พิษณุ หัตถสงเคราะห เสนอแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยคัดค้านการให้เงินข้าราชการ 2,000 บาท เนื่องจากอาจไม่กระตุ้นการบริโภคและเสี่ยงต่อการถูกตัดบัตรเครดิต โดยเสนอตัดมาตรา ๔ (๑) ออกครึ่งหนึ่งเพื่อรักษาเงินออม และแนะนำให้รัฐบาลเปลี่ยนงบประมาณ 6,900 ล้านบาทจากโครงการฝึกอาชีพ มาสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีและภาคการเกษตร โดยเฉพาะโครงการขุดสระในไรนา เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนแทน
เดี๋ยวผมอภิปรายเสร็จแล้ว จะไปหารืออีกครั้งหนึ่งท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องของมาตรา ๔ ซึ่งเปึน เรื่องของงบกลาง ซึ่งอยู่ในการควบคุมของกระทรวงการคลังเปึนจํานวน ๑๓,๖๔๒ ล้านบาท ผมขออนุญาตอภิปรายในมาตรา ๔ (๑) ว่าด้วยเรื่องของมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ของบุคลากรภาครัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ภาครัฐบาลตั้งงบเอาไว้ ๒,๖๕๒ ล้านบาท นะครับ ซึ่งในตรงนี้ผมขออนุญาตตัดออก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมแปรญัตติไว้ตัดออก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ รายละเอียดของงบประมาณเปึนการช่วยเหลือผู้ที่มีเงินเดือน ย้ําผู้ที่มี เงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท เปึนข้าราชการทุกประเภท รัฐบาลจ่ายให้ครั้งเดียวคนละ ๒,๐๐๐ บาท ผ่านกระบวนการเหมือนการจ่ายเงินเดือนหรือค่าตอบแทนปกติ นั่นก็แปลว่า รัฐบาลจะโอนเงินเข้าบัญชีเหมือนกับจ่ายเงินเดือน สมมุติเคยจ่ายเงินเดือน ๑๒,๐๐๐ บาท ก็จ่ายเงินเดือน ๑๗,๐๐๐ บาท นะครับ นี่คือวิธีการที่รัฐบาลเขียนไว้ ท่านประธานครับมี ผู้รับประโยชน์จากแผนงานนี้ ๑,๓๒๖,๐๐๐ คน สาเหตุที่ผมขอแปรญัตติตัดออก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือตัดออก ๑,๓๒๖ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือตัดลงจากที่รัฐบาลเสนอว่า จะให้คนละ ๒,๐๐๐ บาท ให้เพียงคนละ ๑,๐๐๐ บาท มีเหตุผล ดังนี้
ท่านประธานครับแผนงานนี้เปึนแผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่น ด้านเศรษฐกิจ จุดมุ่งหวังของผู้จัดทํางบประมาณหรือว่ารัฐบาลนะครับต้องการ ให้ข้าราชการเหล่านั้นได้รับเงินแล้วจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการบริโภค ภาคครัวเรือน ท่านประธานครับ ที่ผมตัดออกครึ่งหนึ่งหรือตัดเหลือเพียง ๑,๐๐๐ บาท เพราะผมเรียนท่านประธานว่า แม้ว่ารัฐบาลจะให้งบประมาณให้กับกลุ่มผู้ได้รับประโยชน์นี้ ถึง ๒,๐๐๐ บาท แต่โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคประกอบกับความเปึนจริงของภาวะ เศรษฐกิจท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานอยู่ในวาวะที่วิกฤตเศรษฐกิจ ท่านประธาน มีเงินเดือนอยู่พอสมควร ถามว่าถ้ามีคนอยู่ดี ๆ เอาเงินมาให้ท่านประธาน ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานจะใช้หมดเลยไหมครับ ผมมั่นใจว่าท่านประธานก็ใช้ไม่หมดเหมือนกัน ท่านประธานก็อาจจะเก็บไว้ครึ่งหนึ่ง แล้วก็ใช้ไปอีกครึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าการที่เราจะเอาเงินงบประมาณใส่ลงไปในจุดที่เขาก็มีเงินเดือน อยู่แล้วนะครับ ระดับหนึ่งคือมีเงินเดือนอยู่แล้ว และหวังเอา ใช้คําว่า หวัง นะครับ เพราะว่าเราไม่สามารถไปบังคับเขาว่าเวลาผมเอาเงินให้คุณแล้ว คุณต้องจ่ายทั้ง ๒,๐๐๐ บาท เราบังคับเขาไม่ได้ท่านประธานครับ เราได้หวัง รัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ได้แต่หวังครับว่า ให้ไป ๒,๐๐๐ บาท แล้วเขาจะใช้ทั้งหมดและจะเกิดการ หมุนรอบของเศรษฐกิจ ซึ่งเปึนการเสี่ยงมาก เปึนการนํางบประมาณลงไปใช้ในจุดที่เสี่ยง เกินไปแล้วก็ไม่สามารถวัดผลได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เมื่อรับเงินแล้ว ๒,๐๐๐ บาท อะไรจะเกิดขึ้น ผมนําเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ครึ่งหนึ่งจะเก็บเงินไว้ ก็แปลว่าคน ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนนั้นอาจจะเก็บไว้ทั้ง ๒,๐๐๐ บาทเลยครับ ไม่ใช้เลยครับ ครึ่งหนึ่ง
๒. สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเงินเข้าบัญชีก็จะถูกตัดบัญชีโดยเจ้าหนี้ เพราะกลุ่มคน เหล่านี้ ข้าราชการเหล่านี้ส่วนใหญ่มีบัตร บัตรเครดิต ไม่ว่าจะเปึนอิออน (AEON) บัตรเฟ่ร์สทช้อยส์ (First Choice) หรือบัตรธนาคารต่าง ๆ จะใช้วิธีตัดบัตรเครดิต เมื่อเงิน เข้าบัญชีก็โดนตัดทันที ท่านประธานครับ ไม่เกิดการใช้จ่าย
นอกจากนั้น ท่านประธานครับ ถ้าจะใช้ก็ใช้เปึนครึ่งเดียว ที่เหลือก็เก็บไว้ เปึนเงินออมเพื่อความมั่นคง เพราะฉะนั้นผมเห็นว่ามาตรา ๔ (๑) เปึนมาตรการที่รัฐบาล จะกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่สามารถมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนได้ จึงขออนุญาตตัดออก ๕๐ เปอร์เซ็นต์
ท่านประธานครับ มาตรา ๔ วรรคสอง เปึนค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพ ผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนมูลค่า ๖,๙๐๐ ล้านบาท โดยรัฐบาลมีวัตถุประสงค์ที่จะรองรับปัญหาแรงงานว่างงานและนักศึกษาจบใหม่ อันเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจ โดยจัดให้มีการฝ๊กอบรมวิชาชีพ โดยหวังผลไว้ว่าจะต้องมี ผู้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า ๒ แสนคน ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมขออนุญาตตัดออก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าแม้นว่ารัฐบาลจะจัดให้มีการฝ๊กอบรมคนที่ตกงานหรือ นักศึกษาจบใหม่ อาจจะอบรมกัน ๖ เดือน ท่านประธานครับ แต่เมื่ออบรมเสร็จแล้ว ออกไปสู่ตลาดแรงงานก็ตกงานอีกครับ เพราะว่าไม่ได้มีการเตรียมการรองรับไว้ มาตรการ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลวางไว้ ผมเรียนท่านประธานเลยครับว่าส่วนใหญ่จะไหลลง ทะเลครับ คือไปแล้วไปลับไม่กลับมา สิ่งรัฐบาลที่ควรจะใช้หรือควรจะทําเงินให้เปึน ประโยชน์จาก ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั่นก็คือเอาไปสร้างงานสร้างอาชีพ ท่านประธานครับ ธุรกิจเอสเอ็มอีมีอยู่ทั่วไป ทุกจังหวัดทั่วภูมิภาค ขณะนี้กําลังเดือดร้อนครับ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ถ้าผมเปึน ท่านกรณ์ จาติกวณิช ผมจะไปช่วยเอสเอ็มอีผมจะสร้างงาน ผมจะสร้างความมั่นคง ให้กับเอสเอ็มอีหรือผู้ประกอบการรายเล็ก รายใหญ่ รายกลาง ให้เขาเหล่านั้นมีสภาพคล่อง เสริมสภาพเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าไป ช่วยเขาหาตลาด ไม่ว่าจะเปึนตลาดในประเทศ ตลาด ต่างประเทศ ตรงนี้จะเกิดประโยชน์มากกว่าที่จะเอาคนตกงาน ๒ แสนคนไปอบรม ละลาย เงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ไปโดยไม่เกิดประโยชน์ นอกจากนั้นถ้าผมเปึนรัฐมนตรี กรณ์ จาติกวณิช ท่านประธานครับ ผมจะใส่เงินในภาคการเกษตร เพราะเรามองเห็นแล้วว่าอีกไม่เกิน ๖ เดือน คนจะต้องว่างงานไม่ต่ํากว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน กลับสู่ไร่นาครับ กลับสู่ไร่นา ไปทําอะไรล่ะครับ ถ้าหากว่าเราไม่เตรียมภาคการเกษตรให้มันเข้มแข็ง ถ้าเปึนผม ผมจะ สนับสนุนโครงการอะไรก็ได้ที่ทําให้เกษตรกรสามารถอยู่ได้ด้วยตัวท่านเอง ด้วยตัวเขาเอง ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ตัวอย่างหนึ่ง นั่นก็คือโครงการขุดสระในไร่นา ใช้งบประมาณ ๑๖,๐๐๐ บาทต่อบ่อครับท่านประธานครับ มีเกษตรกรที่ขอร่วมโครงการทั้งหมด ๕๕๐,๐๐๐ ราย ที่ขณะนี้รอภาครัฐลงไปช่วยสนับสนุน โครงการขุดสระในไร่นาขนาด ๑,๒๖๐ คิว รัฐบาลอุดหนุนส่วนหนึ่ง และก็ประชาชนหรือว่าพี่น้องเกษตรกรจ่ายเงิน สนับสนุนมา ๒,๕๐๐ บาทต่อบ่อ ถ้าผมเปึนรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมจะทํา ตรงนี้ ถามว่าทําไมต้องทําตรงนี้ เพราะว่าเกษตรกร ๕๕๐,๐๐๐ คน นั่นก็คือโรงงานผลิต สินค้าดี ๆ นี่ละครับ ท่านประธานครับ นั่นคือ เอสเอ็มอี ของประเทศไทย นั่นคือพี่น้อง ประชาชนที่เปึนพ่อค้าขายข้าวครับ ผลิตข้าวขาย แต่ถามว่ารัฐบาลเคยมอง เคยเหลียวแล เคยเห็นเลยไหม ไม่ครับ หลายรัฐบาลผ่านมาก็มองข้ามไป จะมีเพียงท่านเดียวที่ทําและ คิดถึงพี่น้องตรงนี้นั่นก็คือรัฐบาลของ ท่านทักษิณ ชินวัตร แต่โอกาสไม่เปึนของท่านครับ ไม่มีรายได้กลับคืนสู่ภาครัฐ จึงฝากรัฐบาลไว้ว่าเรายังมีเวลา เราอยู่ในวาระ ๒ ถ้ารัฐบาล เห็นด้วย บางตัวที่ไม่เปึนประโยชน์ บางตัวที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้ไปว่า เอาให้เขา ๒,๐๐๐ บาท ท่านเช็กไม่ได้หรอกครับ ท่านตรวจสอบไม่ได้ว่าเขาจะใช้หรือไม่ใช่ ผมมั่นใจเหลือเกินว่า ครึ่งหนึ่งเขาใส่กระเปิาเก็บไว้ อีกครึ่งหนึ่งเขาใช้ แต่จะใช้อะไรเราก็ไม่รู้ อาจจะเอาไว้ใช้หนี้ ถามว่าเอาไปใช้หนี้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจไหม ไม่หมุนเวียนท่านประธาน กลับเข้าสู่ระบบธนาคารเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นงบตรงนี้ยังมีมาตรา ๑๓ เรื่องของ กระทรวงแรงงาน ถ้าผมจําไม่ผิด ซึ่งตรงนั้นผมอาจจะไม่แตะ เพราะวันนี้พูดไปแล้ว ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้ ๕ ทุ่ม ๑๕ นาทีแล้ว ท่านประธานผมคิดว่า ถ้าเราได้อีกสักมาตรา ๔ มาตรา ๕ แล้วพรุ่งนี้เช้าเริ่มกันสัก ๙ โมงนะครับ ก็อยากจะ ขอความร่วมมือไปทางพี่น้องซีกพรรครัฐบาลด้วย โดยเฉพาะพรรคร่วม ผมคุยหลายท่านแล้ว นะครับ มาตั้งแต่ ๙ โมงเช้า ตอนนี้ก็ ๑๒-๑๓ ชั่วโมงเข้าไปแล้ว ถ้าเปึนไปได้ก็อยากจะฝาก ท่านพิเชษฐนั่งอยู่ข้างบน ช่วยหารือทางฟากรัฐบาลด้วยว่า พรุ่งนี้เรากลับมาว่ากันใหม่ สมองใส ๆ แล้วมาคุยกันว่าเราจะเอาอย่างไร รัฐบาลเห็นอย่างไร ฝ์ายค้านเห็นอย่างไร อินทีเกรท (Integrate : บูรณาการ) กัน เราจะได้นําเงินตรงนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนอย่างสูงสุด ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ