สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ หารือเรื่องงบประมาณที่รัฐบาลเสนอเพิ่ม 116,700 ล้านบาท และแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงเรื่องการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ การหารายได้ และการปฏิรูปการบริหารจัดการน้ำมัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเพิ่มเงินให้ผู้มีรายได้น้อย และแจกเงินให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ได้ลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผมขออนุญาต ท่านประธาน ผมไม่ได้อภิปราย เมื่อสักครู่นี้ผมขออนุญาตเอาคําพูดของศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อุกฤษ มงคลนาวิน ที่ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะ แล้วหนังสือพิมพ์เอาไปตีพิมพ์ ตรงนี้ฝ์ายอื่นเขาดูถูกนักการเมือง อาจารย์อุกฤษ ถึงได้เปรียบเทียบว่า นักการเมืองไม่ใช่คนที่เลวเสียทั้งหมด ไม่ใช่มีคุณธรรมเปึนเลิศ แต่นักการเมืองเปึนคนที่รู้ปัญหาของประเทศชาติ ของบ้านเมือง อีก ๒ บรรทัดครับ ท่านประธาน ท่านบอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เปึนรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยคนที่ไม่มี ความรู้เรื่องการเมือง ส่วนใหญ่ไม่เคยนั่งในสภา และไม่เคยผ่านการเลือกตั้ง จึงมีแนวโน้ม ที่จะนําไปสู่ความขัดแย้งอย่างสูง กลายเปึนการแก้ปัญหาแบบลิงแก้แห ใช้คนไม่รู้จริง มาแก้ปัญหาบ้านเมือง ไม่รู้จริงแล้วยังไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ และขาดประสบการณ์ ที่สําคัญคือมีอคติกับนักการเมือง เมื่อเปึนอย่างนี้คงหาความสามัคคีไม่ได้ ผมไม่ได้ อภิปราย แต่ผมขออนุญาตท่านประธานนําคําพูดของศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อุกฤษ มงคลนาวิน มากราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เพื่อนสมาชิกทั้งฝ์ายรัฐบาลและฝ์ายค้าน ได้รู้สถานภาพของตัวเอง เวลานี้คนที่ทําลายนักการเมือง ทําลายพรรคการเมือง คือคนที่ไม่ได้อยู่ในสภานี้ แล้วมันเปึน ปัญหาที่สมาชิกได้แสดงความวิตกกังวลว่ารัฐบาลนี้บริหารต่อไปก็ด้วยความลําบาก ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซีกฝัืงโน้นที่ท่านเปึนรัฐบาล พวกผมมีความวิตกกังวลและเห็นใจรัฐบาลอย่างยิ่งในภาวะนี้ ที่ต้องมารับภาระหนักหน่วงของบ้านเมือง แล้วที่ต้องมาเสนอพระราชบัญญัติงบประมาณ กลางป้ขอเพิ่มมา ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องเล่นนะครับท่านประธาน ย้อนไปก่อนนี้ รัฐบาลที่เสนอพระราชบัญญัติงบประมาณประจําป้ ได้เสนอมา ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนั้นบ้านเมืองยังไม่มีวิกฤติแบบนี้ วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ยังไม่มีรัฐบาลในขณะนั้นก็คาดหมายว่าจะจัดเก็บรายได้ได้ตามเปัา จึงเสนอมา ๑๘๓,๕๐๐ ล้านบาท แต่มาถึงวันนี้ปัญหามันเกิดขึ้นมากมายท่านประธาน สมาชิกหลายคน ผมจําได้แม่นคนหนึ่งคือคุณฐิติมา ขออภัยที่เอ่ยอ้าง ได้นําเสนอว่า ขณะนี้หน่วยงาน ต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษี นั่นคือรายได้ที่จะมาใช้จ่ายในการบริหารบ้านเมือง มีปัญหาเก็บไม่ตรงเปัา หน่วยงานที่จัดเก็บภาษีในสังกัดกระทรวงการคลังมีอะไรบ้าง กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต แล้วก็ยังมีรายได้อีกส่วนหนึ่งที่มาจาก รัฐวิสาหกิจ ล้วนแต่แถลงว่าในไตรมาสแรก ๔ เดือนที่ผ่านมานั้นไม่เข้าเปัา และยังคาดว่า อนาคตข้างหน้าเหลืออีก ๓ ไตรมาสนั้นจะมีปัญหา เมื่อมีปัญหาอย่างนี้จึงเปึนความวิตก กังวล และนี่ละครับนํามาสู่เหตุผลของการตัดงบประมาณในมาตรา ๓ ท่านประธานครับ ผมมีความรู้สึกนอกเหนือจากเปึนห่วงว่ารัฐบาลจะเก็บภาษีไม่เข้าเปัาแล้ว ท่านประธานครับ เราไม่ได้เพียงแต่รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากทั่วโลก แต่ภายในบ้านเราเอง ก็มีปัญหา มีปัญหาจากการชุมนุมประท้วงตั้งแต่ป้ที่แล้ว แต่ที่รุนแรงและส่งผลกระทบ มากที่สุดคงปฏิเสธไม่ได้ กรณีการยึดสนามบิน (ท่าอากาศยาน) ที่ทําลายความเชื่อมั่น ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เคยเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทย ประมาณโดยธนาคาร แห่งประเทศไทยว่าต้องสูญเสียรายได้นับเปึนแสนล้านบาท เมื่อเปึนอย่างนี้รัฐบาลนี้ ปัจจุบันนี้ที่ต้องมารับภาระบ้านเมืองหนีไม่พ้นครับท่านประธานครับ หนีไม่พ้นที่จะต้องกู้ ซ้อนกู้ เพราะงบประมาณเดิม ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ส่วนหนึ่งก็ต้องกู้มาแล้ว เพราะคาดว่าจะต้องเปึนงบประมาณขาดดุลจึงต้องกู้มา และเมื่อต้องกู้มาจากงบประมาณ ประจําป้งบปกติ แต่มางบกลางป้นี่เสนอมาอย่างนี้ก็หนีไปพ้นต้องกู้ซ้อนกู้ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการเมื่อรายได้ไม่เข้าเปัา งบประมาณไม่เข้าเปัา รัฐบาลน่าที่จะ ปรับลดงบประมาณประจําป้เสียด้วยซ้ํา โดยปรับลดทุกกระทรวง ทบวง กรม แต่นั่นรัฐบาล ก็ไม่ได้ทํา กลับเสนอเพิ่มงบประมาณกลางป้เข้ามา ตรงนี้หนีไม่พ้นต้องกู้แน่ ๆ แล้วมันก็จะ ย้อนกลับไปถึงป้ช่วง ๒๕๔๑-๒๕๔๔ ที่รัฐบาลชุดนี้ พรรคการเมืองนี้เคยกุมบังเหียนของ ประเทศ แล้วก็ได้เคยสร้างผลงานไว้แล้ว นั่นคือการกู้ ไม่ว่าจะเปึนมิยาซาวา ไม่ว่ากองทุน การเงินระหว่างประเทศ ไอเอ็มเอฟ สิ่งเหล่านี้ปฏิเสธไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้วงจรมันจะ ย้อนกลับมาอีกในรัฐบาลชุดนี้ นั่นคือสิ่งที่ประชาชนทั้งประเทศวิตกกังวล ในฐานะที่พวกผม เปึนผู้แทนราษฎรสัมผัสกับประชาชนทุกวัน ประชาชนแสดงความวิตกกังวลเปึนห่วง รัฐบาลยังต้องสร้างหนี้ไว้ให้แก่ลูกหลานอีกแล้วหรือ พวกผมก็ต้องเอามาสะท้อนให้รัฐบาล ได้รับทราบ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่เมื่อสักครู่ผมบอกว่าทําไมไม่ปรับลดงบปกติ เปึนต้นว่า กองทัพมีงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทัพบกจะขอซื้อรถลําเลียงพล ยานยนต์หุ้มเกราะ กองทัพเรือจะซื้อเรือดําน้ํา กองทัพอากาศจะขอซื้อฝูงบิน สิ่งเหล่านี้ มันจําเปึนนักหรือ แล้วขณะนี้เรามีศึกสงครามประชิดอยู่หรือ ตรงนี้ชะลอไปก่อนได้ไหม นี่คือสิ่งที่ประชาชนฝากผู้แทนราษฎรให้นํามากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จะทําได้ แทนที่จะไปกู้เงินมาโปะ ก็ลองปรับลดงบประมาณปกติที่อยู่ใน ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท จะได้ไหม นี่คือคําถาม

ท่านประธานครับ ผมเชื่อแน่ว่ารัฐบาลชุดนี้ยังจะต้องเผชิญปัญหาต่อไปอีก มากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่หารายได้เข้ามาไม่ได้ แล้วไปเจรจากู้อย่างที่ หลาย ๆ ท่านแสดงความคิดเห็นไปแล้วว่าไม่ได้มาขอความเห็นชอบจากรัฐบาล นั่นก็คือ อุปสรรคจากมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ที่หลาย ๆ ฝ์ายเรียกร้องให้แก้ไขเสีย ไม่อย่างนั้นมันจะเดินหน้าไม่ได้ นี่คือส่วนหนึ่ง

อีกส่วนหนึ่งอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าสมัยก่อน สมัยท่านสมัคร น้ํามันบาร์เรล ๑๔๐ กว่าเหรียญดอลลาร์สหรัฐ แล้วราคาขายอยู่ที่ ๔๐ บาทเศษ ปัจจุบัน น้ํามันลดราคาเหลือ ๔๐ เหรียญดอลลาร์สหรัฐ แทนที่ประชาชนจะมีความสุขได้ใช้น้ํามัน ราคาถูกลง แต่ด้วยความจําเปึนของรัฐบาลทําให้ต้องมาขึ้นภาษีน้ํามัน ผลักภาระให้ ประชาชนต้องรับผิดชอบ นี่ขึ้นไปรอบแรก ๑ บาท ๕๕ สตางค์ ทําอย่างคนไม่มี ประสบการณ์ คือไปประกาศล่วงหน้าว่าจะต้องขึ้นเปึนระยะ ๆ มันถึงได้มีคนตั้งข้อสังเกตว่า มีการลําเลียงน้ํามันเถื่อนมากักเก็บกันไว้หรือเปล่า แต่จะมีหรือไม่มีก็ไม่รู้ครับ ประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศต้องรับภาระจากการซื้อน้ํามันแพง คงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า น้ํามันนั้นเปึนปัจจัยสําคัญในกระบวนการผลิต ในกระบวนการขนส่ง โรงงานผลิตสินค้า เสร็จแล้วถ้าไม่มีการขนส่งไปสู่ตลาดมันก็ระบายไม่ออก การขนส่งไปสู่ตลาดมันก็ต้องใช้ น้ํามันเปึนปัจจัยสําคัญในการที่จะขับเคลื่อน เมื่อน้ํามันขึ้นราคาค่าใช้จ่ายอย่างอื่นก็ต้อง ขึ้นตามมา ก็เท่ากับรัฐบาลต้องผลักภาระให้ประชาชนอีก ตรงนี้น่าเปึนห่วงเหลือเกิน ท่านประธานครับ ผมเปึน ส.ส. สมัยแรก วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๒ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ชื่อ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ขึ้นราคาน้ํามันทีเพียง ๓๐ สตางค์ ท่านประธานครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ชื่อ นายอบ วสุรัตน์ สภาผู้แทนราษฎร อภิปรายถล่มรัฐบาล นายกรัฐมนตรี พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ยืนขึ้นรับกลางสภาว่าเปึนการตัดสินใจ ที่ผิดพลาด ผมขอรับผิดชอบ ลาออก ผมไม่อยากให้ภาพนั้นเกิดขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๕๒ นี้ นั่นมัน พ.ศ. ๒๕๒๒ นี่ พ.ศ. ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้กล้าหาญมากขึ้นที่ บอกล่วงหน้าว่าจะขึ้นถึง ๕ บาท ๖ บาท อันตรายครับท่านประธาน เชื่อผมเถอะครับ ลองไปพิจารณาดูงบปกติที่ตั้งไปนั้นอะไรที่ปรับลดลงได้ ปรับลดลงเสีย และที่สําคัญที่สุด เงินที่บอกว่าจะไปอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นไปให้มันถูกทิศถูกทาง ไปซื้อเสื้อผ้า ซื้อสมุด ดินสอ พวกนี้ไปแจกนักเรียนมันไม่ได้ละครับ ท่านประธาน มันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลย เอาละ อาจจะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ประหยัดเงินในกระเปิาของพ่อ แม่ ผู้ปกครอง นักเรียน มันก็เพียงน้อยนิด แต่มันไม่มีทางที่จะสร้างรายได้ที่จะมาส่งเสริมให้เศรษฐกิจ ดีขึ้น นี่ข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ บอกว่าเอาเงินจํานวนหนึ่งไปเพิ่มให้กับผู้ที่เอาประกันสังคม หรือข้าราชการที่เงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท โดยจ่ายให้ฟรี ๆ ไปเลยคนละ ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมเปึนห่วงพรรคประชาธิปัตย์ของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านแพ้เลือกตั้งแน่นอน คราวหน้าท่านตายเลยครับ เต็มที่แจกได้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศมีเท่าไร ครับ ๔๐ ล้านคน ท่านแจกได้ ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน ได้คนละ ๒,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐,๐๐๐ คน นี้ เจ้าประคูณขอพระสยามเทวาธิราชดลบันดาลให้ ๙,๐๐๐,๐๐๐ คนนี้ลงคะแนน ให้พรรคประชาธิปัตย์ แต่อีก ๓๑ ล้านคนเขาบอก กูไม่ลงคะแนนให้มึงเพราะกูไม่ได้ ๒,๐๐๐ บาท อันตรายครับ -------------------------------------------------------------------------- รัชกาลที่ ๖ สอนไว้ว่า คนฉลาดย่อมเปลี่ยนคิดได้ คนโง่ไซร้ไป์แปลง แปลว่าถ้าคนฉลาดนี่ คิดผิดแล้วเปลี่ยนแปลงได้ครับ แต่ถ้าคนโง่ไม่เปลี่ยน ตามใจสิ ท่านก็ได้ไป ๙,๐๐๐,๐๐๐ คะแนน พวกผมก็ได้ ๓๑ ล้านคะแนน แล้วมาดูกัน ขอบคุณครับ