สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

สุนทรี ชัยวิรัตนะ แปรญัตติปรับลดงบกลาง 10% เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ และส่งเสริมช่วยเหลือบุคลากรของรัฐบาลที่มีส่วนช่วยเหลือ โดยระบุถึงความไม่เท่าเทียมกันในการให้เงินช่วยเหลือ และเสนอแนะการปรับลดงบประมาณโครงการบางส่วนเพื่อเพิ่มงบสำหรับถนนหนทาง

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ ขอบพระคุณค่ะที่ให้เกียรติดิฉันได้มีส่วนร่วมในการแปรญัตติในงวดนี้นะคะ ที่ดิฉันขอ แปรญัตติปรับลดในหมวดมาตรา ๔ ก็คืองบกลาง ดิฉันขออนุญาตพูดครั้งเดียวไปเลย นะคะ ดิฉันแปรญัตติเอาไว้ที่ มาตรา ๔ มาตรา ๗ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ดิฉันขอพูด รวบยอดกันไปในครั้งเดียวเลยนะคะ

มาตรา ๔ ที่ดิฉันขอปรับลดก็เปึนเรื่องเกี่ยวกับโครงการการช่วยเหลือ ค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรของภาครัฐ ซึ่งมันจะมีอยู่ในมาตรา ๗ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ ด้วย ที่ดิฉันบอกว่าต้องขออนุญาตปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็เนื่องมาจาก ท่านตั้งงบไม่ครอบคลุมถึงประชาชนทั้งประเทศค่ะ ประเทศไทยมีประชาชน ๖๕ ล้านคน ท่านตั้งงบเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพแค่ประมาณ ๑๐ ล้านคน แล้วคนที่เหลืออีกประมาณ ๕๐ ล้านคนล่ะคะ ท่านไม่คิดจะช่วยเหลือเขาหรือคะ แล้วบุคลากรที่ช่วยเหลือท่านในการ ทํางานเปึนบุคลากรของรัฐบาล เปึนผู้ที่ทํางานให้รัฐมาตลอด ตลอดจนผู้ที่เปึนพี่น้อง ชาวเกษตรกร แล้วก็ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือว่าแท็กซี่ จะไม่ได้รับการส่งเสริม ช่วยเหลือค่าครองชีพหรือคะ แล้วถ้าสมมุตินะคะ ดิฉันทํางานมาเงินเดือนแค่ ๔,๐๐๐ บาท แต่ดิฉันไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม ดิฉันก็ไม่มีสิทธิที่จะได้รับค่าครองชีพหรือคะ

อันที่ ๒ ที่จะต้องขออนุญาตปรับลดก็คือ ท่านทําให้เกิดความแตกแยก ในสังคมค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ ท่านบอกว่าท่านอยากให้เกิดความปรองดอง ในประเทศชาติ แต่ว่าตอนนี้ค่ะ ดิฉันได้รับคําถามจากพี่น้องหลายคนที่จะมีโอกาสได้รับ เพราะเงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท เขาถามว่ามีความผิดอะไรที่จะได้รับเงินช่วยเหลือ ค่าครองชีพ ๒,๐๐๐ บาท แค่ ๑ เดือน ในขณะที่พี่น้อง อสม. ผู้สูงอายุจะได้รับ ๖ เดือน ตรงจุดนี้เขาบอกไม่ได้อิจฉา แต่ว่าอยากทราบว่าเพราะเหตุใดคะถึงจะไม่ได้ ๖ เดือน เหมือนกัน แล้วก็ดิฉันอยากจะเรียนถามเผื่อไปเลยค่ะ ถ้าท่านบอกว่าเปึนการตั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในวงเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท การที่ท่านจะมาให้เงินช่วยเหลือ ค่าครองชีพคนละ ๒,๐๐๐ บาท ๖ เดือนจะไม่ดีกว่าหรือคะ ในเมื่อ สมมุตินะคะ ท่านช่วยให้ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน คนเหล่านี้จะเปึนคนที่ได้ออกไปช่วยงานตามหมู่บ้าน ตามพี่น้องที่เขา รับเชิญมาตลอด การที่ได้ให้เงิน ๒,๐๐๐ บาท เขาก็จะต้องไปใช้จ่ายใช้สอยมันไม่ดีกว่า ที่จะเอาไปให้แล้วเพียง ๑ เดือนแล้วเขาเก็บเข้ากระเปิาเพื่อออมทรัพย์หรือคะ

ประเด็นที่ ๓ ที่ต้องขอปรับลดก็คือ ท่านให้กับบุคคลที่ต้องยอมรับว่า เปึนคนที่มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพก็คือข้าราชการ ดิฉันไม่ได้ว่าการให้เงิน ช่วยเหลือไม่ดีนะคะ แต่ว่าคิดว่าเปึนการให้ที่ไม่ถูกวิธีค่ะ ทําไมคะ ข้าราชการได้โบนัสค่ะ ทํางานตลอด ๑ ป้มีโบนัส ดิฉันเปึนข้าราชการมาก่อนรู้ดีว่ามีโบนัสมาตลอด แล้วก็มี สวัสดิการในการรักษาพยาบาล มีถึงลูก มีถึงสามี มีถึงคุณพ่อคุณแม่ ตรงจุดนี้คนที่เปึนเกษตรกรเดือดร้อนใช้บัตรประกันสังคมไม่ได้ ใช้ได้แต่บัตรทอง บางครั้ง ก็กําหนดวงเงินว่าใช้ได้เท่าไร ยาบางครั้งได้คุณภาพไม่ดี ถ้าอยากจะไปรักษาของเอกชน ก็ต้องจ่ายเงินเอง ตรงจุดนี้มันเปึนความผิดหรือเปล่านะคะ แล้วก็ต้องเรียนว่ารัฐบาลเองนี่ นะคะบอกว่าจะให้กําหนดว่าจะให้คนที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ก็อย่างที่เมื่อสักครู่ สมาชิกหลาย ๆ ท่านอภิปรายค่ะ เปึนความผิดของเขาไหมที่เงินเดือน ๑๕,๑๐๐ บาท แล้วไม่ได้นี่เปึนความผิดหรือเปล่า ในขณะที่คนที่เงินเดือน ๑๔,๙๐๐ บาท จะได้อีก ๒,๐๐๐ บาท เขาก็มีเงินเดือนเกือบ ๑๗,๐๐๐ บาท ตรงนี้ค่ะอะไรคือความพอดีของการ ช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยของทางรัฐบาลคะ

แล้วประเด็นต่อไปค่ะท่านประธานที่บอกว่า ต้องขอตัดลดก็คือ ท่านตั้งงบ ให้กับลูกจ้างผู้มีการเข้าสู่ระบบประกันสังคม ท่านทราบไหมคะว่าการประกันสังคมนี่มัน เหมือนกับเปึนหลักที่ช่วยเหลือในการเมื่อถูกเลิกจ้างนี่เหมือนกับมีการประกันความเสี่ยง ให้เขาแล้วระดับหนึ่ง เพราะว่าเมื่อถูกเลิกจ้างเขาจะได้รับเงินชดเชยครึ่งหนึ่งของเงินเดือน สมมุติว่าเงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท ก็จะได้ ๕,๐๐๐ บาท ได้ ๕,๐๐๐ บาทแล้วในระยะ ๖ เดือนข้างหน้าที่เขาจะได้รับเงินช่วยเหลือตรงนี้นี่นะคะ เขาสามารถหางานทําได้ซึ่ง ถ้าขยันหางานจริงใน ๖ เดือนน่าจะได้งานทํา แล้วตรงจุดนี้ท่านก็ยังจะไปช่วยเหลือเขา ซึ่งถ้าท่านบอกว่าจ่าย ๒,๐๐๐ บาท เงินที่เมื่อสักครู่ดิฉันยกตัวอย่างที่เงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท ถูกเลิกจ้างได้ ๕,๐๐๐ บาท ไม่มากกว่า ๒,๐๐๐ บาทหรือคะ แล้วอย่างนี้เงิน ๒,๐๐๐ บาท เขาจะเอาไปใช้หรือเปล่า ดิฉันว่ามันเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะไม่ค่อยถูกวิธี แล้วอีกอย่างที่ดิฉันอยากจะบอกก็คือ ท่านให้สตางค์เขาก็เหมือนกับให้ข้าวเขากิน แต่ท่าน ไม่สอนวิธีปลูกข้าวให้เขา ไม่ให้เครื่องมือในการช่วยเหลือเขา ซึ่งดิฉันอยากจะขอแนะนํา นะคะว่า ถ้าเปึนไปได้ ท่านกรรมาธิการแล้วก็ท่านพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน นะคะ ถ้าเปึนไปได้ก็อยากจะขอความร่วมมือให้ท่านช่วยลงคะแนนเห็นชอบเหมือนที่ดิฉัน เสนอ เพราะอะไรคะ เพราะดิฉันคิดว่าการที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้เราไม่ได้มีเงินลงไป สนับสนุนในเรื่องของการท่องเที่ยว ตอนนี้ค่ะเราไม่ดึงเงินเข้าประเทศนี่เงินมันจะ มาสู่ระบบในประเทศเราได้อย่างไร กระทรวงพาณิชย์ได้งบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ตรงจุดนี้ค่ะ กระทรวงพาณิชย์จะต้องไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของปากท้องของ พี่น้อง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการประกันสินค้าราคาเกษตรซึ่งต้องยอมรับค่ะว่าที่จังหวัดของ ดิฉันเอง ที่จังหวัดชัยภูมิมีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเปึนทั้งข้าวโพด ข้าว แล้วก็ มันสําปะหลัง ตรงจุดนี้ค่ะก็อยากจะเรียกร้องว่า ถ้าปรับลดได้ปรับลดในส่วนนี้แล้วไปเพิ่ม ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรืออีกอย่างที่ดิฉัน อยากจะบอกกล่าวก็คืออยากจะแนะนํานะคะก็คือ จะเปึนไปได้ไหมคะ ท่านปรับลดแล้วก็ ไปเพิ่มในโครงการพื้นฐาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องน้ําของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องยอมรับค่ะเรื่องน้ําทั่วประเทศได้ งบประมาณแค่ ๒,๖๗๐ ล้านบาท ต้องยอมรับว่าประเทศเราประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่ได้รับงบในเรื่องดังกล่าวค่อนข้างน้อยมาก แล้วอย่างนี้พี่น้องชาวเกษตรจะมีความ เปึนอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อขาดน้ําเพื่อการกิน การใช้ ในการอุปโภคบริโภค ตรงจุดนี้ค่ะ ดิฉันก็อยากจะฝากทางท่านกรรมาธิการและเพื่อน ๆ สมาชิกนะคะ

อีกอันหนึ่งที่คิดว่าน่าจะปรับลด แล้วไปเพิ่มให้ก็คือทางด้านเรื่อง ถนนหนทางค่ะ เนื่องจากถนนหนทางนี่ ถ้าเรามีการเพาะปลูกทางการเกษตรได้ผลดีขึ้นมา พี่น้องก็จะมีความเดือดร้อนเรื่องการขนส่ง ถ้าถนนท่านตั้งงบเพิ่มเติมแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ตรงจุดนี้ไม่น้อยไปหน่อยหรือคะ สําหรับประชากร ๖๕ ล้านคน แล้วก็ ๗๖ จังหวัด ทั่วประเทศไทย ตรงจุดนี้ก็อยากจะเสนอแนะแล้วก็นําเรียนสู่ท่านประธานนะคะว่า ถ้าเปึนไปได้ดิฉันก็อยากจะฝากท่านกรรมาธิการแล้วก็สมาชิกเปึนข้อเสนอแนะให้ช่วย พิจารณาในการปรับลดงบประมาณทั้ง ๔ มาตรา ที่ดิฉันว่าก็คือ มาตรา ๔ มาตรา ๗ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ เพื่อนําไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในโครงการที่ดิฉันว่า เพื่อให้ ประเทศชาติของเรามีความเปึนอยู่แล้วก็มีสภาพเศรษฐกิจที่คล่องตัวขึ้นกว่าที่เปึนอยู่ ในปัจจุบันค่ะ ขอบพระคุณค่ะ