สมเกียรติ ศรลัมพ เสนอแปรญัตติในมาตรา ๔, ๑๐, ๑๓, ๑๔ และ ๑๕ โดยชี้แจงเหตุผลจัดงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเสนอให้รัฐบาลเร่งฉีดเงินสู่ประชาชนโดยตรงแทนการจ้างงานตามสูตรทั่วไป เนื่องจากมองว่าการตั้งสมมติฐาน GDP ที่คาดว่าจะเติบโต 2-3% เป็นความผิดพลาดร้ายแรงในภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยและการส่งออกที่พึ่งพาสูง จึงต้องปรับลดงบประมาณลงอย่างจริงจังโดยหันกลับมาใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงแทนกระแสทุนนิยมที่กำลังล่มสลาย พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การจัดสรรงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่คุ้มค่า โดยเสนอให้ปรับลดงบประมาณส่วนหนึ่งมาสร้างงานหรือช่วยเหลือกลุ่มคนตกงานโดยเฉพาะเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนแทนการแจกเงินสวัสดิการสังคมแบบเดิม
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน สัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ ผมจะขออนุญาตท่านประธานว่า ผมแปรญัตติไว้นี่ ในมาตรา ๔ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ แล้วก็มาตรา ๑๕ ผมพูดทีเดียวจบ แล้วท่านลบผมจากสารบบในการแปรญัตติทั้งหมดเลยนะครับ ผมพูดไม่นานหรอกครับ ก็คือว่าจากที่ได้ฟังท่านสมาชิกทุกคนได้พูดมาเปึนห่วงเปึนใยถึงการจัดงบประมาณ ของรัฐบาล ผมคนหนึ่งนะครับเคยศรัทธาคณะกรรมาธิการ ไม่ว่าท่านอาจารย์ผม ผมไม่เอ่ยชื่อเดี๋ยวพาดพิงนะครับ แล้วก็ท่านประธาน ผมศรัทธาว่าท่านคงมีประสบการณ์ คงมีวิธีการจัดการ ผมเพิ่งรู้ว่าบางครั้งถ้าเราอยู่ใต้กระแสของอิทธิพลของนโยบายของพรรค หรือของการจัดการ จะทําให้เราต้องใช้องค์ความรู้ของเรามาอธิบายสิ่งที่ไม่ยอมอธิบายได้ ผมเชื่อด้วยจิตสํานึกของคนที่จบเศรษฐศาสตร์ ด้วยจิตสํานึกของคนที่ผ่านโลกมามากนี่ ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไรหรอกในการที่จะจัดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ แต่ผม ยอมรับผมได้พยายามไต่ถามคุยกับท่านว่า เหตุผลอะไรจึงจัดงบประมาณแบบนี้ ทุกคน พยายามอธิบาย แต่ผมมองลึก ๆ ทางใจแล้วว่า จริง ๆ แล้วอธิบายตามหน้าที่ว่าสิ่งเหล่านี้ มันจะต้องทําเพื่อจะกระตุ้นเงินให้ถึงประชาชน เสร็จแล้วจะได้มีการจ้างงาน นี่คือสูตร ทั่วไป แต่ผมจะเรียนให้ท่านเห็นเลยครับว่า รัฐบาลนี่ต้องการจะฉีดเงินไปถึงประชาชนให้ มากที่สุด เร็วที่สุด เพื่อจะให้สร้างกระแสเงิน ผมขอกราบเรียนท่านเลยครับว่า
ประการแรก คือว่าสมมุติฐานของการจัดงบประมาณท่านนี่ ท่านมี สมมุติฐานว่า จีดีพี ของประเทศจะโตขึ้นประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ เมื่อตั้งข้อสมมุติฐาน ที่ผิดอย่างนี้แล้ว จะส่งผลกระทบมากเลย เพราะอะไร ผมเชื่อเลยนะครับว่า จีดีพี ของ ประเทศป้หน้านี่นะครับ จะลดลงประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านจําไว้เลย ทุกท่านคงตามข่าว ต่างประเทศ ไม่ว่ายุโรป ไม่ว่าเอเชีย ไม่ว่าอเมริกาลดลงหมด ในเมื่อกลุ่มใหญ่ ๆ แล้วประเทศเราส่งออกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในเมื่อลูกค้านี่รับออเดอร์ (Order) ลดลง ท่านคิดดูนะครับ เมื่อ จีดีพี ของประเทศนี่จะลงถึง ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ จีดีพี ของเราประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาทนี่ เงินจะหายประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท จาก สารบบเลยนะครับ เมื่อหายไปอย่างนี้คนจะตกงานขนาดไหน ภาษีที่ท่านได้ กรมศุลกากร เมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีออกมาแล้ว กรมศุลกากรเริ่มเก็บภาษีได้น้อยลง มันจะน้อยลง ทั้งระบบ ไม่ว่านิติบุคคล ไม่ว่าบุคคล แล้วผมเลยมองว่าเพดานที่ท่านคิดว่าสิทธิที่ท่านกู้ได้ เท่านี้เปอร์เซ็นต์ของ จีดีพี ท่านคิดจาก ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดจาก ๗,๐๐๐,๐๐๐ หรือ ๘,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมันจะเกิดปัญหาทางกฎหมายด้วย อันนี้ความรู้สึกผมนี่ ผมคิดรัฐบาลสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ท่านเข้ามากู้ในยามวิกฤติที่ประเทศเปึนแบบนี้ ท่านทําอย่างไรครับ ท่านลด สั่งให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ลดงบประมาณปกติถึง ๑๐ หรือ ๘ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ทราบตอนนั้นนะครับ นั่นแหละครับคือวิธีการที่ถูกว่าเรา จะต้องกลับมาดูประเทศเราใหม่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือลัทธิทุนนิยมนั้นน่าจะมีปัญหา จากสังคมโลกแล้วล่ะ เราต้องน้อมกลับมาสู่เศรษฐกิจพอเพียง เราอย่าไปตามกระแสครับ จะดัมพ์ให้เกิดมันเปึนไปไม่ได้แล้ว ในสังคมโลกครั้งนี้ ท่านต้องยอมรับเลยว่า เดี๋ยวนี้เขา เรียก แครช ออฟ แคพป่ตอล (Crash of capital) ก็คือว่า การล่มสลายของทุนนิยม เดี๋ยวนี้ทุกประเทศเริ่มกลับมาสู่ใหม่แล้วเราจะกลับประเทศสู่อย่างไร เพราะการที่เปึน ทุนนิยมที่จะผลักดันให้มีการผลิตอย่างโตขึ้นและมีกระแสการเงินจัดการอย่างนั้นมัน ล้มเหลวแล้ว พอร์ต (Port) ของโลกกําลังปรับใหม่ ทําไมเราไม่รีบปรับเสียก่อนหน้าเขา เรา มีเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง บอกบริษัทประเทศไทยเลย บอกรัฐบาลประเทศไทยเลย บอกคน ในสังคมไทยเลยว่า เราจะต้องลําบากพร้อมกันแล้วนะ อีกไม่กี่ป้ข้างหน้านี้ เพราะโลก เปลี่ยนไปแล้ว ใครที่เคยมีเงินเดือน ใครที่เคยใช้ชีวิตที่ฟุ์มเฟ๋อยหรูหรากลับลงมาเสีย สิ่งเหล่านี้ครับ ท่านต้องเตือนประชาชน และในฐานะผู้นําว่าอนาคตกําลังจะเกิดขึ้น สิ่งใด ผมไม่ใช่ว่าแค่ป้เดียว ๒-๓ ป้ โลกนี้ก็ยังไม่กระตุ้นเงยหัวขึ้น ความเปึนผู้นําของประเทศ ถ้าท่านจําได้นะครับ วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Winston Churchill : อดีตนายกรัฐมนตรี แห่งสหราชอาณจักร) ได้กู้ประเทศอังกฤษสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ อังกฤษถูกเยอรมัน ยึดครองถล่มทั้งเกาะ ขนาดที่คนอังกฤษถึงมีความฮึกเหิมว่าตนเองเปึนเอมเพอเรอร์ (Emperor) เปึนผู้ที่จักรพรรดินิยมของโลก คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องถูกโจมตี ที่ลอนดอนอย่างมากมายมหาศาล ขวัญกําลังใจหมดแล้วความฮึกเหิมว่าตนเองจะต้อง ตกเปึนประเทศราชหรือไม่ วินสตัน เชอร์ชิลล์ ได้พูดกับคนในอังกฤษขณะที่กําลังหมด กําลังใจว่าแม้เยอรมันจะมาบุกที่เกาะอังกฤษ แต่เยอรมันจะพบการต่อสู้ของคนอังกฤษ บนถนน บนตึก บนฟุตบาท (Footpath) คนเยอรมันจะพบกับความท้าทายอย่างยิ่งใหญ่ ที่คนอังกฤษจะต้องต่อสู้ถ้าผู้นํามีความฮึกเหิมทําให้ผู้ตามมีความรู้สึกเลยครับ จนกระทั่ง อังกฤษสามารถกู้เกาะอังกฤษมาได้ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ หรือคณะ รัฐบาลชุดนี้ยอมรับความจริงว่าโลกกําลังล้มสลายด้วยสังคมทุนนิยม อย่าไปตามเขาครับ กลับมาน้อมนําเศรษฐกิจพอเพียง แล้วก็มาปรับพอร์ตของประเทศใหม่ว่าเราจะเดิน อย่างไร แม้ จีดีพี จะลง ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็บอกบริษัทเลย ณ วันนี้ไม่ใช่เหมือน โอกาสนั้นแล้ว เขาเตรียมปรับพอร์ตใหม่แล้ว เรามาพูดกันที่ความจริง เราจะไม่ได้หลอก คนไทยนะครับ ราคายางตกแล้ว ทุกอย่างหมดลงแล้ว ใครก็ตามที่กําลังทะยานแม้อเมริกา เดี๋ยวท่านดูเครื่องบินกําลังจะลง แต่ไปเร่งเครื่องมันมีแต่จะมีปัญหา นี่คือสิ่งที่ผมกําลัง บอกท่านว่า มองคอนเซ็พท์ (Concept : ความคิด) โลกให้ชัด แล้วเราเปึนองค์ธุลีหนึ่งใน โลกเท่านั้น ท่านไม่สามารถที่จะงัดสิ่งเหล่านี้ได้แน่นอน นี่ประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อท่านตั้งสมมุติฐานผิด เสร็จแล้วผมเชื่อว่า รายละเอียดที่สมาชิกพูดเปึนข้อเท็จจริง แล้วรัฐบาลก็พยายามจะกระตุ้น เมื่อผมบอกว่า จีดีพี มันหายไปเงินจะหายไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาทนี่ ท่านใช้เงินแค่แสนกว่าล้านบาท ไม่มีนัยสําคัญทางเศรษฐกิจเลยในการที่จะกระตุ้น ผมเชื่อเงินทั้งก้อนก็ไม่มีนัยสําคัญ แล้วมาดูที่สาระของการกระตุ้นนะครับ กระทรวงที่ท่านต้องกระตุ้นมาก ๆ คือกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ กลับได้น้อยมาก น้อยจนไม่น่าเชื่อ จริง ๆ ผมก็ไม่อยากให้มากกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะเราได้รัฐมนตรี พรรคผมเองที่ไร้คุณภาพมากที่สุด ท่านไปดูนะครับ ไปพูดกับประชุมอะไรล่ะเขาเรียกว่า อุตสาหกรรมจังหวัด หรือไปประชุมเรื่องต่าง ๆ ผมมีความรู้สึก ผมบอกพรรคประชาธิปัตย์ เถอะครับ ท่านเปึนผู้นําแล้วไม่ต้องไปกลัวใคร อะไรก็ตามในกระทรวงต่าง ๆ ที่สําคัญ เอาไว้เลย แล้วทําให้ขับเคลื่อน ให้โลกเห็นว่าประชาธิปัตย์สามารถรัน (Run) ประเทศนี้ได้ อย่าไปเกรงใจ ท่านมีสิทธิที่จะทําครั้งเดียว ถ้าท่านหมดแล้วคือหมดไม่มีโอกาสอีกแล้ว เพราะฉะนั้นผมฝากท่านครับว่า ณ วันนี้ใหม่ ๆ ท่านอาจจะตามใจเขา แต่ ณ วันนี้ ท่านต้องทําแล้วครับ นี่คือสิ่งที่ท่านทํา เสร็จแล้วท่านก็เอาลงไปกระทรวงสังคม เมื่อลง กระทรวงสังคมแล้วอะไรเกิดขึ้น ไม่เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจเลย เพราะว่าเปึนการที่จะ เยียวยาเหมือนกับให้สังคมสงเคราะห์ สิ่งเหล่านี้นะครับไม่สามารถผลักดันกระตุ้น เศรษฐกิจได้เลย และผมก็เห็นใจยิ่งกระทรวงศึกษา (กระทรวงศึกษาธิการ) นะครับ ลงไป เปึนหมื่นล้านบาท ผมจะไม่พูดเรื่องอะไรต่าง ๆ แต่ผมจะพูดว่าผมเห็นใจประชาธิปัตย์ เมื่อท่านไปเปึนรัฐบาลแล้ว คนก็ทวงถามนโยบายว่าไหนบอกว่าจะเรียนฟรี ๑๕ ป้ ใน ๙๙ วันที่ท่านได้พอท่านเปึนรัฐบาลแล้วเปึนอย่างไร ท่านเลยเอางบนี้มาสนองนโยบายเก่า ของประชาธิปัตย์ ซึ่งนโยบายนี้ไม่ใช่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เปึนนโยบายที่รักษา สังคมให้เห็นว่า เมื่อประชาธิปัตย์ขึ้นมาแล้วทําได้ นโยบายสําคัญอันนี้ถือว่าไม่ว่ากัน นะครับ เพราะว่าจําเปึนต้องทํา ไม่อย่างนั้นจะเสียสัจจะนะครับ ถ้ามาวิเคราะห์ ทั้งหมดแล้วนะครับท่านครับ มันเปึนสิ่งสําคัญมากที่เราจะต้องพิจารณาดูว่าไม่ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสิ่งแวดล้อม (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม) กระทรวงต่าง ๆ ผมไม่เข้าใจว่าท่านให้ไปทําไมตั้งเยอะแยะ แม้กระทรวงวัฒนธรรม มันไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลย มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ให้ไป เหมือนกับเปึนการโยนก้อนหินไปในมหาสมุทรนะครับ ไม่ทําให้มหาสมุทรกระเพื่อมหรอก อย่างมากก็นิดเดียว แต่ผมก็เห็นใจท่านสมาชิก ทีนี้ผมก็เลยขอกราบเรียนท่านว่าลองท่าน สิครับ ท่านยังนั่นได้ ผมขอตัด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย ที่กรมต่าง ๆ นี่เพราะอะไรครับ สมัย ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ขออนุญาตที่จะอ้างท่าน ท่านอาจารย์ผมก็เปึน โฆษกตอนนั้นนะครับ ท่านทําโครงการ กสช. (โครงการสร้างงานในชนบท) ผมเปึน ปลัดอําเภอ สมัยหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช โครงการ ๒,๕๐๐ ล้านบาท เห็นไหมครับ กระแสคนยังจําพรรคกิจสังคมของหัวหน้าผมจนถึงวันนี้ว่า โครงการเรียนฟรี โครงการต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่คนจารึกแม้ ๒๐ ป้ ท่านทําไมไม่เอาเงินตั้ง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ไปแจกคน ๒,๐๐๐ บาท ผมไม่เชื่อหรอกครับคนที่เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท หรือเงินเดือน ๑๔,๐๐๐ บาท พอได้เพิ่มอีก ๒,๐๐๐ บาท เขาจะเอาไปใช้ ไม่มีหรอกครับ เขาก็จะเอาไป เก็บในพอร์ต ๑๔,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ เขา แล้วก็ใช้ตามปกติทั้งเดือน แต่ถ้าท่านเอาเงิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ มาจ้างงาน แล้วก็สร้างกระแส ผมว่าเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้อีก เพราะคนจะจําตลอดชีวิตว่า ถนนนี้ ถนนคึกฤทธิ์ บ่อคึกฤทธิ์ ท่านจําได้ไหมครับสมัยนั้น เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านแทนที่จะให้เงิน ให้ปลาคน ต้องให้เบ็ด ให้เหยื่อ แล้วก็ให้เขาสร้างอาชีพ แล้วสิ่งที่ท่านคิดง่าย ๆ ก็คือว่าไปให้คน ในสวัสดิการสังคม ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็จ่ายอย่างนั้น มันเปึนมิติที่ง่ายไปครับท่านครับ มันง่าย พอมันง่ายเสร็จแล้วทําอย่างไรล่ะ ก็ต้องทําอย่างนั้นน่ะ แต่ผมเสียดายเงินจํานวน มหาศาลท่านครับ สมมุติคนตกงานที่จะเกิดขึ้นซีเกท (Seagate : ชื่อบริษัทผลิตชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์) ทุกคนและครับกําลังจะป่ดอีกประมาณ ๔–๕ เดือนข้างหน้า จะมีคนตกงาน ผมว่าจะถึงล้านคน ผมเชื่อว่ากระทรวงแรงงานรู้ดีและทุกคนก็รู้ดี ซึ่งพวกเราเจ็บปวด ท่านลองสิครับ เอาเงินในนี้คนตกงานนี่คือเขามีประสบการณ์นะครับ บางคนเปึน ไวท์ คอลลา (White collar) เปึนวิศวกร เปึนซอฟท์แวร์เฮาส์ (Software house) เยอะแยะ ลองท่านตั้งว่าทุกคนสามารถจะกู้ได้คนละประมาณ ๒-๕ แสนบาท รวมกันได้อะไรได้ คนกลุ่มนี้และครับ ไวท์ คอลลา ที่ตกงานจะรู้แล้วว่าค่าตัวของตัวเองมี ไม่ต้องค้ําประกัน รัฐบาลค้ําประกันให้ กองทุนนี้ก็ยังอยู่ เขาก็จะไปรวมกันตั้งบริษัทสร้าง อองเทอร์มิเนอร์ ใหม่ ๆ ขึ้นมา แล้วก็จะจ้างชั้นระดับพาณิชยการระดับล่างขึ้นมา คืออย่างนี้มันจะสร้าง กระแส นี่กรณีชนชั้นกลาง กรณีชนชั้นล่างท่านก็ลองให้เขาสร้างงาน มันจะเกิดมิติ การจ้างงาน การกินกันทุกวัน ค่าแรงได้วันละ ๒๐๐ บาท สิ่งเหล่านี้ครับคือการกระตุ้น แต่พอท่านให้ง่าย ๆ เพื่อจะมีหลักการให้กับสวัสดิการสังคม ให้กับข้าราชการซึ่งเขามี เงินเดือนอยู่แล้ว มีสวัสดิการอยู่แล้ว คนที่เปึนโจรปล้น สมัยผมเปึนปลัดอําเภอเขาจะมี โครงการเขาเรียกว่า โครงการแก้ไขปัญหาโจรฤดูแล้ง ก็คือการจ้างงาน เพื่อไม่ให้คน ในชนบทเข้ามาในเมือง ปัญหาประเทศคืออยู่กับชนชั้นนี้ครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมเสียดาย เงินเปึนแสนล้านบาทที่ท่านเอาลงไปนี่ครับ แต่ไม่เปึนไรเมื่อท่านลงไปแล้ว แล้วก็คิดว่า คงตัดไม่ได้แล้วละ ไม่อย่างนั้นจะเสียรัฐบาลหมด แต่อย่างไรก็ตามนะครับ เห็นแก่ อาจารย์ผม อย่างไรผมก็หนุน วันนี้ผมก็กดมาให้ตลอด แต่ว่าผมอยากฝากท่านว่าเรื่องนี้ เรื่องสําคัญ และขอถามนะครับเปึนประเด็นที่จะต้องดําเนินการคือว่า
ประเด็นที่ ๑ การใช้กระตุ้นที่ผิดที่ อย่างที่ผมได้กราบเรียนมาแล้วนะครับ แทนที่จะไปกระตุ้นที่รากหญ้า แต่ไปกระตุ้นที่ชนชั้นกลางที่เปึนข้าราชการ ที่เปึนคนที่อยู่ ในสวัสดิการสังคม ๘,๐๐๐,๐๐๐ คนนี่ ผมคิดว่ากระตุ้นผิดที่ แล้วท่านจะทําอย่างไร ทําไม คนเดือดร้อนจึงไม่กระตุ้น ประเด็นแรกนะครับที่ต้องตั้งคําถาม
ประเด็นที่ ๒ คือ การใช้เงินผิดสถานการณ์อย่างที่ผมอธิบายไว้แล้ว
ประเด็นที่ ๓ คือว่าการกระตุ้นนั้นไม่มีนัยสําคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เลย เพราะมันจํานวนน้อยมาก แล้วไม่ถูกช่องถูกประเด็น
ประเด็นที่ ๔ คือว่าถ้าเกิดอย่างนี้ แผนการเงินของประเทศในระดับใหญ่ ผมฝากท่านอาจารย์ผมว่าช่วยคิดหน่อยเถอะครับ ปัญหาประเทศอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี พูดไม่ใช่จบแค่ไตรมาส ๑ ไตรมาส ๒ ไตรมาส ๓ แล้วจะเงยหัว ไตรมาส ๔ เปึนไม่ได้ เลยครับ ตอนนี้เพื่อน ๆ ผมที่ทําเกี่ยวกับอุตสาหกรรมส่งออกที่อะไรนี่เริ่มมีปัญหามาก แล้วก็ถ้าเราไม่ช่วยเขา ขนาดอเมริกา รถยนต์เขาก็ยังต้องช่วยกระตุ้นเพื่อไม่ให้ล้ม ประเทศไทยยังไม่ได้แก้ปัญหาที่รากฐานอุตสาหกรรม รากฐานเศรษฐกิจ แต่ว่าเงินทุกบาท ทุกสตางค์ท่านไปใช้เกี่ยวกับงานสังคมสงเคราะห์ทั้งหมด ใช้เกี่ยวกับการศึกษา ซึ่ง ณ วันนี้ ไม่มีใครเลยที่เรียกร้องอยากจะได้เสื้อผ้า อยากได้หนังสือ ไม่มีเลยครับ แล้วอยู่ได้ เราเสียดายเงินจริง ๆ เลยครับ แต่ว่าไม่เปึนไร แต่เมื่อท่านตัดสินใจแล้ว หรือท่านจะส่ง ซิกว่าน่าจะตัดส่วนไหนเพื่อจะสร้างมิติใหม่ ๆ ผมก็ยินดีว่าถ้าเปึนอย่างนั้นขอให้ท่านได้ รักษาสิ่งเหล่านี้ ดีครับเปึนโอกาสของพรรคประชาธิปัตย์แล้วที่จะให้สังคมได้เห็นว่า ท่านทําได้ ท่านสามารถจะดําเนินการสิ่งเหล่านี้ได้แล้วคนจะอนุโมทนา แต่ถ้าท่านทําแล้ว ประสบความล้มเหลวอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ผมว่าปัญหาสังคมจะเกิดขึ้นมากมาย มหาศาลโดยไม่ต้องให้คนเสื้อสีอะไรมาด้วยซ้ําไป สังคมจะเกิดแรงกระเพื่อมที่เปึน มูฟเมนท์ (Movement) ใหญ่ ผมขอฝากท่านด้วยว่าสิ่งเหล่านั้นเรานักการเมืองไม่ต้องการ เราอยากให้สังคมนี้สงบ อยากให้สังคมนี้ต่อยอดเดินกันด้วยความสุข เมื่อท่าน ได้รับผิดชอบสังคมแล้วขอให้ท่านได้ดําเนินการอย่างมีประสิทธิภาพด้วย ขอบคุณครับ