กรณี จาติกวณิช เสนอขอบคุณทุกท่านในคณะกรรมาธิการ และสมาชิกสภาแห่งนี้ที่มีส่วนร่วมอภิปรายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำถึงความต้องการของประชาชนในส่วนของสาธารณูปโภค การจัดหาเงินเพิ่ม และการแก้ไขปัญหาสังคม กรณีจาติกวณิชพูดถึงการพิจารณางบประมาณกลางปีและขอความร่วมมือในการพิจารณาข้อเสนอแนะที่อยู่นอกกรอบ และเน้นย้ำถึงสถานการณ์เศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดการขาดดุลในงบประมาณปี 2552 ซึ่งมูลค่า 250,000 ล้านบาท โดยระบุว่าการกู้ยืมเงินจากญี่ปุ่นเพื่อโครงการรถไฟฟ้า สายสีแดง เป็นโครงการที่รัฐบาลตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยริเริ่ม และรัฐบาลปัจจุบันยืนยันการกู้ยืมเพื่อสานต่อโครงการ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นผมต้อง ขออนุญาตขออภัยเพื่อนสมาชิกนะครับ ที่บางช่วงในช่วงเช้าผมไม่ได้นั่งประจําตําแหน่ง อยู่ในที่นี้ และไม่ได้ฟังหลาย ๆ ท่านที่ได้แสดงความคิดเห็น อย่างไรก็แล้วแต่ก็ได้มี เจ้าหน้าที่ได้บันทึกทุกประเด็น ข้อสังเกต ข้อท้วงติงที่ท่านได้อภิปรายไว้นะครับ แล้วผมก็ ได้เก็บมาพิจารณาพร้อมกันกับเพื่อนกรรมาธิการที่จะชี้แจงตามจากผมนะครับ นอกจากนั้นในฐานะประธานคณะกรรมาธิการผมก็ต้องขออนุญาตที่จะขอบคุณเพื่อน สมาชิกจากทั้งสองฝัืงของสภาแห่งนี้ด้วยนะครับ ที่ได้ใช้เวลาในการที่จะอภิปรายความในใจ อภิปรายในส่วนของความกังวลที่มีต่อข้อเสนอพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมนะครับ ตามที่ทางรัฐบาลได้นําเสนอ ก็ต้องเรียนตามตรงนะครับว่า วันนี้ก็เปึนที่ ทราบกันว่าเปึนการอภิปรายในวาระสอง ตามระเบียบของการประชุมนั้นก็มีความจําเปึน ที่จะต้องอภิปรายในรายมาตราในรายละเอียดของแต่ละมาตรา แต่ว่าช่วงครึ่งวันที่ผ่านมา ก็ได้มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันในวงกว้างพอสมควร ซึ่งผมคิดว่าก็เปึนสิ่งที่ดี นะครับ เปึนการสะท้อนถึงความต้องการที่กว้างขวางของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป มีความสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนในส่วนของสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเปึนถนนไร้ฝุ์น จะสะท้อนถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนในส่วนของรายได้ นะครับที่ต้องการที่ได้มีการจัดหาเพิ่มขึ้น รวมไปถึงแม้แต่การพิจารณาในส่วนของ ความต้องการของพี่น้องประชาชนในการที่ต้องการที่จะให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาสังคม อย่างเช่น ปัญหายาเสพติด
ประเด็นที่ผมอยากที่จะเน้นในที่นี้นะครับก็คือ การพิจารณางบประมาณ วาระสองนี้ก็เปึนการพิจารณางบประมาณกลางป้ เพราะฉะนั้นข้อจํากัดค่อนข้างชัดเจน นะครับว่าเรากําลังพิจารณางบประมาณในส่วนที่จะนํามาสมทบงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ที่ทางรัฐสภาได้มีการพิจารณาไปแล้ว เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าการพิจารณาทั้งหมด ทั้งปวงจะเปึนประโยชน์นะครับ แต่ก็ต้องขอเรียนด้วยความเคารพว่า ในหลาย ๆ ส่วนนี่ เปึนประเด็นข้อเสนอแนะที่อยู่นอกกรอบของการพิจารณาของกรรมาธิการชุดปัจจุบัน ดังนั้น ข้อสังเกตของท่านเปึนประโยชน์ และทางพวกเราก็จะนําไปพิจารณาเมื่อถึงขั้นตอน ของการพิจารณางบประมาณป้ ๒๕๕๓ ซึ่งหลาย ๆ ท่านผมก็หวังว่าจะมาร่วมกันกับผม ในการทําหน้าที่เปึนกรรมาธิการ นอกจากนั้นในฐานะเปึนสมาชิกของรัฐบาลชุดปัจจุบัน นะครับ ผมก็จะนําข้อเสนอแนะของท่านในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงข้อเสนอแนะในการ เตรียมการรองรับเรื่องของราคาพืชผล โดยเฉพาะผลไม้ ผัก ผลไม้ทั่วประเทศนะครับ ไปสู่การพิจารณาของทางคณะรัฐมนตรีเพื่อเตรียมมาตรการที่จะรองรับสถานการณ์ ในอนาคตด้วย
ในส่วนของงบประมาณกลางป้นะครับ ที่มาและตรรกะของกรอบ งบประมาณก็มีความชัดเจน รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เข้ามารับผิดชอบในการบริหาร บ้านเมืองนี้พร้อมด้วยปัญหาและข้อจํากัดมากมายที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้ อภิปรายไปแล้ว แม้แต่ประเด็นในเรื่องของเงินคงคลังที่ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ปรับลดลงมานะครับ ก็ปรับลดลงมาในช่วง ๓ เดือนก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะเข้ามา รับผิดชอบต่อการบริหารราชการ กล่าวคือ ณ เมื่อต้นป้งบประมาณนะครับ ก็คือวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ เงินคงคลังมีสูงถึง ๒ แสนกว่าล้านบาท แต่ปรากฏว่าภายในช่วง ๓ เดือน ของการบริหารของจริง ๆ ก็คือรัฐบาลชุดที่แล้ว ปริมาณเม็ดเงินคงคลังปรับลดลงมาเหลือ ระดับปัจจุบันนะครับที่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งนั่นก็คือระดับเงินคงคลังที่รัฐบาลนี้ ในการเข้ามารับผิดชอบบริหารบ้านเมืองต้องนํามาเปึนข้อจํากัดในการนํามาบริหารต่อไป เพราะฉะนั้นประเด็นปัญหาหลาย ๆ ส่วนที่เกิดขึ้นนั้น ก็เปึนประเด็นที่สะท้อนถึงการ ทรุดตัวลงของสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมอย่างน่าเปึนห่วงและน่าตกใจ ไม่ว่าจะเปึน ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ทั่วไปที่เราพึ่งพามาโดยตลอด
ในส่วนของการส่งออกนะครับ ท่านก็ทราบดีนะครับว่าในช่วงไตรมาส สุดท้ายก็คือ ๓ เดือนสุดท้ายของการบริหารราชการของรัฐบาลชุดที่แล้วนั้น มีการปรับลด ลงมามากเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงของเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคม ในส่วนของ การลงทุนนะครับ ก็เปึนปัญหาต่อเนื่องความจริงยาวนานมานับป้ ทั้งในส่วนของ การลงทุนโดยนักลงทุนต่างประเทศและการลงทุนโดยผู้ประกอบการในประทศ
ส่วนทางด้านของการบริโภคนั้นนะครับ ก็สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความมั่นใจ ของพี่น้องประชาชนในการที่จะจับจ่ายใช้สอย ดังนั้น รัฐบาลเท่านั้นครับที่ยังเหลืออยู่ เปึนเครื่องมือในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ และรัฐบาล จึงไม่สามารถที่จะรีรอ นี่คือสาเหตุและที่มาของพระราชบัญญัติที่เรากําลังพิจารณาอยู่ ในวันนี้
ในสภาวการณ์ปกติโดยเฉพาะเนื่องจากงบประมาณป้ ๒๕๕๒ เปึนงบขาดดุล อยู่แล้ว ผมก็ขอย้ํานะครับว่า ถ้าไม่จําเปึนรัฐบาลก็ไม่อยากที่จะต้องเสนอการกู้ยืมเพิ่มเติม ในการจัดงบประมาณสมทบดังเช่นพระราชบัญญัติที่เราขอให้ทุก ๆ ท่านมาร่วมกัน พิจารณาในวันนี้ แต่ด้วยความจําเปึนที่ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุก ๆ ตัวชะงักงัน บทบาท หน้าที่ของรัฐบาลจึงมีความเข้มข้นมากขึ้น และนี่คือสาเหตุที่มาของการนําเสนองบขาดดุล เพิ่มเติม หลาย ๆ ท่านนะครับได้มีการอภิปรายในส่วนของการเพิ่มวงเงินกู้ยืมนะครับ เปึนภาระหนี้สินให้กับประเทศชาติ ก็ตามที่ผมได้เรียน ถ้าเราประเมินว่าไม่มีความจําเปึน ทางด้านเศรษฐกิจที่จะต้องตั้งงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อมาอัดฉีดมากระตุ้นเศรษฐกิจ นะครับ ทางรัฐบาลก็คงไม่พึงที่จะพิจารณาที่กระทํา แต่ก็ต้องยอมรับความเปึนจริงนะครับว่าการขาดดุลงบประมาณนั้นเปึนภาวะที่เรารับมา ตั้งแต่วันแรกที่เราเข้ามาบริหารราชการ งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ซึ่งก็เปึนงบประมาณ ที่ผ่านการพิจารณาของรัฐบาลชุดที่แล้ว ในตัวของมันเองก็เปึนงบขาดดุลอยู่แล้ว มูลค่าขาดดุลรวมประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และแม้แต่งบประมาณกลางป้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ จริง ๆ แล้วก็เปึนงบประมาณที่ทางรัฐบาลที่แล้วเปึนคนริเริ่ม ในการที่จะนําเสนอ ผมจําได้ครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ วันนั้นได้กรุณาโทรศัพท์มาปรึกษาขอความคิดเห็นกับผมในฐานะที่ผมเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเงา ณ เวลานั้น และผมก็ได้แสดงความคิดเห็นกลับไป ทันทีว่า ต่อสภาวะเศรษฐกิจที่กําลังเปึนปัญหา ผมเห็นด้วยในหลักการที่ท่านจะนําเสนอ งบประมาณขาดดุลมูลค่ารวม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมถือว่าในหลักการผม ไม่แปลกใจที่สภาแห่งนี้ได้อนุมัติงบประมาณชุดนี้ไป เพราะจริง ๆ ก็เปึนแนวคิดร่วม ระหว่างพวกเราทุกพรรคทุกฝ์ายที่อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้
ในส่วนของการอภิปรายเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินจาก ทางญี่ปุ์นนะครับ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีโอกาสไปปรึกษาหารือกับทาง ท่านนายกรัฐมนตรีญี่ปุ์นในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนด้วยความเคารพ เช่นเดียวกันนะครับว่า โครงการการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศเพื่อมาสนับสนุนโครงการ สาธารณูปโภค การลงทุนในสาธารณูปโภคในบ้านเรานั้นก็เปึนโครงการต่อเนื่องมา หลายรัฐบาล หลายสมัย เฉพาะเจาะจงกับประเด็นที่ท่านสมาชิกฝ์ายค้านหลายท่านได้ อภิปรายในเรื่องนี้ ผมก็อยากจะเรียนว่าการกู้ยืมเพื่อลงทุนดําเนินการโครงการรถไฟฟัา สายสีแดงตามที่ได้ปรากฏเปึนข่าวในช่วงอาทิตย์ที่แล้ว เปึนโครงการที่มีการริเริ่ม ณ วันที่ ๑ สิงหาคม ป้ ๒๕๔๙ ณ วันนั้นรัฐบาลได้มีมติให้จัดหาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสมและให้ กระทรวงการคลังค้ําประกันเงินกู้ดังกล่าว และในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๙ ก็ได้มีหนังสือ ทาบทามเงินกู้รัฐบาลญี่ปุ์น ครั้งที่ ๓๐ สําหรับโครงการ ดังนั้นท่านไม่ควรที่จะแปลกใจนะครับ ว่าในการยืนยันการดําเนินการโครงการนี้ต่อไป รัฐบาลยังมีความจําเปึน ยังมีความตั้งใจ ที่จะยืนยันการกู้ยืมจากญี่ปุ์นซึ่งเปึนโครงการที่รัฐบาล ความจริงอันนี้ตั้งแต่สมัย พรรคไทยรักไทยยังรักษาการอยู่ได้ริเริ่มในการดําเนินการ ผมได้เรียนมาทุก ๆ ครั้ง ที่มีโอกาสนะครับว่า นโยบายใด ๆ ก็แล้วแต่ มาตรการใด ๆ ก็แล้วแต่ที่เปึนประโยชน์ต่อ เศรษฐกิจ เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะริเริ่ม โดยรัฐบาลใดก็แล้วแต่ รัฐบาลชุดปัจจุบันพร้อมที่จะสานต่อนะครับ และการกู้ยืม เพื่อลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในการสร้างระบบขนส่งมวลชนนั้นก็เปึนหนึ่งในโครงการ ที่เราก็ยืนยันนะครับว่าเปึนประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และเราก็พร้อมที่จะสานต่อ ตามนโยบายของรัฐบาลก่อนหน้านี้
ผมจะขออนุญาตตอบประเด็นคําถามด้วยนะครับ ทางด้านกฎหมาย ที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้มีต่อการตั้งงบประมาณกลางป้และต่อการตั้งงบชดเชยการใช้เงิน คงคลังนะครับ ก็ต้องขอเรียนนะครับว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันได้เข้ามารับผิดชอบ คือจริง ๆ ก็ประมาณเพียงแค่ ๔๕ วันนะครับ เข้ามาปุ็บก็พบแต่ปัญหาครับ หันไปทางไหนก็มีแต่ ปัญหา พอน้ําลดตอก็ผุด ผุดในทุก ๆ ที่ รัฐวิสาหกิจ กระทรวง ทบวง กรม เกือบทุกแห่ง มีแต่ปัญหานะครับ ซึ่งรัฐบาลก็มีความจําเปึนที่จะต้องเดินหน้าในการแก้ปัญหา ส่วนหนึ่ง ในแง่ของวิธีและเครื่องมือที่รัฐบาลใช้ในการแก้ปัญหาก็คือการใช้เงินงบประมาณ
ทีนี้ทางด้านกฎหมายนะครับ ผมขออนุญาตตอบประเด็นข้อสังเกตของ เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่พูดถึงระดับรายได้ของรัฐบาลที่ดูเหมือนว่าจะต่ํากว่าเปัาที่เคย กําหนดไว้ อันนี้เปึนเรื่องจริงครับ ความจริงรัฐบาลเปึนผู้เสนอต่อรัฐสภาในวันที่เราได้ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเองว่าเราคาดว่ารายได้ของรัฐบาลนั้นจะต่ํากว่าประมาณการ ที่เคยกําหนดไว้ในสมัยที่เราพิจารณางบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็คือตัวเลขประมาณการ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้นสูงกว่าตัวเลขที่ท่านสมาชิกฝ์ายค้านบางท่าน ได้นําเสนอเมื่อสักครู่ด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นความพร้อมในการรับมือภาวการณ์ที่รายได้ ของรัฐบาลนั้นปรับลดลงเมื่อเทียบกับประมาณการเดิมนั้นเรามีมาแต่แรกครับ ถามว่า เปึนปัญหาต่อการบริหารไหม แน่นอนครับเมื่อรายได้ภาษีของรัฐบาลลดลง ความยืดหยุ่นในส่วนของรัฐบาลที่จะใช้ มาตรการทางการคลังก็ลดลงด้วย ในการพิจารณางบประมาณป้ ๒๕๕๓ เดี๋ยวพวกเรา คงจะได้เห็นครับว่ารัฐบาลประมาณการรายได้ไว้อย่างไร ผมเรียนล่วงหน้าได้เลยนะครับ ว่ารัฐบาลจะใช้ตัวเลขตามความเปึนจริงในการประมาณรายได้ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ จะทําให้งบประมาณประจําป้ ๒๕๕๓ น้อยกว่าหรือมากกว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ อย่างไร เราคงต้องรอดูครับว่าทางรัฐสภาจะพิจารณาเช่นใด แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมยืนยันว่ารายได้เปึนปัญหา แต่ผมก็ยืนยันเช่นเดียวกันว่าไม่ได้เปึนปัญหาทางกฎหมาย ท่านเพื่อนสมาชิกนะครับ ผมต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านฐิติมา ฉายแสง นะครับ ได้อ้างถึงมาตรา ๒๑ ในพระราชบัญญัติหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งก็ได้ตีกรอบไว้ชัดเจน นะครับว่า การกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณไว้ทําได้อย่างไร ๒ วรรค
วรรคแรก ก็คือ ร้อยละยี่สิบของงบประมาณรายจ่ายประจําป้ที่ใช้บังคับ อยู่ในขณะนั้นและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม นะครับ ในที่นี้ก็คือเอารายจ่ายของงบ ป้ ๒๕๕๒ มาบวกกับงบรายจ่ายที่กําหนดไว้ในงบกลางป้ หลังจากนั้นเอามารวมกัน แล้วก็ คํานวณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของส่วนนั้น และ
วรรคสอง ร้อยละแปดสิบของงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สําหรับชําระ คืนเงินต้นนะครับ ซึ่งงบประมาณชําระคืนเงินต้นได้กําหนดไว้ในงบป้ ๒๕๕๒ ที่ ๖๓,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๖๓,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือประมาณ ๕๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็เอา ๒ ตัวเลขนี้มาบวกกันนะครับ เปึนเงินรวมกรอบ ก็คือ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขนี้ท่านฐิติมาก็ได้คํานวณถูกต้องนะครับ
ประเด็นปัญหา ก็คือท่านได้เอาประเด็นปัญหาเรื่องของรายได้ที่ต่ํากว่าเปัานั้น มาเปึนปัญหาของกรอบทางกฎหมาย ซึ่งมันเปึนคนละเรื่องกัน กฎหมายเขียนไว้ชัดเจน นะครับว่า การกู้ยืมนั้นคํานวณจากงบประมาณรายจ่าย ไม่ได้พูดถึงประเด็นในเรื่องของ รายได้นะครับ ดังนั้นถามว่ารายได้ต่ํากว่าเปัามีปัญหาในแง่ของการบริหารจัดการไหม ผมยืนยันครับว่ามีแน่นอน เราก็อาจจะต้องกู้ยืมเพิ่มเติม แต่ถามว่ามีปัญหาต่อกฎหมาย หรือไม่ ผมก็ยืนยันได้เช่นเดียวกันว่า ไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็หวังว่าจะมีความชัดเจน ในส่วนของตรงนี้นะครับ
นอกจากนั้นประเด็นในเรื่องของข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการตั้งงบชดใช้ การใช้เงินคงคลังในอดีตมูลค่ารวม ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ก็เช่นเดียวกันครับ ประเด็นปัญหา ทางกฎหมาย ผมก็ขออนุญาตยืนยันนะครับว่าไม่มี ทางกฤษฎีกาก็ได้ตีความชัดเจน นะครับ คําว่า ต้องชี้แจงในส่วนของที่มาของรายได้ นั้นหมายถึงอะไร แล้วความหมาย ก็คือต้องชี้แจงว่ารายได้ในรูปของภาษีนั้นจะมาจากที่ใด ซึ่งก็มีการชี้แจงชัดเจนแล้วว่า ส่วนหนึ่งรายได้ภาษีจะมาจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการใช้เงินงบประมาณ ๑ แสนล้านบาท อีกส่วนหนึ่งก็จะมาจากรายได้ภาษีสรรพสามิตน้ํามันนะครับ ที่รัฐบาล ได้ประกาศใช้ ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งมูลค่าภาษีที่คาดว่าจะได้จาก ๒ ส่วนนี้ ก็สูงกว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ที่เปึนงบชดเชยการใช้เงินคงคลังอยู่แล้วนะครับ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ทางกฎหมายก็ไม่ได้มีกําหนดไว้ว่าจะต้องชี้แจงเพิ่มเติมแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้เพื่อนสมาชิกในการที่จะลงมติมีความสบายใจได้ อย่างน้อย ในส่วนของเรื่องกฎหมายนะครับว่า ทางรัฐบาลก็ได้พิจารณา คณะกรรมาธิการเองก็ได้ พิจารณาเพิ่มเติม เพราะประเด็นนี้ก็ได้มีการหยิบยกขึ้นมา ในช่วงของการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการเหมือนกัน แล้วก็ได้หยิบยกการตีความของกฤษฎีกาเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ให้กับเพื่อนกรรมาธิการด้วยก่อนที่จะมีการลงมติเห็นชอบนะครับ
ในส่วนเปัาหมายของงบประมาณนะครับ และนโยบายอื่น ๆ ของรัฐบาลที่ ได้ประกาศออกมาในช่วง ๓๐-๔๕ วัน ที่ผ่านมานี้ ผมก็ต้องขออนุญาตเรียนอีกครั้งหนึ่ง นะครับ เพราะเมื่อสักครู่เราก็พูดกันในวงกว้างนะครับ แล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า สุดท้ายแล้วงบประมาณส่วนนี้จะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ผมก็จะต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่า เปัาหมายของงบประมาณ แล้วก็นโยบายอื่น ๆ ของรัฐบาลที่ออกมาในช่วงที่ผ่านมา ก็คือเราต้องการที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการช่วยเหลือคนยากจน นี่คือตรรกะและ ปรัชญาแนวคิดและที่มาของมาตรการต่าง ๆ และทุกนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการประกาศใช้ในช่วง ๔๕ วัน ที่ผ่านมา รวมถึงวันนี้ เมื่อสักครู่ผมได้ชี้แจงนะครับ และขออภัยต่อเพื่อนสมาชิกไปว่ามีบางช่วงเมื่อช่วงเช้าที่ผม ไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการได้ ก็เปึนเพราะเรามี ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนะครับ ผมก็ต้องเข้าไปร่วมประชุมด้วย เพราะมีเรื่อง สําคัญที่ทางกระทรวงการคลังได้นําเสนอต่อทางคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เปึนเรื่องเกี่ยวกับ การจัดสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งเราก็เชื่อว่าจะช่วยในการ แก้ปัญหาเรื่องของสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ และจะนําไปสู่การลดปัญหาเรื่องของ การเลิกจ้างด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นมาตรการเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในงบประมาณกลางป้ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ แล้วก็มีมาตรการอีกหลายมาตรการที่รัฐบาลได้ออกมาที่ไม่ได้ อยู่ในการพิจารณาของพวกเราในวันนี้ในส่วนของงบประมาณกลางป้ เพราะฉะนั้นเวลา เราพิจารณาในส่วนของงบกลางป้ ผมก็อยากที่จะวิงวอนเพื่อนสมาชิกนะครับว่า มันเปึน เพียงแค่ส่วนเดียวของนโยบายทั้งหมดของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และ ปรัชญาและที่มาของทุก ๆ นโยบายของรัฐบาล ก็คือเราช่วยคนจนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมพูดอย่างนั้นก็ไม่ได้ต้องการที่จะเอาใจฐานคะแนนเสียงนะครับ แต่พูดในหลัก เศรษฐศาสตร์นะครับว่า การช่วยเหลือคนจนด้วยการลดภาระค่าใช้จ่าย การเพิ่มรายได้ ให้กับเขานั้น มีโอกาสที่จะส่งผลต่อการบริโภคมากกว่าการช่วยคนรวย เพราะฉะนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลก่อนหน้านี้ คือรัฐบาลที่แล้วมีมาตรการการลดภาษี ค่อนข้างมากเปึนส่วนสําคัญของนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดที่แล้ว ผมจําได้ นะครับว่ามูลค่ารายได้ภาษีที่หายไปจากการลดภาษีตามมาตรการต่าง ๆ ผมจําได้ว่า ประกาศใช้ประมาณเดือนมีนาคมป้ที่แล้วมีมูลค่าโดยรวมนับแสนล้านบาท ถามว่า มีผลต่อการไปกระตุ้นเศรษฐกิจไหม ผมก็ยืนยันนะครับว่าคงจะมี แต่ผมไม่เชื่อว่ามีมาก เท่ากับการที่เรานําเงินงบประมาณให้กับคนยากจน สาเหตุเพราะประชาชนคนไทย ส่วนใหญ่ที่เสียภาษีก็ล้วนแล้วแต่เปึนคนที่มีอันจะกิน การที่เขาได้ประหยัดเงินภาษี ก็เท่ากับเขาสามารถที่นําเงินบางส่วนไปเพิ่มการออมของเขาได้ ในขณะที่คนยากจนนั้น เมื่อได้รับเงินงบประมาณนะครับ ทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับก็จะต้องนําไปใช้ในการบริโภค ดังนั้นเราจึงเชื่อนะครับว่า การลดภาษีให้กับคนรวยไม่ใช่เปึนแนววิธีการแก้ปัญหา เศรษฐกิจที่เหมาะสมสําหรับประเทศไทย และการที่เราจัดเก็บภาษีจากคนที่มีอันจะกิน และนําเงินภาษีเหล่านั้นไปช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนที่มี ความยากจนนั้น มีผลโดยตรงกับการกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ ดังนั้น ไม่ว่าจะเปึนนโยบาย เรื่องของการคงไว้ในส่วนของ ๕ มาตรการ จากเดิม ๖ มาตรการของรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งก็มี ผลโดยตรงต่อการลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเปึนมาตรการในเรื่อง ของการจัดให้มีการเรียนฟรีจริง ซึ่งพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็รออยู่ในส่วนของตรงนี้ ก็ล้วนแล้วแต่เปึนการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อเขาสามารถที่จะมีเงิน ในกระเปิาเพิ่มขึ้นนํามาจับจ่ายใช้สอย และทําให้เกิดรอบหมุนในเศรษฐกิจมากขึ้น เช่นเดียวกัน มาตรการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ย อสม. นะครับ เช่นเดียวกัน ผู้ที่ได้รับ ประโยชน์ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เปึนผู้ยากจนไม่ว่าจะเปึนเกษตรกร จะเปึนแรงงาน ในระบบหรือนอกระบบก็แล้วแต่ ดังนั้นเมื่อเราพิจารณาแล้วผมก็น้อมรับนะครับต่อ ความกังวลของท่านว่า มาตรการอย่างเช่นมาตรการที่เรียกกันทั่วไปว่ามาตรการ ๒,๐๐๐ บาทนั้น ผู้ได้รับประโยชน์เปึนเพียงแค่แรงงานในระบบใช่หรือไม่ ถ้าเราพิจารณา เพียงแค่ในส่วนของมาตรการนั้น คําตอบง่าย ๆ ก็คือใช่ อย่างน้อยที่สุดส่วนของพี่น้อง ประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนั้น ก็คือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้ระดับ ที่ค่อนข้างต่ํา ผมขอเรียนอีกครั้งนะครับว่า เราขีดกําหนดไว้ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ก็จริง แต่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ คือผู้ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งผมคิดว่าทุก ๆ ท่านในที่นี้ต้องยอมรับว่าใครมีรายได้ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ บาทนั้นไม่พอจะกินอยู่แล้วครับ แต่นอกจากมาตรการนี้ผมก็อยากจะเรียน เพิ่มเติมว่า มาตรการและนโยบายอื่น ๆ ของรัฐบาลที่ไม่ได้เปึนส่วนหนึ่งของงบประมาณ กลางป้ ก็ล้วนแล้วแต่เปึนมาตรการและนโยบายที่มุ่งหวังไปที่การช่วยเหลือประชาชน ที่กําลังลําบากนะครับ กลุ่มยากจน กลุ่มอื่น ๆ นอกเหนือจากกลุ่มแรงงานในระบบ งบประมาณกลางป้ก็ล้วนแล้วแต่เปึนมาตรการและนโยบายที่มุ่งหวังไปที่การช่วยเหลือ ประชาชนที่กําลังลําบากนะครับ กลุ่มยากจนกลุ่มอื่น ๆ นอกเหนือจากกลุ่มแรงงาน ในระบบ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการประกันราคาพืชผลนะครับ ซึ่งเม็ดเงินรวมที่รัฐบาล ใช้นั้นสูงกว่าเม็ดเงินงบประมาณกลางป้ด้วยซ้ําไป เพื่อรองรับนโยบายเดียวครับ การรับประกันราคาพืชผล นโยบายนี้ใช้เงินงบประมาณในส่วนของการค้ําประกัน ธ.ก.ส. เดิมที ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลชุดปัจจุบันยืนยัน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเดิม และเพิ่มวงเงิน ค้ําประกันไปเปึน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ โดยรวมเปึนเม็ดเงินรวมที่มากกว่า งบประมาณกลางป้ทั้งงบประมาณนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้ตระหนักถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มนะครับ และก็ตามที่ผมได้เรียนนะครับ แนวความคิดของเราก็คือกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการช่วยเหลือคนยากจนนะครับ จากนี้ก็จะมีอีก หลายประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาแสดงความคิดเห็นนะครับ เดี๋ยวเพื่อนกรรมาธิการ ของผมก็จะขออนุญาตชี้แจงในรายละเอียด ส่วนตัวผมเองก็จะขออนุญาตที่จะรอรับฟัง ความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกในมาตราอีกประมาณ ๒๐ มาตราที่ยังเหลืออยู่นะครับ แล้วก็ถ้ามีประเด็นที่ยังขาดตกบกพร่องผมก็ยินดีที่จะขออนุญาตใช้เวลาของสภาในการ ที่จะชี้แจงเพิ่มเติม ขอบพระคุณครับ