผมว่าไม่ใช่ ท่านต้องกลับไปทบทวนใหม่ แล้วขอให้ชี้แจงให้ชัดด้วยนะครับ เพราะว่าวันนี้ ถ้าท่านยัง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวรวัจน์ครับ เลยไป เอาทั้งมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕ ไปเลยใช่ไหมครับที่ท่านพูด

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

เดี๋ยวผมจะกลับมาตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เลยไปถึง มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๕

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

มันเกี่ยวพันกันครับ ท่านประธาน ที่ผมโยงไปคือเปึนเรื่องที่เราอภิปรายกันในที่ประชุมกรรมาธิการนะครับ แล้วก็โยงกลับมานะครับ แต่ผมไม่ยาวหรอกครับท่าน สั้น ๆ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือถ้าโยงไปโยงมาคนอื่น เขาไม่ได้อภิปรายด้วยนะครับ เขาก็นั่งฟัง

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ผมอยากเรียนท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่เราต้องพูดคุยกัน วันนี้ผมคิดว่าเปึนประโยชน์ต่อรัฐบาล การท้วงติงของ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยเปึนประโยชน์ต่อการทํางาน และผมเรียนนะครับ เรื่องนี้ประชุม ในกรรมาธิการ กรรมาธิการเสียงข้างมากหลายท่านก็เห็นด้วย เพราะนี่คือสิ่งที่เราท้วงติงกัน และเปึนสิ่งที่เราให้สติกัน ผมอภิปรายนี่ผมไม่ได้ทําลายกันทางการเมือง ผมไม่ได้พูดเล่น ทางการเมือง แต่ผมกําลังพูดในสิ่งที่ผมคิดว่าเปึนประโยชน์ต่อแนวคิด เปึนประโยชน์ ต่อการปรับปรุง วันนี้สภาแห่งนี้พวกเราเปึนตัวแทนของผู้แทนราษฎรมาจากทั่วประเทศ เราสะท้อนเสียงของพี่น้องประชาชน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่างนี้ครับคุณวรวัจน์ อันนี้มันวาระสอง

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ผมอภิปรายเพื่อผมจะบอกว่า ทําไมผมถึงไม่เห็นด้วย แล้วผมต้องตัดลงไปเพราะผมไม่เห็นนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ท่านตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ได้ว่าอะไรนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานนะครับ ในเรื่องของงบกลาง เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินจําเปึน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่นะครับ ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับว่า จริง ๆ ผมไม่เห็นด้วย วันนี้ท่านตอบไม่ได้เลยนะครับว่า ท่านให้ความสําคัญกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวง อุตสาหกรรม หรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านตอบไม่ได้เลย ถ้าท่านจริงใจ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ท่านต้องจัดเงินงบกลางไปอยู่ในกระทรวงต่าง ๆ เหล่านั้น เพราะท่านมีเงินแต่ท่านไม่ให้ ท่านให้เขา ๕๐๐ ล้านบาทบ้าง ๗๐๐ ล้านบาทบ้าง แต่ท่านไม่ได้ให้เปึนเรื่องเปึนราว อํานาจยังไปอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ในการที่ดูแล เรื่องเงินงบกลาง เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าในส่วนนี้ผมถือว่าท่านไม่มีความจริงใจในการ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ท่านหวังฐานเสียงทางการเมืองมากกว่าที่ท่านจะหวังว่าจะแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ เพราะฉะนั้นผมต้องเรียนว่าผมขอตัดงบประมาณส่วนนี้ ครึ่งหนึ่งแล้วก็ถ้าสมาชิกในสภาแห่งนี้เห็นด้วยนะครับ ผมขอเถอะครับ ขอให้ท่านรับฟัง ด้วยเหตุด้วยผลนะครับ และลงมติด้วยเหตุด้วยผล ผมเชื่อว่าจะเปึนการที่ทําให้การใช้จ่าย เม็ดเงินงบประมาณของเรามีประสิทธิภาพ วันนี้เงินสํารองจ่ายเหลือแค่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้วนะครับ เงินคงคลัง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้วนี่ อันตราย แล้วนะครับ ถ้ายังกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ เราในที่นี้ต้องร่วมกันรับผิดชอบทั้งสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็นําเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า การลงมติวันนี้เปึนวันสําคัญที่พี่น้อง ประชาชนจับตามอง และวันหนึ่งพี่น้องประชาชนจะพิพากษาพวกเราเองถ้าเราทํา ไม่ถูกต้อง ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ เชิญครับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยหมดแค่คุณชวลิตนะครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๔ งบกลาง จํานวน ๑๓,๖๔๒ ล้านบาทเศษ ซึ่งแบ่งออกเปึน ๓ แผนงานนะครับ ในแผนงานแรก ค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือการครองชีพบุคลากรภาครัฐ งบประมาณ ๒,๖๕๒ ล้านบาท กระผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วย โดยมีเหตุผลที่กระผมไม่เห็นด้วย ๔ ประการด้วยกันครับท่านประธาน

ประการแรก ผมเห็นว่าเปึนการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด กับการที่ประเทศ กําลังประสบกับภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ จุดที่กําลังถดถอยทางเศรษฐกิจอยู่ ณ ขณะนี้ คืออะไรท่านประธาน จุดที่กําลังถดถอยอยู่ ณ ขณะนี้ก็คือการท่องเที่ยว การส่งออก โรงงานกําลังจะป่ด คนตกงานจํานวนมาก ภาคเกษตรเปึนภาคที่รองรับปัญหาภาวะวิกฤติ ต่าง ๆ ของประเทศมาตลอด เมื่อผู้คนตกงานก็จะต้องกลับยังชนบท เราจะมีอะไรรองรับ ก็คือภาคเกษตร แต่งบตรงนี้เราได้รับน้อยมากนะครับท่านประธาน

ประการที่ ๒ ที่กระผมไม่เห็นด้วยก็คือนอกจากแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุดแล้ว รัฐบาลยังเอาเงินไปแจกจ่ายยังบุคคลที่มีรายได้ประจํา โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท จริงอยู่ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทุกภาคส่วนเดือดร้อนหมด แต่เมื่อมี เม็ดเงินที่มีจํานวนจํากัด แล้วต้องไปกู้เขามา รัฐควรจะใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งตามหลักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปเมื่อเศรษฐกิจตกต่ําให้เพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจ แต่เพิ่มแล้วต้องมีคนทํางานเพิ่มท่านประธาน ผลผลิตถึงจะเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เอาเงินไปใส่กระเปิาเขาเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่เขายังไม่เดือดร้อนอย่างที่สุดเมื่อเทียบ กับกลุ่มอื่น หากเขาเก็บไว้ก็ไม่เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้ที่เดือดร้อนอย่างที่สุดในภาวะ เศรษฐกิจถดถอย ณ ขณะนี้ ปัญหาเฉพาะหน้าที่กระผมได้กราบเรียนในเบื้องต้นก็คือ ภาคส่งออก เจ้าของโรงงาน คนงาน ภาคการท่องเที่ยว และภาคการเกษตร ซึ่งเปึนคน ส่วนใหญ่ของประเทศ ทําไมรัฐไม่ทุ่มเทตรงนี้ให้ตรงจุด

ประการต่อมาครับท่านประธาน ประการที่ ๓ การที่รัฐบาลขึ้นราคาน้ํามัน ในภาวะที่ชาวบ้านกําลังมีความสุขอันน้อยนิดเหลืออยู่บ้างที่ราคาน้ํามันลดลง แต่พอรัฐบาลมาขึ้นภาษีตรงนี้ ค่าครองชีพคนละ ๒,๐๐๐ บาท ที่รัฐจ่ายไปยังบุคลากร ภาครัฐ หายวับไปกับตากับค่าน้ํามันที่เพิ่มขึ้นไปก่อนแล้ว เพราะคนที่มีรายได้ประจํา ใช้น้ํามันเปึนส่วนใหญ่

ประการที่ ๔ นอกจากนี้ครับท่านประธาน จากการจ่ายเงินให้กับบุคลากร ภาครัฐ ยังเกิดการลักลั่น มีบางหน่วยงานไม่ได้รับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่มีผู้ที่มีรายได้ ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน เอาใกล้ ๆ ท่านประธาน ลูกน้องท่านประธานเอง สมาชิก ข้าราชการรัฐสภาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ ขณะนี้ ไม่มีใครได้เงิน ๒,๐๐๐ บาท ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานช่วยดูแลในเรื่องนี้ในการที่จะประสานงบฉุกเฉินที่ตั้งไว้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาดูได้ไหม แตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมาท่านประธาน รัฐบาล ที่ผ่านมามีการปรับอัตราเงินเดือนครั้งหลังสุด ปรับเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ โดยปรับให้ ในอัตราร้อยละ ๔ เท่ากันทุกอัตรา และปรับเงินเพิ่มค่าครองชีพรวมใช้งบประมาณในการ ปรับจํานวน ๑๖,๙๕๕ ล้านบาท

ท่านประธานที่เคารพ ในขณะนี้ฐานะทางการเงิน การคลังของประเทศ ของเรากําลังถดถอย ปัจจุบันเปึนที่น่าตกใจนะครับท่านประธาน เราจัดเก็บรายได้ ๔ เดือนแรกของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน กระทรวงการคลังเพิ่งให้ข่าว จัดเก็บต่ํากว่าประมาณการ ๗๐,๔๗๒ ล้านบาท หรือคิดเปึน ๑๖.๒ เปอร์เซ็นต์ และ กระทรวงการคลังคาดว่าทั้งป้อาจจัดเก็บรายได้ต่ํากว่าเปัาประมาณถึง ๑๑๒,๙๑๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเงินงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธาน ซึ่งจะไปกู้เขามา กระผมเห็นว่าต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการกระตุ้น เศรษฐกิจที่แท้จริง และกระผมขออนุญาตด้วยความบริสุทธิ์ใจที่เห็นว่ารัฐบาล ควรดําเนินการน่าจะเปึนดังนี้ รัฐบาลมี ครม. เศรษฐกิจ มีนายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้า ทีมเศรษฐกิจ การจัดงบประมาณครั้งนี้ควรจัดเปึนทีม บูรณาการงานของกระทรวง ทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ตรงจุด แต่ขณะนี้การบริหารงานของ กระทรวงเศรษฐกิจกลับแยกส่วนกัน ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ทําหน้าที่หัวหน้าทีม เศรษฐกิจที่แท้จริง เห็นได้จากการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ ท่านประธานครับ ผมจะโยง ให้เห็น กระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งเปึนกระทรวงที่สําคัญยิ่งที่จะต้องดูแลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลผู้ส่งออก ดูแลโรงงาน ดูแลคนงานที่ จะตกงานในปัจจุบัน แต่ปรากฏว่ากระทรวงอุตสาหกรรมได้รับงบเพียง ๐.๒๗ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทนี่เขาเอาไปทําอะไร เอาไปทําโครงการเลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ เลี้ยงไก่เบตง มันลักลั่นไปหมดครับท่านประธาน แทนที่งานดังกล่าวจะอยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือได้รับงบน้อยจึงจับแพะ ชนแกะไปก่อน ท่านประธาน กระทรวงพาณิชย์ซึ่งจะต้องดูแลเรื่องการค้าการขาย การส่งออก ได้รับงบเพียง ๐.๘๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ งบเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทําอะไรครับ ท่านประธาน เอาไปทําร้านธงฟัา ซึ่งจะมีผลกระทบกับร้านโชห่วย ในพื้นที่ตามชนบทอีกต่างหาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซึ่งเปึนกระทรวงที่ทํา รายได้เปึนอันดับหนึ่งของประเทศได้รับงบเพียง ๐.๔๗ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ ครับท่านประธาน น่าอเนจอนาถที่สุดนอกจากได้รับงบน้อยแล้วงบครึ่งหนึ่งเอาไปลงใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ล้วน ๆ ผมได้แสดงความเห็นในคณะกรรมาธิการว่า ยินดี สนับสนุนอย่างยิ่งหากงบที่ลงไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้จะทําให้บ้านเมืองสงบสุข แต่ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เงินไม่ใช่ปัจจัยสูงสุดครับ ท่านประธาน อัตลักษณ์ ของเขา ความยุติธรรมที่เขาต้องการได้รับ ตรงนี้เปึนสิ่งที่เขาต้องการสูงสุด ในป้งบประมาณที่ผ่านมา งบประมาณลงไปยัง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธาน ทราบไหมครับเท่าไร ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ท่านประธาน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขณะนี้ใช้ไปแล้วเท่าไร กระผมถึงบอกว่างบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ไม่ใช่เปึน ปัจจัยสูงสุด ปัจจัยสูงสุดคือเขาต้องการความเปึนธรรม ดังนั้นเงินที่ลงไปคราวนี้มันจะมี อะไรมารองรับได้ว่าจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพ ในส่วนของ งบประมาณค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือการครองชีพบุคลากรภาครัฐ งบจํานวน ๒,๖๕๓ ล้านบาท กระผมไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลที่กราบเรียนดังกล่าวข้างต้น พร้อมข้อเสนอที่หากรัฐบาลจะรับไปพิจารณาในโอกาสต่อไป ก็จะขอบพระคุณ

ในแผนงานที่ ๒ ครับท่านประธาน ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ตรงนี้เพื่อนสมาชิก เพื่อนกรรมาธิการก็ได้อภิปรายไปมากแล้วผมจะไม่ซ้ํา ในสิ่งที่จะเสียเวลาเพื่อนสมาชิก นอกจากกล่าวย้ําว่าเปึนห่วงจริง ๆ ว่าเหมิ่นเหม่ต่อ การผิดกฎหมาย ผมไม่อยากจะเห็นว่ามันจะมีเลศนัยอะไรหรือเปล่า ที่งบนี้แทนที่จะอยู่ ที่กระทรวงแรงงานแต่กลับไม่ได้อยู่ ไม่อยากคิดว่ามีเลศนัย แต่มันก็ชวนให้คิด

ในแผนงานที่ ๓ ครับ ในประเด็นต่อมา การจัดงบกลางเปึนเงินสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน จํานวน ๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ เงินจํานวน ๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษเปึนเงินจํานวนไม่น้อยซ้ําเปึนเงินที่ต้องไปกู้เขามา เมื่อมาจัดทํา โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เฉพาะอย่างยิ่งมีเวลาอันจํากัด ก็ควรจะมีรายละเอียดแผนงาน โครงการชัดเจนว่า จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร ประกอบกับในงบปกติของป้ ๒๕๕๒ ก็มีการตั้งงบกลางเปึนเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเปึนอยู่แล้วถึงจํานวน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท กระผมจึงไม่เห็นว่าจะมีความจําเปึนอย่างไรที่จะต้องตั้งอีก เพราะชื่อ ก็บอกอยู่แล้วว่าใช้กรณีฉุกเฉินและจําเปึน ควรที่จะเอาเงินจํานวน ๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษนี้ ไปกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีแผนงาน โครงการชัดเจนครับท่านประธาน ซึ่งจะได้ทั้งการ แก้ปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าและได้ทั้งการจ้างงานกับเพิ่มงานไปในตัว กล่าวโดยสรุปกระผมไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๔ ในการจัดงบกลางจํานวน ๑๓,๐๔๒ ล้านบาทเศษ อย่างไรก็ตามครับท่านประธานครับ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งก็ขอให้กําลังใจรัฐบาลในการ แก้ไขภาวะเศรษฐกิจถดถอย ณ ขณะนี้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องเปึนหัวหน้าทีม เศรษฐกิจที่แท้จริง จัดงบประมาณให้กับทีมเศรษฐกิจโดยมองถึงเนื้องานที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจ แก้ปัญหาให้ตรงจุด สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่จําเปึนอย่างยิ่ง เพราะไม่อย่างนั้นก็จะถูก มองได้ว่าเปึนการจัดงบเพื่อการเมืองเท่านั้น ให้กับพรรคที่เปึนแกนในการจัดตั้งรัฐบาล กระผมก็อยากจะฝากไว้เท่านี้ คิดว่าคงไม่ได้เปึนเช่นนั้น หวังว่าจะไม่เปึนเช่นนั้น ถ้าได้มี การแก้ไขให้สอดคล้องกับความเปึนจริงที่ประเทศของเรากําลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณปกรณ์ มุ่งเจริญพร อยู่ไหมครับ ผ่านนะครับ ต่อไป คุณมาโนช เฮงยศมาก อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ก็ผ่านนะครับ ต่อไปคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่ผ่านนะครับ ต่อไปคุณอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ไม่อยู่นะครับ ผ่านนะครับ ต่อไปคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ผ่านนะครับ ต่อไปคุณสุพัชรี ธรรมเพชร ผ่านนะครับ ต่อไปคุณกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ผ่านนะครับ ต่อไป คุณเจะอามิง โตะตาหยง เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ และปรับลดไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ในงบกลาง ผมมีหลักการและ เหตุผลที่ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ แต่ว่าผมดูในขั้นกรรมาธิการที่ได้มีการพิจารณา ผมว่า รัฐบาลนี้มีวิสัยทัศน์ในการจัดสรรงบประมาณ และผมเชื่อในกรรมาธิการ ผมดูในเอกสาร ในขั้นกรรมาธิการแล้ว วันนี้ผมดีใจว่าในกรรมาธิการก็ได้พูดถึงในหลาย ๆ เรื่องที่พวกเรา ให้ความสนใจ แต่สิ่งที่สําคัญครับท่านประธาน เรื่องงบกลางนี่ผมต้องขออนุญาต เปรียบเทียบ ก็เสมือนกับเงินเก็บของคนซึ่งต้องอยู่ในกระเปิา ต้องให้ใช้จ่ายในภาวะ ฉุกเฉิน อย่างนี้แหละครับผมถึงบอกว่ากรรมาธิการเล็งเห็นความสําคัญ รัฐบาลเล็งเห็น ความสําคัญในการที่จะต้องใช้จ่ายเรื่องงบประมาณในเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน แต่ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่พอดีท่านสมาชิกได้พูดถึงว่างบประมาณหลายตัวเหลือเกิน หลายรายการที่ลง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ถ้าดู ในความเปึนธรรมจริง ๆ แล้ว มันกระจายไปเกือบทุกภูมิภาคครับท่านประธาน แต่สิ่งที่ สําคัญต้องยอมรับครับว่ากรรมาธิการได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของจังหวัดชายแดน ภาคใต้ไม่มากก็น้อย ก็ด้วยเหตุผลในกรรมาธิการ ผมก็เชื่อครับในกรรมาธิการมีทั้ง พรรครัฐบาลและพรรคฝ์ายค้านอยู่ในการพิจารณางบประมาณร่วมกันในกรรมาธิการ สิ่งที่สําคัญ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานคงจะแลเห็นครับ ก่อนหน้านี้สมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้จัดสรรงบประมาณไปให้ทฤษฎี ๓ สีในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ โดยไม่จัดสรรงบประมาณ ไม่ให้งบประมาณใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ขาดโอกาสในการพัฒนา ทฤษฎี ๓ สีเปึนตัวที่กําหนดและ ให้โอกาสในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่ํามากในขณะนั้น ขณะนี้ก็เปึน โอกาส แต่ความเปึนโอกาสของรัฐบาลภายใต้การนําของท่านอภิสิทธิ์ ณ วันนี้ ไม่ใช่ว่า จะเอางบประมาณไปกระจุกที่ภาคใต้อย่างเดียว ไม่ใช่ครับท่านประธาน ถ้าดูในหลักการ และเหตุผลแล้ว รัฐบาลมีหลักและมีเหตุมีผลที่จะเสนองบประมาณขออนุมัติจาก สภาผู้แทนราษฎร และขั้นกรรมาธิการ ผมเชื่อครับ ในขั้นกรรมาธิการก็ได้พูดถึงว่างบประมาณก็กระจายไป ทั่วทุกภูมิภาคนะครับ นี่คือความเปึนธรรม ผมได้สอบถามโดยส่วนตัวกับกรรมาธิการ หลายท่านว่าการพิจารณาในป้งบประมาณนี้ได้มีการพูดถึงอย่างครอบคลุมหรือไม่ เพื่อนกรรมาธิการก็บอกโดยส่วนตัวว่ามีการพูดถึงและการกระจายงบประมาณไปทั้ง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางและภาคใต้ ผมมีความสบายใจ เพราะผมเปึนคนที่อยู่ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยได้รับผลกระทบช่วงหนึ่งในรัฐบาลก่อนหน้านี้ ผลกระทบจาก ทฤษฎี ๓ สี ไม่ให้งบประมาณไปกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ด้วยเหตุผลทางด้าน การเมืองในขณะนั้นก็ต้องยอมรับ แต่รัฐบาลนี้มีความเปึนธรรม ท่านประธานครับ ผมดูด้วย ความจําเปึนจริง ๆ ในการที่จะต้องมีงบประมาณเกี่ยวกับการรักษากรณีภัยพิบัติ ท่านประธาน ต่อไปนี้ใครจะไปนึกครับว่า เหตุการณ์ภัยพิบัติยังเกิดที่ประเทศออสเตรเลีย ในขณะนี้ ถ้าเราไม่มีเงินอยู่ในกระเปิาล่ะครับ รัฐบาลไม่มีเงินงบกลางอยู่ในกระเปิา ผมว่า ถ้าเกิดเหตุภัยพิบัติ ณ อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาในประเทศ อย่างสึนามิ ถ้าไม่มีเงิน งบกลางอยู่ในกระเปิาของรัฐบาลแล้ว ผมถามว่าวันนั้นถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นมาอีก ครั้งหนึ่ง ผู้คนทั้งประเทศต้องด่ารัฐบาลครับ ผมดูไปดูมาครับท่านประธานว่ารัฐบาลนี้มอง การณ์ไกลจริง ๆ การปรับลดของรัฐบาล ของเพื่อนสมาชิก ผมว่าคงจะต้องขออนุญาต ละครับ ถ้ากลับไปดูในรายละเอียดของโครงการ ท่านประธานไปดูในงบเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ด้วยครับ ก็เปึนเรื่องที่เหตุจําเปึนที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายได้ไปประกาศนโยบาย ก็จําเปึน ที่จะต้องนําเงินเหล่านี้เข้าไปช่วยเหลือในการดูแลผู้สูงอายุ ฉะนั้นการจัดสรรงบประมาณ ก็ด้วยเหตุจําเปึนที่จะต้องนํางบประมาณเหล่านี้ไปใช้จ่ายให้กับผู้สูงอายุเหล่านั้น ท่านประธานครับ ผมดูแล้วในงบประมาณที่มีความจําเปึนที่รัฐบาลจะต้องตั้งงบกลางไว้ แต่ผมอยากจะถามทางกรรมาธิการกลับไปยังกรรมาธิการที่ผมไม่ได้สอบถามโดยส่วนตัว ก็ประเด็นต่อไปนี้ครับ ที่ผมจําเปึนจะต้องปรับลดเพื่อผมจะเอาเงินปรับลดเข้าไปเสริม ในโครงการเหล่านี้ครับ ท่านได้เคยพูดถึงปัญหาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้หรือไม่ โดยเฉพาะในกรณีสตรี เด็ก และผู้สูงอายุ ผมถามผ่านกรรมาธิการ ไปถึงท่านประธานกรรมาธิการท่านได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้ไหมครับ เพราะผมได้ดูในเอกสาร แล้ว มันไม่มีปรากฏในการที่จะไปพูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย ผมจําเปึนที่จะต้องสอบถาม ท่านกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ก็ลองดูให้ดีครับ ๓,๐๐๐ กว่ารายที่เสียชีวิตในขณะนี้ ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถามว่าเกิดสตรีหม้ายอีกกี่พันราย ผู้สูงอายุขาดการดูแล อีกกี่พันราย เยาวชนอีกกี่พันรายที่ขาดบิดาหรือมารดาที่ได้รับผลกระทบเสียชีวิต ในเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาเหล่านี้กรรมาธิการได้พูดไหมครับ ได้ศึกษาไหม ครับ ได้คุยไหมครับ ด้วยเหตุนี้แหละครับที่ผมบอกว่าจําเปึน และผมดูแล้วครับในเอกสาร ดูในโครงการต่าง ๆ จากรัฐบาลที่แล้ว ก็ไม่ได้ให้ความสําคัญในเรื่องเหล่านี้ สิ่งที่สําคัญ ที่สุดที่ผมอยู่ในพื้นที่ก็เกิดโครงการหมู่บ้านสตรีหม้ายที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเปึนโครงการ พระราชดําริในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ แต่ถามว่าโครงการของรัฐบาลในกรอบความคิด ของรัฐบาลมีไหมครับ ถ้ายังไม่มี ท่านลองปรับลดสิครับ เอางบประมาณเหล่านี้ไป ช่วยเหลือคนเหล่านี้ แล้วจะได้บุญคุณ สิ่งที่สําคัญที่ผมอยากจะเรียนท่านกรรมาธิการให้ เปึนรูปธรรม ในกรณีที่ผู้สูงอายุท่านลองคิดดูนะครับในการแก้ไขผู้สูงอายุอีกเปึนร้อย ๆ คน ที่ขาดการดูแลจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าผมนั่งในกรรมาธิการผมจะเสนอเลยครับ จะเสนอให้ตั้งโครงการดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับ ผลกระทบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เปึนไปตามวิถีชีวิตของชุมชน เปึนอย่างไรครับ ผู้ได้รับผลกระทบซึ่งเปึนไทยพุทธให้เปึนไปตามวิถีชีวิตของพุทธ ผู้ได้รับผลกระทบที่เปึน มุสลิมก็ให้ดูแลให้เปึนไปตามวิถีชีวิตมุสลิม และที่สําคัญที่จังหวัดยะลามีศูนย์ดูแล ผู้สูงอายุอยู่แล้ว ก็ไปเพิ่มอีกสักแห่งหนึ่งที่จังหวัดปัตตานี หรือที่จังหวัดนราธิวาส อีกสักแห่งหนึ่งก็ให้เปึนศูนย์ดูแลคนชราให้เปึนไปตามวิถีชีวิตมุสลิม ๒ เรื่องนี้ครับ ท่านประธานครับ ๒ เรื่องนี้ไปพูดถ้าเราทํา ถ้ารัฐบาลเอางบกลางนี้ไปทําจะสามารถซื้อ จิตใจของผู้คนเหล่านั้น เพราะท่านอย่าลืมว่า ไม่ว่าพุทธ ไม่ว่าอิสลาม คนที่อยู่ช่วง บั้นปลายชีวิตในเมื่อขาดผู้ดูแลแล้วนี่ ความเปึนอยู่ของเขาใครจะไปดูแล การจะขอ งบประมาณด้วยความปกติหรือ มันก็มาช้า ไม่ทันกาล แต่ถ้ารัฐบาลทําได้ โดยเอางบกลาง นี่ครับลงไปช่วย ลงไปทํากัน ดูแลสอนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน สอนดูแลวิถีชีวิตในด้านศาสนา ผู้สูงอายุ เพื่อนําสู่โลกหน้าเปึนอย่างไรครับ เหล่านี้ท่านคิดไหมครับ และท่านคิดไหมครับ ว่าคนที่ได้รับผลกระทบซึ่งเปึนเยาวชนละครับ เด็ก ๆ เหล่านั้นเมื่อขาดผู้ปกครอง ถามว่า รัฐบาลเคยมีโครงการ เคยมีงบประมาณเข้าไปดูแลไหมครับ ท่านกรรมาธิการได้พูดถึง ไหมครับ สิ่งเหล่านี้ที่ผมเปึนห่วงนะครับ ที่ผมต้องปรับลดเพื่อต้องการให้ท่านปรับลด แล้วท่านไปดูหน่อยเถอะครับ ฝากท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการไปดูหน่อยเถอะครับ ที่สําคัญที่สุดประเด็นต่อมา สตรีหม้ายที่สามีเสียชีวิตในเหตุการณ์ที่ได้รับผลกระทบ จาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรรมาธิการได้พูดถึงไหมครับ ความละเอียดเหล่านี้ ท่านได้พูดถึงไหมครับ ถ้าท่านยังไม่พูดถึงท่านลองไปคิดดู และในกรอบการใช้จ่าย งบประมาณของกรรมาธิการโดยการใช้งบกลาง ถ้าท่านทําได้ ผมว่าถ้ารัฐบาลทํา ในโครงการที่ผมพูดถึง ๓ โครงการนี้ โดยใช้งบกลาง ใช้ไม่เยอะหรอกครับ เปึนการ แก้ปัญหาในด้านจิตวิทยา สามารถแก้ปัญหาในส่วนหนึ่งได้อีกเปราะหนึ่ง และที่สําคัญ อีกประเด็นหนึ่ง เงินเสี่ยงภัยผมเคยถามในรัฐบาลที่แล้วในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะให้ ข้าราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๒,๕๐๐ บาท สมัยท่านรัฐบาลสมชายบอกว่า ไปแล้ว ให้แล้ว ก็ยังไม่ให้ วันนี้ก็ยังไม่ถึง เอางบกลางไปใช้ได้ไหมครับ งบเสี่ยงภัย ที่จริง ไม่ใช่เสี่ยงภัย การใช้ชื่อก็ไม่ถูก ต่อไปนี้ท่านต้องเปลี่ยนนะครับ เสี่ยงภัย ๒,๕๐๐ บาท ชีวิตคนภาคใต้ทําไมมันน้อยเหลือเกินครับ ต่อไปนี้ผมอยากจะฝากทางกรรมาธิการ แม้การใช้คําเหล่านี้ก็ยังไม่ควรใช้ เงินเสี่ยงภัย ๒,๕๐๐ บาท คนภาคใต้ชีวิตมีค่า แค่ ๒,๕๐๐ บาทอย่างนั้นหรือครับ ต่อไปนี้ให้เปลี่ยนคําครับ ให้เปึนเงินบํารุงขวัญและ กําลังใจเพื่อนข้าราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้เปึนเงิน ๒,๕๐๐ บาท ผมเรียน ท่านประธานไปถึงทางกรรมาธิการได้กรุณาคิดเรื่องเหล่านี้ครับ สิ่งที่สําคัญที่สุดในเรื่อง การจัดสรรงบประมาณไปสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมถามจริง ๆ ว่ามันเกิดเหตุขัดข้อง อย่างไรครับ ฝากผ่านถึงท่านประธานไปถึงท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณว่า ทําไม งบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้มันไปช้าเหลือเกิน มันไปติดตรงไหนครับ มันช้า เหลือเกิน มันไม่ไปครับ และหลายโครงการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกทอดทิ้งหลังจาก เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ถึง ณ วันนี้ ถามว่าโครงการในการพัฒนา ขั้นพื้นฐาน ถนนกี่เส้นทางที่ผู้รับเหมาอ้างว่าเกิดจากเหตุการณ์ความไม่สงบแล้วทิ้ง แล้วก็ ไม่ได้ทําต่อไป สิ่งเหล่านี้ท่านกรรมาธิการได้เปึนห่วงไหมครับ กรรมาธิการได้พูดถึงไหมครับ และในการเรียนถึงท่านกรรมาธิการ ถึงเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในสภาผู้แทนราษฎรว่า ขอความเห็นใจถ้าหากจะมีการใช้งบประมาณในด้านงบกลาง ไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ขอความเห็นใจให้กับคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมันเกิด จากความผิดพลาดจากรัฐบาลก่อนหน้านี้และไม่มีการใช้จ่ายงบประมาณในช่วงนั้น อย่างเต็มที่ เพื่อไปสู่ในการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะในขั้นพื้นฐาน ท่านประธานครับ หลายเรื่องที่จะต้องพูดถึง สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ การใช้จ่ายเงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท แก่ผู้ว่างงานทุกสาขาอาชีพ อย่างนี้ผมเห็นแล้วครับว่า รัฐบาลชุดนี้ กรรมาธิการชุดนี้ มีวิสัยทัศน์ เพราะทั่วโลกยอมรับอยู่แล้วครับว่า เศรษฐกิจจะต้องมี ผลกระทบไปทั่วโลก และรัฐบาลได้รองรับงบประมาณโดยใช้งบประมาณกลาง งบกลาง ผมถามว่าถ้าไม่ตั้งงบกลางไว้ ถ้าเกิดมีปัญหาเศรษฐกิจอย่างที่ทั่วโลกเขาคาดการณ์ไว้ คนเหล่านี้ก็จะตกงานหรือครับ พอตกงานถามว่ารัฐบาลถ้าไม่มีเงินมาใช้จ่ายมาดูแล รัฐบาลก็ต้องถูกด่า สภาจะต้องถูกด่า จะต้องถูกประณามจากประชาชน อย่างนี้ผม เห็นด้วยกับกรรมาธิการ อย่างนี้ผมเห็นด้วยกับรัฐบาลที่มาขอกรรมาธิการ ขอจากสภาไป แต่ว่าผมเห็นว่ายังน้อยไป เพราะเงินเหล่านี้ต้องไปให้กับผู้ที่ว่างงาน ซึ่งจะจบไม่กี่เดือน ข้างหน้า รัฐบาลจะต้องเอาเงินเหล่านี้ไปใช้จ่าย โครงการอย่างนี้ดี นี่ผมถามกรรมาธิการ ได้พูดถึงในขั้นกรรมาธิการไหมครับว่า ๖,๙๐๐ ล้านบาทมันน้อยไปไหมครับ อย่างนี้เพิ่ม ได้ไหมครับ เพราะต่อไปคนเขาจะตกงานมากกว่านี้ รัฐบาลอย่างนี้ต้องใจกว้างครับ และกรรมาธิการจะต้องดูให้ความเปึนธรรม เพราะเราจะต้องดูว่าคนจะต้องตกงาน อีกกี่พันอีกกี่หมื่นคน ผมอยากจะวิงวอนเพื่อนสมาชิกที่ได้ปรับลดงบประมาณ ที่ได้พูดถึง ก่อนหน้านี้ ให้เพิ่มงบประมาณที่ปรับลดเหล่านั้นมาอยู่ที่งบกลางเพื่อแก้ปัญหาคนว่างงาน ดีไหมครับ ผมอยากจะวิงวอนเพื่อน ๆ สมาชิกให้ช่วยดูแลหน่อยครับ สิ่งที่สําคัญเหล่านี้ ครับ ที่ผมอยากจะพูดถึง ผ่านถึงประธานถึงกรรมาธิการหลายเรื่องที่ผมเห็นด้วย ณ วันนี้ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเจะอามิงครับ ท่านตัด ๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับ ท่านไม่ได้ไปยุ่งด้านอื่นเลย ท่านตัดเรื่อง ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เท่านั้นในรายละเอียดนะครับ แล้วท่านก็ไปโยงหมดอย่างนี้เหมือนกับเปึนวาระหนึ่งแล้วครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานครับ ผมจําเปึนที่ จะต้องพูดวันนี้ ก็เพราะเหตุผลว่าผมกําลังวิงวอนเพื่อนสมาชิกที่ได้ปรับลดไว้ เพื่อเอาเงิน เหล่านี้มาเพิ่มตรงนี้อย่างไรครับ อันนี้ด้วยความเห็นใจและทุกคนได้ประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ประโยชน์มากครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ผมขออนุญาตท่านประธาน ก็ไม่ใช้เวลาไปมากกว่านี้ ผมเข้าใจถึงความรู้สึกของท่านประธาน และเข้าใจท่านประธาน วันนี้ดูหน้าตาสดใส สดใสดีครับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คือผม เพียงแต่ให้ข้อสังเกต เพราะท่านอาวุโสแล้ว คือมันจะโยงไปมากนะครับ ต่อไปนะครับ คุณเจิมมาศ ไม่ติดใจนะครับ ต่อไปคุณเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ เชิญครับ

นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ขอสงวนคําแปรญัตติตัดงบกลาง โดยขอสงวนคําแปรญัตติ ตัดไว้ร้อยละ ๕ ซึ่งดิฉันได้ให้ความสําคัญใน ๒ ส่วนค่ะท่านประธานคะ

ส่วนแรกก็คือในส่วนของงบเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน ซึ่งเปึนเงินจํานวน ๖,๙๐๐ ล้านบาท

และในส่วนที่ ๒ ก็คือ เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วตั้งแต่รัฐบาลได้เสนอร่างงบประมาณ เพิ่มเติมเข้ามาให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาปลายเดือนที่แล้ว เมื่อดิฉันได้มีโอกาส ดูร่างงบประมาณของรัฐบาลดิฉันก็มีความรู้สึกว่า ในส่วนของงบเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานนั้นเปึนการตั้งงบที่ดูเหมือนจะมากเกินไป เพราะว่าดูรายละเอียดรัฐบาลได้ตั้งเปัาไว้ว่า เปึนเงินที่ตั้งไว้สําหรับรองรับผู้ว่างงานถึง ๕๐๐,๐๐๐ อัตราด้วยกัน ดิฉันยังไม่เชื่อท่านประธานคะ ณ วันนั้นว่าสถานการณ์ของ ประเทศเรานั้นจะมีผู้ว่างงานมากมายขนาดนั้น แต่จากวันที่รัฐบาลเสนอร่างงบประมาณ เข้ามาสภาจนถึงวันนี้ จากที่ได้ติดตามข่าว ไม่ว่าจะเปึนข่าวต่างประเทศนะคะ ทั้งทางทีวี โทรทัศน์ที่ทุกท่านก็ได้เห็น เราก็จะได้เจอว่าปัญหาเศรษฐกิจของโลกนั้นมันหนักหนา ยิ่งกว่าเราคิดไว้มาก แล้วเราก็ได้เห็นท่านประธานคะ ได้เห็นบริษัทใหญ่ ๆ ในต่างประเทศ ประกาศป่ดตัวเอง ประกาศปลดคนงาน หรือบางบริษัทก็ชะลอการลงทุน เราก็คง ไม่ปฏิเสธท่านประธานคะว่า บริษัทใหญ่ ๆ ในต่างประเทศนั้นหลายบริษัทได้มีโรงงาน ได้มีบริษัทลูกหรือเครือข่ายอยู่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นเมื่อบริษัทแม่ในต่างประเทศ เกิดปัญหาเช่นนี้ ดิฉันจึงเชื่อว่ามันย่อมส่งผลกระทบถึงบริษัทลูกที่อยู่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นก็คงเลี่ยงไม่พ้นที่จะทําให้คนงานในประเทศไทยได้รับผลกระทบด้วย และถ้า เรามาตามข่าวในประเทศไทยเราเอง ท่านประธานคะ ดิฉันก็ได้มีโอกาสเห็นว่าการส่งออก ของไทยหรือการท่องเที่ยวของไทยนั้นประสบภาวะถดถอย นักท่องเที่ยวลดจํานวนลง อย่างมากนะคะ การส่งออกเราก็ลดลงอย่างมาก ก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะกระทบกับแรงงาน ในประเทศเหมือนกัน ด้วยข่าวคราวที่ได้ติดตามมาในช่วงเวลาเกือบเดือน จนวันนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องเรียนท่านตรง ๆ ว่าดิฉันเปลี่ยนใจที่จะขอปรับลดงบประมาณ ลงค่ะ แต่ว่าอย่างไรก็ตามดิฉันก็ยังเห็นว่า งบประมาณนี้ค่ะรัฐบาลก็ควรจะต้องนําไปใช้ อย่างประหยัด แล้วก็เปึนประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากที่สุด ท่านประธานคะ ดิฉันได้มี โอกาสเห็นข้อเขียนของ ท่านดอกเตอร์มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน แต่คิดว่าคงไม่เสียหายนะคะ ความเห็นของท่านเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ ๖,๙๐๐ ล้านบาทนั้น ตรงกับความเห็นของดิฉันมากค่ะ ดิฉันอยากได้โอกาสนี้ค่ะได้เสนอท่านประธานผ่านไปถึง ท่านกรรมาธิการว่า ได้ช่วยให้ทางรัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับการใช้งบประมาณเหล่านี้ ด้วย เช่น

ข้อแรกที่ดิฉันอยากให้รัฐบาลได้นํางบประมาณนี้ไปใช้ก็คือ การจ้าง นักศึกษาค่ะท่านประธานคะ นักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ แล้วก็ผู้ตกงาน ให้ไปเปึนมัคคุเทศก์ ท่านประธานคะ เปึนมัคคุเทศก์ทั้งมัคคุเทศก์ไทย ทั้งมัคคุเทศก์ต่างประเทศ เพราะวันนี้ รายได้หลักของเราเลี่ยงไม่พ้นคือการท่องเที่ยว ในขณะที่เศรษฐกิจมีปัญหาคนมาเที่ยวน้อย เราก็เตรียมคนของเราให้พร้อมนะคะ อย่างเราจะเจอปัญหาว่าบางครั้งนี่ค่ะ มัคคุเทศก์ ไม่เข้าใจว่าสถานที่สําคัญของไทยมีอะไรบ้าง มีความสําคัญอย่างไร เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าเราได้เตรียมความพร้อมตรงนี้ไว้นะคะ ให้คนเหล่านี้เปึนมัคคุเทศก์ที่ดี แล้วก็ได้เตรียม มัคคุเทศก์ที่มีความสามารถ ภาษาต่างประเทศที่เรายังขาดอยู่นะคะ เรื่องนี้นี่ค่ะดิฉันมองว่า สามารถที่จะขอข้อมูลจากสมาคมมัคคุเทศก์ได้ เพราะเขามีตัวเลขอยู่แล้วว่าวันนี้เรามี มัคคุเทศก์ภาษาอะไรบ้างที่เรายังมีน้อยหรือเรายังขาดนะคะ ไม่ว่าจะเปึนเกาหลี จะเปึน รัสเซีย อย่างนี้เปึนต้นนะคะ ก็อยากให้รัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้นะคะ

ส่วนเรื่องที่อยากให้นํางบประมาณนี้ไปใช้ ก็เช่น จ้างนักศึกษาตกงานหรือ นักศึกษาที่จบใหม่นี่ค่ะ ที่เขามีความสามารถในการพิมพ์ดีดเก่ง ๆ ท่านประธานคะ วันนี้ เรามีเรื่องวรรณคดี เรามีวัฒนธรรม มีประเพณีของเรามากมายที่เด็กรุ่นใหม่หรือต่างชาติเอง นี่เขาไม่มีโอกาสเข้าถึง วันนี้ดิฉันอยากให้คนเหล่านี้นี่ค่ะ ที่ว่างงานได้มานําข้อมูลเหล่านี้ มาใส่ในเว็บไซต์ (Web site) เพื่อเป่ดโอกาสให้ชาวต่างชาติแล้วก็ให้เด็กวัยรุ่นที่เขานิยมใช้ สื่ออินเทอร์เน็ตนี่ค่ะ ได้มีโอกาสมาอ่าน มารู้เรื่องวัฒนธรรมและวรรณคดีของไทยเรานะคะ

ส่วนที่อยากให้ทําอีกก็คือว่า ให้นํางบนี้ไปจ้างนักศึกษาหรือคนตกงานค่ะ ท่านประธานคะ ที่เขาเก่งด้านบัญชี แล้วก็เรื่องกฎหมาย วันนี้เราจะเห็นว่าในสถานการณ์ ของประเทศเรานั้นนอกจากงบประมาณหายากแล้ว การใช้งบประมาณยังส่อไปในทาง ทุจริต ไม่โปร่งใสมาก เพราะฉะนั้นให้คนตกงานและนักศึกษาเหล่านี้ได้มีส่วนที่จะรู้กฎหมาย รู้ว่าการทํา ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. สตง. (สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) เปึนอย่างไร เพื่อให้เขาเหล่านี้ ได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้งบประมาณของทั้งท้องถิ่นและก็ภาครัฐ แล้วอีกส่วนหนึ่ง ที่ดิฉันคิดว่างบประมาณนี้สามารถที่จะช่วยได้ก็คือ วันนี้เราอยากให้อาหารไทยของเรา ท่านประธานคะ เปึนที่รู้จักของคนทั่วโลก วันนี้เราทําไปได้ระดับหนึ่งนะคะ แต่ว่าสิ่งที่เรา ไม่สามารถผลักดันให้อาหารไทยของเราเปึนที่รู้จักทั่วโลกเหมือนอย่างอาหารจีน อย่างนี้ เปึนต้นนี่ค่ะ เพราะว่าเราขาดกุ๊กหรือที่เราเรียกว่า ผู้ปรุงอาหารไทย ก็อยากให้ทางรัฐบาล ได้จ้างคนที่มีความรู้แล้วก็มีความชอบในเรื่องนี้เพื่อมาเปึนผู้ประกอบอาหารไทยนะคะ ด้วยเหตุผลอย่างที่ดิฉันบอกค่ะท่านประธานคะว่า ด้วยสถานการณ์มันเปลี่ยนไป ดิฉัน จึงไม่อยากจะปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ลง แล้วก็อยากให้รัฐบาลได้นํางบประมาณนี้ ไปใช้ให้เปึนประโยชน์ที่สุดอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว

ส่วนในหัวข้อที่ ๒ ก็คือเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาทนั้น ท่านประธานคะ ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมาดิฉันก็ได้อภิปราย ในงบประมาณนี้ไม่เห็นด้วยกับการนํางบประมาณนี้มาใช้ในโครงการ เที่ยวที่แล้วรัฐบาล ก่อนได้นําไปใช้ในโครงการ ๖ เดือน ๖ มาตรการแก้วิกฤติ ดิฉันได้ติงว่างบประมาณ ที่ใช้ไปนั้นไม่ได้เปึนประโยชน์สําหรับคนจนอย่างแท้จริงและอย่างทั่วถึง แล้วก็สร้างนิสัย การฟุ์มเฟ๋อยไม่ประหยัดให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันยกตัวอย่างให้ประธานได้เห็นว่า คราวที่แล้วได้ใช้งบนี้ไป เช่น ให้บริการน้ําฟรีกับพี่น้องประชาชน ซึ่งตอนนั้นรัฐบาล ได้กําหนดให้สําหรับผู้ที่ใช้น้ําฟรีถึง ๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ทั้ง ๆ ที่ในขณะนั้น ท่านประธานคะ การศึกษาวิจัยสําหรับครอบครัวคนจนประมาณ ๒ คน พ่อ แม่ แล้วก็ ลูกสัก ๒–๓ คนนี่ค่ะ ใช้น้ําเต็มที่ที่สุดก็ประมาณ ๓๐ ลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง แต่ว่า รัฐบาลในขณะนั้นได้ให้ถึง ๕๐ ลูกบาศก์เมตร ดิฉันมองว่าตรงนี้เปึนการใช้เงินไป อย่างฟุ์มเฟ๋อยโดยไม่ได้ประโยชน์แล้วก็สร้างนิสัยการไม่รับผิดชอบและฟุ์มเฟ๋อยให้กับ พี่น้องประชาชน แต่เมื่อได้มาดู ท่านประธานคะ รายละเอียดของรัฐบาลนี้เราก็จะเห็นว่า รัฐบาลได้ไปปรับแก้แล้วในส่วนที่ไม่จําเปึนนะคะ ก็คือให้เพียงแค่ช่วยแก้ปัญหา ค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนคนจนเท่านั้น ก็คือเพียงแค่ ๓๐ ยูนิต โดยตัดส่วนเกินนั้น ออกทิ้งไป ดิฉันจึงไม่ติดใจที่จะปรับลดในส่วนนี้

แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานคะ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอยากฝาก ท่านประธานถึงกรรมาธิการค่ะ ได้ช่วยเรียนทางรัฐบาลด้วยว่า โครงการนี้ต้องจําไว้นะคะว่า เปึนโครงการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากจน วันนี้ที่ท่านเขียนอยู่ตอนนี้ก็คือ สําหรับผู้ใช้น้ํา ประปาภูมิภาคเท่านั้นนะคะ ครอบคลุมแค่ผู้ใช้น้ําประปาภูมิภาคซึ่งเปึนคนจนในเมือง เท่านั้นเองนะคะ อยากจะให้รัฐบาลได้ขยายโครงการนี้ไปถึงพี่น้องคนจนในชนบทด้วย ซึ่งคนจนเหล่านั้นเขาไม่มีโอกาสได้ใช้น้ําประปาภูมิภาค แต่เขาใช้น้ําประปาของเทศบาล น้ําประปาของ อบต. อย่างนี้ค่ะ อยากให้ท่านได้ขยายไปด้วย ซึ่งดิฉันไม่คิดว่าจะใช้ งบประมาณมากมายนัก เพราะว่าวันนี้เราก็ได้ปรับลดในส่วนของผู้ที่ใช้น้ําจากเดิม จาก ๕๐ ลูกบาศก์เมตร มาเหลือ ๓๐ ลูกบาศก์เมตร ส่วนต่างตรงนี้ก็น่าจะสามารถที่จะ ขยายให้พี่น้องประชาชนในเขตชนบทได้ใช้น้ําฟรีด้วยนะคะ ก็อยากให้รัฐบาลได้ทํา ตรงนั้นด้วย สุดท้ายท่านประธานคะ ด้วยเหตุผลดังกล่าวดิฉันจึงไม่ติดใจที่จะปรับลด งบประมาณค่ะ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเชาวรินครับ ไม่ติดใจนะครับ ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงก่อนหรือครับ หรือจะรอฟังผล แล้วชี้แจงไหมครับ จะชี้แจงก่อน ฟังไปก่อนนะครับ ต่อไปครับ ท่านธนา ไม่ติดใจนะครับ คุณพิมพ์ภัทรา ไม่ติดใจนะครับ ท่านภราดร ปริศนานันทกุล ไม่ติดใจครับ ท่านรณฤทธิชัย คานเขต ไม่ติดใจ ท่านสาธิต ป่ตุเตชะ ไม่ติดใจนะครับ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ไม่ติดใจนะครับ ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชิญครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๔ ผมได้สงวนคําแปรญัตติเพื่อขอตัดลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลครับ คือผมเห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสังคมใน ชุมชน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ไม่ค่อยจะสมเหตุสมผล เพราะว่าจากตัวเลขที่ผมมีอยู่ คาดการณ์นะครับว่านักศึกษาที่จบใหม่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจนี้จะไม่มีงานทําประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน นอกจากนั้นแล้วยังมีแรงงานที่ถูกเลิกจ้างหรือตกงานนะครับ ก็คิดโดย ตัวเลขจากนักวิชาการที่ได้มาก็ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมก็ลองคํานวณคร่าว ๆ ครับ ว่าถ้าจะมีการจัดอบรมให้บุคคลเหล่านี้ แล้วก็นําเงินมาใช้จ่าย คิดเปึนต่อหัว ๆ ละสัก ๖,๐๐๐ บาท ทั้งหมด ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน มันจะใช้เงินไปประมาณ ๘,๒๐๐ ล้านกว่าบาท มันก็ ไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนการว่างงานเหล่านี้ได้ แล้วผมมีประเด็น คําถามอีกครับว่า รองนายกรัฐมนตรี ท่านกอร์ปศักดิ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ได้มีข่าว ว่าท่านจะของบประมาณ ๑๒๐ ล้านบาท เพื่อใช้เตรียมโครงการฝ๊กอบรมแรงงาน ที่ว่างงานเปึนเวลา ๑ ป้ รองรับแรงงานกลับสู่ภูมิลําเนา เอาเงินจากส่วนไหนมาครับ ๑๒๐ ล้านบาท เห็นว่าจะขอจากงบกลางนะครับ แล้วก็นอกจากนั้นยังมีเงินสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาท ผมก็ได้รับคําชี้แจงจากเพื่อนสมาชิกที่เปึน กรรมาธิการว่าเงินส่วนนี้ก็จะกันไว้ กันไว้ให้สําหรับผู้สูงอายุ ในกรณีที่เบี้ยยังชีพ ไม่เพียงพอก็จะเอาเงินจากส่วนนี้ไปจ่าย หรือแม้กระทั่ง อสม. ที่จ่ายไม่ทั่วถึง ทางรัฐบาล ก็จะกันเอาเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายด้วย

ทีนี้สิ่งที่ผมเปึนห่วง คือว่าเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนน่าจะ ใช้ประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ เพราะวันนี้นอกจากลําไย ลิ้นจี่ ที่ผลผลิตจะออกมา ล้นตลาด ออกมาเปึนจํานวนมาก รัฐบาลต้องการเงินเพื่อไปพยุงสินค้าเกษตรเหล่านี้ เงินส่วนนี้ก็น่าจะใช้ได้ ๔,๐๙๐ ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีมังคุด เงาะ ซึ่งผลผลิตก็จาก เพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปราย ก็จะมีปริมาณมากเหมือนกัน รัฐบาลก็ต้องใช้เงินสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินเช่นนี้ด้วย เพราะผมไปดูจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ งบประมาณที่ตั้งไว้ก็น้อย กระทรวงพาณิชย์ก็น้อย แล้วเงินที่จะไปพยุงราคาสินค้าเกษตร มันแทบจะไม่มี และที่สําคัญที่สุด ผมก็อยากจะให้รัฐบาลเอาเงิน ๔,๐๙๐ ล้านบาทนี่นะครับ ไปใช้จ่ายเปึนค่าตอบแทนของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านได้หรือไม่ครับ เพราะกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ไม่มีการช่วยเหลือสนับสนุนเขา ก็อยากจะเห็นรัฐบาลได้ทําสิ่งเหล่านี้ด้วย นอกจากนั้น เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เจะอามิง โตะตาหยง ท่านได้พูดถึง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมสนับสนุนแนวคิดของท่านครับ ที่จะเอางบประมาณจาก ส่วนนี้ไปทําโครงการเพื่อช่วยเหลือพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมก็เห็นรัฐบาล ชุดนี้ไม่มี ส.ส. ที่มาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เปึนรัฐมนตรีแม้แต่คนเดียว ทําไม ละครับ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ควรจะให้ความสําคัญกับพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันตลอดเวลาว่ารู้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนอย่างดี แก้ไขปัญหาได้ แต่งบประมาณที่ตั้งไว้งบประมาณกลางป้นี้ไม่มีเลยครับ ไม่ได้ให้การสนับสนุนในโครงการ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้เรียกร้องเมื่อสักครู่นี้ ทําไมไม่ฟังพวกเดียวกันเองบ้างครับ มันจะ เปึนประโยชน์ ความสงบสุข สันติสุข จะได้คืนสู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เงินสํารองจ่าย เงินงบกลางตามมาตรา ๔ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท น่าจะจัดสรรแบ่งผลประโยชน์เอาไป ทําให้พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้รับความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น ให้การสนับสนุนเขา สิครับ ผมยินดีครับที่จะไม่ปรับลดก็ได้ ๕ เปอร์เซ็นต์ เอา ๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมจะปรับลดนี่ ไปช่วยพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ความเปึนอยู่เขาดีขึ้น อันนี้รัฐบาลต้องฟังครับ ฝ์ายค้านเองผมทําหน้าที่ฝ์ายค้านอยู่พรรคเพื่อไทย รักในความเปึนไทย ต้องการเห็น ความสงบสุขเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของประเทศไทย วันนี้อยากจะฝากกรรมาธิการลองปรึกษา กันครับ แล้วตัดงบประมาณจากมาตราไหนก็ได้ จากกระทรวงไหนก็ได้ แล้วเอามากองไว้ สักก้อนหนึ่ง เพื่อทําประโยชน์ให้กับพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างที่เพื่อนสมาชิก ส.ส. เจะอามิง ได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ แล้วครั้งนี้เปึนครั้งแรกที่ผมเห็นงบประมาณรายจ่าย ของประเทศไม่มีการปรับลดแม้แต่น้อย ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่มีครับ พวกผมสงวน คําแปรญัตติไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้หวังว่ากรรมาธิการจะปรับลดให้เลย เปึนครั้งแรกครับ ไม่มีมาปรับมากองไว้รวมเปึนกองกลาง แล้วก็ไปจัดสรรหรือไปแปรญัตติ เพื่อทําโครงการ ที่เปึนประโยชน์ตามที่ ส.ส. ในสภาแห่งนี้เสนอ หรือแม้กระทั่งกรรมาธิการเสียงข้างน้อยเสนอ เปึนครั้งแรกจริง ๆ ครับท่านประธาน คิดได้อย่างไรไปประชุมกัน ๒ อาทิตย์ ไม่ยอมปรับ ลด นั่งประชุมกันเช้าจนค่ํา เช้าจนค่ํา แต่กลับไม่ปรับลดเลย รัฐบาลเสนออย่างไรก็จะเอา อย่างนั้น มันไม่ถูกครับท่านประธาน กระบวนการในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมันต้อง ฟังความคิดเห็นกัน กรรมาธิการเสนออย่างไรที่เปึนประโยชน์ก็ต้องฟังกัน บ้านเมืองมันถึง จะก้าวไปได้ท่านประธานนะครับ ผมก็คงจะฝากประเด็นไว้เพียงแค่นี้นะครับ สําหรับ มาตรา ๔ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจะอามิง ใช้สิทธิพาดพิงหรือครับ เอาสั้น ๆ นะครับไม่ได้เสียหายอะไรนะครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

เสียครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกที่ได้พูดถึงเมื่อสักครู่ได้พาดพิงไปถึงว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้ความสําคัญในการตั้งรัฐมนตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสําคัญในการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการตั้งรัฐมนตรีก็ให้ความสําคัญ แต่นั่นคือ กระบวนการภายในพรรค ผมไม่ขออนุญาตมาพูดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แต่สิ่งที่สําคัญครับท่านประธาน ผมถามว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลก่อนหน้านี้ได้ตั้งไหม รัฐบาล ท่านสมัคร รัฐบาลท่านสมชายได้ตั้งรัฐมนตรีซึ่งมาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ก็ไม่ได้ตั้งเหมือนกันครับ แต่ปัญหาทั้งหมดไม่ได้เกิดจากรัฐบาลนี้ เกิดจากรัฐบาลภายใต้ การนําของคุณทักษิณ ชินวัตร ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสมาชิกครับ ท่านอรรถพร

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานขออนุญาต เดี๋ยวประชาชนจะไม่เข้าใจ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไรครับ ก็ไม่ได้พาดพิงอะไรแล้วนะ ก็เพียงแต่เปึนการชี้แจงจะได้จบ เชิญสั้น ๆ นะครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เสียหายพรรคผม ผมขอ อนุญาตครับ ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตท่านประธานว่าที่เพื่อนสมาชิกได้บอกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ได้ตั้ง ส.ส. ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ บังเอิญที่ผ่านมาเราแทบจะไม่มีจํานวน ส.ส. นะครับ แต่ว่าในอดีตพรรคไทยรักไทยได้ตั้ง ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดูแลพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้แค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับท่านเจะอามิง พอแล้วจะได้ไปต่อ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ได้ครับท่านประธาน ถ้าไม่พาดพิงผมไม่ลุกขึ้นหรอกครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวสั้น ๆ ครับ ว่าประเด็นปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสําคัญ และแนวทาง ที่แก้ปัญหาอยู่ในขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์แก้ปัญหาจากรัฐบาลเก่า ๆ ทั้งนั้นแหละครับ ท่านประธานครับ แล้วรัฐบาลสมัยคุณทักษิณก็ตั้งคนภาคใต้เปึนรัฐมนตรีจริง แต่ว่า ปัญหาในขณะนั้นมีการอุ้ม การฆ่าเกิดขึ้น คนที่เปึนรัฐมนตรีซึ่งมาจากจังหวัดชายแดน ภาคใต้ไม่ได้คัดค้านอะไรเลยครับ สร้างปัญหาสะสมมาถึงขณะนี้อย่างไรครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ พอแล้ว พอแล้วนะครับ จะได้ไม่ต้องประท้วงกันไปมาครับ ขอความกรุณา ต่อไปท่านอรรถพร พลบุตร ไม่ติดใจนะครับ ท่านอภิวัฒน์ เงินหมื่น ไม่ติดใจ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ไม่ติดใจ ท่านบุญรื่น ศรีธเรศ เชิญครับ

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้ศึกษา ทําความเข้าใจกับเอกสารงบประมาณเพิ่มเติมกลางป้ของรัฐบาลชุดนี้ค่ะ ของงบกลาง มาตรา ๔ แล้วก็ (๑) เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือบุคลากรของรัฐ คงจะเปึน การประกาศนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมานะคะ จะจ่ายเงินให้คนละ ๒,๐๐๐ บาท เพียงครั้งเดียว ซึ่งบุคคลที่จะได้รับก็คือคนที่ได้รับเงินเดือน ค่าจ้างต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท บุคคลพวกนั้นก็คงจะหมายถึงข้าราชการจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าเกณฑ์นะคะ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกํานัน ผู้ช่วย แพทย์ประจําตําบล ตลอดทั้งลูกจ้าง ผู้ประกันตน ท่านประธานคะ รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านตั้งงบประมาณไว้ ไม่สอดคล้องกับความเปึนจริง ประชากรคนไทยทั้งประเทศประมาณ ๖๔ ล้านคน หักลบ เหลือวัยทํางานเสียประมาณ ๔๕ ล้านคน ท่านจะบอกว่าข้าราชการ ลูกจ้าง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ของรัฐอื่น ๆ ที่รายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทมีเพียง ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน แล้วลูกจ้างผู้เอาประกันตน ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วส่วนที่เหลือ อาจจะเปึน อสม. ผู้สูงอายุ คนพิการอีกประมาณ ๗,๘๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งรวมแล้วประมาณ ๑๗ ล้านกว่าคน แล้วที่เหลือประมาณ ๒๘ ล้านกว่าคน ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเอาประชาชนพวกนี้ไปไว้ที่ไหน ดิฉันออกไปยังพื้นที่และพี่น้องประชาชนถาม อยู่ตลอดเวลา ข้าราชการที่มีเงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทได้คนละ ๒,๐๐๐ บาท แล้วพวกผมไม่มีเงินเดือนทําไร่ ไถนา ทํามาหากินสืบไปวัน ๆ ผมได้อะไรครับ อันนี้ละค่ะ ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเอาคนพวกนี้ไปไว้ที่ไหนนะคะ เขาบอกว่ารัฐบาล จะให้พวกผมทํามาหากินอะไร อันนี้ละดิฉันจําได้ ทุกป้ที่มีการพิจารณางบประมาณ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณท่านตั้งงบประมาณไว้ที่งบกลาง แล้วก็สํานักนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีรัฐบาลชุดนี้ละค่ะ ท่านเปึนผู้นําฝ์ายค้าน ท่านตําหนิติเตียนอยู่ ตลอดเวลาไม่อยากให้ตั้งงบกลางไว้ที่สํานักนายกรัฐมนตรีนะคะ ท่านกลัวท่านทักษิณ จะเอางบประมาณเหล่านี้ไปทําในทางคอร์รัปชัน หรือเอาไปหาเสียงให้กับพรรคการเมือง ของท่าน อันนี้ละค่ะ พอมาถึงท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็หนีไม่พ้นที่จะต้องตั้งงบประมาณ งบกลางไว้ที่สํานักนายกรัฐมนตรีนะคะ ทั้ง ๆ ที่ท่านทราบว่ามันเปึนงบประมาณที่จําเปึน ในการที่จะแก้ปัญหาฉุกเฉินของบ้านเมือง ดิฉันเองก็อยากจะดูท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนี้บริหารประเทศโดยไม่มีงบกลาง จะเปึนไปได้ไหม แต่ก็เปึนไปไม่ได้ค่ะท่านประธาน ดิฉันก็คิดว่า ความจริงงบประมาณ งบกลาง ดิฉันคิดว่าจะตัดทุกบาททุกสตางค์ แต่ท่านก็ตั้งมาแล้ว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ค่ะ ท่านประธาน ดิฉันเองก็กลัวท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีงบประมาณในการหาเสียง ดิฉันก็เลย ขอตัดเพียงเล็กน้อยค่ะ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นค่ะ ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ไม่ติดใจนะครับ ท่านสงวน พงษ์มณี เชิญครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

สวัสดีครับท่านประธานครับ ผม สงวน พงษ์มณี นะครับท่าน ท่านครับ ผมเองคิดว่าโดยข้อจํากัดของรัฐธรรมนูญทําให้พวกเรา เปึนตัวตลก เพราะอะไรครับท่าน ท่านประธานดูนะครับ จะเห็นว่าเมื่อสักครู่มีคนพูด โทรศัพท์มาหาผมว่า ทําไมปรับลด ๓ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วอยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนว่า รัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๔๐ เริ่มป้ ๒๕๔๐ แล้ว นะครับ ท่านประธานกับผมก็ไปร่างด้วยกัน ท่านประธานผมอย่างนี้ท่านประธานครับ พอร่างเสร็จก็มีคนบอกว่า ส.ส. ตัดงบประมาณแล้วก็เอางบประมาณไปยําลงในพื้นที่ ตัวเอง ก็เลยบอกว่า ส.ส. ตัดได้แต่เอาไปใช้ที่ไหนไม่ได้ เพิ่มไม่ได้ นี่เปึนข้อจํากัด ของรัฐธรรมนูญ ในที่สุดเราก็มาอย่างนี้อย่างกับจะตลก ผมถามว่า ทําไมปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็บอกว่า ปรับลดเพื่อให้ผมได้พูดเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องอื่นเลยครับ เพราะไม่มีโอกาสทําอย่างอื่น เพราะฉะนั้นในประเด็นเหล่านี้ ผมคิดว่ามาตกลงกันแล้วมา คุยกัน และผมไม่อยากเห็น ไม่อยากเห็นอะไรครับท่านครับ ผมจะพูดเรื่องงบกลาง แล้วผมได้ยิน ผมนั่งฟังมาตลอด ผมไม่เคยนั่งฟังทุกคนเหมือนครั้งนี้ ผมไม่อยากเห็นการ โฆษณาครั้งหนึ่ง เราเชียร์ให้คนใช้แก๊สโซฮอล์ท่านจําได้ไหมครับ ลูกเข้าเรียนไม่ได้ เมียถามว่า ทําไมสอบไม่ได้ ก็เพราะรถเราเติมแก๊สโซฮอล์อย่างไร กลับไปโยนตรงนั้น หมดเลย วันนี้ก็เหมือนกัน ทําอะไรไม่ถูกโยนให้ทักษิณหมดเลย อย่าพูดดีกว่าผมว่า พูดแล้วชาวบ้านเขารู้ไต๋หมด ต้องพูดความจริง ผมเองจะพูดด้วยประเด็นงบกลาง ท่านประธานครับ ผมมองอยู่ ๒ เรื่อง เมื่อสักครู่ผมเห็น ท่าน ผอ. สํานักงบประมาณนั่งอยู่ ผมดีใจมากเพราะท่านคงรับฟังเรื่องที่ผมพูด ท่านคงอยู่ในสภาอยู่ ทําไมผมจะพูดเรื่องนี้ ให้ท่านได้รับฟัง ท่านครับ ในมาตรา ๑๖๗ เขียนชัดเจนนะ เขียนนี่เพื่อปัองกันทักษิณ เขียนอย่างไรครับ บอกว่าในวรรคสองเขียนบอกว่าอย่างนี้ ถ้ามันมีเงินงบกลาง ถ้าสามารถลงกรม กองอื่นได้นี่อย่าเอามาใส่ งบกลางต้องงบกลางล้วน ๆ ให้ นายกรัฐมนตรีใช้ได้ตามใจชอบ และใช้แก้ปัญหา แต่ท่านดูหมวด ๑ (๑) (๒) นะครับ กระทรวงอื่นเขาทําได้ ถ้าท่านจะไปสัมมนา จะไปอบรมคน ท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้ใคร ถ้าไม่ใช่กรมแรงงาน ถ้าไม่ใช่กระทรวงแรงงาน เขามีสํานักงานของเขาทุกจังหวัด เขตไหน ที่มีนิคมอุตสาหกรรม ยังมี เลิร์นนิ่ง เซนเตอร์ (Learning center : ศูนย์กลางการเรียนรู้) อีก และผมถามว่าทําอย่างนี้มันหมิ่นเหม่หรือเปล่า ในการที่เราเขียนขึ้นมาแล้วโดยไม่ดู ข้อกฎหมาย ไปมีรายละเอียดทําไมครับงบกลาง งบกลางคืองบที่นายกรัฐมนตรีจะใช้เมื่อ จําเปึน ตอนนี้พอใส่รายละเอียดเขาไปปุ็บติดปัญหาต่อเนื่องเลย ผมแปรไว้อีก ๒ มาตรา ท่าน ตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะผมคิดว่าแล้วงบอย่างนี้กระทรวง หลักบางที ถ้ารัฐบาลมองไม่เห็นความสําคัญตรงนี้จะไปใช้อย่างอื่น เขาก็ไปใช้งบ ป้ ๒๕๕๓ สิ ไปต่อสู้ตั้งงบประมาณเอาป้ ๒๕๕๓ ถึงความจําเปึนเหล่านั้น ผมพูดเลย ไปนิดหน่อย เพื่อจะได้เห็นภาพว่า ความจําเปึนของสภานี้ ถ้าเราใช้เวลาอย่างพอสมควร เห็นว่า มันจะต้องทําอย่างไรครับ มันจะอยู่ในสภาอย่างมีความสุขมากพวกเรา ผมอยาก อยู่ในสภาอย่างมีความสุข และผมคิดว่างบกลาง ผมยกตัวอย่าง จังหวัดผมนี่ครับ ภาคเหนือทั้งหมดวันนี้มีลําไย อบแห้งที่มันเสียแล้ว ๕๐ ล้านกิโลกรัม แล้วทําลายให้เปึนปุิยก็ไม่ได้ ขายก็ไม่ได้ เพราะ อะไรครับ คชก. (คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร) กับ อ.ต.ก. (องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร) บอกว่า ไม่มีงบทําลาย นั่นหมายความว่า ไม่มีช่องทาง งบประมาณแล้วบอกว่าจะตั้งของบทําลายผ่าน คชก. ต้องผ่านหลายขั้นตอนมาก อย่างนี้ แหละงบกลางทําได้ กรรมาธิการหลายท่านที่นั่งอยู่รู้เรื่องลําไยดี อย่างนี้งบกลางทําได้ ผมจะให้จังหวัดขอมาที่นายกรัฐมนตรีเลยว่า ของบกลางไปทําลายลําไยเพราะอะไรครับ ลําไยแห้งมันเปึนมลภาวะทางตลาด มันเปึนจิตวิทยาทางตลาดเลยถ้าว่าลําไยแห้งมีอยู่ และมันลําไยเสีย ลําไยออกไปแก้ยาก ที่ผมพูดประเด็นนี้มันเกี่ยวกับงบกลางตรงไหน เกี่ยวกับงบกลางว่า งบกลางจะต้องใช้อย่างนี้ในเงื่อนไขเช่นนี้ ผมได้ข่าวว่าถ้าเกิดอุทกภัย สึนามิผมว่านะ ท่านก็ต้องใช้ตรงนี้ แต่ได้ข่าวไม่ค่อยดีท่านประธาน ถ้าเกิดมีสึนามิสีแดง ขึ้นมา ได้ข่าวว่าจะมีการของบกลางตัวนี้ไปใช้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้ท่านมีสิทธิใช้ไหม มีสิทธิ มีสิทธิให้ไปเลย แต่ว่าผลจะกลับมาอย่างไรนั้นเปึนอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดเรื่องนี้ตั้งแต่เช้า มาถึงตรงนี้ ผมแวดล้อมปัญหาปัญหาเดียว ปัญหาว่าประเทศนี้มีปัญหาใช่ไหม คําตอบคือ ใช่ ประเทศนี้ชาวบ้านเดือดร้อนใช่ไหม คําตอบก็คือ ใช่ อีกนั่นแหละ ประเทศนี้จําเปึนต้อง แก้ปัญหาเหมือนประเทศอื่น ๆ ไหม คําตอบก็คือ จําเปึน แต่ถ้ารัฐธรรมนูญมันผูกแข้งผูกขา ฝ์ายบริหารแล้วแก้ปัญหาไม่ได้ คุณจะทําอย่างไรกับมัน เกรงใจใครอยู่ ผมจะพูดอย่างนี้ ตลอดเวลาซ้ําแล้วซ้ําอีกตอกย้ําไปเรื่อย ๆ เพื่อยืนยันว่า คนคิดแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่คนเลว ไม่ใช่แก้เพื่อทักษิณ แต่แก้ให้บริหารประเทศได้ คุณเปึนรัฐบาลหรือใครเปึนรัฐบาลก็ต้อง คิดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ท่านครับ งบกลางนี่ชัดมาก ชัดมากนะครับ ชัดอย่างไร อยู่ ๆ มันมี ตัวอย่างขึ้นมา อยู่ ๆ งบสัมมนาก็มาอยู่ตรงนี้ งบช่วยเหลือคนอื่นก็อยู่ตรงนี้ มันชัดอย่างนี้ ท่านประธานครับ อันตรายมันเกิดขึ้นจากความชัดที่บอกว่า ชัดตรงไหน เริ่มเห็นแววของ อันตราย การตรวจสอบมันจะตอกย้ําเข้าไปที่ไหน ที่ผู้นําที่มีอํานาจใช้งบกลาง เสี่ยงนะครับ ท่านเสี่ยงเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอามาผูกติดกับนายกรัฐมนตรีแล้วเหลือ ๔,๐๐๐ ล้านบาทที่นายกรัฐมนตรีใช้อิสระ อีก ๒ ก้อนนั้นคนอื่นเอาไปใช้แทน ถ้าผิดพลาด ใครเจอปัญหา นายกรัฐมนตรีอีกนั่นแหละ การจัดงบกลางท่านต้องจัดงบกลางให้สําหรับ ผู้บริหารสูงสุดของประเทศมีโอกาสได้ใช้เพื่อแก้ปัญหาของแผ่นดิน เพราะฉะนั้นต่อไป ป้ ๒๕๕๓ อย่าทําอย่างนี้อีกนะ อย่าได้ทําเลย อย่าเกรงใจ อย่าไปกลัวว่ากลืนน้ําลาย ตัวเองเพราะด่าเขาไว้เยอะ ไม่ใช่ ไม่เปึนไรท่าน ไม่เปึนไร ไม่เปึนไร ท่านต้องจัดงบกลาง เหมือนคนอื่นที่เขาจัดกัน ทักษิณจัดอย่างไรจัดอย่างนั้นแล้วเอาใช้ประโยชน์ แก้ได้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าตอนนั้นเขียนให้รัฐบาลมีอํานาจมาก วันนี้รัฐบาลมีอํานาจน้อย ท่านครับ โอกาสของท่านเกิดขึ้นแล้วในการใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาประเทศ ท่านมีไม่ถึง ๓๐๐ เสียง แต่ว่าทหารฟังท่าน ทหารช่วยเหลือท่าน ตํารวจช่วยเหลือท่าน ท่านย้ายไปอย่างไรก็ได้หมดเลย ถ้าท่านทําไม่สําเร็จไม่มีสิทธิไปโทษแก๊สโซฮอล์นะครับ ท่านไม่มีสิทธิโทษใครอีกแล้ว แต่ถ้าท่านไม่คิดแก้ปัญหายุทธศาสตร์ของแผ่นดิน เรื่องการแก้ปัญหารัฐธรรมนูญ โอกาสที่ท่านจะไปเจรจาความต่างประเทศไม่มี เพราะฉะนั้นเวลาตอบคําถามต่อสังคม ต่อสาธารณะ ถ้าเปึนผมตอบนะครับ ผมจะไม่เริ่มต้นตอบที่ว่าใครทําอะไรไว้เท่าไร แต่ผมจะบอกว่าทุกรัฐบาลใช้กฎหมายฉบับนี้ ทั้งสิ้น การใช้เงินคงคลังใช้เงินหลวงมันใช้ตามกฎหมายวิธีการงบประมาณ กฎหมาย วิธีการงบประมาณเขียนมาตั้งแต่ป้ ๒๕๐๒ กฎหมายเงินคงคลังเขียนมาตั้งแต่ป้ ๒๔๙๐ กว่า ทั้งหมดนี้มันเปึนหมากล็อกซึ่งเราไม่เคยแก้ ไม่เคยดู เราใช้ตาม เทคโนแครต (Technocrat) ภาครัฐ ใช้ตามมันสมองของรัฐสั่งเรา ทั้งหมดเลย แต่วันนี้มันแปลกตรงรัฐธรรมนูญสั่งกํากับ มันมีความผิดทางการเมืองให้เกิด การถอดถอน อันตรายมันเกิดขึ้นตรงนี้ ถ้าสมมุติว่าอยู่ดี ๆ ท่านอภิสิทธิ์เจอเหมือน ท่านสมชายอีกล่ะ เจอเหมือนท่านสมัครอีกล่ะ เพราะเรื่องเหล่านี้บ้านเมืองจะเปึนอย่างไร สภาทะเลาะกันทั้งซ้ายทั้งขวาอีกล่ะ คนข้างนอกเขามองเข้ามานี่เราไม่ใช่สถาบันที่จะ แก้ปัญหาของแผ่นดิน ประเทศนี้จะอยู่อย่างไร ผมคิดว่าการพูดถึงปัญหางบประมาณนี่ อยากให้พูดในรายละเอียดและแวดล้อมถึงเรื่องที่จะแก้ปัญหาในอนาคต ผมมองเห็น ความจริงเรื่องหนึ่งต่อการแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณ ผมคิดว่าถึงเวลาที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของ บ้านเมืองจะต้องมานั่งดูว่า กฎหมายวิธีการงบประมาณที่ให้อํานาจอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ในมาตรา ๑๙ กับท่าน ผอ. สํานักงบประมาณนี่ยังคงไว้ จะมีข้อกํากับอย่างไร กฎหมาย เกี่ยวกับเงินคงคลังจะทําอย่างไร กฎหมายบริหารหนี้สาธารณะจะทําอย่างไร แล้วแนวนโยบายแห่งรัฐในรัฐธรรมนูญจะสอดคล้องอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้ อยากให้พูดกัน เรื่องนี้ แล้วก็เริ่มมาดูว่า ถ้าเปึนอย่างนี้หมากล็อกมันอยู่ตรงไหน เราเริ่มแก้เปึนเปลาะ ๆ แล้วคิดว่าถ้าเปึนอย่างนี้นะครับ บ้านเมืองจะไปได้ สิ่งที่ผมพูดทั้งหมดนี้ผมต้องการอะไร ผมไม่ได้ต้องการแก้ปัญหานะครับ แต่ผมต้องการความเชื่อมั่นให้เกิดกับประเทศนี้ ถ้าท่าน ใช้เงิน ๓๐๐ กว่าล้านบาท ไปดูแลรักษาประเทศ ไปโฆษณาประเทศให้คนอื่นว่าประเทศ เราดีนี่ ผมเห็นด้วย แต่นี่ผมคิดว่าเกิน ๒๐๐ ล้านบาท ใน ๓๐๐ กว่าล้านบาท ผมไม่บอก กระทรวงไหนนะครับ จะต้องไปแก้ตัวให้กับรัฐมนตรี แทนที่จะแก้ตัวให้กับประเทศ ที่ผม พูดนี้พูดทําไมไม่ได้กระแหนะกระแหนใคร แต่พูดให้กระบวนจัดการแผ่นดินนี้มันมีห่วงโซ่ ใจกลางมันเปึนอย่างไร ผมพูดแล้วผมจะสรุปว่า ความจริงแล้วงบกลางป้อย่างนี้ไม่ควร เสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ มันต้องใช้วิธีอื่น ท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับการที่คนอื่นใช้มา คือไม่เก็บ ให้เงินอยู่ในกระเปิาชาวบ้าน วิธีการมันมีเยอะแยะ แต่ผมพูดกับท่านนี่นะครับ จะใช้เวลาแค่นี้ในมาตรานี้ มาตราอื่นอาจจะไม่พูด ถ้าไม่มีการพาดพิงให้ผมและพรรค ของผมเสียหาย เพราะอะไรครับ เพราะว่าผมไม่อยากจะรบกวนเวลาสภานี้นาน เพราะอะไรครับ ผมแปรญัตติตัดงบประมาณไว้ทุกหมวดนี่ผมต้องการอย่างนี้ครับ ถ้าท่าน บอกว่างบนี้ไม่ใช่งบกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นคําผวนที่บอกว่าเงินกําลังจะหายไป กําลังจะหายไป ก็สมควรจะเกิดขึ้น แต่ถ้ากระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรเงินหมุนไปหมุนมา แล้วเงินก็จะหมุนไปหมุนมา ทําให้ระบบเศรษฐกิจเราดีขึ้น แต่ที่น่ากลัวที่สุด ท่านดูหุ้น อเมริกา ๓ วันต่อไปนี้ วันนี้มันดิ่งลงไปอีกแล้ว ข่าวมันดิ่งเพราะอะไร เพราะเขาเกิด ความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการแก้ปัญหา แล้วผู้นําเขาว่าอย่างไรครับ เขาบอกว่าช่วยกัน หน่อยสิ เขาพูดอย่างนี้เลย ช่วยกันหน่อย คุณจะไม่ยอมเจ็บปวดได้อย่างไร ปัญหามันเปึน อย่างนี้ คุณต้องยอมเจ็บปวด เขากล้าพูด ผมอยากเห็นผู้นําของเราเปึนอย่างนี้ กล้าพูด เลยครับ ช่วยกันหน่อย ไม่ว่าสีเหลือง สีแดง คุณช่วยกันหน่อยสิ คุณต้องช่วยกันหน่อย ท่านนายกรัฐมนตรีกล้าพูดอย่างนี้ แล้วเขาก็จะถามแล้วนายกรัฐมนตรีว่านายกรัฐมนตรี จะเอาอย่างไร ก็มานั่งคุยกัน วันนี้ผมคิดว่าถ้าไม่มีกรณีอย่างนี้ คุณเอาเงินมาถมมาถัง มันก็ไม่จบ คนมีอํานาจมาอยู่นอกสภา มันไม่ได้อยู่ในสภา แล้วเราจะเปึนไก่ให้เขาไปรอ เชือดได้อย่างไร วันนี้จะยอมเปึนไก่รอเชือด ผมมองดูผู้หลักผู้ใหญ่ไม่มีใครเปึนไก่รอเชือด ทําไมผมพูดงบประมาณแล้วมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ นี่คือสาระของปัญหา ถ้าไม่เปึนอย่างนั้น มันต้องเริ่มต้นจากความเปึนจริงที่ผมพูดนี่ไปสู่การแก้ปัญหา ไม่อย่างนั้นจะเอา ความปรารถนาที่เปึนอุดมคติของแต่ละคนมายัดใส่ ไปแทนที่ความเปึนจริงของสังคม แล้วเราจะจบแบบใครครับ จบแบบประเทศเพื่อนบ้านคนหนึ่ง เผาศพผู้นําที่ยิ่งใหญ่ ไม่มี ใครกล้าออกโทรทัศน์ร่วมเลย มีแต่คนเอาไฟจุดคนเดียว ผมไม่บอกชื่อท่านก็รู้ คนนี้ผมรู้ เปึนอย่างไร ความยิ่งใหญ่ของเขาขนาดศพยังไม่มีใครกล้าเอาผ้าไปประทับเลย เขากลัว มันจะแปดเปุ๋อน มันยิ่งใหญ่ขนาดนั้น วันนี้ก็เหมือนกันครับท่าน ผมต้องการผู้นําที่กล้า แสดงตัว แล้วก็ตอบโต้ทุกอย่างโดยหลักการเดียว โดยเรื่องเดียว จัดการทุกอย่าง โดยปัญหาเดียว โดยมาตรฐานเดียว ผมต้องการอย่างนี้ครับ งบประมาณที่มีอยู่นี้ ผมไม่ติดใจเรื่องอื่น เพราะพูดติดใจอย่างไรก็ตาม ยกมือก็แพ้พวกท่านอยู่แล้ว มันเปึนสาระที่อยากจะพูด ในประเด็นที่ผมต้องการพูดเท่านั้นเอง ที่ผมพูดวันนี้นะครับหลายคนบอกว่าพูดทําไม น่ากลัว น่าดุดัน ผมเปึนอย่างนี้ ผมเปึนอย่างนี้เองไม่ได้เปึนคนอย่างอื่น ไม่ใช่ว่าผมเปึนคน จริงใจ ไม่จริงใจ บุคลิกในการพูดผมเปึนอย่างนี้ผมจริงจังต่อการพูดและผมจริงจังต่อ การฟังจากนี้ไปผมจะฟัง ถ้าท่านไม่พาดพิงผมไม่พูด ถ้าท่านพาดพิงผมตอบโต้ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ไม่ติดใจนะครับ ท่านสุวโรช พะลัง เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอขอแปรญัตติตัดงบประมาณในมาตรา ๔ นี้ไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมได้ กราบเรียนต่อท่านประธานไปแล้วนะครับว่า ผมไม่ติดใจที่จะอภิปรายในส่วนที่ผมขอ สงวนคําแปรญัตติไว้ทั้งหมดในงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฉบับนี้ แต่ท่านประธานครับ มีเรื่องที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานนิดเดียวเท่านั้นเอง เพื่อที่จะให้บรรลุเปัาหมาย ในการประชุมเรื่องงบประมาณวันนี้ครับ แล้วก็เราเพิ่งพิจารณาไปได้เพียงแค่เพียง ๔ มาตราในขณะนี้ ยังเหลืออีก ๑๐ กว่ามาตรา ผมกราบเรียนทํานองร้องขอต่อ ท่านประธานนะครับว่าลองดูผมพยายามเป่ดข้อบังคับดูครับ ก็ยังไม่เห็นเหมือนกันว่า เพราะเหตุใดต้องอ่านรายชื่อทั้งหมดทุกคนที่สงวนคําแปรญัตติ ที่ผ่านมานี่ครับ ท่านประธานเองก็อยู่ในสภาแห่งนี้มานานนะครับ เราจะเห็นว่าใครสงวนคําแปรญัตติ กรรมาธิการที่อยู่ในห้องถ้าประสงค์จะอภิปรายก็ยกมือ และท่านประธานก็จะชี้นะครับ แต่ว่ามาในช่วงนี้ก็เห็นมีการเรียกชื่อตามที่สงวนคําแปรญัตติ ผมเห็นว่าเราเสียเวลากับ ตรงนี้มาพอสมควร แต่ว่าทั้งหมดนี้ก็สุดแล้วแต่ท่านประธานจะได้กรุณานะครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านสุวโรชครับ ก็รายชื่อผู้สงวนคําแปรญัตติซึ่งอยู่ในรายงานของกรรมาธิการนี่ ท่านก็เรียงลําดับไว้นะครับ ก็เปึนสิทธิที่ทุกท่านที่สงวนคําแปรญัตติที่จะอภิปรายหรือไม่ อย่างไรนะครับ ฉะนั้นถ้าไม่ไล่ตามนี้มัวรอให้ยกมือนี่มันจะสับสน อาจจะช้ากว่านะครับ ต่อไปเลยนะครับ ท่านอดิศักดิ์ ไม่ติดใจนะครับ ท่านบุญเลิศ ครุฑขุนทด ไม่ติดใจครับ ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง เชิญครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๔ หรือเรื่องงบกลางนี้กระผมได้เสนอ ความเห็นในการตัดงบประมาณลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วต้องกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพว่า งบประมาณนี้มีความจําเปึนอย่างยิ่งในมาตรา ๔ แต่เมื่อดู สาระสําคัญและรายละเอียดแล้วก็คิดว่ารัฐบาลนั้นได้แก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงกับจุด ที่ประเทศของเรากําลังเดือดร้อน อย่างไรก็ตามกระผมมีข้อสังเกต ๓-๔ ประเด็นที่ อยากกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้เพื่อบันทึกไว้ในการแปรญัตติในครั้งนี้

เรื่องแรกนั้นก็คือเรื่องมาตรการในการช่วยเหลือค่าครองชีพบุคลากร ภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลตั้งไว้ ๒,๖๕๒ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ในงบตัวนี้ตอนที่ รัฐบาลได้แถลงงบประมาณในวาระที่ ๑ นั้นได้มีคําวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ไม่ว่าจาก นักวิชาการก็ดี นักเศรษฐศาสตร์ก็ดี หรือแม้กระทั่งธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้เคย ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ผมเรียนว่าหลายคนออกมาในลักษณะที่ไม่เห็นด้วย กับนโยบายนี้ แต่รัฐบาลก็ทําหูทวนลม ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมุ่งเน้นในเรื่องประชานิยม ที่เน้นในเรื่องการเมืองอย่างเดียว จริง ๆ แล้วต้องกราบเรียนว่างบประมาณดังกล่าวนั้น ไม่ได้เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจในขณะนี้นั้น ต้องยอมรับว่าเปึนเศรษฐกิจขาลง เปึนการเอางบประชานิยมมาตั้งในช่วงเศรษฐกิจขาลง ผมมีเพื่อนเปึนบุคลากรภาครัฐหลายคนนะครับ เขาบอกว่าเงินที่ได้มานี่เขาก็จะเอาเก็บ เอาไว้ แล้วก็ไว้ใช้ในยามที่ฉุกเฉิน อาจจะเก็บในรูปเงินฝากหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่ได้เกิด การกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่รัฐบาลนั้นคาดหวังเอาไว้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเมื่อได้ดู กลุ่มเปัาหมายแล้ว ผมเองต้องกราบเรียนว่ากลุ่มเปัาหมายที่รัฐบาลได้ตั้งใจเอาไว้นั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่กลุ่มที่เดือดร้อนมากที่สุดนะครับ คนจนจริง ๆ นั้นไม่ได้รับตัวนี้ อยากจะแนะนํารัฐบาลนะครับบอกว่า ท่านน่าจะใช้เงิน จํานวนนี้ในการไปดูแลคนยากคนจน ซึ่งสภาพัฒน์ก็ดี หรือหน่วยงานที่เปึนเครื่องชี้วัด ในเรื่องของคนยากจน บุคคลใดที่มีรายได้ต่ํากว่าเส้นความยากจนตามที่สภาพัฒน์ได้ให้ ข้อมูลเอาไว้ ท่านน่าจะดูแลกลุ่มบุคคลนี้มากกว่า และมีตัวเลขที่หลายล้านคนและน่าเปึน ห่วงอย่างยิ่งนะครับ ท่านกลับไปดูกลุ่มบุคคลที่ยังไม่เดือดร้อนมากที่สุด นั่นเปึนประเด็น ที่หนึ่งนะครับท่านประธาน

เรื่องที่สอง ก็คือเรื่องการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานและนักศึกษาจบใหม่ ซึ่งท่านตั้งงบประมาณไว้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท เปึนการฝ๊กงานสําหรับนักศึกษาที่จบใหม่ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ผู้ว่างงานส่วนหนึ่ง แต่ตัวเลขในการรายงานเศรษฐกิจ คาดว่าจะมีผู้ว่างงานในป้ ๒๕๕๒ ถึง ๒,๕๐๐,๐๐๐ คน สิ่งที่ผมเปึนห่วงอย่างยิ่ง ก็คือเรื่องของปัจจุบันนี้มีผู้ที่ทํางานในโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง ไม่ว่าจะเปึน จังหวัดนครราชสีมาหรืออีกหลาย ๆ จังหวัดในประเทศนี้ ผู้ที่ทํางานอยู่ในปัจจุบันนั้น ได้ถูกให้ออกจากงาน เพราะนายจ้างเลิกจ้างนะครับ คนเหล่านี้มีภาระรับผิดชอบในเรื่อง ครอบครัวและเรื่องต่าง ๆ ก็ดี ผมไม่แน่ใจว่าเงินจํานวนนี้นั้นรัฐบาลยังให้ความสําคัญ กับกลุ่มบุคคลเหล่านี้หรือไม่อย่างไร เพราะปัจจุบันนั้นจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ภาวการณ์ลงทุนที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของต่างประเทศลดลง การจ้างงาน มีอัตราส่วนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสังเกตแนบท้ายของรายงานฉบับนี้ก็ได้แจ้ง อย่างนี้นะครับ เรื่องเหล่านี้น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องเงินสํารองจ่าย ท่านตั้งไว้ ๔,๐๙๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วเรื่องของเงินสํารองจ่ายนั้น เปึนเงินที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน แล้วก็ ใช้ในกรณีที่เร่งด่วน แต่จุดอ่อนของเงินสํารองจ่ายนั้นก็คือยากต่อการตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความไม่สบายใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้รับข่าว นะครับว่า มีการใช้เงินจํานวนถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะให้กระทรวงกลาโหมหรือ กองทัพได้ออกมาไปลงพื้นที่ต่าง ๆ ลงพื้นที่ตามตําบล ตามหมู่บ้านต่าง ๆ โดยอ้างถึง เหตุผลในเรื่องความมั่นคง ผมกราบเรียนว่าในยุคปัจจุบันนี้ ไม่มีความจําเปึนถึงขนาดที่ กองทัพจะลงไปในเรื่องของความมั่นคง ปัจจุบันกระทรวงต่าง ๆ ไม่ว่ากระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงต่าง ๆ อีกหลาย ๆ กระทรวงนั้นเขาได้ดูแลในเรื่องนี้อยู่ สิ่งที่น่าเปึนห่วงก็คือ เมื่อกองทัพไปดูแลตรงนี้แล้ว อาจจะมีเจตนาหรืออาจจะมีข้อเท็จจริง ซึ่งปรากฏเปึนข่าว อยู่เสมอบอกว่า เขาบอกจะไปสกัดกั้นพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง อาจจะหมายถึงพรรคเพื่อไทย ตามภารกิจของการยึดอํานาจ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ซึ่งถือว่ายังไม่สิ้นสุดแต่อย่างใด สิ่งเหล่านี้ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า เรื่องเหล่านี้มีความน่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง เพราะการใช้งบลับในทางอย่างนี้นะครับ นอกจากจะไม่เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังทําความแตกแยกในสังคมอีก จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าด้วยเหตุผล ดังกล่าว ๔-๕ ประการที่ผมได้กราบเรียน ผมไม่เห็นด้วยกับการตั้งงบกลางในบางเรื่อง จึงเสนอให้มีการตัดงบจํานวนนี้ลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขอกราบขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเรวัต สิรินุกุล

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ งบประมาณ ในมาตรา ๔ ซึ่งมียอดทั้งหมดนะครับ ๑๓,๖๔๒,๔๔๘,๐๐๐ บาท ซึ่งในรายละเอียดก็มีว่า เปึนค่าใช้จ่าย มาตรการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐ ซึ่งในรายละเอียดก็มีว่า เปึนค่าใช้จ่ายมาตรการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากร ภาครัฐ ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน เงินสํารองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ท่านประธานครับ ฟังท่านเพื่อนสมาชิกได้พูดไป ก็มากพอสมควร ฟัง ๆ แล้วก็ยิ่งฉงนนะครับว่า เปึนข้อเท็จจริงจริง ๆ นะครับ ที่ตั้ง งบประมาณมา ไม่เข้าเปัา ไม่ตรงจุด บอกว่าเปึนการที่จะให้เพิ่มศักยภาพในกรณีเร่งฟุ๋นฟู เศรษฐกิจ ผมก็แปลกใจนะท่านประธาน แปลกใจจริง ๆ ว่า ไม่ว่าจะเปึนประธานวิป ของฝ์ายค้าน คณะกรรมาธิการของฝ์ายค้านทุกคน แม้กระทั่ง ส.ส. ซีกฝ์ายค้านมีความสงสัย เหมือนกันหมดและเช่นเดียวกัน ก็มาดู ๆ ว่าทําไมกรรมาธิการชุดนี้ในภาคของรัฐบาล ไม่ฟังเสียงของกรรมาธิการของฝ์ายค้านเลย ไม่ทราบเปึนเพราะอะไร ท่านประธานครับ ยิ่งมาดูในงบประมาณนี้ยิ่งไปกันใหญ่เปึนเรื่องจริงที่เขาพูดกัน ผมก็เลยแปลกใจ เหมือนกันว่าในกรณีอย่างนี้ สภาแห่งนี้มันจะไปกันอย่างไรท่านประธานครับ ผมก็เลย คิดว่าคณะกรรมาธิการจริง ๆ แล้ว ผมยังคิดว่าท่านทั้งหลายที่อยู่ในกรรมาธิการด้วยกัน น่าจะมีความเข้าใจกันพูดกันในกรรมาธิการ พูดกันรู้เรื่องว่าเปึนอย่างไรอะไร อะไรกันได้ก็ ลดกันไป อะไรที่อะไรก็ไป แต่นี่ไม่ใช่ กรรมาธิการชุดนี้ท่านประธานพูดกันตลอด แล้วก็เลย ทําให้พวกกระผมยิ่งฉงนไปใหญ่ และยิ่งปักใจไปใหญ่เมื่อมาดูรายละเอียดนะครับ ท่านประธานครับ เอาละรายละเอียดเริ่มแรกโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและ บุคลากรภาครัฐ ท่านประธานครับ ความจริงแล้วก็เปึนเรื่องที่ดี เปึนเรื่องดี แต่ว่าภาครัฐนั้น มีไม่กี่คน ล้านกว่าคนอย่างเพื่อนสมาชิกบอกไป แต่ว่าล้านกว่าคนประกันสังคม ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ว่าคนยากจนเกษตรกรที่นอกเหนือจากประกันสังคม ๒๐ กว่าล้านคน ๓๐ ล้านคน แล้วทําอย่างไรได้รับการดูแลไหม ได้รับการช่วยเหลือไหม อย่างนี้เปึนต้นครับ ท่านประธานครับ ไม่ตรงกันไม่ตรงข้อเท็จจริง จ่ายเงินเขา ๒,๐๐๐ บาท ท่านสมาชิกก็พูด ไปเยอะ ท้วงติงไปเยอะ ครั้งเดียวเลิกกันไป ทําไมครับทําไมล่ะ ที่เหลือทําอย่างไรก็ให้เขา ไปทุกเดือนสิ เอาไปทุกเดือน เพื่อให้เขามีรายได้จริง ๆ อย่างนี้เปึนต้นนะครับ

อีกอันหนึ่งครับ ท่านประธานครับ โครงการเพิ่มศักยภาพและผู้ว่างงาน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนนี่ก็เปึนเรื่องดีครับท่านประธาน แต่ว่าเปึนเรื่องดีก็จริงอยู่ แต่ก็มีข้อที่จะกราบเรียนนะครับว่า การจัดฝ๊กอบรมคนว่างงาน ไม่มีเปัาหมายชัดเจน จบมาใหม่ ๆ แล้วจะบอกไหมว่า คนพวกนี้ฝ๊กอบรมแล้วไปทํางานได้ มีงานให้ทําทันทีบอกไหมครับ บอกไหม ไม่มี เงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท จะเข้าสู่หน่วยราชการ ใดก็ไม่บอกไม่บอกไว้ให้ชัดเจนครับ แล้วจะช่วยแก้ไขปัญหาคนว่างงานได้อย่างไร นี่ก็เปึน เรื่องสําคัญแล้วก็ไม่ได้บอกเอาไว้ให้ชัดเจนเหมือนกันนะครับ

ท่านประธานครับอีกอันหนึ่งก็คือ เงินสํารองจ่ายเพื่อฉุกเฉินหรือจําเปึน ผมฟังมาว่าเอาไปช่วยผู้สูงอายุก็เปึนเรื่องดี อสม. ก็เรื่องดี แต่ว่าอีกส่วนหนึ่งที่ผมเห็นด้วย กับท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายก็คือว่าอย่างกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เอาส่วนนี้มาให้เขาได้ไหม ผมก็เห็นด้วยที่ท่านพูดนะ ว่า กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านประธานก็ทราบว่าทําทุกเรื่อง ทําทุก หน่วยราชการ ไปไหนก็ต้องรับหน้ารับตา อย่างนี้เปึนต้น ผมก็เห็นว่าตรงนี้มาแบ่งปัน ให้เขาได้ไหม ก็ไม่มีอยู่ในตรงนี้ อย่างนี้เปึนต้น ผมคงไม่ใช้เวลามากครับท่านประธานครับ ก็คงจะมีความเห็นสั้น ๆ ไว้แค่นี้ครับ และทุกมาตราที่นั่นไว้ บางทีผมก็อาจจะ ที่ท่านประธานเคยบอกว่าไม่ติดใจอะไรอย่างนั้นนะครับ แต่ว่าก็ดูก่อนนะครับ ถ้าผมยกมือ ค่อยพูดครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เพื่อความรวดเร็วนะครับ ผมประสานกับทางเลขาธิการแล้วมีรายชื่ออีก ๒๘ ชื่อที่สงวนคําแปรญัตติไว้ แต่ส่วนหนึ่งก็จะไม่ติดใจอภิปราย ฉะนั้นผมจะให้ท่าน ที่ยังคงติดใจจะอภิปรายในมาตรานี้ที่ท่านสงวนไว้กรุณายกมือนะครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขา จะเขียนชื่อแจ้งบนจอแล้วผมจะไล่ลําดับ ส่วนใครไม่ติดใจก็ไม่ต้องยกมือแล้วนะครับ ให้เวลาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วผมก็จะเชิญ ท่านชัยวัฒน์เลยครับ ส่วนท่านอื่นยกมือ ไว้ก่อน เชิญ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขอ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับว่า ผมเองนั้นในฐานะที่พี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดชัยนาทเลือกตั้งเข้ามาคงต้องใช้สิทธิใช้เสียงในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การ พิจารณางบประมาณนั้นเปึนไปตามผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองก็อยู่สภามาพอสมควรในหลายสมัย ผมเองก็แปลกใจเวลาเปึนฝ์ายค้านก็พูดอีกอย่าง พอเปึนฝ์ายรัฐบาลก็พูดอีกอย่าง ถ้าอย่างนี้ผมบอกว่ามันไม่ได้แล้ว มนุษย์เกิดมาต้องมีมาตรฐานตัวเอง มาตรฐานอย่างน้อย ที่สุดมาตรฐานทางวิชาการต้องมีครับท่านประธาน ปัจจุบันนี้ไม่ได้คํานึงถึงเลย วิชาการ ไม่มีคํานึงถึง เอาสีข้างเข้าถูอย่างเดียวว่าฉันจะเอาอย่างนี้ เอาพวกมากลากไปอย่างนี้ ผมคิดว่ามันไม่มีประโยชน์นะท่านประธาน ผมคิดว่าสถาบันการศึกษาประเทศไทยก็ควร ยุบหมดแล้ว ไม่ควรจะเรียนเอาไปทําอะไร ผมไม่แน่ใจว่าเรียนเอาไปทําอะไร เพราะเรียนไป ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะอะไร เพราะว่าที่บอกว่าไม่มีประโยชน์เพราะว่ามันไม่ฟังเลย แล้วไม่เอาวิชาการมาใช้เลย แล้วเอาหลักกูคิดอย่างเดียว อย่างนี้มันไม่ได้ท่านประธาน บ้านเมืองมันไปไม่ได้ท่านประธาน มันเสียหาย อยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพ อย่างนี้ครับว่า ในเรื่องของงบประมาณในขณะนี้ต้องเรียนต่อท่านประธานครับว่า ผมไม่แน่ใจครับว่ารัฐบาลในขณะนี้ไปอ่านบ้างหรือเปล่าว่าการจัดทํางบประมาณที่ผ่านมา หรือว่างบประมาณที่เปึนอยู่มันมีอะไรที่เราจะต้องไปแก้ไข ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง หรือ กระตุ้นอย่างไร ที่ผมเห็นก็คือเห็นเขากระตุ้นก็กระตุ้นบ้าง กลัวว่าต่างชาติเขากระตุ้นแล้ว เราไม่กระตุ้น เดี๋ยวก็จะหาว่าเราไม่กระตุ้น เขาทําอย่างนี้เราก็ลอกเอามาทําตาม ถ้าอย่างนี้ผมว่ามันไม่มีประโยชน์ เพราะว่าประเทศไทยมันคนละสถานการณ์กับ ในต่างประเทศ แม้ว่าเหตุการณ์มันจะเกิดในต่างประเทศก็ตามแต่ แต่นั่นไม่ได้ หมายความว่าบ้านเราจะไม่มีเหตุการณ์อะไรของเราเองที่มันปูด ปะ หรือเพิ่มเติม ปนเข้ามา เพิ่มเข้ามา อย่างน้อยก็การสร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับสังคมโลก ไม่มี ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศที่เห็น ๆ ชัด ก็คือการเมืองของเรา มันไม่มีความมั่นคง ไม่มีความแน่นอน รัฐบาลไม่แน่ใจว่าวันนี้อยู่แล้วพรุ่งนี้จะไปหรือเปล่า ไม่แน่ใจว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในโอกาสต่อไป สนามบินจะถูกป่ดหรือเปล่า สภาจะถูกล้อม อีกไหม แล้วทําเนียบรัฐบาลจะถูกยึดอีกหรือเปล่า ไม่มีใครบอกได้ครับ สิ่งเหล่านี้ไม่มีใคร บอกได้ เมื่อไม่มีใครบอกได้ ไม่มีใครพูดได้ หรือไม่มีใครเชื่อ ความเชื่อมั่นมันไม่มีครับ บอกวันนี้บอกว่านักลงทุนต่างชาติไป บอกว่าจะมาลงทุนในประเทศไทย ผมบอกว่า ถ้านักลงทุนต่างชาติที่แท้จริงเขาไม่มาหรอก ถ้าประเทศอื่นเขาไปได้ เขาเลือกได้ เขาไม่ไปหรอก ผมเชื่อ เพราะอะไร เพราะว่าที่ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไรท่านประธาน เพราะเราไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้เขาเลย ท่านลองคิดดูท่านประธานที่เคารพครับ เราป่ดสนามบิน ๑ ครั้ง หรือเรายึดทําเนียบ ๑ หน ที่ผ่านไป คําถามที่ตามมาก็คือว่า ต่างชาติเขาไม่เชื่อมั่นขนาดไหน เขาเสียหายขนาดไหน เขาแทบจะล้มละลายเลย อย่าว่าแต่คนต่างชาติเลย คนไทยด้วยกันก็ยังจะล้มละลายเลย ท่านลองคิดดูครับว่า นักลงทุนที่เขาลงทุนในเรื่องของการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเปึนไกด์ทัวร์ ไม่ว่าจะเปึนอะไรก็ตามแต่นะท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เขาเจ็บปวดเปึนอย่างยิ่ง เขาเจ็บปวดนะครับท่านประธาน วันนี้ต้องบอกว่าเราต้องตั้งงบประมาณไว้ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๑๖,๗๐๐ กว่าล้านบาท มันพอเพียงกับการที่อย่าง เพื่อนสมาชิกพูดไหมว่า มันพอเพียงหรือไม่กับการที่จะหย่อนเม็ดเงินตรงนี้ไปกระตุ้น เศรษฐกิจ เอาลําพังแค่ประเทศที่มันได้รับความเสียหาย ได้รับความเสียหายจาก การทําลายในเรื่องของการลงทุนในการยึดสนามบินมันก็ตั้ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วเม็ดเงินตรงนั้นยังไม่เข้าไปเลย ยังไม่ถึงเลย ยังไม่เพียงพอเลย ถามคําถามมันจะพอ ได้อย่างไร ผมอยากจะเปรียบเทียบให้ฟังนะท่านประธานครับ วันนี้กระตุ้นเศรษฐกิจพอ ไม่พอเราต้องบอกว่าเม็ดเงินที่เรากระตุ้นเราต้องบอกว่าเราต้องรู้จุดยืนของเราก่อน เราต้องรู้จุดยืนว่าประเทศไทยเรามันยืนอยู่ตรงไหน ถ้าประเทศไทยเราเปึนรถหรือเปึนเรือ เปรียบเทียบให้ฟังเพื่อที่จะให้เห็นภาพ เราเปึนรถหรือเปึนเรือหรือเปึนเครื่องบินเราอยู่ตรง จุดไหน แล้วเราจะเหาะเหินเดินอากาศไปเหมือนเปึนเครื่องบินหรือว่าเราจะวิ่งไป เปึนรถยนต์ เราก็ต้องรู้ว่าสภาพของเรา น้ํามันเรามีมากน้อยขนาดไหน วันนี้เราไม่รู้ตัวเอง ว่าน้ํามันเรามีมากน้อยขนาดไหน แล้วเราบอกว่าเติมน้ํามันแค่นี้แล้วจะวิ่งพอไป ท่านประธานครับ วิ่งไปแล้วไปกินข้าวลิงข้างหน้านะครับท่านประธาน แสนกว่าล้านบาท นี่ถ้ากระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ถ้าแสนกว่าล้านบาทไม่เพียงพอ รัฐบาลบอกว่า ๙๙ วันทํา ได้นี่ผมเห็นจะทําได้อยู่เรื่องเดียวคือกู้ แต่ว่าไม่แน่ใจครับว่ากระตุ้นเศรษฐกิจนี่ท่านจะทํา ได้หรือไม่ได้ แต่เท่าที่ผมมองเห็นนี่คือมันไม่ได้ เพราะมันไม่เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ เขาก็ บอกอยู่แล้วในรายงานมีอยู่แล้วนะครับว่า การลงทุนในภาคของรัฐในการที่จะไปลงทุน ในเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า เปึนเรื่องสิ่งก่อสร้างทั้งหลาย มันไม่เพียงพอ มันขาดไปตั้ง ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ มันขาดไป ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ลองคิดดู ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ลองไปคูณดูสิว่า มันเปึนเงินเท่าไร แล้ววันนี้มันไม่ไปอย่างนั้น ท่านลองคิดสิครับท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ก่อนที่จะไป ที่ผมตัดเม็ดเงินเอาไว้นี่ครับ ผมตัด ไม่มากนะครับ ผมตัดแค่ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองท่านประธาน ตัดเพื่ออะไรครับ ตัดเพื่อพูดครับ ผมรู้ว่าผมตัดตัดเท่าไรผมจะตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ตัดไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็ในฐานะที่จะต้องพูดให้ฟังว่า แนวคิด ความคิดเห็นมัน ต่างกันอย่างไร แล้วท่านจะได้เอาไปทํา จะเอาไปทําก็เอาไปทํา ไม่เอาไปทําก็ตามใจไม่ได้ ว่าอะไรนะครับ ประเทศนี้ก็ของทุกคน ผมมีโอกาสที่จะต้องมาชี้แจงหรือมาพูดในที่นี้ก็พูด ถ้าผมไม่ทําหน้าที่ก็ถือว่าผมละเลยต่อหน้าที่ท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็คงไม่ได้นะครับ ขอกราบเรียน ผมเองอยากจะพูดในวาระหนึ่ง เสียด้วยซ้ําเมื่อตอนงบประมาณวาระหนึ่ง เอาวันเดียวจบเลย ผั่บ ผั่บ ผั่บ ผั่บ ผั่บ จบเลย ไม่ฟังใครเลย ในกรรมาธิการก็เหมือนกัน ตั้งไปทั้งหมด จบอีกเหมือนกันครับท่านประธาน ไม่ฟังใครเหมือนกันยกมือ คงจะเปึน ประเภทนั้น เสียงข้างน้อยเลยมาแย่งอภิปรายเต็มไปหมดในสภา ผมรอตั้งแต่เช้า ท่านประธาน รีบมาตั้งแต่เช้าท่านประธาน นี่เพิ่งได้พูดท่านประธาน พูดที่เปึนเนื้อเปึนหนัง เปึนเรื่องจริงก่อนหน้านี้เปึนเรื่องของวาระนั่นนะครับท่านประธานครับ วาระก่อนที่เข้า วาระเข้าสภานะครับ ตรงนั้นเปึนเรื่องที่เราพูดกันท่านประธานที่เคารพครับ ที่บอกว่า งบประมาณที่ผมตัดไว้ในมาตรา ๔ แล้วตัดไว้แค่ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ก็คือในเรื่องของการที่ไป ตั้งงบประมาณตรงนี้นะครับ เพื่อไปที่จะจ่ายตามมาตรการการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐ มันคงไม่ใช่ ภาครัฐอย่างเดียวที่ไปตั้งไว้มันมีอีกส่วนหนึ่งก็คือไปตั้งในส่วนของพี่น้องประชาชน ผู้ใช้แรงงานหรือผู้ที่ไม่ใช้แรงงานก็ตามแต่จะเรียกกันนะครับ แต่ว่าได้ส่งเงินเข้าสมทบ กองทุนตรงนั้นอีกส่วนหนึ่งนะครับ ก็คือเปึนการค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้าง มูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน ความจริงก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานครับว่า ตั้งไว้ไม่น้อยนะครับรวม ๆ แล้วก็ประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตั้งไปก็พี่น้องประชาชน หรือนักวิชาการ หรือคนทั่วไป ท่านประธานก็ทราบดีอยู่แล้ว แจกเลยครับ คนละ ๒,๐๐๐ บาทต่อหัวต่อคน สิ่งที่แจกนี่บนพื้นฐานของอะไร หรืออยากจะคิดแจกก็แจกเลย เหมือนกับที่ทําเรื่องอะไรต่ออะไรก็ทํากัน เพื่อนบางคน ก็บอกปลากระปิองอย่างนี้เปึนต้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ คือไม่ใช่ว่า อยากจะคิดแจกก็แจกมันต้องมีพื้นฐานของตรรกะแนวคิดว่าทําไมถึงแจก ที่สําคัญคือ ตรงนี้บอกไว้ว่าแจกตรงคนที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาทนะท่านประธาน จาก ๐ ๐ บาทนี่ขึ้นไป ๑๕,๐๐๐ บาท คนเหล่านี้ได้รับแจกทุกคน คําว่า ทุกคน ในที่นี้คือ ในคน ๒ กลุ่มเท่านั้นนะ กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ไม่อยู่ในประกันสังคม ที่หาเช้ากินค่ํา พี่น้อง ประชาชน ชาวไร่ ชาวนา ชาวบ้านทั่วไปไม่ได้นะท่านประธาน คนที่อยู่ประกันสังคมคือ คนที่อยู่ในโรงงาน คนที่อยู่ในระบบโรงงาน การจ้างโรงงาน คนที่เปึนแม่บ้านอยู่ตามบ้าน ตามเรือนนี่ไม่ได้นะท่านประธาน นี่คือคนหมู่มากที่ไม่ได้รับ คนหมู่น้อยที่ได้รับ คนที่ได้รับ จริง ๆ นี่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนท่านประธานไม่เกิน ตัวเลขที่ผมมี อยู่เพื่อนบางคนบอกคิดได้ล้านกว่าผมคิดได้ ๙๔๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง ท่านประธาน มันไม่มากนะท่านประธาน อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขอประทานอภัยท่านประธาน ตัวเลขเพี้ยน ไปนิดหนึ่งคือ ๙ ล้านกว่าคน ๙ ล้าน ๔ แสนคน ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนนี้อยากจะ กราบเรียนนะครับว่า บนพื้นฐานที่ผมบอกว่าไม่เห็นด้วยก็คือ ท่านเอาอะไรมาคิดว่าท่าน เอา ๑๕,๐๐๐ บาท เอาหลักการอะไรมาคิดว่า ๑๕,๐๐๐ บาท วันนี้ผมเชิญชวนพี่น้อง ประชาชนคนที่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วคนที่ไม่ได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้ฟัองให้หมดครับ ไปยื่นฟัองต่อศาลปกครองให้หมด ทุกคนครับ ผมอยากจะรู้ว่ารัฐบาลนี้จะรับอย่างไร ต้องใช้สิทธินะครับพี่น้องประชาชนเดี๋ยวจะบอกว่าผมไม่บอก ไปทําเสีย ถามว่าทําไม ก็คือความไม่ให้ความเปึนธรรม รัฐธรรมนูญบอกแล้วว่า การทําอะไรก็ตามแต่ต้องอยู่บน พื้นฐานของความเปึนธรรม ท่านไม่มีหลักคิดตรรกะที่มันเปึนธรรม สอดคล้องความเปึนธรรม เพราะฉะนั้นท่านให้ความเปึนธรรมต่อคนในชาตินี้ไม่ได้ คนในบ้านเมืองนี้ไม่ได้ ถามว่าทําไมท่านประธาน ๑๕,๐๐๐ บาท วันนี้คนที่ ๑๕,๑๐๐ บาท คนที่ ๑๕,๒๐๐ บาท ไม่ได้รับอานิสงส์นะท่านประธาน ไม่ได้นะ คนที่จะได้รับคือคนที่ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ถ้าวันนี้ใครก็ตามแต่ที่มี ๑๕,๐๐๐ บาท กับ ๕๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท กับ ๑๐๐ บาท หรือ ๑๕,๐๐๐ บาทกับ ๒๐ บาท ไม่ได้รับนะ ๒,๐๐๐ บาทนี่ไม่ได้รับนะ ถามคําถามคือ คนที่ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ได้อีก ๒,๐๐๐ บาท เปึนหมื่นเท่าไร เปึน ๑๗,๐๐๐ บาท ใช่ไหม แต่ในขณะที่คน ๑๗,๐๐๐ บาท พอ ๑๕,๐๐๐ บาท บวกอีก ๒,๐๐๐ บาท เปึน ๑๗,๐๐๐ บาท แต่อีกคนหนึ่ง ๑๕,๐๐๐ บาทกับ ๑๐๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาทกับ ๒๐ บาทไม่ได้ครับ ถามคําถามว่าคนทําไมต้องเอา ๑๕,๐๐๐ บาทมาบวก ๒,๐๐๐ บาท ถ้ามาบวก ไม่บวกนี่ตายใช่ไหม เขาอยู่ในโลกนี้ไม่ได้ใช่ไหม อยู่ในประเทศนี้ไม่ได้ใช่ไหม ต้องจบสิ้นชีวิตนี้ใช่ไหม เหมือนไม่มีอากาศหายใจใช่เปล่า ท่านคิดอย่างนั้นหรือเปล่า บนพื้นฐานตรรกะอย่างนั้นหรือเปล่า ถ้าอย่างนี้แสดงว่าท่านเติมไปอีก ๒,๐๐๐ บาท นั่นหมายความว่าเขาจะต้องมี ๑๗,๐๐๐ บาท ถึงจะมีชีวิตอยู่รอดได้ ไม่อย่างนั้นตาย เศรษฐกิจล้มทับตายแน่ อยู่ไม่ได้ บ้านแตกสาแหรกขาด ผัวเลิกเมีย เมียเลิกผัว ลูกไปคนละทิศละทางอย่างนั้นใช่หรือไม่ ไม่มีกินมีใช้ใช่ไหม ตายใช่ไหม นั่นคือคําตอบที่ท่านต้องให้ ถ้าวันนี้จําเปึนต้อง ๑๗,๐๐๐ บาท เพื่อรักษาชีวิตทุกคนไม่ตาย คําถามที่กลับไปก็คือ และคนที่ ๑๕,๐๐๐ บาท กับ ๒๐ บาท ๑๕,๐๐๐ บาท กับ ๑๐๐ บาท มันตายไหม เพราะมันไม่ได้ ๑๗,๐๐๐ บาท นี่คือคําตอบที่ท่านต้องให้มา ผมบอกแล้ว อย่างไรท่านคิดอะไรไม่เปึนตรรกะ ยังเรียนน้อยไป ต้องเรียนให้เยอะ ๆ กว่านี้ เรียนน้อยไป แล้วก็เอาที่ปรึกษาให้มันเก่งกว่านี้ ยังเก่งน้อยไป เพราะฉะนั้นท่านอย่าไปหวังเลยว่า สิ่งเหล่านี้ที่ท่านจะทําแล้วมันได้ผลสมประโยชน์ สิ่งอีกสิ่งหนึ่งที่ท่านคิดไม่เปึนตรรกะ วันนี้เอาแต่เพื่อนผมผู้แทนราษฎรด้วยกันก็บอกว่า เอาหาเสียง เรื่องนี้มันไม่หาเสียงแล้ว ท่านประธาน ผมคิดไปอีกมุม รัฐบาลนี้ ถ้าอยู่เร็ว ไปเร็ว เงินนี้เหมือนหาเสียง เพราะว่า ผลสัมฤทธิ์ของยามันยังไม่ออก พอฉีดแล้วปุ็บ กินแล้วปุ็บมันไปได้ มันดูเหมือนดี แต่ถ้ายาว บอกเลยได้ว่าพี่น้องประชาชนหรือคนทั่วไปจะได้รับผลกรรม ประเทศนี้จะได้รับผลกรรม จากการสร้างของพวกท่านทั้งหลาย วันนี้ท่านคิดใหม่สิ ท่านคิดอีกแบบหนึ่ง ท่านคิดเอาแค่ ๒,๐๐๐ บาทนี่มันน้อยไป ท่านไม่คิดแจกคนละล้านบาทเลยนี่ เอาคนละล้านบาทเลยสิ เอาครอบครัวละล้านบาทมันจะได้หายยากจนไปเลย ทุกคนได้หมดหนี้ไปเลย รัฐบาลก็ไป หาเงินมาไม่มีก็ไปกู้มา เอาสิเอาอย่างนั้นเลยทําไมไม่ทํา ทําสิ ทําไม่จริงนี่ ทําไม่จริง ถ้าทําจริง ท่านต้องแน่สิ เอาคนละล้าน ครอบครัวละล้านบาทเลยแจกไปเลย มันไม่ใช่ แต่สิ่งที่จะ ตามมาคืออะไรท่านประธาน สิ่งที่จะตามมาคือดอกเบี้ย วันนี้กู้เงินมาไม่ใช้เอาเก็บไว้ ในกระเปิาทุกคนนี่ รัฐบาลกู้ให้ ๆ เอาไปเก็บไว้ ๆ เก็บไว้แต่รัฐบาลไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยเองนี่ วันนี้ให้นายอภิสิทธิ์มาจ่ายดอกเบี้ยเองสิ วันนี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาจ่าย ดอกเบี้ยเองสิ ทําอย่างนั้นสิ วันนี้ไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยเองไปเอาเงินดอกเบี้ยพี่น้องประชาชน ถามว่าป้หน้านี่พี่น้องประชาชนเขาจะต้องจ่ายดอกเบี้ย ต้องจ่ายเงินต้นคืน ประเทศนี้ต้อง จ่ายเงินต้นคืนไหม ต้องจ่ายดอกเบี้ยคืนไหม ต้อง ถามว่าแล้วเงินใคร เอาไปทําอะไร เอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ถามว่าเอาไปยัดเยียดเขา นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ข้อสําคัญก็คือคนที่ ไม่ได้มันมีในบ้านเมืองนี้ตั้งมากมายมหาศาล นี่คือสิ่งที่มันไม่ยุติธรรม หรือว่าท่านจะเอาคน ที่เรียนหนังสือมาในลักษณะที่ว่าเปึนข้าราชการอยู่ได้ นอกนั้นตายหมดไม่เปึนไร เอาอย่างนั้น ใช่ไหม นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ไม่เปึนธรรม สําหรับรัฐบาลนี้ที่ทําให้พี่น้องประชาชน ถามคําถามว่าท่านจะไปเก็บภาษีป้หน้า ไม่ถึงป้หน้า ท่านก็เก็บแล้ว ท่านเก็บภาษีน้ํามันเพิ่มขึ้น ป้นี้กู้ทีแรกผมคิดว่าจะกู้ประมาณสักเท่าไร ท่านประธานที่เคารพครับ ทีแรกผมนึกว่าจะกู้ประมาณสักแสนล้านบาทนะท่านประธาน ปรากฏว่ากู้ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท บอกจะกู้นะ ตอนนี้กู้หรือยังไม่แน่ใจ คงจะไปเจรจาการกู้อยู่ แต่ผมอยากจะกราบเรียนครับว่ายิ่งกู้มากเท่าไรดอกเบี้ยยิ่งจมมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งกู้มาไม่ใช้ ไม่มีใครเขาทําหรอก นักธุรกิจเขาไม่ทํากันหรอก กู้มาเงินไม่ใช้ทําได้อย่างไร ดอกเบี้ย มันต้องจ่ายทุกวันนะ ทําไม่ได้ ดอกเบี้ยไม่ใช่ของท่าน ท่านไปเก็บชาวบ้านมาไง ท่านก็ ไม่สนใจอย่างไร นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนครับว่าเงินในกระเปิา ที่มันมีอยู่ที่มันเปึนเงินกู้ ต้องกู้ให้น้อยที่สุด ต้องกู้น้อยที่สุดเพื่ออะไร เพื่อเราจะต้อง ประหยัดดอกเบี้ยไม่ต้องไปจ่าย มิเช่นนั้นเราต้องจ่ายดอกเบี้ยบานเบอะ บอกว่ากู้เอามา ทําอะไรบอกไม่ได้ใช้หรอก ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องกู้น้อยที่สุด เพื่ออะไร เพื่อเราจะต้องประหยัดดอกเบี้ยไม่ต้องไปจ่าย มิเช่นนั้นเราต้อง จ่ายดอกเบี้ยบานเบอะ บอกว่ากู้มาทําอะไร บอกว่าไม่ได้ใช้หรอก ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้เอามาในกระเปิา เก็บเอาไว้เฉย ๆ เพื่ออุ่นใจ ว่าอุ่นใจเฉย ๆ ว่าท่านได้มีเงิน เกิดความเชื่อมั่น นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นท่านประธาน อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า นี่คือเรื่องราว ที่มันเกิดขึ้นในหลายเรื่องที่มันกําลังจะก่อตัวเพิ่มขึ้นในขณะนี้ วันนี้ต้องเรียนต่อท่านประธาน ครับว่า วันนี้รัฐบาลบริหารเงินงบประมาณที่มีอยู่ เอาแค่ผมยกตัวอย่างงบประมาณที่มีอยู่ ๑,๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับท่านประธาน ที่มีอยู่ แล้วก็หมุนเงินให้มันไปตาม ระยะเวลาของมัน จังหวะเวลาของมัน ไม่ให้มันกระชากให้มันหดตัวหรือไม่ให้จ่าย คือพูด ง่าย ๆ จ่ายให้มันทันท่วงจังหวะทํานองมันน่ะ

ในขณะนี้การจ่ายเม็ดเงินตามรายงานที่เขารายงานมาหายไปหดไป คือช้าไป นี่ร้อยละ ๕.๑ แต่ท่านไปเอาเงินจํานวนนี้เข้าไปกระตุ้น เอาไปกระตุ้น ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท คิดเปึน ๖.๓ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ถ้าเราเอา ๕.๑ ไปลบ ๖.๓ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วถ้าเราทํารอบระยะเวลาให้มันได้ เงินจํานวนนี้แทบไม่ต้องใช้เลยท่านประธาน เพราะว่ามันก็ไปกลบตรงที่ช้าไปนั่นเอง ต้องบอกว่าเราใช้งบจริง ๆ ถ้าพูดถึงทําไปแล้ว เหลือแค่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเองท่านประธาน ถ้าเราทําให้มันไม่ช้า เดินระยะเวลาของ เงินงบประมาณให้มันรวดเร็ว แต่ว่าเราเบิกจ่ายงบประมาณไปล่าช้า เพราะเหตุว่าอะไร ก็ตามแต่ มันทําให้เราเกิดความเสียหายอีก ๙๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ผมคิดเปึนวงเงิน ให้นะ เพราะฉะนั้นถ้าท่านยังไม่ได้คิดกันอย่างนี้ บอกได้เลยว่าท่านก็บริหารว่าไปเรื่อย ๆ ผมไม่แน่ใจว่าประเทศนี้จะกู้อีกเท่าไร เท่าที่ทราบก็คือป้หน้าจะกู้ ๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน รวม ๒ ป้ ป้ ๒๕๕๒ กับป้ ๒๕๕๓ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ครับท่านประธาน น่ากลัวนะ ๆ ลูกหลานจะอยู่อย่างไร ดอกเบี้ยบานเบอะท่านประธาน นี่คือสิ่งที่เราจะต้อง แก้ไข

วันนี้สิ่งที่ท่านทําผิดพลาดอีกเรื่องหนึ่งที่มากมายมหาศาลก็คือ ท่านเอาเงิน จํานวนนี้ไปกระตุ้นพี่น้องประชาชน ข้าราชการนี่เอาละ เขาไม่ถูกปลด อย่างไรก็ไม่ถูกปลด คงไม่ถูกไล่ออกหรอก ยกเว้นว่าไม่มีเงินจ่ายจริง ๆ ก็คงต้องลดกําลังคนลง แต่ว่าลูกจ้าง ที่เขาอยู่ในภาคที่เรียกว่าอะไร ผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้างหรือใครก็ตามแต่ที่อยู่ในภาค ประกันสังคมน่ะ ที่อยู่ตามโรงงานต่าง ๆ ท่านเอาเงินไปให้ ๒,๐๐๐ บาท มันไม่เปึน หลักประกันว่าเขาจะไม่ตกงาน ๒,๐๐๐ บาท มันไม่เปึนหลักประกันของการไม่ตกงาน ๒,๐๐๐ บาท ไม่เปึนหลักประกันของการไม่มีงานทํา สงกรานต์นี้อาจจะล้มระเนระนาด ไปอีกเยอะแยะก็ได้ คนเหล่านั้นตกงานไปอีกเยอะแยะก็ได้ ๒,๐๐๐ บาท มันคุ้มหรือ ท่านประธาน สิ่งที่ควรจะทําอย่างยิ่ง ก็คือสร้างหลักประกันไม่ให้คนเหล่านี้ตกงาน ทําไม ไม่ทํา ทําไมไม่ทํา เพราะอะไร คิดไม่ออกหรือ คิดไม่ได้หรือ ผมคิดว่าผู้รู้ในประเทศไทย นี่นะครับ เยอะนะ ผมเองก็ไม่ได้เรียนต่างประเทศ ผมเรียนในประเทศไทย ท่านประธาน เรียนในประเทศไทยนะ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ท่านประธาน มันต้องสร้างหลักประกันให้เขา ไม่ตกงาน และข้อสําคัญ ก็คือต้องไปหาตลาด ถามว่าวันนี้ตลาดมันซบเซาจริงหรือเปล่า มันไม่ใช่หรอกครับ ทุกคนมันก็ต้องบริโภค วันนี้ต้องบอกว่าการแข่งขันมันสูง ตลาดมันหดตัว มันน้อยลง เพราะผู้บริโภคนี่มันบริโภคจํากัด แต่คนที่ขายได้เขาก็ขายได้ วันนี้ถ้าเราขายได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าโรงงานเราอยู่ได้ ถ้าวันนี้ประเทศไทยเราขายได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าประเทศเราอยู่ได้ หรือถ้าไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราขายในประเทศเราเปึน ผลิตภัณฑ์มวลรวมที่เราเคยทําอยู่ป้ ๒๕๕๑ และป้ ๒๕๕๒ หรือป้ ๒๕๕๓ ท่านประธาน เราทําให้ได้มันใกล้เคียงกับของเดิมสัก ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ มันอยู่ได้ แต่วันนี้ที่มันหดตัว ก็คือคนหดตัว ๕๐–๖๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เลยมันหด แบบนั้นเลยโรงงานมันก็ไปไม่ได้ นี่คือสิ่งที่มันต้องแก้ไขท่านประธานครับว่ารัฐบาลมี แนวทางแก้ไขอย่างไร หรือไม่ อย่างไร นี่คือสิ่งที่ต้องตอบวันนี้ไม่ต้องมาบอกหรอกว่า งบประมาณนี้มันสัมฤทธิผล หรือไม่สัมฤทธิผลอย่างไรท่านเปึนหมอท่านวินิจฉัยมา แล้วฉีดยาไปมันจะสัมฤทธิผลหรือไม่สัมฤทธิผล เดี๋ยวยามันออกไม่ออกเดี๋ยวก็รู้ เมื่อว่ายานี้ มันยาจริงหรือยาเก๊ยาเทียมมันออกเองครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเองนั้นไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในการที่จะใช้ งบประมาณตรงนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนครับว่าสิ่งที่รัฐควรทํานั้น ก็คือวิธีการ ที่จะหาวิธีปัองกันอย่างไรไม่ให้คนตกงานต้องหาวิธีนะ ท่านเปึนรัฐบาลแล้วคนตกงาน ผมอยากจะฟัอง ผมอยากจะเชิญชวนผู้ใช้แรงงาน เชิญชวนพี่น้องประชาชนด้วยไปฟัองเลย ฟัองให้หมด ฟัองว่ารัฐบาลบริหารประเทศมันล้มเหลว บริหารประเทศไม่ดี ดูสิจะไปสู้คดี จะสู้ไหวไหม พี่น้องประชาชนต้องใช้สิทธินะ

อันที่ ๒ คือแก้ไขปัญหาการตกงาน เมื่อสักครู่ปัองกันนะ ท่านจะปัองกัน อย่างไรสําหรับคนมีงาน แล้วคนที่เขาตกงานอยู่ไม่มีงานทําท่านต้องแก้ ลูกหลานที่จบมา ไม่ใช่บอกว่าให้ลูกหลานเรียนหนังสือ เรียนหนังสือ เรียนไปแล้วไม่มีงานทํา เรียนไปแล้ว ตกงานไม่มีงานทํา คําถามก็คือแล้วลูกหลานจะอยู่อย่างไร ครอบครัวเขาอยู่อย่างไร อยู่ไม่ได้นะ เพราะว่าการเรียนนั้นมันต้องใช้เงิน บางคนถึงขนาดไปกู้มาเรียนเพื่ออะไร เพื่อคิดว่าวันหนึ่งลูกหลานเมื่อจบแล้วจะได้มีงานทําจะได้พึ่งพาตัวเองได้ แล้วครอบครัว จะได้พึ่งได้ ปรากฏว่าอย่างไร เรียนมาแล้วปรากฏหนี้ก็บานเบอะ ปรากฏไม่มีงานทํา อีกต่างหาก ทําได้อย่างไร ท่านมีเปัาสิ วันนี้ใครบ้างที่ตกงานเกินกว่ากี่ป้เราต้องดูแลเขา เอาสักกี่ป้ เอาสักป้สองป้ไม่ควรเกินกว่า ๒ ป้ ควรจะหาให้คนเหล่านี้ได้มีโอกาสทํางาน ให้มีรายได้ให้เขาผ่อนคลาย การที่จะดูแลครอบครัวและดูแลตนเอง เสริมสร้างความรู้ ให้เขา การไปทํางานก็เปึนประสบการณ์ โดยลําพังการสอบอย่างเดียวบางคนอาจจะสอบ ไม่ได้ก็ได้ ผมเองโชคดีเรียนจบแล้วสอบติดเลยท่านประธานเปึนข้าราชการ คนเรา มันต่างกัน เพราะฉะนั้นเรียนต่อท่านประธานครับว่านั่นคือสิ่งที่เปึนอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคน จะสอบได้ยิ่งสมัยนี้ไม่แน่ใจเส้นเยอะหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจบางทีอย่าไปว่าลูกหลานเลย วิธีการอะไรนะท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชัยวัฒน์ครับ กรุณากระชับหน่อยครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ครับผม ท่านประธานวิธีการที่ผม จะนอกเรื่องไปนิดหนึ่ง ก็คือวิธีการที่จะไปเอาลูกหลานไปเรียนหนังสือใช้จับฉลาก ผมถาม เลิกได้หรือยัง เลิกได้หรือยังท่านประธาน เลิกได้หรือยัง อ้ายวิธีนี้เลิกได้หรือยัง เอาลูกหลานไปจับฉลากถามว่าลูกหลานตาสีตาสา ยายมียายมาจับได้อย่างไร จับไม่ได้ พอจับไม่ได้แล้วผลปรากฏว่าอย่างไรรอยด่างมันไปอยู่ที่ลูกหลาน พ่อแม่ก็อาจจะไม่รักลูก เกิดมาไม่มีบุญ ถ้าบุญดีวาสนาดีมันต้องจับได้ อย่างนี้หมดแล้วลูกหลานเสียคน ไปหมดแล้ว ทําได้อย่างไร ทําไม่ได้ เลิกเสีย เลิกเสีย เลิกเสีย รัฐมนตรีได้ยินหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมพูดมานานแล้วพอสมควรแล้ว ข้อสําคัญคือการฟุ๋นฟูพัฒนาแรงงาน อ้ายนี้ต้องทํา แล้วต้องต่อเนื่องด้วยข้อนี้ ข้อที่ ๓ นี้ต้องทําต่อเนื่อง ไม่ใช่วันนี้ประเทศไทยเศรษฐกิจดี วันนี้ไม่ดีนะท่านประธาน คือผมยกตัวอย่างว่า ถ้าวันนี้ประเทศไทยเศรษฐกิจดีแล้วเรา บอกว่าตรงนี้เราเลิกหรือเปล่า ไม่ทําหรือเปล่า ไม่ใช่ ต้องพัฒนาต่อไป พัฒนาฝ้มือแรงงาน ให้มันดีขึ้น ดีขึ้น ดีขึ้น เขาจะได้มีฐานะความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ใช่พอปัญหาเศรษฐกิจมีปุ็บ อ้าวทํา พอปัญหาเศรษฐกิจไม่มี เลิก อย่างนี้มันไม่ใช่นะครับท่านประธาน ผมว่าบ้านเรานี่ มันต้องแก้อีกเยอะครับท่านประธาน งบประมาณมันติดขัดด้วยอะไรท่านประธานมันถึง ออกมาอย่างนี้ มันปัญหานะท่านประธาน แทนที่งบของการท่องเที่ยวจะได้เยอะ ปรากฏได้น้อย ทั้ง ๆ ที่ ๑ ใน ๓ เรื่องเม็ดเงินมาจาก ท่องเที่ยว ปรากฏว่าท่องเที่ยวได้เม็ดเงินน้อย อย่างนี้มันไปไม่ได้ท่านประธาน ไปไม่ได้นะ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาหรือเงินมาจากการกู้ ถ้ากู้อย่างเดียวมันไปอยู่ไม่ได้ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

กรุณาสรุปได้แล้วครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นปัญหาที่แท้จริงของประเทศเราต้องรู้ที่ตั้งเสียก่อน ท่านประธาน สรุปก็คือต้องรู้เสียก่อนว่าตัวเองอยู่ตรงไหนอย่างไร แล้วจะแก้ไขโดยวิธีใด และจะต้องใช้เม็ดเงินมากน้อยขนาดไหนอย่างไร ไม่ใช่กู้อย่างเดียว จนกระทั่งผมได้ยิน พี่น้องประชาชนบอกว่ารัฐบาลนี้เข้ามาก็ตั้งหน้าตั้งตากู้อย่างเดียวเลย อดีตไม่เคยลืมเลือน ปัจจุบันก็ทําเหมือนเดิม อย่างนี้เสียหายนะท่านประธาน กราบขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านคมเดช เชิญครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานครับ ได้ทําการ แปรญัตติไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ในมาตรา ๔ จาก (๑) ค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือ การครองชีพของบุคลากรภาครัฐ (๒) ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน เพื่อสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจและสังคม ๖,๙๐๐ ล้านบาท (๓) เงินสํารองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาทเศษ ๆ ท่านประธานครับ ผมอยากชี้ให้เห็นตรงนี้ว่าการแก้ไขปัญหาตรงนี้ การจัดงบประมาณตรงนี้ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันเปึนการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ทั้งหมด ปลายเหตุเลยครับท่านครับ คนตกงานแล้วเอาไปฝ๊กงาน ทําไมไม่หยุดเรื่อง การตกงานไว้ ตกงานแล้วเอาไปฝ๊กงาน แล้วจะหางานให้เขาทําอย่างไร อันนี้ผมแนะนะครับ ท่าน การแก้ไขปัญหาแบบนี้จะทําให้ประเทศมีปัญหา การแก้ไขปัญหาประเทศ ถ้าแก้ไข ไม่เปึนมันจะเปึนการสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นมา โอกาสที่ประเทศจะล้มละลาย มี โดยเฉพาะ ด้านแรงงานที่ผมพูดไว้ในมาตรา ๓ ปัญหาจริง ๆ มันอยู่กับกลุ่มแรงงาน กลุ่มแรงงานมันจะ แยกออกเปึน ๔ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรงงานที่มีนายจ้าง ลูกจ้างเอกชน ๑๓ ล้านคน ประกันสังคม สปส. (สํานักงานประกันสังคม) ๙.๓ ล้านคน อาชีพอิสระ พวกแท็กซี่ ขายบริการประมาณ ๖-๘ ล้านคน เกษตรกรประมาณ ๑๓ ล้านคน ข้าราชการ ลูกจ้าง ภาครัฐประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ถ้าไม่มีพื้นฐาน ถ้าไม่วางยุทธศาสตร์ไว้ โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวมันจะเปึนไปไม่ได้ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้นมา การท่องเที่ยว ในต่างประเทศรองรับคนได้ประมาณ ๑๘ ล้านคน เงินหมุนเวียนประมาณ ๓-๕ แสนล้านบาท ท่านประธานครับ แปลง่าย ๆ การไปเที่ยวคือการใช้เงินอย่างเดียว มันไม่มีการลงทุน อะไรเลยอยู่ต่างประเทศพอเขาหยุดงาน เขาพักงาน เขาลาพักร้อน เขามาเที่ยวอย่างเดียว กลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว ๑. ธุรกิจโรงแรม รถมอเตอร์ไซค์ รถแท็กซี่ รถวิน รถสองแถว ธุรกิจเสริมสวย ร้านอาหาร ไกด์ ไปช็อปปุ่งศูนย์การค้า ตรงนี้มีแรงงานจาก พนักงานทั้งหมดครับ แล้วกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มแรงงานอิสระทั้งหมดเลย ถ้าท่านไม่กระตุ้น เศรษฐกิจในการท่องเที่ยวคนประมาณ ๖-๘ ล้านคน ผมตีให้เลยว่ามันจะชะลอหรือ แรงงานจะลดถอยไปประมาณครึ่งหนึ่ง ตีประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คนในกลุ่ม ๆ นี้ แต่มัน หาตัวเลขยาก ขับรถตุ๊กตุ๊ก อิสระแท็กซี่อย่างนี้ แต่ท่านครับ แนวทางการวางแนวนโยบายในการท่องเที่ยวนี่ท่านจัดงบไว้ ๕๕๐ ล้านบาท ๕๕๐ ล้านบาทมันจะไปดึงเงินหมุนเวียนได้อย่างไร ๓-๕ แสนล้านบาท รัฐบาลชุดเดิม วางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไว้ มันมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น วางยุทธศาสตร์ไว้ว่า ไทยเที่ยวไทย ไทยเที่ยวไทย ๘,๐๐๐ ตําบล ตําบลหนึ่ง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตําบลหนึ่งถ้าเราดึงคนไปเที่ยวเอากลุ่มที่มีเงินเดือน อบต. พนักงาน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตําบลละ ๕๐ คน แปดห้าสี่สิบ ๔๐๐,๐๐๐ คน มันจะช่วยพยุงเศรษฐกิจ เงิน จีดีพี จะ กระจายออกไปในประเทศเฉย ๆ ครับตรงนี้ เพราะฉะนั้นมาตรการต่าง ๆ ที่จะใช้เงินให้มี ประโยชน์นี่มันมีอีกมาก แล้วมันเปึนการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุของมัน ตรงนี้มันเปึนปลายเหตุ ทั้งนั้นครับ ความเชื่อมั่นจุดหนึ่งก็คือ อย่างงบป้ ๒๕๕๒ นี่ ท่านลองไปแตะงบทหารสิ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท วันดีคืนดีทหารออกมา ๓ เหล่าทัพ ให้รัฐบาลลาออก มันมีที่ไหนครับ ในระบอบประชาธิปไตย มานั่งเรียงกัน ๓ เหล่าทัพ ประกาศช่อง ๓ ลาออก รัฐบาล ต้องลาออกอย่างเดียว ความเชื่อมั่นมันมาจากไหนไม่มี ท่านมองข้ามจุดนี้ไม่ได้ ความเชื่อมั่นตรงนี้ต้องเกิด วิธีการหลากหลายที่จะดึงความเชื่อมั่นเข้ามา ทูตพาณิชย์ อย่างนี้ท่านก็ตั้งได้ ร้อยกว่าประเทศต้องตั้งทูตพาณิชย์ขึ้นมา ไปขายสินค้าส่งออก นําเข้า ภาคเกษตร อย่างนี้มันไม่ได้ใช้เงินมากมายอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมอยากชี้ให้เห็นว่า มาตรการต่าง ๆ ของท่านนี่ ในความคิดของผมเอง แล้วก็เปึนความคิดที่มีโอกาสคุย กับพรรคพวกเพื่อนฝูงอยู่ในระบบธนาคาร เขาพูดเปึนเสียงเดียวกันเลยครับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกระดูกยังไม่ถึง กระดูกไม่ถึงครับ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นี่ถ้าพังมันพังทั้งระบบ แล้วมันแก้ยาก ผมบอกว่ามันจะลามไปถึงปัญหาหนี้สิน เพราะว่า คนแต่ละคน วัฒนธรรมประเพณีของไทยมันมีแนวหนึ่งครับท่านครับ ชอบสินค้าเงินผ่อน รถมอเตอร์ไซค์นี่มีไฟแนนช์ แท็กซี่มีบริษัททรัสต์ ตู้เย็น วิทยุ โทรทัศน์ ซิงเกอร์ มันจะ ออกไปแนวนี้ ภาคเกษตร ๑๓ ล้านคน หนี้ ธ.ก.ส. หนี้สหกรณ์ หนี้นอกระบบ ไตรมาสแรก โดยเฉพาะเดือนมีนาคม ท่านประธานครับ ธนาคารเขาจะเร่งรัดหนี้สิน ช่วงเดือนมีนาคม เดือนมิถุนายน เดือนกันยายน และเดือนธันวาคม เดือนหน้าถึงแล้ว และวิธีการเร่งรัด หนี้สินต้องใช้เงินคืนทั้งต้นทั้งดอกทั้งหมด เงินไม่มีต้องไปกู้มา ธ.ก.ส. ก็จับโยงกันเปึน ลูกโซ่ ใช้ต้องใช้ทั้งหมดกลุ่มละ ๘ คน ๑๐ คน ๑๕ คน ไปตายเงินนอกระบบอีก เพราะฉะนั้นในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ครับ ผมคิดว่าท่านต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่ ทั้งหมดเลย ต้องปฏิรูปการแก้ไขปัญหาตรงนี้ แล้วโดยเฉพาะการขึ้นน้ํามัน ๕ บาท ผมตีง่าย ๆ ว่าเงิน ๒,๐๐๐ บาท จ่ายครั้งเดียวตกวันหนึ่งประมาณ ๕ บาท ๕๐ สตางค์ ถ้าท่านบวกภาษีน้ํามันเข้าไป วันหนึ่งตี คนหนึ่งใช้ลิตรเดียว ภาษีขึ้น ๕ บาท ภาษีเก่า ตีว่า ๕ บาท ถึง ๖ บาท แล้วคนที่ไม่ได้เงิน ๒,๐๐๐ บาทท่านครับ มันก็กลายเปึน การไปขูดรีด ขูดรีดคนที่ไม่ได้เงิน ๒,๐๐๐ บาทจากภาษีน้ํามัน แล้วก็เอาไปให้กลุ่มคนที่มีเงินเดือน ซึ่งกําลังซื้อมันเท่าเดิม กําลังซื้อมันเท่าเดิมนะครับ เขามีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทลงมา มันเท่าเก่าเลย แล้วคนที่ไม่ได้ภาคเกษตรลูกหลาน เขาไปโรงเรียน มันก็เหมือนกับไปรีดภาษีแล้วก็มาจ่ายอีกจุด ๆ หนึ่ง มันทั้งกู้ ทั้งรีดภาษี แล้วจะมีสินค้าตัวอื่นตามขึ้นมาอีก จากภาวะน้ํามันแพง อันนี้มันเปึนมาตรการที่ผิดพลาด ที่สุดครับ ผมอยากทราบว่าเงินคงคลังเหลืออยู่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายเงินเดือน ข้าราชการได้เดือนเดียว ท่านมีความคิดอย่างไร จะหาเงินตรงไหนมาเปึนเงินสํารอง คงคลังให้มากที่สุด ทําอย่างไรถึงจะเปึนแสนล้าน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านหรือกู้มา มันไม่ใช่เปึน วิธีการที่ถูกต้องนะครับ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ กู้เอามาใส่เงินคงคลัง น่าหนักใจ นะครับท่านครับ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายได้เดือนเดียว ข้าราชการเขามีความคาดหวังว่า การเข้ามาอยู่ชีวิตราชการเขานี่ ประเด็นแรกของเขาก็คือต้องการความมั่นคงในชีวิต อาจจะน้อยนิดและก็ค่อยขยับ ๆ ขึ้นไป แต่เงินหลวงมันตกน้ําไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้แกว่งครับ แกว่ง ความมั่นใจไม่ค่อยมี เงิน ๒,๐๐๐ บาท มันประทัง ชีวิตไปได้ ผมว่าประมาณ ๑ อาทิตย์ ทานอาหารคาบหนึ่ง ๑๐๐ บาทหมดแล้ว ครอบครัวหนึ่ง สัก ๓ คน วันหนึ่ง ๓๐๐ บาทหมดแล้วครับ สามเจ็ดยี่สิบเอ็ด อาทิตย์เดียว ๒ อาทิตย์ แล้วจ่ายครั้งเดียว แล้วไปขูดรีดภาษีน้ํามันแล้วมาจ่ายมันจะได้ประโยชน์อะไรตรงนี้ มันเปึน การเพิ่มภาระให้เขาอยู่ได้อาทิตย์หนึ่ง ป้หนึ่งมี ๓๖๕ วัน อยู่ได้ ๗ วัน เงิน ๒,๐๐๐ บาท แล้วคนกลุ่มนี้ครับท่านครับ สถาบันการเงินมันเปึนเปัาหมายของเขา เอทีเอ็ม (ATM) มีทุกคนใช้เงินล่วงหน้าทั้งหมด ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อโทรทัศน์ ตู้เย็น ทีวี เงินผ่อนหมด ผมบอกว่าเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าที่ควร เปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจที่สั้นที่สุด แล้วได้ประโยชน์น้อยที่สุด ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านลองคิดดูสิที่ผม ชี้ให้ท่านเห็นว่าถ้าเราวางแนวทางการท่องเที่ยว ๘,๐๐๐ หมู่บ้าน ตําบลละ ๕๐ คน แปดห้าสี่สิบคน ๔ แสนคน ไปกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ ไทยเที่ยวไทย เที่ยวกันไป เที่ยวกันมาเงินหมุนเวียนตั้งแต่ร้านอาหารอะไรต่าง ๆ หมุนเวียนขึ้นไป ใช้เงินเท่าไร ๔,๐๐๐ บาทนิดเดียวครับ คุณค่ามันมหาศาล คุณค่าในการบริหารประเทศ เพราะว่า แนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจถ้ามันเด้งขึ้นมา ๔ เด้งพอแล้ว ๔-๗ พอแล้ว อันนี้ ๒,๐๐๐ บาท เด้งอาทิตย์เดียว นี่คือแนวทางต่าง ๆ ที่ผมจําเปึนจะต้องพูด เพราะว่าประเทศไทยมันไม่ใช่ ของใครคนไหนคนเดียว ถ้ามันพังแล้วมันพังด้วยกัน เราจะเห็นว่าปัญหาป้ ๒๕๔๐ ตอนมันพังมันพังยาว ๓ ป้ ๕ ป้ ยังไม่ขยับเขยื้อน แล้วประเทศไทยเปึนประเทศที่มีกลุ่ม ศรีธนญชัยมากที่สุด เปึนวัฒนธรรมประเพณีส่วนหนึ่ง ผมบอกเลยว่ามันจะต้องมีคนล้ม บนฟูก ถ้าท่านแก้ไขปัญหาไม่ดีพวกล้มบนฟูกรวยอีก แต่รัฐบาลกับชาวบ้านตาย โอกาส ก็ไม่มีชาวบ้าน นี่คือสภาพสถานการณ์ที่ผมจะต้องวิพากษ์วิจารณ์ไปครับ ตามมาตรา ต่าง ๆ แล้วก็ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดของรัฐบาล ท่านจะแก้หรือไม่แก้เปึนสิทธิเปึนอํานาจ ของท่าน ผมในฐานะฝ์ายค้านจําเปึนต้องนําเสนอในสิ่งที่ดีที่สุด โดยเฉพาะการเปึน ตัวแทนของพี่น้องประชาชนในประเทศ กราบขอบพระคุณครับท่าน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพงศ์พันธ์ สุนทรชัย เชิญครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย เขต ๑ เท่าที่ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในมาตรา ๔ ของงบประมาณเพิ่มเติมกลางป้ ๒๕๕๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมค่อนข้างจะไม่มั่นใจว่า รัฐบาลชุดนี้ได้กระตุ้น เศรษฐกิจจริงหรือไม่

ประเด็นที่ ๒ งบกลางป้นี่จะขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะมาตรา ๔ (๑) (๒) ท่านประธานที่เคารพครับ เท่าที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ผมขออนุญาตย้ํานิดหนึ่งว่า มาตรา ๑๖๗ วรรคสอง มีความสําคัญมาก เกรงว่าเมื่อผ่านงบประมาณนี้ไปแล้ว จะทําให้มีการตีความรัฐธรรมนูญมาตรานี้ วรรคสองหรือไม่ ท่านประธานจะต้องให้ คณะกรรมาธิการตอบในประเด็นนี้ด้วย ถ้าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ถ้ามั่นใจว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณกลางป้ที่จัดเข้ามาจํานวนถึง ๑๓,๖๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ๑๓,๖๔๒ ล้านบาทเศษ ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณฉบับที่เข้ามานี้นะครับ ได้สร้างความไม่เปึนธรรมเปึนอย่างมาก และสร้างความแตกแยกในสังคมเปึนอย่างมาก เช่นกัน ผมขออนุญาตที่จะขยายความนี้สักเล็กน้อย เพื่อให้เกิดความชัดเจน งบประมาณ ฉบับนี้ใน (๑) บอกว่า จะเปึนงบช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐ มีหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้ว แต่ละกลุ่มเปัาหมายที่เปึนพนักงานของรัฐได้รับอานิสงส์ในเรื่องของ การจัดสรรงบประมาณคนละ ๒,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลไม่มีเงินแล้ว แต่ใจปุิา ไปกู้มา เพื่อเอามาให้กับบุคลากรภาครัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขยายความ ภาครัฐนั้น กว้างมาก บุคลากรที่อยู่ในภาครัฐนั้นมีหลายกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้รับประโยชน์จาก งบประมาณนี้เลย หลายท่านยกตัวอย่างไปแล้ว นี่นั่งอยู่เสื้อแดง นั่งอยู่แถว ๆ นี้แหละครับ พี่น้องของผมนั่งอยู่นี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐสภาไม่ได้รับประโยชน์เลย พี่น้องประชาชน ที่เปึนชาวไร่ ชาวนา คนยากจนที่ไม่มีเงินเดือนไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม ไม่ได้รับ ประโยชน์เลย ซึ่งเปึนกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศด้วยซ้ําไป นี่คือความไม่เปึนธรรม และในส่วนที่บอกว่าไม่สร้างความแตกแยก เมื่อสักครู่ก็มีหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า สร้างความแตกแยกในสังคม เพราะคนที่ได้รับก็ดีใจ คนที่ไม่ได้รับก็เสียใจ เกิดการ เปรียบเทียบ คนของใคร ทําไมได้รับ นี่คือปัญหา นี่เฉพาะเงิน ๒,๐๐๐ บาทนะครับ ในส่วนอื่น ๆ โดยเฉพาะ (๒) ที่บอกว่าเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน เอาเงินไปจัดให้กับเปึนเงินเดือนสําหรับ การมาเข้าคอร์ส (Course) ในการอบรมเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ๕ เดือน ใครจะได้รับตัวนี้ ท่านเขียนเอาไว้บอกว่าเปึนนักศึกษา เปึนผู้ว่างงาน นักศึกษาที่ไหน อยู่จังหวัดอะไร อยู่มหาวิทยาลัยอะไร ตรงนี้ไม่ชัดเจนสร้างความแตกแยกแน่นอน ถ้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ เพราะนักเรียนที่จบมาเปึนหลายแสนคนที่จะจบในอีกไม่กี่เดือน ข้างหน้านี้ เพราะฉะนั้นงบประมาณฉบับนี้บอกว่าจะเปึนงบประมาณที่กระตุ้นเศรษฐกิจ จริงหรือไม่ ผมไม่มั่นใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ใน (๓) บอกว่างบฉุกเฉินที่รัฐสามารถ ที่จะนําไปแก้ปัญหากรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน นี่สําคัญมาก ท่านตั้งงบเอาไว้ ๔,๐๙๐ ล้านบาท งบตรงนี้แหละจะเปึนงบที่ทําให้เกิดครหา ผมไม่มั่นใจ ผมติงด้วยความเปึนห่วง เพราะที่ผ่านมามันจะมีงบส่วนหนึ่งที่จัดลงไปให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนงบฉุกเฉิน ในการใช้ในภาวะที่เกิดภาวะภัยแล้ง ภาวะน้ําท่วม หรือภัยหนาว ไปจัดแก้ปัญหา ในส่วนนี้เปึนกรณีอื้อฉาวมามากแล้ว เพราะฉะนั้นในกรณีที่จัดงบในส่วนนี้ ก็ขอพิจารณา ว่าอยากจะให้ในการกํากับดูแลนะครับ เพื่อให้เกิดความเปึนธรรมในการแก้ภัยแล้ง เมื่อเช้านี้ท่านประธานที่เคารพ ผมก็ไม่มั่นใจว่ามี ส.ส. ท่านหนึ่งจากซีกรัฐบาลได้ให้ สัมภาษณ์ในรายการวิทยุรัฐสภา บอกว่ามีงบประมาณที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของแหล่งน้ํา จํานวน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็มาเป่ดดูในหลายรายการในงบประมาณกลางป้ก็มันมี อยู่แค่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วไปดูในงบปกติก็ไม่มีในส่วนนี้ ไม่ทราบว่าจะเตรียมกู้อีก หรือกระไร ในส่วนของงบประมาณ ๓ แสนล้านบาทจะเอามาจากไหน แต่ถ้าเปึนเรื่องที่ใน ภาวะที่จะสามารถใช้เงินที่มีอยู่ในกระเปิา มีเงินอยู่ในประเทศในภาวะบ้านเมืองปกติ เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะนํางบประมาณเหล่านี้มาแก้ปัญหาในเรื่องน้ําโดยเฉพาะภาคอีสาน เพราะฉะนั้นงบในส่วนงบที่เปึนงบกลาง ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ที่ผมได้แปรญัตติขอตัด ลดในส่วนของ ๕ เปอร์เซ็นต์นั้น จริง ๆ แล้วนี่ไม่ใช่เปึนเรื่องสาระสําคัญ แต่สาระสําคัญ ก็คือว่าต้องการที่จะนําเรียนอภิปรายเปึนข้อสังเกตให้กับสภาแห่งนี้ได้ทราบถึง ความสําคัญของการตั้งงบกลางที่หมิ่นเหม่ต่อการขัดรัฐธรรมนูญ แล้วก็การใช้ งบประมาณอย่างรอบคอบ ไม่อย่างนั้นก็จะทําให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ เท่าที่ควรจากเงินที่ร่วมกันเปึนหนี้เพราะทุกคนในที่นี่หลังจากวันนี้เปึนต้นไปก็จะเริ่มกัน เปึนหนี้ เพราะเราไปกู้เงินมาแล้วมาจัดการในเรื่องของการแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ก็ฝากในเรื่องนี้ไว้เปึนข้อสังเกตกับคณะกรรมาธิการ นะครับ แล้วก็กรุณาให้ความชัดเจนว่างบประมาณกลางนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สลับบ้างนะครับ เพื่อแผ่นดินบ้าง เชิญท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ครับ

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน สัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ผมจะขออนุญาตท่านประธานว่า ผมแปรญัตติไว้นี่ ในมาตรา ๔ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ แล้วก็มาตรา ๑๕ ผมพูดทีเดียวจบ แล้วท่านลบผมจากสารบบในการแปรญัตติทั้งหมดเลยนะครับ ผมพูดไม่นานหรอกครับ ก็คือว่าจากที่ได้ฟังท่านสมาชิกทุกคนได้พูดมาเปึนห่วงเปึนใยถึงการจัดงบประมาณ ของรัฐบาล ผมคนหนึ่งนะครับเคยศรัทธาคณะกรรมาธิการ ไม่ว่าท่านอาจารย์ผม ผมไม่เอ่ยชื่อเดี๋ยวพาดพิงนะครับ แล้วก็ท่านประธาน ผมศรัทธาว่าท่านคงมีประสบการณ์ คงมีวิธีการจัดการ ผมเพิ่งรู้ว่าบางครั้งถ้าเราอยู่ใต้กระแสของอิทธิพลของนโยบายของพรรค หรือของการจัดการ จะทําให้เราต้องใช้องค์ความรู้ของเรามาอธิบายสิ่งที่ไม่ยอมอธิบายได้ ผมเชื่อด้วยจิตสํานึกของคนที่จบเศรษฐศาสตร์ ด้วยจิตสํานึกของคนที่ผ่านโลกมามากนี่ ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไรหรอกในการที่จะจัดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ แต่ผม ยอมรับผมได้พยายามไต่ถามคุยกับท่านว่า เหตุผลอะไรจึงจัดงบประมาณแบบนี้ ทุกคน พยายามอธิบาย แต่ผมมองลึก ๆ ทางใจแล้วว่า จริง ๆ แล้วอธิบายตามหน้าที่ว่าสิ่งเหล่านี้ มันจะต้องทําเพื่อจะกระตุ้นเงินให้ถึงประชาชน เสร็จแล้วจะได้มีการจ้างงาน นี่คือสูตร ทั่วไป แต่ผมจะเรียนให้ท่านเห็นเลยครับว่า รัฐบาลนี่ต้องการจะฉีดเงินไปถึงประชาชนให้ มากที่สุด เร็วที่สุด เพื่อจะให้สร้างกระแสเงิน ผมขอกราบเรียนท่านเลยครับว่า

ประการแรก คือว่าสมมุติฐานของการจัดงบประมาณท่านนี่ ท่านมี สมมุติฐานว่า จีดีพี ของประเทศจะโตขึ้นประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ เมื่อตั้งข้อสมมุติฐาน ที่ผิดอย่างนี้แล้ว จะส่งผลกระทบมากเลย เพราะอะไร ผมเชื่อเลยนะครับว่า จีดีพี ของ ประเทศป้หน้านี่นะครับ จะลดลงประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านจําไว้เลย ทุกท่านคงตามข่าว ต่างประเทศ ไม่ว่ายุโรป ไม่ว่าเอเชีย ไม่ว่าอเมริกาลดลงหมด ในเมื่อกลุ่มใหญ่ ๆ แล้วประเทศเราส่งออกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในเมื่อลูกค้านี่รับออเดอร์ (Order) ลดลง ท่านคิดดูนะครับ เมื่อ จีดีพี ของประเทศนี่จะลงถึง ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ จีดีพี ของเราประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาทนี่ เงินจะหายประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท จาก สารบบเลยนะครับ เมื่อหายไปอย่างนี้คนจะตกงานขนาดไหน ภาษีที่ท่านได้ กรมศุลกากร เมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีออกมาแล้ว กรมศุลกากรเริ่มเก็บภาษีได้น้อยลง มันจะน้อยลง ทั้งระบบ ไม่ว่านิติบุคคล ไม่ว่าบุคคล แล้วผมเลยมองว่าเพดานที่ท่านคิดว่าสิทธิที่ท่านกู้ได้ เท่านี้เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี ท่านคิดจาก ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดจาก ๗,๐๐๐,๐๐๐ หรือ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมันจะเกิดปัญหาทางกฎหมายด้วย อันนี้ความรู้สึกผมนี่ ผมคิดรัฐบาลสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ท่านเข้ามากู้ในยามวิกฤติที่ประเทศเปึนแบบนี้ ท่านทําอย่างไรครับ ท่านลด สั่งให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ลดงบประมาณปกติถึง ๑๐ หรือ ๘ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ทราบตอนนั้นนะครับ นั่นแหละครับคือวิธีการที่ถูกว่าเรา จะต้องกลับมาดูประเทศเราใหม่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือลัทธิทุนนิยมนั้นน่าจะมีปัญหา จากสังคมโลกแล้วล่ะ เราต้องน้อมกลับมาสู่เศรษฐกิจพอเพียง เราอย่าไปตามกระแสครับ จะดัมพ์ให้เกิดมันเปึนไปไม่ได้แล้ว ในสังคมโลกครั้งนี้ ท่านต้องยอมรับเลยว่า เดี๋ยวนี้เขา เรียก แครช ออฟ แคพป่ตอล (Crash of capital) ก็คือว่า การล่มสลายของทุนนิยม เดี๋ยวนี้ทุกประเทศเริ่มกลับมาสู่ใหม่แล้วเราจะกลับประเทศสู่อย่างไร เพราะการที่เปึน ทุนนิยมที่จะผลักดันให้มีการผลิตอย่างโตขึ้นและมีกระแสการเงินจัดการอย่างนั้นมัน ล้มเหลวแล้ว พอร์ต (Port) ของโลกกําลังปรับใหม่ ทําไมเราไม่รีบปรับเสียก่อนหน้าเขา เรา มีเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง บอกบริษัทประเทศไทยเลย บอกรัฐบาลประเทศไทยเลย บอกคน ในสังคมไทยเลยว่า เราจะต้องลําบากพร้อมกันแล้วนะ อีกไม่กี่ป้ข้างหน้านี้ เพราะโลก เปลี่ยนไปแล้ว ใครที่เคยมีเงินเดือน ใครที่เคยใช้ชีวิตที่ฟุ์มเฟ๋อยหรูหรากลับลงมาเสีย สิ่งเหล่านี้ครับ ท่านต้องเตือนประชาชน และในฐานะผู้นําว่าอนาคตกําลังจะเกิดขึ้น สิ่งใด ผมไม่ใช่ว่าแค่ป้เดียว ๒-๓ ป้ โลกนี้ก็ยังไม่กระตุ้นเงยหัวขึ้น ความเปึนผู้นําของประเทศ ถ้าท่านจําได้นะครับ วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Winston Churchill : อดีตนายกรัฐมนตรี แห่งสหราชอาณจักร) ได้กู้ประเทศอังกฤษสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ อังกฤษถูกเยอรมัน ยึดครองถล่มทั้งเกาะ ขนาดที่คนอังกฤษถึงมีความฮึกเหิมว่าตนเองเปึนเอมเพอเรอร์ (Emperor) เปึนผู้ที่จักรพรรดินิยมของโลก คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องถูกโจมตี ที่ลอนดอนอย่างมากมายมหาศาล ขวัญกําลังใจหมดแล้วความฮึกเหิมว่าตนเองจะต้อง ตกเปึนประเทศราชหรือไม่ วินสตัน เชอร์ชิลล์ ได้พูดกับคนในอังกฤษขณะที่กําลังหมด กําลังใจว่าแม้เยอรมันจะมาบุกที่เกาะอังกฤษ แต่เยอรมันจะพบการต่อสู้ของคนอังกฤษ บนถนน บนตึก บนฟุตบาท (Footpath) คนเยอรมันจะพบกับความท้าทายอย่างยิ่งใหญ่ ที่คนอังกฤษจะต้องต่อสู้ถ้าผู้นํามีความฮึกเหิมทําให้ผู้ตามมีความรู้สึกเลยครับ จนกระทั่ง อังกฤษสามารถกู้เกาะอังกฤษมาได้ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ หรือคณะ รัฐบาลชุดนี้ยอมรับความจริงว่าโลกกําลังล้มสลายด้วยสังคมทุนนิยม อย่าไปตามเขาครับ กลับมาน้อมนําเศรษฐกิจพอเพียง แล้วก็มาปรับพอร์ตของประเทศใหม่ว่าเราจะเดิน อย่างไร แม้ จีดีพี จะลง ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็บอกบริษัทเลย ณ วันนี้ไม่ใช่เหมือน โอกาสนั้นแล้ว เขาเตรียมปรับพอร์ตใหม่แล้ว เรามาพูดกันที่ความจริง เราจะไม่ได้หลอก คนไทยนะครับ ราคายางตกแล้ว ทุกอย่างหมดลงแล้ว ใครก็ตามที่กําลังทะยานแม้อเมริกา เดี๋ยวท่านดูเครื่องบินกําลังจะลง แต่ไปเร่งเครื่องมันมีแต่จะมีปัญหา นี่คือสิ่งที่ผมกําลัง บอกท่านว่า มองคอนเซ็พท์ (Concept : ความคิด) โลกให้ชัด แล้วเราเปึนองค์ธุลีหนึ่งใน โลกเท่านั้น ท่านไม่สามารถที่จะงัดสิ่งเหล่านี้ได้แน่นอน นี่ประเด็นแรก

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อท่านตั้งสมมุติฐานผิด เสร็จแล้วผมเชื่อว่า รายละเอียดที่สมาชิกพูดเปึนข้อเท็จจริง แล้วรัฐบาลก็พยายามจะกระตุ้น เมื่อผมบอกว่า จีดีพี มันหายไปเงินจะหายไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาทนี่ ท่านใช้เงินแค่แสนกว่าล้านบาท ไม่มีนัยสําคัญทางเศรษฐกิจเลยในการที่จะกระตุ้น ผมเชื่อเงินทั้งก้อนก็ไม่มีนัยสําคัญ แล้วมาดูที่สาระของการกระตุ้นนะครับ กระทรวงที่ท่านต้องกระตุ้นมาก ๆ คือกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ กลับได้น้อยมาก น้อยจนไม่น่าเชื่อ จริง ๆ ผมก็ไม่อยากให้มากกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะเราได้รัฐมนตรี พรรคผมเองที่ไร้คุณภาพมากที่สุด ท่านไปดูนะครับ ไปพูดกับประชุมอะไรล่ะเขาเรียกว่า อุตสาหกรรมจังหวัด หรือไปประชุมเรื่องต่าง ๆ ผมมีความรู้สึก ผมบอกพรรคประชาธิปัตย์ เถอะครับ ท่านเปึนผู้นําแล้วไม่ต้องไปกลัวใคร อะไรก็ตามในกระทรวงต่าง ๆ ที่สําคัญ เอาไว้เลย แล้วทําให้ขับเคลื่อน ให้โลกเห็นว่าประชาธิปัตย์สามารถรัน (Run) ประเทศนี้ได้ อย่าไปเกรงใจ ท่านมีสิทธิที่จะทําครั้งเดียว ถ้าท่านหมดแล้วคือหมดไม่มีโอกาสอีกแล้ว เพราะฉะนั้นผมฝากท่านครับว่า ณ วันนี้ใหม่ ๆ ท่านอาจจะตามใจเขา แต่ ณ วันนี้ ท่านต้องทําแล้วครับ นี่คือสิ่งที่ท่านทํา เสร็จแล้วท่านก็เอาลงไปกระทรวงสังคม เมื่อลง กระทรวงสังคมแล้วอะไรเกิดขึ้น ไม่เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจเลย เพราะว่าเปึนการที่จะ เยียวยาเหมือนกับให้สังคมสงเคราะห์ สิ่งเหล่านี้นะครับไม่สามารถผลักดันกระตุ้น เศรษฐกิจได้เลย และผมก็เห็นใจยิ่งกระทรวงศึกษา (กระทรวงศึกษาธิการ) นะครับ ลงไป เปึนหมื่นล้านบาท ผมจะไม่พูดเรื่องอะไรต่าง ๆ แต่ผมจะพูดว่าผมเห็นใจประชาธิปัตย์ เมื่อท่านไปเปึนรัฐบาลแล้ว คนก็ทวงถามนโยบายว่าไหนบอกว่าจะเรียนฟรี ๑๕ ป้ ใน ๙๙ วันที่ท่านได้พอท่านเปึนรัฐบาลแล้วเปึนอย่างไร ท่านเลยเอางบนี้มาสนองนโยบายเก่า ของประชาธิปัตย์ ซึ่งนโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เปึนนโยบายที่รักษา สังคมให้เห็นว่า เมื่อประชาธิปัตย์ขึ้นมาแล้วทําได้ นโยบายสําคัญอันนี้ถือว่าไม่ว่ากัน นะครับ เพราะว่าจําเปึนต้องทํา ไม่อย่างนั้นจะเสียสัจจะนะครับ ถ้ามาวิเคราะห์ ทั้งหมดแล้วนะครับท่านครับ มันเปึนสิ่งสําคัญมากที่เราจะต้องพิจารณาดูว่าไม่ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสิ่งแวดล้อม (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม) กระทรวงต่าง ๆ ผมไม่เข้าใจว่าท่านให้ไปทําไมตั้งเยอะแยะ แม้กระทรวงวัฒนธรรม มันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลย มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ให้ไป เหมือนกับเปึนการโยนก้อนหินไปในมหาสมุทรนะครับ ไม่ทําให้มหาสมุทรกระเพื่อมหรอก อย่างมากก็นิดเดียว แต่ผมก็เห็นใจท่านสมาชิก ทีนี้ผมก็เลยขอกราบเรียนท่านว่าลองท่าน สิครับ ท่านยังนั่นได้ ผมขอตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ที่กรมต่าง ๆ นี่เพราะอะไรครับ สมัย ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ขออนุญาตที่จะอ้างท่าน ท่านอาจารย์ผมก็เปึน โฆษกตอนนั้นนะครับ ท่านทําโครงการ กสช. (โครงการสร้างงานในชนบท) ผมเปึน ปลัดอําเภอ สมัยหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช โครงการ ๒,๕๐๐ ล้านบาท เห็นไหมครับ กระแสคนยังจําพรรคกิจสังคมของหัวหน้าผมจนถึงวันนี้ว่า โครงการเรียนฟรี โครงการต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่คนจารึกแม้ ๒๐ ป้ ท่านทําไมไม่เอาเงินตั้ง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ไปแจกคน ๒,๐๐๐ บาท ผมไม่เชื่อหรอกครับคนที่เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท หรือเงินเดือน ๑๔,๐๐๐ บาท พอได้เพิ่มอีก ๒,๐๐๐ บาท เขาจะเอาไปใช้ ไม่มีหรอกครับ เขาก็จะเอาไป เก็บในพอร์ต ๑๔,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ เขา แล้วก็ใช้ตามปกติทั้งเดือน แต่ถ้าท่านเอาเงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ มาจ้างงาน แล้วก็สร้างกระแส ผมว่าเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้อีก เพราะคนจะจําตลอดชีวิตว่า ถนนนี้ ถนนคึกฤทธิ์ บ่อคึกฤทธิ์ ท่านจําได้ไหมครับสมัยนั้น เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านแทนที่จะให้เงิน ให้ปลาคน ต้องให้เบ็ด ให้เหยื่อ แล้วก็ให้เขาสร้างอาชีพ แล้วสิ่งที่ท่านคิดง่าย ๆ ก็คือว่าไปให้คน ในสวัสดิการสังคม ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็จ่ายอย่างนั้น มันเปึนมิติที่ง่ายไปครับท่านครับ มันง่าย พอมันง่ายเสร็จแล้วทําอย่างไรล่ะ ก็ต้องทําอย่างนั้นน่ะ แต่ผมเสียดายเงินจํานวน มหาศาลท่านครับ สมมุติคนตกงานที่จะเกิดขึ้นซีเกท (Seagate : ชื่อบริษัทผลิตชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์) ทุกคนและครับกําลังจะป่ดอีกประมาณ ๔–๕ เดือนข้างหน้า จะมีคนตกงาน ผมว่าจะถึงล้านคน ผมเชื่อว่ากระทรวงแรงงานรู้ดีและทุกคนก็รู้ดี ซึ่งพวกเราเจ็บปวด ท่านลองสิครับ เอาเงินในนี้คนตกงานนี่คือเขามีประสบการณ์นะครับ บางคนเปึน ไวท์ คอลลา (White collar) เปึนวิศวกร เปึนซอฟท์แวร์เฮาส์ (Software house) เยอะแยะ ลองท่านตั้งว่าทุกคนสามารถจะกู้ได้คนละประมาณ ๒-๕ แสนบาท รวมกันได้อะไรได้ คนกลุ่มนี้และครับ ไวท์ คอลลา ที่ตกงานจะรู้แล้วว่าค่าตัวของตัวเองมี ไม่ต้องค้ําประกัน รัฐบาลค้ําประกันให้ กองทุนนี้ก็ยังอยู่ เขาก็จะไปรวมกันตั้งบริษัทสร้าง อองเทอร์มิเนอร์ ใหม่ ๆ ขึ้นมา แล้วก็จะจ้างชั้นระดับพาณิชยการระดับล่างขึ้นมา คืออย่างนี้มันจะสร้าง กระแส นี่กรณีชนชั้นกลาง กรณีชนชั้นล่างท่านก็ลองให้เขาสร้างงาน มันจะเกิดมิติ การจ้างงาน การกินกันทุกวัน ค่าแรงได้วันละ ๒๐๐ บาท สิ่งเหล่านี้ครับคือการกระตุ้น แต่พอท่านให้ง่าย ๆ เพื่อจะมีหลักการให้กับสวัสดิการสังคม ให้กับข้าราชการซึ่งเขามี เงินเดือนอยู่แล้ว มีสวัสดิการอยู่แล้ว คนที่เปึนโจรปล้น สมัยผมเปึนปลัดอําเภอเขาจะมี โครงการเขาเรียกว่า โครงการแก้ไขปัญหาโจรฤดูแล้ง ก็คือการจ้างงาน เพื่อไม่ให้คน ในชนบทเข้ามาในเมือง ปัญหาประเทศคืออยู่กับชนชั้นนี้ครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมเสียดาย เงินเปึนแสนล้านบาทที่ท่านเอาลงไปนี่ครับ แต่ไม่เปึนไรเมื่อท่านลงไปแล้ว แล้วก็คิดว่า คงตัดไม่ได้แล้วละ ไม่อย่างนั้นจะเสียรัฐบาลหมด แต่อย่างไรก็ตามนะครับ เห็นแก่ อาจารย์ผม อย่างไรผมก็หนุน วันนี้ผมก็กดมาให้ตลอด แต่ว่าผมอยากฝากท่านว่าเรื่องนี้ เรื่องสําคัญ และขอถามนะครับเปึนประเด็นที่จะต้องดําเนินการคือว่า

ประเด็นที่ ๑ การใช้กระตุ้นที่ผิดที่ อย่างที่ผมได้กราบเรียนมาแล้วนะครับ แทนที่จะไปกระตุ้นที่รากหญ้า แต่ไปกระตุ้นที่ชนชั้นกลางที่เปึนข้าราชการ ที่เปึนคนที่อยู่ ในสวัสดิการสังคม ๘,๐๐๐,๐๐๐ คนนี่ ผมคิดว่ากระตุ้นผิดที่ แล้วท่านจะทําอย่างไร ทําไม คนเดือดร้อนจึงไม่กระตุ้น ประเด็นแรกนะครับที่ต้องตั้งคําถาม

ประเด็นที่ ๒ คือ การใช้เงินผิดสถานการณ์อย่างที่ผมอธิบายไว้แล้ว

ประเด็นที่ ๓ คือว่าการกระตุ้นนั้นไม่มีนัยสําคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เลย เพราะมันจํานวนน้อยมาก แล้วไม่ถูกช่องถูกประเด็น

ประเด็นที่ ๔ คือว่าถ้าเกิดอย่างนี้ แผนการเงินของประเทศในระดับใหญ่ ผมฝากท่านอาจารย์ผมว่าช่วยคิดหน่อยเถอะครับ ปัญหาประเทศอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี พูดไม่ใช่จบแค่ไตรมาส ๑ ไตรมาส ๒ ไตรมาส ๓ แล้วจะเงยหัว ไตรมาส ๔ เปึนไม่ได้ เลยครับ ตอนนี้เพื่อน ๆ ผมที่ทําเกี่ยวกับอุตสาหกรรมส่งออกที่อะไรนี่เริ่มมีปัญหามาก แล้วก็ถ้าเราไม่ช่วยเขา ขนาดอเมริกา รถยนต์เขาก็ยังต้องช่วยกระตุ้นเพื่อไม่ให้ล้ม ประเทศไทยยังไม่ได้แก้ปัญหาที่รากฐานอุตสาหกรรม รากฐานเศรษฐกิจ แต่ว่าเงินทุกบาท ทุกสตางค์ท่านไปใช้เกี่ยวกับงานสังคมสงเคราะห์ทั้งหมด ใช้เกี่ยวกับการศึกษา ซึ่ง ณ วันนี้ ไม่มีใครเลยที่เรียกร้องอยากจะได้เสื้อผ้า อยากได้หนังสือ ไม่มีเลยครับ แล้วอยู่ได้ เราเสียดายเงินจริง ๆ เลยครับ แต่ว่าไม่เปึนไร แต่เมื่อท่านตัดสินใจแล้ว หรือท่านจะส่ง ซิกว่าน่าจะตัดส่วนไหนเพื่อจะสร้างมิติใหม่ ๆ ผมก็ยินดีว่าถ้าเปึนอย่างนั้นขอให้ท่านได้ รักษาสิ่งเหล่านี้ ดีครับเปึนโอกาสของพรรคประชาธิปัตย์แล้วที่จะให้สังคมได้เห็นว่า ท่านทําได้ ท่านสามารถจะดําเนินการสิ่งเหล่านี้ได้แล้วคนจะอนุโมทนา แต่ถ้าท่านทําแล้ว ประสบความล้มเหลวอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผมว่าปัญหาสังคมจะเกิดขึ้นมากมาย มหาศาลโดยไม่ต้องให้คนเสื้อสีอะไรมาด้วยซ้ําไป สังคมจะเกิดแรงกระเพื่อมที่เปึน มูฟเมนท์ (Movement) ใหญ่ ผมขอฝากท่านด้วยว่าสิ่งเหล่านั้นเรานักการเมืองไม่ต้องการ เราอยากให้สังคมนี้สงบ อยากให้สังคมนี้ต่อยอดเดินกันด้วยความสุข เมื่อท่าน ได้รับผิดชอบสังคมแล้วขอให้ท่านได้ดําเนินการอย่างมีประสิทธิภาพด้วย ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ มีผู้สงวนคําแปรญัตติที่ยกมือติดใจขออภิปราย ๗ ท่าน ผมขอความกรุณา ท่านนะครับ ให้กระชับและอย่าซ้ําประเด็นนะครับ หลายท่าน เดี๋ยวท่านสมคิดยังไม่ถึงครับ ผมจะขานชื่ออย่างนี้นะครับ ต่อไปเชิญท่านสุนทรี แล้วท่านเจริญ ท่านวิชาญ เชิญท่านสุนทรีครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอบพระคุณค่ะที่ให้เกียรติดิฉันได้มีส่วนร่วมในการแปรญัตติในงวดนี้นะคะ ที่ดิฉันขอ แปรญัตติปรับลดในหมวดมาตรา ๔ ก็คืองบกลาง ดิฉันขออนุญาตพูดครั้งเดียวไปเลย นะคะ ดิฉันแปรญัตติเอาไว้ที่ มาตรา ๔ มาตรา ๗ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ดิฉันขอพูด รวบยอดกันไปในครั้งเดียวเลยนะคะ

มาตรา ๔ ที่ดิฉันขอปรับลดก็เปึนเรื่องเกี่ยวกับโครงการการช่วยเหลือ ค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรของภาครัฐ ซึ่งมันจะมีอยู่ในมาตรา ๗ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ด้วย ที่ดิฉันบอกว่าต้องขออนุญาตปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็เนื่องมาจาก ท่านตั้งงบไม่ครอบคลุมถึงประชาชนทั้งประเทศค่ะ ประเทศไทยมีประชาชน ๖๕ ล้านคน ท่านตั้งงบเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพแค่ประมาณ ๑๐ ล้านคน แล้วคนที่เหลืออีกประมาณ ๕๐ ล้านคนล่ะคะ ท่านไม่คิดจะช่วยเหลือเขาหรือคะ แล้วบุคลากรที่ช่วยเหลือท่านในการ ทํางานเปึนบุคลากรของรัฐบาล เปึนผู้ที่ทํางานให้รัฐมาตลอด ตลอดจนผู้ที่เปึนพี่น้อง ชาวเกษตรกร แล้วก็ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือว่าแท็กซี่ จะไม่ได้รับการส่งเสริม ช่วยเหลือค่าครองชีพหรือคะ แล้วถ้าสมมุตินะคะ ดิฉันทํางานมาเงินเดือนแค่ ๔,๐๐๐ บาท แต่ดิฉันไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม ดิฉันก็ไม่มีสิทธิที่จะได้รับค่าครองชีพหรือคะ

อันที่ ๒ ที่จะต้องขออนุญาตปรับลดก็คือ ท่านทําให้เกิดความแตกแยก ในสังคมค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ ท่านบอกว่าท่านอยากให้เกิดความปรองดอง ในประเทศชาติ แต่ว่าตอนนี้ค่ะ ดิฉันได้รับคําถามจากพี่น้องหลายคนที่จะมีโอกาสได้รับ เพราะเงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท เขาถามว่ามีความผิดอะไรที่จะได้รับเงินช่วยเหลือ ค่าครองชีพ ๒,๐๐๐ บาท แค่ ๑ เดือน ในขณะที่พี่น้อง อสม. ผู้สูงอายุจะได้รับ ๖ เดือน ตรงจุดนี้เขาบอกไม่ได้อิจฉา แต่ว่าอยากทราบว่าเพราะเหตุใดคะถึงจะไม่ได้ ๖ เดือน เหมือนกัน แล้วก็ดิฉันอยากจะเรียนถามเผื่อไปเลยค่ะ ถ้าท่านบอกว่าเปึนการตั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในวงเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท การที่ท่านจะมาให้เงินช่วยเหลือ ค่าครองชีพคนละ ๒,๐๐๐ บาท ๖ เดือนจะไม่ดีกว่าหรือคะ ในเมื่อ สมมุตินะคะ ท่านช่วยให้ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน คนเหล่านี้จะเปึนคนที่ได้ออกไปช่วยงานตามหมู่บ้าน ตามพี่น้องที่เขา รับเชิญมาตลอด การที่ได้ให้เงิน ๒,๐๐๐ บาท เขาก็จะต้องไปใช้จ่ายใช้สอยมันไม่ดีกว่า ที่จะเอาไปให้แล้วเพียง ๑ เดือนแล้วเขาเก็บเข้ากระเปิาเพื่อออมทรัพย์หรือคะ

ประเด็นที่ ๓ ที่ต้องขอปรับลดก็คือ ท่านให้กับบุคคลที่ต้องยอมรับว่า เปึนคนที่มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพก็คือข้าราชการ ดิฉันไม่ได้ว่าการให้เงิน ช่วยเหลือไม่ดีนะคะ แต่ว่าคิดว่าเปึนการให้ที่ไม่ถูกวิธีค่ะ ทําไมคะ ข้าราชการได้โบนัสค่ะ ทํางานตลอด ๑ ป้มีโบนัส ดิฉันเปึนข้าราชการมาก่อนรู้ดีว่ามีโบนัสมาตลอด แล้วก็มี สวัสดิการในการรักษาพยาบาล มีถึงลูก มีถึงสามี มีถึงคุณพ่อคุณแม่ ตรงจุดนี้คนที่เปึนเกษตรกรเดือดร้อนใช้บัตรประกันสังคมไม่ได้ ใช้ได้แต่บัตรทอง บางครั้ง ก็กําหนดวงเงินว่าใช้ได้เท่าไร ยาบางครั้งได้คุณภาพไม่ดี ถ้าอยากจะไปรักษาของเอกชน ก็ต้องจ่ายเงินเอง ตรงจุดนี้มันเปึนความผิดหรือเปล่านะคะ แล้วก็ต้องเรียนว่ารัฐบาลเองนี่ นะคะบอกว่าจะให้กําหนดว่าจะให้คนที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ก็อย่างที่เมื่อสักครู่ สมาชิกหลาย ๆ ท่านอภิปรายค่ะ เปึนความผิดของเขาไหมที่เงินเดือน ๑๕,๑๐๐ บาท แล้วไม่ได้นี่เปึนความผิดหรือเปล่า ในขณะที่คนที่เงินเดือน ๑๔,๙๐๐ บาท จะได้อีก ๒,๐๐๐ บาท เขาก็มีเงินเดือนเกือบ ๑๗,๐๐๐ บาท ตรงนี้ค่ะอะไรคือความพอดีของการ ช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยของทางรัฐบาลคะ

แล้วประเด็นต่อไปค่ะท่านประธานที่บอกว่า ต้องขอตัดลดก็คือ ท่านตั้งงบ ให้กับลูกจ้างผู้มีการเข้าสู่ระบบประกันสังคม ท่านทราบไหมคะว่าการประกันสังคมนี่มัน เหมือนกับเปึนหลักที่ช่วยเหลือในการเมื่อถูกเลิกจ้างนี่เหมือนกับมีการประกันความเสี่ยง ให้เขาแล้วระดับหนึ่ง เพราะว่าเมื่อถูกเลิกจ้างเขาจะได้รับเงินชดเชยครึ่งหนึ่งของเงินเดือน สมมุติว่าเงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท ก็จะได้ ๕,๐๐๐ บาท ได้ ๕,๐๐๐ บาทแล้วในระยะ ๖ เดือนข้างหน้าที่เขาจะได้รับเงินช่วยเหลือตรงนี้นี่นะคะ เขาสามารถหางานทําได้ซึ่ง ถ้าขยันหางานจริงใน ๖ เดือนน่าจะได้งานทํา แล้วตรงจุดนี้ท่านก็ยังจะไปช่วยเหลือเขา ซึ่งถ้าท่านบอกว่าจ่าย ๒,๐๐๐ บาท เงินที่เมื่อสักครู่ดิฉันยกตัวอย่างที่เงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท ถูกเลิกจ้างได้ ๕,๐๐๐ บาท ไม่มากกว่า ๒,๐๐๐ บาทหรือคะ แล้วอย่างนี้เงิน ๒,๐๐๐ บาท เขาจะเอาไปใช้หรือเปล่า ดิฉันว่ามันเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะไม่ค่อยถูกวิธี แล้วอีกอย่างที่ดิฉันอยากจะบอกก็คือ ท่านให้สตางค์เขาก็เหมือนกับให้ข้าวเขากิน แต่ท่าน ไม่สอนวิธีปลูกข้าวให้เขา ไม่ให้เครื่องมือในการช่วยเหลือเขา ซึ่งดิฉันอยากจะขอแนะนํา นะคะว่า ถ้าเปึนไปได้ ท่านกรรมาธิการแล้วก็ท่านพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน นะคะ ถ้าเปึนไปได้ก็อยากจะขอความร่วมมือให้ท่านช่วยลงคะแนนเห็นชอบเหมือนที่ดิฉัน เสนอ เพราะอะไรคะ เพราะดิฉันคิดว่าการที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้เราไม่ได้มีเงินลงไป สนับสนุนในเรื่องของการท่องเที่ยว ตอนนี้ค่ะเราไม่ดึงเงินเข้าประเทศนี่เงินมันจะ มาสู่ระบบในประเทศเราได้อย่างไร กระทรวงพาณิชย์ได้งบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ตรงจุดนี้ค่ะ กระทรวงพาณิชย์จะต้องไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของปากท้องของ พี่น้อง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการประกันสินค้าราคาเกษตรซึ่งต้องยอมรับค่ะว่าที่จังหวัดของ ดิฉันเอง ที่จังหวัดชัยภูมิมีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเปึนทั้งข้าวโพด ข้าว แล้วก็ มันสําปะหลัง ตรงจุดนี้ค่ะก็อยากจะเรียกร้องว่า ถ้าปรับลดได้ปรับลดในส่วนนี้แล้วไปเพิ่ม ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรืออีกอย่างที่ดิฉัน อยากจะบอกกล่าวก็คืออยากจะแนะนํานะคะก็คือ จะเปึนไปได้ไหมคะ ท่านปรับลดแล้วก็ ไปเพิ่มในโครงการพื้นฐาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องน้ําของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องยอมรับค่ะเรื่องน้ําทั่วประเทศได้ งบประมาณแค่ ๒,๖๗๐ ล้านบาท ต้องยอมรับว่าประเทศเราประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ได้รับงบในเรื่องดังกล่าวค่อนข้างน้อยมาก แล้วอย่างนี้พี่น้องชาวเกษตรจะมีความ เปึนอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อขาดน้ําเพื่อการกิน การใช้ ในการอุปโภคบริโภค ตรงจุดนี้ค่ะ ดิฉันก็อยากจะฝากทางท่านกรรมาธิการและเพื่อน ๆ สมาชิกนะคะ

อีกอันหนึ่งที่คิดว่าน่าจะปรับลด แล้วไปเพิ่มให้ก็คือทางด้านเรื่อง ถนนหนทางค่ะ เนื่องจากถนนหนทางนี่ ถ้าเรามีการเพาะปลูกทางการเกษตรได้ผลดีขึ้นมา พี่น้องก็จะมีความเดือดร้อนเรื่องการขนส่ง ถ้าถนนท่านตั้งงบเพิ่มเติมแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ตรงจุดนี้ไม่น้อยไปหน่อยหรือคะ สําหรับประชากร ๖๕ ล้านคน แล้วก็ ๗๖ จังหวัด ทั่วประเทศไทย ตรงจุดนี้ก็อยากจะเสนอแนะแล้วก็นําเรียนสู่ท่านประธานนะคะว่า ถ้าเปึนไปได้ดิฉันก็อยากจะฝากท่านกรรมาธิการแล้วก็สมาชิกเปึนข้อเสนอแนะให้ช่วย พิจารณาในการปรับลดงบประมาณทั้ง ๔ มาตรา ที่ดิฉันว่าก็คือ มาตรา ๔ มาตรา ๗ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ เพื่อนําไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในโครงการที่ดิฉันว่า เพื่อให้ ประเทศชาติของเรามีความเปึนอยู่แล้วก็มีสภาพเศรษฐกิจที่คล่องตัวขึ้นกว่าที่เปึนอยู่ ในปัจจุบันค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านเจริญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมมี ๒ เรื่อง

เรื่องแรกตั้งแต่ตอนเช้า ผมพยายามมีความตั้งใจและอดทนที่จะให้ทาง คณะกรรมาธิการที่ท่านประธานได้ให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการ ได้จัดส่งเอกสารให้กับพวกผมซึ่งเปึน ส.ส. ในสภาในเรื่องของรายละเอียดตั้งแต่เก้าโมงเช้า จนถึงจะสี่ทุ่มแล้ว ยังไม่เห็นส่งเอกสารเลยท่านประธานครับ นอกจากไม่ส่งเอกสารแล้ว นะครับ ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้ยังมีการนําเสนอต่อที่ประชุมบอกว่า งบประมาณครั้งนี้ไม่มีการตัดงบประมาณจึงไม่จําเปึนจะต้องส่ง เพราะมันไม่มีการ เปลี่ยนแปลงจึงไม่มีการแจก แต่ผมนั่งฟังท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการ หลายท่าน โดยเฉพาะท่านวิทยา บุรณศิริ ท่านก็บอกว่า เอกสารบางอย่างก็ไม่ได้แจก ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ผมเองก็เลยสงสัยว่า เอ๊ะ ท่านบอกว่ามีรายการ มีรายละเอียดต่าง ๆ อย่างที่ท่านกรณ์ ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านบอกว่าตั้งแต่ เช้าบอก ได้พิจารณารายละเอียด ได้พิจารณาเปัาหมายต่าง ๆ แล้ว ผมจึงถาม ท่านประธานว่าเมื่อไรจะส่งก่อน อย่างเช่น ๑,๕๐๐ ล้านบาท มันก่อสร้างอยู่ที่ไหน แหล่งน้ํา ๗๕๐ ล้านบาท มันอยู่ที่ไหน ท่านประธานสั่งได้ไหมครับ สั่งท่านกรรมาธิการแจกก่อน แล้วโดยเฉพาะในมาตรา ๔ ซึ่งผมสงวนไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี่นะครับ ซึ่งผมรอตั้งแต่เช้าผมก็ ไม่อยากไปพูดให้เสียจังหวะหรือเสียโอกาสนะครับท่านประธานครับ เอกสารนี้ท่านสั่งให้ ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณซึ่งเปึนคณะกรรมาธิการช่วยกรุณาแจกต่อที่ประชุม สภาได้ไหม ท่านบอกว่าโปร่งใส ผมถามท่านประธานก่อนแล้วผมจะเข้าในเรื่องที่ ๒ ก็คือ เรื่องผมขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจะอธิบายเหตุผลแล้วก็ถามทางคณะกรรมาธิการในเรื่อง ซึ่งผมได้ขอสงวนไว้ ถามท่านประธานผ่านไปที่คณะกรรมาธิการก่อนได้ไหมครับว่าจะแจก หรือไม่

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการจะช่วยให้ความกระจ่างหน่อยได้ไหมครับ แจกได้ ไม่ได้ ก็ตอบไปเลย ที่ไม่ได้เพราะอะไร เชิญครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ ผมกราบเรียนแล้วเมื่อตอนเช้าท่านประธานครับ ว่า คือทางสํานักงบประมาณได้พิมพ์เล่มนี้นะครับแจกให้กับผู้แทนราษฎรทุกคน เล่มนี้ ที่เขียนว่า เอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ (ฉบับที่ ๒) จะมีรายละเอียดในนี้ทั้งหมด ว่าจะเอาไปทําอะไรบ้าง มีรายละเอียดในนี้ทั้งหมด แล้วก็ เมื่อเข้าสู่กรรมาธิการพิจารณา กรรมาธิการก็ไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นเราจึงไม่รู้จะพิมพ์ทําไม ก็เพราะว่าเล่มเก่ามีอยู่แล้วมันเหมือนเดิมทุกอย่าง จะไปพิมพ์ก็พิมพ์เหมือนเดิมอีก ทีนี้ผมต้องกราบเรียนตรง ๆ นะผมเปึนคนพูดตรง ๆ ผู้แทนราษฎรเมื่อแจกไปแล้วเวลาเรามาพิจารณาเราชอบที่จะเอาเอกสารมาด้วย ไม่ใช่เรา มามือสิบนิ้วนะ เราจะมาอภิปรายกันในสภาเราต้องมีเอกสารต่าง ๆ ต้องเอามาด้วย แต่ทีนี้ ถ้าท่านไม่เอามาพวกผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร จะให้มาพิมพ์เดี๋ยวนี้มันทําไม่ทันหรอกครับ ถ้าไปพิมพ์อย่างนี้ผมถามผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ผมอยากทําให้ตามที่เพื่อน ผู้แทนราษฎรอยากจะได้ ผมก็ถามท่านเมื่อเช้า ท่านบอก ทําไม่ทันหรอกมันไม่มีแล้ว ก็มีแค่นี้ ก็ไม่ทราบจะทําอย่างไรท่านเจริญครับ ผมไม่รู้จะทําอย่างไรจริง ๆ ครับ เอาของ ผมไหมครับ มีให้เล่มเดียวเลยครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ซึ่งรายละเอียด: ท่านสมาชิกครับ ท่านกรรมาธิการก็ยืนยันว่าได้เคยพิมพ์แล้วก็แจกจ่าย ต่าง ๆ เมื่อผ่านชั้นกรรมาธิการมาในวาระ ๒ ก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนะครับ ก็ยังยึดของเดิมอยู่ ฉะนั้นท่านก็ตรวจสอบจากเอกสารที่เคยแจกแล้วได้นะครับ ถ้าท่าน ไม่ได้เอามาก็มาขอจากท่านกรรมาธิการได้ครับ เชิญต่อครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ขอบคุณท่านประธานครับ เมื่อเช้าก็มี ท่านสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ท่านหนึ่งนะครับบอกว่า ก็ให้ผมไปขอที่ทางสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องที่ท่านกรรมาธิการได้อธิบายชี้แจงเมื่อสักครู่ ผมก็ให้ เจ้าหน้าที่ไปขอ นี่ครับอันนี้ได้แล้วครับท่านประธานครับ ที่ท่านพูดนี่ได้แล้ว แต่ผมกําลัง สงสัยนะครับ ยกตัวอย่างให้ท่านประธานไปเป่ดในเล่มที่ท่านไตรรงค์พูดนี่นะครับ พอเป่ด นะครับในหน้าที่ ๕๑ ผมยกตัวอย่างก่อนนะครับ ในหน้าที่ ๕๑ นี่พูดถึงในเรื่องของ โครงการแหล่งน้ําขนาดเล็ก แล้วก็บอกว่าในข้อที่ ๓ งบลงทุน ๗๖๐ ล้านบาท ค่าครุภัณฑ์ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง ค่าปรับปรุง แหล่งน้ํา ๗๖๐ ล้านบาท ๓๘๙ แห่ง มันอยู่ที่ไหน ๓๘๙ แห่ง เจ้าหน้าที่เอาอันนี้ไปให้ ท่านประธานดูสิว่ามันมีไหม อย่างที่ท่านพูดมีหรือเปล่าครับ มันไม่มี ที่ผมเรียกร้องอยู่คือ ตัวนี้อย่างไรท่าน เราต้องยอมรับความเปึนจริงครับ ที่สําคัญคือคณะกรรมาธิการบางคน ที่มาพูดในที่ประชุมแห่งนี้บอกว่าไม่เห็นเลย อะไรมันเกิดขึ้นครับท่านประธาน เจ้าหน้าที่ ขอฝากเล่มนี้ไปให้ท่านประธานดูหน่อย เดี๋ยวหาว่าผมโกหก เพราะผมไม่ค่อยโกหก ผมพูด ความจริง ไม่รู้ใครความจริง เจอความจริงวันนี้นะครับ ผมเอาความจริงนะครับ ความจริง คือมันไม่มีอย่างไรครับ ในหน้าที่ ๕๑ ท่านประธานดูสิครับ ๗๖๐ ล้านบาท ๓๘๙ แห่ง เล่มที่ท่านไตรรงค์พูดนี่ครับ คือเล่มนี้ครับ ผมก็สงสัย ผมไปให้เจ้าหน้าที่มาดูมันไม่มีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจริญครับ กรณีรายละเอียดต่าง ๆ ที่ไม่มีนี่นะครับ แล้วท่านก็ร้องขอจาก ท่านกรรมาธิการ ผมก็คิดว่ารายละเอียดทั้งหลาย กรรมาธิการก็คงจัดให้ได้ในภายหลัง ในรายละเอียดต่าง ๆ แต่ตอนนี้อยากให้ท่านอภิปรายในมาตรา ๔ เหตุผลที่ท่านปรับลดลง เชิญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

คือข้อแนะนําท่านประธาน ผมไม่ได้ ขัดข้องหรอกครับ แต่ผมหารือตั้งแต่เช้าแล้ว ตั้งแต่ ๐๙.๓๐ นาฬิกา ท่านประธาน ผมก็ ด้วยความสุจริตใจ ไหนบอกว่าโปร่งใส ไหนสุจริตในสภาแห่งนี้ ผมก็นั่งรอแล้วนั่งรออีก ผมก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรเลย แต่ที่ผมสงสัยท่านประธาน ก็คือว่าท่านรองประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านบอกว่าไม่ต้องไปแจก เพราะว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการแก้ไข แต่ผมไม่ได้ถามว่าเปลี่ยนแปลงแก้ไข ผมถามว่ารายละเอียดตัวนี้ทําไมสํานักงบประมาณ หรือกรรมาธิการให้ไม่ได้ อันนี้ผมบอกว่าอย่างนี้ก็ไม่โปร่งใส ท่านก็บอกว่าโปร่งใส ผมก็ บอกอย่างนี้ไม่โปร่งใส แล้วปัญหาท่านประธานที่เคารพครับ ที่ท่านเอาไปนี่ ผมกําลังจะ อภิปรายนะครับ ในเรื่องการตัดนี่ละครับ ผมถามก่อนว่าเรื่องนี้จะแจกได้ตอนไหนครับ เอาเรื่องนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวมาตราอื่น ๆ มันก็ต้องมีรายละเอียดนะครับ ผมถามก่อนให้ ท่านประธานสั่งทางคณะกรรมาธิการแจกเลยนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการครับ รายละเอียดที่ท่านสมาชิกได้ถามนะครับ ในหน้า ๕๑ กรณี การปรับปรุงแหล่งน้ําที่ท่านระบุว่าจะทําทั้งหมด ๓๘๙ แห่งนะครับ ก็ถามว่ามีที่ไหนบ้าง ก็ถ้าอย่างไรนี่นะครับ ท่านก็ช่วยทํารายละเอียดหน่อย เพราะว่ากว่าจะมาเปึนงบประมาณ ได้นี่ก็คงทราบแล้วว่าจะไปทําที่ไหน ปริมาณงานเท่าไร อย่างไรนะครับ ท่านพอจะรับปาก ได้ไหมครับ ว่าจะให้รายละเอียดกับท่านสมาชิก เชิญท่านกรรมาธิการครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถาม กรรมาธิการ ก็ได้พิจารณากัน เช่น สมมุติว่าในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ที่กรรมาธิการได้ สอบถาม ก็ปรากฏในส่วนของงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ป้ ๒๕๕๒ ในส่วนของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมมุตินะครับ ซึ่งมันยังไปไม่ถึง ในส่วนของกรมชลประทาน ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ ๑,๙๓๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท จํานวนโครงการที่จัดทํา พัฒนา แหล่งน้ํา ๑๕๑ แห่ง ในพื้นที่ ๗๐ จังหวัด นี่คือสิ่งที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มา ชี้แจงต่อกรรมาธิการ ซึ่งในรายละเอียดก็เปึนไปตามแผนงานที่กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ได้กําหนดเอาไว้นะครับ ก็คงชี้แจงได้ในอย่างนี้ ซึ่งในส่วนของกรรมาธิการที่ฟังกัน ทั้งหมดก็ชี้แจงกันอย่างนี้ครับ ท่านกรรมาธิการตัวแทนของพรรคเพื่อไทยก็คงจะเข้าใจว่า ในส่วนกรรมาธิการ เวลามาสอบถามก็คงจะชี้แจงกันอย่างนี้นะครับ ผมยืนยันได้นะครับว่าในส่วนเวลาที่พวกเราเปึนกรรมาธิการ เวลาพิจารณาแต่ละโครงการ รายละเอียดเพื่อนกรรมาธิการก็นั่งอยู่ ผมก็เข้าใจว่ากรรมาธิการก็น่าจะชี้แจงกันในแต่ละพรรค ว่าข้อมูลละเอียดทั้งหมดคือแค่นี้นะครับ แล้วก็โดยปกติในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าในส่วนของกรรมาธิการเอกสารทั้งหมด เวลาชี้แจงมาเราก็จะได้มาเยอะแล้วที่ดู ดูแล้วก็จะพิจารณาซึ่งท่านเพื่อนสมาชิกก็ทราบว่า มันเปึนเอกสารรายละเอียดที่ค่อนข้างจะมาก แต่ว่าในบางโครงการนั้นที่ไม่ซักลงไป ในรายละเอียด เพราะว่าเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงบอกว่ามันอยู่ในแผนงานที่ปรากฏอยู่ ซึ่งบางรายการก็มีรายละเอียด บางรายการก็ไม่มีรายละเอียด นี่คือสิ่งที่จะกราบเรียน เพื่อนสมาชิกว่าในส่วนของกรรมาธิการเองก็ได้สอบถาม ซึ่งในคําชี้แจงก็ชี้แจง กลุ่มเปัาหมายว่าจะทําในเนื้อที่เท่าไร ทํากี่ไร่ เนื้อที่เท่าไร แล้วก็พื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์ จํานวนกี่ไร่ ก็ซักกันรายละเอียดอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่กรรมาธิการได้สอบถามว่า เมื่อได้งบประมาณไปเท่านี้ ท่านจะทําในเขตครอบคลุมกี่จังหวัด ก็ได้รับคําตอบว่า ๗๐ จังหวัดนะครับ ส่วนรายละเอียดว่าจากที่ไหนบ้าง อะไรบ้างนี่ก็ขอให้เปึนไปตามแผนที่ กรมชลประทานได้ไปพิจารณา ซึ่งถ้าเพื่อนสมาชิกจะได้พิจารณาในตอนที่เราจัดสรร งบกลางป้ งบเพิ่มเติมป้ ๒๕๔๗ ก็ดี ป้ ๒๕๔๘ ก็ดี ก็ไม่มีรายละเอียดนะครับ ในช่วงนั้น ก็อยู่ในงบกลางล้วน ๆ ไม่ได้ระบุโครงการเสียด้วยซ้ํา แต่ว่าในป้ ๒๕๕๒ ป้นี้เราระบุลงถึง กระทรวง แต่ว่าในป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ท่านประธานจะสังเกตได้ว่า ในป้ดังกล่าวเราได้ บรรจุไว้ที่งบกลางทั้งหมดและไม่มีรายละเอียดเลยครับ ไม่มีรายละเอียดโครงการว่า งบกลางที่จัดขึ้นจะไปทําอะไรที่ไหน เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ข้อแตกต่างระหว่างกรรมาธิการ ได้สอบถามก็ถือว่ากรรมาธิการก็ได้ลงรายละเอียดพอสมควร ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านเจริญครับ ท่านก็ได้ซักถามกรรมาธิการก็ได้ชี้แจง ซึ่งก็บันทึกไว้แล้วนะครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต พาดพิงนิดครับ ผมกรรมาธิการครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ในฐานะกรรมาธิการนะครับ เชิญครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด นครพนม ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ เอกสารที่ท่านเจริญ จรรย์โกมล ได้พยายามขอตั้งแต่เช้านะครับ จริง ๆ แล้วมีครับท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเปึน เอกสารรายละเอียดโครงการของกรมชลประทานนะครับ ว่ามีแผนงานโครงการไปลงที่ หมู่ที่เท่าไร อําเภออะไร จังหวัดอะไร ของกระทรวงสาธารณสุขก็จะมีซ่อมแซมให้ต่อเติม สถานีอนามัยนะครับให้ไปลงที่อําเภอไหน จังหวัดไหน อะไรอย่างไร ของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ ก็มีนะครับว่า จะไปก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตํารวจชั้นผู้น้อยที่อําเภอไหน จังหวัดไหน อย่างไรนะครับ กรมทรัพยากรน้ํา กรมพัฒนาที่ดินมีหมด โดยความเชื่อของผม ผมก็คิดว่าทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะแจกเอกสารนี้กับสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกคนนะครับ เพราะว่ากรรมาธิการได้รับทุกคน เอกสารมันเยอะครับ ท่านประธาน ผมก็คิดว่าทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนี่จะแจกเอกสารนี้นะครับ อย่างไรก็ตามในส่วนตัวของผมนี่ ผมก็เอาไว้ที่ห้องวิปฝ์ายค้านนะครับ ให้พรรคพวกช่วยดู แต่พอขึ้นไปอีกทีหายไปแล้วครับท่านประธาน หายไปเพราะว่าก็คงเปึนที่ต้องการ ทุกคนก็ อยากรู้ครับว่าไปลงที่ไหนอย่างไร ผมคิดว่าเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ไม่น่าจะมีการปกป่ด แต่อย่างใดนะครับ แล้วก็กรรมาธิการก็ไม่มีเลศนัยในเรื่องนี้ เพียงแต่ผมยังสงสัยว่า ทําไม ไม่แจกเท่านั้นเองนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนข้อเท็จจริงให้ทราบครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านเจริญ สรุปแล้วก็มีรายละเอียดต่าง ๆ อยู่ เพียงแต่ว่าไม่ได้นํามาแจก ฉะนั้นผมว่าถ้า ท่านสมาชิกสนใจที่จะดูรายละเอียดต่าง ๆ นะครับ ก็ขอให้ท่านกรรมาธิการได้ประสานกับ ทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทําแล้วก็ได้มอบให้ท่านสมาชิกด้วย อาจจะไม่ต้องตอนนี้ ในภายหลังจะได้ดูรายละเอียดกัน แต่ตอนนี้ให้ท่านเจริญได้อภิปราย ในประเด็นที่ท่านได้ปรับลดงบประมาณในมาตรา ๔ ต่อเลยครับ เชิญครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

อย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงปรากฏในสภาแห่งนี้แล้วบอกว่ามีจริง ใครไม่รู้โกหกในสภาเห็นไหมครับ อันที่ ๒ ท่านประธานครับ ใจเย็น ๆ ครับ คือเราพิจารณาเงินแสนกว่าล้านบาทนี่ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเจริญครับ ไม่มีใครโกหกหรอกครับ ขอความกรุณาท่าน

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ 🔗

ไม่เปึนไรครับ คือการพิจารณา งบประมาณแผ่นดินเปึนเงินของประชาชนแสนกว่าล้านบาท แล้วก็เงินนี้ก็คือเงินที่เราไปกู้ เขามา ฉะนั้นผมเองในฐานะผู้แทนราษฎรเปึนสิทธิโดยชอบธรรมตามข้อบังคับ การประชุมสภา คณะกรรมาธิการมีสิทธิและมีอํานาจหน้าที่ตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ในการที่จะเรียกเอกสารจากส่วนราชการมาชี้แจงได้ ผมเองในฐานะจะต้องมาพิจารณา ในเรื่องของงบกลางมาตรา ๔ ผมก็มีความสงสัย สงสัยในที่นี้คือท่านประธานครับ ในมาตรา ๔ มีอยู่ ๓ แผนงานนะครับ ตามเอกสารที่ได้ส่งให้กับทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือ ๑. ในเรื่องของค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของบุคลากรภาครัฐ ๒,๖๕๒ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสังคมในชุมชน ๖,๙๐๐ ล้านบาท เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๔,๐๙๐,๔๔๘,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งซึ่งผมถามตั้งแต่เช้าจนถึงเดี๋ยวนี้ ก็คือว่า ผมอยากให้ท่านประธานดูในหมวดที่ ๓ ก่อนนะครับ เพื่อที่จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น ๔,๐๙๐,๔๔๘,๐๐๐ บาท ก็แสดงว่าจะต้องมีรายจ่ายที่ชัดเจนแน่นอน แต่ถ้าตั้งตัวเลข กลม ๆ แล้วก็ท่านบอกว่าไม่มีการแปรญัตติตัดไป ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง เงินนี้มันไป อยู่ที่ไหน มีอะไรบ้าง ใช้จ่ายอะไรบ้าง ผมฟังดูท่านสมาชิกหลายท่านได้บอกว่างบที่ตั้งไว้ ในงบปกติในงบประมาณที่ผ่านมานั้นก็ยังใช้จ่ายไม่หมด อันนั้นไม่เปึนไร แต่คราวนี้ รัฐบาลบอกว่ามีความจําเปึนใช้จ่ายกรณีฉุกเฉิน ท่านใช้จ่ายอะไรท่านอธิบายมาให้ผมดูสิครับ มีไหมครับ เอารายละเอียดมาดูเลยในเรื่องนี้ ท่านตั้งไว้ ๔,๐๙๐,๔๔๘,๐๐๐ บาท มันไม่ใช่ตัวเลขกลม ๆ ก็แสดงว่าจะต้องมีแผนงาน รายการและรายละเอียดที่ชัดเจน และแน่นอน สิ่งหนึ่งที่ผมจะถามก็คือว่าตัวนี้ใน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็หมายความว่า ท่านจะเอาไปใช้จ่ายในกรณีที่พันธมิตรยึดสนามบินที่สุวรรณภูมิใช่หรือไม่ ก็เพราะอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมจึงไม่มีรายละเอียด ผมจึงถามอย่างที่ผมมีความเข้าใจว่ามันเปึน อย่างนั้นเปึนอย่างนี้ใช่หรือไม่มันจึงเกิดความล่าช้า ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทท่านเอาไปใช้ อะไร ท่านเขียนไว้อย่างนี้ผมอ่านทั่วไปหรือประชาชนทั่วไปเขาอ่าน ก็แสดงว่ามีรายการ ที่ชัดเจนแน่นอน ผมจึงตั้งคําถามว่า กรณีอย่างนี้ท่านเอาไปใช้จ่ายเพื่อในกรณีที่พันธมิตร ยึดสนามบินสุวรรณภูมิใช่หรือไม่ ที่ไปจ่ายหัวละ ๒,๐๐๐ ๒,๐๐๐ ๒,๐๐๐ ที่ไปยึดกันทั้งที่ ผิดกฎหมายและยังไปจ่ายเขา อันนี้ถูกต้องหรือไม่ท่านต้องชี้แจง นี่เปึนเหตุผลที่ผมจะ นําไปสู่ในเรื่องของผมซักถามตามสิทธิของผม แล้วก็มีสิทธิที่จะตัด อันที่ ๒ ที่ผมมีความ จําเปึนจะต้องตัด คือผมไม่เชื่อมั่นและไม่มั่นใจ เพราะว่าตั้งแต่เช้าจนถึงขณะนี้เอกสาร ไม่ได้ ผมยิ่งเกิดข้อพิรุธมาก อันนี้ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ผมไม่ได้กล่าวร้าย หรือใส่ความนะ แต่ที่รัฐบาลชุดนี้บริหารราชการแผ่นดินมาได้เดือนกว่านี่นะครับ ผมก็เห็นใจ เพื่อนผมซึ่งเปึนอดีตรัฐมนตรีไปเปึนกรรมาธิการด้วยกัน เปึนรองประธานกรรมาธิการ ด้วยกัน ต้องหลุดออกจากการเปึนรัฐมนตรีไป กรณีอย่างนี้ใช่ไหมที่จะต้องตั้งเงินนี้ไปซื้อ กรณีเช่นปลากระปิองเน่ากัน อันนี้ใช่ไหม ซื้อข้าวซึ่งหมดสภาพแล้วใช่ไหม อย่างนี้ผม ก็มีสิทธิที่จะสงสัยว่าทําไมไม่มีรายละเอียด ท่านประธานครับ ที่สําคัญผมอยู่ คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณรายจ่าย ผมยิ่งสงสัยหนักไปเลยครับ ที่ตั้งไว้โดยไม่มี รายละเอียดท่านประธานรู้หรือเปล่าครับ ท่านประธานอยู่สภามานานนี่คราวที่แล้วที่ถกเถียงกันเมื่อหลายป้ที่ผ่านมา ที่ท่านบอก ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ นั้นอย่าพูดเลยป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ นั้นผ่านไปแล้ว ท่านประธานเห็น ยุงลายไหมในสภา หรือท่านประธานยังไม่มา ตอนสมัยยุงลายตอนกัดตอนตีสี่ตีห้า เคยเห็นไหมครับท่านประธาน กรณีเช่นเดียวกันท่านประธาน ที่ผมถามนี่เพราะอะไรรู้ หรือเปล่าครับ ประเภทที่ไม่มีรายละเอียด แล้วรายละเอียดไม่สามารถแจ้ง ในสภาผู้แทนราษฎรได้ พอผ่านปัูบนี่นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเข้ามาใหม่นี่ นะครับ หลังจากผ่านไป ท่านอย่าไปไว้วางใจนะครับในเล่มนี้ รายละเอียดที่มาพูดกัน ที่กรรมาธิการบางท่านบอกได้ ไม่มีทางหรอกครับ ไปเปลี่ยนทั้งหมดนั่นแหละ ไปเปลี่ยน โครงการครับ อย่างนี้เรามาพูดกัน เราก็รู้กันอยู่ในสภาแห่งนี้ที่ผมเรียกร้องหมายความว่า รัฐบาลบอกโปร่งใสอย่างไร โปร่งใส ท่านพูดมาตลอดเวลาเลย เพื่อคนยากคนจน เพื่อความโปร่งใส เพื่อสุจริตอะไร ผมก็ไม่ได้ว่าท่านแต่เราทําให้มันถูกต้องได้ไหม ที่ผม พยายามเรียกร้องนี่นะครับ ผมไม่เชื่อว่า ๔,๐๙๐ นี่นะครับ แล้วก็มี ๔๔๘,๐๐๐ ผมเชื่อว่า ต้องมีรายการจ่ายที่แน่นอน แต่ถ้าท่านตั้งตัวเลขกลม ๆ ไว้นี่แล้วก็ไปจ่ายกรณีฉุกเฉิน จําเปึน มันอีกเรื่องหนึ่ง แต่มันฟัองด้วยเอกสารนะครับ ฉะนั้นผมจึงมีสิทธิที่จะถามว่า ใช่หรือเปล่าล่ะ เอาไปจ่ายให้ผู้ที่เสียหายในกรณียึดสนามบินสุวรรณภูมิใช่ไหม ที่จ่ายหัวละ ๒,๐๐๐ บาทนี่ ขณะนี้ได้ข่าวว่ายังไม่จ่ายเขานะ นอกจากไม่จ่ายแล้วยังไม่ดําเนินคดีกับ พวกยึดสนามบินด้วยนะครับ ไหนบอกว่า นิติรัฐ นิติธรรม ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย อันเดียวกัน แต่ปฏิบัติแตกต่างกัน นี่มันอะไรกัน ผมในฐานะผู้แทนราษฎร ผมก็มีสิทธิที่จะ ซักถาม แล้วจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยนะท่านประธาน แต่ท่านอธิบายได้ ผมก็ไม่ขัดข้อง ผมตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมนั่งรอตั้งแต่เช้า เพราะผมตัดมาก ถ้าตัดน้อยผมได้พูดไปนานแล้ว นี่ผมตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้อันหนึ่งซึ่งผมสงสัยก็คือ ท่านไม่ส่งรายละเอียดมา ผมก็ ซักถาม ผมก็เลยเปึนห่วงว่าอันนี้หรือเปล่าที่ท่านบอกว่าจะต้องตั้งกรณีฉุกเฉินจําเปึน ได้ข่าวมานี่ครับ เขาลือกัน นี่ผมเดินไปตึก ๓ ท่านประธานลองไป ได้ข่าวว่าจะซื้อข้าว เสื่อมคุณภาพไปแจกอีกนะครับ ผมเปึนกรรมการติดตามงบ (กรรมาธิการติดตาม งบประมาณ) ผมได้รับหนังสือร้องเรียนมา ขนาดงบประมาณยังไม่ผ่านนะครับ ท่านประธาน หนังสือแจ้งมาแล้ว ร้องเรียนผมแล้ว ผมอยู่ติดตามงบ ผมก็สงสัย ผมต้อง พูดไว้ก่อนให้ท่านกรรมาธิการนี่ดูเม็ดเงินของพี่น้องประชาชน ผมเปึนห่วง ผมอยากให้ พรรคประชาธิปัตย์อยู่นาน ๆ ท่านอยู่นาน ผมก็อยู่นานเหมือนกันนะครับ อันนี้เปึนห่วง เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเปึนรัฐบาลแล้วห่วงฝ์ายเดียว ผมฝ์ายค้านยิ่งห่วงมากกว่าท่า นอีก ๒ เท่าด้วยซ้ําไป นี่เม็ดเงินของพี่น้องประชาชน เพราะเงินนี้เปึนเงินที่ยืมมาจากพี่น้อง ประชาชนต้องเปึนหนี้เปึนสินครับท่านประธาน อันนี้ถ้าท่านชี้แจงไม่ได้ ผมขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วผมขอสงวนไว้ต่ออีกนะท่านประธาน เมื่อตอบแล้วไม่ชัดเจน ผมจะขอใช้สิทธิตามข้อบังคับในสภาแห่งนี้ซักถามให้เปึนที่เข้าใจ ท่านครับอย่ารีบร้อน การพิจารณาเงินงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย ของพี่น้องประชาชนจะกี่วัน ไม่สําคัญ แต่สําคัญอยู่ที่ว่าเอาไปใช้จ่ายแล้วเกิดประโยชน์จริงหรือไม่อย่างที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้อธิบาย ท่านประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณนี้ ท่านได้พูดตั้งแต่เช้า ผมบันทึกไว้ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าวัตถุประสงค์หลัก ท่านบอกว่า ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เอาเงินงบประมาณนี้ไปให้แก่คนจนนะครับ อันนี้ผมก็ จะถามต่อ ที่ท่านบอกว่าลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เอาไปให้คนจน ผมมองไม่แตกต่างเลย เงิน ๒,๐๐๐ บาทนั้น คนจนไหมครับที่ได้นั่น ผมไม่ได้อิจฉานะ คนที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ได้อิจฉาเขา แล้วก็ไม่มีปัญหากับที่รัฐบาลชุดนี้ได้ตั้งไว้ แต่ท่านบอก ผมนั่งฟัง ท่านบอกว่า เอาไปจ่ายคนจน แล้วจนหรือเปล่าครับนี่ แล้วคนจนบ้านผมนี่นะ พวกชาวไร่ที่กําลังตัดอ้อยอยู่ทุกวันนี้ท่านประธาน รายได้ไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาทด้วยซ้ําไป วันหนึ่งท่านประธานรู้หรือเปล่าครับ ตัดอ้อยตั้งแต่เช้าจนค่ําได้ ๒๕๐ บาท แล้วอย่างนี้เขา ไม่มีสิทธิได้เลยหรือ ท่านบอกว่าไหนบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติของ ประเทศ ท่านบอกว่าเอาเงิน ๒,๐๐๐ นี้ ไปให้กับคนกลุ่มนี้ ใช้จ่ายเงินหมุน ๓ รอบ ๔ รอบ สุดแล้วแต่ท่านที่จะพูด แต่ผมในฐานะผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากพี่น้องประชาชนมีสิทธิจะทวงถามของคนกลุ่มนี้ด้วย ๑. ชาวนา ๒. ชาวไร่ ๓. ชาวสวน ๔. ผู้ใช้แรงงาน หรือคนกลุ่มนี้ผมไม่รู้นะเห็นเขาพูดกัน ข้าง ๆ ห้อง บอกคนกลุ่มนี้สงสัยไม่เลือกพรรคนี้ ไปเลือกอีกพรรคหนึ่ง มึงไม่ต้องเอาก็ได้ ว่าอย่างนั้น ผมก็ไม่รู้เห็นเขาพูดกันอย่างนี้ ผมก็มาเล่าให้ท่านประธานฟัง แต่ในฐานะผมเปึน ผู้แทนราษฎร ผมก็ต้องทวงถามว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่หรือคนยากคนจน ประธานคณะกรรมาธิการ เปึนคนพูดเองนะในสภาแห่งนี้ ท่านประธาน ผมจดไว้ บอกว่า เอาเงินนี้ไปให้กับคนจน ผมถามว่าเงิน ๒,๐๐๐ บาทนี้ คนจนหรือเปล่า และเงิน ๒,๐๐๐ บาท ที่ให้นี่นะครับ ผมไม่ติดใจนะ กระตุ้น ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ท่านบอกเอาให้คนจน แต่ถ้าหากท่านให้ ๒,๐๐๐ บาทกับคนกลุ่มนี้ และคนยากจนแท้ ๆ เอาไปให้มันก็กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่หรือ หรือผมก็คิดเหมือนกับท่าน ท่านประธานครับ รู้ได้อย่างไรเอาไปให้ ๒,๐๐๐ บาท และ เขาจะต้องใช้จ่ายหมุน ๓ รอบ ๔ รอบอย่างที่ท่านพูด จินตนาการเอง สิ่งเหล่านี้นะครับ ผมไม่ขัดข้องที่เกี่ยวกับเรื่อง ๒,๐๐๐ บาทนี่นะครับ แต่ในกลุ่มคนกลุ่มเปัาหมายที่ท่านว่า มันจะต้องให้ความเปึนธรรมสําหรับเขา

อันที่ ๒ ท่านบอกว่ากลุ่มนี้จะต้องเปึนกลุ่มคนยากคนจนสําหรับได้เงินกลุ่มนี้ ไปก็ไม่เห็น แต่ที่สําคัญนอกจากไม่ได้สตางค์แล้วท่านประธานครับ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ท่านไปกู้มาปัูบ เอา ๖๓ ล้านคนหาร วันนี้ตกเปึนหนี้คนละ ๑,๘๐๐ บาททันทีนะครับ นอกจากไม่ได้และยังเปึนหนี้อีกนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน พี่น้องผม ต่างจังหวัด ฟังอยู่ จะได้รู้ว่าจริง ๆ มันเปึนหนี้ แล้วก็ไม่ได้หรอกครับ ผมจึงบอกว่าเรื่องนี้ท่านบอกว่า ท่านให้ ๒,๐๐๐ บาท แล้วก็รายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ผมจะไม่ถามหรอก ท่านเอา หลักเกณฑ์กติกาอะไรมา ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ผมกําลังมองว่ามันไม่เปึนธรรม ไม่เปึนธรรม คนกลุ่มหนึ่งคนยากจนกลับเปึนหนี้แล้วก็เอาไปอีกกลุ่มหนึ่งไม่ว่ากัน แต่ถ้าให้คนกลุ่มนี้ เขาก็กระตุ้นเศรษฐกิจได้เหมือนกันไม่แตกต่างกัน คิดได้อย่างไร ผมจึงบอกว่าเอาละ เรื่องนี้ถ้าท่านเสนอเข้ามา ผมก็ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนเหตุผลหนึ่งซึ่งผมได้อธิบายให้ ท่านประธานฟัง

อีกประการหนึ่งนะครับ เนื่องจากมี ๓ แผนงาน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ที่สงสัย หนักคือ ๖,๙๐๐ ล้านบาทนะครับท่านประธาน กระทรวงที่เขามีหน้าที่ดูแลก็ไม่เอาไปไว้ ท่านประธานครับ ท่านเอามาไว้ที่ ผมไม่รู้นะที่สํานักนายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงแรงงาน ที่กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงที่เกี่ยวข้องทําไมไม่ไปตั้งเงินนี้ไว้เพื่อเปึนการที่จะพัฒนา ศักยภาพของนักศึกษาที่จบใหม่อย่างที่ท่านเขียนนะครับ ผมอ่านตามที่ท่านเขียนในเล่มสีเขียว สีนี้นะครับ ผมไม่ได้เอาจากที่อื่น เปัาหมายของกลุ่มของท่านคือนักศึกษาที่จบใหม่ ๒. ผู้ว่างงาน มันเกี่ยวข้องกับผู้ตกงานด้วยหรือเปล่าไม่รู้นะครับ ที่ท่านเขียนหมายความว่า ไม่เกี่ยวกับผู้ตกงานใช่ไหมครับ ที่ตกงานประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐-๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ฉะนั้นผมอยากจะถามทางสํานักงบประมาณเหมือนกันที่ท่านเปึนคณะกรรมาธิการ ท่านเขียนอย่างนี้ ผมก็สงสัยเหมือนกันบอกว่ารับรองปัญหาแรงงานว่างงาน และ นักศึกษาจบใหม่ วัตถุประสงค์ของท่านนะครับ และนักศึกษาจบใหม่ อันเนื่องมาจาก วิกฤติเศรษฐกิจ วัตถุประสงค์ข้อที่ ๑ ที่ท่านใช้เงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท

วัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ ท่านบอกว่าเพื่อให้ผู้ว่างงานและนักศึกษาที่จบใหม่ มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในระดับรากหญ้าและไม่เปึนภาระ แก่สังคมและท้องถิ่น หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าคนที่ตกงานที่กําลังพูดกันอยู่ ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน ไม่เกี่ยวกับผู้ว่างงานนี้ใช่ไหมครับ กลุ่มนักศึกษาที่จบใหม่ไม่มีงานทํา ท่านบอกเข้ามาแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจะแก้อย่างไร ท่านเอาเงินไปให้เขาและเขาจะแก้ อย่างไร ท่านลองอธิบายสิครับ ผมขอใช้สิทธินี้ถาม ๖,๙๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านลองเป่ดดู หน้า ๔ ท่านกรรมาธิการดูสิครับ หน้า ๔ เล่มนี้นะครับ ในฐานะซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แนะนําบอกว่าท่านดู ท่านบอกว่าปัญหาว่างงาน ผมเข้าใจว่าไม่เกี่ยวกับคนตกงาน ไม่รู้ กลุ่มไหนว่างงานนะครับ นักศึกษาจบใหม่อันเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจ มันคืออะไรครับ จบใหม่อันเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจ คือหมายความว่าอย่างไร ท่านอธิบายสิ หมายความว่าพวกที่จบมาใหม่ปัูบนี่ไปเกี่ยวอะไรกับวิกฤติเศรษฐกิจ หรือไม่มีงานทํา หรืออยู่ ระหว่างช่วงหางาน หรืออยู่ระหว่างว่างงาน เพื่อให้ผู้ว่างงานและนักศึกษาที่จบใหม่มีส่วนร่วม ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในระดับรากหญ้าและไม่เปึนภาระแก่สังคมและ ท้องถิ่น คืออะไรครับ ท่านจะเอานักศึกษากลุ่มนี้ไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างไร จะขับเคลื่อนได้อย่างไร แม้แต่ตัวเองยังไม่มีงานทําแล้วจะไปขับเคลื่อนอะไร ท่านลอง อธิบายหน่อย อยากให้ท่านนิพนธ์ บุญญามณี นะครับอธิบายหน่อย ท่านเองกับผมก็จบ ที่เดียวกัน รามคําแหงครับ ท่านลองอธิบายสิครับจบมาแล้วจะไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่างไร ก็ยังไม่มีงานทํา จะไปขับเคลื่อนอะไร อย่างไรครับ ก็หมายความว่าท่านจะไปจ้าง เขาเปึนรายวัน ๆ ให้อยู่กินไปธรรมดาอย่างนั้นใช่ไหม ๖,๙๐๐ ล้านบาทนี้ ท่านอย่าลืมนะ คนยากคนจนของประเทศเรายังมีอีกเยอะ ถ้าอยากกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้พ้นวิกฤติของ บ้านเมือง ทําไมไม่ใช้จ่ายในกรณีที่มันสามารถที่จะงอกเงยได้ มีการหมุนหลายรอบ อย่างที่ท่านต้องการ ผมไม่ขัดข้องเลย แต่ผมสงสัยเหมือนกัน ก็เพราะความไม่ชัดเจน อย่างนี้ละครับ เพราะความไม่ชัดเจนอย่างนี้ผมจึงขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงมันก็น้อยไป ที่จริงอย่างมากต้อง ๕๐ เปอร์เซ็นต์เปึนที่ตั้ง แต่ท่านไม่สามารถอธิบายได้ ท่านออก เอกสารมาให้ผมฉบับเดียว ผมก็ยังอ่านตามนี้ละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจาก ที่ผมได้อภิปรายแล้ว ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปบอกว่า เมื่อทางคณะกรรมาธิการ ได้ตอบแล้วผมขอสงวนสิทธิ เพราะว่าในเรื่องของรายละเอียด ในเรื่องของหนังสือที่ท่าน แจ้งมานั้น ผมก็ใช้สิทธิซักถาม และผมขอจะซักถามต่อ แต่ในความเปึนจริงนั้นในเรื่อง รายละเอียดต่าง ๆ ในมาตราอื่น ๆ นั้นท่านประธานครับ ผมขอให้ความร่วมมือกับ ท่านประธาน นับต่อนี้ไปในมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ ขอให้ ส่งเอกสารก่อนแล้วกันนะครับ ถ้าท่านไม่ส่งเอกสารก็ขอให้ท่านเลื่อนประชุมไปวันพรุ่งนี้ แล้วก็ขอให้จัดส่งก่อนแล้วค่อยว่ากัน เพราะวันนี้ผมเห็นทางคณะกรรมาธิการได้มาชี้แจง ต่อที่ประชุมแห่งนี้ มีเอกสารจริง มันไม่ใช่ไม่มี มันมีจริง แต่ทําไมไม่ให้สภาแห่งนี้ มันก็แปลกนะครับ ก็ผมบอกว่า เราก็ตรงไปตรงมา เราอยากโปร่งใสนะครับ ผมจึงขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ขอซักถามพร้อมกับคําซักถาม แล้วก็ขอให้ท่านประธานได้สั่งกําชับ พอจบมาตรา ๔ นะครับ ถ้าท่านไม่ส่ง เลื่อนไปประชุมวันพรุ่งนี้ แล้วค่อยว่ากันใหม่ ขอขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังเหลือผู้ต้องการอภิปรายอีกหลายท่านนะครับ ก็ต้องขอความกรุณาแต่ละท่านช่วย กระชับด้วย และก็อย่าซ้ําประเด็นนะครับ ตามรายชื่อนะครับ คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้อง ขออนุญาตยืนขึ้นยกมือเพื่อขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ จากคําอภิปรายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเจริญ และคําชี้แจงของท่านกรรมาธิการ วิรัช รัตนเศรษฐ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ในฐานะ เปึนกรรมาธิการด้วยกัน และคําชี้แจงของท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากหลายท่าน เรื่องเกี่ยวกับเอกสารประกอบในรายละเอียดในการพิจารณาในมาตราต่าง ๆ ที่กรรมาธิการได้พิจารณาในห้องงบประมาณ ถ้าผมไม่ชี้แจงนี่เดี๋ยวกรรมาธิการเสียงข้างน้อย พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาราชจะเสียหาย ท่านประธานครับ ในเรื่องเอกสารนี่ จริงอยู่ครับว่าพวกกระผมเองได้รับตามที่ท่านกรรมาธิการชวลิตได้กราบเรียนท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโครงการพัฒนาแหล่งน้ําของกรมทรัพยากรน้ํา ๗๖๐ ล้านบาท ได้รับครับมีรายละเอียด ของกรมชลประทานได้รับครับ มีรายละเอียด ของโครงการ ปรับปรุงสถานีอนามัย มีเอกสารรายละเอียด เราได้รับ อาคารพักของตํารวจชั้นประทวน เราได้รับนะครับ มีเพียงแต่ของกรมทางหลวงชนบทที่มีลักษณะแผนงานโครงการ แต่ว่า ยังไม่มีรายละเอียด แต่สิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานในเรื่องนี้นะครับ บทบาทหน้าที่ ของกรรมาธิการเราชี้แจงในพรรคครับ ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ เราชี้แจงในพรรค ผมเองเปึน ผู้ชี้แจงด้วย แล้วบอกว่าที่มาของเอกสารด้วย แต่สิ่งที่สําคัญที่สุดที่ผมเองไม่ลุกขึ้นขณะที่ ท่านเจริญอภิปราย ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน มันต้องเปึนเอกสารที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ให้กับสภาแห่งนี้ แล้วยืนยันครับ เอกสารที่พวกผมได้ไปนี่เปึนเอกสารที่กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้ จะจริงหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ถ้ามีการยืนยันในสภาแห่งนี้จากกรรมาธิการเสียงข้างมากแล้วชี้ให้เห็นเปึน ลายลักษณ์อักษรกระทบยอดกันว่าอันเดียวกันก็เปึนที่รับทราบรับรู้ของสภา ตรงนั้นละครับคือข้อเท็จจริงก็เปึนความชอบธรรมที่ท่านเจริญจะต้องทวงถาม กรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ทํางานท่านประธานครับ แต่ว่าสิ่งที่เราต้องการยืนยันนี่ไม่ใช่ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยจะยืนยันได้ ต้องเปึนมติของสภาครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้ขอแปรญัตติเพื่อปรับลดเงินในมาตรา ๔ นะครับเกี่ยวกับเรื่อง งบกลาง ซึ่งมีตัวเลขอยู่ทั้งหมดนี่ ๑๓,๖๔๒ ล้านบาทเศษ ๆ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๓ หมวดนะครับ ซึ่งก็คงขออนุญาตนะครับว่าในเรื่องของงบซึ่งได้พูดกันมาตั้งแต่เช้านี่ เกี่ยวกับมาตรา ๓ ก็ยังมีเรื่องที่ติดค้างอยู่ แล้วมาต่อมาตรา ๔ นี่ก็ยิ่งมีเรื่องสะสมมาครับ ในส่วนหนึ่งนี่ผมเองก็ฟังคําตอบแล้วก็อยากได้คําตอบอีกครั้งหนึ่งครับว่า งบประมาณ ที่เราจะใช้นี่งบรายจ่ายที่มีการเพิ่มเติมในขณะนี้ เอาเงินจากตัวเลขตรงไหนมาใช้จะเปึน การกู้หรือยืมนี่ผมก็ไม่ทราบว่ายอดทั้งหมดนี่มีความชัดเจนจากตรงไหนนะครับ เพราะเมื่อเช้า ผมก็อภิปรายสอบถามไปว่าตัวเลขนั้นเปึนเรื่องสําคัญ การเอารายละเอียดมาพูดกัน แล้วก็มาอภิปรายกันไปตั้งเปึนหมวดหมู่แล้วนี่ ผลปรากฏสุดท้ายนี่ก็ยังไม่รู้ว่ายอดเงิน งบประมาณจริง ๆ แล้วนี่เราจะเอาจากแหล่งไหน อันนี้ส่วนที่ ๑ นะครับ

ส่วนที่ ๒ เมื่อคราวที่นํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมเข้ามาเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๑ ผมเองได้เตรียมที่จะอภิปรายกับเพื่อนสมาชิกหลายท่าน แต่ปรากฏว่า วันนั้นมีเหตุการณ์ซึ่งทําให้พวกเราเองไม่สามารถที่จะอภิปรายในเรื่องรายละเอียดได้ แล้วก็มีตอนช่วงปลายนี่มีการถามท่านนายกรัฐมนตรีเองนะครับ ผมจําได้ว่า ท่านพูด บอกว่าสาเหตุอันหนึ่งที่มีความจําเปึนที่จะต้องใช้งบกลางในวันนี้นั้นเนื่องจากว่าสภาพ ของเศรษฐกิจที่จําเปึนที่จะต้องหางบประมาณมากระตุ้นนะครับ แล้วดูแลพี่น้องประชาชน ที่ประสบในเรื่องของการหมุนเวียนในเรื่องของทรัพย์สินหรือการช่วยเหลือ ให้ความช่วยเหลือ ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากก็เลยทํางบประมาณตรงนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ปรารภขึ้นมาว่า ท่านเองเข้ามารับตําแหน่งนี่มีเงินงบกลางซึ่งเปึนรายจ่ายของ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ท่านเข้ามาบอกว่ารัฐบาลชุดที่แล้วนี่ใช้ไป ๒ ใน ๓ เหลืออยู่ ๑ ใน ๓ ผมเองก็ลุกขึ้นแล้วก็ในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีอยู่ในสมัยรัฐบาลท่านสมชาย ก็บอกว่าคงไม่ใช่หรอกครับ เพราะผมได้รับรายงานจากเอกสาร ซึ่งวันนี้ก็ขออนุญาต ว่ามันเปึนเอกสารซึ่งต้องดูในรายละเอียดขออนุญาตอ่านว่า ที่ผมได้รับแจ้งนั้นเปึนเอกสาร จัดสรรงบประมาณถึงวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๒ ได้ขอรายละเอียดมาจากทางสภา ซึ่งได้ ส่งตัวเลขมาว่างบประมาณในงบกลางป้ ๒๕๕๒ นี่คือ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ในวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๒ นี่ใช้จ่ายงบประมาณไปเพียง ๗,๕๖๓,๘๕๙,๐๔๒ บาท วันโน้นผม ก็บอกว่างบประมาณนี่มันใช้อยู่ประมาณนี้ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากตัวเลข ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีก็ขึ้นมาตอบอีกครับว่ามันรวมกับตัวเลขที่เปึน งบประมาณที่กันไว้แต่ยังไม่ก่อหนี้ผูกพัน ซึ่งผมก็ย้ําบอกว่าตัวเลขตรงนั้นก็คงยังไม่ทราบ เพราะว่าเราใช้จริง ๆ ในรัฐบาลชุดที่แล้ว เพราะออกมา ยุบพรรควันที่ ๒ ธันวาคม (วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๑) จากงบประมาณ ที่ผ่านจากสภาไป แล้วใช้ต้นป้งบประมาณเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม (วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑) ท่านประธานลองไล่ดูสิครับว่า ช่วงเวลาเพียง ๒ เดือนผ่านไปนิดเดียวนะครับ กว่าจะได้ใช้ งบประมาณ ไม่ใช่บอกว่าต้นป้งบประมาณวันที่ ๑ ตุลาคม ก็ใช้ได้เลย มันคงไม่ใช่ ผมก็เลย สอบถาม ซึ่งจําเปึนที่จะต้องมาพูดตรงนี้อีกครั้งหนึ่งว่างบประมาณจริง ๆ แล้วเราใช้เพียง ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลือ ณ วันนั้น ๓๗,๔๓๖,๑๔๐,๙๕๘ บาท แล้วมาถึงวันนี้ ก็จะถามต่อว่า งบกลางตอนนี้จากที่ท่านรับจากอดีตรัฐบาลที่ผ่านมานี้ อีก ๓๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านไปใช้อะไรในขณะวันนี้ แล้วเหลือเท่าไร ซึ่งถ้าจะพูดไปแล้วนี่ นะครับ ที่บอกว่ามีการกันไว้ในส่วนของอุทกภัย ภัยพิบัติต่าง ๆ ตามมติของ ครม. หรือตามส่วนที่มติต่าง ๆ ที่เปึนเรื่องเร่งด่วนกรณีฉุกเฉินจําเปึนอีก ๒ ยอด ยอดละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ยอดนี้ตกแล้วก็อีกประมาณ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมสงสัยว่าที่เหลืออยู่นี้ ที่ใช้ไป ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้คือใช้จริง นอกนั้นรัฐบาลนี้เปึนผู้ใช้ เพราะว่าผมเอง ผมถือจากตัวเลขตรงนี้ ชนิดที่ว่ายังไม่ก่อหนี้ ยังไม่ทําอะไรนี่ ก็คงจะมาส่งไม้ต่อให้รัฐบาลชุดนี้ ก็อยากจะทราบรายละเอียดว่า ณ วันนี้ ท่านเตรียมงบประมาณแล้วก็ใช้จ่ายไปเท่าไร พอมาถึงงบประมาณที่ทํางบประมาณ กลางป้ ซึ่งเพิ่มขึ้นมาเปึน ๑๓,๖๐๐ กว่าล้านบาท ในหมวดที่ผมได้แปรตัดทั้ง ๓ ยอดนี่ ยอดแรก โครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรของภาครัฐ ท่านประธาน ครับ เพื่อนสมาชิกอภิปรายกันหลายคน ผมเพียงแต่เสริมคงไม่เพิ่มมากมายนะครับ ๒,๖๐๐ กว่าล้านบาทนี่ บอกว่า ๒,๐๐๐ บาท แล้วมีขมวดไว้ครับว่า คนที่จะได้รับนั้น เปึนกลุ่มคนซึ่งมีอาชีพไม่ตกงาน ต้องบอกว่าไม่ตกงานครับ เพราะเปึนหมวด ถึงแม้ ตกงานแล้วอยู่ในกลุ่มอาชีพที่ใช้แรงงาน ก็ยังมีเงินชดเชยทดแทน รัฐบาลกําลังทําผิด กฎหมายหรือเปล่า อยู่ ๆ บอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เอาเงินในส่วนของภาษีอากร ประชาชนเอาไปใช้จ่ายกับกลุ่มคนที่ไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลย แล้วบางคนท่านไป ติดตามดูสิครับ บางคนนี่ครอบครัวทําราชการ รับราชการ ๓ คน ๒ คน เผลอ ๆ ได้คนละ ๒,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ก็เปึนตัวเลขซึ่งไม่น่าจะเปึนไปได้ครับว่า ความคิดเห็น ความคิดอ่านของรัฐบาลนี่คิดอะไรง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่เมื่อสักครู่นี้ตอนที่มาตรา ๓ ผมก็บอกว่า ยังมีกลุ่มที่เดือดร้อนจริง ๆ เอาไม่ต้องไกลหรอกครับ พวกที่ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑลเปึนแสนคน ไม่ได้สนใจเขาเลยหรือครับพวกนี้ หรือไม่ใช่คนที่อยู่เปัาหมาย ลงลึกลงไปในรายละเอียด พวกกลุ่มแม่ค้า ถ้าจะจ่ายมันต้อง จ่ายกลุ่มพวกนี้ไล่ขึ้นมา แต่ที่คิดจะจ่ายนี่นะครับเพราะเห็นว่ามีเงินหรือเปล่า อย่าลืม นะครับ เงินเหล่านี้กู้เขามา ไม่ใช่เปึนเงินที่เกิดขึ้นมาหรือจัดเก็บจากรัฐบาลในส่วนนี้ ซึ่งยังไม่รู้เลยครับว่าจะไปกู้ตรงไหนบ้าง แล้วเปึนตัวเลขอย่างไร เพราะว่าวันนี้ท่านเองก็ยัง ไม่ได้บอกเลยครับว่าตัวเลขทั้งหมดนี้มันอยู่ตรงไหนจะไปออกพันธบัตร จะไปกู้ยืม ในประเทศที่ไหน แหล่งเงินอยู่ตรงไหน จะไปเอาจากแบงก์ชาติ หรือจะไปเอาจากสถาบัน การเงินใด ไม่มีความชัดเจนครับ แล้วถ้าไม่มีความชัดเจนก็จะเกิดปัญหาว่า การพิจารณาตรงนี้นั้นจะเกิดปัญหา เพราะว่าท่านเขียนไว้ว่า ในส่วนของโครงการนี้บอกว่า ผลที่จะได้รับ ลดปัญหาความเดือดร้อน ด้านค่าครองชีพของประชาชน บุคลากรของรัฐ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ เอาไป ๒,๐๐๐ บาทนี่นะครับ ท่านจะสามารถทําให้เขาผ่อนคลายหรือลดภาระ ท่านประธานรู้ไหมครับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้มีแต่ชาวบ้านบอกว่า ตกงาน ไม่มีเงิน แล้วก็มาขอ บางคนเจ็บป์วย อย่างบางคนเปึนโรคไต วันนี้ในกระทรวง สาธารณสุขเองเห็นบอกว่าเอางบประมาณไปเพียงแต่ไปทําต่อเติมศูนย์อนามัย ผมก็เห็นด้วย ว่าต้องทํา แต่ที่หนัก ๆ ที่เปึนโรคไตอยู่จํานวนถึง ๑๘,๐๐๐ ราย แล้วก็แนวโน้มจะเพิ่มขึ้น ในป้ ๒๕๕๒ อีกประมาณ ๑๕,๐๐๐ ราย คนไทยป์วยเปึนโรคไตเยอะครับ ไปอุดหนุนเงิน เขาฟอกไตครั้งหนึ่ง สปสช. (สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ให้ ๑,๐๐๐ บาท อีก ๕๐๐ บาทควักเงินออกเอง ท่านประธานครับ แล้วกลุ่มเหล่านี้เคยบอกว่าเคย ไปดูแล ไหมครับ แทนที่จะเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปดูแลคนเหล่านี้จํานวนเกือบหมื่นราย เคยไป เพิ่มเติมหรือเปล่า น่าจะให้พวกนี้ซึ่งด้อยโอกาสมากกว่า และเช็กไปแล้วนะครับ พวกนี้ ส่วนใหญ่แล้วเปึนคนยากจน ฟอกไตครั้งหนึ่งควักเงิน ๕๐๐ บาท รัฐช่วย ๑,๐๐๐ บาท บางคนต้องฟอกไตเดือนหนึ่ง ๓-๔ ครั้ง เขาจะเอาเงินที่ไหน อันนี้คือตัวอย่างครับ แต่ผม ไม่ทราบว่าตรงนี้บอกมาได้อย่างไรว่าจะเปึนการลดปัญหาความเดือดร้อน ผมไม่ทราบว่า ลดหรือสร้างปัญหา เพราะเงิน ๒,๐๐๐ บาท มันเปึนเงินที่ใช้จ่ายนะครับแป็บเดียวก็หมด แต่ที่ผมแนะนําไปทําไมไม่ตั้งเปึนกองทุน ถ้าคนเดือดร้อนก็มากู้เอามาใช้ เอามายืม หรือจะ ส่งเสริมเรื่องอาชีพก็ว่าไป แต่ (๒) ยิ่งแปลกครับ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ในระยะสั้น โดยผ่านการใช้จ่ายบริโภคของครัวเรือนของผู้มีรายได้น้อยอันนี้ยิ่งฟังยิ่งตลกครับ ๒,๐๐๐ บาทนะครับ ถ้าหารเปึนป้ตกประมาณ ๕ บาท ๕๐ สตางค์เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก ก็บอกว่า น้ํามันก็ขึ้น ๕ บาท ๕๐ สตางค์ นี้หารเปึนตัวเลขได้ ๕ บาท ๕๐ สตางค์อีกแล้วครับ ถามว่าตัวเลข ๕ บาท ๕๐ สตางค์ ต่อวัน ครัวเรือนจะมีการกระตุ้นหรือเปล่า ผมไม่ทราบ เขียนลงมา เขียนเพื่อที่จะให้มีโครงการเกิดขึ้นนําเสนอสภา หรือจะเขียนให้พวกผม ในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาบอกว่า ก็มีเงินงบประมาณที่ตั้งมาแล้วมันก็ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ถึงแม้ว่ามันจะเกาถูกไม่ถูก แต่ก็ได้ใช้เงินละครับก็เปึนการกระตุ้นนโยบายประชานิยม หรือเปล่า หรือประชาสังคมหรือเปล่า ซึ่งคิดว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้คิดได้แค่นี้นะครับ ผมว่า ยุ่งละครับ เพราะว่าประเทศไทยก็คงจะแบกรับภาระที่มาตรา ๓ เขาบอกแล้วครับว่า ตัวเลขบอกว่าจีดีพีจะบวก ๒ ผมให้ลบ ๒ อย่างน้อย ญี่ปุ์นมันยังลบ ๔ เลย ประเทศไทย กล้าหาญชาญชัยอย่างไรครับ จาก จีดีพี บวก ๔ แล้วบอกว่า ลงมาเหลือบวก ๒ ฐานเศรษฐกิจเราแข็งขนาดไหนครับ คนตกงาน ว่างงานเยอะขนาดไหน ท่านประธานครับ ผมว่าคงไม่ใช่แล้วถ้าจะเอาตัวเลข ๒,๖๐๐ กว่าล้านบาทมาละลายน้ําเล่นตรงนี้ ก็ยังมี เวลาครับถ้าเกิดกรรมาธิการยังเห็นว่าตรงนี้มันมีการท้วงติงของเพื่อนสมาชิกมาก อาจจะ ปรับเปลี่ยน เพราะอํานาจกรรมาธิการก็ยังมี ถ้าท่านบอกว่าปรับเปลี่ยนไม่ได้ลองถาม รัฐบาลเอาด้วยหรือเปล่า สภาแห่งนี้ยังเคยปรับเปลี่ยนงบประมาณตอนวาระ ๒ และผ่าน วาระ ๓ เคยทําผมจําได้นะครับ แล้วก็กรรมาธิการเองก็เปึนคนปรับเปลี่ยนในส่วนของ เนื้อหาและตัวเลข มาดูใน (๒) โครงการชื่อสวยอีกครับ โครงการเพิ่มศักยภาพของ ผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนอันนี้ตั้งไว้ตั้ง ๖,๙๐๐ ล้านบาท วัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับลูกจ้าง และแรงงานในสถานประกอบการที่ถูกเลิกจ้าง ถูกเลิกจ้างนี่หมายถึงว่าสถานประกอบการพวกนี้กลุ่มนี้เขาขึ้นแล้วนะ ขึ้นบัญชี ตกงาน เขาได้เงินทดแทน ชดเชยจนกว่าจะมีงานทํา นี่เขาเรียกว่ามีหลักประกันแล้ว และนักศึกษา จบใหม่โดยอบรมพัฒนาฝ้มือแรงงานเพื่อทักษะชะลอการเลิกจ้าง นี่คนละวรรค คนละตอน แต่เขียนแล้วมันคล้าย ๆ กับว่านักศึกษาจบใหม่เขาก็มีวุฒิภาวะหลังจากที่เขาจบแล้วนี่ ถ้ามีงานทําก็เข้าไปทํางาน แต่ตอนนี้อาจจะตกงานว่างงาน ในสภาวะอย่างนี้ เอาไปฝ๊ก ทักษะฝ้มือแรงงานนะครับ มันก็คงจะมีการผ่านงานแล้ว แต่ต้องเข้าไปทํางาน แต่ถ้าบอกว่า ตกงานแล้วมาฝ๊กเพิ่มเติมหรือจะให้เรียนเพิ่มเติม เพราะนโยบายรัฐบาลชุดนี้บอกว่า เรียนฟรี ๑๕ ป้ อาจจะเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา หรือถ้าจบอุดมศึกษาแล้วให้ต่ออีก ๒ ป้ จบปริญญาโทเลย ฉะนั้นต้องตั้งงบประมาณเผื่อไว้ครับ เพราะถ้าคนตกงานว่างงาน ก็เปลี่ยนวิกฤติเปึนโอกาส จ้างเขาเรียนต่อให้เขามีความรู้ มีงานไม่มีงานทําไม่เปึนไรครับ แต่พอเริ่มดีขึ้นพวกนี้จบปริญญาโทหมดแล้วครับ เปึนการเพิ่มทักษะ เพิ่มองค์ความรู้ มันต้องใส่เข้าไปครับ หรือฝ๊กอบรมวิชาชีพเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพอิสระ ถามว่า เขาจบมากลายเปึนว่าจบวิศวะ จบสถาปัตย์ จบหมอ เกิดตกงาน หมอนี่อาจจะขาดแคลน เปึนวิชาชีพเฉพาะ แต่ก่อสร้างมันไม่มีครับ สถาปนิกกับวิศวะตกงานแน่ แล้วบอกว่าให้ไป เรียนเพื่อทําอาชีพอิสระ มันดูแล้วแปลก ๆ ครับ จะให้เขาไปทําอะไรครับ จะให้ไปใช้ งบประมาณในส่วนนี้ไปฝ๊กทําดอกไม้หรือสิ่งประดิษฐ์ โอทอป หรือทําอะไรที่เปึนอาชีพ อิสระ เดี๋ยวผมต้องการคําตอบตรงนี้ด้วยครับว่าเอามาจากตรงไหน รวมถึงอบรมแล้วก็จัด จ้างนักศึกษาจบใหม่ให้มีงานทําระยะสั้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ผมจําได้ว่าตอนป้ที่รัฐบาลใช้งบประมาณตอนสมัยมิยาซาวาจ้างงาน นักศึกษาไม่ต้อง เลือกงานครับ ที่มีนบุรีไปสมัครงานเปึนพนักงานกวาดขยะชั่วคราว ตอนนั้นเงินเดือน เท่าไรครับจบปริญญาตรี เขาให้ ๔,๐๐๐ กว่าบาท ๔,๐๐๐ กว่าบาทครับ นั่นคืออาชีพ อิสระซึ่งเลือกไม่ได้ แต่เขาบอกว่าจ้างไปก่อนไปเก็บกวาดขยะ ไปกวาดถนน ไปตัดหญ้า ๔,๐๐๐ กว่าบาท ผมไม่ได้ว่าหรอกครับ เพราะผมก็มีคําวิจัยขององค์กรต่าง ๆ ที่ยกย่อง ประเทศไทยที่บอกว่าใช้เงินได้ตรงวัตถุประสงค์ เพราะไปผูกไว้อย่างนั้น ในเรื่องของการ ว่าจ้างแรงงาน แล้วก็ไปตัดหญ้าไปดูอะไร แต่มันไม่ได้สร้างงานครับ เปึนเพียงแต่มุมมอง ความคิดว่าจะทําอย่างไรให้พวกนี้เขาเดินไปได้ เหมือนสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ พอฟุ๋นฟู เศรษฐกิจเขาหางานให้ทําครับ ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ หรือประเทศคอมมิวนิสต์ก็ไปถางหญ้า ไปปลูกโน่น ปลูกนี่ ไม่คิดมาก เดี๋ยวคิดมากแล้วจะฟุังซ่าน แต่เวลาวันนี้มันไม่ใช่นะครับ มันไม่ใช่ที่จะมาบอกว่าเอาเงินงบประมาณส่วนนี้ไป แล้วไปจ้างงานกับคนที่ว่างงานให้มัน ผ่านพ้นไปโดยใช้เงินละลายไป เงินนี้ก็กู้มา แล้วมันก็เปึนภาษีอากร ทุกคนก็มีส่วน ที่จะต้องบริหารจัดการ โดยเฉพาะสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ บอกว่า ๖ เดือน เมื่อสักครู่นี้ที่ผ่านไปมันก็ ๖ เดือน ๒,๐๐๐ บาทนี่ ๖ เดือนนะครับ ที่เขาเอาไปใช้นี่ ระยะเวลาการดําเนินงานภายใน ๖ เดือน ก็ไม่รู้ล่ะครับ ใช้อย่างไรก็ขอให้เขาใช้จริง ๆ ละครับ แต่ผมดูแล้วคงยากเพราะว่ากลุ่มเหล่านี้เขาก็ชะลอ เพราะตัวเลขมันบ่งชัดครับ วันนี้คน ไปทานอาหารลดน้อยลง ร้านอาหารก็เจ๊ง โรงงานที่ผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว โรงงานผลิตสิ่งต่าง ๆ ที่เปึนการแปรรูปต่าง ๆ ก็ลดน้อยลง มันกระทบไปหมดละครับ โรงงาน ตกงานว่างงาน สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดตามมา นับประสาอะไรการท่องเที่ยว เมื่อสักครู่นี้ทางเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสมคิดพูดถูก ป้ที่เราจัดการท่องเที่ยวในสมัยรัฐบาลทักษิณ ซื้อ ๑ แถม ๑ ตั๋วเครื่องบินนะ ตั๋วเครื่องบินนะครับจอง ๑ แถม ๑ เขาต้องการให้เอาคนมาใช้เงิน แล้วประเทศไทย ค่าการตลาดนี่ครับใช้น้อย ไม่ต้องมากหรอกครับเพราะว่าประเทศไทยไปเอาความรู้สึก ที่บอกว่า ที่ดี ๆ คืนกลับมาที่ป่ดสนามบินให้เกิดความมั่นคงมั่นใจในเรื่องต่าง ๆ นักท่องเที่ยวมาเองครับ เพราะประเทศไทยแหล่งท่องเที่ยวมันเยอะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิชาญครับ ขอความกรุณาช่วยกระชับด้วยนะครับ ยังมีผู้ประสงค์จะอภิปรายอีก หลายท่านจริง ๆ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานครับ อยู่ใน เนื้อหาครับแล้วก็กระชับครับ เดี๋ยวก็คงจะจบแล้วครับ และผมก็คงไม่ใช่เวลาในมาตราอื่น ถ้าไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้อง อนุญาตครับว่าเรื่องการท่องเที่ยวถ้าเราทําตัวเลขให้มันต่ํา เดินทางมาสะดวก อาหารการกิน ค่าครองชีพต่าง ๆ อเมริกา อังกฤษค่าครองชีพสูง ในยามนี้ เขาส่งคนเขามากินเที่ยวในประเทศไทยยังถูกกว่าที่อื่น เราต้องคิดในมุมนี้ครับ เพราะว่าประเทศไทยนอกเหนือจากตรงนี้แล้ว เรื่องการแพทย์ต้องส่งเสริมและต้องเอาจริง เอาจัง เพราะว่าอย่างน้อย ๆ ค่าใช้จ่ายเรื่องการแพทย์ต่าง ๆ ที่เขาจะมารักษาพยาบาล ตรงนี้จะช่วยได้ ผมขออนุญาตนะครับท่านประธาน ตรงนี้ใช้เวลา ๖ เดือน แต่ ๖ เดือน เขาหวังว่านะครับในเรื่องดังกล่าวคณะกรรมการองค์การส่วนราชการกําหนดเปัาหมาย แรงงานกลุ่มต่าง ๆ แล้วก็มีการบูรณาการ ผมบอกได้เลยครับว่า คงไม่ได้หรอกครับ ถ้าคิดอย่างนี้ แสดงว่ากลุ่มอาชีพต่าง ๆ คงจะมีระยะการทํางานแล้วก็ฝ๊กอบรมงาน โดยไม่ได้คิดเลยครับว่า ทําไมไม่จัดกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ในกลุ่มหรือสายงานต่าง ๆ แล้วให้ เขาฝ๊กพร้อมทั้งดําเนินการหรือถ้ามันใกล้เคียงกันเราจะสร้างอาคารหรือกลุ่มต่าง ๆ ที่เปึน ที่อยู่อาศัยที่มันขาดอยู่นี่ วันนี้ทําไมไม่ใช้วิกฤติตรงนี้ละครับ แหล่งเงินที่ดีที่สุดคือประเทศไทย ถ้าเราระดมออกมาได้ความเชื่อมั่น เชื่อถือคนมาลงทุนเองครับ แต่ถ้าเราเองนะครับ เหมือนเกาหลีที่คราวที่แล้วเราคิดต้มยํากุ้ง เกาหลีเขาระดมเงินในประเทศเขาครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับ มาเลเซียบอกว่าป่ดประเทศเลยกลัวค่าเงินหล่นต่ํา เขาเล่น ภายในประเทศทั้งหมดของเราพอสตาร์ทปุ็บเกิดวิกฤติปุ็บ บินไปโรดโชว์ โอ.เค. ไม่มีปัญหา แต่อย่าไปกู้ครับ ถ้าเมื่อไรกู้แสดงว่าประเทศไทยไม่มีความสามารถ ในการที่จะไปพัฒนาประเทศตัวเองแล้วให้เขาดูถูกครับ เพราะญี่ปุ์นตอนนี้มันก็แย่อยู่แล้ว เขาเองอาจจะคิดว่าประเทศไทยแย่กว่าก็เลยสงสารให้กู้ยืมเงิน ขออนุญาตครับว่า ผมคิด ว่าโอกาสที่จะพัฒนานั้นกับเด็กที่จบใหม่ ๒๔๐,๐๐๐ คนนั้น น่าจะมีโอกาสสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าดูจากตรงนี้แล้ว เพราะคนที่จบมาในสายอาชีพ ถ้าไปให้เขาเปลี่ยนอาชีพ ที่เปึนอิสระ ยกเว้นครอบครัวเขา พ่อแม่เขามีอาชีพรองรับอยู่แล้ว เขาไปแน่ แต่อย่างนี้ ผมว่าท่านประธานคงจะต้องให้ทางกรรมาธิการผ่านไปยังรัฐบาล ลองไปดูครับว่าตัวเลข ที่เรียกว่า เพิ่มพูนศักยภาพ นั้น ต้องให้เกิดความชัดเจน นี่ยังเขียนไปครับว่าเกี่ยวกับเรื่อง วิสาหกิจชุมชน อันนี้เริ่มเข้าเค้านิดหนึ่งครับ เพราะการทําวิสาหกิจชุมชนนั้นต้องเปึน กลุ่มงาน แต่ไม่ทราบว่าแบบไหน อย่างไร แล้วจะทําให้เกิดประโยชน์ได้มากเพียงไร

สุดท้ายครับ ใน (๓) กรณีเงินสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉิน เมื่อสักครู่ผมพูด ค้างไว้นะครับว่า ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไป ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลเข้ามา ส่วนที่เหลือ เอาไปใช้ รัฐบาลชุดนั้นใช้ไป ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้เอาอีก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท บอกว่าอะไรครับ การใช้จ่ายงบอย่างนี้ฉุกเฉินจําเปึนเขาไม่ต้องไปตั้งหรอกครับ ถ้าจะเอาก็ ตั้งไว้เลยเหมือนรัฐบาลชุดนี้ที่เปึนอดีตฝ์ายค้านบอกว่า ตอนสมัยรัฐบาลชุด ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผี ๓ ตัว ท่านพูดเสมอผมจําได้ ผีตัวที่ ๑ ตัวที่ ๒ ตัวที่ ๓ ตั้งงบไว้ ไม่มีรายละเอียด เสร็จแล้ววันนี้ท่านทําไว้แต่การใช้จ่ายงบกลางกรณีฉุกเฉินมันต้องเกิด ต้องเห็น ผมถึงถามบอกว่า ที่ไปใช้ที่ไปกันมันหมดหรือยัง กันไว้เรื่องวาตภัย กันไว้ชดเชย มันอย่างไรนะครับ ตอบมาผมไม่ได้ติดใจหรอกครับ แต่ต้องทราบ เพราะวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเองตอบว่า ใช้ไปแล้วรัฐบาลนี้เข้ามามีอยู่แค่นี้ ผมก็เลย สงสัยบอก เอ๊ะ ผมยังอยู่ในส่วนของรัฐบาลไม่เห็นใช้อะไรเลย คราวนี้นี่ครับต้องถามว่า แล้วงบประมาณยอดนี้ที่บอกว่า เปึนงบกลางกรณีฉุกเฉินจําเปึน ท่านทราบหรือครับว่า จะเกิดอะไรขึ้น ประเทศไทยจะเกิดสึนามิอีกหรือ จะเกิดอุทกภัยอีกหรือครับ เมื่อสักครู่ มีหลายคนบอกไม่รู้รัฐบาลชุดนี้โชคดีหรือโชคไม่ดี พอเข้ามารับปุ็บเกิดเรื่องแต่ไฟทั้งนั้น ผับไฟไหม้นะครับ เดี๋ยวระเบิด วันนี้ที่สถาบันเขาทดลองชีวภาพครับ เด็กตาบอดอีก ๓ คน หรือจะเตรียมเงินงบประมาณงบกลางป้ไว้นี่แล้วก็บอกว่า จําเปึนที่จะต้องเตรียมไว้ครับ เปึนการสร้างหลักประกันรายได้ให้กับผู้สูงอายุ อันนี้จะเอาไปทําอะไรครับ ผู้สูงอายุ สร้างหลักประกัน เอาไปใช้จ่ายนี่ตามที่เรามีมติไปตั้งกรรมาธิการพิจารณาค่าครองชีพ ให้กับผู้สูงอายุหรือเปล่า ใช่หรือเปล่าครับ เตรียมไว้หรือเปล่า ถ้าเตรียมไว้ก็ต้องไปดูครับว่า จริง ๆ แล้วมันมีกฎเกณฑ์กติกาถ้าไปเขียนบอกว่า ต้องได้เหมือนกันหมดก็ไปฝากครับว่า ต้องดูความชัดเจนให้เกิด นี่เขียนไว้เลยครับบอกว่า จะเอาตัวนี้ใช่ไหม มันผิดหลักเกณฑ์ หรือเปล่าของวิธีการใช้งบประมาณกรณีงบกลางเงินสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินจําเปึน อันนี้ ต้องถามครับเขียนอย่างนี้

(๒) นี่สามารถฟุ๋นฟูเศรษฐกิจตามกรอบแผนฟุ๋นฟูที่อาจจะต้องใช้ อาจ นะครับ อาจจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม อันนี้เตรียมไว้อีกแล้วครับจะไปฟุ๋นฟู ที่ผ่านมา อ่านมานี่ฟุ๋นฟูทั้งนั้นล่ะครับ แม้กระทั่งคําปรารภการของบประมาณท่านเขียนไว้หมด นี่เขียนไว้อีกครับเขียนเผื่อไว้ เดี๋ยวผมจะบอกให้เขียนไว้ทําอะไรครับ

อันที่ ๓ นี่สามารถเตรียมไว้ให้กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงาน ของรัฐใช้จ่ายตามเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมาย อันนี้เข้าเค้า ไม่เปึนไรครับ อันนี้เขียนได้ เช่น กรณีภัยพิบัติต่าง ๆ กรณีการปฏิบัติการผูกพันตามกฎหมายที่เกิดขึ้น ระหว่างประเทศ กรณีจําเปึนเร่งด่วน เขียนไว้เถอะครับ เพราะว่าท่านไม่เขียนเดี๋ยวก็ ใช้ไม่ได้ เพราะมันเปึนพระราชบัญญัติ

ทีนี้ประเด็นที่ผมจะพูดนี่นะครับต่อตรงนี้นิดหนึ่ง ตอนที่ท่านเขียนนี่ท่าน ก็คิดคาดการณ์ว่าจะต้องเกิดอย่างโน้นอย่างนี้ และถ้ามันไม่เกิดมันก็อยู่ในกรอบ งบประมาณที่เรียกหยิบมาใช้ วันนี้รัฐบาลนี่นะครับสามารถที่จะใช้ทั้งเงินงบกลาง ที่เหลืออยู่แล้วถ้างบป้ ๒๕๕๒ รีบประกวดราคา รีบอะไรนี่ครับเงินที่เหลือนี่ค้างท่อก็เอามา กองไว้เรียกมาใส่ไว้ตรงกลางอีกงบกลาง รัฐบาลก็ใช้ได้อีกครับ ถามว่านายกรัฐมนตรี โดยอํานาจของท่านแล้วนี่ ท่านผู้อํานวยการสํานัก ๑๐ ล้านบาท แต่ก็ต้องจ้างทุกครั้งให้กับ ท่านนายกรัฐมนตรีทราบบอกว่า มีเหตุจําเปึน มีอะไรที่เขาขอมา ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ใช้ได้ ๑๐๐ ล้านบาทนะครับ ถ้าเกินต้องขออนุมัติ ครม. แต่ผมบอกว่าถ้าใช้ ๑๐๐ ล้านบาท หลาย ๆ ครั้งนี่ตามโครงการนี่มันจะดีกว่าหรือเปล่า อันนี้ผมตั้งข้อสังเกตนะครับแต่ต้อง ได้รับคําตอบว่า วิธีการโดยการทํางบประมาณเฉกเช่นที่ผ่านมานี่ ผมเคยท้วงติงใน ครม. ครับที่ผ่านมา การใช้จ่ายงบฉุกเฉินผ่าน ครม. คราวที่แล้วนี่เกี่ยวกับกรณีการบุกรุก ประกาศภาวะฉุกเฉิน ในกรณีพันธมิตรป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ ยึดทําเนียบรัฐบาล ตอนไป ป่ดสนามบินสุวรรณภูมินี่ออกเปึนภาวะฉุกเฉิน พระราชกฤษฎีกาออกมาว่า เปึนภาวะ ฉุกเฉินประกาศออกไป ทหารนี่ไม่พรึบพรับเลยครับท่านประธาน ไปเช็กดูครับมีกําลัง เจ้าหน้าที่ตํารวจ ๒,๐๐๐ นาย สนามบินสุวรรณภูมิผมนะไปเช็กเองไปสอบถาม ท่านโกวิท บอกมีอยู่ ๒,๐๐๐ คน ม็อบมีเส้นนี่เอาไม่ออกหรอกมีอยู่แค่ ๒,๐๐๐ คน อ้ายคนนี่เปึนหมื่น ทหารออกไป ทหารบกไม่มี ทหารอากาศ ๘๐ คน ทหารอากาศ ๑๒๐ คน แล้วจะไปกวาดไล่ม็อบ เอางบกลางให้ไป ๓๐๐ กว่าล้านบาท ปรากฏว่าผมจําตัวเลขไม่ได้นะครับ ตกคนหนึ่งนี่ ๕๐๐ บาท หรือ ๔๐๐ บาท ให้ก่อนที่จะไปทํางานมาจากต่างจังหวัดทั้งนั้นละครับ เอาไป ๒๐๐ บาท สมมุติได้ ๔๐๐ บาทนะเอาไปครึ่งหนึ่งก่อน อีกครึ่งหนึ่งกลับบ้านก่อนแล้วค่อยไปรับ ปลายทาง ผมถึงไม่สงสัยเลยเงินเอาไปเยอะแยะเหมือนกับใต้ครับเอาไป การจ่ายเงิน ผมต้องฝากครับ ไปดูแลกันดีหรือเปล่า รัฐบาลอนุมัติเงินไปหน่วยงานเอาไปทํานี่จ่าย หรือเปล่า เหมือนอุดหนุนนะครับทางใต้นี่ซื้อเกราะกันกระสุน ยังได้ไม่ครบเลย ท่านประธาน ตายกันนี่ วัดก็ซื้อ หาเงินสงสารทหาร ทางนี้อุดหนุนไป ไปดูเช็กครับ ผมว่า มันเยอะ นี่เอางบกลางไปใช้กัน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิชาญครับ ขอความกรุณารวบรัดด้วยครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ก็นี่อย่างไรครับท่านประธาน ผมพูดในงบกลาง กําลังจะบอกครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพราะว่ายังมีเพื่อนสมาชิกอีกเยอะนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

กําลังจะบอกและกําลังจะจบว่า การใช้จ่ายงบกลางตรงนี้จะให้เปึนผลสัมฤทธิ์จริง ๆ เราอนุมัติเงินให้อยู่แล้ว ทั้งงบป้ ๒๕๕๒ ที่เหลืออยู่และงบกลางที่เหลืออยู่ แต่ต้องขอฝากครับว่าโดยวิธีการแล้วท่านจะทําอย่างไร ในการบริหารจัดการงบประมาณ ไม่ใช่ที่ผมยกตัวอย่าง ๕๐๐ บาท เอาไป ๒๐๐ บาท เอาไป ๒๕๐ บาทก่อน กลับไปบ้านไปเอาอีก ๒๕๐ บาท แล้วกําลังใจมีหรือครับ ทหารไปอยู่ทางใต้ เอาเบี้ยเลี้ยงไป ไปทวง ไปของบประมาณส่งไป แต่ไปไม่ถึง ที่ผมพูดนี่เพราะต้องการ ให้สภาแห่งนี้ได้มองว่าตัวเลขที่ผมปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี่ไม่อยากจะปรับหรอกครับ ถ้าไม่ปรับก็ไม่มีโอกาสพูด แต่เมื่อพูดแล้วก็ต้องฝากข้อเท็จจริง และก็อยากจะถามว่า มีวิธีการดําเนินการอย่างไร ตรวจสอบอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องงบ นี่ยังไม่รวมถึงงบราชการลับ ด้วยนะ ต่าง ๆ ที่เรียกว่า ลับ แล้วก็ตรวจสอบไม่ได้ต้องฝากครับ เพราะตอนที่เราอยู่นี่อายุ เราสั้นไปหน่อยนะครับ ๒ รัฐบาล ทําอะไรมากก็ไม่ได้ พันธมิตรคอยรุกคอยรับอยู่ จะทําอะไร ให้มันเปึนชิ้นเปึนอันก็ไม่ได้ รัฐบาลนี้บุญเยอะกว่าครับ ก็คงฝากครับว่าให้ดูให้หน่อยหนึ่ง ในเรื่องดังกล่าว ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับผมได้รับแจ้งจากวิปทั้งฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านนะครับว่าวันนี้เราจะ อภิปรายให้จบภายในคืนนี้นะครับ แต่ยังเหลืออีกหลายมาตรา แล้วก็มีผู้ต้องการอภิปราย กันค่อนข้างมาก อยากจะเรียนท่านสมาชิกนะครับว่าการอภิปรายในครั้งนี้เปึนการ อภิปรายในวาระสอง บางเรื่องก็เริ่มซ้ําประเด็น ผมจะขออนุญาตบริหารเวลาอย่างนี้เลย ได้ไหมครับ คือถ้าอภิปรายกันท่านละครึ่งชั่วโมงถึงเย็นวันพรุ่งนี้ก็คงไม่จบ ผมจะขอ กําหนดเปึนกรอบให้พวกเราจะได้ดูเวลาคร่าว ๆ เพื่อให้ท่านอื่นได้อภิปรายกันบ้าง ขอสัก ท่านละไม่เกิน ๑๐ นาทีนะครับ แล้วก็ให้บริหารเวลากันอยู่ในกรอบเวลาตรงนี้ละครับ แล้วผมจะใช้ดุลยพินิจถ้าฟังดูยังมีเหตุมีผลก็เชิญอภิปรายต่อ แต่ถ้าเปึนไปได้ก็ขอใช้เวลา ๑๐ นาที ขอเชิญคุณสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย เขต ๑ นะครับ ผมจะพูด ตรงประเด็นไปเลยนะครับ สําหรับมาตรา ๔ งบกลางนี่นะครับ ที่เรามาพูดถึงค่าใช้จ่าย ตามมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของบุคลากรภาครัฐ ซึ่งหมายถึงข้าราชการที่มี เงินเดือนไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วก็บุคคลภายนอกที่มีเงินเดือนไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท นี่ครับผมอยากเสนอเพิ่มเติมอย่างนี้ครับ เพื่อให้ทางรัฐบาลได้นําไปปฏิบัติ ให้เกิด ประโยชน์สูงสุดนะครับ กรณีอย่างข้าราชการอย่างนี้นะครับ ผมอยากเสนอแนะ เช่น ผมไม่อยากให้เงินอันนี้จ่ายไปเฉย ๆ อยากให้ทางรัฐบาลนี่ ถ้าสมมุติเปึนครูอย่างนี้ก็ต้อง เปึนการสอนพิเศษ เปึนการสร้างงานของครู แล้วเด็กก็จะได้ความรู้ด้วย ไม่ใช่อยู่ ๆ จ่ายเงินไปแล้วแบบนี้ผมว่ามันไม่เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นถ้าเปึนอาชีพอะไรก็ให้ทํางาน ลักษณะอย่างนั้นตอบแทนนะครับ มันจะได้เกิดการสร้างงาน เกิดการพัฒนา อันนี้ผมเพียงยกตัวอย่างนะครับ ผมอยากกราบเรียนเรื่องสําหรับครอบครัวคนจนจริง ๆ เดี๋ยวนี้ทุกท่านก็พูดไปมากแล้ว ผมเสนอแนะเลยนะครับว่า เราจะทําอย่างไรถึงจะได้ ครอบครัวจน จริง ๆ แล้วเรามีข้อมูลพื้นฐานเขาเรียกว่า จปฐ. (ความจําเปึนขั้นพื้นฐาน) นะครับ รัฐบาลไม่เคยนํามาพูดเลยเรื่องนี้ เรื่องนี้มันเปึนเรื่องที่ในกระทรวงต่าง ๆ กระทรวงมหาดไทย หรืออาจจะเปึนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือไม่ทราบนะครับตอนนี้ เรื่อง จปฐ. เปึนข้อมูลพื้นฐานของครอบครัว รู้เลยว่าครอบครัวนี้ ได้รายได้เฉลี่ยเท่าไรนะครับ ผมอยากเสนอแนะว่าครอบครัวคนจนจริง ๆ ถ้า ๑๐,๐๐๐ ครอบครัว รายได้เฉลี่ยไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อป้อย่างนี้ ถ้าเอาราชการก็ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท ครอบครัวคนยากจนก็น่าจะเอาเฉลี่ยว่า รายได้เฉลี่ยของเขาต่อป้ ๑๕,๐๐๐ บาท เมื่อได้ครอบครัวแล้ว ถ้าเราจะให้เกิดความเปึนธรรมจริง ๆ เอาจํานวนของ คนในครอบครัวเขาไปหาร เพราะเขายากจนจริง ๆ นะครับ สมมุติครอบครัวเขามี ๓ คน พ่อ แม่ ลูก เขามีรายได้เฉลี่ยเหมือนรถขายขยะ ขายอะไรไม่รู้ ขายข้าวแกง ขายข้าวราดแกงอะไร หาบเร่แผงลอยก็ตาม ถ้าเขารายได้เฉลี่ยครอบครัวเขาไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน แล้วก็เอามาคิดเหมือนกับข้าราชการนะครับ แล้วก็คูณจํานวนคน เข้าไป ถ้าบอกว่าให้ ๒,๐๐๐ บาท มันไม่พอ มันไม่ครบจํานวนคนที่ท่านกําหนดไว้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน ทั้ง ๒ ประเภทนี้ ถ้ามีเพิ่มขึ้นมา เราอาจจะลดออก จาก ๒,๐๐๐ บาท เหลือ ๑,๐๐๐ บาทก็ได้ มันจะกระจายรายได้ไปนะครับ ผมอยากให้ กระจายไปให้ถึงคนจนจริง ๆ นะครับ สําหรับข้าราชการหรือลูกจ้างที่มีรายได้ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทนั้น ผมก็ไม่อยากให้ตัดหรอก เพราะเราได้ประกาศไปแล้วมันจะเสีย ความรู้สึก แต่เรามาลดจํานวนเงินลง ใส่จํานวนบุคลากรที่ผมได้เสนอแนะไป นอกจากนั้น นะครับ สําหรับนอกจากบุคคลที่กล่าวมาแล้ว ครอบครัวยากจนไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าราชการ หรือลูกจ้าง รัฐวิสาหกิจอะไรต่าง ๆ นะครับ ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วก็มาพูดถึง พระสงฆ์องคเจ้าด้วย พระสงฆ์ท่านอยู่วัด บางวัดนี่ยากจนมากนะครับ ผมอยากให้มอง พระสงฆ์ทุกรูป ทั้งพระ เณรนะครับ ถ้าให้ชาวบ้านผู้ยากจนได้ ผมว่าพระของเราส่วนใหญ่ ก็จนนะครับ ให้คิดอันนี้ไปเลยนะครับ เอาสํามะโนประชากรพระมาเลย จ่ายไปเลยแล้วก็ เปึนรายหัว นอกจากนั้นโต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม ครูตาดีกาของศาสนาอิสลาม นอกจากนั้น ศาสนาอื่นก็ว่ามาเพราะว่าท่านเหล่านี้ก็ยากจนเหมือนกัน ผมก็อยากให้ท่านได้ นอกจากนั้นสุดท้ายอยากเสนอแนะไปถึงพวกทหารกองหนุนที่เขาจบภารกิจแล้ว เราจะทํา อย่างไรคิดถึงเขาสิ เขารับใช้ชาติบ้านเมืองมา แล้วเขาไปอยู่เปึนชาวบ้านธรรมดา อันนี้ก็ ฝากครับ

สําหรับ (๒) นี่นะครับ เกี่ยวกับมาตรา ๔ งบกลางเกี่ยวกับการใช้จ่ายเพิ่ม ศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน อันนี้สรุปแล้วง่าย ๆ ก็คือเอานักศึกษาที่จบใหม่ แล้วก็คนที่ตกงานว่างงานมาอบรม ๕ เดือน เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ได้จํานวน ๒๔๐,๐๐๐ คน ผมว่ามันน้อยไป น้อยไป เพราะว่าเราไปลงทุนมากเหลือเกิน สําหรับต่อคน เพราะฉะนั้นเงินตั้ง ๖,๙๐๐ ล้านบาท ไปพัฒนาคนแค่ ๒๔๐,๐๐๐ คน ผมว่ามันลงทุนมาก คนที่ขาดโอกาสอันนี้มากเหลือเกิน ถ้าเราจะลดลงสักครึ่งหนึ่งได้ไหม จาก ๕,๐๐๐ บาท เปึน ๒,๕๐๐ บาท เราก็จะได้บุคลากรเพิ่มขึ้น ถ้าจะลดลงแบบว่าอบรม ตามวิชาที่เขาถนัด ถ้าเราใช้ ๑ คน ต่อ ๕๐๐ เราจะได้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ คน มันเปึน ผลประโยชน์ของรัฐบาล ถ้าทําได้กระจายรายได้เลยครับ แต่ถ้าทําอยู่ ๖ เดือน เปลี่ยนบุคคลไปใช้ได้ ๑๒ ล้านคน ดีไหม ผมว่ามันเปึนการกระจายรายได้ ไม่ไปกระจุก อยู่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ้านักศึกษานี้หลายคนอภิปรายไปแล้ว นักศึกษาใครล่ะ นักศึกษาถ้าแบ่งครึ่งกันก็ ๑๒๐,๐๐๐ คน ประชาชนผู้ตกงานก็ ๑๒๐,๐๐๐ คนจะตกงาน เปึนล้านมันไม่คุ้ม ผมว่าต้องกระจายรายได้ออกไป ถ้าคิดจะให้ก็ให้ไปเลยครับ

สําหรับ (๓) นะครับท่าน เรื่องเกี่ยวกับเงินสํารองรายจ่ายที่ทางสํานัก นายกรัฐมนตรีที่เอามาไว้เพื่อใช้จ่ายในภาวะฉุกเฉิน อันนี้มันก็จําเปึนผมก็เห็นด้วย แต่ว่า มันมากเกินไป ผมตั้งข้อสังเกตจากข่าวจากสื่อมวลชนอะไรก็ตามนะครับ แม้ขณะนี้ก็ตาม มีหลายคนอภิปรายหารือในสภาผู้แทนราษฎรว่า งบฉุกเฉินอย่างนี้ใช่ไหมที่ไปใช้เกี่ยวกับ น้ําท่วม ฝนแล้ง เดี๋ยวนี้ท่วมมาไม่รู้กี่เดือนตั้งแต่สิงหาคม กันยายน มา เดี๋ยวนี้มีแต่ ตัวหนังสือตัวเลขไป ยังไม่ได้สักจังหวัด มีจังหวัดใดได้ก็บอกผมด้วย จังหวัดผมยังไม่ได้ หนองคายนะครับ ไม่รู้ว่ามันติดขัดอยู่ตรงไหน แต่ว่างบนี้มันก็ผ่านมานานแล้ว ถ้ามี งบกลางมีอยู่เดี๋ยวนี้ยังไม่ได้ ได้แต่เท่าที่บอกว่าได้ส่วนที่ว่าสระน้ํา สําหรับข้าวเสียหาย น้ําท่วมยังไม่ได้นะครับ อันนี้ก็อยากทราบเหมือนกันว่างบกลางส่วนนี้ใช่ไหมเอามาใช้กับ ลักษณะนี้ ถ้ามีอย่างนี้รีบชี้แจงรีบสั่งการไปนะครับรัฐบาล เพื่อจะไม่เสียคะแนนมาก เดี๋ยวนี้ชาวบ้านเขารอมานาน

อีกอันหนึ่งที่ตั้งข้อสังเกตจากสื่อมวลชน จากหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ที่พูดถึงเรื่องการเอาเงินงบกลางนี้ไปปราบปรามฝ์ายตรงกันข้าม ก็คงจะเปึนพวกผมนี่ละ ฝ์ายเสื้อแดงนี่ละ ผมก็ยอมรับว่าผมอยู่ฝ์ายเสื้อแดงนะครับ ผมได้ทราบว่าถ้าเอางบนี้ ไปลงพื้นที่ให้ทหารหรือผู้มีอํานาจทางถืออาวุธไปจัดการกับฝ์ายตรงข้าม ผมว่าประเทศไทย ลุกเปึนไฟแน่นอนนะครับ ให้คิดใหม่ถ้าคิดว่าจะไปทําอย่างนั้นอย่าไปทําเลย ขณะที่ไม่ใช้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท มันก็จะลุกเปึนไฟอยู่แล้ว ถ้าเอางบนี้ไปใส่บ้านเมืองเราแตกแยก มากกว่านี้นะครับ อันนี้ก็ฝากไปถึงรัฐบาลผู้เกี่ยวข้องนะครับ อันนี้ก็สําหรับของกระผม ที่ได้อภิปรายมาก็สั้น ๆ เท่านี้ละครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ มาตรา ๓ ได้พูดนิดหนึ่ง คนสกลนครก็รอฟังอยู่ไม่มีโอกาส วันนี้อย่างไรก็ต้องพูด เพราะว่า เงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่ให้ผมแสดงความคิดเห็นเลยรู้สึกว่ามันจะเปึนการ เสียเปรียบของคนสกลนครด้วย ท่านประธานครับ ผมเองขอแปรญัตติตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในหลายมาตรา แต่เฉพาะมาตรา ๔ ก็ขอพูดนิดหนึ่งสลับกัน แล้วก็ขอสรุปอีก ๓–๔ มาตรา คือ มาตรา ๘ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ ด้วย เพราะกลัวว่าดึกแล้วจะไม่มีโอกาส ได้พูด พูดแล้วคนนอนหลับหมดแล้วครับ อย่างไรก็ขอพูดสรุปนิดหน่อยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตามที่วิปตกลงกันไว้ให้อภิปรายเฉพาะมาตรา ๔ (๑) (๒) (๓) เท่านั้นนะครับ อภิปราย ข้ามมาตราก็คงทําไม่ได้ครับ ในเวลา ๑๐ นาทีด้วยครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

อย่างนั้นก็ได้ครับ มาตรา ๔ งบกลางตั้ง ๑๓,๖๔๒ ล้านบาทเศษ ผมเห็นว่าเปึนการตั้งงบเลื่อนลอยมาก เพราะว่าเอกสารที่ทักท้วง กันมาเมื่อสักครู่ก็มีปัญหากันแล้ว ส่วนของผมจึงต้องพูดว่า (๑) (๒) (๓) อย่างไรก็ต้องขอ นําเรียนเสนออยู่ถึงแม้ในข้อเท็จจริง จริงแล้วตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์อย่างไรก็ตัดไม่ได้ ฝันก็ยัง ไม่เคยฝันผม แต่ว่าอย่างไรก็ขอแสดงความเห็นว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทําไมผมต้องขอตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าใน (๑) เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพคนของรัฐ ซึ่งในรายละเอียดมีนิดหน่อยที่ผมได้ศึกษามาอ่านมา แต่ว่าดูแล้วมันก็เปึนไปไม่ได้ในส่วน ข้อเท็จจริง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ตั้งไว้เปึนงบลอย ๆ ไว้รายละเอียดจริง ๆ มันไม่มีครับ ผมรู้อยู่ตั้งลอย ๆ ไว้ ซึ่งเปึนที่ทราบตั้งลอย ๆ ไว้ ซึ่งมันเปึนไปไม่ได้ในส่วนที่จะเอาเงินมาให้หลายคนที่มีปัญหาไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท จริงอยู่ แต่ว่าหลายคนก็มีปัญหาในเรื่องว่าเงินนี้จะไปอยู่ที่ใครอย่างไร ผมเองก็เห็นด้วย ในเงินที่จะให้ผู้ที่เงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ว่าหลายคนยังมีปัญหายังไม่ได้ เงินส่วนนี้ เพราะเงินตรงนี้ไม่ถึงคนจนจริง ๆ โดยเฉพาะกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเปึนบุคคล ที่มีบทบาท เปึนบุคลากรของรัฐ แต่โอกาสที่จะได้เงินนี้ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นฝากถึง กรรมาธิการชุดนี้ ฝากถึงนายกรัฐมนตรีด้วยว่า ผมได้ยินข่าวว่าวันจันทร์ที่ ๑๖ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านภาคอีสานทั้งภาคจะมาทวงสัญญาเรื่องเงินเดือนของเขาที่ว่าจะให้ เพราะฉะนั้นท่านตอบเขาด้วยแล้วกัน

ส่วนอีกประเด็น (๒) คือเพิ่มศักยภาพ คือจ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน คําว่า ผู้ว่างงาน ตรงนี้ดูแล้วหลายคนก็พูดอภิปรายสับสนเหมือนกัน ผู้ว่างงานในที่นี้หมายถึง ใคร หลายคนบอกแล้วหมายถึงใคร หมายถึงคนตกงาน หรือว่าคนที่ยังไม่ทํางานเลย จบมาใหม่ ๆ ผมมองว่ารัฐบาลชุดนี้ไปดูในเรื่องของผู้ว่างงานแล้วจะดูในผู้ว่างงานอย่างไร เพราะว่าผู้ที่เปึนเจ้าของบริษัทผู้ผลิตจริง ๆ ไม่ดูแลเขา ไม่อุ้มเขา แต่ไปอุ้มผู้ว่างงาน ก็คนตกงานเปึนล้าน เพราะว่าสาเหตุมาจากนายจ้างปลด ทําไมไม่ดูตรงที่นายจ้าง เขาด้วย ผู้ผลิต ผู้เปึนเจ้าของ นายจ้าง ไม่ดูการส่งออกเขาว่าทําไมถึงเกิดการว่างงาน ทําไมดูวันนี้ คือดูแต่ไข่แต่ไม่ดูไก่มันไม่สิ้นสุดสักทีครับ อันนี้เปึนเรื่องประเด็นที่ ๖,๙๐๐ ล้านบาท

ส่วนอีกวงเล็บหนึ่งคือ (๓) เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน อันนี้ ยิ่งเปึนประเด็นกว้างครับ เปึนประเด็นกว้างมากเลย เนื่องจากบุคคลกลุ่มนี้ถ้าเอาเงิน ๔,๐๙๐ ล้านบาท เอามาทําอย่างไรมันถึงจะเกิดผลจริง ๆ ผมดูแล้วยิ่งเปึนเรื่องที่ตั้งไว้ เลื่อนลอยที่สุด โอกาสที่จะมาบอกว่านี่ละเปึนเรื่องเงินต้องมาจ่ายจําเปึน เพราะเงินนี้ มันก็เหมือนละลายน้ําจริง ๆ คําว่า ภัยพิบัติ หรือ ภัยพิบัติเรื่องจําเปึน มันจําเปึนทุกเรื่อง ละครับ เรื่องเงิน ผมเองก็ยังจําเปึนทุกเรื่อง ใครบอกเงินไม่จําเปึน แต่ว่าจะจ่ายอย่างไร มันถึงเกิดผล ผมยังมองไม่ออกว่ารัฐบาลเองคิดอย่างไรไปตั้งงบกลางตั้งหมื่นกว่า ล้านบาท ตั้งไว้ลอย ๆ ทําไมไม่ให้กระทรวง ทบวง กรมที่เขาดูแลอยู่เข้าไปดูแล เพราะงบเดิม ทีเดียวงบปกติตั้งไว้ถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทอยู่แล้ว แล้วทําไมไม่ดึงมาใช้แต่ว่าตั้งเพิ่ม เข้าไปอีก นี่แสดงให้เห็นว่าเงินในส่วนนี้ไม่ได้เปึนเรื่องที่จะเอามาใช้กันจริง ๆ เปึนการ กระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ มันไม่ใช่ครับ ไม่ได้เปึนการกระตุ้นจริง ๆ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ หลายจังหวัดประกาศภัยพิบัติของตัวเองออกมาเพื่อเตรียมเงินไปใช้จ่าย อาจจะใช้ งบกลางส่วนนี้แหละครับ เพราะว่าแม้จังหวัดสกลนครเองประกาศแล้ว ๑๓ อําเภอ ภัยพิบัติ ผมเองยังมองไม่ออกว่าที่ประกาศ ๑๓ อําเภอมันภัยพิบัติตรงไหน ผมไปดู ในอําเภอที่ประกาศแล้วมันก็ยังไม่เปึนภัยพิบัติ อันนี้แสดงให้เห็นว่างบนี้ผ่านระดับ ผู้บริหารตั้งแต่จังหวัดลงไปถึงอําเภอ มันไม่ถึงชาวบ้านจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ไปมองรูปเห็น เห็นกันอยู่แล้ว ผมจึงบอกว่างบกลางไม่จําเปึนต้องตั้งมากมายขนาดนี้ ทําไมไม่เอาไปใส่ตรงที่กระทรวงที่เขาจําเปึนต้องใช้ แบบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งงบน้ําการดูแลแหล่งน้ําตั้งไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมดูว่าจังหวัดหนึ่งถ้าแบ่งกัน เปึนจังหวัด จังหวัดละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ เท่านั้น มันก็ยังดูแลอะไรกันไมได้ ในเรื่องแหล่งน้ํา แต่ก็ยังมาเปึนงบกลางตั้งหมื่นกว่าล้านบาทอยู่ แม้แต่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๗๖๐ ล้านบาท ถ้าหารเปึนจังหวัดก็จังหวัดละ ล้านบาทเศษ ทําอะไรได้เงินล้านบาทเศษ ในการดูแลแหล่งน้ํามันใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะ กระทรวงพาณิชย์ ๑,๐๐๐ ล้านบาทที่ให้ไปจัดธงฟัา ผมเองเปึนข้าราชการกระทรวง พาณิชย์อยู่ในต่างจังหวัดเปึนหัวหน้าส่วนราชการด้วย ธงฟัาจริง ๆ ผมต้องตัดแล้วละ อย่างไรก็เพราะว่ามันทําแล้วทําไม่ได้ครับ พันล้านบาทไปแบ่งเปึนจังหวัดจริง ๆ คือ ๑.๖ ล้านบาท คือ ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท มันทําอะไรไม่ได้มากกว่านั้นหรอก ผมเห็นจัดธงฟัา ทีไรคนที่ได้ประโยชน์คือเฉพาะเจ้าของกิจการในตัวจังหวัด หรือที่บอกว่าจะขายตรง เพื่อให้สินค้าเกี่ยวกับปากท้องของประชาชนซื้อของถูกมันเปึนไป ไม่ได้ครับ เพราะว่าที่ผลิตส่วนใหญ่คือจากส่วนกลาง น้ําปู น้ําปลา อะไร เพราะฉะนั้นเขา บอกว่าลดกว่านี้ไม่ได้ เพราะว่าราคาต้นทุนมันไปจากส่วนกลางแล้ว อันนี้เปึนปัญหาอยู่ ธงฟัาทุกครั้งทําผลิต ทําปัายรอบจังหวัดก็หมดไปเกือบเปึนแสนบาทแล้ว เงินล้านบาทเศษ ๆ เงินล้านเดียวทําอะไรไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าวันนี้งบกลางตั้งไว้ เยอะแยะทําไมไม่หนุนลงไปช่วยเขาให้เต็มที่ว่าให้ชาวบ้านได้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่เป่ดกัน มาเปึนงานทําอยู่ ๓ วัน ไปขอร้องให้กิจการธุรกิจในจังหวัดมาเป่ดขายขึ้นปัายออกสถานี วิทยุอะไรประกาศหมดไปกว่าครึ่งแล้วเงินจํานวนงบประมาณล้านบาท ผมเห็นว่าไม่เกิด ประโยชน์ เพราะฉะนั้นในจุดนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่าต้องคิดใหม่ ผมจึงเห็น ทุกเรื่องว่าต้องตัดลง เพราะว่าถึงไม่ตัดมันก็ไม่เกิดประโยชน์เอาส่วนที่ตัดมาแล้วไป รวมกันจริง ๆ คือทําอย่างไรให้ชาวบ้านได้ประโยชน์จริง ๆ ผมก็คงไม่ใช้เวลามากครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ นะครับ แล้วต่อไปคุณทองดี มนิสสาร คุณอนันต์ ศรีพันธุ์ นะครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ อย่าเพิ่งจับเวลาครับ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด หนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับวิปยังไม่ได้ตกลงกันนะครับเรื่องที่ว่า จะอภิปรายให้เสร็จภายในคืนนี้ เราตกลงกันเพียงว่าเมื่อถึงเวลาประมาณ ๒๒.๐๐ นาฬิกา เราจะคุยกัน ขณะนี้คุยกัน ๒ ฝัืงแล้ว ทางฝัืงพรรคเพื่อไทยเห็นว่าเราคุยกันมาตอนนี้ ก็ประมาณ ๑๓ ชั่วโมงแล้วท่านประธานครับ ก็อาจจะได้สักมาตรา หรือ ๒ มาตรา ต้องเรียนฝากไปทางท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลด้วยนะครับว่าเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท สําคัญ ก็คงจะต้องขอสภาแห่งนี้ เราจะต้องข้ามไปวันพรุ่งนี้ครับ ท่านประธานครับจับเวลา ได้เลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรื่องนี้ก็ขอให้ทางวิปทั้ง ๒ ฝ์าย ไปพูดคุยกันแล้วตกลงกันอย่างไรก็บอกประธานอีกทีหนึ่งครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ได้ครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณพิษณุ อภิปรายครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู 🔗

เดี๋ยวผมอภิปรายเสร็จแล้ว จะไปหารืออีกครั้งหนึ่งท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องของมาตรา ๔ ซึ่งเปึน เรื่องของงบกลาง ซึ่งอยู่ในการควบคุมของกระทรวงการคลังเปึนจํานวน ๑๓,๖๔๒ ล้านบาท ผมขออนุญาตอภิปรายในมาตรา ๔ (๑) ว่าด้วยเรื่องของมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ของบุคลากรภาครัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ภาครัฐบาลตั้งงบเอาไว้ ๒,๖๕๒ ล้านบาท นะครับ ซึ่งในตรงนี้ผมขออนุญาตตัดออก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมแปรญัตติไว้ตัดออก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ รายละเอียดของงบประมาณเปึนการช่วยเหลือผู้ที่มีเงินเดือน ย้ําผู้ที่มี เงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท เปึนข้าราชการทุกประเภท รัฐบาลจ่ายให้ครั้งเดียวคนละ ๒,๐๐๐ บาท ผ่านกระบวนการเหมือนการจ่ายเงินเดือนหรือค่าตอบแทนปกติ นั่นก็แปลว่า รัฐบาลจะโอนเงินเข้าบัญชีเหมือนกับจ่ายเงินเดือน สมมุติเคยจ่ายเงินเดือน ๑๒,๐๐๐ บาท ก็จ่ายเงินเดือน ๑๗,๐๐๐ บาท นะครับ นี่คือวิธีการที่รัฐบาลเขียนไว้ ท่านประธานครับมี ผู้รับประโยชน์จากแผนงานนี้ ๑,๓๒๖,๐๐๐ คน สาเหตุที่ผมขอแปรญัตติตัดออก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือตัดออก ๑,๓๒๖ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือตัดลงจากที่รัฐบาลเสนอว่า จะให้คนละ ๒,๐๐๐ บาท ให้เพียงคนละ ๑,๐๐๐ บาท มีเหตุผล ดังนี้

ท่านประธานครับแผนงานนี้เปึนแผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่น ด้านเศรษฐกิจ จุดมุ่งหวังของผู้จัดทํางบประมาณหรือว่ารัฐบาลนะครับต้องการ ให้ข้าราชการเหล่านั้นได้รับเงินแล้วจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการบริโภค ภาคครัวเรือน ท่านประธานครับ ที่ผมตัดออกครึ่งหนึ่งหรือตัดเหลือเพียง ๑,๐๐๐ บาท เพราะผมเรียนท่านประธานว่า แม้ว่ารัฐบาลจะให้งบประมาณให้กับกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์นี้ ถึง ๒,๐๐๐ บาท แต่โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคประกอบกับความเปึนจริงของภาวะ เศรษฐกิจท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานอยู่ในวาวะที่วิกฤตเศรษฐกิจ ท่านประธาน มีเงินเดือนอยู่พอสมควร ถามว่าถ้ามีคนอยู่ดี ๆ เอาเงินมาให้ท่านประธาน ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานจะใช้หมดเลยไหมครับ ผมมั่นใจว่าท่านประธานก็ใช้ไม่หมดเหมือนกัน ท่านประธานก็อาจจะเก็บไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วก็ใช้ไปอีกครึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าการที่เราจะเอาเงินงบประมาณใส่ลงไปในจุดที่เขาก็มีเงินเดือน อยู่แล้วนะครับ ระดับหนึ่งคือมีเงินเดือนอยู่แล้ว และหวังเอา ใช้คําว่า หวัง นะครับ เพราะว่าเราไม่สามารถไปบังคับเขาว่าเวลาผมเอาเงินให้คุณแล้ว คุณต้องจ่ายทั้ง ๒,๐๐๐ บาท เราบังคับเขาไม่ได้ท่านประธานครับ เราได้หวัง รัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ได้แต่หวังครับว่า ให้ไป ๒,๐๐๐ บาท แล้วเขาจะใช้ทั้งหมดและจะเกิดการ หมุนรอบของเศรษฐกิจ ซึ่งเปึนการเสี่ยงมาก เปึนการนํางบประมาณลงไปใช้ในจุดที่เสี่ยง เกินไปแล้วก็ไม่สามารถวัดผลได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เมื่อรับเงินแล้ว ๒,๐๐๐ บาท อะไรจะเกิดขึ้น ผมนําเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ครึ่งหนึ่งจะเก็บเงินไว้ ก็แปลว่าคน ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนนั้นอาจจะเก็บไว้ทั้ง ๒,๐๐๐ บาทเลยครับ ไม่ใช้เลยครับ ครึ่งหนึ่ง

๒. สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเงินเข้าบัญชีก็จะถูกตัดบัญชีโดยเจ้าหนี้ เพราะกลุ่มคน เหล่านี้ ข้าราชการเหล่านี้ส่วนใหญ่มีบัตร บัตรเครดิต ไม่ว่าจะเปึนอิออน (AEON) บัตรเฟ่ร์สทช้อยส์ (First Choice) หรือบัตรธนาคารต่าง ๆ จะใช้วิธีตัดบัตรเครดิต เมื่อเงิน เข้าบัญชีก็โดนตัดทันที ท่านประธานครับ ไม่เกิดการใช้จ่าย

นอกจากนั้น ท่านประธานครับ ถ้าจะใช้ก็ใช้เปึนครึ่งเดียว ที่เหลือก็เก็บไว้ เปึนเงินออมเพื่อความมั่นคง เพราะฉะนั้นผมเห็นว่ามาตรา ๔ (๑) เปึนมาตรการที่รัฐบาล จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่สามารถมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนได้ จึงขออนุญาตตัดออก ๕๐ เปอร์เซ็นต์

ท่านประธานครับ มาตรา ๔ วรรคสอง เปึนค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพ ผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนมูลค่า ๖,๙๐๐ ล้านบาท โดยรัฐบาลมีวัตถุประสงค์ที่จะรองรับปัญหาแรงงานว่างงานและนักศึกษาจบใหม่ อันเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจ โดยจัดให้มีการฝ๊กอบรมวิชาชีพ โดยหวังผลไว้ว่าจะต้องมี ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า ๒ แสนคน ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมขออนุญาตตัดออก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าแม้นว่ารัฐบาลจะจัดให้มีการฝ๊กอบรมคนที่ตกงานหรือ นักศึกษาจบใหม่ อาจจะอบรมกัน ๖ เดือน ท่านประธานครับ แต่เมื่ออบรมเสร็จแล้ว ออกไปสู่ตลาดแรงงานก็ตกงานอีกครับ เพราะว่าไม่ได้มีการเตรียมการรองรับไว้ มาตรการ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลวางไว้ ผมเรียนท่านประธานเลยครับว่าส่วนใหญ่จะไหลลง ทะเลครับ คือไปแล้วไปลับไม่กลับมา สิ่งรัฐบาลที่ควรจะใช้หรือควรจะทําเงินให้เปึน ประโยชน์จาก ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั่นก็คือเอาไปสร้างงานสร้างอาชีพ ท่านประธานครับ ธุรกิจเอสเอ็มอีมีอยู่ทั่วไป ทุกจังหวัดทั่วภูมิภาค ขณะนี้กําลังเดือดร้อนครับ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ถ้าผมเปึน ท่านกรณ์ จาติกวณิช ผมจะไปช่วยเอสเอ็มอีผมจะสร้างงาน ผมจะสร้างความมั่นคง ให้กับเอสเอ็มอีหรือผู้ประกอบการรายเล็ก รายใหญ่ รายกลาง ให้เขาเหล่านั้นมีสภาพคล่อง เสริมสภาพเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าไป ช่วยเขาหาตลาด ไม่ว่าจะเปึนตลาดในประเทศ ตลาด ต่างประเทศ ตรงนี้จะเกิดประโยชน์มากกว่าที่จะเอาคนตกงาน ๒ แสนคนไปอบรม ละลาย เงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ไปโดยไม่เกิดประโยชน์ นอกจากนั้นถ้าผมเปึนรัฐมนตรี กรณ์ จาติกวณิช ท่านประธานครับ ผมจะใส่เงินในภาคการเกษตร เพราะเรามองเห็นแล้วว่าอีกไม่เกิน ๖ เดือน คนจะต้องว่างงานไม่ต่ํากว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน กลับสู่ไร่นาครับ กลับสู่ไร่นา ไปทําอะไรล่ะครับ ถ้าหากว่าเราไม่เตรียมภาคการเกษตรให้มันเข้มแข็ง ถ้าเปึนผม ผมจะ สนับสนุนโครงการอะไรก็ได้ที่ทําให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้ด้วยตัวท่านเอง ด้วยตัวเขาเอง ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ตัวอย่างหนึ่ง นั่นก็คือโครงการขุดสระในไร่นา ใช้งบประมาณ ๑๖,๐๐๐ บาทต่อบ่อครับท่านประธานครับ มีเกษตรกรที่ขอร่วมโครงการทั้งหมด ๕๕๐,๐๐๐ ราย ที่ขณะนี้รอภาครัฐลงไปช่วยสนับสนุน โครงการขุดสระในไร่นาขนาด ๑,๒๖๐ คิว รัฐบาลอุดหนุนส่วนหนึ่ง และก็ประชาชนหรือว่าพี่น้องเกษตรกรจ่ายเงิน สนับสนุนมา ๒,๕๐๐ บาทต่อบ่อ ถ้าผมเปึนรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมจะทํา ตรงนี้ ถามว่าทําไมต้องทําตรงนี้ เพราะว่าเกษตรกร ๕๕๐,๐๐๐ คน นั่นก็คือโรงงานผลิต สินค้าดี ๆ นี่ละครับ ท่านประธานครับ นั่นคือ เอสเอ็มอี ของประเทศไทย นั่นคือพี่น้อง ประชาชนที่เปึนพ่อค้าขายข้าวครับ ผลิตข้าวขาย แต่ถามว่ารัฐบาลเคยมอง เคยเหลียวแล เคยเห็นเลยไหม ไม่ครับ หลายรัฐบาลผ่านมาก็มองข้ามไป จะมีเพียงท่านเดียวที่ทําและ คิดถึงพี่น้องตรงนี้นั่นก็คือรัฐบาลของ ท่านทักษิณ ชินวัตร แต่โอกาสไม่เปึนของท่านครับ ไม่มีรายได้กลับคืนสู่ภาครัฐ จึงฝากรัฐบาลไว้ว่าเรายังมีเวลา เราอยู่ในวาระ ๒ ถ้ารัฐบาล เห็นด้วย บางตัวที่ไม่เปึนประโยชน์ บางตัวที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ไปว่า เอาให้เขา ๒,๐๐๐ บาท ท่านเช็กไม่ได้หรอกครับ ท่านตรวจสอบไม่ได้ว่าเขาจะใช้หรือไม่ใช่ ผมมั่นใจเหลือเกินว่า ครึ่งหนึ่งเขาใส่กระเปิาเก็บไว้ อีกครึ่งหนึ่งเขาใช้ แต่จะใช้อะไรเราก็ไม่รู้ อาจจะเอาไว้ใช้หนี้ ถามว่าเอาไปใช้หนี้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจไหม ไม่หมุนเวียนท่านประธาน กลับเข้าสู่ระบบธนาคารเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นงบตรงนี้ยังมีมาตรา ๑๓ เรื่องของ กระทรวงแรงงาน ถ้าผมจําไม่ผิด ซึ่งตรงนั้นผมอาจจะไม่แตะ เพราะวันนี้พูดไปแล้ว ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้ ๕ ทุ่ม ๑๕ นาทีแล้ว ท่านประธานผมคิดว่า ถ้าเราได้อีกสักมาตรา ๔ มาตรา ๕ แล้วพรุ่งนี้เช้าเริ่มกันสัก ๙ โมงนะครับ ก็อยากจะ ขอความร่วมมือไปทางพี่น้องซีกพรรครัฐบาลด้วย โดยเฉพาะพรรคร่วม ผมคุยหลายท่านแล้ว นะครับ มาตั้งแต่ ๙ โมงเช้า ตอนนี้ก็ ๑๒-๑๓ ชั่วโมงเข้าไปแล้ว ถ้าเปึนไปได้ก็อยากจะฝาก ท่านพิเชษฐนั่งอยู่ข้างบน ช่วยหารือทางฟากรัฐบาลด้วยว่า พรุ่งนี้เรากลับมาว่ากันใหม่ สมองใส ๆ แล้วมาคุยกันว่าเราจะเอาอย่างไร รัฐบาลเห็นอย่างไร ฝ์ายค้านเห็นอย่างไร อินทีเกรท (Integrate : บูรณาการ) กัน เราจะได้นําเงินตรงนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนอย่างสูงสุด ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอเชิญประธานวิปทั้ง ๒ ฝ์ายไปพูดคุยกันนะครับ แล้วก็แจ้งให้ประธานทราบด้วย ก็ยัง เหลืออีก ๔ ท่านครับ คุณทองดี มนิสสาร คุณอนันต์ ศรีพันธุ์ คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญคุณทองดี มนิสสาร ครับ

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขต ๒ ท่านประธานครับ งบกลาง งบกระตุ้นเศรษฐกิจ หลายรัฐบาลที่ผ่านมา ทุกรัฐบาล ที่ผ่านมา ๓-๔ สมัยแล้ว ๑๐ ป้นั่งตรงนี้ การให้โอกาสหรือรัฐบาลใดเข้ามานั้น การบริหาร ราชการแผ่นดินถ้าขาดการบริหารราชการเกี่ยวกับการงบประมาณนั้น คืออาวุธในการที่ บริหารราชการแผ่นดิน ตรงนี้ยอมรับ ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่รัฐบาลขึ้นมาชี้แจง และพูดตลอดว่า กล่าวหาและโทษกันไปมา ตรงนั้นกระผมก็คงไม่ติดใจประเด็น แต่ผมจะ ลงลึกเฉพาะรายละเอียดในส่วนที่เปึนประเด็นที่ให้เห็นเปึนรูปธรรมมากที่สุด งบกลางของ ป้ ๒๕๕๒ ของรัฐบาลปัจจุบันนี้ (๓) เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือความจําเปึน ยอดผมคงไม่พูดถึงหรอกครับ รู้หมด ทุกคนแล้ว แต่งบตรงนี้นะครับ ทุกท่านก็ได้ อภิปรายไปแล้วว่า หลายกระทรวง หลายทบวง กรมที่ไม่ได้รับการให้การสนับสนุนเงิน งบกลางตรงนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นพี่น้องผู้มีความเดือดร้อนจําเปึน จริง ๆ แล้วมีอะไรบ้างที่มีปัญหากันอยู่ ขออนุญาตยกตัวอย่างนี่เปึนกระทรวงเลยครับ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าบางครั้งบางเวลาหลายท่านอาจจะอภิปรายไปแล้วจะซ้ําประเด็นก็ขอ กราบประทานอภัย กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย หลายหน่วยงานที่เปึนองค์กร ที่อาสาสมัครช่วยเหลือชุมชนอยู่ หลายท่านพูดว่ากํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําชุมชน กรรมการ หมู่บ้าน แล้วก็เข้าไปสู่ พรส. (สํานักงานพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ) อปพร. ตํารวจชุมชนหรือตํารวจบ้าน เพราะฉะนั้นตรงนี้การที่รัฐบาลให้การสนับสนุน บุคคลที่มีเงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทนั้น ส่วนหนึ่งในความลึกแล้วผมเห็นด้วย แต่แล้วตรงนี้เกิดประเด็นหลักที่สุด ในฐานะที่ว่าเกิดความขัดแย้งในลักษณะชุมชน อย่างรุนแรง การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในระดับรากหญ้าถึงไหม แสดงว่าท่าน ช่วยเหลือบุคคลชั้นกลางขึ้นไปใช่ไหม คนที่มีเงินเดือนมีเงินอยู่แล้ว ยืมมาแล้วยัดให้ใส่ กระเปิาไปเลย ไม่ใช่ให้ไปลงทุนทํากิจกรรมเหมือนกับว่าท่านสอนให้คนกินปลาที่นึ่งสุก แล้วกินหมดแล้วก็มานึ่งใหม่กินใหม่ สอนไหมว่าวิธีการที่เขาจะได้ปลามาเพื่อการ ทําอาหารไปบริโภคนั้นคืออะไร ท่านคิดถึงประเด็นนี้ไหม ท่านลืมนึกถึงตรงนี้ไหม ยังไม่ถึง นะครับ ตัวอย่าง เช่นท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังท่านก็ออกมาพูด แล้วว่า งบมิยาซาวา ป้ ๒๕๔๐ เงินกู้ เงินยืมจากมิยาซาวาคือประเทศญี่ปุ์นนั้น ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมคนหนึ่งท่านครับที่ท่านได้เคยสั่งผมให้ดําเนินการและ ปฏิบัติการตามในฐานะที่ผู้ปฏิบัติการ เงินเอาไปหารกันหมู่บ้านละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ดายหญ้า ลอกผักตบชวา เปึนโครงงาน โครงสร้างมีไหม ไม่มี เราหารแล้วท่านบอกว่า เปึนโครงการเปึนงานที่ได้ประโยชน์มากที่สุด ด้วยใจผมแล้ว ณ วันนี้ไม่เห็นอะไรเหลือ อยู่เลย เปึนการลงทุนที่สูญเปล่าประโยชน์ไหม ใช่กระตุ้นเศรษฐกิจได้ในฐานะส่วนหนึ่ง เท่านั้น อันนี้คือในฐานะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงถัดไปนะครับที่ปัญหาตรงนี้ก็คือ ด้านแรงงาน ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดอุดรธานีพี่น้องนอกจากที่ทํางานทางด้าน เกษตรกรแล้ว ตายดาบหน้า คือขายแรงงานต่างประเทศหรือขายแรงงานย้ายถิ่นเข้ามา ทํางานที่กรุงเทพมหานคร ก็เคยมีผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองที่เปึนรัฐบาลอยู่ตอนนี้บอกว่า อีสานที่เดี๋ยวนี้คือค่าทางด้านแรงงานของคน กทม. เท่านั้น ชัดไหมครับ เงิน ๒,๐๐๐ บาท ท่านให้ใครบ้าง ถึงรากหญ้าจริงไหม ชัดเจนจริงไหม จากที่คนเฒ่าคนแก่เลี้ยงหลาน อยู่บ้าน ขาดทุนตั้งแต่ยังไม่นึกเลยครับ เงินค่าใช้จ่ายไม่พอก็ต้องเอาข้าวเอาอะไรที่ทําไร่ ที่ทํานาแล้วก็โอนส่งมาลูกให้หลานทํางานอยู่กรุงเทพมหานคร ส่งเงินไปก็ไม่ได้เท่าทุนแล้ว อันนี้คือหลักที่ว่า ปรัชญาที่ว่าท่านบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นจริงไหม เกาถูกที่คันไหม ต้องดูที่ว่าการให้ไม่ว่าแต่ที่มาของเงินท่านได้มาจากที่ไหน อย่างไร ฝากตัวนี้ด้วยครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ สินค้าอุปโภคบริโภคครับ สินค้าทางด้านการเกษตร ลดต้นทุนในการผลิตไหม ปุิยชีวภาพ ปุิยที่ทําให้การเพิ่มผลผลิตนั้นมีต้นทุนสูงไหม ค่าแรง เปึนอย่างไร น้ํามันนะท่าน ประกาศขึ้นภาษีน้ํามัน ดีเซลเท่าไร เบนซินเท่าไร ทราบแล้ว เบนซิน ๕ บาท ดีเซล ๔ บาท กําลังจะขึ้นไปเรื่อย ๆ นะครับ คนจนตรงนี้ถอนขนห่านไหมครับ ได้มาที่ไหน อย่างไร ชาวบ้านผู้เสียภาษีตรงนั้น แวตเปึนอย่างไร ซื้อยาสีฟันหลอดหนึ่งเข้าแวตแล้ว น้ําประปาล่ะครับ ไฟฟัาล่ะครับ แวตไหมครับ เสียภาษีเพิ่มไหมครับ มูลค่าเพิ่ม คนจนไหม ครับที่กําลังบริโภคสินค้าที่คนรวยที่กําลังยื่นให้ครับ รัฐบาลกําลังยื่นให้อยู่ใช่ไหมครับ

แล้วคมนาคมครับ ถนนปลอดฝุ์น พี่น้องชนบทบ้านนอกเรานะครับ ฤดูฝน เปึนโคลน ฤดูแล้งเดี๋ยวนี้นะครับ ฝุ์น หมู่บ้านต่าง ๆ นะครับ เดี๋ยวนี้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ นี่ ๔ เดือนแล้วยังไม่ไปเลยครับ ค้างท่อไหมครับ ทําไมงบประมาณถึงไม่ไป ให้เฉพาะส่วน ให้ใช่ไหม งบประมาณพี่น้องประชาชนรับรู้หมดแล้วว่าดําเนินการอะไรไปหมดแล้ว แต่แล้วทําไมถึงไม่ไปตามขั้นตอนที่มีอยู่ ทําไมถึงให้เฉพาะส่วนที่ใครใคร่ใครคิด ใครเท่านั้น ท่านรัฐบาลครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ฝากถึงรัฐบาลที่รับผิดชอบด้วย ครับว่า ตรงนี้ฝากหน่อยว่า คนจนชนบท คนจนมีสิทธิไหมครับ คนจนมีโอกาสไหมครับ ที่จะลืมตาอ้าปากเหมือนคนชั้นกลางหรือคนรวยชั้นสูงขึ้นไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ชัดเจน แล้วว่า คนจนต้องมีสิทธิ ส.ส. คนจนอย่าง ทองดี มนิสสาร คือ ส.ส. คนจน มาจาก รากหญ้าครับ ซื้อเสียงที่ไหนมาครับ เพราะฉะนั้นฝากด้วยนะครับว่า คนจนต้องมีสิทธิ นะครับ เพราะพี่น้องประชาชนรออยู่ งบท่องเที่ยวครับ การรีไซเคิล (Recycle) ครับ ท่องเที่ยวนะครับที่จัดไปแล้วมา มาแล้วไป ไม่เสียประโยชน์ให้ตรงนี้เลย รัฐบาลเห็นไหม มองในส่วนนี้ไหมครับว่า การลงทุนที่น้อยที่สุด ได้ประโยชน์มากที่สุดคือการท่องเที่ยว คนไทยนะครับ ยังไปต่างประเทศ แล้วทําไมจะให้คนต่างประเทศกลับมาเมืองไทยให้มากที่สุด ท่านมองถึงตรงนี้ไหม จะให้เดี๋ยวนี้ ให้เกาถูกที่คันไหม ให้คนรวยใช่ไหม

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณทองดีครับ มีผู้ประท้วงนะครับ คุณสุวโรชครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอ ประท้วงท่านประธานครับในข้อที่ ๘ ท่านครับนี่ไม่ใช่วาระหนึ่งนะครับ กระผมนั่งฟัง มานานแล้ว ท่านประธานเองก็ไม่ได้กําชับท่านสมาชิกเลย ก็อยากจะให้ท่านประธาน วินิจฉัยด้วยว่า สิ่งที่สมาชิกได้อภิปรายในขณะนี้เปึนวาระหนึ่ง หรือวาระสอง เพราะวาระนี้ ต้องพูดกับกรรมาธิการครับ มันไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลหรือไม่ได้เกี่ยวกับใครเลย ขอให้ ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ แล้วได้พูดไปตอนต้นนะครับว่า การอภิปรายในครั้งนี้เปึนวาระสอง แล้วก็เริ่มมีซ้ําประเด็นนะครับ แต่ผมได้กําหนดเวลาไว้แล้วว่าท่านละ ๑๐ นาที ถ้าบริหาร อยู่ในเวลาก็ถือว่าเปึนอันตามข้อตกลงนะครับ ก็ต้องขอคุณทองดีสรุปด้วยครับ

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

กราบเรียนท่านด้วยความเคารพครับ ผมก็เคารพในกติกาของสภานะครับ เพราะฉะนั้นการอภิปรายนั้นถึงจะในวาระสอง ผมเอางบกลางมาอภิปรายนะครับ ผมชี้ให้เห็นเปึนประเด็น ไม่ใช่ว่าผมไปโยงเอาประเด็น ที่ไม่มีอยู่ในหลักการตรงนี้ งบกลางทําอะไรไว้บ้าง ให้หน่วยงานใดบ้าง ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมอยู่ในประเด็น ก็สุดแล้วแต่ท่านประธานจะวินิจฉัย ถ้าให้ผมสรุปก็ขออนุญาตสรุปอย่างนี้นะครับว่า งบกระตุ้นเศรษฐกิจเดี๋ยวนี้งบปกติ ยังไม่ได้โอนไปสู่ หรือว่าให้แผนงานหรือให้งานไปสู่หน่วยงานที่รับผิดชอบ แล้วงบกลาง ก็มาแล้วงบกลางตรงนี้ถ้ารัฐบาลนําไปสู่ในการที่ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ให้ได้มากที่สุด จริง ๆ แล้วท่านครับ ท่านก็เคยเปึนฝ์ายค้านมาก่อน ผม ๑๐ ป้ก็รัฐบาลมาตลอด ณ วันนี้ ผมในฐานะที่ตรวจสอบรัฐบาลก็ต้องขออนุญาต อะไรที่เห็นว่ามันน่าจะมีประเด็นที่ต้อง อภิปรายได้หรือมีอะไรที่ชี้แนะได้ก็ขอในวันนี้ ขอสรุปว่าดังนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ครับ ประชานิยมแจกกันเข้าไปครับ เชื่อมั่นประเทศไทยว่าสามารถกู้เงินมาแจกได้ทุกเวลา ขอบคุณมาก สวัสดีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ผมได้ฟังนะครับว่ามันมีการซ้ําประเด็นในหลายเรื่องก็ต้องขอความ กรุณาด้วย อย่างเช่น เรื่องแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ หรือไม่กระตุ้นก็ซ้ํากัน นะครับ ก็ต้องขอความกรุณาท่านผู้อภิปรายต่อไปด้วยครับ คุณอนันต์ ศรีพันธุ์ ครับ เชิญครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อนันต์ ศรีพันธุ์ จากจังหวัดอุดรธานี เขต ๑ พรรคเพื่อไทย จากงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมนะครับ ป้ ๒๕๕๒ นั้นจากที่ท่านหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปนั้นมีเงินงบที่ตั้งไว้ก็คือ ๑๓,๖๔๒ ล้านบาท โดยแยกออกเปึน ๓ ประเด็นด้วยกันนะครับ คือค่าใช้จ่ายตามมาตรฐาน ตามมาตรการ ความช่วยเหลือ ค่าครองชีพของภาครัฐนะครับ แล้วก็ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน จากมาตรการทั้ง ๒ อันนี้จะเห็นได้ว่า คณะกรรมาธิการที่ตั้งไว้นั้นที่ท่านว่านั้น คงไม่ได้ดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องของการกระตุ้น เศรษฐกิจที่แท้จริง และเนื่องจากว่าเงินที่ใช้เกี่ยวกับข้อประเด็น (๑) นั้นเกี่ยวกับด้าน ภาครัฐนั้นก็คือ ให้คนที่มีเงินเดือนอยู่แล้ว อันนี้คือสิ่งที่ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท หรือไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งอันนี้ทําไมมันจึงเปึนการลําเอียงอย่างนั้นนะครับ เพราะว่าส่วนอื่นนั้น เขาก็ไม่ได้รับนะครับ เมื่อเช้านี้ผมนั่งแท็กซี่มาเขาก็บอกเขาไม่รับส่วนนี้ นั่นคือความ ไม่เปึนธรรมในการจัดสรรหรือว่าการช่วยเหลือ ซึ่งการช่วยเหลือตรงนี้มันไม่ทําให้กระตุ้น เศรษฐกิจและไม่ทั่วถึงถึงประชาชน มันจะมองให้เห็นว่า เปึนการเลือกปฏิบัติต่อประชาชน ต่อคนทั้งประเทศ รัฐบาลนั้นก็เหมือนพ่อที่ดูแลคือประชาชนนั้นคือลูกหลานที่จะต้อง ปฏิบัติให้เหมือนกัน แต่ขณะนี้นั้นท่านกรรมาธิการซึ่งจะต้องให้รัฐบาลบริหารนั้นพิจารณา ไปแล้วไม่ทั่วถึงและก็ไม่เปึนธรรมกับประชาชนนั่นคือสิ่งที่ผมติงแล้วก็ไม่เกิดความกระตุ้น เศรษฐกิจอย่างที่หลาย ๆ ท่านได้ชี้แจง ผมจะไม่ซ้ําตรงนี้นะครับ เพราะว่าทุกคนได้อภิปราย ไปแล้ว ส่วน (๒) นั้นในเรื่องของภาคเศรษฐกิจในเรื่องของชุมชนนั้นก็เกี่ยวกับเรื่อง ผู้ที่ว่างงาน โดยเฉพาะคือผู้ที่ตกงานโดยการเลิกจ้างจากโรงงานต่าง ๆ หรือโรงงาน อุตสาหกรรม แล้วก็นักศึกษาที่ฝ๊กงาน ตรงนี้ก็เหมือนกันนะครับ ท่านคิดอย่างไรว่าถ้าหาก จบออกมาแล้วนะครับ ไม่มีงานทํา จะต้องไปให้ความรู้กับเขา แล้วตลาดรองรับตรงนั้นมี แล้วหรือยัง ตรงนี้รัฐบาลไม่ได้คิดให้รอบคอบ ไม่ได้คิดในเรื่องของการที่จะนําความรู้ ตรงนั้นไปให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงกับประชาชนเพียงแต่จะเอาเงินที่จะไปอบรมเขา แล้วสิ่งที่จะรองรับนั้นมันมีแล้วหรือไม่ ตลาดรองรับท่านก็ไม่ทราบ เพราะที่จบออกมา แล้วก็ยังจะให้เขาอบรมอีก ทรัพยากรที่เขาจะไปทํานั้นไม่ว่าจะเปึนเรื่องของเงินทุนไม่ว่า เรื่องของการที่เราไปดําเนินกิจกรรมตรงนั้น ทรัพยากรตรงนั้นคนเหล่านั้นมีหรือไม่ อันนี้ ทางรัฐบาลต้องคิดนะครับ เพราะว่าความเปึนธรรมนั้นมันไม่เกิดขึ้นในสังคม เพราะฉะนั้น ความแตกแยกมันย่อมเกิดขึ้นเหมือนอย่างในขณะนี้ ผมก็อยากจะอภิปรายตรงนี้ไว้สั้น ๆ เท่านี้ ส่วนเรื่องผมอาจจะขออนุญาตท่านประธานว่าจะขอเพิ่มในมาตรา ๘ ที่เกี่ยวกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นิดหนึ่งนะครับ เพราะผมอาจจะพูดครั้งเดียวจบเลย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นจะมีเงินงบประมาณอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่มี กรมที่เกี่ยวข้องก็คือ กรมชลประทานและกรมพัฒนาที่ดินซึ่งมีแต่แหล่งน้ําอย่างเดียว แหล่งน้ํานั้นถ้าหากว่าจะใช้ขนาดเล็กขณะนี้มันไม่เหมาะสมกับประเทศไทย เพราะว่า ประเทศไทย

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

เพราะประเทศไทยนั้นต้องระบบ ชลประทานใหญ่ ๆ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอนันต์มีผู้ประท้วงครับ คุณบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะต้อง ให้ท่านประธานควบคุมประเด็น ผมคิดว่าท่านประธานพยายามอยู่พอสมควรนะครับ แต่ถ้าหากว่าท่านอนุญาตคนหนึ่งให้พูดมาตราอื่นได้ ท่านคงต้องอนุญาตทั้งสภากระมังครับ ขอให้ท่านพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ เมื่อสักครู่ฟังไม่ถนัดนะครับ แล้วได้เคยวินิจฉัยไปเมื่อสักครู่ คุณนิยม เวชกามา ขออนุญาตอภิปรายข้ามมาตรา ผมไม่อนุญาตนะครับ เพราะว่าตามข้อบังคับ การประชุมสภาจะเปึนการพิจารณาเรียงตามมาตรานะครับ ก็ต้องขอคุณอนันต์อภิปราย อยู่ในมาตรา ๔ นะครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ครับ มาตรา ๔ ก็ได้ครับ แต่ว่าเงินส่วนนี้ ที่จะไปใช้ในเกี่ยวกับเรื่องของกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมันน่าจะมุ่งเน้นไปที่ภาคเกษตร มากกว่า เพราะคนส่วนใหญ่ของประเทศนั้นคือภาคเกษตร แต่ทําไมเอาไปช่วยคนที่มีเงิน รายได้อยู่แล้ว อันนี้คือสิ่งที่ผมติง เพราะว่าคนที่มีเงินเดือนอยู่แล้วอย่างน้อย ๑๕,๐๐๐ บาท เกษตรกรรายได้วันหนึ่ง เดือนหนึ่งเขามีรายได้เท่าไร เดือนหนึ่งอย่างน้อยไม่เกิน ๔๐๐ บาท ๕๐๐ บาท หรือ ๑,๒๐๐ บาท เท่านั้นเอง ทําไมไม่ดูแลคนเหล่านี้ ทําไมต้องไปดูแลคนที่มี เงินเดือนอยู่ อันนี้คือสิ่งถ้าหากให้ผมพูดอย่างนั้น โดยเฉพาะภาคเกษตรนั้นเปึนคนยาก คนจนของประเทศ และเปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศน่าจะต้องมาดูแลตรงนี้ให้มาก อันนี้ ผมก็ขอฝากไว้คือการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รากหญ้า แต่กระตุ้นรากหญ้าได้นั้นเศรษฐกิจของ ประเทศฟันเฟ๋องมันก็ต้องหมุน หมุนตั้งแต่เฟ๋องเล็ก ๆ ขึ้นไป แล้วมันก็จะมีการหมุนเวียน ไปถึงระดับกลางและระดับสูง อันนี้คือสิ่งที่อยากจะฝากเปึนแนวคิด โดยเฉพาะเรื่องของ ภาคเกษตรที่จะต้องดูแล เมื่อดูแลแล้วซึ่งปัญหาของประเทศขณะนี้ก็คือเรื่องของราคา ดูแลการผลิตแล้วจะต้องดูแลเรื่องราคาด้วย จะต้องทํามีการแปรรูป จะต้องมีตลาดรองรับ สิ่งเหล่านี้นั้นรัฐบาลต้องพิจารณา และต้องทําให้ภาคเกษตรนั้นยืนอยู่ได้ ซึ่งเกษตรกร ส่วนใหญ่ของประเทศนั้นมีแต่ความยากจน เหตุที่ยากจนก็เพราะว่าเขาผลิตแล้วไม่มี ตลาด ผลิตแล้วตั้งราคาไม่ได้ ทําไมประเทศไทยเราเปึนประเทศที่ยากจน ก็เพราะประเทศ ไทยเราคือภาคเกษตร แต่ภาคเกษตรประเทศอื่น ๆ นั้นเขามีแต่รวย เพราะเขามีกฎหมาย คุ้มครอง แต่ประเทศไทยนั้นกฎหมายภาคเกษตรไม่เคยคุ้มครอง ผลิตสินค้าไม่เคย ตั้งราคาได้เลย พ่อค้าขายสินค้าเกษตร สินค้าอย่างอื่น รถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ หรือ มือถือตั้งราคาได้ แต่เกษตรกรเคยตั้งราคาได้ไหม จะไปขายข้าว ขายมัน ขายอะไรก็ตั้ง ราคาไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องดูแลตรงนี้ เอาเงินงบต่าง ๆ เหล่านี้ที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ด้านอื่นดูแลเรื่องนั้นมาดูแลภาคเกษตรจะดีกว่านะครับ ผมก็คงจะฝากในแนวคิด แล้วก็ แนวทางในการที่จะเรื่องที่ไม่เห็นด้วยในการที่ตั้งงบกระตุ้นเศรษฐกิจงบกลางไว้ถึง ๑๓,๖๔๒ ล้านบาท น่าจะไปกระตุ้นในภาคเกษตรมากกว่าที่จะมากระตุ้นในเรื่องของคน ที่มีรายได้อยู่แล้วนะครับ แล้วผมถึงขอตัด

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอนันต์ครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ด้วยความเกรงใจ แต่ท่านต้องเกรงใจ พวกผมด้วย ผมคิดว่าพอเถอะครับ ผมคงไม่ต้องอธิบาย ผมว่าท่านประธานก็ใช้ความอดทน พอสมควรนะครับ ท่านยังอยู่ในมาตราอื่น แล้วก็วนเวียนอยู่กับเรื่องเดิม ซึ่งท่านก็ย้ํา อยู่แล้วว่าอย่าอภิปรายในการย้ําประเด็นหรือว่าทวนประเด็นกัน ซ้ําประเด็น ก็ทําไม่ได้ ในสภานี้ ขอให้ท่านช่วยพิจารณาครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยครับ เท่าที่ฟังดูคุณอนันต์ก็ยังอยู่ในมาตรา ๔ นะครับ ไม่ได้ออกไปมาตราอื่น

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ครับ ผมก็ใช้เวลาไม่เกิน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอความกรุณารวบรัดนะครับ แล้วให้อยู่ในเวลาที่กําหนดด้วยครับ บางประเด็นที่มี ผู้อภิปรายแล้วก็ละเว้นที่ไม่ต้องอภิปรายครับ จะได้ประหยัดเวลาของสภาด้วยครับ เชิญ คุณอนันต์ต่อ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ผมพิจารณาแล้วอย่างไรครับว่าเงินตรงนี้ ที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจของผู้มีรายได้แล้ว โดยเฉพาะพวกที่มีเงินเดือนอยู่แล้วไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทเอาไปช่วยภาคเกษตรมันจะดีกว่า มันนอกประเด็นตรงไหน ผมถามคน ที่ประท้วงผมเมื่อสักครู่แค่นั้นเองนะครับ แล้วผมก็ขอตัดงบตรงนี้ครับที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ของงบกลางเอาไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นแหละครับ ผมไม่เห็นด้วยตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ท่านประธาน ครับ งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้นต้องไปชดใช้เงินคงคลัง ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออยู่ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาอยู่ ๗ วัน ๗ คืน ปรากฏว่าเสียงข้างน้อยไม่มีสิทธิที่จะแก้ไขใด ๆ ทั้งสิ้น แม้แต่ตัวหนังสือ สักตัวหนึ่งก็แก้ไม่ได้ ความเห็นส่วนตัวของผมมันน่าจะเปึนเผด็จการรัฐสภาที่แท้จริง ถึงแม้ว่าจะมีเสียงอยู่ปริ่ม ๆ แต่ก็ไม่ประนีประนอม ไม่พยายามที่จะฟังเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ งบกลาง ๑๓,๖๔๒ ล้านบาทนั้น แบ่งออกเปึน ๓ รายการ ท่านเอาไป ช่วยเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ผมต้องพูดว่าเงิน ๒,๐๐๐ บาทนั้น ๒,๖๐๐ ล้านบาท มากกว่า งบของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่พรรคชาติไทยพัฒนาได้มาปรารภกับผมหลายท่าน น้อยอกน้อยใจ เขาเสียใจครับ ทั้ง ๆ ที่ทั้ง ๒ กระทรวงนั้นเปึนกระทรวงที่ลงทุนแล้วได้ผล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปึนที่โอบอุ้มและดูดซับคนว่างงาน คนตกงาน ที่กลับบ้าน เมื่อวิกฤติเศรษฐกิจต้มยํากุ้ง คนก็ตกงานก็กลับบ้าน แต่รัฐบาลในยุคนั้นก็ช่วย ช่วยที่ บ้านนอก ช่วยที่ภาคเกษตร เราถึงรอดมาได้ วันนี้เรามีวิกฤติอีกครั้งหนึ่งนี่ แต่เราไม่ได้ ใส่ใจในรากหญ้าในกระทรวงที่ทําเงินให้กับประเทศป้ละหลายแสนล้าน ท่านประธานครับ การใช้เงินไปตามภาคต่าง ๆ ตั้งแต่นักเรียน ไปจนถึงคนจบการศึกษาใหม่แล้วไปจนถึง ข้าราชการแล้วก็พนักงานรัฐวิสาหกิจที่รายได้น้อยนั้น คล้ายกับว่าเปึนการซื้อเสียง ล่วงหน้า รีบ ๆ ผ่านงบครับ ไม่เปึนไร ผมยินดีด้วย แล้วถ้าผ่านงบเสร็จแล้วก็รีบยุบสภาเสีย จะได้รู้ว่าประชาชนเขาเห็นดีกับท่านหรือไม่ ส่วนตัวของผม ผมเห็นด้วยนะครับเอาเงินไป แจกนี่ ดีครับ แต่น่าจะแจกมากกว่านี้ไม่ใช่ ๒,๐๐๐ บาท แจกคนละหมื่น สองหมื่นบาท ก็แจกไปนะครับ เหมือนที่ท่านสมาชิกได้พูดไปหลาย ๆ ท่านว่ามันน้อยไป ท่านประธานครับ ผมเปึนเกษตรกร อาชีพก่อนที่จะเปึน ส.ส. ผมคือเกษตรกร วันนี้เครือข่ายของผมเขาได้ ประชุมปรึกษาหารือกันแล้วว่า เขาขาดการเอาใจใส่จากรัฐบาลชุดนี้ พี่น้องชาวสวนผลไม้ พี่น้องที่กําลังเดือดร้อนเรื่องข้าวโพด พี่น้องที่กําลังปลูกนาปรังซึ่ง ๒ เท่ากว่าป้ที่แล้ว เขาบอกว่าค่าปุิยก็แพง น้ํามันก็ขึ้น เขาไม่ได้รับการดูแล เขาบอกรัฐบาลให้จําไว้ จําไว้ นะครับ มีเลือกตั้งเมื่อไรเขาจะคิดบัญชี น้ําท่วมป์านนี้ยังไม่ได้รับการชดเชย แล้วจะชดเชย เมื่อไรครับ เอาเงินไปแจกภาคอื่นได้ แต่เกษตรกรต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาซื้อเมล็ดพันธุ์ ที่น้ําท่วมไป ร้อยละ ๒๐ ป์านนี้ยังไม่ได้รับการชดเชย ดอกเบี้ยก็กิน ท่านไม่เห็นหัวชาวไร่ ชาวนาหรือ ท่านประธานครับ พรรคพวกของผมในตลาดเช้า ตลาดบ่าย ตลาดนัดทุกตลาด ตอนนี้ เขาเริ่มคุยกันแล้วครับ ฉันได้อะไร ฉันเปึนแม่ค้าในตลาดฉันได้อะไร เงินแสนล้านนี่แจกไป ทั่วแล้วฉันได้อะไร นี่คือพวกผม เขาฝากมาขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ เขาฝากบอกว่า รากหญ้า ไม่ได้โง่อย่างที่หลายท่านคิดเงิน ๒,๐๐๐ บาทญาติพี่น้องเขาอาจจะได้รับ แต่เมื่อไร ที่คืนอํานาจให้กับประชาชน วันนั้นประชาชนจะตัดสินเอง ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้ขอแปรญัตติตัดลดงบประมาณงบกลางมาตรา ๔ ไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผล

๑. งบกลางกรณีฉุกเฉินและจําเปึนนั้น เคยตั้งไว้ในยอดที่สูง ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ในงบปกติป้ ๒๕๕๒ ซึ่งท่านผู้มีเกียรติได้อภิปรายแล้วว่าในช่วง เดือนมกราคม ป้ ๒๕๕๒ ยังเหลืออยู่ประมาณ ๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งยอดนี้น่าจะ เพียงพอและถ้าเรามาตั้งเพิ่มเติมอีกในงบกลางป้หรืองบเพิ่มเติมป้ ๒๕๕๒ นั้น ผมเห็นว่า น่าจะไม่เหมาะสม เพราะว่างบที่จัดเปึนงบกลางป้นั้น ทั้งหมดเปึนเงินที่กู้มา และทั้งหมด ต้องการที่จะให้เกิดผลสะท้อน มีผลตอบรับโดยเร็ว ซึ่งถ้ามาตั้งไว้เปึนงบกลางน่าจะมีผล ตอบกลับ สะท้อนกลับช้าและเงินจะไม่เกิดประสิทธิผลอย่างเต็มที่ครับ นี่คือเหตุผล ที่กระผมได้ขอตัดลดงบประมาณในส่วนของงบกลางป้ ๒๕๕๒ งบกลางป้ครับ

เหตุผลอันที่ ๓ ที่ผมจําได้ครับว่า ในการอภิปรายงบประมาณของ ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ จนถึงป้ ๒๕๔๙ ในช่วงนั้นจําได้ว่า ผู้ที่เปึนผู้นําฝ์ายค้านในสมัยนั้น ก็มาเปึนรัฐบาลในยุคนี้ ตอนที่ท่านเปึนฝ์ายค้านท่านเคยอภิปรายโจมตีนโยบายรัฐบาล ในช่วงที่การตั้งงบกลางไว้จํานวนสูง ท่านโจมตีอย่างรุนแรงว่ารัฐบาลช่วงนั้นตั้งงบกลางไว้ จํานวนมาก ท่านไม่เห็นด้วย ท่านว่าเปึนการสูญเสีย แต่บัดนี้เมื่อท่านได้มาเปึนรัฐบาล ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความจําเปึน ทั้ง ๆ ที่ต้องการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์อย่างรวดเร็ว ท่านกลับมาตั้งงบกลางป้ไว้ในจํานวนที่สูงมากครับ

ท่านประธานที่เคารพ ที่กระผมเปึนห่วงมากอีกเรื่องหนึ่งคือ งบกลางที่ตั้งไว้ ในมาตรา ๔ นั้นเปึนงบที่ยังไม่ระบุในรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบฉุกเฉิน งบสํารองจ่าย กรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนยังไม่มีรายการโครงการงบประมาณที่ชัดเจน จึงเปึนโอกาสที่จะ ทําให้มีการใช้งบประมาณลงไปในพื้นที่ที่อาจจะไม่เหมาะสม รัฐบาลชุดนี้อาจจะใช้งบนั้น ลงไปในพื้นที่ที่พรรคพวกของท่านอยู่ ลงไปในพื้นที่ที่ท่านเห็นว่าสนับสนุนท่าน ท่านทํา ได้ครับ เพราะว่าเราเห็นชัดเจนแล้ว แม้แต่งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ซึ่งพิจารณากันในช่วง เดือนสิงหาคม กันยายน ๒๕๕๑ เราพิจารณากันทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ส.ส. ทุกฝ์าย ในสภายอมรับเห็นด้วยในโครงการงบประมาณที่มีชัดเจน เมื่อท่านเปึนรัฐบาลท่านยังกล้ามาเปลี่ยนแปลงงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งบประมาณของกรมทางหลวงชนบทซึ่งท่านกล้ามาเปลี่ยน ทั้ง ๆ ที่มีโครงการชัดเจนแล้ว เพราะฉะนั้นโครงการงบกลางที่ยังไม่ระบุรายการงบประมาณว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด เราจึง กังวลใจเกรงว่าท่านจะนํางบประมาณเหล่านั้น ซึ่งท่านสามารถที่จะลงพื้นที่ใดก็ได้ เพราะ เปึนงบกลางไม่ระบุพื้นที่ ท่านอาจจะลงไปในพื้นที่ที่พรรคพวกท่านอยู่ คนสนับสนุนท่าน อยู่นะครับ ซึ่งขณะนี้ผมถือว่าถ้าท่านทําเช่นนั้น อาจจะทําให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้เพียงท่านเข้ามาไม่กี่เดือนจากการที่ท่านไปเปลี่ยนแปลงงบประมาณกลางป้ งบประมาณของกรมทางหลวงชนบทในภาคอีสาน ภาคเหนือ แต่ในที่อื่นท่านไม่ได้ เปลี่ยนแปลง ท่านตั้งใจไปเปลี่ยนแปลงเฉพาะในภาคอีสานกับภาคเหนือนั้น ทําให้ คนภาคอีสาน คนภาคเหนือน้อยใจแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นถ้างบกลางของป้นี้ในช่วง กลางป้เกิดไปลงในลักษณะเช่นนั้นอีก จะทําให้คนอีสาน คนภาคเหนือน้อยใจมากขึ้นว่า ท่านจะทําเหมือนงบกรมทางหลวงชนบทที่ท่านไปตั้งใจเปลี่ยนแปลงของภาคอีสาน ภาคเหนือครับ ผมเปึนห่วงในส่วนนี้ก็ฝากไว้ว่าในเรื่องของงบกลางป้ที่ยังไม่ชัดเจนนั้น เกรงจะเกิดปัญหาความแตกแยกในภาคต่าง ๆ ภาคเหนือ ภาคอีสานนะครับ ก็กราบเรียน ด้วยความห่วงใยครับ คงใช้เวลาเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญคณะกรรมาธิการครับ ท่านเชน เทือกสุบรรณ นะครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตตอบคําถามของเพื่อนสมาชิกที่ได้กรุณาสอบถามในภารกิจที่กรรมาธิการเปึน ตัวแทนของท่านสมาชิก ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกสอบถามมากในเรื่องของงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ทําไมต้องตั้งงบกลางและกันเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือ จําเปึนไว้ ต้องขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับ เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมป้ ๒๕๕๒ เปึนการตั้งสํารองเพื่อรายจ่ายที่อาจจะไม่พอเนื่องจากรายจ่าย ที่จําเปึนเร่งด่วนในการดําเนินตามแผนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ เช่น การสร้างหลักประกันรายได้แก่ ผู้สูงอายุ ซึ่งการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขหรือ อสม. โดยเปัาหมายดําเนินการ ดังกล่าวยังเปึนตัวเลขประมาณการ ซึ่งข้อเท็จจริงอาจจะมาลงทะเบียนมากกว่า ที่ประมาณการไว้ รวมถึงการสํารองค่าใช้จ่ายสําหรับแก้ไขหรือฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ที่ไม่สามารถคาดได้ งบประมาณที่เหลืออาจจะเปึนค่าใช้จ่ายที่ดําเนินตามเปัาหมาย ทั้ง ๑๖ โครงการแล้ว เราเอาไปใช้จ่ายในกรณีที่มีความจําเปึนเร่งด่วนที่อาจเกิดขึ้น โดยไม่คาดหมาย และไม่สามารถเจียดจ่ายหรือปรับแผนดําเนินการจากงบประมาณ รายจ่ายประจําป้ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐในกรณีเกิดภัยพิบัติ เช่น อุทกภัย วาตภัย หรือภัยแล้ง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายเดือดร้อนประชาชน ในกรณี ส่วนราชการที่จําเปึนต้องดําเนินการช่วยเหลือแก้ไขอย่างรีบด่วน

อีกประเด็นหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาสอบถามมาก โดยได้อภิปรายว่า งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ตั้งไว้ที่ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มีเพื่อนสมาชิก บางท่านได้อภิปรายว่ามีเงินเหลืออยู่เมื่อช่วงที่ผ่านมาคือ ๓๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ผมใคร่ขอเรียนชี้แจงตัวเลขที่แท้จริงให้ท่านทราบดังนี้ครับ ณ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ จัดสรรแล้วทั้งสิ้น ๑๙,๑๖๖ ล้านบาท คงเหลือ ๒๕,๘๓๓.๔๖๒๗ ล้านบาท เปึนการเตรียมสําหรับค่าใช้จ่ายตามมติคณะรัฐมนตรี กรณีจําเปึนเร่งด่วน รายการต่าง ๆ ๘ รายการ ๑๑,๖๙๗,๙๗๘,๖๐๐ ล้านบาทนะครับ ใน ๘ รายการนั้นมีรายละเอียดดังนี้ ครับ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ๑,๐๒๕ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเพื่อดําเนินนโยบาย ๖ มาตรการ ๖ เดือน เปึนประมาณค่าใช้จ่ายป้งบประมาณ ๒๕๕๒ จํานวน ๑๒,๓๑๔.๒๘ ล้านบาท อนุมัติแล้ว ๕,๘๗๖.๔๗๑๖ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๖,๔๓๗.๘๐๘๔ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการเยียวยานักท่องเที่ยวกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่สามารถให้บริการได้ของ ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) และกระทรวง การต่างประเทศ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ วงเงิน ๑,๙๑๒.๙๗ ล้านบาท อนุมัติแล้ว ๒๒๙.๒๐๑๘ ล้านบาท ทั้งหมดทั้งสิ้น ๑,๖๘๓.๗๖๘๒ ล้านบาท ค่าตอบแทน รายเดือนพิเศษเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในจังหวัดชายแดนภาคใต้จากเดิมอัตรา ๑,๐๐๐ บาท ต่อคนต่อเดือน เพิ่มเปึนอัตรา ๒,๕๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน อีก ๑,๑๘๖.๐๐๒๐ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายของคณะรัฐมนตรีอีก ๖๐๐ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเพื่อให้การเยียวยาช่วยเหลือ ผู้กระทบสืบเนื่องจากเหตุการณ์ไม่สงบ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๗๐๐ ล้านบาท ค่าใช้จ่าย เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ และ เหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๑ วงเงิน ๕๖ ล้านบาท อนุมัติแล้ว ๑๕.๖๐ ล้านบาท ยังคงค้างอยู่อีก ๔๐.๔๐ ล้านบาท แล้วก็มีค่าใช้จ่ายในการ ปรับปรุงซ่อมแซมภูมิทัศน์ของทําเนียบอีก ๒๕ ล้านบาท ตัวเลขจริง ๆ วันนี้คงมีเงินเหลือ สุทธิของเงินสํารองจ่ายที่ต้องใช้ไปอีก ๘ เดือน จํานวน ๑๔,๑๓๕.๔๘๔๑ ล้านบาทเท่านั้น

ท่านประธานครับ ประเด็นที่ได้รับการสอบถามมากที่สุดอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือประเด็นงบกลาง ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานจํานวน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ว่าทําไม ถึงต้องตั้งไว้ที่งบกลางและกลุ่มเปัาหมายเปึนกลุ่มใดบ้าง ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพ ผู้ว่างงานมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาด้านแรงงานของผู้อยู่ในระบบจ้าง และผู้ที่ จบการศึกษาและผู้ว่างงาน โดยมีกลุ่มเปัาหมายหลัก ๆ ก็คือ ผู้ว่างงานที่สนใจในการฝ๊ก วิชาชีพและประชาชนที่สนใจนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปดําเนินการในหมู่บ้าน และชุมชน ประการที่ ๒ ก็คือผู้ว่างงานและภาคธุรกิจที่ต้องการเพิ่มทักษะลูกจ้างเพื่อจ้าง แรงงานนั้นต่อ กลุ่มที่ ๓ คือผู้ที่ถูกเลิกจ้างโดยภาคอุตสาหกรรม กลุ่มที่ ๔ ก็คือผู้จบ การศึกษาและต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงาน จะเห็นได้ว่ากลุ่มเปัาหมายมีความหลากหลาย มีหลายกลุ่ม แล้วก็บุคคลต่าง ๆ ของกลุ่มผู้ว่างงานทุกกลุ่ม การดําเนินการ การอบรม การกําหนดความรับผิดชอบของส่วนราชการ โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดอบรม ต้องทํา ในรูปคณะกรรมการ และจะต้องบูรณาการของทุกส่วนราชการเข้าด้วยกันเพื่อจัดกลุ่ม คัดเลือกตามลําดับของความสําคัญของผู้เข้าอบรมวิชาชีพ การตั้งไว้ในงบกลางก็สามารถตอบสนองต่อทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม การอบรมวิชาชีพ ดังกล่าวมีส่วนราชการหลายแห่งที่ทํางานร่วมกัน มีภาคธุรกิจโรงงานต่าง ๆ ที่พร้อมจะ อบรมแรงงาน มีกระทรวงแรงงานในด้านการพัฒนาฝ้มือแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ ให้การอบรมด้านไอที (IT) ร่วมกับกระทรวงไอซีที (ICT : กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร) กระทรวงวิทยาศาสตร์อบรมวิชาชีพเกษตรประยุกต์และการเข้าสู่อาชีพ เกษตร การใช้ปุิยชีวภาพ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อบรมวิชาเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง กระทรวงสาธารณสุขอบรมวิชานวดสปาแผนไทย เปึนต้น ท่านประธานครับ ต่อปัญหา ที่เพื่อนสมาชิก ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านเจริญ ได้สอบถามถึงตัวเลขของ งบประมาณรายจ่ายงบกลางที่สํารองฉุกเฉินจํานวน ๔,๐๙๐,๔๔๘,๐๐๐ บาท ขออนุญาตเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ ตัวเลขงบประมาณทั้งหลายเปึนตัวเลขกลม ๆ แต่เดิม แล้วก็ต้องตัดไว้สําหรับเงินจริง ๆ ที่ใช้สําหรับในการนี้เพียง ๙๗,๕๖๐,๕๒๓,๗๐๐ บาท นะครับ แล้วต้องชดเชยเงินคงคลังเสียเปึนเงิน ๑๙,๑๓๙,๔๗๖,๓๐๐ บาท ตัวเลขทั้งหมดนี้ ที่แต่ละรายการเมื่อเหลือตัวเลขที่เปึนเศษจึงมาตกอยู่ที่เงินที่กองทุนสํารองอันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นตัวเลขนี้เปึนตัวเลขที่ได้ตั้งไว้โดยตอบคําถามของท่านว่าทําไมถึงไม่เปึน ตัวเลขกลม ๆ นะครับ ท่านประธานครับโครงการเพิ่มศักยภาพของ ขออนุญาตตอบ คําถามของเพื่อนสมาชิกบางท่านที่ได้สอบถามไว้นะครับว่าการตั้งเงินสํารองเพื่อกรณี ฉุกเฉินหรือจําเปึนจํานวน ๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษนี้ อาศัยอํานาจอะไร และเปึนไปตาม รัฐธรรมนูญหรือไม่ คณะกรรมาธิการขออนุญาตเรียนชี้แจงกับเพื่อนสมาชิกว่าตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๗ วรรคสอง บัญญัติ ว่า รายจ่ายใดไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจหรือ หน่วยงานอื่นใดของรัฐได้โดยตรงให้จัดไว้ในรายจ่ายงบกลาง โดยต้องแสดงเหตุผลและ ความจําเปึนในการกําหนดงบประมาณรายจ่ายงบกลางนั้นด้วย เจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญได้กล่าวการรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๓๒/๒๕๕๐ เปึนพิเศษ วันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐ เพื่อกําหนดแนวทางการจัดทํารายการจ่าย งบกลางในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย โดยให้แสดงเหตุผลและความจําเปึน เพื่อปัองกันการใช้จ่ายงบกลางอย่างบิดเบือนวัตถุประสงค์และไม่ผ่านการวิเคราะห์ ความเหมาะสมของการใช้จ่าย ซึ่งหมายรวมถึงการควบคุมการตั้งงบประมาณรายจ่ายเงิน สํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ซึ่งเปึนรายการหนึ่งในการจ่ายงบกลางด้วย

ประการที่ ๒ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ และที่แก้ไข เพิ่มเติม มาตรา ๑๐ บัญญัติว่า งบประมาณรายจ่ายประจําป้ หรืองบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมที่จะขอตั้งจะมีงบกลางแยกต่างหากจากงบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจก็ได้ และจะกําหนดให้มีรายการสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ในงบกลางนั้นด้วยก็ได้นะครับ ผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานครับ กรณีที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถาม กรณีรัฐบาล จําเปึนต้องตั้งงบประมาณกลางป้นะครับ แล้วก็เปึนเรื่องของความเร่งด่วน ถ้าเพื่อน สมาชิกดูในบันทึกหลักการและเหตุผลฉบับนี้นะครับ รัฐบาลได้เขียนไว้ชัดเจน โดยที่ รัฐบาลมีความจําเปึนต้องใช้จ่ายเงินในการดําเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อเร่งรัดฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ และกระจายไปสู่ระบบเศรษฐกิจทุกภาคส่วน เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยลดค่าครองชีพและเพิ่มรายได้ และ ดําเนินการโครงสร้างพื้นฐานที่จําเปึนในชนบท จึงจําเปึนต้องตั้งงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมในจํานวนไม่เกิน ๙๗,๕๖๐,๕๒๓,๗๐๐ บาทนะครับ เพื่อนสมาชิกที่ได้กรุณา สอบถามนะครับ ผมใคร่ขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่าคณะกรรมาธิการ ซึ่งกระผมเชื่อว่า ขณะที่เราทํางานร่วมกันเราไม่ได้แบ่งคําว่า เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยหรือเสียงข้างมาก แต่ประการใด แต่ว่าเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ ฝ์ายได้กรุณาสอบถามเพื่อที่จะรักษาผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนนะครับ มีหลายรายการนะครับ และผมเชื่อว่าขณะนั้นเราไม่ได้มีการ ขัดแย้งแต่ประการใดนะครับ หลายท่านสงวนคําแปรญัตติไว้ก็เพื่อจะได้มาพูดในที่ประชุม แห่งนี้ด้วย บางท่านก็จะไม่เห็นด้วยในบางประเด็น แต่ว่าไม่ได้เปึนความขัดแย้งที่จะต้อง ถือว่าพวกเราแบ่งกันเปึน ๒ ฝัก ๒ ฝ์าย และไม่ยอมให้ตัดงบประมาณ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ ตอบคําถาม คําถามของท่านสมาชิกก็คือว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลไม่ตรงจุด ทําไมไม่จัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม พวกเหล่านี้ ได้เงินน้อยไปนะครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วถ้าไปดูงบประจําป้ ๒๕๕๒ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับจัดสรร ๖๘,๘๒๒ ล้านบาท เบิกจ่ายไปแล้ว ร้อยละ ๘๘.๕ เองครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้รับงบ ๔,๔๓๙ ล้านบาท เบิกจ่ายไปเพียงแค่ร้อยละ ๑๘.๙ กระทรวงพาณิชย์ได้รับจัดสรรงบ ๖,๔๐๕ ล้านบาท ได้รับจัดสรรตรงนี้เบิกจ่ายไปเพียง ๓๖.๙ เปอร์เซ็นต์ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น ก็เบิกจ่ายไปเพียง ๑๙.๘ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุนี้แหละครับ คือที่รัฐบาลก็ไม่ได้จัดสรรงบ ให้เพิ่มเติม เพราะว่าถ้าให้งบเพิ่มเติมไปอีกกลางป้ก็ไปกองอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ไปกระตุ้น เศรษฐกิจ เพราะงบปกติที่ให้ไปแล้วนั้นก็ยังใช้ไม่หมด ยังเบิกไม่ได้ตามที่เราต้องการ นะครับ

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็คือคําถามของท่านสมาชิกถามว่าเงิน ๒,๐๐๐ บาท ให้กับมนุษย์เงินเดือน คือคนที่อยู่ในระบบที่มีเงินเดือนแล้ว ผมเรียนตอบได้ว่าทําไมคนจน ที่จนที่สุดไม่ได้ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกผ่านท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วคนจนที่สุดได้รับ เงินจากมาตรการนี้เยอะเลย

ประการแรกครับ ๕ มาตรการ ๖ เดือน ค่าน้ํา ค่าไฟ ค่ารถเมล์ ค่ารถไฟ นะครับ ตรงนี้ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท คนจนได้แน่นอน

ประการที่ ๒ ครับ ลูกหลานคนจนนั้นเรียนโรงเรียนรัฐบาลเรียนฟรี ๑๕ ป้ ครับ งบประมาณตรงนี้ ๑๐ ล้านครอบครัวจ่ายให้ ฉะนั้นตรงนี้คนจนได้แน่นอนครับ

ประการที่ ๓ ครับ เบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาทต่อเดือนสําหรับ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ฉะนั้นตรงนี้คนจนได้แน่นอนครับ

อีกประการหนึ่งก็คือว่า หลายท่านบอกว่าเอา ๒๘ ล้านคน ประชาชนนั้น ไปไว้ที่ไหน ไม่มีงบประมาณจัดสรรให้ ก็อยากให้ท่านได้ไปดูว่าจริง ๆ แล้วที่ไม่ได้อยู่ใน งบกลางแต่มีอยู่แล้วคืองบประมาณที่รัฐบาลชุดเดิมเคยมีเงินกู้ไว้นะครับ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เปึนโครงการรับจํานําผลผลิตทางการเกษตร แล้วรัฐบาลชุดนี้ก็เติมให้อีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึน ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้คนจนคือคนยากคนจนที่เปึนเกษตรกรนั้นได้ประโยชน์ แน่นอน แล้วก็คนที่ได้รับเงินเดือน ๘,๐๐๐,๐๐๐ คนนั้น ไม่มีสิทธิมาขอแบ่งในส่วนนี้ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่างบอันนี้เปึนงบที่ให้กับผู้ประกอบอาชีพทางการเกษตรครับ ดูแลเรื่องราคาพืชไร่ อันนี้ยังไม่รวม อสม. อีก ๘๓๐,๐๐๐ คนด้วยนะครับ

อีกประการหนึ่งครับ ที่ท่านถามบอกว่า ไม่เชื่อว่างบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี้จะพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ถ้าท่านไปดูนะครับว่า งบประมาณที่รัฐบาลนี้จ่ายให้ไปถึงมือคนจนจริง ๆ เปึนรูปของเงินที่ไปใส่กระเปิา ประชาชนนี่ ท่านลองไปดูนะครับ งบของที่บอกว่ามนุษย์เงินเดือน เราจ่ายให้ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท เข้าตรงบัญชีเขาเลยนะครับ เปึนเงินสด งบผู้สูงอายุอีก ๙,๐๐๐ ล้านบาท งบของ อสม. อีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็งบที่เปึนคูปอง ที่เปึนอุปกรณ์ การเรียน กับงบที่เปึนคูปองเรื่องหนังสือเรียนนั้นอีก ๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ยังมี งบประมาณอีก ๕ มาตรการ ๖ เดือนอีก ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทที่ไปลดค่าใช้จ่ายเขาโดยตรง ฉะนั้นทั้งหมดนี่รวมกันแล้วเปึน ๔๘ เปอร์เซ็นต์ของงบเพิ่มเติมกลางป้ทั้งหมดครับ ที่ถึงมือประชาชนโดยตรง อีก ๕๒ เปอร์เซ็นต์นั้นเปึนงบประมูลงานต่าง ๆ ทั้งหลาย ฉะนั้น กราบเรียนท่านว่าไม่เคยมีงบประมาณป้ไหนที่จะมีเงินจ่ายตรงให้ประชาชนถึงมือเขา โดยตรงโดยไม่ถูกหักอะไรเลย เปึนถึง ๔๘ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินงบประมาณ ก็เลย อยากจะกราบเรียนตรงนี้ แล้วก็สิ่งที่ท่านถามว่า แล้วมันจะกระตุ้นเศรษฐกิจไหม ก็ต้องไป ดูนักเศรษฐศาสตร์ที่เขาศึกษานะครับ เปึนนักเศรษฐศาสตร์จากมูดีส์ สถาบันวิจัยมูดีส์ ซึ่งเขาศึกษาโครงการที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกับการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งประเทศ ที่พัฒนาแล้ว แล้วประเทศกําลังพัฒนา เขาเปรียบเทียบเงิน ๑ เหรียญหรือ ๑ บาท ต่อหน่วยนี่นะครับ ว่าถ้าเผื่อใช้จ่ายเงินโดยตรงให้กับประชาชนแล้วนี่เงินถึงมือแล้วนี่ กับโครงการที่ปรับลดภาษีหรือโครงการที่ไปสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เขาบอกว่าเงินที่จะมี ผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมากที่สุดนี่ ถ้าเผื่อลงทุน ๑ บาท เงินใส่กระเปิาโดยตรง ถึงชาวบ้านนี่จะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑.๗๓ บาท คือ ๑ บาท ๗๓ สตางค์ ส่วนเงินที่ขยายการช่วยเหลือคนตกงานนั้นมาเปึนที่ ๒ ครับ เงินถึงคนพวกนี้ที่ตกงานนี้ เงิน ๑ บาทจะขยายผลได้ ๑ บาท ๖๔ สตางค์ ส่วนเงินที่ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ เช่น ก่อสร้างถนน ก่อสร้างแหล่งน้ํานั้น เงิน ๑ บาทนั้นจะขยายตัวได้ ๑.๑ บาท ๕๙ สตางค์ ส่วนโครงการลดภาษีต่าง ๆ นั้น มีผลกระตุ้นต่อเศรษฐกิจน้อยกว่า ครับ ฉะนั้นตรงนี้บอกได้เลยว่า นี่คือผลจากการศึกษาถึงประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศที่ยังไม่ได้พัฒนาว่า เงินทั้งหลายนั้นมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร นะครับ ก็เปึนข้อยืนยันมา

สุดท้ายครับ ที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า เรื่องของเงินตอบแทนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมเชื่อว่าทั้งสภานี่ไม่มีใครไม่อยากให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ได้เงินค่าตอบแทน เพิ่มเติม ผมเชื่อว่าทุกคนทั้ง ๒ ซีก ทั้ง ๔๘๐ ท่านอยากให้ และผมอยากจะให้ได้รับทราบ ข้อเท็จจริงนี้ก็คือว่า ขณะนี้รัฐบาลก็กําลังพิจารณาอยู่นะครับ เพราะว่าได้ไปตรวจสอบ แล้ว ที่ท่านสมาชิกบางท่านบอกว่า มีการอนุมัติคณะรัฐมนตรีแล้วว่าจะเพิ่มเงิน ค่าตอบแทนให้ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน เพิ่ม ๒ เท่า ซึ่งเงินปัจจุบันนี้ที่รัฐบาลให้อยู่นี้ ค่าใช้จ่าย ป้หนึ่งคือ ๑๐,๓๒๔ ล้านบาทสําหรับผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ในขณะที่อัตราเงินเดือนอยู่ที่ เดือนละ ๔,๐๐๐ บาทสําหรับผู้ใหญ่บ้าน เดือนละ ๕,๐๐๐ บาทสําหรับกํานัน ถ้าเรา เพิ่มเปึน ๒ เท่า ก็หมายความว่ารัฐบาลนั้นต้องหาเงินมาเพิ่มอีก ๑๐,๓๒๔ ล้านบาท แต่ในขณะนี้ที่ผมไปตรวจดูครับ ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาที่จะให้เพิ่ม เงินเดือนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สาเหตุเพราะต้องให้เกียรติ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ครับ ตอนท่าน เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านริเริ่มว่าอยากจะให้มี แล้วก็ยังไม่ทันเสนอเรื่อง เข้าคณะรัฐมนตรี ก็มีการปรับคณะรัฐมนตรีเสียก่อน ก็เลยไม่ได้เสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ส่วนเมื่อมามีรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีสมชายแล้ว ก็มีดําริว่าจะเอาเข้า แต่ปรากฏว่า เมื่อ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่าน พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ ขอถอนเรื่องนี้ออกจากวาระของคณะรัฐมนตรี จึงยังไม่เคย มีการอนุมัติเปึนมติคณะรัฐมนตรีอย่างเปึนทางการว่า ให้เพิ่มเงินให้กับกํานันผู้ใหญ่บ้าน ฉะนั้นผมได้คุยกับท่านนายกรัฐมนตรี คุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว ก็ยืนยันครับว่า เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่ ไม่ได้ปฏิเสธท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็ผมเชื่อว่า ส.ส. ทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวผมเองก็อยากให้ทุกคนนั้นเขาได้นะครับ ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด นครพนม ตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ตอบข้อสอบถามนะครับ กระผมยังมีประเด็น ที่สงสัยที่จะต้องสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรณีที่ตอบว่าไม่ได้จัดงบให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะว่างบเดิมป้ ๒๕๕๒ มีอยู่แล้ว ยังเบิกจ่ายน้อยมาก กระผม ขอถามว่าแผนงานโครงการเดิมของกระทรวงดังกล่าว เปึนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือไม่ โดยส่วนตัวกระผมเห็นว่า ณ สถานการณ์ขณะนี้กระผมเห็นว่าไม่ใช่ ที่พวกกระผม เสนอความเห็นต่อรัฐบาล ก็เพื่อให้กระทรวงเศรษฐกิจได้บูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยที่กําลังประสบอยู่ ณ ขณะนี้ให้ตรงจุด เรามีปัญหาทางด้าน การท่องเที่ยว การส่งออก คนตกงานจํานวนมาก แต่ท่านบอกว่ามีงบเดิมอยู่แล้ว กระผม เห็นว่าไม่น่าจะเปึนคําตอบที่ถูกต้อง ข้อมูลที่ถูกต้องนะครับ ไม่ทราบว่าเปึนคําตอบของ กรรมาธิการเองหรือว่ารัฐบาลให้มานะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก ในฐานะกรรมาธิการนะครับ กราบเรียนท่านชวลิต ด้วยความเคารพครับว่า รัฐบาลคงไม่ได้ให้ตัวเลขนี้ผมมานะครับ เปึนตัวเลขที่ผมศึกษามา แล้วก็ได้ศึกษาสอบถามจากสํานักงบประมาณว่า ขณะนี้แผนงานของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ตามที่จะขุดเจาะบ่อน้ํานี่เขามีอยู่แล้วนะครับ เขาให้เพิ่มเติม อย่างไรเขาก็ เจาะเพิ่มไม่ได้ในช่วง ๓-๔ เดือนนี้ ผมอยากจะกราบเรียนให้ที่ประชุมทราบว่า จริง ๆ แล้ว อยากให้มองภาพรวม อย่าไปมองเฉพาะจุดว่า เพียงแค่ ๓-๔ เดือนนี้งบท่องเที่ยวได้น้อย งบกระทรวงพาณิชย์ได้น้อย งบกระทรวงอุตสาหกรรมได้น้อย ถ้ามองภาพรวมภาพใหญ่ นะครับ เงินมันพอเพียง แต่เพียงแต่ว่าขณะนี้ถ้าเราให้เงินเขาไปใน ๓-๔ เดือนนี้ เขาก็ ไม่สามารถเอาเงินนั้นออกมาใช้ได้มากขึ้นอย่างที่เราต้องการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ฉะนั้น เงินที่มันยังอยู่ในนั้นมันก็ยังดองอยู่ตรงนั้น ฉะนั้นเราไปดูระบบการเบิกจ่ายแล้วก็อย่างที่ กราบเรียนท่านว่า มันน้อยมากครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการเบิกจ่ายเพียง ร้อยละ ๑๘.๕ ๔ เดือนนะครับ จนถึง ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ กระทรวงคมนาคมมีการ เบิกจ่ายร้อยละ ๑๒.๓ เท่านั้นเอง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีการเบิกจ่าย ร้อยละ ๑๘.๙ นะครับ กระทรวงอุตสาหกรรมมีการเบิกจ่ายร้อยละ ๑๙.๘ แต่ว่าในกรณี ของอันนี้มันก็จะมาเพิ่มไปถึงงบประมาณเพิ่มเติมที่เราจะอภิปรายกันในวาระมาตราอื่น ๆ คืองบของกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็งบของกระทรวงการต่างประเทศที่เกี่ยวกับ การประชาสัมพันธ์ในอย่างอื่นด้วย ฉะนั้นตรงนี้จริง ๆ แล้วเขาอยากจะให้เงินนั้นออกมาสู่ ระบบภายใน ๓-๔ เดือนนี้ให้เร็วที่สุด ให้ถึงกลุ่มเปัาหมายให้มากที่สุด ก็จึงกราบเรียน ท่านมาด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เปึนอันจบการอภิปรายในมาตรา ๔ นะครับ ผมจะขอเชิญลงมติครับ ขอเชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมด้วยครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติด้วยครับ เนื่องจากค่อนข้างดึกนะครับคงใช้เวลา พอสมควร ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องเพื่อเตรียมลงมติได้ครับ ก่อนลงมติผมจะขอตรวจสอบ องค์ประชุมด้วยนะครับ ขอสมาชิกทุกท่านกดบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญกดบัตร แสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ท่านใดยังไม่ได้กดบัตรแสดงตน กรุณายกมือด้วยนะครับ เจ้าหน้าที่ดูด้วยนะครับ ส่งผล คะแนนด้วยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๕๗ ท่าน เกินองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะให้พวกเราลงมติแยกกันนะครับ ตั้งแต่มาตรา ๔ (๑) มาตรา ๔ (๒) และมาตรา ๔ (๓) นะครับ ตกลงที่วิปคุยกันเมื่อเช้าให้ถามรวบเลยนะครับ ก็เปึนมติ ของที่ประชุมแห่งนี้นะครับ ก็จะลงมติครั้งเดียวเลย ทั้งมาตรา ๔ ทั้งหมดนะครับ รวมทั้ง มาตรา ๔ (๑) (๒) (๓) ผมจะถามสมาชิกนะครับว่า ท่านใดเห็นชอบกับร่างเดิม ของคณะกรรมาธิการให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบ แล้วก็เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการเสนอความเห็นและเสนอคําแปรญัตติให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ครับ ขอเชิญลงมติครับ ท่านใดเห็นด้วยกับร่างเดิมของคณะกรรมาธิการกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยตามคําสงวนและคําแปรญัตติให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ครับ เชิญลงมติ ได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงมติไหมครับ ป่ดการลงมติครับ ขอผลคะแนน มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๐๑ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๓๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕๒ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติเห็นชอบตามร่างเดิมของ คณะกรรมาธิการนะครับ

ต่อไปจะเปึนการพิจารณาในมาตรา ๕ ก่อนจะพิจารณาในมาตรา ๕ ผมขอแจ้งผลการหารือระหว่างประธานวิปฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล ยืนยันว่าจะอภิปราย ให้จบภายในวันนี้ทุกมาตรา อย่างไรก็ตามเมื่อเปึนอย่างนี้ ประธานก็จะต้องใช้ดุลยพินิจ ในการควบคุมเวลาและบริหารเวลาให้สามารถดําเนินการไปได้นะครับ สําหรับมาตรา ๕ วิปได้เสนอชื่อผู้อภิปรายมาทั้งสิ้น ๔ ท่าน แล้วพร้อมระบุเวลามาด้วย ท่านแรก นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

รายการที่ทางพรรคเพื่อไทย ได้ส่งให้ท่านประธานนั้น เปึนรายการที่ปรับแล้วนะครับ แต่ท่านประธานจะพิจารณาต่อ นั้น ก็แสดงว่าบัญชีรายชื่อที่ผมส่งไปนั้นต้องยกเลิกครับ เพราะพวกผมก็ยังขอใช้สิทธิ นะครับ ถ้าท่านประธานกล่าวว่าจะอภิปรายกันไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นนั้นคงไม่ใช่นะครับ เพราะว่าผมได้ส่งรายการสมาชิกขึ้นไปนั้นมีการปรับแล้ว ขอกันแล้วนะครับ เพื่อที่ถ้าเปึน ประเด็นมาตราที่ซ้ํากันในการสงวนคําแปรญัตตินั้นก็จะมอบหมายกัน แต่ท่านประธาน กล่าวไว้ในที่ประชุมว่า สภาแห่งนี้จะพิจารณากันจนกว่าจะเสร็จนั้น ผมคิดว่าท่านประธาน ต้องถามท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลก่อนแล้วครับ เพราะว่าเรามีการปรับเวลากันนะครับ ท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านประธานวิปฝ์ายรัฐบาลครับ ท่านชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่า การอภิปรายในวาระสอง วาระสามในขณะนี้ก็มี เพื่อนสมาชิกยังมีความประสงค์ที่จะขออภิปรายครับ ผมขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการ ประชุมเรียงลําดับมาตราไปนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออย่างนี้แล้วกันนะครับ เดี๋ยวขอให้ทางวิปฝ์ายรัฐบาลกับฝ์ายค้านลองคุยกันใหม่ นะครับว่าเราจะกําหนดอภิปรายไปถึงกี่โมง แล้วก็แจ้งให้ประธานได้ทราบด้วยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมก็จะพยายามบริหารเวลา นะครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้ดําเนินการไปก่อนตามที่ประธานวิปฝ์ายค้านเสนอชื่อมา สําหรับมาตรา ๕ จะมีผู้อภิปราย ๔ ท่านนะครับ ท่านแรกนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ๑๐ นาที ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ๑๐ นาที คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ๕ นาที คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ๕ นาที

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ อย่างนั้นกระผม ขอยกเลิกที่ส่งรายการมานะครับก็ทํางานได้เต็มที่เลยครับ เพราะว่าผมจะทําตามที่ผม ได้สงวนคําแปรญัตติไว้นะครับ เมื่อประธานวิปฝ์ายรัฐบาลมีความประสงค์จะให้อภิปราย กันต่อไปเรื่อย ๆ กระผมก็ขอสงวนคําแปรญัตติไว้เท่าไรผมก็จะใช้สิทธิเต็มที่นะครับ ท่านประธาน ขอยกเลิกบัญชีที่ส่งให้นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมในฐานะประธานนะครับ ก็ขอให้ทั้งสองท่านไปคุยกันใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ ยังมีเวลา ครับ แต่อย่างไรผมจะดําเนินการประชุมตามนี้ไปก่อนนะครับ เวลาก็ประมาณ ๑๐ นาที ผมว่ากําลังดีนะครับ นายแพทย์ประสิทธิ์ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต นะครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส. ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เมื่อกี้นะครับมีข้อตกลงระหว่างวิป ๒ ฝ์าย บอกว่า จะให้เอาสํานักนายกรัฐมนตรีให้ทางนี้พูด ๓ คน แล้วต่อไปขึ้นกระทรวงการต่างประเทศ ๓ หรือ ๔ คน ขึ้นกระทรวงการต่างประเทศ ๒ คน แล้วจะหยุด จะเลื่อนการประชุมไป แต่ที่ทําอย่างนี้ข้อตกลงมันจะคลาดเคลื่อนนะครับ อย่างนั้นข้อตกลงนี้ท่านประธาน วิปท่านก็บอกแล้วว่าไม่ตกลงนะประธาน ไม่เปึนไปตามข้อตกลงครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมก็จะดําเนินการไปตามปกตินะครับ แต่ก็ขอให้ทั้งสองฝ์ายได้ไปหารือกันครับ หาข้อตกลงที่เหมาะสมนะครับ ในช่วงนี้ก็ขอเริ่มการอภิปรายในมาตรา ๕ ครับ เชิญ ท่านเลขาธิการครับ

นายสมพล วณิคพันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในร่างมาตรา ๕ ของ สํานักนายกรัฐมนตรี ในแผนงานสร้างเสริมรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตและ ความมั่นคงด้านสังคม ซึ่งผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วในแผนงานนี้ตั้งไว้ทั้งหมด ๕๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่ ในสํานักนายกรัฐมนตรีตั้งไว้ที่ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ กระผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยร่วมกับกรรมาธิการหลายท่าน ผมขออนุญาตท่านประธานเอ่ยนามท่านคณะกรรมาธิการที่มีความเห็นคล้ายกับผมที่จะ ขอแก้ไขแล้วเพิ่มเติมในร่างมาตรานี้ ท่านกรรมาธิการวิทยา บุรณศิริ ท่านกรรมาธิการ ชวลิต วิชยสุทธิ์ ท่านกรรมาธิการวิรัช รัตนเศรษฐ ท่านกรรมาธิการวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ท่านกรรมาธิการศุภชัย โพธิ์สุ เปึนต้นนะครับท่านประธาน มีอีกหลายท่าน แต่ผมขอเรียน ท่านประธานนี่มีทั้งซีกของฝ์ายค้านและรัฐบาลที่จะขอแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรานี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับ กระผมเองและคณะกรรมาธิการหลายท่านในเรื่องเม็ดเงินเรา เห็นควรและสนับสนุนเต็มที่ เราไม่ได้ขอปรับลดเลย ให้ทั้งหมดครับ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท เพื่อไปใช้ตามแผนงานที่ท่านแจ้งต่อสภามา แต่สิ่งที่ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะขอ แก้ไขเพิ่มเติมคือเรื่องของแผนงานและโครงการที่จะรองรับ ท่านประธานครับในร่าง มาตรา ๕ เดิม เขียนไว้เฉพาะว่าเปึนงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของสํานักนายกรัฐมนตรี ให้ตั้งเปึนจํานวนเงินดังที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว

ข้อ ๑ สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้อาจจะเปึนร่าง ที่ผิดแก้ไขใหม่เปึนสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ตั้งเม็ดเงินไว้ตามที่ผมกราบเรียน แผนงานสร้างเสริมรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้านสังคม

-๑๘๑/๑ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมในร่างมาตรานี้เปึน โครงการพัฒนาศักยภาพ ของหมู่บ้านและชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (เอสเอ็มแอล) เหตุที่ผม ขออนุญาตท่านประธานที่จะขอแก้ไขเพิ่มเติม โดยใส่แผนงานและโครงการตรงนี้ไป ผมมี เหตุผลดังนี้ครับท่านประธานครับ

โครงการนี้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนถึงที่มาที่ไปให้ท่านประธาน ได้รับทราบ เพื่อจะได้เห็นภาพว่าทําไมรัฐบาลชุดนี้เมื่อเข้ามาบริหารประเทศชาติบ้านเมือง ในเวลานี้แล้วได้เปลี่ยนชื่อโครงการเปึน โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (เอสเอ็มแอล) เหมือนกัน ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษท่านประธานครับ เปลี่ยนเปึนโครงการ เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ท่านประธานครับ ผมเองกับคณะกรรมาธิการ หลายท่านเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ แต่ว่าไม่ได้รับการตอบรับครับ ทั้งที่ชื่อเดิม ที่เขียนไว้และมีใช้มาตลอดนี่ก็ไม่ได้แตกต่างกัน แต่สื่อความหมายได้ดีกว่าอีกต่างหาก ท่านประธานครับ โครงการเดิมนี่เปึนโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพราะกว่า ตรงกว่าไหมครับ ท่านประธานครับ แต่อันใหม่นี่ทางรัฐบาลเสนอเปึนโครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับชุมชน สื่ออะไรครับท่านประธานครับ โครงการนี้รูปแบบของการจัดสรร งบประมาณ คณะกรรมการที่ดําเนินการไม่ว่าจะระดับนโยบาย นโยบายระดับสูงที่จะนําสู่ การปฏิบัติ หมายถึงหน่วยงานรับผิดชอบ จริงอยู่ครับอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวผม จะกราบเรียนท่านประธานว่าเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่สิ่งที่สําคัญคือองค์กรรองรับระดับ ชุมชนและหมู่บ้านนี่เปึนองค์กรเดียวกันครับ และเขาก็เข้าใจวิธีการและแนวทางการ ปฏิบัติมาตลอด เว้นแต่ในช่วงใดช่วงหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงกติกาและเงื่อนไขของ หลักเกณฑ์และโครงการเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า เหตุที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานเพื่อขอให้แก้ไขเพิ่มเติมในร่าง มาตรานี้ให้มีชื่อลักษณะอย่างนั้น

ผมขออนุญาตเท้าความให้ท่านประธานได้รับทราบนะครับ โครงการ พัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนตามขนาดของหมู่บ้านและชุมชนนี่เริ่มมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๗ ครับตอนนั้นเราใช้คําว่า เอสเอ็มแอล ตอนแรก ๆ พี่น้องประชาชนอาจจะไม่คุ้นครับ แต่หลังจากที่มีการนําโครงการสู่การปฏิบัติแล้ว ชื่อ เอสเอ็มแอล หรือโครงการพัฒนา ศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเปึนที่คุ้นชิน เปึนที่คุ้นเคยและเปึนที่เข้าใจของพี่น้อง ประชาชน พี่น้องประชาชนเองใช้หลักเกณฑ์และวิธีการที่ทางรัฐบาลกําหนดให้ หลักเกณฑ์ขณะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน เพราะมีโอกาสไปเปึน ผู้แทนราษฎรแล้วสัมผัสกับพี่น้องประชาชน เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยในการที่จะติดตาม แผนงานโครงการ เพื่อดูว่าเมื่อลงไปสู่ชุมชนแล้ว ลงไปสู่หมู่บ้านแล้วนี่ พี่น้องประชาชน เขาไปดําเนินการแล้วเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลอย่างไร เกิดผลดีต่องบประมาณ อย่างไร ท่านประธานครับ เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กําหนดไปตอนนั้น เปึนเงื่อนไขและ หลักเกณฑ์ที่ทําให้พี่น้องประชาชนเขาไม่มีส่วนร่วม โดยการอาศัยการประชาสังคมของ หมู่บ้านและชุมชนเข้ามา จริงอยู่ครับ ในการประชาสังคมในสมัยนั้นอาจจะติดขัดด้วย จํานวนของคนที่เขามามีส่วนร่วม เนื่องจากว่ารัฐบาลสมัยนั้นกําหนดให้ผู้ที่เข้ามามี ส่วนร่วมในการที่จะทําประชาคมอยู่ที่ร้อยละ ๗๐ โดยอาศัยฐานพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ตั้งแต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้ที่มีอายุ ๑๕ ป้ขึ้นไป คือเปึนประชาชนบางครั้งอาจจะ มีข้อจํากัด เนื่องจากว่าหลายพื้นที่มีการอพยพแรงงาน ก็อาจจะประชุมไม่ได้ เปึนปัญหา อุปสรรคอยู่ในเรื่องนี้ แต่ท่านประธานครับ แต่เงื่อนไขที่สําคัญในการที่จะนําโครงการไปใช้ นําเม็ดเงินลงสู่ชุมชนแล้วเอาไปใช้นี่ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ว่าเราเป่ดค่อนข้างกว้าง เป่ดกว้างอย่างไรท่านประธานครับ

เรื่องแรกสุดนี่ให้เปึนโครงการแก้ไขปัญหาของชุมชน อะไรก็ได้ที่เปึนปัญหา ของชุมชนถ้าเขาจะเอาเม็ดเงินส่วนนี้ไปใช้ในการแก้ปัญหาทําได้เลย

เรื่องที่ ๒ เปึนโครงการพัฒนาครับ พัฒนาอะไรก็ได้ในชุมชนและหมู่บ้าน ของเขา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องด้านเศรษฐกิจ การจัดหารายได้ การลดต้นทุนรายจ่ายนะครับ พัฒนาการมีส่วนร่วม หรือสร้างศักยภาพของชุมชนในเรื่องของเครือข่ายองค์กรทําได้หมด ครับ และ

เรื่องที่ ๓ ก็เน้นให้มีการสร้างรายได้หรือก่อเกิดรายได้ ท่านประธานครับ ๓ เรื่องเปึนเรื่องใหญ่ที่เคยทําไว้ แต่ท่านประธานครับ โครงการนี้เมื่อมาถึงป้ ๒๕๕๐ เมื่อ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ โครงการนี้ถูกปรับเปลี่ยนครับท่านประธาน หลังจากที่มีการ ปฏิวัติรัฐประหาร เปลี่ยนจากโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) เดิมนี่นะครับ มาเปึนโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ชื่อก็ คล้าย ๆ เดิมครับ ชื่อคล้าย ๆ เดิมที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า พพพ. ครับ โครงการพัฒนา หมู่บ้านและชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งตรงนี้เองนะครับ มาเปลี่ยนแปลงสมัย รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ใช้เม็ดเงินที่เราตั้งไว้เดิมนั่นละครับ มาแบ่งไป ๕,๐๐๐ ล้านหลัง ไปอยู่โครงการนี้ ๕,๐๐๐ ล้านหลังไปอยู่ พพพ. ท่านประธานครับ ที่แปลกกว่านั้นก็คือแบ่งมาอีก ๕,๐๐๐ ล้านหลัง มาให้สํานักงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย โครงการ พพพ. เดิมอยู่ที่ส่วนรับผิดชอบเดิมครับ คือ สํานัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ๕,๐๐๐ ล้านหลัง แบ่งมาอยู่ที่สํานักงานปลัดกระทรวง มหาดไทย แล้วเปลี่ยนชื่อเปึน ยุทธศาสตร์ประชาชนอยู่ดีมีสุข หรือชาวบ้านเรียก โครงการ อยู่ดีมีสุข นานไป ๆ ครับ พี่น้องประชาชนเขาจะบอกว่า อยู่ดีมีตุ๊ก บ้านผมนะครับ ตุ๊ก แปลว่า ทุกข์ เพราะว่าโครงการใน ๕,๐๐๐ ล้านหลัง กว่าที่พี่น้องจะได้รับโอกาสเอา โครงการไปใช้ หลายหมู่บ้านครับ หลายชุมชน โดยเฉพาะกรรมการที่รองรับเขาบอกว่า เดินขึ้นอําเภออย่างน้อย ๕ ครั้ง แก้แล้วแก้อีก ๆ จนสุดท้ายต้องไปลอกเลียนโครงการที่ให้ อําเภอดูว่าผ่านได้ ถึงแม้จะไม่สอดคล้อง ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ตัวเอง ก็ต้องทํา เช่น ส่งเสริมการเลี้ยงกบให้กับพี่น้องชาวเผ่าม้ง ผมพูดตลอดครับเรื่องนี้เพราะเปึนเรื่องจริง ผู้ใหญ่บ้านคณะกรรมการผู้ใหญ่บ้านบอกอย่างไรท่านประธานครับ เราอยู่บนดอย อาชีพ เราปลูกผัก เราทําไร่ แต่มาให้เราเลี้ยงกบ เลี้ยงไม่ได้ครับ เขาก็เลยเอาไปปุ่งกินแกล้มเหล้า ท่านประธานครับ เรื่องนี้เองผมต้องขอเวลา เพราะว่าเงื่อนไขต่าง ๆ เปลี่ยนหมดแล้วครับ ไม่มี ๑๐ นาทีครับ พอเปึนอย่างนี้ท่านประธานครับ ทําให้คนที่เข้าสู่กระบวนการโครงการ ขาดการมีส่วนร่วม เพราะมีการชี้ไปว่าต้องเอาอย่างนี้ อยู่ดีมีสุข ไม่อยู่ดีมีสุขแล้วครับ เปึนอยู่ดีมีทุกข์ ท่านประธานครับ หลังจากนั้นมีรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เข้ามาเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๑ เม็ดเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เรากลับมาครับ กลับมาเปึนโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน ตามศักยภาพ ของหมู่บ้าน คือ ขนาดของหมู่บ้านตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ท่านประธานครับ หน่วยงานรับผิดชอบไปอยู่ที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เหมือนที่ร่างเดิมที่เขียนไว้ ที่เสนอพวกเรามาแก้ไขตอนหลังเปึนสํานักงานปลัดนายกรัฐมนตรี (สํานักงานปลัดสํานัก นายกรัฐมนตรี) ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับใช้โครงการนี้ไป มีการอนุมัติเงิน ลงไปทั้งหมด ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ หมู่บ้านและชุมชนในประเทศไทยเรา ถ้าเอาข้อมูล ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ เปึนเกณฑ์ตามประกาศของกรมการปกครอง มีทั้งหมด ๗๙,๔๒๗ หมู่บ้าน ๗๙,๔๒๗ หมู่บ้านในป้ ๒๕๕๑ อนุมัติเงินไปแล้วนะครับ โอนเงินไปแล้ว ๖๙,๔๖๓ หมู่บ้านและชุมชนเปึนเงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ มีทุกภาค ผมมีตัวเลขหมด ผมยังไม่ลงรายละเอียดตรงนั้น มีเหลือ หมู่บ้านที่ยังไม่ได้รับเงินนะครับ ๙,๙๖๔ หมู่บ้านและชุมชน ถ้ารวมเปึนเม็ดเงินอยู่ที่ ๒,๔๖๘ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ผมเน้น ๙,๙๖๔ หมู่บ้าน เนื่องจากมันจะมีผลมา เกี่ยวโยงกับโครงการใหม่ในงบประมาณเพิ่มเติมกลางป้ตรงนี้ สิ่งเหล่านี้ดําเนินการมาแล้ว ท่านประธานครับ แต่อยู่ดี ๆ ครับ เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๑ มีมติ ครม. คณะรัฐมนตรีชุดท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้ผมกราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีครับที่ท่านมานั่งรับฟัง โครงการนี้ผมเอง สนับสนุนเต็มที่ครับ มาเปลี่ยนโครงการเปึนโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน แล้ววงเล็บเหมือนเดิมครับ (เอสเอ็มแอล) ก็ยังดีนะครับว่ายังมียี่ห้อเก่าอยู่ แล้วมอบให้กับ สํานักปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเปึนผู้รับผิดชอบ ในชั้นกรรมาธิการผมสอบถามครับว่า เหตุผลทําไมต้องเปลี่ยน ได้รับคําตอบ พอใจครับ ผมไม่ติดใจ เพราะว่าองคาพยพเดิม ทั้งหมดนี้กลับมาอยู่ที่สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเพื่อจะประสานงานลงไปทํางาน ในพื้นที่ ตั้งเม็ดเงินอยู่ที่ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนคือว่า ทําไมครับ ทําไมชื่อพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ดีตรงไหนครับท่านประธาน เสียหายอะไรครับ ไม่ได้เสียหายเลย เพราะด้วยซ้ําไป สื่อด้วย สื่อแนวพระราชดําริของพระองค์ท่านด้วย เพราะโครงการทั้งหมดนี่เอาแนว ปรัชญามาปรับใช้ แต่ท่านไปเขียนใหม่เปึนโครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับชุมชน แล้วหมู่บ้านผมหายไปไหนล่ะครับ ท่านเจตนาจะให้แก่ชุมชนอย่างเดียวหรืออย่างไร ความหมายในเชิงสังคม ผมไม่เข้าใจครับว่ารัฐบาลมีเวลาน้อยไปใช่ไหมครับถึงคิดชื่อนี้ ออกมาแล้วไม่ครอบคลุมเลย ชื่อใหม่กับชื่อเก่า ผมถามท่านประธานผ่านไปยังท่าน สมาชิกที่เคารพทุกท่าน อันไหนดีกว่ากันครับ อย่าได้ยึดติดเลยครับท่านประธานครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการบอกกับสภาแห่งนี้เองครับว่าโครงการไหนดีก็สานต่อ สานต่อ ชื่อเขาด้วยสิครับ ไม่ได้แปลก เอาตัวเขามา เอาไข่เขามา แต่เปลือกหรือชื่อเขาไม่เอา เสื้อผ้าที่เขาใส่ไว้ไม่เอา ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนเขาสับสนมาก เขาสับสนมา กว่าเขาจะทําอย่างไร โดยเฉพาะกฎเกณฑ์และกติกาที่ลงไปใหม่ กรรมาธิการหลายท่าน ตั้งข้อสังเกตครับท่านประธานครับ

ข้อสังเกตอันแรกสุดคือ เรื่องประชาคมหมู่บ้านที่เขาจะกําหนดโครงการ จากการมีส่วนร่วมของเขา ขอเปึนร้อยละ ๗๐ ของครัวเรือนได้ไหม เปึนความเห็นของ กรรมาธิการ ท่านประธานครับ เปึนสิ่งที่พวกเราภูมิใจครับว่าหน่วยงานผู้ปฏิบัติเขาคิดไว้ และตอบคําถามพวกเราได้ เขาใช้ฐานครัวเรือนครับ เอา ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๗๐ ของครัวเรือนเข้ามาใช้ ตรงนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนถึงแม้เขาจะ อพยพแรงงานมาในเมืองใหญ่ แต่อย่างน้อยสุดนะครับท่านประธาน ครัวเรือนเขาต้องมี คนอยู่ ๑ คน โอกาสที่เขาจะไปมีส่วนร่วมในการที่จะกําหนดโครงการตามที่เขาเห็นควรนั้น เปึนไปได้สูง แล้วมีโอกาสนําสู่ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ แต่ท่านประธานครับ ผมมาดู โครงการในรายละเอียดแล้ว มีการกําหนดหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกชุมชนและคัดเลือก หมู่บ้าน หลักเกณฑ์ตรงนี้เองครับ เขียนบอกว่า ชุมชนที่มีความประสงค์จะขอรับการ จัดสรรงบประมาณตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนําไปปรับประยุกต์ใช้เพื่อ ปฏิบัติได้ และเปึนชุมชนที่จัดตั้งก่อนวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ ตามประกาศของกรม การปกครอง ท่านประธานครับ เขียนอย่างนี้เอาอะไรมาวัดครับว่าเขารู้ ไม่รู้ เอาอะไรมา วัดครับ ถ้าวัดแล้วเขาไม่มีความเข้าใจจะไม่ให้เขาใช่ไหม ท่านจะไปละเมิดสิทธิชุมชน เขาหรือเปล่า เพราะท่านไปบังคับเขานะครับว่าเปึนโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจริง ๆ เปึนโครงการพัฒนาตัวเขาเองตามศักยภาพ โดยอาศัยแนวปรัชญาของพระองค์ท่านมา น้อมนํามาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และที่สําคัญครับ ท่านประธานครับ หมู่บ้านมีทั้งหมดดังที่ผมกราบเรียนท่านประธานไป ๗๙,๔๒๗ หมู่บ้าน ไม่ได้ทั้งหมดนะครับท่านประธานครับ ท่านมากําหนดหลักเกณฑ์บอกว่า ถ้าหมู่บ้าน ที่ไม่ได้รับเงินงบประมาณ เอสเอ็มแอล เดิมจากป้ ๒๕๕๑ คือ ๙,๙๖๔ หมู่บ้าน ได้รับเต็ม หลักเกณฑ์เลย ทีนี้หลักเกณฑ์คืออะไรท่านประธานครับ หลักเกณฑ์โครงการนี้มาแบ่งขนาดของหมู่บ้านเปึน ๗ ระดับท่านประธาน ถามว่า ๗ ระดับนี้ พวกผมคุ้นชินไหม คุ้นชินมากครับ เพราะเคยมีการแบ่งมาแล้วในสมัยรัฐบาล ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปึนต้นมา แต่ยังไม่มีการนําปฏิบัติ และ งบประมาณต้นป้เราตั้งไปให้อีก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ป้งบประมาณ ๒๕๕๒ แต่อยู่ในงบกลาง แต่แปลกครับท่านประธานครับ ในเอกสารฉบับนี้ ที่ชี้แจงต่อกรรมาธิการ เขาจะให้ชุมชน ๙,๙๖๕ หมู่บ้านเต็มหลักเกณฑ์เลย ก็คือถ้าไม่เกิน ๕๐ คน ให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาทเลยครับ ถ้า ๕๐-๑๕๐ ให้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ถ้า ๑๕๑ ขึ้นไป อยู่ในช่วง ๒๕๐ ให้ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๒๕๑-๕๐๐ ซึ่งเปึนขนาดกลางเดิมให้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๑-๑,๐๐๐ ให้ ๕๐๐,๐๐๐ บาทท่านประธาน ๑,๐๐๑-๑,๕๐๐ ให้ ๖๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๕๐๑ ขึ้นไปให้ ๗๐๐,๐๐๐ บาท ให้อย่างนี้ท่านประธานครับ เม็ดเงินจะต้องใช้ทั้งหมด ๓๗,๕๙๓ ล้านบาทเศษครับ เราตั้งไว้ต้นป้ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลมาตั้งเพิ่มกลางป้อีก ท่านประธาน ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท แต่มาดูเกณฑ์ที่ท่านให้นะครับ ๙,๙๐๐ กว่าหมู่บ้าน ที่ยังไม่ได้รับป้ ๒๕๕๑ ให้ตามเกณฑ์เลย แต่หมู่บ้านที่ได้รับมาเมื่อป้ ๒๕๕๑ จํานวนที่ผม กราบเรียนท่านประธานไปคือ ๖๙,๔๖๓ หมู่บ้าน ได้ครึ่งเดียว ท่านประธาน แต่มีอีก หมู่บ้านหนึ่งที่อยู่ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําลังตรวจสอบ ที่กําลังตรวจสอบนะครับ ท่านประธานครับ คือยังไม่มีความพร้อม มีอีกประมาณ ไม่ประมาณครับท่านประธาน ๒,๖๑๙ หมู่บ้าน อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบซึ่งใช้เม็ดเงินกลุ่มหนึ่ง ท่านเลยมีข้อสรุปว่า เงิน ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท เขาจะให้เฉพาะหมู่บ้านที่เปึนหมู่บ้านที่ไม่ได้รับอย่างที่ผม ได้กล่าวไป แล้วที่เหลืออยู่ประมาณ ๔,๖๘๓ หมู่บ้านและชุมชนนั้น จะใช้งบประมาณ ที่ตั้งไว้ของป้ ๒๕๕๒ จํานวน ๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วผมถามท่านประธานว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่เราตั้งไว้ตั้งแต่ต้นป้หายไปไหนละครับ ท่านเอางบกลางตรงนี้ไปใช้ อะไร เพราะเราตั้งไว้ในหมวดของเงินพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน เพราะฉะนั้น เพื่อปัองกันความสับสนท่านประธานครับ และเปึนเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่คิดว่าเปึน ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ผมกราบขอร้องท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่ได้เสียหายเลยครับ ไปเขียนเปึนโครงการพัฒนา ศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนในมาตรา ๕ เท่านั้นเอง ผมคิดว่าตรงนี้เปึนที่เข้าใจกัน และก็สามารถนําสู่ปฏิบัติได้ไม่ได้แก้ไขตัวเลขเลยครับ ฝากท่านประธานครับ ฝากท่าน สมาชิกที่เคารพทุกท่านด้วย ถ้าจะมีการโหวตพวกผมก็อยากจะให้ชื่อนี้มันเปึนชื่อสากล ไปแล้วครับ ไม่ได้บ่งบอกถึงใครเลย ชื่อนี้ก็เพิ่งมาตั้ง แล้วเอาแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระองค์ท่านมาปรับใช้มาประยุกต์ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ฝากกรรมาธิการเสียงข้างมากถ้าจะเห็นความสําคัญเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว คิดว่า คําอภิปรายของผมน่าจะเปึนประโยชน์กับทางรัฐบาล กราบขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่าน สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตามอัธยาศัยเลยครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เมื่อกี้ท่านประธานวิป ได้ยกเลิกรายชื่อที่ส่งไปหรือครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ผมขานคุณ คุณจะเอา หรือไม่เอาล่ะ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เอาครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าเอาเชิญครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

เดี๋ยวท่านประธานจะหาว่า ผมไม่ทําหน้าที่ ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วมาตรา ๕ ผมได้สงวนคําแปรญัตติเพื่อขอ ปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงแล้วก็ไม่อยากจะปรับลดเท่าไรนักละครับ เพราะว่าโครงการนี้ เปึนโครงการซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้เริ่มคิดขึ้นมาเพื่อให้รากหญ้า ได้มีโอกาสลืมหูลืมตา อ้าปาก แล้วโครงการนี้ละครับเปึนประโยชน์อย่างยิ่งท่านประธาน ผมได้ลงไปเยี่ยมชมโครงการเช่นนี้ หรือโครงการเอสเอ็มแอล ประชาชนพี่น้องในระดับ รากหญ้าในหมู่บ้านได้รับประโยชน์เปึนอย่างมาก ไม่ว่าจะเปึนการเพาะเลี้ยงเห็ดเพื่อไป จําหน่ายให้มีรายได้เข้าสู่ชุมชน เข้าสู่หมู่บ้าน รวมทั้งประกอบธุรกิจการค้า ไม่ว่าจะเปึน ร้านค้าชุมชน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในรากหญ้าได้มาจับจ่ายซื้อของแล้วมีกําไรเกิดขึ้น ในร้านค้าเหล่านั้น ก็มีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้แต่ละครัวเรือนได้รับประโยชน์ ผมคิดว่า โครงการนี้เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง แต่ที่น่าเสียใจที่สุดครับ สมัยท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ อย่างที่นายแพทย์ชลน่านได้อภิปรายไป ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้เปลี่ยนชื่อเปึน โครงการอยู่ดีมีสุข แต่ได้สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องในระดับรากหญ้า ในการที่จะติดต่อ ของบประมาณเหล่านั้นลงสู่พื้นที่ นอกจากนั้นแล้วประชาชนเขาพูดง่าย ๆ ว่ามีแต่ความทุกข์ เมื่อครั้งที่โครงการอยู่ดีมีสุข ซึ่งบริหารโดยรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไม่เข้าใจ ปรัชญาของโครงการที่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ทําให้กับพี่น้องในระดับรากหญ้า ยิ่งมาถึงรัฐบาลนี้นะครับ กลับเปลี่ยนชื่ออีกครับ เปลี่ยนเปึน โครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อยกระดับชุมชน ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท โดยในเอกสารที่แจกให้ ส.ส. ให้เราได้พิจารณานี่ครับ บอกว่าสถานที่ดําเนินการ หมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ แต่ผมกลับไม่เห็นรายละเอียด เลยครับว่า ในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละชุมชนนั้นจะให้เงินเปึนจํานวนเท่าไร จะไปซ้ําซ้อน กับงบประมาณประจําป้ซึ่งรัฐบาลสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ได้ทําไปแล้วเปึนอย่างไร มีการซ้ําซ้อนหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ไม่มีเลยครับท่านประธาน ผมก็ไม่รู้ว่ากรรมาธิการ ไปประชุมกัน ๒-๓ อาทิตย์ทําอะไรกันครับ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีข้อมูลเลย อย่างที่ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเจริญ จรรย์โกมล ท่านก็ขอรายละเอียด ในโครงการต่าง ๆ ที่จะทํา ทําไมกรรมาธิการไม่เอาข้อมูลเหล่านี้มานําเสนอให้แก่ที่ประชุม แห่งนี้ได้พิจารณาร่วมกัน จะได้รู้ครับว่าเงินนั้นจะซ้ําซ้อนหรือไม่อย่างไรนะครับ ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่า ได้โปรดกรุณาครับ นําข้อมูลต่าง ๆ รายละเอียดต่าง ๆ ในแต่ละมาตราที่เราจะพิจารณากันต่อไปนั้นมาให้พวกผมได้พิจารณา ด้วยนะครับ อย่างน้อยก็จะได้ซักถามประเด็นต่าง ๆ แล้วก็จะดูด้วยว่า ในแต่ละพื้นที่นั้น พี่น้องประชาชนจะได้รับประโยชน์จริงหรือไม่อย่างไรนะครับ อันนี้นี่ผมอยากจะฝากไว้ ไปถึงคณะกรรมาธิการ

นอกจากเรื่อง เอสเอ็มแอล แล้วท่านประธาน ที่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรได้ทําโครงการเหล่านี้ให้รากหญ้าได้ลืมหู ลืมตาอย่างที่ผมได้เอ่ยไปแล้ว โครงการ หวยบนดินก็เปึนอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งขออนุญาตที่จะต้องเอ่ยอ้างสักเล็กน้อยว่า นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ได้ทําโครงการหวยบนดินก็เพื่อหวังให้พี่น้องในระดับรากหญ้า ได้มีโอกาสได้ศึกษาต่อ ลูกหลานชาวไร่ ชาวนา คนยากคนจน ที่เรียนหนังสือเก่ง เรียนหนังสือดี มีโอกาสได้ไปเป่ดหูเป่ดตาที่เมืองนอกเมืองนา ได้เห็นการพัฒนาของ ต่างประเทศ ได้รู้ได้เห็นได้ทันคน เพราะพี่น้องเหล่านั้นไม่ได้มีความร่ํารวยนะครับ แต่โครงการดี ๆ อย่างหวยบนดินก็น่าที่รัฐบาลชุดนี้จะเอามาดําเนินการต่อนะครับ แต่ก็ เปึนที่น่าเสียดายว่ารัฐบาลชุดนี้นิยมชมชอบหวยใต้ดิน ก็ไม่รู้ว่าเปึนเพราะผลประโยชน์ต่างตอบแทนหรืออย่างไรที่จะต้องให้เจ้ามือหวยใต้ดิน ได้มีโอกาสหารายได้ชดใช้เงินที่ได้สูญเสียไปในขณะที่มีการชุมนุมประท้วงของคนเสื้อเหลือง ผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการตลอดจนถึงรัฐบาลนะครับว่า โครงการต่าง ๆ ที่ต่อยอดแนวคิดของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เปึนสิ่งที่ดีทั้งนั้น ละครับ ท่านไม่ต้องไปละอายแก่ใจว่าท่านเคยด่าว่าเปึนระบอบทักษิณไม่ดี วันนี้ท่านกลืน น้ําลายท่านเลียเอาสิ่งที่ท่านได้พูดไว้กลืนกลับเข้าไปก็ไม่เปึนไรครับ ขอให้พี่น้องประชาชน ได้รับประโยชน์ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่วันนี้ท่านไปกู้ยืมมาเพื่อจะใช้กระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ทุกคนเปึนหนี้ครับ วันนี้คนในชนบท คนในต่างจังหวัดเขาพูดเลยครับว่าลูกเขาที่อยู่ในท้อง ลูกในท้องของเขาก็เริ่มเปึนหนี้แล้วนะครับ บางคนก็ตั้งชื่องบประมาณกลางป้นี้ ให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อสักครู่มีชาวบ้านได้โทรหาผมนะครับว่าได้ตั้งชื่องบประมาณรายจ่าย ครึ่งป้นี้ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว แล้วผมจะเฉลยในตอนหลังก็แล้วกัน ผมก็หวังเปึนอย่างยิ่ง นะครับว่า งบประมาณในโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน น่าจะเรียก เอสเอ็มแอล อย่างที่คุณหมอชลน่านได้พูดนะครับ น่าจะง่ายกว่า แล้วประชาชนเข้าใจกว่า ก็ฝากไว้ครับว่าโครงการอย่างนี้เปึนประโยชน์จริง ๆ นะครับ แล้วก็อยากจะให้ช่วยชี้แจง ด้วยว่า ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท มันซ้ําซ้อนกับงบประจําป้ที่รัฐบาลในอดีตได้ตั้งไว้ให้พี่น้อง ประชาชนหรือไม่อย่างไร ฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ รักษาเวลา ได้ดีมากครับ เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขอ กราบขอบคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งครับที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาสในการที่จะขอ เพิ่มเติมในเรื่องของการพิจารณางบประมาณในวาระที่ ๒ ซึ่งเปึนงบประมาณเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ นะครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ การที่ผมเองได้ตัดงบประมาณในส่วนนี้ เมื่อก่อนหน้านี้คือ มาตรา ๔ นั้น ผมตัดไว้แค่ ๐.๐๑ เท่านั้นเอง แต่สําหรับมาตรานี้ ซึ่งบางครั้งบางท่านมาอ่านพบก็จะเห็นว่าทําไมตัดเยอะจัง ตัดร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ทั้ง ๆ ที่ เปึนงบประมาณ เอสเอ็มแอล หรืองบประมาณที่เราเรียกว่าโครงการอยู่ดีมีสุข ก็ต้องขอ ชี้แจงต่อท่านประธานครับว่า การที่ตัดงบประมาณตรงนี้จริง ๆ แล้วผมตัดให้กับ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ตัดแทนครับ เพราะโดยปกติถ้าเปึนพรรคประชาธิปัตย์เขาจะ ตัดหมดละครับ เขาไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ครับ ผมเลยตัดแทนครับ แต่สําหรับผม ท่านอดีตหัวหน้าพรรคผมในสมัยก่อน ท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ท่านได้ ทําโครงการนี้ขึ้นมา เอสเอ็มแอล ในสมัยนั้น แล้วพรรคประชาธิปัตย์เปึนพรรคที่เรียกว่า อยู่ฝ์ายค้านในสมัยนั้น ไม่เห็นด้วยครับท่านประธานสิ่งสําคัญก็คือไปบอกว่า พี่น้อง ประชาชนไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ ไม่สามารถจะทําตรงนี้ได้ งบประมาณตรงนี้ได้ ซึ่งจะสร้างความเสียหายเปึนอย่างใหญ่หลวงให้กับงบประมาณแผ่นดิน ท่านประธาน ไปอ่านได้ นี่ผมพูดเรื่องจริงนะครับท่านประธาน ท่านประธานก็อยู่นะครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานก็รับทราบนะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็เลยบอกว่า เอ๊ะ มันน่าจะเพิ่มเติม สําหรับในความคิดเห็นผม แต่ว่าเนื่องจากว่าวิธีการพิจารณางบประมาณนั้นผู้แทนราษฎร ไม่สามารถที่จะเพิ่มงบประมาณได้ ได้แค่ตัด ต้องแก้ไขนะท่านประธาน เพราะว่าบางครั้ง มันตัดแล้วไปเพิ่มอีกที่หนึ่ง ผู้แทนต้องทําได้นะท่านประธาน นี่ให้ตัดอย่างเดียว ท้ายที่สุด ไม่รู้ตัดเอาไปไว้ตรงไหนครับท่านประธาน อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ในส่วนที่ไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง ก็คือว่าสืบเนื่องจากการใช้งบประมาณของรัฐบาลในการ ที่จะเปึนการลงทุนภาครัฐมันน้อยไป ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ ๕.๕ จากงบประมาณที่มีอยู่ ของงบประมาณทั้งหมดของบ้านเมืองเรา ก็คือ ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็อยากจะกราบเรียน ครับว่า แม้ว่าผมจะเพิ่มเติมให้อีก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ เท่าที่ตั้งอยู่นี่ ก็คือ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท ก็ยังไม่พอเพียงที่จะดําเนินการในเรื่องของโครงการที่จะทําให้ เม็ดเงินพอเพียงกับการที่จะไปชดเชยในการที่เราได้ตั้งงบประมาณน้อยลงไปถึง ร้อยละ ๕.๕ นะครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่มันก็จะทําให้เกิดผลดียิ่งขึ้น

ข้อสําคัญอีกข้อหนึ่งก็คือว่า มันจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยแท้ เปึนการเสริมสร้างได้ทุกสัดส่วน พี่น้องประชาชนไปทํางานก็ได้เงินตรงนี้ไป ส่วนภาครัฐ ก็ได้สิ่งของไป ในขณะเดียวกันยังไม่พอ ร้านค้า ชุมชน ไม่ว่าจะอะไรก็ตามแต่ก็ได้ไป ทั้งหมด ถ้าเปึนสิ่งก่อสร้างนะครับ ถ้าสิ่งนั้นประกอบไปด้วยอิฐ หิน ปูน ทราย ผู้ที่ ดําเนินการในเรื่องของการอิฐ หิน ปูน ทราย ก็จะได้ทั้งหมด พี่น้องประชาชนก็จะได้ค่าแรง ทุกอย่างมันจะได้พร้อมครับท่านประธาน นี่เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เรียกว่าอย่างไร เรียกว่า รัฐได้สิ่งของ ประชาชนได้เงิน แล้วก็ข้อสําคัญ คือเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่แท้จริง คนที่เขาว่าง เขาก็เข้าไปทํา คนที่เขามีงานอื่นเขาก็ไม่ไปทํา เกาตรงจุดครับ ท่านประธาน แต่ปรากฏเอาไปแจกกันแบบเมื่อสักครู่ มาตรา ๔ คนละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่ตรงครับ ท่านประธาน ที่ว่าไม่ตรงเพราะอะไรท่านประธาน ที่ไม่ตรงเพราะว่าคนที่ได้เขา อาจจะไม่ใช้ก็ได้ และคนที่ได้นั้นคนที่มีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท จริง ๆ ข้าราชการนี่ เงินเดือนน้อยไปนะ ผมเห็นด้วยครับ ผู้แทนราษฎรก็เหมือนกัน ทุกสัดส่วนนะครับ เงินเดือนน้อยไป ต้องมากกว่านี้ แต่เนื่องจากว่า เอาละ เมื่อรัฐกําหนดว่าเงินเดือนแค่นี้ แล้วก็เราได้กันแค่นี้เท่าที่แต่ละคนได้มา แล้วก็บอกว่าได้ ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วก็ไปกระตุ้น ๒,๐๐๐ บาท มันน่าจะเอามาตรงนี้มากกว่า เพราะว่าพี่น้องประชาชนจะได้งบประมาณ อย่างทั่วถึง ข้อสําคัญคือการกระตุ้นตรงนั้นนะ พี่น้องประชาชนไม่ได้ เมื่อสักครู่ผมได้ยิน เพื่อนผมครับกรรมาธิการ ท่านได้ตอบมาบอกว่าพี่น้องประชาชนจะได้ทั่ว ผู้สูงอายุก็จะได้ อสม. ก็จะได้ อะไรก็จะได้นะครับ แต่นั่นได้แค่คนละ ๖๐๐ บาท คนละ ๕๐๐ บาท ท่านประธานครับ แล้วคนเฒ่าคนแก่ส่วนหนึ่งเขาได้อยู่แล้ว ท่านจะให้ดับเบิ้ล (Double) ไหมละ เขาได้อยู่แล้วท่านประธาน เขาได้ ๕๐๐ บาท อยู่แล้วท่านประธาน ทุกวันนี้เขาได้ ๕๐๐ บาท อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นท่านจะมาบอกว่า ผู้เฒ่าผู้แก่จะได้เพิ่มไม่ใช่ แต่ส่วนที่จะ ได้เพิ่ม คือจํานวนมันจะเพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง คนที่ไม่เคยได้ก็จะได้เพิ่มขึ้นตรงนั้นต่างหาก เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าตรงนี้ผมเองจึงไม่เห็นด้วย สมควร ที่จะนําเม็ดเงิน ถ้าหากรัฐไม่นําเม็ดเงิน ในส่วนที่ตรงนั้น ตรงนั้นก็คือตรงมาตรา ๔ ที่จะไป กระตุ้นในส่วนของข้าราชการ ๒,๐๐๐ บาท ก็ให้ข้าราชการไปตามจํานวนนั้น แต่ว่าน่าจะ หาเม็ดเงินมาตรงเอสเอ็มแอลนี้ หรือโครงการในการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและ ชุมชน (เอสเอ็มแอล) ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ข้อสําคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ลึกไปกว่านั้นก็คือว่า เอสเอ็มแอล หรือว่าโครงการ ที่ว่าอยู่ดีมีสุขในสมัยท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านได้ให้เปึนหมู่บ้าน อยู่ดีมีสุข ขอประทานอภัยท่านประธาน ในขณะเดียวกันที่ผมบอกว่าลึกลงไปนั้น ก็คือว่า ผมเอาตัว เอ็ม (M) เปึนที่ตั้งนะท่านประธาน เดิมสมัยก่อนเราเริ่มกัน เอส (S) เอ็ม (M) แล้วก็ แอล (L) ๓ ตัว หมู่บ้านขนาดเล็ก เอส มาจากภาษาอังกฤษ ย่อมาจาก ภาษาอังกฤษ เอ็ม ก็เหมือนกัน แอลก็เหมือนกัน แต่ก็ปรากฏว่าในขณะนี้เพิ่มเปึน ๗ ขนาดท่านประธาน ปัญหามันจะเกิดครับท่านประธาน ปัญหามันจะเกิดก็ต้องไปดูว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ผมบอกไว้ก่อนว่าปัญหามันจะเกิด เอส เพิ่มเปึน ๓ ขนาด แอล เพิ่ม ๓ ขนาด เอ็ม เปึนตัวกลาง ข้อสําคัญตัว เอ็ม นี้ครับท่านประธาน มันมี ๒๕๑-๕๐๐ คน นี่คือจํานวนประชากร ๒๕๑-๕๐๐ คน ท่านประธานครับ หมู่บ้านส่วนใหญ่มันจะไม่ถึง ๒๕๑ คนกระมังครับ มันจะเปึนเอสทั้งหมดเสียกระมังท่านประธาน เปึนหมู่บ้านขนาดเล็ก ซึ่งเดิมเขาไม่เคยได้เปึนหมู่บ้านขนาดเล็ก เขาควรจะมีสิทธิเปึนหมู่บ้านขนาดกลางและ ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ เอส ก็อาจจะเปึนหมู่บ้านขนาดกลาง แต่เที่ยวนี้ตกไปเปึนหมู่บ้าน ขนาดเล็กนะครับท่านประธานนี่คือปัญหาที่จะเกิดตามมา ในขณะเดียวกันหมู่บ้าน เอ็ม ๒๕๑-๕๐๐ คน เชื่อว่ามีจํานวนไม่มากนักท่านประธานและโดยเฉพาะหมู่บ้าน แอล นี่ ผมก็เชื่อว่าหมู่บ้านที่มี ๕๐๐ คนขึ้นไป มีจํานวนไม่มากนะครับในประเทศไทยเรา ผมเอง อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่านี่คือสิ่งที่มันจะเกิดปัญหาตามมาก็คือว่าเปึนการ ลดหลั่น คือพูดง่าย ๆ ว่าไม่เกิดการแบ่งที่มันเรียกว่า ยุติธรรมเท่าที่ควร ไม่เปึนการที่ เรียกว่า แบ่งขนาดหมู่บ้านให้พี่น้องประชาชนเขามีความรู้สึกในเรื่องของหมู่บ้าน นี่เปึน การแบ่งในลักษณะที่เรียกว่าซอยย่อยลงไปเลย ให้เห็นว่าจํานวนคนเปึนหลักสําคัญที่คุณ จะได้งบประมาณ ผมไม่แน่ใจว่าในอนาคตมันจะเกิดการผลิตประชากรเพิ่มขึ้นหรือเปล่า ท่านประธาน ในขณะเดียวกันนี่เปึนปัญหาเหมือนกันนะ สาธารณสุขก็ต้องไปปัองกันด้วย เพราะไม่อย่างนั้นหมู่บ้านนี้ขาดไปอยู่ ๒ คน ตก เอ็ม เลย หมู่บ้านนี้ขาด ๓ คนนี้ ตก แอล เลย เพราะฉะนั้นต้องไปดึงเอามาให้ได้ ถ้าหมู่บ้านไหนได้ ๕๐๑ คน ได้ แอล เพราะฉะนั้น ผมจะต้องดึงคนให้มันได้ ๕๐๑ คน นี่ปัญหามันจะเกิด ในขณะเดียวกันคือการทําอะไร อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าเราเปลี่ยนทางเรือมาเปึนทางรถมันก็หมดเลย ทางเรือเรือมันหมดความหมายไปเลย ถ้าเราเปลี่ยนจากทางรถไปทางอื่น เปึนทางรถไฟ หรือทางรถไฟเปึนรถยนต์ ทางรถไฟเราเห็นสําคัญเราเปลี่ยนเปึนทางรถยนต์สร้างทางให้ มันดีอย่างนี้ หรืออะไรก็ตามแต่ รถไฟมันก็จะหมดความหมายไป ในทํานองเดียวกัน ในขณะนี้กําลังให้ความสําคัญกับจํานวนประชากรมากขึ้น ซึ่งไม่ได้คํานึงถึงความเปึน ป๊กแผ่นความเปึนสังคมที่แท้จริงของในหมู่บ้านที่ให้เปึนธรรมชาติของมันเองว่าขณะนี้ คุณจะไปเปลี่ยนแปลงหมู่บ้านคุณจะต้องเปลี่ยนแปลงยาก เปลี่ยนแปลงขนาดยาก เพราะว่าอะไร อย่างหมู่บ้านนี้มีอยู่ ๑๐๐ คน คุณจะไปเปลี่ยนเปึน ๒๐๐ คน มันเปลี่ยน ยากไม่มีใครเขาไปเปลี่ยนครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เขาก็ไม่ทํากันไม่เปลี่ยนกัน เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่าหลายป้ที่ผ่านมาหมู่บ้านต่าง ๆ จะไม่มีลักษณะนี้เกิดขึ้น แต่เที่ยวนี้หมู่บ้าน ในลักษณะแบบนี้จะมีขึ้น แย่งกัน ลักษณะแบบนี้มันเปึนการแข่งขัน ซึ่งมันไม่ใช่ ท่านกําลังทําอีกเรื่องหนึ่งแล้วจะเพิ่มปัญหาอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งมันไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น อยากจะเรียนว่าการทําอะไรก็ตามแต่ หลักวิชามันมีอยู่แล้ว วิชามันมีอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากสิ่งเหล่านี้เอาไว้ให้มาก ๆ นิดหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอเรียนต่อ ท่านประธานว่าผมเองนั้นไม่เห็นด้วยกับการแบ่งขนาด อยากจะเห็นเปึนขนาดเดิมคือ เอส เอ็ม และ แอล ก็คือมี ๓ ขนาดเท่าเดิม แล้วข้อสําคัญก็คือเพิ่มเงินขึ้นมา เพิ่มเงิน ขึ้นมาเปึนหมู่บ้านละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๗๐๐,๐๐๐ บาทหรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือ อาจจะเปึนหมู่บ้านละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจะเปึนอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะกู้มามากหรือน้อย เพราะผมไม่เห็นว่ารัฐบาล จะหามาได้ เห็นได้ก็คือกู้ ไม่กู้ก็เก็บภาษี นี่คือสิ่งที่เปึนปัญหา เพราะฉะนั้นก็ขอฝาก ท่านประธานว่า ขอให้ทางรัฐบาลได้พิจารณาด้วยนะครับ แล้วก็ขอให้กรรมาธิการได้แก้ไข เปลี่ยนแปลงตามที่ผมได้เสนอนะครับ ขอกราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด นครพนม ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย

ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๕ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของ สํานักนายกรัฐมนตรี แผนงานเสริมสร้างรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคง ด้านสังคม ตั้งงบประมาณไว้ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท ผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้ขอสงวนความเห็นในการแก้ชื่อโครงการในรายการจากเดิม โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ยกระดับชุมชน ได้ขอแก้ไขเปึน โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) ท่านประธานที่เคารพครับ ดั่งที่เพื่อนกรรมาธิการหลายท่านได้อภิปรายไปเมื่อตอนต้นว่า โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านชุมชน (เอสเอ็มแอล) ได้เริ่มดําเนินมาตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๗ โดยมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาเล็กน้อยที่หมู่บ้านและชุมชนที่ประสบอยู่ แล้ว ส่วนราชการไม่สามารถดําเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที หรือดําเนินการแก้ไข ให้ได้แต่ไม่ตรงกับความประสงค์ของหมู่บ้านและชุมชน ในอดีตสมัยที่พรรคไทยรักไทย เปึนรัฐบาลได้มีการสํารวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ปรากฏว่าโครงการ เอสเอ็มแอลเปึนโครงการที่ชาวบ้านชื่นชอบมากที่สุดโครงการหนึ่ง ต่อมาเมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็มีการเปลี่ยนชื่อดังที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะไม่กล่าวซ้ําในตรงนี้เพื่อเปึนการประหยัดเวลา แต่ผมเห็นว่าล่าสุดรัฐบาลนี้ได้ใช้ชื่อ โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ซึ่งกระผมไม่เห็นด้วย โดยกระผม มีเหตุผลดังนี้ครับท่านประธาน การเอาปรัชญาซึ่งเปึนพระราชดําริของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มาเปึนชื่อของโครงการ กระผมเห็นว่าไม่เหมาะสม

ประการแรก ได้มีการขอพระราชทานแล้วหรือยัง

ประการต่อมาโครงการนี้ใช้ทั่วประเทศ ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน หากดําเนินการไม่ถูกต้องจะเหมาะสมหรือไม่ ผมคิดว่าควรใช้ชื่อเดิม คือ โครงการพัฒนา ศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนเอสเอ็มแอล ซึ่งตรงตัวและติดปากชาวบ้านอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่คิดว่ารัฐบาลจะเกลียดปลาไหลแล้วกินน้ําแกง ผมมั่นใจ เช่นนั้น เพราะไม่อย่างนั้นก็คงไม่เอาแนวคิด เอสเอ็มแอล มาใช้ แต่เมื่อเอามาใช้ก็คิดว่าน่าจะต้องให้เกียรติต้นตํารับนะครับ ท่านประธานในการทํา วิทยานิพนธ์ เวลาจะอ้างอิงเอกสารใดประกอบการจัดทําเอกสารวิทยานิพนธ์ เขายังให้ เกียรติเจ้าของผลงาน คิดว่ารัฐบาลก็คงจะไม่ใจแคบ ประการสําคัญการเอาปรัชญา ซึ่งเปึนพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเปึนชื่อโครงการ น่าจะ ไม่เหมาะสมดังที่ผมได้กราบเรียนเหตุผลไว้ในเบื้องต้น

สิ่งที่กระผมอยากจะฝากรัฐบาลในประการสุดท้ายก็คือ หัวใจของโครงการ เอสเอ็มแอล อยู่ที่ความต้องการของชุมชน ซึ่งผ่านกระบวนการประชาคมแล้ว อย่าไป เบี่ยงเบนโดยอิทธิพลอื่นใด เพราะไม่มีอะไรจะสูงสุดอีกแล้วเท่ากับความต้องการของ ชาวบ้านที่เขาสะท้อนออกมาจากการประชาคม ดังนั้นกฎกติกาหรือกฎเกณฑ์ที่กําหนด ลงไปในการใช้จ่ายเงิน จะต้องให้ความสําคัญกับประชาคมหมู่บ้านเปึนสิ่งสําคัญสูงสุด อย่าไปดูถูกชาวบ้าน ไม่มีใครเอาเงินไปแจกแบ่งกัน ผมมั่นใจเช่นนั้น ก็ขอสรุปในช่วงท้าย สั้น ๆ เพราะผมแปรญัตติเฉพาะชื่อของโครงการว่าผมไม่เห็นด้วยกับการใช้ชื่อ โครงการ เศรษฐกิจพอเพียงยกระดับชุมชน ควรแก้ไขเปึน โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและ ชุมชนเอสเอ็มแอล ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ คุณเจริญ จรรย์โกมล

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ผมขอตัดในมาตรานี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับท่านประธานครับ

ก่อนอื่นผมต้องขอความกรุณาท่านประธานสักนิดหนึ่ง เพราะว่าผมได้ นั่งฟังการอภิปรายของท่านคณะกรรมาธิการแล้วก็สงวนไว้แล้วก็เปึนเสียงข้างน้อย เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานครับ ซึ่งทําให้ผมสงสัยเหมือนกันท่านประธานครับ ท่านไปหยิบยก ในประเด็นในเรื่องมาตราที่เรากําลังพิจารณาอยู่นะครับ ในเรื่องของสํานักงาน ปลัดกระทรวง ซึ่งตั้งไว้ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท ในแผนงานเสริมสร้างรายได้พัฒนาคุณภาพ ชีวิตและความมั่นคงด้านสังคม จริง ๆ ก็ เอสเอ็มแอล นั่นละครับท่านประธาน ไม่ต้องไป ชื่ออะไรอื่นไกลละครับ เปึนเพียงแต่ไปลอกเขามาแต่ไม่อยากให้ชื่อซ้ํากับที่รัฐบาลอื่นที่เขา เคยทํามาแล้ว แต่ที่สําคัญแต่จําเปึนก่อนอื่นต้องถามคณะกรรมาธิการก่อน ผมได้ฟังท่าน คุณหมอชลน่าน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านประธานครับ ได้หยิบยกขึ้นมากลางที่ประชุม แห่งนี้นะครับท่านประธาน บอกว่าในกิจกรรมและวิธีการดําเนินงานนั้นนะครับ เขาบอกว่า กิจกรรมและวิธีการดําเนินงานจัดสรรงบประมาณให้กับหมู่บ้านและชุมชนที่มีความพร้อม ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด ผมเพิ่งทราบเดี๋ยวนี้เองว่า หลักเกณฑ์และวิธีการกําหนดนั้น มันมีจริงหรือเปล่าครับ ขอให้ทางท่านกรรมาธิการช่วยสําเนาแจกทาง ส.ส. ในสภาแห่งนี้ หน่อยได้ไหมครับ เพราะว่าท่านได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา ผมสงสัยเลย เพราะในเอกสาร นี้ท่านประธานครับ เล่มนี้ไม่มี พอไม่มีเสร็จ ผมในฐานะซึ่งเปึนผู้แทนราษฎรผมมีข้อสงสัย ๔–๕ ประการเลยครับ พอท่านหยิบยกนี้ขึ้นมาเปึนที่สงสัยยิ่งใหญ่เลยว่ามันมีจริงหรือเปล่า ท่านคุณหมอชลน่านเองเปึนคณะกรรมาธิการชุดนี้ท่านก็เอาประเด็นที่ท่านพูดคุยกันอยู่ ในห้องกรรมาธิการเอามาพูดในสภา ผมเองในฐานะผู้แทนราษฎร ผมก็สงวนไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมยิ่งสงสัยเลยว่าหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ ที่นี้ผมสงสัยอยู่ว่าที่ท่านบอกว่า จะให้ ๖๕,๐๐๐ หมู่บ้าน ผมบอกมันไม่จริง ผมก็ตั้งสมมุติฐานว่ามันไม่จริง เพราะอะไร ท่านประธานครับ หลักเกณฑ์ของที่ท่านกําหนดไว้มันอาจจะไม่เปึนอย่างที่พูดก็ได้ ไม่ใช่ ๖๕,๐๐๐ หมู่บ้านก็ได้ ฉะนั้นมีจริงหรือเปล่า ผมถามท่านประธานไปที่คณะกรรมาธิการก่อน เพราะว่าถ้ามีจริงสําเนามาแล้วผมจะได้ถามต่อได้ ถ้าเปึนอย่างนี้ผมไปไม่ได้นะครับ ผมจึง กราบเรียนท่านประธานตั้งแต่เช้าแล้ว ว่ารายละเอียดต่าง ๆ อย่างนี้มันน่าจะเอามา มันมี ประเด็น ท่านประธานครับ มีประเด็นมากเลยในเรื่องหลักเกณฑ์ ทําให้ผมสงสัยว่ามันมีอะไรลับลมคมในไหม สลับซับซ้อนไหม ยิ่งมากกว่านั้นท่านประธาน ก่อนที่ท่านพิจารณาผมประชุมคณะกรรมาธิการวิธีพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญ ผมพิจารณา อยู่ที่ตึก ๒ ครับท่านประธาน ห้อง ๒๑๓-๒๑๔ ท่านก็พิจารณาห้องงบประมาณอยู่ตึก ๓ ผมเดินผ่านมา เห็นได้ข่าวเจ้าหน้าที่สภาเราซุบซิบ ๆ กัน นินทากันบอกว่า ระวังนะมาตรานี้ ระวังนะ เขาเขียนไว้หลักเกณฑ์ ๆ มันอาจจะจัดสรรให้เฉพาะพรรคที่เปึนรัฐบาล แต่พรรค ฝ์ายค้านอาจจะไม่ให้นะ นี่สงสัยเลย พอคุณหมอชลน่านพูดขึ้นมา ผมบอกสงสัยอาจจะ จริงอย่างที่เขาว่าก็ได้ ถามท่านประธานก่อนว่านี่ท่านอาคมนั่งอยู่นี่ มีไหมครับหลักเกณฑ์ นี้ ผมจะขอเวลานี้ถามก่อนครับ อย่างนั้นจะเดินหน้าต่อไปได้ ถ้าไม่มีผมจะได้รู้ อย่างนั้น แสดงว่าคุณหมอชลน่านโกหกสิครับอย่างนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงไม่มีเอกสารครับ เพราะ กรรมาธิการได้ชี้แจงไปแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

มีไหมครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงไม่มี มีเท่าที่แจก

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ไม่ใช่หลักเกณฑ์ ผมถามหลักเกณฑ์ที่ คุณหมอชลน่านหยิบยกขึ้นมามันมีไหม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้ต้องถามหมอชลน่าน ครับ คือเดี๋ยวหมอชลน่านช่วยชี้แจงคุณเจริญเข้าใจสักหน่อยครับ ความจริงอยู่ พรรคเดียวกันน่าจะนอนด้วยกัน แล้วก็ปรึกษาหารือกันให้ดีครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ผมขออนุญาตใช้สิทธิที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติท่านเจริญได้กรุณาพาดพิงผม โดยใช้คําพูดว่าผมอาจจะโกหก ไม่ใช่อาจ โกหก ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ในฐานะ ที่เปึนกรรมาธิการเราพยายามสอบถาม เราพยายามหาข้อมูลจากผู้ที่เข้ามาชี้แจงต่อ กรรมาธิการทุกมาตรา และสิ่งที่เราได้รับก็เปึนเอกสารจากฝ์ายผู้ชี้แจง ผมเน้นนะครับ เอกสารจากผู้ชี้แจง ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าสภาแห่งนี้จะใช้เปึนเอกสารอ้างอิงหรือไม่ เพราะ ไม่ได้เปึนเอกสารประกอบการพิจารณางบประมาณครับ เปึนเอกสารชี้แจงเฉพาะที่ให้ กรรมาธิการมา ผมเองใจกว้างครับ กราบเรียนท่านประธานเลย ผมยกเอกสารเหล่านี้ ให้สมาชิกในพรรคเพื่อไทยดูทั้งหมดเลย แต่สิ่งที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่มั่นใจ จะใช้เปึนเอกสารอ้างอิงและถือเปึนข้อสรุปหรือเปึนมติสภาได้หรือไม่ ตรงนี้เปึนข้อสงสัย ท่านประธานครับ เหมือนกับโครงการอื่น ๆ ในนี้นะครับท่านประธาน ๗๙,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ๖๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านนี่ได้ครึ่งหนึ่ง ๙,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านได้เต็ม ผมได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่แล้ว ผมใช้สิทธิพาดพิงแล้วก็ต้องบอกท่านประธานด้วยว่า สิ่งที่ผมได้แสดงนั้นไม่ใช่ เปึนการโกหก แต่บนพื้นฐานของที่ผมเองก็ตั้งข้อสังเกตว่าจะเปึนไปได้หรือไม่เท่านั้นเอง เพราะว่าท่านประธานครับ ต้นป้เราตั้งให้นะครับ ในงบกลางครับ เปึนงบพัฒนาศักยภาพ หมู่บ้านและชุมชน เดิมในร่างตั้งที่ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทครับ กรรมาธิการไปปรับลด เรายอมนะครับขณะนั้น เรายอมให้ปรับลดไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน เพราะว่าท่านรองประธานท่านพิเชษฐ์ ซึ่งเปึนกรรมาธิการ ขณะนั้นก็อยู่ในที่ประชุมด้วยกัน ในเงื่อนไขเรายอมว่า ผมต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน นะครับ ไม่ได้เสียหายเพราะเปึนเรื่องจริงที่เราทําด้วยกัน บนพื้นฐานว่าเราจะเอาเงิน ส่วนหนึ่งไปใช้ในโครงการที่เปึนประโยชน์ แล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท กระบวนการ การจัดสรรน่าจะครอบคลุมตามศักยภาพ เพราะมีเงินเก่ายกยอดมาพอสมควร ก็เปึนที่ ยินยอมว่าปรับลดไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นสิ่งที่ปรากฏในเอกสารนี้ ผมต้อง ขอบคุณท่านเจริญนะครับที่พาดพิงมา ก็เปึนสิ่งที่กรรมาธิการเสียงข้างมากต้องแสดงให้ ท่านเห็นว่ามันจะจริงไหมล่ะว่า ๗๙,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านจะได้รับทั้งหมดในป้งบประมาณ ๒๕๕๒

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือแสดงว่าคุณหมอไม่ได้ โกหก

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ผมไม่ได้โกหกท่านประธานครับ แต่สิ่งที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติตั้งข้อสังเกตนั่น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็พอแล้วครับ ก็เปึนอันว่า บริสุทธิ์แล้วครับ นั่งลงได้ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ สักนิดเดียวครับ เพราะสิ่งที่ท่านกรรมาธิการเจริญได้กรุณายกขึ้นมาเปึนประเด็นนะครับท่านประธานครับ ผมก็ตั้งข้อสงสัยอยู่แล้วว่าท่านจะเก็บเงินและเอาเงินมาใส่ให้เขาได้ไหม เพราะ ในป้ ๒๕๕๒ ต้นป้เราตั้งให้ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านไม่เขียนปรากฏนี่ครับ ใช้แค่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท แสดงท่านเก็บเงินไม่ได้ ถึงบอกว่าจะใช้แค่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเอางบกลางป้ที่เปึนเงินกู้นี่นะครับไปใส่ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท เปึนที่น่าสงสัย เปึนเรื่อง จริงครับ ท่านต้องได้รับเอกสารมาจากกรรมาธิการเสียงข้างมากเพื่อยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้ เปึนจริงไหม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จริงอย่างที่หมอพูดครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

จริงนะครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จริงอย่างที่หมอพูด เพราะ หมอพูดไปแล้วเปึนความจริงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ถูกต้องครับ หมายความว่าทางกรรมาธิการ ยืนยันหลักเกณฑ์นี้ ถูกต้องไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็คงจะถูกต้องตาม เอกสารละครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

บันทึกไว้นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็บันทึกแล้วครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ขอบคุณมากครับ ผมก็จะอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ ให้ท่านประธานทราบตามนี้นะครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ ในหมวด ๘ ว่าด้วยการเงิน การคลัง และงบประมาณ มาตรา ๑๖๗ เขาบอกว่า อย่างนี้ครับท่านประธานครับ ในการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ ต้องมีเอกสารประกอบซึ่งรวมถึงประมาณรายรับ และวัตถุประสงค์ กิจกรรม แผนงาน โครงการในแต่ละรายการของการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน รวมทั้ง ต้องแสดงฐานะการเงิน การคลังของประเทศเกี่ยวกับภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจที่เกิด จากการใช้จ่ายและการจัดหารายได้ อย่างอื่นผมไม่พูดนะครับท่านประธานครับ ทีนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญเขาบังคับไว้ว่า เวลาท่านเสนอพระราชบัญญัติงบประมาณเข้ามา ท่านจะต้องจัดทําแผนโครงการ รายการของการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน ที่ทวงถาม ตั้งแต่เช้านี่หมายความว่า ผมกลัวว่ามันจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ นี่เปึนห่วงเปึนใย นะครับ แล้วหลักการนี้ที่ผมกําลังพูดอยู่ หลักเกณฑ์นี้ท่านก็ไม่ได้เสนอมา นี่ครับ ปัญหาครับ ผมอยากให้มันจบ อยากให้มันเสร็จ อยากให้มันออกไปใช้ได้ ด้วยความเปึนห่วงเปึนใย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ท่านห่วงดีแล้วครับ แต่ท่านปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ท่านพูด

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ก็นี่ครับ ผมกําลังให้เหตุผลว่าผมปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน อ่านผิดหรือเปล่าครับท่านประธาน ผม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นะครับ ใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ผมกําลังให้เหตุผลว่าหลักเกณฑ์ที่ท่าน กําหนดไว้ผมมีข้อสงสัย ผมจึงจะถามท่านกรรมาธิการว่า ที่ท่านตั้งไว้ว่ากิจกรรมและ วิธีการดําเนินงานนี่เปึนไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด หลักเกณฑ์กําหนดมันคืออะไร ท่านบอกว่าเปัาหมายของท่าน ๖๕,๐๐๐ หมู่บ้าน อันนั้นเปึนเปัาหมายของท่าน แต่ตาม เอกสารที่ผมดูนี่ ผมไม่เชื่อครับท่านประธาน นี่ครับข้อสงสัย หลักเกณฑ์ที่ว่านั้นท่านเขียน ได้ เปัาหมายเขียนได้ แต่มันจริง ๆ ไหม ๖๕,๐๐๐ หมู่บ้าน ไม่จริง ท่านจะไปเขียน หลักเกณฑ์อย่างไร ผมจึงถามหลักเกณฑ์ในห้องประชุมนี้ไงท่านประธานครับว่าท่านเขียน อย่างไร แต่ถ้าไม่มีหลักเกณฑ์ออกไปนี้ท่านก็ไปเขียนเอาเอง หมู่บ้านนี้อาจจะให้ ๓ รอบ ๔ รอบ ๕ รอบ แต่หมู่บ้านนี้ไม่ได้ก็ได้ นี่เขาเรียกว่าขอเงินและขอหลักเกณฑ์ครับ เขียนเงิน ผ่านสภาแล้วขอหลักเกณฑ์ทีหลัง นี่ครับผมในฐานะผู้แทนราษฎรผมต้องทักท้วง ปล่อย ไม่ได้ครับ เอาเงินประชาชนไปแล้วก็ในฐานะเปึนผู้แทนราษฎรต้องถามให้มันชัดเจนว่า คุณขอเงินไป หลักเกณฑ์ออกทีหลังใช่ไหม แต่มาเขียนภาพหลอกบอกว่า เปัาหมาย สถานที่ดําเนินการกิจกรรม อันนั้นเปึนรูปแบบครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถามอีกประการหนึ่งว่า ผมถามไปที่ คณะกรรมาธิการซึ่งส่วนมากเปึนรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านยังยืนยันใช่ไหมว่า มาตรานี้ท่านจะเอาต่อ ถ้าท่านยืนยันนะครับขออนุญาตท่านประธานครับ ผมขออ่าน สักคําหนึ่งเพื่อสอบถามท่านว่าท่านจะยืนยันไหม ในวันที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ มีหัวหน้าพรรคพรรคการเมืองหนึ่งกล่าวว่า “กองทุนหมู่บ้าน ณ ภาคอีสานกลายเปึน กองทุกข์ กองหนี้ เปึนเรื่องพันธนาการ นโยบายพักชําระหนี้สามป้ที่ผ่านมาเปึนเพียงการ ซื้อเวลาเท่านั้น และครบกําหนดเวลาชําระหนี้ในเดือนมีนาคม ณ ป้ ๒๕๔๗” อันนี้ผมก็ว่าไป แต่ที่สําคัญท่านประธานครับ นโยบาย เอสเอ็มแอล ถือว่าเปึนหนึ่งในนโยบายที่อัปยศ ที่สุดของรัฐบาลชุดนี้ ชุดนี้คือชุดของรัฐบาลที่ผ่านมา เนื่องจากเปึนการทําลายระบบ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะการนํางบประมาณลงไปถึงประชาชนในลักษณะนี้เปึน การสร้างบุญคุณระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ซึ่งเปึนเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นหากรัฐบาลจริงใจกับระบอบประชาธิปไตยและท้องถิ่น ควรจัดงบประมาณ ไปตามที่กฎหมายกําหนดโดยผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่ (นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พูด ณ วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๔๗) ท่านจะเอา อีกไหมครับ ถ้าท่านไม่ตอบก็ถือว่าท่านก็ยังติดใจที่จะต้องประพฤติปฏิบัติอย่างนี้ต่อไป ผมจึงถามต่อไปว่าขอรายละเอียดได้ไหมครับว่าที่ท่านบอกว่าจะใช้ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท นั้น ที่หมู่บ้านอะไร อําเภออะไร จังหวัดอะไรบ้าง เพราะหลังจากที่ผมฟังคุณหมอชลน่าน พูดแล้วผมไม่มีความมั่นใจและเชื่อมั่นว่าที่ท่านบอกว่าเปัาหมาย ๖๕,๐๐๐ หมู่บ้านนั้น ไม่เปึนจริง เพราะดูจากหลักเกณฑ์และกติกาที่ท่านนําเสนอในที่ประชุมแห่งนี้เปึนที่เชื่อได้ อย่างสนิทใจเลยบอกว่า ไม่เปึนจริงอย่างที่ท่านพูด ฉะนั้นผมจึงขอตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นะครับจากในมาตรานี้ ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ท่านกรรมาธิการ จะตอบไหมครับ เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับผมยังไม่ได้พูด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ ให้กรรมาธิการ ตอบให้คุณเจริญหายข้อข้องใจเสียหน่อย

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการครับ ผมขออนุญาตชี้แจงส่วนที่เกี่ยวข้องและพาดพิงถึงเล็กน้อยครับ ตามที่ท่านนายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว เราเปึนกรรมาธิการด้วยกันในการพิจารณางบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ งบประมาณในโครงการดังกล่าวนี้ เดิมตั้งไว้ในงบกลาง ต่อมาในรัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ได้มีการย้ายโครงการนี้จากงบกลางมา เปึนโครงการ เอสเอ็มแอล ชื่อว่า ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ผมเปึนคนปรับลดขอตัดงบประมาณในงบประจําป้ลงมา ๓,๐๐๐ ล้านบาท เหตุที่ตัดมา เพราะว่าโครงการนี้โอนมาจากโครงการอยู่ดีมีสุขของรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งตั้งไว้ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตอนนั้นใช้ไปเพียงแค่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง ยังเหลืออีกเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถึงได้ปรับลดไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณ จํานวนนี้ก็มาอยู่ในงบโครงการเอสเอ็มแอล ที่ถูกปรับลดไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ ท่านนายแพทย์ชลน่านได้กรุณาชี้แจงมา ผมก็เรียนเกี่ยวข้องตรงนั้นนะครับ

ส่วนที่ว่าโครงการนี้จะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็เรียนว่าในเอกสารที่สํานัก งบประมาณได้ทํามาผมก็ได้ตรวจสอบครับว่า การปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เอกสาร ประกอบรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ฉบับที่ ๑ มีรายการแสดงภาวะ เศรษฐกิจของประเทศชาติโดยชัดเจนรอบคอบทุกด้าน มีการแสดงฐานะการเงินและ การคลังของประเทศ เงินที่พึงได้ การเงินของรัฐวิสาหกิจ ภาระหนี้ การยกเว้นภาษีเฉพาะ และยุทธศาสตร์การจัดสรรครบถ้วน คณะกรรมาธิการก็ดูว่ามีการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวนี้ครบถ้วนด้วยเอกสารที่เสนอยังกรรมาธิการพิจารณามาตั้งแต่แรกครับ

ส่วนเรื่อง ๖๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านนี้มันสุดวิสัยที่คณะกรรมาธิการที่จะให้ทํา มา ๖๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อเปึนเอกสารมาให้กรรมาธิการ เราเพียงแต่ว่าหลักเกณฑ์ในการ จัดสรร หมู่บ้านใหญ่เปึนอย่างไร หมู่บ้านเล็กเปึนอย่างไร พิจารณาตามหลักเกณฑ์แค่นั้น แต่จะให้ไปขอรายชื่อว่าหมู่บ้านไหนเปึนหมู่บ้านขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ๖๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อ สุดวิสัยที่จะขอมาได้ ถึงจะขอมาก็สุดวิสัยที่เราจะมาสําเนา ๖๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อนี้แจกสมาชิกในห้องนี้ทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมชี้แจงเพียงแค่นี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญคุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เปึนคนสุดท้ายนะครับ

(นายนวัธ เตาะเจริญสุข ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ ประท้วงครับ เปึนคนสุดท้ายไม่ได้ครับ เพราะเนื่องจาก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนั่งก่อน เรียกใครพูด ให้คนนั้นเขาพูด ผมยังไม่ได้เรียกคุณพูดเลย สุดท้ายในห้องประชุมนี้เยอะครับ เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยากจะเรียนท่านประธาน ผมขอเริ่มมาตั้งแต่ในเรื่องที่ ท่านเจริญ จรรย์โกมล ขออนุญาตเอ่ยนาม จริง ๆ ในการพิจารณาของชั้นกรรมาธิการ ผมก็กังวลในเรื่องของการขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับที่ท่านเจริญพูดถึง นะครับ เพราะว่ามาตรา ๑๖๗ เราพูดถึง ในการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจํางบประมาณ ต้องมีเอกสารประกอบซึ่งรวมถึงประมาณการรายรับ และ วัตถุประสงค์ กิจกรรม แผนงานโครงการ ในแต่ละรายการของการใช้จ่ายงบประมาณ ให้ชัดเจน รวมทั้งต้องแสดงฐานะการเงินการคลังของประเทศเกี่ยวกับภาพรวมภาวะ เศรษฐกิจที่เกิดจากการใช้จ่ายและการจัดหารายได้ ผมเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ ในชั้น การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ต้องเรียนว่าโดยมาตรฐานของกรรมาธิการ งบประมาณที่เราทํามาตลอด ผมเองก็มีโอกาสเปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ด้านรายจ่าย ไม่ว่าจะเปึนค่าฝ๊กอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างที่ปรึกษา หรืออะไร ก็แล้วแต่เยอะมาก ผมต้องยอมรับว่าการพิจารณาครั้งนี้เปึนการพิจารณาครั้งหนึ่งที่ต้อง เรียกว่ามาตรฐานตก แต่เมื่อสอบถามหน่วยงาน ถามว่าทําไมชี้แจงมาไม่ชัดเจน การใช้ จ่ายงบประมาณในแต่ละหมวดนี่ไม่ชัดเจนจริง ๆ แผนงานหรือว่าวิธีการ หรือรายละเอียด หรือเปัาหมาย หรืออะไรก็แล้วแต่นี่ไม่ชัดเจน ก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนก็จะบอกว่ามัน ท็อป-ดาวน์ (Top-down : การสั่งการจากระดับสูงสู่ระดับปฏิบัติการ) ก็คือมีการสั่งการ จากคณะรัฐมนตรีลงไปให้หน่วยราชการบอกเอาแบบนี้ แบบนี้ แบบนี้ และส่วนราชการก็ ทําขึ้นมา โดยที่ส่วนราชการเองก็ไม่เข้าใจครับ ที่ชี้แจงมาก็ไม่ค่อยเข้าใจ ถามไปถามมา ก็ เอาละ พอเราซักถามมาก ๆ ก็บอกเดี๋ยวขอกลับไปเปลี่ยนเกณฑ์ก่อน ไปแก้ไขก่อน ไปดําเนินการก่อน ตอนชี้แจงกลับมานี่ผมไม่เห็นเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผมก็ยอมรับว่า ครั้งนี้สุ่มเสี่ยงต่อการขัดกฎหมายพอสมควร ถ้ามีใครไปยื่นตีความผมว่าน่าปวดหัว ก็ต้อง เรียนว่าอย่างนี้นะครับ การพิจารณาของ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวรวัจน์ครับ ท่านแปรญัตติเปลี่ยนชื่อโครงการนะครับ ผมว่าเอาให้มันถูกต้องตามที่ท่านแปรญัตติ ดีกว่าครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ถูกต้องครับ ท่านประธาน รับฟังผมก่อน ท่านประธานต้องรับฟังผมก่อน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือถ้าไปย้อนในเรื่อง กฎหมายอะไรนี่มันผ่านขั้นตอนไปแล้ว

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ 🔗

ผมเปึนกรรมาธิการนี่ผม พาดพิงมาถึงนะครับ กรรมาธิการนี่ผมต้องเรียนชี้แจงว่า มันเปึนประเด็นที่พาดพิงมาถึง กรรมาธิการ แล้วก็หมิ่นเหม่ต่อการขัดรัฐธรรมนูญด้วย ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน ใช้สิทธิชี้แจงในส่วนนี้นิดหนึ่ง แล้วเดี๋ยวผมจะเข้ามาถึงว่าปัญหามันเกิดที่อะไรบ้าง ผมอยากเรียนท่านประธานว่า วันนี้ขอท่านประธานให้เวลา วันนี้เปึนการพิจารณา งบประมาณครั้งหนึ่งที่สําคัญ และมีประเด็นปัญหาค่อนข้างมาก ถ้าท่านประธานเห็นผม อภิปรายมานะครับ ผมจะเรียนว่าผมอภิปรายด้วยเหตุและผล และผมคิดว่าเปึนประโยชน์ เปึนประโยชน์ต่อรัฐบาล เปึนประโยชน์ต่อหน่วยงานนะครับ แล้วก็เราจะสร้างสรรค์งานกัน แต่อะไรที่เปึนปัญหานี่ผมจะนําขึ้นมานําเรียนต่อสภาแห่งนี้

ผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธานว่า นั่นคือประเด็นหนึ่งที่ผมนําเรียนว่า มันไม่ค่อยชัดเจนเท่าไรนะครับ ทีนี้ในการที่ผมขอเปลี่ยนชื่อ มันน่าจะใช้ชื่อของ หมู่บ้าน โครงการเอสเอ็มแอลนี่นะครับ แต่เมื่อผมมาดูในรายละเอียดจริง ๆ แล้วนี่นะครับ ผมก็ หวั่นเกรงอีกเหมือนกัน ปกติโครงการเอสเอ็มแอล หลักการที่ดําเนินการกันมานี่ เราเคารพ ในความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน การใส่เม็ดเงิน เอสเอ็มแอล ลงไปในหมู่บ้าน เราให้พี่น้องประชาชนสามารถตัดสินใจเองได้ในแต่ละกิจกรรม แต่ว่าพอมาถึงโครงการ เอสเอ็มแอลโครงการครั้งนี้ โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนหลักเกณฑ์ มันเปลี่ยน ตอนนี้มีความแตกต่างกันอย่างมากนะครับ ตรงนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก กับเรื่องของการ เอสเอ็มแอล เดิม เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ โครงการนี้ วัตถุประสงค์และ เปัาหมายแตกต่างกันสิ้นเชิง วิธีการคิดก็แตกต่างกัน ของเดิมเคารพความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน และผมเรียนด้วยนะครับว่า เราอยู่ในสภาแห่งนี้ เราเปึนผู้แทนราษฎร นี่เราจะรับฟังปัญหาข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดว่า ถ้าหากว่ามี ส่วนราชการหรืออําเภอไหนลงไปกําหนดหลักเกณฑ์บอกต้องทําอย่างนั้น ต้องทําอย่างนี้ มันจะก่อเกิดถึงบ่อเกิดความทุจริต และก็มีการร้องเรียนและก็ประท้วง หมายถึง ผู้แทนราษฎรอยู่ตลอดว่ามันมีปัญหา ทีนี้ในโครงการนี้เอกสารที่ชี้แจงมา ผมขออนุญาต นําเรียนถึงประเด็นของปัญหาว่า การดําเนินโครงการต้องมีความยั่งยืนของการดําเนิน โครงการโดยมีผลต่อเนื่องไม่สิ้นสุดในครั้งเดียว มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

อันที่ ๑ เปึนโครงการที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพ เพื่อรองรับผู้ว่างงาน และ ผู้มีรายได้น้อยอย่างยั่งยืน คนไม่ว่างงานทําไม่ได้ คนไม่มีรายได้น้อยทําไม่ได้ สร้างรายได้ สร้างอาชีพนะครับ ผมถามว่าถ้าเม็ดเงินที่เรากระจายลงไปแต่ละหมู่บ้านนะครับ ถ้าชุมชน ขนาดที่ ๑ ไม่เกิน ๕๐ คน ได้ ๒,๐๐๐ บาท แล้วก็ลดลงมาเรื่อย ๆ นะครับ ถ้าไม่เกิน ๑๕๐ คน ได้ ๑,๓๐๐ ไม่เกิน ๒๕๐ คน ได้ ๑,๒๐๐ มันเปึนหลักร้อย ๆ ทั้งนั้นเลย ผมถามว่าเม็ดเงิน ที่ลงไปจนถึงสุดท้ายได้แค่คนละ ๔๐๐ กว่าบาท เอาไปประกอบอาชีพ ผมถามว่าเงินไป ประกอบอาชีพตรงนี้ใครควรจะได้รับ กลุ่มไหน คนไหน ไม่มีทางละครับที่มันจะเปึนไปได้ ว่า ถ้าเอาลงไปทํากิจกรรมที่เปึนอาชีพแล้ว ถ้า นาย ก ได้ นาย ข ว่าอย่างไร นาย ค ว่าอย่างไร ถ้าเอาไปหารให้คน ๔๐๐ บาท ๕๐๐ บาท มันไม่พอหรอกครับ ในการประกอบ อาชีพมันตลก เพราะฉะนั้นวิธีการคิดอย่างนี้ผมเรียนว่า ไม่ใช่ ไม่ใช่แน่นอน แล้วเรา ไม่เคารพความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน แล้วตรงนี้ที่เรารับฟังกันมา คือ ถ้ามี โครงการเกี่ยวกับอาชีพขึ้นมาเมื่อไรแล้วครับ จะมีการทุจริตตามมาทันทีเลย จะมี ข้าราชการ ลงไปบอกว่า ต้องเปึนโครงการอย่างนั้นนะ คุณเขียนโครงการแบบนี้มาผมผ่านไป ถ้าคุณไม่เขียนโครงการอย่างนี้มาผมไม่ผ่าน สุดท้ายแล้วก็จะมีคนเข้าไปหาประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน ตรงนี้ผมอยากเรียนผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาล ตรงนี้เปึนบ่อเกิดของ ความทุจริต และสิ่งนี้ผมเรียนนะครับว่า ถ้าเขาทําแบบนั้นท่านเอาเกณฑ์นี้มาจับ ผมเรียน นะครับ ท่านอย่าหวังได้ความชื่นชมจากพี่น้องประชาชนเลย เพราะนั่นคือปัญหาที่เกิด ขึ้นอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่าตรงนี้ท่านโดนยัดไส้แล้วละ และผมเรียนนะครับตลอด ระยะเวลารัฐบาลที่ผ่านมา กําหนดเกณฑ์ไม่ได้ กําหนดเกณฑ์แล้วโดนประท้วง โดนร้องเรียนอยู่ตลอดเวลา แล้วเสียหายต่อคะแนนเสียงอย่างยิ่ง

อันที่ ๒ เปึนโครงการที่สนับสนุนและส่งเสริมการลดต้นทุน และปัจจัย ในการผลิตด้านต่าง ๆ เช่น การเกษตร ผมว่าท่านประธานเราอยู่ในสภาแห่งนี้เราได้ยิน ไหมครับ โครงการปุิย อย่างนี้อําเภอหลายอําเภอทําอะไรดี กําหนดเลยว่าคุณลดต้นทุน รายจ่ายคุณต้องไปซื้อปุิย และปุิยก็คงไม่ใช่ปุิยเคมี ปุิยอินทรีย์ และสิ่งที่เกิดขึ้นคือว่ามีคนไป ล็อบบี้ (Lobby) ว่าต้องให้ซื้อปุิยอย่างนั้น ปุิยอย่างนี้ กําหนดสเปกลงไปเลย สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นมา มีการเพียรพยายามทําอย่างนี้เกิดขึ้นมาในช่วงก่อน แล้วพวกเราในฐานะของ ผู้แทนราษฎรเราก็นําปัญหาไปแจ้งรัฐบาลบอกมีคนพยายามไปกําหนดเกณฑ์นะ อย่าทํา แล้วรัฐบาลที่ผ่านมาเขาก็ยกเลิกครับ ยกเลิกทันทีเลย หลังจากที่มีการยัดไส้ แล้วก็รับ ข้อคิดเห็นของผู้แทนราษฎร แต่วันนี้มาอีกแล้ว มาหลอกหลอนพี่น้องประชาชนอีกแล้ว ผมเรียนไปถึงทางรัฐบาลผ่านท่านประธาน ว่าขอเถอะครับ อย่ากําหนดกฎเกณฑ์ให้กับ พี่น้องประชาชน

อันที่ ๓ ท่านประธานครับ เปึนโครงการที่สนับสนุนและส่งเสริมการใช้และ อนุรักษ์พลังงานหรือพลังงานทดแทน หรือพลังงานทางเลือกครับ ท่านประธานครับ ถามกระทรวงพลังงานดูสิครับ ในความเปึนจริงนี่นะครับ โครงการพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเปึนพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานอื่นใด ยูนิต คอสท์ (Unit cost : ต้นทุนต่อหน่วย) หรือต้นทุนต่อหน่วยแพงมาก ลงทุนแล้วไม่คุ้ม แล้วมีคนพยายามทําอย่างนี้ครับ เอาเม็ดเงินของทางรัฐบาลไปเล่นอย่างนี้ แล้วไม่คุ้ม ไม่คุ้มต่อความคุ้มค่า แล้ววันนี้แม้แต่รัฐบาลทําเองยังไม่คุ้มเลยครับ กระทรวงพลังงาน ไปทําเองยังไม่คุ้มเลยครับ หน่วยงานของรัฐไปลงทุนเองยังไม่คุ้มเลยครับ เปึนโครงการ แค่ทดลองเท่านั้นเอง แล้วทําไมต้องไปบังคับ ทําไมต้องไปกําหนดกฎเกณฑ์ให้พี่น้อง ประชาชนทํา

อย่างโครงการที่ ๔ ท่านประธานครับ เปึนโครงการที่สนับสนุนและส่งเสริม การอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรม ผมขอตามไป ตรงนี้ว่าโครงการเหล่านี้พอไปถึงอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติมันก็จะไปถึงการ ปลูกป์า โครงการดับไฟป์าบ้าง หมอกควันบ้าง ผมเรียนพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในตอนที่เราพิจารณางบประมาณป้ ๒๕๕๒ ท่านรองประธานกรรมาธิการ ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล เราจําได้ไหมครับ เราเจออะไรตรงนั้น เราต่อต้าน เราบอกว่าเราไม่เห็นด้วย เลยการปลูกป์า ปลูกไปแล้วมันไม่มีป์า ปลูกจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ปลูกหมอกควัน เปึนอย่างไร ปัญหาตรงนั้นมันเยอะมากเลย หน่วยงานราชการลงไปทําเรายังไม่เชื่อเลย ผมจําได้ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ก็มาบ่นเลย ในโครงการพวกนี้มันมีปัญหาเราไปตรวจสอบกัน มันมีปัญหาไปหมดเลย วันนั้นท่านไม่เห็นด้วย ตอนท่านเปึนฝ์ายค้านท่านไม่เห็นด้วย แต่วันนี้พอวันท่านเปึนรัฐบาลท่านใส่มาเต็มไปหมดเลย ผมว่าโดนยัดไส้หรือเปล่า แล้วรายละเอียดอย่างนี้ปรากฏในเอกสารประกอบคําชี้แจงงบประมาณ เปึนสิ่งที่เรา ต่อต้านมาโดยตลอดเลย แต่วันนี้ปรากฏเต็มไปหมด เวลาที่เราซักถามใน คณะกรรมาธิการนี่นะครับ เห็นด้วย ส่วนราชการบอกยอมรับมันมีปัญหาเอากลับไปแก้ไข และเอกสารที่แก้ไขมีไหมครับ ที่ขอแก้ไขกําหนดหลักเกณฑ์ เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ ต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะซื้อชุดนักเรียน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโครงการเรื่องของการฝ๊กอบรม การว่างงาน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะใช้ไปสถาบันการศึกษาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เราเห็นด้วย ในกรรมาธิการว่าน่าจะต้องปรับปรุงแก้ไข เพราะในกรรมาธิการผมเรียนว่าพวกเราเอง เราพูดในสิ่งที่เปึนประโยชน์ทั้งสิ้น เปึนการแนะนํารัฐบาลด้วยซ้ําไปว่าจุดนี้ เราประสบปัญหาตอนเปึนกรรมาธิการ ประสบปัญหาตอนเราทํางานมา เราเห็นปัญหา แล้วเราก็ให้คําแนะนําที่ผมถือว่าเปึนกลางที่สุด เปึนประโยชน์ต่อรัฐบาล สมาชิกใน กรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยอมรับครับ หลายข้อที่เราพูดออกไปเปึนประโยชน์ แต่พอมัน กลับมาในสภาแห่งนี้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นยังตามมา แล้วยังไม่ได้รับการแก้ไข สิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่ารัฐบาลคงต้องให้หน่วยงานมาชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง ถ้าสิ่งเหล่านี้ออกไปผมไม่สบายใจ แล้วผมเรียนนะครับ ด้วยความรักและเคารพ ผมไม่ประสงค์ที่ไปตรวจสอบพบว่ามันเปึน บ่อเกิดความทุจริต วันนี้ภาวะวิกฤติของบ้านเมืองมันหนักหนาสาหัสเกินไปที่เราจะรอให้ เกิดว่าทุจริตแล้วไปนั่งไล่จับ แล้วเอามานั่งแฉกัน เอามายุติตรงนี้ แล้วมันมีปัญหาตรงนี้ ผมไม่อยากทํา ด้วยความรักและความจริงใจผมไม่อยากทํา แต่วันนี้ที่ผมพูดตรงนี้เพราะ ผมคิดว่ามันเปึนปัญหา แล้วผมอยากให้พวกเราในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราระงับก่อนดีไหม เราใช้สภาแห่งนี้เปึนที่สร้างสรรค์ดีไหม เราป่ดจุดอ่อนมันก่อนดีไหม ซึ่งตรงนี้ผมว่าสภาเราจะทํางานสร้างสรรค์มาก แล้วเราก็จะทํางานด้วยความภาคภูมิใจว่า เราคือตัวแทนของพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเห็นปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ปัญหาเหล่านี้เปึนปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วโครงการนี้จะต้องได้รับ ฉันทามติจากที่ประชุมของประชาคมทุกชุมชน ประชามติกี่คนครับ ฉันทามติเท่าไร กําหนดกรอบเปึนเงินงบประมาณที่จะต้องใช้เพื่อเปึนการดําเนินการอย่างชัดเจน สามารถ ตรวจสอบได้ และหรือเปึนโครงการที่นําเงินงบประมาณไปต่อยอดโครงการเดิมที่ผ่าน เกณฑ์ขั้นต้น โครงการเดิมมันไม่ใช่อย่างนี้ หรือเปึนโครงการที่สามารถร่วมลงทุนกับชุมชน ใกล้เคียง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เขียนเหมือนดูดีครับ แต่มันทําไม่ได้ในทางปฏิบัติ และสิ่งเหล่านี้ ไม่มีการชี้แจงอย่างชัดเจน และผมเรียนนะครับหลายโครงการในฐานะของกรรมาธิการ แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ตรวจสอบ ผมเรียนว่าผมไม่สบายใจ เพราะฉะนั้น ในโครงการทั้ง ๒ โครงการนี้มีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน โครงการเอสเอ็มแอล เดิม กับโครงการเศรษฐกิจพอเพียง แล้วก็ถ้าตั้งงบประมาณแบบนี้ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่ามันอาจจะเปึนบ่อเกิดของการทุจริต เกิดขึ้นก็ได้นะครับ

ปัญหาที่ผมหนักใจที่มันเกิดขึ้นอีกอันหนึ่งคือว่า เมื่อเช้าเราพูดถึงการ จัดเก็บเม็ดเงินงบประมาณที่เราตั้งวงเงินรายจ่ายประจําป้ไว้ ๑.๕ ล้านล้านบาท วันนี้มันคง เก็บไม่ได้ เราดูกัน เราคุยกันในกรรมาธิการว่ามันสงสัยจะได้สัก ๑.๒ ล้านบาท และ โครงการที่ถูกตัดคือโครงการไหน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่หายไปจะเปึนเงินเดือนหรือ เปึนสิ่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหรือ หรือเปึนโครงการเอสเอ็มแอล อย่างนี้ หรือเปึน โครงการอะไรสักอย่างหนึ่งที่มันหายไป วันนี้ความชัดเจนมันไม่มี และเม็ดเงินตรงนี้ลงไป นะครับ ผมถามว่าแล้วหมู่บ้านไหนจะได้เกณฑ์ เกณฑ์ที่หมู่บ้านนั้นจะได้ก่อน หมู่บ้านนี้ จะได้หลัง ผมว่าเกิดขึ้นแน่ ๆ เพราะผมเชื่อว่าเราจะไม่มีทางมีเม็ดเงินไปป่ดยอด งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ได้เลย ท่านใส่ไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท และ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเดิมจะได้ไหม ความชัดเจนผมว่าพวกเราก็ไม่มีกัน แล้ววันนั้นจะเกิด การถกเถียง บ้านฉันได้ บ้านฉันไม่ได้ คนนั้นได้ คนนี้ไม่ได้ ปัญหาความวุ่นวายจะเกิด เพราะฉะนั้นการตั้งงบประมาณ เอสเอ็มแอล ต้องมีความชัดเจนนะครับ แล้วก็ ในรายละเอียดทั้งหมดนี้ ถ้าอาชีพฉันได้ อาชีพคุณไม่ได้ ผมได้ คนนั้นไม่ได้ ตรงนี้แตกแยก แน่นอนเลย วัตถุประสงค์ของ เอสเอ็มแอล เดิมเพื่อให้ประชาชนเคารพในความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน ให้แก้ปัญหาในหมู่บ้านของตนเอง ไปประชุมกันเองสิว่าจะเอาอะไร คุยกันเอง ว่ากันเอง เราไม่ยุ่ง เราถือว่าเราเคารพในความคิดเห็น แต่ถ้าปล่อยส่วนราชการ กําหนดหลักเกณฑ์อย่างนี้ขึ้นมาผมว่ามีปัญหา และจะก่อให้เกิดความแตกแยก แล้วจะมี ปัญหาในการบริหารราชการแน่นอน แล้ววันนั้นอย่าหวังนะครับจะได้คะแนนเสียง ผมว่า มันจะติดลบมากกว่านะครับ นี่คือความห่วงใยในฐานะของผู้แทนราษฎรที่ผมอยากจะ นําเรียนท่านประธานผ่านไปถึงทางรัฐบาล แล้วก็ผมอภิปรายเพื่อที่จะขอเปลี่ยนชื่อ โครงการ แต่ว่าพอมาถึงตรงนี้ผมก็ต้องเรียนว่าไม่กล้าให้เปลี่ยนชื่อโครงการ เพราะผมคิดว่า มันเปึน ๒ เรื่องที่ไม่เหมือนกัน วัตถุประสงค์แตกต่างกันชัดเจน เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะใช้โครงการ เศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กรอบแบบนี้นะครับ ท่านตั้งชื่อใหม่เลย อย่าตั้งเปึนโครงการ เอสเอ็มแอล และอย่าเอาโครงการเอสเอ็มแอล ทั้งเดิมและของใหม่มาปนกัน แล้วป้หน้า เราจะเห็นผลที่ชัดเจนว่า เอสเอ็มแอล ตามกรอบเดิม ตามรูปแบบเดิมที่ผ่านงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ไม่มีกรอบ เคารพความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจ เองได้ ดําเนินการเองได้ แล้วเอาไปพัฒนาหมู่บ้านตนเองได้ตามความคิดเห็นของคน ส่วนใหญ่นั้น กับ เอสเอ็มแอล ที่ถูกกําหนดกรอบต้องเปึนอาชีพ ต้องทําโน่นต้องทํานี่ อนุรักษ์พลังงาน และมีจุดอ่อนอย่างที่ผมนําเรียน เราจะได้เห็นเลยว่าแนวคิดทั้ง ๒ โครงการนี้อะไรดีกว่ากันนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทางรัฐบาลชัดเจนนะครับว่า เอาอย่างไร จะจับมันผสมกันหรือว่าจับมันแยกออกจากกันและพิสูจน์ในป้หน้าอะไรมัน ถูกต้อง แต่ผมคิดว่าวันนี้ผมก็อภิปรายโดยเหตุโดยผล แล้วก็นําเรียนต่อรัฐบาลผ่าน ท่านประธานไปว่าน่าจะมีการทําให้ชัดเจน แล้วทั้งหมดนี้ฝากผ่านท่านประธานไปถึง รัฐบาลอีกนิดว่าจริง ๆ นะครับ ผมอยากให้ส่วนราชการทําให้ชัดเจน หลักเกณฑ์ วิธีการ วัตถุประสงค์ที่ตอนที่เราชี้แจงงบประมาณที่มันหลวม ๆ อย่างนี้ อย่าให้มันเสียหายก่อน แล้วมาตรวจสอบเลย ให้เขาชี้แจงให้ชัดเจนและจะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน มากกว่านะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีผู้ที่จะอภิปรายอีก ๔ ท่านนะครับ เชิญคุณสมคิด รวบรัดหน่อยนะครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะอภิปรายสั้น ๆ เพื่อเสนอแนะนิดหน่อยนะครับ สําหรับงบประมาณในหมวดนี้ นะครับ ผมจะขออภิปรายชี้แนะว่าเพื่อให้รัฐบาลนําไปปฏิบัตินะครับ ในกรณีที่มีการ ประชาคม โดยใช้ประชาชนในหมู่บ้านหรือชุมชน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปนะครับ ตามที่เคย ปฏิบัติมา อย่างภาคอีสานของเราโดยปกติหลังจากฤดูเก็บเกี่ยวแล้วเขาก็เข้าทํางาน ที่กรุงเทพฯ หรือที่เมืองใหญ่ ทําให้ประชาชนในหมู่บ้านในชุมชนนั้นไม่เพียงพอที่จะ ทําการประชาคมนะครับ อยากให้ลดส่วนนี้ลงนะครับ อาจจะ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็แล้วแต่นะครับ เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

อีกอย่างหนึ่งข้อสังเกตเท่าที่ปฏิบัติในมาป้ที่แล้วนะครับ เมื่อชาวบ้านเขามี การประชาคมว่าจะปฏิบัติงานหรือพัฒนาอะไรในชุมชนในหมู่บ้านของเขาแล้ว ปรากฏว่า โครงการต่าง ๆ ที่เขาจัดทํามานี้ไม่ค่อยได้รับการตอบสนองนะครับ เพราะว่าถ้าโครงการนี้ ไม่ได้รับการปฏิบัติตามคําชี้นําของทางราชการแล้ว จะไม่ค่อยได้ประสบผลสําเร็จนะครับ เพราะว่าผู้มีอํานาจระดับอําเภอ ระดับสูงขึ้นไปนี้จะไม่ผ่านโครงการนี้นะครับ ก็อยาก เสนอแนะว่าทําอย่างไรเราถึงจะสร้างเปึนระเบียบของประชาคมในโครงการนี้นะครับให้ เปึนระเบียบทั่วประเทศเลยว่า เมื่อมีระเบียบแล้วให้ปฏิบัติตามระเบียบ เมื่อปฏิบัติตาม ระเบียบต้องกําหนดโทษไว้ด้วยว่า ถ้าไม่ปฏิบัติตามประชาคมที่ชาวบ้านเขาต้องการ แล้วเราจะลงโทษข้าราชการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพราะเท่าที่เปึนมานี้เกือบ ทุกจังหวัด ไม่ว่าแต่จังหวัดผมอยู่ก็ตามนะครับ จังหวัดอื่น ๆ ก็คล้าย ๆ กัน คล้าย ๆ ว่า ราชการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณของชาวบ้านมากเกินไป ทําให้ชาวบ้านเขา ไม่ได้ปฏิบัติงานตามที่ต้องการนะครับ เพราะฉะนั้นหลัง ๆ มานี้โครงการนี้รู้สึกมัน เปลี่ยนไป เพี้ยนไปนะครับ รู้สึกว่าผู้ปฏิบัติราชการหรือผู้มีอํานาจทางราชการไปมีส่วน ได้เสียกับโครงการเสียด้วยซ้ํา นี่นะครับอันนี้เปึนข้อสังเกตอยากให้ทางรัฐบาลได้ดูจุดนี้ นะครับ ดูแลจุดนี้ว่าเมื่อชาวบ้านเขามีประชาคมแล้วเขาทําโครงการแล้วนะครับ บางแห่ง บางจังหวัดบางอําเภอนี่จะรวมไว้ที่ศูนย์แห่งเดียวเลยว่า ต้องผ่านตรงนี้ ถ้าไม่ผ่านแบบนี้ จะไม่ผ่านให้ แล้วก็มีลักษณะว่าผู้รับราชการหรือผู้มีอํานาจในราชการนั่นรู้สึกจะไป รับเหมาด้วยนะครับ รับเหมากับโครงการนี้ด้วย อันนี้หลาย ๆ จังหวัดไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้นมันถึงเกิดการปฏิบัติงานไม่ตรงกับที่ประชาคมเขาต้องการนะครับ ลักษณะ เชิงรับเหมาเปึนอําเภอเปึนจังหวัดอย่างนี้ครับ คนที่ได้ก็เหมือน ๆ กับแบ่งงบประมาณ ไปให้ทางราชการเขาไปทํามาหากินกันอย่างนี้ครับ อันนี้ก็ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ กระผม ก็ขอเสนอแนะไว้เพียงเท่านี้นะครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ รักษาเวลา ได้ขนาดนี้ก็ไปได้ ต่อไปคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ ผ่านไปนะครับ คุณนวัธเชิญครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ผมเองนั้นได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณนะครับ แต่ที่จริงแล้ว ผมไม่ได้ติดใจประเด็นนี้ครับ แต่ผมติดใจตรงที่ว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านประธานบอกว่าเปึนคน สุดท้าย ผมจึงลุกแล้วยกมือขึ้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็สงสัยว่าท่านเปึนคน สุดท้ายถ้าอย่างนั้น

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

จริง ๆ นี่นะครับ เพราะว่า ท่านประธานก็พูดอย่างนี้ผมก็สงสัย ผมง่วงหรือท่านประธานง่วงนอนเท่านั้นเอง แต่ผมว่า ผมหนุ่มไม่ง่วงนอน ผมเห็นท่านประธานนั่งหลับตาตั้งหลายครั้งบนบัลลังก์น่ะท่านประธาน ด้วยความเคารพนะท่านประธาน ท่านประธานเบรกผมเรื่อย ผม ส.ส. ใหม่ท่านประธาน ไม่เข้าใจ สงสัยผมจะยกมือถามท่านประธานทันที

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาเลยครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานก็จะต้องให้เกียรติ ผมในฐานะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

เสียงคนละ ๑ เสียงเหมือนกัน ท่านประธานให้เกียรติผม ผมจะเรียกว่า ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นถ้า ท่านประธานไม่ให้เกียรติผม ต่อไปผมจะเรียกท่านประธานเฉย ๆ นะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ดีแล้วครับ แค่ประธาน ผมก็ภูมิใจแล้วครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธาน ท่านประธานครับ จะไม่มีเคารพนะครับ ต่อไปจะท่านประธานนะครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้เสมอต้นเสมอปลาย ก็แล้วกันครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข ขอนแก่น

ครับ ผมบอกว่าผมไม่ติดใจแล้ว นะครับ ก็เลยไม่ได้พูดต่อนะครับ เพราะว่าผมไม่ใช่คนที่พูดเหมือนกับถ่มน้ําลายแล้วก็ กลืนกลับไปคงไม่ใช่นะครับ เพราะฉะนั้นผมพูดแล้วผมก็ทําตามนี้นะครับ ก็ขอพูดเท่านี้ครับท่านประธาน ไม่ติดใจครับ ก็ฝากท่านประธานว่าวันหลังท่านประธาน ช่วยบอกย้ํา อย่าเพิ่งย้ําแบบนั้นนะครับว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมก็เสียสิทธิในการ อภิปรายสิครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เสมอต้น เสมอปลายนะครับ ต่อไปท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ ไม่ติดใจนะครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

ไม่ติดใจครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่ติดใจก็ขอบคุณครับ ก็ถือว่าการอภิปรายก็สิ้นสุดนะครับ ก็ขอป่ดการอภิปรายนะครับ ท่านเทอดพงษ์มีอะไร ไหมครับ ป่ดอภิปรายแล้วครับ เชิญครับ

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน กรรมาธิการครับ ผมต้อง เรียนว่างบประมาณที่จัดกันในที่เราได้พิจารณากันนี้นั้น มันเปึนงบประมาณเพิ่มเติม เพราะว่าเปึนงบอยู่ในช่วงที่เราจะเอามาเพิ่มเติมนั้นเพื่อจะนํามากระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นงบประมาณมีจํานวนไม่มากนักนะครับ มีจํานวนแค่ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เมื่อเทียบกับงบใหญ่แล้วมันนิดเดียวถ้าเทียบกันไปนะครับ เพราะฉะนั้นพอเวลาพวกเรา ไปพิจารณา ไปประชุม ไปดูในรายละเอียดกันในฐานะกรรมาธิการ เราก็ดูว่าเงินแต่ละอันนั้น ก็มีความจําเปึนนะครับ แล้วก็มีความจําเปึนกันอย่างจริง ๆ เพราะฉะนั้นเลยไม่ได้ตัด อะไรเอาไว้ ซึ่งโดยจริง ๆ แล้วเราก็ได้พิจารณากันในรายละเอียดทั้งหมด แล้วก็เห็น ความจําเปึนอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นต้องถือว่าที่ไม่ได้ตัดอะไรกันไปได้เลยนั้น ไม่ได้หมายความว่าเพราะว่าไปนั่งทํากันเฉย ๆ แล้วก็ไปดูกันเฉย ๆ แต่เพียงว่าพิจารณา กันทั้งหมดแล้วเห็นความจําเปึนที่น่าจะนํามาใช้โดยเร่งด่วน เพื่อไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงระยะที่เรามีปัญหาอย่างนี้

ผมเรียนว่าในประเด็นของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับหมู่บ้าน ชุมชนนี่นะครับ หรือ เอสเอ็มแอล นั้น อย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายเอาไว้ว่าโครงการนี้ มีมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ถ้าพูดกันตรง ๆ นั้นก็ตั้งแต่สมัยท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็ใช้ชื่อโครงการเริ่มต้นนั้นชื่อว่า โครงการพัฒนาศักยภาพ หมู่บ้านและชุมชนเอสเอ็มแอล นั่นเองนะครับ ต่อมาในป้ ๒๕๕๐ นั้น พอมาถึงรัฐบาล ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ โครงการก็เปลี่ยนชื่อจริง ๆ อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดเอาไว้ เปึนโครงการพัฒนาหมู่บ้านชุมชน มาเพิ่มเอาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงหรือว่า พพพ. ที่ว่านั้นนะครับ นั่นก็ต้องถือว่าก็เปึนโครงการที่มุมมองของรัฐบาลนั้นมองไปในมุมอย่างนั้น นะครับ เพราะว่าแต่ละรัฐบาลก็โทษกันไม่ได้นะครับ ก็อาจจะมองกันไปคนละอย่าง อาจจะมองไปคนละมุมกัน

ต่อมาถึงท่านสมัคร สุนทรเวช ป้ ๒๕๕๑ ก็ใช้ชื่อว่า โครงการพัฒนา ศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเอสเอ็มแอลนะครับ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นี่ในยุคของท่านสมัคร ชื่อก็เปลี่ยนอีกเหมือนกัน ก็ปรับกันเพิ่มไปเรื่อย

พอมาถึงในป้ ๒๕๕๒ หรือว่าที่เรากําลังพิจารณากันอยู่ปัจจุบันนี้นะครับ ก็มาใช้ชื่อว่า โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ผมเรียนว่าจริง ๆ ที่เปลี่ยน กันไปนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่ามันเปึนมุมมองของรัฐบาลของแต่ละรัฐบาลนะครับ ว่าจะเน้น จะดูกันในแต่ละรัฐบาลนั้นอย่างไร รัฐบาลต้น ๆ นั้นที่เริ่มต้นมานั้นก็ต้องถือว่าเปึน โครงการที่ดีที่ได้มีการสนับสนุนกันมาโดยตลอด ก็มองเห็นว่าเพื่อจะพัฒนาศักยภาพของ หมู่บ้านและชุมชนก็ว่ากันไปมุมมองนั้นนะครับ รัฐบาลต่อมาเขาก็มีมุมมองของเขา อาจจะเรื่องเดียวกันนี่นะครับ เรื่องทํานองเดียวกันนี้ แต่ว่าการมองจุดประเด็นสําคัญ ๆ ของแต่ละจุดนั้นอาจจะแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นในรัฐบาลนี้นี่นะครับก็ไม่เห็นว่าการที่จะ เน้นในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เพื่อจะพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนอะไรก็ว่ากันไปในมุมมองนั้นนะครับ รัฐบาล ต่อมาเขาก็มีมุมมองของเขา อาจจะเรื่องเดียวกันนี่นะครับ เรื่องทํานองเดียวกันนี้แต่ว่า การมองจุดประเด็นสําคัญ ๆ ของแต่ละจุดนั้นอาจจะแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นในรัฐบาลนี้ ก็มีความเห็นว่าการที่จะเน้นในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้น สําหรับหมู่บ้านเปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องที่ต้องถือว่าเน้นเปึนประเด็นสําคัญ เพราะฉะนั้นก็เลยใช้ชื่อว่าโครงการเศรษฐกิจ พอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน เพราะในแต่ละชุมชนบางแห่งก็อาจจะแตกต่างกันนะครับ บางแห่งก็อาจจะมีสภาพการณ์ต่างกัน เพราะฉะนั้นมองจากรัฐบาลนี้การใช้ชื่อนี้มันขึ้นอยู่กับ มุมมองของแต่ละรัฐบาลที่มีกันอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นในแนวทางอันนี้ผมคิดว่าจะใช้ชื่อ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าทุกท่านที่เปึนผู้แทนราษฎรก็คงพูดได้เหมือนกันหมดนะครับว่า ชื่อจริง ๆ ที่เอ่ยกันมาทั้งหมดนี่ เรียกกันไม่ค่อยถูกนะครับ เรียกกันจริง ๆ ก็คือว่าโครงการ เอสเอ็มแอล เกือบจะทุกแห่งก็เรียกกันอย่างนี้ทั้งนั้น ไปที่ไหนเขาก็พูดกันว่าโครงการอะไร โครงการเอสเอ็มแอล คณะกรรมการอะไร คณะกรรมการของ เอสเอ็มแอล ก็อยู่ในหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้ก็ยังพูดกันอยู่อย่างนี้ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็ถือว่าจริง ๆ แล้ว โครงการเอสเอ็มแอล มันก็เหมือนกับเปึนโลโก้สําคัญอยู่แล้ว แต่รายชื่อจริง ๆ จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม คนก็ยัง ยืนยันชื่ออย่างนี้กันอยู่นะครับ แต่ว่าการที่จะใช้ชื่อในทางราชการให้เต็มนั้นมันขึ้นอยู่กับ ว่ารัฐบาลนี้จะมองกันอย่างไร ในอนาคตอาจจะมีรัฐบาลข้างหน้าอีก รัฐบาลข้างหน้า ก็อาจจะมองอีกอันหนึ่งครับ อาจจะไม่ได้คิดถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงก็ได้ แต่ว่าโครงการ อันนี้อาจจะยังมีอยู่ในรัฐบาลต่อไปโน้น ๆนะครับ เพราะฉะนั้นอาจจะชื่ออะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าประเด็นสําคัญก็ยังจะยืนยันในโครงการที่คนพูดกันทั่วไปนะครับ ก็คงจะเรียกว่า โครงการเอสเอ็มแอล เหมือนเดิมนั่นแหละ ที่ผมพูดนี่ผมพูดอย่างเปึนกลาง ๆ ว่า จริง ๆ แล้ว โครงการเหล่านี้เราทําไป เพราะขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะมองกันอย่างไร แต่แนวทางของ โครงการนั้นก็คงจะเปึนอย่างที่ได้ทราบนะครับ คือโครงการเอสเอ็มแอล ที่ดําเนินการกันอยู่ อย่างที่ได้เห็นกันนั้นนะครับ

ทีนี้ในส่วนอื่นนั้นมีในประเด็นต่าง ๆ ที่อย่างยกตัวอย่าง ผมขอเรียนว่า มีคนถามว่าการจะจัดในโครงการเอสเอ็มแอลนี้จะมีกันทุกหมู่บ้านอะไรหรือเปล่า จะมี หมู่บ้านกี่หมู่บ้าน จะมีอย่างไรนี่นะครับ จริง ๆ ต้องเรียนว่าทํากันทุกหมู่บ้านนะครับ แล้วเขาก็จะจัดลําดับหมู่บ้านในระดับต่าง ๆ แต่ละรัฐบาลอาจจะแตกต่างกัน แต่ในรัฐบาลนี้ ได้จัดเอาไว้ใน ๗ ระดับ ใน ๗ ขนาด เพราะฉะนั้นใน ๗ ขนาดนี้ก็จะเรียงกันไว้อย่างที่ ท่านกรรมาธิการชลน่าน คุณหมอชลน่านนั้นได้เล่าเรียงให้ฟังแล้วว่า ใน ๗ ระดับนั้น มีอะไรบ้างนะครับ ตั้งแต่ ๑ หลังคา จนถึง ๕๐ หลังคา จาก ๕๑ หลังคา ถึง ๑๕๐หลังคา อะไรนี่ครับ ก็เรียงกัน ๑ ขึ้นไป เพราะฉะนั้นเราจะมีอยู่ในทุกหมู่บ้านนะครับ เพียงแต่ว่า หมู่บ้านใหญ่ หมู่บ้านเล็ก ผมเรียนว่าอย่างท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ท่านอาจจะกังวลว่า หมู่บ้านมันอาจจะไม่กระจายไปได้ทั่วนะครับ หมู่บ้านอย่าง ๑๕๑-๕๐๐ หลังคา อาจจะ มีไม่มาก ที่ท่านเปึนห่วงอย่างนั้นนะครับ หรือว่าอย่าง ๕๐๐-๑,๐๐๐ หลังคา จะมีไม่มาก จริง ๆ ก็มีตัวเลขไว้หมดนะครับ ตัวเลขตรงนี้กลายเปึนตัวเลขที่เยอะที่สุดครับ คือในช่วงที่ ๒๕๑-๕๐๐ หมู่บ้านจะได้งบประมาณส่วนนี้ ๔๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ จะมีอยู่ ๒๑,๐๐๐ หมู่บ้าน ส่วน ๕๐๑-๑,๐๐๐ หมู่บ้านซึ่งจะได้อยู่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท นั้นจะมี อยู่ ๓๐,๙๘๐ หมู่บ้าน ที่ผมอ่านเฉพาะ ๒ อันนี้ เพราะว่าตรงนี้ใหญ่สุดครับ นอกนั้นก็จาก ๑,๐๐๐ หมู่บ้านขึ้นไปก็จะลดลงมาแล้ว หรือว่าจะต่ํากว่า ๒๕๐ หมู่บ้านลงไปนี่ ก็จะน้อยลงไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกลุ่มตรงนี้จะเปึนกลุ่มใหญ่สุดนะครับ

นอกจากนั้นหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้คุยกันไว้ที่ท่านเจริญได้สอบถามมาว่า ทั้งหมดจะกําหนดกันอย่างไร อะไรต่าง ๆ นั้น รวมทั้งต้องรวมไปถึงท่านวรวัจน์ที่ได้พูดถึงว่า หลักเกณฑ์ต่าง ๆ นี้จะเปึนกันอย่างไร จริง ๆ ท่านก็อยู่ในคณะกรรมาธิการ ผมเรียน นิดหนึ่งนะครับว่า แต่ก่อนนั้นในเอกสารที่เราได้มา เอกสารนี้เปึนเอกสารชี้แจงของ คณะกรรมาธิการ พอเอาเข้ามาแล้วเราก็มีการพูดคุยกัน จริง ๆ กรรมาธิการจากฝ์ายค้าน จะเปึนผู้พยายามที่จะซักถามเยอะนะครับ จนเจ้าหน้าที่คนที่ดําเนินการเรื่องเหล่านี้ ได้ชี้แจงออกมาไว้เยอะนะครับ เพราะจริง ๆ ขั้นตอนต่าง ๆ นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเยอะ จากที่ได้พูดได้ฟังด้วยนะครับ จากที่ได้ดูกันทั้งหมด อย่างเช่น เขาบอกว่าแต่ก่อนนั้นเราจะใช้ ประชาคมหมู่บ้าน เราจะใช้คนตั้งแต่อายุ ๑๕ ป้ ขึ้นไป ทั้งหมดของหมู่บ้านมีเท่าไรจะต้อง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เอามาประชุมกัน แล้วก็มาลงมติกัน มาลงว่าจะเอาโครงการอะไรต่าง ๆ ทีนี้บอก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนนี้มันยากจริง ๆ ไม่ง่ายเท่าไรนะครับ เพราะว่ามันต้องใช้ คนจํานวนมาก แต่ว่าในตอนหลังนี่เปลี่ยนใหม่ครับ บอกว่าจะขอเอาไปเปึนว่า ตัวแทน ครัวเรือนละ ๑ คน แล้วก็ขอ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนครัวเรือน จํานวนก็น้อยลงไปเยอะ ครับ เพราะฉะนั้นก็สามารถที่จะทําให้มีการประชุมได้ง่ายขึ้นนะครับ นอกจากนั้น การอนุมัติต่าง ๆ เมื่อมีการประชุมกันเสร็จแล้ว เมื่อก่อนไปทางอําเภอ อําเภอก็จะมีปัญหา เยอะครับ เอาบ้าง ไม่เอาบ้าง อะไรต่าง ๆ แต่ว่าในตอนหลังนี้ก็จะแก้ไขว่า ต่อไปนี้อําเภอ ไม่มีสิทธิจะไปหยุดยั้งโครงการต่าง ๆ เหล่านี้เขาได้ แล้วก็จะดําเนินการได้ อันนี้ก็จะทําได้ ง่ายยิ่งขึ้นนะครับ จริง ๆ ก็ยังมีรายการอื่น ๆ อีกพอสมควรนะครับ แต่ผมคิดว่าทั้งหมด ทั้งหลาย ประเด็นสําคัญก็อยู่ในส่วนนี้ละครับว่าทั้งหมดนั้นทุกหมู่บ้านครับที่จะได้รับ ในโครงการนี้ แล้วพวกเราก็คงจะตามดูกันอยู่นะครับ เพราะว่าผมเชื่อว่าผู้แทนราษฎร ทุกคนก็ตามดูโครงการเอสเอ็มแอลนี้อยู่กันทุกทุกแห่งว่าเขาจะทําอะไรกันบ้าง ผมก็ถือว่า ผมขออนุญาตชี้แจงในส่วนตรงนี้เท่านี้นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าพอสมควรกระมัง ครับ พอสมควร เพราะมันมีมาตราอื่น ก็ไม่มีอะไรพาดพิงนะครับ คุณวรวัจน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ซักถามนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ผมว่าพอสมควร คุณวรวัจน์ ดูเวลาก็แล้วกันนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขอฟังคํายืนยันว่า ตกลงว่าเกณฑ์ไม่ครอบใช่ไหมครับ ให้อิสระ พี่น้องประชาชน เคารพความคิดเห็นโดยคิดเองทําเองใช่ไหมครับ เกณฑ์ที่ถูกกําหนดไว้ ในเอกสารฉบับนี้จะไม่มีใช่ไหมครับ เพราะเวลาผมไปชี้แจงพี่น้องประชาชนก็จะได้บอกว่า เปึนอิสระของพี่น้องประชาชน ไม่มีกฎเกณฑ์ครอบไว้เหมือนอย่างตอนที่ช่วงก่อน ถูกต้อง ไหมครับ แล้วก็การได้เงิน เพราะว่าที่ผมอภิปรายไป คือ ๑๕,๐๐๐ บาท ที่อยู่ ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ กับ ๑๕,๐๐๐ บาท ที่เราตั้งงบประมาณเพิ่มเติม ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ อาจจะไม่มีเงินก็ได้ เพราะฉะนั้นการลําดับก่อนหลังจัดทําอย่างไร พอจะมี ข้อมูลไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ พอแล้วครับ คุณวิชาญพอแล้วกระมังครับ ท่านก็พูดมากแล้ว

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธานครับ บังเอิญเมื่อสักครู่ท่านประธานเรียกนี่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เรียกแล้วก็ผ่านไปแล้ว เพราะท่านไม่อยู่ในห้องประชุม

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ผมเมื่อสักครู่ทําธุระครับ รับประทานอาหารอยู่ครับ ขออนุญาตท่านประธานสั้น ๆ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เห็นใจ เอาไว้มาตราอื่น ดีไหมครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

คือมาตรานี้สําคัญครับ เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับในส่วนของกรุงเทพมหานครครับ ขออนุญาตท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือเมื่อสักครู่ผมเสนอ เรียนต่อที่ประชุมป่ดอภิปรายแล้วนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมเอง มีการแปรในส่วนของญัตติไว้นะครับ ดังนั้นก็ต้องใช้สิทธิได้ แต่เมื่อท่านประธานเรียกนี่ ผมเดินเข้ามา บังเอิญมันผ่านไป โดยเฉพาะกรรมาธิการได้ตอบ แต่ไม่ได้ตอบในประเด็น ที่ผมจะขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อซักถามครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ซักถามได้ แต่ผม ไม่อนุญาตให้ตอบนะครับ ถือว่าป่ดอภิปราย แต่ว่าให้เกียรติท่านเพื่อจะได้บันทึกไว้ เปึนหลักฐาน เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ก็ขออนุญาตท่านประธาน ครับ คือในส่วนของงบประมาณในมาตรา ๕ ผมได้ดําเนินการในเรื่องของการแปรญัตติไว้ เพื่อปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ส่วนหนึ่งนั้นเกณฑ์ต่าง ๆ ในส่วนของการอนุมัติโครงการ ผมเห็นด้วยครับ เพราะว่าเปึนโครงการที่ดี แล้วก็ทําต่อยอดมา แล้วก็ได้รับความร่วมมือจากพี่น้อง ประชาชนในการใช้จ่ายงบประมาณอย่างการมีส่วนร่วม แต่ส่วนต่าง ๆ ที่กล่าวถึงนะครับ ในส่วนของการกําหนดหลักเกณฑ์ออกเปึน ๑-๗ ทุกเกณฑ์นี่เปึนเกณฑ์ที่ทางรัฐบาลเอง จัดทําขึ้นมา ผมยังสงสัยครับว่าใน ๖๕,๐๐๐ ชุมชนหรือหมู่บ้านนี่นะครับ มันมีรวมอยู่ ในกรุงเทพมหานครด้วยหรือเปล่า เพราะวันนี้งบประมาณส่วนหนึ่งดูจากในงบรายจ่าย เพิ่มเติม ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีเงินงบประมาณที่ลงมาเติมให้กับกรุงเทพมหานคร หรือไม่มี ความจําเปึนในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเรื่องของงบในมาตรา ๕ นั้น เกณฑ์ต่าง ๆ ที่กําหนดมามันรวมถึงหลักเกณฑ์ที่จะมาใช้ในกรุงเทพมหานครหรือเปล่า เพราะว่าถ้าจะเอาในส่วนของชุมชนต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ทั้งกรุงเทพมหานคร และส่วนของการเคหะแห่งชาติบวกกันอยู่ประมาณเกือบ ๗,๐๐๐ ชุมชน ถามท่านประธาน ครับว่าคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครนั้นมีจํานวนตามสํามะโนประชากรนั้นประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ แต่จํานวนผู้ที่มาอยู่อาศัยแล้วก็ทํางานในกรุงเทพมหานคร แล้วก็มี ภูมิลําเนาอยู่ต่างจังหวัดมาใช้เงินภาษีอากรอีกประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ดังนั้น ในการจําแนกในเรื่องของการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่กําหนดเปึนในเรื่องของจํานวน ครัวเรือนหรือจํานวนประชากรนั้นผมเห็นด้วย แต่กรุงเทพมหานครไม่เคยได้รับเงิน งบประมาณเลย ดังนั้นในครั้งนี้ถือว่าเปึนงบที่จะมาใช้จ่ายแล้วกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับ พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานคร ผมอยากจะขออนุญาตว่ากรรมาธิการได้มีการ สอบถามในเรื่องดังกล่าวหรือเปล่า กับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงหลักเกณฑ์และวิธีการ จัดทําในเรื่องของวิธีการที่จะเตรียมงบประมาณดังกล่าวให้กับพี่น้องในกรุงเทพมหานคร ท่านประธานบอกว่าจะตอบหรือไม่ตอบ ผมเองนั้นค่อนข้างที่จะสงสัยว่า ถ้าอย่างนั้น ในฐานะที่เปึน ส.ส. ที่อยู่ในสภาแล้วก็เปึนตัวแทนพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ถ้า ท่านประธานบอกว่ากรรมาธิการซักถามหรือไม่ซักถาม ผมถือว่าเปึนประเด็น แสดงว่า กรรมาธิการเองไม่ได้ให้ความสนใจกับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ท่านนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนามครับ เพราะท่านนั่งอยู่ ท่านเองก็เปึนตัวแทนของชาวกรุงเทพมหานคร แล้วก็เปึนผู้นําในส่วนของรัฐบาลเอง ในเรื่องของงบประมาณดังกล่าวตรงนี้นะครับ ผมพูด หลายหมวดมาตรา แล้วก็ชี้ให้เห็นว่ามันไม่มีงบประมาณที่จะลงมาสู่พี่น้องประชาชน ชาวกรุงเทพมหานครโดยตรง ไม่ว่าเรื่องถนนปลอดฝุ์นที่กําลังจะพูดในมาตราต่อไป หรือแม้กระทั่งเรื่องแหล่งน้ําต่าง ๆ ก็ไม่มี ก็อ้างเสมอครับบอกว่าเปึนส่วนของงบประมาณ ที่จัดทําขึ้นมา และไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทางกรุงเทพมหานคร แต่จริง ๆ แล้ว ในชุมชนต่าง ๆ นะครับ โดยเฉพาะรอบนอกถ้าบอกว่าจะวัดในเรื่องของชุมชนว่ามี ความเปลี่ยนแปลงต้องการเงินพัฒนาหรือเปล่านี่ ผมให้ไปดูเขตรอบนอกครับ อย่าง เขตหนองจอก เขตลาดกระบัง เขตมีนบุรีฝัืงตะวันออก แม้แต่ฝัืงตะวันตกก็คล้ายกันครับ ก็ถามเพื่อนสมาชิกที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้กระทั่งเขตชั้นในที่มี ความแออัดต้องการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ผมอยากจะสอบถามท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการว่า มีการกําหนดหลักเกณฑ์หรือเปล่า และมีการสอบถามในเรื่องดังกล่าว หรือเปล่า คงไม่ใช้เวลามากละครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเทอดพงษ์สั้น ๆ นะครับ เพราะยาวเราจึงยาวไปอีก

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ กรรมาธิการ

สั้นนิดเดียวครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดเดียว ท่านเทอดพงษ์ได้ตอบทีเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาตรบกวนเวลาสภา แห่งนี้ครับท่านประธาน ผมขอถามสั้น ๆ ครับท่านประธานครับ ในเรื่องของหลักเกณฑ์ ของคนที่จะมาประชุม โดยหลักเกณฑ์เดิมเราใช้ตั้ง ๗๐-๘๐ ของพี่น้องประชาชน ในหมู่บ้าน ตอนหลังเราก็มาลดลงเหลือหลังคาเรือนละ ๑ คน ตัวแทนในครัวเรือน ตามทะเบียนบ้าน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือน ก็ขอเปลี่ยนใหม่ได้ไหมครับ เปลี่ยนเปึน เกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็พอแล้ว เกินกว่ากึ่งหนึ่งของครัวเรือน เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎร เวลาเราประชุมเราก็ใช้เกินกว่ากึ่งหนึ่ง ทุกอย่างก็เกินกว่ากึ่งหนึ่ง ทีนี้ถ้าเกิดบอกว่าเราทําไมเหตุไฉนเรื่องของพี่น้องประชาชน เราทําไมถึงเอา ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่อย่างนั้นหลักการนี้เราก็ต้องมาใช้ในสภาเราด้วย ว่าสภาเราเวลาผ่านอะไรก็ต้อง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นเหมือนกัน เวลามาประชุมก็ต้อง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นเหมือนกัน คือที่พูดอย่างนี้ก็เพราะว่าเวลาเราจะใช้อะไร ทําอะไรมันต้องมี ที่มาที่ไป คิดอะไรมันก็ต้องเหมือนกัน พอสภาเหลือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พี่น้องประชาชน ชาวรากหญ้า พี่น้องประชาชนทั่วไปต้อง ๗๐ เปอร์เซ็นต์นี้ ไม่ยุติธรรมนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมขอที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ท่านประธาน ขอคําตอบด้วยว่าได้หรือไม่ได้อย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอีกแล้ว กรรมาธิการ เชิญนะครับ ตามอัธยาศัย

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิในฐานะที่ผมเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แล้วเสนอคําแปรญัตติเพิ่มเติม เอาไว้ในมาตรานี้ท่านประธานครับ เพื่อให้แก้ไขชื่อของโครงการ แต่หลังจากที่ผมได้ฟัง ท่านกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ อดีตรัฐมนตรีเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ได้ชี้แจง ท่านประธานครับ ดูเสมือนว่าคงไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขนั้นในร่างมาตรา แต่เท่าที่ท่านฟัง ท่านได้ชี้แจงผมเองต้องกราบขอบคุณท่านนะครับ ที่ท่านยังเอาภาพ ความจริงในพื้นที่มาบอกกับสภาแห่งนี้ว่า จริง ๆ แท้จริงแล้วคนส่วนใหญ่พี่น้องประชาชน รู้จักในนามโครงการเอสเอ็มแอล ทุกที่เหมือนกันครับ คล้ายกัน แต่ผมไม่อยากใช้ชื่อนั้น เพราะว่ามันเปึนชื่อ เสมือนชื่อทั่วไปที่ไม่ใช่เปึนทางการ เอาละครับ ในเมื่อท่านจะไม่เปลี่ยน ผมไม่ติดใจตรงนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานครับ

มีคําถามอีกข้อหนึ่งที่ผมทิ้งประเด็นเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องเม็ดเงินครับ เรื่อง เม็ดเงิน ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท งบกลางป้หรืองบเพิ่มเติมจะใช้ครอบคลุมทั้งหมดทุกหมู่บ้าน ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว คือ ๗๙,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านและชุมชน ท่านมาขมวดในเอกสาร ประกอบที่มาชี้แจงต่อกรรมาธิการนะครับว่า ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท จะไม่ครอบคลุม ทั้งหมด จะเหลือหมู่บ้านอีกซึ่งจะต้องใช้เม็ดเงินอยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ๖,๐๐๐ ล้านบาท บอกจะใช้งบของป้ ๒๕๕๒ ซึ่งตั้งไว้ต้นป้ ผมตรวจสอบเอกสารทั้งหมด ท่านประธานครับ มีงบประมาณที่ใช้เปึนของป้ ๒๕๕๑ ที่ตั้งไว้ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ครอบคลุมตามที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วในคําอภิปราย คือ ๖,๙๐๐ กว่าหมู่บ้าน ท่านประธานครับ มันมีข้อคําถามผมนะครับว่า แล้วงบกลาง ที่ตั้งไว้นี่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทหายไปไหน มันหายไปไหนครับ หายไปตั้ง ๙,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติมันมีข้อยืนยันในเรื่องของเม็ดงบประมาณตรงนั้นมาชี้แจงกับ พวกผม ผมดีใจครับ ผมรับไปชี้แจงแทนท่านด้วยว่าที่เราตั้งไว้มันเอามาใช้แล้ว ท่านเอง ตั้งเพิ่มอีก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ๑๕,๒๐๐ ล้านบาทในกลางป้นี่ รวมเบ็ดเสร็จแล้วมันเปึน ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท ครอบคลุม ถ้าเปึนอย่างนี้ผมยินดีครับที่จะนําไปชี้แจงไปอธิบายให้ พี่น้องประชาชน แต่ผมเกรงว่าขณะนี้คําถามผมตรงนี้จะมีเงินอยู่แค่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท นั่นหมายความว่าเราจัดเงินไม่ได้ใช่ไหมครับท่านประธานครับ สิ่งนี้เปึนสิ่งที่น่าห่วงนะครับ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท ผมไม่ถามละว่า มันเปึนเงินกู้ ผมไม่ติดใจละครับ นั่นเปึนเงินกู้เอาใส่ได้ ทันที เอาใส่ได้ทันทีเพราะท่านกู้มาจากการออกตั๋วเงินคลัง ท่านประธานครับ เรื่องนี้ คงต้องตอบพอสมควรเพื่อชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการครับ ผมเรียนจากเรื่องเงินนี้ก่อน แล้วกันนะครับว่า จริง ๆ นั้นเงินทั้งหมด ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท ที่ได้จัดในคราวนี้ ไม่ได้ หมายความว่าเอาไปทํากันทั้งหมด ๗๙,๔๐๐ กว่าหมู่บ้าน ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น นะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วมันจะมีหมู่บ้านที่ได้รับโอนเงินจากงบประมาณที่คุณหมอชลน่านพูด ไว้นั้นโอนไปแล้ว เสร็จเรียบร้อยแล้ว ๖๙,๔๖๑ หมู่บ้านชุมชน อันนี้โอนไปแล้วครับ เพราะฉะนั้นส่วนที่ยังไม่ได้โอนจะยังเหลืออยู่ คือหมายความว่าทําไม่เสร็จอะไรต่าง ๆ นี่ นะครับค้างอยู่ ไม่ได้เบิกเงินไปเลย ๙,๙๖๖ หมู่บ้านชุมชน เพราะฉะนั้นเงินที่ ๑๕,๒๐๐ ล้านบาทที่จัดมานี้นั้น ก็จะเอาไปดําเนินการคือ ๙,๙๖๖ ชุมชนอะไรนี่นะครับ ที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณของคราวที่แล้วเลยนี่นะครับ จะได้รับงบประมาณ เต็มตามเกณฑ์ เต็มตามเกณฑ์ก็คือว่า ถ้ามี ๒๕๐ อะไรก็ว่าไปนี่นะครับ จํานวนคน ๒๕๐ จะได้เท่าไร ๆ อันนั้นก็จะได้เต็มเกณฑ์ ส่วนอีก ๖๙,๔๖๓ หมู่บ้านชุมชนนี่นะครับ ก็จะได้รับอุดหนุนที่ได้รับไปแล้วนี่นะครับ จะได้รับจัดสรรกึ่งหนึ่งครับ คือไม่ได้รับทั้งหมด จะได้อีกกึ่งหนึ่งก็ได้เพิ่มขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นเงินจํานวนนี้ที่เอามาใช้ในการเพิ่มเติม ตรงนี้ อันนี้นะครับที่ว่าเงินทั้งหมดนี่คือรายละเอียดที่ได้สอบถามกันมานะครับ ทีนี้เมื่อกี้ที่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องกรุงเทพมหานคร

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ กรรมาธิการ

เรื่องของกรุงเทพมหานคร นะครับ ต้องเรียนว่าในชุมชนคือหมู่บ้านชุมชน เราจะจัดดําเนินการเรื่องเอสเอ็มแอล ทั่วประเทศนะครับ แต่ว่าชุมชนหรือว่าหมู่บ้านนั้นจะต้องเปึนไปตามประกาศของ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ถ้าไม่ได้อยู่ในประกาศนี้ก็คืออาจจะมีชุมชน เยอะแยะไปหมดนะครับ แต่ชุมชนพวกนั้นถ้าไม่ได้เปึนไปตามประกาศของ กรมการปกครองก็จะไม่ได้รับการจัดสรร แต่ถ้ามีอยู่แล้วได้รับการจัดสรรอย่างนี้หมดครับ จะได้อยู่ในการดําเนินการอย่างนี้หมด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงจะจบนะครับ พอสมควรแล้วครับ ก็ละเอียดพอสมควรแล้วนะครับหมอ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ เพื่อเปึน คํายืนยันในสภาแห่งนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากคําชี้แจงของท่านกรรมาธิการ ผมเอง ต้องกราบขอบคุณท่านนะครับ ในหลักเกณฑ์นั้นผมเข้าใจครับ ไม่ได้ใช้ทั้งหมด ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท ถ้าเอาโครงการในงบกลางป้นะครับ จะใช้ในหมู่บ้านทั้งหมดคือ ๖๔,๗๘๐ หมู่บ้านครับ ท่านแจงมาให้ผมแล้วอันนี้ผมเข้าใจ โดย ๙,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ให้เต็มตามหลักเกณฑ์เลย ๖๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านที่เคยได้ ป้ ๒๕๕๑ ได้ครึ่งหนึ่ง อันนั้น เข้าใจครับ แล้วตีออกมาแล้วได้ ๖๔,๗๘๐ หมู่บ้าน เม็ดเงิน ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท มันเหลืออยู่ที่ ๔,๖๘๓ หมู่บ้านและชุมชนครับท่านประธานที่ไม่ได้รับเงิน ๑๕,๒๐๐ ล้านบาท คําถามผมถ้าท่านยืนยันนะครับ ถ้าท่านประธานให้ท่านกรรมาธิการยืนยันบอกว่า ท่านจะ ใช้เงินของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ที่เราตั้งไว้ตั้งแต่ต้นป้คือ ๖,๐๐๐ ล้านบาท มาใช้ ในหมู่บ้านที่เหลือ ถ้าท่านยืนยันตรงนี้ ผมยินดีที่จะรับแล้วก็ไปตรวจสอบ และขอเพียงแต่ ท่านเองก็แจ้ง แจ้งสมาชิกมาว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทที่เราตั้งให้ต้นป้มันหายไปไหน ๙,๐๐๐ ล้านบาท คําถามผมตรงนี้มี ๒ นัยท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่างนี้ต้องให้ สตง. (สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) ไปตรวจครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

มันมี ๒ นัยท่านประธานครับ ผมเกรงว่าเงิน ๖,๐๐๐ ล้านบาท นั่นตรวจแน่นอนท่านประธานครับ ท่านประธานไม่ต้องห่วง หรอกครับ สตง. ยังไม่ตรวจครับ โดยเฉพาะประเด็นที่สมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในสภาแห่งนี้ ตรวจแน่ท่านประธานครับ ที่ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ ผมเกรงว่าเงินมันจะไม่หายแค่ ๙,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน มันจะหายทั้ง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท พอหายทั้ง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท หมู่บ้านที่ไม่ได้ ๔,๖๘๓ หมู่บ้านและชุมชนตรงนี้ มันจะไปตกพื้นที่ ที่ไม่ใช่พื้นที่ของพรรคที่เปึนรัฐบาลท่านประธานครับ ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนั้น กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปึนข้อสังเกตครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ฝากเลยครับ ถ้าท่านกรรมาธิการได้ตอบในเรื่องประเด็นชุมชนที่ไม่ได้รับแล้วก็ไม่ได้ ขึ้นทะเบียน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือความจริงผมยังไม่ได้ อนุญาตเลย ท่านก็พูดเลย ผมว่าช่วยนั่งลงก่อนเพราะท่านก็เปึนผู้อาวุโส เปึนถึงรัฐมนตรี ผมยังไม่อนุญาตเลย ท่านพูดเลย ผมว่าช่วยนั่งลงก่อน เพราะท่านก็เปึนผู้อาวุโส เปึนถึง รัฐมนตรี

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ไม่เปึนไรครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนั่งก่อน แล้วท่านยกมือขึ้น ผมก็จะได้เรียก ยกมือขึ้นครับ

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยกมือขึ้น)

เชิญครับ ท่านอดีตรัฐมนตรี ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอบคุณ ท่านประธานนะครับที่ทําตัวอย่างที่ดีนะครับในการดูแลข้อบังคับการประชุม ผมถือว่า ท่านประธานทําตัวอย่างที่ดี ขอให้ท่านทําตัวอย่างอย่างนี้ตลอดครับ ท่านประธานครับ เมื่อกี้นี้ทางกรรมาธิการได้ตอบถึงประเด็นที่ไม่สามารถที่จะให้งบประมาณกับชุมชน ในกรุงเทพมหานครทั้งหมดนะครับ เพราะว่าเกณฑ์ต่าง ๆ นั้นอาจจะไม่เข้าเกณฑ์ เพราะ ต้องขึ้นทะเบียนกับทางกรมการปกครอง ถ้าอย่างนั้นนะครับ ผมคิดว่ากรุงเทพมหานคร เปึนรูปแบบการปกครองพิเศษ ก็คงจะต้องฝากทางกรรมาธิการ ฝากท่านประธานแล้วก็ ทางกรรมาธิการไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี คงจะต้องกําหนดหลักเกณฑ์เพื่อที่จะให้เงิน ดังกล่าว ซึ่งเปึนเงินที่พี่น้องประชาชนทุกคนเองที่เสียภาษีอากรมีโอกาสที่จะได้รับนะครับ แล้วก็คิดว่าในโอกาสที่ทางกรรมาธิการเองได้แจ้งเงื่อนไขต่าง ๆ ก็คงจะขออนุญาตแจ้ง แล้วบันทึกไว้ในสภา เพื่อที่จะได้ติดตามว่าเงินงบประมาณดังกล่าวทั้งหมดนั้นสามารถที่ จะกระจายไปสู่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครได้หรือเปล่า ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็จบแล้ว นะครับ ต่อไปผมจะขอมติแล้วครับ แต่ว่าก่อนขอมติก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ เพื่อให้ครบตามตัวบทกฎหมายนะครับ เชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเข้าห้องประชุมครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านที่กําลังนอนหลับ ช่วยปลุกกันด้วยนะครับ ท่านที่อยู่ข้างนอกที่หลับก็ช่วยปลุกกันแล้วก็มานั่งประจําที่ นะครับ เมื่อนั่งเสร็จแล้วก็โปรดเสียบบัตรแสดงตนนะครับ เมื่อพร้อมแล้วนะครับ โปรดกรุณากดบัตรแสดงตนเลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ท่านใดยังไม่ได้กดบัตร แสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าได้กดบัตรแสดงตนกันทุกท่านแล้วนะครับ โปรดส่งผลแสดงตนมา มีผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๒๘๙ ท่านครับ ขอบคุณครับที่ตื่นมา ลงบัตรทันนะครับ

ต่อไปผมจะถามที่ประชุมในมาตรา ๕ ว่าท่านใดเห็นตามที่คณะกรรมาธิการ พิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... เสียงข้างมากนะครับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติทั้งคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและท่านผู้แปรญัตตินะครับ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย เชิญใช้สิทธิทุกท่านครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิเสร็จแล้วนะครับ เมื่อใช้สิทธิเสร็จแล้ว ท่านผู้ใดยังไม่ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ส่งผล จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๗๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๒๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๙ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๘ ท่าน ถือว่า

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับมีอะไรครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้เปึนกฎหมายที่สําคัญนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมยังไม่ได้ประกาศว่า ใครชนะ ใครแพ้เลย ท่านก็ลุกขึ้นแล้ว ช่วยกรุณานั่งลงก่อน ให้ผมเสร็จภารกิจนะครับ

ก็ถือว่าที่ประชุมนี้นะครับ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก นะครับ ก็ถือว่ายืนยันตามร่างเดิมนะครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ประท้วงหรือเปล่า นั่นนะ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ผมหารือท่านประธานครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๕ แล้วก็กฎหมายฉบับนี้ เปึนกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการเงิน เปึนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมดูตัวเลข ท่านประธานครับ เมื่อกี้โหวตขึ้นมา ๒๒๘ นะครับ ถ้าผมตั้งข้อสังเกตท่านประธานเฉย ๆ นะครับว่า ขณะนี้มี ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ๔๕๗ ท่าน กึ่งหนึ่งคือ ๒๒๙ ขณะนี้มาโหวตกัน มาตรา ๕ มี ๒๒๘ ผมไม่ทราบว่าจะขัดรัฐธรรมนูญหรือเปล่า ผมฝากท่านประธานด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนให้คุณพิษณุได้ ทราบนะครับ เสียงข้างมากเท่านั้นละครับ ไม่ใช่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญครับ ช่วยกรุณาไปอ่านตําราใหม่ครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานครับ ผมแค่ให้ ท่านประธานได้บันทึกไว้นะครับ เพื่อเปึนข้อสังเกตท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็เรียนแจ้งให้ท่านทราบ ก็ดีครับ ต่อไปจะต้องเกิน ๒๓๐ นะครับ ต่อไปเชิญเลขาธิการครับ มาตรา ๖

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๖ กระทรวงการต่างประเทศ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์ เชิญครับ

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ นครปฐม

ขอบคุณครับ ท่านประธานสภา ที่เคารพของผมนะครับ ผม นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครปฐม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานก็คงอาจจะคิดว่าผมนั้นเปึนผู้แทนใหม่นะครับ เพราะผมนั้นไม่เคยลุกขึ้นมาขออภิปรายถ้าหากว่าไม่จําเปึนจริง ๆ เลยนะครับในสภา อันยาวนานตั้งแต่ป้ ๒๕๓๑ อาจจะเปึนเพราะว่าอาจารย์ผมเคยสอนไว้ว่า คุณเผดิมชัย การเปึนผู้แทนราษฎรนั้น เรานับถือศาสนาพุทธ ให้รู้จักรักษาพรหมวิหาร ๔ ว่าต้องมี เมตตา กรุณา มุทิตา แล้วก็อุเบกขาไว้ ถ้าไม่จําเปึนจริง ๆ แต่ครั้งนี้จําเปึนจริง ๆ ครับ ออกอุเบกขานั้นคงจะไม่ได้เสียแล้ว ท่านประธานครับ ผมนั้นจําเปึนต้องทําหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยทั้งประเทศนะครับ ขอยกเว้นคนเดียวนะครับ คือนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนเดียวเท่านั้นจริงๆ ครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลนั้นได้เสนองบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... เข้ามา เพื่อเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้มีเอกสารเข้ามา ว่างบประมาณที่ขอเข้ามาจาก กระทรวงการต่างประเทศเพื่อเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ นั้น ได้เสนอ แผนงานที่จะฟุ๋นฟู แล้วก็เสริมสร้างความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจ โครงการฟุ๋นฟูความเชื่อมั่น และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยเปึนจํานวนเงินทั้งสิ้น ๓๒๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ความจริงแล้วเงินตรงนี้ถ้าเทียบไปแล้ว

(ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเผดิมชัยครับ มีผู้ประท้วง พรรคท่านเองประท้วงกันเองครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานครับ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน เมื่อสักครู่แล้วก็การลงคะแนน ที่ผ่านมานี้นะครับ ปรากฏว่าอยากจะขอตรวจสอบบางท่านนะครับว่าอยู่ในที่ประชุม หรือไม่ เพราะอาจจะมีการกดแทนกันได้ ขออนุญาตตรวจสอบท่านชยุต ภุมมะกาญจนะ พรรคกิจสังคม ว่าอยู่ในห้องประชุมหรือไม่ เพราะว่าปรากฏหลักฐานว่ามีการกด อยากจะทราบ ว่าขณะนี้ท่านที่เอ่ยนามนี้อยู่ในห้องประชุมหรือไม่ครับ ขออนุญาตท่านประธาน ได้ตรวจสอบด้วยครับผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชยุต อยู่ไหมครับ อาจจะเข้าห้องน้ํากระมังครับ เชิญคุณบุญยอด

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ผมว่าเรา ไม่เคยทําอย่างนี้กันมาก่อนครับ ท่านประธานผมขอให้ท่านประธานพิจารณานะครับว่า การตรวจสอบเราสามารถทําได้ในภายหลังนะครับ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการอภิปราย ก็ขอให้การประชุมนั้นเดินหน้า ไม่อย่างนั้นก็อาจจะใช้วิธีการตรวจสอบทุกครั้งที่มีการนับ องค์ประชุมหรือว่าการกดคะแนน ถ้าขอตรวจสอบอย่างนี้ก็ประชุมไม่จบละครับ ขอท่าน พิจารณาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็ขอวินิจฉัยว่าเดี๋ยว จะตรวจสอบเหมือนที่

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ขออนุญาตท่านประธาน ครับ ขออนุญาตท่านประธานได้ตรวจสอบขณะนี้เลยครับ เพราะว่าการกดคะแนน เมื่อสักครู่นี้ได้ปรากฏผลว่ามีการกดคะแนนของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผม ได้เอ่ยนามไปแล้วว่าขณะนี้อยู่ที่ประชุมหรือไม่ครับ ขออนุญาตท่านประธานได้ตรวจสอบ ด้วยครับผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วย นะครับ เดินไปดูให้ทั่วสิลูบหน้าดูด้วยว่าเหมือนคุณชยุตหรือเปล่าครับ บางทีท่านอาจ ล้างหน้าล้างตาอะไร อยู่ไหมครับ พรรคกิจสังคมใครอยู่บ้างครับ เชิญครับ

นายวารุจ ศิริวัฒน์ อุดรดิตถ์

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ตอนนี้ ก็กําลังตรวจสอบอยู่ครับว่าท่านชยุตเดินออกไปไหนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อสักครู่คุณชยุตอยู่ ใช่ไหมครับ นั่งข้างท่านหรือเปล่า

นายวารุจ ศิริวัฒน์ อุตรดิตถ์

เปล่าครับท่าน

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานครับ ผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย เขต ๑ เมื่อสักครู่เราได้มีการตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่ต้นแล้วนะครับว่า พรรคกิจสังคม มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๕ คน แต่ปรากฏว่าอยู่ในที่ประชุมมี ๔ คน เพราะฉะนั้นอีกท่านหนึ่งมั่นใจว่าอยากจะให้ท่านประธานได้ตรวจสอบว่าอยู่ในที่ประชุมนี้ หรือไม่ เพราะมีการกดบัตรแน่นอน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ตอนนี้ก็ปรากฏว่า เจ้าตัวไม่อยู่ ที่ผมมองดูไม่อยู่นะครับ ก็ยืนยันว่าตอนนี้ท่านไม่อยู่ แต่ตอนลงบัตร ผมไม่ทราบ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ในเรื่องนี้ไม่ทราบว่า ท่านประธานจะดําเนินการวินิจฉัยอย่างไร เพราะว่าคะแนนที่ปรากฏออกมานั้น ๒๒๘ แล้วมีการกดแทนกัน ๑

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เหลือ ๒๒๗ ครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

แล้วที่เหลือจะมีการกดแทน กันอีกอย่างนี้หรือเปล่าครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็ไม่ทราบครับ เพราะ ท่านเปึนคนตรวจสอบครับ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ขออนุญาตประท้วง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานครับ ผมเองต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธานด้วย ความเคารพ เพราะว่าท่านไม่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับ สมาชิกได้เรียนท่านประธาน ในข้อเท็จจริง ที่เราเห็นอยู่ในสภาขณะนี้เวลาห่างกันไม่ถึง ๓ นาที ท่านประธานเอง พูดออกมาชัดเจน ต้องขออนุญาตทวนคําพูดท่าน ท่านบอกว่า ขณะนี้ไม่อยู่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขณะนี้ไม่มีจริง ๆ ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

อันนั้นเปึนเรื่องจริงครับ ผมไม่ได้เถียง ท่านประธานเลยครับ เหตุผลที่ผมประท้วง เนื่องจากว่าท่านประธานต้องวินิจฉัยในสิ่งที่ ท่านสมาชิกได้กรุณานําเสนอท่านประธานแล้วมีดุลยพินิจวินิจฉัยออกมาว่าจะทําอย่างไร ต่อไป ท่านประธานจะให้การประชุมครั้งนี้ดําเนินการต่อไป หรือจะพักการประชุม แล้วเลื่อนออกไป หรือในกรณีนี้จะให้มีองค์กรหรือคณะบุคคล หรือมาตรการใด ๆ ไปดําเนินการตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ต้องให้ชัดท่านประธานครับ ไม่อย่างนั้นเรา ดําเนินการประชุมไม่ได้ สมาชิกทักท้วงท่านประธาน ท่านประธานก็บอกว่าเหลือ ๒๒๗ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ การที่ท่านประธานจะสรุปอย่างนั้น ท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ไม่ควบคุมการประชุม หนําซ้ํายังแสดงออกซึ่งให้เห็นว่า การทําหน้าที่ประธานในขณะนี้ ต้องขออนุญาตใช้คําว่า ไม่สมควร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคารพท่านประธานมาก แต่ท่านเองได้รับการยกย่องจากท่านวิชาญ เมื่อสักครู่ขออภัย เอ่ยนามท่าน ว่าท่านอยู่ในข้อบังคับ ผมกราบเรียนท่านประธานมาแต่ต้นนะครับว่าการถือ ข้อบังคับเปึนหลักในการประชุม นั่นคือความเปึนกลางที่ดีที่สุดผมว่าเหตุการณ์ตรงนี้ มันไปไม่ได้ท่านประธานครับ คือขอความกรุณาท่านประธานป่ดประชุมไปน่าจะดีกว่า

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะเรียนให้ท่านทราบ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

โปรดวินิจฉัยด้วยครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมวินิจฉัยคือ เมื่อสักครู่ผมยังไม่ได้พิจารณาในประเด็นว่าจะทําอะไรต่อไปอย่างไรนะครับ ซึ่งยังไม่ได้ พูดถึงประเด็นนี้เลย

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ เชิญคุณวิรัตน์

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียน ท่านประธานครับว่าเราอยู่ในช่วงการอภิปรายมาตรา ๖ แล้วก็ในประเพณีปฏิบัติที่เรา ผ่านมาก็คือว่า หากมีกรณีสงสัยท่านประธานก็สามารถตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน เรื่องราวนะครับว่าเรื่องราวมันเปึนอย่างไร เพราะว่ากดแล้วท่านอาจจะออกไปไหนหรือไม่ ก็ต้องให้เจ้าตัวเขามีโอกาสชี้แจงนะครับ เพราะฉะนั้นกระผมเห็นว่าควรจะต้องดําเนินการ อภิปรายต่อไป ส่วนถ้าท่านประธานติดใจประเด็นนี้ก็สามารถตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนได้ นะครับ สืบสวน สอบสวนเพื่อลงความเห็นได้ เพราะฉะนั้นกระผมขอเสนอท่านประธาน ครับว่า ขอดําเนินการอภิปรายในมาตรา ๖ ต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญหมอประสิทธิ์ เดี๋ยว จะหาว่าผมไม่กลางอีกละ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านไม่ต้องตั้งเลย ข้อเท็จจริงมันชัดเจนว่า ไม่อยู่ในที่ประชุม อย่างนี้มันผิด แล้วคะแนนที่ลงไป ท่านประธานครับมันเหมือนจะหลอก ท่านประธาน แล้วท่านประธานก็นั่งอยู่แบบนี้ แล้วต่อไป ท่านประธานมันดูแล้ว มันไม่ดีเลยครับท่านประธาน สภามันจะประชุมต่อไปอย่างไรแบบนี้ แล้วคนจะกดแทน อีกกี่คนก็ยังไม่รู้เลยนะท่านประธาน ผมถึงบอกว่าท่านประธานต้องใช้พินิจพิจารณาดี ๆ นะครับ ถ้าเปึนแบบนี้ต่อไปกดแทนกัน ไม่มีความผิด อย่างนี้มันก็กดแทนกันหมดครับ แล้วข้อบังคับเราจะมีไว้ทําไมครับ ข้อบังคับจะมีไว้ทําไม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ตอนนี้เจ้าตัวมาแล้ว ก็ให้เจ้าตัวเขาชี้แจงครับ เชิญคุณชยุตชี้แจงครับ ชี้แจง คุณคนเดียวทําให้ผมถูกด่า

นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ชยุต ภุมมะกาญจนะ ครับ ก็ต้องขอบคุณท่านเพื่อนสมาชิกทุกท่าน นะครับที่คิดถึง พอดีเมื่อสักครู่กดแล้วก็ผมท้องไม่ค่อยดีก็เข้าห้องน้ําหน่อย ยืนยันนะครับ ตัวจริง เสียงจริง กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าตัวมาแล้วเขาก็ยืนยัน อย่างนี้จะให้ผมทําอย่างไรครับ เชิญคุณพงศ์พันธ์ครับ จะให้ผมทําอย่างไรครับ จะให้ทํา อย่างไรต่อ เจ้าตัวเขายืนยันแล้วครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ครับ ก็ตั้งเปึนข้อสังเกต เอาไว้ว่าทีหลังก็ขอให้อยู่ในที่ประชุมให้ครบ แล้วก็ไม่ควรจะมีการนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นต่อไปคุณพงศ์พันธ์ อย่าออกนอกห้องประชุมนะครับ ช่วยอยู่ประจําด้วยจะเปึนพระคุณอย่างสูงครับ ช่วยดําเนินการต่อครับ เมื่อกี้ท่านเผดิมชัย เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ เชิญ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ผมอยากขอ อนุญาตหารือและปรึกษาท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือตอนนี้กําลังอภิปราย มาตรา ๖ ครับ ไม่มีเรื่องอื่น

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ผมเข้าใจครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องหารือนะครับ มีอะไร ก็ว่ามา

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ผมคิดว่าท่านประธานน่าจะ รับฟังสักนิดหนึ่ง จริง ๆ การพิจารณางบประมาณครั้งนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ เปึนเรื่องที่เรา ได้พูดคุยกันว่าเรากําลังพิจารณางบประมาณเพื่อนําไปแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ แล้วก็เราก็ใช้เวลาจนถึงประมาณเกือบตีสามแล้ว ผมได้เรียนไปถึงสมาชิกฝัืงรัฐบาลบอกว่า จริง ๆ แล้วเพื่อให้การประชุมเรามีประสิทธิภาพ เราน่าจะหยุดการประชุมไว้แค่นี้แล้ว เริ่มต้นพรุ่งนี้เช้า แต่ท่านก็ไม่เห็นด้วย ท่านก็บอกให้ประชุมไปเรื่อย ๆ แล้วจริง ๆ แล้วผม ก็เรียนว่ามันก็เกิดปัญหาอย่างนี้ ผมไม่อยากจะเท้าความไปเมื่อสักครู่นี้อะไรเกิดขึ้น ครบ ไม่ครบ อยู่ ไม่อยู่ ผมไม่อยากพูดถึง แต่ว่าตอนนี้ผมคิดว่าเราน่าจะยุติตรงนี้ก่อนไหมครับ แล้วพรุ่งนี้เช้าเราเริ่มต้นกันใหม่ แต่ถ้าเราลากกันไปอย่างนี้เดี๋ยวก็ต้องมีการตรวจสอบกัน อยู่ ไม่อยู่ จริง ไม่จริง ซึ่งผมคิดว่ามันไม่เปึนประโยชน์ แต่สิ่งที่เราทักท้วงวันนี้ สิ่งที่เรา ทักท้วงขณะนี้ผมคิดว่าเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แล้วผมเรียนพรุ่งนี้อย่างไรก็จบ ขอรัฐบาลใจกว้างหน่อยได้ไหมครับ พรุ่งนี้อย่างไรก็จบ เราไปประชุมกันใหม่พรุ่งนี้เช้า จะดีไหมครับ คือเราไปประชุมวันนี้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เรามานั่งลากกันไปอย่างนี้ได้อะไร ขึ้นมาครับ ผมคิดว่าไม่ใช่การทําหน้าที่ของฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล หรือนิติบัญญัติที่ดีเลย ผมอยากขอผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาล ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ขอเถอะครับ เราไปเริ่มต้นพรุ่งนี้เช้าใหม่อีกครั้งหนึ่งจะเปึนประโยชน์ดีที่สุด ไม่เหนื่อยด้วย วันนี้เราไม่ได้ เล่นเกมฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เปึนการทําหน้าที่ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่างนี้คุณวรวัจน์ครับ ต้องถามที่ประชุมครับ ผมไม่มีอํานาจครับ เพราะเรามาเปึนวันที่ ๑๒ แล้ววันนี้นะครับ เปึนวันที่ ๒ แล้วนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ผมเรียนผ่านท่านประธานไป นะครับ ถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการ ถึงกรรมาธิการเสียงข้างมากและพรรครัฐบาล อย่าให้มันเปึนอย่างนี้เลยครับ ผมไม่อยากให้สภาเปึนอย่างนี้ สุดท้ายมาเดี๋ยวก็ป์วนกันไป อยู่อย่างนี้ แต่ที่ติงกันไว้ก็คือเราทําหน้าที่ที่ดีได้ไหมครับ เปึนผู้แทนราษฎรที่ดีได้ไหมครับ ท่านเปึนรัฐบาลใจกว้างหน่อยได้ไหมครับ พรุ่งนี้เช้าก็ประชุมกันใหม่ ไม่มีประโยชน์ที่เรา จะมานั่งดึงกันไปอย่างนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญสุภาพสตรี

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน คิดว่าวันนี้การประชุมของเราก็รู้สึกจะราบรื่นมาโดยตลอดนะคะ แล้ววันนี้การประชุมเปึน ครั้งที่สําคัญ แล้วก็พี่น้องประชาชนก็รอในส่วนของงบประมาณที่จะผ่านในวาระสอง แล้ววาระสามในครั้งนี้ด้วย ฉะนั้นดิฉันคิดว่าอยากจะหารือกับท่านประธานนะคะว่า ถ้าเปึนไปได้เราอยากจะให้การอภิปรายครั้งนี้ดําเนินการต่อไปค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จะเอาอย่างไร คุณวรวัจน์ ผมว่าตกลงกันได้ไหม ก็ไปสักหน่อยก่อนครับ ดีไหมครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คืออย่างนี้ครับ ผมขอเรียนนะท่านประธานคือเห็นว่าปัญหา ที่เกิดขึ้นมันคืออะไร ที่ติงกันไว้นี่ก็คือว่าจริง ๆ ปัญหาเมื่อกี้เกิดแน่ ๆ นะครับ อยู่ ไม่อยู่ นี่รู้อยู่แก่ใจ แต่ท่านจะเอาอย่างนั้นหรือครับ ท่านจะเล่นเกมกันในสภาหรือครับ วันพรุ่งนี้ คือวันนี้อย่างไรก็จบครับ ท่านจะไม่มีอะไรให้มันเร็วกว่านี้ พี่น้องประชาชนไม่ได้อะไร ขึ้นมาเลยนะครับ ไม่ได้อะไรเพิ่มขึ้นมาจริง ๆ อย่างไรมันก็จบตามกําหนดวันเวลา ผมก็ต้อง เรียนผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ใจกว้างหน่อยเถอะครับ เราทําหน้าที่ตรงนี้ไม่มี ประโยชน์นะครับที่เรามาทําอย่างนี้ จะให้มานั่งตรวจสอบองค์ประชุม จะต้องมานั่งดู จับผิดกันนี่ ได้อะไรกันขึ้นมาครับตรงนี้ ผมขอเรียนท่านประธานฝากไปถึงท่านผู้นํารัฐบาล ด้วยนะครับว่า ทําหน้าที่ในสภาให้มีประสิทธิภาพดีกว่า อย่างไรจบตามเวลาแน่ครับวันนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็เอาอีกสักหน่อย นะครับท่านวิทยา ผ่านอีกสัก ๒-๓ มาตรา แล้วก็เราค่อย นะครับคุณวิทยา

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ นครปฐม

ผมก็ถอยไม่ได้ครับ ท่านสมาชิก ถอน ผมจะพูดอภิปรายต่อนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ นครปฐม

เพราะนอนไม่หลับมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้ นะครับ ท่านประธานครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ถ้าเช่นนั้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือคุณวรวัจน์ครับ คุณเผดิมชัยเขากําลังอภิปรายอยู่จะประท้วงเขาใช่ไหมครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขอใช้ เอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ ผมอยากทราบว่า องค์ประชุมที่ลงคะแนนไปมีใครอยู่หรือไม่อยู่บ้าง ผมคงต้องตรวจสอบครับอย่างนั้น ขอใช้ เอกสิทธิ์ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เพราะท่านคนเดียวนั่นละครับ มันจะทําให้วุ่นวายกันเข้าไปอีกครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมท้วงไว้นี้ เพื่อประโยชน์แห่งสภา เมื่อสักครู่เกิดปัญหาขึ้นมานะครับท่านก็เห็นแล้วมันเกิดปัญหา ผมท้วงไว้นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวรวัจน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ถ้าท่านจะดึงกันอย่างนั้นผมก็ ต้องท้วงท่านจริง ๆ

(นายอสิ มะหะมัดยังกี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอสิ มะหะมัดยังกี สตูล

ผมขอประท้วงครับท่านประธานครับ ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมคิดว่าท่านคง จะต้องยอมรับนะครับว่าการประชุมก็เปึนไปได้อย่างดี และคนที่มาหรือไม่มา อยู่ ไม่อยู่ ท่านอย่าพูดเปึนนัย ๆ นะครับว่า เห็นแล้วว่าอยู่ ไม่อยู่ ท่านเห็นกับตา ไปคลําดูก็ได้ครับ อยู่ครับตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตอนนี้ก็ให้การประชุมเปึนไปตามปกติครับ ราบรื่น เห็นอยู่ชัด ๆ นะครับ เรียกอยู่ตั้งนานเขาบอกว่าเข้าห้องน้ํา ก็ยังทําท่าสงสัยอีก ไปดู ที่ห้องน้ําก็ได้ครับว่าถ่ายหรือเปล่าครับ ขอบคุณครับ

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วง เชิญ ประท้วงให้ พอใจครับ เพื่อจะได้เดินต่อ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมมิกล้าประท้วงท่านประธานครับ ทั้ง ๆ ที่อยากประท้วงในการวินิจฉัยหลาย ๆ ครั้ง ผมเองต้องกราบเรียนว่า ตามที่ท่านวรวัจน์ได้แสดงความคิดเห็นในลักษณะ ประนีประนอมกันทั้งสองฝ์าย ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ดีแล้ว แล้วหลังจากนั้นก็มีเพื่อนสมาชิก จากฝ์ายรัฐบาล โดยเฉพาะท่านประธาน ขออนุญาตครับ ท่านประธานบอก เพราะคุณทํา ให้เดือดร้อน ผมว่าท่านวรวัจน์นี่ไม่ได้เปึนต้นเหตุนะครับท่านประธาน ท่านอยากให้มีการ ประนีประนอม แล้วการประชุมนี่ตี ๓ แล้วนะครับ ถ้าพูดกันรู้เรื่องผมคิดว่าวันนี้จบแน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ถ้าลากกันยาวอย่างนี้ ต่อถึงวันศุกร์ วันเสาร์ อีกก็ได้ครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็แล้วแต่สมาชิกครับ ผมก็ นั่งเปึนประธานให้เท่านั้นเองครับ ถ้าที่ประชุมมีความเห็น เพราะตอนนี้คุณวรวัจน์เขา ก็เสนอนับองค์ประชุมตามเอกสิทธิ์ของเขานะครับ เชิญคุณธนา

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงการอภิปรายก็ราบรื่นนะครับ โดยเฉพาะ ฝ์ายรัฐบาลเองไม่ได้ลุกขึ้นมาทักท้วงหรือทําให้การประชุมหรือการอภิปรายของฝ์ายค้าน ต้องเสียหรือว่าทําให้สะดุดเลยนะครับ เราปล่อยให้เต็มที่ เพราะว่าถือเปึนงบประมาณ รายจ่ายซึ่งเปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็พี่น้องประชาชนก็เฝัารองบประมาณที่จะนําไปกระตุ้น เศรษฐกิจ เพื่อให้ประเทศชาติได้รอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเพื่อนสมาชิกเสนอให้นับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ ผมก็ ขอเสนอให้นับองค์ประชุมด้วยการกดปุ์มแสดงตนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ คุณวรวัจน์

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่า วันนี้ผมท้วงกันนี่ ผมคิดว่าผมรักศักดิ์ศรีของสภา ผมคิดว่า วันนี้เราทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ผมไม่อยากเอาแพ้ชนะตรงนี้ ผมไม่อยาก จะไปท้วงว่า อยู่ ไม่อยู่ ผมประนีประนอมแล้ว เห็นอยู่กับตาว่าอะไรคืออะไร ผมว่าโดย ศักดิ์ศรีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราอยู่รู้ว่าอะไรคืออะไร เราจะมานั่งโกหกกัน กลางสภาทําไม แต่วันนี้ผมท้วงไว้นี่ผมเรียกร้องไปทางรัฐบาลใจกว้างนิดหนึ่ง อย่างไรวันนี้ ก็จบ พวกเราก็รับรองว่าอย่างไรวันนี้ก็จบ กฎหมายหรือเม็ดเงินนี่นะครับ ไม่ได้ไปถึงมือ พี่น้องประชาชนช้าไปแม้แต่น้อย แต่ว่าวันนี้ผมคิดว่าเปึนการที่เราประนีประนอมกัน ระหว่างฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เราประนีประนอมกันนะครับ ถ้าท่านเอาอย่างนั้น ท่านไม่ ประสงค์ พอท่านเปึนรัฐบาลแล้วนี่ท่านไม่ประสงค์จะรับการทํางานร่วมกับฝ์ายค้านเลย ท่านเอาอย่างนั้นหรือครับ ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมว่าเราก็เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกันแล้วนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องของสภาครับ อย่าไป เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีท่านเลยครับ เรื่องของการพิจารณางบประมาณ เชิญครับ มีอะไรครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ก็ขอนับองค์ด้วยการขานชื่อ แล้วกัน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ครับ เข้าใจว่าถ้าทางฝัืงฝ์ายค้านจะขอนับองค์ประชุมก็เปึนสิทธิในฐานะองค์ประชุม นะครับ แต่ว่าอํานาจในการกําหนดวิธีการตรวจสอบองค์ประชุมนั้นเปึนอํานาจของ ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕ เพราะฉะนั้นวิธีการตรวจสอบนั้น จะใช้โดย วิธีการขานชื่อหรือกดปุ์ม ผมเข้าใจว่าเปึนอํานาจของท่านประธานตามข้อ ๒๕ ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมก็วินิจฉัยว่า เพราะว่าตอนนี้มันก็เปึนวันที่ ๑๒ แล้วนะครับ มันควรจะเดินต่อไป แล้วก็มีผู้เสนอคุณธนา ใช่ไหมครับเสนอเมื่อสักครู่นี้ คุณธนาเสนอแล้วก็มีผู้รับรองถูกต้อง ผมก็จะวินิจฉัยนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ก่อนวินิจฉัยนิดหนึ่งครับ ผมก็เสนอนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อและผมเรียนนะครับ ที่นับนี่เปึนการตรวจสอบว่าใครอยู่หรือไม่อยู่ แต่ท่านประธานจะใช้เสียงข้างมากลากไป มันจะเปึนตราบาปของสภาแห่งนี้ และไม่สง่างามกับพวกเราเลยนะครับ ผมขอเสนอ นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปผมจะถามมตินะครับ จะใช้บัตรกดหรือจะใช้ขานชื่อนะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้อง ประชุมครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําลงมติ)
นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรอีกครับคุณหมอ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การขอนับองค์ประชุมนี่เปึน เอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เพราะฉะนั้นประธานไม่มีสิทธิที่จะมา วินิจฉัยเปึนอย่างอื่นนะครับ และเปึนธรรมเนียมปฏิบัติของสภาแห่งนี้มาตั้งนานแล้ว นะครับ ขอให้ท่านประธานได้ปฏิบัติเรื่องนี้โดยเคร่งครัดด้วยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมก็ปฏิบัติเพราะว่า ทางนี้ก็เสนอญัตติมีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ทางนี้ก็เสนอญัตติมีผู้รับรองถูกต้อง ผมก็ จะต้องถามเสียงมติของที่ประชุมนะครับ

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็พยายามทํากลาง ที่สุดแล้วครับ จะให้ผมทําอย่างไรอีกครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้ว ท่านผู้ใดเห็นควร ให้ขานชื่อตามที่คุณวรวัจน์เสนอโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าใครเห็น

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่านประธาน ผมขอประท้วงท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับประท้วงผม

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับเรื่องการนับองค์นะท่านประธานเปึนเอกสิทธิ์นะครับ เปึนเอกสิทธิ์ผมอยากให้ท่านลองถามเลขาธิการว่าแบบนี้มันทําได้ไหม ท่านไปขอมตินี่ มันทําได้ไหม มันเปึนเอกสิทธิ์นะครับ เปึนเอกสิทธิ์นะครับท่านประธาน เพราะไม่เคยมีใคร แบบนี้นับองค์ประชุมไม่มีนะครับว่านับแบบไหน ยกมือไม่เคยเห็นครับ สมัยท่านนับขานชื่อมันก็ขานชื่อไปเลยครับ จริง ๆ อันแรกนี่เท่าที่ปฏิบัติกันมาคือนับโดย เสียบบัตร พอมีคนเสนอให้ขานชื่อ แล้วมีผู้รับรองมันก็ต้องขานชื่อครับ ไม่ใช่มาขอมติ นะครับ

(นายทิวา เงินยวง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายทิวา เงินยวง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ เชิญคุณทิวา

นายทิวา เงินยวง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ทิวา เงินยวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ผมขอกราบเรียนท่านประธาน ว่าการนับองค์ประชุมนั้นเปึนสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จริงครับ แต่ผมอยากจะ กราบเรียนข้อมูลเรื่องการนับองค์ประชุมให้ท่านประธานได้รับทราบว่าที่ผ่านมา เปึนอย่างไรบ้างครับ เพราะว่าผมยอมรับว่าเปึนเครื่องมือในการตรวจสอบระหว่าง ฝ์ายค้านกับฝ์ายรัฐบาลในการนับองค์ประชุม ในป้ ๒๕๔๔-๒๕๔๗ นะครับ มีการนับ องค์ประชุม ๒๐ ครั้ง ๔ ป้นั้นครับท่านประธานครับ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุด ๒๑ ป้ที่ ๑ มีการนับองค์ประชุมไป ๓ ครั้ง ในป้ ๒๕๔๔ ครับ ในป้ ๒๕๔๕ ชุดที่ ๒๑ ป้ที่ ๒ มีการนับองค์ประชุมเพียง ๗ ครั้งครับ ใน ๑ ป้ ๒ สมัยประชุมนะครับ ในป้ ๒๕๔๖ นั้น ชุดที่ ๒๑ ป้ที่ ๓ มีการนับองค์ประชุมถึง ๕ ครั้งครับท่านประธานครับ ในการประชุม ชุดที่ ๒๑ ป้ที่ ๔ ๒๕๔๗ มีการประชุมและก็มีการนับองค์ประชุม ๓ ครั้ง ในชุดที่ ๒๑ ป้ที่ ๔ มีนับองค์ประชุมเพียง ๒ ครั้ง ในชุดที่ ๒๒ ชุดปัจจุบัน สมัยนิติบัญญัติ มีการนับองค์ประชุม เพียง ๑ ครั้ง ตอนนั้นเราเปึนฝ์ายค้านครับ ท่านประธานครับ ที่ผมขึ้นมาปรึกษาหารือ ท่านประธานเพราะว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕ เปึนอํานาจของท่านประธานครับที่จะกําหนด วิธีการตรวจสอบองค์ประชุม และเมื่อมีการเสนอญัตติของทั้งสองฝ์าย ผมคิดว่าเปึน ดุลยพินิจของท่านประธานแล้วก็ของที่ประชุมที่จะต้องลงมติว่าจะเห็นด้วยกับญัตติใด ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า มาตรการในสภาของเรานั้นเปึนสิ่งที่สามารถตรวจสอบได้ ฝ์ายนิติบัญญัติสามารถตรวจสอบฝ์ายบริหารโดยวิธีการตามรัฐธรรมนูญและตาม ข้อบังคับที่กําหนดไว้ ฝ์ายนิติบัญญัติก็ตรวจสอบองค์ประชุมได้ แต่การนับองค์ประชุมนั้น ก็คงต้องคํานึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน แล้วก็การปฏิบัติภารกิจ ของรัฐสภาของเราหรือสภาผู้แทนราษฎรของเรา เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะเปึนสิทธิ ผมไม่อยากใช้คําว่า เปึนเอกสิทธิ์ ครับ อยากใช้คําว่า เปึนสิทธิของท่านสมาชิกที่สามารถ ที่จะขอนับองค์ประชุมได้ครับท่านประธาน แต่ขอกราบเรียนท่านประธานว่าโปรดวินิจฉัย ตามอํานาจของท่านประธานตามข้อ ๘ แล้วก็ข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวิทยา

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ตามที่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาจารย์ทิวา เงินยวง ได้กล่าวไว้ น่าจะเปึนเหตุผลหนึ่งที่ท่านประธานคงจะใช้ดุลยพินิจ สิ่งที่ผมต้องนําเรียนต่อที่ประชุม แห่งนี้ในฐานะที่วันนี้ตัวกระผมเองและสมาชิกในนามของพรรคเพื่อไทยนั้นอยู่ในซีกของ ฝ์ายค้าน การปฏิบัติหน้าที่ของฝ์ายค้านนั้นผมถือว่าสิ่งที่ท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านวรวัจน์ได้กล่าวต่อที่ประชุมนั้นเปึนสิทธิของท่าน เปึนสิทธิของฝ์ายค้านที่จะทําหน้าที่ ในกระบวนการของการตรวจสอบอย่างหนึ่ง ถึงแม้ถ้าถามผมว่าชอบหรือไม่ อยากที่จะ ปฏิบัติหรือไม่ แต่ถ้ามีเหตุการณ์ที่ฝ์ายค้านตั้งข้อสังเกตและเปึนประเด็น ผมเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า การที่ท่านสมาชิกในซีกของฝ์ายค้านได้นําเสนอ ในส่วนขอตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการขานชื่อนั้น เปึนสิทธิที่ฝ์ายค้านพึงจะมีในการ ปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นท่านประธานน่าจะใช้ดุลยพินิจและวินิจฉัยนะครับ การเสนอญัตตินั้นก็เปึน สิ่งที่เสนอได้ แต่อํานาจโดยชอบนั้นอยู่ที่ท่านประธานนะครับ ขอให้ฝ์ายค้านได้มีโอกาส ในส่วนนี้ในกระบวนการของการตรวจสอบตามที่ผมได้นําเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ ผมไม่อยากพูดเรื่องอื่นนะครับ เพราะว่าถ้ากล่าวไปแล้วนั้น ลึก ๆ แล้วกระทบหลายฝ์าย เพราะว่าที่ผมตรวจสอบนั้นไม่ใช่เปึนกระดาษแผ่นเดียว ที่ผมได้นําเรียนต่อท่านประธาน แล้วว่าวันนี้ผมเข้าไปพบท่านประธานแล้วนะครับ แล้วผมก็ให้ความร่วมมือกับ ท่านประธานและสมาชิกในซีกของรัฐบาลมาตลอด อย่าให้ตัวผมได้กระทําในสิ่งที่ผม ไม่อยากที่จะกระทํา อันเปึนผลที่จะกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของท่านสมาชิกส่วนใหญ่ ที่มีความตั้งใจ เพราะฉะนั้นได้โปรดวินิจฉัยด้วยท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณหมอชลน่าน เสร็จแล้วก็คุณเชน

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อน สมาชิกได้เสนอเปึนญัตติ ที่ท่านประธานรับว่าเปึนญัตติในการเสนอวิธีการนับองค์ประชุม ไม่ว่าจะเปึนการขานชื่อ หรือการเสียบบัตรแสดงตนก็ดี ท่านประธานครับ ผมต้องอาศัย ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ กราบเรียนท่านประธาน ประกอบกับข้อ ๒๕ ข้อ ๔๗ ท่านประธานครับ เมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณาญัตติใดอยู่ ห้ามเสนอญัตติอื่น ๆ ขึ้นมาพิจารณา เว้นแต่ญัตติ ดังต่อไปนี้เสนอได้ตาม ข้อ ๔๗ ท่านประธานตรวจสอบดีครับ ว่าใน ข้อ ๔๗ ทั้ง ๗ อนุ ข้อบังคับนี่นะครับ ไม่มีเรื่องใด ๆ ที่บ่งบอกว่าเกี่ยวกับการตรวจสอบนับองค์ประชุมเลย เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ยึดถือธรรมเนียมปฏิบัติ ท่านใช้คําพูดว่า เอกสิทธิ์ คือเปึนสิทธิ ที่เสนอได้โดยไม่ต้องเสนอเปึนญัตติ ท่านประธานดู ข้อ ๔๗ สิครับ ไม่มีนะครับ เรื่องเสนอ ญัตติ เรื่องขอป่ดอภิปราย ผมไม่ว่า เพราะสามารถกระทําได้ตามข้อ ๔๗ แต่เสนอวิธีการ นับองค์ประชุมเปึนญัตติมันไม่มี ไม่เคยปรากฏในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ หรือรัฐสภา แห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าทําอย่างนั้นท่านประธานกําลังจะทําผิดข้อบังคับ พวกเราเอง กําลังจะทําผิดข้อบังคับ ซึ่งเรายึดถือกัน ประกอบกับข้อ ๒๕ ที่ท่านสมาชิกได้อ้างอยู่ ประจําท่านประธานครับ ท่านประธานมีอํานาจปรึกษาหารือที่ประชุมนะครับ ไม่ใช่เปึน อํานาจของท่านนะครับ ท่านปรึกษาที่ประชุมด้วย ในปัญหาใด ๆ ที่กําหนดวิธีการ ตรวจสอบองค์ประชุม ไม่ใช่อํานาจท่านประธานนะครับ เปึนหน้าที่ท่านที่จะต้องปรึกษา ที่ประชุมเพื่อจะกําหนดวิธีการ ไม่ต้องเสนอเปึนญัตติครับ นั่นสิ่งที่ท่านปรึกษาลงมา แต่ถ้า สมมุติว่าฝ์ายเสียงข้างน้อยเขามีสิทธิที่จะตรวจสอบองค์ประชุมอย่างนี้ แต่มีการเสนอเปึน ญัตติ ไม่มีข้อบังคับ ท่านเองให้ทําเสนอเปึนญัตติ แน่นอนครับ อย่างไรก็สู้เสียงข้างมาก ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าสิทธิหรือครับท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธาน วินิจฉัยและปฏิบัติตามข้อบังคับ สิทธิการเสนอนับองค์ประชุมนี่เปึนสิทธิไม่ต้องเสนอเปึน ญัตติท่านประธานครับ ไม่ต้องมีผู้รับรองด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมพอเข้าใจ แต่ผม ไปตามเสียงของสมาชิกครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานครับ ขออนุญาต

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรอีกคุณวิรัตน์ เกือบจะพอแล้วกระมังครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ว่า แม้ว่าท่านประธานมีอํานาจในการกําหนดวิธีการตรวจสอบนะครับ แต่ใช้คําว่า จะต้อง ปรึกษาหารือในที่ประชุม ตอนนี้ที่ประชุมมีความเห็นเปึน ๒ ฝ์ายครับท่านประธานครับ คือ ๑. การนับองค์ประชุม ถ้าเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมเปึนสิทธิทําได้นะครับ แต่ว่าเวลา ผ่านมาประมาณสัก ๑๐ นาทีมานี้ ที่ประชุมก็ต้องยอมรับความจริงว่ามันเกินล้นนะครับ เพราะฉะนั้นองค์ประชุมถ้าตรวจสอบก็จะสามารถรู้ได้ว่ามันเกิน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านสมาชิกเสนอให้ตรวจสอบก็ไม่ว่ากันนะครับ เพียงแต่ว่าตอนนี้มี ๒ กรณี คือ ๑. ขานชื่อ และ ๒. เสียบบัตร ฝ์ายพวกกระผมเห็นว่าการเสียบบัตรจะทําให้เปึนการประหยัดเวลา ถ้าเสียบบัตรโดย ไม่ชอบ ก็สามารถตั้งกรรมการสอบเอาผิดได้นะครับ แล้วก็ตอนนี้ผมไม่เชื่อว่าใครจะกล้าเสียบ เมื่อสักครู่ก็เห็นอยู่แล้วว่าท้องเสียเข้าห้องน้ําไปเท่านั้นเองนะครับ เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่า เมื่อที่ประชุมมีความเห็นแตกต่าง ท่านประธานดําริที่จะให้มีการโหวตก็ถูกต้องแล้ว ขอให้ได้ ดําเนินการโหวตเพื่อที่ท่านเผดิมชัยจะได้อภิปรายต่อ ขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออาศัยอํานาจของผม ในข้อ ๒๕ นะครับ คือผมขอปรึกษาครับ เพราะมี ๒ ฝ์าย คือจะปรึกษาว่าจะให้ทําอย่างไร ในการตรวจสอบองค์ประชุม เปึนอํานาจหน้าที่ของประธานที่จะปรึกษาในที่ประชุม ขอความเห็นครับ ผมก็มีความเห็นคล้อยตาม เพราะว่าคุณชลน่านเปึนหมอรักษาคนด้วย แล้วก็รักษาประธานด้วย ถูกต้องทุกอย่างที่ท่านพูด ผมเห็นด้วยครับ ฉะนั้นวิธีการผมต้อง ขอปรึกษาที่ประชุม ที่ประชุมจะให้นับองค์ประชุมอย่างไร จะเอาแบบเสนอชื่อหรือจะเอา แบบกดบัตร เพราะข้อบังคับมันเขียนไว้อย่างนั้นนะครับ แล้วก็กฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าประธานมีหน้าที่อย่างไรนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมยกมือนานแล้ว ครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวรงค์หรือครับ เชิญ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๕ ที่ท่านประธานกําลังจะปรึกษาหารือที่ประชุมในการกําหนดวิธีการตรวจสอบ องค์ประชุม ซึ่งขณะนี้เพื่อนสมาชิกก็มีความเห็นอยู่ ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่งคิดว่าควรจะมีการ ตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการกดบัตร ขณะที่อีกฝ์ายหนึ่งคิดว่าควรจะเปึนการตรวจสอบ องค์ประชุมด้วยการขานชื่อ ในเมื่อ ๒ ฝ์าย มีความเห็นที่ไม่ตรงกัน ถ้าปล่อยให้มีการ อภิปรายต่อไปก็จะคาอยู่อย่างนี้ครับว่ามีความเห็นไม่ตรงกันอย่างนี้ ตอนนี้ผมจึงอยากให้ ท่านประธานปรึกษาที่ประชุมด้วยการขอให้ที่ประชุมโหวตออกมาเลยว่าจะให้เปึน การตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการกดบัตร หรือจะให้เปึนการตรวจสอบองค์ประชุมด้วย การขานชื่อครับ ขอให้ตรวจสอบด้วยการกดบัตรนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณพิษณุ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานและก็เพื่อนสมาชิกทุกท่าน การตรวจสอบ องค์ประชุมด้วยวิธีขานชื่อมีมาตั้งแต่เราตั้งสภาผู้แทนราษฎรมา ถ้าหากบัดนี้เราได้มีมติ หรือกําลังจะมีมติที่จะให้เสียงข้างมากลากไป ต่อไปการขานชื่อด้วยวิธีการลงคะแนนก็จะ หายไปจากสภานี้ ก็ขอให้ท่านประธานพิจารณาให้รอบคอบด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่รู้จะให้ผมพิจารณา อย่างไร ผมก็ให้ความเปึนธรรมอยู่แล้วครับ คือมันต้องเอาเสียงข้างมากเปึนฝ์ายชนะอยู่ วันยังค่ําเสียงมากครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตั้งแต่ ผมจําความได้ที่เข้ามาทํางานการเมืองไม่มีประเพณีในการที่จะไม่ให้ ส.ส. ใช้เอกสิทธิ์ ในการนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ตรึกตรองเรื่องนี้ให้ดี เพราะประวัติศาสตร์จะจารึกไว้ ผมอยากให้ประวัติศาสตร์ได้จารึกในประวัติที่ดีงามของ ท่านประธานไว้ตลอดนะครับ ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมก็จะพยายาม รักษาตัวผมให้ดีที่สุด ผมจึงยังไม่กล้าตัดสินใด ๆ ทั้งสิ้น ผมขอให้ฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาล ปรึกษาหารือกัน ผมขอพักประชุม ๕ นาทีครับ

พักประชุมเวลา ๐๓.๑๙ นาฬิกา

ของวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๓.๒๗ นาฬิกา

ของวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

เชิญท่านสมาชิกเข้าห้อง ประชุมครับ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ ขณะนี้ได้มีข้อตกลงทั้ง ๒ ฝ์ายเปึนการ เรียบร้อยแล้ว โดยผมจะอ่านให้ที่ประชุมทราบดังต่อไปนี้

เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ขอให้เคารพอย่างว่าเถอะ ไม่เปึนไรครับ

๑. ทั้งสองฝ์ายขอถอนการเสนอนับองค์ประชุม

๒. อภิปรายโดยท่านเผดิมชัย ๑ ท่าน คือมาตรา ๖

๓. เสร็จแล้วขอให้พักการประชุม ไปประชุมต่อ ๑๐.๓๐ นาฬิกา ของวันนี้ นะครับ และให้เสร็จการพิจารณาเวลาไม่เกิน ๒๐.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๑๒ คือวันนี้

ลงชื่อ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล

ลงชื่อ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ์ายค้าน

ที่ประชุมรับรองนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ยืนยันทั้งสองฝ์าย ได้ตกลงกันแล้วนะครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ต้องขอขอบคุณทางกรรมการประสานงาน ทั้งสองฝ์ายนะครับที่สามารถที่จะบรรลุข้อตกลงได้ แล้วก็ขออภัยท่านสมาชิก ประทานโทษ เอ่ยนาม ท่านเผดิมชัยซึ่งรออภิปรายอยู่ ผมขอกราบเรียนท่านประธานเพียงสั้น ๆ ว่า เพียงแต่ไม่สบายใจเล็กน้อยว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านกังวลว่ารัฐบาลจะใจกว้างหรือไม่ ในการอภิปรายในเรื่องของงบประมาณ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าที่จริง รัฐบาลนี้เปึนรัฐบาลที่พร้อมรับการตรวจสอบมาโดยตลอด แล้วก็เพื่อนสมาชิกใช้สิทธิ ในการตรวจสอบในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การนับองค์ประชุม ผมก็ให้สัมภาษณ์มาโดยตลอดว่า เปึนสิทธิอันชอบธรรมของฝ์ายค้านหรือของสมาชิกที่จะทําได้ แม้ว่าจะบ่อยจะถี่เท่าไรนะครับ อย่างที่เราได้เห็นว่าสถิติที่ผ่านมาเปึนอย่างไร และการอภิปรายในครั้งนี้ก็กราบเรียนครับว่า รัฐบาลไม่เคยป่ดกั้นเลยนะครับที่จะให้ท่านได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่ แล้วก็อยู่ฟังครับ โดยเฉพาะท่านกรรมาธิการก็อยู่ฟังโดยตลอด เป่ดโอกาสให้ฝ์ายค้านได้อภิปรายได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่าความประสงค์ของท่านในการจะอภิปรายในรูปแบบใด อย่างไร ขอให้ตกลงกันในส่วนของกรรมการประสานงาน แต่ให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลไม่ได้ มีปัญหาเลยในการรับฟังความคิดเห็นแล้วก็การตรวจสอบจากท่าน บรรดาประเด็น ข้อสังเกตต่าง ๆ นอกจากการตอบของคณะกรรมาธิการแล้ว พวกผมก็จะรับไปในการ บริหารงบประมาณฉบับนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานเพื่อความเข้าใจก็เกรงว่าผมเห็นมีการ ลุกขึ้นมาว่ารัฐบาลใจกว้างหน่อย รัฐบาลใจกว้างหน่อย พวกผมนั่งฟังแล้วก็เป่ดโอกาสให้ ท่านทําหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนรูปแบบใด จะตกลงกันอย่างไรขอให้เปึนเรื่องของ คณะกรรมการประสานงานรัฐบาลไม่ขัดข้องครับ แล้วก็ขอขอบคุณที่บรรลุข้อตกลงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณเผดิมชัย

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ นครปฐม

ท่านประธานครับ ผม เผดิมชัย สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นขอขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่เมื่อสักครู่ท่านเพิ่งพูดด้วยเหตุผลที่น่าไพเราะ จริง ๆ ครับ ด้วยความเคารพท่านบอกมีความใจกว้าง บังเอิญผมตั้งใจจะอภิปรายมานานเหมือนกัน แต่ด้วยติดขัดว่าบรรยากาศสติสัมปชัญญะของผมเมื่อสักครู่นี้ขาดหายไป ก็เลยตกใจ ว่ามีนับหรือไม่นับ แล้วบังเอิญท้องผมก็เริ่มไม่ดีเหมือนกัน เดี๋ยวจะขาดองค์ประชุม ผมขออนุญาตท่านประธานไปอภิปรายพรุ่งนี้เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมขอแจ้ง ให้ที่ประชุมทราบ เนื่องจากว่าเรามีระเบียบวาระวันพุธ วันพฤหัสบดี ได้ออกแล้วนะครับ ฉะนั้นระเบียบวาระของวันพุธ วันพฤหัสบดี ขอเลื่อนไปวันพุธ วันพฤหัสบดีหน้า เพื่อจะพิจารณางบประมาณให้แล้วเสร็จ แล้วผมก็ขอบพระคุณที่ทั้งสองฝ์าย เปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน ในฐานะที่เปึนผู้แทนด้วยกัน รักสามัคคีกันเปึนสิ่งที่เกิดประโยชน์ ฉะนั้นขอให้ทุกท่านกลับไปบ้านไม่ต้องนอนครับ อาบน้ําอาบท่าเตรียมกลับมาทําหน้าที่ ต่อเวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา ผมขอเลื่อนการประชุมครับ

พักการประชุมเวลา ๐๓.๓๓ นาฬิกา

ของวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา

ของวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอเป่ดการประชุมนะครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ พิจารณาแล้วเสร็จ วันนี้ก็เปึนการพิจารณาต่อนะครับ หลังจากที่ท่านประธานได้พัก การประชุม และกําหนดให้มีการประชุมต่อในเวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา

ขอเรียนเชิญท่านกรรมาธิการวิสามัญขึ้นประจําที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ขณะที่รอกรรมาธิการวิสามัญขึ้นประจําที่ครับ ผมขออนุญาตมีเรื่องแจ้งให้ท่านทราบ ๑ เรื่องนะครับ คือ

เรื่อง แจ้งคําสั่งศาลฎีกา ด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยื่นคําร้องขอให้ ศาลฎีกามีคําสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ ๓ ใหม่ แทน นายไชยยศ จิรเมธากร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๙ วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๑๑ ซึ่งศาลฎีกาได้มีคําสั่งให้รับคําร้องดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้วเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ก็เปึนอันว่าท่านไชยยศ จิรเมธากร ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นะครับ ก็แจ้งมาเพื่อทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเปึนการพิจารณาในมาตรา ๖ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเรา มาถึงผู้อภิปรายคือท่านกรรมาธิการที่ได้สงวนความเห็นนะครับ ขอเชิญท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นได้อภิปรายครับ เชิญเลยครับ ท่านเผดิมชัยครับ ท่านเผดิมชัยมาหรือยังครับ ถ้าท่านเผดิมชัยยังไม่มานะครับ ก็ขอเชิญท่านกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นท่านต่อไป ท่านอํานวย คลังผา เชิญครับ

นายอํานวย คลังผา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผม ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้สงวนความเห็นในมาตรา ๖ ซึ่งในขณะนี้ต้องยอมรับ ว่าสถานการณ์กระทรวงการต่างประเทศที่ได้รับงบประมาณทั้งหมดนั้นไป ๓๒๕ ล้านบาท ซึ่งผมได้ขอปรับลดไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คิดเปึนเงินประมาณ ๖๐ กว่าล้านบาทเศษ เหตุผล เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการแก้ไขและส่งเสริม แก้ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ในสายตาของต่างประเทศในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะรัฐบาลพยายามที่จะทําธุรกิจ ประชาชนนักท่องเที่ยว ทั้งสื่อมวลชน รวมทั้งประชาชนชาวไทยให้กลับคืนมานั้น ซึ่งผมคิดว่า ในส่วนนี้งบประมาณประจําป้ก็ได้จัดสรรไว้อยู่แล้ว ซึ่งไม่สมควรเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง ใช้เงิน

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอํานวยครับ ท่านบุญยอดท่านประท้วงหรือครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธาน นะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร จากข้อตกลงเมื่อคืนครับ ท่านประธานครับ ประธานในที่ประชุมคือท่านชัย ชิดชอบ ได้กรุณาบอกว่าเราจะต้อง อภิปรายโดยการกําหนดเวลาท่านครับ แล้วก็อภิปรายไม่ซ้ําซาก ไม่ซ้ําประเด็น ก็ขออนุญาตให้ท่านประธานได้กรุณาจับเวลา ผมเข้าใจว่าโดยข้อตกลงก็คือท่านละ ๑๐ นาที เพื่อการประชุมนั้นจะได้จบได้ทันตามที่เราได้กําหนดกันไว้ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อคืนนี้มีข้อตกลงกันไว้ว่าอภิปรายท่านละไม่เกิน ๑๐ นาที ฉะนั้นก็ขอความกรุณา ท่านผู้อภิปรายกรุณาอยู่ในเวลาด้วยนะครับ เชิญท่านอํานวยต่อครับ

นายอํานวย คลังผา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ นะครับ สําหรับการที่ผมเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธาน ผมขอปรับลด ในส่วนนี้เนื่องจากผมไม่เห็นด้วยในเรื่องของการใช้จ่ายเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินกู้จาก ต่างประเทศหรือเงินกู้ต่าง ๆ ที่ประเทศไทยเราเปึนหนี้อยู่ในขณะนี้ เราเห็นว่าเงินในส่วนนี้ ไม่สมควรหรือไม่เพียงพอที่จะสร้างภาพลักษณ์ เนื่องจากภาพลักษณ์ในประเทศเรานั้น ตั้งแต่ป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอํานวยครับ มีนายแพทย์ชลน่านประท้วงครับ มีอะไรครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากเขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ขออนุญาตใช้สิทธิ ไม่ถือว่าเปึนประท้วงนะครับท่านประธาน ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงกลับมาที่ ฝ์ายเสียงข้างน้อยหรือฝ์ายค้าน ในประเด็นข้อหารือของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเกี่ยวกับ ข้อตกลง ผมเกรงว่าจะมีการเข้าใจผิด แล้วก็จะนําสู่การปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้อง กับข้อตกลงที่เรามีอยู่ ข้อตกลงมีการบันทึกอยู่ที่โต๊ะท่านประธาน เมื่อคืนท่านประธานชัย ได้กรุณาอ่านให้ที่ประชุมฟัง เรามีการกําหนดกรอบเวลาครับ กรอบเวลานั้นหมายถึงว่า จะให้เสร็จไม่เกินเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา แต่ไม่ได้มีข้อตกลงว่าจะต้องกําหนดเวลา เปึนรายบุคคลไม่มีนะครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้คุณหมอชลน่านครับ คือเมื่อช่วงเช้าผมก็ได้ประสานกับท่านประธานวิป ทั้ง ๒ ฝ์าย ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งท่านประธานชัยอ่าน ต้องถือว่าเมื่อเช้านี้ประมาณตีสามเศษ ๆ ก็คือจะให้แล้วเสร็จในการพิจารณางบประมาณประมาณ ๒ ทุ่ม ซึ่งได้หารือท่านประธานวิป โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางประธานวิปฝ์ายค้านก็บอกว่าเดี๋ยวท่านมาถึงท่านจะเสนอรายชื่อ ผู้อภิปรายขึ้นมาทุกมาตรา อาจจะไม่ใช่ทุกท่านที่สงวนคําแปรญัตติไว้ อาจจะมีจํานวน อาจจะมาตราละ ๓ ท่าน ๔ ท่านอะไรก็แล้วแต่นะครับ ถ้าถึงตอนนั้นแล้วเดี๋ยวเรา มาพูดกันเรื่องเวลาอีกทีหนึ่งก็แล้วกัน ตอนนี้ผมว่าเราเอา ๑๐ นาทีไปก่อนนะครับ ท่านหมอชลน่านเชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียว ครับ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องซึ่งกันและกัน ท่านประธานครับ เราเอาข้อตกลงเดิมไว้ก่อน เปึนหลักนะครับ ยอมรับว่าข้อสุดท้ายที่บันทึกนั่นคือไม่เกิน ๒๐.๐๐ นาฬิกา เปึนข้อตกลง ที่จะต้องให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เสร็จในวาระสองและวาระสามด้วยนะครับ ส่วนระยะเวลาที่กําหนดนั้นตั้งแต่มาตรา ๖ ไป ซึ่งจะเริ่มต้นที่ท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ซึ่งก็เปึนสิทธิที่ท่านจะอภิปราย ซึ่งท่านเผดิมชัย ผมกราบเรียนท่านประธานครับ อาจจะใช้ เวลามากกว่า ๑๐ นาทีได้ ผมว่าเปึนดุลยพินิจของท่านประธาน แล้วก็ท่านประธานวิป ฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านที่เราดูกันนะครับ รับรองครับท่านประธาน ในข้อตกลงเดิมไม่เกิน ๒๐.๐๐ นาฬิกาแน่นอน กราบเรียนท่านประธานอย่าเพิ่งนะครับ อย่าเพิ่งไปกําหนด ขึ้นอยู่กับ ดุลยพินิจท่านประธานก่อนก็แล้วกันครับ บางท่านอาจจะไม่ถึงก็ได้ครับ เพราะว่าเราเน้น ประเด็นเนื้อหาสาระจริง ๆ กราบขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็อย่างที่ผมเรียนให้ทราบนะครับ เดี๋ยวจะมีรายชื่อผู้อภิปรายแต่ละมาตราขึ้นมา ซึ่งจํานวนไม่มาก ฉะนั้นเวลาจะยืดหยุ่นกันไป บางท่านสั้น บางท่านยาว แต่เบ็ดเสร็จแล้ว การลงมติในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะแล้วเสร็จประมาณ ๒ ทุ่มนะครับ ฉะนั้นเชิญ ท่านอํานวยต่อครับ ตอนนี้ช่วงนี้ก็ใช้เวลายืดหยุ่นแล้วก็กรุณารวบรัดอย่าซ้ําประเด็นกัน ก็แล้วกันครับ เชิญครับ

นายอํานวย คลังผา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ซึ่งเปึน กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้ขอสงวนความเห็นและปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุผล ก็เนื่องจากภาพลักษณ์ของประเทศไทยเราในขณะนี้เสียหายมาก โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ในประเทศไทยเราต้องนับตั้งแต่การป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธานที่เคารพ เราเสียหายเปึนแสน ๆ ล้านบาท เราจะใช้เงินเพียง ๓๐๐ กว่าล้านบาทมาเยียวยา มาแก้ ภาพลักษณ์ในประเทศนั้นซึ่งผมไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผม ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านถึงท่านกรรมาธิการนะครับว่า เงินดังกล่าวนั้นผมไม่เห็นด้วย ผมจึงขอปรับลด ซึ่งผมได้แจ้งเหตุผลดังกล่าวไปแล้วนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ เราก็ได้ดําเนินการจัดสรรไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมาใช้ เงินกู้ มาใช้ในส่วนแก้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเรา ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมจึงขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ครับ

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เผดิมชัย สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม พรรคเพื่อไทย เมื่อคืนดึกไปหน่อยนะครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เปึนกรรมาธิการ เมื่อคืนเราได้อภิปรายนิดหนึ่ง แตะไปแล้วนิดหนึ่งว่าวันนี้มาตรา ๖ ซึ่งเกี่ยวกับกระทรวง การต่างประเทศ ผมเองนั้นก็เปึนผู้หนึ่งนะครับที่เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แล้วก็ได้ ขอเสนอตัดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งความจริงแล้วก็ขอเพิ่มเติม เข้ามาเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศชาติ เปึนเงินถ้าเทียบเปึนเปอร์เซ็นต์แล้วก็ ๐.๓ เท่านั้นเองไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่จริง ๆ ในการที่จะขอ แต่ถ้าเราจะคิดว่าเปึนเรื่อง เล็กก็ไม่ใช่ เพราะเงินจํานวนนี้มันความหมายคือเราไปกู้เงินเขามาครับท่านประธานครับ เมื่อเราไปกู้เงินเขามาความหมายของเงินกู้ที่จะมาแก้ฟุ๋นฟูนั้น มันไม่ใช่ที่จะให้รัฐมนตรี ต่างประเทศ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) ผู้นี้เอาไปใช้ ท่านประธานครับ แล้วก็เปึนที่ทราบกันดีนะครับว่า วันนี้เรากู้เงินมา ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจเปึนหลักใหญ่ เปึนที่ยอมรับว่าเศรษฐกิจนั้นมีปัญหาอยู่ ๒ หลัก คือภายในแล้วก็ภายนอกประเทศทั่วโลก มีจังหวะที่พร้อมกัน แล้ววันนี้ผมเองในฐานะที่ได้ พูดไปแล้วว่าเปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เพื่อนกรรมาธิการทุก ๆ ท่านก็คงจะทราบดี นะครับว่าตัวของกระผมเองนั้นไม่เคยเลยที่จะคิดโต้แย้งหรือขัดแย้งกับฝ์ายบริหาร ข้าราชการประจําทุกกระทรวง ทบวง กรมที่ได้เข้ามาชี้แจงงบประมาณแผ่นดิน นอกจาก จะมีการทักท้วงเสนอสิ่งที่คิดว่าเปึนประโยชน์ต่อบ้านต่อเมืองตลอดมา ไม่ว่าผมอยู่ในซีก ฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล แต่ท่านประธานครับ ในครั้งนี้เปึนครั้งแรกจริง ๆ ที่ผมได้ขอ อภิปรายในสภา และได้ขอเสนอตัดงบเปึนครั้งแรกของกระทรวงการต่างประเทศที่ขอเงิน มาเพียง ๓๒๕ ล้านบาท ผมต้องขออภัยต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศทุกท่าน นะครับ ซึ่งเรื่องนี้ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดใด ๆ ของข้าราชการในกระทรวงเลยสักคนหนึ่ง ท่านประธานฟังแล้วบอก เอ๊ะ แล้วถ้าไม่ใช่ความผิดของข้าราชการแล้วกระผมทําไมตัดงบ ทั้งหมด ผมก็เฉลยข้อสงสัยนะครับท่านประธาน ก็เพราะว่าผมตกใจครับท่านประธาน ตกใจว่าเงินที่ขอมา ๓๒๕ ล้านบาทนั้น ความหมายของหนังสือของกระทรวง การต่างประเทศที่เข้ามานี่ ผมจะอ่านให้ท่านประธานฟังก็ได้นะครับ เพราะเปึนหลักการ และเหตุผลเวลาทุกกระทรวง ทบวง กรมขอเงินเพิ่มเติมเข้ามา เหตุผลหลักในการขอเงิน ก็ ได้มีหนังสือเขียนขึ้นมาว่า หลักการและเหตุผล ข้อ ๒ แม้ในปัจจุบันสถานการณ์ ความตึงเครียดจากปัจจัยด้านการเมืองภายในได้คลี่คลายลงไปมากแล้วเนื่องจากมี รัฐบาลที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตยและมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร กอปรกับรัฐบาลได้ประกาศนโยบายที่ชัดเจนในการปกครองโดยการยึดหลักนิติรัฐ ธรรมาภิบาล ความโปร่งใสในการสร้างบรรยากาศที่เปึนมิตร การค้ากับการลงทุนสําหรับ นักลงทุนต่างชาติ เพื่อฟุ๋นฟูภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศต่อคนไทย ท่านครับ นี่อย่างไรครับ เงินที่ขอมา ๓๒๕ ล้านบาทมาฟุ๋นฟูภาพลักษณ์มันไม่ได้หรอกครับ เพราะภาพลักษณ์ของประเทศไทยนั้นผมว่าไม่จําเปึนต้องฟุ๋นฟูคําว่า ภาพลักษณ์ หรือ ฟุ๋นฟูการท่องเที่ยวที่เขียนมา ผมตกใจครับ เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศคนนี้จะเอาเงินไปกู้ภาพลักษณ์ ไม่ใช่ ประเทศไทยเพิ่งได้รับรางวัล นะครับ ท่านประธานถ้าจําได้ว่ากรุงเทพฯ เปึนเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดในโลกเมื่อป้ที่แล้วนี้เอง แต่เงิน ๓๒๕ ล้านบาทนี้ที่ท่านจะเอาไปกู้ภาพลักษณ์นี่ กระตุ้นเศรษฐกิจ เอาไปทําอะไร รู้ไหมครับท่าน เอาไปชี้แจงให้คนภายนอกของโลก ถึงผู้สื่อข่าวต่างประเทศทั้งหมด เพราะระบุมาในเอกสาร ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนะครับว่าเงินทั้งหมด ๑๑๕ ล้านบาท จาก ๓๒๕ ล้านบาท เขาจะเอาไปประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อผู้เชี่ยวชาญ โดยการจ้างบุคคลที่ ๓ ให้การสัมภาษณ์ เทสติโมเนียล (Testimonial : หนังสือรับรอง, หนังสือชมเชย) วงเล็บนะครับ เพื่อนําข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับประเทศไทยในมุมมอง ทางบวก โดยใช้พื้นที่สื่อที่เหมาะสมทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ต และสื่อระหว่างประเทศ เช่น ซีเอ็นเอ็น (CNN) ซีเอ็นบีซี (CNBC) บีบีซี (BBC) ไทมส์ (Times) ดิ อีโคโนมิสต์ นิวส์วีค (The Economist Newsweek) แล้วก็ฟอร์บส (Forbes) เปึนต้น ประมาณการค่าใช้จ่าย ทั้งหมดนั้น ๑๑๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วนะครับ ว่า ภาพลักษณ์ประเทศไทยดีอยู่แล้ว ยกเว้นว่าใครไปทําให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ไม่ดี แล้วจําเปึนอย่างไรต้องไปฟุ๋นฟู ก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนนี้แหละ ที่ผมบอกว่าเขาไม่จําเปึนหรอกที่จะไปกู้ภาพลักษณ์ประเทศไทย ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเงินตรงนี้ไปกู้ภาพลักษณ์ท่านหรือเปล่า ท่านเปึนรัฐมนตรีที่มีสํานวนวลีที่จะต้องติดตัวไปจนวันตายว่า สนุกดี อาหารดี ดนตรี ไพเราะ ในเวทีที่จัดขึ้นในการป่ดสนามบินสุวรรณภูมิระหว่างวันที่ ๒๔ เปึนจํานวนทั้งหมด ๘ วัน ถึงวันที่ ๒ ธันวาคม ท่านประธานครับ ผมนึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะมีคนที่ขาดวิสัยทัศน์ มีคนขาดวุฒิภาวะอย่างขั้นรุนแรงจะได้มาดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของประเทศไทย นึกไม่ถึงจริง ๆ ครับ คิดว่าตัวเองนั้นเปึนคนไทยคนหนึ่ง ที่ฝันร้ายที่สุดในชีวิตของตนเองก็ว่าได้ ท่านประธาน ผมไม่เคยตําหนิและคิดจะตําหนิ เพื่อนรัฐมนตรีหรืออดีตรัฐมนตรีเรื่องปลากระปิองนะครับ เพราะอะไรครับ เพราะเมื่อเป่ด ปลากระปิองเข้ามาแล้วท่านถึงรู้ว่ามันเน่า เพราะอาจจะขาดเจตนาถึงรู้ว่าปลากระปิองเน่า เป่ดมาแล้ว แต่ท่านครับถ้ารู้ว่าปลามันเน่าแล้วดันเอาไปบรรจุกระปิองนี่ แล้วขึ้นหิ้งไว้นี่ แล้วเปึนผู้บริหารประเทศนี่สังเวชที่สุดนะครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนนั้นภาพลักษณ์ ๓๒๕ ล้านบาทนั้นกู้ไม่ได้จริง ๆ ครับท่านประธาน กู้ไม่ได้หรอกครับ เพราะมันมากกว่านั้น ท่านประธานรู้ไหมครับว่าท่านรัฐมนตรีคนนี้จะกู้ภาพลักษณ์ของ ตัวเองไม่ใช่ของประเทศ มากกว่า ๔-๕ แสนล้านบาท ผมมีเหตุผลจากแบงก์ชาติ ซึ่งเพิ่งระบุมาว่าจํานวนเงินที่ท่านมีการไปร่วมป่ดสนามบินสุวรรณภูมิแล้วก็ดอนเมือง ของเรามันมากกว่า ๔-๕ แสนล้านบาทจริง ๆ ท่านประธาน คณะรัฐมนตรี เพิ่งอนุมัติไปอย่างที่ท่านเพื่อนสมาชิกเมื่อคืนถ้าจําไม่ผิดก็คือกรรมาธิการเชน เทือกสุบรรณ ได้พูดว่า ได้เอาเงินนั้นไปแก้ไขปัญหาผู้โดยสารที่ตกค้างในระหว่างที่มี ปัญหาที่สนามบินสุวรรณภูมิเปึนจํานวนเงินทั้งหมด ๑,๙๐๐ ล้านบาทที่ให้อนุมัติ ไปเบื้องต้นจ่ายกับแขกที่ตกค้างต่างประเทศเปึนจํานวน ๓-๔ แสนคน ประเทศเราต้อง รักษาภาพลักษณ์ในการกระทําที่อัปลักษณ์ที่สุดคือ ๒,๐๐๐ บาทต่อหัวต่อคน ให้กับแขกที่ตกค้าง ตรงนั้นคณะผู้ทําความผิดไม่ได้เปึนคนใช้เงินเอง ผมจะไม่โทษตรงนั้น ทําไมต้องผลักบาปและภาระเอาเงินกู้ของประเทศมาชําระในสิ่งที่เขาทํา ท่านครับ ท่านรัฐมนตรีคนนี้ ผมไม่มีอะไรเปึนอคติเปึนเรื่องส่วนตัว ไม่ทราบเสียด้วยซ้ําว่าที่มาที่ไป ของท่านคือใคร แต่ด้วยสามัญสํานึกของผม บุคคลผู้นี้อํามหิต ใจร้ายที่สุดกับประเทศ ของตนเอง เผาประเทศของตนเอง ไร้วุฒิภาวะ แค่การเปึนประชาชนคนไทยนั้นผมก็แทบ รับไม่ได้แล้วครับท่านประธาน ไม่มีใครที่เผาบ้านเผาเมืองตัวเองนะครับ ผมไม่เคยโทษ นะครับว่าจะมีกลุ่มสีช้ําเลือดช้ําหนองเวลานี้เกิดขึ้น จะป่ดทําเนียบรัฐบาล จะป่ดถนน มัฆวานรังสรรค์เปึนเวลานานไม่เคยตําหนิ ไม่เคยอยากจะกล่าวโทษเพราะมันเปึนเรื่อง ของไฟในบ้าน แต่การที่ละลาบละล้วงป่ดสนามบินสุวรรณภูมิเปึนเรื่องที่รับไม่ได้จริง ๆ ครับ สมัยก่อนเรามีคนทรยศต่อบ้านต่อเมืองตามประวัติศาสตร์ เป่ดประตูเมืองให้ข้าศึกเข้ามา ในบ้าน เผาบ้านเผาเมืองตัวเองเสียอิสรภาพก็คนไทยด้วยกัน แต่วันนี้มีภัยของประเทศ ตัวใหม่ครับ ป่ดประเทศตัวเองไม่ให้คนอื่นเข้ามา กักไม่ให้คนอื่นออก ทําร้ายประเทศ ตัวเอง ป่ดแล้วขังให้คนของเราคนนั้นต้องควักเงินของเราไปชดเชยกับคนต่างประเทศ ทําลายทั้งภาพลักษณ์ ทําลายทั้งชื่อเสียง แล้วก็กําลังจะมาเอาเงินภาษีของชาวบ้านนั้น ไปกู้ภาพลักษณ์ของตนเองว่าเขาไม่ผิด ท่านครับ เปึนที่รู้กันอยู่ว่าสนามบินไม่ใช่สนามบิน บุรีรัมย์หรือสนามบินโลคัล (Local : สนามบินท้องถิ่น) ต่าง ๆ ในจังหวัด ในประเทศของเรา สนามบินสุวรรณภูมิเปึนสนามบินคําว่า อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต (International airport) เขาเรียกว่า สนามบินนานาชาติ เปึนที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่าสนามบินนานาชาตินั้น มันต้องเปึนโซน (Zone) ที่มีความปลอดภัยสูงที่สุด มาตรการตั้งแต่ขึ้นเครื่องถึงลงเครื่อง ต้องมีกระบวนการที่มาตรฐานสูง นับตั้งแต่พิกัดน้ําหนักกระเปิาของผู้โดยสาร ห้ามมีของ แหลมมีคมทั้งหมด ห้ามนําติดตัวเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดเวลาขึ้นเครื่องต้องถูกป่ดหมด ทรัพย์สมบัติของเครื่องบินแต่ละลําที่ต่างประเทศนั้นมาลงสนามบิน รู้ไหมท่านประธานครับ เครื่องบินลําหนึ่ง ๓๕๐ ล้านยูเอสมิลเลียน (US Million) อย่างน้อย ตกเปึนเงินไทยก็ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันไม่ได้มีลําเดียวนะครับที่มาจอดสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะฉะนั้นชีวิตทรัพย์สินโดยเฉพาะทุกอย่างนั้นมันเปึนค่ามหาศาล แต่สิ่งที่เมืองนอกเขา กังวลมากที่สุดก็คือ ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลของเขาที่เวลามาอยู่ที่นั่นแล้วจะขึ้น เครื่องบินกลับประเทศ อย่างที่ผมได้กราบเรียนประธานแล้ว แบงก์ชาติลงหนังสือพิมพ์บอกมาว่า ค่าเสียหาย ทั้งหมดเบื้องต้น ๒.๙ แสนล้านบาท ท่านครับ อย่างที่ผมเรียนท่านไว้ว่า ๓๒๕ ล้านบาท นั้นน้อยมาก เพราะท่านรัฐมนตรีคนนี้กู้ไม่ได้หรอกครับ อย่าเอาเงินของเราไปบวก เตรียม เอาเงินตรงนี้เก็บแล้วคืนต่างประเทศยังจะดีเสียกว่า เพราะค่าเสียหายเขากําลังจะตามมา เปึนระลอก ๆ จาก ๑,๙๐๐ ล้านบาทนั้นยังจิ๊บจ๊อย ท่านครับ ผมจะสรุปค่าเสียหาย เพราะเนื่องจากเปึนเรื่องงบประมาณแผ่นดินที่ขอเงินกู้เข้ามาชดเชยภาวะเศรษฐกิจ ของเรา ผมได้เรียนไปแล้วนะครับว่า ค่าเสียหายที่ประเมินได้จากการมีส่วนร่วมในการป่ด สนามบินว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศผู้นี้มีพฤติกรรมทําความเสียหาย อย่างไร

ข้อที่ ๑ ค่าเสียหายจากการชดเชยผู้โดยสารที่ตกค้างระหว่างที่ป่ดสนามบิน ๗-๘ วัน คิดเปึนค่าเสียหาย ๒,๐๐๐ บาทต่อคนต่อวัน เปึนเงิน ๑,๙๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ครม. ได้ทยอยจ่ายอนุมัติไปแล้ว

ข้อที่ ๒ แบงก์ชาติได้ประกาศมาเบื้องต้นคือ ๒.๙ แสนล้านบาท กําลังจะ ตามมาจากสายการบินทั่วโลก เพราะเราไปยอมรับเรียบร้อยแล้วในการจ่ายผู้โดยสาร ก็เหมือนรถชนกัน เราไปยอมแล้วว่าจ่ายเงินค่าเสียหาย เรายอมรับผิดเต็มประตูอยู่แล้ว ไม่มีข้อโต้แย้ง ไปกู้ภาพลักษณ์อย่างไรถ้าเขาขอค่าชดเชยมาถ้าเราไม่จ่ายเขาแค่เขา ไม่บินมาเมืองไทยให้สนามบินใหญ่หรือเล็กแค่ไหนเราก็แย่แล้ว ท่านครับ ค่าที่เราต้อง เสียหาย การทําลายชื่อเสียง ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ความหวั่นวิตกว่าเหตุการณ์ เช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า ไม่รู้มันจะมีสีช้ําเลือดช้ําหนองเข้ามา หรือฤกษ์ดียามดีมา นอนกลางถนนไหม ท่านรัฐมนตรีก็ตอบไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ตอบไม่ได้ ประเทศไทย

ข้อที่ ๓ ถูกต่างชาติประณาม ผู้ที่ตกค้างนั้นท่านรู้ไหมครับ ว่าเสียหาย ที่จะต้องรักษาความรู้สึกไปนานแสนนาน เพราะในช่วงวันที่ ๒๔ ที่เขาป่ดสนามบิน มันไป ตรงกับวันที่ เขาเรียกว่า แธงค์ซกิฟวิง เดย์ (Thanksgiving Day) ของเมืองนอกเขาคือ วันขอบคุณพระเจ้า แขกต้องไปพบ กลับบ้านเขาในวันที่ ๒๕ ต้องอยู่พร้อมกับครอบครัว สมาชิก ป้หนึ่งมีครั้งเดียว เสียหาย ความรู้สึกที่จะต้องแก้ให้เขา พี่น้องชาวมุสลิมผมเห็น ทางทีวีระหว่างที่ป่ดสนามบินต้องทนทุกข์ทรมานใจในการที่จะได้เดินทางไปทําพิธีฮัจญ์ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ระเกะระกะไปหมดน่าสงสารมากที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ข้อที่ ๔ พี่น้องเกษตรกรไทยที่มีพืชผลการเกษตรที่จําเปึนต้องส่งออก โดยเร่งด่วน เช่น ไม้ดอกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนกล้วยไม้ กุหลาบ ผลไม้ที่จําเปึนต้องใช้ เครื่องบินเสียหายนับหลายร้อยล้านบาทขึ้นเครื่องไม่ได้ เวลานี้ผลเสียหายที่จะส่งไป นอกจากไม่ได้แล้ว ท่านรู้ไหมครับท่านประธาน ถูกฟัองร้อง เพราะไปเอา แอลซี (L/C) เขามาแล้วส่งไม่ตามกําหนด เรื่องนี้เปึนเรื่องที่เกิดขึ้นจริงครับท่านประธานครับ

ท่านประธานครับ ท่านเห็นวีรกรรมที่ท่านกษิต ภิรมย์ ฝากเอาไว้ไหม ในการร่วมสนับสนุนในการป่ดสนามบินของเรา ทั้งสุวรรณภูมิแล้วก็ดอนเมือง สุวรรณภูมิ ไม่ใช่ความภาคภูมิใจของท่านกษิต ภิรมย์ นะครับ เปึนความเหลวแหลกที่ท่านทําขึ้น ในการมีส่วนร่วม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนี้ ผมดีใจอยู่อย่างหนึ่ง ท่านได้สร้างประวัติศาสตร์ในคนไทยให้ต้องจารึกไว้แล้วครับ ประวัติศาสตร์นี้ต้องจารึกไว้ ว่าคนชื่อนี้ นามสกุลนี้ เปึนรัฐมนตรีสมัยไหน ชื่ออะไร ลูกหลานจะได้เรียน เรียนเพื่อไม่ให้ ทําตัวเยี่ยงอย่างว่าบุคคลผู้นี้มาทําลายชาติบ้านเมืองของตนเอง ทําลายภาพลักษณ์ ของประเทศของตนเอง อภัยไม่ได้ครับ สมัยก่อนโบราณ ๖๐ กว่าป้ คุณพ่อผมเขาบอกว่า มีโจรอยู่คนหนึ่งแถวนครปฐม ปริมณฑลปล้นวัวปล้นควายชาวบ้านทุกวันชาวบ้าน เสียหาย เพราะว่าวัวควายเปึนสมบัติอันล้ําค่าสมัยก่อนคนคนนั้นเขาเรียกว่า เสือผาด แล้วมีตัวตนจริง เสือผาดนั้นทําไมรู้ไหมครับ ทางการเขาพยายามจะจับก็จับไม่ได้ ชาวบ้านจับมาแล้วทําไมรู้ไหมครับ เขาจับเสือผาดตัดคอเสียบประจานที่หน้า องค์พระปฐมเจดีย์ที่คนไปเที่ยวกันนี่นะครับ ไว้ทางประตูเมืองก่อนที่จะไปไหว้พระ ผมว่านะครับ ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ให้ตัดหัวเสียบประจานสุวรรณภูมิก็ยังไม่คุ้ม เสียด้วยซ้ําไป คนไทยจํานวนมากนะครับท่านประธาน วันนี้รายได้ต่อหัวต่อคนตามประชากรว่า ๗,๐๐๐ บาท ต่อเดือน ป้หนึ่งก็ ๙๐,๐๐๐ กว่าบาท ป้หนึ่ง ๙๐,๐๐๐ กว่าบาทนะครับท่าน สรุปว่า กว่าชาวบ้านจะได้เงินเปึนครอบครัวละ ๑ ล้านบาทนี่ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังไม่ได้ แต่รัฐมนตรี ท่านนี้รวดเร็วครับ ๗-๘ วันทําความเสียหายให้กับบ้านเมืองได้เปึนจํานวนหลายแสนล้านบาท ท่านครับ พวกผมชีวิตผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ในที่นี้ ไม่เคยมีความคิดเลยที่จะทําร้าย บ้านเมือง ประชาชนเปึนอันขาดนะครับ พวกท่านยกเว้นพวกที่ท่านเข้ามาอย่างน่าสังเวช ใช้วิธีเผาบ้าน ทําลายล้าง แล้วท่านก็มานั่งในความมีอํานาจครับท่าน ผมเอง มีความรู้สึกในอดีตเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วผมได้มีโอกาสร่วมรัฐบาล ขอโทษต้องเอ่ยนาม ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ซึ่งเปึนที่เคารพรักของคนไทย ในป้นั้น ๑๐ ป้ที่แล้ว มีเด็กคนหนึ่งนะครับ

(นางผุสดี ตามไท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเผดิมชัยครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านอาจารย์ผุสดีประท้วงเรื่องอะไรครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาตประท้วงท่านประธานที่ปล่อยให้การอภิปรายในเรื่องของงบประมาณนี้ กล่าวล่วงไปถึงการเสียดสีขนาดที่เรียกว่าให้ทําอย่างนั้นหรือคะ ดิฉันนั่งฟังด้วย ความอดทนเปึนอย่างยิ่งเลย เพราะวันนี้เราคือการอภิปรายเรื่องงบประมาณ ดิฉันขอ ความกรุณาท่านประธานได้ช่วยดําเนินการอภิปรายให้อยู่ในข้อบังคับด้วย ขอบพระคุณค่ะ

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ถ้าเงินที่เสียหาย ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเผดิมชัยครับ ขอความกรุณานะครับ ระมัดระวังการใช้ถ้อยคํา เพราะว่ามันอาจจะ หมิ่นเหม่ในการทําให้เสียหายได้ แล้วก็ขอความกรุณาได้อยู่ในประเด็นที่ท่านได้สงวนความเห็น ในการตัดงบประมาณตามมาตรา ๖ นี้ด้วยครับ เชิญต่อครับ แล้วก็กรุณารวบรัดหน่อยครับ

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ถ้าหากเงินที่เสียหายทั้งหมด ตกลงกับผมไหมครับว่าอย่ากลับมาคิดกับประเทศไทย กับคนไทย ไปจ่ายเขาไหมครับ ทําไมครับ เงินกู้ของประเทศไทยทําไมคนไทยต้อง รับผิดชอบ อันนี้ในสภาเปึนเรื่องของประชาชนครับ ผมเปึนผู้แทนราษฎร ผมไม่เคยพูด มาเลยในชีวิตผม ท่านครับ ต่อไปนะครับ ผมเคารพจริง ๆ ในพรรคประชาธิปัตย์ ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ป้ ๒๕๔๐ ผมได้ร่วมรัฐบาล ป้นั้นผมชื่นชมมาก และชื่นชม จนถึงทุกวันนี้คือท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนนั้นท่านอายุ ๓๔ ป้ ท่านครับ มีเอกสาร ทุกอย่างที่เราร่วมรัฐบาลกัน อันนี้เปึนสิ่งดีงามนะครับ เพราะว่าในเอกสารทุกอันที่เขียน มานี้มี ๓ อันที่เขียนกันว่า ธรรมาภิบาล แม้กระทั่งการขอเงินจากกระทรวง การต่างประเทศ แม้กระทั่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผมต้องขอเอ่ยนามท่านบ่อย ๆ เพราะว่ารู้สึกชื่นชมท่านจริง ๆ ท่านได้แถลงนโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันนั้น ท่านได้เห็นชัดว่า ในข้อ ๘ ท่านบอกว่า จะสร้างกฎหมายให้มีความรู้คู่คุณธรรมและ เพื่อปลูกฝังค่านิยม ขอโทษนะครับ สัญประกาศ เขียนไว้ว่า คนไทยต้องไม่โกง อันนั้นเปึน ถ้อยคําแถลงนโยบายที่เกิดขึ้นนะครับ ที่ท่านเข้ามารับเปึนตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ๘.๑.๒ ท่านแถลงไว้ครับ ถึงผมจะไม่ได้ยิน แต่ผมอ่านเอกสารที่ท่านนายกรัฐมนตรีเราได้เขียน เอาไว้เปึนหลักการว่า นี่คือวิธีที่จะต้องดําเนินการนโยบายของรัฐบาล รัฐบาลจะสร้าง มาตรฐานด้านคุณธรรม สังคม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ผมจะไม่อ่านต่อครับว่าคําว่า ธรรมาภิบาล มันซ้ําซ้อน ๒-๓ เรื่อง แต่ธรรมาภิบาลคืออะไร ธรรมาภิบาลที่เกิดขึ้น ในสมัยที่ผมอยู่ร่วมกับท่านอภิสิทธิ์และผมชื่นชมเมื่อ ๑๐ ป้ที่แล้วตอนท่านอายุ ๓๔ เขาเขียนไว้ว่า ทางภาคราชการ ตอนที่ท่านดําเนินการเปึนสํานักนายกรัฐมนตรี ธรรมาภิบาล นั้นได้มีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและ สังคมที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๒ ระเบียบนี้มีผลบังคับกับหน่วยงานของรัฐตั้งแต่วันที่ ๑๑ สิงหาคม เปึนต้นมา โดยระเบียบนี้ กําหนดให้ทุกหน่วยงานของรัฐดําเนินการบริหารจัดการ โดยมีหลักสําคัญกฎเหล็กทั้ง ๖ หลักครับ ประกอบไปด้วย หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักคุ้มค่า โดยมี สาระสําคัญดังนี้ครับท่านประธาน ท่านครับ แค่หลักเดียวผมก็ชื่นชมว่าท่านมีวิสัย ที่ต้องการให้เมืองไทยอยู่ในธรรมาภิบาลที่ดี ๑. หลักนิติธรรมนั้น ได้แก่ การตรากฎหมาย กฎข้อบังคับต่าง ๆ ให้ทันสมัยและเปึนธรรม และเปึนที่ยอมรับของสังคมและสังคม ยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามกฎหมาย กฎข้อบังคับเหล่านั้น โดยถือว่าเปึนการปกครอง ภายใต้กฎหมาย มิใช่ตามอําเภอใจหรืออํานาจของตัวบุคคล ถูกบรรจุอยู่ในนี้ครับ ผมไม่ได้เขียนเองหรือสร้างเอง แต่เขียนโดยหลักธรรมาภิบาลนะครับว่า หลักที่ ๒ คือหลัก คุณธรรม หลักที่ ๓ คือหลักความโปร่งใส หลักที่ ๔ คือหลักของการมีส่วนร่วม หลักที่ ๕ คือหลักของความรับผิดชอบ ได้แก่ ต้องตระหนักในสิทธิหน้าที่ สํานึกในความรับผิดชอบ ต่อสังคม ไม่ใช่ใส่ใจปัญหา ไม่ใส่ใจปัญหาของสาธารณะของบ้านเมือง ต้องกระตือรือร้น ในการแก้ปัญหา ตลอดจนเคารพในความคิดที่แตกต่างและความกล้าที่จะยอมรับผลพวง ของการกระทําของตน ท่านประธานครับ มันสอดคล้องกันหมดจากการอธิบายนะครับว่า ธรรมาภิบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ชูไว้นะครับ หลักการของคําว่า ธรรมาภิบาล ซึ่งอาจารย์ธีรยุทธ บุญมี หรือหลายท่านชื่นชมตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ และผมก็ชื่นชม ชื่นชมจริง ๆ ครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่าเราแกล้งชื่นชมว่า เอ๊ะ ทําไม ๓๕ ท่านมีความคิด ๓๔ จน ๑๐ป้ วันนี้ท่านก็ได้มาเปึนนายกรัฐมนตรีสมดังความปรารถนา แล้วคิดว่าท่านจะยึดหลักของ ท่านที่ท่านได้สร้างขึ้นมา ท่านประธานครับ ที่ต้องโยงเพราะว่ามันเปึนเรื่องของ งบประมาณทั้งสิ้น จํานวนเงินที่เราทําความเสียหายมันเกิดจากว่าเราไม่เคารพกฎหมาย เราไม่เคารพธรรมาภิบาลที่ดี ผมบอกกับท่านประธานตั้งแต่เบื้องต้นว่า ๓๒๕ ล้านบาทนั้น ไม่ใช่เรื่องสาระสําคัญ แต่ถ้าเราจะทําบ้านเมืองเสียหายโดยไม่เคารพกฎหมายนั้น มันอันตรายครับและไม่รู้มันจะหยุดตรงไหน การที่ว่ากระทรวงการต่างประเทศจะเอาเงิน ๓๒๕ ล้านบาทไปให้สื่อต่างประเทศนั้น บอกว่าจะกู้ภาพลักษณ์นั้นมันเปึนไปไม่ได้ครับ จะเปึนซีเอ็นเอ็นจะเปึนบีบีซีหรือจะเปึนอะไรก็แล้วแต่ เราต้องดับไฟในบ้านของเราเอง ครับท่าน ไฟในอย่านําออกไฟนอกห้ามนําเข้าเด็ดขาด เราต้องยุติความขัดแย้ง ผมสนับสนุน นายกรัฐมนตรีร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมเคยร่วมเปึนรัฐบาลกับท่าน ท่านครับ ที่ทุกคนก็คงจะได้ ข่าวเปรียบเทียบนายกรัฐมนตรีของเราด้วยความชื่นชมนะครับ และผมก็ชื่นชม คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ ที่เปรียบเทียบกับประธานาธิบดีนะครับ เปรียบเทียบนะครับต้องขออภัย ต้องให้ชัดเจนนิดหนึ่งที่เปรียบเทียบกับคุณโอบามา ผมมีหนังสือเอกสารของท่านโอบามานะครับ ท่านปฏิญาณตนสั้น ๆ วันนั้นถ้าดูทีวี กันสั้น ๆ เลยนะครับ ผมขออ่านคําปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐโดยเคร่งครัด และจะธํารงปกปัองและคุ้มครองรัฐธรรมนูญสหรัฐ อย่างเต็มความสามารถ ขอพระเจ้าโปรดประทานพร แค่นี้ครับ สั้น ๆ จริง ๆ สั้นมาก ๆ และได้ความหมาย เหมือนกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เคยพูดกับพวกผมและมั่นใจ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ว่า หลักธรรมาภิบาลนั้นจําเปึนต้องเกิดขึ้นในประเทศเรา ผมไม่มีฝักมี ฝ์าย ผมไม่มีฝ์ายค้านหรือรัฐบาล แต่ผมว่าเงินที่กําลังเสียหายนั้นมันกําลังจะบานปลาย ท่านครับ วันนี้หนังสือพิมพ์มติชนที่ผมเอามานะครับ ที่ผมเอามาด้วย เผอิญผมเอามา แล้วว่า หยิบขึ้นมาพาดหัวข่าวโดยยังไม่ได้เป่ดนะครับ ประชาธิปัตย์แฉ ๓ เดือน วูบ ๑.๗ แสนล้านบาท รบ. รัฐบาลเก่าถลุง กรณ์เซ็งเจอน้ําลดตอผุด ถึงเรื่องนี้จะเปึนจริง ๑.๗ แสนล้านบาท ก็ยังน้อยกว่าที่กระทรวงการต่างประเทศ การร่วมป่ดสนามบินเลยครับ ที่แบงก์ชาติเปึนคนสรุปมา แล้วท่านบอกตรงนี้ไม่ให้เกี่ยวกับเงินได้อย่างไร ในเมื่อวันนี้เรา กู้มาและใช้จริง ๆ คืนคลังไป ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเราก็ใช้เงิน ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะมา ใช้เพื่อกระจาย เปึนเจตนารมณ์ที่ดี แล้วผมก็เชื่อมั่นจริง ๆ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีผมนั้น เจตนาดี ไม่มีอะไรแอบแฝง เพราะจากการที่เคยคุ้นเคยและสัมผัส วันนี้ผมยินดีและลึก ๆ ผมสนับสนุน และผมต้องการให้เปึนตัวอย่างแก่เยาวชนที่ดีว่าผมไม่มีอะไรติดยึดกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมรู้ว่าท่านอาจจะพลาด ผมรู้แต่การเปึน ผู้ลักผู้ใหญ่เมื่อพลาดแล้วต้องมีสป่ริท (Spirit) ถ้าเห็นแก่บ้านแก่เมืองจริง ๆ อย่าก้าวมา ตําแหน่งที่เมื่อรู้ว่ายังมีความรู้สึกที่ไม่ดีของประชาชนที่เขากําลังจับตาดู แล้วมันเปึนการ เริ่มต้นที่ไม่สวย และสิ่งนั้นก็จะทําให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ของผมที่มีชื่อเล่น ๆ ว่า มาร์ค นั้นจะต้องมีตําหนิ ดีที่สุดในโลกอยู่แล้ว ท่านประธาน เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลทั้งมวลนั้นเกี่ยวกับเรื่องเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๓๒๕ ล้านบาท ผมนั้นมีความจําเปึนในเหตุผลดังกล่าวว่า ความเสียหายต่างหากที่เกิดขึ้น ที่จะตามมามันมากกว่างบประมาณ เพราะผมไม่รู้เขาจะเคลม (Claim : เรียกร้อง , อ้างสิทธิ) มาเท่าไร ผลเสียหายนั้นแทนที่จะบวกเข้าลบออกท่านประธานครับ เสีย ๓ แสนกว่าล้านบาทไม่พอ รายได้ที่พึงควรจะได้ที่คนเข้ามาเที่ยวในระหว่างนั้น ระหว่างใกล้ป้ใหม่ หายไปอีกกี่แสนล้านบาท ทําไมคนไทยหรือพวกเราทําไมต้องมา เหนื่อยยากกับงบตรงนี้ที่เกิดมาอีก ๓ แสนล้านบาทที่ตามมานี่ เงินที่กู้มา ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่นะครับไม่มีอะไรเลย ไม่พอครับ ไม่พอจริง ๆ ครับ ท่านครับ ท้ายสุดนี้ ก็หวังใจอย่างยิ่งนะครับว่าท่านรัฐมนตรีผมอยู่ในฐานะนี้จริง ๆ อยู่นาน ๆ เพราะผมยืนยัน ว่าท่านเปึนคนดี ผมยืนยันเพราะผมทํางานร่วมกับท่านมาไม่เคยผิดเวลาในการประชุม ครม. สมัยที่กลับไป แม้กระทั่งตอนนั้นท่านจะเพียง ๓๔ ผมชื่นชมจริง ๆ นะครับว่าท่านมี ความมุมานะและซื่อสัตย์และยืนยันมาตลอด แต่วันนี้ไม่อยากให้ใครทุกคนทําให้ท่านมี ตําหนิแค่เรื่องเล็กน้อย ถ้าจะดูเล็กน้อยแล้วคุณกษิตถ้าเห็นแก่รัฐบาล ผมไม่รู้นะครับว่า จะมีการต่อรองกันหรือจะอะไรว่าจะต้องมาอย่างไร เห็นแก่ท่านอภิสิทธิ์เหมือนอย่างผม เห็นนะครับ แล้วท่านก็จะเห็นแสงสว่าง ผมขอตัดงบประมาณทั้งหมดครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยจะสงวนความเห็น ท่านใดประสงค์จะอภิปราย ไหมครับ ไม่มีนะครับ ท่านสมาชิกที่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ครับ ท่านใดจะอภิปราย ในมาตรา ๖ ยังติดใจอยู่กรุณายกมือนะครับ เชิญท่านทนุศักดิ์ครับ

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ผมขอ อภิปรายในมาตรา ๖ กระทรวงการต่างประเทศ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ ผมตัด งบประมาณในมาตรา ๖ ของกระทรวงการต่างประเทศทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผล ๒ ประการ

ประการที่ ๑ หนังสือในมือผมนี้คือหนังสืองบประมาณของป้ ๒๕๕๒ งบปกติ กระทรวงการต่างประเทศได้รับงบประมาณ ๘,๒๑๒ ล้านบาทเศษ ซึ่งก็เปึน จํานวนที่มากมายเหลือเกินครับ และขณะเดียวกันเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ของเรานั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาอธิบายกันง่าย ๆ เพราะวันนี้สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในบ้านเมืองเรานั้นก็ยังไม่เรียบร้อย ยังไม่ยุติ ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วผมก็มีเรื่องอยากจะพูด เยอะพอสมควรที่เตรียมไว้ แต่ว่าก็มีเหตุผลบางประการที่จะต้องให้ผมสรุปโดยเร็ว ผมก็ขอสรุปอย่างนี้เลยครับว่า เงิน ๓๒๕ ล้านบาทไม่ต้องเอาไป เพราะมีเงินเดิมอยู่แล้ว ไม่มีความจําเปึน

ประการที่ ๒ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องแก้ปัญหาความขัดแย้ง ในประเทศให้เรียบร้อยให้ได้ ไม่อย่างนั้นแล้วนะครับ ไม่มีเงินก้อนไหน ไม่มีวิธีการใดที่จะ ทําให้ประเทศเราเปึนปกติ เพราะว่าความไม่สงบยังเกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติประสงค์จะอภิปรายไหมครับ เรียนเชิญครับ

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ขอสงวนคําแปรญัตติในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ในงบประมาณวงเงิน ๓๒๕ ล้านบาทไว้นะคะ ซึ่งในตอนแรกนั้นดิฉันได้ขอแปรญัตติ เพื่อตัดลดงบประมาณในส่วนนี้ร้อยละ ๕ ค่ะ เนื่องจากว่าในตอนแรกดิฉันยังไม่แน่ใจว่า งบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาทนั้นจะนําไปใช้ประโยชน์อะไรได้คุ้มค่า หรือว่าจะนําไปใช้ใน สิ่งใดได้ที่จะคุ้มค่ากว่า แล้วก็จะเปึนการใช้อย่างตําน้ําพริกละลายแม่น้ําหรือไม่ แต่เมื่อ ดิฉันได้มาศึกษาในรายละเอียดนะคะ ความจําเปึนแล้วก็ภาพพจน์ของประเทศของเรา ในสายตาของชาวโลกแล้ว ดิฉันมีความรู้สึกตรงกันข้ามค่ะว่างบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาท ในส่วนนี้นั้นน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ําค่ะ และดิฉันก็ไม่ติดใจที่จะตัดลดงบประมาณในส่วนนี้ ในร้อยละ ๕ นะคะ แล้วก็ขอสนับสนุนงบประมาณส่วนนี้นะคะ ท่านประธานคะ ในสภาวะ ปัจจุบันนี้นะคะ ภาพพจน์ของประเทศไทยของเราในสายตาของสื่อต่างชาติ ในสายตา ของชาวโลกนั้นยังเข้าใจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเทศของเรานั้นคลาดเคลื่อนไปมาก แล้วก็ มองภาพของเราในแง่ที่ไม่ดีเลย เพราะฉะนั้นดิฉันเองคิดว่ารัฐบาลโดยกระทรวง การต่างประเทศมีความจําเปึนที่จะต้องออกมาชี้แจง ออกมาทําความเข้าใจกับสื่อ ต่างชาติและชาวโลกถึงเหตุผลต่าง ๆ ที่ทําให้ต่างชาตินั้นเข้าใจประเทศไทยเราผิดไป งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ วงเงิน ๓๒๕ ล้านบาทที่กระทรวง การต่างประเทศจะได้รับนั้นมีความจําเปึนที่จะต้องสร้างความเข้าใจค่ะ แล้วก็นํามาฟุ๋นฟู เร่งสร้างความศรัทธาเชื่อมั่นจากชาวโลกให้กลับคืนมาสู่ประเทศไทยโดยเร็ว มิฉะนั้น ความเสียหายจะเกิดกับประเทศของเรานะคะ ภาพที่ต่างชาติมองเรา ไม่ว่าจะเปึนข่าว ในด้านต่าง ๆ ข่าวของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อุ้งมือของทหาร หรือว่าภาพของการ เดินขบวนบนความขัดแย้งของคนไทยกันเอง หรือว่าข่าวของการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง หรือแม้แต่ข่าวที่เพิ่งปรากฏต่อชาวโลกก็คือ ข่าวที่ต่างชาติกล่าวหาว่าประเทศไทยของเรา นั้นปฏิบัติต่อผู้อพยพชาวโรฮิงญา (ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในประเทศพม่า) อย่างไร้ มนุษยธรรมซึ่งก็คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ชาวโรฮิงญาเหล่านั้นเขาเข้ามาประเทศ ของเราหลังจากที่เขาถูกทารุณกรรมจากประเทศอื่น ๆ มา แต่เราก็มาให้ความช่วยเหลือ ให้การเยียวยากับชาวโรฮิงญาเหล่านั้น เพราะฉะนั้นเราเองจะต้องรีบสร้างภาพพจน์ที่ดี ให้กับชาวต่างชาติ แล้วก็ด้วยงบประมาณส่วนนี้นะคะ ดิฉันถือว่ามีความจําเปึน เปึนอย่างยิ่งที่จะต้องนํามาใช้ นอกจากการที่เราจะต้องแก้สื่อ แก้ไขข่าวกับสื่อต่าง ๆ กับชาวโลกแล้ว การที่รัฐบาลเองมีการปฏิบัติการเชิงรุก โดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมด้วยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ท่านกษิต ภิรมย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน พร้อมด้วยคณะได้ออกไปสู่ เวทีโลกค่ะ ที่เร็ว ๆ นี้ที่ผ่านมาหลังจากที่รัฐบาลของท่านได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง เดือนเศษท่านก็ได้ออกไปสู่เวทีโลก เช่น ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในการประชุม เศรษฐกิจโลก หรือ เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม (World Economic Forum) และหลังจากนั้น ก็มีการไป โรดโชว์ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะคะ ไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ์น แล้วก็ยังมี แผนการที่จะไปโรดโชว์ที่ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศรัสเซีย ประเทศอังกฤษ หรือแม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาในเร็ว ๆ นี้ด้วย ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่ดีสําหรับประเทศไทย ของเราเปึนอย่างยิ่ง ดิฉันขออนุญาตลงรายละเอียดในส่วนของการที่ท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพร้อมคณะนั้นไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ์น ซึ่งดิฉันคิดว่าประสบความสําเร็จในระดับหนึ่งทั้งทางภาครัฐ แล้วก็ภาคเอกชนด้วยนะคะ ก่อนหน้านี้นั้นเนื่องจากปัญหาภายในประเทศและวิกฤติเศรษฐกิจโลก นักท่องเที่ยว ชาวญี่ปุ์นที่เคยมาเที่ยวเมืองไทยมีอัตราส่วนลดลงประมาณร้อยละ ๒๕ การส่งออก ก็ลดลงประมาณร้อยละ ๒๐ การลงทุนก็เช่นกัน การลงทุนจากประเทศญี่ปุ์น ก็ลดลงประมาณร้อยละ ๔๐ สิ่งเหล่านี้ทําให้รัฐบาลไทยมีความจําเปึนที่จะต้องออกไป เจรจา ไปหาลู่ทางการลงทุนที่ประเทศญี่ปุ์น แล้วก็ดิฉันเชื่อว่าหลังจากที่เราได้ออกไป พูดคุยทําความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติแล้ว นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ์นที่เปึน นักท่องเที่ยวชั้นดีมีเม็ดเงินมากก็จะหวนกลับมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น การลงทุนและ การส่งออกก็จะเพิ่มขึ้นนะคะ

ในส่วนของภาคเอกชนของประเทศญี่ปุ์นเอง เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปเจรจา ภาคเอกชนของประเทศญี่ปุ์นก็ให้ ความหวังกับประเทศของเราว่า เขาอาจจะย้ายฐานการผลิตจากประเทศจีนมาสู่ประเทศไทย ซึ่งเปึนข่าวดีมากสําหรับแรงงานไทย เพราะว่าในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้แรงงาน ที่จะต้องตกงานในอนาคตก็ยังมีแนวโน้มสูง เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้จริงที่นักลงทุน ชาวญี่ปุ์นให้ความเชื่อมั่นกับรัฐบาลไทยของเราเปึนข่าวที่ดีมาก และในส่วนของรัฐบาล ของรัฐบาลญี่ปุ์นเองก็ได้อนุมัติเงินกู้ให้กับโครงการรถไฟฟัาสีแดงของเราในวงเงิน ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน นั่นแสดงว่ารัฐบาลญี่ปุ์นเริ่มให้ความเชื่อมั่นกับประเทศไทยเรากลับคืน มาแล้ว และดิฉันเห็นว่าการที่เรานั้นออกไปทําความเข้าใจกับต่างชาติ ออกไปโรดโชว์ ยังประเทศต่าง ๆ เหล่านี้นี่มีความจําเปึนและเปึนสิ่งที่ดีมาก ไม่เพียงแต่อีก ๕ ประเทศ ที่รัฐบาลไทยของเราวางแผนเดินทางไป อย่างเช่น ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศ รัสเซีย ประเทศอังกฤษ หรือประเทศสหรัฐอเมริกา ดิฉันอยากจะให้มีการโรดโชว์อย่างนี้ มาก ๆ ออกไปดึงดูดเงินเข้ามาสู่ประเทศ ออกไปทําความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นศรัทธา กลับมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศของเรา นําเม็ดเงินกลับมาให้กับประเทศของเรา ซึ่งประเทศของเรานั้นเคยเปึนประเทศที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเปึนอันดับต้น ๆ ของโลก กรุงเทพฯ เองก็ได้รับเลือกเปึนเมืองที่น่าอยู่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลกจากนิตยสาร ทราเวล แอนด์ เลเชอร์ (Travel and Leisure) มาแล้วเมื่อป้ที่แล้ว ทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว ทรัพยากรบุคคล การบริการของประเทศไทยเรานั้นก็เปึนที่ประทับใจของ ชาวโลก เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เปึนสิ่งที่เรามีพร้อมอยู่แล้ว แต่เรานั้นควรจะออกไปเชิญชวนให้พวกเขา เหล่านั้นมีความมั่นใจและเชื่อมั่นกลับมาเที่ยวเมืองไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของเราเอง ท่านประธานคะ ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลกและวิกฤติศรัทธาที่ชาวโลกมีต่อประเทศไทย ดิฉันเชื่อมั่นว่างบประมาณในส่วนนี้เพียง ๓๒๕ ล้านบาทมีความคุ้มค่าที่เราจะใช้จ่าย ออกไปเพื่อแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศของเราและสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ ให้มองประเทศของเราในแง่ที่ดีขึ้น ดิฉันขอสนับสนุนงบประมาณในส่วนนี้ ๓๒๕ ล้านบาท ของกระทรวงการต่างประเทศค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ขออนุญาต นําเรียนท่านประธานนะครับ เมื่อคืนนั้นได้มีการตกลงในรายละเอียด แล้วท่านประธาน ก็ได้พูดออกประกาศทางไมโครโฟนไป ผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธานว่า ตอนนี้ ผมได้บริหารจัดการเรื่องเวลาตามที่ท่านประธานได้กล่าวไว้ต่อหน้าที่ประชุมเมื่อตอนที่ เริ่มประชุม เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะลงมติเลยก็ผมไม่ขัดข้องนะครับ เพราะว่าผมเกรงว่า หลาย ๆ ฝ์ายถามผมเหมือนกันว่า ๒ ทุ่มนั้นจะเสร็จหรือท่านวิทยา ในฐานะประธานวิป ฝ์ายค้านก็ขออนุญาตนําเรียนท่านประธานว่า ตอนนี้ผมได้บริหารจัดการเรื่องเวลา แล้วในซีกฝ์ายผม มาตรา ๖ ผมไม่มีการอภิปรายแล้ว หากท่านประธานจะลงมติ ก็สามารถดําเนินการได้เลยนะครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ก็ยังมีผู้สงวนคําแปรญัตติ ฝ์ายรัฐบาลยกมือนะครับ เชิญท่านเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๖ กระทรวงการต่างประเทศ กระผมได้ขอปรับลดอยู่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ สําหรับในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศผมได้ดูแล้ว เดิมทีผมดูแล้ว ต้องปรับลด แต่พอผมดูในเนื้อหาสาระของกระทรวงการต่างประเทศ ในสถานการณ์ ในทางการเมือง ณ ปัจจุบันนี้ บางครั้งหลังจากผมให้เหตุผลต่อที่ประชุมแล้ว ผมอาจจะ ไม่ต้องขอปรับ ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับท่านประธานว่า ณ วันนี้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยถูกทําร้ายในแง่ของชื่อเสียงในต่างประเทศกันเปึนระยะ ๆ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเริ่มมีภาพลักษณ์ที่เสียหาย ก็เริ่มจากรัฐบาลภายใต้การนําของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนต้นมา เกิดจาก กระบวนการการอุ้มฆ่าผู้ค้ายาเสพติด ๒,๕๐๐ ศพ ซึ่งไม่ได้รับคําตอบ ก็ได้ถูก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ให้รัฐบาลในสมัยนั้นชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ ต่างประเทศก็ไม่ได้รับคําชี้แจงจนประเทศไทยถูกกล่าวหาว่าเปึนประเทศหนึ่งที่ละเมิด สิทธิมนุษยชนในขณะนั้น ประเด็นเหล่านี้ผมถึงมองว่ากระทรวงการต่างประเทศ มีความจําเปึนที่จะต้องเปึนหน้าตาของประเทศไปแก้ภาพลักษณ์ในต่างประเทศ ไม่เช่นนั้นภาพลักษณ์เหล่านั้นจะตรึงตราต่างประเทศกับประเทศไทยในทางที่ไม่ดี ทางที่เสียหายตลอด ท่านประธานครับ นับกระบวนการทั้งหลายที่เกิดขึ้นหลายเรื่อง ที่กระทรวงการต่างประเทศต้องไปแก้ไขและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศให้กับ ต่างประเทศ แม้กระทั่งกรณีสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกระทั่งถูกยูเอ็นเอชซีอาร์ (UNHCR : United Nations Heigh Commissioner for Refugees : ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ) กล่าวหาประเทศไทยว่ามีการละเมิด สิทธิในภาคใต้ ก็เกิดจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ทั้งนั้นแหละครับ จนกระทั่งโลกมุสลิมโอไอซี (OIC : Organisation of the Islamic Conference : องค์การการประชุมอิสลาม) ต้องเข้ามาดูแลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนกันอย่างต่อเนื่อง ภาพลักษณ์เหล่านี้ทําให้ประเทศไทยเสียหายในระดับต่างประเทศ ความเชื่อถือ ทั้งนักลงทุนในต่างประเทศขาดความเชื่อถือกับประเทศไทย แต่ถามว่ารัฐบาลนี้เกิดขึ้นมาเพียง ๑ เดือนกว่าต้องมานั่งเช็ดปัญหา ล้างปัญหาที่เกิดขึ้น จากรัฐบาลก่อนหน้านี้ทั้งนั้นเลยครับท่านประธาน ประเด็นเหล่านี้ครับ แม้กระทั่ง ในเร็ว ๆ นี้ท่านประธานคงจะจําได้ว่าขบวนการการสร้างข่าวภาพลักษณ์ให้เสียหาย ในต่างประเทศมีขบวนการการทํางานที่ทําลายประเทศไทยเปึนระยะ ๆ ก่อนหน้านี้ ไม่กี่วันนี้เองครับ ในกรณีที่ชาวโรฮิงญาหลบหนีเข้าเมืองที่จังหวัดระนอง ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าข่าวโรฮิงญาแทนที่จะออกจากข่าวภายในประเทศกลับไปออกข่าว ที่ต่างประเทศเปึนอันดับแรก โดยกล่าวหาว่า ประเทศไทยโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐละเมิด สิทธิมนุษยชนต่อพี่น้องชาวโรฮิงญาที่มาอยู่ในเมืองไทย จึงหลบหนีเข้ามาในเมืองไทย แต่ท่านประธานครับ ขบวนการทําลายล้าง ทําลายชื่อเสียง ผมถามว่าทําไมนักข่าว ในเมืองไทยจะไม่รู้เลยหรือ ทําไมข่าวในเมืองไทยมันไม่ออก แล้วทําไมต้องไปออก ที่ต่างประเทศ แล้วตีข่าวไปทั่วโลก นั่นแสดงให้เห็นว่าขบวนการการสร้างข่าว เพื่อทําลายประเทศเปึนขบวนการที่มีอยู่จริงในต่างประเทศ จะเปึนใคร ผมว่ารัฐบาล จะต้องไปดูแล ท่านประธานครับ พอผมไปตรวจสอบผมไปในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ข่าวออกไปอย่างไรครับในขณะนั้น ข่าวออกไปว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้กําลังประทุษร้าย แต่จากกระบวนการการตรวจสอบของ คณะกรรมาธิการโดยผมเองกับคณะกรรมาธิการลงในพื้นที่ ปรากฏว่าไม่มีการทําร้าย การทําร้ายไม่ได้เกิดขึ้นจากราชการในประเทศไทยหรือจากเจ้าหน้าที่ภายในประเทศ แต่ประการใด เท่าที่ผมสอบถามคนที่เข้ามา ณ วันนั้นเขาบอกว่าเกิดขึ้นจากต่างประเทศ ซึ่งเปึนประเทศต้นทาง แต่ถามว่าประเด็นเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าไม่มีขบวนการ การสร้างภาพลักษณ์ให้เสียหายกับประเทศชาติเพื่อทําลายรัฐบาล อย่างนี้กระทรวง การต่างประเทศจะต้องเข้าไปดูแล และไปแก้ข่าวในต่างประเทศ ไม่เช่นนั้นภาพลักษณ์ ของประเทศไทยเกิดความเสียหายอย่างมหันต์เลยครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ภาพลักษณ์ในขณะนี้ความเสียหายมันเกิดขึ้นอย่างเปึนระยะ ๆ กระบวนการทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นที่สามารถสื่อสารไปต่างประเทศได้ ทุกครั้งในกรณีโรฮิงญาหลังจากที่ได้มี การตรวจสอบแล้วว่ามันไม่ได้มีการกระทํา ไม่มีการทําร้ายในประเทศไทย หลังจากนั้น ก็มีการไปออกข่าวในประเทศเพื่อนบ้านตอนล่างของประเทศมาเลเซียอีกว่า มีการสร้างข่าวว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศไทยได้ทําร้ายจนว่ามีผู้คนเสียชีวิตอีก ๒๐ ศพ ก็ได้ไปตรวจสอบ ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ตอนล่างของประเทศมาเลเซียก็บอกว่ามันไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่ ของรัฐ แต่ว่าขบวนการเหล่านี้ผมอยากจะชี้ให้ทางคณะกรรมาธิการได้เห็น ให้ท่านประธานได้เห็นว่าขบวนการการทําลายล้าง ทําลายชื่อเสียงของประเทศไทย มีเปึนไปอย่างมีระบบเกิดขึ้นจากนอกประเทศ ด้วยความเปึนห่วงที่ผมดู ตอนแรก ผมตั้งใจว่าจะต้องปรับลดครับท่านประธาน ถ้าดูอย่างนี้แล้ว ๓๒๕ ล้านบาทมันเล็กน้อย เล็กน้อยต่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยต่อต่างประเทศ การสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดี คือสร้างบนพื้นฐานของความเปึนจริง ก็เปึนหน้าที่ที่กระทรวง การต่างประเทศต้องไปดูแลครับ ถ้ากระทรวงการต่างประเทศไม่มีเงินงบประมาณ ตัวเหล่านี้ขึ้นไป ผมถามว่าในการแก้ภาพลักษณ์ในต่างประเทศก็จะถูกสมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรตําหนิลงได้ ท่านประธานครับ ประเด็นเหล่านี้ผมถึงให้ความสําคัญ กระทรวงเงิน กระทรวงการต่างประเทศ ๓๒๕ ล้านบาท ถ้าลองนับไปดูกับเงินที่ได้ใช้จ่าย ในกระทรวงการท่องเที่ยวเรื่องอีลิท การ์ด (Elite card) ซึ่งเกิดความล้มเหลว บอกว่าป้หนึ่ง จะต้องเปึนพันคน พันรายต่อป้ เอาเงินงบประมาณไปกี่พันล้านครับ ถามว่า อีลิท การ์ด เกิดขึ้นมาตั้งแต่กี่สมัยรัฐบาล ๓ รัฐบาลนะครับ ณ วันนี้ความล้มเหลวของอีลิท การ์ดใช้งบประมาณมากกว่าของกระทรวง การต่างประเทศขอไป ๓๐๐ ล้านบาท แค่ ๓๒๕ ล้านบาทเองต่อการสร้างภาพลักษณ์นี้ เปึนความจําเปึนที่กระทรวงการต่างประเทศจะต้องไปดูแล แต่สิ่งที่สําคัญคือกระทรวง การต่างประเทศจะต้องดูแลให้เปึนไปอย่างมีระบบแล้วก็มาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรด้วย โดยเฉพาะที่มีกลุ่มเข้าไปทําร้าย ทําลายชื่อเสียงของประเทศไทยในต่างประเทศ ท่านจะต้องไปดูแลครับ ฝากทางคณะกรรมาธิการผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศจะต้องเข้าไปดูแล แล้วก็ดูให้เปึนระบบ แล้วก็ถ้าเปึนไปได้จะต้องนําไปสู่ กระบวนการการจับกุม อย่างนี้ครับถึงจะแก้ภาพลักษณ์ของประเทศได้ ท่านประธานครับ ผมดูแล้วครับ ในของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเดิมทีผมดูแล้วต้องปรับลด ณ วันนี้ ผมไม่ติดใจครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ตามข้อตกลงนะครับ อภิปรายท่านละไม่เกิน ๑๐ นาที เชิญท่านธนา ชีรวินิจ เชิญ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองเปึนผู้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๖ ของกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากงบประมาณที่ตั้งไว้ ๓๒๕ ล้านบาทนั้น กระผมเองเห็นว่าเปึนงบที่มีความสําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลโดยการนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็เข้ามาบริหารประเทศโดยที่ไม่มีโอกาสจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําป้ เปึนรัฐบาล ที่ได้มีโอกาสจัดทํางบประมาณอย่างเต็มตัวก็งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่ได้พิจารณา กันอยู่นี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า กระทรวงการต่างประเทศนั้นเปึนยุทธศาสตร์ สําคัญที่จะผลักดันให้ประเทศก้าวไปสู่ภาพพจน์ที่ดี และในการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต ที่กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า งบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาท ถ้าเทียบกับเงินรายได้ของการท่องเที่ยวที่จะเข้ามาสู่ประเทศไทยนั้นแทบจะเรียกได้ว่า เปึนการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เราทราบกันดีครับว่าเงินรายได้หลักของประเทศไทยนั้น มาจากการท่องเที่ยว เรามีรายได้เปึนล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลมุ่งเน้นให้ ความสําคัญด้วยการจัดงบประมาณที่จะไปกระตุ้นให้เกิดการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจเข้ามาลงทุนในประเทศนั้นเปึนเรื่องที่คุ้มค่า งบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาทจะสามารถผันแล้วก็กลายเปึนเงินที่จะเข้าสู่ประเทศเปึนล้านล้านบาทนั้น ถือว่าคุ้มค่าอย่างที่สุด แต่กระผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธานด้วยจะขอเสนอแนะ ในบางประการก็คือ

ประการแรก ท่านประธานครับ การที่เรามีรัฐบาลที่ผลัดเปลี่ยนกันบ่อย จนเกินไปนั้น นโยบายที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศนั้น ขาดความต่อเนื่อง โดยสิ้นเชิง ผมเองเคยอยู่กรุงเทพมหานครได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนเมืองสําคัญ ๆ ทั่วโลก สิ่งหนึ่งที่ไปเราก็พยายามที่จะสอบถามว่า การท่องเที่ยวระหว่างไทยกับประเทศที่ผมไปนั้น มี ความสัมพันธ์ มีตัวเลขเปึนอย่างไร ท่านประธานทราบไหมครับว่า นักท่องเที่ยวจาก ประเทศจีนนั้นเปึนนักท่องเที่ยวหลักที่เข้ามาสู่ประเทศไทย ผมได้ไป ได้มีโอกาสพูดคุย เจรจาความเมือง เราได้ทราบเลยครับว่าการที่เราไม่ได้สนับสนุนแนวนโยบายในการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทําให้นักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นละเลยที่จะเข้ามาเที่ยว ประเทศไทยโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน ท่านประธานทราบไหมครับว่า ผมไปเยือน เมืองซีอาน ไปเยี่ยมเมืองสําคัญ ๆ ของประเทศจีน เขาบอกว่า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทําไม รัฐบาลไทยที่เคยสนับสนุนโครงการอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ (Amazing Thailand) ทําให้ นักท่องเที่ยวชาวจีนเขาสนใจและเขาตื่นตัวที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยอย่างมาก แต่อยู่ ๆ คําว่า อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ ก็หายไปจากการโปรโมท (Promote) การท่องเที่ยวของ ประเทศไทย ในขณะที่ประเทศมาเลเซียเปึนประเทศเพื่อนบ้าน ทรัพยากรนั้นน้อยกว่าเรา แหล่งดึงดูดการท่องเที่ยวน้อยกว่าเรา จุดที่จะส่งเสริมให้การท่องเที่ยวนั้นสู้เราไม่ได้เลยครับ แต่เขาได้เห็นว่าการประชาสัมพันธ์ในลักษณะของการเชิญชวนพี่น้องชาวจีน ให้มาท่องเที่ยวนั้นเปึนเรื่องสําคัญ เขาใช้คําว่า อะเมซิ่ง มาเลเซีย (Amazing Malaysia) วันนี้นักท่องเที่ยวจากมาเลเซียมุ่งเน้นผ่านประเทศไทยไปมาเลเซียมากมาย เขาก็ฝากบอก ผมครับว่า อย่าทําการท่องเที่ยวเปึนลักษณะป้แล้วก็หายไป เหมือนกับไม่ได้ให้ ความสําคัญเหมือนกับไม่ได้แสดงความผูกพันกับนักท่องเที่ยวท้องถิ่นที่จะเข้ามาประเทศไทย ทําไมเราไม่ทําสถิติละครับท่านประธานว่า ป้นี้นักท่องเที่ยวจากจีน จากเมืองนี้เข้ามาประเทศไทยเท่าไร ป้ถัดมาเพิ่มขึ้นหรือลดลง อย่างไร ถ้าเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นในจุดไหน เขาชอบนโยบาย เขาชอบแหล่งท่องเที่ยวอย่างไร หรือเขามาเที่ยวลดน้อยลง เพราะเขาไม่พอใจการท่องเที่ยวของเราแบบไหน อย่างนี้ละครับ ท่านประธาน ถ้าเรามีการวิเคราะห์จากข้อมูลซึ่งมีกระทรวงการต่างประเทศที่อยู่ในเมือง สําคัญ ๆ เราอาจจะกระจายผ่านตัวแทนทางการค้าเพื่อไปสํารวจความคิดเห็นว่า เมื่อนักท่องเที่ยวมาแล้วเขาพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจอย่างไร แล้วก็ปรับแผนยุทธศาสตร์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่อไป ผมเชื่อว่ายุทธศาสตร์อย่างนี้จะทําให้นักท่องเที่ยวเพิ่ม มากขึ้น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า โครงการอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เปึนคําที่ติดปากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ แล้วผมก็เชื่อว่า ถ้าเราใช้นโยบายเดียวที่จะส่งเสริมแล้วกระตุ้นต่อเนื่อง ผมเชื่อว่าจะทําให้นักท่องเที่ยว ไหลเข้ามาประเทศเพิ่มเติมอย่างแน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศผ่านท่านประธานสภาว่า เมื่อตอนที่จะมี การเลือกตั้งนั้น ผมเองได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ์น และได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมงาน ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไปจัดส่งเสริมให้นักธุรกิจการท่องเที่ยวแห่มาลงทุน และมา ท่องเที่ยวในประเทศไทย ผมเข้าไปดูไปเยี่ยมชมบูธ (Booth) ของโรงแรมแหล่งท่องเที่ยว ที่ไปเป่ดบูธแสดงให้กับนักธุรกิจ แล้วก็พยายามที่จะประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของเรา วันนั้นก็พยายามเยี่ยมชมครับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็พยายามทําหน้าที่อย่างดียิ่ง แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการต่างประเทศว่า ในการจัดโรดโชว์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ดีนั้น กระทรวงการต่างประเทศ น่าที่จะร่วมประสาน แล้วก็ผลักดันไปในทิศทางเดียวกัน ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในงานมีการประชาสัมพันธ์อย่างเอิกเกริกกับเมืองท่องเที่ยวที่เรียกว่า ภูเก็ต แต่ไม่ได้ มีการพูดถึงเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออย่างเกาะสมุย ท่านประธานทราบไหมครับว่า

(นายซูการ์โน มะทา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

โทษนะครับ ท่านซูการ์โนประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

อย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า เมื่อคืนพวกเราก็ได้พยายามอภิปรายมาเพิ่งได้แค่มาตรา ๕ วันนี้มาตรา ๖ จากข้อตกลง เมื่อคืน เราพยายามที่จะบริหารเวลาให้เสร็จภายในเวลา ๒ ทุ่ม แล้วท่านประธานก็ได้มี ข้อตกลงระหว่างประธานพรรคร่วมรัฐบาลกับประธานประสานงานฝ์ายค้านว่าเราจะ บริหารเวลาในการอภิปรายงบประมาณเพิ่มเติมครั้งนี้ของรัฐบาลให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ที่เราได้ตกลงคือ ๒ ทุ่ม วันนี้ผมก็ได้พยายามมาแต่เช้า แล้วก็ได้ดูว่าในมาตรา ๖ ทางฝ์ายค้านซึ่งหลายท่านก็ได้พยายามสงวนคําแปรญัตติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมาธิการ เสียงส่วนน้อย แต่วันนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าทางฝ์ายค้านที่พยายามที่จะบริหารเวลาให้ได้ตาม ที่เราได้ตกลงกับฝ์ายรัฐบาลเมื่อคืน แต่วันนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าต่อไปนี้กฎกติกาในการบริหาร เวลาให้เสร็จสิ้นภายใน ๒ ทุ่มนั้นจะเปึนไปได้อย่างไร เพราะว่านี่เพิ่งมาตรา ๖ ซึ่งพวกเรา คิดว่าเปึนมาตราที่ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของงบประมาณครั้งนี้ ยังมีมาตราที่สําคัญ ๆ อีกหลายมาตราที่พวกเราในฐานะที่เปึนกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยได้สงวนไว้ และต้องการคําชี้แจงจากกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งผมคิดว่าในประเด็นตรงนี้ ท่านประธานต้องวินิจฉัยหน่อยว่า ถ้าเกิดว่าการอภิปรายงบประมาณในครั้งนี้ไม่เสร็จสิ้น ตามเวลาที่กําหนดไม่ใช่ความผิดของฝ์ายค้านนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ คือเนื่องจากเปึนสิทธิของผู้ขอสงวนคําแปรญัตติ ถ้าติดใจ จะอภิปรายผมก็ต้องให้สิทธิอภิปรายทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ แต่ก็อยู่ในเงื่อนไขว่าไม่เกินท่านละ ๑๐ นาทีตามข้อตกลง ทีนี้ถ้าท่านฝ์ายค้านเห็นว่าการอภิปรายก็อภิปรายมามาก ท่านพอ จับประเด็นได้แล้ว ท่านก็มีสิทธิที่จะเสนอให้ป่ดอภิปรายเพื่อลงมติว่าให้ป่ดอภิปราย ประธานก็จะได้ถามมติ แล้วก็ดําเนินการลงมติต่อไป คือผู้อภิปรายก็อภิปรายจะจบ อยู่แล้วละครับ ให้ท่านนี้จบ แล้วก็ถ้าไม่มีท่านอื่นยกมืออีก ก็ถือว่าการอภิปรายเปึนอันยุติ ตามข้อบังคับ ผมก็จะได้ให้ลงมติกันนะครับ ให้ท่านอภิปรายให้จบก่อนนะครับ ท่านซูการ์โน

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานคะ ดิฉันขออภิปรายต่อค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้อภิปรายอภิปรายต่อครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ท่านประธาน ตัดเวลาให้ผมนิดหนึ่งนะครับ ผมอยากกราบเรียนนิดเดียวว่า ความจริงผมเองผมไม่อยาก รบกวนแล้วก็ทําให้ข้อตกลงระหว่างพรรคร่วมฝ์ายค้านกับรัฐบาลเสียไปนะครับ ท่านประธาน แต่ว่าท่านประธานการประชุมเมื่อวานนี้พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ให้ความร่วมมือ ฝ์ายค้านอย่างเต็มที่ แล้วก็ให้อภิปรายกันอย่างเต็มที่เลย ซึ่งทั้งวันก็ผ่านได้เพียงแค่ ๒ มาตรา แล้วท้ายที่สุดก็ได้มีการตกลงกัน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะใช้เวลา ไม่ให้กระทบกับข้อตกลงอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญที่ผมเองได้สงวน คําแปรญัตติไว้อยากที่จะอภิปรายเพื่อฝากไปให้รัฐบาลได้ไปพิจารณาดําเนินการเพื่อให้ เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับประเทศ

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ใช้เวลาที่จํากัดอยู่นี่นะครับ ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลที่ผ่านมา ผมจะไม่เอ่ยนะครับ เพราะว่าไม่อยากให้มีการพาดพิงกัน แต่ผมกราบเรียน ว่ามีนโยบายที่ดําเนินการไปแล้วก่อผลกระทบกับนักธุรกิจที่เขาอยากจะมาลงทุนใน ประเทศไทยอย่างมาก ถ้าท่านประธานจําได้ โครงการที่เราบอกว่า อาหารไทยสู่ตลาดโลก ที่มีนโยบายจัดทําร้านอาหารไทย ๓ ระดับ ก็คือ ระดับไฮคลาส (High class) ระดับกลาง และระดับแฟรนไชส์ (Franchise) โดยที่จะส่งเสริมให้นักลงทุนในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ติดต่อกับรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ มาลงทุน โดยที่จะเป่ดร้านอาหารไทย ไม่ว่าที่ไหนก็ตามในโลกทางรัฐบาลไทยจะสนับสนุนไม่ว่าจะ เปึนพ่อครัว อุปกรณ์การตกแต่งร้าน อาหาร พืชผัก ผลไม้ที่ต้องใช้ในการปรุงอาหาร ทั้งหมด คนงานที่จะสนับสนุนออกไปเพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยผลักดันแรงงานและ สินค้าอุปโภคบริโภคผ่านไปอยู่ตลาดโลกซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักธุรกิจทั่วโลกครับ ท่านประธาน ผมเองต้องกราบเรียน เพราะผมได้รับเรื่องนี้ด้วยตัวผมเอง มีนักธุรกิจ ชาวต่างประเทศที่ออสเตรเลียเขาติดต่อมาที่ผมครับว่า เขาได้ดูเว็บไซต์ ของรัฐบาล ส่งเสริมชักชวนให้เขามาลงทุนเรื่องของอาหาร ร้านอาหารเขาสนใจครับ และกลุ่ม ของเขาเปึนกลุ่มของตัวแทนธนาคารจากออสเตรเลีย จากแอฟริกาใต้ซึ่งจะสามารถ กระจายการลงทุนร้านอาหารไทยในแอฟริกาใต้ ในออสเตรเลีย ในนิวซีแลนด์และสามารถ กระจายการลงทุนได้ทันที ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อรัฐบาลไทยประกาศความพร้อม ในการดําเนินการโครงการดังกล่าว ท่านประธานทราบไหมครับ เขาเป่ดเว็บไซต์เข้ามา เชิญชวนให้เขามาลงทุน เขาติดต่อมาที่กรมส่งเสริมการส่งออก ไม่มีใครให้คําตอบและ ข้อมูลเขาได้ว่าจะทําอย่างไร เขามาพบผมครับ ผมก็เลยขออนุญาตติดต่อกับรัฐมนตรี ในสมัยนั้น ขออนุญาตไปพบเพื่อนํานักลงทุนไปพบว่าเขาอยากลงทุนแต่ติดขัดเจ้าหน้าที่ ของรัฐไม่สามารถให้ข้อมูลและดําเนินการให้กับเขาได้เลย ได้มีโอกาสเจอกับท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็ฝากให้เบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งให้ประสานงาน ท่านทราบไหม ครับ นโยบายที่เราประกาศไปทั่วโลกจะส่งเสริมร้านอาหารไทยออกไปทั่วโลก มีเจ้าหน้าที่ รับผิดชอบคนเดียว เขาติดต่อต่าง ๆ มากมาย ท้ายที่สุดแจ้งเขาว่าติดขัดในเรื่องของระเบียบ กฎหมายไม่สามารถดําเนินการเรื่องนี้ได้ เขาบอกว่าเขาเสียใจมากที่นโยบายที่เปึนเรื่อง สําคัญส่งผ่านไปในระดับโลกแต่ไม่มีความพร้อมที่จะให้นักลงทุนมา เขาสาปส่งครับ ท่านประธานครับ แล้วนักธุรกิจที่เขาสนใจอย่างนี้เขาเสียค่าใช้จ่ายติดต่อประสานงาน มีความพร้อมที่จะลงทุน เพราะเขาเชื่อมั่นว่าอาหารไทยจะสามารถเปึนอาหารที่ได้รับการ ยอมรับในประชาคมโลกทั่วไป แต่เมื่อสนใจมาลงทุนจริง ๆ รัฐบาลไม่สามารถที่จะให้เขา มาดําเนินการได้ นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนว่า ขอให้ใช้งบ ๓๒๕ ล้านบาทนี่ละครับ ไปสร้าง ภาพพจน์ ไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักลงทุนที่เขาเสียความรู้สึก เสียความตั้งใจกับรัฐบาลที่ ไม่สามารถดําเนินการเปึนไปตามที่ไปเชิญชวนเขาเข้ามาลงทุน ท่านประธานที่เคารพครับ เงิน ๓๒๕ ล้านบาท เมื่อเทียบกับเงินลงทุนที่จะเข้ามา เมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวจํานวน มหาศาลคุ้มแสนคุ้มครับ เพราะฉะนั้นฝากบอกไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศขอให้ทุ่มเทครับ และผมเชื่อว่าเงินส่วนนี้จะ สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของชาติได้ทันทีครับ ขอบคุณครับ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ กราบขอบพระคุณท่านประธานนะคะที่ให้โอกาสดิฉันได้มีส่วนร่วมในการที่จะทอดผ้าป์า สามัคคีกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ มาตรา ๖ กระทรวง การต่างประเทศนั้น รัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ไว้ให้กระทรวงการต่างประเทศ ๓๒๕ ล้านบาท ทุกคนทราบดี แล้วมีแผนงานโครงการที่จะ ฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ แล้วก็บอกไว้ในวัตถุประสงค์ ด้วยนะคะว่า จะแก้ไขและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในสายตาของต่างประเทศ ไม่ว่าเขาจะเปึนคนจีน ญี่ปุ์น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สวีเดน กลุ่มอาเซียน หรือกลุ่ม สหภาพยุโรป ท่านประธานที่เคารพคะ รัฐบาลยังคาดหวังผลอีกว่าจะได้รับความเชื่อมั่น จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนทางการค้าหรือว่ามาท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย ท่านประธานคะ นักธุรกิจจากต่างประเทศก็ดี หรือในประเทศเราก็ดี จะเชื่อมั่นได้อย่างไรคะว่าวันดีคืนดี จะมีการยึดสนามบิน ทําผิดซึ่งหน้า เปึนผู้ก่อการร้ายสากลเช่นนายกษิต ภิรมย์ อีกหรือเปล่า หรือว่าวันดีคืนดีมีคนมายึดสนามบินซึ่งเปึนหัวใจของชาติ มายึดสถานที่ราชการ ทําเนียบ รัฐบาลซึ่งเปึนหัวใจของการบริหารประเทศเช่นเดียวกัน หรือว่าวันดีคืนดีจะมีคนมาด่า ผู้นําของประเทศอื่นว่า อ้ายกุ๊ย เด็กเมื่อวานซืน นักเลงข้างรั้วประเทศไทย บ้า ๆ บอ ๆ หรือ เฮงซวย อย่างเช่นผู้นําประเทศกัมพูชาโดนไปแล้ว ดิฉันไม่เข้าใจจริง ๆ เลยค่ะว่า คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งตั้งกฎเหล็กไว้ ๙ ข้อ ใน ครม. เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้อที่ ๖ ที่บอกว่า รัฐมนตรีนั้นต้องคํานึงถึงความรู้สึกของประชาชน อย่าให้เกิดความไม่เชื่อมั่นศรัทธา แล้วคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ทําเสียเอง ถามว่าทําอะไร ก็ดันไปตบรางวัลให้กับผู้ก่อการร้ายสากลที่ชื่อ กษิต ภิรมย์ ให้มาเปึนถึงเสนาบดีใหญ่ ให้มาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เปึนหน้าเปึนตาของคนไทยทั้งชาติ แล้วตอนนี้ยังมามอบงบประมาณอีก ๓๒๕ ล้านบาทให้มาทําอะไร แก้ไขหรือส่งเสริม ภาพลักษณ์ของประเทศให้ดูดีในสายตาของต่างประเทศทุกภาคส่วนด้วยนะคะ ไม่ว่า จะเปึนรัฐบาล ธุรกิจ ประชาชน นักท่องเที่ยว สื่อมวลชน รวมทั้งประชาชนชาวไทย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมาโดยเร็ว ท่านประธานคะ ทราบไหมคะว่ารัฐบาล แบ่งสันปันส่วนงบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาทให้กับกระทรวงการต่างประเทศไปทําอะไร ส่วนหนึ่งเอาไปประชาสัมพันธ์ประเทศ โดยบอกไว้ว่าอย่างไรทราบไหมคะ ประสานงาน กับบุคคลที่มีชื่อเสียงเปึนที่ยอมรับระดับโลก เขียนบทความเสริมสร้างภาพลักษณ์ ประเทศไทย ท่านประธานคะ คนเขียนบทความนี่ดิฉันเชื่อมั่นว่าเปึนคนที่ฉลาด เปึนคนที่ ใช้สมองตลอดเวลา หาข้อมูลตลอดต่าง ๆ นานาเยอะมาก เพราะฉะนั้นคนพวกนี้ เขามีวิธีหาข้อมูลเยอะ เขาอาจจะเป่ดอินเทอร์เน็ต เขาอาจจะอ่านหนังสือพิมพ์ เขาอาจจะ โทรศัพท์มาที่ประเทศไทยก็ได้ เพราะฉะนั้นคนที่มีชื่อเสียงระดับโลกนี่ดิฉันเชื่อ และเชื่อ อย่างบริสุทธิ์ใจด้วยว่า คอลัมนิสต์ (Columnist : นักเขียนหรือบรรณาธิการคอลัมน์ หนังสือพิมพ์) ที่เราเรียกเขาเปึนภาษาอังกฤษว่า คอลัมนิสต์ เหล่านี้ เขาก็จะค้นหาข้อมูล พอค้นหาเสร็จ ได้รับเงินค่าจ้างไปแล้ว ค้นหาเสร็จ เขาคงจะคืนเงินค่าจ้าง คืนเงินค่าจ้าง ที่เขียนบทความ แล้วก็อาจจะเขียนมาให้เราฟรี ๆ ก็ได้ ด้วยความเชื่อของดิฉันเขาอาจจะ เขียนว่า ประเทศไทยเปึนประเทศที่น่าอยู่ น่าอาศัย น่าท่องเที่ยว ถือเปึนแดนสวรรค์ของ โลกเลยก็ว่าได้ คนไทยเปึนคนน่ารัก โอบอ้อมอารี ยิ้มแย้มแจ่มใส ถือเปึนแลนด์ ออฟ สไมล์ (Land of smile) แต่ขณะนี้ประเทศไทยต้องวางแผนงานโครงการประชาสัมพันธ์ ประเทศ ต้องหาหนทางแก้ไขและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศแบบเร่งด่วน และใน วงเล็บของคอลัมนิสต์คนนี้ เขาก็คงจะวงเล็บว่า หลังจาก ๑ ในผู้ที่ยึดสนามบินสุววรรณภูมิหรือดอนเมืองที่นํามาซึ่งความเสียหายของ ประเทศหลายแสนล้านบาท ทําให้เกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างหนัก ได้มานั่งอยู่ใน ครม. ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย วงเล็บป่ด ทางแก้หรือทางออกที่คอลัมนิสต์คนนี้ดิฉัน เชื่อว่าเขาคงต้องเขียนต่อว่า ทางออกของประเทศไทยง่ายนิดเดียว ก็แค่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปลดนายกษิต ภิรมย์ ออกจากการเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ และรับประกันกับชาวโลกว่า จะคุยกับนายกษิต ภิรมย์ และแกนนํา พันธมิตรไม่ให้ไปยึดสนามบินอีก ประเทศไทยก็จะกลับมามีภาพลักษณ์ที่ดีอีกเช่นเคย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเองสมเพชและเวทนาชะตากรรม

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ ท่านฐิติมาครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจาะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพท่านสมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่ในขณะนี้นะครับ ผมว่าวันนี้เราอภิปราย ต้องอยู่ในกรอบและประเด็น การที่อภิปรายลักษณะที่อภิปรายอยู่ในขณะนี้ คือต้องไปพูด ในวาระหนึ่งครับ แล้วก็การพูด การให้ข้อมูลต่อสภาต้องคณะกรรมาธิการ ไม่ใช่รัฐบาลครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้อภิปรายครับ กรุณาระมัดระวังข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสองนะครับ ช่วยระวัง ถ้อยคําหน่อย แล้วก็ให้อยู่ในประเด็น เชิญต่อครับ ท่านเหลือเวลาอีกไม่มาก รวบรัด

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอีกนิดเดียว เท่านั้นเอง ฝากท่านประธานสู่ท่านกรรมาธิการนะคะว่าดิฉันรู้สึกอะไร ดิฉันรู้สึกสมเพช และเวทนาชะตากรรมของประเทศไทยที่คนไทยทั้งชาติต้องมาเหน็ดเหนื่อย ต้องทํางาน แบบหามรุ่งหามค่ํา แล้วต้องมาจ่ายภาษีอากรเพื่อมาร่วมกันกู้หนี้ที่จะมีขึ้นจากกระทรวง การต่างประเทศ ๓๒๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นดิฉันไม่เห็นด้วยหรอกค่ะที่จะต้องกู้เงิน ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วแบ่งสัดส่วนมาให้กระทรวงการต่างประเทศที่ ๓๒๕ ล้านบาท เพื่อเอาไปดูแล้วเหมือนว่า ไปฟอก ไปย้อมคุณกษิต ภิรมย์ ที่จะประชาสัมพันธ์ตัวเอง เสียมากกว่า มันเหมือนกับรัฐบาลดับไฟไม่ถูกที่ เหมือนไฟไหม้อยู่ทางโน้นแต่มาดับไฟอยู่ ทางนี้ เพราะฉะนั้นถ้าทําไปนี่มันก็ไม่ถูกจุด แล้วมันก็เหมือนกับทางรัฐบาลหรือว่า คณะกรรมาธิการขณะนี้ก็ตามจุดปัญหาขึ้นมา เพราะฉะนั้นหาน้ําไปดับไฟ ภาพลักษณ์ ของประเทศมันดี ๆ อยู่แล้ว ดันไปตั้งกษิต ภิรมย์ ออกมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศซึ่งทําให้ประเทศนั้นถดถอยสุดขีด ดังนั้นดิฉัน ส.ส. ฐิติมา ฉายแสง ขอตัดงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ มาตรา ๖ กระทรวง การต่างประเทศออก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านคมเดชครับ ผู้สงวนคําแปรญัตติ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ ผมได้แปรญัตติ ตัดงบประมาณกระทรวงการต่างประเทศไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยหลักการและเหตุผล ซึ่งจําเปึนต้องชี้แนะทางคณะกรรมาธิการผ่านไปถึงรัฐบาล ท่านประธานครับ ตัวงบประมาณที่ขอตั้งไว้ ๓๒๕ ล้านบาทนี้ โครงการเพื่อฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นและ เสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ ท่านประธานครับ การพัฒนาประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านความมั่นคง มันเชื่อมโยงกันทั้งหมด การบริหารจัดการ คน งาน เงิน เวลา ความเชื่อมั่นเปึนสิ่งที่เปึนเครดิตของประเทศ ช่วง ๑ ป้ที่ผ่านมา ประเทศเราถูกทําลายย้อนหลังไปประมาณ ๒-๓ ป้ด้วยกัน โดยเฉพาะป้สุดท้าย ถูกทําลายอย่างรุนแรงที่สุด เพราะว่าในด้านการเมืองได้มีการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ๓๐๙ มาตรา ๑๕ หมวด ๑ บทเฉพาะกาล แต่ทําการลงประชามติไว้แค่ ๒๙๙ มาตรา ส่วนบทเฉพาะกาลถูกหมกเม็ดไว้ เปึนการสืบทอดอํานาจของระบบเผด็จการทั้งระบบ ท่านประธานครับ เรื่องจริงเรื่องนี้ มันไม่สามารถที่จะป่ดบังต่างชาติได้ เพราะว่าทูตต่างประเทศอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด อยู่ในประเทศไทยทั้งหมด เขารู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น การป่ด สนามบินเรียนตรง ๆ เลยว่าเบื้องหลังนี่มันเปึนทหารไปใส่เสื้อเหลืองแค่นั้นเอง มันเดินเข้าไป ป่ดสนามบินง่ายเหมือนกับไปดูคอนเสิร์ต มันเปึนไปไม่ได้ครับ ตรงนี้ครับ ผมบอกวันดี คืนดี ๓ เหล่าทัพออกมาประกาศให้รัฐบาลลาออก ความเชื่อมั่นมันเกิดขึ้นอย่างไร มันเปึนไปไม่ได้ตรงนี้ กฎหมายมาตรา ๓๐๙ ระบุว่า การใดก็ตามก่อนหรือหลังถูกต้อง ด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวและปัจจุบันมันไม่มีถูกไม่มีผิดเลยประเทศไทย กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๑ ถึงมาตรา ๑๒๓ ไปดึงตุลาการมาเล่นการเมือง การเมืองมันไม่มีเสมอครับท่านประธานครับ เสมอนี่ยังต้องจับสลาก มันจะมีแพ้ชนะ แค่นั้นเอง ถ้าตุลาการมาเล่นการเมืองนี่จบแล้วครับประเทศ ตาชั่งมันเอียง มันจะไม่มีผิด มีถูก และมันจะเกิด ๒ มาตรฐานขึ้น การตั้งองค์กรกลาง องค์กรอิสระ ต่างประเทศลงข่าว ไปทั่วโลกว่า ไม่มีความเชื่อมั่น มีเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี ๓ คน ในด้านการเมือง ท่านสมัคร สุนทรเวช ชิมไปบ่นไป อ้างพจนานุกรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กินข้าวเที่ยงยังไม่เสร็จครับ แถลงป่ดคดี บ่ายโมงประกาศยุบพรรค จัดตั้งรัฐบาล มีนัยการ เปลี่ยนขั้ว ตัวเลขอะไร ๓๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ผมคงไม่แจงรายละเอียด มันอยู่ในใจ ท่านในส่วนนี้ สังคมส่วนหนึ่งรับรู้ทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น นี่คือแนวทางด้านการเมือง มันจะไปเอาความเชื่อมั่นมาจากไหนครับ ท่านประธานครับ นักลงทุนหรือนักท่องเที่ยว มันจะมีจุดหลักอยู่ ๒ จุดแค่นั้น

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านคมเดชครับ มีท่านประท้วงครับ เชิญท่านบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครครับ ผมก็ฟังท่านสมาชิกได้พูด อยู่ครึ่งทางแล้วนะครับ ๕ นาทีแล้ว ผมคิดว่าท่านไม่ได้พูดในประเด็นของการประชุม ในวันนี้นะครับ ประชุมวันนี้งบประมาณในวาระสอง วาระสาม ท่านก็ร่ายเรื่องอื่น ผมคิดว่า ท่านประธานต้องควบคุมการประชุมหน่อยครับ ประชาชนฟังอยู่นะครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้ประท้วงผมก็ฟังอยู่นะครับ ท่านกําลังอธิบาย

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

มันเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของ ประเทศ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ที่ท่านตัดงบของกระทรวงการต่างประเทศที่จะไปสร้างภาพลักษณ์ แล้วท่านก็พยายาม อธิบายว่าภาพลักษณ์มันเสียเพราะอะไรอย่างไร ก็เหลือเวลาอีกนิด ท่านช่วยรวบรัด แล้วก็ตรงประเด็น เดี๋ยวจะได้ไม่ถูกประท้วงอีกนะครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ผมใช้เวลา อยู่ในกรอบแล้วก็ตรงประเด็น เพราะว่าความเชื่อมั่นมันโยงใยกัน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง นักลงทุนหรือนักท่องเที่ยวนี่สัญชาตญาณคน ๒ กลุ่มนี้ครับ ท่านประธานครับ การที่เขาจะเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย หรือจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย มันมีภาษาง่าย ๆ ครับท่านประธาน การเข้ามาเที่ยวนี่ ๑. ความปลอดภัย เรียกง่าย ๆ ว่า เขากลัวตายกับกลัวเจ๊งแค่นั้นแหละครับ นักลงทุนนี่กลัวอะไร กลัวเจ๊ง นักท่องเที่ยว กลัวตาย ความปลอดภัยไม่มี นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยครับ ในการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ จะไปเอาภาพลักษณ์ มาจากไหนครับตรงนี้ผมบอกว่าการบริหารจัดการนี่คือ คน งาน เงิน เวลา คนที่ตั้งขึ้นมา เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนี่เปึนคนยึดสนามบิน ท่านเอาความเชื่อมั่น มาจากไหนตรงนี้ เงินที่ตั้ง ๓๒๐ กว่าล้านบาทนี้มันไม่มีประโยชน์ครับ เพราะว่า ประวัติศาสตร์ที่ท่านสร้างไว้เปึนการทําลายประเทศไทยย้อนหลังไปไม่ต่ํากว่า ๖๐ ป้ นักลงทุนเขาจะคิดหรือครับท่านประธานครับว่าการมาลงทุนในประเทศอย่างต่ํา ๓ ป้ เปึนหลักถึง ๕ ป้ ทําอย่างไรถึงได้ทุน มีกฎหมายอะไรบ้าง มีความมั่นใจอะไรบ้างในการ ลงทุน จะได้เงินคืนไหม จะมีการปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่ จะยึดสนามบินอีกหรือเปล่า ๓ เหล่าทัพจะมาประกาศให้รัฐบาลลาออกหรือเปล่า จะยึดสภาหรือเปล่า จะยึดทําเนียบ หรือไม่ จะยึด เอ็นบีที หรือไม่ ผมบอกว่าทูตต่างประเทศเขาอยู่ในประเทศไทยเราหมด ข่าวสารข้อมูลท่านจะไปคุยอย่างไรก็ช่างกับทูตต่างประเทศ สัญชาตญาณของทูตนี่ผม บอกไว้เลยว่าคน ๔ หน้า ซ้ายก็ได้ ขวาก็ได้ หน้าก็ได้ หลังก็ได้ เขาคุยกับท่านดีหมดครับ แต่ข้อมูลเขาต้องส่งเข้าไปในประเทศเขา นักลงทุนเข้ามาก็ต้องมาถามทูตอยู่ในประเทศว่า เกิดปัญหาอะไรขึ้น ความเชื่อมั่นมีไหม ความมั่นคงมีไหม ความมั่นใจมีไหม ในระยะยาว มีไหม ทําไมกฎหมายรัฐธรรมนูญถึงเกิดตุลาการภิวัตน์ขึ้น กฎหมายมาตรา ๓๐๙ เปึนอย่างไร มาตรา ๑๑๑ เปึนอย่างไร บทเฉพาะกาลเปึนอย่างไร ทําไมต่ออายุให้ตุลาการ ถึง ๗๐ ป้ การปฏิวัติบอกชัดเจนว่าแทรกแซงองค์กรอิสระ พอกฎหมายรัฐธรรมนูญเขียน มากลายเปึนตั้งองค์กรอิสระ แต่งตั้งเอง ตั้ง ส.ว. เอง มันเปึนเผด็จการสภาสูงมาควบคุม กลไก สายทหารชัดเจนครับท่านประธานครับ ท่านสนธิ (นายสนธิ ลิ้มทองกุล) มาจากไหน อนุพงษ์ (พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา) มาจากไหน จําลอง (พลตรี จําลอง ศรีเมือง) มาจากไหน ประสงค์ สุ่นศิริ มาจากไหน กระทรวงกลาโหมมาจากไหน ใครอยู่เบื้องหลัง มันจะไปป่ดเขาได้อย่างไรครับท่านครับ มันเปึนโอกาสแล้วครับท่านประธาน ท่านเปึน นายกรัฐมนตรีถ้าท่านไม่สร้างโอกาสนี้ในการแก้ไขปัญหาให้เกิดความมั่นคงในระยะยาว ถือว่าเปึนการผิดพลาดที่สุด ท่านอาจจะประสบความสําเร็จหรือไม่ประสบความสําเร็จ ในระยะสั้นแต่ระยะยาวรับรองว่าไปไม่ได้ครับ ความมั่นคงในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ลดตัวหดตัวลง ไม่เหมาะสมในการลงทุนประเทศไทย ท่านจะพูดอย่างไรก็ช่าง แต่ข้อเท็จจริงมันเกิดขึ้นอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียนกับท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี ที่ควรจะตัดสินใจดําเนินการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและมั่นคง อย่าให้ ระบบประชาธิปไตยเราล้มและถอยหลังไป โดยเฉพาะกลุ่มทุนของโลกนี่ล้มระเนระนาดแล้ว ถ้าระบบประชาธิปไตยของเรายังล้มแล้วก็สั่นคลอน แล้วยังไม่มั่นคงอยู่ ผมว่าประเทศไทย ไปได้ลําบากครับ แล้วสิ่งเหล่านี้จะเปึนมะเร็งของประเทศ แล้วก็เปึนปัญหาชั่วลูกชั่วหลาน ครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เหลือผู้อภิปรายท่านสุดท้ายนะครับ จากนั้นผมจะได้ให้ท่านกรรมาธิการได้ชี้แจง เชิญท่านเชาวรินครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เปึนสมาชิกคนหนึ่ง ซึ่งสงวนคําแปรญัตติในมาตรานี้ มาตรา ๖ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาคิดว่าไม่น่าจะครบ ๑๐ นาที เพราะมีประเด็นไม่มากนัก เหตุที่จําเปึนจะต้องขึ้นมาแสดงความคิดเห็นในมาตรานี้ก็เนื่องจากว่า ที่ประชุมสภาวันนี้ ได้รับเกียรติจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณกษิต ภิรมย์ ซึ่งนับตั้งแต่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐบาลชุดปัจจุบัน ผมเพิ่งมีโอกาสเห็นท่าน นั่งอยู่ในที่นั่งของคณะรัฐมนตรีวันนี้เปึนครั้งแรก ทราบว่าคราวก่อนนั้นท่านมาแต่บังเอิญ ผมติดภาระไปประชุมตึก ๒ และตึก ๓ ๒ ครั้ง เลยไม่มีโอกาสได้ชื่นชมบารมีท่าน ในขณะที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่จัดไว้สําหรับคณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ถ้าคุณกษิต ภิรมย์ คนนี้ไม่มีประวัติเคยรับราชการอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ ดํารงตําแหน่ง เอกอัครราชทูตไทยในหลาย ๆ ประเทศ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ก็ไม่มีความจําเปึน แต่เนื่องจากคุณกษิต ภิรมย์ เคยเปึนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศ มาเปึนเวลายาวนาน ผมจึงจําเปึนต้องกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้คุณกษิต ภิรมย์ ได้รู้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่แล้วไม่มีใครคิดหรอกครับที่จะตัดงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศ ผมเองอยู่ในสภานี้มีโอกาสพิจารณาพระราชบัญญัติ งบประมาณแผ่นดิน ไม่ว่าจะเปึนงบประจําป้หรืองบเพิ่มเติม ไม่เคยครับแม้แต่ครั้งเดียว ที่จะไปตัดกระทรวงการต่างประเทศ มีแต่เรียกร้องให้รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยว่าจะต้องเพิ่ม เงินงบประมาณให้กระทรวงการต่างประเทศให้สมกับที่เปึนตัวแทนของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่ไปรับราชการอยู่ในต่างประเทศ ทํางานแทนรัฐบาลไทยและดูแล ผลประโยชน์ของคนไทย ตลอดถึงการคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ ในอดีตผมเคยพูด ในสภานี้ว่า นักการทูตของเราบางท่านบางคน ที่ไปพํานักอยู่ต่างประเทศเพื่อปฏิบัติหน้าที่ อันสําคัญ เปึนเกียรติยศ เปึนหน้าตาของคนไทยทั้งประเทศนั้น แต่อยู่ในสภาพที่มี ความเปึนอยู่ไม่สามารถเทียบกับแม้แต่ผู้หญิงค้าบริการ ที่ฮ่องกงนี่ครับท่านประธาน ผมเคยไปพบตัวแทนเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอยู่ในห้องเช่าที่มีสภาพไม่ดี ไปกว่าหญิงบริการ แล้วได้นํามาพูดในสภาแห่งนี้ ถ้าจําไม่ผิดตอนนั้น ท่าน พลอากาศเอก สิทธิ เศวตศิลา เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็ได้รับการสนับสนุน จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างทั่วหน้าในการที่จะให้รัฐบาลปรับเงินให้แก่กระทรวง การต่างประเทศให้เพียงพอ เพื่อจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่ในการพิจารณางบกลางป้คราวนี้ท่านประธานครับ ผมเชื่อแน่ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ที่ขอแปรญัตติตัดงบประมาณนั้นใจลึก ๆ เจ็บปวดครับ อยากจะเพิ่มให้เสียอีกด้วยซ้ําแต่เราไม่มีอํานาจที่จะเพิ่ม ในขณะเดียวกันมันก็มีปัญหา ที่จะต้องมาพูดจากัน จึงจําเปึนต้องตัดและสงวนไว้เพื่อจะมาแสดงความคิดเห็นตรงนี้ ผมจําได้ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณกษิตได้เดินทางไปเยือน กัมพูชาเมื่อรับตําแหน่งใหม่ ๆ แต่ดูเหมือนท่านได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปหลายแขนง ว่าท่านได้รับเกียรติ ได้รับการต้อนรับจากผู้นําของกัมพูชาในหลาย ๆ ระดับ ท่านประธาน ครับ ขออนุญาตฝากคําถามผ่านท่านประธาน ผ่านไปยังคุณกษิต ภิรมย์ ท่านทําหน้า อย่างไรเวลาเจอสมเด็จฮุนเซน ตอนที่ท่านพูดจาปราศรัยบนเวทีของพันธมิตรท่านพูด อีกอย่างหนึ่ง ใช้คํารุนแรงไปว่าเขาเสีย ๆ หาย ๆ แล้วถึงเวลาท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านเดินทางไปนี่ไปเยี่ยมคารวะ พบหน้าเขาแล้วท่านทําหน้า อย่างไร ถ้าหากว่ามันอยู่ในวิสัยพอจะขยาย สอน หรือถ่ายทอดประสบการณ์ตรงนี้ได้ ในสภาจะเปึนพระคุณครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศไทยอีกท่านหนึ่งที่เดินทางไปเยือนกัมพูชา การไปคราวนี้มีผู้นําเหล่าทัพ ซึ่งหลายคนเปึนนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น ๑๐ สมเด็จฮุนเซน ได้กล่าวกับแขกที่มาเยือน ได้พูดถึงอดีตนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น ๑๐ คนหนึ่งซึ่งเคยเปึน ผู้นําประเทศไทยในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี สมเด็จฮุนเซน บอกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีของ ประเทศไทยที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร นั้นเปึนเพื่อนเรา ถ้าเขาจะมาที่นี่เราก็จําเปึนที่จะต้องให้ การต้อนรับ ถ้าทางฝ์ายไทยสงสัยอะไรทําไมไม่ยกหูโทรศัพท์มาถามเรา ทําไมต้องไปถาม ผ่านสื่อทําไม และนอกจากนั้นสมเด็จฮุนเซนยังฝากมาด้วยว่า ความเปึนเพื่อนนี่มันสําคัญ อย่าไปคิดฆ่าเพื่อน อย่าไปล้างเพื่อน สมเด็จฮุนเซนอาจจะสื่อไปถึงลักษณะนิสัยอันโดดเด่นของทหารไทยในอดีตที่เคยกล่าวไว้ เปึนอมตะวาจาว่า ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟัองนาย ไม่ขายเพื่อน ซึ่งผิดกับทหารปัจจุบันพร้อมที่จะ ฆ่าแม้กระทั่งเพื่อนที่กินข้าวหม้อเดียวกันมา สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ท่านสมเด็จฮุนเซนสะท้อน ออกมาในระหว่างการต้อนรับคณะนายทหารไทยภายใต้การนําของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านประธานครับ คุณกษิต ภิรมย์ ท่านได้สร้างประวัติให้แก่ตนเองทั้ง ๆ ที่ท่านปลดเกษียณในตําแหน่งเอกอัครราชทูตที่สง่างาม แต่ท่านพลาด ท่านขึ้นเวที พันธมิตรท่านไปพูดเอาสนุกหรือเอามันหรืออย่างไรไม่ทราบ ที่สําคัญที่สุดที่ผมเคยพูด ตรงนี้ในเวทีนี้ เพราะท่านต้องรู้ตัวล่วงหน้าว่าได้รับการทาบทามให้ดํารงตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี คือ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม แล้ววันที่ ๒๐ ธันวาคม มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ปรากฏว่าคุณกษิตไปพูดวันที่ ๑๙ บอกเปึนนวัตกรรมใหม่ของการเมืองในการที่ไปยึด สนามบิน ดนตรีไพเราะ อาหารอร่อย ประมาณนั้น ผมคิดว่าต่อให้ท่านตายแล้วเกิดใหม่ อีก ๑๐ ชาติคนไทยก็จะไม่ลืมประโยคทองประโยคนี้ นั่นเปึนสิ่งที่ท่านทําตัวของท่านเอง ทั้ง ๆ ที่ท่านเปึนนักการทูตที่ยิ่งใหญ่ อยู่ประเทศใหญ่ ๆ อยู่ประเทศมหาอํานาจ ท่านควร จะมีความสง่างามกว่านี้ในการเดินบนถนน แต่น่าเสียดายผมช่วยอะไรท่านไม่ได้ละครับ เพราะว่าท่านทําตัวของท่านเอง แต่ผมสะท้อนความรู้สึกในฐานะที่ผมเปึนตัวแทน ประชาชนผ่านการเลือกตั้งของประชาชนมา ประชาชนเขาพูดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของเราอย่างไร เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมเจอนักการทูตจากประเทศชาติมหาอํานาจ ชาติหนึ่ง เขาตั้งข้อสังเกตถึงรัฐบาลไทยในปัจจุบันนี้ ถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับประเทศชาติ เขาถามคําถามอยู่คําถามหนึ่งซึ่งผมไม่สามารถตอบได้ คงจะต้องถามท่านประธานเพื่อจะ ฝากไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ช่วยหาทางคลี่คลายความสงสัยของนักการทูตจาก ชาติมหาอํานาจท่านนี้ ซึ่งขออภัยผมจะไม่เอ่ยชื่อประเทศ นักการทูตท่านนี้ตั้งข้อสังเกตกับ ผมว่า ดูเหมือนการกระทําของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ในการทํากับข้าว ออกทางทีวีเปึนความผิดร้ายแรงกว่าพันธมิตรที่ไปยึดทําเนียบรัฐบาล เปึนความผิด ที่ร้ายแรงกว่าพันธมิตรที่ไปยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ท่านประธานครับ นักการทูตท่านนี้ฝากผมมาว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่พูดหลายที่หลายครั้งเรื่องของ การที่จะสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติ แน่นอนครับความสมานฉันท์จะเกิดขึ้นได้ ต้องนําความเปึนธรรมกลับมา ความยุติธรรมเท่านั้นล่ะครับที่จะสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น ในทุกดินแดนทุกแผ่นดิน ที่ใดก็ตามถ้าไม่มีความยุติธรรมที่นั่นไม่มีสันติสุข เพราะฉะนั้น สิ่งนี้ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านจะต้องทําตาม ที่ท่านได้แถลงไว้ นั่นคือนําความยุติธรรมกลับคืนมาให้แก่คนไทยทุกคน ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนที่ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ค่ายประชาธิปไตยสําหรับผู้นําเยาวชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจําป้ ๒๕๕๒ ซึ่งจัด โดยสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๒๐๐ ท่าน ยินดีต้อนรับทุกท่าน นะครับ เชิญท่านกรรมาธิการพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการครับ เนื่องจากว่าในชั้นพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญในมาตรา ๖ เกี่ยวกับกระทรวง การต่างประเทศ ผมทําหน้าที่ประธานที่ประชุม และในที่ประชุมวันนั้น ๒๖ คนที่อยู่ ในที่ประชุมมีคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๙ ท่านสงวนความเห็นในการที่จะตัด งบประมาณในมาตรา ๖ คราวนี้จํานวน ๓๒๕ ล้านบาท ผู้ที่อภิปรายในคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่ก็อภิปรายเหมือนที่พูดในห้องนี้ละครับ คือไม่ได้ มุ่งถึงคณะกรรมาธิการสักเท่าไรนัก แต่มุ่งถึงตัวบุคคล คือท่านทูตกษิต ภิรมย์ ท่านรัฐมนตรีกษิต ภิรมย์ เปึนส่วนใหญ่ แต่ผมทราบดีว่าผมต้องมาตอบคําถามในสภา ก็จําเปึนที่จะต้องทราบข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศมากที่สุดเพื่อประกอบ การตอบคําถาม ผมกราบเรียนเบื้องต้นว่ากระทรวงการต่างประเทศเปึนหน่วยงาน ที่สามารถฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ สร้างความเชื่อถือ ชักจูงให้คนทั่วโลกมองประเทศไทย เราให้ดีขึ้น เปึนหน่วยงานที่ดีที่สุดหน่วยงานหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศขณะนี้ มีสถานทูตทั่วโลกถึง ๖๑ แห่ง และมีสถานทูตถาวร ๒ แห่งที่นครเจนีวาและนครนิวยอร์ก กับมีสถานกงสุลอีก ๒๒ แห่งทั่วโลก ทํางานทุกประการที่เกี่ยวกับการที่จะสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศไม่ใช่กระทรวง ที่ใช้งบประมาณอย่างเดียว แต่กระทรวงการต่างประเทศเปึนกระทรวงที่ส่งรายได้แก่ รัฐด้วย เช่น ในป้งบประมาณที่ผ่านมา ป้ ๒๕๕๑ กระทรวงการต่างประเทศ ตั้งงบประมาณไว้ ๗,๕๘๗ ล้านบาท แต่กระทรวงการต่างประเทศมีรายได้จากการ ตรวจลงตราจากการทําพิธีต่าง ๆ รวมทั้งการจัดเก็บหนังสือเดินทางทั้งหลายส่งรัฐ ถึง ๓,๖๖๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นการลงทุนงบประมาณในเชิงงบประมาณไปสู่กระทรวง การต่างประเทศส่วนหนึ่งจะย้อนกลับมาเปึนงบประมาณรายรับของประเทศไทย ซึ่งสิ่งอันนี้ ผมก็ให้ความสําคัญมาตลอด ในงบ ๓๒๕ ล้านบาทดังกล่าวนี้ก็ได้มีการพยายามซักถาม อย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมาธิการจากพรรคฝ์ายค้านหลาย ๆ ท่านที่ยังนั่งอยู่ ห้องนี้ให้ความสนใจซักถามอย่างละเอียด เรียนว่างบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาทไม่ใช่ ใช้ด้วยกระทรวงการต่างประเทศกระทรวงเดียว และไม่ใช่มีงบประมาณเพียงการนี้โดด ๆ แต่สิ่งที่จําเปึนจะต้องฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ของประเทศไทย อะไรจะเกิดขึ้นจากชะตากรรม ของบ้านเมืองในป้สองป้ที่ผ่านมาก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้ต้องฟุ๋นฟู ขณะนี้ ต้องสร้างความเชื่อถือให้ประเทศไทย ขณะนี้ต้องดึงนักท่องเที่ยวกลับมาประเทศไทย ขณะนี้ต้องดึงการลงทุนกลับมาประเทศไทยในช่วงที่เรากําลังจะฟุ๋นฟูวิกฤติของ ประเทศไทย หน่วยงานที่จะทําให้คนเห็นว่าประเทศไทยยังเปึนสยามเมืองยิ้ม หน่วยงาน ที่จะทําให้เขาเห็นว่าประเทศไทยยังเปึนสถานที่ที่น่าท่องเที่ยว และประเทศไทยยังเปึน สถานการณ์ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าเงินที่สุด อย่างไรก็ตามเราจะเอาชาวโลกแบค ทู ไทยแลนด์ (Back to Thailand) ให้ได้ ในช่วงป้วิกฤติดังกล่าวนี้นะครับ แต่หน่วยงานดังกล่าวทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ทําด้วยกระทรวงการต่างประเทศกระทรวงเดียว เงิน ๓๒๕ ล้านบาท เปึนการใช้ ในลักษณะบูรณาการของ ๔ กระทรวงหลักครับ ๔ กระทรวงหลักประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ลักษณะของงานที่จะใช้ ๓๒๕ ล้านบาทนี้จะไปส่งเสริม กับงบประมาณประจําป้ที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่แล้ว ใช้อยู่แล้วในลักษณะที่ไม่ซ้ําซ้อน งบประมาณจํานวนดังกล่าวนี้จะมีทีมเศรษฐกิจระดับสูง คือนําโดยนายกรัฐมนตรี เปึนหัวหน้าคณะ และผู้นําประเทศ ผู้นําเอกชนต่าง ๆ ออกไปเดินทางทั่วโลกเพื่อดึงคน กลับมาสู่ประเทศไทยฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ของประเทศไทยคืนมาให้ได้ หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้จะเจาะตลาด ตลาดที่เรียกว่าตลาดเฉพาะ โดยนําผู้นําภาคเอกชนของเราไปด้วย ไปพบกับผู้นําเอกชนทั่วโลกในการประชาสัมพันธ์ลักษณะภาพรวมของประเทศไทยว่า ประเทศไทยวันนี้ยังน่าท่องเที่ยว ประเทศไทยวันนี้ยังน่าอยู่ ประเทศไทยวันนี้ยังเปึน เมืองยิ้มอยู่ คนในประเทศไทยทุกคนยังมีมิตรจิตมิตรใจที่จะตอบแทนนักท่องเที่ยว ต้อนรับ นักท่องเที่ยวของเราอย่างดี การประชาสัมพันธ์ประเทศไทยดังกล่าวนี้จะเปึนการ ประชาสัมพันธ์โดยภาพรวม มิใช่ประชาสัมพันธ์ตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และมีการประเมิน ภาพลักษณ์ของแต่ละประเทศที่จะเปึนเปัาหมายที่เราจะไปสู่ไปหาเขาและใช้งบประมาณ จํานวนนี้ให้คุ้มค่า ให้สมประโยชน์ที่สุด ลักษณะแผนงาน คือจะมีลักษณะผู้แทนด้านเศรษฐกิจระดับสูงของไทยเดินทางไป ประเทศเปัาหมายสําคัญ ๕ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสที่ ๓ และไตรมาส ที่ ๔ ของป้งบประมาณนี้ โดยท่านนายกรัฐมนตรีจะเปึนหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยรัฐมนตรี ของกระทรวงเศรษฐกิจที่สําคัญ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปพบปะ ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานของรัฐ ประชาชน สื่อมวลชนทั่วโลก เช่น ประเทศญี่ปุ์น เพื่อชักจูงมาลงทุนในเมืองไทย เช่น ประเทศจีน ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และมี อัตราการเจริญเติบโตที่สูงมาก และมีทุนสํารองที่สูงขนาดนี้ให้กลับมาประเทศไทย ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการลงทุน ประเทศสหราชอาณาจักรซึ่งเปึนคู่ค้าสําคัญจาก ยุโรปอันดับ ๒ รองจากประเทศเยอรมันนี ได้มีนักลงทุนและนักท่องเที่ยวทั้งหลาย มาเที่ยวประเทศไทยเปึนอันดับหนึ่งของยุโรป เราจะไปดึงนักท่องเที่ยวจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กลับมา ประเทศรัสเซีย ประเทศคู่ค้าที่สําคัญของเราอยู่ ณ ขณะนี้ นักท่องเที่ยว จากประเทศรัสเซียเข้ามาในประเทศไทยป้หนึ่ง ๆ ไม่ใช่น้อย และจะมีอัตราการ เจริญเติบโตต่อ ๆ ไป นอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว เราหวังการลงทุนจากประเทศ เหล่านี้ด้วย ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปึนประตูการค้าและประตูคู่ค้าสําคัญ อันดับหนึ่งของประเทศไทยในตะวันออกกลาง ตลาดนี้ก็ต้องเจาะ ตลาดนี้ก็ต้องไป ทําความเข้าใจ โดยผู้นําประเทศและผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้เขาเข้าใจภาพลักษณ์ ที่แท้จริงว่าวันนี้ประเทศไทยยังน่าท่องเที่ยว ประเทศไทยยังน่าลงทุน สยามยังเปึนเมืองยิ้ม การเที่ยวในประเทศไทยยังคุ้มค่า เงินของเขาที่มาใช้จ่ายในประเทศไทยยังมีค่า และการเที่ยวประเทศไทยยังมีความปลอดภัย การประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เหล่านี้ที่เปึน ภาพรวม เปึนสิ่งที่ภาคเอกชนผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการค้าทั่วประเทศไทย เรียกร้องมาตลอด ทําอย่างไรเราจะดึงนักท่องเที่ยวแบค ทู ไทยแลนด์ ทําอย่างไรเราจะดึง นักลงทุนแบค ทู ไทยแลนด์ อะไรเกิดขึ้นในประเทศชาตินี้ก็ตาม มันเกิดขึ้นแล้ว แต่วันนี้ ต้องฟุ๋นฟู วันนี้ต้องแก้ไข วันนี้ต้องเอากลับ รัฐบาลอภิสิทธิ์จะต้องชนะสิ่งเหล่านี้ เพื่อฟุ๋นเอกลักษณ์และวิกฤติของประเทศไทยต่าง ๆ คืนมาให้ได้ มีการเตรียมการที่จะทํา การประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนในช่วงที่ประเทศไทย ดํารงตําแหน่งประธานอาเซียน วันนี้ประเทศไทยเราเปึนประธานอาเซียน ขณะเดียวกัน คนไทยเราอีกคนหนึ่งดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ ก็เปึนเลขาธิการอาเซียน และป้นี้ เราเปึนเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียน เปึนโอกาสดีที่สุดที่เราจะฟุ๋นภาพลักษณ์ในที่ประชุมนี้ แต่เราก็คงจะไม่ใช่ตั้งรับอย่างเดียว ทีมงานที่จําเปึนจะต้องเดินทางไปเพื่อชักจูงเขาเข้ามา ทีมงานที่จะต้องเดินทางไปสร้างภาพลักษณ์ที่ดีงาม ประเมินภาพลักษณ์ที่ดีงามของเรา ให้ปรากฏแก่เขา และประชาสัมพันธ์เหล่านี้ผ่านสื่อผู้เชี่ยวชาญ ผ่านสื่อผู้เชี่ยวชาญ ระดับโลกที่กว้างขวางที่คนรู้จัก ที่มีประสิทธิภาพเพื่อดึงการท่องเที่ยว ดึงการลงทุน เพื่อกลับมาฟุ๋นวิกฤติทั้งหมดทั้งปวงนี้แค่ ๓๒๕ ล้านบาทครับ แค่ ๓๒๕ ล้านบาท และในภาวะซึ่ง ณ ขณะนี้ใจคอเราถึงขนาดจะตัดงบประมาณเหล่านี้หรือครับ คําชี้แจง เหล่านี้ก็ ๒๖ คนในคณะกรรมาธิการ ก็ด้วยความเคารพคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ส่วนหนึ่ง ๙ ท่านก็ได้สงวนความเห็นไว้ ส่วนนอกนั้นก็ยังยืนยัน และผมก็ตอบที่ประชุม เพียงข้อมูลที่ผมได้มาในฐานะกรรมาธิการ ผมไม่ไปตอบอะไรแทนรัฐบาล แล้วก็ อยากให้เห็นว่าหน่วยงานที่จะฟุ๋นภาพลักษณ์เราจริง ๆ ณ ขณะนี้สิ่งหวังของเราคือ กระทรวงการต่างประเทศ แต่งบประมาณทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใช้ที่กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศเพียงแต่เปึนเจ้าภาพเพราะมีองค์กรอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ หน่วยงานนี้ส่วนใหญ่ใช้อยู่ที่เกี่ยวข้องอีกหลายกระทรวงดังกล่าวนี้ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ซึ่งเรื่องนี้ท่านกรรมาธิการจุติ ไกรฤกษ์ ได้ซักถามข้อมูลไว้บ้าง ในห้องประชุมนะครับ ก็กรุณานอกเหนือจากที่ผมกล่าวมาแล้ว ขอคุณจุติ ไกรฤกษ์ จะชี้แจงเพิ่มเติมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุติมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ คุณหมอชลน่านจะซักถามอะไรครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อตอนเริ่มการอภิปรายผมเองจริง ๆ มีสิทธิที่จะอภิปราย ในฐานะกรรมาธิการ แต่พยายามที่จะทําตามกรอบกติกา เพราะท่านเผดิมชัยได้อภิปรายไป ผมคิดว่าครอบคลุมนะครับ แต่ขณะนี้ต้องขออนุญาตท่านประธานที่ต้องใช้สิทธิครับ ผมมีเหตุผล ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ หลังจากได้ฟังคําชี้แจงของท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมมี ข้อซักถามเพิ่มเติม

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องที่ผมเองพยายามที่จะให้ความร่วมมือกับสภาแห่งนี้ เพื่อให้งานของเราเดินไปตามที่เรากําหนด เข้าใจว่าเงื่อนไขขณะนี้ทุกอย่างพร้อมที่จะ ลงมติ เราใช้เวลามา ๓–๔ ชั่วโมง เมื่อทุกอย่างพร้อมที่จะลงมติผมจะฝากข้อสังเกต ก่อนลงมติ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖ ผมเองได้ปรับลดทั้งหมดครับ ๓๒๕ ล้านบาท เปึนงบที่ใช้ในโครงการฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ สร้างความเชื่อมั่นและ สร้างภาพลักษณ์ ๒ เรื่องใหญ่ เหตุผลที่ผมต้องปรับลดหลังจากที่ผมฟังคําชี้แจงของ ท่านกรรมาธิการ ซึ่งผมเคารพท่านนะครับ ก็เรียนรู้จากท่านเยอะในห้องคณะกรรมาธิการ แต่ผมมีเหตุผลที่สําคัญที่จะต้องกราบเรียนในสิ่งที่ท่านได้ชี้แจงมาผมเองเข้าใจ ก็ซักถาม ในห้องงบประมาณพอสมควรนะครับ

เรื่องแรกสุด เอาเรื่องจริงก่อน งบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาท เปึนงบตั้ง รายจ่ายเพิ่มเติมจากที่เราไปกู้เงินมาเปึนเงินกู้ภายในจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่จะให้ เงินกู้ที่เปึนลักษณะตัวเงินคลัง ท่านประธานครับ ๓๒๕ ล้านบาท ถามว่ามีประโยชน์ กับประเทศชาติบ้านเมืองไหม มีครับ มีแน่นอน ไม่ปฏิเสธเลยครับ ผมเองก็สนับสนุนว่า เอาไปใช้ทําให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง แต่เหตุผลข้อแรกที่ผมต้องตัด ก็เพราะว่าเมื่อต้นป้งบประมาณเราจัดเงินให้กับกระทรวงการต่างประเทศในฐานะเปึนผู้ที่จะ ประสานในการใช้งบบูรณาการในการทํางานในต่างประเทศระหว่างกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือหน่วยงานภาครัฐอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วจัดไว้ให้ต้นป้ครับ ๓๕๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ กรรมาธิการสอบถามในห้อง งบประมาณ ผมฝากท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่อยู่ตรงนี้ด้วยนะครับ ให้ไปตรวจสอบงบก้อนนี้ว่าได้ใช้หรือยัง เพราะจากรายงานนี้ยังไม่มีการใช้เลยครับ ไม่มีกิจกรรมเลยครับ แล้วงบตรงนั้นก็กองอยู่ นั่นเปึนเหตุผลแรกสุดครับ เมื่องบปกติที่เราจัดให้เมื่อต้นป้ ๓๕๐ ล้านบาทยังไม่ได้ใช้เลย ลักษณะกิจกรรมคล้ายกันครับ เปึนงบบูรณาการระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ภารกิจที่ต้องทํางานระหว่างต่างประเทศ ที่เราใช้คําว่า เอฟเอ็มไอพี (FMIP : ภารกิจ ต่างประเทศแบบบูรณาการ) เปึนงบบูรณาการของกระทรวงการต่างประเทศในกิจกรรม โปรแกรมต่าง ๆ ที่สําคัญ ต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ชี้แจงเหมือนกันเลยครับ ที่จะเอาไปทํา เพียงแต่ว่ากิจกรรมที่ท่านขอมา ๓๒๕ ล้านบาท ผมลงลึก ๆ ให้ ท่านประธานดูครับ เปึนงบที่ใช้ไปประมาณ ไม่ใช่ประมาณครับ อันแรกสุด ๒๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะจัดคณะผู้แทนด้านเศรษฐกิจเดินทางไปเยือนประเทศกลุ่มเปัาหมาย ๕ ประเทศ ๒๐๐ ล้านบาท กลุ่มเปัาหมายหลัก ไม่ว่าจะเปึนจีน ญี่ปุ์น ยูเออี รัสเซีย หรือแม้กระทั่งสหราชอาณาจักรที่ท่านจะต้องไป ท่านนายกรัฐมนตรีไปมาแล้วครับที่จีน ผมไม่แน่ใจว่าใช้งบก้อนไหน ถ้าท่านบอกว่าไปจีนมาแล้วจะขอเพิ่มอีก ๓๒๕ ล้านบาท ผมไม่แน่ใจว่าทันไหมครับ ส่วนหนึ่งเอาไปเปึนกิจกรรมประชาสัมพันธ์ประเทศในภาพรวม ๑๒๕ ล้านบาท เม็ดเงินรวมเปึน ๓๒๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปเยอะในเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ ในประเด็นการสร้างภาพลักษณ์ ในเรื่องที่สมาชิกอภิปรายแล้วผมจะไม่อภิปราย เพราะฉะนั้นเหตุผลข้อที่ ๑ ที่ผมปรับลด ก็คือ งบปกติที่เรามีอยู่ท่านยังไม่ได้ใช้ แต่กลับเอางบไปเพิ่มเติม ไปขอใช้เพิ่มอีก ท่านต้องแจงรายละเอียดตรงนี้ ผมก็ฝากข้อสังเกตไปยังคณะกรรมาธิการติดตาม งบประมาณให้ท่านไปด้วยสอบหน่อยครับ ไปตรวจสอบหน่อยว่า ๓๕๐ ล้านบาท ใช้ไปหรือยัง ความไม่เชื่อมั่นของประเทศชาติบ้านเมืองเราอยู่ตรงไหนครับ อันแรกสุดเลยครับ เราอ้าง กับนานาอารยประเทศว่าเราเปึนประเทศปกครองระบอบประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา เราบอกเขาอย่างนั้น เขาเชื่อเราไหมครับ เขาเชื่อครึ่งเดียวครับ ครึ่งที่บอกว่าเปึนระบบ รัฐสภาเขาเชื่อ เอกสารต่าง ๆ บอกว่าเนื่องจากประเทศชาติบ้านเราปกครองระบอบ ประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ไม่เปึนความจริงครับท่านประธาน คือความจริงเราไม่ได้ ปกครองระบอบประชาธิปไตย มีเอกสารอ้างอิงของนักวิชาการเยอะแยะไปหมดเลย อันนี้ คือความไม่เชื่อมั่นครับ เราต้องทําตรงนี้ให้เปึนจริงให้ได้ ใช้ ๓๒๕ ล้านบาทไปสิครับ ไปพัฒนาตรงนี้ สร้างความเชื่อมั่นว่าเราเปึนระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ทําไม ไม่เปึนระบอบประชาธิปไตยครับ ผมไม่พูดถึงระบอบอื่นที่เข้ามาครอบงํา แต่สิ่งที่เปึนเหตุ และผลที่ออกมาชัดก็คือว่าหลักการพื้นฐานประชาธิปไตย ๕ เรื่อง เราไม่เคยยึดถือเลย เราไม่เคยยึดถือว่าอํานาจเปึนของพี่น้องประชาชนที่แท้จริง เราไม่เคารพเสียงข้างมาก เราไม่เคยยึดหลักกฎหมายที่ใช้ในการปกครองประเทศชาติบ้านเมืองเปึนลักษณะ อนาธิปไตยที่ทุกคนพยายามพูดอยู่ตลอดเวลา นี่ละครับหลักการพื้นฐานเหล่านี้ หลักสิทธิ ของความเสมอภาค เสรีภาพต่าง ๆ ผมไม่พูดถึงในตรงนั้น มันไม่มีอยู่แล้วในข้อเท็จจริง นี่ละครับสิ่งที่ต้องไปแก้ ท่านประธานครับ นี่เหตุผลที่แท้จริงที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธาน สิ่งที่เราไปมีภาพลักษณ์ว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน หลายท่านพูดอภิปรายไป ผมจะไม่ก้าวล่วงลงในรายละเอียดว่าเหตุมันเกิดอย่างไร ไม่พูดถึงกลุ่มไหน แต่ภาพ สื่อมวลชนต่างประเทศเขาบอกว่าเราละเมิดสิทธิมนุษยชน สิ่งเหล่านี้เองต้องไปแก้ ให้มันตรง และที่สําคัญที่สุดท่านประธานครับ ในเหตุผลที่ต้องแก้ให้ตรงเหตุถ้ามี ความเคลือบแคลงสงสัยในการที่จะมาบริหารประเทศนะครับ ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ผมเชื่อว่าท่านมีความรู้ ความสามารถ หมายถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนะครับผมยังชื่นชมท่าน ติดตามดูผลงานท่านผ่านระบบการบริหารราชการประจํามา ไปเปึนทูตต่าง ๆ นานา เรื่องความสามารถไม่สะกิดใจ ไม่สงสัย แต่ผมเชื่อว่าท่านเองก็เปึนคนมีคุณธรรม จริยธรรม ถ้าสมมุติว่าท่านเห็นว่าสิ่งที่ท่านเข้ามาประโยชน์ได้ส่วนหนึ่งแน่นอนในการ บริหารประเทศชาติบ้านเมืองครับ แต่ข้อสงสัยเหล่านั้นมันจะมีผลลบต่อประเทศชาติ บ้านเมือง ผมคิดว่าท่านเองท่านเปึนผู้มีคุณธรรม จริยธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนผู้มี คุณธรรม จริยธรรม รัฐบาลบอกจะใช้ธรรมาภิบาล ผมว่าตรงนี้มันอยู่ในจิตสํานึก ของท่านเองครับ จิตสํานึกของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเองที่ท่าน จะบอกกับประเทศชาติบ้านเมืองนี้ว่าท่านจะให้อะไรกับพวกเรา ให้อะไรกับประเทศชาติ บ้านเมือง ให้อะไรกับคนไทยทั้งหมด ผมไม่ได้เรียกร้องนะครับ แต่ผมเชื่อมั่นว่าท่านคิด อย่างนั้นอยู่ นี่ละครับคือเหตุผลที่แท้จริง เปึนเหตุผลครับท่านประธานที่ผมต้องปรับลด ๓๒๕ ล้านบาททั้งหมด กราบขอบคุณ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ช่วงนี้ขอคณะกรรมาธิการก่อนนะครับ เริ่มจากท่านพิเชษฐ แล้วต่อไปเปึนคุณจุติ แล้วคุณนคร มาฉิม นะครับ เชิญท่านพิเชษฐ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการ ผมขอตอบคําถามที่ท่านสมาชิก ประทานโทษ นายแพทย์ชลน่านถามว่า งบประมาณ ประจําป้ในป้ ๒๕๕๒ จํานวน ๓๕๐ ล้านบาทใช้แล้วหรือยัง งานไปถึงแค่ไหน ก็บังเอิญว่า ท่านสมาชิกชลน่านกับผมเปึนกรรมาธิการป้ ๒๕๕๒ ด้วยกัน เราก็เห็นอะไรทุกอย่าง เท่ากันนะครับ เรียนว่าโครงการป้ ๒๕๕๒ งบ ๓๕๐ ล้านบาทนี้ ส่วนหนึ่งทําโดยรัฐบาลเก่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน แต่เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม สถานการณ์ บ้านเมืองหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป แล้วก็ได้มีการเปลี่ยนรัฐบาลด้วย ในรัฐบาลใหม่ ที่เข้ามาแถลงนโยบายวันที่ ๓๐ ธันวาคม ต้องปรับบางอย่างตามสถานการณ์ เงิน ๓๕๐ ล้านบาทดังกล่าวนี้ ขณะนี้มีโครงการแผนงานเรียบร้อยแล้ว ๖๕ โครงการ ๖๕ โครงการใช้เงินทั้งหมด ๓๔๙,๐๘๓,๖๐๐ ล้านบาท ก็คงจะเหลือเพียงนิดหน่อย ไม่กี่หมื่นบาทนะครับ ทั้งหมด ๓๔๕ ล้านบาท พร้อมที่จะเดินหน้าทันที และได้มีการ ปรับเปลี่ยนรายการตามสถานการณ์ตั้งแต่เดือนมกราคมทั้งหลาย ตัวอย่างเช่น ขอเรียนว่าโครงการเหล่านี้กับโครงการ ๓๒๕ ล้านบาทต่างกัน โครงการ ๓๕๐ ล้านบาท เปึนโครงการปกติประจําที่จะต้องทําส่วนโครงการ ๓๒๕ ล้านบาท ในมาตรา ๖ นี้ เปึนโครงการที่เร่งแก้ไขวิกฤติ แล้วก็ผมอยากจะใช้คําว่า ต้องกระชากกลับความเชื่อมั่น ยื้อกลับไม่ทันแล้วละครับวิกฤติขณะนี้ ต้องเร่งฟุ๋นฟูและกระชากกลับความเชื่อมั่นของ ประเทศไทยโดยรีบด่วนใน ๓๕๐ ล้านบาท โครงการเพื่อความสบายใจนะครับ เช่น โครงการความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทย-กัมพูชา โครงการหมู่บ้านชายแดน เข้มแข็ง โครงการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเอกอัครราชทูตและผู้ว่าราชการจังหวัด โครงการกระตุ้นศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โครงการสํารวจ ศักยภาพเส้นทางการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาค โครงการ ไอเอ็มที-จีที (IMT-GT) หรือ โครงการการเจริญเติบโตของสามเหลี่ยมเศรษฐกิจภาคใต้ระหว่างไทย มาเลเซียและ อินโดนีเซีย โครงการส่งเสริมการตระหนักรับรู้เกี่ยวกับอาเซียนกับโรงเรียนยุวทูต โครงการ ความร่วมมือด้านการศึกษาในภูมิภาค โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน และโครงการอาเซียนศึกษาต่าง ๆ เปึนต้นดังกล่าวนี้ทั้งหมด ๖๕ โครงการ และถามว่า พร้อมจะใช้เมื่อไร โครงการทุกอย่างพร้อม บุคลากรพร้อม แผนงานพร้อม และพร้อมจะ เดินหน้าได้ทันทีตั้งแต่บัดนี้ครับ นั่นคือ ๓๕๐ ล้านบาท นอกเหนือจาก ๓๒๕ ล้านบาท ที่เปึนงบพิเศษตามมาตรา ๖ ที่เพื่อโครงการกู้วิกฤติฟุ๋นฟูโดยรีบด่วน ขอบพระคุณ ที่ท่านกรรมาธิการคุณหมอชลน่านได้กรุณาถาม ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ตกลงกรรมาธิการไม่มีเพิ่มนะครับ ไม่มีสมาชิกขออภิปรายต่อนะครับ เปึนอันจบการอภิปราย เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านกษิต ภิรมย์ ครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ขอกราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อจะขอโอกาสชี้แจงต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทั้งหลาย ผมมี ๒ ประเด็นเท่านั้นเองนะครับ คือ

ประเด็นแรก อยากจะขอความกรุณาแยกเรื่องงบประมาณออกจากเรื่อง ข้อวิพากษ์วิจารณ์ชมเชยผมด้วยเปึนการส่วนตัว เรื่องงบประมาณตามมาตรา ๖ นั้นก็ได้มี การชี้แจงอย่างกว้างขวางไปแล้วนะครับ ผมขอกราบเรียนชี้แจงว่าเปึนงบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาทที่ฝากไว้ที่กระทรวงการต่างประเทศ มอบให้กระทรวงการต่างประเทศ เปึนผู้ประสานงาน เพื่อให้การทํางานของรัฐบาลไทยภายใต้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้น มีความเปึนบูรณาการนะครับ จะเปึนทางสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กรมส่งเสริมการส่งออก สํานักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ต่าง ๆ เหล่านี้มาใช้ร่วมกัน แล้วก็ ในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้มีการประชุมกันอย่างสม่ําเสมอว่าจะได้ใช้เงินก้อนนี้ ไปทําอะไรบ้างที่ได้แยกออกมาเปึน ๒ หมวด คือ ๒๐๐ ล้านบาท กับ ๑๒๕ ล้านบาท ซึ่งรายละเอียดก็ปรากฏอยู่ในเอกสารอยู่แล้วนะครับ อันนี้ก็เปึนสิ่งที่อยากจะขอกราบเรียน ชี้แจงให้ทราบ ส่วนที่ว่าทําไมถึงจะต้องทํานอกเหนือไปจากงบประมาณประจําที่กระทรวง ทบวง กรมทั้งหลายมีอยู่ มันก็ด้วยสภาวะ ๒ เรื่องด้วยกันที่อยู่เกินขีดความสามารถของ พวกเราที่จะควบคุมไว้ได้ คือพฤติกรรมของการบริหารราชการก่อนรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ผ่านมาที่มันทําให้ภาพลักษณ์ ภาพพจน์ แล้วก็ความงุนงง ของประชาคมโลกมันมีมากมาย แล้วก็ในช่วง ๔ สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลนี้ก็ได้ทํางาน อย่างแข็งขัน มีการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ มากมาย แล้วก็งบประมาณอันนี้ก็เพื่อจะช่วย เสริมในการที่จะแก้ไขภาพลักษณ์ ภาพพจน์ของเราด้วย แต่ว่านอกเหนือจากประเด็น ปัญหาภายในประเทศแล้ว ท่านสมาชิกทั้งหลายครับ ท่านประธานครับ คงจะทราบกันดีอยู่ ถึงสภาวะเศรษฐกิจการเงินที่ถดถอยของโลก เพราะฉะนั้นเรื่องภายในก็ดี เรื่องรอบ ๆ ประเทศไทยก็ดี เราจะนิ่งเฉยไม่ได้ ถึงได้มีดําริที่ให้มีการใช้งบประมาณพิเศษจํานวนนี้ ๓๒๕ ล้านบาท เพื่อกระตุ้น เพื่อกระชากกลับ ดังที่มีท่านผู้อภิปรายไปแล้วให้ความเชื่อมั่น ของต่างประเทศกลับมาอีก แล้วเราก็ได้ทําไปหลายเรื่องแล้ว โดยเฉพาะการไปเยือน ประเทศญี่ปุ์นของท่านนายกรัฐมนตรี ในกรอบ ขอโทษ ขอใช้ภาษาอังกฤษนะครับ โรดโชว์ เมื่อวันที่ ๕ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ได้รับการตอบสนองอย่างดียิ่ง แล้วก็ในเร็ว ๆ นี้ ก็จะไปที่ประเทศจีนในเดือนมีนาคม แต่ล่าสุดนั้นตามที่เราได้มีดําริที่จะไปทําโรดโชว์ ที่อังกฤษนั้น ทางรัฐบาลอังกฤษพอทราบเข้าเขาก็ขอเสนอวันมาแล้ว ขอเชิญ ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยือนกรุงลอนดอนในวันที่ ๑๒ ๑๓ ๑๔ มีนาคมนี้ จุดประสงค์จะไป โรดโชว์ ก็จะมีผลพลอยได้ที่จะได้พบกับผู้นําของประเทศนั้น ๆ ด้วย ดังที่การไปเยือน กรุงโตเกียวเมื่อไม่นานมานี้นอกจากได้กระทําโรดโชว์แล้วยังได้พบกับนายกรัฐมนตรี ของญี่ปุ์นแล้วก็มีผลงานออกมามากมาย นั่นก็เปึนประเด็นแรกที่ผมอยากจะขอ กราบเรียนชี้แจง แล้วก็ขอย้ําว่างบประมาณนี้เปึนงบบูรณาการร่วมกันทํา ร่วมกันเดิน แล้วก็ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทย

ส่วนประเด็นที่สอง ที่กล่าวพาดพิงถึงตัวกระผมนิดหน่อย ก็ได้เคย กราบเรียนชี้แจงไปแล้วนะครับ ในการที่มาปรากฏตัวที่สภาเปึนครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้ ผมขอพูด ๒ ประเด็นนะครับ ในการยอมรับก็ดีของต่างประเทศ ขออย่าได้ ท่านประธานครับ ขอให้เพื่อนสมาชิกสภาทั้งหมดอย่าได้มีความสงสัยอันใดเลย ผมได้เดินทางไปเยือน ต่างประเทศแล้วในช่วง ๔ สัปดาห์นี้ ๖ ประเทศ ได้พบกับบรรดาผู้นําของประเทศต่าง ๆ ได้รับการประสานงานร่วมมือที่ดี ได้รับการยอมรับที่ดี ทุกคนมุ่งมั่นที่จะมาร่วมกันกระชับ ความสัมพันธ์ทวิภาคี แล้วก็ส่งเสริมความเปึนป๊กแผ่นของอาเซียน แล้วก็ส่งเสริมบทบาท ของอาเซียนในเวทีระหว่างประเทศด้วย ส่วนประเด็นอดีตของแต่ละคนนั้น ผมคิดว่า สภาอันทรงเกียรตินี้ไม่ใช่ที่ที่จะมาขุดคุ้ยกัน ผมคิดว่าเพื่อน ๆ สมาชิกเราหลายคนก็เคย อยู่อีกฟากหนึ่งของอุดมการณ์ที่อยากจะล้มล้างทุกสถาบันในประเทศไทย แต่ ณ วันนี้ ก็ได้มาเปึนผู้แทนราษฎร ไม่มีการขุดคุ้ยประวัติ

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงคุณกษิต ภิรมย์

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงนะครับ เชิญท่านเชาวรินครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมขอประท้วง คุณกษิต ภิรมย์ ที่ได้อภิปรายชี้แจงเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้แก่ สถาบันสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคําพูดที่ว่า ล้มล้างสถาบัน คุณกษิตคิดได้อย่างไร คํานี้ไม่มีใครที่จะมาพูดได้กับคนไทยในแผ่นดินนี้ เปึนการยาก เหลือเกินในการที่จะหาใครสักคนที่มีความจริงจังว่าจะล้มล้างสถาบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าจะพูดเพื่อที่จะตีวัวกระทบคราดไปถึงหัวหน้ารัฐบาลในอดีต พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ผมเชื่อว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มีจิตใจจงรักภักดีมากกว่าคุณกษิต ภิรมย์ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนักเรียนเตรียมทหาร เปึนนักเรียนนายร้อยตํารวจ และที่สําคัญที่สุด พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้รับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วท่านเชาวรินประท้วงเรื่องอะไรครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ประท้วงคํากล่าวที่ว่า มีความพยายามจะล้มล้างสถาบัน ตรงนี้ครับท่านประธาน ถึงแม้จะไม่ได้เจาะจงหมายถึงใคร ท่านได้พูดไว้ก่อน คุณกษิตได้พูดไว้ก่อนหน้านั้นบอกว่า อีกฟากหนึ่งหรืออีกฝัืงหนึ่ง ก็ประมาณได้ว่าคนฟังทั้งหลายต้องเข้าใจถึงซีกพวกผม ซึ่งเปึนสมาชิกพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การกล่าวอย่างนี้ถ้าเปึนสมัยก่อนก็คงเอาข้อหาคอมมิวนิสต์ยัดใส่เข้าไป แต่ปัจจุบันนี้อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดก็คือกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี เลิกเถอะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะขอวินิจฉัยนะครับท่านเชาวรินครับ สรุปแล้วท่านเชาวรินประท้วงและต้องการ ให้ถอนคําพูดใช่ไหมครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ให้ถอนคําพูดว่า ทําลายล้างสถาบัน และเกี่ยวข้องอะไรก็แล้วแต่ ทุกคําพูดที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ และผมขอเรียกร้องคุณกษิตว่าจะต้องไม่ประพฤติเช่นนี้อีกแล้ว ผมยืนยัน ครับว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน รวมถึงอดีตสมาชิกของพรรคพลังประชาชน รวมถึง อดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทยทุกคนมีความจงรักภักดี ระลึกรู้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญผู้ประท้วงนั่งลงครับ ผมจะวินิจฉัยนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรี ได้อภิปรายโดยบอกว่ามีสมาชิกบางท่านมีความรู้สึกต้องการจะล้มล้างทุกสถาบันนะครับ ถ้าผมได้ยิน ใช้คําว่า ทุกสถาบัน

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีครับ ขอผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ผมก็จะต้องวินิจฉัยไปตามข้อเท็จจริงนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านอภิปรายถึงจะไม่ระบุชื่อ แต่ใช้คําว่า สมาชิกบางท่าน มันเปึน การทําให้สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรนี้เสื่อมเสียนะครับ ขอความกรุณาท่านถอนคําพูด เถอะครับว่า มีความรู้สึกล้มล้างทุกสถาบัน เพราะว่าผมเชื่ออย่างที่พวกเราเชื่อครับ พวกเรามีความรักชาติเหมือนกันหมด เพียงแต่ว่าบางครั้งเราอาจจะมีความคิดเห็น แตกต่างกัน ต้องขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีถอนเถอะครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ

(นายจุมพฏ บุญใหญ่ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิพาดพิงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจุมพฏประท้วงอะไรครับ ต้องให้ผมวินิจฉัยก่อนนะครับ แล้วผมกําลังวินิจฉัย แล้วก็ให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านถอนคําพูดนะครับ ขอเชิญคุณจุมพฏ นั่งลงก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยประท้วงครับ เพราะว่าวินิจฉัยเปึนราย ๆ ไปนะครับ เชิญรัฐมนตรี ได้กรุณาถอนคําพูดด้วยครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ผมก็ขอถอนคําพูดนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ ก็อยากจะขอ เล่ากล่าวถึงประวัติศาสตร์การเมืองไทยสักนิดนะครับว่า ในอดีตมีพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทย แล้วก็เขามีขบวน

(นายจุมพฏ บุญใหญ่ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจุมพฏประท้วงอะไรครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ท่านประธานครับ กระผมใช้สิทธิ พาดพิงเนื่องจากบุคคลที่พูดได้บอกว่า สมาชิกอีกฟากหนึ่งพยายามล้มล้างทุกสถาบัน ฟากหนึ่งนั้นหมายถึงฟากฝ์ายค้านและพรรค

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ แล้วท่านรัฐมนตรีท่านได้ถอนคําพูดไปแล้วครับ ก็ถือว่า วินิจฉัยแล้วถือว่าเปึนสิ้นสุดนะครับ เชิญคุณจุมพฏนั่งลงเถอะครับ ได้วินิจฉัยไปแล้วครับ เพราะว่าประเด็นในข้อที่ใช้สิทธิพาดพิงเปึนเรื่องที่ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ขอเชิญ คุณจุมพฏนั่งลงครับ คือถ้าหากว่าท่านรัฐมนตรี คงไม่ต้องชี้แจงหรอกครับ เมื่อสักครู่ ท่านเชาวรินได้ใช้สิทธิประท้วง แล้วก็ชี้แจงไปบางส่วนแล้วนะครับ ขอเชิญนั่งลงเถอะครับ เราจะได้อภิปรายกันต่อนะครับ คือถ้าท่านรัฐมนตรีไม่ถอนคําพูด ผมยังอนุญาตนะครับ แต่นี่ท่านรัฐมนตรีท่านได้ถอนคําพูดแล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่อนุญาต ให้ใช้สิทธิพาดพิงครับ เชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ ขอความกรุณาอย่าไปกล่าวถึงผู้อื่นเลย นะครับ

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านเพื่อนสมาชิกทั้งหลาย ผมก็ได้รับการตั้งฉายา แล้วก็ถูกกล่าวหาเปึนผู้ก่อการร้ายสากล ผมก็จะไม่ขอให้ถอนคําพูด ก็ขอรับฟังไว้ และอะไรที่ผมไม่ได้เปึนผมก็ไม่ได้เปึนนะครับ ขอขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิก กรณีที่มีการอภิปรายในมาตราดังกล่าว แล้วมีการกล่าวถึงภารกิจในงานของกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากว่างบที่กําลังพิจารณา ขณะนี้นั้นเปึนงบแบบบูรณาการ ซึ่งเปึนการบริหารจัดการแบบใหม่เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งบประมาณที่มีข้อจํากัด เนื่องจากภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงได้จัดงบประมาณดังกล่าวโดยให้กระทรวงการต่างประเทศ เปึนเจ้าภาพหลัก แต่ให้แต่ละกระทรวงซึ่งมีลักษณะงานที่เข้าข่ายในการที่จะฟุ๋นฟู ความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทย หรือว่าการสร้างภาพลักษณ์เพื่อให้ประเทศไทยกลับคืนมา ยืนอยู่บนแผนที่โลกอย่างสง่างามอีกครั้งหนึ่ง ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยว การลงทุน และการค้าซึ่งถือเปึนรายได้หลักของประเทศนี้ คิดเปึนวงเงิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ประชาชาติ หรือเปึนเม็ดเงิน ๖ ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่ามีความสําคัญอย่างยิ่ง ต่อชีวิตของชาวนา ชาวไร่ เกษตรกร และรวมไปถึงผู้ใช้แรงงานคนยากคนจน รวมทั้ง ภาคการผลิตที่แท้จริง ทั้งอุตสาหกรรมและกสิกรรม เพราะถ้าเราส่งออกไม่ได้ นั่นหมายความว่าการว่างงานทั้งลูกหลานที่จะจบออกมาก็จะเปึนปัญหา แต่การ ดําเนินการในการสร้างความเชื่อมั่นเปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นงบประมาณ ดังกล่าวนั้นจึงไม่ใช่เพียงแค่กระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น และรูปแบบของกิจกรรม ดังกล่าวก็มีในหลายรูปแบบ ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ตลอดจนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ต้องเดินทางออกไปเยือนประเทศต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อที่จะฟุ๋นประเทศไทยให้กลับคืนมาสู่ภาวะ ปกติ ในส่วนกระทรวงพาณิชย์เองจากนี้ไปโดยเฉพาะหลังจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งถือว่าเปึนเวทีสําคัญของประเทศไทยในการแสดงความเปึนภาวะผู้นําของการเปึน ประธานอาเซียน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยแล้ว ก็จะต้องเดินทางไป ต่างประเทศมากกว่าอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนในภูมิภาคซึ่งเปึนตลาดหลักก็คือ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ์น อาเซียน ๖ ประเทศหลัก เปึนต้น และตลาดรองก็คือ ตะวันออกกลาง แอฟริกา ละตินอเมริกา อีสเทิร์นยุโรป รัสเซีย กลุ่มซีไอเอส (CIS) และตลอดจนถึงอาเซียน ในกลุ่มที่เหลือ ภารกิจดังกล่าวนั้นจําเปึนที่จะต้องใช้งบประมาณในการดําเนินการ และ งบปกติที่จัดมาอนุมัติโดยสภา และเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ป้ ๒๕๕๑ นั้น ไม่เพียงพอ ถ้าเราต้องการที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวพ้นภาวะวิกฤติจําเปึน อย่างยิ่งต้องใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเปึนแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่สําคัญของรัฐบาล ที่ขออนุมัติจากสภา

ส่วนประเด็นในเรื่องของนโยบายครัวโลกนั้นต้องเรียนว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการส่งออก กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่ผมกํากับดูแล ตลอดจน กรมพัฒนาการค้าได้ดําเนินการในการปรับปรุงแผนดังกล่าวให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ในหลายภารกิจ โดยเฉพาะในตลาดหลัก ตลาดรอง เพื่อให้ธุรกิจอาหารของเรา และธุรกิจ การประกอบร้านอาหารของเรา รวมไปถึงธุรกิจในการที่เราจะส่งพ่อครัว แม่ครัวไปสู่ ตลาดโลกนั้น และตลอดจนในเรื่องของการส่งอาหารวัตถุดิบที่เรียกว่า ระบบซัพพลาย เชน (Supply chain) จะเปึนแนวทางของการดําเนินการในการปรับปรุงกระบวนการ ให้เกิดประสิทธิภาพ และต้องขอบคุณท่าน ส.ส. โดยเฉพาะท่าน ส.ส. ธนาที่ได้กรุณา ให้ข้อมูลถึงปัญหาของรัฐบาลในอดีตเรื่องความล่าช้า ประกาศนโยบายไปแต่ไม่ได้ เตรียมแผนปฏิบัติ ในท้ายที่สุดก็ทําให้โครงการดังกล่าวไม่บรรลุผล เพราะฉะนั้นเปัาหมาย ในป้ ๒๕๕๒ ภายใต้รัฐบาลนี้จึงถือว่าเรื่องของการส่งเสริมครัวโลกให้ประเทศไทยเปึน ซัพพลายอาหารโลก และแนวคิดเรื่องซุปเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ของโลกนั้นจะขับเคลื่อนต่อไป โดยการเพิ่มทั้งร้านอาหาร เพิ่มทั้งปริมาณของอาหารวัตถุดิบที่เราจะส่งไปต่างประเทศ และรวมไปถึงการสร้างอาชีพใหม่นะครับ ก็ขอเรียนชี้แจงในเบื้องต้นครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเชาวรินจะขอซักถามเพิ่มเติม ขอรวบรัดด้วยนะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินครับ ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้ผมในฐานะ ที่ได้แปรญัตติและสงวนคําแปรญัตติมาตรานี้ไว้ ได้อภิปรายตอนที่ท่านยังไม่ได้ขึ้นมา ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งผมได้ถามท่านประธานขณะนั้น ผ่านไปยังคุณกษิต รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศนะครับ เพื่อจะขอประสบการณ์ท่าน ท่านประธานได้กรุณา ให้ผมสักนิดหนึ่งเพื่อที่จะขอให้ท่านได้ถ่ายทอดประสบการณ์ เพราะว่าผมเองไม่เคยเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ท่านพบสมเด็จฮุนเซน ท่านทําหน้าอย่างไรครับ ผมอยากรู้ตรงนี้ครับ ท่านกษิตครับกรุณาสักนิด

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขออนุญาตท่านเชาวรินนะครับ ถามเรื่องนี้มันเปึนเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการบริหาร ราชการแผ่นดินนะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านกษิตได้พูดถึงว่าเพื่อนสมาชิก นั่นหมายความว่าท่านกรุณาให้เกียรติ นับว่าผมเปึนเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งผมก็ไม่รังเกียจถ้าจะมีเพื่อนเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมี ทีนี้นอกจากคําถามที่ว่า ท่านทําหน้าอย่างไร ตอนที่ไปเจอสมเด็จฮุนเซน มันเปึนการถ่ายทอดประสบการณ์แลกเปลี่ยนกัน สมมุติว่า ในหมู่เพื่อนถามกันได้ อย่างไรก็ตามในฐานะที่เปึน ส.ส. ท่านประธานครับ ทราบว่าท่าน จะเดินทางไปอังกฤษวันที่ ๑๒ ๑๓ ๑๔ โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้าคณะ ตรงนี้ผมก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่า ฝรั่งชาติอังกฤษเขามีความรู้สึกที่ดีกับ ท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคนปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความเปึนศิษย์เก่า ที่สําเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านต้องใช้โอกาสตรงที่ท่านมีของดี ของวิเศษที่เปึนผู้นํารัฐบาล ระวังอย่าไปทําอะไรให้มิตรประเทศเขามีความรู้สึกที่ไม่ดี แล้วอีกประการหนึ่งที่ท่านบอกว่าท่านจะไปจีนเร็ว ๆ นี้ท่านประธานครับ ผมไม่ต้องบอก ก็ต้องรู้ว่าผมนี่ลูกจีน หน้าผมนี่ตาไม่มีเล่าเต้ง นามสกุลยาว ๆ รับกับใบหน้า ผมนี่ไปจีน ตอนที่ประกาศแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดนี้นะครับท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านกษิตด้วยความปรารถนาดีและน้อมรับความเปึนเพื่อนครับ ท่านบอกว่าไปจีนนี่ผมเปึนห่วง ถ้าหากว่าคนจีนเขาพูดถึงท่านเหมือนที่พูดกับผม เมื่อตอนต้นป้ที่ผมไปมานี่เขาพูดถึงเหว่ยเกาโปิววั้วโปว่เจี้ยง แปลว่า

(นายเจะอามิง โตะตาหยง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเชาวรินครับมีผู้ประท้วงครับ คุณเจะอามิงประท้วงอะไรครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ประท้วงอะไรล่ะครับ เวลานี้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องเปึนสิทธินะครับ ผู้ประท้วงสามารถประท้วงได้นะครับ เชิญคุณเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานต้องควบคุมการประชุมครับท่านประธาน เพราะผู้ที่กําลังลุกขึ้นมาพูด เมื่อสักครู่ไม่ได้พูดในประเด็นของงบประมาณ การพูดลักษณะสักครู่จะต้องอยู่ในวาระหนึ่ง นี่วาระสองครับท่านประธาน เรื่องของคณะกรรมาธิการกับสภา ท่านประธานจะต้อง ควบคุมการประชุมให้ชัด ไม่อย่างนั้นการพิจารณางบประมาณจะไม่สามารถจบลงได้ครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ ถึงแม้ว่าจะเปึนวาระสอง แต่เรื่องที่มันคาบเกี่ยวกันผมฟังอยู่นะครับ ถ้าพูดเกินเลยไปก็จะเตือนครั้งหนึ่งนะครับ เมื่อกี้ก็ได้เตือนไปครั้งหนึ่งแล้วครับ จะเห็นได้ว่า ทางฝ์ายรัฐบาลเองเวลาพูดถ้าเปึนเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องประธานก็จะเป่ดโอกาสให้พูด แต่อย่างไรก็ต้องขอท่านเชาวรินรวบรัดด้วยนะครับ เพราะว่าเราจะต้องบริหารเวลา ให้ทันภายใน ๒ ทุ่มนะครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นผมก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานขอบคุณคุณเจะอามิง นะครับ เพราะว่าผมเองไม่มีประสบการณ์เพราะไม่เคยเปึนฝ์ายค้านมาครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออีกท่านหนึ่งนะครับ คุณฐิติมา ฉายแสง นะครับ แล้วต่อไปจะเปึนกรรมาธิการ

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบขอบพระคุณค่ะ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ในฐานะที่ดิฉันเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ ดิฉันยิ่งอยากจะรู้ใหญ่เลยค่ะว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้นจะใช้ งบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาทอยู่แล้วนี่นะคะ ซึ่งทางฝ์ายท่านก็คงจะชนะอยู่แล้วนี่ จะไปทํา อย่างไรคะ แล้วก็ไปกัมพูชามาไปทําอย่างไรมาที่ไปว่าเขา อ้ายกุ๊ยบ้าง อ้ายเฮงซวยบ้าง ไปทําอย่างไรมาบ้างคะ ไปทําหน้าตาอย่างไร อยากจะทราบจริง ๆ อย่างเช่น คุณเชาวรินบอก ขอบคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการนิพนธ์ บุญญามณี ครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ที่จริงในวาระนี้ ด้วยความเคารพท่านประธาน มันเปึนเรื่อง ระหว่างคณะกรรมาธิการกับเพื่อนสมาชิกที่จะสอบถามท่านสมาชิก เพราะกระผมคิดว่า ถ้าเราปล่อยให้เพื่อนสมาชิกสอบถามรัฐมนตรีโดยตรงอย่างนี้มันก็จะไม่อยู่ในวาระสอง ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่าถ้ามีข้อสงสัยประการใดกรรมาธิการต้องเปึน คนตอบ เพราะถ้าเราให้ซักกันอยู่อย่างนี้มันจะไม่มีจบสิ้น เพราะว่าอย่างน้อยที่สุดสภา แห่งนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการไปทําหน้าที่แทนท่านอยู่แล้วครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ จริง ๆ ก็เปึนเรื่องที่สมาชิกจะสอบถามกรรมาธิการ แต่เผอิญ ท่านรัฐมนตรีท่านเปึนผู้ตอบนะครับ เมื่อตอบมันก็มีคําถามต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม ผมขอความกรุณานะครับ เราจบการอภิปรายในมาตรา ๖ นี้ได้นะครับ ผมขออนุญาต ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ผมวินิจฉัยนะครับว่าขณะนี้เราจบการอภิปรายในมาตรา ๖ เรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะขอเชิญลงมติครับ จะต้องใช้เวลาบริหารให้ทันใน ๒๐.๐๐ นาฬิกา ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องเพื่อเตรียมลงมติครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติครับ เมื่อเข้ามาแล้วก็กดบัตรแสดงตน ด้วยเลยนะครับ ขณะนี้มีสมาชิกอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๔๕๘ ท่านนะครับ กึ่งหนึ่ง ๒๒๙ ท่าน

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ นิดหนึ่ง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุชาติประท้วงหรือครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ไม่ได้ประท้วงท่านประธานครับ พอดีช่วง กําลังจะลงคะแนน พอดีช่วงเปึนรัฐบาลอยู่ติดใจนิดเดียว ถามกรรมาธิการผ่านไปถึง รัฐมนตรีเกี่ยวกับเงิน ๓๒๕ ล้านบาทนี้นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยให้จบการอภิปรายไปแล้วนะครับ ต่อไปจะเปึนการลงมตินะครับ เชิญคุณสุชาติ นั่งลงนะครับ เดี๋ยวจะอภิปรายก็อภิปรายในมาตราต่อไปนะครับ ขอสมาชิกทุกท่าน ได้กดบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านใดขัดข้องกรุณายกมือเรียกเจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

เจ้าหน้าที่ส่งคะแนนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ๒๔๖ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม นะครับ

ต่อไปผมจะถามมติ สมาชิกท่านใดเห็นชอบกับกับร่างของคณะกรรมาธิการ ก็ให้กดปุ์ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นชอบกับสิ่งที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวน ความเห็น และตามที่ผู้เสนอขอแปรญัตติ ขอให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติครับ ท่านใดต้องการให้คงร่างเดิมของคณะกรรมาธิการ กดปุ์ม เห็นด้วย นะครับ ถ้าไม่เห็นด้วย กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

มีท่านใดยังไม่ลงมติครับ ท่านกรรมาธิการพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ผมเห็นด้วยครับ แต่เครื่องผม ตรงนี้กดไม่ขึ้นครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเจ้าหน้าที่รวมคะแนนครับ แล้วบวกเพิ่มไปของท่านพิเชษฐอีก ๑ คะแนน ขอผลคะแนน ด้วยครับ คะแนน ๒๒๘ พอดีนะครับ แต่กึ่งหนึ่งต้อง ๒๒๙ คะแนน เปึนอันว่าสมาชิก ลงมติเห็นชอบมาตรา ๖ ให้คงตามร่างของคณะกรรมาธิการด้วยเสียงข้างมากนะครับ สําหรับมาตรา ๖

ต่อไปจะเปึนการพิจารณาในมาตรา ๗ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๗ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่มีการ แก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพื่อบริหารเวลา ผมจะขอกําหนดเวลาให้แต่ละท่านอภิปรายสักท่านละ ๑๐ นาทีนะครับ ก็ขอความกรุณาท่านได้ช่วยประธานทั้ง ๓ ท่านด้วยครับจะได้บริหารเวลาได้ ท่านแรก ที่จะขออภิปรายคือคุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ ขอเวลา ๑๐ นาทีนะครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๗ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา งบประมาณ ๕๕๐ ล้านบาท แยกเปึนแผนงานที่ ๑ สํานักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่น ด้านเศรษฐกิจ งบประมาณ ๔๕๓ ล้านบาท แผนงานที่ ๒ สํานักงานพัฒนาการท่องเที่ยว แผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ งบประมาณ ๙๗ ล้านบาท ท่านประธานครับ กระผมได้อภิปรายไว้เมื่อวานนี้ว่า ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยที่กําลัง ประสบอยู่ในขณะนี้ การท่องเที่ยวของเราได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง นอกจากจะกระทบกับ ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยแล้ว เรายังดับเบิ้ล (Double) เสียหายจากการป่ดสนามบิน สุวรรณภูมิ ซึ่งบุคคลสําคัญในรัฐบาลคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีส่วน อย่างสําคัญที่ถูกกล่าวหาว่าป่ดสนามบิน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาให้ตัวเลข เองว่าเสียหายนับแสนล้านบาท ซึ่งเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านได้อภิปรายไปแล้วจํานวนมาก นอกจากนี้ยังจะมีความเสียหายที่จะตามมาจากสายการบินทั่วโลกที่เขาจะเรียก ค่าเสียหายจากการที่เราป่ดสนามบิน เรียกร้องความเสียหายเข้ามาเรื่อย ๆ ขอเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการนะครับว่า ใครจะรับผิดชอบ คนไทยทั้งประเทศ ต้องรับผิดชอบจากคนไม่กี่คนในรัฐบาลที่ทําการดังกล่าวไว้หรือไม่อย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสียหายอย่างหนัก ได้รับผลกระทบมากมาย แต่รัฐบาลให้งบเพียง ๐.๔๗ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ของการจัดงบประมาณครั้งนี้ งบประมาณเพียง ๕๕๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ซ้ําเปึนงบประมาณของการท่องเที่ยว เพียง ๙๗ ล้านบาท นิดเดียว เหมือนโยนก้อนกรวดลงในทะเล แล้วผมแปรญัตติทําไม ท่านประธาน แปรญัตติเพื่อมีสิทธิในการอภิปรายเท่านั้นครับท่านประธาน ความจริงแล้ว ต้องหางบประมาณให้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว เพราะเปึนกระทรวงที่จะหารายได้เข้าประเทศได้อย่างเปึนกอบเปึนกํา และจะกระตุ้น เศรษฐกิจได้หลายภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร สินค้าโอทอป เปึนต้น ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจได้ใช้ความเปึนหัวหน้าทีม ที่จะนํารัฐนาวาฝ์ามรสุมเศรษฐกิจ ท่านจะต้องจัดงบให้กระทรวงเศรษฐกิจแบบบูรณาการ กระตุ้นเศรษฐกิจให้ตรงจุด ไม่ใช่จัดงบแบบแยกส่วนแล้วก็ไปทําโครงการที่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริง ท่านประธานครับ ในมาตรา ๗ มี ๒ แผนงาน ทั้ง ๒ แผนงานชื่อ แผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่น ด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ต่างประเทศเขาจะเชื่อมั่นประเทศไทย มันมีหลักสากล อยู่ ๕ ประการที่นานาชาติหรือสากลเขาจะเชื่อมั่นมาลงทุนหรือมาท่องเที่ยว ผมจะชี้ ให้เห็นว่าแผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาลเสนอนี้ยังแก้ ไม่ตรงจุด ความเชื่อมั่นจะเกิดขึ้นได้ปัจจัยสําคัญต่างประเทศเขาให้ความสําคัญดังนี้ครับ ท่านประธาน

ประการแรก ประเทศเปึนประชาธิปไตยหรือไม่ ประเด็นนี้ต่างชาติจะมอง เปึนอันดับหนึ่งครับท่านประธาน ท่านประธานคงจําได้ หลังเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ไม่มีใครคบค้าสมาคมกับประเทศของเรา ประเทศไทยเราตกต่ําในสายตา ของชาวโลก ความเสียหายนั้นประมาณค่าไม่ได้ หลังปฏิวัติรัฐประหารมีกฎหมาย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนรากเหง้าของเผด็จการ ยังค้างคาอยู่ มีบทบัญญัติที่ทําให้พรรคการเมืองอ่อนแอ โดยเฉพาะบทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๙ เปึนบทบัญญัติที่รองรับการดําเนินการของ คมช. (คณะมนตรีความมั่นคง แห่งชาติ) และองค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ฉะนั้นการที่เรายังใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งเปึนรากเหง้าของเผด็จการ ต่างประเทศ เขาไม่เชื่อมั่นประเทศไทยครับท่านประธาน

ประการที่สอง มีการบังคับใช้กฎหมายโดยเท่าเทียมกันหรือไม่ การประกาศ เจตนารมณ์ว่าจะบังคับใช้กฎหมายโดยเท่าเทียมกันอาจเปึนถ้อยคําที่สวยหรูดูดี แต่ต่างประเทศเขาฉลาดครับท่านประธาน เขาไม่ได้มองที่ใครพูดเก่ง เขามองที่การปฏิบัติ ว่าปฏิบัติได้จริงตามคําพูดหรือไม่ นั่นแหละเขาจึงจะมีความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นสําคัญ นะครับตามแผนงานที่เสนอในเอกสารงบประมาณ ขณะนี้ทูตต่างประเทศและทั่วโลก เขากําลังจับตามอง ดังที่ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินได้อภิปรายไปเมื่อตอนต้นว่า กรณี อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยซึ่งทํารายการอาหารออกทีวีเกี่ยวข้องกับการเปึนลูกจ้าง หรือไม่ ร้ายแรงถึงกับทําให้ออกจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เปรียบเทียบกับกรณี ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งนักท่องเที่ยวญี่ปุ์นถึงกับให้สัมภาษณ์ว่า นี่คือการก่อการร้าย สากล เฉพาะอย่างยิ่งทําความเสียหายให้กับประเทศไทยหลายแสนล้านบาท และสายการบิน ทั่วโลกกําลังทยอยขอเคลมค่าใช้จ่ายเข้ามาเรื่อย ๆ เราจะเอาเงินที่ไหนไปให้เขา ท่านประธานครับ คดีแรก รายการการทําอาหารของอดีตนายกรัฐมนตรี เวลาในการ พิจารณาถ้าเราติดตามดูให้ดี เร็วเหลือเกิน การพิจารณาแทบจะรู้ล่วงหน้าว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องพ้นจากตําแหน่งเมื่อไร แต่คดียึดสนามบินสุวรรณภูมิแทนที่แกนนํา ในการยึดจะถูกลงโทษ กลับได้รับบําเหน็จความชอบเปึนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ อย่างนี้ชาวบ้านหรือชาวต่างชาติ เฉพาะต่างชาติจะเชื่อมั่นประเทศไทย ได้อย่างไร ผมโยงมาตรงนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่าแผนงานฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นที่เสนอต่อสภา มันไม่จริงครับ มันเปึนไปไม่ได้ครับท่านประธาน ถามว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เรียก หรือเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาให้ถ้อยคําบ้างหรือยัง ได้เรียกแกนนํา คนอื่น ๆ ไปให้ถ้อยคําบ้างหรือยัง หรือเรียกแต่ปลาซิวปลาสร้อย กินเวลาไปวัน ๆ

ประการที่สามครับท่านประธาน ที่ผมไม่เห็นด้วยกับแผนงานที่รัฐบาลเสนอ ต่อสภาในเรื่องแผนฟุ๋นฟูความเชื่อมั่น สิ่งที่จะชี้ให้เห็นประการต่อมาในประการที่สามก็คือ การเมืองชอบธรรมหรือไม่ ต่างประเทศเขาให้ความสนใจตรงนี้มากครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์นะครับว่า เข้ามาโดยถูกต้อง ได้เสียงข้างมาก ตามระบอบประชาธิปไตยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ท่านคงลืมไปว่า ท่านให้ความสําคัญ กับความชอบธรรมมากกว่าความถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย ก็ฝากไว้สั้น ๆ เท่านี้ครับ ในประเด็นนี้

ประการที่สี่ เรื่องความเชื่อมั่นครับท่านประธาน ความเชื่อมั่นอีกประการหนึ่งก็ คือ สิทธิมนุษยชน ขณะนี้ต่างประเทศเขาให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาก ถึงขนาดที่องค์กร ต่างประเทศ สื่อมวลชน หรือดาราฮอลลีวูด (Hollywood) แองเจลีนา โจลี เดินทางมาที่ แม่ฮ่องสอน ก็ด้วยคดีละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมคิดว่าเรื่องนี้รัฐบาลต้องทําความกระจ่าง ต่อสาธารณชน ต่อเวทีโลก

ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ต่างประเทศเขาจะเชื่อมั่นประเทศไทย หรือไม่นี่ เขามองที่การเมืองครับท่านประธาน การเมืองไทยมีเสถียรภาพหรือไม่ ประเด็นนี้ สําคัญที่สุดต่อความเชื่อมั่นที่นักลงทุนต่างชาติจะมาลงทุนในประเทศไทย ใครจะไปเชื่อว่า ประเทศไทยซึ่งเปึนประชาธิปไตยอยู่ดี ๆ จะมีการปฏิวัติเมื่อ ๑๙ กันยายน ต่อมานะครับ ในการตั้งรัฐบาลล่าสุดนี่ท่านประธาน หนังสือพิมพ์ลงทุกฉบับ ลงทุกฉบับตรงกันหมดครับ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่ามีเบื้องหลังคือ ทหารเข้ามามีส่วนในการจัดตั้งรัฐบาล อย่างนี้ใครเขา จะเชื่อมั่นต่อประเทศไทยเขาจะมาลงทุน ท่านประธานครับ โลกปัจจุบันนี้มันไร้พรมแดน มันแคบ สื่อสารเข้าหากันเห็นกันทุกซอกทุกมุม ใครจะพูดอย่างไรก็ได้ครับท่านประธาน แต่ทางปฏิบัตินี่มันจะสะท้อนออกมาเองว่าทําได้จริงตามที่พูดหรือเปล่า ผมจึงฝากสุดท้าย ครับท่านประธานว่า การเมืองเปึนหัวใจสําคัญที่สุดของปัญหาของประเทศในขณะนี้ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาการเมืองได้ ปัญหาเศรษฐกิจก็จะแก้ไขได้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สําหรับมาตราเรื่องการท่องเที่ยว มาตรา ๗ ใช่ไหมครับ มาตรา ๗ นะครับ ผมได้แปรญัตติ สงวนคําแปรญัตติเพื่อขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลนะครับท่านประธาน ผมดูจากปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ นับตั้งแต่ มีการป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ เหตุการณ์ไม่สงบ เกิดการทะเลาะเบาะแว้งหรือแบ่งฝัก แบ่งฝ์ายกันขึ้นในประเทศไทยนี่นะครับ ทําให้การท่องเที่ยวเสียหายเปึนอย่างมาก ที่สําคัญที่สุดคือผมเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงินก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อที่จะศึกษาผลกระทบ ที่เกิดจากการป่ดสนามบินทําให้ธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศไทยเสียหาย รวมทั้งการท่องเที่ยว ก็ปรากฏว่าผมได้รับข้อมูลจากการบินไทยซึ่งได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการคือในช่วง ของ ๙ วันวิกฤติที่มีการป่ดสนามบินนี่นะครับ สูญเสียรายได้จากผู้โดยสารที่ยกเลิก เที่ยวบินต่าง ๆ เปึนเงินถึงประมาณ ๑,๗๐๐ กว่าล้านบาท นอกจากนั้นการบินไทย ก็ได้ทําการคาดการณ์จนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๒ เปึนเงิน ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ที่นักท่องเที่ยวหรือลูกค้าของการบินไทยได้สูญหายไปจากระบบ นอกจากนั้นนะครับ ยังมีตัวเลขว่า การพาณิชย์สินค้าหรือไปรษณียภัณฑ์ต่าง ๆ เสียหายไปในช่วง ๙ วัน วิกฤตินี่ เปึนเงิน ๖๐๐ กว่าล้านบาท นอกจากนั้นยังมีค่าเสียหายต่าง ๆ ครับ รวมเบ็ดเสร็จ ที่การบินไทยคาดการณ์ไว้ทั้งหมดการบินไทยจะต้องสูญเสียรายได้อันเนื่องมาจาก การป่ดสนามบินเปึนเงิน ๑๘,๒๙๐ ล้านบาท ถ้าการบินไทยเสียหายขนาดนี้ การท่องเที่ยวแน่นอนครับท่านประธาน การท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้นจะเยียวยา อย่างไรให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่น และกลับมาเที่ยวประเทศไทย ยิ่งผมดู งบประมาณที่การกีฬาและการท่องเที่ยวได้จัดไว้นี่นะครับ การกีฬาผมจะไม่พูดถึง แต่สําหรับการท่องเที่ยว แผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้าง ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจตั้งไว้เพียง ๙๗ ล้านบาท และเมื่อดูในรายละเอียด ท่านประธาน บอกว่าจะเอาไปซ่อมส้วมสาธารณะในแหล่งท่องเที่ยว และไปปรับปรุง ภูมิทัศน์ในสถานที่ท่องเที่ยว ถามว่าดีไหม ก็ดีครับ แต่มันไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยว เมืองไทย เราจะทําอย่างไร เพราะวันนี้ความเชื่อมั่นสูญหายไปเลยครับ โดยเฉพาะ เมื่อสักครู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ใบหน้าของท่านมันเปึนคนที่ป่ด สนามบิน มันเปึนผู้ที่กระทําความเสียหายให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ไปพูดที่ไหน ฝรั่งเขาก็ไม่เชื่อถือหรอกครับ ถ้าผมเปึนท่านผมต้องพิจารณาตัวเองเปึนอย่างมากที่จะ สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นมา และเมื่อสักครู่ท่านบอกว่า นายกรัฐมนตรีจะไปโรดโชว์ ประเทศอังกฤษ ไปประเทศญี่ปุ์นก็ประสบความสําเร็จแล้ว เขาบอกว่า หมูสยามหรือเสี่ยมตือ ไปหรือครับ ไม่ได้ไปขายสินค้าหรือไม่ได้ไปนําความเชื่อมั่นให้เขามาเที่ยวเมืองไทยหรอกครับ ไปกู้ยืมเงินเขา เขาบอกว่าหมูมาแล้วจะมากู้เขา เขาก็ยินดีต้อนรับสิครับ วันนี้รัฐบาลต้อง พิจารณาให้รอบคอบ รัฐบาลนี้ อย่างการสัมภาษณ์ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ของท่านโฆษกของ ท่านนายกรัฐมนตรีมีแต่จะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม ไม่เอาความจริงมาพูด ประเทศไทยนี่นะครับ ฝรั่งเขามีนักข่าวมาทําข่าวในประเทศไทยตลอดเวลา เขาติดตามครับ เขาไม่ได้โง่ เขารู้ว่าวันนี้ประเทศไทยไม่ได้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง เปึนประชาธิปไตย ซ่อนรูป มีทหารออกมาร่วมในการที่รัฐบาลนี้ได้มาเปึนรัฐบาล เขาก็ติดตามครับว่า งูเห่า ก็เกิดขึ้นจนรัฐบาลนี้สามารถตั้งขึ้นมาได้ เขาไม่มีความเชื่อมั่นหรอกครับ ประเทศเหล่านี้ ไม่ว่าจะจีน ญี่ปุ์น อเมริกา เขายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เขาก็เกรงกลัวครับว่า ความวุ่นวายมันจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และเมื่อเขามาเที่ยวเมืองไทย และเกิดเหตุการณ์ อย่างการป่ดสนามบินเขาจะทําอย่างไร วันนั้นผู้โดยสารตกค้างอยู่ ๖,๐๐๐ กว่าคน การบินไทยต้องรับผิดชอบไปหาโรงแรมให้เขาอยู่ ครัวการบินไทยต้องวุ่นวายที่จะเตรียม อาหารไปเลี้ยงผู้โดยสารเหล่านั้น ท่านประธานทราบไหมครับว่า ความเสียหาย ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่การบินไทยมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการของผมนั้น ยังไม่รวมนะครับว่า วันนี้กําลังเกิดการฟัองร้องแล้วครับ นักท่องเที่ยวยุโรปเขาถือว่าเราไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ของเขา เขามาเที่ยวเขาเสียเงิน เขาจะต้องฟัองร้องเรียกร้องค่าเสียหายนั้นกลับ จะเปึนเงิน อีกเท่าไรเรายังไม่รู้ วันนี้ผมได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เพื่อเปึนอุทาหรณ์จะส่งไปให้ตาม มหาวิทยาลัยต่าง ๆ สถานศึกษาต่าง ๆ เพื่อให้คนไทยได้อ่านจะได้ไม่มีใคร เอาเยี่ยงอย่างเลวร้ายอย่างนั้น สังคมไทยมันจะได้เดินไปได้ท่านประธาน ความเชื่อมั่น จะสร้างขึ้นมาได้อย่างไรก็ต้องฝากรัฐบาลชุดนี้ละครับ ไม่ใช่เอาหน้าตาหล่อ คิดว่าตัวเอง เปึนโอบามาร์ค เราต้องคิดว่าตัวเองคือ นายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่โอบามาร์คหรือโอบามา ท่านประธานคิดดูสิครับ ไปญี่ปุ์น ไปต่างประเทศไปใส่โอเวอร์โคท (Overcoat) สีดํา ซื้อเหมือนโอบามา นึกว่าตัวเองเปึนโอบามา โอเวอร์โคทนั้นเหมือนกันเลยครับ แบบเดียวกันเลยครับ ไม่รู้ว่าร้านเดียวกันหรือเปล่า ต้องฝากสิ่งเหล่านี้ไว้ วันนี้เราต้องเปึน ตัวของตัวเอง เราต้องสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย พวกผมฝ์ายค้าน พรรคเพื่อไทยพร้อมครับที่จะให้ประเทศชาติได้เดินต่อไปได้ วันนี้เราต้องอยู่กับความจริงครับ เลิกนิสัยที่คอยใส่ร้ายกัน คอยเอาน้ําลายมาละเลงมาละลายทําให้คนอื่นเสียหาย พอกันทีครับ บ้านเมืองมันจะได้ไปได้ท่านประธาน ผมเปึนฝ์ายค้านก็ไม่นานหรอกครับ เดี๋ยวผมก็ต้องกลับไปฝ์ายโน้น ท่านก็กลับมาฝ์ายนี้ ก็กลับไปกลับมากันอยู่นั่นละครับ วันนี้เราจะทําอย่างไรให้ประเทศชาติพ้นวิกฤติ อย่างจังหวัดเชียงใหม่ของผมการท่องเที่ยว เปึนรายได้หลักครับ วันนี้โรงแรมเหลือ ห้องเหลือบานเบอะ นักท่องเที่ยวไม่มาเลย เพราะเขากลัวครับท่านประธาน เขากลัวว่าเดินทางมาแล้วเขากลับประเทศเขาไม่ได้ เขาไม่มีเงินใช้จ่ายจะทําอย่างไร เวลาฝรั่งเขาไปเที่ยวไหนเขามีเงินจํากัดครับ นักท่องเที่ยวเขาจัดงบประมาณสําหรับ ตัวเขาไว้ เขาจะมาอยู่เปึนอาทิตย์สองอาทิตย์โดยที่กลับบ้านเขาไม่ได้ เขาจะเอาเงินที่ไหน มาใช้จ่าย เขาก็เปึนห่วงสิ่งเหล่านี้ เขาก็ไม่อยากมาเที่ยวครับ ผลกระทบมันเกิดไป ทั่วทุกหัวระแหง ประเทศไทยเราอยู่ได้ด้วยการท่องเที่ยว แล้วจัดสรรงบประมาณดูสิครับ ท่านประธาน การท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ ๙๗ ล้านบาท น่าเกลียดไหมครับ ทํามาได้ อะไรนี่ครับ ทําไมไม่ใส่สักหมื่นล้านบาท ให้เขาบินฟรีมาเที่ยวสิครับ เขาบอกเราเสียค่า เครื่องบินให้เขา เขามากินอยู่ เขาเสียค่ากิน ค่าอยู่กับเรา แล้วไปทําอาหารไปเลี้ยงเขานี่ จะทํากันจริงหรือเปล่า เห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บอกมา จะอาหารครัวโลก จะมีระดับของร้านอาหาร ภัตตาคาร เอาตัวเองให้รอดในประเทศก่อนดีไหมครับ ร้านอาหารกําลังจะเจ๊งมากมาย ประชาชนไม่ได้รับอานิสงส์เลยจากงบประมาณกระตุ้น เศรษฐกิจ เอาไปช่วยเหลือทางด้านสังคม แล้วมันจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร กระทรวง ที่เปึนเกี่ยวกับการเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กลับได้งบประมาณเพียงเล็กน้อยท่านประธาน มันไม่ได้ครับ ถ้าคิดไม่เปึนมาถามพวกผม หรือโทรศัพท์ไปถามท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ก็ได้ ท่านก็พร้อมที่จะช่วยให้ความคิดนี้ดี เพื่อรัฐบาลชุดนี้จะได้บริหารประเทศ คนรากหญ้า คนจนจะได้มีโอกาสลืมหูลืมตา อย่างหวยบนดินท่านประธาน ถ้าเป่ดวันนี้รายได้เข้ารัฐ งวดละ ๕๐๐ ล้านบาทครับ ผมรับประกันได้เลยทําไมไม่ทํา เปึนห่วงแต่เจ้ามือหวยใต้ดิน บ้านเมืองมันไปไม่ได้ครับ คนเดินโพยนี่พร้อมที่จะเดิน ถ้าเรามีหวยบนดินเขาเดินโพย เขาก็มีรายได้ คนไทยความหวังเขาอยู่กับหวยทั้งนั้นแหละครับเพราะเขาจน ทุก ๑๕ วัน เขาวาดฝันไว้ว่าเขาจะถูกหวย เขาจะเปึนเศรษฐี เปึนความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนจนครับ ท่านประธานอาจจะไม่เคยจน ถ้าท่านประธานจนท่านประธานจะรู้ว่าเมื่อฝันถึงคุณพ่อ คุณแม่ที่ตายไปแล้ว เราไปซื้อหวยเราก็มีความสุข งวดนี้ท่านจะมาให้เราได้รับโชคสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คนไทยหลีกหนีไม่พ้นหรอกครับ ไม่ใช่เปึนการพนัน ไม่ใช่เปึนการมอมเมา คิดได้อย่างไร คนจนไม่ได้เกิดมารวยเหมือนท่าน ขออนุญาต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อเช้า ทรัพย์สินท่านมี ๘๐๐ ล้านบาท ท่านร่ํารวยนะครับ แต่คนจนในประเทศไทยมีอีกตั้งมากมาย ทําไมไม่รู้จักทําครับ ไม่รู้จักคิด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ง่ายมาก ไม่ได้ยากเลยหวยบนดิน ผมอยากจะ ฝากไว้นะครับ การท่องเที่ยวของประเทศไทยมันจะไปได้ก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น ไม่สร้างความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ์ายโดยการให้สัมภาษณ์ พูดได้อย่างไร รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงมาบอกว่า นายกรัฐมนตรีทักษิณอยากเปึน ประธานาธิบดี พูดอะไรมันต้องคิดครับ ใช้สมองหน่อยครับ บ้านเมืองมันถึงจะไปได้ วันนี้ บ้านเมืองเราเสียหายมามากแล้ว พวกผมก็พร้อมที่จะสมานฉันท์ อย่าไปโกงกินบ้านเมืองเลยครับ อย่าไปทุจริตอย่าไปละโมบโลภมากนะครับ กินข้าวนี่ ๒๐ บาท ๓๐ บาท

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์สุรพงษ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณสุวโรชครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงไม่ประสงค์ที่อยากจะมาขัดจังหวะของผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ แต่ว่าก็พยายาม ที่จะติดตามสาระของการอภิปรายของผู้อภิปรายนะครับว่า เมื่อไรจะมาถามกรรมาธิการ ของผมสักที ผมจะได้ฟังคําตอบ แต่ฟังแล้วฟังเล่าครับ เฉียดโฉบไปโฉบมา แล้วก็วิ่งเข้ามา ที่รัฐบาล ซึ่งความจริงเอาไว้วาระอื่น ๆ เถอะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธานครับว่าขอให้ประธานได้โปรดวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าวเหล่านี้ด้วย และด้วย ความเคารพท่านประธานนะครับ ผมอยากจะให้ท่านประธานได้โปรดกรุณาฟังสาระ แล้วก็ถ้าเห็นว่ามันไม่ได้ถูกตามวาระสองก็โปรดได้พิจารณาตามที่เห็นสมควรด้วยครับ ขอท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

ครับ ท่านประธานขอบคุณครับ คือว่าที่จังหวัดเชียงใหม่ผมนี่ การท่องเที่ยวเปึนรายได้หลัก ผมไม่โชคดีเหมือนท่านสมาชิก นะครับมีรังนกอีแอ่น ท่านต่อสู้เพื่อรังนกอีแอ่น ผมก็เลยโฉบเฉียบเหมือนนกอีแอ่น เพราะว่ารังนกขายได้กําไรมากครับ ของบ้านผมปลูกกระเทียม ลําไย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอให้เข้าประเด็นด้วยครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เข้าประเด็นครับ ลิ้นจี่ จะให้ นักท่องเที่ยวไปเที่ยวสวนลําไย สวนลิ้นจี่ แล้วกินแบบเมืองนอกเมืองนาเข้าไปกินเท่าไร ก็ได้มันก็ยังไม่มีคนกินเลย เพราะคนมันไม่ไปเที่ยวท่านประธาน แล้วฝรั่งเขากินลําไย ไม่เปึนด้วย มันหวาน นอกจากคนจีนครับ ผมกําลังจะคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ ถ้าจะถามผมว่า จะให้การท่องเที่ยวมันดีขึ้นได้อย่างไร เราทําสปา (Spa) ครับ เราเอาลําไยแกะเม็ด แล้วแช่ในอ่าง แล้วให้คนจีนลงไปแช่ในน้ําลําไย แทนที่ลําไยจะกิโลกรัมละ ๒๐ บาท มันจะกิโลกรัมเปึนร้อยบาทเลยครับ เพราะว่าเราโปรโมทหน่อยว่าเวลาแช่น้ําลําไย ทําให้ พลังสุขภาพดี พลังในการต่อสู้ดี อันนี้จะเปึนจุดขายได้เหมือนกันท่านประธาน ผมก็คิด อย่างนั้นนะครับ เพราะว่าบ้านผมไม่มีรังนกอีแอ่นราคาแพง ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะขอเรียกตามรายชื่อที่ประธานวิปฝ์ายค้านเสนอมาให้ ก็ต้องขอความกรุณาประธานวิป ฝ์ายค้านช่วยประสานกับสมาชิกด้วย เพื่อเราจะได้บริหารเวลาได้พอดีนะครับ ต่อไป คุณคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ แล้วก็จะเหลือท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ อีกท่านเดียวนะครับ ก็ขอความกรุณาประสานกับประธานวิปด้วยนะครับ

นายซูการ์โน มะทา กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านซูการ์โนหรือครับ จะขออภิปรายใช่ไหมครับ

นายซูการ์โน มะทา กรรมาธิการ

ขอชี้แจงนิดหนึ่งครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่ตอนอภิปรายในมาตรา ๖ ผมพยายามตั้งข้อสังเกตหารือผ่านท่านประธาน ว่าข้อตกลงเดิมที่พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ์ายค้านได้ทําความตกลง คือเราพยายามจะ อภิปรายให้จบภายในเวลา ๒ ทุ่ม แต่ในการอภิปราย มาตรา ๖ เราใช้เวลาไปชั่วโมงกว่า ซึ่งความจริงแล้วเราพยายามจะอภิปรายหลายคนในมาตรา ๖ ของกรรมาธิการ เสียงส่วนน้อย แต่เพื่อให้บรรลุถึงข้อตกลงเหล่านั้น เราพยายามตัดบุคคลของกรรมาธิการ เสียงส่วนน้อยลงว่าอภิปรายเพียงคนเดียวแล้วลงมติ แต่วันนี้ผมคิดว่าท่านจะไปตัดเอกสิทธิ์ ของกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยที่ขอสงวนคําแปรญัตติที่จะอภิปรายในแต่ละมาตรานั้น ผมคิดว่าทําไม่ได้นะครับ ขอหารือท่านประธานเพื่อวินิจฉัยด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ ผมและประธานอีก ๒ ท่าน คือจะต้องมีหน้าที่ในการบริหารเวลาให้ ตรงตามข้อตกลงของทั้ง ๒ ฝ์าย มันก็มีอยู่ ๒ วิธีนะครับ คือจํานวนผู้อภิปรายจํานวนมาก แต่ระยะเวลาในการอภิปรายต้องน้อยลงมันถึงจะดําเนินไปได้ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่า ผู้ที่ต้องการอภิปรายให้ประสานกับประธานวิปฝ์ายค้าน ท่านจะอภิปรายกันสัก ๑๐ คน แต่คนละ ๓ นาที คนละ ๕ นาทีก็สามารถทําได้นะครับ ก็ขอให้ชัดเจน เชิญคุณหมอ จะหารือเรื่องนี้ใช่ไหมครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้เลยนะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

นิดหนึ่งครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออนุญาตอย่างนี้เลยครับไปหารือกับประธานวิปฝ์ายค้านนะครับ เราจะได้ ไม่เสียเวลาครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

นิดหนึ่งครับท่านประธาน ผมอยากแสดงความเห็นนิดหนึ่งครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ผมสงวน คําแปรญัตติไว้หลายมาตรา แล้วผมก็ไม่พูด เพราะผมเคารพในมติที่ว่าจะ ๒ ทุ่มนะครับ แต่ปรากฏว่าเมื่อสักครู่กระทรวงการต่างประเทศผมงง ฝ์ายรัฐบาลพูดจนเรา อ้าว ไหนว่า ตกลงกันว่า ๒ ทุ่ม เพราะท่องเที่ยวเราจะมีคนพูดนะครับ แต่ท่านพูดหมดเลยครับ ปรากฏว่า กระทรวงการต่างประเทศท่านพูดผมว่าเกือบชั่วโมงนะครับ พูดจนเรางง อ้าว ไหนว่า อยากได้เร็ว ผมก็เลยงงว่ามันอะไรกัน ข้อตกลงมันอะไรกัน หรือว่ามันมีปัญหาเรื่อง องค์ประชุมหรือเปล่า ผมไม่ทราบ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออย่างนี้ก็แล้วกันครับ ขอให้ประธานวิปทั้งฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านไปตกลงกันไว้ นะครับว่าจะให้ฝ์ายรัฐบาลอภิปรายกี่ชั่วโมง ฝ์ายค้านอภิปรายกี่ชั่วโมง แล้วก็จัดคน ให้สอดรับกับเวลาที่เรามีอยู่นะครับ ผมยินดีอยู่แล้วครับเป่ดโอกาสให้ทุกท่านอภิปราย แต่เมื่ออภิปรายจํานวนคนมากเวลาก็ต้องน้อยลง เปึนเรื่องธรรมดา คือคุณหมอครับ ขอให้ประสานกับทางประธาน

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

ท่านประธานนิดหนึ่งครับ จริง ๆ มันเปึนข้อเท็จจริงครับท่านประธาน เพราะเมื่อวานนี้ทางโน้นไม่พูดเลยนะครับ ทางโน้น พูดน้อยก็สละสิทธิ สละสิทธิไปเรื่อย ๆ แล้วตอนนี้อยู่ดี ๆ ก็มาพูด มันก็เลยมีปัญหาอย่างนี้ ครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ขอประธานวิปทั้ง ๒ ฝ์ายไปพูดคุยกันอีกครั้งเพื่อบริหารเวลาให้ตรงตามข้อตกลง ขอเชิญ คุณคมเดชครับ ๑๐ นาทีนะครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ผมได้ ตัดงบประมาณไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ในมาตรา ๗ สํานักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๔๕๓ ล้านบาท ส่วนสํานักงานพัฒนาการท่องเที่ยวเพื่อฟุ๋นฟูและส่งเสริมความเชื่อมั่น ด้านเศรษฐกิจ ๙๗ ล้านบาท กราบเรียนท่านประธานครับ การบริหารจัดการโดยเฉพาะ เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเปึนประเด็นใหญ่สําหรับประเทศไทยจากวัฒนธรรมประเพณี ทั้ง ๔ ภาค ไม่ว่าทางภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคกลาง มีวัฒนธรรมการขาย การบริการ การท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ แล้วก็เปึนเมืองแห่งการท่องเที่ยวอันดับ ๑ ของโลก เงินหมุนเวียนประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ งบประมาณที่จัดไว้ในมาตรา ๗ เปึนวงเงิน ๕๕๐ ล้านบาท มันเปึนการแสดงเจตนา ที่ไม่ได้ให้ความสําคัญตรงนี้มากมายนัก เพราะว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวงบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่มีการหมุนเวียนมันจะเปึน จีดีพี ของประเทศที่ควรจะเปึนตัวตั้งที่ใหญ่ที่สุด เพราะว่าการลงทุนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเปึนการ ลงทุนที่น้อยมาก เรามีต้นทุนด้านวัฒนธรรมต่าง ๆ แล้วก็โดยเฉพาะคนไทยที่มีนิสัย การบริการเปึนเมืองพุทธ แล้วก็มีอิสลาม มีหลากหลายศาสนา มีหลายฝ์ายจะเข้ามาเที่ยว ตรงนี้ได้ ท่านประธานครับ ผมอยากชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาการท่องเที่ยวประโยชน์ที่เราจะ ได้รับมันมีทั้งภาคแรงงาน แล้วก็ธุรกิจ เอสเอ็มอี อยู่ในตัวเดียวกัน กลุ่มแรงงานมันจะมีอยู่ ๔ กลุ่มด้วยกันครับ จากแรงงานที่เปึนมนุษย์เงินเดือนลูกจ้างเอกชน ๑๓ ล้านบาท ซึ่งอยู่ในระบบประกันสังคม ๙.๓ ล้านคน อาชีพอิสระ ตรงนี้ประมาณ ๖-๘ ล้านคน กลุ่มนี้ เปึนกลุ่มเปัาหมายของการพัฒนาการท่องเที่ยว แรงงานอิสระโยงใยไปถึงธุรกิจ เอสเอ็มอี ตัวอย่างเช่น การทําธุรกิจเกี่ยวกับแรงงาน เกี่ยวกับรถแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ รถสองแถว รถตู้ รถทัวร์ ธุรกิจ เอสเอ็มอี ร้านเสริมสวย ศูนย์การค้า ร้านอาหาร ธุรกิจโรงแรม พวกเสื้อผ้าโอทอป ของฝาก แพทย์แผนไทย แพทย์แผนโบราณ อาบ นวด แม่บ้าน พวกไกด์ต่าง ๆ เปึนกลุ่มแรงงานที่อยู่ในกลุ่มประเภทนี้ทั้งหมด เพราะฉะนั้น เราต้องให้ความสําคัญตรงนี้เปึนประเด็นหลักในการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าเรา ตั้งตุ๊กตาตรงนี้ไม่ตรงประเด็น แล้วเรามีการคาดการณ์ว่าการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะ ตัวเลขจีดีพีไม่ตรงตามเปัา ตามที่คาดการณ์ไว้ที่ควรจะเปึนมันจะเกิดการผิดพลาด ในการบริหารการเงิน ความจริงตรงนี้ผมคิดว่ามันเปึนการลงทุนที่น้อยที่สุด มันจะต่างกันกับภาคอุตสาหกรรม เอสเอ็มอีระดับใหญ่มันลงทุนมาก การนําเข้า การส่งออก ท่านประธานครับ ก็กราบเรียน ตรงนี้ว่าจากแนวนโยบายของรัฐบาลที่กู้เงินมาบริหารประเทศ ๑๑,๗๐๐ ล้านบาท ผมดูแล้วมันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวมากมายนัก โดยเฉพาะทางรัฐบาลชุดเก่า ที่วางแนวนโยบายไว้ว่าการท่องเที่ยว เราต้องเริ่มต้นจากการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทยก่อน เมื่อวานผมเสนอเปึนแนวทางไว้ว่าเราสามารถใช้เงินประมาณ ๔,๐๐๐–๕,๐๐๐ ล้านบาท ๘,๐๐๐ กว่าตําบลของประเทศไทย ถ้าเราตั้งงบประมาณประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็สนับสนุนเงินเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไปตําบลละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท กลุ่มเปัาหมาย ก็คือ องค์การบริหารส่วนตําบล กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มนี้เขามีเงินเดือน ถ้าเราสับเปลี่ยน หมุนเวียนแล้วก็ให้เขาไปเที่ยว ไปแชร์ (Share) ความคิด ไปอบรม ตรงนี้จะเกิดการ ท่องเที่ยวภายในประเทศ ตัวเงินหมุนเวียนจะตกอยู่ประมาณ ๓๐,๐๐๐–๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ก็อยากกราบเรียนทางท่านประธานฝากถึงทางรัฐบาลว่าอยากให้เห็นความสําคัญ ตรงนี้ด้วยครับ ก็คงจะใช้เวลาไม่มากนักเพื่อว่าจะให้ทางสมาชิกคนอื่นได้มีโอกาส อภิปรายครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ตามรายชื่อที่ประธานวิปฝ์ายค้านเสนอมานะครับ มีอีกประมาณ ๗ ท่าน ท่านแรก ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ใช้เวลา ๑๐ นาที คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คุณซูการ์โน มะทา ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย คุณสมคิด บาลไธสง นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ท่านผู้นี้ท่านละ ๕ นาที ขอเคร่งครัดเรื่องเวลาด้วยนะครับ เชิญท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ครับ คุณสมคิดเดี๋ยวตามลําดับนะครับ ถ้าอย่างนั้นขอเปึนคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ ๕ นาทีครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๗ นี้กระผมได้ตัดลด งบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วในมาตรา ๗ นี้เปึนมาตราที่มีความสําคัญมาก แล้วก็จะเปึนมาตราที่สําคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่เมื่อมองดูวิสัยทัศน์ แล้วก็รายละเอียดในมาตราแล้ว กระผมตกใจครับท่านประธานครับ เพราะว่าไม่ได้ เปึนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวต่างประเทศแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การป่ดสนามบินสุวรรณภูมิของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ชื่อ นายกษิต ภิรมย์ นั้น ได้ทําความเสียหายอย่างยิ่งสําหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทย ของเรา เพราะฉะนั้นผมมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานในเรื่องข้อสังเกต ใหญ่ ๆ อยู่ ๒ เรื่อง ก็คือเรื่องโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยว ซึ่งเงินได้ตั้งอยู่ที่สํานักงาน การพัฒนาท่องเที่ยวในยอด ๙๗ ล้านบาท ไปดูแผนงานมีอยู่ ๒ เรื่องที่เปึนเรื่องหลัก ก็คือแผนงานเรื่องการรักษาความปลอดภัย แล้วก็แผนงานซ่อมแซมบํารุงรักษา แหล่งท่องเที่ยวหรือสร้างส้วมนะครับ จริง ๆ แล้วปัญหาหลักของประเทศนี้คือ นักท่องเที่ยวไม่มาประเทศของเรา เราเคยตั้งเปัาเอาไว้ถึงป้หนึ่งประมาณ ๑๕-๑๖ ล้านคน แต่ผมกราบเรียนว่าขณะนี้นั้นมา ๑๐ ล้านคนก็ยังยาก สิ่งเหล่านี้ปัญหาไม่ได้เกิดจาก การท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่เกิดจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศนั้นไม่ได้เดินทาง มาในประเทศไทยของเรา ผมอยากเห็นวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ของรัฐบาลนี้ครับ แต่ดูแผนงานแล้ว ไม่ได้เห็นวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ เลย ผมนึกย้อนไปเมื่อหลายป้ก่อนสมัยที่มีนายกรัฐมนตรี ชื่อทักษิณ ชินวัตร การท่องเที่ยวในสมัยนั้นได้เฟ๋ืองฟูอย่างมาก มีการส่งเสริม การท่องเที่ยว มีการโรดโชว์ไปยังประเทศต่าง ๆ มีการเชิญนักท่องเที่ยวในรูปแบบของบัตร บริการอีลิท การ์ดใบละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วนักท่องเที่ยวนั้นก็สามารถใช้บัตรนี้มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ด้วยการบริการ ครบวงจร ผมไม่ทราบว่าขณะนี้นั้นบัตรอีลิท การ์ดที่เคยออกนั้นไม่ทราบว่ายังมีอยู่ หรือเปล่าหรือว่าโครงการใดที่เปึนของรัฐบาลเดิมนี่ท่านได้ยกเลิกหมดแล้ว หลายโครงการนั้นเปึนโครงการที่ดี

ผมเรียนอีกเรื่องหนึ่ง ในเรื่องของโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ก็คือ การแก้ไขปัญหาในเรื่องของสนามบินสุวรรณภูมิ ต้องเรียนว่าถ้าไม่มีการดําเนินคดีกับ ผู้ที่ไปทําความเสียหายกับสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่ชื่อนายกษิต ภิรมย์ และพวกพ้องพันธมิตรทั้งหลาย ท่านประธานที่เคารพครับ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ในประเทศนี้ไม่ได้ดีขึ้นหรอกครับ ถ้าไม่มีการดําเนินการในเรื่องนี้ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล แล้วก็เปึนข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการในเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ เรื่องโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยว ซึ่งได้ตั้งอยู่ที่สํานักงาน ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๔๕๓ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ เขาได้ แยกเงินจํานวนนี้ออกเปึน ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ เปึนค่าใช้จ่ายในเรื่องของการส่งเสริม การท่องเที่ยว ๗๕ จังหวัด โดยตั้งวงเงินไว้ที่ ๑๕๓ ล้านบาท จริง ๆ แล้วต้องกราบเรียนว่า เอา ๗๕ จังหวัดมาหาร จังหวัดหนึ่งแค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เปึนโครงการที่เอา เยาวชนไปส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ เหมือนเอานักเรียนไปดูงานตามสถานที่ต่าง ๆ ถามว่ามีประโยชน์ไหมท่านประธาน มีครับ แต่มันไม่ได้เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วก็ เปึนการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เปึนปัญหาอยู่ ณ ปัจจุบันแต่อย่างใด ผมดูโครงการแล้วก็ ไม่ได้ชื่นชมครับ แต่ก็ดีใจที่เด็กนักเรียนเหล่านั้น ได้มีโอกาสในเรื่องการเดินทางไปตาม จังหวัดต่าง ๆ ที่เขาไม่เคยไป

โครงการอีกโครงการหนึ่ง ก็คือการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขต ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ตั้งไว้ทั้งหมด ๓๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วการให้น้ําหนักใน ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นไม่ควรให้น้ําหนักในเรื่องงบประมาณอย่างเดียว ปัญหาที่เกิด ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเปึนปัญหาเรื่องจิตใจ แล้วก็เรื่องกระบวนการ ทางความคิดแต่ท่านกลับเอาเงินไปใส่ราวกับว่าเงินจํานวนนั้นจะแก้ไขปัญหาได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศเรามีตั้ง ๗๖ จังหวัด ผมเคยอภิปรายในวาระหนึ่งบอกว่า ทําไมไม่กระจายงบประมาณตัวนี้ออกไปให้ทั่วถึงกัน จะส่งเสริม ๕ จังหวัดนั้น ผมไม่ว่าครับ แต่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง แม้กระทั่งกรุงเทพมหานครเองท่านไม่ได้ความสําคัญเลย ท่านไปให้ความสําคัญกับจังหวัดและหลายจังหวัดก็มีปัญหาในเรื่องความไม่สงบอยู่ ผมไม่เข้าใจและมองไม่เห็นวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของท่านเลย ด้วยเหตุนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความจําเปึนที่จะต้องตัดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมก็ได้พูดไว้ในช่วงงบกลาง การฟุ๋นฟูความเชื่อมั่น การฟุ๋นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นที่ได้ผลแล้วก็รวดเร็วที่สุดก็คือ เรื่องของ การท่องเที่ยวซึ่งลงทุนน้อยแต่ได้ผลตอบแทนเยอะ เพราะเรามีวัตถุดิบ เรามีแหล่ง ท่องเที่ยวเยอะมาก ฝรั่งอยากมาเที่ยวแต่ขอความเชื่อมั่น ท่านประธานครับ งบ ๕๕๐ ล้านบาท มันน้อยไป แต่ผมก็ยังตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าบางเรื่องที่ใช้งบประมาณไปไม่เหมาะสม ไม่สมควร ท่านประธานครับ งบ ๕๕๐ ล้านบาท แบ่งออกเปึน ๒ ข้อนะครับ ๔๓๕ ล้านบาทนั้น เอาไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓๐๐ ล้านบาท ท่านเจะอามิง ขอเอ่ยนาม ช่วยดูแลด้วย นะครับ อย่างไรผมก็จะติดตามดู แล้วก็งบการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้เรื่อง การท่องเที่ยว ๑๕๓ ล้านบาท อันนี้รายละเอียดคืออะไรครับ พาหัวคะแนนไปเที่ยว หรือเปล่า ผมจะติดตาม และอีก ๙๗ ล้านบาทซึ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้นปรากฏว่าเปึนการก่อสร้างโครงสร้าง พื้นฐาน ซ่อมแซม จะเห็นได้ว่าไม่มีงบสร้างความเชื่อมั่นให้กับการท่องเที่ยวเลย ไม่มีงบ ประชาสัมพันธ์ ความจริงงบประชาสัมพันธ์ในช่วงนี้ของการท่องเที่ยว อย่างน้อยก็ต้อง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากทางรัฐบาล มีข้อมูลนะครับ ก่อนการปฏิวัติรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ปรากฏว่าการท่องเที่ยวทํารายได้ให้กับประเทศ มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศมาเที่ยวเปึนมูลค่าถึง ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๙ มีเปอร์เซ็นต์การท่องเที่ยวที่เพิ่มจากป้ก่อน ๆ ถึง ๓๑ เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากที่มีการปฏิวัติ รัฐประหาร นักท่องเที่ยวไม่มา ยึดสนามบิน ท่านประธานครับ ไม่มีการเยียวยา หรือว่า ไม่อยากให้พรรคร่วมรัฐบาลได้มีโอกาสได้หาเสียง ได้มีโอกาสที่จะใช้งบประมาณ งบกลางฉุกเฉินของท่านนายกรัฐมนตรี ฉุกเฉินใช้อะไรก็ได้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เอามาช่วย ตรงนี้สิครับ อย่าคิดว่าเปึนพรรคร่วมหรือว่าพรรคไหนนะครับ รีบเอาเงินมาใส่ให้ การท่องเที่ยวด่วน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะแบ่งมาอย่างไรก็แบ่งมา ถ้าอย่างนั้นโอกาสหน้า พรรคร่วมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเขาจะไม่ไว้วางใจท่านด้วยนะครับ ผมขอเสนอแนะ อย่างนี้นะครับ ท่านจําได้ไหมครับ ท่านประธาน ช่วงที่มีระเบิดที่บาหลี ประเทศ อินโดนีเซีย ความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยของประเทศอินโดนีเซียลดต่ําลงสุด ๆ แต่เขา ใช้วิธีโรงแรมลด ๖๐ เปอร์เซ็นต์ สายการบินลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องจองตั๋วล่วงหน้า ร้านค้า ช้อปปุ่ง (Shopping) ใครมีพาสปอร์ต (Passport) ก็ลดราคา ลดแลกแจกแถม ท่านประธานครับ ไม่มีมาตรการเหล่านี้เลย แต่อย่างไรก็ตามเปึนรัฐบาลใหม่ เงินที่เอาไว้ ตรงนายกรัฐมนตรี ผมขอให้ท่านเอามาใช้ตรงนี้ มันง่ายและมันเร็ว อย่าคิดว่าเปึน พรรคร่วมหรือคนอื่น ขอให้ทําเพื่อชาติ ทําเพื่อชาติ ท่านบอกว่าจะฟุ๋นฟูประเทศชาติ ฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ขอให้ทางกรรมาธิการช่วยให้ความสําคัญตรงนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณซูการ์โน มะทา ครับ

นายซูการ์โน มะทา กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ เสียงส่วนน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมขอเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่าปัญหา ความจริงแล้วในมาตรา ๗ เรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น ผมในฐานะ กรรมาธิการเสียงส่วนน้อยนั้นเห็นแล้วงบประมาณก็เพียงน้อยนิดไม่อยากจะปรับลด แต่เนื่องจากว่าเปึนการรักษาสิทธิเพื่ออภิปรายในสภา เพื่อได้แสดงเหตุและผลผ่านสภา ผ่านทางคณะกรรมาธิการจะได้รับทราบโดยข้อเท็จจริง ท่านประธานที่เคารพครับ จากการพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ในเวลา ๗ วันที่ผ่านมา ผมและเพื่อนกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยหลายท่านที่อยู่ร่วม คณะกรรมาธิการด้วยกันก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจจากความเร่งรีบที่ต้องการที่จะเร่งรัดเวลา ในการที่จะดําเนินการเพื่อให้เกิดการนํางบประมาณไปสู่การปฏิบัติ และเกิดเปึนรูปธรรม สัมฤทธิผลนั้น โดยข้อเท็จจริงจากวัตถุประสงค์ที่ได้กําหนดไว้ก็คือ ต้องการที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศกลับคืนมาโดยเร็ว และต้องการที่กระจาย เม็ดเงินงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของทุกภูมิภาค ทุกภาคส่วนด้วยนะครับ ประเด็นที่พวกเราได้พยายามศึกษาพิจารณาก็คือด้วยเหตุและผลในการกระจาย งบประมาณซึ่งเปึนเงินกู้ ซึ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ได้พยายามจะชี้แจงกับ พวกเราแล้วในฐานะกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยที่ตั้งข้อสังเกตนั้นหลาย ๆ มาตรา โดยเฉพาะมาตรา ๗ ซึ่งเปึนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งถ้าเราจะพูดกัน โดยตรงแล้วเปรียบเทียบกับความเสียหาย เปรียบเทียบกับเงินงบประมาณที่ทางรัฐบาล ซึ่งก็ได้อนุมัติเงินงบกลางไปจ่ายในการชดเชยความเสียหายจากการป่ดล้อมสนามบิน สุวรรณภูมิ ซึ่งหลาย ๆ ประเทศก็ได้พยายามตั้งข้อสังเกตว่า การกระทําดังกล่าวนั้น เปึนการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ในการเดินทาง ทําให้ภาพของความเชื่อมั่นของ ประเทศไทยลดลง ทั้ง ๆ ที่ถ้าเราจะย้อนไปดูว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณทําไมต้อง ผัดผักบุ้งไฟแดง ที่ขยายนิยามของการผัดผักบุ้งก็คือทําอะไรให้มันเร็ว เราจะเห็นได้ว่า เรามีสนามบินดอนเมืองก็ไม่สามารถให้บริการตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวนั้น มีปัญหา รัฐบาลท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร จึงพยายามผลักดันให้เกิดสนามบิน นานาชาติแห่งที่ ๒ ซึ่งในช่วงดําเนินการดังกล่าวนั้นหลาย ๆ ท่านก็คาดว่าจะมีปัญหา หลาย ๆ เรื่อง แต่ข้อเท็จจริงรัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณได้เป่ดสนามบินเพียง ๑ ป้กว่า ทําให้ปริมาณนักท่องเที่ยวเกินเปัา นั่นหมายความว่าการท่องเที่ยวซึ่งเปึนรายได้หลัก ของประเทศที่เปึนเม็ดเงินมหาศาลต้องได้รับความสูญเสียจากการกระทําที่เกิดขึ้น แต่รัฐ กลับนําเงินภาษีของราษฎรที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ไปชดใช้ความเสียหายกับการกระทํา ของบุคคลกลุ่มหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า ความเปึนธรรม การบริหารจัดการแบบธรรมาภิบาล นั้นต้องมีความชัดเจนถูกต้องครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือเหตุผลหนึ่ง ที่พวกผมในฐานะที่เปึนกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยต้องขอปรับลดเพื่อรักษาสิทธิ ในการอภิปราย ท่านประธานที่เคารพ ประเทศไทยในฐานะที่ผมเปึนกรรมาธิการ การท่องเที่ยวและกีฬาได้ทราบข้อมูลเชิงลึกว่า เรามีทรัพยากรธรรมชาติ มีบุคลากร มีสิ่ง ต่าง ๆ มากมายที่ได้เปรียบกว่าประเทศต่าง ๆ ในแถบยุโรป และหลาย ๆ ประเทศ พยายามที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเนื่องจากว่าความอุดมสมบูรณ์ของ ความหลากหลายทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและประเพณี วัฒนธรรมนั้น งบประมาณ เพียง ๕๕๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลจัดสรรให้นี้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผมคิดว่า ถ้าเรามองในยุทธศาสตร์ที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ผมก็อยากถามรัฐบาลผ่านทาง กรรมาธิการว่า รัฐบาลมีความจริงใจที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยแท้ขนาดไหน เพราะว่า สิ่งที่เพื่อนกรรมาธิการหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายถึงผลเสียหายที่อาจจะได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมินั้นจะมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท ที่จะตามมาแต่รัฐบาลกลับให้เงินงบประมาณในส่วนของการท่องเที่ยวเพียง ๕๕๐ ล้านบาท แล้วไปอยู่ในพื้นที่ที่ไปดูแลและกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าดูรายละเอียดจะเปึนการแข่งขันกีฬา ส่งเสริมการแข่งขันกีฬา สิ่งเหล่านี้คิดว่าอาจจะไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และ เจตนารมณ์นะครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากการบริหารจัดการเวลาในการอภิปราย วันนี้ ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินท่านไม่ติดใจในมาตรานี้ ผมขออนุญาตบริหารจัดการ เวลาส่วนของฝ์ายค้านอยู่ในเวลาที่ท่านประธานได้แจ้งไว้นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากกล่าวก็คือ ถ้าเราจะดูการจัดการ จัดสรรบริหาร งบประมาณในครั้งนี้ ไม่ว่ากระทรวงไหนก็ตาม ผมจะมีความรู้สึกว่าความเร่งรีบทําให้เรา ขาดถึงความรอบคอบ ซึ่งหลาย ๆ ท่านที่เปึนกรรมาธิการในเสียงส่วนน้อยพยายามได้ขอ เอกสารหลักฐานจากผู้ที่มาชี้แจง หลาย ๆ หน่วยงานที่มาชี้แจงก็ไม่สามารถที่จะสร้าง ความกระจ่างเพื่อให้พวกเราได้สบายใจและได้มีโอกาสมาตอบเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ นะครับ เท่าที่ผมทราบในมาตรา ๗ เรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จริงเท็จ ขนาดไหนผมไม่แน่ใจครับท่านประธาน แต่ได้ข่าวว่าในการจัดทํางบประมาณครั้งนี้ ผู้ที่รับผิดชอบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่ได้รับรู้รับทราบถึงรายละเอียดทั้งหมด ที่นําเสนอต่อสํานักงบประมาณ ผมเข้าใจว่าบางครั้งผู้ที่มาชี้แจง เจ้ากระทรวงที่รับผิดชอบมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ แทบจะไม่รู้เรื่องของรายละเอียดของโครงการ บางทีมีการหมกเม็ดถึงความละเอียด รอบคอบในการจัดทํางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ ในครั้งนี้นั้น มีความเร่งรีบมาก ฉะนั้นพวกเราที่เปึนกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยจึงได้ขอสงวน คําแปรญัตตินะครับ สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขออนุญาตต้องกล่าวถึงความจริงใจ ของรัฐบาลต่อพี่น้องประชาชนผู้ที่ได้เลือกท่านเข้ามาเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน และขอใช้สิทธิพาดพิงในฐานะที่มีเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้พูดถึง ในกรณีของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพ ผมแม้จะเปึนนักการเมือง สมัยแรกก็ตาม แต่ด้วยบทบาทในการทํางานทางการเมืองผมมีประสบการณ์ ๒๐ กว่าป้ อยู่บนเส้นทางการเมือง เมื่อวานนี้ผมไม่มีโอกาสได้มาใช้สิทธิพาดพิงถึงบุพการี ผู้มีพระคุณของผม มีผู้มีเกียรติในสภาแห่งนี้ได้พูดถึงว่า พรรคไทยรักไทยเคยตั้ง บุคลากรที่เปึนตัวแทนของพรรคในภาคใต้เปึนรัฐมนตรี แต่ถามว่าได้พาดพิงว่า ในช่วงที่เปึนรัฐมนตรีมีการอุ้มในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพ ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ เพื่อนสมาชิกที่กล่าวพาดพิงถึง บุคคลภายนอกว่าความจริงใจของพรรคนั้น พรรคไหนมีมากกว่า ผมอยากให้ ท่านช่วยลองตรวจสอบย้อนหลังไปสิว่าท่านได้ไปให้คํามั่นสัญญาอะไรกับพี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้ววันนี้ท่านได้เปึนรัฐบาล ท่านได้รับในสิ่งที่ท่านเคย สัญญากับพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้ยื่นขอแปรญัตติตัดงบประมาณในส่วน ของมาตรา ๗ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วอยากจะ เพิ่มให้ แต่มันเพิ่มไม่ได้ตามญัตติของการแปรญัตติ ไม่มีแปรญัตติเพิ่ม มีแต่แปรญัตติ ตัดงบประมาณนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การท่องเที่ยวเปึนหัวใจสําคัญของ การได้มาซึ่งเงิน ซึ่งนํามาที่จะบริหารประเทศชาติ เปึนรายได้เข้าประเทศอันดับหนึ่ง มาโดยตลอด ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกคนไทยคนหนึ่ง เปึนประชาชนคนไทยคนหนึ่ง เสียดายโอกาส เสียดายโอกาส ๒ โอกาสที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

โอกาสที่ ๑ โอกาสที่เรากําลังมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยว ให้ความสนใจที่จะมาเที่ยวประเทศไทย แต่เราได้มีกลุ่มบุคคลได้ทําลายบรรยากาศในการ ท่องเที่ยว ทําลายความเชื่อมั่นของต่างชาติ ทําให้นักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่นที่จะ เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย นี่เปึนปัญหาหลักเปึนปัญหาสําคัญที่รัฐบาลกําลังจะแก้ แล้วก็จัดงบประมาณลงในส่วนนั้นส่วนนี้ โอกาสนี้เรามีทางแก้อย่างไรเดี๋ยวผมจะเรียน ให้ทราบในภายหลัง

โอกาสอันที่ ๒ ที่ผมเสียดายโอกาส คือโอกาสการจัดสรรงบประมาณ กลางป้ของรัฐบาลชุดนี้ที่ให้ความสําคัญกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาน้อยไป เสียดายโอกาสจริง ๆ เพราะว่าแหล่งที่จะนํามาซึ่งเงินที่จะนําเข้าประเทศท่านกลับไม่ให้ ความสนใจ กลับไปให้ความสนใจกับเรื่องอื่น ๆ ที่เปึนการสูญสิ้นแล้วก็สิ้นเปลืองทั้งสิ้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปึนกระทรวงหลักที่สําคัญที่จะต้องนําพางบประมาณ เข้ามาจุนเจือเปึนค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้นในส่วนของที่การท่องเที่ยวตรงนี้ถ้าเราจะดําเนินการให้บรรลุเปัาหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ กลุ่มเปัาหมายของเราทั้งในและต่างประเทศ สําหรับในประเทศนั้น เราต้องมีการกระตุ้นอย่างรวดเร็ว ประชาสัมพันธ์ ไทยเที่ยวไทยนี่ยังใช้ได้ เรายังมีที่เที่ยว อีกมากมาย ท่านประธานเอง ผมเองก็ยังไปไม่ทั่วถึง เราหันมาไทยเที่ยวไทยกันบ้าง นะครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ที่สําคัญที่สุดก็คือ นักท่องเที่ยวจากต่างชาติ ทําอย่างไรที่จะ ให้เขาเกิดความเชื่อมั่น ผมขอเรียนอย่างนี้ว่า

อันดับแรกเลย ถ้าจะให้เกิดความเชื่อมั่นอยากเดินทางเข้ามาประเทศไทย นั่นคือการทําอย่างไรที่จะให้ประเทศไทยเปึนประชาธิปไตยมากขึ้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปึนเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากให้รัฐบาลชุดนี้ได้นําเรื่องนี้เปึนประเด็นหลัก ในการที่จะนําพาประเทศชาติสู่ประชาธิปไตยอย่างรวดเร็ว

เรื่องที่ ๒ ที่จะแก้ปัญหาความเชื่อมั่นได้อย่างรวดเร็วก็คือ เปลี่ยนตัว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สร้างความเชื่อมั่นได้ทันที เพราะที่มาของท่าน หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้ว เราทราบดีว่าเปึนตัวแทนของฝ์ายที่กระทําให้เกิด ความไม่เชื่อมั่นในประเทศไทยเกิดขึ้น และที่สําคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การท่องเที่ยว ชายแดนเปึนเรื่องสําคัญ บังเอิญว่าผมอยู่จังหวัดหนองคายมีโอกาสได้สัมผัสกับเรื่อง การท่องเที่ยวชายแดนไทย-ลาว ถ้าเรามีการส่งเสริมกันอย่างจริงจัง ผมมั่นใจว่าพี่น้อง จากชายแดน ไม่ว่าจะเปึนประเทศลาวก็ดี ชายแดนที่กัมพูชาก็ดี ชายแดนพม่า ชายแดน มาเลเซียจะกลับเข้ามาเที่ยวประเทศไทยได้มากขึ้นและรวดเร็ว เพราะฉะนั้น ในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวผมอยากจะมีเวลา เมื่อสักครู่นี้เวลาของท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ที่ท่านซูการ์โนยังเหลืออีก ๑ นาที ผมขออนุญาตต่อเลยนะครับ ขอต่อเลยเหลืออีก ๑ นาทีท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ขอต่อกี่นาทีนะครับ เอาสัก ๓ นาทีได้ไหมครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ได้ครับ ในเรื่องการท่องเที่ยว ยังมีปัญหา ยังมีข้อที่อยากจะเสนอแนะรัฐบาล เพราะว่าเมื่อ ๒ ป้ที่ผ่านมา ผมมีโอกาส ได้เปึนกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วมีโอกาสได้เดินทางไปประสานงาน กับสมาคมการท่องเที่ยวในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึนญี่ปุ์น เกาหลี แล้วก็จีน ซึ่งเปึน เปัาหมายหลักที่เขามาเที่ยวในประเทศไทย

ท่านประธานครับ ในเรื่องของผู้สูงอายุ ในเรื่องของลอง สเตย์ (Long stay) ที่พํานักระยะยาว ตรงนี้อยากจะเสนอแนะให้รัฐบาลว่า เราน่าจะหยิบขึ้นมาให้เปึน นโยบายสําคัญหลักแล้วส่งเสริมกันอย่างจริงจัง เพราะกลุ่มคนเหล่านี้มีสตางค์ โดยเฉพาะ จากญี่ปุ์น คนสูงอายุในญี่ปุ์นมีจํานวนมาก แล้วประเทศไทยเปึนประเทศที่เขาอยากจะมา แต่เราไม่มีที่พํานัก ไม่มีที่เหมาะสมที่จะรองรับในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการ ส่งเสริมเปัาหมายก็คือว่า เราจะต้องมีการจัดประสานงานในเรื่องของที่พัก ให้เหมาะสม แล้วมีการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวอย่างเปึนระบบ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากโครงการลอง สเตย์แล้ว ยังมีโครงการอื่น ๆ ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่น แล้วก็ดึงนักท่องเที่ยวกลับมาได้ โดยเฉพาะในเรื่องของสนามบิน สนามบินที่เรามีอยู่ ในปัจจุบันนี้ไม่เพียงพอ และยังมีการที่จะต้องสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ เราต้องมีมาตรการที่เข้มงวด มาตรการที่ออกมารองรับ มาตรการที่ออกมาปัองกันไม่ให้มีการป่ดสนามบินสุวรรณภูมินั้นไม่เพียงพอ โทษเบาเกินไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ถือว่าเปึนประเด็นหลักในเรื่องของการที่จะส่งเสริมและฟุ๋นฟู การท่องเที่ยวอย่างเปึนระบบและรวดเร็ว ผมขอนําเรียนท่านประธานฝากไปยัง คณะกรรมาธิการฝากไปยังรัฐบาลว่าสิ่งที่ผมได้นําเสนอนี้จะเปึนประโยชน์ ที่ผมได้ตัดลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้นจริง ๆ แล้วต้องให้เพิ่ม ให้เพิ่มกระทรวงนี้เข้าไปอีกเปึน หมื่น ๆ ล้านในการที่จะฟุ๋นฟู ในการเร่งรัดจัดสรรต่าง ๆ นะครับ เพื่อที่จะให้ดึง นักท่องเที่ยวกลับมาประเทศไทยเหมือนกับ ๓-๔ ป้ที่ผ่านมาท่านครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง จากจังหวัดหนองคาย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ผมอยากเสริม แนวความคิดในเรื่องการท่องเที่ยวนี้ จากข้อสังเกตจากผมดูรายละเอียดประกอบในการ พิจารณาแปรญัตติงบประมาณเพิ่มเติม ๒๕๕๒ นี้ครับ เรื่องการท่องเที่ยวแบ่งออกเปึน ๒ ส่วน คือส่วนหนึ่งเปึนการส่งเสริมความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว อีกส่วนหนึ่ง เปึนส่วนเกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งท่องเที่ยว ดูแล้วเปึนที่น่าสังเกตว่า การจัดตั้งงบประมาณครั้งนี้รู้สึกไม่เปึนธรรม โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ๔๕๓ ล้านบาท จะเน้นไปเรื่องการจัดการแข่งขันกีฬาใน ๓ จังหวัด ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง ๒-๓ อําเภอ จังหวัดสงขลานะครับ อันนี้ถ้าจะดูแล้วรู้สึกว่าผู้จัดงบประมาณนี้ยังไม่ให้ ความเปึนธรรมกับภาคอื่นนะครับ ส่วนใหญ่แล้วเปึนเรื่องการจัดการแข่งขันกีฬาทั้งนั้นเลย นะครับ สนับสนุนพื้นฟูความเชื่อมั่นการท่องเที่ยว ก็คือเล่นกีฬาเกือบทุกโครงการใน ๔๕๓ ล้านบาท เหมือน ๆ กับว่าภาคอื่นเล่นกีฬาไม่เปึนเลย ดูแล้วผมมาหลับตาดูว่า ถ้าส่งเสริมกีฬาภาคเดียวตั้ง ๔๕๓ ล้านบาท ถ้าอยู่ ๓-๔ จังหวัดภาคใต้ หลับตาดูแล้ว จะเอาเวลาไหนมาเล่นกีฬาผมดู บ้านเมืองก็ยังไม่สงบพอที่จะไปทุ่มเทในเรื่องกีฬา น่าจะทุ่มเทเรื่องอื่นมากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องความเปึนอยู่ของพี่น้อง ประชาชนมากกว่า ถ้าเปึนไปได้นะครับ ตอนนี้ผมว่ามันเปึนไปไม่ได้แล้ว อย่างไร ก็ผ่านสภาอยู่แล้วนะครับ ก็อยากให้ความคิดกับผู้จัดสรรงบประมาณได้มองออกไปกว้าง ๆ นะครับ ทําอย่างไรก็ได้ที่อยากจะให้จังหวัดต่าง ๆ ที่ยังไม่มีสนามกีฬาของจังหวัดที่มี มาตรฐานพยายามขยายออกไป ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ขยายการกีฬาออกไปสู่ ภูมิภาคและท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดหนองคายของผม ปลายป้นี้ประเทศลาว เปึนเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ คนที่ดูแลเรื่องการท่องเที่ยวและกีฬา น่าจะมองจุดนี้ด้วย อันนี้ไม่เห็นมีโครงการอะไรเกี่ยวกับจังหวัดหนองคายเพื่อเตรียมที่จะ ต้อนรับกีฬาซีเกมส์ เพราะเวียงจันทน์กับหนองคายมันห่างกันนิดเดียวข้ามน้ําโขงเท่านั้น ถ้ามีการเตรียมการไว้นะครับ เมื่อมีการปรับปรุงสนามกีฬาอะไรต่าง ๆ เมื่อเกิดปัญหา ทางจัดการแข่งขันกีฬาทางกําแพงนครเวียงจันทน์ก็จะใช้สนามกีฬาของจังหวัดหนองคายได้ ผู้จัดการเรื่องนี้น่าจะมีวิสัยทัศน์มากกว่านี้ ไม่ใช่มองแค่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ผมไม่ได้อิจฉาเรื่องพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่อยากให้ความคิดกับ ผู้จัดสรรงบประมาณในด้านกีฬานี้ให้มองออกกว้างกว่านี้นะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องบูรณะซ่อมแซมเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว จากการดูแล้วก็เหมือนกัน ดูออกไปผมดูเหมือน ๆ กับลําเอียง คนจัดเหมือนกับจัดแหล่ง ท่องเที่ยวเปึน ส.ส. พรรครัฐบาลมากกว่า ผมดูนะ ดูสถานที่ซ่อมแซม มีเชียงใหม่ เท่านั้นล่ะ นอกนั้นเปึนพรรครัฐบาลทั้งหมดเลยผมดู ถ้าท่านไม่เคยไปหนองคาย ผมอยากชวนไปหนองคาย หนองคายมีอุทยานแห่งชาติภูวัว มีช้าง มีเสือเต็มอยู่ น่าจะได้รับการดูแลนะครับ อันนี้ ก็อยากฝากการท่องเที่ยวด้วยนะครับ ภูทอก ภูวัว อุทยานภูวัวสวยงามมากครับ ท่านขึ้นไปดู ธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ ภูลังกา อุทยานภูลังกา ให้ไปดูครับที่จังหวัดหนองคายเรา มีอะไรดีเยอะแยะ หาดทรายตามลุ่มน้ําโขงยาวเปึนหลายสิบกิโลเมตร สวยงามกว่า ที่บางแสนด้วย ให้ไปดูด้วย ถ้ามีวิสัยทัศน์นะครับ ผมก็อยากฝากผู้จัดงานเกี่ยวกับ งบประมาณนี้ให้ดูแลให้มันทั่วถึง ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาแทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมได้ขอสงวนความเห็นไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๒ ส่วน คือของสํานักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๔๕๓ ล้านบาท ก็สงวนไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ รวมทั้งสํานักงานพัฒนาการท่องเที่ยวอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ทั้งสอง ผมอยากพูดในภาพรวมทั้งหมดนะครับ อยากกราบเรียนครับว่าต้องยอมรับว่า งบประมาณที่ได้ผมตัดเพราะอะไร อยากพูดครับ อยากแสดงความเห็น เพราะมันเปึน ที่น่ากังวลมาก ผมได้คุยกับผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงบางคนเขาบอกว่า ยังไม่ทราบเลยครับจัดงบ บอกมีคน ๓ คนที่จัดงบนี้ จัดเสร็จก็ยื่นให้ใส่มือ ผมก็เลยงง อ้าว อย่างนี้แปลว่าอะไรครับ ได้คุยกันแล้วก็ตกใจนะครับ ผู้บริหารระดับสูงไม่อยากเอ่ย ชื่อท่านครับเดี๋ยวท่านจะเสีย ท่านก็บอกท่านไม่รู้เลย จัดงบลงไปมีการพูดอภิปราย ในคณะกรรมาธิการนะครับ แม้แต่เรื่องกีฬานะครับ ไปจัดกีฬาพรมวิเศษอย่างนี้นะครับ ผมก็ยังไม่ทราบว่าพรมวิเศษมันเล่นกันอย่างไร อยากให้เขาแสดงเขาก็บอกเขาก็งง ๆ แล้วก็จัดสรรท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาท่านรับปากนะครับ เรื่อง ๓๐๐ ล้านบาทที่ไปสร้างสนามกีฬา จะมีการปรับเกลี่ยแต่งตามความเหมาะสม ผมอยากถามท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าได้ดําเนินการหรือไม่ ให้ความชอบธรรม โอ.เค. ครับ ภาคใต้ให้โอกาสเขาสูงนะครับแต่ภาคอื่นก็ต้องให้โอกาสเขา เรื่องการท่องเที่ยว นี่สําคัญนะครับท่านประธาน ประเทศเราตอนนี้เรื่องอุตสาหกรรมไปไม่ได้แล้วครับ เหลืออย่างเดียวที่จะกู้วิกฤติ กู้ประเทศไทยให้พ้นจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ํา ซึ่งผม อยากเรียนนะครับ ตามที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านบอกว่า ใส่เงินลงไป ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท คาดการณ์ว่าจะโตเพิ่มขึ้น ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ มาเทียบดูครับ ท่านประธานครับ อเมริกาใส่ไป ๘๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เขาบอก จีดีพี เขาจะโต ลบ ๘.๒ เขาประมาณนะครับในป้ ๒๐๐๙ อังกฤษอีกนะครับ ใส่ไป ๔๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ติดลบครับ ติดลบเกือบหมดแต่ของเราบอกใส่เข้าไปแค่นี้จะเพิ่มขึ้น ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ แล้ว จีดีพี ของเมืองไทยจะเปึนบวก ผมฟังแล้วนะครับ ผมเชื่อดอกเตอร์โอฬาร ไชยประวัติ ครับ ผมว่าลบเพราะอะไรครับ การท่องเที่ยวที่ตั้งเปัาไว้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ตอนนี้หายไปแล้วเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะอะไรครับ ป่ดสนามบินท่านประธาน ทําอย่างไรให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเขามีความเชื่อมั่น นี่เปึน ส่วนที่สําคัญ แต่ปรากฏงบที่ให้ไปนะครับ ปรากฏว่าเรื่องท่องเที่ยวด้านนอกไปให้ กระทรวงการต่างประเทศเกือบหมดเลยครับ อันนี้ส่วนใหญ่เปึนการกระตุ้นภายใน เท่านั้นเอง กระตุ้นภายใน ความจริงคนไทยเที่ยวเมืองไทยเยอะครับท่านประธาน เมืองไทยเปึนเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลกผมว่าเลย อยากขึ้นภูเขาก็มีภูเขา อยากลงทะเล ก็มีลงทะเล อยากไปอย่างไรมีเกือบหมด แม้แต่นะครับ ใครอยากไปเผชิญเสี่ยงอะไร ต่ออะไรนะครับ ไปได้หมด แต่ว่าเงินที่ได้ไป ยอดทั้งหมดรวมกันแล้ว ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมดูแล้ววังเวงมาก สงสารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานะครับ แม้แต่ท่านอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยท่านก็ยังบ่นเลยครับ บ่นน้อยใจนะครับ ก็ออก หนังสือพิมพ์ก็เห็น ๆ กันอยู่ ถึงวันนี้มันจําเปึนนะครับที่จะต้องดําเนินการ เงินที่เราจะได้ ฟรี ๆ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โดยที่เราไม่ลงทุนเลย เรายังไม่ทําอะไรเลยครับ ทําไมเรา ไม่เชิญนักท่องเที่ยวมาทัวร์ (Tour) เลยครับ อย่าไปโจมตีเสื้อแดงนะครับ เสื้อแดงเขา ประท้วง เชิญนักท่องเที่ยวมาดูเลยครับ เสื้อแดงเขาไม่ได้ทําอะไร เมื่อเปรียบเทียบกับ เสื้อสีอื่นนะครับท่านประธาน เชิญเขามาดูสิครับว่าเมืองไทยเอาต่างประเทศ เอามาจาก อเมริกาให้เขามาทัวร์ อันนี้อะไรครับไม่รู้จักอะไรนี่ แล้วนักท่องเที่ยวจะเชื่อได้อย่างไร นะครับ ข่าวต่าง ๆ ออกไปภาพเมืองไทยเสียหายอย่างมาก แล้วอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูด เมื่อสักครู่ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านกษิต ภิรมย์ ท่านยังบอกว่าที่ถูกกล่าวหาเปึน ผู้ก่อการร้ายนี่ไม่ขอให้ถอนคําพูด แสดงว่าท่านรับหรือครับ ท่านรับหรือว่าอย่างไร ผมเห็นแล้ว ผมดูแล้วมันเศร้าใจนะเมืองไทย กระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้เสียดายครับ การท่องเที่ยวนี่ สงสารเขามาก ผมว่าถึงเวลาที่เราจะต้อง ประธานขออะลุ้มอล่วยนิดหนึ่งนะท่าน อยากกราบเรียนครับว่า ถึงวันนี้นะครับเห็นแล้วอยากฝากท่านประธานผ่านไปถึงประธาน คณะกรรมาธิการ ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเขาบอกจะปรับให้เกิด ความเปึนธรรม ๓๐๐ ล้านบาทนี่ รับปากกันเรียบร้อยครับ จนป์านนี้ที่ท่านเจริญพูดน่ะ ผมก็ยังไม่เห็นเลยครับว่ามีการปรับเกลี่ยไปตามความเหมาะสมนะครับ ก็อยากฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงประธานคณะกรรมาธิการอยากให้ท่านส่งไปถึงสมาชิกทุกคน ให้เขาได้เห็นครับว่า งบนี้มันเปึนธรรม ผมก็ซักถามนะครับ คุณไปสร้างสนามกีฬาภาคใต้ ผมไม่ได้คัดค้านครับ แล้วมันจะมีคนเล่นไหม มีอบรมแล้วเขาจะมาไหม เขาจะมาไหมครับ ผมถามผู้บริหารก็บอกไม่รู้ คาดการณ์ว่าจะมากี่แสน กี่แสนคนนี่เต็มไปหมดครับ หลายแสนคนที่จะมานะครับ คาดการณ์ครับ แต่ว่าจริง ๆ เปึนอย่างไรผมยังไม่แน่ใจเลย ท่านประธาน ถึงวันนี้ผมถึงบอกว่ามันน่าจะกระจายไปตามส่วนที่น่าท่องเที่ยว ในเมื่อ เราจะเน้นการท่องเที่ยวเฉพาะเมืองไทยกระจายไปทั่วเถอะครับ แต่ผมอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับ งบประมาณนี่ผมว่า ถึงเวลาท่านต้องเติมเงินลงไปครับ อย่าไปเสียดายเงินครับ เหมือนสมัยอดีตท่านทักษิณ ถูกต่อว่า กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น พันกว่าล้านโจมตีตลอดครับ แต่ท่านทราบไหมครับ เรามีรายได้เพิ่มขึ้นกี่แสนล้านบาทครับ ได้กี่แสนล้านบาทครับ กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น มันจะเสียไปส่วนหนึ่งไม่มีอะไรได้หมด มันต้องเสีย ไม่มีอะไรที่จะได้ฟรี ๆ นี่เหมือนกันครับ พวกนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง การท่องเที่ยวออกมาบอกว่าเขาจะมาอีกแน่นอน ฝันไป หรือเปล่าครับ ฝันไปหรือเปล่าที่เขาจะมาอีกนะครับท่านประธาน มันฝันไปนะ ถึงวันนี้ เงินเขาก็ไม่มีนะครับ ติดลบ จีดีพีทั่วโลก ติดลบแน่นอนนะครับ เขาประเมินแล้วนี่ติดลบ กันนะครับ แม้แต่ญี่ปุ์นนะครับ ญี่ปุ์นยังจะติดลบ ๔.๒ แต่เมืองไทยบอก เปึนบวกแน่นอน บวกไหนก็ไม่รู้นะครับท่านประธาน ผมว่าผมเชื่อดอกเตอร์โอฬาร ไชยประวัติ นะครับ ลบ ๔.๕ นี่แน่นอนท่านต้องเตรียมตัวครับ ตอนนี้ขึ้นภาษีน้ํามันอีกนะครับ ขึ้นภาษีน้ํามัน แล้วใครจะไปเที่ยวครับ ใครจะไปเที่ยวครับ ต่างประเทศเขาลงครับ ตอนนี้มันลง ลง ลง แต่ของคนไทยขึ้นภาษีน้ํามันเดือดร้อนไปทั่วประเทศครับ ฝากท่านประธานหน่อย ฝากไปถึงประธานคณะกรรมาธิการชะลอได้ไหมครับ อย่าไปทําร้ายเขาอีก ภาษีน้ํามัน นะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอรวบรัดด้วยนะครับ เกิน ๓ นาทีแล้วครับ

นายประสิทธ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

อย่าไปชะลอนะครับ ท่านประธานครับ ฝ์ายด้านโน้นเขาเอาไปตั้งเปึนชั่วโมงนะท่านประธาน ข้อตกลงคือ ๒ ทุ่ม หมายถึงพวกเขาไม่พูดนะท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องเรียนพวกเราก็คือว่ายังเหลืออีก ๑๔ มาตรา

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

เข้าใจครับเข้าใจ ใกล้จะจบแล้ว ครับท่านประธาน เดี๋ยวจะจบพอดี

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังเหลืออีก ๑๔ มาตรานะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

ท่านประธานไม่ทักผมจบแล้ว ก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึงประธานคณะกรรมาธิการเกลี่ยงบประมาณให้กระจายไปสู่ ส่วนต่าง ๆ ตามความเหมาะสมให้ชอบธรรมด้วย ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุชาย ศรีสุรพล ครับ

นายสุชาย ศรีสุรพล ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาย ศรีสุรพล ส.ส. ขอนแก่น เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขออนุญาตร่วมในการ พิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ ขณะนี้ที่เรากําลังพิจารณานี้คืองบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งเปึนงบประมาณที่เราจะต้องไป กู้ยืมจากต่างประเทศ ท่านประธานครับ ผมสังเกตเห็นรัฐบาลชุดนี้ที่ส่งเอกสาร ของบประมาณเข้ามา แล้วก็มีการเร่งรีบในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ใช้เวลา ๗ วัน อย่างลุกลี้ลุกลน ท่านประธานครับ งบประมาณที่จะกู้ยืมมาใช้ในการกระตุ้น เศรษฐกิจเปึนเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า การใช้จ่ายงบประมาณซึ่งเปึนเงินกู้ถ้าลุกลี้ลุกลนในการพิจารณามันก็ไม่ตรงเปัา ไม่ตรง จุดประสงค์ที่เราจะนําเงินกู้มาใช้ให้มันเกิดประโยชน์ สังเกตนะครับท่านประธาน ทําไม ต้องรีบใช้งบ งบที่เราจะต้องกู้ยืมมานี่ ผมได้ไปศึกษานะครับ ที่เราได้พิจารณา งบประมาณประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งตั้งงบประมาณจากภาษีอากรรายได้ของประเทศ ของเราเอง ซึ่งไม่ต้องไปกู้ยืมมา ทั้งหมด ๑,๘๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เปึนงบลงทุน งบลงทุนประมาณเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ณ เวลานี้ประมาณ ๓ เดือนเศษ งบประมาณซึ่งเปึนงบของแผ่นดิน เราเองนะครับท่านประธาน รัฐบาลชุดนี้ใช้เปึนหรือเปล่าผมไม่เข้าใจ ซึ่งจากข้อมูล ที่ได้รับทราบมาใช้งบประมาณซึ่งเปึนงบลงทุนงบประจําป้นะครับ ณ เวลานี้ ๓ เดือนเศษ ก่อให้เกิดมีแม่ม่ายมากมายนะครับ นี่คือตัวอย่างที่ผมได้รับฟังเมื่อวานนี้ นั่นเปึนบุคคล กลุ่มหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อน ถ้าเกิดท่านจะเอางบตัวนี้มาจัดกิจกรรมกีฬานี่นะครับ มันไม่ใช่เปึนการกระตุ้น แต่ถ้าเกิดจะช่วยจริง ๆ ผมว่าเอาไปใช้โครงการแบบนั้นมันเปึน การช่วยเหลือคนที่กําลังเดือดร้อนมากกว่า ท่านประธานครับ เวลาก็หมดพอดีนะครับ ท่านประธาน ผมจึงอยากจะกราบเรียนในโอกาสสุดท้ายว่าฝากรัฐบาลด้วยว่างบเงิน ในกระเปิาเราแท้ ๆ พิจารณาไปแล้วขอให้เร่งรีบเอาออกมาใช้นะครับ ใช้ให้หมดเสียก่อน แล้วจึงเอางบที่ท่านขอมา ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทซึ่งเปึนเงินกู้เอามาใช้ในภายหลัง อย่าเก่ง แต่ใช้เงินกู้นะครับ เงินเราเองมีขอให้ใช้เงินในประเทศของเราครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญกรรมาธิการครับ ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์นะครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกว่าการจัดงบประมาณกลางป้ในครั้งนี้ก็มีวัตถุประสงค์ ที่เราเรียกกันว่า ต้องการจะกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจนี่ จึงจําเปึนที่จะต้องมุ่ง ในการใช้จ่ายงบประมาณงวดนี้ลงไปสู่กลุ่มบุคคลหรือกลุ่มสถานที่ ที่รัฐบาลท่านคํานวณ แล้วมั่นใจว่าจะก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยหลายรอบ เพื่อช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งในบริเวณนั้นและมีผลทั้งโดยส่วนรวมด้วย เพื่อที่จะสนองเจตนารมณ์ดังกล่าว รัฐบาล ท่านก็จะเลือกสรรโครงการที่เล็ก ๆ ที่สามารถจะทําเสร็จภายใน ๖ เดือน ไม่ยาวกว่า ๖ เดือน ต้องเสร็จภายใน ๖ เดือน โดยหวังผลว่าการที่จะไปลงทุนหรือไปทํากิจกรรมอะไร ก็ตามภายใน ๖ เดือนดังกล่าวนั้นมันจะก่อให้เกิดผลทั้งทางเศรษฐกิจ ทั้งทางข้างหลังและ ทางข้างหน้า ผมไม่อยากใช้ภาษาอังกฤษนะครับ ที่เขาเรียกว่า แบคเวิร์ด ลิงเกจ (Backward linkage) แล้วก็ฟอร์เวิร์ด ลิงเกจ (Forward linkage) ทางข้างหลัง ก็หมายความว่า เช่นว่า การก่อสร้างก็จะทําให้ธุรกิจเกี่ยวกับอิฐ หิน ปูน ทรายต่าง ๆ ในบริเวณนั้นก็จะคึกคักมากขึ้นนะครับ ทางข้างหน้าก็หมายความว่า เมื่อมีการจับจ่าย ใช้สอยมากขึ้น ธุรกิจที่เกี่ยวกับอย่างน้อยปัจจัย ๔ ที่ประชาชนบริเวณนั้นใช้ก็จะจับจ่าย ใช้สอยได้มากขึ้น คึกคักมากยิ่งขึ้น ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ส่วนมากก็จะเปึนธุรกิจผลิตอาหาร แล้วก็พวกเครื่องใช้ไม้สอย ที่เรียกว่า เอสเอ็มอี เอสเอ็มอีท่านทั้งหลายไม่เข้าใจว่าคืออะไร ก็ขอให้เห็นภาพว่าธุรกิจตามห้องแถวทั้งประเทศ นั่นคือเอสเอ็มอีครับ ทุกแห่งทุกชุมชน ก็จะมีเอสเอ็มอี เพราะในโครงการนี้จึงได้จัดสรรงบประมาณไว้ แบ่งออกมาเปึน ๒ กลุ่ม กลุ่มด้านเกี่ยวกับการกีฬา ซึ่งก็อย่างที่ท่านสมาชิกทราบแล้วว่าไปเน้นหนักใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ก็เพื่อร่วมกันกับ ศอ.บต. (ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้) ในการที่จะนอกจากฟุ๋นทางเศรษฐกิจในการก่อสร้างอย่างที่กระผมได้กราบเรียน แล้ว ก็จะมีผลในการแก้ไขปัญหาเรื่องความไม่สมานฉันท์ในบริเวณนั้น ต้องกราบเรียน นะครับว่า ผมทราบดีว่าท่านทั้งหลายไม่ได้รังเกียจคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรอกครับ แต่อาจจะมีความรู้สึกว่าจัดงบประมาณไม่ยุติธรรม ทําไมจังหวัดอื่นภาคอื่น ถึงไม่ได้อย่างที่ท่านกราบเรียน แต่งบประมาณงวดนี้มันช่วงสั้น ๕-๖ เดือน งบที่จะต้อง กระจายทั่วราชอาณาจักรมันต้องทําอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าต้องอยู่ในงบปกติ เพราะฉะนั้น คําพูดของพวกท่านทั้งหลายจะมีอิทธิพลมากในวันนี้ แล้วก็จะมีส่วนในการจัดสรร งบประมาณสําหรับป้ต่อไปอย่างแน่นอน แต่อยากกราบเรียนว่า ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เพราะว่าผมเปึนผู้แทนราษฎรจากเขตมานะครับ อําเภอสะบ้าย้อยของผมจะอยู่ ติดกับจังหวัดยะลา อําเภอนาทวีผมอยู่ติดกับเขตปัตตานี อําเภอสะเดาของผมจะติดกับ ประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้นผมก็จะชํานาญพื้นที่ตรงนี้ ไปมาหาสู่เปึนประจํา ต้องกราบเรียนว่าพี่น้องที่นั่นยากจนนะครับ รายได้ต่อหัวเฉลี่ยแล้วต่ํากว่าพี่น้อง ภาคอีสานทราบไหมครับ เพราะความไม่สงบทําให้ธุรกิจต่าง ๆ มันเกิดขึ้นไม่ได้ ยากจน มากครับ และพี่น้องที่นั่นทั้งไทย-พุทธ ทั้งไทย-มุสลิม ท่านรักกีฬา ที่รักอยู่ ๒ อย่าง ฟุตบอลกับตะกร้อ เวลาผมไปหาเสียงผมเห็นเขาเตะตะกร้อกันตามทุ่งนาตามซอกเล็ก ๆ ผมก็จะลงไปเตะกับเขาด้วย เราลงไปเตะ ๒-๓ ทีเท่านั้น ตะกร้อวงนี่นะครับ ลงไปเตะ ๒-๓ ที เราก็ได้มิตรแล้วครับ หลังจากนั้นทั้ง ๑๐ คนที่เตะด้วยกัน เจอกันวันหลัง ก็เปึนเพื่อนกันแล้ว นี่คือประโยชน์ของกีฬา เพราะฉะนั้นการที่ ศอ.บต. และก็รัฐบาลได้ไปทุ่มในการสร้างสถานกีฬาและจัดหาเครื่องกีฬา ที่นี่ มันมีความจําเปึนมาก ๆ เลยนะครับสําหรับพี่น้องที่นั่น

อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ก็คือว่าถ้าเผื่อท่านข้ามไปมาเลเซียนะครับ ไปที่รัฐกลันตัน หรือไปที่รัฐเคดาห์นะครับ ซึ่งผมข้ามไปบ่อย ผมไปกินอาหารเที่ยงแล้วก็ กลับบ้าน เกือบทุกหมู่บ้านทุกตําบลเขาจะมีสนามกีฬาให้แตกต่างกันมากเลยกับ ๓ จังหวัดภาคใต้ เราไม่ได้ให้เขาเลย ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ําใจของประชาชนเมื่อเกิดการ เปรียบเทียบ เพราะคนไปมาหาสู่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก ผมถึง กราบเรียนว่าผมได้พูดเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการแล้วนะครับ ซึ่งกรรมาธิการ ส่วนใหญ่ก็รับฟังด้วยดี แต่ผมก็ไม่รังเกียจหรอกครับถ้าเผื่อว่าการบริหารจัดการ ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะไปจัดสรร ถ้าอย่างอื่นก็เรามอบให้เขาทําเถอะครับ แต่ว่าหลักใหญ่ผมก็ฝากเอาไว้ว่าให้สนใจ ๓ จังหวัดภาคใต้มากหน่อย เพราะว่าเหตุผล ตามที่ผมกราบเรียนให้ทราบแล้วนะครับ นั่นคือโครงการที่เกี่ยวกับการกีฬา ส่วนอีก โครงการหนึ่งเปึนโครงการที่ ๒ ก็คือโครงการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เพื่อที่จะสนอง วัตถุประสงค์ที่ผมกราบเรียนตั้งแต่ต้นนะครับ เพื่อให้เกิดผลกระทบทางข้างหลัง ผลกระทบทางข้างหน้า เพราะฉะนั้นเขาก็จะจัดเปึน ๓ โครงการใหญ่ ๆ คือ โครงการ พัฒนาทักษะด้านการท่องเที่ยว อันนี้ก็คือการเลือกสรรทั้งเด็กมัธยม เด็กอาชีวะ ระดับต้น ระดับปลาย แล้วก็ผู้สูงอายุที่เกิน ๖๐ ป้ขึ้นไป ทั้งหมด ๑๕๓,๐๐๐ คน ทั่วราชอาณาจักร ทุกจังหวัด แล้วก็นําให้ไปท่องเที่ยวที่ต่าง ๆ เพื่อให้คนเหล่านี้ได้เห็นว่าประเทศไทยมันน่าอยู่ เขากลับไปจะได้ไปประชาสัมพันธ์ให้คนที่เขารู้จักได้มาท่องเที่ยวในประเทศไทย อันนี้เปึน การส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างที่ท่านสมาชิกที่เคารพท่านหนึ่งพูดว่า งานนี้ ส่วนใหญ่เปึนการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ถูกต้องเลย จําได้ท่านหมอประสิทธิ์ พูดเมื่อสักครู่พูดถูกต้องเลยครับ เพราะว่าโดยหลักแล้วก็จะเปึนอย่างนี้ สําหรับโครงการนี้ นะครับ

โครงการที่ ๒ ก็คือว่า การซ่อมแซมห้องน้ําสาธารณะและสิ่งอํานวย ความสะดวกต่าง ๆ ในเขตท่องเที่ยวที่เขาดูแล้วว่ามีความสําคัญเปึนที่สุดก่อน เพราะเงิน มันจํากัด ท่องเที่ยวนี่มันน่าเที่ยวทั่วราชอาณาจักรทุกจังหวัด ผมยังไปไม่หมดเลย แต่ว่า มันน่าท่องเที่ยวทั้งนั้น แต่เงินมันจํากัดเขาก็เลือกเอาว่า เช่น การปรับปรุงห้องน้ํา สาธารณะเอาเฉพาะ ๑๐ แห่งที่คนไปเที่ยวเยอะ และการปรับปรุงภูมิทัศน์ต่าง ๆ ก็เอาแค่ ๘ แห่ง เพราะเงินมันจํากัดครับ นี่คือสิ่งที่เขาเตรียมการไว้ทั้งหมด ผมกราบเรียนว่า คําอภิปรายของท่านทั้งหลาย ผมคิดว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ผมอยากให้พูดซ้ําอีกด้วยซ้ําไป ในการจัดสรรงบประมาณของป้ถัดไปที่จะเกิดขึ้น ผมคิดว่าผมฟังดูท่านกรรมาธิการและ ท่านผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่พูด ผมคิดว่ามีน้ําหนักมาก แล้วก็ รัฐบาลควรจะรับฟังด้วยดี แล้วควรจะไปปรับปรุงเอานําความคิดของท่านทั้งหลาย ไปในการจัดสรรงบประมาณ งวดนี้มันน้อยมาก ทําอย่างไรก็ไม่ถึงใจพวกเราหรอกครับ พวกเราก็เปึนห่วงชาติบ้านเมือง แต่ว่าครั้งต่อไปในการจัดสรรงบประมาณ ผมคิดว่า การท่องเที่ยวเปึนเรื่องใหญ่ที่จะต้องจัดสรรงบประมาณให้มากเปึนกรณีพิเศษ ผมกราบเรียน ท่านประธานเพียงแค่นี้ครับ ขอยืนยันตามร่างเดิมครับ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ทางสภา ยินดีต้อนรับพระคุณเจ้า อาจารย์ และนิสิต หลักสูตรพุทธศาสนบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๖๒ รูป ด้วยความยินดีครับ ขอนมัสการ พระคุณเจ้าฟังได้ตามอัธยาศัย ต่อไปเชิญ คุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อ๋อ จบแล้ว เห็นเขาเขียนปัายมา มาตรานี้ก็จบนะครับ การพิจารณามาตรา ๗ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬานะครับ ต่อไปก็จะมีการลงมติในมาตรา ๗ ขอเชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทั้งหลายที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุม

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน เมื่อเข้ามาแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มแสดงตนเลย ทุกท่านนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านกดบัตรแสดงตน แล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่กดบัตรแสดงตนมีไหมครับ โปรดยกมือขึ้น ไม่มีนะครับ มีท่านหนึ่งเชิญครับ เร็วหน่อย เพิ่งล้างหน้าล้างตามากระมัง เสร็จแล้วนะครับ ส่งผล คะแนนมา มีผู้เข้าอยู่ในห้องประชุม ๒๓๘ ท่าน เกินกึ่งหนึ่งนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามที่ประชุมในมาตรา ๗ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรคงไว้ตามร่างเดิมคือร่างที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็โปรด กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าท่านที่แปรญัตติกรรมาธิการเสียงข้างน้อยกับท่านสมาชิก ที่ขอแปรญัตตินะครับ ถ้าท่านเห็นด้วยทั้ง ๒ ท่านนี้ ก็โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย นะครับ โปรดใช้สิทธิกันทุกท่านนะครับ เชิญใช้สิทธิได้ครับ เสร็จแล้วนะครับ ส่งผลคะแนนมา

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ เห็นด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้เข้าอยู่ในห้องประชุม ๒๔๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๒๕ ท่าน บวกอีก ๑ ท่านเปึน ๒๒๖ ท่านนะครับ ไม่เห็นด้วย ๙ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๙ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก

นายสมัย เจริญช่าง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมัย เจริญช่าง ๓๖๖ เห็นด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กดไม่ได้หรืออย่างไรครับ

นายสมัย เจริญช่าง กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตมาจากห้องน้ําครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นใจครับ ถ้าไปทีหลัง ให้ลาก่อนนะครับ ผ่านมาตรา ๗ นะครับ

ต่อไปเปึนมาตรา ๘ เชิญท่านเลขาธิการ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอรายชื่อจากวิป ฝ์ายค้านด้วยนะครับ มีแล้ว ๒ ชื่อนะครับ เชิญท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นะครับ ๕ นาทีครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๘ กระผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ที่จะขอตัด งบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๕ เปอร์เซ็นต์ โดยมีเหตุผล ดังนี้ครับ ในส่วนของกรมชลประทาน ท่านประธานครับ งบประมาณที่ทางรัฐบาล ได้จัดสรรเพิ่มไว้เพียง ๑,๙๓๓ ล้านบาท ผมก็เห็นด้วยนะครับ ในโครงการต่าง ๆ ที่จะ แก้ไขปัญหาบรรเทาภัยจากน้ําหรือบรรเทาปัญหาการเกิดอุทกภัยในพื้นที่การเกษตร และชุมชน โดยการก่อสร้างประตูระบายน้ํา หรือแม้แต่กระทั่งแก้มลิง ตลอดจนระบบ ชลประทานต่าง ๆ แต่สิ่งที่ผมเปึนห่วงและเปึนกังวลก็คือว่า เปัาหมายในโครงการและ ตัวชี้วัดผลสําเร็จที่ได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นะครับ ที่ปรากฏว่าจะมีการ ก่อสร้างแหล่งน้ําและระบบส่งน้ําจํานวน ๖๖ แห่ง ก่อสร้างแหล่งน้ําและระบบส่งน้ํา ประเภทหัวงาน ๓๐ แห่ง ก่อสร้างอาคารปัองกันและบรรเทาภัยจากน้ํา ๑๔ แห่ง สถานที่ ในการก่อสร้างเหล่านี้นะครับ ผมไม่รู้ว่าคณะกรรมาธิการได้เห็นเอกสารไหมครับว่า จะทํา บริเวณไหนบ้าง จังหวัดไหนบ้าง เพราะอย่างจังหวัดภาคเหนือนี่นะครับ ก็บอกว่าจะทํา ๑๕ จังหวัด แต่ผมไม่เห็นว่ามีจังหวัดใดบ้างเลย รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ น่าจะนําเสนอ ให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา และที่สําคัญที่สุด ผมคิดว่ากรมชลประทานได้เตรียมการ โครงการทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะว่าในผลที่คาดว่าจะได้รับ ก็มีการกําหนดว่า การจ้างแรงงานก็จะมีการจ้างงานได้ถึง ๑๒,๐๐๐ คน ผมก็อยากจะถามคณะกรรมาธิการ ว่าทางคณะกรรมาธิการได้ถามทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่ว่า รู้ได้อย่างไรว่า จะมีการจ้างแรงงานถึง ๑๒,๐๐๐ คน สิ่งเหล่านี้แหละครับ อยากจะขอให้ทาง คณะกรรมาธิการได้ชี้แจงรายละเอียดให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบด้วยนะครับ

และมีอีกประเด็นหนึ่งที่จะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ เพื่อให้ กําชับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีที่มีข่าวว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศขึ้นทะเบียนพืชสมุนไพรไทย ๑๓ ชนิด ซึ่งได้แก่ ขิง ข่า พริก คื่นฉ่าย ดองดึงและหนอนตายหยาก สะเดา ตะไคร้ ตะไคร้หอม ขมิ้นชัน ซึ่งปรากฏว่า ได้สร้างความตื่นตระหนกครับ เพราะว่าสมุนไพรเหล่านี้พี่น้องประชาชน บริโภคกัน ตลอดจนชาวต่างชาติที่นิยมบริโภคสมุนไพรไทยก็ได้รับผลกระทบ คือไม่กล้า ที่จะบริโภค เนื่องจากว่า กระทรวงอุตสาหกรรมกับกรมวิชาการเกษตรออกมาประกาศว่า ๑๓ ชนิด สมุนไพรไทยเหล่านี้เปึนวัตถุอันตราย อย่างนี้อย่าให้เกิดขึ้นครับ เพราะว่า เรากําลังส่งเสริมการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทย ก็นิยมที่จะ บริโภคสมุนไพรไทย เพราะฉะนั้นอยากจะฝากไว้ครับว่า รัฐบาลต้องช่วยดูแล สิ่งเหล่านี้ด้วย อย่าให้เกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะมันเปึนการทําลายบรรยากาศการท่องเที่ยว ของประเทศ แล้วโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องหาวิถีทางที่จะคิดใหม่ ทําใหม่ เพื่อช่วยให้รายได้เข้าสู่ประเทศ ผมอยากจะยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ผมได้ขึ้นไปบนยอดดอยที่อําเภอหางดง ตําบลบ้านโป์ง จังหวัดเชียงใหม่ บนภูเขาสูงมีการ ปลูกกระหล่ําดอกเต็มไปหมดเลยครับ สีเหลืองอร่ามสวยงามมากเหมือนกับทะเลทอง และตอนนี้กําลังบานสะพรั่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราควรจะส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ต้องพูดกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วนําพี่น้องประชาชน หรือนักท่องเที่ยวได้ไปดูบรรยากาศเหล่านี้ มันเปึนสิ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้เข้ากับ ประเทศ แล้วเรายังพานักท่องเที่ยวต่างชาติไปดู แล้วเราก็ผัดกระหล่ําดอกใส่น้ํามันหอย อร่อย ๆ ให้ฝรั่งได้ชิม มันก็เปึนการส่งเสริมรายได้เข้าสู่ประเทศ ที่ผมให้คําแนะนํา เพราะผมเปึนห่วงว่ารัฐบาลชุดนี้มีแต่กู้ยืมเงิน ไม่รู้จักวิธีหาเงิน ผมกําลังสอนวิธีง่าย ๆ ในฐานะที่เคยเปึนพ่อค้าในอดีต เพื่อที่จะนํารายได้เข้าสู่ประเทศ ฝากไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ต่อไป คุณพงศ์พันธ์ สุนทรชัย เชิญครับ ๕ นาทีครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปึนกระทรวงหลัก เปึนกระทรวงสําคัญที่ดูแลเกษตรกร ดูแลกระดูกสันหลังของประเทศชาติ เปึนแหล่งผลิต ที่จะต้องปัอนเรื่องของอาหาร เรื่องของครัวโลกที่รัฐบาลต้องการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้แปรญัตติในมาตรา ๘ งบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตั้งงบเอาไว้ที่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมตัดงบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เปึนเพียงเพื่อที่จะขออนุญาตที่จะให้มี การอภิปราย จริง ๆ แล้วงบกระทรวงนี้ที่ได้รับเพียงน้อยนิด เพียงแค่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วบอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อผมมาดูรายละเอียดของโครงการแผนงาน ท่านประธานที่เคารพครับ มีแผนงานที่จะพัฒนาแหล่งน้ําเพื่อการเกษตรเพียง ๑,๙๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ภาคอีสานเปึนภาคที่ได้รับผลกระทบ จากภัยแล้งมากที่สุดเปึนอันดับ ๑ รองลงมาคือภาคเหนือ เรื่องของแหล่งน้ําเปึนปัจจัย สําคัญของการผลิต เพราะฉะนั้นรัฐบาลให้ความสําคัญในเรื่องของปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะเรื่องน้ํานี่น้อยมาก ผมอยากจะฝากทางรัฐบาลว่าการที่ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ จะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เนื่องจากว่าเกษตรกรเขาเปึนผู้ที่หาเช้ากินค่ํา มีเท่าไรก็ต้องใช้ รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้เม็ดเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปใส่กระเปิา ให้ประชาชน เกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์เลย ผลกระทบกับเกษตรกรที่ได้รับก็คือ การขึ้นภาษีน้ํามัน ท่านไปให้เรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ํา ค่าน้ํามันในการที่จะใช้ เครื่องสูบน้ํา ค่าน้ํามันในเรื่องของการขนย้ายผลผลิต ท่านประธานที่เคารพครับ ลิตรหนึ่ง ๕ บาทที่ส่งผลกระทบเปึนรายจ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้น เกษตรกรรับเต็ม ๆ จากนโยบาย ที่รัฐบาลขึ้นภาษีน้ํามัน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเลยไปที่เรื่องที่ดิน เพราะมีเวลาน้อย เหลือเวลาอีกเพียง ๒ นาทีเศษ ๆ เรื่องที่ดินเปึนเรื่องสําคัญที่รัฐบาลให้ความสําคัญน้อย เช่นกัน ตั้งงบไปเพียง ๖๖ ล้านบาทเศษ ๆ ทั้ง ๆ ที่มีงบ ผมก็อยากจะวิงวอนว่างบกลาง กรุณาใส่เข้ามาในส่วนนี้ เพราะในเรื่องของการเร่งรัดในการออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชนได้มีสิทธิในการ ทํากิน สิทธิในที่อยู่อาศัยเปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่าประชาชนจะได้นําเอกสารสิทธิเหล่านี้ ไปแปลงสินทรัพย์เปึนทุน จะได้มีทุนในการที่จะทํามาหากิน ค้าขาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าที่อยู่อาศัยมีมากมายเหลือเกินที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ โดยเฉพาะในเขตเทศบาลหลาย ๆ จังหวัด ผมลงลึกไปที่จังหวัดหนองคาย ผมมีส่วนร่วม ในการที่จะผลักดัน ที่บริเวณเทศบาลเมืองหนองคาย โคกดวงดี เหล่าหนองโน บริเวณนี้ มีที่อยู่อาศัยประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าครอบครัว ไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น ต่อสู้มานี้เปึน เวลา ๑๐ กว่าป้แล้ว เปึนที่สาธารณประโยชน์ อยากจะฝากรัฐบาลว่าที่บริเวณแห่งนี้ และอื่น ๆ แม้แต่สระบุรีเอง หรือจังหวัดอื่น ๆ ก็มีลักษณะนี้เช่นกัน ชัยภูมิก็มีอย่างนี้เช่นกัน ที่เทศบาลหนองบัวแดงฝากมาด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยัง รัฐบาลให้ความสําคัญกับการออกเอกสารสิทธิอย่างจริงจัง เพราะว่าเมื่อราษฎรเกิด ความมั่นใจ เกิดความมั่นคงในชีวิต เขาก็จะได้มีความสุขในการที่จะทํามา หาเลี้ยงชีพนะครับท่านประธาน อยากจะฝากเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญในการที่จะผลักดัน งบประมาณ ไม่ว่าจะเปึนงบประมาณนี้หรืองบประมาณปกติในป้ ๒๕๕๓ ต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอขอบคุณ ฝ์ายค้านที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ครับ ขอให้ความร่วมมืออย่างนี้ตลอดไปก็แล้ว กันครับเราจะไปได้สวย ผมถือว่าป่ดอภิปรายนะครับ ไม่ต้องตอบหรอกครับ เขาเข้าใจ แล้วครับ เขาเข้าใจดีกว่าเขาจึงถามนะครับ ผมขอมติในมาตรา ๘ นะครับ เชิญท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ตั้งแต่วินาทีนี้เปึนต้นไปห้ามลุกจากห้องประชุมนะครับ เราจะโหวตตลอดครับ เราได้รับ ความร่วมมือจากฝ์ายค้านเต็มที่แล้วครับ เมื่อท่านเข้าห้องประชุมนั่งประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วย แล้วก็กดปุ์มแสดงตนเลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

เสร็จแล้วนะครับ เสร็จหรือ ยังครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้กดปุ์มแสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าครบแล้ว โปรดส่งผลคะแนนมานะครับ มีผู้เข้าประชุม ๒๓๐ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมในมาตรา ๘ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและผู้สงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย นะครับ โปรดใช้สิทธิลงคะแนนได้ครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงคะแนน มีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลคะแนนมา มีผู้เข้าประชุม ๒๓๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๑๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ยืนตามร่างเดิมนะครับ

ต่อไปมาตรา ๙ กระทรวงคมนาคม เชิญเลขาธิการ

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านกรรมาธิการนวัธ เตาเจริญสุข ครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ท่านประธาน อ่านชื่อ นามสกุล ผมผิดครับ ขออนุญาตท่านประธานอ่านใหม่ด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออภัยครับเขาเขียนให้ผมนะ นวัธ เตาเจริญสุข จริง ๆ ครับ เขาเขียนอย่างนี้ครับ ผมก็เลยอ่านตามนี้ครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นวัธ ครับ ความจริง นวัธ แต่เขาเขียนผิดครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

แล้วท่านประธานก็ต้องดู ให้ชัดเจนครับ พี่น้องประชาชนทางบ้านอาจจะฟังอยู่แล้วบอกว่า นายนวัธ เตาเจริญสุข มันไม่ใช่ครับ นายนวัธ เตาะเจริญสุข ครับ ให้ท่านประธานเรียกผมใหม่ครับ แล้วผมจะพูดครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ ท่านนวัธ เตาะ ใช่ไหมครับ ท่านนวัธ เตาะเจริญสุข เชิญครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ที่ท่านยังอ่านออก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอนแก่นนะครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องบอกตําบลที่อยู่ด้วย ไหมครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ก็ดีครับ ท่านประธานไม่ต้องบอก ผมบอกเองก็ได้ครับ ผมชื่อ นายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต ๓ พรรคพลังประชาชน อยู่บ้านเลขที่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พรรคเพื่อไทย

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

อดีตพรรคพลังประชาชน ผมพูด ไม่จบครับท่านประธานครับ อดีตพรรคพลังประชาชน ปัจจุบันเปึนพรรคเพื่อไทย อยู่บ้านเลขที่ ๕๙/๕ หมู่ ๑ ตําบลหนองเรือ อําเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ครับ ผมเองนั้น ได้ขอสงวนคําแปรญัตติงบประมาณ มาตรา ๘ ไว้ เนื่องจากมาตรา ๘ นั้น มาตรา ๘ หรือ มาตรา ๙ ครับ ขออภัยที่ประชุมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เปึนไรครับ ผิดพลาดได้

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานทําให้ผมประหม่า ไปครับท่านครับ ผมเปึน ส.ส. ใหม่ครับท่านประธาน ต้องกราบขออภัยครับ ตามมาตรา ๙ นะครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ เนื่องจากว่าผมเห็นว่างบประมาณ ได้ถ่ายโอนจัดสรรงบประมาณทางกรมทางหลวงชนบท ผมขออนุญาตพูดถึง กรมทางหลวงชนบทนะครับ เพราะว่ามันเกี่ยวข้องโดยตรงกับพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่าเท่าที่ผมตรวจสอบและสอบถามมาสํานักงบประมาณได้แจ้งใบจัดสรร งบประมาณให้กับกรมทางหลวงชนบทแล้ว และทราบว่าทําไมไม่มีการโอนไปยังจังหวัด อันนี้ผมเกิดความสงสัยครับท่านประธานครับ เนื่องจากว่ารัฐบาลชุดนี้ได้ขอกู้งบประมาณเพิ่มเติมเข้าไปอีก ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ แต่ว่าสําหรับกรมทางหลวงชนบทได้รับ ๑,๕๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเองครับ ในความรู้สึกส่วนตัวผม ๑,๕๐๐ ล้านบาทนี้มันน้อยมากนะครับ ขอฝากไปยัง ท่านกรรมาธิการงบประมาณว่ามันน้อยจริง ๆ กระทรวงการต่างประเทศก็ดี อะไรก็ดีจัดไป ตั้งเยอะ ผมว่าเอามาปันให้กับกรมทางหลวงชนบทน่าจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมาก และเพื่อเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ที่สืบทราบมาและเปึนที่น่าเสียใจเปึนอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ ผมทราบมาว่าสํานักงบประมาณได้โอนใบจัดสรรงบประมาณไป กรมทางหลวงชนบทแล้ว แต่ปรากฏว่ากรมทางหลวงชนบทยังไม่ได้จัดสรรโอนไปยัง กรมทางหลวงชนบทจังหวัด บังเอิญผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่นครับ ผมได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เขาบอกว่าโครงการดังกล่าวนี้ได้มีการผ่านองค์การ บริหารส่วนตําบลนะครับ ผ่านมาที่กรมทางหลวงชนบทจังหวัดขอนแก่น กรมทางหลวงชนบท จังหวัดขอนแก่นก็ได้ลงไปสืบ ลงไปตรวจสอบว่าโครงการดังกล่าวนั้นเห็นสมควรหรือไม่ และปรากฏว่ากรมทางหลวงชนบทก็ได้ออกแบบสํารวจเห็นชอบโครงการดังกล่าว ตามความเหมาะสมนะครับ ก็เลยนําเรียนให้ท่านประธานทราบ แต่มันมีข่าวลืออีกอันหนึ่ง ที่เปึนที่น่าเสียใจเปึนอย่างยิ่งท่านประธานครับ เมื่อสํานักงบประมาณได้แจ้งใบจัดสรร งบประมาณไปที่กรมทางหลวงชนบทแล้ว แต่ปรากฏว่าเขาลือกันทั้งสภาครับ ท่านประธานครับ ทั้งสภาแห่งนี้เขาลือกันว่ารัฐมนตรีสั่งไม่ให้โอนเงินไปจังหวัดครับ อันนี้ ผมสืบทราบมาอย่างนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดขอนแก่นหลายท่าน หลายจังหวัดเขาก็พูดอย่างนั้นครับว่า มีการสั่งโดยการสั่งการของรัฐมนตรี จริง ๆ ฯพณฯ รัฐมนตรีคนนี้ที่กํากับดูแลท่านก็อยู่ขอนแก่นครับ ท่านก็เปึนเลือดเนื้อเชื้อไขของคน สุพรรณบุรี ผมนี่ก็เติบโตมาจากจังหวัดสุพรรณบุรีก็แปลกใจเหมือนกัน จริง ๆ คนสุพรรณบุรีเขาเปึนเลือดนักสู้ครับ เขาไม่ยอมใครง่าย ๆ ถ้าสิ่งนั้นไม่ถูกต้องและ ไม่ชอบธรรม และโดยเฉพาะไปเบียดบังพี่น้องประชาชนนี่เขาไม่ยอม ผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่นผมยิ่งยอมไม่ได้ และวันนี้เพื่อน ๆ สมาชิก ขอนแก่นหลายท่านฝากให้ผมมาอภิปรายโดยตรงนะครับ และมาพูดเรื่องนี้ งบประมาณ คณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมเองได้เข้าไปเปึนกรรมาธิการ งบประมาณจึงได้ทราบอย่างไรครับ และผมได้พูดในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ งบประมาณด้วยใช่ไหมครับ ท่านกรรมาธิการงบประมาณก็นั่งอยู่ตรงนี้แหละครับ ฝ์ายรัฐบาล ท่านก็ได้ยินผมพูดว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นนะครับ ในฐานะที่รัฐบาลนี้ โดยการนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเปึนคนที่ผมเคารพมากครับ ผมอภิปรายเปึน ทุกวันนี้เพราะผมดูซีดีท่านอภิสิทธิ์ทุกครั้งครับ ผมดูท่านตลอดท่านเปึนแบบอย่างของผม นะครับ ถ้าท่านพูดสิ่งใดผมจะจําได้แม่นตลอดนะครับ ท่านบอกว่ารัฐบาลชุดนี้จะกระตุ้น เศรษฐกิจ แต่รัฐมนตรีกลับมีพฤติกรรมสวนทางนโยบายของท่านผู้นํารัฐบาลคือ ท่านอภิสิทธิ์ ผมอยากเรียนถามท่านครับว่าท่านจะทําอย่างไร บางคนเขาบอกครับ ถ้าท่านอภิสิทธิ์นั่งอยู่ตรงนี้ในห้องประชุมแห่งนี้ ท่านฟังผมด้วยนะครับ มี ส.ส. กลุ่มหนึ่ง เขาบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นี่กดปุ์มเลี้ยวซ้ายได้ กดปุ์มเลี้ยวขวาได้ กดปุ์ม ให้หัวทิ่มยังได้เลย มันเปึนอย่างนั้นจริงหรือครับท่านประธานครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี เปึนผู้นํารัฐบาลนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าพูดถึงเรื่องการปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์เถอะครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ผมในฐานะกรรมาธิการเสียง ข้างน้อยครับท่านประธานครับ ก็ต้องพูดวันนี้ในเมื่อพี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน ท่านนายกรัฐมนตรีเคยบอกต่อพี่น้องประชาชนในวันที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ว่า จะบริหาร เพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเลือกผมหรือไม่เลือกผมก็ตาม ท่านพูดอย่างนี้นะครับ ก็จะให้เกิดความเปึนธรรมทุกคน แต่ปรากฏว่างบประมาณในส่วนของกรมทางหลวงชนบท ไม่เปึนไปตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดไว้ครับ ท่านสมาชิกบางท่านเขาบอกว่าท่านอภิสิทธิ์ สมาชิกบางท่านนะครับในฝ์ายรัฐบาลบอกกดรีโมท (Remote) ได้ ผมเพิ่งรู้ครับว่าท่านมี รีโมทให้กดด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมฝากครับ วันนี้งบประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท สําหรับกรมทางหลวงชนบทนี่มันน้อยเกินไป โครงการถนนปลอดฝุ์นมันจะไปได้อย่างไร รัฐบาลต้องมีความจริงใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถามว่ามีความตั้งใจอย่างไรในการ กระตุ้นเศรษฐกิจ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ นี่ครับยังใช้ไม่หมดเลย แล้วขณะนี้มีเงินโอน ที่สํานักงบประมาณโอนไปที่กรมทางหลวงชนบทแล้ว รัฐมนตรียังสั่งไม่ให้ไปอีก มันสวนทางนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เกินเวลาไปแล้วครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ บอกว่าเอาเวลาให้ผม ท่านอํานวย คลังผา บอกเอาเวลาให้ผม พี่น้องในพรรคพลังประชาชนบอกเอาเวลาให้ผม ผมไหว้ขอเวลาทุกคนเลยครับ เพราะวันนี้ต้องการพูด พูดให้รู้นะครับ ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการงบประมาณ จัดให้แค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาทมันจะไปแก้ไขปัญหาถนนปลอดฝุ์นได้อย่างไร ตอนรัฐบาลที่แล้วของ ท่านสมชายเราก็เตรียมโครงการถนนปลอดฝุ์นไว้ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท เห็นไหมครับ รัฐบาลชุดนี้ให้แค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง แต่ที่น่าเสียใจไปมากกว่านั้นครับ ท่านประธานครับ งบประมาณที่จัดสรรให้ไป ๑,๕๐๐ ล้านบาทมันน้อย มันน้อยจะแย่ อยู่แล้วครับท่านประธาน มันจะไปแก้ไขปัญหาถนนปลอดฝุ์นได้อย่างไร แต่มันสืบทราบมา และเปึนที่น่าเสียใจเปึนอย่างยิ่งมากกว่าเสียใจครั้งแรกอีกครับท่านประธาน เนื่องจาก มีข่าวว่ารัฐมนตรีจะไปรื้อโครงการป้ ๒๕๕๒ ออกทั้งหมด ผมอยากฝากครับ อยากฝากไปถึง ผู้บริหาร ท่านรัฐมนตรีที่ดูแลกํากับกระทรวงนี้กรมนี้อยู่ว่าขอได้แค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาทเองหรือ อุตส่าห์เปึนงูโดดมาทั้งทีได้แค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาทเอง ทําไมไม่ขอสัก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ต้องใจกว้างให้สัก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทสิครับ มันถึงจะแก้ไขปัญหา พี่น้องประชาชนได้บ้าง และงบประมาณที่บอกว่าจะให้ไปอยู่ที่ ส.ส. ได้แปรญัตติเข้าสู่ สภานั้นจะไปรื้ออีก ขออนุญาต พูดผิดครับ ที่ ส.ส. ได้มาอภิปรายในสภานะครับ ตามที่ พี่น้องประชาชนได้เสนอโครงการเข้ามานี่ ผมทราบว่ามีการดําเนินการไปเกือบจะสมบูรณ์แล้ว และวันนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่อําเภอหนองเรือ อําเภอบ้านฝาง อําเภอพระยืน อําเภอน้ําพอง อําเภอกระนวน อําเภอเขาสวนกวาง และอําเภออุบลรัตน์ พร้อมกิ่งอําเภอ ซําสูงครับ เขาทราบแล้วครับว่าโครงการได้อะไรบ้าง ในเมื่อเขาทราบแล้ว วันนี้ ท่านรัฐมนตรีจะไปรื้อโครงการของเขาอีก ๑,๕๐๐ ล้านบาทมันน้อย ท่านรัฐมนตรี จะเอาเพิ่มนี่ต้องขอครับ ขอคณะกรรมาธิการจัดให้เพิ่มสิครับ ให้มันมากขึ้น ไม่ใช่ไปเบียดบัง งบประมาณพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนเขาเสียใจนะครับ เขาบอกว่าถ้าโครงการ ดังกล่าวไม่ได้นี่เขาจะเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งด้วยซ้ํา

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนวัธ มีผู้ประท้วงครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ครับ ท่านประท้วงเสียเวลานะ ผมบอกก่อน เดี๋ยวมันจะเสียเวลานะ เพราะรัฐบาลจะเอา ๒ ทุ่มให้จบ ผมก็อยากจบ ๒ ทุ่ม ท่านพี่ครับ ให้ผมพูดให้จบเถอะ แล้วทุกอย่างมันจะดีเองนะครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขายังประท้วงอยู่ครับ ให้เขาประท้วง

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ได้ครับ เชิญครับ ประท้วงเลย แล้วก็ช่วยเช็ก (Check) เวลาไว้ด้วยผมจะได้พูดนานขึ้น ขอบคุณครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอประท้วงผู้กําลังอภิปราย พูดใส่ร้ายปัายสีท่านรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วเราอยู่ในระเบียบวาระที่จะต้องมีการพิจารณางบประมาณรายจ่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมอยากให้บรรยากาศในการอภิปรายนั้นตรงประเด็นครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็เห็นว่ามันนอก ประเด็นเหมือนกันครับ แต่ว่าเห็นพูดติดใจเพราะว่าเลือดสุพรรณเขาแรงครับ ก็เลยปล่อย ไปสักนิดหน่อย ก็ขอความกรุณาเลือดสุพรรณไปด้วยกันเลือดสุพรรณเอย ทําให้ดี ๆ ก็แล้วกันครับ อย่าให้มันผิดข้อบังคับนะครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าไปใส่ไคล้คนอื่นเขา เราพูดแต่เรื่องงบประมาณที่เราขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์นี่นะครับ ในวาระสองให้มันถูก ระเบียบ เชิญครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ผมในฐานะกรรมาธิการ งบประมาณเสียงข้างน้อยครับ ก็ขอปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ไว้แค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธาน ที่ปรับลดไว้เพื่ออะไรครับ ไว้เพื่ออภิปรายนะครับ ผมเองนั้นเรียน ท่านประธานครับ ผมรู้จักคําว่า กติกา ครับ ผมรู้จักคําว่า มารยาท ครับ ผมรู้จักคําว่า กติกากับมารยาททางการเมืองด้วยครับ ถึงแม้ว่าผมจะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรก ผมก็ยึดแล้วก็ตระหนักตลอดเวลาครับว่าต้องมีกติกามารยาททางการเมือง แล้วการที่ผมไม่เห็นชอบกับงบประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาทนะครับว่ามันน้อยไป มันน้อย ไปจริง ๆ ครับ แต่ถ้าพูดถึงกติกามารยาทนี่นะครับ ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ คนที่ต้องรักษา กติกามารยาทให้มาก ๆ ต้องเปึนตัวผู้นํา โดยเฉพาะผู้นํารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์นี่ครับ ท่านต้องรักษากติกามารยาท เนื่องจากอะไรครับ มารยาททางการเมืองครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบไปดูแลในบรรดาคณะรัฐมนตรีที่ท่านเปึนผู้นํา และกํากับดูแลอยู่ ท่านต้องทําได้ครับ ถ้าท่านทําได้ผมจะยอมรับท่านครับ และเรียกท่านว่า ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่เคารพครับ แต่ถ้าท่านทําไม่ได้ ยังแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้ ผมจะเรียกท่านว่า ท่านอภิสิทธิ์ หรือคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เท่านั้นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ยังไม่จบครับท่านประธานครับ ผมเพิ่งพูดถึงมารยาททางการเมือง กติกามารยาททางการเมือง ผมยังไม่ได้พูดถึง จิตสํานึกทางการเมืองของคนเปึนนักการเมืองครับท่านประธาน จิตสํานึกของคนเปึน นักการเมืองกว่าจะมาเปึนผู้แทนราษฎรมันลําบากครับท่านประธาน งบประมาณท่าน ไม่นําไปสู่ในพื้นที่ ถ้างบประมาณในจังหวัดของตัวเองไม่มี พี่น้องประชาชนสาปแช่งครับ ต่อว่าครับ และโดยเฉพาะงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ได้ออกไปแล้ว แต่ยังไม่จัดสรรลงให้ มันเสียความรู้สึก เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตใช้คําว่า จิตสํานึก ครับ จิตสํานึก ทางการเมือง คนที่ดูแลกํากับเรื่องนี้ท่านต้องมีจิตสํานึก โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีที่ดูแล ตรงนี้ท่านต้องมีจิตสํานึกครับ ถ้าท่านเปึน ส.ส. ฝ์ายค้าน วันหนึ่งท่านก็เปึน ส.ส. นั่งอยู่กับ ผมนี่ละครับ ผมก็สวัสดีท่านทุกวัน ท่านพี่ครับ ผมเคารพท่านมาก แต่พอวันหนึ่งไปนั่ง ข้างบนเปึนอีกคนหนึ่งแล้วครับ มันทําอย่างนั้นไม่ได้ งบประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ต้องจัดสรรให้ชัดเจน โดยเฉพาะผมเปึนกรรมาธิการงบประมาณ มี ส.ส. ในพรรคพลังประชาชนหลายท่านถามผมว่ารายละเอียดโครงการอยู่ที่ไหน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีพรรคพลังประชาชนครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ขออนุญาตครับ พรรคเพื่อไทยครับ สมาชิกพรรคเพื่อไทยในพรรคผมถามผมตลอดว่ารายละเอียด โครงการกรมทางหลวงชนบทอยู่ที่ไหนเอามาให้ดูหน่อย คนที่ถามบ่อยคือท่านเจริญ จรรย์โกมล ถามผมบ่อยครับ อยู่ที่ไหน ๆ มันมีอะไรงุบงิบกันไหม มีอะไรพิเศษหรือไม่ อย่างไร อันนี้ผมต้องพาดพิงไปถึงท่านเจริญ จรรย์โกมล นะครับ ผมเองก็ได้ตอบกับ ท่านเจริญ จรรย์โกมล ไปว่า ผมเองเปึนกรรมาธิการผมยังไม่ได้รายละเอียดเลย และผมไปนั่งประชุมคณะกรรมาธิการผมยังไม่รู้ว่าโครงการมันจะลงไปอําเภอไหน ตําบลไหน จังหวัดไหน ถ้าทําแบบนี้นะครับ มันจะกระจายรายได้ลงสู่พื้นที่แล้วก็เปึนการ กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ยังไม่ออกไปเลยแล้วมันจะเปึนการ กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านต้องรีบสั่งการให้งบประมาณลงไปไว ๆ เพื่อเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจลงสู่รากหญ้า ให้ไว ๆ ครับ แล้วงบประมาณเงินกู้รีบออกไปอีก วันนี้เงินป้ ๒๕๕๒ ยังไม่ทันออกเลยครับ ท่านประธาน กู้แล้วครับ ออกให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกู้ก็ได้ หรือท่านรัฐมนตรีที่กํากับดูแล กรมทางหลวงชนบทมันน้อยท่านบอกพวกผมครับ พวกผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พวกเราอยู่กันตอนนี้นะครับ ๑๐ คน บอกสิครับว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท มันน้อย มันไม่พอ พวกผม ๑๐ คนก็จะเสนอขอเพิ่มให้จะอภิปรายช่วยกันให้ได้สัก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท มันต้องให้อย่างนั้นครับ รัฐบาลก็ต้องใจกว้างด้วย ถ้ารัฐบาลใจไม่กว้างไม่ให้รัฐมนตรี กรมที่กํากับดูแล กรมทางหลวงชนบทไป ท่านรัฐมนตรีก็ไปเบียดบังงบประมาณในจังหวัดซึ่งเปึนจังหวัด ของตัวเองอีกด้วยซ้ํา และโดยเฉพาะที่เปึน ส.ส. พรรคฝ์ายค้านครับท่านประธาน นั่นคือ จิตสํานึกทางการเมืองครับท่านประธาน จิตสํานึกทางการเมืองน่ะควรมี

(นายประมวล เอมเป้ย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ประท้วงทดอีก ๕ นาทีนะครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ไป ๑๕ นาทีกว่าแล้วครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ผมฟังผู้อภิปราย มานานพอสมควรแล้วครับ พูดจาวกวนซ้ําซากจนจับประเด็นไม่ได้เลยครับท่านครับ เวลาเกิน ไม่มีสาระเลยครับ ผมว่าพอแล้วครับให้เทรนเนอร์ (Trainer) ท่านเทรน (Train) ให้ดี ๆ หน่อยถึงค่อยขึ้นมาพูดครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมวินิจฉัยครับ ก็ให้ เวลาอีกสักนิดหนึ่งนะครับท่านนวัธ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ก็ให้พยายาม ตั้งใจฟังหน่อยครับ บางทีคงจะไม่ได้ฟัง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑๕ นาทีแล้วครับ ท่านคนเดียว

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ก็ในฐานะกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากรัฐบาลชุดนี้ ฝากคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย ขอรายละเอียดโครงการให้ด้วยครับ เมื่อรายละเอียดโครงการมาแล้วอย่าไปเปลี่ยนอย่าไป รื้อของเขาอีกประชาชนเขาเสียใจ จิตสํานึกของประชาชนเมื่อทราบว่าจะได้โครงการถนน ลงบ้านของตัวเอง ดีใจครับ ไชโยโห่ร้องกันดีใจ ต้องฝากไปถึงผู้บริหารกระทรวงครับว่า มีจิตสํานึกไหม ท่านทําอย่างนี้เขาจะเสียอกเสียใจแค่ไหน เขาจะเสียความรู้สึกอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ กรมทางหลวงชนบทเปึน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าคงจะพอแล้วกระมัง คุณนวัธ เพราะว่าตอนนี้

นายนวัธ เตาะเจริญสุข กรรมาธิการ

ก่อนที่จะสรุปท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิของผมนะครับ ก่อนที่จะสรุปนะครับ ผมอยากฝากรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปกํากับดูแลให้ดีพี่น้องประชาชนจะได้ไม่เดือดร้อน พี่น้อง ประชาชนเขาเดือดร้อน เขาไม่สบายใจในเรื่องงบประมาณ วันนี้ผมสงสารข้าราชการ กรมทางหลวงชนบท โดยเฉพาะท่านอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ท่านกินไม่ได้นอนไม่หลับครับ ผมทราบมาว่าท่านผอมไป ๓ กิโลกรัม และฝากไปถึงท่านอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ข้าราชการด้วยที่ผมอภิปรายวันนี้บอกท่านนายกรัฐมนตรีด้วย อย่าไปต่อว่าข้าราชการ ประจําเขา เขาไม่รู้เรื่อง เขาต้องทําตามนโยบายที่รัฐมนตรีสั่งเท่านั้น ผมอภิปรายในวันนี้ ผมต้องขออภัยข้าราชการด้วย มันเปึนความจําเปึนเพราะว่าเปึนปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนผมจึงต้องดําเนินการอย่างนี้ และท้ายสุดก็ขอฝากท่านนายกรัฐมนตรี ฝากคณะกรรมาธิการด้วยครับว่า จิตสํานึก จริยธรรม คุณธรรมทางการเมืองมันต้องมี ความเปึนลูกผู้ชายมันต้องมี ฝากไว้แต่เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณชวลิต

(นายสุชาย ศรีสุรพล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุชาย ศรีสุรพล ขอนแก่น

ท่านประธานครับ ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีอะไรพาดพิงถึงท่านเลย

นายสุชาย ศรีสุรพล ขอนแก่น

พาดพิงครับ ผม ส.ส. จังหวัดขอนแก่นครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอนแก่นมันมีตั้ง ๑๐ คน

นายสุชาย ศรีสุรพล ขอนแก่น

นิดเดียวครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผม สุชาย ศรีสุรพล ส.ส. จังหวัดขอนแก่น เขต ๔ พรรคเพื่อไทยนะครับ เมื่อสักครู่ ท่านผู้อภิปรายได้บอกว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าท่านจะใช้การพาดพิง

นายสุชาย ศรีสุรพล ขอนแก่น

ผมได้อภิปรายไปแล้วครับท่านประธาน บอกว่า ผมอภิปรายไปมาตรา ๗ ผมว่างบประมาณแผ่นดินงบปกติ ๑,๘๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เปึนเงินของเราแท้ ๆ คือพี่น้องก็ได้รับความเดือดร้อนบอกว่า เอ๊ะ ทําไม เศรษฐกิจมันเปึนอย่างนี้ พ่อค้าขายของไม่ได้ เม็ดเงินซึ่งของรัฐบาลเองไม่ลงไป อันนี้คือ ความเดือดร้อนท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอโทษครับ อันนี้มัน วาระสองครับ

นายสุชาย ศรีสุรพล ขอนแก่น

ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่า เงินงบปกติ ยังใช้ไม่เปึนเลย กระสันแต่จะใช้เงินกู้ ไปเปึนหนี้สินเขา แต่เม็ดเงินที่เราพิจารณากันไป แล้วนี่ไม่กระจายลงไปในพื้นที่ในประเทศ มันไม่เกิดการสร้างงาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้มันไม่เกี่ยวกับเรื่อง พาดพิงเลยครับ

นายสุชาย ศรีสุรพล ขอนแก่น

พาดพิงครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ พอแล้ว

นายสุชาย ศรีสุรพล ขอนแก่น

เพราะว่าเขาบอกว่า ผมขอนแก่นได้รับ ผลกระทบจริง ๆ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมให้เวลาท่าน คือให้อยู่ ในกรอบหน่อยครับ

(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ประท้วงอะไร ผมครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ผมขออนุญาตประท้วง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะประท้วงท่านผู้ที่ประท้วงเมื่อสักครู่ น่าจะเปึนท่าน ส.ส. ประมวล เอมเป้ย ไม่ทราบจําชื่อผิดหรือเปล่านะครับ ขอให้ท่านได้ถอนคําพูดที่ท่าน ได้ลุกขึ้นประท้วงทั้งหมดเลยครับ เพราะท่านได้กล่าวหา กล่าวหาแม้กระทั่งผู้ที่อภิปราย นี่ครับ เราเปึนฝ์ายค้านนะครับ เราอภิปรายต้องมีสาระสิครับ ถ้าไม่มีสาระจะมาพูดทําไม ในรัฐสภาแห่งนี้ ขอให้ถอนทั้งหมดนะครับ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งคําว่า ไปบอก เทรนเนอร์เทรนให้ดีหน่อยอย่างนี้ ลักษณะอย่างนี้นะครับ ผมว่าเปึนการดูถูก ส.ส. กันในสภานี้จริง ๆ เลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงไม่กระมังครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

เมื่อสักครู่ครับ ท่านประธานครับ ผมขอให้ท่านผู้ประท้วงท่านนั้นได้ถอนทุกคําพูดเลยครับ ขอให้ ท่านประธานได้วินิจฉัยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมดูแล้วมันไม่มีอะไรที่จะ มาก้าวก่ายทําให้คุณเสียหาย

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ วันนี้สภาแห่งนี้เราใช้หลักการ ใช้เหตุใช้ผลกัน วันนี้เรายังใช้ความกล้าที่มาพูดในเรื่อง ความจริงทุก ๆ อย่าง ซึ่งผู้แทนราษฎรนี่รับรู้มา แต่ว่าเมื่อสักครู่ท่านผู้ประท้วงนี่ท่านได้พูด เหมือนกับว่า ผู้ที่อภิปรายนี้พูดจาไร้สาระ ซ้ํา ๆ วกวนเวียนไปมา ไม่มีเหตุไม่มีผล ลักษณะ ออกอย่างนี้ครับ แถมยังกล่าวหาว่าผู้ที่นั่งข้าง ๆ เปึนเทรนเนอร์เทรนไม่ดี ไปเทรนกันให้ ดี ๆ หน่อยอย่างนี้ ท่านประธานคิดดูสิครับว่ามันเปึนการดูถูกกันหรือไม่ แล้วก็ไม่ใช่หน้าที่ ของเขาด้วยซ้ําไปที่จะมาวินิจฉัยใคร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประเสริฐครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ผมขอให้ถอนครับ ท่านประธานครับผมขอให้ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประเสริฐช่วยนั่งลงครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผม ประมวล เอมเป้ย ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประมวลว่าอย่างไร

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ผม ประมวล เอมเป้ย ครับ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านจะยอมรับหรือครับว่า ท่านเปึนเทรนเนอร์นะครับ ก็ท่านก็ดูเอาเองแล้วท่านก็ฟังเอาเองก็นั่งฟังกันอยู่นี่ ผมนั่งฟัง ตั้งแต่เช้า เมื่อคืนผมนอน ๒ ชั่วโมงเอง ผมก็บอก วกวน ซ้ําซาก ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ แล้วถามว่าเข้าข้อบังคับไหมครับท่านประธานวินิจฉัย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ ผมก็ว่าควรจะยุติกันได้นะครับ คือมันกําลังไปได้สวยนะครับ อย่าเพิ่งไปมีปัญหาอะไร เลยครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ผมไม่ได้ ต้องให้ ท่านประธานวินิจฉัยครับ ผมคิดว่าเปึนการที่จะดูถูก ไม่ใช่แค่เสียดสี ดูถูก ส.ส. ด้วยกัน ท่านดูถูกกันได้อย่างไร เขาจะพูดเก่งหรือไม่เก่งปล่อยเขาสิครับ เขาก็ทําหน้าที่เปึน ผู้แทนราษฎรเหมือนกัน ถ้าท่านทําอย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ กระผมถึงบอกว่า วันนี้ ส.ส. ท่านนี้ ท่านพูดถึงครับ กฎ กติกา มารยาท โดยเฉพาะคุณธรรม จริยธรรม วันนี้ถ้าในสภาแห่งนี้ ยังไม่เข้าใจ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ารัฐสภาแห่งนี้จะควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ได้หรือไม่ แล้วจะควบคุมรัฐบาลได้หรือไม่ วันนี้เราไม่มีอํานาจอะไรนะครับ วันนี้เรา เพียงแต่เสนอข้อมูล ท่านก็ทนฟังสักหน่อยหนึ่งแล้วอย่าดูถูกกันเท่านั้นละครับ ผมขอให้ ถอนนะครับท่านประธานครับ ขอให้ถอนครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผมไม่มีคําไหนเลย ที่ผมจะเสียดสีนะครับ แต่ท่านนะเสียดสี กระแนะกระแหนผมไม่เคยพูดอะไร ผมก็นั่งฟัง มาตลอดผมไม่ได้ประท้วงด้วย ก็ท่านพูดวกวน วนไปวนมา พูดซ้ําพูดซาก ผมก็บอกให้มัน เข้าประเด็นให้มันจบเถอะครับ ผมก็นั่งฟังอยู่เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ ผมก็ไม่ได้ขัดขวางอะไร แต่ผมบอกว่าให้มันเข้าประเด็นหน่อย วนไปวนมา ซ้ําซาก แล้วท่านจะพูดผิดหลายครั้ง แล้วก็อย่าให้พูดในนี้เลย มันหมิ่นเหม่ต่อการผิดกฎหมายครับ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอะไรที่มันพลาดพลั้งไป ก็ถอนเท่าที่ถอนได้นะครับ ผมฟังแล้วก็ไม่มีอะไร เพียงแต่ว่าทางคุณนวัธพูดซ้ําซากอะไร ในทํานองนั้นนะครับ ผมฟังในทํานองนั้นนะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ตกลงไม่ถอนใช่ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ให้ผมวินิจฉัยสิครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ผมให้ท่านประธาน วินิจฉัยขอให้ถอนทั้งหมดนะครับ ไม่ใช่อะไรที่ถอนได้ก็ถอน ถอนทั้งหมดเลยครับที่พูด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ประธานเปึนคนชี้ขาดครับ ไม่ใช่ท่านอยากจะลุกก็ลุก อยากจะพูดก็พูด อย่างนั้นมีประธานทําไมครับ อยากลุก ลุกเลย อยากพูดก็พูดเลย ไม่ต้องฟังใครทั้งนั้น ผมว่าสภาไม่รู้ใครเสียมารยาท ใครไม่เสีย มารยาทอย่างนี้นะครับ ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ ผมก็พยายามอดกลั้นทุกวิถีทางครับ พยายามที่จะประนอมกันทุกฝ์ายเพื่อให้เปึนอันหนึ่ง อันเดียวกัน คุณประเสริฐอันไหนที่มันพอที่จะอ่อนโยนกันได้ก็อ่อนกันไปครับ เพื่อประนอม กันไปกอดคอกันได้ก็กอดคอกันไปครับ ผมว่าจะสวยขึ้นนะ สภาของเราจะไปข้างหน้าได้ มีอะไร

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมพูดไป ผมว่าไม่ได้มีความเสียหายอะไรเลยนะครับ เพราะสิ่งที่ผมพูดนี่ผมอยากจะให้ เรื่องมันจบและเดินหน้าให้เร็วตามเวลาที่เรากําหนดกันไว้นะครับ แต่สิ่งที่ผมพูดไปและทําให้ ท่านสะเทือนใจยอมรับไม่ได้ที่ท่านได้นั่งอยู่ฝัืงโน้นนะครับ ผมถอนให้ได้ครับท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออย่างนี้ครับ คือเพื่อ ความเรียบร้อยครับ ก็เพียงใช้คําว่า

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ถ้าสิ่งที่ผมพูด ถ้าเพื่อความเปึนธรรม ถ้าทุกคนนั่งฟังอยู่ในนี้ครับว่า ฝ์ายค้านพูดจากระแนะกระแหนเสียดสีมาสารพัดแล้วเรา ก็ไม่เคยพูดนะครับ แต่สิ่งที่เราพูดเพียงนิด ๆ หน่อย ๆ บอกให้เข้าอยู่ในประเด็น วกวน เพราะข้อ ๖๑ ท่านยังยอมรับไม่ได้นี่ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรครับ แต่ถ้าจะให้ผมถอนเพื่อ การเดินหน้าต่อไป เพื่อความสงบ เพื่อพี่น้องประชาชนนะครับ แล้วก็ให้พี่น้องประชาชน ตัดสินใจเอาเองว่าที่ผมกระทําไปนั้นถูกหรือผิด ผมขอถอนก็ได้ครับท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับที่คุณถอน เขาถอนแล้วครับ เขาขอถอนแล้ว แล้วคุณประเสริฐจะเอาอะไรอีกครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธาน ผมยืน ประท้วงท่านประธานอยู่ ผมมีมารยาทครับท่านประธาน เมื่อสักครู่ผมรู้สึกว่าผมเปึนเด็ก ที่ถูกท่านประธานอบรมครับ ไม่เปึนไรครับ เพราะผมถือว่าท่านประธานเปึนคุณพ่อของผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญนั่ง ลูกที่รักนั่งเถอะครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมคิดว่าเงื่อนไขในการถอน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาถอนแล้ว

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

มันมี ๒ ประเด็น นะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาถอนแล้ว

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ไม่ได้ครับท่านประธาน วันนี้เราต้องมาว่าเรื่องมารยาทกันหน่อย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสียเวลาครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

จําเปึนครับ ท่านประธานครับ ถ้าจะเสียเวลาเพื่อให้รัฐสภาแห่งนี้มันมีความสง่างาม จําเปึนครับ แล้วเมื่อสักครู่ที่ท่านประธานตําหนิผมนี่นะครับ ผมก็เลยต้องนั่งเฉย ที่จริงผมไม่คิดจะแย่ง ท่านประธานพูดหรอกครับ ด้วยความเคารพผมถึงต้องลุกขึ้นยืน ขึ้นอยู่กับท่านประธาน จะอนุญาตหรือไม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

แต่ว่าถ้าจะให้ผมฟัง เงื่อนไขเมื่อสักครู่ที่เขาถอนนี่ครับ ผมว่าไม่ได้ตั้งใจถอนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เขาพูดถอนแล้วนะครับ ได้ยินทั้งสภาแล้ว

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ไม่ต้องไปพูดพาดพิง ว่าการถอนครั้งนี้เปึนเพราะความดีความชอบของท่านที่ท่านบอกประชาชนว่า นี่ท่านมา ประท้วงนี่เพราะว่าเขาพูดไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ วกวนซ้ําซาก แล้วท่านถอนเพราะว่าเปึน ความดีความชอบของท่านให้ประชาชนเขาดู ผมถามว่าท่านถอนด้วยเงื่อนไขแบบนี้ หรือครับ ท่านจะดูถูกคนมากไปหน่อยแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถอนแล้วจะเอาอะไรอีก

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ขอให้ถอนดี ๆ ครับ ขอให้ถอนใหม่ครับ ถอนทั้งหมดเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประทานโทษครับ พอแล้วครับ พอแล้ว ผมขอร้องเถอะครับ พอแล้วครับ ต่อไปครับขอเชิญคุณชวลิต วิชยสุทธิ์

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมขอใช้ เอกสิทธิ์นับองค์ประชุมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อคุณจะเสนอนับ องค์ประชุมผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรนะครับ ผมก็จะใช้อํานาจของประธานชี้ขาดครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ด้วยการขานชื่อด้วย ครับท่านประธาน ใช้เอกสิทธิ์ครับ นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อเลยครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนับองค์ประชุมนี่ คุณใช้ข้อบังคับข้อไหนครับ ช่วยกรุณาบอกผมด้วยครับ กรุณาบอกผมด้วย

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ใช้เอกสิทธิ์ต้องใช้ข้อบังคับหรือเปล่าครับ ผมไม่ทราบต้องสอนผมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ในสภานี้มีระเบียบ มีข้อบังคับ มีกฎหมายครับ

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ การใช้ เอกสิทธิ์นับองค์ประชุมผมบอกแล้วว่าให้ถอน ท่านก็แสดงสักหน่อยสิครับ ผมบอกแล้วว่า อย่าทําอย่างนี้ ถ้าท่านถอนผมก็จะไม่นับ ท่านถอนให้ดี ๆ ไม่นับ ท่านประธานครับจะมี เสียงโห่แล้วครับ ไม่เปึนไรครับ อย่างไรก็นับองค์ประชุมครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าสร้างปัญหาเลยครับ คุณประเสริฐครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผมถอนผมไม่มีข้อแม้ เลยนะครับ ผมก็บอกว่าสิ่งที่ผมพูดไปนี่ผมบอกให้ประชาชนตัดสินเอา ว่าซีกที่ผมบอกว่า ท่านผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านพูดวกวน แล้วก็ซ้ําซาก พูดมาหลายคนแล้วด้วย แล้วท่าน ส.ส. ที่อภิปราย ส.ส. ขอนแก่นน่ะ ท่านก็พูดวกวนนะครับ ผมขอให้เข้าประเด็น จบ ถ้าอย่างนั้นก็ให้จบสิครับ

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าพอแล้วครับ ขอความกรุณาพอแล้วครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

ท่านลุกขึ้นยืนเฉย ๆ ท่านประธาน ผมประท้วงนะ ท่านประธานรักษากติกาครับ ตอนนั้นท่านชี้บอกว่าให้ฝัืงผมจะพูดอะไร ต้องยกมือก่อน อันนี้อยู่ดี ๆ ลุกขึ้นพูดท่านประธาน มันผิดข้อบังคับชัดเจน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็นั่น ผมกําลังจะเตือนเขา เดี๋ยวนี้นะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

นี่ผมประท้วงนะครับ ผมประท้วง ให้ท่านประธานรักษากติกาหน่อย รักษากติกาครับ ท่านต้องบอกให้ฝ์ายทางโน้น จริง ๆ พวกผมเบาลงเยอะนะครับ เบาลงเยอะแล้ว แต่ผมฟังดูมันเปึนการดูหมิ่นชัดเจนครับ อย่าไป ดูถูกคนครับ พวกคุณชอบบอกว่าผมค้านไม่เปึน พอค้านหน่อยก็โวยวาย ผมอยากฝากว่า นี่อะไรกัน หรือจะให้ผมพูดทุกมาตราหรือ เอาคนเก่ง ๆ พูดใช่ไหม อยากให้อย่างนั้น หรือครับ ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ได้

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

อย่ามาใช้ลีลากับผมนะครับ ขอโทษที ท่านเปึน ส.ส. อาวุโสหลายป้แล้ว ผมน่ะ ส.ส. น้องใหม่นะครับ ผมอยากจะให้สิ่งดี ๆ อยู่ในสภา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณาเถอะครับ นั่งลงเถอะครับ

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

อย่ามาแสดงความนักเลงกับผมเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นั่งลงเถอะครับ นั่งลงเถอะครับ

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

ประท้วงอีกท่านประธาน ผมไม่ได้ นักเลงนะครับ ไม่ใช่นักเลงเลย ผมเปึนนายแพทย์ ผมเรียนสูงกว่าท่านอีกนะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณหมอนั่งลงเถอะครับ นั่งลงเถอะคุณหมอ คุณเจริญยังจะมีอะไรหรือครับ ผมว่าพอแล้วกระมังครับ จะได้เดิน ข้างหน้านะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพครับ ขอความกรุณา ท่านสมาชิกจากซีกพรรคประชาธิปัตย์หน่อย เพราะว่าเรากําลังจะเดินไปได้สวย

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านประธานครับ ผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรีครับ ท่านจะให้ผมถอนกี่ครั้งครับ จะให้ผมถอน ผมก็ถอนอีกครับ เพื่อสภาจะได้เดินหน้าได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

อย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านประธานครับ เพราะว่างานสภาเราก็กําลังไปได้ดีนะครับ ผมขอความกรุณาทาง

นายประมวล เอมเป้ย ชลบุรี

ท่านเจริญครับ ผมถอนแล้วนะครับ ผมบอกผมขอถอนแล้วครับ ท่านจะพูดอะไรอีกครับ ท่านจะอภิปรายต่อท่านก็อภิปรายได้ นะครับ ให้ท่านประธานตัดสินครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้ว เชิญนั่งก่อนเถอะ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ใจเย็น ๆ ครับ ฟังกันให้สบายก่อนนะครับ คือผมไม่มีปัญหาหรอกครับ เพียงแต่ว่าก็จะใช้สิทธิในการอภิปราย ผมก็ฟังท่านสมาชิก ก็เปึนปกติ ฉะนั้นไม่เปึนไร เมื่อถอนแล้วก็ดําเนินการต่อได้ ท่านประธานครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณพิเชษฐ์ ประท้วง อะไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วง ท่านประธานในข้อ ๘ นะครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝัืงรัฐบาลนี่นะครับ อย่างไร แล้วถ้าท่านจะพูดอะไรให้ยกมือก่อน และให้ท่านประธานอนุญาตก่อนท่านถึงจะพูด ไม่ใช่ว่า พูดสวนเข้ามาในที่ประชุมโดยที่ไม่รู้ว่าพูดตรงไหนนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ช่วยวินิจฉัยด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยแล้ว เขาก็ถอน หมดแล้วครับ ก็เดินหน้าเถอะครับ คุณประเสริฐ ขอเถอะลูก ขอเถอะ เดินหน้ากัน

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมบอกแล้วว่าวันนี้เราจะเปึนฝ์ายค้านที่ดี ถ้าเราเปึนค้านดีหรือไม่ดีอยู่ที่ประชาชน ส่วนว่าข้อมูลของ ส.ส. ฝ์ายค้าน จําเปึนอย่างยิ่งนะครับ ไม่ว่าเราจะพูดเก่งหรือพูดไม่เก่ง ตามทีเถอะ แต่กระผมคิดว่าวันนี้มันเปึนเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ เราจะพูด นําเสนออย่างไรก็แล้วแต่ ถ้ามันจะถูกหรือผิดนะครับ ปล่อยให้ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านตอบสิครับ ท่านเปึน ส.ส. ท่านก็นั่งฟังดี ๆ นะครับ เดี๋ยวถ้ามันวกวนอย่างไร พี่น้อง ประชาชนทางบ้านเขาก็ฟังอยู่ แต่อย่าดูถูกกันนะครับ แล้วผมก็บอกแล้วว่าด้วยมารยาท นี่ครับ จริง ๆ ผมอยากให้เลี่ยงด้วยซ้ําไป ถ้าท่านจะถอน ผมยินดีครับ ผมก็ไม่นับ องค์ประชุมนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ถอนแล้วครับ เขาถอนแล้ว

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมุทรปราการ

ก็ต้องถือว่า เปึนมารยาทกันนะครับ แต่ขอบอกว่าต่อไปอย่าทําอย่างนี้อีกนะครับ ท่านควรจะเปึน รัฐบาลที่ดีครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็ยุติได้เรื่องนี้ นะครับ ผมไม่ให้พูดอีกแล้วครับ คือผมก็อ่อนมามาก ผมอ่อนจริง ๆ ครับ ผมไม่แข็ง อ่อนมากครับ แต่เพื่อการอยู่รอดของสภาไม่ให้มีปัญหาครับ ผมขอเชิญคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ เพราะคุณชวลิต ผมเรียก ๒ ครั้งแล้วท่านไม่พูดสักที

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

ผมพูดไม่ได้ เพราะมีคนประท้วง ตลอดท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็อยู่ซีกของท่านพอดี ท่านก็ขอร้องเขา ช่วยผมบ้างสิ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

ตกลงท่านประธานจะเรียกผม หรือเปล่าครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เรียกครับ ๕ นาทีครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจาก จังหวัดนครพนม ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ มีเวลาน้อย ผมเลยเอาประเด็น เดียวครับ ขอติดตามเรื่องที่ผมได้ฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการ หรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในเรื่องมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่าย งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ซึ่งผมได้เสนอแนะไว้ และท่านก็เห็นด้วยในมาตรา ๙ งบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมของกระทรวงคมนาคม ของกรมทางหลวงชนบท งบ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณปกติของ ป้ ๒๕๕๒ ซึ่งผ่านไตรมาสแรกแล้วจนเข้าเกือบเดือนที่ ๕ ซึ่งยังมีการเบิกจ่ายงบประมาณ น้อยมาก โดยในภาพรวมไตรมาสแรกเบิกจ่ายไปเพียงร้อยละ ๗.๙ ที่ประชุมได้ตั้ง ข้อสังเกตว่างบปกติซึ่งมีอยู่แล้ว และจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้เปึนอย่างดี ก็ขอให้รัฐบาล ได้เร่งรัด เพราะถ้ายิ่งล่าช้าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะยิ่งติดลบมากยิ่งขึ้น ความเชื่อมั่นของทุกภาคส่วนก็จะยิ่งหายไป ซึ่งที่ประชุมก็เห็นด้วย ไม่มีใครปฏิเสธ ผมได้เสนอท่านประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านกรณ์ จาติกวณิช ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ คือ ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี และท่าน ผอ. สํานัก งบประมาณ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการว่าขอให้เสนอมาตรการเร่งรัด การเบิกจ่ายงบประมาณต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้มีมติให้มีตารางควบคุมการปฏิบัติงาน อย่างชัดเจน เปึนเพอร์ซูท (Pursuit) นะครับ เปึนเพอร์ซูทตารางเวลาที่ชัดเจน โดยผม เสนอว่า เมื่อสํานักงบประมาณและกรมบัญชีกลางได้อนุมัติเงินประจํางวดแจ้งไปยัง กระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้อง ใช้เวลาเท่าไรในการทํากรรมวิธีเพื่ออนุมัติงบประมาณ โดยมีเวลาชัดเจน หากไม่ดําเนินการในเวลาที่กําหนด รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ กระทรวงนั้น ๆ จะต้องรับผิดชอบ อย่าไปให้ฝ์ายประจําเขารับผิดชอบตรงนี้ฝาก ผมมิได้ พูดถึงกรมทางหลวงชนบทเท่านั้นนะครับท่านประธาน พูดในภาพรวมของทุกกระทรวง ทบวง กรม วันนี้ผมมาทวงถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการว่า ข้อเสนอที่ท่านรับปากคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งจะช่วย รัฐบาลในการติดตามงบประมาณ การเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจว่า มาตรการในการเร่งรัดเข้า ครม. แล้วหรือยัง และถ้ายังไม่เข้าวันอังคารหน้าจะเข้าได้ไหม เพื่อที่จะได้ช่วยกันในการเร่งรัดติดตามงบประมาณนะครับ สําหรับงบ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ของกรมทางหลวงชนบทในครั้งนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมคิดว่าหลายท่านก็อภิปรายแล้ว ว่าน้อยมากนะครับ น้อยจริง ๆ ก็ขอฝากไปยังรัฐบาลในโอกาสต่อไปว่าทําอย่างไรถึงจะให้ ความสําคัญกับภาคเกษตร ซึ่งจําเปึนจะต้องใช้ทางหลวงชนบทเพื่อขนสินค้าเกษตร ก็ขอ ฝากเพียงเท่านี้ครับ และขอติดตามสิ่งที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ด้วย ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ความจริงท่านวิชาญมอบโควตาให้ท่านนวัธแล้ว เชิญครับ ผมไม่ขัดข้อง เชิญครับ ๕ นาที

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๙ นี้ผมได้แปรญัตติเพื่อที่จะตัดงบประมาณไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คือจริง ๆ แล้วถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนในการปรับลดงบประมาณก็ไม่มี โอกาสที่จะใช้สิทธิในการอภิปราย ดังนั้นในครั้งนี้ผมเองเห็นว่างบประมาณดังกล่าว ที่มีการจัดทํางบประมาณไว้เพียง ๑,๕๐๐ ล้านบาท เพื่อนสมาชิกหลายคนหลายพื้นที่ ก็บอกกันครับว่างบประมาณดังกล่าวนั้น ถ้าบอกว่าเปึนงบใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อที่จะดูแลให้พี่น้องประชาชนนั้นมีความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนจะช่วยเหลือในเรื่อง ของการเกษตร เพราะว่าเปึนงบที่ลงไปในส่วนของกรมทางหลวงชนบท ก็ย่อมกล่าวได้ว่า งบดังกล่าวนั้นเปึนงบที่มีประโยชน์จริง ๆ แล้วก็เปึนงบที่สมควรนะครับที่ทางรัฐบาลเองไม่ควรที่จะพิจารณาเม็ดเงินเฉพาะในส่วน ของงบประมาณเพียง ๑,๕๐๐ ล้านบาท แต่ผมเองแปลกใจครับท่านประธาน ในรายละเอียดบอกว่าจะดําเนินการภายในหมู่บ้านเพื่อกระจายทุกจังหวัดทั่วประเทศ ถามว่า ๑๕,๐๐ ล้านบาทมันกระจายอย่างไรมันถึงจะทั่วประเทศ เพราะจํานวนนี่นะครับ ทั้งหมดนี่จะบอกว่าเอา ๗๖ จังหวัดก็คงจะไม่รวมกรุงเทพฯ หรือครับ เพราะส่วนของ ทางหลวงชนบทนั้นไม่มี แต่ถ้าบอกว่าถ้าจะให้งบประมาณที่กระจายทั่วประเทศนั้น ก็ต้องเขียนให้ชัดเจนว่า ตรงนี้เขียนทั่วประเทศ ท่านก็ต้องเขียนแก้ตรงนี้ตั้งแต่ในลักษณะ ของสถานที่ที่จะปรากฏอยู่

ส่วนที่ ๒ นั้น ในระยะทาง ๔๙๐ กิโลเมตร โดยมีกิจกรรมในการดําเนินงาน ในเรื่องของการก่อสร้าง บอกว่า ค่าเฉลี่ยกิโลเมตรละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถามว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทโดยประมาณท่านก่อสร้างถนนชนิดประเภทใด จะเปึนแอสฟัลต์ (Asphalt) หรือจะเปึนคอนกรีต เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจนี่ท่านบอกว่าอาจจะให้ ประโยชน์กับประชาชนเปึนการกระจายเม็ดเงินลงไป เปึนการสร้างงานหรือเปล่า หรือจะ ใช้แรงงานจากในส่วนของพี่น้องประชาชน ซึ่งจริง ๆ แล้วตามเทศบาลหรือ อบต. เขาทําได้ผลครับ เพราะเขามีเม็ดเงินกระจายลงไป และอดีตก็ใช้แรงงานจากจํานวน หมู่บ้านต่าง ๆ มาพัฒนา ประเด็นก็คือว่าแล้วทําไมละครับ ค่าสํารวจออกแบบอีก ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ค่าควบคุมงานอีก ๒๒ ล้านบาท อันนี้ไม่มีการคิดรวมอยู่ใน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือแยกงบประมาณออกมา เพราะว่าเปึนกรณีลัมพ์ซัม (Lump sum) หรือเปล่า เพราะการควบคุมงานนั้นผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ของกรมทางหลวงชนบทเอง หรือ ถ้าไม่มีคนคุมนั้นเพราะมันเปึนข้าราชการ ก็อาจจะให้หน่วยงานของแต่ละจังหวัด หรือแต่ ละส่วนของตําบล หรืออําเภอ เทศบาลเข้าไปช่วยควบคุมดูแลงาน เงินงบประมาณในการ ใช้จ่ายเรื่องการตั้งไว้ที่ ๒๒ ล้านบาท คือค่าควบคุมนี่เอาไว้ทําอะไร สํารวจออกแบบอีก ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท จริง ๆ แล้วในทางหลวงชนบทนั้นเจ้าหน้าที่เอง ผมก็คิดว่าถ้ามีไม่พอ อาจจะขอความร่วมมือไปยังเทศบาลหรือ อบต. ให้เขาช่วยทําในเรื่องดังกล่าวได้ รวมถึง ควบคุมงาน มันไม่จําเปึนที่จะต้องเอาเม็ดเงินจํานวน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท กับ ๒๒ ล้านบาท มาเปึนตัวตั้ง จึงขอทราบรายละเอียดและเหตุผลในการจัดทํางบประมาณ พอมาส่วนหนึ่ง ซึ่งผมเองนั้นต้องยอมรับว่ากรุงเทพมหานคร เม็ดเงินงบประมาณในส่วนของรายจ่าย เพิ่มเติมมีน้อยมาก ผมพูดตั้งแต่มาตรา ๓ มาตรา ๔ จนกระทั่งมาตรา ๙ ก็ยังบอกกล่าวว่า ถ้าท่านจะเติมเงินในการแก้ไขปัญหาลดเงินในกระเปิาในเรื่องของภาวะรถติด จราจร ท่านไปดูในส่วนของกรุงเทพมหานครตรงรอยต่อระหว่างของกรมทางหลวง ซึ่งอยู่ในสังกัด ของกระทรวงคมนาคม จุดต่าง ๆ สามารถขยายตรงคอขวดต่าง ๆ ทางขึ้นลงมอเตอร์เวย์ (Motorway) ทุกจุดนะครับ ในย่านฝัืงตะวันออกสามารถทําแล้วก็เอาเม็ดเงินงบประมาณ ไปใส่ได้เปึนจุด ผมขอให้ทางคณะกรรมาธิการถ้าเขียนเปึนรายบอกว่าทั่วทุกจังหวัด ถึงแม้ว่าท่านเองเขียนไว้ที่กรมทางหลวงชนบท แต่ก็สามารถที่จะเอาเม็ดเงินใส่ลงไป ในกรมทางหลวงนะครับ ซึ่งอยู่ในส่วนของความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม พอทําได้ครับ ก็ฝากในรายละเอียดว่าการใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณอยากให้ทั่วถึงครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรี เชิญครับท่านรัฐมนตรี

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ ในการตอบคําถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ นะครับ ก็ขอขอบพระคุณในความกังวลในเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณนะครับ ซึ่งถือว่า เปึนเรื่องสําคัญ ผมก็ขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านว่าเรามีกระบวนการในการประชุม คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในการที่จะติดตามการเบิกจ่ายของงบประมาณป้ ๒๕๕๒ อยู่แล้วนะครับ แล้วผมก็จะดําเนินการในส่วนที่ท่านได้นําเสนอเข้าสู่การพิจารณา ในคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจต่อไปในส่วนเรื่องของการเบิกจ่ายตามที่ท่านได้ตั้งข้อสังเกต ไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณนิพนธ์ กระผมใคร่ขอที่จะกราบเรียนเพื่อนสมาชิกตลอดจนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งท่าน ค่อนข้างจะวิตกกังวลในมาตรา ๙ นี้นะครับ ผมกราบเรียนสั้น ๆ ว่า เกณฑ์การจัดสรร งบประมาณในส่วน ๑,๕๐๐ ล้านบาทนี้ก็คงจะเปึนเรื่องการจัดสรรให้กับการก่อสร้างทาง ภายในหมู่บ้าน ซึ่งเปึนการจัดสรรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเกินขีด ความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วท่านก็ขอมาในหน่วยงานของ กรมทางหลวงชนบท ซึ่งทางกรมทางหลวงชนบทก็ได้จัดสรรไปเปึนระยะทาง ๔๙๐ กิโลเมตร ซึ่งเกณฑ์กระจายนั้นทางเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทเองก็ได้มายืนยัน กับกรรมาธิการว่าจะกระจายไปทั่วทุกจังหวัดโดยใช้เกณฑ์ประชากรตามหลักเกณฑ์ของ คณะกรรมการการกระจายอํานาจอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความทั่วถึงกระจายไปอย่างทั่วถึง แน่นอนครับท่านประธานครับ ทุกจังหวัดในส่วนของที่ท่านสมาชิกตลอดจนท่านกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้วิตกกังวลในเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรี ก็ได้รับไปแล้วนะครับ ยืนยันกับท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านชวลิตได้ว่า เรื่องที่ท่านกังวลนั้น คณะกรรมาธิการเองก็ได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีให้รับทราบถึง ข้อกังวลห่วงใยของท่าน และท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้ยืนยันนะครับว่า ท่านจะเร่งรัด ในการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งรัดในการเบิกจ่ายงบประมาณ แล้วก็จะเร่งรัด ให้การกระจายงบประมาณเปึนไปอย่างเท่าเทียมกันและมีความเปึนธรรมทั่วถึงกันครับ นี่คือสิ่งที่ท่านกังวลและห่วงใย ท่านกรรมาธิการเองก็ได้กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว ขอกราบเรียนไว้ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ

เชิญคุณพงศ์พันธ์ สุนทรชัย

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณที่ได้รับในเรื่องของ ข้อเสนอแนะที่ฝ์ายพวกเราได้เสนอนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณมากในการเร่งรัดการจัดสรร งบประมาณ แล้วก็ขอบคุณท่านกรรมาธิการที่ได้จัดสรรงบประมาณอย่างเปึนธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้แปรญัตติในมาตรา ๙ นี้ เพื่อขออภิปรายตัดลด งบประมาณ จริง ๆ แล้วงบประมาณในส่วนที่ได้รับนี้ก็น้อยแล้วละ แต่ถ้าเราไม่แปรญัตติลด ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้นําเสนอประเด็นต่าง ๆ ที่จะให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบ

ในเรื่องของถนนที่มีอยู่ในประเทศไทย ต้องเรียนให้ทราบอย่างนี้นะครับว่า ส่วนหนึ่งเปึนของทางหลวงแผ่นดิน เปึนทางหลวงเมน (Main) ทางหลวงหลัก ส่วนหนึ่ง เปึนของกรมทางหลวงชนบท ถนนที่เปึนถนนแดงส่วนใหญ่จะเปึนของกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น เพราะฉะนั้นการจัดสรรงบประมาณนี่นะครับก็อยากจะฝากเรียน ไปยังท่านประธานไปยังรัฐบาล ไม่ใช่ไปเน้นที่เฉพาะในส่วนของทางหลวงชนบท เพียงอย่างเดียว เพราะทางที่กรมทางหลวงชนบทกํากับดูแลนั้นตอนนี้เหลือไม่มากนักแล้ว ส่วนใหญ่จะอยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพราะฉะนั้นงบประมาณที่จัดสรร มาในครั้งนี้ ๑๑,๕๐๐ ล้านบาท ถือว่าน้อย จริง ๆ แล้วทางกระทรวงเองเท่าที่ทราบ ท่านรัฐมนตรีก็มีความหวังดี ของบประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อจะให้การจัดการ ในเรื่องของโครงการถนนปลอดฝุ์นได้สําเร็จลุล่วงในส่วนของกรมทางหลวงชนบท ท่านประธานที่เคารพครับ แต่เสียดายที่รัฐบาลยังมองไม่เห็นความสําคัญในส่วนนี้มากนัก จับมาเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เปึนการเยียวยาแค่นั้นเอง ในส่วนของกรมทางหลวงชนบทนั้น มีความจําเปึนครับท่าน มีความจําเปึนที่จะต้องใช้งบประมาณอีกมากในการที่จะดูแล ถนนในส่วนที่รับผิดชอบ ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในส่วนของกระทรวงคมนาคม ถ้าเราจะเน้นกันจริง ๆ แล้วต้องกําหนดให้ชัดเจน เพราะพี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนจากเรื่องของการกินฝุ์น หายใจสูดเอาฝุ์นเข้าไปนี่ตลอดระยะเวลา ที่ยาวนานมา ผมได้กราบเรียนตั้งแต่ในการอภิปรายมาตรา ๓ ไปแล้ว เพราะว่าประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทนทุกข์ทรมานมาจนกระทั่งอายุเฒ่าอายุแก่ ๗๐–๘๐ ป้รอคอย รอคอยโอกาสที่จะมีถนนคอนกรีตหรือลาดยางผ่านหน้าบ้าน ไม่มีโอกาส บางคนถึงกับเสียชีวิตเพราะได้รับอุบัติเหตุบ้างจากถนนเปึนหลุมเปึนบ่อ ลําบาก อายุสั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะฝากว่าการให้ความสําคัญกับเรื่องของถนน เปึนปัจจัยที่สําคัญที่สุด อยากจะฝากท่านด้วย การกระตุ้นเศรษฐกิจเปึนเรื่องสําคัญ เพราะมันจะโยงใยไปถึงระบบการขนส่งสินค้า การคมนาคม ลดความสึกหรอของ ยวดยานพาหนะทุกอย่าง ต้องให้ความสําคัญในส่วนนี้ครับ

อีกเรื่องหนึ่งอยากจะฝาก ท่านประธานครับ ขอเวลาอีกสักเล็กน้อย ในเรื่อง ของกระทรวงคมนาคม ผมดีใจที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ความสําคัญกับ เมกะโปรเจกต์ (Mega project) โดยเฉพาะโครงการแลนด์ บริดจ์ (Land bridge : โครงการสะพานเชื่อมสองฝัืงทะเล) ที่จะเชื่อมโยงระหว่างสตูลกับสงขลา ผมมีโอกาสได้ไป ศึกษาดูงานในโครงการนี้ในฐานะที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม เห็นด้วย อย่างยิ่งที่จะให้ผลักดันให้เกิดโครงการนี้ให้ได้เซาท์เทิร์น ซีบอร์ด (Southern seaboard : โครงการพัฒนาชายฝัืงทะเลาภาคใต้) โครงการแลนด์ บริดจ์ผนวกเข้าด้วยกัน แล้วจะทําให้เศรษฐกิจในภาคใต้เปึนเศรษฐกิจที่สามารถฟุ๋นฟู เปึนปัจจัยสําคัญ แล้วก็ ทําให้สร้างงาน สร้างรายได้ ผมคิดว่าคนภาคใต้จะมีโอกาส มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น อย่างมากมาย การแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้โครงการนี้ผนวกเข้าไปด้วย ก็จะแก้ปัญหาได้ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากว่า โครงการแลนด์ บริดจ์เปึนโครงการ ที่สําคัญที่ทางรัฐบาลชุดที่แล้วก็ให้ความสําคัญแต่ยังดําเนินการไม่แล้วเสร็จ อยากจะฝากให้ รัฐบาลชุดนี้ได้ดําเนินการต่อเนื่อง อีกนิดเดียวครับท่านประธานครับ โครงการที่ สําคัญ ๆ กําลังรออยู่อีกแต่ยังไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร นั่นก็คือสะพานข้ามแม่น้ําโขง แห่งที่ ๓ และแห่งที่ ๔ ซึ่งจะเชื่อมโยงในเรื่องของเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ ที่เชียงของที่จะข้ามไปสิบสองปันนา ไปจีนตอนใต้ การขนส่งเส้นทางนี้ฝัืงของเขาเสร็จ เรียบร้อยหมดแล้ว เหลือเชื่อมโยงเพียงของเราในการเชื่อมสะพานแค่นั้นเอง การคมนาคม ขนส่งสินค้าก็จะสามารถที่จะดําเนินการ สามารถที่จะเชื่อมโยงในเรื่องของเศรษฐกิจได้ อีกแห่งหนึ่งแห่งที่ ๔ ก็คือที่นครพนม สําคัญมาก จุดนี้ก็เปึนเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้น อยากจะฝากให้คณะกรรมาธิการและท่านรัฐบาลได้ให้ความสําคัญ เมกะโปรเจกต์ใหญ่ ๆ ในการที่จะสามารถเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจได้ด้วย เวลาที่มีก็คงจะต้องเอาไว้ในโอกาส ต่อไปที่จะได้นําเสนอรัฐบาล สําหรับในโอกาสนี้ ในช่วงนี้มีเวลาจํากัดมากท่านประธาน ขอใช้การนําเสนอเพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีอะไรอีก ท่านรัฐมนตรีวิชาญ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานครับ กรรมาธิการไม่ได้ตอบในเรื่องรายละเอียดของตัวเลขยอดงบประมาณ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ที่ถามว่า ค่าสํารวจออกแบบ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท จาก ๑,๕๐๐ ล้านบาทอยู่ในนี้หรือเปล่า หรือกันจากยอดออกมา แล้วทําไม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รายละเอียดเดี๋ยวจะให้ กรรมาธิการไปชี้แจง

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ครับ แล้วก็อีกอันหนึ่ง ผมสงสัยมากเลยคือ ค่าควบคุมงาน ๒๒ ล้านบาท ถ้าคิดเปึนตัวเลขแล้วนี่มันก็ยังไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่ฟังมานะครับ เขาบอกว่า โดยเฉพาะค่าคุมงานมันไม่มีการคิดหรอกครับ เพราะส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่คุมงานไปเรียกเก็บจากผู้รับเหมาเองด้วยซ้ํา ท่านประธานพยักหน้าแสดงว่าท่านทราบ ผมสงสัยว่า ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท กับ ๒๒ ล้านบาท มันไม่ควรปรากฏอยู่ในนี้ แต่อย่างไรก็ตามก็อยากได้ข้อชี้แจงครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ไม่ต้องกระมัง เดี๋ยวไป ชี้แจงให้ท่านทราบ เอาเอกสารให้ท่านด้วยนะครับ คุณนิพนธ์ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะครับ ผมขอป่ดการอภิปรายนะครับ คุณเจริญก่อน เดี๋ยวคุณหมอตาม

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ผมประท้วงท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ผมต้องขออนุญาตประท้วง ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๖ เรื่องการป่ดอภิปราย ท่านประธานครับ ท่านประธานเองมักจะพูดตลอดว่าอาศัยอํานาจ ท่านประธานในการป่ดอภิปราย ท่านประธานครับ จากข้อบังคับด้วยความเคารพท่าน จริง ๆ ผมต้องช่วยท่านครับ ท่านไม่มีอํานาจที่จะป่ดอภิปรายเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่มีอํานาจหรอกครับ ถ้าท่านทักท้วงผมก็ฟังท่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านต้องถามที่ประชุม เปึนความเห็น ที่ประชุมนะครับ ถ้าท่านใช้คําพูดบอกว่า ที่ประชุมเห็นว่าไม่มีผู้อภิปรายแล้ว ขอป่ดอภิปราย ถ้าไม่มีใครทักท้วงนั่นถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับท่าน ก็ป่ดได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมนึกว่าตกลงกัน เรียบร้อยแล้ว เพราะว่า

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

มิได้ครับท่านประธาน ท่านกรุณา อย่าทําผิดข้อบังคับเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือตามรายชื่อมานี่ก็ครบ สมบูรณ์แบบ ผมก็นึกว่าเรียบร้อย

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

มันถูกต้องครับ ในแง่ของจํานวน ผู้อภิปราย แต่ผมจําเปึนต้องประท้วงท่านด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผิดข้อบังคับไปหน่อยครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ขอความกรุณาท่านทําให้ถูกต้อง ตามข้อบังคับนะครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะถามที่ประชุมครับ ที่ประชุมขัดข้องไหมครับ ถ้ามีการป่ดอภิปรายครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็น เปึนอย่างอื่น ป่ดอภิปรายนะครับ คุณเจริญป่ดอภิปรายแล้ว

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ไม่ใช่ ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอแปรญัตติไว้ แล้วก็เมื่อสักครู่ท่านประธานก็ชี้ผม เผอิญท่านคุณหมอชลน่านก็ประท้วงท่านประธาน ผมก็นั่งตามมารยาทที่ท่านประธาน แนะนํา พอเสร็จแล้วผมก็ลุกขึ้นขอใช้สิทธิในการพูด ท่านประธานขัดข้องไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าค่อยเอามาตรา ๑๐ ดีไหมครับ เปึนคนแรกเลยครับ ดีไหมครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ 🔗

ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าผมขอใช้สิทธิ ตามเรื่องนี้ครับ ไม่เปึนไรครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม เจริญ จรรย์โกมล สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย สิ่งซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง เมื่อสักครู่ โดยเฉพาะท่านกรรมาธิการ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ซึ่งทําให้ผมมีความสงสัย ซึ่งจะขอใช้สิทธินี้ถามกลับไปที่ทางคณะกรรมาธิการเช่นเดียวกัน เพราะว่าในมาตรา ๙ นี้ ท่านตั้งท่านขอเข้ามา ๑,๕๐๐ ล้านบาท แต่ที่ท่านตอบไปบอกว่า จะกระจายไป ทั่วประเทศ ๔๙๐ กิโลเมตร คําถามแรกก็คือว่า ท่านเอาหลักเกณฑ์อะไร ๔๙๐ กิโลเมตร ท่านเอาหลักเกณฑ์อะไรครับ ประเทศไทยมีกี่กิโลเมตรไม่ทราบ แต่เอาหลักเกณฑ์ อะไรมาพูด ๔๙๐ กิโลเมตร ปัญหาข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมเอาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมฉบับนี้ เหตุผลที่ท่านอ้างต่อสภาเพื่อขอให้สภานี้รับรองเพื่อไปใช้จ่ายเงินนี่นะครับ เหตุผลในบางช่วงบางตอนของท่านนี่ ท่านเขียนไว้ว่า เหตุผลมีความจําเปึนที่จะต้อง หลักการแล้วก็มาเหตุผลว่า จะต้องดําเนินโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจําเปึน ในชนบท อันนี้เห็นดีด้วยนะครับ ทีนี้เมื่อท่านบอกว่าเหตุผลท่านอย่างนี้แล้วท่านมาตั้งไว้ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ผมบอกว่า เอ๊ะ เมื่อเหตุผลท่านดีแต่เม็ดเงินท่านใส่มันน้อย ผมเลย สงสัยว่าที่ไปที่มามัน ๔๙๐ กิโลเมตร มันไม่ใช่ ผมมีสิทธิที่จะสงสัย แต่ด้วยความสงสัย ของผม ผมจะเอาเอกสารหลักฐานแล้วก็เหตุการณ์และข้อเท็จจริงสรุปให้ฟังว่าจริง ๆ มันไม่ใช่อย่างที่กรรมาธิการพูด ข้อเท็จจริงที่ผมเข้าใจนะครับ จากเอกสารแล้วก็เหตุการณ์ ต่าง ๆ ทั้งหมด จริง ๆ ผมคิดว่าทางซีกรัฐบาลพรรคใหญ่อาจจะไม่ให้ด้วยซ้ําไป ถ้าเปึนอย่างที่เหตุผลจริง ๆ มันต้องให้มากกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท นี่คือความจําเปึน ในชนบทจริง ๆ ถ้าจะกระจายมันต้องกระจายให้กับคนยากคนจน คนชนบท และที่สําคัญ ท่านประธานครับ เอกสารเล่มสีนี้นะครับ เปัาหมายของท่านนะครับ บอกว่าความพึงพอใจ ประชาชน ด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดจนให้ถนนมีความสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย และมีสุขภาพดีขึ้น สัญจรไปมาได้ ท่านตั้งไว้ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ผมจึงสงสัยว่าจริง ๆ ไม่ใช่ และท่านกรรมาธิการซึ่งอยู่ในพรรคภูมิใจไทย ท่านคุมกระทรวงคมนาคม ท่านปล่อยไปได้อย่างไร ท่านปล่อยไปได้อย่างไรครับ หรือเขาให้เท่านี้ก็พอใจมากเลย ๑,๕๐๐ ล้านบาท เอาแค่น้ําจิ้มน้ําอะไรไปอย่างนี้ ท่านไม่คํานึงถึงพี่น้องประชาชน คนชนบทหรือครับ ท่านปล่อยไปได้อย่างไร ผมพิจารณาในมาตราต่างๆ เข้ามานี่นะครับ ยังมีเหตุมีผลสมควรที่จะต้องตัด แต่นี่ ในความเปึนจริง เหตุผลที่ประกอบตามกฎหมายฉบับนี้มันมีเหตุผลต้องใส่ให้เขามากขึ้น อันนี้เปึนมรรคเปึนผล ท่านกรรมาธิการต้องตอบนะครับว่า ๔๙๐ กิโลเมตรคิดได้อย่างไร ผมไม่เชื่อหรอกครับ ผมมีสิทธิ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเห็นท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ์ายความมั่นคงตอบต่อสภาแห่งนี้บอกอันนั้นเปึนความเข้าใจ อันนั้นเปึนเรื่องของท่าน แต่ผมถามท่านไม่ใช่ความเข้าใจของผมนะครับ ผมถามด้วยเหตุและผลตามกฎหมาย ฉบับนี้ แล้วที่มาที่ไปไม่เชื่อ ท่านปล่อยไปได้อย่างไร ผมไม่เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาล ท่านปล่อยไปได้อย่างไรเรื่องเหล่านี้

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านกรรมาธิการจากจังหวัดขอนแก่น และหลายท่านถามนี่ ที่จริงกรรมาธิการจากซีกรัฐบาลต้องนําไปประพฤติปฏิบัตินะครับ เพียงแต่เขาจะเรียบเรียงเหตุการณ์อย่างไรไม่รู้ แต่ถ้าข้อเท็จจริงผมฟังดูเขาให้เหตุผลว่า ในเรื่องนี้ท่านขอมา ๑,๕๐๐ ล้านบาท แต่กรมทางหลวงชนบทได้ขอเงินจากสํานัก งบประมาณไป เมื่อวานนี้ผมไปถามผู้อํานวยการสํานักงบประมาณบอกว่า ท่านเบิก ไปแล้ว ๘๙ เปอร์เซ็นต์ เบิกจากสํานักงบประมาณไป แต่ผมฟังที่ท่านตอบ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วเงินไปอยู่ที่ไหน แล้วท่านบอกว่าท่านจะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่อันเก่าท่านยังไม่ใช้เลย ผมถามท่านประธานไปที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการดูสิครับ ท่านกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วอย่างนี้จะขอไปทําอะไร ผมอยากให้ ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณซึ่งเปึนกรรมาธิการมาตอบสิครับ จริงหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ได้กล่าวโทษใครนะครับ เพียงแต่ผมเปึนห่วงชาติบ้านเมืองไม่แตกต่างกับท่าน ผมเปึนฝ์ายค้าน แต่บ้านเมืองเปึนของพวกเราทุกคน ผมอยากให้ใช้เงิน ท่านประธานครับ ฉะนั้นที่ผมสงวนไว้นี่ ฝากท่านประธานถามไปที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านตอบหน่อยสิครับว่า กรมนี้ที่ท่านกรรมาธิการ ท่าน ส.ส. ทั้งหลายถามไปนี่เบิกจ่ายไปแล้วเท่าไร เบิกจากสํานักงบประมาณที่ใบจัดสรร ออกไปนั้น ท่านตอบว่า ๑๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณบอก ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขใครถูก ใครผิดก็ไม่รู้ แล้วพอมาวันนี้ผมเห็นพรรคภูมิใจไทยนั่งอยู่ เฉย ๆ ได้อย่างไรครับ ๑,๕๐๐ ล้านบาทนี่ผมไม่เชื่อ อันนี้อาจจะเปึนลักษณะขอไป อย่าพูดมากแล้วกัน เอาไปแล้วแล้วไม่ได้นะครับ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนี้ ผมก็มีส่วนด้วย เหมือนกัน ผมจะอนุมัติไปประชาชนเขาก็ต้องได้ประโยชน์ พรรคภูมิใจไทยเขาจะได้ไป สัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ไม่เห็นเสียหายนี่ ประชาชนได้ ทบทวนเรื่องนี้ใหม่สิครับ ผมเห็นด้วยตั้งแต่ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านพิเชษฐเปึนกรรมาธิการด้วยกับผม ท่านยังมีความเห็นเลยว่าต้องทํา ๖๐,๐๐๐–๗๐,๐๐๐ กิโลเมตรทั่วประเทศ ใช้เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อป้ อันนี้มันเปึนประโยชน์ แต่ในเวลาเดียวกันพอมาใส่ในหนังสือนี้ ๑,๕๐๐ ล้านบาท มันอะไรเกิดขึ้นครับ นอกจาก ๑,๕๐๐ ล้านบาทแล้ว ผมฝากท่านประธานถามท่านนิพนธ์ ต่อไป รายการก็ไม่มีอีก หลายคนก็สงสัยว่าอะไรมันเกิดขึ้น มันจะไปสอดคล้องกับ ที่เบิกจ่ายมาแล้ว ๘๙ เปอร์เซ็นต์ แต่เวลาลงไปที่ท่านตอบมาบอก ๑๒ เปอร์เซ็นต์ นี่อย่างไรที่เขาสงสัยว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าฟังให้มันเข้าใจ แล้วอย่างนี้ เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองของเราเราก็บอกกันผมก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมก็อภิปราย ไปผ่านท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีก็จะได้รับไป ท่านพิเชษฐท่านเปึนคนมีความตั้งใจ ประชุมคณะกรรมาธิการด้วยกันท่านมีความตั้งใจ ท่านอยากให้บ้านเมืองมี ความเจริญก้าวหน้า ผมก็อยากอยู่นาน ๆ ขอให้ท่านอยู่นาน ๆ แล้วผมก็จะอยู่นานด้วย บ้านเมืองก็เจริญได้ แต่การจัดสรรงบประมาณอย่างนี้ไม่ถูกต้อง ถึงแม้จะเปึนพรรคร่วม รัฐบาลท่านก็ต้องให้เขาพอเหมาะพอควรดังเหตุผลของท่านนะ ผมไม่ใช่ว่าไปสนับสนุน ผมดูจากเหตุผลตามกฎหมายฉบับนี้ที่เสนอต่อสภา ในเหตุผลของท่านท่านให้ ๑,๕๐๐ ล้านบาท อย่างอื่นได้มากกว่าทั้งที่ไม่มีความจําเปึนมาก อันนี้ทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งให้กระจายไปสู่ชนบท ประชาชนได้ถนนที่ปลอดฝุ์น ปลอดภัยในการคมนาคม สัญจรมันเปึนความชอบธรรมอยู่แล้ว แต่ในความชอบธรรมอย่างนี้ท่านไม่เอา แต่พรรคร่วมทําไมไม่พูดเลย ทําจิ๊ ๆ อย่างไรไม่ทราบ ผมก็ไม่รู้จิ๊ ๆ นั่นคืออะไร ที่เขาพูดกันข้างนอกผมเดินเข้ามาถ้าเอาอย่างท่านพิเชษฐผมสนับสนุนท่าน ท่านพูดไว้ ท่านมีความสนใจว่าทําไมไม่ทําทีละ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ กิโลเมตร แล้ว ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มันกระตุ้นได้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คงจะพอกระมังคุณเจริญ

นายเจริญ จรรย์โกมล ชัยภูมิ

ขอบคุณมากครับ ถ้าท่านบอกพอผมก็พอ ไม่มีปัญหาครับท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ เพราะว่าเราป่ดอภิปรายแล้ว อันนี้ก็ได้บันทึกไว้ แล้วก็คณะรัฐมนตรี คณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ไปปฏิบัติตามข้อเสนอแนะในทางที่ถูกต้อง ต่อไป นะครับผมจะขอมติที่ประชุมในมาตรา ๙ ขอเชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน เข้าห้องประชุมครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอก ห้องประชุมเข้ามาเพื่อลงมติครับ ท่านสมาชิกที่เคารพรักทุกท่านนะครับ เมื่อนั่งประจําที่ แล้วโปรดเสียบบัตรกดปุ์มแสดงตนเลยเพื่อจะนับองค์ประชุมให้ถูกต้องตามกฎหมาย นะครับ ต้องกึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิก

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

เสียบบัตรทุกท่านแล้ว นะครับ กดปุ์มแสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ มีท่านใดที่ยังกดไม่ได้มีไหมครับ ไม่มีนะครับ เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีคนใหม่เชิญเสียบบัตรเร็ว ตอนนี้เสียบได้แต่ตอนลงคะแนน คุณลงไม่ได้ เรียบร้อยแล้วนะครับ เรียบร้อยแล้วก็ส่งผลมา มีผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๒๓๗ ท่าน เกินกึ่งหนึ่งนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมแล้ว นะครับ ต่อไปผมจะถามที่ประชุมว่า

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ ผม อิสสระ สมชัย ครับ บัตรเสียบไม่ได้ครับ เพิ่มอีก ๑ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสียบใหม่ก็แล้วกันครับ

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

ขอเสียบบัตรแสดงตนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บันทึกไว้เปึนหลักฐานแล้ว นะครับ

ต่อไปผมจะถามที่ประชุมนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยตามที่คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากก็โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดที่เห็นตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และสมาชิกที่ได้แปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย โปรดใช้สิทธิทุกท่านนะครับ เชิญใช้สิทธิ ได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

เสร็จแล้วนะครับ มีท่านใด ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ส่งผลคะแนน จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๓๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๒๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๙ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้ มีความเห็นตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ตามร่างเดิม

ผมขอแทรกนิดหน่อยนะครับ เนื่องจากได้รับหนังสือด่วน ขอแจ้งให้ ที่ประชุมทราบผลประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแทนตําแหน่งที่ว่าง

ด้วยได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แทนตําแหน่งที่ว่างในจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้นะครับ ๑. จังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้ง ที่สอง คุณอุดร ทองประเสริฐ สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน มาไหมครับ มาก็ยืนขึ้นเลยครับ ยืนอย่างนั้นแหละให้มันชินครับ ๒. จังหวัดนครพนม เขตเลือกตั้งที่หนึ่ง ได้แก่ คุณสุริยา พรหมดี สังกัดพรรคเพื่อไทย มาไหมครับ ๓. จังหวัดมหาสารคาม เขตเลือกตั้งที่หนึ่ง ได้แก่ คุณขจิตร ชัยนิคม สังกัดพรรคเพื่อไทย ๔. จังหวัดร้อยเอ็ด เขตเลือกตั้งที่สอง ได้แก่ คุณป่ยะรัช หมื่นแสน สังกัดพรรคเพื่อไทย ๕. จังหวัดลําพูน เขตเลือกตั้งที่หนึ่ง คุณขยัน วิพรหมชัย สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ๕ ท่าน ท่านที่ ๖ มาไหมครับ ท่านสมโภช สายเทพ มาไหมครับ ไม่มา ๕ ท่านนะครับ วันนี้ก็ได้ปฏิญาณตนเพื่อได้ทําหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบ ขอเชิญสมาชิกที่ได้มารายงานตัวนี้ได้กล่าวคําปฏิญาณตามที่ผมได้เรียนต่อไปนี้นะครับ ว่าตามนะครับ

(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับการเลือกตั้งใหม่ และได้มาประชุมวันนี้ ได้ยืนขึ้นและกล่าวคําปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนําพร้อมกัน

“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติ ตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”)

ขอบคุณทั้ง ๕ ท่าน ขอแสดงความยินดี และสภายินดีต้อนรับทั้ง ๕ ท่านนะครับ ขอเชิญนั่งลง ขณะนี้มีสมาชิก มีสิทธิในการที่จะโหวตเสียงทั้งหมด ๔๖๓ ท่าน เมื่อปฏิญาณแล้วนะครับ ต่อไป องค์ประชุมก็จะเปึน ๒๓๒ คนจึงจะครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปเปึนมาตรา ๑๐ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เชิญเลขาธิการครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๐ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งลุก ไปไหนครับ เพราะว่าทางพรรคฝ์ายค้านท่านกรุณาจะอภิปรายเพียงท่านเดียว แล้วเราจะได้โหวตครับ ดูเหมือน ๒ ท่านครับ เดี๋ยวท่านจะต้องวิ่งไปวิ่งมา นอกจากท่าน ที่จะเข้าห้องน้ํา เชิญคุณสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง ครับ ผมขอแปรญัตติในมาตรานี้นะครับ เกี่ยวกับทรัพยากรน้ํา ซึ่งผม จะพูดในส่วนที่เกี่ยวข้องย่อ ๆ ตามเวลาที่ท่านกําหนดให้ครับ สําหรับกรมทรัพยากรน้ํา นะครับ วัตถุประสงค์ของโครงการก็เพื่ออนุรักษ์พัฒนาฟุ๋นฟูแหล่งน้ําธรรมชาติขนาดเล็ก นะครับ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้เสนอมานี้ก็เห็นด้วยนะครับ ในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติขนาดเล็กนะครับ โดยเฉพาะงบประมาณที่ตั้งมาครั้งนี้ ก็ ๗๖๐ ล้านบาท อันนี้เปึนงบประมาณเพิ่มเติมก็ถือว่ามากพอสมควรนะครับ แต่มาเฉลี่ยแล้ว ก็ถูกจังหวัดหนึ่งก็ประมาณ ๕-๖ โครงการนะครับ ซึ่งโครงการหนึ่งไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ที่โครงการใหญ่นะครับ อันนี้ก็เห็นว่ามีความเหมาะสมนะครับ แต่ผมอยากเสนอ แนวความคิดในการพัฒนาแหล่งน้ํา นอกจากจะพัฒนาเพื่อความสมบูรณ์ของทาง นิเวศวิทยาแล้วก็เปึนการลดต้นทุนในการเกษตรแล้ว ผมอยากเสนอให้ผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ กรมทรัพยากรน้ําได้นําไปพิจารณาในโอกาสต่อไป ถ้าครั้งนี้แก้ไขไม่ได้ก็ไม่เปึนไรนะครับ แต่อยากเสนอให้ทําอย่างไร อย่างภาคอีสาน ภาคเหนือ หรือภาคกลางบางส่วนที่มีลําน้ํา ขนาดเล็กเราจะทําอย่างไร จะทําเปึนขุดสระนะครับ ขุดบ่อ ขุดสระอยู่ในแม่น้ํา อยากให้ แนวความคิดอย่างนี้ครับ คือขุดให้ลึกลงกว่าปกตินะครับ อยากให้ออกแบบแปลน อย่างนั้นเลย ลําห้วยเล็ก ๆ อยู่ตามบ้าน ตามทุ่งนา ตามอะไรต่าง ๆ อาจจะขุดยาวเปึน กิโลเมตรก็ได้นะครับ ปกติน้ําลึกอยู่ ๑ เมตรครึ่ง หรือ ๒ เมตร เราอาจจะขุดสระลึกลง ต่อไปอีก ๒ เมตรในลําแม่น้ํา พอถึงฤดูแล้งน้ําก็จะกักขังอยู่ในสระ ในลําแม่น้ํานั้นครับ ฤดูน้ําฝนมันก็วิ่งผ่านไปธรรมดาไม่ไปขวางกันทางน้ํานะครับ อันนี้ก็อยากฝาก แนวความคิดในการพัฒนาแหล่งน้ําขนาดเล็กนะครับ นอกจากนั้นก็อยากให้ส่งเสริม ฝายขนาดเล็ก พวกฝายขนาดเล็กตามแหล่งน้ําต่าง ๆ ที่ไหลลงสู่แม่น้ําใหญ่ โดยเฉพาะ ทําเปึนประตูน้ํา มีแม่น้ําหลายร้อยสายที่ไหลลงตามแม่น้ําโขง ซึ่งถึงฤดูฝนหรือ แม่น้ําใหญ่ ๆ แม่น้ําเจ้าพระยา แม่น้ํามูล น้ําชีก็ตามที่มีแม่น้ําขนาดเล็กไหลลงน่าจะมี ประตูน้ํากั้นไว้นะครับ กั้นไว้เวลาปลายฤดูฝนเราก็กักน้ําไว้เอาประตูน้ําป่ดน้ําไว้ พอฤดูฝนมา ก็เป่ดประตูให้น้ําไหลผ่านไปสะดวกอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราทําได้อย่างนี้ ทั่วประเทศ ผมว่าจะแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งในหมู่บ้านและชุมชนได้เปึนอย่างดีนะครับ

อีกอย่างหนึ่ง แม่น้ําขนาดใหญ่ ขนาดกลางซึ่งไม่ใช่ขนาดใหญ่นะครับ ขนาดกลางนะครับ ถ้าเราสามารถที่จะทําขุดลอกหรือขุดสระอยู่ปลายน้ํา ที่ต้นน้ําขุดไว้ เลยให้เปึนสระขนาดใหญ่ เมื่อน้ําไหลลงมาจากป์า จากเขาก็จะมากักอยู่บริเวณปลายน้ํา กว่าน้ําจะเต็มสระขนาดใหญ่เราจะเปึนบึงเปึนอะไร กว่าน้ําจะไหลลงมาเต็มสระมันก็จะ ปัองกันไม่ให้น้ําไหลมาลงพื้นราบเร็วขึ้นเราจะปัองกันน้ําท่วมได้นะครับ ถ้าทุกสายน้ํา มีการขุดสระขนาดใหญ่อยู่ปลายน้ํา ต้นน้ํามันจะทําให้ปัองกันน้ําท่วมได้นะครับ กระผม ก็ขอเสนอแนะไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้งบประมาณ ๗๖๐ ล้านบาทโดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ําเท่านั้นนะครับ ดังนั้นเพื่อประสิทธิภาพ ผมขอตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วน่าจะได้มากกว่านี้นะครับ เพราะว่ากระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้นมีความจําเปึนมากนะครับ สําหรับภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายของผมส่วนมากจะเปึนภูเขาครับ ตอนนี้ทางอุทยาน แล้วก็ป์าไม้จับพี่น้องไปขึ้นศาลแทบจะทุกวัน เพราะว่าเขตป์ากับเขตที่ทํากินนั้น ไม่ได้ปักปันเขตเพราะว่าขาดงบประมาณ ธรรมดาแล้วกรมที่ดินจะร่วมมือกับ ส.ป.ก. (สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) จะร่วมมือกับกรมป์าไม้แล้วก็อุทยานเพื่อปักปันเขต แต่ตอนนี้งบประมาณส่วนนั้นไม่มี ทําให้พี่น้องในจังหวัดเชียงรายถูกจับนะครับ

แล้วก็อีกปัญหาหนึ่ง พอมีการออกแบบก่อสร้างอ่างเก็บน้ําขนาดเล็ก โดยเฉพาะอําเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงรายนั้น มีงบประมาณ ๑๖ ล้านบาท ปรากฏว่า งบประมาณไปแล้วนะครับ แต่ติดปัญหาที่อุทยานแห่งชาติ งบประมาณนั้นก็ตกไป พี่น้อง ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือเรื่องแหล่งน้ํา ท่านประธานครับ มีอยู่ที่อําเภอเวียงแก่น ตําบลปอ มีแหล่งท่องเที่ยวระดับชาติคือ ภูชี้ฟัา ผาตั้ง ผาแล ประตูสยาม ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเปึนเขต สีแดง มีการต่อสู้ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับทหาร ตอนนี้พื้นที่เหล่านั้นอยู่ในเขตทหาร นะครับ ไม่สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิได้ แล้วก็ที่อําเภอพาน มีบ้านแม่ต๋อง บ้านผาวี บ้านงิ้วเฒ่า เหล่านี้ไม่มีไฟฟัา ไม่มีถนน ไม่มีประปา แต่อยู่มาร่วม ๑๐๐ ป้ มี ส.ค. ๑ แต่ก็ไม่ได้รับการดูแลแก้ไข ผมก็พยายามแก้ปัญหามา วันนี้เลยมาแจ้งให้ ท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพราะว่าจําเปึนจริง ๆ นะครับ อย่างไรแล้วฝากผ่านมา ทางท่านนายกรัฐมนตรีช่วยเอางบกลางมาดําเนินการกันเขตพื้นที่ป์าแล้วก็พื้นที่ที่จะให้ กรมที่ดินเอาไปออกเอกสารสิทธินะครับ อย่างน้อยสัก ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท อันนี้ ก็จะเปึนอานิสงส์สําหรับคนภาคเหนือ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุม นะครับ เนื่องจากเราได้รับความร่วมมือจากฝ์ายค้านอย่างเต็มที่แล้วนะครับ ก็อยากจะขอ ป่ดอภิปรายได้ไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีท่านผู้ใดมีความเห็น เปึนอย่างอื่นนะครับ ป่ดอภิปรายนะครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานครับขออนุญาต นิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เห็นรายชื่อมีเท่านั้นเองครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

นิดเดียวครับท่านประธาน ขออนุญาตนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย จากหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตสอบถาม กรรมาธิการสักเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องน้ํานะครับ บังเอิญผมได้มีโอกาสฟังรายการวิทยุ รัฐสภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกรัฐบาลนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนคร มาฉิม ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการวิทยุรัฐสภาเกี่ยวกับเรื่องของโครงการน้ํา การจัดการน้ํา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยากจะฟังนิดหนึ่งว่า ท่านมีแนวคิดอะไรอย่างไร งบประมาณ มาจากไหนนะครับ ขออนุญาตที่จะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็ถือว่าป่ดการอภิปราย แล้วนะครับ เชิญคุณนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในนาม ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานต่อข้อซักถามของ เพื่อนสมาชิก ที่กระผมได้เคยให้สัมภาษณ์ต่อวิทยุรัฐสภาเมื่อวานนี้ช่วงเช้านะครับ เกี่ยวกับนโยบาย ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เพื่อนสมาชิกได้ตั้งข้อซักถามมานะครับ ขออนุญาตกราบเรียนว่า อันนี้ก็คือเปึนนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้หาเสียงไว้ก่อน การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ว่า ถ้าเกิดว่าพรรคประชาธิปัตย์นําโดย ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคในขณะนั้นถ้ามีโอกาสได้เปึนรัฐบาลก็พร้อม ที่จะผลักดันนโยบายในการที่จะพัฒนาแหล่งน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําทั่วประเทศ จํานวน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีผู้ฟังของวิทยุรัฐสภาได้สอบถามมาว่า แล้วทําไมงบประมาณ ที่ตั้งไว้ครั้งนี้จึงน้อย ผมก็ขอกราบเรียนแล้วก็ตอบคําถามของผู้ซักถามไปว่า งบอันนี้ เปึนงบที่เพิ่มเติมมาเปึนงบพิเศษเพิ่มขึ้นมา เปึนงบกลางป้เท่านั้น ซึ่งงบตามปกติก็เปึนไป ตามแผนที่รัฐบาลวางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนไว้ ขออนุญาตกราบเรียน เท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ คงได้ ประโยชน์พอสมควรนะครับ ต่อไปผมจะขอมติที่ประชุมนะครับ ในมาตรา ๑๐ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกโปรดเข้าห้องประชุมนะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกเข้าห้อง ประชุมเพื่อลงมตินะครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรกดปุ์มแสดงตนนะครับ กดลงคะแนนแสดงตนเลยครับ ทุกท่านนะครับ ขอความร่วมมือทุกฝ์ายครับ กําลังไปได้ สวยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ถ้าจะเสร็จก่อน ๒ ทุ่มได้ ก็จะเปึนพระคุณอย่างสูงครับ เสร็จแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่กดแสดงตนมีไหมครับ มีไหมครับ ไม่มีนะครับ กดแสดงตนเรียบร้อยแล้วครับ ส่งผลคะแนนมา มีผู้เข้าประชุม ๒๔๒ ท่านครับ ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะถามมติในมาตรา ๑๐ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านใดเห็นตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือร่างเดิมนะครับ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและสมาชิกที่ขอ แปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย นะครับ และท่านผู้ใดที่จะงดใช้สิทธิก็กด งดใช้สิทธิ นะครับ เชิญใช้สิทธิได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านใช้สิทธิเสร็จแล้ว นะครับ ส่งผลคะแนนมาของผู้ใช้สิทธิ มีผู้เข้าประชุมตอนนี้ที่ใช้สิทธินะครับ ๒๓๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๒๖ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๐ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นชอบตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือร่างเดิมนะครับ

ต่อไปเปึนมาตรา ๑๑ กระทรวงพาณิชย์ เชิญเลขาธิการครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ กระทรวงพาณิชย์ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับท่านผู้สงวนคําแปรญัตติ ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ เจ้าหน้าที่ดูไมโครโฟนหน่อย ติดแล้วครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานสภาครับ ในมาตรานี้เปึนเรื่องเกี่ยวกับงานทางด้านพาณิชย์ จริง ๆ เปึนเรื่องที่สําคัญที่สุดของบ้านเมืองก็ว่าได้ วันนี้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ วันนี้ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเราได้รับผลกระทบจากวิกฤติทางการเงินจาก ต่างประเทศ วิกฤติซับไพร์ม ที่เกิดขึ้นจากทางสหรัฐอเมริกานั้นก่อให้เกิดผลกระทบเปึน อย่างยิ่ง กําลังซื้อในต่างประเทศลดลง วันนี้แต่ละประเทศถ้าจะซื้อสินค้าจากประเทศไทย เขาจะซื้อน้อยลง โดยเฉพาะที่น่าเปึนห่วงก็คือมาตรการของทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งวันนี้ เขามีมาตรการที่จะซื้อสินค้าภายในประเทศของเขาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ของเขา เราคงจําได้นะครับเมื่อเราเกิดวิกฤติตอนกู้เงิน ไอเอ็มเอฟ ตอนนั้น ทางอเมริกา เขาไม่ได้ให้โควตาเราเลยเราต้องไปขอใช้เงินจากญี่ปุ์น หรือว่าจากประเทศใกล้เคียง เราถึงมีเงินกู้มาหมุนเวียนภายในประเทศได้ วันนี้ผลกระทบจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเปึนตลาดใหญ่และตลาดสําคัญของประเทศไทย เขาเกิดวิกฤติอย่างรุนแรง และผมเชื่อนะครับประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา โอบามา มีนโยบายที่ค่อนข้าง ชัดเจนที่เขาจะต้องกอบกู้เศรษฐกิจภายในประเทศของเขา แล้วเขาจะช่วยเหลือแล้วก็ซื้อ สินค้าภายในประเทศของเขาเปึนส่วนใหญ่เท่านั้น เพราะฉะนั้นในป้นี้นับแต่นี้เปึนต้นไป การส่งสินค้าออกของประเทศไทยจะประสบความยากลําบากเปึนอย่างยิ่ง ผมอยากเรียน ท่านประธานว่า วันนี้เราพูดกันถึงว่างบกลางป้ ๑๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึนเรื่องของที่เรา ต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่วันนี้ผมดูงบประมาณของ กระทรวงพาณิชย์มีอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากเรียนนะครับว่า วันที่เราตั้ง งบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ นั้นวิกฤติยังไม่เกิดขนาดนี้ วันที่เราตั้งงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ นั้นเรายังไม่ป่ดสนามบิน ผลกระทบทางด้านการท่องเที่ยวเราไม่รุนแรงขนาดนี้ แต่วันนี้ประเทศไทยประสบผลวิกฤติทางการเงินอย่างรุนแรง ผมอยากเรียนผ่าน ท่านประธานไปถึงผู้นํารัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล หลาย ๆ พรรค อย่างหนึ่งผมเรียนเลยครับว่าผมไม่เห็นด้วยกับการตั้งงบประมาณแบบนี้ ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้ หน่วยงานที่ต้องแก้ไขไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ เรื่องแหล่งน้ําไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมถือว่าท่านทําอะไรไม่ได้เลย กระทรวง อุตสาหกรรมได้งบประมาณไป ๕๐๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเขตภาคใต้ ไม่ได้ดูแลเรื่องการแปรรูปสินค้าเกษตร ไม่ได้ดูแลในเรื่องของสินค้าเกษตรที่ซื้อไป และมี ผลกระทบว่าซื้อในขณะที่น้ํามันแพง และวันนี้จะส่งออกอย่างไรไม่ได้ดําเนินการ กระทรวง พาณิชย์เองซึ่งวันนี้ถือว่าเปึนกระทรวงที่ต้องแก้ไขให้ได้ ไม่ว่าปัญหาการส่งออก กระทรวง พาณิชย์ได้งบประมาณเพียงพันล้านบาทเท่านั้นเอง ผมต้องเรียนนะครับว่า ต้องฝากไปถึง รัฐบาลแล้วก็พรรคแกนนําว่า วันนี้ท่านจัดงบประมาณแบบนี้ท่านกําลังสร้างภาพของ พรรคประชาธิปัตย์ เอานโยบายของพรรคมาทําให้หมดเลย เคยพูดอะไรไว้ก็เอามาทําจริง ท่านทําได้ แต่ในภาวะวิกฤติของประเทศนี่ไม่น่าทํา วันนี้ท่านต้องให้ความใจกว้างกับ พรรคที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ และผมเรียนฝากไปถึงการจัดงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ ด้วยว่า ท่านยังจะจัดแบบนี้ไม่ได้ ท่านจะเอาเศรษฐกิจของประเทศมาแลกกับการเมือง แบบนี้ผมไม่เห็นด้วย ในส่วนงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ผมอยากเรียนนะครับว่า ที่ตั้งไว้นี่ผมทราบว่ากระทรวงพาณิชย์ของบประมาณไปหลายพันล้านบาท แต่วงเงิน ที่รัฐบาลพรรคแกนนําจัดสรรให้เพียงพันล้านบาทเท่านั้นเอง และคงเหลืองบประมาณ อยู่ในส่วนของการทําเรื่องของมาตรการช่วยเหลือด้านพาณิชย์ ทําเรื่องโครงการธงฟัา เปึนส่วนใหญ่ ผมต้องเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ วันนี้เราประสบปัญหาเรื่องการส่งออก เราประสบปัญหาเรื่องการจําหน่ายสินค้าไม่ได้ เราประสบปัญหาในเรื่องของการแปรรูป สินค้า ป้นี้เดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ผมเรียนได้เลยว่าเกษตรกรขายสินค้าไม่ออกแน่ ไม่ว่าจะเปึนหอมแดง หรือไม่ว่าจะเปึนเรื่องของผลไม้ หรือไม่ว่าเปึนเรื่องของสินค้าเกษตร หลายตัวมีปัญหาแน่ แต่ว่าท่านไม่ได้ดําเนินการแก้ไข ท่านยังคงให้งบประมาณเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีวิกฤติเกิดขึ้น จัดงบประมาณตามสบาย ใช้ป้ ๒๕๕๒ ไปป้ ๒๕๕๒ กระทรวงพาณิชย์เอง ก็ได้ไม่มากอยู่แล้ว แต่ภาวะวิกฤติอย่างนี้ผมเรียนนะครับว่า งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ถ้ารัฐบาลยังจัดงบประมาณให้กระทรวงพาณิชย์ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถือว่า ท่านไม่ให้ความสําคัญกับภาคเศรษฐกิจของประเทศเลย ผมขออนุญาตฝาก ฯพณฯ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ท่านเห็นในประเด็นนี้ ผมฝากท่านด้วยว่าเรื่องนี้ไม่ว่ากระทรวง ที่เกี่ยวกับการผลิตอุตสาหกรรม ถ้าท่านไม่ดําเนินการ ท่านเอาแต่การกํากับดูแลโดย ไม่ดูแลเรื่องการแปรรูปสินค้า ป้นี้ทําไม่ได้ ทําไม่ได้จริง ๆ ในภาวะวิกฤติอย่างนี้ผมคิดว่า วันนี้จริง ๆ ผมอยากให้สภาแห่งนี้เปึนที่ที่เรามีโอกาสปรึกษาหารือกันในการแก้ไขปัญหา นะครับ

โครงการธงฟัา ผมขออนุญาตนําเรียนถึงปัญหานิดหนึ่งครับ บางครั้งพื้นที่ ที่พวกเรามากัน เรามาจากคนละภาค พรรคแกนนํารัฐบาลอาจจะมาจากภาคใต้เปึน ส่วนใหญ่ แต่พวกเราทางผมและเพื่อนสมาชิกอีกส่วนมากมาจากทางภาคเหนือและ ภาคอีสาน ผมต้องขออนุญาตเรียนว่าวิถีชีวิตเราคิดต่างกัน เราให้ความสําคัญกับเรื่องของ ผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งภาคใต้ท่านมีน้อย ท่านก็เลยไปจัดในเรื่องอื่น เราให้ ความสําคัญเรื่องแหล่งน้ํา วันนี้แหล่งน้ําได้น้อยมาก เราให้ความสําคัญเรื่องถนน ถนนได้น้อยมาก เพราะฉะนั้นวันนี้เองการเปึนรัฐบาลของท่านมิได้สะท้อนความเปึนจริง ของตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นท่านจะมาบอกว่าท่านจัดสรร งบประมาณให้กระจายไปตามทุกพื้นที่เท่ากัน วันนี้มันไม่เท่ากัน เรื่องธงฟัานะครับ ผมเรียนว่าท่านตั้งงบประมาณไว้ ไม่ว่าจัดงานในกรุงเทพมหานคร ๖ ครั้ง ๑๕๐ ล้านบาท จัดในระดับภาค ๒๐ ครั้ง ๓๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดท่านตั้งงบประมาณไว้ประมาณ ๙๐๐ ล้านบาทนะครับ ผมอยากเรียนนิดหนึ่งครับว่าในเรื่องของการจัดร้านธงฟัาดูดี ๆ ประชาชนได้ประโยชน์ แต่การจัดนั้นท่านต้องคํานึงถึงว่าเมื่อลงไปในจังหวัดแล้วนี่ร้านค้า ในจังหวัดได้รับผลกระทบหรือไม่ และแน่นอนครับการจัดร้านธงฟัานั้นในแต่ละจังหวัด ได้รับผลกระทบนะครับ จริง ๆ แล้วการดําเนินการจัดแบบนี้พ่อค้าได้ประโยชน์ การจัด ที่ท่านจัดเงินลงไป ๒,๐๐๐ บาทต่อคน หรือว่าการจัดเงินไปแจกในโครงการต่าง ๆ จะก่อ ให้พี่น้องประชาชนเกิดการซื้อสินค้า ท่านก็บอกว่า เดี๋ยวคงมีการผลิตสินค้าต่อเนื่อง แต่ผมเรียนนะครับว่าถ้ากระทรวงพาณิชย์ไม่มีมาตรการให้ทางบริษัทต่าง ๆ ที่ได้รับ ประโยชน์จากการจําหน่ายสินค้า มีการผลิตอย่างต่อเนื่องเขาจะผลิตสินค้าเพียงครั้งเดียว เพราะเขารู้ว่ากําลังซื้อมีครั้งเดียว ท่านแจกเงินเขาไปวูบ เดือนเมษายนแจกเขาไป เขาก็ เอาสินค้าที่มีอยู่ขายพรึบหมด หมดสต็อกเขาก็เก็บ เพราะเขารู้ว่ากําลังซื้อหมด ท่านจะ ไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านั้นท่านต้องไปเตรียมมาตรการให้กระทรวง พาณิชย์ว่าต้องมีมาตรการกํากับร้านค้าว่า รัฐบาลช่วยให้กําลังซื้อกับประชาชนไปซื้อ สินค้าแล้ว ท่านต้องผลิตสินค้าต่อ ท่านต้องแปรรูปสินค้าต่อ ถ้าไม่อย่างนั้นเงินที่ลงไป จะไม่ได้ประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเลย ท่านเอาเงินไปทําในเรื่องของค่าใช้จ่าย ในการทําเครือข่ายสมาชิกธงฟัา บลู การ์ด (Blue card) ๑๑๔ ล้านบาท ฟังดูนี่เปึน โครงการที่ดี เปึนโครงการที่จะให้บัตรส่วนลดกับพี่น้องประชาชนในการซื้อสินค้าได้ถูกลง ร้านนั้นก็ถูกลง แต่ผมเรียนนิดหนึ่งว่ามีหลายท่านมาพูดถึงว่าตรงนี้ท่านกําลังปฏิบัติ แตกต่าง ถามว่า ร้านที่ ๑ ได้ ร้านเอ (A) ได้ ร้านบี (B) ไม่เข้าสมาชิก ร้านบีตายไหมครับ แล้วท่านมีมาตรการอย่างไรให้ร้านเอเข้า และร้านบีไม่ได้ ร้านค้า ๒–๓ ร้านเกิด ความแตกต่างกันหมด ท่านกําลังทําลายระบบการซื้อขาย และการจําหน่ายสินค้า อย่างรุนแรง มันเกิดความไม่เปึนธรรม ถ้าหากว่าเปึนบริษัทเอกชนนี่นะครับ หรือหน่วยงานที่เปึนภาคเอกชนมีบัตรเพื่อให้ลดสินค้าเขาทําได้ครับ เขาเปึนเอกชน แต่ท่านอย่าลืมนะครับ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนดไว้นะครับว่า รัฐจะต้องไม่ปฏิบัติ ให้เกิดความแตกต่าง ไม่ว่าเปึนเพศ ฐานะ หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ ท่านทําไม่ได้ วันนี้ ท่านกําลังก้าวล่วงเข้าไปในการเกิดความไม่เปึนธรรม และแน่นอนครับตรงนี้ ผมเรียนว่าน่าเปึนห่วงต่อการที่เกิดความไม่เปึนธรรมต่อระบบการจัดการเรื่องสินค้า เพราะฉะนั้นผมท้วงติงนะครับว่า ทําไม่ดีตรงนี้บ่อเกิดแห่งการทุจริตง่าย ร้านค้าสีฟัานะครับ ท่านบอกว่า ในโครงการนี้มาชี้แจงคณะกรรมาธิการนะครับว่า ท่านจะขายสินค้า ราคาเดียวไม่เกิน ๖๐ บาท โดยสินค้าเหล่านั้นเปึนสินค้าจําเปึนไม่ว่าสบู่ ยาสีฟัน แชมพู ผงซักฟอก แปังฝุ์นโรยตัว ข้าวสาร บะหมี่ ราคาไม่เกิน ๖๐ บาท ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ในต่างประเทศทางญี่ปุ์น เขาใช้ต่อสินค้าฟุ์มเฟ๋อย สินค้าฟุ์มเฟ๋อยท่านทําได้ เพราะสินค้าฟุ์มเฟ๋อยสูงหน่อย ต่ําหน่อย มันพอเกลี่ยกันได้ แต่สินค้าจําเปึนต่อชีวิตประจําวัน ท่านบอกว่าท่านมี ราคากลางอยู่ ท่านออกเกณฑ์ว่าราคามีการควบคุมราคาสินค้าตัวนี้เกินไม่เกินเท่านั้น ตัวนี้ไม่เกินเท่านี้ ท่านตั้ง ๖๐ บาท ท่านก็ทําลายกฎเกณฑ์แต่เดิมมาหมด ท่านไปตั้งได้ อย่างไร โครงการนี้ท่านทําเองท่านก็ขัดกฎหมายของท่านเอง เพราะฉะนั้นโครงการ ที่ท่านตั้งมาทั้งหมดนี้สุ่มเสี่ยงต่อการทําผิดกฎหมายทั้งสิ้น จริง ๆ ผมไม่อยากจะท้วงติง กระทรวงพาณิชย์นะครับ เพราะถือว่าเปึนกระทรวงที่สําคัญ แต่ประเด็นที่จะต้อง ตั้งทวงตัวนี้ คือได้งบน้อย แล้วยังตั้งงบประมาณไม่ค่อยถูกเท่าไรนะครับ

ประเด็นเรื่องตลาดสดสีฟัานะครับ ท่านก็บอกว่าท่านจะทําเปึนร้านค้า เชื่อมโยงและกระจายผลผลิตจากเกษตรกรกับผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก โรงงานแปรรูป ท่านตั้งงบประมาณให้ไปตรงนี้ ๗ แห่ง ๗ ล้านบาท ถ้าท่านทําตลาดเพื่อเกษตรกรจริง ๆ ท่านต้องมีห้องเย็นให้ รถขนส่งสินค้าให้ ท่านต้องมีระบบที่สมบูรณ์ทั้งระบบ แต่ถ้าทํา ๗ แห่ง ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านไม่ได้ให้ความสําคัญกับสินค้าเกษตรเลย ท่านไม่ได้ ให้ความสําคัญต่อพี่น้องเกษตรกรเลย ท่านให้น้ําหนักไปที่ช่วยเหลือพ่อค้าพาณิชย์ มากกว่าเกษตรกร อันนี้ผมว่าท่านต้องกลับไปทบทวนนะครับ แล้วก็ในนามของ กรรมาธิการก็ท้วงติงนะครับ แต่ว่าท่านบอกท่านจะไปแก้ไขกลับมา งบของกระทรวง พาณิชย์เปึนงบหน่วยงานเดียวที่มีการแขวน แขวนแล้วให้เอากลับไปแก้ไขนะครับ แต่ว่า พอแก้ไขกลับมาอย่างไรผมก็ยังเห็นไม่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นก็ฝากรัฐบาล ไปกํากับดูแลด้วยนะครับ นี่คือหัวใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ หัวใจของพี่น้อง เกษตรกรและเปึนตลาดของประเทศด้วย ท่านไม่ให้น้ําหนักต่อกลไกทางการตลาดของ ประเทศ ป้นี้เราจะอยู่กันในประเทศนี้ได้อย่างไร สินค้าขายไม่ออก สินค้าเกษตรราคา ตกต่ํา ผมเรียนรัฐบาลผ่านท่านประธานสภาไปว่า วันนี้ถ้าท่านไม่แก้กลไกทางการตลาด เวลาม็อบออกมาเขาจะนึกถึง ผมไม่แน่ใจว่าจะนึกถึงประชาธิปัตย์หรือภูมิใจไทย แต่ว่า ท่านต้องไปแก้ สินค้าเกษตรตกต่ําเขาคิดถึงพรรคของท่านแน่ เขาจะเอาสินค้ามาเท เขาคิดถึงท่าน เขาตกงาน เขาขายสินค้าไม่ออก เขาเกิดความลําบากในป้นี้ ผมว่าเกิดการ จลาจลแน่ แล้วม็อบในไตรมาส ๓ ผมเรียนนะครับ ในไตรมาส ๓ ม็อบจะออกมาเต็ม ไปหมดเลย เขาจะได้รับความเดือดร้อนมาก ในกระทรวงพาณิชย์มีอะไรอีกมาก ผมอยากให้ ไปดูแล้วก็ดําเนินการแก้ไขด้วยนะครับ ก็อยากเรียนนะครับว่า ในเรื่องของโครงการของ กระทรวงพาณิชย์จริง ๆ เปึนโครงการที่สําคัญ ผมไม่อยากอภิปรายมากเพราะวันนี้เรามี เวลากันน้อย แต่อยากเรียนว่ากลไกที่ดําเนินการอยู่ตอนนี้ทั้งหมด ไม่ว่าการให้ ความสําคัญก็ดี ท่านให้ความสําคัญน้อย การสะท้อนต่อความเปึนอยู่ของพี่น้อง ในแต่ละภาค ภาคเหนือ ภาคอีสาน เราต้องการแบบหนึ่ง ท่านเอาความคิดของคนภาคใต้ เอาความคิดของคนกรุงเทพฯ มาใช้อาจจะไม่ถูก เพราะฉะนั้นท่านต้องละเอียดต่อการ ดําเนินการในส่วนนี้เปึนอย่างยิ่งนะครับ แล้วก็ขอความกรุณาครับ จัดงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ขอความกรุณารัฐบาลและพรรคแกนนําให้ความสําคัญกับกระทรวงที่เกี่ยวกับ การผลิตมากขึ้น ไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมากกว่านี้ จัดอย่างนี้ไม่ได้ กระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการแปรรูปต้องมากกว่านี้ กระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับ การตลาดต้องมากกว่านี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านต้องให้ความสําคัญ ท่านจัดงบประมาณการท่องเที่ยวนี้น้อยมาก ๕๐๐ ล้านบาทนี้เหมือนกับท่านไม่ให้ ความสําคัญต่อระบบการผลิต ระบบเศรษฐกิจของประเทศเลย ผมเรียนทุกท่านผ่าน ท่านประธานสภาไปถึงพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลนะครับว่า ประเทศนี้ เปึนของเรา ถ้าท่านบริหารไม่ดี พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ทุกท่านในที่นี้เดือดร้อนหมด ผมไม่ต้องการให้ประเทศนี้ล่มสลายทางเศรษฐกิจนะครับ แต่เตือนในฐานะที่เปึนตัวแทน ของพี่น้องประชาชนนะครับ ผมต้องขออนุญาตสะท้อนในฐานะที่การทําหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ขอให้รัฐบาลทบทวนวิธีการจัดการและบริหารงบประมาณ แผ่นดินเสียใหม่ แล้วก็ให้ความสําคัญกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ดูแลกระทรวงเศรษฐกิจ วันนี้ท่านต้องยอมรับว่าท่านให้ความสําคัญกับพรรคร่วมดูแลกระทรวงเศรษฐกิจแล้ว ท่านต้องให้งบประมาณเขาไปด้วย ไม่ใช่ท่านให้งบประมาณพรรคร่วมบอกเอาไปเลยดูแล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา แต่ท่านดึงงบประมาณไปสู่กระทรวงสงเคราะห์ ผมว่าท่านคิดผิด แล้วเมื่อถึงวันที่เกิดการจลาจลและเกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นในประเทศ วันนั้นพี่น้อง ประชาชนจะเปึนคนตัดสินว่าเขาจะชื่นชมต่อเงินหาเสียงแบบนี้หรือ ชื่นชมต่อการพัฒนา ระบบเศรษฐกิจทั้งระบบนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ เชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ในมาตรา ๑๑ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของกระทรวงพาณิชย์ ตั้งไว้จํานวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงพาณิชย์เปึนกระทรวง ที่สําคัญยิ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพราะเปึนกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการค้า การขาย การส่งออก เปึนกระทรวงที่มีภารกิจที่จะสร้างรายได้เข้าประเทศที่สําคัญในภาวะ เศรษฐกิจถดถอย ผมได้มีโอกาสอภิปรายในตอนต้นว่าการจัดงบประมาณของรัฐบาล ในครั้งนี้ยังไม่ได้บูรณาการทีมเศรษฐกิจที่แท้จริง แล้วก็ไม่ได้จัดงบให้ตรงเปัาที่ประเทศ ของเรากําลังเสียหายทางภาคเศรษฐกิจหลาย ๆ ภาคในขณะนี้

ประการสําคัญท่านประธานครับ ขณะนี้ประเทศของเรากําลังเสียหาย ทางด้านการส่งออก การค้า การขาย แต่กระทรวงพาณิชย์ได้รับงบเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเปึนเปอร์เซ็นต์เพียง ๐.๘๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะช่วยกระตุ้น เศรษฐกิจได้อย่างไร ซ้ํางบที่ได้รับมา ๑,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ไปทําโครงการที่ผมคิดว่า ยังไม่เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าที่ควร ผมติดใจอยู่โครงการเดียวก็คือโครงการธงฟัา นะครับ แล้วก็ได้อภิปรายจนกระทั่งคณะกรรมาธิการยอมรับเปึนข้อสังเกต ปรากฏอยู่ใน เอกสารหน้า ๒๔๑ ข้อ ๑๒ ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยว่าโครงการนี้มีผลกระทบกับร้าน โชห่วยตามชนบท เพราะยิ่งจะไปซ้ําเติมพี่น้องประชาชนที่ค้าขายยากอยู่แล้วตามชนบท ซึ่งเขาเสียภาษีกับท้องถิ่น แต่ร้านธงฟัาเหมือนกับเข้าไปตีหัวร้านโชห่วยในชนบทแล้วก็ เดินจากไป ผมขอเข้าเนื้องานนิดหนึ่งครับท่านประธาน ร้านธงฟัาได้รับวงเงิน ๙๐๐ ล้านบาทนะครับ มีค่าใช้จ่ายการจัดงานในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ๖ ครั้ง ๑๕๐ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายจัดงานระดับภาคจํานวน ๒๐ ครั้ง ๓๐๐ ล้านบาท ค่าใช้จ่าย งานระดับจังหวัด ๕๕ ครั้ง ๑๓๗ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายงานสินค้าเกษตรชุมชน ๑๐ จังหวัด ๑๐๐ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมศูนย์รวมสินค้าเกษตร ๕๐ ล้านบาท ค่าใช้จ่าย ในการสร้างเครือข่ายสมาชิกธงฟัา คือทําบัตรสีฟัา ๑๑๔ ล้านบาท ค่าบริหารจัดการระบบ โลจิสติกส์ (Logistics : กระบวนการวางแผนการดําเนินงานและการควบคุม การเคลื่อนย้ายทั่งไปและกลับ) วัตถุดิบของผู้ประกอบการร้านค้า ๔๐ ล้านบาท ผมติดใจอยู่ ๒ รายการครับ ค่าใช้จ่ายในการสร้างเครือข่ายสมาชิกธงฟัา บัตรสีฟัา บลู การ์ด ๑๑๔ ล้านบาท ตรงนี้ใช้กับคน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ได้สอบถามผู้มาชี้แจงบอกว่า คน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนที่จะคัดมานั้นคัดจากราษฎรผู้ยากจน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยเราคนจนมีแค่ล้านคนหรือ มันมีมากกว่าล้านคนแน่นอนนะครับ

ในประการต่อมาก็คือ ค่าจัดทําบัตรสีฟัาเปึนเงินถึง ๑๑๔ ล้านบาท งบได้รับไป ๙๐๐ ล้านบาท แต่มาทําบัตรบลู การ์ดใช้กับคนล้านคนนี่ ๑๑๔ ล้านบาท คิดเปึนกี่เปอร์เซ็นต์ แทนที่เม็ดเงิน ๑๑๔ ล้านบาทจะเอาไปทําประโยชน์ในกิจการ ที่เกี่ยวข้องกับร้านธงฟัา แต่กลับมาทําเรื่องบัตรสีฟัาแล้วก็ใช้ไม่ได้ครอบคลุมคนจนด้วย นะครับ ได้ไปถึง ๑๑๔ ล้านบาท มาถึงระบบบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์วัตถุดิบ ของผู้ประกอบการร้านค้า ตรงนี้ยิ่งเห็นภาพชัดเจนครับท่านประธาน ๔๐ ล้านบาท ปกติ การจัดงานที่จะมีการค้าขายตามชนบทคนก็แย่งกันที่จะมาค้าขายอยู่แล้ว นี่เรากลับให้ เงินเขาถึง ๔๐ ล้านบาท ให้กับผู้ที่จะไปค้าขายร้านค้าธงฟัา แล้วอย่างนี้ร้านโชห่วย ที่อยู่ในชนบทเสียเปรียบทุกประตู เราไปอุดหนุนเขาหมด ค่าขนส่ง ผมอภิปรายใน ๒ ข้อนี้เจ้าหน้าที่ก็ยอมรับครับ แล้วก็ในวันนั้นรับกลับไปครับ ผมก็เลย อยากจะสอบถามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากว่า ในโครงการธงฟัามีการเปลี่ยนแปลง โครงการแค่ไหนอย่างไร จากที่คณะกรรมาธิการ เรียกว่าไม่มีใครคัดค้านนะครับ ท่านประธาน จะว่าทั้งหมดก็ได้ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทํา บัตรสีฟัาบลู การ์ด ๑๑๔ ล้านบาท แล้วระบบโลจิสติกส์วัตถุดิบของผู้ประกอบการ ร้านธงฟัา ๔๐ ล้านบาท ๒ รายการนี้ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน อย่างไร หรือทั้งระบบเรื่องการจัดงานธงฟัาได้ถอยกลับไปหรือเปล่าเพื่อไปปรับปรุง โครงการใหม่ทั้งหมด ขอสอบถามข้อมูลตรงนี้จากกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปครับ ท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๑ ผมได้สงวนคําแปรญัตติเพื่อขอปรับลด งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลครับ คือสิ่งที่ผมได้มองดู การจัดงบประมาณเกี่ยวกับกรมการค้าภายใน ในโครงการด้านพาณิชย์เพื่อช่วยเหลือ ประชาชน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ที่จริงผมไม่เห็นด้วยเลย เพราะโครงการธงฟัานี่นะครับ ท่านประธาน ผมเคยเข้าไปดูในการนําสินค้าเข้าไปสู่โครงการธงฟัา สินค้าที่นําไปขาย ไม่ว่าจะเปึนน้ํามันพืช ปลากระปิอง แม้กระทั่งไข่ มันไม่ได้ถูกกว่าท้องตลาดมากมายนัก นะครับ แล้วก็ถ้าอ่านในเหตุผลที่นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาทจะไปช่วยผู้มี รายได้น้อยโดยจะนําสินค้าไปขายให้ถูกกว่าท้องตลาด ผมว่ามันไม่มีประโยชน์เลยนะครับ แทนที่จะเอาเงินส่วนนี้ไปจัดการให้มีผลผลิตทางด้านการเกษตรที่จะออกมามากในป้นี้ ไปเตรียมการที่จะนําไปขายแต่ละจังหวัด อย่างกรณีลําไย ลิ้นจี่จากภาคเหนือ เราสามารถกระจายไปสู่ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง ให้ได้มีการบริโภค มีการขาย อย่างทั่วถึง แล้วก็นําสินค้าจากภาคกลางอย่างมังคุด เงาะ ลองกองก็ดี เอามาขาย ในจังหวัดภาคเหนือ เปึนต้น อันนี้น่าจะได้ประโยชน์มากกว่า แล้วก็สิ่งที่ผมเปึนห่วงคือ ความไม่โปร่งใสของกรมการค้าภายใน เพราะว่าการไปจัดซื้อสินค้าที่เอามาจําหน่าย ในมหกรรมธงฟัา ถามว่าได้มีการตรวจสอบจะมีการทุจริตเกิดขึ้นไหม จะมีปลากระปิอง ที่กําลังหมดคุณภาพ แล้วเมื่อประชาชนไปซื้อ ซื้อไปบริโภค ไปเป่ดแล้วก็เหม็นเน่ามีไหม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แหละครับมันต้องมีการตรวจสอบกัน แล้วก็สิ่งที่อยากจะเห็นมากที่สุดครับ กรมการค้าภายในน่าที่จะไปตรวจสอบราคาก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ที่กําลังขาย ตามศูนย์การค้าต่าง ๆ ราคาแพงมากครับ อาหารพวกนี้ได้ขึ้นราคาเมื่อตอนน้ํามัน ขึ้นไปถึง ๑๔๐ เหรียญ แต่วันนี้พอน้ํามันปรับลดลงมาเหลือ ๓๕ เหรียญ ปรากฏว่าราคา ข้าวแกงก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ไม่ได้ลดลงเลย แม้กระทั่งราคาน้ําอัดลม ท่านประธานเคยไป ศูนย์การค้าไหมครับ น้ําอัดลมที่เราดื่มกัน เขาขาย เขาทํากําไรอย่างไร เขาใส่น้ําแข็ง เยอะ ๆ แล้วก็ใส่น้ําอัดลมเข้าไปนิดเดียว กําไรมหาศาล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่เหมือน ต่างประเทศครับ ต่างประเทศฝรั่งเขาบอกว่า ไม่เอาน้ําแข็ง เขาก็จะตักน้ําแข็งออกแล้วมี แต่น้ําอัดลมเนื้อ ๆ เลย ไม่ได้เอาเปรียบผู้บริโภค อย่างนี้สิครับกรมการค้าภายในควรจะ ดูแลในเรื่องเหล่านี้ แล้ววันนี้ที่น่าแปลกใจที่สุดท่านประธาน เมื่อเช้านี้นะครับ น้ํามัน ไนเม็กซ์ (NYMEX : New York Mercantile Exchange : ตลาดน้ํามัน) ลดลงมาเหลือ ๓๐ กว่าเหรียญ แต่ปรากฏว่าก๊าซโซฮอล์กับดีเซลของเราปรับเพิ่มขึ้น มันเกิดอะไรขึ้นครับ ทําไมมันถึงได้ สวนทิศทางของตลาดโลกได้พิลักพิเรนทร์ขนาดนี้ ผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลต้องดูแลปากท้อง ของพี่น้องประชาชนเดือดร้อนเปึนอย่างมากนะครับ แล้วก็ผมอยากจะเห็นครับข้าวแกงธง ฟัา ทําให้มีคุณภาพไปขายตามชุมชน ตามหมู่บ้าน ผู้มีรายได้น้อยตามหน้าโรงงานต่าง ๆ ให้สาวโรงงาน ให้พนักงานในโรงงานได้ซื้อในราคาที่ถูก ทําไมไม่ทําครับ ข้าวไข่เจียวธงฟัา ก็ได้ท่านประธาน มันก็เปึนประโยชน์ในช่วงภาวะวิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้ เอาเงินพันกว่า ล้านบาทไปจัดงานมหกรรม ๗๖ จังหวัด จัดตั้งร้านค้าสีฟัา ๑๐ ล้านบาท ส่งเสริมตลาดสด สีฟัา ๗ แห่ง แต่ละแห่งใช้เงินเท่าไรก็ไม่บอก และการทุจริตมันเกิดขึ้นได้ไหมครับ พันล้านบาท จัดได้อย่างไร ผมต้องเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลเรื่องนี้ผ่านท่านประธาน ให้รัฐบาลตรวจสอบ ควบคุมคณะกรรมาธิการอีก เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ได้อย่างไร ไปนั่งพิจารณาเปึนอาทิตย์ สองอาทิตย์ ไม่มีอะไรใหม่ขึ้นมา แล้วก็ไม่ได้พูดถึงเลย เดี๋ยวผมอยากจะให้ คณะกรรมาธิการชี้แจงด้วยว่าจะควบคุมไม่ให้เกิดการทุจริตเอาเปรียบพี่น้องประชาชน ได้อย่างไร และสินค้ามีคุณภาพอย่างไร ไม่ใช่เอาสินค้าไม่มีคุณภาพ สินค้าเก่า ๆ ไปตั้ง ขายกองเปึนมหกรรมธงฟัาและไปหลอกให้พี่น้องประชาชน ผมอยากจะฟังด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์จะเอาเงิน คชก. ไปพยุงราคาสินค้าการเกษตร ลําไย ลิ้นจี่อย่างไร แล้วจะมีการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง ให้คนไทยได้บริโภคอย่างทั่วถึงได้อย่างไร อย่างน้อย ก็ช่วยกันได้ครับ พี่น้องประชาชนเขาจะได้รับประโยชน์ เกษตรกรจะได้รับประโยชน์ แล้วก็ ต้นทุนการผลิตตอนนี้ราคาปุิยยูเรียก็แพงขึ้น รัฐบาลต้องรีบดูแลด้วยครับ ไม่ใช่ว่าปล่อยให้ สินค้าเกษตรขึ้นมา ต้นทุนการผลิตก็เพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยการผลิตราคาก็เพิ่มขึ้นแล้วพี่น้อง เกษตรกรอยู่ไม่ได้ครับ ถึงได้เดือดร้อนกัน หนี้สินมีเท่าไรก็ใช้ไม่ได้ ไม่มีปัญญาใช้หนี้ ก็ต้อง เดินขบวนเข้ามาเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดูแล ผมอยากให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับสิ่งเหล่านี้ อย่างน้อยการคอร์รัปชัน การทุจริตต่าง ๆ ควรจะควบคุมให้ทั่วถึงครับ อย่าให้มีการโกงกิน ได้ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุดท้ายก่อนที่กรรมาธิการจะชี้แจงครับ เชิญท่านนิยม เวชกามา ครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเปึนคนหนึ่งที่เสนอญัตติเพื่อขอปรับลดในการที่กรมการค้าภายใน จัดตลาดนัดธงฟัา ขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ความจริงผมเองไม่มีความประสงค์ที่จะ ปรับลดด้วยซ้ําไป เพราะเงินจํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทที่จะไปจัดธงฟัาตามจังหวัดต่าง ๆ ทั้ง ๗๖ จังหวัด โดยเนื้อหาแล้วผมเห็นว่ามันยังน้อยเกินไป ไม่เปึนประโยชน์ในการที่จะ ช่วยเหลือบ้านได้ จริง ๆ ในการแก้ปัญหาทําให้ชาวบ้านซื้อสินค้าราคาถูก ผมเองในฐานะ ที่เปึนคนหนึ่งซึ่งเปึนข้าราชการ หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด ในฐานะของสังกัดกระทรวง พาณิชย์ ได้เข้าไปดําเนินการเปึนกรรมการจัดตลาดนัดธงฟัาหลายครั้งหลายหน เห็นว่า ในการที่รัฐบาลเอง คณะกรรมาธิการซึ่งผ่านงบประมาณตัวนี้ให้มีการจัดตลาดนัดธงฟัา ผมเองยังมองเห็นประโยชน์ส่วนนั้นไม่มีเกิดขึ้น จัดตลาดนัดธงฟัาหลายครั้งหลายหน ที่จังหวัดสกลนครเอง ซึ่งเปึนหลายครั้งที่มีการจัดตลาดนัดธงฟัา ผมเองยังคิดไม่ออกว่า ชาวบ้านได้อะไรจากการจัดตลาดนัดธงฟัา ถ้าจะบอกว่าชาวบ้านที่มาซื้อของธงฟัานั้น ได้ประโยชน์ เพราะว่าซื้อสินค้าถูก มันไม่ใช่หรอกครับ ไม่ได้ซื้อสินค้าถูกเลย เพราะสินค้า ที่จําเปึนที่เกี่ยวกับในการใช้ชีวิตประจําวัน น้ํามันพืช น้ําปลา กะป่ ผงซักผ้าอะไรประเภทนี้ มันเปึนสินค้าที่ผลิตขึ้นมาจากส่วนกลางทั้งนั้น คือจากส่วนกลางกรุงเทพฯ เปึนส่วนใหญ่ พอไปถึงท้องถิ่นในต่างจังหวัดแล้ว ก็กําหนดราคาไปจากส่วนกลางแล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นไม่สามารถที่จะไปปรับลดราคาได้ ผมเองเคยนําเสนอความคิดนี้ให้การค้า ภายในจังหวัดของผมเองสมัยร่วมกันจัดงานว่า งานแบบนี้สิ้นเปลืองเปล่า ๆ เพราะเอาเงิน มาจัดเต็นท์ ไปเชิญผู้ประกอบการในจังหวัดซึ่งเขาเองมาร่วม บางคนมาร่วมด้วยความไม่ตั้งใจ มาเพราะว่าขอร้องให้มา บางคนก็มาเพราะอยากมาขายสินค้าเท่านั้นแต่รัฐบาลเอง หมายถึงว่าส่วนราชการที่ไปจัดการต้องเช่าสถานที่ทั้งหมด เอาเงินหลวงไปจัดการ ซึ่งไม่มีประโยชน์ ไปเช่าเต็นท์บ้าง เขียนปัายติดเต็มบ้านเต็มเมืองหมดเปึนแสน แต่ชาวบ้านมาก็ยังซื้อราคาเดิม อาหารก็ชาวบ้านก็ทํา เขาทํากันอยู่แล้ว พวกตลาดนัด ที่แห่ไปตามหมู่บ้านอําเภอต่าง ๆ ตามหมู่บ้าน ตําบลเขาก็ทําเปึนปกติแล้วไม่มี ความจําเปึน ผมเองยังมองว่าการที่รัฐบาลเองจัดงบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้จัดธงฟัา มันเปึนความคิดของราชการประจํามากกว่า มันเปึนการแสดงถึง วิสัยทัศน์ของเจ้าของกระทรวง คือทั้งรัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ไม่ได้มองว่า ธงฟัาไม่ได้เปึนประโยชน์ในการที่จะไปดูแลในเรื่องการจัดขายสินค้าให้ชาวบ้าน ได้ซื้อสินค้าถูก ไม่มีครับ ถ้ามองไปมุมมองหนึ่งก็คือถ้าเปึนไปได้น่าจะไปดูแลเรื่อง ไปจัดการ จัดซื้อ จัดขายเกี่ยวกับสินค้าโอทอปซึ่งเปึนปัญญาชาวบ้านเขาคิดขึ้นมา อันนั้นเปึนประโยชน์ แล้วสินค้าเกษตรซึ่งจําเปึนต้องดูแลเขา โดยเฉพาะมันสําปะหลัง ของชาวบ้าน ทําไมกระทรวงพาณิชย์ไม่ไปประกันราคาให้เขา ในยุคที่รัฐบาลสมชายเขา ประกันให้ ๑ บาท ๙๐ สตางค์ ก็เปึนมาตรฐานที่เขาขายได้ แม้มันยังไม่มากแต่ก็ยังดีกว่า ยุคนี้มันสําปะหลังตกมาราคาเดี๋ยวนี้ ๑ บาท ๒๐ สตางค์เท่านั้น แล้วก็จะลงไปเรื่อย ๆ มันสําปะหลังออกกันมาก ๆ อันนี้จึงฝากว่าท่านเจ้าของกระทรวงเอง ท่านกรรมาธิการครับ ดูด้วยว่าปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่หวังแล้วละเพราะอย่างไรก็ไม่ได้ เพราะท่าน ไม่ยกมือให้อยู่แล้ว แต่เปึนความหวังว่าอย่างไรก็เงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เกิดประโยชน์ แม้แต่นิดเดียว ผมไปมองในนั้น มีความเห็นว่าการจัดตลาดนัดธงฟัาไม่มีประโยชน์จริง ๆ ครับ เปึนการโฆษณาว่ารัฐบาลหรือว่าภาคราชการได้ทําแล้ว แต่ในข้อเท็จจริงชาวบ้าน ก็ยังเหมือนเดิม บางจังหวัดส่วนใหญ่ก็ไปจัดที่หน้าศาลากลางบ้าง ไปจัดในสนาม สาธารณะบ้าง ซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่ได้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนแต่อย่างใด ให้เขาไป ดําเนินการกันเอง ผมอยากให้ภาคราชการไปมองว่าสิ่งที่ท่านต้องทําอย่างยิ่งตอนนี้คือ โดยเฉพาะกรมการค้าภายในซึ่งเปึนหน่วยงานซึ่งไปอยู่ใกล้กับปัญหาปากท้องคือ ดูที่ร้านค้าต่าง ๆ เอาเปรียบประชาชนในการขายของกินอะไรก็ดี ไปดูแล้วเขาไม่ได้ ประโยชน์ แล้วอะไรที่เขาไม่ได้รับความเปึนธรรมก็ไปดูเขาหน่อย ส่งเสริมร้านโชห่วยครับ กรมการค้าภายในต้องทําอย่างยิ่งร้านโชห่วยซึ่งนับวันจะหมดไป ซึ่งเปึนร้านที่ชาวบ้าน ก็ขายกันมาแต่ดั้งเดิมจะหมดไปแล้ว

อีกอย่างหนึ่งต้องฝากคือร้านค้าสหกรณ์หมู่บ้าน กรมการค้าภายใน ต้องไปดูอย่างเปึนจริงเปึนจังเปึนรูปธรรม รวมถึงร้านสหกรณ์หมู่บ้านด้วย อันนี้ อยากจะให้กรมการค้าภายในไปดูเปึนอย่างยิ่งครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทางวิปเสนอชื่อเพิ่มมาอีก ๑ ท่านนะครับ ท่านประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กระชับหน่อยนะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ผมได้สงวนความเห็นไว้โดยขอปรับลด จํานวน ๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องปรับลดผมอยากขอแสดงความเห็น เพราะว่ากระทรวงนี้ จริง ๆ ผมทราบจากส่วนราชการว่าเขาเสนอขอไปเปึนหมื่นกว่าล้านบาท แต่ได้ ๑,๐๐๐ ล้านบาทผมมาดูรายละเอียด เพื่อนสมาชิกเขาพูดไว้หมดนะครับ เขาให้มา ๑,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าให้ไปที่กรมการค้าภายใน ต้องยอมรับว่าตอนนี้การส่งออก มีปัญหามาก ตลาดหลักของเราคือสหรัฐอเมริกา ตอนนี้เรียกว่าซบเซาไปหมด เรียกว่า เจ๊งหมดเลยครับที่สหรัฐอเมริกา ตลาดเรายังไม่หาเพิ่มเลย ท่านประธานครับ ผู้ส่งออก ตอนนี้นับวัน ผมว่าอาจจะมีคนฆ่าตัวตาย คนกระโดดตึกตาย คนผูกคอตาย เนื่องจาก เศรษฐกิจล่มสลายภายใน ๒ ป้ที่จะถึงนี้ ถ้าเราไม่เยียวยาเขาท่านประธาน ทําไมเรา ไม่คิดหาเงิน ถึงแม้จะมีเงินน้อยเราก็หาตลาดที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจเขาไม่รุนแรง เขามีกําลังซื้อ เช่น ตะวันออกกลางท่านประธานครับ ทําไมเราไม่ไปเจรจากับเขาบ้าง เขามีเงินนะครับ ถึงแม้น้ํามันจะราคาตก แต่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร เรื่องอะไรนี่เขาต้องใช้ ท่านประธาน เราจําเปึนที่ต้องหาตลาดใหม่ ๆ ถึงวันนี้มองไม่เห็นครับ มีแต่เรื่องธงฟัา ธงฟัาเวลาหิวสําหรับคนไทยนะครับ ถึงวันนี้พอไปดูเรื่องโครงการที่เสนอมา ท่านประธานครับ เห็นแล้วมันไม่รู้ว่าจะไปกระตุ้นเศรษฐกิจหรือจะไปกระตุ้นต่อมอะไร อันแรกครับ จัดงาน ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ๖ ครั้ง ครั้งละ ๒๕ ล้านบาท รวมแล้ว ๑๕๐ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการจัดงานระดับภาคจํานวน ๒๐ ครั้ง ครั้งละ ๑๕ ล้านบาท อย่างนี้มันจะไป กระตุ้นต่อมอะไรครับ ผมดูแล้วน่ากลัว ผมก็ไม่อยากไปจับเรื่องมีการทุจริต มันจะเกิด มากมาย เดี๋ยวจะต้องดูเรื่องกางเกงนักเรียน ผมว่าจะวุ่นวายบ้านเมืองนะครับ มันเปึน ภาระที่พวกผมต้องไปตรวจสอบ ถึงอยากกราบเรียนว่าวันนี้กระทรวงพาณิชย์ต้องออกมา ดูแลพวกส่งออกบ้าง น่าสงสารครับ ตอนนี้นั่งเอาเท้าก่ายหน้าผากว่าจะทําอย่างไร ทําอย่างไรให้เจ๊งน้อย ทําอย่างไรให้พออยู่ได้ ทําอย่างไรให้ประคับประคองไป ท่านประธานครับ ท่านประธานสงสารเขาไหมครับ ผมฝากท่านประธานผ่านไปถึง ประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มันถึงเวลา นะครับที่ต้องช่วยเซคเตอร์ (Sector) นี้ ตอนนี้บอกเอสเอ็มอีก็ระเนระนาด ท่านประธานครับ เอ็นพีแอล (NPL) ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์เจ๊งแน่นอน ไม่รู้จะว่าอย่างไรนะครับท่านประธาน ถึงวันนี้วังเวงมากในเรื่องงบกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วซ้ําเติมโดยขึ้นน้ํามัน ผมฝากอีกครั้งครับ อย่าขึ้นราคาน้ํามันเลยครับ พอเสียเถอะครับ ขึ้น ๒ ครั้งก็พอเสียเถอะครับ อย่าไปซ้ําเติม คนยากคนจน อย่าไปซ้ําเติมอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่าไปซ้ําเติมเศรษฐกิจที่มันกําลังพอ จะไปได้ มันเจอกระตุกทีเดียวตอนนี้ล้มหัวหกคะเมนครับ ถึงแม้ว่าเงินจะน้อยแต่ผมว่า ถ้าเราใช้เงินอย่างมีคุณภาพอย่าให้มีการรั่วไหลมันก็จะดีขึ้นนะครับ ท่านประกาศ ตลอดว่าจะใช้นโยบายเศรษฐกิจพอเพียง ท่านต้องทําจริง ๆ นะครับ ตอนนี้ท่านไปหว่าน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกได้เลยว่ามีปัญหา ต่อมที่ว่านี่คือต่อมการทุจริตมันจะมีมากมาย เงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทมันดูแล้วท่านประธาน มันจะเกิดปัญหามากมาย ซึ่งผมไม่อยากให้ สภานี้ต้องเอาเรื่องนี้ ไม่อยากให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องเหล่านี้ เพราะเปึน นโยบายที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็ขอขอบคุณ พูดสั้น ๆ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลืออีก ๑ ท่านครับ ท่านเรวัตสั้น ๆ นะครับ

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ ในมาตรา ๑๑ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมียอดเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท กระผมจะใช้เวลาสั้น ๆ โดยที่กระผมได้ขอสงวนปรับลดไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๒๐ จริง ๆ แล้วท่านประธานครับ ก็กราบเรียนมาแต่แรก แล้วว่าการจัดงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมันไม่ตรงจุดตรงเปัา อย่างกระทรวง พาณิชย์เปึนกระทรวงสําคัญในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนการส่งออก กรมส่งเสริมการส่งออกเปึนตัวขับเคลื่อนแต่ไม่ได้รับงบประมาณเลย กลับเอาไปให้ กรมการค้าภายในอย่างนี้ครับท่านประธานครับ มันก็เลยไม่ตรงเปัาตรงจุด กรมส่งเสริม การส่งออกในปัจจุบันนี้ผมเองก็ไม่ทราบว่าในทูตพาณิชย์ทั่วโลก เมื่อไม่ได้เงินในการ สนับสนุนในด้านนี้ ไม่ทราบว่าทูตพาณิชย์ทั้งหลายเขาจะมีใจทํางานไหม ความจริงแล้วสมัยก่อนรัฐบาลก่อน ๆ นั้นที่ผ่านมา การค้าขายเราดีนะครับท่านประธาน ค้าขายดีมาก เพราะอะไร เรามีเปัาหมาย รัฐบาลนั้นมีเปัาหมายให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลก ทั้งโลกนี่มีเปัาในการรับออร์เดอร์จากต่างประเทศหรือขายสินค้าจากประเทศไทยเข้าสู่ใน ประเทศนั้น ๆ ในทูตนั้น ๆ ที่อยู่ในปัจจุบันนี้ ผมเองไม่แน่ใจถ้ากระทรวงพาณิชย์จะ ขับเคลื่อนอย่างนี้ก็วัดสิครับ วัดความรู้ ความสามารถในการทํางานของทูตพาณิชย์ ทั้งโลกนี่ว่าประเทศนี้สั่งสินค้าจากประเทศไทยเข้าไปเท่าไร ป้นี้สั่งอะไรบ้าง ประเทศไทย เรามีแต่ดินกับน้ํานะครับท่านประธาน อุตสาหกรรมเราก็ไม่มีอะไรมาก ก็มีบ้าง ส่วนประกอบรถยนต์ พลาสติกต่าง ๆ แนวนี้ อุตสาหกรรม เกษตรกรรมเรานั้นที่จะต้อง ส่งออกและมีปัญหามากแต่ละป้ ก็นําทูตต่าง ๆ เหล่านี้ค้าขายสิครับ ค้าขายครับ ของเรา ในปัจจุบันนี้นะครับ ก็รอ รอให้เขามาติดต่อทูตต่าง ๆ นี่ เท่าที่ผมเคยประสบมา รอครับ รอเขาสนใจไหม ทั่วโลกพ่อค้าคนไหนสนใจ พอใจเสร็จแล้วก็มาเป่ด มาเป่ดดู นะครับ มาเป่ดดูเล่มหนา ๆ มาดูว่าใคร ประเทศไทยเรามียี่ห้อไหน หรือบริษัทไหน ทําอะไรบ้าง ก็อย่างนี้ครับมีแค่นี้ ผมเคยถาม เคยไป แล้วเคยถามว่าถ้าเขาจะมาดูนี่ อย่างข้าวสาร ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี่เราเอาตรงไหนมาดู ไม่มีครับ ไม่มีตัวอย่างให้ อย่างนี้เปึนต้น เราต้องวัดครับ กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งรัดวัดครับ วัดเลยวัดทูตทั้งหลาย ทั่วโลกนี่ว่าท่านค้าขายป้นี้ได้เท่าไร ลําไยส่งไปกี่ตันแล้ว ข้าวส่งไปเท่าไรแล้ว ประเทศ อะไรบ้าง เราวัดผลตรงนี้ครับ นี้คือสิ่งที่กระผมอยากจะกราบเรียนว่า กระทรวงพาณิชย์นั้น ต้องทําหน้าที่นี้โดยเคร่งครัดแล้วก็เอาจริงเอาจัง สมัยที่แล้วที่รัฐบาลต่าง ๆ เขามีนะครับ เขาตั้ง ท่านประธานเคยได้ยินนะครับ แต่เดี๋ยวนี้เขายกเลิกไป ทีมไทยแลนด์ เขามีนะครับ มีเอกอัครราชทูตแต่ละประเทศนั้นดูแลเรื่องนี้ มีทุกอย่างอยู่ในนี้หมดเลยครับ เพื่ออะไร เพื่อค้าขาย เพื่อส่งออกอย่างเดียว ค้าขายทําการค้าขายอย่างเดียว โอ้ ตอนนั้นทูตต่าง ๆ ก็ขยันขันแข็ง ใบออร์เดอร์ต่าง ๆ เยอะแยะจนไม่มีเงินที่จะให้พ่อค้าส่งออกกู้ เงินไม่มี ออร์เดอร์มี เงินไม่มี แต่เดี๋ยวนี้เปึนอย่างไรครับ ออร์เดอร์ไม่มี ออร์เดอร์ไม่มีเลย ทุกวันนี้ที่ มีท่านประธานครับ ที่มีอยู่ทุกวันนี้เปึนออร์เดอร์เก่า ออร์เดอร์เก่าครับ ออเดอร์เก่า ๆ ทั้งนั้น นี่ครับเปึนสิ่งที่กระผมถือว่าผิดพลาดหรือเปล่า ตั้งงบตรงจุดไหม ตรงเปัาไหม ออดนี้ออด อะไรท่านประธานเวลา ผมไม่จํากัด

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ออด ๕ นาทีแล้วครับ ที่จริงวิปบอกว่าให้ประมาณ ๕ นาที ให้รวบรัดหน่อยครับ

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

อะไรครับ คนละ ๕ นาทีหรือ ถ้าอย่างนั้น ก็ขออีกสักนิดเดียว ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะกราบเรียน เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก ก็พูดไปเยอะแล้วเรื่องธงฟัา ผมก็พูดมาตั้งแต่แรกแล้วว่า เรื่องธงฟัานี่เอาไปให้ กรมการค้าภายในเขาทํา ก็ต้องไปแข่งกับพ่อค้าแม่ค้าเขาทั้งหลาย แล้วนัดเดี๋ยวนี้นะ นี่จะทํา ๗๖ จังหวัดนะ จังหวัดกาญจนบุรีขอประทานโทษนะครับ ไม่รู้เขาเอากันหรือเปล่า แต่ผมไม่เห็นด้วย เพราะอะไรรู้ไหม เขามีนัดครับ ผมว่าท่านผู้แทนราษฎรทั้งหลาย ในสภาเรานี่ทุกจังหวัดมีหมด เขามีนัดแต่ละนัด ๆ แล้วไปตั้งอย่างนั้น นั่นเขาจะทําอย่างไร กัน ปัญหาเกิดขึ้นนะครับ ไม่เกิดประโยชน์อะไรแม้แต่น้อย ไม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเลย แม้แต่น้อย เอาเร่งตรงนี้เถอะครับ เร่งกรมส่งเสริมการส่งออก กรมส่งเสริมการส่งออกนี่ ผมเห็นด้วยเลยว่าต้องทํา แล้วต้องจี้นะครับ รัฐต้องจี้ครับ จี้ทูตพาณิชย์ทั้งหลายนี่ อย่าปล่อยไว้เฉย ๆ ครับ ท่านเห็นไหมครับวันหนึ่งก็ผ่านไป วันหนึ่งก็ผ่านไป ผ่านไป ยิ่งไม่ได้งบประมาณนี่ทําอย่างไรกัน ผมก็ฝากเรื่องนี้ครับ ผมก็ ต้องฝากเรื่องนี้ต่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งได้ยินท่านไตรรงค์บอกว่า ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ งบประมาณต้องปรับใหม่ ปรับใหญ่เลย ทําใหญ่เลย ใช่ครับ ทําใหญ่เลย งบประมาณ ขาดดุลไม่เปึนไร เพิ่มไปครับขาดดุลสัก ๔-๕ แสนล้านบาทก็ไม่เปึนไรครับ ไม่มีปัญหาครับ แต่ขอให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง นี่ท่านไตรรงค์พูดไว้ ท่านจําได้นะท่านไตรรงค์นะครับ ท่านพูดไว้แล้วผมจําได้ เพราะฉะนั้นทําเถอะครับให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง พี่น้องประชาชน อยู่ดีกินดี ไปที่ไหนก็โอ้โห จริง ๆ แล้วประเทศไทยท่านประธานครับ ถ้าท่านประธาน ไปต่างประเทศทั่วโลกเราไม่แพ้เขานะเมืองไทยไม่แพ้ใคร ๆ ในโลกนี้เลย แต่ถ้าเกิด ความยากจนจะเข้ามาตรงนี้ปัญหาก็เกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชน แต่ในด้านอื่น ๆ ผมเชื่อว่าเราไม่แพ้ใคร ผมคงใช้เวลาสั้น ๆ แค่นี้ครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการ ด้วยความขอบคุณต่อเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ข้อสังเกต ที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่ง ข้อสังเกตของหลายท่านไม่ว่าจะเปึนการให้ดูแลร้านโชห่วย การดูแลตลาดสหกรณ์ การดูแลโอทอป คณะกรรมาธิการได้สอบถามข้าราชการกระทรวงพาณิชย์แล้วก็ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้มาชี้แจง ซึ่งทุกคนเห็นพ้องด้วยกันหมดว่า ควรที่จะผลักดัน แล้วก็ให้มีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าที่ท่านฝากไว้ว่ากังวลว่าจะมีการทุจริตเรื่องนี้ ก็เปึนข้อกังวลใจของคณะกรรมาธิการ จึงได้เรียนให้ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้ตระหนักถึงข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการว่าอย่าให้มีการทุจริตใด ๆ เกิดขึ้นแม้แต่น้อย แล้วพวกเราก็ได้รับคําชี้แจงจากส่วนราชการแล้ว จึงเชื่อมั่นว่าทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งได้ชื่อว่าเปึนมือปราบ คอร์รัปชันนะครับ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ก็คงจะไม่ทําให้สภาแห่งนี้ผิดหวัง

ส่วนมาตรการในการส่งเสริมการส่งออกที่เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้เสนอแนะนั้น กระผมเองในฐานะกรรมาธิการจะนําเรื่องนี้เพิ่มเติมเข้าไปให้ทางรัฐบาล ได้นําไปพิจารณาเพื่อที่จะขับเคลื่อนนโยบายในการหามาตรการในการส่งออก สู่ตลาดโลกให้ดียิ่งขึ้น ส่วนการจัดธงฟัาที่กรมการค้าภายในได้เสนอมาแล้วก็ได้รับ ความเห็นชอบจากสภาและคณะกรรมาธิการไม่ได้ปรับลด ๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้นนะครับ ก็เนื่องจากว่าต้องการให้ผู้ผลิตพบกับผู้บริโภคได้โดยตรง ซึ่งจะลดค่าใช้จ่ายให้กับ ผู้บริโภคประมาณร้อยละ ๒๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ จากที่ไปซื้อสินค้าตามปกติ แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือจะมีมาตรการในการจ้างบัณฑิตที่จบใหม่ แล้วก็คนที่ตกงาน เพื่อช่วยเหลือในการปฏิบัติงานในการจัดงานในแต่ละครั้ง ซึ่งเปึนประโยชน์อย่างยิ่งกับ การรองรับแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ก็ขออนุญาตกราบเรียน ชี้แจงต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชวลิตมีอะไรสอบถามเพิ่มเติมหรือครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจาก จังหวัดนครพนม ท่านกรรมาธิการครับ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ค่าใช้จ่ายใน การสร้างเครือข่ายสมาชิกธงฟัาบัตรสีฟัาผูกขาด ๑๑๔ ล้านบาทนะครับ ซึ่งใช้กับคน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนนะครับ กับค่าบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์วัตถุดิบของผู้ประกอบการ ร้านธงฟัา ๔๐ ล้านบาท ท่านยังไม่ได้ให้คําตอบผมครับ ผมขอข้อมูลตรงนี้ด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการไตรรงค์ครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เรื่องที่ท่านชวลิต ประทานโทษที่เอ่ยนามนะครับ กรรมาธิการเสียง ข้างน้อยได้พูดเมื่อสักครู่นี้เปึนความห่วงใยของกรรมาธิการทุกฝ์าย ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายเสียงข้างน้อยหรือฝ์ายเสียงข้างมาก แต่จากการที่ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ เขาให้การว่าอย่างนี้นะครับว่า บลู การ์ดที่ต้องใช้งบประมาณ ๑๑๔ ล้านบาทสําหรับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ การ์ด หรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน แบ่งค่าใช้จ่ายเปึนอย่างนี้นะครับ ๑๑๔ ล้านบาท คือเฉพาะ ๒๔ ล้านบาทเท่านั้นที่ใช้ไปในการทําการ์ด คือการติดต่อประสานงานอะไร พวกนี้ ๒๔ ล้านบาท อีก ๙๐ ล้านบาท เปึนค่าเรียกว่า ซับซิดี (Subsidy : การสงเคราะห์ เงิน , เงินสมทบ) เปึนค่าที่ไปให้การอุดหนุนกับร้านค้าที่ตกลงว่าจะขายสินค้าในราคาต่ํา ให้กับผู้ที่ถือบัตรบลู การ์ด สมมุติว่าผู้ที่ถือบัตรบลู การ์ดไปซื้อของจากร้านค้า ซึ่งซื้อได้ต่ํา ในราคาที่ตกลงกันไว้ต่ํา ๒๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาท้องตลาด ซึ่งก็จะมีเรคคอร์ด (Record) เอาไว้ว่าขายไปได้เท่าไร เขาก็จะมาคํานวณดูว่าที่คุณขายไปเท่านี้ ทาง กระทรวงเขาจะเอาเงิน ๙๐ ล้านบาทชดเชยให้บางส่วนที่ลดไปให้บางส่วน ซึ่งอันนี้ต้อง กราบเรียนตรง ๆ ว่าเปึนเรื่องที่ต้องไปคุยกันในระดับบริหารจัดการอีกครั้งหนึ่งเพราะว่าเรา ก็ไม่ทราบวิธีการประเมิน ประเมินอย่างไร เพราะเวลาไปประเมินว่าร้านที่ขายสินค้าราคา ถูกให้กับผู้ที่ถือบัตรบลู การ์ดไปนี่ ตัวเลขที่เขาบอกเขาขายให้ไปเท่ากับจํานวนเท่านี้ชิ้นใน มูลค่าเท่ากับเท่านั้น แล้วทางกระทรวงก็ชดเชยให้เท่ากับเท่านี้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเปึน เหมือนกับเจ้าหน้าที่ภาษี ถ้าเผื่อไปประเมินแล้วก็ตกลงกับร้านค้า ผมประเมินให้คุณต่ํา ๆ แต่คุณให้ผมใต้โต๊ะหน่อยมันก็ทําได้ ถ้ามันจะโกงมันทําได้ทั้งนั้นแหละ เพราะเปึนเรื่อง ของการบริหารจัดการที่จะต้องพูดกันต่อไป แต่ว่าแยกแยะแล้วก็ได้อย่างนี้แหละครับ ครั้ง แรกเราก็ไม่สบายใจที่เราปรึกษาหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ไม่ว่า ท่านหรือผม ทุกคนก็ไม่สบายใจว่า ค่าการ์ดอะไรมันแพงถึงขนาด ๑๑๔ ล้านบาท รัน (Run) ไป ๑๑๔ ล้านบาท มันก็มากเกินไป แต่พอซักจริง ๆ แล้วมันก็ค่าทําการ์ดแล้วก็ ค่าติดต่ออะไรต่าง ๆ มัน ๒๔ ล้านบาท อีก ๙๐ ล้านบาทไปใช้สําหรับเปึนซับซิดีสําหรับ ร้านที่จะขายสินค้าในราคาถูกให้กับประชาชน ส่วนประชาชนที่จะได้บลู การ์ดนี้ก็ไปติดต่อ ได้ที่กรมการค้าภายใน หรือไปติดต่อได้ตามที่สถานที่เขาจัดไว้เขาจะประกาศไว้เวลาเขา จัดงานก็ไปรับได้ ซึ่งก็จะต้องมีเงื่อนไขว่าเมื่อได้การ์ดนี้แล้วก็ต้องไปซื้อสินค้าภายในเวลา เท่ากับเท่าไร ถ้าซื้อสินค้าประเภทไหนจะได้ลดกี่เปอร์เซ็นต์กฎเกณฑ์เหล่านี้เขาจะบอกไว้ แต่จะต้องมีจํากัดเวลาว่า คุณต้องซื้อภายในระยะเวลาเท่านี้นะ ที่ผมซักมันก็ได้อย่างนี้ ก็กราบเรียนท่านกรรมาธิการ และท่านผู้แทนราษฎรที่เคารพให้ทราบครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับท่านสมาชิก ท่านชวลิตมีอะไรครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมาธิการครับ ในเรื่องบลู การ์ด ๑๑๔ ล้านบาท ประเด็นของผมก็คือว่า ได้ประโยชน์เพียงคนล้านคน ถ้ารัฐบาลหรือกระทรวงพาณิชย์เห็นว่าตรงนี้เปึนธรรมแล้ว ผมไม่ติดใจนะครับ เพราะว่าคนจนมีมากกว่านั้น มันก็จะเปึนผลลบกับรัฐบาลหรือ กระทรวงพาณิชย์เอง ถ้าคิดทําแค่เพียงล้านคนนะครับ

ในประการต่อมาก็คือว่า ในส่วนของบลู การ์ด ถ้า ๙๐ กว่าล้านบาท ที่ว่าเปึนเรื่องซับซิดีอะไร ผมคิดว่าน่าจะมีคณะกรรมการในส่วนของฝ์ายการเมืองกํากับ ติดตามเรื่องนี้ด้วย

ประเด็นที่ ๒ ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการยังไม่ได้ตอบผมก็คือ เรื่องค่าบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ คือผู้ประกอบการที่ไปค้าขายจากกรุงเทพฯ ที่เข้าไป เขามีสินค้าไปขายอยู่แล้วยังได้อุดหนุนอีก ๔๐ ล้านบาท ตรงนี้มันคืออะไร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ครับ ผมได้ซักถามเรื่องนี้ก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และท่านผู้แทนราษฎรที่เคารพทั้งหลายครับ คือร้านที่เขา ไปจัดมันมี ๒ ประเภทใช่ไหม คือบลู เฟรช มาร์ท (Blue fresh mart) เขาเรียก ก็คือร้านค้า สดสีฟัา ก็คือตลาดสดสีฟัาของเขาที่เขาเรียก อันนี้มี ๗ แห่งทั่วราชอาณาจักร อีกอันหนึ่ง ก็คือ บลู ช้อป (Blue shop) ไม่มี เฟรช (Fresh) ก็คือร้านสีฟัา ที่เรียกความแตกต่างของ ๒ ตลาดนี้คือว่า บลู เฟรช ซ้อป ก็คือตลาดสดที่ขายสินค้าสด หมู เห็ด เปึด ไก่ ผัก ผลไม้ ซึ่งเขาจะเปึนคนไปติดต่อกับเกษตรกรที่ผลิต แล้วเกษตรกรนํามาขายโดยไม่ต้องผ่านยี่ปัูว ซาปัูว (พ่อค้าคนกลาง) มาขายในสถานที่ที่จัดไว้ เช่น ในตลาดยิ่งเมือง ยกตัวอย่าง ตลาดยิ่งเมืองนี่เขาก็ไปติดต่อแผงเขาไว้ แผงของคุณนะ แผงนี้เปึนแผงสีฟัานะ คุณต้องมา รับสินค้าเรานะ ตกลงมารับสินค้าเรา เราก็จะเอาเกษตรกรขนของเหล่านี้มาให้ที่แผง พี่น้องประชาชนไปซื้อที่แผงนี้จะได้ถูกกว่าราคาท้องตลาด ๒๐–๔๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเปึน ของสีฟัาที่เขาจ่ายค่าโลจิสติกส์ก็คือช่วยเกษตรกรพวกนี้ละครับ เพราะว่าท่านไม่มี ยานพาหนะ ไม่มีอะไร ก็ช่วยขนสินค้ามาให้จะได้ขายสินค้าถูกลง แล้วก็ช่วยเกษตรกรด้วย แล้วก็ช่วยผู้บริโภคที่ยากจนด้วย เพราะว่าผมเคืองมาก ครั้งแรกผมเข้าใจว่าสมมุติคุณไป ซื้อมาจากบริษัทสหพิบูลย์อะไรนี่ผมจําไม่ได้แล้ว บริษัทที่ผลิตยาสีฟัน แปรงสีฟัา แล้วคุณ ไปจ่ายโลจิสติกส์ได้อย่างนี้มันไม่ถูก คุณเอาสตางค์ไปให้คุณก็รวยอยู่แล้ว เขาบอกไม่ได้ ให้ เขาให้เฉพาะพวกเกษตรกร พวกร้านต่าง ๆ ที่ผลิตยาสีฟัน สบู่ อะไรที่เขาเอาไปขายนั้น เขาเอาไปขายในตลาดบลู ช้อป ในตลาดสีฟัา ในตลาดนี้เขาไม่ได้จ่ายค่าโลจิสติกส์ ถ้าอย่างนี้เราก็สบายใจในฐานะที่เราเปึนผู้แทนปวงชน เราปกปัองคนจน เราไม่ยินดีด้วย แน่นอนถ้าเผื่อเอาเงินไปจ่ายคนรวยแม้โดยวิธีไหนก็ตาม เราคงไม่เห็นด้วย ผมก็พูดกับเขา ชัดเจนอย่างนี้ และเขายืนยันว่าอย่างนี้นะครับ ถ้าไม่เปึนไปอย่างนี้ก็ต้องมีเรื่องละครับ เพราะให้การผมมาอย่างนี้ แล้วที่ท่านฝากไว้เมื่อสักครู่นี้ผมจะติดต่อกับท่านรัฐมนตรีของ กระทรวงพาณิชย์ เรื่องการควบคุม ๙๐ ล้านบาทนั้น ผมก็ไม่สบายใจ ผมต้องการเห็น ระบบที่มันไม่หลวมอย่างนี้ ผมรับไปครับท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าเราจบการอภิปรายมาตรา ๑๑ กระทรวงพาณิชย์นะครับ ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ

(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ และก่อนลงมติจะขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ กรุณาเสียบบัตรเพื่อแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกครับ เราจะมี การลงมติในมาตรา ๑๑ กระทรวงพาณิชย์นะครับ ก่อนลงมติก็ต้องตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ขอเชิญท่านสมาชิกที่เข้าห้องประชุมแล้ว กรุณาเสียบบัตรเพื่อแสดงตนครับ ท่านที่เข้ามาแล้ว กรุณาเสียบบัตรและแสดงตนเลยนะครับ พร้อมหรือยังครับ เข้ามาพร้อมแล้วเสียบบัตร แสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

กดแสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้น ๒๔๙ ท่าน นะครับ ถือว่าครบองค์ประชุม เชิญครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ๓๑๐

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๕๐ ครับ

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ คุณหญิงกัลยาค่ะ ๐๑๒ ค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๒๕๑ ครับ ก็ครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปผมขอถามมตินะครับ มาตรา ๑๑ กระทรวงพาณิชย์ ท่านสมาชิก ท่านใดเห็นควรคงไว้ตามร่างของคณะกรรมาธิการกรุณากด เห็นด้วย ท่านใดเห็นว่า ควรมีการแก้ไขตามที่มีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอสงวน หรือตามที่เพื่อนสมาชิก ได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้กรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ขอป่ดการลงมตินะครับ ขอทราบผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุมทั้งสิ้นนะครับ ๒๔๘ ท่าน เห็นด้วยให้คงไว้ตามร่างของคณะกรรมาธิการ ๒๓๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ก็เปึนอันว่าในมาตรา ๑๑ กระทรวง พาณิชย์นะครับที่ประชุมเห็นด้วยที่จะคงไว้ตามร่างของคณะกรรมาธิการครับ

ต่อไปเปึนมาตรา ๑๒ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๒ กระทรวงมหาดไทย ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้สงวนคําแปรญัตติ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย กระผม ได้เสนอความเห็นในชั้นกรรมาธิการในมาตรา ๑๒ ๒ รายการ ใน (๑) กับ (๓) ผมจะขอ อนุญาตท่านประธานอภิปรายในมาตรานี้ควบคู่กันไป

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญเลยครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๑๒ ใน (๑) ของกระทรวงมหาดไทย เปึนเรื่องของโครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้ แก่ผู้สูงอายุ วงเงินทั้งหมด ๙,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในโครงการนี้ผมได้เสนอ ความเห็นปรับลดวงเงินงบประมาณไปร้อยละ ๒๐ ผมมีเหตุผลและมีความจําเปึน ที่จะต้องขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อมาขอความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ หรือขอความเห็นชอบจากกรรมาธิการเสียงข้างมากที่อาจจะมีความเห็นคล้อยตาม กรณีที่ผมได้อภิปรายชี้แจงต่อสภาให้กับท่านประธานและท่านประธานคณะกรรมาธิการ หรือกรรมาธิการเสียงข้างมากได้เห็นในเหตุผลของผม เพราะว่ากระผมได้ชี้แจงในขั้นตอน ของห้องงบประมาณ แต่ว่าท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากยืนยันที่จะคงร่างเดิม ก็ต้องขอ อาศัยอํานาจของท่านประธานและสภาแห่งนี้ช่วยวินิจฉัย ท่านประธานครับ ในโครงการ สร้างหลักประกันรายได้ของผู้สูงอายุ เม็ดเงิน ๙,๐๐๐ ล้านบาท หลักการโดยรวมแล้ว ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ผู้สูงอายุที่มีทั้งหมดในประเทศไทยขณะนี้นะครับ ตัวเลขที่ได้รับ รายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยอาศัย ตัวเลขเมื่อสิ้นป้นะครับ มีผู้สูงอายุทั้งหมดอยู่ ๗,๐๒๐,๙๕๙ คน ๗,๐๒๐,๙๕๙ คน ท่านประธานครับ ในโครงการนี้ทางคณะรัฐมนตรี รัฐบาลได้เสนองบประมาณมาทั้งหมด ๙,๐๐๐ ล้านบาท มีวัตถุประสงค์ที่จะให้ครอบคลุมผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ท่านใช้คําพูดว่า อย่างนั้นนะครับ เพิ่มขึ้น ๓ ล้านคน โดยจ่ายเปึนเงินเดือน เดือนละ ๕๐๐ บาท จํานวน ๖ เดือน ก็ตกอยู่ที่เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท ๖ เดือนก็ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมเองต้องปรับลดร้อยละ ๒๐ เปึนเงิน ๑,๘๐๐ ล้านบาท ผมเอามาทําไมครับ ท่านประธานครับ

เหตุผลอันที่ ๑ จํานวนผู้สูงอายุที่มีทั้งหมด ๗,๐๒๐,๙๕๙ คน ในรายงาน ได้รับจากการชี้แจงท่านประธานครับ ขณะนี้ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ มีผู้สูงอายุที่ได้รับ สวัสดิการเบี้ยยังชีพ ผมใช้คําว่า เบี้ยยังชีพ ตามรายงาน ตามโครงการที่ได้รับอยู่เดิม ทั้งหมด ๒,๓๘๖,๕๘๑ คนครับ ๒,๓๘๖,๕๘๑ คนนี่เปึนเงินที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ จํานวน ๑,๘๒๘,๔๕๖ คน อันนี้ได้รับงบประมาณ ตั้งแต่ต้นป้ครับท่านประธานครับ ขณะนี้ก็เบิกจ่ายกันไป แต่ทราบข่าวว่าหลายพื้นที่ หลายจังหวัดไม่มีเงินลงไปครับ เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปราย ได้บอกเล่ากับท่านประธานในสภาแห่งนี้ เนื่องจากว่ามีการไหลเวียนของ งบประมาณลงสู่ท้องถิ่นค่อนข้างล่าช้า ในจํานวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษนี่เปึนของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ไม่ว่าจะเปึนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่เขาใช้งบประมาณของตนเอง ของกรุงเทพฯ ของเมืองพัทยา รวมกันแล้วอยู่ที่ ๕๔๘,๑๒๕ คน นี่ได้รับอยู่แล้วท่านประธานครับ นั่นหมายความว่าถ้าคํานึงถึง เจตนารมณ์ตามมาตรการที่รัฐบาลตั้งใจ ผมประมาณด้วยตัวเองว่า ท่านบอกเพิ่มขึ้นอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน นั่นหมายความว่าผู้สูงอายุจะต้องได้รับเบี้ยยังชีพเพิ่มขึ้น คือ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน บวกกับของเดิมที่ได้รับจะอยู่ที่ ๕,๘๒๘,๔๕๐ กว่าคน ท่านประธานครับ จากผู้สูงอายุที่มีอยู่ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ เกือบครอบคลุมครับ เกือบครอบคลุม เพราะ ท่านบอกว่าท่านจะครอบคลุมทุกคนแต่ท่านประธานครับ ผมเองมาตรวจสอบดูตัวเลข ตรงนี้นี่ ถ้าสมมุติเอา ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษลบออกจาก ๗,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ ผม ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมอภิปรายรวดเดียวเลยจะเหลือผู้สูงอายุอยู่ ๑,๑๙๒,๕๐๓ คน ท่านประธานครับ เหลือไม่มากครับ ใน ๑,๑๙๒,๐๐๐ คนเศษ ท่านประธานครับ ตัดเอา ผู้ที่มีสวัสดิการออก เพราะว่าในโครงการนี้ท่านได้กําหนดเงื่อนไขว่าเปึนผู้สูงอายุทุกคน ที่ไม่มีสวัสดิการจากภาครัฐหรือเอกชน เช่น เงินบําเหน็จ บํานาญ หรือเบี้ยยังชีพ ประกันสังคม คนกลุ่มนี้ตัวเลขนะครับ ผมให้กลม ๆ เลยก็ได้อยู่ที่ ๕ แสนคนครับ จริง ๆ มี อยู่ ๔๐๐,๐๐๐ คนเศษ ให้ตัวเลขแค่ ๕๐๐,๐๐๐ คนนี่ก็จะมีผู้สูงอายุเหลืออยู่ที่ไม่ได้รับ จริง ๆ โดยคาดการณ์จาก ๑,๑๙๐,๐๐๐ คน ก็จะเหลืออยู่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คนครับ ท่านประธานครับ ผมเองในมุมนี้ถ้าสมมุติว่าขาดเท่านี้เองนะครับ ผมเองก็จําเปึนต้องปรับ ลดเงินออกมา ๑,๘๐๐ ล้านบาท เพื่ออะไรครับ เพื่อมาต่อรองกับรัฐบาล ผมจําเปึนต้องเอา เงินออกมา ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจจะช่วยทั้งหมดผมคืนเงินให้ไปที่ส่วนกลาง ท่านเอา เงินมาสมทบอีกแค่ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเองครับ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ครบครับ ทีนี้ท่านจะเอาเงินมาจากไหนผมไม่รู้ แต่ว่าผมคืนให้ท่าน ๑,๘๐๐ ล้านบาท นั่นคือสมมุติฐานที่ ๑ ที่ผมตั้งไว้ นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องปรับลด ผมต้องการให้ครอบคลุม ทั้งหมดที่ผู้สูงอายุจะมีโอกาส

เหตุผลอันที่ ๒ ท่านประธานครับ กรณีถ้าสมมุติว่าทางคณะรัฐมนตรี บอกว่า ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่แน่ใจว่าหลังจากที่ออกโครงการนี้ไป องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังจะจ่ายเบี้ยยังชีพ ๕๔๘,๐๐๐ กว่าคนนี้ให้กับผู้สูงอายุ อยู่หรือไม่ ท่านประธานครับ ตรงนี้ถ้าผมปรับลดออกมา ๑,๘๐๐ ล้านบาทนี่เอามาให้เขาได้ ทันทีเลยครับ เพราะใช้เม็ดเงินโดยรวมประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาทเศษ นี่คือเหตุผล ที่จําเปึนต้องปรับลดเพื่อกันว่าอย่างน้อยผู้สูงอายุที่ท่านตั้งเปัาไว้จะได้รับเงินเต็ม แต่สิ่งที่ สําคัญท่านประธานครับ เหตุผลอันที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านไปกําหนด เงื่อนไขว่าผู้สูงอายุตามที่มีคุณสมบัติต้องมาขึ้นทะเบียนครับ ต้องมาขึ้นทะเบียน ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๗,๗๗๖ แห่งนี่นะครับ แล้วกําหนดระยะเวลาที่สั้นมาก เพราะท่านจะต้องรีบดําเนินการ เงินจะต้องไปถึงผู้สูงอายุวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งเปึน วันผู้สูงอายุแห่งชาติ ท่านประธานครับ ถ้ากําหนดอย่างนี้ ศักยภาพขีดความสามารถที่จะ ขึ้นทะเบียนจํานวนผู้สูงอายุที่มีทั้งหมด ๕,๘๐๐,๐๐๐ คน ที่ผมนําเรียนท่านประธาน เอาตัวเลข ๒ ตัวนั้นมาบวกกันนี่นะครับ ทําได้ไหม ถ้าทําไม่ได้ตกหล่นครับ เปึนการตัดสิทธิ ผู้สูงอายุทันทีเลย จากมาตรการการทํางานของภาครัฐเอง เขาเหล่านั้นขาดรายได้ทันที ถ้าเปึนอย่างนั้นท่านประธานครับ ถ้าท่านขึ้นทะเบียนได้แค่ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ตามที่ ท่านมุ่งหวัง ท่านมีความจําเปึนต้องใช้เม็ดเงินอยู่แค่ ท่านประธานครับ ถ้าขึ้นได้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ก็แค่ ๙,๐๐๐ ล้านบาทตรงนั้น แต่ ๙,๐๐๐ ล้านบาทตรงนั้นเปึนเงินที่ ท่านเติมไปใหม่ เงินเก่ามีครับ ผมหักลบกลบหนี้ออกไปนะครับจะเหลือผู้สูงอายุที่เขาจะ ได้รับอยู่เดิมแล้วบวกกับอันใหม่ ตัวเลขกลม ๆ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน จะอยู่ที่ ๑,๑๗๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง ใช้เงินอีก ๓,๕๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ถ้าเปึนอย่างนี้ผมปรับลด ๖,๐๐๐ ล้านบาทเลย ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่มีข้อจํากัด

เหตุผลต่อไปครับท่านประธาน ที่ผมจําเปึนต้องปรับลดลงมา ตามเหตุผล ตัวเลขข้างบนแล้ว สิ่งที่จําเปึนต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือ เรื่องการให้สวัสดิการหรือ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุครั้งนี้ หลักเกณฑ์หลักการมันเปลี่ยนไปครับ หลักเกณฑ์เดิม เปึนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๓ ที่ไม่มีรายได้เพียงพอท่านก็เขียนไว้ ถ้าคํานวณตามนั้นนะครับ ในป้ ๒๕๕๒ จะมีผู้สูงอายุที่เข้าเกณฑ์ตรงนั้น ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน เท่านั้นเองท่านประธานครับ ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน นอกนั้นถือว่าเกินจากคุณสมบัติที่กําหนด ไว้ในการให้เบี้ยยังชีพ แต่ถ้าท่านให้ทั้งหมดอย่างนี้ สิ่งที่ท่านต้องตอบกับสังคมขณะนี้ มันไม่ใช่เบี้ยยังชีพแล้วครับ เปึนเบี้ยสวัสดิการหรือเปึนเงินสวัสดิการที่สงเคราะห์ผู้สูงอายุ ซึ่งแน่นอนครับมีสมาชิกเสนอกฎหมายเข้ามา ผมแปรญัตติไว้ผมจะไม่ใช้คําว่า เบี้ยยังชีพ ผมจะเรียกเปึน เบี้ยสวัสดิการ หรือเงินสวัสดิการสําหรับผู้สูงอายุในการดํารงชีพ ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลที่ผมจําเปึนต้องปรับลดเพื่อเอาเงินมาให้ผู้สูงอายุ อย่างครอบคลุม

ในเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมต่อเรื่อง อสม. เลยนะครับ อยู่ในมาตรา เดียวกัน ท่านประธานครับ ทางรัฐบาลได้ตั้งให้ อสม. อยู่ที่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท มีความต้องการที่จะให้พี่น้อง อสม. ๘๓๓,๓๐๐ คนทั่วประเทศนี่นะครับ ได้รับเงินเดือน หรือเงินค่าตอบแทนเปึนรายเดือน เดือนละ ๖๐๐ บาท ๖ เดือน ใช้เม็ดเงินอยู่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ อยู่ ๒,๙๐๙ ล้านบาทเศษเท่านั้นเอง แต่ว่าเอาละครับ เราตั้งกลม ๆ ที่ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ มาตรานี้ผมเองเสนอปรับลดอยู่ที่ร้อยละ ๑๐ ปรับไป ๓๐๐ ล้านบาท ทําไมท่านประธานครับ เหตุผลสําคัญที่สุดต้องกราบเรียน ท่านประธานในหลักการว่า ผมเองเปึนแพทย์ทํางานด้านการสาธารณสุขมากับพี่น้อง อสม. มานาน มีความรู้สึก มีความเข้าใจและเห็นใจ อยากให้เขาได้อย่างนี้จริง ๆ ครับ ตั้งแต่ผมมาเปึนผู้แทนราษฎรเรื่องนี้ก็เคยพยายามที่จะทํามาตลอดก็ต้องขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี ขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ที่ตัดใจที่จะให้เขาไปเลย แม้ในสภาวะเปึนอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมปรับลดร้อยละ ๑๐ ๓๐๐ ล้านบาทผมต้องการแลกคืนครับ แลกคืน จากรัฐบาลที่จะจัดเงินเพิ่มมาให้กับพี่น้อง อสม. ซึ่งขณะนี้โดยเฉลี่ยแล้ว ในพื้นที่ ไปขึ้นทะเบียนแล้วก็มีการจัดสรรแบ่งส่วนกัน บ้านไหนเกิน ๕ ได้ ๕ ครับ แล้วส่วนใหญ่ เกิน ๕ ครับ โดยเฉพาะภาคที่มีการทํางานชุมชนเข้มแข็ง พี่น้อง อสม. มีส่วนร่วม ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง ๕ ถึง ๑๐ หรือ ๑๐ กว่าก็มีสําหรับหมู่บ้านใหญ่ เพราะฉะนั้นตัวเลข ๘๓๐,๐๐๐ คน อาจจะเปึนตัวเลขที่เปึนการขึ้นทะเบียนที่ไม่จริงและมีพี่น้อง อสม. ที่ยังหลงเหลืออยู่ เพราะฉะนั้นผมแลกกับทางรัฐบาล เอาเงินมาให้กับพี่น้อง อสม. ตามเจตนารมณ์ของท่าน แต่สิ่งที่ผมต้องตั้งข้อสังเกตท่านประธานครับ การให้ อสม. ท่านกําหนดเงื่อนไขไว้ค่อนข้างชัดเจนและรัดกุมมาก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของกิจกรรม ที่จะต้องดําเนินการในพื้นที่ ท่านเขียนอย่างนี้ครับ ต้องปฏิบัติงานอย่างน้อย ๔ วัน ต่อเดือน ๔ วันต่อเดือนครับ งานอะไรครับ ก็คืองานบริการสาธารณสุขชุมชน แจ้งข่าวร้าย กระจายข่าวดีนะครับ ชี้ช่องทางแห่งความสุขทางด้านการบริการด้านการสารณสุข การฝ๊กอบรม การสํารวจ การวิเคราะห์ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับกิจกรรมสาธารณสุขชุมชน เขาทํา ท่านประธานครับ ๔ วันต่อเดือนนี่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในขณะนี้จะเปึนคําถามไปยัง คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากด้วยก็คือว่าพี่น้อง อสม. ส่วนใหญ่ไม่อยู่ในพื้นที่ นั่นหมายความว่าเขาถูกตัดสิทธิไหม เช่น เขาเปึน อสม. แต่โยกย้ายไปทํางานที่อื่น ด้วยเงื่อนไขที่ท่านต้องไปขึ้นทะเบียนให้เขาทํางาน ๔ วัน ต่อเดือน อันนี้ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งครับ เพราะว่าผมเองเคยเสนอคณะกรรมาธิการงบประมาณ ต้นป้ก็เสนอครับว่า กิจกรรม อสม. เราเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเงินอุดหนุนให้หมู่บ้านละ ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วไปกําหนดกิจกรรมลักษณะนี้ครับ เปึนการตอบแทนเขาตามลักษณะ งานที่ดําเนินการ โดยเฉลี่ยก็อย่างนี้ครับ ๔ ครั้ง ครั้งละ ๑๕๐ บาท เขาไปตรวจลูกน้ํา ยุงลายได้ ๑๕๐ บาท เขาไปตรวจมะเร็งเต้านมได้ ๑๕๐ บาท เขาไปสํารวจเรื่องยาบ้า อสม. ทําทุกอย่างครับ ไข้หวัดนก สํารวจไก่ก็ ๑๕๐ บาท ๔ ครั้ง หรือแม้กระทั่งไปอยู่ที่ อนามัยหรืออยู่โรงพยาบาลนะครับ ฝ๊กอบรมปฏิบัติงานวันละ ๑๕๐ บาท ๔ ครั้ง อสม. กลุ่มหนึ่งครับ ไม่อยู่ในพื้นที่เขาได้สิทธิไหม ถ้าเขาตาลีตาเหลือกมาขึ้นทะเบียนทิ้งงานเลยครับมากินเงินเดือน เดือนละ ๖๐๐ บาท พอใจอยู่กับลูกกับเมียได้ไหมให้เขาหรือเปล่า สิ่งที่เปึนห่วงอีกอย่างหนึ่งท่านประธานครับ อสม. ที่จะมาขึ้นทะเบียนใหม่ท่านบอกว่าถ้าหลังจากนโยบายออกแล้วจะไม่ได้รับในส่วนนี้ อสม. ใหม่ ในฐานะที่ท่านนิยามตรงนี้ ผมพยายามทําความเข้าใจครับ ถ้าเปึน อสม. ใหม่ จริง ๆ ท่านเขียนบอกไม่ได้รับเงินเดือนอาจจะมีคนมาขึ้นบ้าง หรือไม่มาขึ้นเลย มาขึ้นเพื่อ จะเอาเงินในป้ต่อไป ซึ่งไม่แน่ว่าจะมีหรือไม่ โครงการนี้อาจจะ ๖ เดือนจบ ถ้าป้ต่อไป จัดให้ไม่ว่าครับ เขาอาจจะมาขึ้นทะเบียนใหม่ เพราะกระบวนการการเปึน อสม. ท่านประธานครับ เขาต้องมีการฝ๊กอบรม ต้องมีฝ๊กปฏิบัติงาน มีหลักสูตร มีการรับรอง ถึงจะเปึน อสม. ได้ ท่านบอกไม่ได้ครอบคลุมในโครงการนี้ ผมฝากเปึนประเด็นนะครับ ในป้ต่อไป อสม. อาจจะเพิ่มขึ้น ท่านจะมีหลักเกณฑ์อะไรที่จะจํากัดจํานวน ท่านมี หลักเกณฑ์อะไรว่า อสม. ไม่ใช่คนของคนใดคนหนึ่งในพื้นที่ในท้องถิ่น อย่างเช่น เปึนคน ของผมที่เปึนนักการเมือง ยกตัวอย่างนะครับ ผมไม่ว่าคนอื่น สมมุติเปึนคนของผม ผมตั้งเองเลย ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ก็เปึนคนของผมตั้งขึ้นมาเอามากินเงินเดือนตรงนี้ ท่านประธานครับ ในเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ต้องฝากท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก

สุดท้ายครับท่านประธานในสิ่งที่ผมฝากเปึนข้อสังเกต ก็คือว่าท่านต้องหา มาตรการเยียวยากลุ่มอาสาสมัครอื่นที่อยู่ร่วม หรือแม้กระทั่ง อสม. อื่นที่ไม่ได้รับ ประธาน แม่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน อปพร. ตํารวจบ้านทุกอาสาครับ หมอดินอาสาที่อยู่ในพื้นที่ ตรงนี้ท่านไปหามาตรการเยียวยาทําอย่างไรครับไม่ให้เงิน ๖๐๐ บาท ไปทําลาย อสม. เพราะ อสม. เดิมมีจิตอาสา มีจิตสํานึกสาธารณะช่วยกันทํา ถ้าเขารับเงินเดือนไป ๓ เดือน แต่ถูกด่าทุกวันนะครับ ๙๐ วัน ผมว่าเขาลาออกแน่นอนครับ ไม่คุ้มครับ ถูกด่าทุกวัน มีงานอะไรก็ อสม. ไฟไหม้ อสม. น้ําร้อนลวก อสม. ฝนตก อสม. งานศพ อสม. ตายครับ ท่านประธานครับ จิตอาสาจิตสํานึกสาธารณะเสียหายไป เพราะฉะนั้นผมฝากเปึนประเด็นว่า สิ่งเหล่านี้ที่ผมฝากเปึนข้อสังเกต เพื่อให้เม็ดเงินที่รัฐบาลเองมีน้อยเอากู้เข้ามาใส่ไป ในชุมชนถึงแม้จะเปึนการให้กับบุคคลกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเขาทํางานจริงผมเห็นด้วยถึงแม้จะเปึน การสงเคราะห์เขา แต่ให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดและปัองกันข้อขัดแย้งในสังคมไม่ให้เกิด การแตกแยกกันก็จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ตามข้อตกลงของฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล เราจะพยายามให้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านไปใน ๒ ทุ่ม ขณะนี้จะหกโมงแล้ว ฉะนั้นก็อยากให้ ท่านสมาชิกที่จะอภิปรายได้กรุณากระชับตรงประเด็นนะครับ บริหารเวลา ก็เชิญ ท่านต่อไปครับ ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ในมาตรา ๑๒ นี้ ดิฉันได้ขอปรับลดไปทั้งหมด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็มีสาเหตุมาจาก หลายประการนะคะ แต่ประเด็นแรกเลยต้องกราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐบาล ก่อนค่ะ ที่ได้นําโครงการดี ๆ หรือนโยบายดี ๆ ของพรรคเดิมของดิฉัน ก็คือพรรคพลังประชาชน นํามาดําเนินการต่อในรัฐบาลของท่านนะคะ ซึ่งต้องยอมรับว่าเปึนโครงการที่พรรค ของเราเองก็อยากจะผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนะคะ เหตุที่ดิฉันต้องขอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ มาตรา ๑๓ มีอยู่ ๒ ข้อ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับผู้สูงอายุแล้วก็เรื่องของ อสม. ดิฉันจะขออนุญาตพูดรวมกันไปเลยนะคะ

เรื่องแรกที่ขอปรับลด สาเหตุแรก ก็คือ ท่านจ่ายให้แค่ ๖ เดือน เพราะอะไร ถึงจ่ายให้แค่ ๖ เดือนคะ จริง ๆ ผู้สูงอายุแล้วก็ อสม. ต้องยอมรับว่าผู้สูงอายุการที่เขา ได้เบี้ยสงเคราะห์เปึนเรื่องที่ดี บางครั้งเขาไม่มีเงินในการดําเนินชีวิต ตรงจุดนี้ถ้าท่านจ่ายได้ ตลอดจะเปึนการดีมาก ส่วน อสม. เองจ่ายให้แค่ ๖ เดือน ทํางานหนักมากค่ะ ทุกอย่าง ต้องให้ อสม. เข้ามาช่วยเหลือ ตรงจุดนี้ทําไมถึงคิดให้แค่ ๖ เดือนละค่ะ ดิฉันก็มานั่ง คิดดูว่าทําไมท่านถึงให้แค่ ๖ เดือน หรือเปึนเพราะว่าถ้าท่านกู้ได้แค่ ๖ เดือนหรือเปล่า หรือว่าจะเปึนรัฐบาลแค่ ๖ เดือนหรือเปล่าคะ ถึงคิดว่าจะจัดสรรให้แค่ ๖ เดือน

ประเด็นต่อไปนะคะ ก็คือ อสม. นี่ค่ะเปึนงานเกี่ยวกับสาธารณสุข ดิฉัน ไม่ค่อยเห็นด้วยนะคะที่จะมาตั้งงบประมาณอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ทําไมท่านไม่ให้ กระทรวงสาธารณสุขเปึนคนดูแลในเรื่องเกี่ยวกับสาธารณสุขล่ะคะ เขามีความรู้ความเข้าใจใน อาสาสมัครของสาธารณสุขมากกว่ากระทรวงมหาดไทยนะคะ

อีกข้อหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าควรจะปรับลดก็คือ เรายังขาดกฎหมายที่จะมา รองรับในการแจกจ่ายค่าเบี้ยตอบแทน ค่าเบี้ยประกันให้กับผู้สูงอายุ แล้วก็ อสม. ค่ะ เรามี การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ใช่ไหมคะ ของเราพิจารณาโดยที่เรายังไม่ได้รับคํารับรองเห็นชอบจากท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันต้องฝากไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการค่ะ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังให้ท่านช่วยกระตุ้นให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีช่วยลงนามรับรองร่าง พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. .... เพื่อจะได้นํากลับเข้าสู่สภา มันจะได้มีกฎหมายรองรับ ให้ผู้สูงอายุไม่ต้องรับความเดือดร้อน สภาเราพร้อมอยู่แล้วค่ะในการที่จะผ่านร่าง พระราชบัญญัติผู้สูงอายุนะคะ ส่วน อสม. ค่ะ เราอยากจะให้เงินเขา แต่เราต้องไปดู ข้อกฎหมายด้วยว่า อสม. ถ้าเราจ่ายเงินให้เขาคนละ ๖๐๐ บาทแล้วจะเปึนปัญหา ภายหลังตามมาหรือเปล่า ไม่ใช่รับเงินไปแล้ว ๖ เดือนแต่ว่ามีการผิดข้อกฎหมาย คําว่า อาสาสมัคร บางครั้งกฎหมายบอกว่า ไม่สามารถได้รับค่าตอบแทนได้ ตรงจุดนี้ อยากจะฝากให้ท่านช่วยพิจารณาตรงจุดนี้ด้วย ดิฉันไม่อยากให้เกิดปัญหาตามมากับ พี่น้อง อสม. ซึ่งทํางานให้กับประเทศเราเปึนจํานวนมากนะคะ

ข้อต่อไปค่ะ ก็อยากจะฝากให้ท่านดูตอนนี้เท่าที่ดิฉันทราบนี่นะคะ เราเปึน การบังคับให้ อบต. บางแห่งหรือเปล่าคะ บังคับเขาในการที่เขาจะต้องเปึนคนมารับรอง หลังจาก ๖ เดือนที่ท่านจ่ายเงินไป อบต. จะต้องเปึนคนเข้ามาดูแลเพื่อจะหาเงิน งบประมาณมาจัดในส่วนของเงินผู้สูงอายุแล้วก็เงิน อสม. ต่อให้หรือเปล่า ตรงจุดนี้ จะเปึนภาระเพิ่มขึ้นให้กับ อบต. หรือว่าองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ หรือเปล่า ที่บอกเพราะอะไรคะ ไม่ใช่แต่กระทรวงการคลังที่เก็บรายได้ไม่ได้เข้าเปัาตามที่กําหนด เอาไว้ มี อบต. หลาย อบต. ดิฉันคิดว่าแทบจะทุก อบต. ในประเทศไทยที่ไม่สามารถเก็บ เงินรายได้เข้าเปัาตามที่กําหนดเอาไว้ แล้วอย่างนี้ถ้าท่านจ่ายงบประมาณให้เขาในเรื่อง เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแล้วก็ค่าตอบแทนของ อสม. เพียงแค่ ๖ เดือน แล้วที่เหลือล่ะคะ จะไปให้ อบต. หรือว่าองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ เปึนผู้รับผิดชอบแทนท่านหรืออย่างไร

ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ดิฉันอยากจะฝากเอาไว้ก็คือ การที่ท่านบอกว่า จะจ่ายให้ ๖ เดือน ท่านคิดว่าท่านเปึนรัฐบาล ๖ เดือนหรือเปล่า ที่เมื่อสักครู่ดิฉันได้ถาม นี่นะคะ ดิฉันคิดว่ามันจะเปึนภาระไหมคะ ถ้าสมมุติท่านอยู่แค่ ๖ เดือนจริง ๆ จะเปึน ภาระให้กับผู้ที่เข้ามาเปึนรัฐบาลต่อไปในการที่จะต้องมาแก้ไขปัญหา ก็คือเข้ามาหา งบประมาณเพื่อไปรองรับตรงส่วนนี้หรือเปล่า ตรงนี้เปึนข้อคิดเห็นที่ดิฉันอยากจะฝาก ท่านกรรมาธิการให้ช่วยดูแลในเรื่องดังกล่าวด้วยค่ะ เพื่อพี่น้องผู้สูงอายุแล้วก็ อสม. จะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

อีกนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน อยากจะฝากให้ท่านช่วยดูแลถึงค่าตอบแทน ค่าเบี้ยยังชีพ อยากจะฝากค่ะ ไม่ใช่แค่ อสม. แล้วก็ผู้สูงอายุที่ควรจะได้รับการช่วยเหลือ ดิฉันคิดว่าพี่น้อง อปพร. พี่น้องแม่บ้านทุก ๆ คนค่ะ ทํางานช่วยเหลือเรามาเยอะ เราควรจะ หาอะไรไปเปึนสิ่งตอบแทนเขาบ้าง เพื่อให้ประเทศของเรามีความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น และท่านจะได้กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่ท่านหวังไว้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณมากครับ เชิญท่านต่อไปครับ ท่าน ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย มาตรา ๑๒ กระทรวงมหาดไทย งบประมาณเพิ่มเติมของรัฐบาลชุดนี้ ผมเองได้ยื่นปรับลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะขอให้มีส่วนในการอภิปรายครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ สังเกตดูการจัดงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยในส่วนงาน ที่รับผิดชอบ ไม่ได้ส่งเสริม ไม่ได้สนับสนุน กลับไปสนับสนุนงานที่ไม่ได้รับผิดชอบ ท่านจะ สังเกตดูว่าโครงการที่สนับสนุนงบประมาณอย่างเช่นผู้สูงอายุ แทนที่จะไปอยู่ที่กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทยก็กลับเอามาดูแล อสม. ซึ่งอยู่ในกระทรวงสาธารณสุขก็เอามาดูแล ไม่ทราบว่ากระทรวงสาธารณสุขจะไปดูแลเรื่องอะไร ถ้าไปดูแลเรื่อง อสม. หรือว่าเดี๋ยวนี้ เขาโอน อสม. มาอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยแล้ว ผมก็เพิ่งจะทราบวันนี้นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในการจัดสรรงบประมาณในเชิงที่เราไม่มีเงินในกระเปิาแล้วต้องไปกู้ ต่างประเทศมา ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ผมเห็นด้วยที่ประชาชนได้รับ แต่ในขณะที่เรา ยังไม่มีเงิน ท่านบอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการที่นําเงินนี้นําไปให้กับ อสม. ก็ดี ผู้สูงอายุก็ดี แล้วก็ในส่วนของนักเรียน โรงเรียนที่สังกัดในกระทรวงมหาดไทย ผมเอง ไม่เห็นด้วยกับการจัดการในลักษณะเช่นที่จะเอาเงินลงไปเพื่อสร้างปัญหาให้กับสังคม ในลักษณะนี้ โดยเฉพาะ อสม. เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้เรียนไปแล้วว่า อสม. นั้นเรามี ทุกหมู่บ้านเปึนลักษณะของอาสาสมัครเข้ามาทํางาน เข้ามาด้วยใจด้วยจิตวิญญาณ ด้วยความเสียสละ เดิมทีเดียวเคยมีการจัดงบประมาณลงไปในลักษณะเปึนงบลัมพ์ ซัม หรือเปึนงบลงไปในหมู่บ้าน เปึนกองกลางลงไป หมู่บ้านละ ๑๐,๐๐๐ บาท หมู่บ้านละ ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้เกิดกิจกรรม นั่นหมายถึงว่าจะเกิดกิจกรรมในสังคม ส่วนรวมในหมู่บ้านนะครับ แล้ว อสม. จะมีกิจกรรมร่วมกับชุมชน ร่วมกับหมู่บ้าน แต่ท่านจัดเงินไปในลักษณะนี้ อสม. ได้คนละ ๖๐๐ บาท ก็อยากจะถามว่าคนที่เปึน อสม. เช่นกันตกสํารวจแล้วไม่ได้ องค์กรอื่นที่เปึนอาสาสมัครในหมู่บ้านไม่ได้ เกิดความแตกแยก แน่นอนท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะฝากประเด็นสั้น ๆ เพราะว่าเวลา จํากัด ในส่วนของผู้สูงอายุเห็นด้วยทีเดียว เพราะว่าผมเองก็เคยเสนอร่างพระราชบัญญัติ ผู้สูงอายุไว้เพื่อที่จะให้ผู้สูงอายุมีเบี้ยยังชีพครบทุกคนตามนโยบายที่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนแล้วก็พรรคเพื่อไทยได้มีการนําเสนอไป ท่านประธานครับ ผมกังวล ในเรื่องของการลงทะเบียน อยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ไปยังรัฐบาล การลงทะเบียนเปึนเรื่องสําคัญที่จะต้องให้ความชัดเจน ให้ความเปึนธรรม บางคน ผู้สูงอายุไม่สามารถไปอําเภอได้หรอก เพราะอายุมากจริง ๆ ท่านต้องเอาใจใส่บุคคล ที่ไม่สามารถเดินทางไปได้ด้วยอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป มีประมาณสัก ๖-๗ ล้านคนนะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ถือว่าท่านให้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็ยังไม่ทั่วถึง ถ้าประมาณการไว้น่าจะสัก ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่ายังไม่ทั่วถึงแน่นอน เพราะฉะนั้น อยากจะฝากในเรื่องของการสํารวจความชัดเจน จริง ๆ แล้วกระทรวงมหาดไทยอยากจะ ฝากในเรื่องของอื่น ๆ ด้วย เพราะแทนที่จะดูแลในเรื่องของผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ซึ่งเปึน ฝ์ายปกครองที่รับผิดชอบโดยตรง แต่ไม่ได้ตั้งงบประมาณในส่วนนี้เลยแม้แต่บาทเดียว เพราะฉะนั้นอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ ค่าตอบแทน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยสารวัตรกํานัน นะครับ แล้วก็ไปยัง อปพร. อาสาอื่น ๆ ตํารวจบ้านที่ยัง ไม่ได้รับงบประมาณช่วยเหลือในส่วนนี้นะครับ อยากจะฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน นะครับ เอาใจใส่ดูแลให้อย่างทั่วถึง ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๒ นี้ ผมได้สงวนคําแปรญัตติ เพื่อขอปรับลด เพียง ๕ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงแล้วผมอยากจะปรับเพิ่มนะครับ แต่ในเมื่อจําเปึนต้องปรับลด จะลดให้น้อยที่สุด ผมไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้นะครับ สําหรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กับ อสม. เพราะผมมองว่าการจัดงบประมาณเพิ่มเติมลักษณะนี้ ผมเชื่อมั่นเลยว่า สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคมแน่นอน ความสมานสามัคคีในหมู่บ้าน ในชุมชน จะเกิดความแตกต่างกันอย่างปฏิเสธและหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าวันนี้ อสม. ได้รับเบี้ย ช่วยในการดําเนินงาน แต่ อปพร. ตํารวจชุมชน กลุ่มแม่บ้านที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน ในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละชุมชน ไม่ได้รับในสิ่งเหล่านี้ แน่นอนครับท่านประธาน ผมได้ ออกไปพบปะพี่น้องประชาชน เขาไม่สบายใจกัน เขาก็มองว่าถ้าเปึนไปได้อย่าให้ดีกว่า ให้แล้วสร้างความแตกแยก ที่สําคัญที่สุดท่านประธาน ผู้สูงอายุ ในรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา มีตัวเลขในการจัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุประมาณ ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน แล้ววันนี้รัฐบาลจะจัด เพิ่มอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ในขณะที่ผู้สูงอายุในประเทศไทยมี ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน เอาง่าย ๆ ว่าอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนที่เหลือที่มีเบี้ยบํานาญ มีบําเหน็จ บํานาญ มีเงินสวัสดิการก็จะ ไม่ได้รับ หรือคนที่มีความร่ํารวยหรือมีฐานะที่ดีก็จะไม่ได้รับประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน วันนี้ละครับมันเกิดความแตกแยกเพราะว่าคนชราไม่ว่าจะมั่งมีศรีสุขอย่างไรก็แล้วแต่ เงิน ไม่เข้าใครออกใครครับ ใครก็อยากได้ทั้งนั้น ยิ่งแก่ตัวมาเปึนผู้สูงอายุ เงินมีความจําเปึนที่ จะต้องใช้จับจ่าย อาจจะมีคนรวยบางคนที่ไม่ยอมรับเบี้ยยังชีพ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ ต้องการสิ่งเหล่านี้ด้วย เพราะเขาเกษียณอายุไปนาน ค่าใช้จ่ายในการที่ได้รับบําเหน็จ บํานาญมาก็ไม่พอใช้จ่ายในชีวิตประจําวันอยู่แล้ว ๕๐๐ บาทก็มีคุณค่าสําหรับเขา แต่การ ที่รัฐบาลจัดไม่ทั่วถึง มันกําลังก่อให้เกิดความแตกแยกในครัวเรือน วันก่อนผมไม่ได้ ยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เข้าใจ ในสังคมนั้นแตกแยกไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในครัวเรือน คืออย่างนี้ครับ ผู้สูงอายุอย่างท่านประธานกับผมเริ่มเข้าข่ายจะเปึนผู้สูงอายุอยู่แล้ว เกือบจะ ๖๐ ป้ เราเริ่มนอนน้อย เราจะตื่นกลางค่ํากลางคืน พอตื่นขึ้นมาไม่มีอะไรทําก็เริ่ม คิดมาก เห็นคนนั้นได้อันนี้ คนนี้ได้อันนั้นก็เกิดความน้อยเนื้อต่ําใจว่าทําไมตัวเองไม่ได้ ตื่นเช้ามาหงุดหงิดครับ ก็จะเรียกลูกหลานเข้ามาต่อว่าอย่างไร้เหตุผลแล้วครับ คิดอย่างไร ได้เปึนคนสูงอายุก็ด่าว่าไป ลูกหลานก็ไม่สบายใจ ถามว่าความแตกแยกเริ่มเกิดขึ้น ในครัวเรือนหรือไม่ ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลอยากจะทําให้ครอบคลุม ให้เสมอภาคกัน จัดมัน ให้ครบเลยครับ เพราะว่าผมคิดดูแล้วถ้าวันนี้จัด ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ยังค้างอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านคน ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป ก็จะใช้เงินประมาณอีก ๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่อาจจะมีผู้สูงอายุบางคนครับ ที่ไม่อยากจะรับเงินในส่วนนี้ ผมก็กะด้วยตัวเลขคร่าว ๆ มันก็จะใช้ประมาณสัก ๔,๐๐๐ ล้านบาทเห็นจะได้ เราก็เอาเงินในมาตรา ๓ เงินงบกลางที่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ใช้ฉุกเฉินเอามาจ่ายให้ผู้สูงอายุ ให้มันได้ทั่วถึงท่านประธาน แต่ที่ ผมเปึนห่วงรัฐบาลชุดนี้มากที่สุดคือพระราชบัญญัติผู้สูงอายุท่านประธาน เมื่ออาทิตย์ที่ แล้วเราได้พิจารณาพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ ฝ์ายค้านได้เตือนรัฐบาลว่า พระราชบัญญัติ ฉบับนี้เปึนพระราชบัญญัติการเงิน ในที่สุดประธานสภานั่นแหละครับ ก็ได้ชี้แจงต่อ ที่ประชุมว่าจะทําตามที่ฝ์ายค้านเสนอ คือนําไปให้นายกรัฐมนตรีรับรอง วันนี้เปึนอย่างไรครับ ผมอยากจะทวงถามท่านประธาน เพราะพระราชบัญญัติผู้สูงอายุนั้นยังไม่ได้รับ การรับรอง คณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นไว้ก็ยังไม่ได้พิจารณา แล้วกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่จะ กําหนดให้ผู้สูงอายุสามารถรับเบี้ยยังชีพได้เขียนไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วสิ่งที่สําคัญที่สุดวันนี้ผู้สูงอายุหวังว่าจะได้เงินในเดือนเมษายนอย่างที่รัฐบาลได้พูดไป ถามครับว่ามันจะทันหรือไม่ ว่าเงินจํานวนนี้ผู้สูงอายุเขารอคอยครับ เดือนเมษายนก็อีก ไม่กี่เดือน เดือนนี้เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน มันจะทันหรือไม่ครับ ผมอยากจะ ฝากเรื่องนี้ให้รัฐบาลเพื่อไม่ให้เสียชื่อรัฐบาลนะครับ ผู้สูงอายุต่างตั้งตารอคอยอยากจะให้ ไปให้ถึงโดยทั่วถึงกัน และฝากไว้อีกประเด็นหนึ่งคือ งบ อสม. อสม. ผมเปึนห่วงอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ฟังจากเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป ในแต่ละหมู่บ้านที่ไปลงทะเบียนกัน บางหมู่บ้านมี อสม. ถึง ๑๐ คน บางหมู่บ้านอาจจะมี ๕ คน ถามว่าตัวเลข ๘๓๓,๓๓๔ คน ที่เปึน อสม. และลงทะเบียนไว้กับกระทรวงสาธารณสุขตัวเลขนี้เปึนจริงมากน้อยแค่ไหน ทั่วถึงหรือไม่ ถ้าไม่ทั่วถึงนะครับเกิดปัญหาอีก เพราะจะเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้น อยากจะฝากรัฐบาลไปยังท่านคณะกรรมาธิการตรวจสอบตัวเลขนี้อีกครั้งหนึ่งได้ไหมครับ ให้กระทรวงสาธารณสุขยืนยันมาว่ามีการลงทะเบียนด้วยตัวเลขอย่างนี้จริง และไปได้ ทั่วถึง ให้ อสม. ทุกคนได้รับเบี้ยดําเนินการ ๖๐๐ บาทต่อเดือน อย่าไปขี้เหนียวเลยครับ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ถ้าผมเปึนรัฐบาลต่อไปผมก็จะหาเงินมาทําโครงการเหล่านี้ต่อให้ เพราะท่านได้สร้างปัญหาขึ้นไว้ ผมจะสางปัญหาต่อให้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย เขต ๑ ผมขออภิปรายเพิ่มเติม ให้ตรงจุดเลยเพื่อไม่ให้เสียเวลาครับ ท่านประธานครับ ผมอยากตั้งข้อสังเกตว่าผู้สูงอายุ เท่าที่ผ่านมาที่ได้รับโดยทั่วไป ๕๐๐ บาท แต่เดี๋ยวนี้นะครับ บางจังหวัดบางตําบลอยู่ที่ จังหวัดหนองคายผม จังหวัดอื่นอาจจะเหมือนกันก็ได้ บางคนยังรับ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท อยู่นะครับ ยังไม่ครบ ๕๐๐ บาท โดยเฉพาะ อบจ. เปึนคนจัดจะได้ ๓๐๐ บาท ๒๐๐ บาท อย่างนี้ครับ ฝ์ายคนเฒ่าคนแก่อยากโอนมาอยู่ อบต. ก็โอนไม่ได้ครับ เพราะงบคนละงบ อันนี้ก็เปึนเวลาหลายป้ที่เขาได้รับมา อันนี้ก็อยากตั้งข้อสังเกตให้ทางคณะกรรมาธิการ ได้ไปตรวจสอบและทางรัฐบาลได้ตรวจสอบเพื่อให้เพิ่มเอางบกลางส่วนนี้มาอุดช่องว่าง ตรงนี้ให้ได้ คือไม่เปึนจํานวนมากครับ จังหวัดหนึ่ง ๆ ก็มีไม่กี่หมู่บ้านที่มีอย่างนี้นะครับ

อีกอันหนึ่งก็อยากเสนอแนะไปยังผู้เกี่ยวข้องนะครับ ระเบียบที่ท่านจะออก ตาม พ.ร.บ. ผมอยากอธิบายคํานี้ เพราะว่าคํานี้เปึนคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับ ข้อ ๒.๓ เขาว่า ไม่ได้รับเงินสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรภาคเอกชน เช่น บําเหน็จ บํานาญ หรือหลักประกันสังคม เปึนต้น อันนี้ผมอยากอธิบายตรงนี้นะครับ เพื่อไปเขียนระเบียบ ผมว่าถ้ากฎหมายของเรา ออกมานี้ก็ให้ไปทุกคนเถอะ เพราะให้ในฐานะเปึนคนแก่ ผมยกตัวอย่างครับ ยายเนียน ไม่ใช่ยายเนียมนะครับ ยายเนียนที่อําเภอโพนพิสัย เคยรับราชการครูมา เดี๋ยวนี้อายุ จะ ๙๐ ป้แล้ว แต่ท่านเปึนครูมาเกษียณไม่รู้กี่ป้แล้ว เดี๋ยวนี้ ๙๐ ป้ แต่ท่านนี้ไม่มีบํานาญ นะครับ ได้รับบําเหน็จครั้งเดียวตั้งแต่เมื่อ ๓๐ ป้ที่แล้ว เดี๋ยวนี้จะ ๙๐ ป้แล้ว แล้วท่านก็ เปึนชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ถ้าบอกว่าเคยได้รับบําเหน็จ บํานาญเรียบร้อยเลยครับ คนเฒ่าคนแก่คนนี้ก็เปึนคนที่สังคมถูกลืมเลย นี่คือเคยรับราชการมา นี่ผมอยาก ตั้งข้อสังเกตให้ท่านได้มองไปถึงข้าราชการผู้เฒ่าผู้แก่ที่เกษียณไป บางคนรับบําเหน็จ ไปก็หายไปเลย ลูกหลานก็ทิ้งไปไม่มีใครดูแลอย่างนี้ครับ ถ้าเราเอาแค่ว่าเคยรับราชการ เคยได้รับสวัสดิการจากรัฐมาแล้วนี่เรียบร้อยเลยครับ คนพวกนี้จะถูกลืม มีจํานวนมาก นะครับ ไม่ว่าข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจก็ตาม ส่วนใหญ่เขาก็รับบําเหน็จไปตั้งแต่เขาเกษียณไปแล้ว เขาก็หมดไปแล้ว เงินหมดแล้ว ลูกหลานก็หายหมดแล้ว บางคนต้องไปอยู่บ้านผู้สูงอายุ อันนี้เราต้องมองตรงนี้นะครับ ผมไม่อยากให้ออกกฎหมายมากันพวกนั้นพวกนี้ คืออายุ ๖๐ ป้ว่าจะให้ก็ให้ไป ถ้าสมมุติ นะครับ ผมยกตัวอย่าง ถ้าเงินของรัฐบาลเราหาได้ไม่ครบจริง ๆ เรียงอายุตั้งแต่ ๙๐ ป้ ลงมาจนถึง ๖๐ ป้ ถึงตรงไหนตัดตรงนั้น มันน่าจะเปึนธรรมกว่าที่จะให้ตามญาติคนนั้น คนนี้ เอาตามลําดับอายุของแต่ละคนเรียงอายุกันมา ถ้าอายุเท่ากันก็จัดวันที่ว่าใคร เกิดก่อน เกิดหลัง มันน่าจะเปึนธรรมกว่า อันนี้ผมก็เสนอแนะเพื่อเป่ดทางให้ไปเขียน ระเบียบให้มันสอดคล้องกันกับกฎหมาย เพราะว่ากฎหมายบอกว่าจะเปึนไปตามระเบียบ ตามคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย ที่ผมอธิบายตรงนี้ นะครับ

อีกอย่างหนึ่งก็อยากเสนอว่า ถ้าว่าจะให้ก็ต้องให้ทุกคน การขึ้นทะเบียนนี่ ผมไม่อยากให้ว่าให้ต้องไปขึ้นทะเบียน คือเราดูสํามะโนประชากร ดูในคอมพิวเตอร์ อยู่อําเภอไหน จังหวัดไหน มันมีหมดละครับ คนอายุเท่าไรเอามาจัด ๆ เรียงตามลําดับ อายุ วัน เดือน ป้เกิดเขา แล้วก็มาจัดตามลําดับ ถ้าเงินไม่พอก็ต้องให้ความเปึนธรรม อย่างที่ผมกล่าวไว้แล้วตามลําดับความเฒ่า ความแก่นะครับ

สําหรับอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอนั้นก็คือเรื่อง อสม. อสม. ผมพูด มาแล้วในวันแรก ๆ แต่ผมขอย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า คืออย่าให้คนใดคนหนึ่ง หรืออย่าไป คัดเลือกมาให้ครับ อสม. เขาก็ทํางานด้วยกันเปึนทีมเปึนคณะ ถ้าให้ไม่ได้ ๖๐๐ บาท ก็ให้ ๒๐๐ บาท หรือ ๓๐๐ บาทก็ว่าไป แต่ต้องให้ทุกคนนะครับ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านชูวิทย์ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ซึ่งได้ปรับลด งบประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกี่ยวกับงบของผู้สูงอายุที่จะได้รับเบี้ยยังชีพ ซึ่งในขณะนี้ ในหมู่บ้านเกิดความแตกแยก ซึ่งใครเส้นใหญ่ก็จะได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตลอดป้ ๖ เดือนรับที แต่ใครที่เส้นปานกลางก็รับเปึนรายป้ไป ป้ละ ๕๐๐ บาท ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท แต่ถ้าใครไม่มีเส้นก็รับเปึนโอกาส แต่วันนี้เปึนโอกาสดีนะครับที่พี่น้อง ประชาชนจะได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ทุกคนที่อายุครบ ๖๐ ป้ ซึ่งในคณะกรรมาธิการก็มี การแสดงความคิดเห็น ผมก็ได้แสดงความคิดเห็นไปว่า ถ้าเปึนคนไทยอายุ ๖๐ ป้ น่าจะ ได้รับโอกาสอันนี้ทุกคน นอกจากคนที่เปึนข้าราชการที่รับบํานาญอยู่ไม่ให้คนเดียว นอกนั้นน่าจะได้ทุกคนซึ่งเปึนประชาชนคนไทยอายุครบ ๖๐ ป้ เกิดก่อนวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๒ น่าจะให้ทุกคนนะครับ โอกาสนี้ชาวบ้านผู้สูงอายุจะได้มีกําลังใจ แล้วถ้าจะให้ เบี้ยผู้สูงอายุแล้วไม่อยากให้เก็บนะครับ เพื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ไปกู้เงินเขามา ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ เพื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ นะครับ ให้เปึนแบงก์ ๒๐ บาท ๕๐๐ บาท หรือแบงก์ ๑๐๐ บาท ๕ ใบ อย่าได้ให้แบงก์ ๕๐๐ นะครับ แล้วถ้าจะจ่าย ๖ เดือน คนแก่ไม่ได้ครับ ถ้าจะจ่าย ๖ เดือน ๓,๐๐๐ บาทแล้วไปรับที คนแก่ได้ ๒,๐๐๐ บาท คนพาไปเอาก็เอาอีก ๑,๐๐๐ บาท เพราะถ้าอย่างนั้นไม่ได้ไป ไม่ได้สตางค์ ลูกหลานก็จะ รับไปอีก ๑,๐๐๐ บาท อันนี้สําหรับผู้สูงอายุนะครับ

ส่วน อสม. อสม. วันนี้นะครับตั้งมา ๒๐ ป้ ผมบอกว่าพี่น้อง อสม. ตั้งชื่อผิด อสม. ภาษาอีสานบอกว่า เอาซะมึง กูไม่เอา เลยไม่ได้รับเงินเดือนสักที วันนี้รัฐบาล มีโอกาสที่จะให้ค่าตอบแทน ผมก็บอกพี่น้อง อสม. เตรียมดีใจไว้จะได้รับเงินเดือนแล้ว แต่ดีใจได้ประมาณ ๖ เดือนแค่นั้นนะครับ เพราะว่าเงินหมด ก็รับไปคนละ ๖๐๐ บาท แต่ทีนี้ผมอยากจะให้กระจายไปทุกกลุ่มที่เปึนอาสาสมัคร ไม่ว่าจะเปึน อปพร. ตํารวจชุมชน เหยี่ยวดํา เหยี่ยวเวหา ตํารวจบ้าน ผู้ที่ช่วยเหลือสังคม ให้ได้อย่างน้อย ๆ นี่สักคนละ ๓๐๐ บาททุกคน แล้วก็เปึนแบงก์ ๑๐๐ เหมือนกัน หรือแบงก์ ๒๐ บาท เงินมันจะกระตุ้นอย่างรวดเร็วนะครับ ก็ขอฝากประเด็นกับ ท่านประธานไว้เพียงแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ท่านคมเดชติดใจหรือครับ เชิญสั้น ๆ นะครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน แต่อยากเรียนตรงนี้ครับว่า การทําประชานิยม มันจุดอ่อนจุดแข็งอยู่อย่างหนึ่งก็คือ การหาเงินมาทําประชานิยมกับการกู้เงินมาทํา ประชานิยมความแตกต่างมันอยู่ตรงนี้ แนวคิดตรงนี้เปึนแนวคิดของนายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๓ ที่มีแนวคิดว่าประเทศไทยนี่ต้องแบ่งแนวการบริหารจัดการออกเปึน ๒ แบบ ด้วยกัน แบบแรกคือการค้าแบบเสรี มีการแข่งขันกัน ตัวอย่าง เช่น บิ๊กซี แมคโคร เซเว่นอิเลฟเว่น การค้าในตลาดหลักทรัพย์ อีกส่วนหนึ่งนี่ต้องเปึนประชานิยม เหตุผล ก็เพราะว่า กลุ่มแรงงานส่วนหนึ่ง กลุ่มเกษตรกรส่วนหนึ่งที่เปึนคนด้อยโอกาส แต่ว่า เปึนคนที่ปริมาณและจํานวนมากที่สุดในประเทศไทยประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ด้วย จุดบอดจุดอ่อนของพวกเกษตรและแรงงานนี่ก็คือการที่เปึนผู้ผลิต แต่ในด้านการตลาดนี่ เปึนตลาดการค้าการแข่งขันแบบสมบูรณ์ คือตั้งราคาเองไม่ได้ มันก็เลยถูกกดราคา กดราคาจากผู้ประกอบการภายในภายนอกประเทศ นั้นคือจุดบอดจุดอ่อนในการสร้าง โอกาสในวิถีชีวิต เพราะฉะนั้นแนวทางนี้ผมคิดว่ามันเปึนแนวทางที่ถูกต้อง เปึนการแชร์ ภาษีออกไปให้เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะการบริหารจัดการการเงินนี่ต้องยึดหลัก ที่ให้มีความสุข มีดัชนีความสุขอยู่ในตัวอยู่ในเนื้อหามันด้วย เพราะว่าความมั่งมี ความมี ความจน ความต้องการจะมีหรือความด้อยโอกาสในการจะมีสิ่งนี้มันแตกต่างกัน พอมีพอกินกับไม่พอนี่ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นแนวทางความคิดนี้ผมคิดว่ามันได้ ประโยชน์สําหรับประเทศไทย แล้วก็คงจะต้องใช้ต่อไป ผมคิดว่ากลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะ กลุ่มที่ด้อยโอกาส คงต้องขยายโอกาสให้เขา ไม่ว่า อสม. เงินคนแก่ หรือแม้แต่เงินกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนหนึ่งผมอยากสนับสนุนแล้วก็ฝากแนวคิดหนึ่งว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ส่วนหนึ่งก็คือการจัดสรรเงินค่าตอบแทนเพิ่มเติมให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านด้วย กลุ่มนี้ มันจะทําให้เงินสะพัดครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านวิถีชีวิตมันไม่ได้แตกต่างอะไรกันกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้แตกต่างกันกับสมาชิกสภาจังหวัด หรือสภาตําบล เพราะว่าอยู่ในวัฒนธรรม ประเพณีที่จะต้องไปงานบุญกุศลตลอด บุญประเพณี มีซอง มีกิจกรรม ค่าดําเนินกิจกรรมต่าง ๆ มันจะกระจายออกไปท่านครับ มันเปึนวิถีชีวิต ของคนไทย ไปงานบวช งานศพ งานแต่ง งานตาย ทุกสิ่งทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายหมด ถ้าเรา สนับสนุนตรงนี้นี่มันจะเปึนวิถีชีวิตที่เกิดความพอดี ถ้าเกิดความพอดี ความสมดุล การทุจริตมันจะน้อยลง เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่เปึนตัวกลไกบังคับวิถีชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มทุนนิยมก็คือปัญหาเรื่องหนี้สิน ปัญหาเรื่องหนี้สินครับ หมดทรัพย์หมดสิน ท่านประธานครับ ถ้ามีภาระหนี้สินแล้วนี่คนที่อยู่ในวงการการเมืองผ่านวิธีการ ทางงบประมาณต่าง ๆ นี่ ถ้ามีครอบครัวมีลูกมันมีภาระผูกพันตรงนั้นครับ ตรงนั้นครับมันเปึนปัญหาส่วนหนึ่งที่ ทําให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย ซึ่งมันจะโยงใยมากับรากฐานตรงนี้ ก็ฝากเปึน แนวคิดท่านด้วยครับ ก็ขอยกย่องท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ไว้ในโอกาส นี้ด้วยที่ท่านสรรหาแนวคิดต่าง ๆ มาใช้ในระบบการปกครองของประเทศไทย ก็คือการค้า แบบเสรีและประชานิยมครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกรรมาธิการพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ผมเกรงใจเรื่องเวลา พยายาม ใช้เวลาให้น้อยที่สุด แต่คิดว่าเรื่องนี้มีความจําเปึนจะต้องให้ความชัดเจน จึงขออนุญาต เล่าการพัฒนาการของเรื่องเบี้ยยังชีพคนชรามาตามลําดับนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อปลายป้ ๒๕๓๕ ผมไปเปึนเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คุณไตรรงค์ สุวรรณคีรี และในป้ดังกล่าวนั้นก็เปึนวิปรัฐบาลด้วย ผมได้รับบัญชาจาก นายกรัฐมนตรีขณะนั้นคือ ท่านชวน หลีกภัย ให้ศึกษาเรื่องผู้สูงอายุ แล้วก็หาเรื่องช่วย ผู้สูงอายุทั้งหมดให้เปึนระบบสักทีหนึ่ง ผมเลยเชิญรองอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ ๒ ท่านมาพบผม กรมประชาสงเคราะห์ขณะนั้นยังอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ขอทราบเรื่อง ผู้สูงอายุในประเทศไทยทั้งหมดมีอยู่สักเท่าไร และปัญหาคืออะไร ได้รับคําชี้แจงว่า ณ ขณะนั้นประชากรยังแค่ ๕๐ กว่าล้านคน ก็มีตัวเลขว่าผู้สูงอายุคือผู้อายุเลย ๖๐ ป้ ขึ้นไปแล้ว ทั่วประเทศขณะนี้ประมาณร้อยละ ๑๐ ของประชากร ร้อยละ ๑๐ ของ ประชากรก็จะมีผู้สูงอายุเลย ๖๐ ป้ สักประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ ใน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านคนดังกล่าวนี้กรมประชาสงเคราะห์ขึ้นทะเบียนเพียงแค่ ๘๐,๐๐๐ คน เท่านั้นครับ แล้วก็ช่วยเดือนละ ๒๐๐ บาท มีขึ้นทะเบียนอยู่เพียงแค่ ๘๐,๐๐๐ คน ปัญหา ในเรื่องการช่วยเดือนละ ๒๐๐ บาท เปึนปัญหาทั้งผู้สูงอายุที่จะต้องมารับเงิน และแก่ เจ้าหน้าที่กรมประชาสงเคราะห์ผู้จะต้องเอาเงินไปให้ผู้สูงอายุที่อยู่ตามหมู่บ้าน ตําบลที่ ไกล ๆ ต่าง ๆ ก็ไม่มีความขยันในการที่จะเจาะลึกขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุ เปึนปัญหามา ตลอดผมเลยขอให้รองอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ซึ่งเปึนสุภาพสตรีขณะนั้น ๒ ท่านว่า ขอมอบภารกิจแก่กรมประชาสงเคราะห์เลย ให้กรมประชาสงเคราะห์จังหวัดทุกจังหวัดไป เจาะลึกเอาผู้สูงอายุตามหมู่บ้าน ตามตําบลต่าง ๆ มาขึ้นทะเบียนให้ท่านได้มากที่สุดครับ มีรายงานต่อมาว่าผู้สูงอายุประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนดังกล่าวนี้ แบ่งออกเปึนประมาณ ๕ ประเภทครับ

ประเภทแรก คือผู้สูงอายุเลย ๖๐ ป้ ที่อยู่ในระบบบําเหน็จ บํานาญ คนเหล่านี้มีเงินบํานาญกิน

ประเภทที่สอง คือผู้สูงอายุที่อยู่ในระบบประกันสังคม คนเหล่านี้ มีสวัสดิการสังคมยังชีพอยู่

ประเภทที่สาม คือผู้สูงอายุที่มีฐานะดี ร่ํารวย มีที่ดิน มีทรัพย์สินมากมาย

ประเภทที่สี่ คือผู้สูงอายุที่มีลูกหลานที่มีฐานะดีเปึนผู้อุปการะเลี้ยงดู บุตรหลานร่ํารวยดูแลผู้สูงอายุอย่างดี

เหลือประเภทที่ห้ากับประเภทที่หก ๒ อย่างครับ คือผู้สูงอายุที่ขาดไร้ ผู้อุปการะ กับผู้สูงอายุที่ผู้อุปการะยากจน เปึนปัญหาสังคมอยู่ ผมเลยขอให้เจาะลึก ๒ กลุ่มนี้ขึ้นทะเบียนให้มากที่สุด ปรากฏว่าในช่วงป้ ๒๕๓๖-๒๕๓๗ เราก็จัดตั้งกระทรวง แรงงาน การตั้งกระทรวงแรงงานก็โยกกรมประชาสงเคราะห์ออกจากกระทรวงมหาดไทย ไปเพิ่มที่กระทรวงแรงงาน ตั้งชื่อกระทรวงแรงงานว่า กระทรวงแรงงานและสวัสดิการ สังคม คําว่า และสวัสดิการสังคม คือส่วนของกรมประชาสงเคราะห์ที่ไปรวมอยู่ด้วย แล้วให้เดินหน้าต่อไป ก็บังเอิญว่าผมพ้นมา แล้วต่อมาก็มีโอกาสไปเปึนรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังอีกครั้งหนึ่ง ก็หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาดูอีกครั้งหนึ่ง จากการ ที่หยิบยกเรื่องนี้มาดูอีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าตัวเลขผู้สูงอายุเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจาก การแพทย์ดีขึ้น การรักษาดีขึ้น ผู้สูงอายุสุขภาพดีขึ้น จํานวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเปึนประมาณ ๑๑-๑๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าวันนี้เรามีประชากรอยู่สักประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ เศษ ๆ เราก็จะมี ผู้สูงอายุทั้งประเทศใน ๕–๖ ประเภทที่ผมเล่านี่ประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ใน ๗,๐๐๐,๐๐๐ คนดังกล่าวท่านประธานครับ เราติดตามความคืบหน้าต่อมาว่าเมื่อผม มาเปึนรัฐมนตรีก็ขอว่าจากเดือนละ ๒๐๐ บาท ไปเพิ่มเปึน ๓๐๐ บาท แล้วก็จากภาระ ที่ต้องไปรับทุกเดือนให้ไปทีเดียว ๖ เดือนล่วงหน้าเลย คนละ ๑,๘๐๐ บาท ป้ละ ๒ ครั้ง เพื่อตัดภาระในการออกมารับและออกมาส่ง กระผมทําอยู่จนกระทั่งสุดท้ายกระผมทําได้ ๕๐๐,๐๐๐ คน โดยเงินสุดท้ายก็เอาเงินกู้จากมิยาซาวาบางส่วนกับอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงขณะนั้นให้เต็มที่ หลังจากป้ ๒๕๔๐ มาก็มีการตั้งกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมนี้จากกระทรวงแรงงานในส่วนที่เปึน สวัสดิการสังคม ก็ไปอยู่ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กลายเปึน กรมสวัสดิการแรงงาน ณ ขณะนี้ จนตัวเลขสูตรปัจจุบันนี้สิ่งที่เรากําลังจะเล่าต่อไป คือเรา มีผู้สูงอายุทั้ง ๖ ประเภทตามที่ผมว่านี้ ประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ดังกล่าวไม่ใช่ลําบากทุกคนครับ ปรากฏว่าผู้สูงอายุที่มีฐานะดีตัวเลขร่วมล้านคนครับ เรา จะเห็นว่าผู้สูงอายุที่มีที่ดิน มีเงินทองอะไรเยอะแยะ กับผู้สูงอายุที่มีลูกหลานฐานะดีเลี้ยง ดูก็อีกร่วมล้านคน เหลือตัวเลขประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ปรากฏว่าอยู่ในระบบบําเหน็จ บํานาญเสีย ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็อยู่ในระบบประกันสังคมอีกประมาณสัก ๔-๕ แสน คน รวม ๆ แล้วก็ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน มันจะมี ๔,๐๐๐,๐๐๐ คนขณะนี้ที่เปึน ปัญหาที่เราจะต้องดูแลต่อไป เพราะฉะนั้นในผู้สูงอายุกลุ่มแรก เราก็ตั้งหลักเกณฑ์ว่าต้อง เปึนผู้สูงอายุที่ขาดไร้ผู้อุปการะ หรือผู้ที่อุปการะเลี้ยงดู วันนี้มีตัวเลขอยู่ทั้งหมด ๕๑๐,๐๐๐ กว่าคน ตั้งงบประมาณให้ทุกป้ คนเหล่านี้จะหลักเกณฑ์พิเศษและจะได้ ตลอดไปทุกเดือน ๆ ต่อไปในวันข้างหน้า ต่างกับโครงการที่เรากําลังจะพูดขณะนี้ โครงการที่พูดขณะนี้เปึนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยโครงการสร้างหลักประกัน สร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ โดยจะให้ผู้สูงอายุเพิ่มอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ถ้าเพิ่มอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ถ้าคนละ ๕๐๐ บาทเปึนเวลา ๖ เดือนก็เท่ากับว่า ถ้าป้หนึ่ง ๕๐๐ บาท ป้หนึ่ง ๑๒,๐๐๐ บาท ๖ เดือน ก็ ๖,๐๐๐ บาทต่อคน ถ้า ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ตัวเลขมันก็ ออกมา ๙,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ปรากฏอยู่ที่เรากําลังจะพิจารณาขณะนี้ เรียนว่ากลุ่มนี้ กับกลุ่มที่ผมพูดถึงทีแรก ๕๑๐,๐๐๐ คน คนละกลุ่มไม่เหมือนกัน กลุ่มโน้นจะได้ตลอดไป โดยหลักเกณฑ์ว่าต้องจน ต้องยากจน หรือผู้อุปการะยากจน แต่กลุ่มนี้ก็คือคนสูงอายุที่ มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปในกฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นใหม่ครับ กฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นใหม่ ณ ขณะนี้ก็คือว่า กรรมาธิการหลายท่านก็ได้แสดงความคิดเห็นให้ไปปรับปรุง ก็คือ

๑. มีอายุ ๖๐ ป้บริบูรณ์ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒ และมีสัญชาติไทย เริ่มจากวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒ ต้องครบ ๖๐ ป้

๒. มีชื่อและทะเบียนบ้านอยู่ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ

๓. ไม่ได้รับเงินสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ คือ ต้องไม่มีเงินบํานาญหรือเงินจากทางภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ อาทิเช่น เงินบํานาญ ผู้ที่ได้รับเบี้ยยังชีพอยู่ก่อนแล้ว เปึนต้น เดิมใช้คําว่า เงินบําเหน็จ บํานาญ ครับ แต่กรรมาธิการหลายท่านผมจําได้ เช่น คุณชวลิต ใครต่อใครบอกว่าไม่ควรมีคําว่า บําเหน็จ บางคนรับบําเหน็จไปครั้งเดียวมาแล้วก็เดี๋ยวนี้ยากจนลําบากนี้ ต้องตัดบําเหน็จ ออก ก็กราบเรียนว่าขณะนี้ได้มีการแก้ระเบียบว่า ไม่เคยรับ ไม่อยู่ในระบบ ไม่รับ เงินบํานาญ แต่ส่วนคนที่เคยรับบําเหน็จมาครั้งหนึ่งวันนี้ก็ยังมีสิทธิที่จะรับอยู่ โครงการ เหล่านี้จะเปึนภาระงบประมาณ ถ้า ๓,๐๐๐,๐๐๐ คนดังกล่าวนี้ ป้หนึ่งถ้า ๑๒,๐๐๐ บาท มันก็จะเปึนภาระงบประมาณถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และบรรเทาผลกระทบสังคมต่อผู้สูงอายุ ณ ขณะนี้มาตรการนี้ ๖ เดือน หลังจาก ๖ เดือนแล้ว ต่อไปกําลังงบประมาณจะมีแค่ไหนจะสามารถช่วยได้อย่างไร มันจะอยู่ในโครงสร้าง ในกรอบงบประมาณป้ ๒๕๕๓ ที่กําลังทําและป้ ๒๕๕๔ ป้ต่อ ๆ ไป บัดนี้ก็ได้มีการ วางกรอบระเบียบทั้งหมดแล้ว นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียน ครอบคลุมทั้งหมดนะครับ ถ้าใน ๖,๕๐๐,๐๐๐ คน ถ้าเราหักที่ทําไว้ตั้งแต่เดิม ๕๑๐,๐๐๐ คน ที่จะต้องได้รับประจํา และในขณะเดียวกันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. อบจ. เทศบาลทั้งหลายก็ไปทําของตนเองอยู่ส่วนหนึ่ง อาจจะให้ ๒๐๐ ๓๐๐ ๕๐๐ ๗๐๐ แล้วแต่ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนนั้นไม่ค่อยมีคุณภาพครับ เพราะแทนที่จะเปึนเปัาหมาย คนยากจนหรือคนลําบาก คนขาดไร้ผู้อุปการะ มักจะเข้าไปยังผู้มีลูกหลายเยอะ ๆ คนที่มี คะแนนเสียงเยอะ ๆ แต่คนแก่ที่อยู่โดดเดี่ยวตัวคนเดียวไม่ค่อยจะได้สักเท่าไรหรอกครับ ตรงนี้ก็ต้องปรับปรุง แต่ตรงนี้มีอยู่ประมาณล้านกว่าคน ถ้าเพิ่มตรงนี้ไปอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ใน ๖ เดือนนี้ก็จะครอบคลุมทั้งหมด แต่เราก็หวังว่าคนจํานวนหนึ่ง เช่นว่า ท่านดอกเตอร์ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี วันนี้ ๖๕ แล้ว ผมไม่เชื่อว่าท่านจะขึ้นทะเบียนหรอกครับ หรือลูกชาย ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อย่างนี้ก็คงจะไม่ขึ้นทะเบียน ผมคิดว่าคนเหล่านี้มีถึง ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับจะครอบคลุมทั้งหมด ถ้าขาดเหลือตรงไหนในเงินสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเปึน น่าจะมีการสํารองไว้ส่วนหนึ่งตรงนี้ครับ

ส่วนเรื่องการศึกษาก็มาตรการเดียวกันกับเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เราจะพิจารณาในมาตราต่อไป เรื่อง อสม. ก็ขอความกรุณาให้กรรมาธิการนคร (นายนคร มาฉิม) ที่ได้ศึกษาเรื่องนี้โดยตรงเปึนผู้ชี้แจงสั้น ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฎิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญกรรมาธิการ คุณนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในนาม ของคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนต่อประเด็นคําถามของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ส. พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านสงสัยในประเด็น ที่ว่าทําไม อสม. จึงไม่ได้อยู่ในสังกัดหรือการกํากับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ตอบท่านเพียงสั้น ๆ ก็คือ ยังคงอยู่ในกํากับนะครับ โดย อสม. จะต้องได้รับการรับรองจาก สาธารณสุขจังหวัดนะครับ แต่เนื่องจากว่าเปึนภารกิจที่ถ่ายโอนตามพระราชบัญญัติสผ ที่ปฏิบัติได้ยากนั้น รัฐบาลที่ตั้งใจจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้บังเกิดผลโดยเร็วก็จะเปึนไปได้ อย่างยากยิ่ง ท่านจะแก้ไขอย่างไรแล้วก็เมื่อใด ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้นะครับ ทราบว่ามีการประชุมเรื่องนี้ แล้วก็มีการมีหลักเกณฑ์ขึ้นใหม่อีก ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องตามหลักเกณฑ์นี้เท่านั้นนะครับ ผมมีข้อสังเกตว่าหลักเกณฑ์อะไรที่ทําให้ปฏิบัติได้ยากก็สะท้อนให้เห็นว่า ยากเข้าไว้ ยุ่งเข้าไว้ จะได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้มีอํานาจ ท่านประธานที่เคารพ ท่านรองประธาน ไตรรงค์ท่านรับปากกับผมว่าจะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีและติดตามเรื่องนี้ ด้วยตนเอง งบ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไม่ใช่น้อยนะครับที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในชนบท ขณะนี้ยังไม่ออกเลยแม้แต่บาทเดียว ถ้างบนี้ออกโดยไวและไปยังชนบททั่วประเทศ ก็จะเกิดพลวัตหมุนเวียนทางด้านเศรษฐกิจขึ้นหลายรอบนะครับ ผมก็ขอสอบถามผ่าน ท่านประธานนะครับไปยังท่านประธานกรณ์หรือท่านรองประธานไตรรงค์จะตอบเรื่องนี้ ก็ได้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คุณวิทยา แก้วภราดัย ครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ขออนุญาตที่จะเรียนชี้แจงเพื่อนสมาชิกที่ได้สอบถามเรื่อง อสม. เปึนการ เบื้องต้นนะครับ อสม. ของประเทศไทยขณะนี้ย่างเข้าสู่ป้ที่ ๓๑ แล้วครับ ระยะเวลา ๓๑ ป้ ของ อสม. ยืนยันได้ทุกคนครับว่า ไม่มีค่าตอบแทน และเราก็ถือว่าเปึนประเทศเดียว ในภูมิภาคนี้ครับที่มีอาสาสมัครสาธารณสุขที่มากที่สุดและปฏิบัติภารกิจจํานวนมากมาย อยู่ในชนบท ยอดตัวเลขที่ผมได้รับรายงานแล้วก็แจ้งต่อทางรัฐบาลเพื่อขออนุมัติ งบประมาณของ อสม. ในเดือนธันวาคม มีตัวเลข อสม. ทั่วประเทศทั้งสิ้น ๘๓๔,๐๐๐ คน และเพื่อความแน่นอนของตัวเลขอาสาสมัครทั้งหมด เพราะคนที่เปึน อสม. หลายท่าน ก็เสียชีวิตไป ก็มีเสียชีวิตทุกวันแหละครับ คน ๘ แสนกว่าคน นอกจากนั้นก็มี อสม. หลายท่าน ที่ย้ายออกจากภูมิลําเนาเดิมขาดจากการเปึน อสม. เพราะโดยหลักเกณฑ์พื้นฐานผู้ที่ จะเปึน อสม. ต้องผ่านการอบรมสาธารณสุขไม่น้อยกว่า ๔๗ ชั่วโมง แล้วก็มีระยะเวลา การปฏิบัติภารกิจอยู่ในหมู่บ้าน มีการประชุมตามวาระที่คณะกรรมการ อสม. ประจํา หมู่บ้านได้ตกลงกันไว้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ตัวเลขทั้งหมดเปึนตัวเลขที่เปึนจริงครับ ตั้งแต่ เมื่อวานนี้ครับ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์จนถึงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบให้สถานีตําบลทั่วประเทศครับ รับให้อาสาสมัคร อสม. ทั้งหมดไปแสดงตน ณ สถานีอนามัย และเมื่อครบระยะเวลา ๗ วัน คณะกรรมการ อสม. แต่ละตําบลก็จะมี การรับรองสถานภาพของทุกคนที่ยังปฏิบัติหน้าที่ความเปึน อสม. หัวหน้าสถานีอนามัย ตําบลก็จะรับรองสถานภาพเหล่านั้น แล้วก็รายงานขึ้นมายังสาธารณสุขอําเภอ และสาธารณสุขจังหวัด เพราะฉะนั้นภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ครับตัวเลขอาสาสมัคร ที่เปึนจริงก็จะปรากฏอยู่มาทั้งหมด ผมขออนุญาตเรียนกับเพื่อนสมาชิกเพื่อความสบายใจ ตัวเลข อสม. ที่มีอยู่ในวันนี้เบื้องต้น ๘๓๔,๐๐๐ คน ผมคาดว่าถึงระยะเวลาจริงอาจจะมี อสม. มากกว่าตัวเลขที่แสดงไว้หรือน้อยกว่าตัวเลขที่แสดงไว้ แต่อย่างไรก็ตามครับ รัฐบาลยืนยันว่า อสม. ทุกคนที่ยืนยันสถานภาพและมีคุณสมบัติครบถ้วนจะได้รับการจ่าย ค่าตอบแทนอย่างเท่าเทียมกัน และขออนุญาตเรียนครับว่าเงินที่จ่ายให้ อสม. เดือนละ ๖๐๐ บาท ไม่ใช่เงินเดือนครับ เพราะถ้าเปึนเงินเดือนก็คงเปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้องที่รัฐบาลจะ จ่ายค่าแรงต่ํากว่าค่าแรงงานปกติ แต่ค่าที่ อสม. ได้รับเดือนละ ๖๐๐ บาท เปึนค่าตอบแทน เพื่อเปึนกําลังใจในการปฏิบัติงานของ อสม. และขออนุญาตเรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ครับ วันที่ ๒๐ มีนาคมเดือนหน้าที่จะถึงนะครับ จะเปึนวัน อสม. แห่งชาติ อสม. ทั่วประเทศก็จะได้ร่วมกันแสดงพลังในทุกจังหวัดเพื่อยืนยันความเปึน อสม. และจะเริ่ม ปฏิบัติภารกิจนับ ๑ สําหรับ อสม. ที่ได้รับค่าตอบแทน งานของ อสม. ที่เปึนจริงก็คือ งาน ปัองกันและส่งเสริมสุขภาพของพี่น้องประชาชน เพราะกระทรวงสาธารณสุขยอมรับ ความจริงครับว่า แม้จะใช้ระยะเวลาสักกี่ป้ก็ตามครับ เราไม่สามารถผลิตแพทย์ได้ทัน สําหรับอาการเจ็บป์วยของพี่น้องประชาชน เพื่อนสมาชิกทุกคนคงเห็นสภาพดีครับว่า ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศอยู่ในสภาพที่ขาดแคลนหมอและพยาบาล และเรื่องนี้ไม่ใช่ เกิดขึ้นวันนี้ครับ เกิดตั้งแต่ยุค ๓๐ ป้ที่แล้วที่พวกเรายังเรียนหนังสืออยู่ แล้วก็ยังเปึนอย่าง นี้อยู่ หนทางเดียวครับที่จะทําให้แพทย์ พยาบาลเพียงพอก็ต้องส่งเสริมสุขภาพพลานามัย ของพี่น้องประชาชน กระทรวงสาธารณสุขหวังว่า ๘๓๔,๐๐๐ คนครับ ถ้าเริ่มปฏิบัติอย่างมีภารกิจกําลังใจ เราก็จะมีโอกาสที่จะรอว่าอีก ๑๐ กว่าป้ข้างหน้าครับ ประชาชนประเทศนี้จะมีอายุยืนยาวขึ้น และสุขภาพดีขึ้น ผมขออนุญาตเรียนเปึนการเบื้องต้นครับว่า ภารกิจ อสม. ที่ได้รับ มอบหมายในป้นี้ก็คือ

ภารกิจที่ ๑ ของการที่จะดูแลทารกแรกเกิดครับ ตั้งแต่คนตั้งครรภ์ อสม. ทุกคนครับ ทุกหมู่บ้าน ทุกตําบลจะต้องเปึนผู้ที่สํารวจว่ามีมารดาคนใดบ้างตั้งครรภ์ ในหมู่บ้าน และเมื่อทารกแรกเกิด ๆ ขึ้น อสม. ทุกคนก็จะมีภารกิจจากกระทรวงครับว่า คนที่รับผิดชอบครรภ์มารดานั้นจะต้องเปึนคนคนแรกที่ไปเยี่ยมเด็กที่คลอดนั้น และต้องทําหน้าที่เปึนพ่อและแม่คนที่ ๒ ของทารกที่แรกเกิด ข้อแนะนําเบื้องต้น ที่กระทรวงสาธารณสุขจะมอบกับ อสม. ครับ ก็คือเด็กทารกทุกคนที่เกิดในป้นี้จะต้อง ดื่มนมแม่อย่างน้อยสัก ๖ เดือน ผมเชื่อมั่นครับว่า ถ้า อสม. ทั่วประเทศ ๘๐๐,๐๐๐ คน นะครับ สักครึ่งหนึ่งของ อสม. ปฏิบัติหน้าที่นี้ได้ ทารกที่เกิดในป้หนึ่ง ๆ ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คน เท่ากับจํานวน อสม. เราจะประหยัดงบประมาณสําหรับการสั่งนมผงจาก ต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเกินกว่าค่าตอบแทนของ อสม.

ภารกิจที่ ๒ เรามีผู้ป์วย คนชรา คนพิการเยอะมากครับในประเทศนี้ ที่ไม่สามารถเข้าถึงงานบริการสาธารณสุข หนทางเดียวครับ กระทรวงสาธารณสุขต้องใช้ อสม. นี่ครับที่จะเปึนคนเร่งสํารวจทุกหมู่บ้านครับว่า ในแต่ละหมู่บ้านมีผู้ป์วยสูงอายุ อยู่กี่คนที่เปึนผู้ป์วยเรื้อรังและไม่เข้าถึงการพยาบาล อสม. จะทําหน้าที่จากสาธารณสุข อําเภอ จากสถานีอนามัยตําบลไปถึงผู้ป์วยเรื้อรังแล้วก็ผู้พิการในหมู่บ้าน ข้อมูลต่าง ๆ สาธารณสุขตําบล สาธารณสุขอําเภอก็จะสามารถคุมข้อมูลนี้ได้ เราก็จะมีโอกาสเข้าไป เยียวยาความเจ็บป์วยนั้นได้ ทั้ง ๒ ภารกิจครับ ถือว่าจะขออนุญาตเรียนเพื่อนสมาชิกครับ ว่าเปึนภารกิจพื้นฐาน และเมื่อครบป้ของ อสม. ในป้หน้านะครับ ในวันที่ ๒๐ มีนาคม ป้หน้า เราจะมีตัวเลขที่จะแจ้งต่อประเทศไทยทั้งหมดครับว่า วันนี้ อสม. ๘๓๐,๐๐๐ คน สามารถเข้าไปเปึนแม่ พ่อ คนที่ ๒ ของทารกแรกเกิดในป้นี้ทั้งหมดกี่แสนคนครับ ขออนุญาตกราบเรียนเปึนการเบื้องต้นครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ครับ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี กรรมาธิการ ขอนิดเดียวครับสั้น ๆ ท่านชวลิตได้พูดถึงเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะต้องผ่านการดูแลของคณะกรรมการการกระจายอํานาจ ไปสู่ อปท. นะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ผมรับปากเพราะท่านชวลิต ท่านเปึนห่วงมาก ท่านเปึนห่วงเงินก้อนนี้และเปึนห่วงทั่ว ๆ ไปนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริหารงานของ อปท. เพราะว่าท่านเคยทํางานเปึนท่านนายอําเภอมาท่านจะรู้ ปัญหาดี และผมก็เห็นพ้องกับท่านว่าเงินก้อนนี้ต้องเร่งรีบในการที่จะจ่ายออกไปสู่ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เพราะมันจะช่วยกระตุ้น เศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาลด้วย แต่ว่าผมต้องกราบเรียนท่านตรง ๆ ผมพูดตรง ๆ คือยังไม่ได้ปรึกษาหารือ ยังไม่มีเวลา แต่ผมตั้งใจว่าพอจบงบประมาณนี้แล้วจะขอ กราบเรียนปรึกษาหารือท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะที่เปึนรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบกระทรวงมหาดไทยด้วย เพราะเรื่องนี้เห็นพ้องต้องกันครับว่าต้องเร่งครับ ผมกราบเรียนแค่นี้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เปึนอันจบการอภิปรายในมาตรา ๑๒ ครับ ขอเชิญสมาชิกที่อยู่ด้านนอก เข้าห้องประชุมเพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วกรุณากดปุ์มแสดงตนได้เลยนะครับ ขอเชิญสมาชิก กดปุ์มแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีสมาชิกเข้าร่วมประชุม ๒๔๕ ท่านครับ ครบองค์ประชุม ต่อไป จะเปึนการ

(นายธีระชาติ ปางวิรุฬรักษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายธีระชาติ ปางวิรุฬรักษ์ ชุมพร

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นะครับ ผม ธีระชาติ ปางวิรุฬรักษ์ ครับ ผมยังไม่ได้กดคะแนนครับ

พันพันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เปึนไรครับ เพราะว่าอันนี้แค่แสดงตนดูว่าครบองค์ประชุมหรือเปล่านะครับ เดี๋ยวผม จะถามเพื่อลงมติในขั้นต่อไปครับ

ต่อไปจะเปึนการลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ ในมาตรา ๑๒ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างเดิมของคณะกรรมาธิการให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยและไปเห็นด้วยกับผู้เสนอความเห็นหรือผู้สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านใดยังไม่ได้ลงมตินะครับ ป่ดการลงมตินะครับ ขอส่งผลการนับมติ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๔๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๒๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๘ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติเห็นชอบในวาระสอง ของมาตรา ๑๒ กระทรวงมหาดไทย

ต่อไปจะเปึนมาตรา ๑๓ ขอเชิญท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๓ กระทรวงแรงงาน ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส. อุบลราชธานี เขต ๒ ในฐานะที่เปึน กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้สงวนความเห็นโดยขอปรับลดงบประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งได้รับงบประมาณ ๑๖,๓๑๘ ล้านบาท ผมไม่เห็นด้วยนะครับ ในการที่จะเอาเงินไปช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้ที่มีเงินเดือนอยู่แล้ว ๑๕,๐๐๐ บาท ต่ํากว่านั้น นะครับ เพราะว่าคนที่มีเงินเดือนไม่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐหรือไม่ได้รับการช่วยเหลือ เขาก็มีเงินใช้อยู่แล้ว แต่วันนี้คนที่ตกงานที่กลับไปบ้านไม่มีเงินเดือนครับ แล้วก็ไม่ได้รับ การช่วยเหลือ เพราะว่า ๑. ไม่ใช่ผู้สูงอายุ ๒. ไม่ใช่ อสม. ๓. ไม่ใช่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน วันนี้ เขากลับไปบ้านเขาก็ไม่มีสตางค์ ผมอยากให้รัฐบาลเฉลี่ยเงินตรงนี้นะครับ กระจายออก เพื่อจะช่วยเหลือผู้ที่ตกงานที่ไม่มีเงินเดือนนะครับ ให้คนละสัก ๕๐๐ บาท ในวันนี้ ก็จะครบทุกคนในหมู่บ้าน เพราะผู้สูงอายุก็ได้รับแล้ว เด็กนักเรียนก็ได้รับ อสม. ก็ได้รับแล้ว กํานัน ผู้ใหญ่บ้านได้รับ แต่ว่าคนที่ตกงานไม่ได้รับนะครับ ซึ่งในอดีตรัฐบาลที่ผ่านมา ได้มีวิธีหาเงินแล้วก็เอามาแจกจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลของท่านไปยืมเงิน เพื่อจะมากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเปึนการทํางานที่ตรงข้ามนะครับ แต่ว่าไม่เปึนไรนะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับอานิสงส์ในการที่ท่านไปกู้สตางค์มา ก็ให้พี่น้องประชาชน ได้รับกันทุกคน ก็อยากจะให้กระจายเงินที่จะจ่าย ๒,๐๐๐ บาท ให้กับพี่น้องประชาชน ที่ตกงานที่เปึนผู้ประกันตนอยู่ ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งในวันนี้อยากให้กระจายให้มัน ทั่วถึง ถ้าท่านกระจายคนละ ๕๐๐ บาท ก็จะได้ประมาณ ๒๕ ล้านคน เงินก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจ เร็วขึ้น แล้วก็ฝากนะครับ อย่าให้แบงก์ ๕๐๐ หรือแบงก์ ๑,๐๐๐ ขอเปึนแบงก์ ๒๐ หรือ แบงก์ ๑๐๐ นะครับ ใช้แน่ ๆ ไม่เก็บ แต่ถ้าให้แบงก์สวย ๆ แบงก์ใหม่ ๆ เก็บแน่ ๆ ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในมาตรา ๑๓ ของกระทรวงแรงงานผมได้ขอสงวน ความเห็นไว้ในแผนงานฟุ๋นฟูและสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ ในโครงการช่วยเหลือ ค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐ ในแผนงานก็คือพี่น้องที่อยู่ในประกันสังคม ๘,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านประธานครับ ในมาตรานี้ทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอตั้ง งบประมาณมาอยู่ที่ ๑๖,๓๑๘ ล้านบาทเศษ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธาน ผมได้ เสนอความเห็นในชั้นกรรมาธิการ กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยเพราะผมเอง ได้เสนอปรับลดทั้งหมด ก็เลยจําเปึนต้องสงวนความเห็นมากราบเรียนท่านประธาน เพื่อให้สภาแห่งนี้ได้ใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยว่าสิ่งที่ผมได้กราบเรียนนั้นจะเปึนเหตุเปึนผล ที่จะต้องนําเงินเข้าสู่ส่วนกลางเพื่อนําไปใช้ประโยชน์ส่วนอื่นได้หรือไม่ ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลที่ปรับลดอยู่

เรื่องแรกสุดครับ เงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทที่มาจากเงินกู้ภายในประเทศ ของเรา ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าสถาบันการเงินเขามามีส่วนร่วมได้มากมายขนาดไหน ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เพราะเปึนการออกตั๋วเงินคลัง ได้มาแล้วครับ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท เราจะใส่เข้าไปในมือของพี่น้องประชาชนอาศัยฐานผู้ประกันตน ๘,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนเศษ ประมาณ ๘,๑๐๐,๐๐๐ คน ผมตีคิดเปึน ๘,๑๐๐,๐๐๐ คน เพื่อให้เขาเอาไปจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ในสิ่งที่รัฐบาลคาดหวังว่าการใส่เงิน ไปอย่างนี้ เหตุผลอันแรกสุดที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมเคยกราบเรียนไปครั้งหนึ่งแล้ว จะไม่ลงรายละเอียดมาก ผมกราบเรียนท่านประธานว่าไม่สามารถที่จะช่วยกระตุ้น เศรษฐกิจหรือฟุ๋นฟูเศรษฐกิจได้ มันจะเปึนการชะลอช่วยเรื่องค่าครองชีพได้บ้าง แต่ที่สําคัญครับเมื่อใส่เข้าไปแล้วเหตุผลที่ผมบอกมันกระตุ้นไม่ได้เลย เนื่องจากว่า พอใส่เข้าไปแล้วท่านประธานครับ คนละ ๒,๐๐๐ บาท ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท รวมกับ บุคลากรภาครัฐอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตีว่าเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งแรกสุดเลย ครับท่านประธาน พอใส่ไปปุ็บเงินจะออกจากกระเปิาทันทีครับ แต่ไม่ใช่ไปจับจ่ายใช้สอย อย่างอื่นนะครับ จ่ายค่าน้ํามันครับ ซึ่งคาดการณ์คํานวณแล้วคนกลุ่มนี้ในรอบ ๖ เดือน เขาจะต้องจ่ายค่าน้ํามันไม่น้อยกว่าเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ขาดทุนไป ๔,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถูกดูดเข้าไปเก็บในถังน้ํามันครับ ขณะที่จะใส่ในระบบให้มันโป์งขึ้นมา ภาษีน้ํามันดูดกลับเหมือนเครื่องสูบที่เราเรียกว่า ไดโว่เลยครับท่านประธาน ดูดวูบเข้าไปหายไปเลย โอกาสที่เงินจะหมุนตามรอบน้อยมาก ท่านประธานครับ เราคาดการณ์ว่า ๒ รอบนี้กระตุ้นได้ จีดีพีโต ๐.๙ แน่นอน มีเม็ดเงิน เข้าสู่ระบบที่เก็บรายได้อีก ๑๒,๐๐๐ บาท ยากครับที่จะได้ตรงนั้นเพราะต้องถูกดูดทันที

ส่วนที่ ๒ ครับ ผมเน้นย้ํามีเพื่อนสมาชิกอภิปรายไว้ มันจะเข้าสู่ระบบของ การชําระหนี้นอกระบบทันที เพราะท่านโอนเข้าไปในบัญชีของเขาแล้วจะมีภาระหนี้ นอกระบบ บัตรเครดิตต่าง ๆ ซึ่งผมไม่มีตัวเลขตรงนี้ ต้องขออภัยท่านประธานจริง ๆ นะครับ ผมหาไม่ทัน ต้องอาศัยส่วนที่เกี่ยวข้องเอาข้อมูลตรงนี้มาดูก็จะเปึนประโยชน์กับ ภาครัฐมากเพราะจะได้หามาตรการปัองกันได้นะครับว่าจะทําอย่างไรเมื่อใส่ไปแล้ว มันจะจับจ่ายใช้สอยจริง ๆ ไต้หวันเขาใช้เปึนคูปอง เปึนเช็คของขวัญ เปึนอะไรที่ต้องไปซื้อ ของจริง ๆ ภายในระยะเวลาที่กําหนด แต่ของเราใส่ไปแล้ว ๖ เดือน อาจจะเข้าสู่ตรงนี้หมด อันนั้นคือเหตุผลอันแรกสุดท่านประธานครับ

อันที่ ๒ เมื่อมันกระตุ้นไม่ได้ มันเปึนการบรรเทา มันเปึนการชะลอเราให้ พี่น้องประกันสังคม ผมเองก็เห็นใจพี่น้องประกันสังคม ไม่ได้ปฏิเสธนะครับ เห็นด้วย อย่างยิ่ง แต่การให้ไปตรงนี้เมื่อเทียบกับกลุ่มที่เขามีความจําเปึนกว่า ๑๐ ล้านครอบครัว ที่เขามีความจําเปึนกว่าผู้มีรายได้น้อย ท่านอภิปรายไว้ผมไม่ย้ําลงไป ตรงนั้นเราให้ไป ไม่ถูกกว่าหรือครับท่านประธาน นั่นคือเหตุผลข้อที่ ๒

เหตุผลข้อที่ ๓ ท่านประธานครับ ผู้ประกันตนในโครงการของรัฐบาล ในมาตรการต่าง ๆ เท่าที่ผมตรวจสอบก็จะเปึนโอกาสของผู้ประกันตน ในกรณี ถ้าผู้ประกันตนถูกเลิกจ้าง เปึนประกันสังคมถูกเลิกจ้าง คําถามผมเขาจะได้รับตรงนี้ หรือไม่ แต่เขามีเลขประกันสังคมอยู่ ถ้าเขาได้รับได้ ๑ ต่อครับ ๒,๐๐๐ บาท เขาถูกเลิก จ้างตามพระราชบัญญัติประกันสังคมนี้เขาจะได้เงินชดเชยประกันการว่างงานอีก ๘ เดือนครับ ท่านประธานครับ เดือนละครึ่งหนึ่งของเงินเดือนที่ได้รับ กองทุน ประกันสังคมจ่ายเขาไป ๘ เดือน แล้วถ้าเขาได้เข้าสู่ระบบการใช้เงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ที่ผมอภิปรายเอาไว้ กรณีช่วยผู้ว่างงานอบรมได้ ๔,๘๐๐ บาทต่อคนใน ๔ เดือน ได้อย่างนั้น ท่านประธานครับ ถ้าชะลอการเลิกจ้างเขาได้รับเงินจากนายจ้าง ได้รับเงินจากกองทุน ประกันสังคมเข้าไปช่วยอีก อันนี้คือสิ่งที่มันอาจจะมีการซ้ําซ้อน ในขณะที่กลุ่มอื่นไม่ได้เลย มันก็จะเกิดข้อแตกแยกเกิดขึ้น อันนี้เปึนเหตุผลที่ผมจําเปึนต้องกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกว่าขอปรับลดครับ และดึงเงินตัวนี้มาไปใช้ใน โครงการที่จะเปึนประโยชน์ครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนแน่นอนครับที่มีคนตกงาน ถ้า จีดีพี อยู่ที่ ๐ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนท่านประธานครับ เอาเม็ดเงินตรงนี้ไปอุดหนุน ทําอย่างไรให้ พี่น้องประกันสังคมเหล่านี้เขาไม่ตกงาน ให้ตกงานน้อยที่สุด สนับสนุนผู้ประกอบการครับ ให้เขาจ้างต่อ ให้มีกิจกรรมต่อทางด้านเศรษฐกิจ หรือไม่มันเลี่ยงไม่ได้ไปหากิจกรรม ในพื้นที่รองรับครับ เขากลับสู่ภาคเกษตร กลับสู่ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงในบ้านเมือง ของเขาหาอะไรไปรองรับเขาสิครับ ท่านประธานครับ ตรงนี้เงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท มีประโยชน์ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมกราบเรียนผมไม่ได้มีอคติกับรัฐบาลหรือไม่ได้ มีความคิดที่จะไม่ช่วยพี่น้องประกันสังคม เราเข้าใจว่ามันเปึนภาวะเศรษฐกิจตกต่ํา แต่ถ้า เม็ดเงินที่ใส่ลงไปมันไม่ได้ตามที่เราคาดการณ์ไว้ แทนที่เราจะหยุดเลือดมันไม่ให้ไหล เลือดมันกลับไหลมากขึ้นแล้วดึงเลือดทั้งหมดออกจากร่างกายไป ผลร้ายเกิดกับพี่น้อง ประชาชนคนโดยรวม เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ผมกราบเรียนท่านประธานเลยต้องขออนุญาต ปรับลดทั้งหมด กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย เขต ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้แปรญัตติในเรื่องของการปรับลดงบประมาณของกระทรวงแรงงาน จริง ๆ แล้ว กระทรวงแรงงานนี้เปึนกระทรวงที่จะต้องให้การสนับสนุนเอาใจใส่ดูแลเปึนอย่างดี เพราะกระทรวงนี้เปึนกระทรวงที่จะต้องรับผิดชอบในการที่จะต้องดูแลแรงงานซึ่งเปึนหลัก กําลังสําคัญของประเทศชาติ ซึ่งแรงงานในที่นี้ผมขออนุญาตที่จะเรียนอธิบายผ่าน ท่านประธานไปถึงพี่น้องประชาชนว่ามันมีแรงงานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ที่พี่น้องคนไทยไปทํางานอยู่ ในประเด็นที่ท่านได้จัดงบประมาณ ๑๖,๓๑๘ ล้านบาท เปึนการที่จะจัดให้กับผู้เอาประกันที่มีรายได้ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท จํานวนประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คนนั้นจริง ๆ แล้วผมค่อนข้างที่จะไม่ค่อยเห็นด้วย เนื่องจากว่าการเอาเงิน ไปให้เฉย ๆ มันเหมือนกับว่าเราไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้วางแผนอะไร คุณเอาเงินไปหวัง เพียงแต่ว่าให้เขาใช้เงินตัวนั้นเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจแค่นั้นเอง สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนเพื่อที่จะเปึนแนวทางในการที่จะให้กับรัฐบาลได้นําไปฉุกคิดเพื่อที่จะนําเงิน ก้อนใหญ่ ก้อนโตประมาณ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะครับเอาไปใช้อย่างเกิดประโยชน์ ผมเสนอแนะว่าควรจะผลักเข้าไปในสถาบันการเงิน อย่างเช่น เอสเอ็มอี หรือจะเปึน กองทุนหมู่บ้าน หรือเปึนอะไรก็ได้ที่จะให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน แล้วเงินก้อนนี้ก็จะ ไม่หาย โดยเฉพาะในเรื่องของ เอสเอ็มอี ขณะนี้ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่องจํานวน มาก ผู้รับเหมา ผู้ประกอบการโรงงานขาดสภาพคล่อง เพราะสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ ถ้าสมมุติว่ามีเงินก้อนนี้เข้าไปเยียวยาบ้าง ผู้ประกอบการก็สามารถเดินหน้าได้ แรงงาน ก็มีรายได้ มีค่าจ้าง นายจ้างก็อยู่ได้ ลูกจ้างก็อยู่ได้ ตรงนี้จะเปึนประโยชน์ แล้วเงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทก็จะไม่สูญ แต่มันก็จะหมุนวนได้ในระดับหนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้น อยากจะฝากว่า อันนี้เปึนแนวทางหนึ่งที่อยากจะให้ทางรัฐบาลได้นําไปเพื่อที่จะไป ประกอบการพิจารณาในโอกาสต่อไป ในเมื่อท่านเตรียมงบประมาณลงไปตรงนี้แล้วก็ ไม่เปึนไร

อีกส่วนหนึ่งที่อยากจะฝากในเรื่องของแรงงานที่จะไปค้าแรงงาน ในต่างประเทศ อยากจะให้ท่านนํางบกลางหรืองบส่วนใดก็ตามผลักเข้าไปเพื่อที่จะให้เปึน เงินกู้ยืมให้กับผู้ที่จะต้องเอาที่ดิน ที่นาไปจํานอง จํานําในการไปทํางานต่างประเทศ เพราะแรงงานเหล่านี้ไม่ต้องลงทุน แต่ต้องมีค่าคอมมิชชั่น (Commission) ในการเดินทาง มีค่าเครื่องบิน มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ถ้าเรื่องคอมมิชชั่นถ้าจะไม่ต้องเสียรัฐบาล เปึนคนจัดการก็ยิ่งจะเปึนการช่วยเหลือแรงงานที่จะต้องไปค้าแรงงานต่างประเทศ กองทุนที่ท่านตั้งเอาไว้ก็จะเปึนประโยชน์ เงินก็ไม่สูญ ท่านสามารถที่จะเก็บเงินได้คืน ทุกบาททุกสตางค์ แล้วประโยชน์ที่ได้ก็คือแรงงาน อยากจะฝากไว้เปึนข้อคิดสําหรับ กระทรวงแรงงานนะครับว่า ในส่วนที่ท่านแก้ปัญหาโดยการเอาเงินใส่กระเปิาให้กับคน ๘๐๐,๐๐๐ คน ผมก็ค่อนข้างจะไม่เห็นด้วย แต่เมื่อท่านดําเนินการแล้วก็ไม่เปึนอะไร นะครับ อยากจะให้มีโครงการที่จะเปึนลักษณะการให้แนวทางในการทํามาหากินมากกว่า ที่จะให้อาหารที่สําเร็จแล้วนะครับ เพื่อเปึนประโยชน์ในการที่จะใช้จ่ายงบประมาณ อย่างประหยัด เพราะในปัจจุบันนี้เงินทองของเราก็ไม่ค่อยมีอยู่แล้วนะครับ แต่ถ้ายิ่งจ่าย ออกไปโดยไม่เหลียวมองเลยว่าสิ่งที่กลับมาคืออะไร มั่นใจหรือเปล่าว่าลงไปแล้วมันจะ หมุนได้สักกี่รอบ ตรงนี้ก็อยากจะฝากเพื่อให้รัฐบาลได้ดําเนินการ ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคณะกรรมาธิการจะตอบนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านรัฐมนตรี ไพฑูรย์ แก้วทอง ครับ

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอเรียน ชี้แจงท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่ได้ตั้งข้อสังเกตแล้วก็เปึนห่วงนะครับว่าเงินผู้ประกันตน ที่มีรายได้ไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท จํานวน ๑,๘๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนเศษนี้นั้นว่า เมื่อไปจ่ายแล้ว อันแรกเลยบอกว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจจริงไหมครับ แล้วก็อาจจะเอาไปเก็บไว้ไม่จ่าย นะครับ แต่จริง ๆ แล้วนะครับ ผู้ประกันตนมีทั้งหมดถึง ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่เรา คาดว่าคนที่มีรายได้ไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาทนั้นนะครับ หนี้นอกระบบอย่างท่านผู้มีเกียรติได้ พูดเมื่อสักครู่นี้ก็คงมี เพราะฉะนั้นเมื่อได้รับเงินไปแล้วคนกลุ่มนี้จะไม่ใช่ คงเปึนไปได้ยาก นะครับ เมื่อไปใช้แล้วเงินก็ต้องหมุนเวียน อันนี้กระตุ้นเศรษฐกิจก็คิดว่าน่าจะเปึนไปได้ นะครับ ส่วนของกระทรวงแรงงานโดยตรงนั้น ขอเรียนให้ชัดเจนอย่างนี้นิดหนึ่งนะครับว่า ขณะนี้ผู้ใช้แรงงาน โรงงานชะลอการผลิตเนื่องจากกําลังขาย ผู้ซื้อไม่มี ลดลง เมื่อลดลง แล้วผู้ใช้แรงงานของเราเองก็ทํางานน้อยลง โดยที่ว่านิติสัมพันธ์กับนายจ้างยังอยู่นะครับ ยังเปึนสภาพลูกจ้างอยู่ แต่ โอที (OT : Overtime) ไม่ทํานะครับ เปลี่ยนกะ ทําชั่วโมง ให้น้อยลง เพราะฉะนั้นรายได้ของผู้ใช้แรงงานก็จะน้อยลงไปด้วยนะครับ ถ้าหากว่าเรามี เงินส่วนหนึ่งที่ไปช่วยค่าครองชีพก็จะทําให้นิติสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างนี่ครับ ยังคงต่อไปได้โดยที่ว่าเขาไม่ต้องออกจากงาน ก็เปึนส่วนเสริมอันหนึ่งนะครับที่จะทําให้คน ที่ตกงานนั้นน้อยลงไป นอกจากนั้นแล้วนะครับ แล้วนอกจากนั้นที่บอกว่าผู้ประกันตน ออกมาแล้ว แล้วประกันสังคมยังจ่ายเงินเดือนกึ่งหนึ่ง ครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เราขยายไปให้ถึง ๘ เดือน เพราะว่าภาวะวิกฤติอันนี้เราไม่แน่ว่าจะมาเร็ว หรือช้าเมื่อไร คนกลุ่มนี้ก็จะได้รับเงินตามมาตรา ๓๙ คือสิทธิประกันสังคมเขายังมีอยู่ ไปถึง ๘ เดือน แต่เมื่อเลย ๘ เดือนไปแล้วสิทธิเขาถึงจะหมด แต่มาตรา ๓๓ นั้นก็คือคนที่ ยังเปึนลูกจ้างอยู่อันนี้ก็จะได้รับ แล้วลงไปลึกถึงมาตรา ๔๐ อีก คนที่ทําอาชีพอิสระแล้วก็ ยื่นประกันตนโดยจ่ายค่าประกันสังคมในส่วนของรัฐบาลนั้นเขาจ่ายไปด้วย ส่วนนี้ ตามหลักฐานที่เขามายื่นประกันนั้น เมื่อเปรียบเทียบเงินรายได้ของเขาในทะเบียนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ก็จะได้รับอานิสงส์ตรงนี้ด้วย ทั้ง ๒ ประเด็นนี้คือ ๑. ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ คงมีแน่จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง ส่วนที่ ๒ ก็เปึนการช่วยชะลอให้ภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ นายจ้าง ลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างรายได้เขาลดลงไปแล้ว รายได้ต่ําลงก็ยังสามารถทําเปึน นิติสัมพันธ์ ยังเปึนสภาพลูกจ้างอยู่เงินกองทุนประกันสังคมก็ต้องไม่ไปจ่าย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ถ้าเขาต้องออกมา ทั้ง ๒ ส่วนนี้ก็คงจะเปึนการช่วยได้ครับ ขอเรียน ชี้แจงครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญกรรมาธิการ คุณนคร มาฉิม ครับ

นายนคร มาฉิม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมต่อข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ของเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็คือที่ท่านเปึนห่วงว่าภาคอื่นทําไมถึงไม่ช่วย ก็ขออนุญาต กราบเรียนว่ามาตรการอื่น ๆ เราได้ดูภาพรวมในส่วนของคณะกรรมาธิการแล้วว่ารัฐบาล ได้มีมาตรการที่จะช่วย อย่างเช่น ภาคเกษตรก็มีการรับจํานําราคาพืชผลทางการเกษตร ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท การสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อให้สถานประกอบการยังคงสถานะ ทางการเงินที่จะไม่เลิกจ้างอยู่ แล้วก็ต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการได้นําเรียนชี้แจง ก็ขออนุญาตสนับสนุน แล้วก็คงมาตราในส่วนของ กระทรวงแรงงานเดิมนะครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สมาชิกครับ เปึนอันว่าจบการอภิปรายในมาตรา ๑๓ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องเพื่อเตรียม ลงมติครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องเพื่อเตรียมลงมติครับ เมื่อเข้าห้องประชุมแล้วก็กรุณากดบัตร แสดงตนได้เลยนะครับ ในช่วงว่างผมจะขอเรียนอย่างนี้ครับ ต้องขอขอบคุณวิปทั้ง ๒ ฝ์าย คือวิปฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้านในการบริหารเวลานะครับ ก็อยากจะเรียนท่านสมาชิกครับ หลังจากมาตราต่อ ๆ ไปก็จะเหลือผู้อภิปรายมาตราละไม่เกิน ๓-๔ เท่านั้นเองนะครับ ถ้าเปึนไปได้ก็ขอให้อยู่ในห้องประชุม จะได้พร้อมที่จะลงมติ ก็จะพยายามบริหารเวลา ให้ป่ดอภิปรายในเวลาใกล้เคียงที่ตกลง อาจจะเกินเวลาไปบ้างสักชั่วโมงก็คิดว่าคงจะรับ กันได้นะครับ ขอเชิญท่านกดบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ท่านใดยังไม่ได้กดบัตรแสดงตนกรุณายกมือด้วยนะครับ ส่งผลการแสดงตนครับ มีสมาชิก เข้าร่วมประชุม ๒๔๗ ท่านครับ ครบองค์ประชุม

ต่อไปจะเปึนการลงมติในมาตรา ๑๓ นะครับ ผมจะถามบรรดาสมาชิกว่า ท่านใดเห็นชอบตามที่ร่างเดิมของคณะกรรมาธิการให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วย คือเห็นชอบตามที่มีผู้เสนอความเห็นหรือผู้แปรญัตติให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ให้กดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย นะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ป่ดการลงมติครับ ขอผลการลงมติด้วยครับ มีสมาชิกเข้าร่วมประชุม ๒๔๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน นะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้เห็นชอบในวาระสองของมาตรา ๑๓ กระทรวงแรงงาน นะครับ

ต่อไปเปึนมาตรา ๑๔ ขอเชิญท่านเลขาธิการครับ ช่วงนี้ก็ขอท่านสมาชิก อยู่ในห้องได้เลยครับ มีผู้ประชุมอภิปรายแค่ ๒ ท่านนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายวัชรินทร์ จอมพลาพล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๔ กระทรวงวัฒนธรรม ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอผู้แปรญัตติครับ คุณอํานวย คลังผา ครับ

นายอํานวย คลังผา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมได้สงวนความเห็น มาตรา ๑๔ กระทรวงวัฒนธรรม ผมในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้ขอสงวนความเห็นและปรับลดงบประมาณไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณ ๒๒ ล้านบาทเศษ เหตุผลในการปรับลดในส่วนที่ ๑ เกี่ยวกับสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลปี แผนงานส่งเสริมรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงด้านสังคม จริง ๆ แล้วส่วนนี้ ผมไม่เห็นด้วยจึงขอปรับลด เพราะเนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมของเรา ผมอยากจะฝาก ท่านประธานผ่านถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับว่ากระทรวงวัฒนธรรม เรามันน่าจะส่งเสริมในด้านประเพณีของไทยเรา ไม่ว่าการกราบไหว้ หรือประเพณี วันสงกรานต์ก็ดี วันสงกรานต์ก็จะได้นําข้อดี ๆ ให้กับลูกหลานไปกราบไหว้พ่อแม่ หรือปู์ ย่า ตา ยาย คือน่าจะส่งเสริมตรงนี้

และในส่วนที่ ๒ อย่างงานลอยกระทงอย่างนี้ ทําไมคนไทยเราถึงจัดงาน ประเพณีลอยกระทง เปึนการขอขมาจากแม่น้ําคงคา ตรงนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งอยากจะให้นํา เงินที่ปรับลดตรงนี้ผ่านท่านประธานถึงประธานคณะกรรมาธิการนะครับว่าปรับลดตรงนี้ เอามาใส่เสริมตรงนี้ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมในส่วนนี้ เหตุผลหรืออย่างแหล่งโบราณวัตถุ นะครับอย่างกรณีอย่างพระนครศรีอยุธยา ชาวต่างชาติมาทําอะไรมิดีมิร้ายต่อแหล่ง โบราณของเราซึ่งเปึนมรดกโลก นี่คือส่วนหนึ่ง และวันเข้าพรรษา ไม่ว่าวันเข้าพรรษา ออกพรรษา ตลอดทั้งฟังเทศน์ฟังธรรม โดยเฉพาะเรื่องเทศน์มหาชาติหากทุกคนได้ฟัง เรื่องเทศน์มหาชาติแล้วผมเชื่อเหลือเกินว่าถึงในส่วนที่ผมพูดอาจจะไม่ตรง โดยเฉพาะ สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี แต่มันย้อนกลับในเรื่อง ของวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟังเทศน์ฟังธรรม การเทศน์ทั้ง ๑๒ กัณฑ์ มีความหมายทั้งสิ้น มีความหมายในการปฏิบัติตัวปฏิบัติตนทั้ง ๑๒ กัณฑ์ เพราะฉะนั้น คนไหนที่ไม่เคยฟังเทศน์ทั้ง ๑๒ กัณฑ์ไปตรวจสอบได้เลย ไปฟังได้เลย เพราะฉะนั้นวันนี้ มันใช้เวลาเพียง ๕ นาที หากว่าใช้เวลามากกว่านี้ผมอยากจะบรรยายว่า กัณฑ์ที่ ๑ หมายความว่าอย่างไร กัณฑ์ที่ ๒ ถึง ๑๒ กัณฑ์เลย วันนี้เวลามันสั้น เพราะฉะนั้น ก็อยากจะส่งเสริมในด้านวัฒนธรรมของไทยเราตรงนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวันพระ ๘ ค่ํา ๑๕ ค่ํา ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งอยากจะให้ ที่ผมได้ปรับลดมาเสริมตรงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีการอบรมนักเรียนหมื่นกว่าคน ผลประโยชน์ที่จะได้รับนักศึกษา หมื่นกว่าคน การศึกษาน่าจะไปอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ผม ได้มีการปรับลดตรงนี้ก็เหตุผลตรงนี้ เพราะฉะนั้นในส่วนอื่น อย่างประเพณีของเราในเรื่อง การท่องเที่ยวแหล่งโบราณสถาน ผมอยากจะให้กระทรวงวัฒนธรรมได้ส่งเสริมตรงนี้ ติดปัายประชาสัมพันธ์ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะให้ต่างประเทศมาท่องเที่ยวเราก็จะได้เงิน เข้าในประเทศเรา นี่ละครับเปึนการส่งเสริม เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกส่วนหนึ่ง นี่คือ สิ่งที่ผมอยากเสนอแนะให้ประธานผ่านคณะกรรมาธิการให้ช่วยเสนอแนะรัฐบาลให้เร่ง ดําเนินการในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขอสงวนความเห็นและปรับลดมาเติมตรงนี้ ก็อยากจะฝากท่านประธานอีกส่วนหนึ่งครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ จะสังเกตได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราในปัจจุบันนี้ มันเกิดความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ์ายมาจากอะไรครับ ผมดูแล้วผมไม่แปลกใจที่ว่า บ้านเมืองเราเกิดความแตกแยก เกิดความแบ่งฝักแบ่งฝ์าย เพราะว่าการให้ความสําคัญ ของกระทรวงวัฒนธรรมรัฐบาลไม่ได้ความสําคัญอะไรเลย ๒๒ ล้านบาทเศษ ๆ ทั้ง ๆ ที่ เปึนกระทรวงที่น่าจะได้รับการดูแล เพราะเปึนกระทรวงที่จะต้องสมานฉันท์ความสามัคคี สร้างวัฒนธรรมต่าง ๆ แล้วเปึนการส่งเสริม กระตุ้นเศรษฐกิจได้เปึนอย่างดีด้วยซ้ําไป แต่รัฐบาลมองไม่เห็น ท่านประธานที่เคารพครับ เรามีประเพณีต่าง ๆ ทั่วทุกหัวระแหง โดยเฉพาะทุกเดือนเราจะมีประเพณีของเราอยู่แล้ว นั่นก็คือเราจัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยอิงสิ่งที่ เปึนประวัติศาสตร์ก็ดี สิ่งที่เปึนวัฒนธรรมก็ดี เรานําสิ่งเหล่านี้มาเปึนจุดขายที่นักท่องเที่ยว มาเที่ยวบ้านเราเดี๋ยวนี้ก็เพราะเขามาเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณีของเราเปึนประเพณี ที่สวยงาม ประเพณีที่ดีเขาถึงอยากจะมา แต่เราไม่ได้ให้ความสําคัญเลยงบประมาณที่จัด ลงไปเพียง ๒๒ ล้านบาทเศษทําอะไร ทําอะไรได้ท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมถึงว่า การที่เรามาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนมองเห็นความสําคัญในเรื่องของ วัฒนธรรม มองเห็นความสําคัญในเรื่องของประเพณี ส่งเสริมกันอยู่ตลอด แต่เปึนการ ส่งเสริมในเรื่องของส่วนตัว อยากจะให้ทางกระทรวงวัฒนธรรม ให้รัฐบาลได้มองเห็น ความสําคัญ แม้แต่หลักสูตรปัจจุบันนี้ เมื่อก่อนเรามีหลักสูตรที่สําคัญ ๆ ในการเรียนวิชา ศีลธรรม วิชาหน้าที่พลเมือง การเปึนพลเมืองดีทําอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันนี้น้อยมาก ไม่ใช่วิชาบังคับ วิชาเลือกด้วย เด็กบางคนไหว้แทบจะไม่เปึน ไหว้แบบไทย ไหว้อย่างไร เมืองไทยเปึนเมืองสวยงาม เมืองขนบธรรมเนียมประเพณี สิ่งเหล่านี้ฝากไว้ สําหรับที่จะต้องให้ความสําคัญต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ เรามีศูนย์วัฒนธรรม ประจําจังหวัด ศูนย์วัฒนธรรมประจําอําเภอ เดี๋ยวนี้ลงลึกไปถึงระดับตําบล ความสําคัญ ขององค์กรผมถือว่าน่าจะเปึนองค์กรหนึ่งที่จะช่วยขัดเกลาความรู้สึก ขัดเกลาในเรื่องของ ความมีวัฒนธรรม คุณธรรม จริยธรรมของลูกหลาน ของคนในสังคม แต่เราขาด งบประมาณที่จะส่งเสริมในเรื่องของกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านั้น เพราะฉะนั้นในส่วนของ การที่ผมแปรญัตติตัดลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วต้องเพิ่ม แต่มันแปรญัตติ เพิ่มไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาตั้งกติกาอะไรไว้นะครับ แปรเพิ่มไม่ได้มีแต่แปรลด เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะฝากนะครับว่าทําอย่างไรก็ตาม ให้ความสําคัญหน่อย เพราะว่าเดี๋ยวนี้สีเหลือง สีแดงก็ค่อนข้างจะซา ๆ แล้วละนะครับ ส่งเสริมให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีวัฒนธรรมร่วมกันที่ดี ร่วมกันเปึนพลเมืองดีของชาติ นะครับ ตรงนี้ก็จะทําให้พวกเราได้อยู่ในสังคมอย่างมีความสุขนะครับท่าน แล้วก็สุดท้าย สุดท้ายจริง ๆ ก็คือว่าแม้แต่วัฒนธรรมในสภาเราก็ดีนะครับ จัดงบประมาณเสริมเข้ามา หน่อยนะครับ เสริมเข้ามาส่งเสริมวัฒนธรรมในสภาให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรามีโอกาสจัดกิจกรรมอะไรที่เปึนการส่งเสริมวัฒนธรรมร่วมกันโดยกระทรวงวัฒนธรรม เปึนเจ้าภาพ ลองดูหน่อยนะครับ ฝากท่านประธานด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคณะกรรมาธิการครับ ท่านพิเชษฐครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ กระทรวงวัฒนธรรมมีกรมสําคัญอยู่กรมหนึ่งครับ คือกรมศิลปากร กรมศิลปากรมีสถาบันการศึกษาที่เรารู้จักกันแต่ดั้งเดิมก็คือวิทยาลัยนาฏศิลปี วิทยาลัย นาฏศิลปีมีทั้งในส่วนกลางแล้วก็ในต่างจังหวัด บัดนี้วิทยาลัยนาฏศิลปีที่เราเคยรู้จัก เปลี่ยนชื่อมาเปึน สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลปี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลปีขณะนี้มี ๓ คณะ มี ๑๒ วิทยาลัยนาฏศิลปี อยู่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศกับมีอีก ๓ วิทยาลัยช่างศิลปี บัดนี้สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลปีได้ขยายการศึกษาลงมาในระดับ การศึกษาศิลปวัฒนธรรมขั้นพื้นฐานมีการสอนตั้งแต่ ม. ๑ ถึง ม. ๓ และขณะเดียวกันก็มี การสอนในระดับ ปวช. ๑ ถึง ปวช. ๓ การจัดการด้านศิลปวัฒนธรรมนี่เปึนการศึกษา พิเศษสําหรับเด็กที่มีพรสวรรค์ในทางศิลปะบางส่วน มีค่าใช้จ่าย มีเครื่องอุปกรณ์การเรียน การสอนอะไรอยู่จํานวนหนึ่งค่อนข้างจะมาก มีข้อมูลว่าขณะนี้นักศึกษาที่กําลังศึกษา อยู่ทั่วประเทศขณะนี้ ๑๓,๐๐๐ คน ใน ๑๓,๐๐๐ นี้อยู่ในชั้น ม. ๑ ถึง ม. ๓ อยู่ ๔,๕๐๐ คน และอยู่ในวิทยาลัย ๑๒ แห่ง ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีก ๕,๕๐๐ คน สถาบันบัณฑิต พัฒนศิลปีได้รับเงินอุดหนุนเพื่อใช้จ่ายในการศึกษา แต่ว่าก็เฉพาะการศึกษาเท่านั้น ไม่เพียงพอ ค่าใช้จ่ายพิเศษของเด็ก อุปกรณ์การเรียนการสอน ค่าจ้างครูสอนพิเศษ หนังสือคู่มือการศึกษา บัดนี้เดี๋ยวนี้ก็มีสื่อการสอนด้านเทคโนโลยีและอื่น ๆ อีกด้วย นะครับ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อช่วยเด็กทั้งหลายเช่นเดียวกับที่ช่วยกระทรวงศึกษาธิการ เช่นเดียวกับที่ช่วยสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่มีสามเณรเรียนกันอยู่ และรวมทั้ง ตชด. (ตํารวจตระเวนชายแดน) ต่าง ๆ ที่เรามีโรงเรียน ตชด. อยู่ งบประมาณทั้งสิ้น ๒๒,๒๘๘,๐๐๐ บาท ซึ่งคณะกรรมาธิการก็ได้ศึกษาอย่างรอบคอบแล้ว แล้วก็ในระดับ มาตรฐานเดียวกับที่กระทรวงศึกษาธิการให้ใช้กับนักเรียนในเรื่องโครงการการเรียนฟรี ๑๕ ป้ดังกล่าวครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตในฐานะที่เปึนผู้สงวนคําแปรญัตติในมาตรานี้ไว้ด้วย ด้วยความเคารพในความพยายามและเสียสละของคณะกรรมาธิการที่ได้ทํางานในการ พิจารณาที่ผ่านมานะครับ ผมมีความเชื่อมั่นว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ทุกท่านที่นั่งอยู่ ข้างบนจะต้องทําหน้าที่ต่อไปในช่วงกลางป้ ซึ่งจะเปึนการพิจารณาพระราชบัญญัติ งบประมาณป้ ๒๕๕๓ ก็ฝากเสียคืนนี้เลยว่าในการพิจารณางบประมาณกลางป้คราวหน้านี้ กระทรวงวัฒนธรรมท่านต้องช่วยดูแลหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสํานักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติจะต้องไปเพิ่มบทบาททําอย่างไรให้คนในชาติของเรานี่เปึนคนที่มี วัฒนธรรมแบบไทย ๆ มีสัมมาคารวะรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ให้เกียรติผู้อาวุโส ให้เกียรติ ผู้ที่มีประสบการณ์สูงกว่า การให้ความเคารพนับถือซึ่งเปึนคุณธรรมที่ดีของคนไทย และอีกอย่างหนึ่งก็คือควรที่จะจัดงบประมาณพิเศษให้สํานักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติพิมพ์หนังสือสมบัติผู้ดีแจกทุกครัวเรือนเลย ๒๐ ล้านครัวเรือน ให้ทุกครัวเรือนมีหนังสือสมบัติผู้ดี ให้เปึนหนังสืออ่านประจําบ้าน ผมฝากท่านกรรมาธิการ ทุกท่านไว้ตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีผู้อภิปรายนะครับ เปึนอันว่าจบการอภิปรายในมาตรา ๑๔ กระทรวงวัฒนธรรมครับ ขอเชิญสมาชิกเข้าห้องเพื่อเตรียมลงมติด้วยครับ

(พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เมื่อเข้าห้องแล้ว ขอเชิญกดบัตรแสดงตนด้วยครับ ขอเชิญเข้าห้องเพื่อลงมติด้วยนะครับ ขอสมาชิกทุกท่านกดบัตรแสดงตนด้วยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ส่งผลการแสดงตนครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๒๔๖ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามมตินะครับ สมาชิกท่านใด

นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ครับ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ๑๗๒ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวจะมีโอกาสลงมติอีกครั้งหนึ่งครับ เมื่อสักครู่ทดสอบองค์ประชุม เท่านั้นเองครับ จะถามสมาชิกนะครับ สมาชิกท่านใดเห็นชอบกับร่างของคณะกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่นะครับให้กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยคือ เห็นด้วยกับผู้สงวน คําแปรญัตติหรือผู้สงวนความคิดเห็นให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ขอเชิญลงมติครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ให้กดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วย ก็ขอให้กดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ครับ ป่ดการลงมติครับ ขอผลคะแนนลงมติด้วยครับ มีผู้เข้าร่วม ประชุม ๒๔๕ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้ มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณในวาระสอง มาตรา ๑๔ กระทรวงวัฒนธรรมครับ

ต่อไปเปึนมาตรา ๑๕ กระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากเปึนกระทรวงใหญ่ นะครับ ฝ์ายค้านขออภิปราย ๕ ท่าน ท่านละ ๕ นาทีครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๕ กระทรวงศึกษาธิการ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญผู้สงวนคําแปรญัตตินะครับ นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย นะครับ อยากกราบเรียนครับว่าในกระทรวงศึกษาธิการนี้นะครับ ผมได้สงวนความเห็นไว้ โดยขอปรับลดทั้งหมดทุกยอดนะครับประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมปรับลดนี่ ผมอยากกราบเรียนประธานว่า ผมมีความสงสัยในการที่จะใช้เงิน จริง ๆ การจะใช้เงินเร็ว เปึนสิ่งที่ดีครับ แต่ปรากฏว่าที่ใช้ไป อาทิเช่น แบบเรียนนี่ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท แบบเรียนนี่กว่าจะพิมพ์นะท่านประธานครับ กว่าจะจัดลงไปแต่ละพื้นที่ ผมว่า ๖ เดือน มันจะจัดลงไปทันหรือเปล่า แล้วที่สําคัญครับตอนนี้ปรากฏว่ามีโรงพิมพ์ต่าง ๆ วิ่งกันน่าดูครับ วิ่งกันจนผมตกใจมันน่ากลัวมากนะครับ เครื่องแบบเรียนก็เหมือนกันครับ ปรากฏว่า ตอนนี้มีคนที่จะไปจัดการ มีไม่กี่บริษัทยักษ์ใหญ่นะครับจะลงไปจัดการ ผมอยากฝาก ท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณและ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เรื่องนี้อยากฝากหน่อย เสื้อผ้าขอให้มีคุณภาพ ท่านจะเปึนคูปอง (Coupon) หรือจะเปึนเงิน ท่านควรจะใช้ โดยเฉพาะตอนนี้ท่านจะจ้างนักศึกษาคนละ ๕,๐๐๐ บาท ตามนโยบาย ท่านน่าจะใช้ ส่วนนี้ลงไปตรวจสอบแต่ละพื้นที่ เขตนี้จะส่งไปกี่คน มันจะเปึนการตรวจสอบในรายละเอียด ใช้เม็ดเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่านประธานครับ ผมมีความกังวลเรื่องนี้อย่างมาก เพราะว่าก็ไม่อยากให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจกัน เตือนกันไว้ก่อน เศรษฐกิจแบบนี้ นะครับถ้าคิดว่ามีการอภิปรายกันรุนแรง ความเชื่อมั่นมันจะลดลงไปเรื่อย ๆ ความสง่างาม ก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ การบริหารบ้านเมืองผมบอกเลยมีปัญหา ถ้าขาดความเชื่อมั่น เชื่อถือ ตอนนี้ผมบอกท่านประธานครับ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่จะมาลงทุน ในเมืองไทยนี่น้อยลงไปทุกวัน อยากเรียนอีกเรื่องหนึ่งครับ ผมไม่อยากใช้เวลามากครับ เห็นใจครับก็จะไม่พูดมาก

แต่เรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝากมาก ๆ สงสารเด็กครับ โดยเฉพาะเรื่องถึงแม้จะ ไม่เกี่ยวกับงบประมาณ อยากฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนิดหนึ่งคือเรื่องเอเน็ต (A-NET : Advanced National Educational Test : การสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ขั้นสูง) สงเคราะห์เขาเถอะครับ ทําบุญเถอะครับ ถ้าสมมุติว่าเขาไม่ผิดร้ายแรงมาก เปึนแค่ระเบียบท่านประธานครับ เด็กช้า ๑ ป้ เขาอาจจะเปึนจากเด็กดีแล้วก็ไปเปึน เด็กเกเร พ่อแม่จะเสียใจ คนที่มีลูกจะรู้ครับ ถ้าลูกช้าไป ๑ ป้ อึดอัดครับ และโอกาสที่เขา จะสอบ ผมว่าไม่มีการเสียประโยชน์อะไรครับ ในอดีตเราได้ใบสมัคร ใบละ ๑๐ บาท ๒๐ บาท เดี๋ยวนี้ใช้ทางอินเตอร์เน็ต ๕๐๐ บาท ท่านประธานครับ ทําไมไม่ใช้แบบเก่าไปเลย อันนี้ใช้แบบใหม่กับเกิดปัญหามากมาย สมัยผม สมัยท่านประธานสอบไม่เคยมีปัญหา ใบสมัครไม่ได้จ่ายเงินเพราะเราซื้อใบสมัครแล้ว ปรากฏว่าสมัยเทคโนโลยีสูงส่งปรากฏว่า เด็กเกิดปัญหา ผมก็ไม่ทราบว่าจํานวนกี่คนแน่ บางคนก็บอก ๒๐,๐๐๐ คน บางคนก็บอกว่า ๑๐๐ คน ถ้าผมมีอํานาจผมจะขอยกให้เขาเสีย อภัยให้เขาเสีย เด็ก ๆ เราต้องให้อภัยเด็ก นะครับท่านประธาน ให้โอกาสเขาเสีย แค่นี้ทําไม่ได้ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร มันไม่ได้ ผิดกฎหมาย ไม่ได้ผิดถึงขั้นติดคุกติดตะราง แล้วอยากเรียนครับ คณะกรรมการ การอุดมศึกษาต้องเห็นใจเด็กนะครับ ถ้าท่านไม่เห็นใจเด็กเดี๋ยวมันก็ตีกันอย่างที่เห็นครับ ตีกันจนไม่รู้จะว่าอย่างไร คณะกรรมการการอุดมศึกษาก็ไม่เคยทําอะไรได้เลย ในโรงเรียน ที่เปึนในความคิดผมมันไปป่ดโรงเรียนไม่ได้ละครับ แต่ว่าเครื่องแบบท่านประธานให้ใช้ เครื่องแบบเหมือนกันหมดทั้ง ๒ โรงเรียนที่มันตีกัน ให้ใส่เครื่องแบบเหมือนกันเลย ผมว่า มันคงไม่ตีกันฝากท่านประธานนะครับผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีนิดหนึ่งครับเอเน็ตให้เขา เถอะครับ ให้เขาเถอะ สงสารเด็กครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งได้สงวนความเห็น ขอปรับลดงบประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับงบประมาณ ในป้นี้เพื่อจะไปส่งเสริมให้เด็กได้เรียนฟรี ๑๕ ป้ การเรียนฟรี ๑๕ ป้นี่มีมานานแล้วนะครับ แล้ววันนี้ก็สับสนไม่รู้ว่าจะจัดการเรียนการสอนแบบไหน ซึ่งวันนั้นผมได้ถาม ในคณะกรรมาธิการว่า โรงเรียนที่ขึ้นกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับงบประมาณ ในเครื่องเขียน แบบเรียน อุปกรณ์การศึกษาค่าหัวต่อหัวต่อคนน้อยกว่าโรงเรียนที่สังกัด สพฐ. (สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) และวันนี้ผมอยากจะฝากให้รัฐบาล ซึ่งวันนี้กระทรวงศึกษาธิการเองก็สับสน ไม่รู้จะจัดเงินส่วนนี้ไปทําอย่างไรนะครับ ผมก็ อยากจะฝากว่าถ้าเปึนไปได้โดยเฉพาะแบบเรียนเด็กซึ่งแต่ก่อนพี่เรียนแล้วน้องเรียนต่อได้ เล่มหนึ่ง ๖ สลึงครับ พอขึ้นชั้น ป. ๒ เล่มหนึ่ง ๑๐ สลึง หลาย ๆ คนในที่นี้อาจจะ ได้เรียน เด็กชายใหม่ รักหมู่ เปึนเด็กดีตื่นนอนแต่เช้า ๆ ตื่นแล้วกวาดบ้าน ถูบ้าน และซักผ้าแล้วไป โรงเรียน ๑๐ สลึงครับ เรียนจบก็ให้น้องเรียนต่อ วันนี้ผมได้ยินชาวบ้านบ่นบอกว่า ลูกเขาไม่ได้ หนังสือ ผมบอกว่าที่ไม่ได้หนังสือเพราะแม่ไม่ซื้อให้ใช่ไหม เขาบอกว่าไม่ใช่ ซื้อให้หนักมาก เล่มหนึ่ง ๗๐-๘๐ บาทครับ ถือจนเอียงนะครับ แต่อ่านไม่ออก ผมก็บอกว่าถ้าอ่านไม่ออก ก็อย่าได้ไปโทษครู เพราะวันนี้พ่อแม่ตามใจเด็ก เวลาครูตีเด็ก ครูตีลูกตัวเองก็รีบวิ่งแจ้น ไปโรงเรียนแล้วก็ไปด่าครู ผมบอกครูที่ไหนเขาจะสอนลูกคุณ คุณต้องไปบอกครูสิว่า ลูกผม มอบให้ครูแล้วนะ ถ้าเรียนไม่ได้สอนไม่ได้ ตีเลยนะครับ ต้องเอาไม้เรียวกลับมาเพื่อจะ สอนลูกหลานให้รู้จักนะครับว่า ถ้าไม่ทําการบ้าน ถ้าไม่เรียนหนังสือจะต้องโดนไม้เรียว เด็กจะต้องกลัว วันนี้เด็กไม่กลัวครับ ไม่ทําการบ้านก็ไม่โดนตีครับ บอกกวาดห้องมันก็ทิ้ง ไม้กวาดใส่ครู วันนี้เด็กไม่มีความเคารพครู แล้วมันก็สอนลําบากนะครับ ผมอยากจะให้ทางกระทรวงศึกษาธิการนะครับว่า เรื่องเครื่องเขียนแบบเรียนนี่เรียนแล้ว ให้น้องเรียนได้ แล้วอุปกรณ์การเรียนที่ท่านจะซื้อให้เขานี่นะครับ แล้วก็โดยเฉพาะ ชุดนักเรียน ชุดนักเรียนต่างโรงเรียนไม่เหมือนกัน วันนี้นะครับผมได้มารวมดูว่าเฉพาะ แบบเรียน อุปกรณ์การเรียน และเครื่องแบบนักเรียน ที่ท่านจะช่วยโดยเฉพาะเปึนรายหัว นะครับ ก่อนประถมศึกษาแบบเรียน ๒๐๐ บาท อุปกรณ์การเรียน ๑๐๐ บาท แล้วก็ ชุดนักเรียน ชุดละ ๑๕๐ บาท โดยท่านจะซื้อให้ ๒ ชุด วันนี้ผมรวมเปึนตัวเลขกลม ๆ ว่า ถ้าก่อนประถมศึกษาก็จะได้ประมาณคนละ ๖๐๐ บาท ซึ่งวันนี้กระทรวงศึกษาธิการ ก็ยังสับสนว่าจะทําอย่างไรนะครับ เด็กชั้นประถมศึกษาจะได้ประมาณ ๑,๐๐๐ บาท ชั้นมัธยมศึกษาจะได้ประมาณ ๑,๓๐๐ บาท ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจะได้ประมาณ ๑,๕๐๐ บาท ถ้าเด็กอาชีวศึกษาซึ่งใส่เสื้อตัวสั้น ๆ กระโปรงสั้น ๆ แต่กลับได้ ๒,๑๐๐ บาท แต่ถ้าจะให้จริง ๆ นะครับ ผมอยากจะฝาก ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า ถ้าจะกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ นะครับ เอาเงินใส่มือผู้ปกครองเลยครับ แล้วก็ผู้ปกครอง อย่างไรต้องซื้อชุดใหม่ให้ลูกครับ ไม่ต้องมีคูปองครับ แล้ววันนี้ซื้อที่ตลาดโชห่วยครับ ไม่ต้องมี มอก. (เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) หรอกครับ พ่อแม่เขารู้ว่า กางเกงดี ผ้าดีแบบไหน ถ้าไม่พอนะครับเขาคงเอาเงินขายมันสําปะหลัง เอาเงินขายข้าว เพิ่มให้ลูกเขาครับ เพราะอยากให้ลูกเขาใส่ชุดดี ๆ วันนี้ครูแจกครับ ขาลูกเขาใหญ่กว่า ขากางเกงครับ ใส่ ๓ วันกระดุมก็ขาด มอก. ที่ไหน ๓ วันกระดุมขาด วันนี้ให้ผู้ปกครองเขา ได้ซื้อเองครับ เอาเงินใส่มือให้เขาเลยครับ แล้ววันนี้ตลาดนัดต่าง ๆ ก็จะขายดี กลุ่มแม่บ้านก็จะได้เตรียมเย็บเพื่อจะขายให้กับลูกหลาน โอนเงินไปที่จังหวัด จังหวัด โอนเงินเข้าโรงเรียน โรงเรียนจ่ายเงินผู้ปกครองเลยนะครับ แล้วก็จะเกิดประสบผลสําเร็จ นะครับ ก็มีเรื่องฝากท่าน

แล้วสุดท้ายครับ ครูอัตราจ้างที่ท่านเปลี่ยนเปึนพนักงานราชการ วันนี้เขา ดีใจครับ แต่ว่าดีใจได้วันเดียวนะครับท่านรัฐมนตรีครับ เขาไม่รู้ว่าวันนี้กระทรวงมีแนวคิด อย่างไร ก็เปลี่ยนจากรูปครูอัตราจ้างมาเปึนพนักงานราชการ แล้วท่านจะเยียวยา เขาอย่างไรครับ ผมอยากจะให้ท่านบรรจุให้เปึนข้าราชการหรือจะมีสวัสดิการดูแลอย่างไร ซึ่งขณะนี้ทางภาคใต้ทราบว่าท่านได้บรรจุเปึนข้าราชการหมดแล้วนะครับ ครูอีสาน ครูภาคเหนือเขาบ่นแล้วเขาฝากมา แล้วเขามีความยินดีนะครับที่กระทรวงสาธารณสุข ที่จะให้พนักงานราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเปึนข้าราชการแล้วนะครับ กระทรวงศึกษาธิการก็อยากจะให้ท่านทําด้วย ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสมคิด บาลไธสง ครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทย จากหนองคาย เขต ๑ ผมจะสั้น ๆ นะครับ ผมอยากเสนอ เพิ่มเติมเพื่อเปึนแนวทางของคณะผู้เกี่ยวข้องไปดําเนินการ โดยเฉพาะของกระทรวง ศึกษาธิการอยากตรวจสอบ อยากสอบถามของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นะครับ ข้อสังเกต ผมว่า คือบางมหาวิทยาลัยไม่มีชื่อในนี้มันตกหล่นไปหรือว่าเขาไม่ทํามา อันนี้ที่ขอ งบประมาณของมหาวิทยาลัยนะครับ มีหลายมหาวิทยาลัยที่ไม่มีชื่อนะครับ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏนะครับ ผมเท่าที่ดู ของจังหวัดกาฬสินธุ์ ของจังหวัดร้อยเอ็ด ของจังหวัดอุดรธานีอย่างนี้ไม่มี หรือเปึนเพราะว่า เราตกหล่นไป หรือว่าสถาบันนี้เขาไม่ขอมานะครับ ก็เปึนที่น่าสังเกตและอีกอย่างหนึ่งที่ อยากจะเรียนถามท่านกรรมาธิการนะครับ บางสถาบันก็น้อยมากเรามีเกณฑ์อะไรที่ให้ บางสถาบันหลักหมื่นนะครับ บางสถาบันหลักเปึน ๑๐ ล้านบาทนะครับ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือเรื่องเดียวกันของมหาวิทยาลัยนะครับ ก็อยากเรียนถามเปึน ข้อสังเกตนะครับ

สําหรับเรื่องที่ผมอยากอภิปรายเพิ่มเติมเพื่อเปึนแนวคิดในการไปพิจารณา ในโอกาสต่อไปนะครับ ก็คือเรื่องการจัดโครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสีย ค่าใช้จ่าย ๑๕ ป้ ก็คือเรียนฟรีนะครับ ผมอยากเสนอแนะ เพื่อเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน อีกครั้งหนึ่งว่า สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียนในสังกัด โดยเฉพาะสังกัดสํานักงานเขต พื้นที่การศึกษาหรือสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีอยู่ทั่วประเทศนะครับ นอกนั้นก็มี สังกัดอื่น ๆ นะครับ ผมขอยกตัวอย่าง เขตพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ นะครับ ผมอยากให้ทาง รัฐบาลได้ให้ความสําคัญของคําว่า นิติบุคคลของโรงเรียนนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าตั้งเปึน นิติบุคคลแล้วถ้าเขาไม่ได้ทํางาน คือนิติบุคคลเขามาเน้นเรื่องนี้ล่ะครับ เรื่องการจัดซื้อ จัดจ้าง เรื่องการพิจารณาอะไรต่าง ๆ นะครับมี ๒-๓ ข้อนะครับผมจําไม่ได้ แต่เรื่องนี้ เปึนเรื่องสําคัญที่โอนอํานาจให้โรงเรียนเขานะครับ เพราะฉะนั้นถ้ากิจกรรมแบบนี้ ถ้าโรงเรียนไม่มีส่วนร่วมเลยผมก็ว่าไม่รู้จะตั้งเปึนนิติบุคคลเพื่ออะไร อันนี้ก็เสนอ แนวความคิดไว้อย่างนี้นะครับ อยากให้ทางโรงเรียน หรือผู้ปกครองหรือคณะกรรมการ สถานศึกษาเขาได้มีส่วนร่วมในการพิจารณา อยากให้เปึนข้อเสนอแนะออกไปทาง กระทรวง ในการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหลายพวกกิจกรรมที่เราว่ามานี้นะครับ ซึ่งผมไม่พูด รายละเอียดนะครับ ก็ขอขอบคุณไว้เพียงเท่านี้ครับ

ขอเพิ่มเติมครับ อีกเรื่องหนึ่งก็เปึนที่น่าสังเกตว่าโรงเรียนเอกชนนี่นะครับ โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามพวกนี้นะครับ โรงเรียนเอกชนทั่วไปที่มีอยู่ในทุกจังหวัด โรงเรียนอนุบาล มัธยมศึกษาก็ตามนะครับ ได้รับอานิสงส์ส่วนนี้หรือไม่ ผมก็ยังไม่ทราบ ก็ขอเรียนถามแค่นี้นะครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะเชิญตามรายชื่อที่วิปได้เสนอมาก่อนนะครับ คุณอํานวย คลังผา ครับ

นายอํานวย คลังผา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมได้ ขอสงวนความเห็นในมาตรา ๑๕ กระทรวงศึกษาธิการ งบ ๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ก็อยากจะเสริมส่วนอื่นนี่ให้ปรับ ลดลงมา มาเสริมในส่วนนี้นะครับ เรื่องปัญหาหนี้ของครูนะครับ คือประเด็นหลัก ก็อยากจะฝากให้ท่านประธานถึงท่านกรรมาธิการและฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนะครับว่า ด้วยความเปึนห่วงเปึนใย ครูขณะนี้เปึนหนี้มากนะครับ เพราะฉะนั้นหากว่าท่านแก้ปัญหาหนี้ครูได้นะครับ ก็น่าจะได้มีเวลาให้กับลูกหลานได้มี โอกาสเรียนหนังสือมากขึ้นนะครับ

ในส่วนที่ ๒ ผมอยากจะให้บรรจุเปึนหลักสูตร ในเรื่องของหน้าที่และ ศีลธรรมครับท่านประธานที่เคารพ หน้าที่และศีลธรรมในอดีตนั้น เมื่อก่อนเรามีหนังสือเรียน หน้าที่และศีลธรรมแต่ในขณะนี้มันหายไป ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงท่านประธาน คณะกรรมาธิการให้ช่วยเสริมตรงนี้ และ

อีกส่วนหนึ่งครับ ในขณะนี้รอง ผอ. รองผู้อํานวยการนี่ จังหวัดแต่ละ จังหวัด แต่ละเขตมีเปึนสิบ ๆ คนท่านครับ อยากจะฝากท่านประธานถึงประธาน คณะกรรมาธิการช่วยเสริมให้ ผอ. รอง ผอ. ไปอยู่ตามอําเภอต่าง ๆ เพราะมีสถานที่ ทํางานหมดอยู่แล้ว เพื่อปัองกันไม่ให้ครูที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ เดินทางไประยะถึง ๑๐๐ กิโลเมตรบางแห่งนะครับ ก็อยากจะฝากตรงนี้ให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ช่วยสนับสนุนตรงนี้ด้วย และ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ผมสังเกตดูนะครับ ท่านประธานที่เคารพ เด็กอ่าน หนังสือไม่ค่อยออก โรงเรียนราษฎร์กับโรงเรียนรัฐบาลอยู่ติดกันท่านประธาน ก็อยากจะ ฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาตรงนี้ผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วยครับว่า ในขณะนี้ เคยเปรียบเทียบว่าโรงเรียนรัฐบาลอ่านหนังสือไม่ออก แต่โรงเรียนราษฎร์ติดกัน อ่านหนังสือออก เด็กที่เราไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนเลย แต่ไม่มีคนไปเรียน แต่เด็กที่ไปเรียน โรงเรียนราษฎร์เสียเงินค่าเล่าเรียนแต่โรงเรียนเต็มเลย ตรงนี้อยากจะตั้งข้อสังเกตให้ทาง ท่านประธานและประธานคณะกรรมาธิการให้ช่วยดูแลเร่งรัดในส่วนนี้ด้วย ฉะนั้นผม ปรับลดเอาเงินตรงนี้มาช่วยปัญหาครูนะครับ ก็จะทําให้สังคมดีขึ้น ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ยกมือเกินกว่าที่วิปเสนอมานะครับ ผมขอเฉลี่ยท่านละ ๓ นาที ก็แล้วกันนะครับ คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ครับ หรือจะอนุญาตให้ท่านอื่นนะครับ คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ตกลงพิษณุอภิปรายนะครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู

ขออนุญาตใช้สิทธิ ท่านประธานครับ แต่ขออนุญาตใช้เปึน ๕ นาทีเต็มท่านประธานครับ ๕ นาทีครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าตอนท้าย ๆ เราพยายามปรับลดอยู่ครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ หนองบัวลําภู 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตราที่ว่าด้วยการศึกษาหรือมาตรา ๑๕ นะครับ ผมแปรญัตติงบประมาณตัดลดไว้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ ท่านประธานครับ โดยในมาตรานี้ทางรัฐบาลจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งแยกเปึน ส่วนที่สําคัญ ๆ นะครับท่านประธาน คือเปึนค่าหนังสือเรียนประมาณ ๔,๒๐๐ ล้านบาท ค่าอุปกรณ์การเรียน ๑,๕๓๑ ล้านบาท ค่าเครื่องแบบนักเรียน ๓,๑๐๐ กว่าล้านบาท และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมตัดออก ๓๕ เปอร์เซ็นต์ในมาตรานี้ ตรงกับค่าเครื่องแบบนักเรียน ใกล้เคียงกันนะครับ คือประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถามว่าทําไมต้องตัดออก เพราะผมไม่เห็นด้วยในการที่ จะจัดสรรงบประมาณไปในส่วนของค่าเครื่องแบบนักเรียน เพราะว่าในขณะที่ปัญหาของ กระทรวงศึกษาธิการยังมีปัญหาที่ใหญ่กว่าเครื่องแบบนักเรียน นั่นก็คือปัญหาเรื่องของ กองทุนอาหารกลางวัน หรือว่าอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน ผมเรียนท่านประธานครับ พี่น้องโดยเฉพาะในภาคอีสานคนยากคนจนนะครับท่านประธานครับ ชุดนักเรียน บางบ้านสลับกันใส่ครับ วันนี้พี่ใส่ พรุ่งนี้น้องใส่นะครับ ผมเห็นว่าน่าจะถึงเวลาแล้วเรา ต้องอาศัยวิกฤติให้เปึนโอกาส รัฐบาลต้องกล้า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องกล้า มีวิธีเซฟ (Save) เงิน ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ค่าชุดนักเรียน ก็คือ ออกระเบียบ กระทรวง ออกระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการไม่ต้องให้ใส่ชุดนักเรียนครับ ท่านประธานครับ เป่ดอิสระครับ บางคนก็เถียงว่าชุดนักเรียนจะทําให้เปึนยูนิฟอร์ม (Uniform) ทําให้ดูเปึนระเบียบเรียบร้อย แต่กระผมเรียนท่านประธานว่าต่างประเทศ ขณะนี้ประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ว่าจะเปึนยุโรป อเมริกานะครับ นักเรียนประถมไม่มีใคร ใส่ชุดนักเรียนมาเปึนเวลาหลายสิบหลายร้อยป้แล้วครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น น่าจะถึงเวลาว่าถ้าเผื่อว่าเราอาศัยเอาวิกฤติตรงนี้นะครับ กล้า ๆ หน่อย โรงเรียนไหน พร้อมก็เป่ดเลยครับ ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียน ให้นักเรียนได้มีโอกาส โดยเฉพาะ คนยากคนจนในชนบทผมจะได้ใส่ชุดตามสบายไป พ่อแม่ซื้อเสื้อให้ กางเกงให้ ก็ได้ใส่ทั้งไปโรงเรียนได้ ใส่เล่นอยู่บ้านได้ ตัดออก ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทเอาไปทําอะไร นะครับ ถ้าเปึนผมนะครับท่านประธานครับ ผมจะเติมในสิ่งที่ขาด คนเรานะครับ ถ้าหากว่าท้องหิวไม่ว่าจะแต่งตัวหล่อขนาดไหน รัฐบาลซื้อชุดนักเรียนให้แต่ท้องหิวครับ ท่านประธานครับ ใส่หล่อใส่โก้แค่ไหนก็ไม่เข้าสมองละครับการเรียนเพราะมันหิวข้าว มีนักเรียนประถมอยู่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนท่านประธานครับ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ คนละ ๑๓ บาท อันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขออภัยที่ต้อง เอ่ยนามท่าน เพราะว่าวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ป้ ๒๕๕๑ ตอนนั้นท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านขยับจากคนละ ๑๐ บาท เปึนคนละ ๑๓ บาท อุดหนุนอาหาร กลางวันให้ จํานวน ๒๐๐ วัน ท่านประธานครับ ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ได้รับอุดหนุนเพียง ๓,๕๗๖,๒๑๖ คน ยังมีนักเรียนประถมที่ยังไม่ได้รับกองทุนอาหารกลางวันหรือ ยังไม่ได้รับอาหารกลางวันอีก ๑,๒๓๑,๒๖๘ คน ถ้าจัดให้คนละ ๑๓ บาท ๒๐๐ วัน ท่านประธานครับ ประมาณ ๓,๒๐๐ กว่าล้านบาท ใกล้เคียงกับชุดนักเรียนที่จะ ซื้อให้ครับท่านประธาน กระผมฝากทางรัฐบาลช่วยคิดตรงนี้ให้ดีก่อนจะโหวตมาตรานี้ นะครับว่า เงินที่ท่านจะอนุมัติไปให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งผมดูในเล่มงบประมาณท่านประธานครับ เล่มหนา ๆ ที่คิดว่ามีอะไรเยอะ ๆ นี่นะครับท่านประธานครับ ๓๔๙ หน้า ครึ่งหนึ่งเปึน รายชื่อของโรงเรียนโดยเฉพาะเปึนมหาวิทยาลัยที่ใส่เข้าไปเยอะ ๆ เข้าไปดูรายละเอียด ภายในแล้วคือเปึนโรงเรียนสาธิตที่อยู่ในมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครับ ส่วนใหญ่นั่งรถเบนซ์ไปโรงเรียนครับ แล้วถามว่าถ้าซื้อเสื้อผ้าของ มอก. ผมไม่ทราบว่าตัวละ ๑๕๐ บาทเขาจะใส่ให้หรือเปล่า เปึนปัญหาแน่นอนท่านประธานครับ เกาไม่ถูกที่คันตรงนี้ แต่ถามว่าถ้าซื้อมาให้ที่บ้านผม ผมใส่แน่นอน แต่ว่าไปก็ไม่ถูกไซส์ (Size) อีก คนตัวเล็ก ตัวใหญ่ ไม่รู้ใครเปึนใครอีก แจกคูปองไปให้ก็อาจจะไม่ได้ไปซื้อก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้ตัดทิ้งไปเลย ท่านประธานครับ แล้วกล้า ๆ หน่อยออกระเบียบออกมา ถึงเวลาแล้วที่เราจะปลดแอก ตรงนี้นะครับว่าไม่ต้องไปใส่หรอกครับชุดโรงเรียน และแก้ปัญหาคนตีกันด้วยนะครับ ขออย่างเดียวว่าให้ซักให้สะอาดไปโรงเรียนนะครับใส่อะไรไปก็ได้ สมองครับ อยู่ที่สมองครับ ไม่ได้อยู่ที่ยูนิฟอร์ม ผมฝากท่านประธานไว้เพียงแค่นี้นะครับ เวลามีน้อย ก็ขอท่านประธานนะครับ ที่เหลือเขาอยากจะอีกคนละ ๕ นาทีนะครับ ท่านประธาน ก็กรุณาให้เต็มที่ แล้วก็ตอนท้าย ๆ ผมพยายามตัดลงให้อยู่ในกรอบครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าเปึนไปได้ก็ขอสัก ๓ นาที ก็แล้วกันนะครับ ก็จะเหลือคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ คุณหมอ ชลน่าน ศรีแก้ว คุณดวงแข อรรณนพพร นะครับ เชิญคุณวิชาญก่อนครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๑๕ ผมได้แปรญัตติปรับลดไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ โดยเฉพาะในเรื่องของ การศึกษานั้นจริง ๆ แล้วเรียนท่านประธานอีกครั้งครับว่าเห็นด้วยกับเม็ดเงินงบประมาณ ทุกส่วน แล้วก็อยากจะได้เพิ่มด้วยซ้ํา แต่เมื่อมีข้อจํากัดจะต้องแปรญัตติเพื่อจะได้พูด ท่านประธานครับ วันนี้เรื่องการศึกษาเปึนเรื่องใหญ่ ผมคิดว่าทางท่านรัฐมนตรีเองนั้น ได้มองในเรื่องของการขยายโอกาส ๑๕ ป้ เพราะว่าเปึนนโยบายที่หาเสียงไว้ แต่สิ่งหนึ่งนั้น ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะเอาสิ่งของหรือสิ่งที่จะอํานวยความสะดวกให้กับนักเรียน ทั่วประเทศ สาเหตุเพราะว่าเราต้องยอมรับว่าเม็ดเงินงบประมาณของเราเองนั้น ก็มีจํานวนจํากัด ตรงนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เปึนการลดภาระ ในเรื่องของค่าครองชีพ แต่สิ่งหนึ่งที่ตามมาก็คือความเปึนบุพการี คือพ่อแม่นั้นนะครับ คือการให้กําเนิดลูก จะรวมถึงการดูแลและเลี้ยงดู แต่ถ้าคนที่มีอาชีพหรือมีวุฒิภาวะ ในเรื่องของทางครอบครัวไม่ดี มันก็ยังมีการให้การสงเคราะห์ซึ่งทํากันอยู่เปึนประจํา พอรัฐบาลประกาศบอกว่าจะให้เสื้อผ้าเด็กนะครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ เห็นทางท่านปลัดกระทรวงเองนะครับก็ออกมาพูดบอกว่า จะต้อง ปรับลดงบประมาณลงไปไม่สามารถที่จะแจกเสื้อผ้าได้เดี๋ยวไปทับซ้อนกัน อันนี้ก็เปึน ปัญหาครับ ทีนี้ประเด็นก็คือว่า สิ่งที่ได้นําเรียนมาคือเครื่องแบบอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าถ้าจะจ่ายต้องให้เขาแสดงความจํานงครับ ให้สิทธิเขา แต่ให้แสดงความจํานง บางครั้งเองกรุงเทพมหานครนั้นเปึนหน่วยแรกที่ทํา ถ้าจําไม่ผิด คือสมัยท่าน ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พิจิตต รัตตกุล ทําก่อน เสื้อผ้าบางทีอย่างที่ บอกครับ กางเกงนี่ใส่แล้วอย่างกับเอากางเกงพ่อมาใส่ เสื้อผ้าใส่หลวมโพรกเลยนะครับ แต่ท้ายที่สุดก็มีปัญหาในเรื่องของการจัดทําเรื่องงบประมาณ เพราะว่ามีการหาเศษหาเลยกัน ก็คงไม่อยากจะกล่าวถึงนะครับ

ทีนี้ประเด็นต่อมาก็คือ ถ้าจะใช้จ่ายเงินจริง ๆ แล้วผมเห็นว่าทุกโรงเรียน วันนี้ เรื่องค่าน้ํา ค่าไฟ ท่านไม่ได้ดูแลเลย บางโรงเรียนถูกตัดปรับลดงบประมาณลงไป ด้วยซ้ํา เขาต้องไปหาเงินไปจัดการกุศลต่าง ๆ ไประดมทรัพยากรแล้วมาจ่ายค่าน้ํา ค่าไฟ สิ่งเหล่านี้ท่านควรจะจัดงบประมาณให้ลงไปมากเสียด้วยซ้ํา รวมถึงอุปกรณ์สื่อการเรียน การสอน อาคารเรียนต่าง ๆ ซึ่งบางโรงเรียนท่านประธานครับ ฝากไปยังคณะกรรมาธิการ ไปสู่ท่านรัฐมนตรี เพราะท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ บางโรงเรียนผู้อํานวยการโรงเรียน มีความสามารถมากครับ ซื้อที่ดิน ๑๐ ไร่ บริจาคให้กับโรงเรียนเปึนเงินถึง ๓๐ กว่าล้านบาท ซื้อเอง ระดมทรัพยากรเองครับ แล้วบางครั้งบางโรงเรียน ๓,๐๐๐ กว่าคน ผมพูดได้เลยครับ อย่างวิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ กรุงเทพมหานคร ของทางการอาชีวะมี ๓ แห่ง ในประเทศไทย ใช้จ่ายเงินค่าน้ําค่าไฟป้หนึ่ง ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ให้เงินเขาไปจ่ายค่าไฟเพียง ๔๐๐,๐๐๐ บาท อีก ๘๐๐,๐๐๐ บาทเปึนภาระของทาง โรงเรียนที่จะต้องหาเงิน อันนี้เปึนปัญหา อุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนก็ไม่มี หลังคาต่าง ๆ ที่จะเอาไปเสริมสร้างให้กับเด็กได้ใช้ ท่านลองไปดูครับ พวกนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลเองควรจะ มุ่งเน้นถ้ามีเงินมาก แต่ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าเงินก็น้อย เพราะฉะนั้นต้องใช้อย่าง ประหยัด แล้วต้องรู้จักในเรื่องการใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด

สุดท้ายผมฝากครับว่าโรงเรียนเด็กต่าง ๆ วันนี้มีส่วนที่ทํางานไปด้วย เรียนไปด้วย แต่ผมบอกได้เลยที่รัฐบาลบอกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท จะจ่ายเฉพาะในกลุ่ม แค่ ๒ กลุ่มนะครับ ๒,๐๐๐ บาท มีเด็กนักเรียนที่เรียน เขาเรียกเรียนแบบ กศน. (สํานัก บริหารงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) ท่านลองไปดูสิครับ เขาช่วยเหลือตัวเอง ท่านจะอุดหนุนเงินเข้าไปช่วยรายหัวหรือเปล่า ถ้ามีนะครับโรงเรียน ที่แถวเขตมีนบุรีเปึนโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามควบคู่กับการเรียน กศน. นักเรียน ประมาณ ๒๐๐–๓๐๐ คน ตามโรงเรียนต่าง ๆ ท่านเราไปเช็กดูทั่วประเทศมีจํานวนเท่าไร เรียนศาสนาควบคู่กับเรียนในเรื่องของสายสามัญนะครับ กศน. น่าจะให้เงินอุดหนุน รายหัว แต่วันนี้ไม่มีครับ อยู่ที่โรงเรียนกลางคลองสามท่านลองไปเช็กดูครับ มีนักเรียน ประมาณ ๒๐๐ กว่าคน เรียนจบแล้วสามารถที่จะไปต่อในต่างประเทศได้ อันนี้น่าส่งเสริม แต่เขาก็ต้องช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด ผมหวังว่าในส่วนของการแปรญัตติปรับลด งบประมาณในส่วนนี้ ถ้าปรับแล้วสามารถที่จะเอาไปใช้ในเรื่องที่จําเปึนได้มากกว่า ฝากท่านรัฐมนตรีครับว่าสิ่งต่าง ๆ จะไปแจกคูปองหรือแจกอะไรนี่ ท่านต้องดูด้วยนะครับ คํานึงถึง ผมกลัวว่าเดี๋ยวจะมีปัญหาเหมือนกับที่ทางกระทรวง พม. (กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ที่เกิดปัญหาขึ้นครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมมีคําถามที่ถามในชั้นกรรมาธิการ แต่ยังไม่ได้รับ คําตอบ ๕ เรื่องใหญ่ครับท่านประธานครับ ก็เลยปรับลดไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๓,๖๐๐ ล้านบาท

คําถามข้อที่ ๑ ครับ เรียนฟรีในนิยามนโยบายของรัฐบาลฟรีอะไรบ้าง จริงอยู่ท่านบอกมีเรื่องของเงินอุดหนุน เรื่องหนังสือ เรื่องเครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียนและ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน นอกจากนี้มีไหม ถ้ามีควรเขียนนิยามเอาไว้ให้ชัดเจน เพราะไม่เช่นนั้นแล้วไม่ว่ารัฐบาลไหนขึ้นมาก็จะถูกโจมตีว่า ฟรีไม่จริงครับ ผมยกตัวอย่าง เช่น ค่ารถ ควบโรงเรียนแล้วจ่ายค่ารถเขาไหม ค่าอาหารกลางวันที่ท่าน ส.ส. พิษณุพูด ยกประเด็นขึ้นมา นั่นนิยามมีหรือไม่ มีจะให้ใครทํา

คําถามข้อที่ ๒ ครับ วิธีการกระจายเม็ดเงินงบประมาณลงสู่กิจกรรมทั้ง ๔ เรื่อง เงินอุดหนุนผมไม่พูดถึง หนังสือ เครื่องแบบ อุปกรณ์ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ทําอย่างไร เพราะผมถามในชั้นกรรมาธิการยังไม่ได้คําตอบครับ เพราะว่าตอนนั้น เขาตอบว่ากําลังไปทําประชาพิจารณ์ สรุปแล้วมาตรการวิธีการดําเนินการอย่างไร เหมือนกันในทุกกลุ่มหรือไม่ ทั้งสํานักงานปลัดกระทรวง ทั้งสํานักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งสํานักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษาเหมือนกันไหม

คําถามข้อที่ ๓ ครับ การควบคุมคุณภาพ คุณภาพของสิ่งที่จะส่งลงไปหรือ สิ่งที่จะให้เขาทําไม่ว่าเปึนหนังสือ เครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียน แล้วก็กิจกรรมพัฒนา คุณภาพผู้เรียนมีมาตรการควบคุมอย่างไร

คําถามข้อที่ ๔ ครับ มาตรการปัองกัน ต้องขออนุญาตใช้คํากลาง ๆ นะครับ การประพฤติมิชอบ การทุจริต ซึ่งตรงนี้ท่านรัฐมนตรีต้องขออนุญาตท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีได้พูดในสภาแห่งนี้ ท่านมีความกริ่งเกรงแล้วก็พยายามที่จะปัองกัน ผมถือเปึน เรื่องที่ดีมากครับ จะดําเนินการอย่างไรเมื่อมอบอํานาจไป มีวิธีการกระบวนการอย่างไร

สุดท้ายครับ การประเมินผลโครงการ ตรงนี้จะมีวิธีการประเมินอย่างไร ว่าเม็ดเงินเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ใส่ลงไปนี่สัมฤทธิผลตามเจตนารมณ์และ ตามนโยบายเร่งด่วนของท่าน ถ้าท่านชี้แจงได้ดีนะครับผมยินดีถอนครับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓,๖๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านชี้ไม่ได้หมายถึงท่านกรรมาธิการนะครับ ท่านประธานนั่งอยู่ตรงนี้ จะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยก็ได้ครับ ผมยินดีครับ ๓,๖๐๐ ล้านบาท ผมสนับสนุนท่านพิษณุครับ ปรุงแต่งเอาเครื่องแบบสมองดีกว่าครับ ใส่เปึนเครื่องแบบของสมองให้เขาดีกว่าใส่ เครื่องแบบร่างกายครับ กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอบคุณครับ สั้นและกระชับดีครับ ต่อไปคุณดวงแข อรรณนพพร ครับ

นางดวงแข อรรณนพพร ขอนแก่น 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทยค่ะ ได้เวลาแค่ ๓ นาทีก็คงจะขอเพิ่มเติมจากส่วนที่ท่านคณะกรรมาธิการ และท่านผู้แปรญัตติได้กล่าวไว้ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการนะคะ

ดิฉันก็ขอนําเสนอว่าในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ก็คือการจะกล่าวไปแล้ว กระทรวงศึกษาธิการถือว่าเปึนกระทรวงที่ใหญ่ได้รับงบประมาณมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งบประมาณที่ได้รับจากการแปรญัตติของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ซึ่งมีการแปรญัตติไว้ถึง ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และในส่วนนี้ ๘๑ เปอร์เซ็นต์จะเปึนส่วนของบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะเปึนส่วนของเงินเดือน แต่ในส่วนที่จะมาใช้เกี่ยวกับเงินอุดหนุน ที่เรียกว่า เงินอุดหนุน อยู่ประมาณ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตว่า การที่ อดีตท่านนายกรัฐมนตรีท่านสมัคร สุนทรเวช ได้มีการอนุมัติในส่วนของการเรียนฟรี มาแล้วในครั้งหนึ่ง และในส่วนนั้นก็คือในส่วนที่มีการอนุมัติเงินลงไปประมาณ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนของเงินที่จะอุดหนุน ซึ่งตอนนี้เงินอุดหนุนที่ได้แต่ละส่วนซึ่งจะ แยกเปึนส่วนของการศึกษาก่อนวัยประถมศึกษาจะได้หัวละ ๑,๒๐๐ บาทต่อคนต่อป้ ส่วนของประถมศึกษาซึ่งจะเปึนช่วงชั้นที่ ๑ ระหว่างชั้นประถมศึกษาป้ที่ ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาป้ที่ ๓ ก็จะได้ ๑,๗๐๐ บาท และในส่วนของประถมศึกษาช่วงชั้นที่ ๒ ก็คือจากประถมศึกษาป้ที่ ๔ ถึงประถมศึกษาป้ที่ ๖ ก็จะได้เงินอุดหนุนส่วนนี้ ๑,๙๐๐ บาท ส่วนของมัธยมศึกษาตอนต้นก็จะได้ ๓,๕๐๐ บาท แล้วส่วนของ มัธยมศึกษาตอนปลายได้อีก ๓,๙๐๐ บาท นี่คือส่วนที่ได้รับการอนุมัติไปแล้วในส่วนของ ป้งบประมาณปกติคือป้การศึกษา ๒๕๕๒ นั่นคือได้ใช้แน่นอน แล้วในกรณีเดียวกัน เช่นกัน ในการที่ออกสํารวจทั้งหมดก็คือ มีนักเรียนทั้งหมด ๑๒ ล้านคนทั่วประเทศ ดิฉันคิดว่าในส่วนนี้และการตั้งงบประมาณดิฉันเข้าใจค่ะว่าเปึนการตั้งงบประมาณ เพิ่มเติมในป้พุทธศักราช ๒๕๕๒ ถือว่าเปึนการตั้งงบประมาณเพื่อเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจ ดิฉันเข้าใจนะคะ แต่ในส่วนของฐานข้อมูลจํานวนนักเรียนก็คือเท่ากัน ๑๒ ล้านบาท ก็คือกลุ่มเปัาหมายกลุ่มเดียวกัน ฉะนั้นในส่วนนี้เพิ่มมาอีก ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันก็เลยตั้งข้อสังเกตว่า ในส่วนที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะเปึนในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติหรือ ในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในส่วนต่าง ๆ ที่ได้จัดการศึกษา ในระบบเรียนฟรีไปแล้ว และในส่วนที่เพิ่มเติมจาก ๑๒ ป้เปึน ๑๕ ป้ แต่ในส่วนผลต่าง ระหว่างเงิน ดิฉันมีข้อสังเกตว่าจากที่เราได้ไว้ก่อนแล้ว ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วในส่วนที่ เพิ่มเติมอีก ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้จะกระจายอยู่ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ และในองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และอีกส่วนหนึ่งถึงแม้ว่าในส่วนของเงินอุดหนุน รายหัวหลังจากที่มีการอุดหนุนรายหัวไปแล้ว ยังมีเงินปัจจัยพื้นฐานสําหรับ เด็กยากจน ในส่วนนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการ การประถมศึกษาแห่งชาติยังจัดสรรส่วนนี้ให้สําหรับเด็กอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วนนี้สําหรับเด็กประถมศึกษาก็จะได้อีกคนละ ๑,๐๐๐ บาท และในส่วนของเด็กมัธยมศึกษาก็จะได้อีกคนละ ๓,๐๐๐ บาท ซึ่งในส่วนนี้ทางสํานักงาน คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติหรือเขตพื้นที่การศึกษาสามารถเอาเงินส่วนนี้ ไปทําการจัดสรรซื้อเกี่ยวกับอุปกรณ์การเรียน การสอน หรือแม้กระทั่งซื้อเสื้อผ้า ซื้อรองเท้าหรือกระเปิาให้แก่เด็กนักเรียนได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการ สถานศึกษาหรือสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะเปึนผู้จัดสรรนะคะ และ

ในส่วนนี้ดิฉันก็ฝากเรียนถามท่านว่าในส่วนที่เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็เข้าใจค่ะ แต่ว่าในส่วนที่ท่านได้กล่าวถึงการแจกอุปกรณ์การศึกษา หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้า ของนักเรียนซึ่งหลาย ๆ ท่านก็ได้พูดไปแล้ว แต่ดิฉันอยากเสนอแนะเพื่อตั้งข้อสังเกตว่า ในส่วนนี้ถ้าเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ เปึนไปได้ไหมคะ ว่าในส่วนนี้ท่านอาจจะเอา ส่วนหนึ่งเปึนการกระตุ้นรายได้โดยไปให้กลุ่มแม่บ้านในการตัดเย็บ เพราะถือว่ากลุ่ม แม่บ้านมีและทั้งหมดทั่วประเทศมีเขตการศึกษาทั้งหมด ๑๗๐ กว่าเขต แต่ว่าทั้งหมด แต่ละเขตก็มีอําเภออยู่ประจําถึง ๕-๖ อําเภอ เปึนไปไม่ได้ค่ะว่าแต่ละอําเภอในเขตพื้นที่ การศึกษาจะไม่มีกลุ่มแม่บ้านที่ทําการตัดเย็บเสื้อผ้า เพราะว่าในส่วนนี้ขอคิดว่าถ้าเกิดเปึนการให้กลุ่มแม่บ้านใช้ในการตัดเย็บเสื้อผ้าก็จะถือว่า เปึนการเพิ่ม แล้วก็เปึนการเสริมรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้าน เพราะนั่นถือว่าเปึนการกระตุ้น รายจ่ายให้กับแม่บ้านลงในพื้นที่จริง ๆ เพราะว่าในส่วนหนึ่งอาจจะเปึนไปได้ว่า อย่างที่ ท่านนายแพทย์ประสิทธิ์หรือหลาย ๆ ท่านได้พูดไปแล้ว เกี่ยวกับอุปกรณ์หรือเสื้อผ้า ถ้าเกิดสมมุติว่าเราใช้วิธีจัดซื้อและมีโรงงานหรือที่ต่าง ๆ ไปติดต่อซื้อขาย นั่นก็แสดงว่า ผลประโยชน์ที่ได้รับก็คือโรงงานเสื้อผ้าจะได้รับ แต่ว่าแม่บ้านหรือคนในพื้นที่ก็จะไม่ได้รับ โดยตรง ยังคิดว่าถ้าเกิดเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือเปึนการกระตุ้นเอาเม็ดเงิน ลงในพื้นที่จริง ๆ ส่วนนี้ก็ขอฝากเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไว้เปึน ข้อคิดนิดหนึ่งนะคะ ดิฉันก็คิดว่าเม็ดเงินที่ได้ก็อยากใช้ให้เปึนให้ได้ที่เรียกว่า ประโยชน์สูง ประหยัดที่สุดค่ะ กราบขอบคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวัชระจะขออภิปราย คุณวัชระได้สงวนคําแปรญัตติไว้หรือเปล่าครับ ผมดูในรายชื่อ ไม่มีนะครับ แต่ถ้าสงวนคําแปรญัตติเอาไว้ก็มีสิทธิอภิปรายได้นะครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๑๕ (๙) มหาวิทยาลัยรามคําแหง ปรับลดลง ๑ เปอร์เซ็นต์ และผมก่อนหน้านี้ได้กราบเรียนท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ เพื่อที่จะขออนุญาตขึ้นอภิปรายต่อท่านประธานวิปรัฐบาลเปึนที่เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ ผมมีความจําเปึนที่จะต้องอภิปรายถึงมหาวิทยาลัยที่ผมได้ร่ําเรียน มาในฐานะที่เปึนลูกหลานของมหาวิทยาลัยรามคําแหง และจะพูดแทนบรรดาศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยรามคําแหง และรวมทั้งลูกศิษย์ลูกพ่อขุนทุกคน ท่านประธานที่เคารพครับ การที่ผมขออนุญาตปรับลดลง ๑ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณของมหาวิทยาลัยรามคําแหงนั้น เพื่อต้องการที่จะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการ เพื่อฝากไปยังผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเพื่อที่จะได้ธํารงไว้ซึ่งความเปึนตลาดวิชา อย่าได้เปึนตลาดการซื้อขาย ปริญญา เพราะมหาวิทยาลัยรามคําแหงมีเกียรติภูมิ มีศักดิ์ศรี ก่อตั้งตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๑๔ รุ่นพี่ ๆ หลายคนได้สร้างเกียรติศักดิ์ เกียรติภูมิเอาไว้ ไม่ว่าทางด้านวิชาการหรือ ด้านการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ปรากฏว่ามีการใช้มหาวิทยาลัยเปึนเครื่องมือ ในการให้ปริญญากับบุคคลบางคนอันไม่พึงปรารถนา ยกตัวอย่าง เช่น นายพานทองแท้ ชินวัตร นายพานทองแท้ ชินวัตร ทุจริตในการสอบแต่ปรากฏว่าได้ปริญญาจาก มหาวิทยาลัยรามคําแหง ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าเรื่องนี้นั้น เปึนเรื่องที่ปวดร้าวหัวใจของบรรดาลูกพ่อขุนทุกคน ท่านประธานครับ ผมมากราบเรียน ท่านประธานในฐานะที่เปึนลูกพ่อขุน และกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อได้โปรด ท้วงติงผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้ได้เห็นแก่ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของสถาบันซึ่งได้ก่อตั้งมา ตั้งแต่ ๒๕๑๔ ท่านประธานครับ คุณภาพของบัณฑิตมหาวิทยาลัยรามคําแหงนั้นเปึนที่ เลื่องลือยิ่งนัก และบัณฑิตรามคําแหงจะต้องสร้างชื่อให้กับประเทศชาติต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ขอเวลาไว้เพียงแค่ ๓ นาทีเท่านั้น ท่านประธานครับ และอาจารย์หลายคนก็เปึนห่วงมหาวิทยาลัยแห่งนี้ รวมทั้งท่านอาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข ซึ่งเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคฝ์ายค้าน ก็รู้สึกเช่นเดียวกับผม ซึ่งเปึนพรรครัฐบาล ในปัจจุบัน

ส่วนนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้ของกระทรวงศึกษาธิการนั้น ท่านประธานครับ ชาวบ้านฝากชื่นชมมาไว้ ณ โอกาสนี้ และฝากกราบเรียนว่าอุปกรณ์การเรียนการศึกษา และหนังสือนั้นควรจะได้ก่อนเป่ดเทอม และค่าสมัครสําหรับสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทุกแห่งในป้หน้า กระทรวงศึกษาธิการควรที่จะเปึนเจ้าภาพงดเว้นการเก็บค่าเข้าสอบ ทุกมหาวิทยาลัยให้กับนักเรียนมัธยมปลายในป้การศึกษาหน้า ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญกรรมาธิการ ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ครับ

(ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอประท้วงครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพงศ์พันธ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พงศ์พันธ์ สุนทรชัย จากหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงผู้ที่อภิปรายเมื่อสักครู่ ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ พาดพิงบุคคลอื่น เพราะว่าบุคคลอื่นที่กล่าวนั้นไม่อยู่ในที่ประชุม แห่งนี้ ทําให้เกิดความเสียหาย ไม่มีโอกาสได้แก้ไขเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากให้ถอนคํา ที่บอกว่า มีการทุจริตในการสอบแล้วได้รับปริญญาได้อย่างไร ตรงนี้เมื่อมันไม่มีบทพิสูจน์ คุณพิสูจน์ไม่ได้ก็แสดงว่าคุณก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นจะเอามากล่าว ในที่ประชุมแห่งนี้ ผมคิดว่าไม่สมควร และไม่เหมาะสม และทําให้เกิดความเสียหาย ท่านประธานโปรดวินิจฉัยด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ในช่วงที่คุณวัชระพูดถึงท่านผู้หนึ่งโดยระบุชื่อแล้วได้รับ ปริญญาถือว่าไม่ได้เสียหาย แต่มีเสียหายตรงคําว่า ทุจริตในการสอบ ก็ขอคุณวัชระ ถอนคําพูดในเรื่องทุจริตในการสอบก็แล้วกันครับ ส่วนชื่อไม่ต้องถอนครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมกราบเรียนยืนยันท่านประธานที่เคารพว่า การที่ผมกล่าวว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร ทุจริตในการสอบแล้วได้รับปริญญาได้อย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานต่อหน้า ฟัาดินว่าเปึนความจริงครับ แต่ผมยินดีที่จะถอน เพราะท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้อาวุโสฝ์ายรัฐบาลหลายท่านขอให้ผมถอน แต่กระผมยังยืนยันว่าสิ่งนี้เปึนจริง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอให้ถอนคําพูดนะครับ เพราะว่าจริงหรือไม่จริงก็อยู่ที่การสอบสวนนะครับ ต่อไปเชิญกรรมาธิการอาคม เอ่งฉ้วน ครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตใช้เวลา สั้น ๆ ตอบคําถามของเพื่อนกรรมาธิการบ้าง ของท่านสมาชิกบ้าง ถ้าคําตอบของผมยัง ไม่เปึนที่พอใจ ผมเชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทั้ง ๒ ท่าน ก็อาจจะเสริมได้ ในบางประเด็น เพราะบางเรื่องยังไม่มีข้อยุติ เพราะตอนที่เราพิจารณากันนั้นยังไม่มีข้อยุติ นะครับ และผมคิดว่าที่ท่านถามนั้น ท่านเจตนาที่จะให้ผู้ปกครองที่ฟังอยู่ทางบ้าน ได้รับทราบว่า รัฐบาลนี้ที่จัดงบประมาณกลางป้ขึ้นมานี่เขาจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง ผมว่านั่นเปึนส่วนหนึ่งที่ท่านต้องการถาม เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตตอบคําถามนะครับ

นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ท่านก็พยายามจะพูดถึงเรื่องให้บริหาร จัดการ เพราะว่างบประมาณเยอะมากนะครับกระทรวงนี้ ในรอบนี้ได้ถึง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ประสงค์จะให้มีความโปร่งใส ไม่อยากให้มีการทุจริตกันในวันข้างหน้า และท่านเน้น เรื่องคุณภาพของเสื้อผ้า เรื่องหนังสือ อยากจะเรียนว่าเท่าที่ได้รับคําตอบจากกระทรวง นะครับ คิดว่าหลายเรื่องที่เปึนการจัดซื้อจัดจ้างได้รับการยืนยันจากผู้บริหารระดับสูงของ กระทรวงว่า กระทรวงจะไม่จัดซื้อจัดจ้างเอง และจะมอบให้กับโรงเรียน เพราะว่าโรงเรียน นั้นเปึนนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ๒๕๔๒ และผู้ปกครองจะต้องมี ส่วนร่วมด้วย อันนี้ชัดเจนนะครับตามที่ท่านต้องการ

ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ท่านอยากจะให้แจกเปึนเงินสด ท่านบอกว่า ถ้าแจกเปึนของบางครั้งผู้ปกครองบางคนก็มีอยู่แล้วบ้าง ของก็ไม่ได้ขนาดบ้าง เปึนข้อเสนอของท่านนะครับ ผมคิดว่าทางกระทรวงก็อาจจะฟังอยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าจะแจก ตามที่ท่านขอหรือไม่ เพราะผมได้ข่าวแว่ว ๆ ว่ายังไม่มีข้อยุตินะครับ จะแจกเปึนคูปอง เหตุผลที่ไม่แจกเปึนเงินสดก็กลัวว่าผู้ปกครองบางคนพอได้รับเปึนเงินสดค่าหนังสือบ้าง ค่าชุดเสื้อผ้าบ้าง บางครั้งก็จะยืมเด็กไปก่อนทํานองนั้น ในที่สุดเด็กก็ได้ชุดเสื้อผ้าไม่ครบ อันนี้ก็เปึนความห่วงใยของกระทรวงนั่นเอง แต่ก็เปึนข้อเสนอที่ดีนะครับ

เข้าใจว่าเรื่องอาหารกลางวันก็เหมือนกันนะครับ ท่านไตรรงค์ยืนยันว่า เปึนนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ดําเนินการมานานแล้ว โครงการอาหารกลางวันนี่ แต่ว่า ปัจจุบันนี้ยังไม่ทั่วถึง เพราะว่าเขาให้รับประทานเฉพาะเด็กที่เขาเรียกว่า ขาดสารอาหาร ผมไม่อยากจะพูดว่าเปึนเด็กยากจน แสดงว่าเมื่อก่อนเดิมนี่ไม่ได้รับประทาน กันทั้งโรงเรียน แต่ต่อไปนี้ผมคิดว่าจะได้รับประทานกันทั้งโรงเรียน และอาจจะต้องไปใช้ งบประมาณ ๒๕๕๓ นะครับ

ส่วนท่านสมคิด บาลไธสง ท่านบอกว่าทําไมมหาวิทยาลัยบางมหาวิทยาลัย ไม่มีชื่อ อันนี้ก็แสดงว่าท่านละเอียดนะครับ ท่านคิดถูกแล้วครับ ที่ไม่มีชื่อหมายถึง ไม่มี โรงเรียนสาธิต ไม่มีโรงเรียนประถมศึกษา เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยเหล่านั้นก็จึงไม่อยู่ ในเอกสารงบประมาณ

คุณอํานวย คลังผา ท่านก็ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับครูตลอดเวลานะครับ เจตนาดีก็คือว่าบอกว่าอยากให้แก้ปัญหาหนี้สินครู เพราะถ้าครูมีหนี้ก็จะไม่มีกําลังใจสอน เมื่อไม่มีกําลังใจสอนคุณภาพการเรียนการสอนก็ตกต่ํา เปึนที่ครหามาก ประเทศไทย ของเราล้าหลัง ผมว่าเปึนข้อเสนอที่ดีนะครับ รัฐมนตรีคนใหม่ก็ต้องดําเนินการเรื่องนี้

คุณพิษณุ หัตถสงเคราะห์ นะครับ ท่านบอกว่าอยากแจกลูกคนจน บางครั้งโรงเรียนสาธิต โรงเรียนเอกชนเปึนโรงเรียนที่คนมีสตางค์เข้าไปเรียน ขออนุญาต ยืนยันนะครับว่าโรงเรียนเอกชนมีทั้งหมดที่รัฐบาลนี้จะเข้าไปช่วยอุดหนุนและประสงค์ จะรับเงินมี ๔,๐๒๐ โรง มี ๓๓๗ โรงที่ไม่ประสงค์จะรับเงิน และส่วนใหญ่ก็จะเปึน ลูกเศรษฐีไปเรียน เพราะฉะนั้นตรงกับที่ท่านเสนอนะครับ

โรงเรียนมุสลิมที่สอนวิชาสามัญได้รับนะครับ เพราะฉะนั้นโรงเรียนปอเนาะ มันมี ๒ แบบ ปอเนาะที่สอนวิชาอิสลามล้วน ๆ อันนั้นเปึนเด็กที่เขาเรียนประถมศึกษา อยู่แล้วและเขาก็มาเรียนโรงเรียนปอเนาะไม่ได้รับเงินอุดหนุน แต่ถ้าโรงเรียนอิสลามใด ที่สอนวิชาสามัญได้รับนะครับ ขอให้เข้าใจตามนั้นนะครับ อันนี้เปึนข้อซักถามของ คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ นะครับ

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ท่านถาม ๕ ข้อนะครับ ผมคิดว่าบางข้อผม อาจจะตอบได้นะครับ คือเรียนฟรี เรียนฟรีอะไรบ้าง เดี๋ยวตอนสุดท้ายผมอ่านเลยนะครับ ๕ อย่างครับ จะให้ฟรี ๕ อย่าง แล้วก็มีวิธีการกระจายเม็ดเงินอย่างไร คือว่าท่านไม่อยากให้ กระจุกอยู่ เพราะโรงเรียนมีอยู่ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ โรงทั่วประเทศ ถ้ารัฐบาลอยากกระตุ้น เศรษฐกิจจริง ๆ ก็ต้องส่งไปให้โรงเรียน อันนี้เปึนข้อเสนอที่ดี ผมคิดว่ากระทรวงทําอยู่แล้ว แล้วก็ท่านเน้นเรื่องคุณภาพ แล้วท่านพูดถึงเรื่องทุจริต และท่านพูดถึงเรื่องการประเมินผล ๕ ข้อ เปึนข้อเสนอที่ดีทั้งนั้นนะครับ

ส่วนคุณดวงแขเสนอแนะให้กลุ่มแม่บ้านที่ตัดเย็บเสื้อผ้าในพื้นที่ในชนบท ได้มีโอกาสเข้าถึงโครงการนี้ด้วย อันนี้ผมคิดว่าถ้าโรงเรียนซื้อเองมีโอกาสนะครับ แต่ว่า ผู้ปกครองก็ดี แม่บ้านก็ดี จะต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพพอสมควร และผมเข้าใจว่า มอก. หรือเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี่ไม่น่าจะเปึนตัวกีดกันนะครับ อันนี้ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ

ส่วนเรื่อง ๕ ประการที่รัฐบาลนี้จะแจก ขออนุญาตนะครับ คือท่านพูดถึงว่า คําว่า เรียนฟรี นี่อยากให้พูดให้ชัด เพราะว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์และพรรคร่วมไม่ได้อยู่ยง คงถาวร วันหลังข้างหน้ามีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ประชาชนที่ฟังอยู่จะได้รู้ว่ารัฐบาลนี้ ที่เขาว่าเรียนฟรี ๑๕ ป้ ซึ่งสอดคล้องตามรัฐธรรมนูญด้วยมันฟรีอะไรบ้าง

ผมขออนุญาตประกาศอย่างนี้เลยนะครับ โรงเรียนที่ได้รับการอุดหนุนตาม โครงการนี้ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ มหาวิทยาลัยทั้งหมดมี ๔๔ แห่ง มหาวิทยาลัย นะครับ คือมหาวิทยาลัยที่มีสาธิตนั่นเอง วิทยาลัยชุมชน ๒ แห่งนะครับ โรงเรียนเอกชน ก็อย่างที่ผมเรียนไปแล้วได้รับอุดหนุน ๔,๐๒๐ โรง วิทยาลัยอาชีวศึกษาระดับ ปวช. ๑ ถึง ปวช. ๓ อันนี้ก็เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ คือจะไปสิ้นสุดที่มัธยมศึกษาป้ที่ ๖ นั่นเองแล้วก็ ปวช. ก็เปึนไปตาม ๑๕ ป้ ถ้านับจากอนุบาล ๑ อนุบาล ๒ อนุบาล ๓ นะครับ จะได้ อะไรบ้างนะครับ ที่ได้แน่นอนก็คือ ๕ อย่างที่ฟรีจริง ๆ

อันแรกก็คือว่าอุดหนุนรายหัวตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมปลายและจนถึง ปวช. นั่นเอง

สนับสนุนให้มีหนังสือเรียนคนละ ๑ ชุดตามกลุ่มสาระวิชาที่กําหนดไว้ หนังสือเรียน

ฟรีที่ ๓ ก็คือสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนคนละ ๑ ชุด อันนี้ให้ละเอียด ยิบเลย กรรมาธิการก็ถามมากนะครับ คือกรรมาธิการนี่ก็ละเอียด เพราะว่าให้อะไรบ้างครับ ให้สมุด ให้ดินสอ ให้ยางลบ ให้ปากกา ให้ไม้บรรทัด กรรมาธิการบอกว่าต่อไปนี้เด็กไทย จะไม่ค่อยรักษาสมบัติ เพราะว่าสมบัติคือหมายความว่าสิ่งที่เขาแจกมันจะดูเหมือนกับ ไม่มีคุณค่า ยางลบก็ใช้แบบสุรุ่ยสุร่ายหรือดินสอ ผมว่ามันก็ตั้งข้อสังเกตที่ดีนะครับ แต่ว่า ทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นเปึนเรื่องที่ครูจะต้องไปดําเนินการ อย่าให้คนคิดว่าถ้าของฟรีแล้วใช้แบบ ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ มันเปึนงบประมาณแผ่นดิน นี่ก็จะฟรีด้วยนะครับ แล้วก็

อันที่ ๕ ที่จะฟรีก็คือว่า ที่มีการพูดกันมากเพราะบางโรงเรียนในอดีตที่ผ่านมา เขาบอกว่าเรียนฟรี แต่ว่าไปแอบเก็บครับ เก็บค่าคอมพิวเตอร์ ค่าทัศนศึกษา ค่าพัฒนา วิชาการ ต่อไปเก็บไม่ได้ครับเพราะว่าอยู่ในกลุ่มนี้ฟรีด้วย ซึ่งทางรัฐบาลเขาจะอุดหนุนให้ จัดสรรให้

เพราะฉะนั้นทั้ง ๕ ประการนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลนี้ตั้งใจแล้วก็มาใช้งบประมาณ กลางป้กระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากว่าเป่ดเทอมเดือนพฤษภาคมนี้จะได้ใช้โครงการนี้ทันที แล้วผมเชื่อว่าเงิน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะไปถึงผู้ปกครองเด็ก ๑๑.๘ ล้านคนทั้งประเทศ ครอบคลุม ส่วนว่าท่านผู้มีเกียรติบางท่านก็บอกว่าอาจจะมีลูกคนจนบ้าง ลูกคนชั้นกลางบ้าง ลูกคนลําบากยากแค้นบ้าง อันนี้มันก็ไม่มีสิทธิที่จะไปคิดว่าไม่แจกนะครับ เพราะว่า บางคนเราต้องถือว่าเขามีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเขาไม่ประสงค์จะรับผมคิดว่า ก็ทําได้ ผมคิดว่าขออนุญาตในชั้นนี้ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ข้อสังเกต ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ หมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ท่านประธานครับ ในฐานะที่เปึนกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย ได้สอบถามท่านกรรมาธิการไปท่านได้ตอบผมเอง ผมขอบคุณครับ ในข้อ คําถาม ๕ ข้อ มันเปึนข้อคําถามที่เราตั้งคําถามในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการจริง ๆ แล้วไม่ได้คําตอบ นั่นคือหมายความว่ากระบวนการ วิธีการ มาตรการต่าง ๆ ที่จะเอาเงิน ลงไปสู่พี่น้องประชาชนในโครงการนี้ยังไม่ชัดเจน ผมเองไม่ได้ตั้งเปึนข้อสังเกตนะครับ เปึนข้อคําถาม ส่วนท่านรัฐมนตรีจะตอบเพิ่มเติมอย่างไร ผมเองจะขอบคุณ แต่ประเด็นหนึ่ง ที่ผมฟังคําตอบท่านกรรมาธิการ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ในส่วนที่ผมปรับลด ไว้ขออนุญาตปรับลดครับ โดยเฉพาะในส่วนของมหาวิทยาลัยในการอุดมศึกษา จริง ๆ ทางซีกฝ์ายค้านพยายามที่จะรักษากติกาทําหน้าที่กับฝ์ายรัฐบาลให้งบประมาณฉบับนี้ ผ่านวาระสามให้ไปเร็วที่สุดเพื่อจะส่งวุฒิสภา แต่ว่าผมเข้าใจว่าหลาย ๆ คนเริ่มที่จะ ไม่อยากรักษากติกาอย่างนั้น มีการอภิปรายบางครั้งตอดเล็กตอดน้อย เอาสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเปึนเกมการเมือง ซึ่งเดี๋ยวนี้ถือว่าเปึนเรื่องล้าสมัยมากในที่สภาแห่งนี้ ประเภท แบบนั้นไม่ค่อยรุ่งนะครับท่านประธานครับ ไม่ค่อยรุ่งถ้าอยากทํางานเพื่อบ้านเพื่อเมืองจริง สิ่งที่เปึนประโยชน์กับบ้านกับเมืองมีเยอะแยะครับที่เอามาพูด ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับ ผมเสนอปรับลดของมหาวิทยาลัยรามคําแหงแต่ในส่วนที่เปึน ของเด็กร้อยละ ๒๐ ถ้าสมมุติมหาวิทยาลัยรามคําแหงไม่มีมาตรการที่จะปัองกันเรื่อง ของประเทศชาติบ้านเมือง คนที่จะเข้าสู่ระบบของประเทศในบ้านเมืองนี้ถ้าไม่ดีพอไม่ควร ให้เลยครับ แต่ผมยังยืนยันว่าตัวเลขที่ใส่ไว้ร้อยละ ๒๐ คือตัวเลขรวมและกระจายหมด ๓,๖๐๐ ล้านบาท เพื่อจะเอาไปใส่สมองให้เด็ก เปึนอาหารสมองของเขา ท่านประธานครับ ตรงนี้เองผมกราบเรียนนะครับมหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยเปึนขุมสมอง เปึนพลัง การสร้างสรรค์พัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง สถาบันใคร ใครก็รัก ผมเชื่อนะครับโดย ความบริสุทธิ์ใจ และผมเทิดทูนมาก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยรามคําแหง มหาวิทยาลัย รามคําแหงได้รับการยกย่องจากพี่น้องประชาชนคนทั่วประเทศ สถาบันการศึกษา ต่างประเทศด้วยว่านักศึกษามหาวิทยาลัยรามคําแหงที่จบเรื่องของรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหงเทียบเท่ากับมหาวิทยาลัยป่ดได้เลย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปสอบเข้าที่ไหนเขาให้ ๕ คะแนนเต็ม ถ้าเขาใช้สถาบันการศึกษาเปึนตัววัดว่าคุณจบอุดมศึกษามาจากไหน ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เองผมกราบเรียนท่านประธานครับ อย่าใช้เปึนแง่ของการเมืองสําหรับ เล็ก ๆ น้อย ๆ ผมเคารพพี่น้องที่เปึนสมาชิกด้วยกันทั้งหมดครับ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่จะมีอนาคต บางคนใช้เวลาในการศึกษา ๑๐ ป้ทําอะไรอยู่ครับ ทําไมไม่จบ มัวแต่ไป ตั้งโต๊ะรับบริจาคหรืออย่างไรครับ ท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้ผมขอเลย เพราะฉะนั้น เหตุผลเหล่านี้ถ้าสมมุติมหาวิทยาลัยไม่มีมาตรการที่ดีจริงผมปรับลดจริง ๆ ร้อยละ ๒๐ ครับ กราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมขออย่างนี้นะครับ เวลาแต่ละท่านอภิปรายก็ไม่ต้องไปอภิปรายก้าวล่วงถึงบุคคลอื่น นะครับทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมขออนุญาตคลายข้อข้องใจของเพื่อนสมาชิกสั้น ๆ นะครับ เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น นอกจากท่านกรรมาธิการได้ตอบกับพวกเราไปแล้วนะครับ เรื่องกรณีของโครงการเรียนฟรี อย่างมีคุณภาพนั้น ท่านถามว่าฟรีอะไรบ้าง ก็ขออนุญาตเรียนเลยครับว่าฟรี ๕ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ค่าเล่าเรียน

เรื่องที่ ๒ ค่าตําราเรียน

เรื่องที่ ๓ อุปกรณ์การเรียน

เรื่องที่ ๔ ชุดนักเรียน แล้วก็

เรื่องที่ ๕ ที่มีความสําคัญอย่างยิ่งอีกประการหนึ่งก็คือว่า โครงการนี้ไม่ใช่ เรียนฟรีอย่างเดียว แค่แจกตํารา เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน แต่เปึนการเรียนฟรีอย่างมี คุณภาพ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๕ จึงเปึนที่มาของกิจกรรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพ ของการเรียนของเด็ก ซึ่งโครงการกิจกรรมพัฒนาคุณภาพนั้นจะประกอบด้วย ๔ กิจกรรมหลัก ที่รัฐบาลจะจัดให้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ๔ กิจกรรมที่ว่าก็คือ

ประการที่ ๑ กิจกรรมในเรื่องของค่ายวิชาการ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ทางด้านวิชาการ

ประการที่ ๒ ก็คือกิจกรรมที่ต้องการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของเด็ก เช่น การจัดค่ายลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด เหล่านี้เปึนต้น

ประการที่ ๓ ก็คือในเรื่องของการจัดทัศนศึกษานอกสถานที่ และ

ประการที่ ๔ ก็คือโครงการอบรมในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ นั่นก็คือว่า นอกจากชั่วโมงเรียนปกติของนักเรียนในห้องเรียนแล้ว ก็จะมีการจัดอบรม คอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนทุกคนอย่างน้อย ๔๐ ชั่วโมงต่อคนต่อป้

นี่ก็คือ ๔ กิจกรรมหลักที่รัฐบาลจะจัดให้ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อนสมาชิกบางท่านอาจจะมีคําถามว่า ทัศนศึกษาจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเราอยู่ใน กรุงเทพมหานคร อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ อาจจะมีความรู้สึกว่าทัศนศึกษาก็เปึนเรื่องปกติ ธรรมดา เด็กนักเรียนคนไหนในเมืองในกรุงเทพมหานครก็มีโอกาสไปทัศนศึกษา แต่ผมอยากให้เรามองย้อนกลับไปว่าประเทศไทยมีโรงเรียนอยู่ ๓๐,๐๐๐ กว่าโรง และอยากให้มองย้อนกลับไปถึงเด็กในชนบทเด็กต่างจังหวัด บางคนเรียนตั้งแต่ชั้น ป. ๑ ถึงชั้น ป. ๖ ไม่เคยมีโอกาสไปทัศนศึกษาแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต แต่ต่อไปนี้ภายใต้ โครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพของรัฐบาล เด็กเหล่านี้จะมีโอกาสอย่างน้อยที่สุด ๔ โครงการที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ คือกิจกรรมพัฒนาคุณภาพอันเปึนหมวดที่ ๕ ที่จะจัดให้ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามท่านถามว่า แล้วก็ฟรีในกลุ่มใดบ้าง ก็ฟรีตั้งแต่ ชั้นอนุบาลจนถึงกระทั่งถึงชั้น ม. ๖ และฟรีทั้งในส่วนของโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียน เอกชน โรงเรียนเอกชนจะต่างกับโรงเรียนรัฐบาลอยู่ประการเดียว ในเรื่องของค่าเล่าเรียนครับ ค่าเล่าเรียนโรงเรียนรัฐบาลฟรี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าสําหรับโรงเรียนเอกชนปัจจุบันนี้ ถ้าสมมุติว่าค่าเล่าเรียน ๑๐๐ บาท ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลอุดหนุน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าถ้าใครเรียนโรงเรียนราษฎร์ผู้ปกครองจะต้องจ่ายค่าเล่าเรียน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าเล่าเรียนทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะรัฐช่วย ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และทําอย่างนี้มานานพอสมควร แต่ภายใต้โครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพของรัฐบาล ผมเรียนว่าเราก็ช่วยลดภาระผู้ปกครองลงไปอีกส่วนหนึ่ง แทนที่รัฐบาลจะอุดหนุนแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ตามโครงการนี้ต่อไปจะอุดหนุน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นแปลว่าจะลดภาระ ค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าเล่าเรียนของเด็กที่เรียนโรงเรียนเอกชน แทนที่จะจ่าย ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะจ่ายเหลือแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อีก ๔ หมวดที่เหลือฟรีเช่นเดียวกับเด็กโรงเรียน รัฐบาล แล้วก็ฟรีทั้งในส่วนของเด็กที่เรียนอาชีวศึกษา ซึ่งเทียบกับชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลาย คือ ปวช. ๑ ปวช. ๒ ปวช. ๓ ก็ได้ฟรีในลักษณะอย่างเดียวกัน อันนี้ก็คือ ภาพโครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ และเปึนคําจํากัดความเบื้องต้นเพื่อความเข้าใจ ร่วมกันของทุกท่าน

ท่านถามว่า แล้วหนังสือ ตําราเรียน อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียนเหล่านี้ จะจัดซื้ออย่างไร ผมเรียนสั้น ๆ เลยครับว่า นโยบายชัดเจนแล้วประการที่ ๑ ที่ผมเคย ประกาศไป กระทรวงจะไม่เปึนผู้จัดซื้อเด็ดขาด ไม่มีนโยบายจัดซื้อ แต่ใครจะเปึนผู้ดําเนินการ ตอนนี้ มีทางเลือก ๓ ทางครับ จากการทํารับฟังความคิดเห็น ๒ ครั้งที่โรงเรียนสตรีวิทยา แล้วก็ ที่จังหวัดชลบุรี ความจริงอยากฟังมากกว่านี้แต่เวลามันจํากัด แล้วก็จากการฟังความเห็น ทั้ง ๒ ครั้ง ความเห็นก็ไม่ถึงกับแตกต่างกันแบบฟัากับดิน ก็พอประเมินได้ว่าคน ในวงการศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน ครู ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องการไปในทิศทางไหน ก็มีทางเลือก ๓ ทาง

๑. ให้โรงเรียนเปึนผู้จัดซื้อ

๒. ให้ผู้ปกครองเปึนผู้จัดซื้อ แต่ถ้าผู้ปกครองเปึนคนจัดซื้อหรือนักเรียน ไปซื้อเองก็จะมีทางเลือก ๒ ทาง คือจ่ายเปึนเงินสดเหมือนเพื่อนสมาชิกบางท่านเสนอ เมื่อสักครู่ หรือว่าให้เปึนคูปอง ถ้าให้เปึนคูปองรายละเอียดจะทําอย่างไร ก็จะประชุมกัน ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้แล้วจะได้ข้อสรุปทั้งหมด แล้วผมจะแถลงให้ทราบ แต่อย่างไรก็ตาม สําหรับตําราเรียน อันนี้ค่อนข้างแน่นอนว่าโรงเรียนต้องเปึนคนจัดซื้อ ที่โรงเรียนต้องเปึนคน จัดซื้อ เพราะตําราเรียนนั้นไม่ได้มอบให้เปึนสิทธิขาดของนักเรียน เนื่องจากเปึนไปตาม ที่เพื่อนสมาชิกบางท่านแนะนําก็คือว่าพี่เรียนแล้วให้น้องเรียนได้ นั่นก็คือว่าหนังสือ ตําราเรียนนี้เมื่อซื้อให้แล้วนักเรียนก็จะเอาไปเรียนเปึนเวลา ๑ ป้ เสร็จแล้วก็เอามาคืน เด็กรุ่นที่ ๒ ในป้ที่ ๒ จะได้เอาใช้ต่อ และจะใช้ ๓ ป้ ถ้าชํารุดก็ตั้งงบประมาณชดเชย ในส่วนที่หนังสือชํารุด เพราะฉะนั้นจึงเปึนที่มาที่จําเปึนจะต้องให้โรงเรียนเปึนผู้ดําเนินการ

แต่ส่วนชุดนักเรียนกับอุปกรณ์การเรียน อันนี้จะให้นักเรียนเปึนผู้ซื้อ ด้วยตนเองครับ หรือผู้ปกครองเปึนผู้ไปซื้อ โดยถ้าไม่ให้เปึนเงินสดก็จะให้เปึนคูปอง ตามข้อเสนอของที่ประชุมรับฟังความคิดเห็น แล้วก็วันจันทร์นี้จะได้ตัดสินใจทั้งหมด แล้วจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบ

อันนี้ก็คือแนวทางที่ขออนุญาตเรียน ทั้งหมดนําไปสู่เปัาหมาย ๔ ประการ ที่ผมมอบเปึนนโยบาย ๑. จะต้องเปึนการประหยัดงบประมาณให้ได้มากที่สุด ๒. ต้องโปร่งใส ๓. ต้องให้มีปัญหาตามมาน้อยที่สุด เพราะผมเชื่อว่าโครงการนี้ เปึนโครงการใหม่ เกี่ยวข้องกับเด็กไทย ๑๒ ล้านคน ไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติเลยเปึนไป ไม่ได้ ผมก็พอมองเห็นว่าจะมีปัญหาจุกจิกตามมา แต่ว่าจะตัดสินใจเลือกวิธีไหนต้องมี ปัญหาทางปฏิบัติตามมาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทําได้ และ

ประการสุดท้าย จะต้องเป่ดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ดําเนินการเรื่องการจัดซื้อหรือการดําเนินการในทางปฏิบัติของโรงเรียน ผู้ที่จะเข้ามา เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมสรุปไว้แล้ว ๔ ฝ์ายครับ ถ้าจะตัดสินใจว่าโรงเรียนจะซื้อตําราเรียน จากที่ใด จะซื้อจากศึกษาภัณฑ์ หรือจะซื้อจากเอกชน หรือจะซื้อจากบริษัทใด ที่ไหน ร้านไหนอย่างไร ๔ ฝ์ายต้องตกลงร่วมกัน ๑. ครู ๒. ผู้ปกครอง ๓. ตัวแทนสภานักเรียน ซึ่งมีอยู่ทุกโรงเรียน แล้วก็ ๔. ตัวแทนชุมชน จะต้องมีมติร่วมกันในการตัดสินใจว่า จะดําเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าตัดสินใจให้เงินหรือให้คูปองไปในการ ไปจัดซื้อชุดนักเรียน สมมุติว่าโรงเรียนนั้นมีนักเรียน ๑๐๐ คน ถ้าที่ประชุม ๔ ฝ์ายตกลง ร่วมกันว่านักเรียนทั้ง ๑๐๐ คน จะไม่ต่างคนต่างไปซื้อชุดนักเรียนที่ร้านในตลาด ด้วยตัวเอง เขาจะรวมคูปอง ๑๐๐ ใบ เพื่อไปจ้างกลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านชุมชนของเขา ช่วยตัดเย็บ แล้วเด็กก็เดินไปวัดตัว หรือมีกลุ่มแม่บ้านมาวัดตัวเด็กให้ที่โรงเรียน เขาก็ สามารถรวมกันทําได้ภายใต้มติ ๔ ฝ์ายที่จะต้องตกลงร่วมกัน และมีการบันทึกการประชุมไว้ นี่ก็คือแนวทางที่ผมคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการจะเป่ดโอกาสให้คร่าว ๆ แต่ทั้งหมด ก็จะต้องขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมองค์กรหลักในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ที่จะตัดสินใจเปึน ขั้นสุดท้าย

ท่านถามว่ามาตรการปัองกันการทุจริตจะทําอย่างไร ผมก็เรียนว่ากรรมวิธี แนวทางคล้าย ๆ กับที่ผมกราบเรียนไปนี้ก็จะพยายามปัองกันการทุจริตได้ตามสมควร ระดับหนึ่ง แต่ถ้าสมมุติว่ามีองค์กรใดหน่วยงานใดทุจริต ผมเคยเรียนกับที่ประชุมสภานี้ ไว้แล้วครั้งหนึ่งว่ากระทรวงจะต้องดําเนินการจัดการในการลงโทษตามขั้นตอน กระบวนการของกฎหมายอย่างชัดเจนครับ นี่ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนกับพวกเรา ส่วนกรณีของการประเมินผล แน่นอนว่าจะต้องมีการดําเนินการติดตาม

มีเรื่องเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธาน ซึ่งจะ เปึนประโยชน์กับเด็กของเราก็คือว่า นอกจากเรื่องโครงการอาหารกลางวัน รัฐบาลนี้ มีนโยบายต้องการช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกอันหนึ่งครับ เรื่องนมโรงเรียน ปัจจุบันนี้เราเป่ด โอกาสให้เด็กได้ดื่มนมฟรี ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี เพราะท่านเล็งเห็นความสําคัญกับเรื่องนม นมสําคัญกับเด็กอย่างไร สําคัญเพราะมีผลในการเจริญเติบโตของเด็กทั้งร่างกายและมันสมอง หลายประเทศเขา ส่งเสริมให้เด็กดื่มนม ทําให้เด็กเขาเติบโตแข็งแรง แล้วก็มีความเฉลียวฉลาด ถ้าเด็กดื่มนม ไม่กี่ป้แล้วเลิก โตเปึนผู้ใหญ่ ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลวิจัยสรุปไว้ชัดเจนว่า ผู้ใหญ่คนนั้นที่เติบโตมาจากเด็กที่ไม่ได้ดื่มนม หรือดื่มในปริมาณที่ไม่พอเพียง ความสูงจะ ต่ํากว่ามาตรฐานประมาณ ๑๐ เซนติเมตรครับ

ข้อ ๒ เด็กคนนั้นคุณภาพในการเรียนรู้ แปลว่าความเฉลียวฉลาดจะลด น้อยลงกว่าเด็กที่เขาได้ดื่มนมตามกําหนดจํานวนที่ควรจะเปึน ตรงนี้จึงเปึนที่มาของ นโยบายรัฐบาลนี้ต่อยอดมาจากหลายรัฐบาล และรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวนว่า ต่อไปนี้เราจะไม่ให้เด็กดื่มนมเฉพาะแค่อนุบาลถึง ป. ๔ เพราะ ณ เวลานี้เราให้ดื่มฟรี เฉพาะแค่อนุบาลถึง ป. ๔ แต่มติคณะรัฐมนตรีไม่กี่สัปดาห์มานี้ รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เราพูดกันในที่ประชุมชัดเจนว่าเราจะขยายโอกาสให้เด็ก ได้ดื่มนมจากอนุบาลถึง ป. ๔ และบวกไปจนกระทั่งถึงชั้น ป. ๕ กับชั้น ป. ๖ ท่านอาจจะ ถามผมว่าแล้วเริ่มต้นเมื่อไร ผมกราบเรียนตรงนี้เลยว่าจะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้ ทําไมต้องเริ่มต้นเดือนตุลาคม ก็เพราะเปึนป้งบประมาณรัฐบาลชุดที่แล้วไม่ได้ ตั้งงบประมาณเรื่องนี้ไว้ แต่รัฐบาลชุดนี้จะตั้งงบประมาณในเดือนตุลาคม ซึ่งนั่นแปลว่า ป้การศึกษานี้เราจะเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคม พอภาคเรียนที่ ๒ คือตุลาคมลูกหลาน ของท่านจะได้ดื่มนมฟรีต่อไปนี้ ตั้งแต่อนุบาลจนกระทั่งถึงชั้น ป. ๖ ไม่ใช่แค่ชั้น ป. ๔ แล้วครับ นี่ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อความเข้าใจ ร่วมกัน

สุดท้ายอีกนิดเดียว เรื่องหนี้สินครู เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนกับ ท่านประธานเมื่อสักครู่ ผมเรียนว่าผมเห็นความสําคัญเรื่องนี้ แล้วได้เริ่มต้นดําเนินการ แล้วครับ เราจะจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครูขึ้นมา เพื่อช่วยเรื่องสวัสดิการและ แก้ปัญหาหนี้สินครูโดยการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับครูเพื่อนําไปสู่การลดหนี้ การยืดเวลา การชําระหนี้ การลดดอก การพักดอก การลดหนี้สินในภาพรวม หรือทั้ง ๔ อย่าง หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินให้กับครู และขณะนี้คณะทํางานที่ผมตั้งขึ้น ประชุมมาหลายครั้งแล้ว และเราจะระดมเงินตั้งกองทุน โดยไม่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน มาเปึนทุนประเดิม แต่จะใช้ระบบวิธีการที่จะดําเนินการโดยสถาบันการเงินต่าง ๆ เข้ามา ช่วยครับ แล้วเป่ดโอกาสให้ครูได้ปรับโครงสร้างหนี้ โดยลดภาระดอกเบี้ยให้ต่ํากว่าภาระ ดอกเบี้ยที่ครูต้องจ่ายอยู่ทุกวันนี้ นี่ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานในช่วง ระยะเวลาสั้น ๆ และขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้กรุณาให้คําแนะนําหลายประการ ซึ่งเปึนประโยชน์ที่กระทรวงศึกษาธิการจะได้รับไปพิจารณาดําเนินการต่อไป ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิชาญมีอะไรเพิ่มเติม เพราะว่าเปึนสถาบันที่จะต้องให้ความรู้แล้วก็การศึกษาต่อนักเรียน ไม่อย่างนั้นก็โดน ประเมินผลบอกว่า ทั้งตัวของสถาบัน ทั้งผู้อํานวยการและอาจารย์ต่าง ๆ ก็ถูกประเมิน อุปกรณ์การเรียนการสอนบอกว่า ต่อไปนี้เรียนฟรี ท่านกรรมาธิการท่านอาคมตอบนะครับ บอกว่า ไม่ได้เรียกเก็บแล้วต่อไปนี้ อุปกรณ์การเรียนการสอนทุกอย่าง คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ไปอุดหนุนรายหัว ผมถามว่าทําได้จริงหรือเปล่า ถ้าทําได้จริงนี่รัฐบาลเองต้องยอมบอก ครับว่า จะมีอุปกรณ์การเรียนการสอนให้ครบหมด วันนี้แทบทุกโรงเรียนต้องไประดม ทรัพยากรในเรื่องของสื่อการเรียนการสอน โดยเฉพาะเครื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ซึ่งเปึน อุปกรณ์หลัก แม้กระทั่งอาจารย์ผู้สอนหนังสือต่าง ๆ ต้องไปจ่ายค่าสอนพิเศษต่าง ๆ กันเองหมด ภารโรงนะครับท่านประธานครับ ภารโรงอัตราการจ้างก็หมด ไม่มีการอุดหนุน เพิ่มเติม แล้วท่านจะทําอย่างไรกับกลุ่มเหล่านี้ โรงเรียนบางโรงเรียนนั้นครูบาอาจารย์ ต้องไปหาระดมเงิน ผมสงสารครูบาอาจารย์ครับแทนที่จะสอนนักเรียนอย่างเดียว ดูแลควบคุมเด็กตีกันอีก เด็กกลับบ้าน ครูต้องมาแต่เช้า โรงเรียนเป่ดมาตั้งแต่หกโมง บางโรงเรียนตื่นตีห้าตีสี่กลับต้องไปดู เดี๋ยวมีแจ้งเข้ามา ถามว่าทางกระทรวงศึกษาธิการมี การดูแลหรือเปล่าในเรื่องมาตรฐานมาตรการต่าง ๆ และรวมถึงนะครับว่าอุปกรณ์ ที่ผมกล่าวถึงนี่ท่านห้ามเก็บเงิน ในขณะที่ท่านห้ามเก็บเงินท่านมีอะไรไปทดแทน หรือเปล่า ท่านบอกว่าห้ามไปเก็บเงินต่อไปนี้เปึนมาตรการนะครับ อุปกรณ์ ท่านเอามาจากไหน หรือเรียนคิดแบบจําลองเอากระดาษตั้งแล้วบอกว่า นี่คือคอมพิวเตอร์ นี่คืออุปกรณ์การเรียนการสอนจับต้องไม่ได้ เอาจินตนาการหรือเปล่า ระดมทรัพยากร ก็ไม่ได้ ผิดครับ เดี๋ยวนี้สมาคมต่าง ๆ ถูกฟัอง ถูกร้องตามโรงเรียนบอกว่าไปเที่ยว มีบัตรสนเท่ห์มา ๑ ใบก็ดําเนินการเลย การฟัองร้อง ผมถามว่าท่านกรรมาธิการ ได้สอบถามหรือเปล่าว่า การเรียนฟรี ๑๕ ป้อย่างที่ว่านั้นทําได้จริงหรือเปล่า อุดหนุน ในเรื่องของค่าอาหาร นมที่ท่านบอก เอาแค่ค่าอาหารรายหัวท่านดูแลได้หรือเปล่า ท่านทํา ให้จริงสิครับ ขณะนี้ท่านกําลังบอกพวกเราว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นสมบูรณ์แบบ ผมก็เชื่อ เพราะท่านยังไม่ได้ลงมือทํา แต่ท่านบอกสมบูรณ์แบบทุกอย่าง แม้กระทั่งวันนี้กําลัง พิจารณางบกลางอยู่ขณะนี้ เมื่อกี้นี้มีชาวบ้านตั้งแต่เช้าพี่น้องผู้สูงอายุ ไม่รู้อุตริในเขต พื้นที่ผมมีคนไปลงชื่อแล้วครับ บอกว่ารีบลงชื่อเดี๋ยวจะเอาเงินจ่ายผู้สูงอายุ ทั้ง ๆ ที่ กฎหมายยังไม่ผ่านเลยครับ ท่านประธานเองรับปากบอกว่าจะนํากฎหมายที่เกี่ยวกับ การเงินกับผู้สูงอายุจะไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีลงนามรับรองก็ยังไม่มีปรากฏพูดในสภา แต่ในพื้นที่ผมในเขตเลือกตั้งปรากฏว่ามีการไปบอกกล่าวว่ารัฐบาลเตรียมแล้วครับ รวดเร็วทันใจครับ ผมเรียนท่านประธานว่า วันนี้อะไรก็ตามที่รัฐบาลกําลังทํานั้น ช่วยกรุณาหน่อยเถอะครับ ได้ดูให้ชัดเจนก่อนอย่าด่วนพูดครับ เพราะผมเองถึงแม้ว่า จะเปึนฝ์ายค้าน อดีตเปึนรัฐบาลเหมือนกันแต่จะไม่เคยพูดในสิ่งที่ยังไม่สามารถที่จะทําได้ แต่ท่านด่วนพูดแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมทวงท่านครับว่า ในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผมได้ นําเรียนกล่าวมานะครับ ท่านจะมีเงินอุดหนุนให้กับโรงเรียนที่กําลังถูกตัดน้ํา ถูกตัดไฟ อุปกรณ์สื่อการเรียน การสอนที่ท่านบอกเรียนฟรีต้องให้สมบูรณ์ รวมถึงค่าอาหารกลางวัน โรงอาหารหลายโรงในแต่ละโรงเรียน แม้กระทั่งห้องเรียนที่ยังขาดอยู่ อัดเหมือน ปลากระปิองครับ ๕๔ คน ๕๓ คน ผมพาไปดูได้ ท่านไปดูครับ ไปเช็กให้ดี ผมขอคําตอบ ถ้าท่านสามารถตอบได้ตอนนี้ครับ ขอบคุณครับ

ท่านสุนัยไม่ได้แปรญัตติครับ คือตอนนี้วาระสองนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาต ถามคําถามที่เปึนประโยชน์กับท่านรัฐมนตรีสักนิดเถอะครับ สั้น ๆ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือท่านไม่ได้แปรญัตติ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมเองมิได้อย่างนั้นละครับท่าน ผมขออนุญาตถามคําถามเดียวเท่านั้นเองครับ เพราะว่าผมเปึนผู้อภิปรายประเด็นนี้ไว้ ซึ่งสังคมสนใจอยู่ เกี่ยวกับเรื่องการซื้อชุดนักเรียนและตําราเรียน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือมันจะขัดต่อระเบียบ ไหมครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานอนุญาตก็จะกราบขอบพระคุณไม่ขัดระเบียบครับ แต่ถ้าท่านประธาน ไม่อนุญาตก็เปึนสิทธิของท่านผมก็ไม่สามารถจะถามได้ครับ ขออนุญาตท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาสั้นที่สุดนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

กราบขอบพระคุณครับท่านครับ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้อนุญาตให้ผมได้ถาม ผมเองนั้นกราบเรียน ท่านประธานครับ หลังจากที่ผมได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตที่สําคัญไปแล้วในวาระหนึ่ง ทางท่านรัฐมนตรีก็ได้ไปดําเนินการทําประชาพิจารณ์ ผมเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพครับว่า ผมพยายามทําหน้าที่ในฐานะฝ์ายค้านด้วยการจับตาแต่ไม่จับผิด ผมเองอยากจะไปนั่งร่วมในการฟังประชาพิจารณ์ แต่เกรงว่าจะเกิดความเข้าใจในทางอื่น ผมก็ไม่ไปแต่ผมยังติดตามตลอด เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงว่าจะให้มีประชุม ๔ ฝ์าย ไปจัดการเองเรื่องเสื้อผ้า เรื่องหนังสือตําราเรียน แต่ท่านไม่ได้ตอบคําถามหนึ่งครับ ว่าผลแห่งการประชุมครั้งแรกที่ท่านไปนั่งเปึนประธานของ กค. (คณะกรรมการข้าราชการครู) ที่กระทรวงเลยนั้นนี่ ท่านกําหนดสเปกเรื่องราคาหนังสือและกําหนดสเปก (Spec) เรื่อง มอก. ราคาชุดนั้นท่านไม่ได้พูด ผมอยากให้ท่านพูดเสีย ผมจะได้ติดตามท่านต่อไป ผมยังยืนยันว่าผมจับตาแต่ไม่จับผิดท่านครับ ถ้าท่านจะได้ใช้โอกาสนี้ตอบเสียก็จะเปึน ประโยชน์อย่างยิ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านยกเลิกสเปกเหล่านั้นหรือยังครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านเชาวริน มีอะไรต่อ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย ความจริงผมได้แปรญัตติและสงวนคําแปรญัตติไว้ แต่ก็ฝากเพื่อนสมาชิกให้อภิปราย ไปแล้ว เปึนต้นว่า เรื่องการเรียกร้องให้รัฐบาลคืนไม้เรียวให้ครู ก็มีเพื่อนสมาชิกอภิปราย ไปแล้ว เรียกร้องให้บรรจุครูอัตราจ้างก็มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้ว และมีความรู้สึก ส่วนตัวนะครับว่า พูดไปก็สองไพเบี้ย นิ่งเสียตําลึงทอง แต่ท่านประธานครับ ตั้งแต่ได้ฟัง คําชี้แจงของรัฐมนตรีหลาย ๆ คน ผมเกิดอารมณ์ร่วมกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ ก็เลยขอเปึนผู้มีส่วนร่วมด้วย ซึ่งถ้าเปึนรัฐมนตรีคนอื่นหรือชี้แจงแกน ๆ อย่างนั้น ผมก็ไม่อยากพูดละครับเพราะไม่มันเกิดประโยชน์ แต่มองแล้วท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการคนนี้พอจะฝากอนาคตเด็กและเยาวชนได้มีความหวังครับ สิ่งหนึ่ง ที่ผมต้องเกิดอารมณ์ร่วมก็คือการชี้แจงที่ฉะฉาน แสดงถึงการเตรียมทําการบ้านมาอย่างดี เพราะฉะนั้นคนอย่างนี้พอพึ่งได้ก็ขอฝาก ๒ เรื่อง ซึ่งผมยืนยันได้ว่าไม่มีใครพูดถึงเลย และพร้อม ๆ นั้นก็ฝากไปถึงคณะกรรมาธิการที่นั่งอยู่นี่ที่จะต้องทําหน้าที่ต่อไป

เรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ ทั้งกรรมาธิการวิสามัญทุกท่านและ ท่านรัฐมนตรีด้วย เรื่องการใช้กระบวนการลูกเสือในการพัฒนาเด็กและเยาวชนยังไม่เคย ได้มีการพูดถึงตรงนี้ และมั่นใจว่าท่านรัฐมนตรีคนนี้จะสามารถยังประโยชน์ให้แก่เด็ก และเยาวชนได้ กระบวนการลูกเสือนั้นเปึนสิ่งที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองเรากําลังจะฉลอง ๑๐๐ ป้ ในป้ ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นมองดูแล้วท่านนี่มีอนาคต จะอยู่ไปอีกนานก็ฝากให้ท่าน เอาไปดําเนินการ

เรื่องที่ ๒ ตําราเรียนภาษาไทยหลาย ๆ เล่มหายไป ท่านประธานครับ ถ้าผมมองว่าท่านไม่มีอนาคตผมจะไม่เสียเวลามาฝากท่าน แต่มองแล้วว่าท่านมีอนาคต ที่จะอยู่ดูแลกระทรวงศึกษาธิการอีกนาน ขอฝากให้ท่านหาทางที่จะเอาตําราเรียน ภาษาไทยหลาย ๆ เล่มกลับมา เด็กรุ่นใหม่นี่ที่มีนิสัยก้าวร้าว ไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่เคารพครูบาอาจารย์ ไม่เคารพพ่อแม่ ส่วนหนึ่งมาจากความบกพร่อง ความผิดพลาด ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนหนึ่งบอกว่า หักไม้เรียวครู ท่านไปดูตรงนั้น นะครับ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการทําโทษนักเรียน แก้ไขปรับปรุงเสีย แล้วเอาวิชาภาษาไทยหนังสือตําราเรียนหลาย ๆ เล่ม รุ่นผม รุ่นท่านประธานนี่เรียนมาครับ บัดเดี๋ยวดังหง่างเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา มันมีความสละสลวยทําให้เด็กมีความอ่อนโยนเปึนคนว่านอนสอนง่าย ภาษาไทยเหล่านี้อย่าไปทิ้ง ถ้าเปึนคนอื่นผมย้ําอีกครั้งว่าผมไม่ฝากหรอกไม่เกิดประโยชน์ มองไม่เห็นอนาคต แต่สําหรับท่านรัฐมนตรีท่านนี้แล้วผมขอมีส่วนร่วม ย้ําอีกทีว่า ฝากให้ท่านช่วยดูแลและเอาสิ่งเหล่านี้กลับมา หลาย ๆ เล่มนะครับภาษาไทยนี่ทําให้เด็ก เปึนคนว่านอนสอนง่าย เด็กเปึนคนมีสัมมาคารวะ เปึนคนอ่อนโยน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านจะตอบ สักนิดหน่อยไหม หรืออย่างไรท่านรัฐมนตรี ไม่ต้องกระมังเสียเวลา ผมว่าท่านสุนัย เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีท่านตอบเปึนลายลักษณ์อักษรดีกว่านะครับ เพราะว่าเพื่อไม่ให้ เสียเวลาครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ถ้าท่านจะตอบ เปึนลายลักษณ์อักษรก็ได้ แต่ผมคิดว่าไม่อยากให้เปึนเรื่องส่วนตัวระหว่างผมกับ ท่านรัฐมนตรี แต่ให้เปึนเรื่องระหว่างท่านกับมหาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเรียน ท่านประธานครับว่า ถ้าเปึนไปได้เชื่อผมเถอะครับ แจกเปึนเงินสดให้ประชาชนเถอะครับ อย่าแจกเปึนคูปอง เพราะจะเกิดกรณีตกเขียวคูปองอีก ผมไม่อยากมาตามอภิปราย ท่านครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ มีอะไร ประท้วงหรือเปล่า

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการ

ไม่ครับ กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ซึ่งได้ กราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีไปว่า วันนี้ครูอัตราจ้างที่ท่านเปลี่ยนเปึนพนักงานราชการ ท่านจะดูแลเขาอย่างไร เพราะผมกลัวว่าถ้าจะบรรจุเปึนข้าราชการเดี๋ยวก็จะตกเขียวครูอีก ซึ่งวันนี้ผมไม่อยากได้ยินนะครับว่าบรรจุเปึนข้าราชการครู ๓ คน เสียเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท นะครับ ถ้าท่านจะให้นี่ประกาศไปเลยครับว่าจะบรรจุเปึนข้าราชการครู เขาจะได้ดีใจครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจะไปพิจารณาครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุมนะครับ ควรป่ดการอภิปรายได้หรือยังครับ เพราะว่ามันเกินเวลา ที่ตกลงกันไว้ ๒ ทุ่ม อันนี้ ๓ ทุ่มแล้วนะครับ มันเกินไป ๑ ชั่วโมงนะครับ ฉะนั้นผม ก็ขอป่ดการอภิปรายนะครับ ขอเพื่อนสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมเข้ามาเพื่อลงมติ ในมาตรา ๑๕ ครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ ใครที่นอนแล้วก็ ปลุกกันด้วยครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่เคารพ ทุกท่านนะครับ เมื่อท่านนั่งประจําที่แล้ว ก็จะขอตรวจสอบจํานวนสมาชิกที่อยู่ในห้อง ประชุมนะครับ ท่านโปรดเสียบบัตรแสดงตนทุกท่านนะครับ แล้วก็กดปุ์มแสดงตนด้วย ทุกท่านนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

เพื่อได้ตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ พร้อมทุกท่านแล้วนะครับ มีท่านใดยังไม่พร้อมมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้พร้อมในการเสียบบัตรกดปุ์มแสดงตนแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งยอด จํานวนสมาชิก มีสมาชิกที่เคารพของกระผมทุกท่านนะครับ ๒๕๔ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมแล้ว

ผมขอดําเนินการลงมติในมาตรา ๑๕ กระทรวงศึกษาธิการนะครับ ท่านผู้ใดเห็นตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ร่างเดิม โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและท่านสมาชิกผู้แปรญัตติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ท่านผู้ใดงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านลงคะแนนเลยนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

เสร็จกันทุกท่านแล้ว นะครับ เมื่อเสร็จแล้วขอป่ดการลงคะแนนนะครับ ส่งผลคะแนน ผู้เข้าประชุม ๒๕๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๖ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ก็ถือว่าผ่านมาตรา ๑๕ กระทรวงศึกษาธิการ

ต่อไปเปึนมาตรา ๑๖ เชิญเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๖ กระทรวงสาธารณสุข ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านฝ์ายค้านท่านได้ อนุเคราะห์ที่จะอภิปราย ๒ ท่าน ก็ขอขอบคุณนะครับ เชิญคุณพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย จากจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้ว ก็ใช้สิทธิในการที่จะไม่อภิปรายนะครับ แต่ว่าอยากจะสอบถามสักเล็กน้อยแค่นั้นเอง นะครับ

ในเรื่องของการขาดแคลนหมอโดยเฉพาะหมอกระดูก ผมมีโอกาส ได้รับทราบจากพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ โรงพยาบาลนะครับ ขณะนี้มีความขาดแคลน หมอเปึนอย่างมากเพราะฉะนั้นแพทย์หรือหมอที่เกี่ยวกับกระดูกนี่ไม่ทราบว่า ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องกระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรการรองรับในเรื่องนี้อย่างไร อันที่หนึ่งนะครับ

เรื่องที่ ๒ ในส่วนของมีการหารือท่านประธานอยู่หลายครั้งเกี่ยวกับเรื่อง ของการขาดแคลนโรงพยาบาลประจําอําเภอ โดยเฉพาะจังหวัดหนองคายยังเหลือที่ บางอําเภอนี่ยังไม่มีโรงพยาบาลเลย ตั้งอําเภอมาเปึนสิบ ๆ ป้นะครับ เมื่อสักครู่นี้มีเสียง กระซิบมาว่าจังหวัดกาฬสินธุ์ด้วยนะครับที่ขาดแคลนในเรื่องนี้ อยากจะฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้กรุณาตรวจสอบ แล้วก็ได้พิจารณาจัดสรร งบประมาณในส่วนของป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ นะครับ กรุณาได้ดูแลในส่วนนี้ด้วย นะครับ จะเปึนพระคุณอย่างสูงนะครับ เพราะว่าในประเทศไทยนี้ก็มีการหารือ ท่านประธานแล้วละหลายครั้งที่ยังขาดแคลนในเรื่องของโรงพยาบาลประจําอําเภออยู่ หมอด้วยนะครับที่จะต้องเพิ่มเติมในการให้มีโควตาในการเรียนเพิ่มเติม หรือจะมีการ นําเข้าหมอจากต่างประเทศก็สุดแล้วแต่ที่จะดําเนินการนะครับ ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ เปึนกรณีพิเศษนะครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณสมคิดครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง จากจังหวัดหนองคาย เขต ๑ พรรคเพื่อไทยนะครับ ก็ขอใช้เวลา สั้น ๆ เพื่อเสนอแนะเท่านั้นนะครับ ในเรื่องโครงการปรับปรุงสถานีอนามัย ซึ่งทางรัฐบาล เสนอจะปรับปรุงสถานีอนามัยประจําตําบล ๒,๖๐๙ แห่งนะครับ ผมก็ไม่ขัดข้องนะครับ แต่ผมอยากเสนอแนะเพิ่มเติมว่าอย่างนี้ครับ ถ้าเราจะปรับไปเปึนการขยายสาขาอนามัย หรือสุขศาลาประจําหมู่บ้านจะได้ไหม เปึนที่ทํางานของ อสม. นะครับ เปึนการขยายการบริการไปยังหมู่บ้านที่มีขนาดใหญ่นะครับอยู่ในตําบล หรือว่าจะจัดการ ถ้าปรับไม่ได้การจัดซื้อจัดจ้างอยากเสนอแนะว่าเราทําอย่างไรถึงจะมีการจัดซื้อจัดจ้าง ภายในท้องถิ่น อยากให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่นเขาได้ทํางานในการปรับปรุงอันนี้ ไม่อยากให้เปึนลักษณะมาประมูลจากส่วนกลางมันเปึนการไม่กระจายเงินไปสู่ท้องถิ่น นะครับ อันนี้ก็อยากให้แนวคิด

ข้อเสนอแนะต่อไปก็คือ ถ้าเราจะเอาเงินส่วนนี้ไปปรับปรุงสถานีอนามัย ประจําอําเภอที่ไม่มีโรงพยาบาลดีไหมครับ สถานีอนามัยประจําอําเภอในอําเภอที่ไม่มี โรงพยาบาลมันมีประมาณ ๔๐ กว่าแห่งในประเทศไทยนี้ ไปยกฐานะสถานีอนามัยให้มี อุปกรณ์การแพทย์พร้อมขึ้นอาจจะไม่เท่าโรงพยาบาลนะครับจะดีไหม เพื่อเปึนการ ยกระดับคุณภาพของประชาชนเพิ่มขึ้นนะครับ

ข้อเสนอแนะหนึ่ง ถ้าเอางบประมาณส่วนนี้ลดลงจากการซ่อมแซม ซึ่งลดราคาลงกว่านี้ได้ไหม โดยจัดให้มีหมอประจําอําเภอที่ไม่มีโรงพยาบาล เปึนหมอ เคลื่อนที่หรือเปึนคลินิกเคลื่อนที่ไปตามสถานีอนามัยในอําเภอนั้น ๆ วันนี้ไปสถานีนี้ วันนี้ สถานีนี้ ชาวบ้านในหมู่บ้านตําบลเขาจะมารับบริการนะครับ

ข้อเสนอสุดท้าย ก็อย่างที่ท่านพงศ์พันธ์เสนอไปแล้วว่า เราจะจัดให้มี ทุนการศึกษาสําหรับบุตรหลานอีกได้ไหมประจําตําบลนั้น คือเอาทุนไปเรียนมาเปึน สาธารณสุขตําบล ไม่ต้องมีปัญหาการโยกย้ายเหมือนกับที่แล้วมา ถ้าเราได้คัดเลือก บุตรหลานอยู่ในท้องถิ่นมาเรียนแล้วก็จบกลับไป อันนี้ทางรัฐบาลมีนโยบายอย่างนี้ไหม อันนี้ก็ขอฝากขอบคุณแค่นี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ถือว่าฝากก็แล้วกัน นะครับ ท่านอํานวยไม่ใช่มาตรา ๑๗ หรือครับ เห็นประธานวิปเสนอมาเปึนมาตรา ๑๗

นายอํานวย คลังผา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา ส.ส. ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก็ขออภิปรายมาตรา ๑๖ กระทรวงสาธารณสุข ผมได้สงวนไว้เช่นกัน ขออนุญาตท่านประธานเล็กน้อยครับ

เนื่องจากผมได้ขอปรับลดไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เรื่องนี้ผมต้องการอภิปราย สนับสนุนในการปรับปรุงสถานีอนามัย เพราะว่ารัฐบาลทําได้ดีครับ ในส่วนนี้ผมเห็นด้วย ให้คะแนนเต็มร้อยเลย แล้วส่วนหนึ่งที่อยากเสนอในเรื่องของการกระจายอํานาจ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เพราะว่าเนื่องจากในขณะนี้แพทย์ขาดแคลน ผมก็อยาก เสนอให้ทางประธานคณะกรรมาธิการผ่านท่านประธานนะครับว่า ให้ อบต. จ้าง ๑ แพทย์ ๒ พยาบาลไปอบรมครับ จบแล้วให้มาอยู่ที่สถานีอนามัย เพราะสถานีอนามัยในขณะนี้ ทําข้างล่างเปึนตึกหมดแล้ว ปรับปรุงนะครับ ทําให้ ๑ แพทย์ ๒ พยาบาลเกิดขึ้น แล้วก็ให้ หัวหน้าสถานีอนามัยมาอบรม ๑ ป้ ให้เปึนแพทย์เลย แล้วผู้ช่วยให้อบรม ๒ ป้ ให้มาอยู่ ที่โรงพยาบาลประจําอําเภอนะครับ นี่คือข้อแรก เพี่อจะได้เติมในส่วนที่คณะกรรมการ การกระจายอํานาจขาดโอนให้ท้องถิ่น ๓๕ เปอร์เซ็นต์ มันจะได้เปอร์เซ็นต์จะได้สูงขึ้น นะครับ นี่คือประการแรกนะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่อง อบต. ซึ่งที่ผมได้พูดเมื่อสักครู่ว่าเปอร์เซ็นต์การถ่ายโอน มันน้อยไป เพราะฉะนั้นหากว่าเราปรับปรุงตัวนี้ได้เปอร์เซ็นต์ อบต. จะสูงขึ้น แล้วเรื่อง อย. ซึ่งในขณะนี้ อย. เปลี่ยนชื่อไปหลายอย่าง ผมอยากจะเสนอท่านประธานผ่าน ท่านประธานคณะกรรมาธิการให้ช่วยไปปรับปรุงในเรื่องของ อย. อย่างสมมุติว่า ทันใจ เปลี่ยนมาเปึน ทัมใจ นะครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรี ช่วยตอบแทนคณะกรรมาธิการสั้น ๆ นะครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขครับ ตอบข้อถามของเพื่อนสมาชิกถึงโรงพยาบาลอําเภอที่ขาดแคลน ผมขออนุญาตเรียนชี้แจง ๒ ประเด็นดังนี้นะครับ

เนื่องจากมีโรงพยาบาลระดับอําเภอประมาณ ๔๖ โรงพยาบาล ซึ่งยังไม่ได้สร้าง เหตุผลเพราะว่ามีการยกฐานะจากกิ่งอําเภอขึ้นเปึนอําเภอ

เหตุผลประการที่ ๒ ก็เพราะว่าถ้าเราสามารถสร้างเสร็จในทีเดียว ปัญหาก็คือ เรายังหาบุคลากรเข้าไปทําการในโรงพยาบาลเหล่านั้นไม่ได้ ก็เตรียมวางแผนครับ ผมได้ หารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข คาดว่าไม่เกิน ๓ ป้คงสามารถที่จะ จัดอัตรากําลังเพื่อเข้าไปเตรียมพร้อมในสถานีอนามัยระดับอําเภอได้ครบถ้วนนะครับ

ส่วนข้อเสนอในเรื่องเกี่ยวกับทุนการศึกษาหรือการยกฐานะระดับตําบล โดยให้มีหมอสัญจร อยู่ระหว่างการพิจารณาครับ แต่มีข้อที่เรียนกับเพื่อนสมาชิกโดยย่อ ๆ นะครับ ปัญหาที่เพื่อนสมาชิกสะท้อนก็คือแพทย์ พยาบาลขาดแคลน ยังเปึนปัญหา ที่จริงจังครับ แล้วก็เปึนปัญหาว่ากรณีที่เราใช้หมอสัญจรไปตามสถานีอนามัยก็จะ ก่อให้เกิดปัญหาแพทย์ที่โรงพยาบาลอําเภอขาดแคลนอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น กระทรวงจะพยายามพิจารณาอย่างรอบคอบครับ ในการจัดสรรบุคลากรเท่าที่มีอยู่ ในวันนี้ ผมขออนุญาตเรียนเปึนการเบื้องต้นครับว่า ผมกําลังคิดแนวทางที่จะต่ออายุ ราชการหมอเพื่อเปึนแนวทางหนึ่งในการที่จะผลิตหมอไม่ทันครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมขอ ปรึกษาที่ประชุมนะครับ สมควรป่ดการอภิปรายได้หรือยังครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมป่ดอภิปรายนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติในมาตรา ๑๖ ขอเชิญสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้อง ประชุมนะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน นะครับ โปรดเสียบบัตรแสดงตนเพื่อจะได้ตรวจสอบองค์ประชุมของสภานะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

เมื่อท่านเสียบบัตรแล้วก็ กดเลยนะครับ กดแสดงตนเลยครับ มีท่านใดยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าทุกท่านได้แสดงตนแล้วนะครับ ส่งผลของผู้อยู่ในห้องประชุม ขณะนี้มีผู้เข้าอยู่ใน ห้องประชุม ๒๔๙ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมแล้ว

ผมขอดําเนินการขอมติที่ประชุมในมาตรา ๑๖ กระทรวงสาธารณสุข ท่านผู้ใดเห็นควรตามร่างเดิม ร่างคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็กดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและผู้เสนอแปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านได้ครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ก็คงจะเรียบร้อยทุกท่าน แล้วนะครับ ส่งผลคะแนนมา ปรากฏผลว่ามีผู้เข้าอยู่ในห้องประชุมใช้สิทธิ ๒๔๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากและตัวร่างเดิม

ต่อไปเปึนมาตรา ๑๗ กระทรวงอุตสาหกรรม เชิญเลขาธิการครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๗ กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางฝ์ายค้านท่านมอบหมาย ให้คุณอํานวย คลังผา ๕ นาที เชิญคุณอํานวย

นายอํานวย คลังผา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทยนะครับ ผมได้เสนอปรับลดงบประมาณเกี่ยวกับกระทรวงอุตสาหกรรมนะครับ ปรับลดไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผมได้สงวนความคิดเห็นไว้

สืบเนื่องจากในขณะนี้งบประมาณของกระทรวงอุตสาหกรรมนะครับ มีสิ่ง ที่จะต้องมาพัฒนาอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศูนย์ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้ศูนย์ต่าง ๆ ไปฝ๊กวิชาชีพให้กับพี่น้องประชาชน ในส่วนนี้ผมจึงเห็นด้วย

แล้วอีกส่วนหนึ่งที่ผมขอปรับลดในส่วนโครงการ เอสเอ็มอี ขนาดกลาง นะครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้เราจะเห็นได้ว่า งบที่ส่งลงไปโครงการ เอสเอ็มอี ต่าง ๆ นี่นะครับ มีการเลิกจ้างงาน บริษัทก็ถูกยุบไปบ้าง ทําให้ภาครัฐเราเสียเงินมาก ผมจึงไม่เห็นด้วยในส่วนนี้ ผมจึงเสนอที่ปรับลดลงมานี่ อยากเสนอให้มีการอบรม ตามหมู่บ้านตําบล ซื้อจักร ซื้อสิ่งต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาจัดตั้งกลุ่มผมก็อยากเสนอท่านประธานผ่านถึงประธานคณะกรรมาธิการนะครับว่า ในส่วนที่เปึนการกระตุ้นให้คนในพื้นที่มีงานทํานี่นะครับ มีหลายวิธีกระทรวงอุตสาหกรรม นะครับ โดยเฉพาะจริง ๆ แล้วได้รับงบประมาณไปน้อยนิดที่เราได้รับมาชุดนี้ ก็เห็นใจ นะครับ แต่ถึงอย่างไรผมยังให้การสนับสนุนว่า กระทรวงอุตสาหกรรมน่าจะนําเงินส่วนนี้ ไปเพิ่มเติมนะครับ หรือจะหาเงินในส่วนใด ๆ ก็ตาม หรือจะเอางบกลางต่าง ๆ มาใช้ ในส่วนนี้ให้พี่น้องประชาชนในภาคต่าง ๆ นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมมี หลายภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดลพบุรีขึ้นภาคนครราชสีมา เปึนศูนย์อบรม เรื่องอาชีพ ผมคิดว่าเปึนการส่งเสริมอาชีพได้ดีมากนะครับ ไม่ว่าจะเลี้ยงสัตว์หรือ ภาคอุตสาหกรรม มีจักร มีกี่ ส่งเสริมผ้าลายไทยต่าง ๆ เปึนอุตสาหกรรมทําได้หมดเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการฝ๊กอบรมเพิ่มประสิทธิภาพต่าง ๆ มีการพัฒนาในด้านอาชีพ ให้กับกลุ่มเกษตรกรหรือกลุ่มต่าง ๆ กลุ่มแม่บ้านก็ดี หรือกลุ่มจักสานต่าง ๆ สามารถที่จะ เปึนประโยชน์แก้ปัญหาการว่างงานได้ส่วนหนึ่ง ถึงว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะเปึน ประโยชน์อย่างยิ่งต่อปัญหาการว่างงานจะแก้ได้นะครับ ก็อยากจะฝากประเด็นนี้ถึง ท่านประธานผ่านถึงประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องได้ช่วยดูแลในส่วนนี้นะครับ ตามที่ผมได้เสนอความคิดเห็น แต่ว่างบประมาณทางอุตสาหกรรมได้รับน้อยมากนะครับ หากว่ามีโอกาสที่จะปรับปรุงให้ทางอุตสาหกรรมได้มีงบประมาณมากขึ้นนะครับ ก็น่าจะ เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในภาคชนบทนะครับ ในโอกาสที่ผมได้แสดงความเห็นนี้ ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงประธานคณะกรรมาธิการก็ดีได้นําส่วนนี้ไปช่วย โดยเฉพาะ กระทรวงอุตสาหกรรมให้ได้งบประมาณมากขึ้นในอนาคต ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เขาฝากท่าน นะครับ กรรมาธิการก็รับฝากก็แล้วกันนะครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการครับ ก็ไม่กล้าจะรับฝากความเห็นของคุณอํานวย คลังผา ประทานโทษที่เอ่ยนาม ซึ่งได้พูดไว้ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการและผ่านไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมขอ ปรึกษาที่ประชุมสมควรป่ดอภิปรายหรือยังครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีท่านผู้ใดมี ความเห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าป่ดอภิปรายในมาตรา ๑๗ กระทรวงอุตสาหกรรมนะครับ

ต่อไปผมจะถามมติของที่ประชุมว่าจะรับหรือไม่รับในมาตรา ๑๗ กระทรวงอุตสาหกรรม เชิญท่านสมาชิกที่ออกไปข้างนอกเข้ามาลงมติครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกครับ โปรด เสียบบัตรแสดงตนนะครับ เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ เดี๋ยวจะ ไม่ครบองค์ประชุมนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านเสียบบัตรกดบัตร แสดงตนแล้วนะครับ ดาราเราก็เพิ่งเดินมา เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับทุกท่าน โปรดส่งผล คะแนนมา มีผู้เข้าอยู่ในห้องประชุมเพื่อลงมติ ๒๔๗ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุม นะครับ

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม ท่านผู้ใดเห็นควรรับในมาตรา ๑๗ ที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากให้ท่านลงคะแนนกด เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นตาม คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและสมาชิกที่ได้สงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย นะครับ โปรดใช้สิทธิทุกท่านนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิแล้วนะครับ มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าทุกท่านใช้สิทธิแล้ว โปรดส่งคะแนนมา มีท่านผู้ใช้สิทธิ ๒๔๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๒๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือตามร่างเดิมนะครับ ก็ผ่านไป ในมาตรา ๑๗ กระทรวง อุตสาหกรรม

ต่อไปมาตรา ๑๘ ส่วนราชการไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ท่านประธาน เครื่องผมขัดข้องครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพิ่มไปอีก ๑ เสียงใช่ไหมครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ครับ นายบัญญัติ เจตนจันทร์ เลขที่ ๑๖๑ เห็นด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ ๒๒๗ นะครับ เนื่องจาก ในมาตรา ๑๘ นี้ท่านฝ์ายค้าน โดยประธานวิปได้ทําเรื่องมา กระผมขอขอบคุณนะครับ ที่ท่านไม่ติดใจทุกท่าน โดยถอนคําแปรญัตติทุกท่านนะครับ ส่วนฝ์ายทางขวามือผมคงจะ ถอนทุกคนนะครับ ไม่ติดใจนะครับ ในมาตรา ๑๘ หรือท่านผู้ใดติดใจมีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ถือว่ามีมติ เปึนเอกฉันท์ ก็จบแล้วนะครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

ขออนุญาตนิดเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวค่อยเอารัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจมันเยอะแล้วค่อยพูดเอา อันนี้ก็ถือว่าผ่านไปก็แล้วกันนะครับ ไม่ต้องลงคะแนน รอทุกฝ์ายถอนญัตติที่แปรญัตติ ทุกท่านแล้วครับ ก็ถือว่าผ่านมาตรา ๑๘ ส่วนราชการ ไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี

ต่อไปมาตรา ๑๙ รัฐวิสาหกิจ เชิญเลขาธิการครับ

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๘ ส่วนราชการไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี มีการแก้ไข

มาตรา ๑๙ รัฐวิสาหกิจ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิก พรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมขออนุญาตนะครับ ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยขออนุญาตรบกวนเวลาสภานิดเดียวนะครับ เนื่องจากว่าการที่ได้รับคําชี้แจง ต้องขออนุญาตเรียนท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี เนื่องจาก ประเด็นการอภิปรายของผมในวาระหนึ่งว่าผมได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในเรื่องของการที่รัฐบาล ได้นํา ๖ มาตรการ ๖ เดือน ปรับมาเปึนโครงการ ๕ มาตรการ ๖ เดือน เพื่อลดค่าครองชีพ ของประชาชน อันนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า สิ่งที่ผมได้ตรวจพบในฐานะที่เชิญผู้ชี้แจงมามีอยู่ ๒ รายการ ในเรื่องของมาตรา ๑๙ ของรัฐวิสาหกิจ ผมไม่ติดใจในเรื่องของการประปาส่วนภูมิภาคแล้วก็การประปานครหลวง แล้วก็การไฟฟัาทั้ง ๒ ส่วน เนื่องจากว่าใช้วิธีนําใบเสร็จมาคิดคํานวณเปึนค่าใช้จ่ายแล้วก็ เบิกจากงบประมาณ สิ่งที่ผมต้องอภิปรายในที่นี้นะครับ เพื่อสะท้อนถึงท่านกรรมาธิการผ่านไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่าได้ตรวจพบบางประเด็นเปึนปัญหานะครับ โดยเฉพาะ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในส่วนของแผนฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่น ทางเศรษฐกิจ ๖๐๐ ล้านบาทที่จะจ่ายให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็ ๖๕๐ ล้านบาทจ่ายให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ประเด็นที่ผมได้ตรวจพบว่า มันไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนะครับ ต้องขออนุญาตนําเรียนต่อท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก รายละเอียดตามที่องค์การขนส่งมวลชนได้นําเสนอเปรียบเทียบเปึนตารางในสิ่งที่ได้ ผ่านมาแล้วในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑ มีค่าใช้จ่ายที่จะต้องจัดเก็บ คือเก็บกับรัฐ ๒๓๕ ล้านบาทเศษ ในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ มีค่าใช้จ่าย ๒๕๖ ล้านบาท ในเดือน ตุลาคม ๒๕๕๑ มีค่าใช้จ่าย ๒๑๘ ล้านบาทเศษ ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ มีค่าใช้จ่าย ๒๑๕ ล้านบาทเศษ แล้วก็ในเดือนธันวาคมมีค่าใช้จ่าย ๒๑๒ ล้านบาทเศษ สุดท้าย ในเดือนที่ ๖ เดือนมกราคม ๒๕๕๒ มีค่าใช้จ่าย ๒๐๗ ล้านบาทเศษ รวมเปึนค่าใช้จ่าย ๑,๓๔๖ ล้านบาทเศษ ตัวเลขที่ได้รับเงินในการที่ร่วมโครงการที่รัฐบาลได้มีมาตรการนั้น มีค่าใช้จ่ายจ่ายให้องค์การขนส่งมวลชนนั้น ๑,๒๒๔ ล้านบาท เห็นได้ชัดนะครับว่า มีผลต่างเกิดขึ้น ๑๒๒ ล้านบาท นี่หมายถึง ๖ มาตรการที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจนั้น เขามีผลกระทบ นั่นหมายถึงว่าจ่ายให้เขาไม่ครบครับ แล้วก็ได้รับทราบจากการชี้แจงจาก ผู้แทนขององค์การขนส่งมวลชนว่าในส่วนนี้รัฐบาลจะชดเชยให้ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่ผมไม่เห็นด้วยในบางส่วน เนื่องจากว่าสิ่งที่ยกเอามา ๖ มาตรการ ๖ เดือนนั้นมาใช้เปึนเสมือนว่าเปึนการก๊อบปุ้นโยบายแล้วมาต่อเนื่อง เกิดผลกระทบอย่างไรกับรัฐวิสาหกิจที่มีผลประกอบการขาดทุนอยู่แล้วครับ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ตรวจพบตัวเลขจากคําชี้แจงในหมวดของ ขสมก. (องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ) ถ้าเราดูจากประมาณการใน ๖ เดือนที่เข้าโครงการกับ รัฐบาลที่ผ่านมาในสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ซึ่งตอนนั้นเราต้องยอมรับนะครับว่า ผลกระทบที่เกิดกับพี่น้องประชาชนนั้นมีผลกระทบเปึนวงกว้างเนื่องจากราคาน้ํามันนั้น คิดคํานวณจากราคาน้ํามัน ๑๔๗ เหรียญต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบันการคํานวณค่าใช้จ่ายนั้น แม้นจะนํามาคํานวณจากค่าใช้จ่ายที่ค่าน้ํามันลดลงตอนนี้ ๔๐ กว่าเหรียญต่อบาร์เรล ปัญหามีอยู่ว่าในประมาณการที่ทําเสนอ ๖ เดือนจากนี้ไปนั้น เมื่อมองจากสิ่งที่ผ่านมา ในอดีต ๖ เดือน จากนี้ไปอีก ๖ เดือนนะครับมีปัญหากับรัฐวิสาหกิจแน่ ผมต้องขอคําตอบ จากท่านประธานคณะกรรมาธิการ เพราะว่าดูเสมือนว่าเรากําลังจะเอาเปรียบรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีผลประกอบการขาดทุนอยู่แล้ว เรื่องอะไรครับ เพราะว่าเราตั้งงบประมาณไว้ให้เขาใน ครั้งนี้แม้กระทั่งเรากู้เงินมาแล้วก็ตาม กู้มาเพียง ๖๕๐ ล้านบาท จาก ๖ เดือนที่ผ่านมานั้น มีรายจ่ายที่คํานวณเปึนตัวเลขทางคณิตศาสตร์ ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท แต่รัฐบาลทําเงิน โครงการนี้มาขออนุมัติจากสภาแห่งนี้ ๖๕๐ ล้านบาทนะครับ ผมต้องถามนะครับว่า แล้วทําไมเราต้องไปเบียดบังเขา โครงการนี้จัดทําขึ้นเปึนโครงการเพื่อให้พี่น้องประชาชน ในเขต ก็ถามว่าเปึนภาพที่ได้รับผลประโยชน์นั้นทั่วถึงหรือไม่ ก็เฉพาะคนในเขตชุมชนและ ในเขตปริมณฑลเท่านั้น ปัญหามีอยู่ว่าส่วนที่เหลือนั้นทําไมไม่ทํามาด้วยละครับ รัฐวิสาหกิจนั้นขาดทุนอยู่แล้วครับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือว่าเราไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง อันนี้ ต้องการคําตอบว่าส่วนที่เหลือจะทําอย่างไร นี่เห็นได้ชัดนะครับเรื่องที่ ๑

ตามไปดูเรื่องที่ ๒ การรถไฟแห่งประเทศไทยตอบข้อชี้แจงกับทาง คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในชั้นกรรมาธิการทั้งคณะก็ว่าได้ ประเด็นที่ผมติดใจ นะครับว่ามีคําชี้แจงตัวแทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทยชี้แจงให้ผม บอกที่คิดมา ทั้งหมดมันเปึนตัวเลข ผมยอมรับว่าในที่ผ่านนั้นมีค่าใช้จ่ายอยู่ ๖ เดือน ค่าประมาณการ ๖ เดือน ที่เขาทํามานั้นเพียง ๕ เดือน ๕ เดือนนั้นมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ ๓๗๐ ล้านบาทเศษ ยังขาดไป ๑ เดือน ถ้าคร่าว ๆ ก็คงจะได้ประมาณสัก ๕๐๐ ล้านบาทเศษ ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท คําถามก็มีอยู่ว่า เราตั้งงบประมาณไว้ให้เขา ๖๐๐ ล้านบาท แต่ถามว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยเมื่อเข้าโครงการกับท่านแล้วในฐานะเขาเปึนรัฐวิสาหกิจ ที่ปัจจุบันนั้นมีผลประกอบการขาดทุนเปึนแสนล้านบาทนะครับ แต่ฟังคําชี้แจงแล้ว ต้องเรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการแล้วผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า แม้โครงการ ของรัฐได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าการที่ไปมีผลกระทบกับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งน่าเปึนห่วงอยู่แล้ว งานนี้ผมเรียนตามตรงว่าตั้งไว้ ๖๐๐ กว่าล้านบาท เบิกจริงไม่ถึง ๖๐๐ ล้านบาทสําหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ถามว่าตัวเลขที่การรถไฟแห่งประเทศไทย คิดมา ถามว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้กําไรไหม ขาดทุนครับ เพราะว่าท่านผู้ชี้แจง ตอบว่า อัตราค่าโดยสารที่คิดนั้นคิดมาเปึนรายการที่คิดไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ผมก็เลยงง นะครับว่า วันนี้แม้มาตรการของรัฐบาลเราลอกมา แต่เราลืมคิดไปหรือเปล่าครับ สิ่งที่เราใช้ เปึนประโยชน์ในเมื่อ ๖ เดือนที่ผ่านมาไปถึงเดือนมกราคมนั้นเปึนประโยชน์อย่างไร เปึนประโยชน์ตอนที่น้ํามันขึ้นราคา ราคาอยู่ที่ ๑๔๗ เหรียญต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบันนั้น ราคาเปลี่ยนไป แต่เรายังทํางบประมาณไม่ลงตัว สิ่งเหล่านี้เปึนการที่ชี้ให้ชัดนะครับว่า แม้จุดเล็ก ๆ มาตรา ๑๙ มาตราเดียวมันก็ยังมีความบกพร่อง ผมถึงต้องเรียนท่านประธาน ผ่านไปทางท่านกรรมาธิการว่า ในมาตรา ๑๙ นั้น ผมดูเสมือนว่าผมจําเปึนต้องขอแรงจูงใจ นะครับ ก็ตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และต้องการคําชี้แจงด้วยว่ามีมาตรฐานในการคิดอย่างไร ในการตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมสําหรับมาตรา ๑๙ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ช่วยชี้แจงหน่อยครับ เชิญครับ

นายอนุชา บูรพชัยศรี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ขอกราบขอบพระคุณท่านวิทยา บุรณศิริ ที่สอบถามในเรื่องของประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ ๕ มาตรการ ๖ เดือน เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วจริง ๆ มีในส่วนของที่ท่านไม่ได้ กล่าวถึงก็คือ การไฟฟัานครหลวง ๗๒๐ ล้านบาท การไฟฟัาส่วนภูมิภาค ๖,๐๔๘ ล้านบาท การประปานครหลวง ๑,๒๐๐ ล้านบาท การประปาส่วนภูมิภาค ๒,๑๐๐ กว่าล้านบาท แต่ที่ท่านติดใจอยู่ก็คือในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ๖๐๐ ล้านบาท และองค์การ ขนส่งมวลชนกรุงเทพ ๖๕๐ ล้านบาท ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่ามาตรฐาน ที่ทางหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยงานได้คิดออกมา เนื่องจากว่าเปึนการดูจากต้นทุนแล้วก็ ในเรื่องของรายได้ ตัวเลขเลยไม่ตรงกัน ก็คืออย่างเช่นที่ท่านเรียนนะครับว่าในส่วนของ การรถไฟแห่งประเทศไทยในส่วนของ ๕ เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่สิงหาคม ๒๕๕๑ จนถึง ธันวาคม ๒๕๕๑ มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น ๓๗๐ กว่าล้านบาทนั้นถูกต้อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย จากการคํานวณช่วง ๔-๕ เดือนที่ผ่านมานะครับ ต้นทุนของการรถไฟแห่งประเทศไทย ถ้าคิดเปึนบาทต่อกิโลเมตรต่อคน อยู่ที่ ๐.๖๐๑ บาทต่อกิโลเมตรต่อคน แต่จริง ๆ แล้ว ถ้ามองจากรายได้ของการรถไฟแห่งประเทศไทยนะครับจะอยู่ที่ ๐.๒๑๕ บาทต่อกิโลเมตร ต่อคน เพราะฉะนั้นเมื่อคิดคํานวณออกมาแล้วรายได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ขอมา ชดเชยกับทางด้านรัฐบาลนะครับ ก็คืออยู่ที่ประมาณ ๖๐๐ ล้านบาทนะครับ แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นไม่ได้คิดในส่วนของต้นทุน เพราะว่ามาตรการที่เราพูดถึงนี่เปึนการที่จะมาลด ค่าครองชีพของประชาชนแล้วก็มาลดภาระค่าใช้จ่ายของทางพี่น้องประชาชนทั้งหมด ทีนี้ ถ้ากลับมามองดูในส่วนของท่านได้พูดถึงองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพหรือทาง ขสมก. ก็ต้องเรียนว่าใช้มาตรฐานเดียวกันกับที่ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยคิดมานะครับ กล่าวคือ ในส่วนของทางด้านองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ถ้าคิดเปึนต้นทุนแล้วนี่ อย่างที่ท่านได้เรียนก็คืออยู่ที่ประมาณ ๑,๓๔๖ ล้านบาทเศษ ในช่วง ๖ เดือน ที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าเกิดคิดในตรรกะเดียวกันกับทางด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย จะเห็นว่าในส่วนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพนี่มีรายได้จากการที่จะจัดเก็บ ในส่วนของ ๘๐๐ คันที่จะวิ่งอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ที่ประมาณแค่ ๖๕๐ ล้านบาทเท่านั้น ตัวเลขนี้เลยเปึนตัวเลขที่มาที่ไปที่ว่าทําไมถึงไม่ได้ให้ชดเชย ในส่วนของต้นทุนทั้งหมดนะครับ เพราะถ้าท่านดูในรายละเอียดต้นทุนนะครับจะมี ในส่วนของทางด้านค่าเหมาซ่อมก็ดี ดอกเบี้ยจ่ายก็ดี ค่าเสื่อมราคาก็ดี รวมไปจนกระทั่ง ถึงสวัสดิการเงินบําเหน็จและเงินสมทบกองทุนอะไรต่าง ๆ ของพนักงาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็จะพยายามไม่ให้พนักงานในส่วนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพต้องประสบ ปัญหานะครับ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของเงิน กระแสเงินสดที่จะมีทั้งรายได้และรายจ่าย เข้ามา ก็เลยขออนุญาตกราบเรียนในเบื้องต้นเท่านี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านวิทยาครับ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ต้องขอขอบคุณท่านผู้ชี้แจง ท่านชี้แจงบอกว่าในส่วนของการไฟฟัาก็ดี การประปาก็ดี ดูเสมือนว่าผมไม่ได้ซักถาม ผมได้ตอบและอธิบายในที่ประชุมไปแล้วนะครับว่า อันนั้นเปึนใบเสร็จนํามาเรียกเก็บ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้มีผลต่างอะไร คือใช้ไปเท่าไรมีใบเสร็จเท่าไรเขามาชี้แจงบอกว่าเขา ก็จะเก็บตามใบเสร็จ แต่ประเด็นที่ผมจะตั้งข้อสังเกตเนื่องจากว่าคําชี้แจงของผู้แทน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพนะครับ เขาได้บอกไว้ว่า รัฐบาลจะตั้งส่วนขาดให้ มันไม่ตรงตามที่ท่านชี้แจงผมครับ เพราะฉะนั้นผมถึงต้องเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่า ผมมีความเปึนห่วง ถ้ารัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนอยู่แล้วเขาไม่มีรายได้ แน่นอนครับ ผลกระทบ มันก็จะตกไปถึงพนักงานก็ดี ความคืบหน้าหรือความเจริญเติบโตในการบริหารกิจการ ของเขามันก็จะเกิดผลเปึนลบ สุดท้ายเปึนอย่างไรละครับ ประเมิน เคพีไอ ซึ่งรัฐวิสาหกิจ: (KPI การประเมินผลโดยใช้ตัวชี้วัด) ออกมามันก็ไม่ผ่าน มันก็เปึนตัวฉุดนะครับ เราต้องยอมรับว่าหลายรัฐวิสาหกิจที่ประสบปัญหาอยู่กราบเรียนไว้ด้วยความเคารพ นะครับ นี่เปึนความห่วงใยของกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอปรึกษา ที่ประชุมนะครับ เห็นควรจะป่ดอภิปรายหรือยังครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีความเห็น เปึนอย่างอื่น ถือว่าป่ดอภิปรายนะครับ คุณนวัธมีอะไร เชิญครับ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต ๓ พรรคเพื่อไทยครับ ก่อนที่ท่านประธานจะกล่าวป่ดการประชุมนะครับ ผมในฐานะ ส.ส. ใหม่ เปึนน้องใหม่ในสภาแห่งนี้ ผมอยากขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ผมอาจจะพูดหรืออภิปรายพาดพิงหรือล่วงเกินท่านสมาชิก หรือท่านประธานนะครับ ก็ต้องกราบขออภัยด้วยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ถือละครับ ผมไม่ถือ

นายนวัธ เตาะเจริญสุข ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคารพ ท่านประธานจริง ๆ นะครับ ด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ถือว่า ที่ประชุมป่ดการอภิปรายแล้วนะครับ

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมในมาตรา ๑๙ นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ท่านสมาชิกที่นั่งในที่นั่ง ของท่านแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตน เพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุม

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านเข้ามาเรียบร้อย แล้วนะครับ เสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตน มีไหมครับ ไม่มีนะครับ ก็งดการแสดงตนได้นะครับ ส่งผลของผู้อยู่ในห้องประชุมครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุมที่จะใช้สิทธิในการลงคะแนน ๒๕๒ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ในมาตรา ๑๙ รัฐวิสาหกิจ ท่านผู้ใด เห็นตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือร่างเดิมนะครับโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและสมาชิกผู้ขอแปรญัตติโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ถ้าท่านงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่าน ทุกท่านเชิญนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิหมดแล้ว นะครับ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ก็ส่งผลของการลงคะแนน มีผู้เข้า ประชุม ๒๔๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบตามร่างเดิมหรือคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ก็ผ่าน ไปนะมาตรา ๑๙

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปมาตรา ๒๐ ผมขอขอบคุณฝ์ายค้านนะครับ ที่ได้กรุณาไม่ติดใจนะครับ ทางฝ์ายรัฐบาลติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจทุกท่านถอนนะครับ เหมือนกับฝ์ายค้าน เขาอนุเคราะห์เรานะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ ถอนญัตติที่สงวนทั้งหมด ถอนหมดนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบในมาตรา ๒๐ กองทุนและเงินทุนหมุนเวียนนะครับ ก็ผ่าน มาตรา ๒๐ ด้วยความสมานฉันท์นะครับ

ต่อไปนะครับ มาตรา ๒๑ เชิญเลขาธิการครับ

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๑ รายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลัง ไม่มี การแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มี ๒ ท่านครับ ท่านละ ๑๐ นาที คือท่านชลน่าน ศรีแก้ว และท่านวิทยา บุรณศิริ เชิญท่านชลน่าน ศรีแก้ว ๑๐ นาทีครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๒๑ ผมในฐานะ เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอสงวนความเห็นแก้ไขถ้อยคําใน (๑) ที่ว่าด้วยภาษีและ รายได้อื่น แก้ไขเปึน ภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมเอง แล้วก็เพื่อนกรรมาธิการหลายท่านได้เสนอความเห็นแก้ไขในมาตรานี้ ผมมีเหตุผลที่จะ กราบเรียนท่านประธานดังต่อไปนี้ครับ

ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๑ เปึนมาตราที่ว่าด้วยรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง เพราะว่าในการจัดสรรงบประมาณ ครั้งนี้เปึนรายจ่ายเพิ่มเติมกลางป้จะต้องจัดสรรงบประมาณเปึนรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ที่ได้มีการจ่ายไปล่วงหน้า นั่นคือ เปึนค่าใช้จ่ายในเบี้ยหวัดเงินเดือนแล้วก็ ค่ารักษาพยาบาล จํานวน ๑๙,๑๓๙ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ในรายจ่ายนี้เปึน รายจ่ายที่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แล้วก็พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พุทธศักราช ๒๔๙๑ มาตรา ๗ ท่านประธานครับ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญรายจ่าย มาตรานี้รัฐธรรมนูญได้บัญญัติเอาไว้ว่าจะต้องเปึนรายได้ และแจงที่มาของรายได้ ทางคณะรัฐมนตรีผู้ได้ตั้งงบประมาณก็ได้แจงที่มาของรายได้ โดยเขียนไว้อย่างนี้ ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายตามวรรคหนึ่งให้ใช้จากแหล่งรายได้ดังต่อไปนี้ ข้อความเดิมครับ ภาษีและรายได้อื่น จํานวน ๑๙,๑๓๙,๔๗๖,๓๐๐ บาท ท่านประธานครับ ผมมาดูในเอกสารประกอบงบประมาณ ฉบับที่ ๑ ซึ่งเปึนเอกสารประกอบที่ต้องนําเสนอ ให้เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ วรรคหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมดู ในรายละเอียดแล้ว ภาษีและรายได้อื่นที่ได้แจ้งแสดงเหตุที่มาของรายได้นั้น ได้แสดง ในเอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฉบับนี้ ผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธาน ในเอกสารงบประมาณฉบับนี้บอกว่า เงินที่จะใช้เปึนรายจ่ายชดใช้เงินคงคลังรัฐบาลจะ จัดเก็บรายได้จากภาษีและรายได้อื่นเพิ่มขึ้นนะครับ ๑๙,๑๓๙ ล้านบาทเศษ ดังนี้

(๑) รายได้จากการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ จํานวน ๑๒,๙๐๐ ล้านบาท

(๒) เปึนรายได้และภาษีรายได้อื่น จํานวน ๖,๒๓๙ ล้านบาทเศษ

ท่านประธานครับ สิ่งที่คณะรัฐมนตรีพยายามแสดงที่มาของรายได้ โดยเปึนการ คาดการณ์จากสมมุติฐานที่บอกว่าเมื่อกู้เงินมา ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วใส่เข้าไปในระบบ ตามมาตรการทั้งหมดทั้ง ๑๗ มาตรการจะทําให้เกิดมีการหมุนเวียน แล้วก่อให้เกิดรายได้ คิดเปึนอัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจคือ จีดีพี ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ ๐.๙ คือ มีเงิน ๑๐๐ บาท จะมีการใช้จ่าย ๙๐ บาท ทําให้มีการเก็บภาษีให้ก่อรายได้ตามที่ผม ได้นําเรียนไปคือ ๑๒,๙๐๐ ล้านบาทถ้วน และนําเอารายได้ที่มาจากภาษีรายได้อื่น ซึ่งผม ก็สอบถามว่า ภาษีและรายได้อื่นตรงนี้หมายถึงอะไร ได้รับการชี้แจงในชั้นของ กรรมาธิการว่า เปึนรายได้จากภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ท่านประธานครับ ตรงนี้เองผมเอง ไม่ได้ติดใจครับ เมื่อแสดงเหตุอย่างนี้ แจงที่มารายได้อย่างนี้ก็ถือเปึนการปฎิบัติตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ แต่สิ่งที่พวกกระผมเองโดยเฉพาะตัวกระผมเองได้ ขอแก้ไขใน (๑) ว่าให้งบประมาณรายจ่ายตามวรรคหนึ่งให้ใช้จากแหล่งรายได้ดังต่อไปนี้ แก้ไขเปึนภาษีสรรพสามิตน้ํามันจํานวน ๑๙,๑๓๙,๔๗๖,๓๐๐ บาทถ้วน ให้งบประมาณรายจ่ายตามวรรคหนึ่งให้ใช้จากแหล่งรายได้ ดังต่อไปนี้ แก้ไขเปึน ภาษี สรรพสามิตน้ํามัน จํานวน ๑๙,๑๓๙,๔๗๖,๓๐๐ บาทถ้วน ท่านประธานครับ ที่ขอแก้ไข อย่างนี้หวังว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากน่าจะเห็น ตามผมและกรรมาธิการอื่นเพราะอะไรครับ เพราะว่าเปึนการปัองกันไม่ให้ท่านมีโอกาสทําผิด หรือทําขัดบทบัญญัติรัฐมนตรี ๒ มาตรา คือมาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๖๗ วรรคหนึ่ง ท่านประธานครับ มาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง ถ้าแสดงเหตุอย่างนี้ก็อาจจะถูกต้อง ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๖๙ แต่ถ้าไปดูในมาตรา ๑๖๗ ท่านประธานครับ ในวรรคหนึ่ง ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานนะครับ

มาตรา ๑๖๗ ในการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ ต้องมีเอกสารประกอบ ซึ่งท่านเองก็แสดงมาให้เห็นเปึนที่ถูกต้อง เอกสารประกอบ ซึ่งรวมถึงประมาณการรายรับและวัตถุประสงค์กิจกรรมแผนงาน โครงการในแต่ละรายการของการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน ผมขีดเส้นใต้นะครับ ท่านประธานครับ กิจกรรมแผนงานโครงการในแต่ละรายการของการใช้จ่ายงบประมาณ ให้ชัดเจน ถามว่า ในเอกสารประกอบตรงนี้ท่านแสดงชัดเจนหรือไม่ ชัดเจนครับ ท่านประธาน บอกว่า จะจัดเก็บจากรายได้ที่เกิดจากการใส่เงินเข้าไปจากงบประมาณ กลางป้ ภาพรวมทั้งหมดคือ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท แต่จริง ๆ ใส่ไปแค่ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง จะกักจะเก็บจากตัวนี้ ท่านประธานครับ ความชัดเจนตรงนี้แหละครับ ถ้าผมเอง ไม่ไปเปลี่ยนแปลงในมาตรา ๒๑ เปึนภาษีสรรพสามิตน้ํามัน เพื่อช่วยเหลือท่านประธาน และท่านกรรมาธิการและทางรัฐบาล ผมเกรงว่าถ้าท่านเขียนชัดเจนอย่างนี้แต่ปฏิบัติ ได้ไม่ชัดเจน สิ่งที่เกิดขึ้นถ้ามีคนตั้งข้อสังเกตหรือพวกผมตั้งข้อสังเกตว่า ท่านแจงแสดง เหตุเปึนเท็จ ไม่เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แผนงานโครงการท่านเขียนเพื่อหลอก พวกเราให้ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่ ความไม่ใช่ทั้งหลายทั้งปวงผมจะไม่ย้อน เพราะมีสมาชิกอภิปรายไปเยอะ เรื่องการจัดเก็บ รายได้จากงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่ไม่เข้าเปัา คาดการณ์มาทั้งป้ ๑๓๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านตั้งไว้อยู่ที่ ๑,๕๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นั่นหมายความว่าท่านจะ จัดเก็บได้จริง ๆ ที่ ๑.๔ ล้านล้านบาทเท่านั้นเอง และมีการใส่งบประมาณเข้าไป ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท หรือแค่ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อใส่ลงไปแล้วสิ่งที่จะเปึนการ คาดการณ์จะทําให้จีดีพีของท่านได้ ๐.๙ ไม่มีข้อยืนยันว่าจะเปึนจริงตามนั้น โดยเฉพาะ ถ้าสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมตกต่ํา อัตราการเจริญเติบโตติดลบหรือเปึน ๐ เอาว่าเปึน ๐ แล้วกันท่านประธานครับ อยู่ที่ร้อยละ ๒ ถือว่าดีที่สุด ถ้าติดลบหรือเปึน ๐ สิ่งเหล่านี้มันก็จะเปึนพลวัตของมันทางด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ เงินที่ใส่เข้าไป แทนที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการขยายตัวตามที่ท่านคาดหวังก็อาจจะคาดไม่ได้ ก็ไม่เปึนไปตามที่ท่านคิด โดยเฉพาะขณะนี้ท่านใส่เข้าไป ท่านใส่เงินเข้าไปสู่ระบบ แต่ท่านพร้อมที่จะดูดเงินออกจากระบบทันที ถ้าใส่เงิน ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทลงไปในระบบ ท่านก็ตั้งเครื่องสูบไว้อีกตัวหรือ ๒-๓ ตัว ตัวที่ชัด ๆ คือ ภาษีสรรพสามิตน้ํามันครับ ดูดออกจากระบบทันทีบุคลากรภาครัฐ ผู้ประกันสังคมที่ได้ ๒,๐๐๐ บาท ผมอภิปราย เมื่อตอนกลางวัน ๒,๐๐๐ บาทใส่กระเปิาครับ พรุ่งนี้จ่ายน้ํามัน มะรืนจ่ายน้ํามัน ๖ เดือนค่าน้ํามันเขาเฉลี่ยเดือนละ ๑,๐๐๐ บาทครับ ๖,๐๐๐ บาทแต่ได้มา ๒,๐๐๐ บาท มันเหมือนเครื่องสูบใหญ่ท่านประธานครับ แล้วผมดูการประมาณการจากการจัดเก็บภาษี ที่ท่านคาดว่าจะได้รับจากภาษีน้ํามันนะครับ ในเอกสารฉบับนี้ที่ท่านแสดงต่อกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านคาดว่าจะได้เงินจากภาษีน้ํามันในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ทั้งหมด ๑๕,๓๓๖ ล้านบาท เดือนละประมาณ ๑,๙๑๗ ล้านบาท ๘ เดือนนะครับ นี่ท่านคิด ๘ เดือน เมื่อตอนเช้าผมฟังข่าวว่าท่านจะได้มากกว่านี้ ผมตีให้เลยครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มีที่มาที่ไปชัดเจนครับ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ขัดผลประโยชน์ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ วรรคหนึ่ง ผมเลยแปรญัตติให้ท่านครับ แก้ไขตามผมครับ ท่านไม่พลาดครับ อย่างไรท่านมีรายได้ชัดเจนนะครับชี้แจงได้ อายอะไรล่ะครับ ไม่เห็นต้อง อายครับ เพราะมันเปึนรายได้จริง ๆ ท่านก็พร้อมที่จะทําเพื่อนําเข้าสู่เปึนรายได้รัฐ ก็เอา ตรงนี้ไปใส่ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เห็นจะเสียหายครับ แต่ขณะที่ท่านยังยืนยันจะเขียน อย่างนี้ เขียนกวม ๆ รวม ๆ อย่างนี้นะครับ และอ้างว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ อันนั้นผมไม่เถียงจริง ๆ เพราะเขาบอกแจงที่มารายได้ แต่เวลาแจงในรายละเอียดของ เอกสารประกอบแล้ว ตรงนี้เปึนเอกสารประกอบซึ่งถือเปึนหลักฐานได้ท่านประธานครับ ฉบับที่ ๑ ท่านเขียนหลอกพวกเราครับ บอกว่า มันจะเปึนรายได้จากเงินกลางป้งบประมาณ ที่ใส่เข้าไปแล้วได้เงินคืนมา แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ท่านเอามาจากภาษีน้ํามัน ๖,๐๐๐ ล้านบาท นั่นตรงอยู่ครับ ชัดเจน ผมว่าสิ่งที่ดีที่สุดครับ ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความหวังดีต่อท่านนายกรัฐมนตรี หวังดีต่อคณะรัฐมนตรี หวังดีต่องบประมาณ ฉบับนี้นะครับ เพื่อให้เปึนประโยชน์อย่างแท้จริงในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเวลาที่สั้น ที่สุดคือ ๖ เดือน เปลี่ยนเถอะครับ ง่ายนิดเดียวครับ เปึนภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ถูกต้อง ตามมาตรา ๑๖๙ ถูกต้องตามมาตรา ๑๖๗ และถูกต้องตามข้อเท็จจริงด้วย ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ฝากท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการที่เคารพทุกท่าน ผมแสดงเหตุแสดงผล ผมไม่มีอคติใด ๆ ครับ เราร่วมกัน ทํางานในคณะกรรมาธิการ ผมปรารถนาอย่างยิ่งว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราใช้ใน งบประมาณกลางป้จะเปึนเครื่องมือที่สําคัญให้รัฐบาลชุดนี้ทํางาน เปึนที่ชื่นชอบของ พี่น้องประชาชน และผมเองก็จะภูมิใจด้วย ท่านอยู่นานผมก็อยู่นาน กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับขอบคุณ เชิญ ท่านวิทยา บุรณศิริ

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ต่อความห่วงใยนะครับในมาตรา ๒๑ เฉกเช่นเดียวกับ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ คุณหมอชลน่าน เรียนตามตรงนะครับว่า ผมก็คิดว่าท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้มีความห่วงใยต่อมาตรา ๒๑ เหมือน ๆ กัน แต่ท่านไม่กล้าแสดงออก สิ่งสําคัญนะครับ ก็ต้องบอกท่านกรรมาธิการด้วยนะครับว่า ในฐานะท่านประธานคณะกรรมาธิการ หมวกอีกใบหนึ่งคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้วยความเคารพครับ ความห่วงใยของตัวกระผมนั้นเรียนตามตรงนะครับว่า มันสอดคล้อง กับพี่น้องทั่วประเทศ ผมคงไม่ต้องเอ่ยนะครับ เพราะผมเปึนผู้หนึ่งที่พิจารณางบประมาณ รายจ่ายป้ ๒๕๕๒ ที่ตั้งไว้ และสภาแห่งนี้ได้ร่วมกันพิจารณา เปึนงบประมาณที่ขาดดุล ๑,๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านล้านบาท สิ่งนั้นยังเปึนสิ่งที่พวกผมในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง ปัจจุบันสังกัดพรรคเพื่อไทยคิดเหมือนกัน มีความเปึนห่วงท่านประธานคณะกรรมาธิการ ในฐานะท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการ และมีความเปึนห่วงท่านนายกรัฐมนตรีเช่นกัน เราต้องยอมรับนะครับว่าปัจจุบันเกิดอะไรขึ้น ตั้งงบประมาณประจําป้ขาดดุลยังไม่พอ รายงานจากกระทรวงการคลัง ส่วนงานหนึ่งของกระทรวงการคลัง สํานักงานเศรษฐกิจ การคลัง ได้รายงานกับท่านแล้วก็รายงานให้ผม มันทําให้ผมได้ทราบและมีความวิตก กังวลแบบต่อเนื่องว่าการตั้งเงินนะครับ ชดใช้เงินคงคลัง ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ เปึนประเด็นเดียวก็คือต้องมาจากรายได้ สิ่งสําคัญซึ่งนายแพทย์ชลน่านนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามได้กล่าวนั้น รายได้มันก็คือภาษี ภาษีก็คือสรรพากรกับสรรพสามิต รายได้ในงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมนั้นครั้งนี้เปึนการกู้ครับ เพราะฉะนั้นเอามาใช้ ในมาตรานี้ไม่ได้ สิ่งที่จะต้องเรียนต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ผมได้แสดงความห่วงใย และท่านสมาชิกได้แสดงความห่วงใยต่อมาตรานี้ไว้อย่างมาก จนท่านกรรมาธิการ เสียงข้างมากนั้นนั่งเงียบ เพราะพิสูจน์ให้เห็นว่าปัจจุบันนั้นขาดดุลเท่าไรครับ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รายได้จากการจัดเก็บต่ํากว่าเปัา ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลืออีก ๘ เดือนครับท่านกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เหลือจากนี่ไปอีก ๘ เดือน ต่ํากว่าหรือไม่ครับท่านประธานก็คงคิดออกนะครับว่าสถานการณ์บ้านเราเปึนอย่างไร จากคําแถลงขอรับการสนับสนุน ขอรับความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้เรื่องงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติม ทําให้เราทราบนะครับว่ารัฐบาลต้องการอะไร ต้องการเพียงจะได้ สภาแห่งนี้ได้ผ่าน ซึ่งเรากําลังจะต้องผ่าน เพราะว่าผมไม่รู้จะทําอย่างไร เพราะผมเปึน กรรมาธิการเสียงข้างน้อยและเปึน ส.ส. ในซีกฝ์ายค้าน มีสิ่งเดียวที่ผมสะท้อน ออกแห่งนี้ก็คือ การได้อภิปรายและได้บันทึกไว้ต่อสภาแห่งนี้ เพื่อให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายท่านได้รับทราบ แม้นท่านจะต้องโหวตสนับสนุนให้รัฐบาล

ประเด็นในการท้วงติงมันมีอยู่ว่า หากเราจัดเก็บไม่ได้ละครับท่านประธาน จัดเก็บและต่ํากว่า ต่ํากว่า ต่ํากว่า จะเอาอะไรมาประกอบว่าสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องจัดเก็บ ให้ได้ตามที่เรามีประมาณการรายรับไว้ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือประมาณการ รายรับของป้งบประมาณที่เราผ่านสภาแห่งนี้ไป คืองบประจําป้ ๒๕๕๒ นะครับ ที่ตั้งไว้ ขาดดุล ๒๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท บัดนี้นะครับการจัดเก็บนั้นต่ํากว่าเปัาครับ ต่ํากว่า ในฐานะที่ยังไม่ถึงเลยครับ สิ้นป้งบประมาณ เดือนกันยายน ป้ ๒๕๕๒ เหลืออีก ๘ เดือน มันทําให้เราขาดความเชื่อมั่นว่ามาตรงนี้ในฐานะที่ตั้งเอาไว้ชดใช้หรือชดเชยเงินคงคลัง ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทจะทําได้อย่างไร อันนี้เปึนประเด็นที่เรามีความเปึนห่วงครับ แต่ก็ ได้รับคําชี้แจงว่า การกระทําแบบนี้เพื่อเปึนการสอดรับกับรัฐธรรมนูญ เนื่องจากว่า ในมาตรานี้ถ้าจะตั้งไว้ก็คือ ต้องเปึนที่มาของรายรับ อันนั้นเปึนคําชี้แจง แต่อย่างไร ก็แล้วแต่นะครับ ผมอภิปรายไปก็จะกินเวลากับสภาแห่งนี้ แต่ผมจําเปึนต้องบอกนะครับว่า เราไม่เห็นด้วยในมาตรานี้นะครับ แล้วเราก็บอกว่า มันเสี่ยงมาก ถ้าหากการจัดเก็บจากนี้ ไปในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่มันไปอีก ๘ เดือนข้างหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีที่เคารพครับ ขออนุญาตนะครับ ต้องทําความเชื่อมั่นมากกว่านี้ เดินไม่ได้นะครับ ต้องวิ่งครับ วิ่งยังไม่รู้ จะได้หรือเปล่านะครับ ต้องช่วยกันนะครับ ผมไม่อยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ํารอยนะครับ ของท่านรัฐบุรุษในสมัยท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ผมขออนุญาตนําเรียนนะครับว่า ในสมัยนั้น เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกัน สุดท้ายนะครับว่ายอดเงินคงคลังเลยกลายเปึนตัวแดง คือติดลบ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทในอดีตนะครับ และ ไอเอ็มเอฟ ก็เรียกว่า แบค ดรอ ไฟแนนซิ่ง (Back draw financing) ผมภาวนาไม่ให้เกิดนะครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่าน ประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ เราไม่อยากนะครับว่าจะต้องผจญกับปัญหาแบบ ในอดีตสมัยท่านรัฐบุรุษท่านเปึนนายกรัฐมนตรี เกิดวิกฤติอย่างมาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ วันนี้กรรมาธิการเสียงข้างน้อยแล้วก็สมาชิกในซีกของฝ์ายค้านต้องขอบอกต่อที่ประชุม แห่งนี้ว่าที่จริงแล้วเอาใจช่วยนะครับ แต่เสียใจว่าบางประเด็นนั้นได้สะท้อนออก แต่ไม่สามารถจะเปลี่ยนประเด็นของการพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ ก็ขออนุญาตได้อภิปรายไว้เพื่อบันทึกว่าครั้งหนึ่ง การผ่านงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ นั้นมีผู้ตั้งข้อสังเกตไว้ตามที่ผม ได้อภิปราย ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเปึนข้อสังเกตที่ดี มากครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขอขอบคุณข้อสังเกตของ เพื่อนกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่านนะครับ ก็ได้มีโอกาสได้ฟังข้อสังเกตของท่านในประเด็นเรื่องนี้ ทั้งในการพิจารณาในระดับคณะกรรมาธิการ และอีกครั้งหนึ่งในวันนี้ผมขออนุญาตเรียน ตอบสั้น ๆ นะครับเพราะว่าในประเด็นนี้ก็ได้มีโอกาสชี้แจงไปแล้วในเช้าเมื่อวานนี้ ๑ ครั้ง

ผมขออนุญาตเรียนก่อนว่ารัฐบาลตระหนักนะครับว่า ถ้าไม่มีความจําเปึน เราก็มิได้คิดว่าเราควรที่จะต้องกู้ยืมเพื่อที่จะมาขับเคลื่อนในการใช้งบประมาณนะครับ แต่ด้วยสาเหตุทางเศรษฐกิจที่ทําให้ทางรัฐบาลต้องมีบทบาทมากกว่าปกติ ก็ไม่มี ความจําเปึนที่เราต้องกําหนดเปึนงบประมาณขาดดุล สอดคล้องกับงบประมาณขาดดุล ประจําป้ ๒๕๕๒ และสอดคล้องต่อแนวความคิดในการเสนองบประมาณกลางป้ ซึ่งก็ แน่นอนที่สุดเปึนงบขาดดุลเพิ่มเติม คราวนี้เมื่อมีการเสนองบประมาณกลางป้ มันก็เลย เปึนที่มาของมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๑ เปึนข้อกําหนดที่บังคับให้เราต้องจัดตั้งงบชดใช้ เงินคงคลังโดยรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ และเมื่อตั้งงบชดใช้แล้วนี่ก็มีบทบัญญัติว่าเรา ต้องชี้ถึงที่มาของเงิน ที่มาของรายได้ที่ได้นํามาชดใช้เงินคงคลัง การกําหนดที่มาของ รายได้นั้นก็มีการตีความชัดเจนโดยกฤษฎีกาว่าไม่สามารถจะอ้างถึงแหล่งเงินกู้ได้ ดังนั้น งบกลางป้มีมูลค่าโดยรวม ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้นจึงประกอบด้วย ๒ ส่วนด้วยกัน ก็คือ ส่วน ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ซึ่งที่มาของเงินส่วนนั้นก็คือการกู้ยืม และอีกส่วนหนึ่ง คือประมาณ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบชดใช้เงินคงคลังที่ต้องระบุที่มาของรายได้ส่วนนั้น ที่เปึนแหล่งที่มาของรายได้ส่วนอื่นนอกจากเงินกู้ ดังนั้นนี่ก็คือสาเหตุและที่มาตาม ความเข้าใจที่ถูกต้องของท่านกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่าน ที่รัฐบาลต้องกําหนดที่มาว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ที่เปึนงบชดใช้เงินคงคลังนั้นมีที่มาของแหล่งรายได้คือภาษี ภาษีจริง ๆ แล้วมันก็มีการจัดเก็บอยู่ตลอดเวลา เราจะอ้างถึงภาษีส่วนใดก็อ้างได้ แต่ด้วย ความต้องการที่จะแสดงความชัดเจนให้กับทางรัฐสภา เราก็ได้กําหนดที่มาของภาษีที่มี ความชัดเจนเพิ่มเติม

ส่วนแรก ก็คือเงินภาษีที่จะได้จากธุรกรรมทางเศรษฐกิจสืบเนื่องโดยตรง จากการใช้งบประมาณ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็ได้มีการคํานวณตามสูตร ตามที่ท่าน ได้นําเสนอว่าจะมีผลต่อการขยายเศรษฐกิจประมาณ ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ เทียบเท่าต่อมูลค่า เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศหรือ จีดีพี เมื่อมีการขยายมูลค่าของ จีดีพี แล้วแน่นอนที่สุด สิ่งที่ตามมาก็คือการจัดเก็บภาษีต่อส่วนเพิ่มของ จีดีพี ส่วนนั้นก็ได้มีการคํานวณออกมา โดยประมาณนะครับว่าจะส่งผลถึงการเก็บเงินภาษีเพิ่มเติม สืบเนื่องมาจากการเบิกจ่าย งบประมาณส่วนนี้ในวงเงินประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท นอกเหนือจากนั้นในช่วง ระยะเวลาเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีการปรับภาษีสรรพสามิตในส่วนของการใช้น้ํามัน ซึ่งตัวนี้ คํานวณไม่ยากนะครับ ก็คือปริมาณน้ํามันที่มีการใช้โดยปกติ คูณกับอัตราภาษีส่วนใหม่ นะครับ ซึ่งก็จะทําให้สามารถที่จะประมาณการได้ว่าจะมีรายได้ทางภาษีสรรพสามิต ส่วนนี้เพิ่มเข้ามาในจํานวนประมาณ ๑๕,๓๐๐ ล้านบาท ในช่วงป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ที่ยังเหลืออยู่ ๒ ตัวนี้บวกกันก็เปึนวงเงินภาษีที่คาดว่าจะเก็บได้เพิ่มเติม ที่เหนือกว่ามูลค่า ของงบชดใช้เงินคงคลังที่กําหนดไว้ที่ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นผมคิดว่ามีความชัดเจน และความถูกต้องตามกฎหมายทุกประการนะครับ ดังนั้นผมก็ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ให้เพื่อนสมาชิกได้มีความสบายใจ ในส่วนของความถูกต้องทางกฎหมายและความชัดเจนในแง่ของการกําหนดที่มาของ รายได้ในส่วนของงบชดใช้เงินคงคลังตามเอกสารที่ประกอบต่อการพิจารณาในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านคุณหมอ

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในข้อชี้แจงของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ผมเองเข้าใจครับท่านประธาน ผมก็เห็นคล้อยกับท่านครับ ไม่ได้เถียงเลยครับ เพราะว่า ท่านชี้แจงตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ให้แจงที่มารายได้ ท่านก็แจงตามนี้ แต่สิ่งที่ผมท้วงท่านต่อ ถ้าท่านไม่เขียน ไม่แก้ไขในตัวร่างพระราชบัญญัติมีวิธีการ อีกวิธีการหนึ่ง ที่ผมมีความปรารถนาดีกับท่านครับ มาตรา ๑๖๗ เขียนไว้ท่านต้องแจง แสดงรายละเอียดอย่างชัดเจน ท่านก็มาเขียนอยู่ในเอกสารประกอบฉบับนี้ครับว่า จะต้องมาจากเม็ดเงิน ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทที่ใส่ไปในระบบ คือเขียนลักษณะอย่างนี้ ผมคิดว่าท่านผูกมัดตัวเองตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ซึ่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ครับมันไปเกี่ยวขาท่านไว้ เหมือนสมาชิกหลายท่าน โดยเฉพาะท่านสงวน พงษ์มณี ต้องเอ่ยนามท่าน ท่านพูดไว้เปึนข้อสังเกตที่ดีท่านประธานครับ มันจะเปึนกับดัก ถ้าเกิดมี คนแปลความหรือตีความไป เมื่อท่านจัดเก็บไปท่านเอามาส่งคืนคลังจริงครับ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ส่งจริงครับ แต่ จีดีพี ติดลบครับ จีดีพี ติดลบเลย เก็บเงินไม่ได้ ท่านก็ ไปเอาเงินเดิมที่เก็บได้พอสมควรที่มีอยู่ขณะนี้ใส่เข้าไป นั่นหมายความว่าท่านเองแจงเรา อีกอย่างหนึ่ง แต่ไปเก็บอีกอย่างหนึ่งมาใส่ ก็คือเก็บจากกลุ่มใหญ่แทนที่จะเปึนกลุ่มเล็ก ที่ท่านใส่ลงไป กลุ่มใหญ่ที่เกิดจาก ๑,๘๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนกลุ่มใหญ่ ตรงนั้น คาดการณ์ว่าได้ครับ ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดีที่สุดนะครับ ๑,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้แน่ ท่านก็เอาตรงนั้นมาใส่ คืออย่างนี้ครับผมเลยเปึนห่วง ถ้าท่านไม่แก้ตรงนี้ ก็แก้ตรงนี้ ท่านอย่าเขียนครับ ท่านอย่าเขียนตรงนี้สิครับ นี่เอกสารตรงนี้มัดท่านครับ ประมาณการ ที่ได้รัฐบาลจัดเก็บ ขออนุญาตท่านประธานครับ รัฐบาลจัดเก็บรายได้จากภาษีรายได้อื่น ๑. รายได้จากการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม นี่ครับรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ งบประมาณ ๒๕๕๒ จํานวน ๑๒,๙๐๐ ล้านบาท ท่านตัดคําว่า เพิ่มเติม ออกไปสิครับ ท่านบอกไปสิครับ จัดเก็บจากภาษีไปเลยไม่เห็นจะแปลกครับ เพราะรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ ระบุว่าท่านจะต้องเอามาจากรายจ่ายเพิ่มเติมตรงนี้ ไม่ระบุเลยครับ เพียงแต่ให้แจง ที่มาของรายได้เท่านั้นเองว่าเอามาจากไหน รายได้ก็คือ ภาษีและรายได้อื่น ผมก็เลย หาทางออกให้ท่าน ถ้าท่านไม่แก้ตรงนี้ ท่านก็ใส่ตรงนี้ครับ เปึนภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ไปง่ายครับ เพราะว่ามันชัดเจน เพราะท่านจัดเก็บจากภาษีสรรพสามิตน้ํามันอยู่แล้ว มันชัดเจนครับ อันนี้ที่มาที่ไปตรงเลย ผมเสนอแนะท่าน ถ้าท่านไม่แก้ตามที่ผมแปรญัตติ สงวนความเห็นไว้ ท่านก็มาแก้ตรงนี้ ขอเปลี่ยนแปลงเอกสารงบประมาณเพิ่มเติมฉบับนี้ ก็จะเปึนสิ่งที่น่าจะทําให้ท่านปลอดภัยจากกับดักรัฐธรรมนูญ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ใช้มตินะครับว่าจะแก้ หรือไม่แก้ เพราะว่าผู้สงวนคําแปรญัตติต้องการให้แก้คําว่า และรายได้อื่น เปึน สรรพสามิตน้ํามัน ใน (๑) เพราะฉะนั้นผมขอมติที่ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

เชิญท่านสมาชิกเข้าห้อง ประชุมครับ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนเพื่อนับองค์ประชุม นะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

เมื่อท่านเสียบบัตรแสดงตน แล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้ เชิญเร็วหน่อยครับ กําลังจะจบแล้วนะครับ ต่อไปอย่าเพิ่งลุกออกจากที่นั่งก็แล้วกันครับ ส่งผล จํานวนผู้เข้าประชุมอยู่ในห้องประชุม ๒๕๐ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมจะขอมติในมาตรา ๒๑ ซึ่งมีท่านกรรมาธิการและสมาชิก ได้ขอสงวนไว้ให้แก้ถ้อยคําใน (๑) ภาษีและรายได้อื่น ตัดคําว่า และรายได้อื่น ออก เพิ่ม คําว่า สรรพสามิตน้ํามัน นะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ใครเห็นตามคณะกรรมาธิการและสมาชิกผู้สงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ โปรดใช้ สิทธิของท่านนะครับ เชิญใช้สิทธิได้ครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิทุกท่านแล้วนะครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ ถือว่าได้ใช้สิทธิกันทุกคนแล้ว เชิญส่งผล คะแนนมา ก็ปรากฏว่าผู้เข้าประชุม ๒๕๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ก็ถือตามคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และร่างเดิมนะครับ ก็ผ่านมาตรา ๒๑

เชิญเลขาธิการอ่านมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ ต่อไป

นายวิจักขณ์ นาควัชระ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ ไม่มีการแก้ไข

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีผู้สงวนนะครับ ผ่าน มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ นะครับ บัดนี้ได้ดําเนินการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ได้เสร็จ กระบวนการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ แล้วนะครับ ก็ถือว่าร่างสมบูรณ์นะครับ แล้วก็สภา ไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่นก็จะดําเนินการให้สภาพิจารณาในวาระสามต่อไป เพราะ วาระสองถือว่าผ่านแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอนับองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ เพื่อสมบูรณ์แบบในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฉบับนี้ นะครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการลงมติ)

ต่อไปเปึนการพิจารณา รับหลักการร่างพระราชบัญญัติ เห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นะครับ ท่านผู้ใดเห็นชอบ โปรดกดปุ์ม เห็นชอบนะครับ ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นชอบ ใครงดออกเสียงก็โปรดกดปุ์ม งดออกเสียงนะครับ โปรดใช้สิทธิทุกท่าน นะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

เสร็จแล้วนะครับ ท่านผู้ใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ไม่มีนะครับ งดใช้สิทธินะครับ โปรดส่งคะแนนมา จํานวน ผู้เข้าประชุม ๒๘๒ ท่านนะครับ เห็นด้วย เห็นชอบนะครับ คือเห็นด้วย ๒๓๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๗ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๘ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้อนุมัติ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ

ต่อไปนะครับ ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของ คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วย กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถือว่าเห็นด้วย ผมจะได้ แจ้งไปยังคณะรัฐมนตรีต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ วรรคสอง และข้อ ๙๗ วรรคสอง คือไม่มีการอภิปรายนะครับ ในข้อสังเกตท่านจะเห็นอยู่ในสมุดเล่มนี้จากข้อ ๑ ถึงข้อ ๑๖ ถ้าท่านผู้ใดเห็นชอบก็โปรดใช้สิทธิของท่านลงคะแนนกดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าใครไม่เห็นด้วย ก็โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย นะครับ โปรดใช้สิทธิของท่านในข้อสังเกตนะครับ เชิญครับ ใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ใช้สิทธิแล้วนะครับ ถ้าใช้สิทธิ แล้วผมจะงดการใช้สิทธินะครับ โปรดส่งคะแนนมา ผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ๒๖๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน นะครับ ก็ถือว่าได้ผ่านข้อสังเกตเปึนการเรียบร้อยในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. ....

นายกรัฐมนตรีมีอะไรไหมครับ เชิญจะขอบคุณอย่างไรก็เต็มที่เลยครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในนามของรัฐบาลขอขอบคุณท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณาพิจารณาและสภาแห่งนี้ได้ให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... รวมทั้งคณะกรรมาธิการที่ได้กรุณาทํางานในกรอบเวลาที่ทันต่อสถานการณ์ ที่จะช่วยให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปประกาศใช้ ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกสั้น ๆ ครับว่า พวกเราทุกคนตระหนักดีในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ที่คนทั้งประเทศกําลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และก็มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะใช้เงิน ก้อนนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประคับประคองสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจ ให้ผ่านพ้นช่วงที่ยากลําบากที่สุดให้เปึนไปได้ด้วยดีตามสมควร ด้วยการเพิ่มกําลังซื้อ ให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความเดือดร้อน สร้างงาน สร้างโอกาส สร้างรายได้ กระผมกราบเรียนว่า ด้วยความตระหนักถึงภาวะวิกฤติและด้วย ความตระหนักว่าในภาวะเช่นนี้เงินทุกบาททุกสตางค์มีค่า ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะ ดําเนินการบริหารงบประมาณก้อนนี้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส แล้วก็ขอรับข้อสังเกตข้อคิดของเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายตลอดระยะเวลา ๒ วันที่ผ่านมา เพื่อไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขอกราบเรียนว่าเพื่อความโปร่งใสในการใช้ งบประมาณก้อนนี้พร้อมที่จะรับการตรวจสอบ และพร้อมที่จะรับข้อเสนอในการมีกลไก ของการตรวจสอบให้การใช้งบประมาณนี้เปึนไปอย่างโปร่งใสและถึงพี่น้องประชาชน ทุกบาททุกสตางค์ กราบเรียนท่านประธานครับว่า รัฐบาลทราบดีว่าเราแข่งขันกับเวลา ในการทํางาน แล้วก็ขอยืนยันว่าพวกเราจะเดินหน้าทํางานหนักอย่างเต็มที่ แล้วก็หวังที่จะ ได้รับความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านทั้งในขั้นตอนของการ บริหารและในขั้นตอนของการตรวจสอบงบประมาณ รวมทั้งรวบรวมข้อคิดต่าง ๆ ที่จะเปึนประโยชน์ในการดําเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือมาตรการอื่น ๆ ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ กระผมขอแจ้งให้ท่านสมาชิกได้ทราบว่าในวันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเกี่ยวกับกรอบของอาเซียนที่คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาเสร็จแล้ว เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ณ ที่นี่ และวันพุธ วันพฤหัสบดี เราก็จะประชุมที่ค้างการพิจารณาในวันพุธ วันพฤหัสบดีวันนี้นะครับ เรื่องที่ได้เข้า ระเบียบวาระแล้วนะครับนําไปพิจารณาในวันที่ ๑๘-๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ จึงแจ้ง ให้ที่ประชุมทราบนะครับ ส่วนเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ดูเหมือนทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียม เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะครับ ก็ขอให้รับไปด้วยถ้ารับได้นะครับ ถ้ารับไม่ได้พรุ่งนี้ ก็มาเอาก็แล้วกัน

กระผมขอขอบคุณในความร่วมมือฝ์ายค้านที่ได้อนุเคราะห์ทุกท่านนะครับ ฝ์ายค้านที่มีน้ําใจดีที่ได้อนุเคราะห์ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกับฝ์ายรัฐบาล ถ้าเราได้ ประสานกันอย่างนี้ แล้วประชุมกันอย่างนี้ ด้วยความเรียบร้อยอย่างนี้ กระผมว่าสภาเรา จะยืนยงคงกระพันชาตรีต่อไปนะครับ ผมรับรองว่าพวกเราจะได้อยู่กันยืด หวังว่า นายกรัฐมนตรีคงจะไม่ยุบสภานะครับ เพราะว่างานของเราก็ได้ทําเพื่อช่วยรัฐบาล ทุกวิถีทางนะครับ ทางฝ์ายสภา เราช่วยฝ์ายบริหารเต็มที่อยู่แล้ว ก็ให้ฝ์ายบริหารเห็นใจ สภาบ้างก็แล้วกัน โดยรีบออกพระราชกฤษฎีกาเรื่อง เงินประจําตําแหน่งที่เพิ่ม กับเงินบําเหน็จ บํานาญอะไรนี่นานแล้ว หลายรัฐบาลแล้ว เสนอไปก็ตก เสนอไปก็ตก คราวนี้เสนอใหม่ ให้ท่านช่วยพิจารณาด้วย ผมกราบขอบคุณครับ ทุก ๆ ท่านขอให้ทุกท่านโชคดีครับ ป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๒.๒๘ นาฬิกา