สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เสนอการชี้แจงและอภิปรายเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณ โดยมีใจความหลักเกี่ยวกับการเรียนชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นที่พาดพิงมาที่กรรมาธิการ และขออนุญาตอภิปรายเพื่อสร้างสรรค์งาน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปลี่ยนชื่อโครงการเอสเอ็มแอล การลดต้นทุนและปัจจัยในการผลิต การส่งเสริมการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม และเรียกร้องให้รัฐบาลชัดเจนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินและวัตถุประสงค์ของโครงการเศรษฐกิจพอเพียง และโครงการเอสเอ็มแอล

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ผมเปึนกรรมาธิการนี่ผม พาดพิงมาถึงนะครับ กรรมาธิการนี่ผมต้องเรียนชี้แจงว่า มันเปึนประเด็นที่พาดพิงมาถึง กรรมาธิการ แล้วก็หมิ่นเหม่ต่อการขัดรัฐธรรมนูญด้วย ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน ใช้สิทธิชี้แจงในส่วนนี้นิดหนึ่ง แล้วเดี๋ยวผมจะเข้ามาถึงว่าปัญหามันเกิดที่อะไรบ้าง ผมอยากเรียนท่านประธานว่า วันนี้ขอท่านประธานให้เวลา วันนี้เปึนการพิจารณา งบประมาณครั้งหนึ่งที่สําคัญ และมีประเด็นปัญหาค่อนข้างมาก ถ้าท่านประธานเห็นผม อภิปรายมานะครับ ผมจะเรียนว่าผมอภิปรายด้วยเหตุและผล และผมคิดว่าเปึนประโยชน์ เปึนประโยชน์ต่อรัฐบาล เปึนประโยชน์ต่อหน่วยงานนะครับ แล้วก็เราจะสร้างสรรค์งานกัน แต่อะไรที่เปึนปัญหานี่ผมจะนําขึ้นมานําเรียนต่อสภาแห่งนี้

ผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธานว่า นั่นคือประเด็นหนึ่งที่ผมนําเรียนว่า มันไม่ค่อยชัดเจนเท่าไรนะครับ ทีนี้ในการที่ผมขอเปลี่ยนชื่อ มันน่าจะใช้ชื่อของ หมู่บ้าน โครงการเอสเอ็มแอลนี่นะครับ แต่เมื่อผมมาดูในรายละเอียดจริง ๆ แล้วนี่นะครับ ผมก็ หวั่นเกรงอีกเหมือนกัน ปกติโครงการเอสเอ็มแอล หลักการที่ดําเนินการกันมานี่ เราเคารพ ในความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน การใส่เม็ดเงิน เอสเอ็มแอล ลงไปในหมู่บ้าน เราให้พี่น้องประชาชนสามารถตัดสินใจเองได้ในแต่ละกิจกรรม แต่ว่าพอมาถึงโครงการ เอสเอ็มแอลโครงการครั้งนี้ โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนหลักเกณฑ์ มันเปลี่ยน ตอนนี้มีความแตกต่างกันอย่างมากนะครับ ตรงนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก กับเรื่องของการ เอสเอ็มแอล เดิม เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ โครงการนี้ วัตถุประสงค์และ เปัาหมายแตกต่างกันสิ้นเชิง วิธีการคิดก็แตกต่างกัน ของเดิมเคารพความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน และผมเรียนด้วยนะครับว่า เราอยู่ในสภาแห่งนี้ เราเปึนผู้แทนราษฎร นี่เราจะรับฟังปัญหาข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดว่า ถ้าหากว่ามี ส่วนราชการหรืออําเภอไหนลงไปกําหนดหลักเกณฑ์บอกต้องทําอย่างนั้น ต้องทําอย่างนี้ มันจะก่อเกิดถึงบ่อเกิดความทุจริต และก็มีการร้องเรียนและก็ประท้วง หมายถึง ผู้แทนราษฎรอยู่ตลอดว่ามันมีปัญหา ทีนี้ในโครงการนี้เอกสารที่ชี้แจงมา ผมขออนุญาต นําเรียนถึงประเด็นของปัญหาว่า การดําเนินโครงการต้องมีความยั่งยืนของการดําเนิน โครงการโดยมีผลต่อเนื่องไม่สิ้นสุดในครั้งเดียว มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

อันที่ ๑ เปึนโครงการที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพ เพื่อรองรับผู้ว่างงาน และ ผู้มีรายได้น้อยอย่างยั่งยืน คนไม่ว่างงานทําไม่ได้ คนไม่มีรายได้น้อยทําไม่ได้ สร้างรายได้ สร้างอาชีพนะครับ ผมถามว่าถ้าเม็ดเงินที่เรากระจายลงไปแต่ละหมู่บ้านนะครับ ถ้าชุมชน ขนาดที่ ๑ ไม่เกิน ๕๐ คน ได้ ๒,๐๐๐ บาท แล้วก็ลดลงมาเรื่อย ๆ นะครับ ถ้าไม่เกิน ๑๕๐ คน ได้ ๑,๓๐๐ ไม่เกิน ๒๕๐ คน ได้ ๑,๒๐๐ มันเปึนหลักร้อย ๆ ทั้งนั้นเลย ผมถามว่าเม็ดเงิน ที่ลงไปจนถึงสุดท้ายได้แค่คนละ ๔๐๐ กว่าบาท เอาไปประกอบอาชีพ ผมถามว่าเงินไป ประกอบอาชีพตรงนี้ใครควรจะได้รับ กลุ่มไหน คนไหน ไม่มีทางละครับที่มันจะเปึนไปได้ ว่า ถ้าเอาลงไปทํากิจกรรมที่เปึนอาชีพแล้ว ถ้า นาย ก ได้ นาย ข ว่าอย่างไร นาย ค ว่าอย่างไร ถ้าเอาไปหารให้คน ๔๐๐ บาท ๕๐๐ บาท มันไม่พอหรอกครับ ในการประกอบ อาชีพมันตลก เพราะฉะนั้นวิธีการคิดอย่างนี้ผมเรียนว่า ไม่ใช่ ไม่ใช่แน่นอน แล้วเรา ไม่เคารพความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน แล้วตรงนี้ที่เรารับฟังกันมา คือ ถ้ามี โครงการเกี่ยวกับอาชีพขึ้นมาเมื่อไรแล้วครับ จะมีการทุจริตตามมาทันทีเลย จะมี ข้าราชการ ลงไปบอกว่า ต้องเปึนโครงการอย่างนั้นนะ คุณเขียนโครงการแบบนี้มาผมผ่านไป ถ้าคุณไม่เขียนโครงการอย่างนี้มาผมไม่ผ่าน สุดท้ายแล้วก็จะมีคนเข้าไปหาประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน ตรงนี้ผมอยากเรียนผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาล ตรงนี้เปึนบ่อเกิดของ ความทุจริต และสิ่งนี้ผมเรียนนะครับว่า ถ้าเขาทําแบบนั้นท่านเอาเกณฑ์นี้มาจับ ผมเรียน นะครับ ท่านอย่าหวังได้ความชื่นชมจากพี่น้องประชาชนเลย เพราะนั่นคือปัญหาที่เกิด ขึ้นอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่าตรงนี้ท่านโดนยัดไส้แล้วละ และผมเรียนนะครับตลอด ระยะเวลารัฐบาลที่ผ่านมา กําหนดเกณฑ์ไม่ได้ กําหนดเกณฑ์แล้วโดนประท้วง โดนร้องเรียนอยู่ตลอดเวลา แล้วเสียหายต่อคะแนนเสียงอย่างยิ่ง

อันที่ ๒ เปึนโครงการที่สนับสนุนและส่งเสริมการลดต้นทุน และปัจจัย ในการผลิตด้านต่าง ๆ เช่น การเกษตร ผมว่าท่านประธานเราอยู่ในสภาแห่งนี้เราได้ยิน ไหมครับ โครงการปุิย อย่างนี้อําเภอหลายอําเภอทําอะไรดี กําหนดเลยว่าคุณลดต้นทุน รายจ่ายคุณต้องไปซื้อปุิย และปุิยก็คงไม่ใช่ปุิยเคมี ปุิยอินทรีย์ และสิ่งที่เกิดขึ้นคือว่ามีคนไป ล็อบบี้ (Lobby) ว่าต้องให้ซื้อปุิยอย่างนั้น ปุิยอย่างนี้ กําหนดสเปกลงไปเลย สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นมา มีการเพียรพยายามทําอย่างนี้เกิดขึ้นมาในช่วงก่อน แล้วพวกเราในฐานะของ ผู้แทนราษฎรเราก็นําปัญหาไปแจ้งรัฐบาลบอกมีคนพยายามไปกําหนดเกณฑ์นะ อย่าทํา แล้วรัฐบาลที่ผ่านมาเขาก็ยกเลิกครับ ยกเลิกทันทีเลย หลังจากที่มีการยัดไส้ แล้วก็รับ ข้อคิดเห็นของผู้แทนราษฎร แต่วันนี้มาอีกแล้ว มาหลอกหลอนพี่น้องประชาชนอีกแล้ว ผมเรียนไปถึงทางรัฐบาลผ่านท่านประธาน ว่าขอเถอะครับ อย่ากําหนดกฎเกณฑ์ให้กับ พี่น้องประชาชน

อันที่ ๓ ท่านประธานครับ เปึนโครงการที่สนับสนุนและส่งเสริมการใช้และ อนุรักษ์พลังงานหรือพลังงานทดแทน หรือพลังงานทางเลือกครับ ท่านประธานครับ ถามกระทรวงพลังงานดูสิครับ ในความเปึนจริงนี่นะครับ โครงการพลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเปึนพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานอื่นใด ยูนิต คอสท์ (Unit cost : ต้นทุนต่อหน่วย) หรือต้นทุนต่อหน่วยแพงมาก ลงทุนแล้วไม่คุ้ม แล้วมีคนพยายามทําอย่างนี้ครับ เอาเม็ดเงินของทางรัฐบาลไปเล่นอย่างนี้ แล้วไม่คุ้ม ไม่คุ้มต่อความคุ้มค่า แล้ววันนี้แม้แต่รัฐบาลทําเองยังไม่คุ้มเลยครับ กระทรวงพลังงาน ไปทําเองยังไม่คุ้มเลยครับ หน่วยงานของรัฐไปลงทุนเองยังไม่คุ้มเลยครับ เปึนโครงการ แค่ทดลองเท่านั้นเอง แล้วทําไมต้องไปบังคับ ทําไมต้องไปกําหนดกฎเกณฑ์ให้พี่น้อง ประชาชนทํา

อย่างโครงการที่ ๔ ท่านประธานครับ เปึนโครงการที่สนับสนุนและส่งเสริม การอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรม ผมขอตามไป ตรงนี้ว่าโครงการเหล่านี้พอไปถึงอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติมันก็จะไปถึงการ ปลูกป์า โครงการดับไฟป์าบ้าง หมอกควันบ้าง ผมเรียนพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในตอนที่เราพิจารณางบประมาณป้ ๒๕๕๒ ท่านรองประธานกรรมาธิการ ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล เราจําได้ไหมครับ เราเจออะไรตรงนั้น เราต่อต้าน เราบอกว่าเราไม่เห็นด้วย เลยการปลูกป์า ปลูกไปแล้วมันไม่มีป์า ปลูกจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ปลูกหมอกควัน เปึนอย่างไร ปัญหาตรงนั้นมันเยอะมากเลย หน่วยงานราชการลงไปทําเรายังไม่เชื่อเลย ผมจําได้ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ก็มาบ่นเลย ในโครงการพวกนี้มันมีปัญหาเราไปตรวจสอบกัน มันมีปัญหาไปหมดเลย วันนั้นท่านไม่เห็นด้วย ตอนท่านเปึนฝ์ายค้านท่านไม่เห็นด้วย แต่วันนี้พอวันท่านเปึนรัฐบาลท่านใส่มาเต็มไปหมดเลย ผมว่าโดนยัดไส้หรือเปล่า แล้วรายละเอียดอย่างนี้ปรากฏในเอกสารประกอบคําชี้แจงงบประมาณ เปึนสิ่งที่เรา ต่อต้านมาโดยตลอดเลย แต่วันนี้ปรากฏเต็มไปหมด เวลาที่เราซักถามใน คณะกรรมาธิการนี่นะครับ เห็นด้วย ส่วนราชการบอกยอมรับมันมีปัญหาเอากลับไปแก้ไข และเอกสารที่แก้ไขมีไหมครับ ที่ขอแก้ไขกําหนดหลักเกณฑ์ เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ ต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะซื้อชุดนักเรียน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโครงการเรื่องของการฝ๊กอบรม การว่างงาน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะใช้ไปสถาบันการศึกษาหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เราเห็นด้วย ในกรรมาธิการว่าน่าจะต้องปรับปรุงแก้ไข เพราะในกรรมาธิการผมเรียนว่าพวกเราเอง เราพูดในสิ่งที่เปึนประโยชน์ทั้งสิ้น เปึนการแนะนํารัฐบาลด้วยซ้ําไปว่าจุดนี้ เราประสบปัญหาตอนเปึนกรรมาธิการ ประสบปัญหาตอนเราทํางานมา เราเห็นปัญหา แล้วเราก็ให้คําแนะนําที่ผมถือว่าเปึนกลางที่สุด เปึนประโยชน์ต่อรัฐบาล สมาชิกใน กรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยอมรับครับ หลายข้อที่เราพูดออกไปเปึนประโยชน์ แต่พอมัน กลับมาในสภาแห่งนี้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นยังตามมา แล้วยังไม่ได้รับการแก้ไข สิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่ารัฐบาลคงต้องให้หน่วยงานมาชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง ถ้าสิ่งเหล่านี้ออกไปผมไม่สบายใจ แล้วผมเรียนนะครับ ด้วยความรักและเคารพ ผมไม่ประสงค์ที่ไปตรวจสอบพบว่ามันเปึน บ่อเกิดความทุจริต วันนี้ภาวะวิกฤติของบ้านเมืองมันหนักหนาสาหัสเกินไปที่เราจะรอให้ เกิดว่าทุจริตแล้วไปนั่งไล่จับ แล้วเอามานั่งแฉกัน เอามายุติตรงนี้ แล้วมันมีปัญหาตรงนี้ ผมไม่อยากทํา ด้วยความรักและความจริงใจผมไม่อยากทํา แต่วันนี้ที่ผมพูดตรงนี้เพราะ ผมคิดว่ามันเปึนปัญหา แล้วผมอยากให้พวกเราในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราระงับก่อนดีไหม เราใช้สภาแห่งนี้เปึนที่สร้างสรรค์ดีไหม เราป่ดจุดอ่อนมันก่อนดีไหม ซึ่งตรงนี้ผมว่าสภาเราจะทํางานสร้างสรรค์มาก แล้วเราก็จะทํางานด้วยความภาคภูมิใจว่า เราคือตัวแทนของพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเห็นปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ปัญหาเหล่านี้เปึนปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วโครงการนี้จะต้องได้รับ ฉันทามติจากที่ประชุมของประชาคมทุกชุมชน ประชามติกี่คนครับ ฉันทามติเท่าไร กําหนดกรอบเปึนเงินงบประมาณที่จะต้องใช้เพื่อเปึนการดําเนินการอย่างชัดเจน สามารถ ตรวจสอบได้ และหรือเปึนโครงการที่นําเงินงบประมาณไปต่อยอดโครงการเดิมที่ผ่าน เกณฑ์ขั้นต้น โครงการเดิมมันไม่ใช่อย่างนี้ หรือเปึนโครงการที่สามารถร่วมลงทุนกับชุมชน ใกล้เคียง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เขียนเหมือนดูดีครับ แต่มันทําไม่ได้ในทางปฏิบัติ และสิ่งเหล่านี้ ไม่มีการชี้แจงอย่างชัดเจน และผมเรียนนะครับหลายโครงการในฐานะของกรรมาธิการ แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ตรวจสอบ ผมเรียนว่าผมไม่สบายใจ เพราะฉะนั้น ในโครงการทั้ง ๒ โครงการนี้มีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน โครงการเอสเอ็มแอล เดิม กับโครงการเศรษฐกิจพอเพียง แล้วก็ถ้าตั้งงบประมาณแบบนี้ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่ามันอาจจะเปึนบ่อเกิดของการทุจริต เกิดขึ้นก็ได้นะครับ

ปัญหาที่ผมหนักใจที่มันเกิดขึ้นอีกอันหนึ่งคือว่า เมื่อเช้าเราพูดถึงการ จัดเก็บเม็ดเงินงบประมาณที่เราตั้งวงเงินรายจ่ายประจําป้ไว้ ๑.๕ ล้านล้านบาท วันนี้มันคง เก็บไม่ได้ เราดูกัน เราคุยกันในกรรมาธิการว่ามันสงสัยจะได้สัก ๑.๒ ล้านบาท และ โครงการที่ถูกตัดคือโครงการไหน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่หายไปจะเปึนเงินเดือนหรือ เปึนสิ่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหรือ หรือเปึนโครงการเอสเอ็มแอล อย่างนี้ หรือเปึน โครงการอะไรสักอย่างหนึ่งที่มันหายไป วันนี้ความชัดเจนมันไม่มี และเม็ดเงินตรงนี้ลงไป นะครับ ผมถามว่าแล้วหมู่บ้านไหนจะได้เกณฑ์ เกณฑ์ที่หมู่บ้านนั้นจะได้ก่อน หมู่บ้านนี้ จะได้หลัง ผมว่าเกิดขึ้นแน่ ๆ เพราะผมเชื่อว่าเราจะไม่มีทางมีเม็ดเงินไปป่ดยอด งบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ได้เลย ท่านใส่ไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท และ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทเดิมจะได้ไหม ความชัดเจนผมว่าพวกเราก็ไม่มีกัน แล้ววันนั้นจะเกิด การถกเถียง บ้านฉันได้ บ้านฉันไม่ได้ คนนั้นได้ คนนี้ไม่ได้ ปัญหาความวุ่นวายจะเกิด เพราะฉะนั้นการตั้งงบประมาณ เอสเอ็มแอล ต้องมีความชัดเจนนะครับ แล้วก็ ในรายละเอียดทั้งหมดนี้ ถ้าอาชีพฉันได้ อาชีพคุณไม่ได้ ผมได้ คนนั้นไม่ได้ ตรงนี้แตกแยก แน่นอนเลย วัตถุประสงค์ของ เอสเอ็มแอล เดิมเพื่อให้ประชาชนเคารพในความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน ให้แก้ปัญหาในหมู่บ้านของตนเอง ไปประชุมกันเองสิว่าจะเอาอะไร คุยกันเอง ว่ากันเอง เราไม่ยุ่ง เราถือว่าเราเคารพในความคิดเห็น แต่ถ้าปล่อยส่วนราชการ กําหนดหลักเกณฑ์อย่างนี้ขึ้นมาผมว่ามีปัญหา และจะก่อให้เกิดความแตกแยก แล้วจะมี ปัญหาในการบริหารราชการแน่นอน แล้ววันนั้นอย่าหวังนะครับจะได้คะแนนเสียง ผมว่า มันจะติดลบมากกว่านะครับ นี่คือความห่วงใยในฐานะของผู้แทนราษฎรที่ผมอยากจะ นําเรียนท่านประธานผ่านไปถึงทางรัฐบาล แล้วก็ผมอภิปรายเพื่อที่จะขอเปลี่ยนชื่อ โครงการ แต่ว่าพอมาถึงตรงนี้ผมก็ต้องเรียนว่าไม่กล้าให้เปลี่ยนชื่อโครงการ เพราะผมคิดว่า มันเปึน ๒ เรื่องที่ไม่เหมือนกัน วัตถุประสงค์แตกต่างกันชัดเจน เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะใช้โครงการ เศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กรอบแบบนี้นะครับ ท่านตั้งชื่อใหม่เลย อย่าตั้งเปึนโครงการ เอสเอ็มแอล และอย่าเอาโครงการเอสเอ็มแอล ทั้งเดิมและของใหม่มาปนกัน แล้วป้หน้า เราจะเห็นผลที่ชัดเจนว่า เอสเอ็มแอล ตามกรอบเดิม ตามรูปแบบเดิมที่ผ่านงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ไม่มีกรอบ เคารพความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจ เองได้ ดําเนินการเองได้ แล้วเอาไปพัฒนาหมู่บ้านตนเองได้ตามความคิดเห็นของคน ส่วนใหญ่นั้น กับ เอสเอ็มแอล ที่ถูกกําหนดกรอบต้องเปึนอาชีพ ต้องทําโน่นต้องทํานี่ อนุรักษ์พลังงาน และมีจุดอ่อนอย่างที่ผมนําเรียน เราจะได้เห็นเลยว่าแนวคิดทั้ง ๒ โครงการนี้อะไรดีกว่ากันนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทางรัฐบาลชัดเจนนะครับว่า เอาอย่างไร จะจับมันผสมกันหรือว่าจับมันแยกออกจากกันและพิสูจน์ในป้หน้าอะไรมัน ถูกต้อง แต่ผมคิดว่าวันนี้ผมก็อภิปรายโดยเหตุโดยผล แล้วก็นําเรียนต่อรัฐบาลผ่าน ท่านประธานไปว่าน่าจะมีการทําให้ชัดเจน แล้วทั้งหมดนี้ฝากผ่านท่านประธานไปถึง รัฐบาลอีกนิดว่าจริง ๆ นะครับ ผมอยากให้ส่วนราชการทําให้ชัดเจน หลักเกณฑ์ วิธีการ วัตถุประสงค์ที่ตอนที่เราชี้แจงงบประมาณที่มันหลวม ๆ อย่างนี้ อย่าให้มันเสียหายก่อน แล้วมาตรวจสอบเลย ให้เขาชี้แจงให้ชัดเจนและจะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน มากกว่านะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ