สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการพิจารณาเงินงบประมาณ โดยเน้นย้ำว่าเงินงบประมาณที่จัดสรรนั้นไม่มากนัก แต่พิจารณาในรายละเอียดแล้วเห็นความจำเป็นในการใช้จ่าย และไม่ได้ตัดเงินในโครงการใดๆ รวมถึงโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับหมู่บ้านและชุมชน นอกจากนี้ เทอดพงษ์ยังพูดถึงโครงการพัฒนา ศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเอสเอ็มแอล ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของสมัคร สุนทรเวช และเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นย้ำว่าโครงการนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาชุมชน และมีมุมมองของแต่ละรัฐบาลที่มีกันอยู่

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน กรรมาธิการครับ ผมต้อง เรียนว่างบประมาณที่จัดกันในที่เราได้พิจารณากันนี้นั้น มันเปึนงบประมาณเพิ่มเติม เพราะว่าเปึนงบอยู่ในช่วงที่เราจะเอามาเพิ่มเติมนั้นเพื่อจะนํามากระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นงบประมาณมีจํานวนไม่มากนักนะครับ มีจํานวนแค่ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เมื่อเทียบกับงบใหญ่แล้วมันนิดเดียวถ้าเทียบกันไปนะครับ เพราะฉะนั้นพอเวลาพวกเรา ไปพิจารณา ไปประชุม ไปดูในรายละเอียดกันในฐานะกรรมาธิการ เราก็ดูว่าเงินแต่ละอันนั้น ก็มีความจําเปึนนะครับ แล้วก็มีความจําเปึนกันอย่างจริง ๆ เพราะฉะนั้นเลยไม่ได้ตัด อะไรเอาไว้ ซึ่งโดยจริง ๆ แล้วเราก็ได้พิจารณากันในรายละเอียดทั้งหมด แล้วก็เห็น ความจําเปึนอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นต้องถือว่าที่ไม่ได้ตัดอะไรกันไปได้เลยนั้น ไม่ได้หมายความว่าเพราะว่าไปนั่งทํากันเฉย ๆ แล้วก็ไปดูกันเฉย ๆ แต่เพียงว่าพิจารณา กันทั้งหมดแล้วเห็นความจําเปึนที่น่าจะนํามาใช้โดยเร่งด่วน เพื่อไปกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงระยะที่เรามีปัญหาอย่างนี้

ผมเรียนว่าในประเด็นของโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับหมู่บ้าน ชุมชนนี่นะครับ หรือ เอสเอ็มแอล นั้น อย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายเอาไว้ว่าโครงการนี้ มีมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ถ้าพูดกันตรง ๆ นั้นก็ตั้งแต่สมัยท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรีนะครับ แล้วก็ใช้ชื่อโครงการเริ่มต้นนั้นชื่อว่า โครงการพัฒนาศักยภาพ หมู่บ้านและชุมชนเอสเอ็มแอล นั่นเองนะครับ ต่อมาในป้ ๒๕๕๐ นั้น พอมาถึงรัฐบาล ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ โครงการก็เปลี่ยนชื่อจริง ๆ อย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดเอาไว้ เปึนโครงการพัฒนาหมู่บ้านชุมชน มาเพิ่มเอาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงหรือว่า พพพ. ที่ว่านั้นนะครับ นั่นก็ต้องถือว่าก็เปึนโครงการที่มุมมองของรัฐบาลนั้นมองไปในมุมอย่างนั้น นะครับ เพราะว่าแต่ละรัฐบาลก็โทษกันไม่ได้นะครับ ก็อาจจะมองกันไปคนละอย่าง อาจจะมองไปคนละมุมกัน

ต่อมาถึงท่านสมัคร สุนทรเวช ป้ ๒๕๕๑ ก็ใช้ชื่อว่า โครงการพัฒนา ศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนเอสเอ็มแอลนะครับ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นี่ในยุคของท่านสมัคร ชื่อก็เปลี่ยนอีกเหมือนกัน ก็ปรับกันเพิ่มไปเรื่อย

พอมาถึงในป้ ๒๕๕๒ หรือว่าที่เรากําลังพิจารณากันอยู่ปัจจุบันนี้นะครับ ก็มาใช้ชื่อว่า โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ผมเรียนว่าจริง ๆ ที่เปลี่ยน กันไปนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่ามันเปึนมุมมองของรัฐบาลของแต่ละรัฐบาลนะครับ ว่าจะเน้น จะดูกันในแต่ละรัฐบาลนั้นอย่างไร รัฐบาลต้น ๆ นั้นที่เริ่มต้นมานั้นก็ต้องถือว่าเปึน โครงการที่ดีที่ได้มีการสนับสนุนกันมาโดยตลอด ก็มองเห็นว่าเพื่อจะพัฒนาศักยภาพของ หมู่บ้านและชุมชนก็ว่ากันไปมุมมองนั้นนะครับ รัฐบาลต่อมาเขาก็มีมุมมองของเขา อาจจะเรื่องเดียวกันนี่นะครับ เรื่องทํานองเดียวกันนี้ แต่ว่าการมองจุดประเด็นสําคัญ ๆ ของแต่ละจุดนั้นอาจจะแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นในรัฐบาลนี้นี่นะครับก็ไม่เห็นว่าการที่จะ เน้นในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เพื่อจะพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนอะไรก็ว่ากันไปในมุมมองนั้นนะครับ รัฐบาล ต่อมาเขาก็มีมุมมองของเขา อาจจะเรื่องเดียวกันนี่นะครับ เรื่องทํานองเดียวกันนี้แต่ว่า การมองจุดประเด็นสําคัญ ๆ ของแต่ละจุดนั้นอาจจะแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นในรัฐบาลนี้ ก็มีความเห็นว่าการที่จะเน้นในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนั้น สําหรับหมู่บ้านเปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องที่ต้องถือว่าเน้นเปึนประเด็นสําคัญ เพราะฉะนั้นก็เลยใช้ชื่อว่าโครงการเศรษฐกิจ พอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน เพราะในแต่ละชุมชนบางแห่งก็อาจจะแตกต่างกันนะครับ บางแห่งก็อาจจะมีสภาพการณ์ต่างกัน เพราะฉะนั้นมองจากรัฐบาลนี้การใช้ชื่อนี้มันขึ้นอยู่กับ มุมมองของแต่ละรัฐบาลที่มีกันอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นในแนวทางอันนี้ผมคิดว่าจะใช้ชื่อ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าทุกท่านที่เปึนผู้แทนราษฎรก็คงพูดได้เหมือนกันหมดนะครับว่า ชื่อจริง ๆ ที่เอ่ยกันมาทั้งหมดนี่ เรียกกันไม่ค่อยถูกนะครับ เรียกกันจริง ๆ ก็คือว่าโครงการ เอสเอ็มแอล เกือบจะทุกแห่งก็เรียกกันอย่างนี้ทั้งนั้น ไปที่ไหนเขาก็พูดกันว่าโครงการอะไร โครงการเอสเอ็มแอล คณะกรรมการอะไร คณะกรรมการของ เอสเอ็มแอล ก็อยู่ในหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้ก็ยังพูดกันอยู่อย่างนี้ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็ถือว่าจริง ๆ แล้ว โครงการเอสเอ็มแอล มันก็เหมือนกับเปึนโลโก้สําคัญอยู่แล้ว แต่รายชื่อจริง ๆ จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม คนก็ยัง ยืนยันชื่ออย่างนี้กันอยู่นะครับ แต่ว่าการที่จะใช้ชื่อในทางราชการให้เต็มนั้นมันขึ้นอยู่กับ ว่ารัฐบาลนี้จะมองกันอย่างไร ในอนาคตอาจจะมีรัฐบาลข้างหน้าอีก รัฐบาลข้างหน้า ก็อาจจะมองอีกอันหนึ่งครับ อาจจะไม่ได้คิดถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงก็ได้ แต่ว่าโครงการ อันนี้อาจจะยังมีอยู่ในรัฐบาลต่อไปโน้น ๆนะครับ เพราะฉะนั้นอาจจะชื่ออะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าประเด็นสําคัญก็ยังจะยืนยันในโครงการที่คนพูดกันทั่วไปนะครับ ก็คงจะเรียกว่า โครงการเอสเอ็มแอล เหมือนเดิมนั่นแหละ ที่ผมพูดนี่ผมพูดอย่างเปึนกลาง ๆ ว่า จริง ๆ แล้ว โครงการเหล่านี้เราทําไป เพราะขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะมองกันอย่างไร แต่แนวทางของ โครงการนั้นก็คงจะเปึนอย่างที่ได้ทราบนะครับ คือโครงการเอสเอ็มแอล ที่ดําเนินการกันอยู่ อย่างที่ได้เห็นกันนั้นนะครับ

ทีนี้ในส่วนอื่นนั้นมีในประเด็นต่าง ๆ ที่อย่างยกตัวอย่าง ผมขอเรียนว่า มีคนถามว่าการจะจัดในโครงการเอสเอ็มแอลนี้จะมีกันทุกหมู่บ้านอะไรหรือเปล่า จะมี หมู่บ้านกี่หมู่บ้าน จะมีอย่างไรนี่นะครับ จริง ๆ ต้องเรียนว่าทํากันทุกหมู่บ้านนะครับ แล้วเขาก็จะจัดลําดับหมู่บ้านในระดับต่าง ๆ แต่ละรัฐบาลอาจจะแตกต่างกัน แต่ในรัฐบาลนี้ ได้จัดเอาไว้ใน ๗ ระดับ ใน ๗ ขนาด เพราะฉะนั้นใน ๗ ขนาดนี้ก็จะเรียงกันไว้อย่างที่ ท่านกรรมาธิการชลน่าน คุณหมอชลน่านนั้นได้เล่าเรียงให้ฟังแล้วว่า ใน ๗ ระดับนั้น มีอะไรบ้างนะครับ ตั้งแต่ ๑ หลังคา จนถึง ๕๐ หลังคา จาก ๕๑ หลังคา ถึง ๑๕๐หลังคา อะไรนี่ครับ ก็เรียงกัน ๑ ขึ้นไป เพราะฉะนั้นเราจะมีอยู่ในทุกหมู่บ้านนะครับ เพียงแต่ว่า หมู่บ้านใหญ่ หมู่บ้านเล็ก ผมเรียนว่าอย่างท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ท่านอาจจะกังวลว่า หมู่บ้านมันอาจจะไม่กระจายไปได้ทั่วนะครับ หมู่บ้านอย่าง ๑๕๑-๕๐๐ หลังคา อาจจะ มีไม่มาก ที่ท่านเปึนห่วงอย่างนั้นนะครับ หรือว่าอย่าง ๕๐๐-๑,๐๐๐ หลังคา จะมีไม่มาก จริง ๆ ก็มีตัวเลขไว้หมดนะครับ ตัวเลขตรงนี้กลายเปึนตัวเลขที่เยอะที่สุดครับ คือในช่วงที่ ๒๕๑-๕๐๐ หมู่บ้านจะได้งบประมาณส่วนนี้ ๔๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ จะมีอยู่ ๒๑,๐๐๐ หมู่บ้าน ส่วน ๕๐๑-๑,๐๐๐ หมู่บ้านซึ่งจะได้อยู่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท นั้นจะมี อยู่ ๓๐,๙๘๐ หมู่บ้าน ที่ผมอ่านเฉพาะ ๒ อันนี้ เพราะว่าตรงนี้ใหญ่สุดครับ นอกนั้นก็จาก ๑,๐๐๐ หมู่บ้านขึ้นไปก็จะลดลงมาแล้ว หรือว่าจะต่ํากว่า ๒๕๐ หมู่บ้านลงไปนี่ ก็จะน้อยลงไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกลุ่มตรงนี้จะเปึนกลุ่มใหญ่สุดนะครับ

นอกจากนั้นหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้คุยกันไว้ที่ท่านเจริญได้สอบถามมาว่า ทั้งหมดจะกําหนดกันอย่างไร อะไรต่าง ๆ นั้น รวมทั้งต้องรวมไปถึงท่านวรวัจน์ที่ได้พูดถึงว่า หลักเกณฑ์ต่าง ๆ นี้จะเปึนกันอย่างไร จริง ๆ ท่านก็อยู่ในคณะกรรมาธิการ ผมเรียน นิดหนึ่งนะครับว่า แต่ก่อนนั้นในเอกสารที่เราได้มา เอกสารนี้เปึนเอกสารชี้แจงของ คณะกรรมาธิการ พอเอาเข้ามาแล้วเราก็มีการพูดคุยกัน จริง ๆ กรรมาธิการจากฝ์ายค้าน จะเปึนผู้พยายามที่จะซักถามเยอะนะครับ จนเจ้าหน้าที่คนที่ดําเนินการเรื่องเหล่านี้ ได้ชี้แจงออกมาไว้เยอะนะครับ เพราะจริง ๆ ขั้นตอนต่าง ๆ นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเยอะ จากที่ได้พูดได้ฟังด้วยนะครับ จากที่ได้ดูกันทั้งหมด อย่างเช่น เขาบอกว่าแต่ก่อนนั้นเราจะใช้ ประชาคมหมู่บ้าน เราจะใช้คนตั้งแต่อายุ ๑๕ ป้ ขึ้นไป ทั้งหมดของหมู่บ้านมีเท่าไรจะต้อง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เอามาประชุมกัน แล้วก็มาลงมติกัน มาลงว่าจะเอาโครงการอะไรต่าง ๆ ทีนี้บอก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนนี้มันยากจริง ๆ ไม่ง่ายเท่าไรนะครับ เพราะว่ามันต้องใช้ คนจํานวนมาก แต่ว่าในตอนหลังนี่เปลี่ยนใหม่ครับ บอกว่าจะขอเอาไปเปึนว่า ตัวแทน ครัวเรือนละ ๑ คน แล้วก็ขอ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของจํานวนครัวเรือน จํานวนก็น้อยลงไปเยอะ ครับ เพราะฉะนั้นก็สามารถที่จะทําให้มีการประชุมได้ง่ายขึ้นนะครับ นอกจากนั้น การอนุมัติต่าง ๆ เมื่อมีการประชุมกันเสร็จแล้ว เมื่อก่อนไปทางอําเภอ อําเภอก็จะมีปัญหา เยอะครับ เอาบ้าง ไม่เอาบ้าง อะไรต่าง ๆ แต่ว่าในตอนหลังนี้ก็จะแก้ไขว่า ต่อไปนี้อําเภอ ไม่มีสิทธิจะไปหยุดยั้งโครงการต่าง ๆ เหล่านี้เขาได้ แล้วก็จะดําเนินการได้ อันนี้ก็จะทําได้ ง่ายยิ่งขึ้นนะครับ จริง ๆ ก็ยังมีรายการอื่น ๆ อีกพอสมควรนะครับ แต่ผมคิดว่าทั้งหมด ทั้งหลาย ประเด็นสําคัญก็อยู่ในส่วนนี้ละครับว่าทั้งหมดนั้นทุกหมู่บ้านครับที่จะได้รับ ในโครงการนี้ แล้วพวกเราก็คงจะตามดูกันอยู่นะครับ เพราะว่าผมเชื่อว่าผู้แทนราษฎร ทุกคนก็ตามดูโครงการเอสเอ็มแอลนี้อยู่กันทุกทุกแห่งว่าเขาจะทําอะไรกันบ้าง ผมก็ถือว่า ผมขออนุญาตชี้แจงในส่วนตรงนี้เท่านี้นะครับ