สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

เรวัต สิรินุกุล หารือเรื่องการปรับลดมาตรา 3 โดยอ้างเหตุผลและเสนอแปรญัตติ และเสนอแผนการใช้งบประมาณ 116,700 ล้านบาทให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการเพิ่มโอกาสในการส่งออกและการท่องเที่ยว และการตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม

นายเรวัต สิรินุกุล แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อไทยครับ กระผมได้แปรญัตติปรับลดใน มาตรา ๓ นี้ร้อยละ ๒๐ ซึ่งกระผมมีเหตุผลที่จะกราบเรียนดังต่อไปนี้นะครับ

การตั้งงบประมาณไว้ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐบาลก็อ้างว่าเพื่อใช้จ่าย เร่งด่วนฟุ๋นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งกระผมดูแล้วนะครับ ก็อย่างที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูด ไปว่า ในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นรู้สึกว่ามองแล้วก็ยากว่าใช้เงินนั้นไม่ตรงเปัา ไม่ตรงจุด ท่านสมาชิกหลายท่านได้ฝากความคิดเห็นนะครับ แล้วผมก็ดูแล้วท่านประธาน กรรมาธิการก็ดีตลอดจนคณะกรรมาธิการ ท่านรู้สึกว่าท่านสนใจแล้วก็รับฟังมาก ผมเลย คิดว่าในการตั้งงบประมาณในป้ต่อ ๆ ไปนั้น คงจะได้นําเอาสิ่งที่เราพูดกันทั้งหลายนี้ ไปพิจารณาในด้านต่าง ๆ เมื่อสักครู่คุณหมอสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ท่านได้พูดไว้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีภูมิใจที่กลับมาแล้วบอกว่าประสบผลสําเร็จในการที่กู้เงินจากญี่ปุ์น หรือญี่ปุ์นให้กู้เงิน ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน ผมเองก็ภูมิใจแทนท่านเหมือนกัน แต่ผมไม่ภูมิใจ เท่าว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปคุยกับญี่ปุ์น แล้วเอาสินค้าต่าง ๆ ของประเทศไทยที่มีปัญหาราคาตกต่ําในขณะนี้ ไม่ว่ายางพารา น้ําตาล ข้าว อื่น ๆ ที่กําลังตกต่ํา เอาไปแลกเปลี่ยนครับ เอาไปแลกเปลี่ยนกับเงินกู้ก้อนนี้มา ถ้าอย่างนี้สิครับ คนทั้งประเทศภูมิใจแน่ และนั่นคือหนทางที่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นี่คือ สิ่งที่ผมอยากเห็น ผมอยากเห็นครับ ที่พี่น้องก็อยากเห็นทั่วทั้งประเทศว่า อยากเห็นรัฐบาลนี้ ครับแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ลุล่วงไปได้ เพราะจริง ๆ แล้วที่ผ่านมา บอกท่านตรง ๆ เลยว่า เขาไม่ค่อยมั่นใจ ไม่มั่นใจครับ เพราะว่าท่านนั้นมีความคิดเห็น มีความสามารถ มีความรู้ เก่งครับ แต่ปฏิบัติไม่ค่อยได้ จึงกลัวไปว่านี่บริหารไปแล้วหนี้เยอะแยะ เพิ่มขึ้นมาเยอะแยะ แล้วท่านก็จากไป ปล่อยให้คนหลังเขามาแก้ไข นี่ครับ ตรงนี้เขาเปึนห่วง เขาเปึนห่วงมาก ท่านประธานครับ ในสิ่งที่เขาพูด ๆ กันมานี้ผมก็เห็นด้วย ผมก็เห็นด้วยว่า ไม่ตรงเปัาตรงจุด เงินก้อนนี้ อย่างเปึนต้นว่า นักวิชาการนี่เขาพูดกันทั่วไปบอกว่า ถ้าจะให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้นต้องเร่งการส่งออก เปึนหลักเลยครับ หลักการส่งออกนี่ต้อง พัฒนาให้เต็มที่ การท่องเที่ยวเปึนรายได้นําเข้า แต่มาดู ๆ อย่างที่เขาพูดกันเปึนเรื่องจริง ครับ แต่ผมไม่เชื่อนะ ผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลนี้อย่างหนึ่งแล้วก็คนที่ปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง พรรคร่วม นี่ผมไม่เชื่อนะครับ ผมไม่เชื่อว่าเปึนเช่นนั้น แต่ว่าถ้ามาดูการปฏิบัติที่ได้เงินมานี่มันก็ชัก อย่างไร ๆ ชอบกลอยู่ อย่างกระทรวงพาณิชย์นี่ต้องนําการส่งออกครับ แต่ปรากฏว่า กรมส่งเสริมการส่งออกนี่ไม่ได้เงินครับ เอาไปที่ไหนครับ เอาไปให้กรมการค้าภายใน ท่านประธานครับ ความจริงแล้วกรมการค้าภายในเขามีงบอยู่แล้ว แล้วเขาไปตั้งทําอะไร ครับ เอาไปตั้งทําอะไรครับท่านประธาน เอาไปทําในสิ่งที่ไปแข่งขันกับพี่น้องประชาชน นั่นก็คือว่าไปมีตลาดธงฟัาครับ ความจริงคนยากคนจนเขาค้าขายทุกวัน ๆ นี้อยู่แล้ว หาเช้า กินค่ํา แถวบางลําพู ท่านไปเห็นไหม แม่ค้าเต็มไปหมด แต่ท่านเอาธงฟัาไปตั้งปัูบ ขายไม่ได้เลย แล้วจะไปแข่งกับเขาทําไม ไปทําเพื่ออะไรครับ ทําเพื่ออะไรครับ แล้วคนที่ ไปซื้อนะครับท่านประธานครับขอโทษทีเถอะ คนที่ซื้อส่วนมากเปึนคนมีเงิน มีรายได้ คนจน ๆ ไม่ซื้อ ซื้อก็นิดหน่อย ก็ให้เขาไปซื้อพวกที่แม่ค้าพ่อค้าทั้งหลายทั้งปวงไม่ดีกว่าหรือ อย่างนี้มันถูกไหม แล้วเขาพูดกันนี่เปึนเรื่องจริงครับ เรื่องจริงที่ว่าภาพพจน์ของประเทศ ขณะนี้ดีหรือยัง จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศ ตราบใดที่ท่านยังไม่แก้ไข ปัญหา หรืออธิบายให้ชาวโลกเขารู้ว่าจะทําอย่างไรกับคนที่ป่ดสนามบิน ทําอย่างไร แล้วใครจะมาเที่ยว อย่างนี้เปึนต้น แล้วเอาเงินงบประมาณนี่ก็เรื่องจริงครับ ถ้าท่านรับฟังอยู่ ก็เปึนเรื่องจริง ถ้าท่านนึกเอาความเปึนจริงก็เปึนเรื่องจริง นั่นก็คือว่าเอางบประมาณ ไปให้กับภาพลักษณ์ของคนเปึนรัฐมนตรีที่เกิดความเสียหายขึ้น ให้เขาไปอย่างนี้ แล้วมัน จะไปสร้างความมั่นใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศได้อย่างไรครับท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการครับ นี่เปึนความจริงนะครับ ท่านต้องนึกถึงความจริง อะไรคือความจริง อะไรคือไม่จริง ผมชอบพูดเรื่องจริง ๆ อย่างนี้เปึนต้น แล้วอย่างนี้จะสร้างความเชื่อมั่น ให้คนต่างประเทศเขามาเที่ยวได้อย่างไร งบประมาณก้อนนี้ครับท่านประธานครับ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จริง ๆ แล้วเปึนเรื่องที่ดีนะครับ ถ้าเศรษฐกิจตกต่ํานี่ต้องกู้ครับ ต้องกู้ กู้อย่างเดียว ถ้าไม่มีให้กู้ทั้งในและต่างประเทศต้องกู้ครับ ผมเห็นด้วย ผมเห็นด้วย แต่ต้องเอามาใช้ให้ ถูกทาง ถ้าไม่ใช้ให้ถูกทางก็จะเพิ่มปัญหาเปึนภาระแก่ประเทศ สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น อีกอย่างนี้เปึนต้น อย่างประเทศสหรัฐอเมริกามีปัญหาปุ็บ โอ้โฮ ทุ่มเท่าไรไม่พอ จอร์จ บุช (George Hervert Waler Bush : ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา) ทุ่มไปก้อนหนึ่งแล้ว บารัค โอบามา (Baruk Hussein Obama : ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน) ก็มา ทุ่มอีก ทุ่มเพิ่มเข้าไปอีก อย่างนี้เขาก็ต้องใช้ ผมก็เห็นด้วยแต่ต้องให้ถูกทาง แต่ทําแล้ว ไม่ถูกทางนี่ความเสียหายมันมากกว่าเดิมนะครับท่านประธานครับ ผมเองอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ในการท่องเที่ยวนี้ใช้ทุนน้อย ความจริงก็มีอยู่แล้ว ทั่วทั้งประเทศไทยเรานี่ แต่ว่าภาพลักษณ์ของเรานั้นมันไม่ดีพอ เราก็ต้องแก้ไข แก้ไขให้ ถูกทาง ผมไม่ได้เชียร์พรรคฝ์ายไหนนะครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนด้วยข้อเท็จจริง อย่างเอาเงินมาให้กระทรวงการต่างประเทศนี่ทําไมไม่เอาเงินไปให้กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ภาพลักษณ์เขาดี รัฐมนตรีภาพลักษณ์ดี ใครก็เชื่อถืออย่างนี้เปึนต้น ก็ให้เขาใช้สิ และทําถูกทางด้วย อย่างนี้ไม่ทํา อย่างนี้ครับเขาถึงพูดกันทั่วไปหมดว่าใช้ไม่ตรงจุด ตรงเปัานะครับ แล้วก็งบอันหนึ่งที่สําคัญเยอะด้วย นี่ก็ใช้ไม่ตรงจุดตรงเปัา อย่างขณะนี้ นะครับ ผมคิดว่าท่านคณะกรรมการที่อยู่ทั้ง ๓ ท่านนี่ผมว่าท่านต้องรู้ อย่างคุณครู ทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ทั้งหลายในโรงเรียนเขาเดือดร้อนครับ เขาเดือดร้อนมากครับ เรื่องหนี้สินต่าง ๆ เรื่องรายได้ของเขาต่าง ๆ และทําไมไม่เอาไปตรงจุด เอาไปให้อะไรก็ไม่รู้ เยอะแยะ ซึ่งไม่ตรงจุดเลย เขาเดือดร้อนอย่างนี้ทําไมไม่ช่วย ที่เขาพูดกันว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท เอามาให้แจกโน่นแจกนี่ อย่างนั้นก็ดีครับไม่ว่ากัน ดี แต่ว่ามันไม่ตรงจุดตรงเปัา อย่างครู เขาเดือดร้อนในขณะนี้เอาไปสิครับให้เขาไป แล้วทันทีด้วย อย่างเอาไปใช้จ่ายในโรงเรียน อีกนานอีกกี่เดือนก็ไม่รู้ นี่ครับตรงนี้เปึนเรื่องจริงท่านต้องรับฟัง

ท่านประธานครับ ในเรื่องของการเกษตรก็เหมือนกันที่พูดกันเปึนปัญหา มากมายนี่ครับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี่ครับ ได้เงินน้อย จริง ๆ แล้วเงินน้อยเปึนเรื่องจริง แล้วก็น้อย ๆ อย่างนี้เอาไปทํามันไม่ได้ตามเปัาครับ แล้วไม่ได้อะไรเลย ให้ไปก็เสียเปล่า สู้ไม่ให้ไม่ดีกว่าหรือ นี่ครับมันเปึนอย่างนี้ครับ

ในเรื่องแรงงานก็ตาม ท่านประธานครับ ใส่ไว้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ก็ไม่ได้ บอกชัดเจนว่าจะมาให้ตรงไหน กรมไหน อะไร ตรงไหนอย่างไรเลย ไม่ได้บอกชัดเจนครับ ไม่มีรายละเอียดชัดเจนที่เขาพูดกันนั้นเปึนเรื่องจริงนะครับ ไม่ได้เอาไปเพื่อที่จะแก้ปัญหา การว่างงานด้วย ไม่ได้บอกไว้เลย แล้วถ้าอย่างนี้เกิดการว่างงานมากขึ้นจะทําอย่างไร นี่เปึนสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนครับ แล้วข้อเท็จจริงอีกอันหนึ่งผมก็จําเปึนต้องพูด เพราะผมพูดมาแล้วหลาย ๆ ครั้ง แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับการดูแล ก็ฝากท่านคณะกรรมาธิการไว้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ผมก็คิดว่าพองบประมาณป้ ๒๕๕๓ ท่านก็ได้เปึนอีก เปึนอีกครับ ท่าน ผอ. (ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ) ก็ต้องเปึนอีก ท่านรัฐมนตรีก็เปึนอีก คืออย่างนี้ครับการท่องเที่ยวนี่ ประเทศเรานี่มันมีหลายแห่งที่น่าจะส่งเสริมแล้วเปึนรายได้ ที่เข้าโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวละครับ ต้นทุนก็ต่ําแต่รายได้เยอะ เส้นทางต่าง ๆ พูดถึงเส้นทาง ที่เขาพูดกันก็เปึนเรื่องจริง แต่ว่าผมก็ไม่มองนะครับ ผมไม่มองว่าเปึนพรรคร่วมรัฐบาล ผมไม่มอง ๑,๕๐๐ ล้านบาท เอามาปัดฝุ์น ตั้งไว้งบ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าอย่างนี้มองนะ ถ้าท่านมองนะถ้าท่านมองว่าเปึนเรื่องของไม่โปร่งใสนะ ท่านอย่าให้ดีกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท ก็ไม่ต้องให้ เพราะว่าพี่น้องประชาชนทั่วทั้งแผ่นดิน หมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ถ้าท่านเคยไปนะ ท่านรัฐมนตรีท่านไม่ทราบว่าในกรุงเทพฯ แต่ก็น้อยนะครับถ้าในต่างจังหวัดเขาเยอะ ที่เขา พูดกันเรื่องจริงครับ กินข้าวไปกินกับฝุ์นไป นอนก็กินกับฝุ์นไป อย่างนี้เปึนต้น ถนนลูกรัง ดินแดง ถ้ามองไม่โปร่งใส อย่าไปให้ครับ ตัดไปเลยให้ไปอย่างนี้ เพื่อประโยชน์อะไรครับ แล้วถ้ามองกันจริง ๆ ผมคิดนะ แต่ถ้าหากว่าไม่ตรงกับท่านก็ขออภัย ผมคิดเหมือนเลยว่าให้ อย่างนี้มองไม่โปร่งใส มีตั้ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้เขาแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท มันจะ ไปได้อย่างไรนะครับ

เรื่องท่องเที่ยววกมานิด ท่องเที่ยวผมพูดแล้วพูดอีก อย่างจังหวัดกระบี่ ของท่านพิเชษฐ์ ผมว่ามีที่ท่องเที่ยวเยอะ แล้วยังไม่ได้บูรณาการก็เยอะ ผมก็อยากเห็นเงิน นี่ไปให้ ต้องขออภัยที่ต้องพูดถึงท่านนะ เอาจังหวัดกาญจนบุรีของผมก็ได้ ยกตัวอย่าง อย่างเส้นทางจากเมียนมาร์ ประเทศพม่า มากรุงเทพฯ จากเมืองทวาย ๓๐๐ กิโลเมตร เดี๋ยวนี้จังหวัดกาญจนบุรีสร้างทางไปแล้วครับ ไปถึงด่านครับ ในอําเภอเมืองนี่ครับ ๖๐ กิโลเมตร แล้วก็จากพุน้ําร้อนไปถึงทวายอีกประมาณ ๑๗๐ กิโลเมตร จากกาญจนบุรี- กรุงเทพฯ ๑๓๐ กิโลเมตรครับ ๓๐๐ กิโลเมตรเท่านั้นเอง ๓๐๐ กิโลเมตรเท่านี้ครับ จะสร้างรายได้ ถ้าลงทุนนะครับ ลงทุนไปผมก็คิดว่าไม่เท่าไรละครับ แต่ถ้าจะสร้างรายได้ เปึนเม็ดเงินเข้าประเทศ โอ้โฮ มหาศาลครับ มหาศาลจริง ๆ เรือทุกลําจากยุโรป อินเดีย ผ่านมานี่ไม่ต้องไปอ้อมแหลมมลายูนะครับหรือว่าผ่านสิงคโปร์เข้ามาถึงท่าเรือ เข้าจอดที่เมืองทวายแล้วก็ส่งสินค้ามา นี่อย่างนี้ครับ มันจะก่อเกิดประโยชน์เส้นทาง ในทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ผมก็ต้องฝากท่านไว้ครับ ฝากท่านไว้ว่าถ้ามีการพิจารณา ในเรื่องนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ท่านได้ริเริ่มไว้แล้ว แล้วก็สร้างถนนลูกรังไปถึงที่แล้ว จากนั้นเพียงแต่ดําเนินการจากเมืองทวายเข้ามา เท่านั้นเองนี่ครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่กระผมคิดว่าก่อเกิดประโยชน์อย่างที่สุด ก่อเกิด ประโยชน์ที่สุดในทางเศรษฐกิจทั้งการท่องเที่ยวด้วย ใน ๒ เรื่องเลยครับ ๒ ทางเลย ท่านประธานครับ ผมก็มีเรื่องสั้น ๆ ที่กราบเรียนในมาตรา ๓ นี้ไว้แค่นี้ แล้วก็ถึงมาตราอื่น ก็จะกราบเรียนต่อไปขอบคุณครับ ท่านประธานครับ