สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วิชาญ มีนชัยนันท์ เสนอแนวคิดในการพัฒนาประเทศไทยให้มีความสามารถในการพัฒนาตัวเอง โดยไม่ไปกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ และให้ความชัดเจนเกี่ยวกับศักยภาพของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณกรณีฉุกเฉินและแผนฟู้นฟูเศรษฐกิจ โดยมีแผนการเตรียมงบประมาณเพิ่มเติม และเตรียมการสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น ภัยพิบัติและกรณีการปฏิบัติการที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการใช้งบประมาณที่เหลือ และเรียกร้องการความชัดเจนในการใช้จ่าย โดยเฉพาะการใช้งบกลางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ อยู่ใน เนื้อหาครับแล้วก็กระชับครับ เดี๋ยวก็คงจะจบแล้วครับ และผมก็คงไม่ใช่เวลาในมาตราอื่น ถ้าไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้อง อนุญาตครับว่าเรื่องการท่องเที่ยวถ้าเราทําตัวเลขให้มันต่ํา เดินทางมาสะดวก อาหารการกิน ค่าครองชีพต่าง ๆ อเมริกา อังกฤษค่าครองชีพสูง ในยามนี้ เขาส่งคนเขามากินเที่ยวในประเทศไทยยังถูกกว่าที่อื่น เราต้องคิดในมุมนี้ครับ เพราะว่าประเทศไทยนอกเหนือจากตรงนี้แล้ว เรื่องการแพทย์ต้องส่งเสริมและต้องเอาจริง เอาจัง เพราะว่าอย่างน้อย ๆ ค่าใช้จ่ายเรื่องการแพทย์ต่าง ๆ ที่เขาจะมารักษาพยาบาล ตรงนี้จะช่วยได้ ผมขออนุญาตนะครับท่านประธาน ตรงนี้ใช้เวลา ๖ เดือน แต่ ๖ เดือน เขาหวังว่านะครับในเรื่องดังกล่าวคณะกรรมการองค์การส่วนราชการกําหนดเปัาหมาย แรงงานกลุ่มต่าง ๆ แล้วก็มีการบูรณาการ ผมบอกได้เลยครับว่า คงไม่ได้หรอกครับ ถ้าคิดอย่างนี้ แสดงว่ากลุ่มอาชีพต่าง ๆ คงจะมีระยะการทํางานแล้วก็ฝ๊กอบรมงาน โดยไม่ได้คิดเลยครับว่า ทําไมไม่จัดกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ในกลุ่มหรือสายงานต่าง ๆ แล้วให้ เขาฝ๊กพร้อมทั้งดําเนินการหรือถ้ามันใกล้เคียงกันเราจะสร้างอาคารหรือกลุ่มต่าง ๆ ที่เปึน ที่อยู่อาศัยที่มันขาดอยู่นี่ วันนี้ทําไมไม่ใช้วิกฤติตรงนี้ละครับ แหล่งเงินที่ดีที่สุดคือประเทศไทย ถ้าเราระดมออกมาได้ความเชื่อมั่น เชื่อถือคนมาลงทุนเองครับ แต่ถ้าเราเองนะครับ เหมือนเกาหลีที่คราวที่แล้วเราคิดต้มยํากุ้ง เกาหลีเขาระดมเงินในประเทศเขาครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับ มาเลเซียบอกว่าป่ดประเทศเลยกลัวค่าเงินหล่นต่ํา เขาเล่น ภายในประเทศทั้งหมดของเราพอสตาร์ทปุ็บเกิดวิกฤติปุ็บ บินไปโรดโชว์ โอ.เค. ไม่มีปัญหา แต่อย่าไปกู้ครับ ถ้าเมื่อไรกู้แสดงว่าประเทศไทยไม่มีความสามารถ ในการที่จะไปพัฒนาประเทศตัวเองแล้วให้เขาดูถูกครับ เพราะญี่ปุ์นตอนนี้มันก็แย่อยู่แล้ว เขาเองอาจจะคิดว่าประเทศไทยแย่กว่าก็เลยสงสารให้กู้ยืมเงิน ขออนุญาตครับว่า ผมคิด ว่าโอกาสที่จะพัฒนานั้นกับเด็กที่จบใหม่ ๒๔๐,๐๐๐ คนนั้น น่าจะมีโอกาสสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าดูจากตรงนี้แล้ว เพราะคนที่จบมาในสายอาชีพ ถ้าไปให้เขาเปลี่ยนอาชีพ ที่เปึนอิสระ ยกเว้นครอบครัวเขา พ่อแม่เขามีอาชีพรองรับอยู่แล้ว เขาไปแน่ แต่อย่างนี้ ผมว่าท่านประธานคงจะต้องให้ทางกรรมาธิการผ่านไปยังรัฐบาล ลองไปดูครับว่าตัวเลข ที่เรียกว่า เพิ่มพูนศักยภาพ นั้น ต้องให้เกิดความชัดเจน นี่ยังเขียนไปครับว่าเกี่ยวกับเรื่อง วิสาหกิจชุมชน อันนี้เริ่มเข้าเค้านิดหนึ่งครับ เพราะการทําวิสาหกิจชุมชนนั้นต้องเปึน กลุ่มงาน แต่ไม่ทราบว่าแบบไหน อย่างไร แล้วจะทําให้เกิดประโยชน์ได้มากเพียงไร

สุดท้ายครับ ใน (๓) กรณีเงินสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉิน เมื่อสักครู่ผมพูด ค้างไว้นะครับว่า ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไป ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลเข้ามา ส่วนที่เหลือ เอาไปใช้ รัฐบาลชุดนั้นใช้ไป ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้เอาอีก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท บอกว่าอะไรครับ การใช้จ่ายงบอย่างนี้ฉุกเฉินจําเปึนเขาไม่ต้องไปตั้งหรอกครับ ถ้าจะเอาก็ ตั้งไว้เลยเหมือนรัฐบาลชุดนี้ที่เปึนอดีตฝ์ายค้านบอกว่า ตอนสมัยรัฐบาลชุด ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผี ๓ ตัว ท่านพูดเสมอผมจําได้ ผีตัวที่ ๑ ตัวที่ ๒ ตัวที่ ๓ ตั้งงบไว้ ไม่มีรายละเอียด เสร็จแล้ววันนี้ท่านทําไว้แต่การใช้จ่ายงบกลางกรณีฉุกเฉินมันต้องเกิด ต้องเห็น ผมถึงถามบอกว่า ที่ไปใช้ที่ไปกันมันหมดหรือยัง กันไว้เรื่องวาตภัย กันไว้ชดเชย มันอย่างไรนะครับ ตอบมาผมไม่ได้ติดใจหรอกครับ แต่ต้องทราบ เพราะวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเองตอบว่า ใช้ไปแล้วรัฐบาลนี้เข้ามามีอยู่แค่นี้ ผมก็เลย สงสัยบอก เอ๊ะ ผมยังอยู่ในส่วนของรัฐบาลไม่เห็นใช้อะไรเลย คราวนี้นี่ครับต้องถามว่า แล้วงบประมาณยอดนี้ที่บอกว่า เปึนงบกลางกรณีฉุกเฉินจําเปึน ท่านทราบหรือครับว่า จะเกิดอะไรขึ้น ประเทศไทยจะเกิดสึนามิอีกหรือ จะเกิดอุทกภัยอีกหรือครับ เมื่อสักครู่ มีหลายคนบอกไม่รู้รัฐบาลชุดนี้โชคดีหรือโชคไม่ดี พอเข้ามารับปุ็บเกิดเรื่องแต่ไฟทั้งนั้น ผับไฟไหม้นะครับ เดี๋ยวระเบิด วันนี้ที่สถาบันเขาทดลองชีวภาพครับ เด็กตาบอดอีก ๓ คน หรือจะเตรียมเงินงบประมาณงบกลางป้ไว้นี่แล้วก็บอกว่า จําเปึนที่จะต้องเตรียมไว้ครับ เปึนการสร้างหลักประกันรายได้ให้กับผู้สูงอายุ อันนี้จะเอาไปทําอะไรครับ ผู้สูงอายุ สร้างหลักประกัน เอาไปใช้จ่ายนี่ตามที่เรามีมติไปตั้งกรรมาธิการพิจารณาค่าครองชีพ ให้กับผู้สูงอายุหรือเปล่า ใช่หรือเปล่าครับ เตรียมไว้หรือเปล่า ถ้าเตรียมไว้ก็ต้องไปดูครับว่า จริง ๆ แล้วมันมีกฎเกณฑ์กติกาถ้าไปเขียนบอกว่า ต้องได้เหมือนกันหมดก็ไปฝากครับว่า ต้องดูความชัดเจนให้เกิด นี่เขียนไว้เลยครับบอกว่า จะเอาตัวนี้ใช่ไหม มันผิดหลักเกณฑ์ หรือเปล่าของวิธีการใช้งบประมาณกรณีงบกลางเงินสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินจําเปึน อันนี้ ต้องถามครับเขียนอย่างนี้

(๒) นี่สามารถฟุ๋นฟูเศรษฐกิจตามกรอบแผนฟุ๋นฟูที่อาจจะต้องใช้ อาจ นะครับ อาจจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม อันนี้เตรียมไว้อีกแล้วครับจะไปฟุ๋นฟู ที่ผ่านมา อ่านมานี่ฟุ๋นฟูทั้งนั้นล่ะครับ แม้กระทั่งคําปรารภการของบประมาณท่านเขียนไว้หมด นี่เขียนไว้อีกครับเขียนเผื่อไว้ เดี๋ยวผมจะบอกให้เขียนไว้ทําอะไรครับ

อันที่ ๓ นี่สามารถเตรียมไว้ให้กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงาน ของรัฐใช้จ่ายตามเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมาย อันนี้เข้าเค้า ไม่เปึนไรครับ อันนี้เขียนได้ เช่น กรณีภัยพิบัติต่าง ๆ กรณีการปฏิบัติการผูกพันตามกฎหมายที่เกิดขึ้น ระหว่างประเทศ กรณีจําเปึนเร่งด่วน เขียนไว้เถอะครับ เพราะว่าท่านไม่เขียนเดี๋ยวก็ ใช้ไม่ได้ เพราะมันเปึนพระราชบัญญัติ

ทีนี้ประเด็นที่ผมจะพูดนี่นะครับต่อตรงนี้นิดหนึ่ง ตอนที่ท่านเขียนนี่ท่าน ก็คิดคาดการณ์ว่าจะต้องเกิดอย่างโน้นอย่างนี้ และถ้ามันไม่เกิดมันก็อยู่ในกรอบ งบประมาณที่เรียกหยิบมาใช้ วันนี้รัฐบาลนี่นะครับสามารถที่จะใช้ทั้งเงินงบกลาง ที่เหลืออยู่แล้วถ้างบป้ ๒๕๕๒ รีบประกวดราคา รีบอะไรนี่ครับเงินที่เหลือนี่ค้างท่อก็เอามา กองไว้เรียกมาใส่ไว้ตรงกลางอีกงบกลาง รัฐบาลก็ใช้ได้อีกครับ ถามว่านายกรัฐมนตรี โดยอํานาจของท่านแล้วนี่ ท่านผู้อํานวยการสํานัก ๑๐ ล้านบาท แต่ก็ต้องจ้างทุกครั้งให้กับ ท่านนายกรัฐมนตรีทราบบอกว่า มีเหตุจําเปึน มีอะไรที่เขาขอมา ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ใช้ได้ ๑๐๐ ล้านบาทนะครับ ถ้าเกินต้องขออนุมัติ ครม. แต่ผมบอกว่าถ้าใช้ ๑๐๐ ล้านบาท หลาย ๆ ครั้งนี่ตามโครงการนี่มันจะดีกว่าหรือเปล่า อันนี้ผมตั้งข้อสังเกตนะครับแต่ต้อง ได้รับคําตอบว่า วิธีการโดยการทํางบประมาณเฉกเช่นที่ผ่านมานี่ ผมเคยท้วงติงใน ครม. ครับที่ผ่านมา การใช้จ่ายงบฉุกเฉินผ่าน ครม. คราวที่แล้วนี่เกี่ยวกับกรณีการบุกรุก ประกาศภาวะฉุกเฉิน ในกรณีพันธมิตรป่ดสนามบินสุวรรณภูมิ ยึดทําเนียบรัฐบาล ตอนไป ป่ดสนามบินสุวรรณภูมินี่ออกเปึนภาวะฉุกเฉิน พระราชกฤษฎีกาออกมาว่า เปึนภาวะ ฉุกเฉินประกาศออกไป ทหารนี่ไม่พรึบพรับเลยครับท่านประธาน ไปเช็กดูครับมีกําลัง เจ้าหน้าที่ตํารวจ ๒,๐๐๐ นาย สนามบินสุวรรณภูมิผมนะไปเช็กเองไปสอบถาม ท่านโกวิท บอกมีอยู่ ๒,๐๐๐ คน ม็อบมีเส้นนี่เอาไม่ออกหรอกมีอยู่แค่ ๒,๐๐๐ คน อ้ายคนนี่เปึนหมื่น ทหารออกไป ทหารบกไม่มี ทหารอากาศ ๘๐ คน ทหารอากาศ ๑๒๐ คน แล้วจะไปกวาดไล่ม็อบ เอางบกลางให้ไป ๓๐๐ กว่าล้านบาท ปรากฏว่าผมจําตัวเลขไม่ได้นะครับ ตกคนหนึ่งนี่ ๕๐๐ บาท หรือ ๔๐๐ บาท ให้ก่อนที่จะไปทํางานมาจากต่างจังหวัดทั้งนั้นละครับ เอาไป ๒๐๐ บาท สมมุติได้ ๔๐๐ บาทนะเอาไปครึ่งหนึ่งก่อน อีกครึ่งหนึ่งกลับบ้านก่อนแล้วค่อยไปรับ ปลายทาง ผมถึงไม่สงสัยเลยเงินเอาไปเยอะแยะเหมือนกับใต้ครับเอาไป การจ่ายเงิน ผมต้องฝากครับ ไปดูแลกันดีหรือเปล่า รัฐบาลอนุมัติเงินไปหน่วยงานเอาไปทํานี่จ่าย หรือเปล่า เหมือนอุดหนุนนะครับทางใต้นี่ซื้อเกราะกันกระสุน ยังได้ไม่ครบเลย ท่านประธาน ตายกันนี่ วัดก็ซื้อ หาเงินสงสารทหาร ทางนี้อุดหนุนไป ไปดูเช็กครับ ผมว่า มันเยอะ นี่เอางบกลางไปใช้กัน