วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล พูดเรื่องการเงินและงบประมาณของรัฐบาล โดยวิจารณ์แนวคิดและวิธีการที่ใช้ในการตั้งงบประมาณ และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาโครงการช่วยเหลือประชาชนอย่างเหมาะสม
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยากจะเรียนท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วนี่นะครับ วันนี้ผมทําหน้าที่ที่อภิปรายในสภาในฐานะของกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย จริง ๆ ผมอยากพูดกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก แล้วก็สมาชิกที่อยู่ใน พรรคร่วมรัฐบาลผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ทั่วประเทศ เกี่ยวกับเรื่องแนวคิด และวิธีการในการตั้งงบประมาณในครั้งนี้ ก่อนอื่นผมอยากเรียนว่าหลายท่านบอกว่า งบประมาณของรัฐบาลครั้งนี้เปึนอภิมหาประชานิยม เมื่อไปเทียบกับแนวคิดของ ประชานิยมที่ท่านเรียกกันนะครับ ในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ของพรรคไทยรักไทยก็ดี ของพรรคพลังประชาชนก็ดี ผมอยากเรียนว่าตรงนี้แตกต่างกัน สิ้นเชิง แตกต่างกันถึงเรื่องวิธีคิด แตกต่างกันถึงเรื่องกระบวนการ และแตกต่างกัน เรื่องของประสิทธิผลที่จะตามออกมา ผมอยากเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ของท่าน อย่าเรียกว่า ประชานิยม เลย ท่านต้องคิดนะครับ คําว่า ประชานิยม นั้นแปลว่า เมื่อจัดไปแล้วพี่น้องประชาชนเห็นว่าดี ชื่นชมนิยมชมชอบ เขาถึงเรียกว่า ประชาชนนิยม ท่านสังเกตไหมครับ การตั้งงบประมาณครั้งนี้มีเสียงท้วงติงจาก นักวิชาการ จากนักการเงิน และจากสื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนจํานวนมาก ถึงความไม่เหมาะสมของการตั้งงบประมาณในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นของ ท่านเองไม่ใช่ประชานิยม แล้วพยายามอย่าคิดเลยว่ามันคือประชานิยม ผมขออนุญาต ย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ในวิกฤติการเงินเมื่อป้ ๒๕๔๐ หรือวิกฤติการเงินของสถาบัน การเงินตอนนั้น วิกฤติมันเกิดจากสถาบันการเงินป่ดตัว เกิดจากธนาคารป่ดตัว เกิดจาก ธนาคารไม่ปล่อยเงินกู้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเดือดร้อน ภาคธุรกิจไม่มีเงิน เรามานั่ง บอกกันเผาจริงเผาหลอก เดือดร้อนไปทั่วประเทศ วันนั้นพรรคไทยรักไทยทําโครงการ ที่พี่น้องประชาชนชื่นชม ก็คือโครงการกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพื่ออะไร เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ และรับโอกาสเข้าถึงแหล่งเงิน โดยต้องไม่ผ่านระบบของธนาคารพาณิชย์และตอนนั้น เรามี โอทอป มีหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ตรงนั้นพี่น้องประชาชนชื่นชม แล้วผมอยาก เรียนรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง โครงการที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเห็นว่าเปึนโครงการที่ดีที่สุด ไม่ใช่เรื่องของการเงิน แต่เปึนโครงการที่เรียกว่า โครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดครับ พี่น้องประชาชนบ้านผมทางเหนือ ทางอีสาน และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ สามารถดึงพ่อ ดึงพี่ ดึงน้อง กลับมาจากการติดยาเสพติด วันนั้นผมคิดว่าเปึนวันที่พี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศเทใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่บ้านผมบอกไว้เลยครับว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณไปที่จังหวัดแพร่ พร้อมที่จะพาพี่พาน้องที่ติดยาแล้วก็ เลิกยาได้ไปกราบท่าน นั่นคือความประทับใจ ผมต้องเรียนท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ตอนนั้นความประทับใจไม่ใช่เรื่องของกองทุนหมู่บ้านเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เรื่องของ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ไม่ใช่เรื่องของการเงิน แต่เปึนเรื่องของความห่วงใยที่ท่านมีให้กับ พี่น้องประชาชนโดยแท้จริง และตรงนั้นเขาเรียกว่าประชานิยม เพราะเขาชื่นชมนิยม กระบวนการที่ท่านทําอยู่วันนี้ผมเรียนว่ามันแตกต่างกันสิ้นเชิง วันนี้เราต้องยอมรับว่า ปัญหาวิกฤติของประเทศเราอยู่ในต่างประเทศ เราเกิดภาวะวิกฤติซับไพร์ม (Subprime) สินเชื่อด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ แล้วทําให้ระบบการเงินทั่วโลกล้มระเนระนาด ประเทศยิ่งใหญ่ประเทศที่มีระบบอุตสาหกรรมใหญ่ยิ่งเจ็บตัวเยอะ ทั้งในกลุ่มอเมริกา ในกลุ่มยุโรป และแม้แต่ในกลุ่มของเอเชียหลายประเทศเสียหาย จริง ๆ แล้วประเทศไทย โชคดีมาก เพราะว่าเรากําลังระมัดระวัง แล้วเราไปใช้จ่ายเงินในต่างประเทศน้อยมาก จริง ๆ แล้วเปึนโอกาสที่สําคัญของประเทศไทยที่จะทะยานขึ้นมาให้ได้ แต่น่าเสียดาย เรามีวิกฤติป่ดสนามบิน วิกฤติการเมืองแตก ๒ ขั้ว ใครเปึนคนทําขอให้รับผิดชอบด้วย ผมต้องเรียนว่าผมไม่อยากให้ฝ์ายการเมืองที่มาจากระบอบประชาธิปไตยไปมี ส่วนเกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ โครงการที่เรียกว่า ใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือ ค่าครองชีพของบุคลากรภาครัฐ ๒,๖๕๒ ล้านบาท เปึนโครงการที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ที่อภิปรายแล้ว เปึนการให้เงินเพียงครั้งเดียวกับพี่น้องประชาชน ๒,๐๐๐ บาท ผมเรียน นะครับหลายท่านอภิปรายแล้วไม่ครอบคลุม พี่น้องเกษตรกรไม่ได้นะครับ พี่น้องเกษตรกร แถวบ้านผมแถวเหนือ แถวอีสาน ไม่ได้นะครับ แต่ไปได้กับคนที่มีเงินเดือนอยู่แล้ว คนจริง ๆ ที่พอช่วยเหลือตัวเองได้ ได้ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมเรียนกับท่านเลยว่าตรงนี้ ไม่ได้ แล้วผมเรียนอย่างนี้ครับการจัดตั้งงบประมาณแบบนี้ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่เคยเห็นและไม่เคยคิดว่าจะมีคนทํางบประมาณแบบนี้ ผมยอมรับ ท่านคิดว่า ท่านอาจจะได้ความชื่นชมจากพี่น้องประชาชน ท่านถึงเรียกมันว่าอภิมหาประชานิยม ท่านคิดว่าท่านจะได้เสียงจากพี่น้องประชาชน หลายคนบอกเปึนการซื้อเสียงล่วงหน้า เปึนการหาเสียงล่วงหน้า แต่ผมบอกเลยครับ ขาหนึ่งท่านแจก ๒,๐๐๐ บาท แต่อีกขาหนึ่ง ท่านเก็บภาษี ผมเรียนเลยครับ ถ้าคนที่มีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน จ่ายไปใน ๑ ป้ ตก ๑๘๐,๐๐๐ บาท ต่อป้แค่ภาษีแวตอย่างเดียว ภาษีมูลเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์ อย่างเดียว นะครับ เขาต้องจ่ายค่าภาษีทั้งหมด ๑๒,๖๐๐ บาท ท่านแจกเขา ๒,๐๐๐ บาทครั้งเดียว ท่านยังเก็บภาษีเขาเกินไปอีก ๑๐,๖๐๐ บาท รัฐบาลแน่จริงไม่เก็บสิครับ อย่าเก็บเขา ให้เอา ๑๐,๐๐๐ บาทกลับคืนไปเลย ถ้าท่านคิดว่าท่านจัดงบประมาณแบบนี้ถูก ทําไม ไม่ทําอย่างนั้นล่ะครับ แจกแค่ ๒,๐๐๐ บาทได้อะไร แล้วนอกจากนั้นท่านเก็บภาษีน้ํามัน ผมเรียนเลยครับวันนี้ท่านชี้แจงมาท่านบอกว่าเปึนความจําเปึนที่ต้องเก็บภาษีน้ํามัน เพราะท่านเห็นว่าน้ํามันราคาถูกลง ท่านพูดได้ครับ แต่ท่านลืมไปนะครับ วิกฤติบ้านเรา เกิดจากการส่งออกกําลังมีปัญหา เพราะต่างประเทศกําลังซื้อลดลง ส่งออกไม่ได้ ท่านทําแบบนี้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ท่านไปถามพี่น้องประชาชนทั่วประเทศสิครับ ท่านถามสิครับ วันนี้ใครบ้างไม่เครียดกับราคาน้ํามันที่เพิ่มขึ้น ท่านประกาศล่วงหน้าเลยเก็บภาษีน้ํามัน อย่างเดียว ๕ บาท ท่านถามสิครับ เขาชื่นชมไหม ท่านคิดเอาแต่ใจตัวเองครับ ท่านพูดเองได้ ท่านคิดว่าท่านถูก แต่ท่านลองไปถามพี่น้องประชาชนสิครับ เห็นด้วยไหมครับ เก็บภาษี น้ํามัน ๕ บาท ผมเรียนว่า ผมไม่เห็นด้วย ท่านกําลังทําลายระบบการผลิตทั้งระบบ ท่านกําลังทําให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร หรือสินค้าอุตสาหกรรมแพงขึ้น ประเทศเรา จะแข่งขันกับต่างประเทศไม่ได้ ในป้นี้ผมเชื่อว่าการส่งออกมีปัญหาแน่ และแน่นอนครับ ผมทํานายไว้เลย เดือนหน้าจะมีสินค้าหลายตัวออกสู่ท้องตลาด กระเทียม หอมหัวใหญ่ หอมแดง ผลไม้หลายชนิด ผมทํานายตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ ว่าท่านตั้งงบประมาณแบบนี้ ท่านแก้ไขปัญหาเหล่านั้นไม่ได้ แล้วถ้าวันนั้นพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศออกมาประท้วง ราคาสินค้าสูง ไม่มีคนซื้อ ส่งออกไม่ได้ ท่านจะต้องรับผิดชอบ วันนี้ผมขออนุญาตเปึน ปากเปึนเสียงแทนพี่น้องประชาชนสะท้อนกลับมาให้ท่านฟัง ผมเรียนกับพี่น้อง ในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ วันนี้เราทําอะไรกัน เรากําลังทําลายระบบ เศรษฐกิจหรือเปล่า เราทําถูกหรือเปล่า ผมอยากเรียนท่านว่า ถ้าท่านเห็นว่าไม่ถูก การลงมติ วันนี้ท่านต้องลงไม่เห็นด้วย ในการอภิปรายในชั้นของกรรมาธิการ ใช่ ผมโต้เถียงกับ พรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด ผมไม่เห็นด้วย โต้แย้งกัน แต่ผมยอมรับท่านเปึนฝ์ายค้านมา ๘ ป้ ท่านก็อยากเปึนรัฐบาล ท่านอยากหาเสียงผมไม่เถียง แต่ผมต้องย้ําเตือนไปยัง พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนพรรคชาติไทยพัฒนา ท่านเลือกได้ ท่านเลือกได้ที่ท่านจะ ปฏิเสธ แต่ท่านกําลังยอมรับใช่ไหมครับ บอกว่าการแก้ไขปัญหาอย่างนี้ถูกต้อง การจัด งบประมาณแบบนี้ถูกต้อง การได้รับงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ถูกต้อง การได้งบของท่องเที่ยวขณะที่มันถูกทําลายไปทั้งระบบได้รับ ๕๐๐ ล้านบาท ถูกต้อง ถ้าท่านคิดว่าอย่างนั้นถูกต้องนะครับ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชน จะต่อว่าท่าน เขาอาจจะไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์หรอกครับ แต่เขาจะว่าพรรคของท่าน พรรคภูมิใจไทย ท่านพลิกกลับถ้าไม่เห็นด้วยผมเรียนเลยครับ พรรคเพื่อไทยทั้งหมดยินดี ให้การสนับสนุน เพราะเราไม่เห็นด้วยกับวิธีการจัดตั้งงบประมาณแบนี้ พรรคกิจสังคม พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา วันนี้ผมต้องเรียนกับพี่น้องสมาชิกในสภา แห่งนี้ว่า ถ้าท่านเห็นว่ามันไม่ถูกต้องท่านรับไปทําไม ผมไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์มากละ เพราะว่าเขาตั้งใจอยู่แล้วที่ไม่เห็นด้วย เขาจัดงบประมาณแบบนั้น การตั้งงบประมาณ แบบนี้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งเพื่อหวังอะไรท่านก็รู้ แต่ต้องเรียนต่อสภาแห่งนี้ว่าการกระตุ้น เศรษฐกิจขณะที่ไฟเผาบ้านวิกฤติเศรษฐกิจเกิด กระทรวงที่ต้องจัดงบประมาณลงไปคือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถ้าขั้นต่ํา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไขไม่ได้หรอกครับ กระทรวงอุตสาหกรรมต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้หรอกครับ กระทรวงอุตสาหกรรมขอมา ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ตัวเลขที่กระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการคือ ขอมา ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ ได้ไป ๕๐๐ ล้านบาทครับ แล้วกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่สบายดีหรือครับ พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมต้องฟัองพี่น้องประชาชนนะครับ ท่านขอไป ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านได้ ๕๐๐ ล้านบาท ท่านสุขสบาย ท่านยกมือให้กับรัฐบาล ทําได้อย่างไร พรรคชาติไทยพัฒนาขอกระตุ้นการท่องเที่ยวหลายพันล้านบาทนะครับ ได้ไป ๕๐๐ ล้านบาท ท่านสุขสบายหรือครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ขอไปรู้สึกจะ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ได้ไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเรียนว่าอย่างนี้นะครับ ผมจะทวงถาม เมื่อท่านแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ผมบอกเลยพรรคร่วมรัฐบาลที่ท่านเห็นว่าการจัด งบประมาณอย่างนี้ถูก โดยที่ท่านมีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แล้วท่านแก้ไข ปัญหาไม่ได้ วันนั้นพี่น้องประชาชนจะจดจําพรรคของท่าน วันนี้ยังไม่สายนะครับ วันนี้เรา กําลังพิจารณางบประมาณ แล้วเราต้องมีการลงมติ ถ้าท่านเห็นว่ามันไม่ถูกต้อง เปลี่ยนใจ ได้นะครับ แต่ถ้าท่านยืนยันไปตามพรรคแกนนํา คือพรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าวันนี้ พี่น้องประชาชนจะต่อว่าท่านเอง ท่านอย่าคิดว่าเม็ดเงินนี้ลงไปแล้วมันจะกระตุ้น เศรษฐกิจได้ ท่านอธิบายบอกว่าเมื่อเงินลงไปกระตุ้นปุ็บจะก่อให้เกิดการผลิตสินค้า ผมว่าท่านคิดผิด ถ้าท่านไปบริษัทผลิตสินค้า ท่านก็รู้ว่าเงินลงมาครั้งเดียว ลงเดือนเมษายนปุ็บ เดือนพฤษภาคมไม่มีแล้ว เขาก็เอาสินค้าในสต็อก ลูซ (Lose : ขาดทุน, แพ้, สูญ) สต็อกหมดเกลี้ยง แล้วเขาจะผลิตสินค้าต่อหรือครับ ผลิตผลทางการเกษตรจะถูกใช้ หรือครับ ไม่หรอกครับเขาไม่ใช้แน่ เพราะฉะนั้นท่านคิดว่ามันจะกระตุ้นระบบการผลิตหมุนเวียน ผมว่าท่านคิดผิด ท่านคิดผิด ผมต้องเรียนนะครับ วันนี้เรื่องของเศรษฐกิจมันเปึนเรื่องความเชื่อมั่น ถ้าท่านได้ยินเสียงนี่ พี่น้องประชาชนบอกว่าไม่ถูกนะ การตั้งงบประมาณอย่างนี้ไม่ถูกนะ อย่าแจกเงินอย่าทํา แบบนี้นะ วันนี้ท่านต้องทบทวนครับ ท่านต้องทบทวนในโครงการเรื่องของค่าใช้จ่ายเพิ่ม ศักยภาพผู้ว่างงาน เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมชุมชน ๖,๙๐๐ ล้านบาท จริง ๆ ท่านสมาชิกหลายท่านก็พูดถึง เมื่อสักครู่ท่านวิรัช รัตนเศรษฐ ก็พูดถึง ล่อแหลมต่อการ ขัดกฎหมายอย่างยิ่ง มาตรา ๑๖๗ วรรคสอง ย้ําอีกทีหนึ่งก็ได้ หากรายจ่ายใดไม่สามารถ จัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้โดยตรง เขาถึงจะให้จัดไว้ในเรื่องของรายการรายจ่ายงบกลาง แต่วันนี้ผมเรียนว่าจริง ๆ แล้ว งบประมาณก้อนนี้จะต้องไปอยู่ที่กระทรวงแรงงาน ไม่ใช่สํานักปลัดนายกรัฐมนตรี วันนั้นวันที่ชี้แจงกับคณะกรรมาธิการเอาท่านปลัดมาชี้แจงก็จริงครับ พอเริ่มต้นชี้แจง ท่านปลัดก็ชี้ ท่านปลัดกระทรวงแรงงานว่าสิเอาอย่างไร แล้ววิธีการทํานี่ก็บอกว่าจะให้ พวกสถาบันการศึกษา เขาเรียกว่า เซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Service provider) ของเขานี่นะครับ คนที่จะมาให้บริการในการฝ๊กอบรมของเขานี่ก็คือ พวกสถาบันการศึกษา เครือข่ายภาค ประชาสังคมและกลุ่มคนอื่น อย่างเช่น กรมพัฒนาฝ้มือแรงงาน ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ท่านตั้งงบประมาณอย่างนี้ ผมจึงถือว่าท่านดูถูกท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปึนอย่างยิ่งเลย วันนี้ผมต้องเรียนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เราอยู่ในระบบการศึกษา คนละประมาณเกือบ ๒๐ ป้ ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม อาชีวะ จนถึงจบปริญญาตรี ในสถาบันอุดมศึกษา เกือบ ๒๐ ป้นะครับ แล้ววันนี้ผมเรียนนะครับว่า การปฏิรูป การศึกษาเรานี่เราก็บอกว่าล้มเหลว ในขณะที่ผมไปดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ในระยะเวลาสั้น ๆ ผมได้ให้นโยบายแล้วก็คุยกับกระทรวงศึกษาธิการว่า วันนี้สิ่งที่พี่น้อง ประชาชนต้องการมากที่สุดคือหลักสูตรการศึกษา องค์ความรู้ที่ใช้ในการประกอบอาชีพได้ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ แต่วันนี้ท่านไม่ได้ให้ วันนี้ผมเรียนเลยครับ วันนี้หลักสูตรการศึกษา ที่อยู่ในสถาบันการศึกษาเองนี่ผิด เพราะท่านเอาส่วนจากตํารา เอาตําราเดี๋ยวผมจะพูด ในส่วนที่เปึนเรื่องของการแจกตําราด้วย วันนี้ตําราจากสํานักพิมพ์ที่เดียวท่านแจกไป ทั่วประเทศ ใช้เหมือนกันหมดเลย ผมเชื่อว่าในแต่ละจังหวัดนะครับ ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่เหมือนกันครับ บางทีมีป์าไม้ บางทีมีแร่ธาตุ พืชแต่ละชนิดก็แตกต่างกัน ภูมิประเทศ ก็แตกต่างกัน บางที่เปึนภูเขา บางที่เปึนทะเลนะครับ ช่วงแสงก็แตกต่างกัน อะไรก็แตกต่างกัน หลักสูตรการศึกษา หลักสูตรเดียวไปใช้ไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้น วันนี้ผมเรียนนะครับว่า หลักสูตรการศึกษาที่มีอยู่มันยังใช้ไม่ได้ แต่วันนี้โครงการพัฒนา ฝ้มือแรงงานท่านนี่ท่านบอกจะใช้สถาบันการศึกษา ผมเรียนเลยครับว่าวันนี้ท่านใช้อีกมัน ก็ตกงาน ถ้าเกือบ ๒๐ ป้ที่คนอยู่ในระบบการศึกษานี่นะครับ ยังตกงาน แล้ววันนี้ งบประมาณทั้งหมดตรงนี้ ท่านไม่มีงบประมาณเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาหลักสูตร การศึกษาหรือพัฒนาองค์ความรู้เลย มีแต่แจก แจก แจก แต่รายละเอียดผมจะไปพูดอีก ครั้งหนึ่งตอนแจกว่ามันแจกอย่างไรมันก็ไม่ได้ผล เพราะมันไม่ได้ให้องค์ความรู้เลย การให้เขาไปนี่นะครับ เอาเขามาเรียนเขาก็ต้องเสียค่าหอ ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเดินทาง สุดท้ายมาเขาก็ตกงาน เพราะฉะนั้นวันนี้เซอร์วิส โพรไวเดอร์ของท่านนี่ คนที่ให้บริการ อบรมท่านนี่ ถ้าท่านยังเลือกใช้สถาบันการศึกษานี่ผิด ผมยังท้วงติงในที่ประชุม ของกรรมาธิการวันนั้นขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ก็บอกเห็นด้วยกับผม ทุกประการในการอภิปรายเรื่องนี้ แต่ว่าพอชี้แจงกลับมา ผมยังไม่ชัดเจนว่าท่านจะแก้ไข หรือไม่ แต่ผมเรียนว่าท่านต้องเปลี่ยนคนอบรมให้บริษัทที่เขามีคนงานอยู่จริง ๆ แล้ว คนงานกําลังจะตกงาน แล้วมีปัญหาตรงนั้น ให้เขาปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารงาน ของตัวบริษัทของเขาให้เขาสามารถส่งออกได้ ค้าขายได้ แล้วเขาจะจ้างแรงงานอยู่ และแรงงานก็ไม่ต้องตกงาน แต่วิธีการที่ท่านบอกว่าจะให้ สถาบันการศึกษาก็ดี หรือหน่วยงานอื่นก็ดี หรือแม้แต่กรมพัฒนาฝ้มือแรงงานมาอบรม ผมว่าไม่ใช่ ท่านต้องกลับไปทบทวนใหม่ แล้วขอให้ชี้แจงให้ชัดด้วยนะครับ เพราะว่าวันนี้ ถ้าท่านยัง