มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อภิปรายเรื่องการแถลงนโยบายของรัฐบาลโดยที่ไม่มีการประชุมรัฐสภา และมีการแถลงนโยบายที่ห้องประชุมของกระทรวงการต่างประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมเปึน ส.ส. ไปอยู่พรรคการเมืองอยู่มา ๒ ป้ ถูกยุบไป ๒ พรรค แล้วไม่รู้ว่าพรรคที่กําลังอยู่เดี๋ยวนี้จะถูกยุบอีกเมื่อไร สําหรับพรรคเพื่อไทยนี่ครับ ต้องรีบ เข้ามาอยู่นะครับ ผมเปึน ส.ส. สัดส่วนแทนท่านอดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช มารายงานตัวที่สภานี่ครับท่านประธานครับ ได้ ๕ ชั่วโมง พรรคพลังประชาชนถูก ศาลรัฐธรรมนูญระบอบเผด็จการทหารมีคําสั่งให้ยุบพรรค กระผมมีความจําเปึนครับ ต้องหาพรรคอยู่ใหม่ ก็ได้มาอยู่พรรคเพื่อไทยที่สมาชิกพรรคพลังประชาชนของพวกเรา นี่แหละ ที่เขารู้ผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบอบเผด็จการทหารล่วงหน้า เขาก็เลย ไปตั้งพรรคเพื่อไทยไว้ แล้วก็เปึนจริงดังคาดครับ ก็เลยต้องพากันยกขบวนไปอยู่ที่ พรรคเพื่อไทยนี่แหละ ที่ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ เพราะว่ากระผมนั้นเปึน นักกฎหมาย เปึนผู้พิพากษา มีอาชีพในการอ่านกฎหมายและตีความกฎหมายมานาน ๔๑ ป้ อยู่ศาลฎีกา ๘ ป้ เปึนอธิบดีศาลก็อีก ๔ ป้ เปึนครูบาอาจารย์สอนผู้พิพากษา ในทางการเมือง กระผมก็ได้รับแต่งตั้งให้เปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ผลกระทบการใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ของวุฒิสภา เข้าไปศึกษาอยู่ ๒ ป้ครับท่านประธาน จนอ่านทะลุปรุโปร่งหมด แล้วก็ได้ทํารายงานไว้ เปึนเล่ม เล่มหนาสักนิ้วเศษ ก็ตั้งใจว่าจะได้มีการเสนอแก้ไขสิ่งที่มันบกพร่อง ที่มันไม่ดี เช่น ศาลครับ สถาบันศาลควรมีสถาบันเดียว คือศาลยุติธรรม นี่รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ไปบัญญัติแยกศาลออกเปึน ๓ ศาลเหมือนกับพญานาคมี ๓ หัว ทีนี้ก็ตัดสินไม่เหมือนกัน สิครับ ช่างมันครับตรงนั้นเอาไว้ก่อน เพราะว่าถูกคณะนายทหารที่เปึนคณะปฏิวัติ หรือคณะปฏิรูป เขาบอกว่าเขาฉีกทิ้งไปแล้ว ยกเลิกไปแล้ว ที่ผมจําเปึนต้องลุกขึ้นมา อภิปรายในวันนี้ ก็เพราะว่ากระผมเปึนนักกฎหมายอย่างที่กราบเรียนแล้ว ได้ศึกษา รัฐธรรมนูญแล้ว แล้วก็ได้ดูร่างพระราชบัญญัติเพิ่มเติมงบประมาณที่คณะรัฐมนตรี ได้เสนอต่อสภานี้ ผมก็ไปทบทวนข้อกฎหมาย โดยเฉพาะข้อกฎหมายบอกว่า ร่างพระราชบัญญัตินั้นจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรี เปึนข้อแรก แล้วก็ยังมีองค์กร อื่น ๆ อีก ซึ่งกระผมจะไม่กล่าวถึง ทีนี้ผมก็ตีความว่า คําว่า คณะรัฐมนตรี นี้เมื่ออยู่ใน บทบัญญัติของกฎหมายก็น่าจะหรือแปลว่าต้องเปึนคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และชอบด้วยกฎหมาย ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้ ชุดที่มี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนหัวหน้ารัฐบาล ยังไม่ได้แถลงนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภานี้ ในวันที่มีการนัดแถลงนโยบายกระผมคอยอยู่นะครับ คอยอยู่ห่าง ๆ ไม่ได้เข้ามาใกล้นักละว่า เมื่อไรท่านประธานรัฐสภาจะกดออดเรียก ให้ผมเข้าร่วมประชุม เพื่อที่จะมาอภิปรายท้วงติงนโยบายของรัฐบาล เพื่อช่วยกันติและก่อ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนโดยรวม แต่ก็ไม่มีเสียงออดครับ มันเกินเวลาไปมาก ท่านประธานครับ กระผมก็ให้พรรคพวกเขาโทรศัพท์มาถามคนในรัฐสภานี้ แล้วก็เพื่อนน้อง ๆ ที่เขาเข้ามา อยู่ในรัฐสภา เขาบอกว่าวันนี้ไม่มีการประชุมที่นี่แล้ว เขาไม่ทราบไปประชุมกันที่ไหน กระผมก็กลับครับ กลับไปนั่งเตรียมรอเขียนเรื่องที่จะอภิปรายท้วงติงนโยบายของรัฐบาล ไปถึงพรรคเพื่อไทยเป่ดโทรทัศน์ดูครับท่านประธาน เห็นโทรทัศน์ช่อง เอ็นบีที (NBT : National Broadcast Television) ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กําลังยืนอ่าน นโยบายของรัฐบาลให้ท่านประธานรัฐสภากับรองประธานรัฐสภาฟัง ผมก็สงสัยว่านี่ เขาไปประชุมกันที่ไหน ก็ได้ความว่าห้องประชุมนั้นเปึนห้องประชุมของกระทรวง การต่างประเทศ มิใช่รัฐสภา การแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีก็ดูลุกลี้ลุกลน ท่านประธานครับ อ่านรีบ ๆ อ่าน เพื่อจะให้เสร็จไม่ทราบว่ากลัวอะไร เท่านั้นไม่พอนะครับ ผมหยิบนโยบายขึ้นมานั่งอ่านด้วย อ้าว นี่เล่นอ่านข้ามไปนะครับ ข้ามไปเปึนช่วง ๆ เพื่อ ต้องการจะให้เสร็จเร็ว ท่านประธานครับ ตรงนั้นช่างเถอะ แต่ผมไม่เข้าใจว่าบรรดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีนักกฎหมายเก่ง ๆ หลายคน แล้วก็ รวมทั้งวุฒิสภาที่มีประธานวุฒิสภาก็เปึนผู้พิพากษารุ่นน้องของกระผม แล้วก็บรรดา สมาชิกวุฒิสภาอีกหลายคนก็เปึนนักกฎหมาย ไม่ทราบว่าท่านมีวิธีตีความคําว่า รัฐสภา ว่าอย่างไร จึงชักชวนกันพากันไปแอบไปแถลงนโยบายที่ห้องประชุมของกระทรวง การต่างประเทศ ที่มีนายกษิต ภิรมย์ ผู้ที่มีคดีติดตัวมากมายเปึนแกนนําในระดับสูงของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งชื่อนี้ชื่อปลอมนะครับ ถ้าชื่อจริงจะไม่มาทําลาย ระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย นั่นข้อหาเปึนกบฏนะครับ เท่านั้นยังไม่พอ ท่านประธานครับ ประกาศยกฐานะของตัวเปึนโจรก่อการร้ายระดับสากลไปยึดสนามบิน สุวรรณภูมิ (ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ) อีก อย่างนี้เราจะเรียกว่าห้องประชุม ของกระทรวงการต่างประเทศว่าอะไร เปึนที่ซ่องสุมชุมนุมของใครที่พากันไปกระทําตาม คําชักชวนของผู้กระทําความผิดฐานเปึนกบฏและผู้กระทําความผิดฐานก่อการร้ายสากล ผมไม่อยากจะใช้คําว่า