ฐิติมา ฉายแสง อภิปรายเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และแปรญัตติลดงบประมาณ เธอหาคำนึงถึงการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติและเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ลงมติไม่ผ่านวาระสองของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเปึนผู้หนึ่งที่ขอมีส่วนร่วมในการที่จะอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... ซึ่งดิฉันทราบดีว่า ณ ขณะนี้เราอยู่ในวาระสอง ซึ่งเปึนการพิจารณารายมาตรา ซึ่งเรา เริ่มต้นกันอยู่ที่มาตรา ๓ นะคะ เรายังคงอยู่ที่มาตรา ๓ ซึ่งรัฐบาลนั้นตั้งงบและขอต่อสภาไว้ เปึนงบประมาณทั้งสิ้น ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเองในวาระหนึ่งนั้น รับหลักการ ดิฉันได้ฟังการอภิปรายมากมายก็ได้เข้าใจว่างบประมาณตัวนี้ในความเชื่อ ของเราฝ์ายค้าน เราเข้าใจว่ามันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ดิฉันจึงมีความตั้งใจที่จะแปรญัตติ จึงเปึนผู้หนึ่งที่ขอแปรญัตติ แล้วก็เข้าใจด้วยว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๑๖๘ วรรคห้า ก็ได้บอกไว้ว่า ผู้ที่จะแปรญัตตินั้นแปรญัตติเพิ่มเติมรายการหรือจํานวน ในรายการมิได้ นั่นหมายความว่าแปรญัตติคือการลดของงบประมาณ ดิฉันเอง ก็มากรอกข้อความในการที่จะแปรญัตตินั้น ๆ ซึ่งทางสภามีให้ การกรอกข้อความนั้น มันเปึนการคํานวณว่าเราต้องการที่จะลดในมาตราไหนบ้าง ซึ่งเราคิดว่าไม่ได้กระตุ้น เศรษฐกิจเลย ดิฉันเองก็ลงเปึนเปอร์เซ็นต์ลงไป เมื่อเวลาที่มาคิดเปึนเปอร์เซ็นต์ก็มาคิด เพิ่มเติมอีกว่า การตั้งงบประมาณนั้นมันมีพระราชบัญญัติหรือมีกฎหมายอะไรมาควบคุม ไหม มันมาบังคับใช้ไหม การบังคับใช้ของกฎหมายที่จะมาเกี่ยวข้องนั้นเปึนเรื่องของ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ป้ ๒๕๔๘ ซึ่งเราต้องมาดูกันที่มาตรา ๒๑ กําหนดไว้ว่า กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ แน่นอน งบประมาณคราวนี้เปึนงบประมาณขาดดุล มาตรา ๒๑ บอกว่า การกู้เงินเพื่อชดเชย การขาดดุลงบประมาณหรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ในป้งบประมาณหนึ่ง ให้กระทรวงการคลังกู้เปึนเงินไม่เกินวงเงินร้อยละยี่สิบของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ที่ใช้บังคับอยู่ ณ ขณะนั้น และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมมี ๒ ประการนะคะ ณ วันนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันคงจะต้องแจงเปึนตัวเลข แต่จะเปึนการประมาณการไม่ให้ ต้องดูสับสน ขณะนี้ดิฉันกําลังพูดอยู่ที่งบประมาณมี ๒ อย่าง อยู่ในมาตรา ๒๑ ของ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ๒ งบประมาณนี้เขาบอกไว้ว่า ไม่เกินร้อยละ ๒๐ การคํานวณของดิฉันจึงเกิดขึ้นว่า เอาละ ให้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เลยแล้วกัน ไม่ต้องมา ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรืออะไรละให้เต็มที่เลย รายจ่ายตาม งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ได้ตั้งไว้ที่ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท หรือเราพูดกัน ง่าย ๆ ว่า ๑.๘๓๕ ล้านบาทนั่นแหละ ถ้าคิด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ออกมา วงเงินจะออกมาอยู่ที่ ๓๖๐,๐๐๐ เศษ ๆ เสร็จแล้วมาดูอีกตัวหนึ่ง เปึนรายจ่ายตามงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่เรากําลังพูดกันอยู่นี่ละ ป้ ๒๕๕๒ อีก ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ๒๐ เปอร์เซ็นต์เปึนเงินเท่าไร ดิฉันก็คิดออกมาได้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในมาตรา ๒๑ บอกว่า ให้กู้ได้ไม่เกินวงเงินตรงนี้ ก็คือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒ ประการนี้ เอามารวมกันท่านประธาน ดิฉันก็รวมออกมาแล้ว มันออกมาที่ ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณการนะคะ เสร็จแล้วเรามีการหักวงเงินที่ต้องนําไปชดเชยการขาดดุลรายจ่าย ประจําป้ ๒๕๕๒ ซึ่งต้องใช้ถึง ๒๔๙,๕๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แล้วกัน นั่นหมายความว่าเอา ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ดิฉันคํานวณได้ ออกมาหักกับตัว ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลือ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน พอมาถึงตรงนี้มันคือเงินกู้ คงเหลือ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันก็มาดูว่า ทีแรกดิฉันพิจารณางบประมาณโดยรวมแล้ว ว่างบประมาณตัวนี้มันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลย แต่เศรษฐกิจโลกกําลังวิกฤติ รวมทั้ง เศรษฐกิจของประเทศไทยกําลังเกิดวิกฤติ แต่มาดูรายละเอียดที่รัฐบาลตั้งไว้ ว่าท่านจะทํา อะไรบ้าง ท่านมีนโยบายบอกว่าต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจโดยจําเปึนและเร่งด่วน ทีนี้ก็มาดูรายกระทรวง ดิฉันก็มาดูว่ากระทรวงการต่างประเทศ โอ๊ย ไม่ไหว ตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วกัน กระทรวงโน้นกระทรวงนี้ดิฉันก็ตัดไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายดิฉันก็เอามาคํานวณร่วมกัน บอกว่าจากที่เราต้องการตัดเขานี่ เมื่อคิดสัดส่วนของ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้นจะเท่ากับกี่เปอร์เซ็นต์ ดิฉันก็คํานวณ ออกมาแล้วออกมาประมาณ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เสร็จแล้วทําอย่างไร วันศุกร์ที่ผ่านมา คือวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ นี้ค่ะท่านประธานคะ สํานักงานเศรษฐกิจ การคลังโดยผู้อํานวยการสํานักงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ก็ได้ออกมาเป่ดเผย ข้อมูลที่ทําให้ดิฉันต้องเปลี่ยนใจ คําว่า เปลี่ยนใจอย่างไร เขาเป่ดเผยข้อมูลค่ะว่า การจัดเก็บรายได้นั้น ในเดือนมกราคม ๒๕๕๒ ก็คือเดือนที่แล้วนั่นแหละ เก็บต่ํากว่าเปัาไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เผยเพิ่มเติมว่า ๔ เดือนที่ผ่านมาในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ คือเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม แล้วก็เดือนมกราคม ๔ เดือนที่ผ่านมา ต่ํากว่าเปัาไปอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้การต่ํากว่าเปัานั่นหมายความว่า ท่านเก็บ รายได้ไม่ได้ ท่านต้องเอาไปใช้หนี้ ดิฉันก็เอาเงินกู้คงเหลือที่เมื่อกี้คํานวณได้ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท หักออกจาก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ผู้อํานวยการสํานักเศรษฐกิจ การคลังได้พูดออกมา ถ้าตัวเลขตรงนี้ออกมา วันนี้เราต้องพูดว่าเราเหลือเงินเพียง ประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเองที่จะสามารถทําการกู้ได้ เพราะรัฐบาลต้องการทํา งบขาดดุลมันก็ต้องมีการกู้ ทีนี้จะกู้ได้แค่เพียง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดแค่เลขนี้ ท่านบอกว่าท่านจะกู้ที่ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันคํานวณออกมาแล้วเหลือ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แสดงว่ากู้เกินไปแล้วสิ จะกู้เกินไปแล้วสิ ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ออกมาคิดใหม่ บอกว่า ท่านเองจะขอกู้ ทั้งหมด ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท แสดงว่าการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลนี่ มันจะเกินกว่าที่กฎหมายกําหนดเอาไว้ แต่ทีนี้ท่านผู้อํานวยการสํานักเศรษฐกิจการคลัง ท่านเผยเพิ่มเติม ท่านคาดการณ์ด้วย และเปึนการคาดการณ์เชิงบวกด้วยซ้ํา ว่าการเก็บ รายได้ของทั้งป้ ของชุดนี้ คาดการณ์ว่าจะเปึนไปถึง ๑๑๒,๙๑๐ ล้านบาท นี่คือไม่ได้ตาม เปัา ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านทําอย่างไร ปรากฏว่า ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทดิฉันคํานวณ ให้นี่ก็เข้าไปติดลบอยู่แล้ว แต่นี่มาบอกว่าเปึน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นเงินกู้ที่บอกว่ามีเหลือ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท หักลบกับสิ่งที่เขาคาดการณ์ โดยเชิงบวกให้กับรัฐบาลแล้วด้วย และต้องเชื่อฝ้มือของเศรษฐกิจการคลังว่าเขาทํางานมามีประสบการณ์เยอะ เยอะกว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปัจจุบัน หรือเยอะกว่าท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วยซ้ํา เพราะเขามีประสบการณ์มาเหนือกว่า เขาคาดการณ์แล้วเขาก็บอกว่ามันจะต่ํา กว่านะคะ เปึนไปถึง ๑๑๒,๙๑๐ สมมุติว่าตัวเลขนี้คือ ๑๑๐,๐๐๐ กว่า ๆ เอามาหักลบ จากวงเงินกู้คงเหลือ ๑๔๐,๐๐๐ ถามว่าคุณมีสิทธิกู้เหลือเพียงเท่าไร มีสิทธิกู้เหลือเพียง ๒๗,๐๐๐ เท่านั้นเอง คุณกําลังบอกว่าคุณจะกู้ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทแสดงว่ากู้เกินไป ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทอีก เพราะตัวเลขคิดออกมาแล้วนั่นคือสิ่งที่คุณกําลังขัดต่อ พระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๒๑ ทั้งสิ้น
ทีนี้ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันคิดว่าการทําผิดพระราชบัญญัติหรือ ผิดกฎหมายนั้น ถ้าหากวันใดก็ตามมีผู้ใดร้องเรียนขึ้นมาว่า คณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาล ทําการขัดต่อบทพระราชบัญญัติหรือบทบัญญัติแห่งกฎหมาย พระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๒๑ คณะรัฐมนตรีทั้งคณะก็อาจจะถูกถอดถอน จากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ หรือมาตรา ๒๗๐ และถูกตัดสิทธิในการดํารง ตําแหน่งทางการเมืองเปึนเวลาห้าป้ ตามมาตรา ๒๗๔ ดิฉันเปึนห่วงเปึนใยเหลือเกิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผู้สูงโปร่งของดิฉัน อาจจะถูกถอดถอนจากตําแหน่ง เสียก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่อยากจะเสี่ยงถูกถอดถอนและไม่อยากถูกตัดสิทธิ ทางการเมือง ๕ ป้ ดิฉันขอแนะนําว่าขอให้พรรคประชาธิปัตย์เองก็ตาม หรือพรรคร่วม รัฐบาลเองก็ตาม ลงมติไม่ผ่านวาระสองของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... เสีย เพราะว่าท่านกําลังจะทําผิด กฎหมายเสียเอง ขอบคุณค่ะท่านประธาน