สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องการแบ่งงบประมาณ 13,642 ล้านบาท โดยเฉพาะแผนงานที่ 1 ค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือการครองชีพบุคลากรภาครัฐ 2,652 ล้านบาท และอธิบายเหตุผลที่ไม่เห็นด้วย 4 ประการ เช่น การแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด การแจกจ่ายเงินไปที่มีรายได้ประจําต่ำกว่า 15,000 บาท และไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณของประเทศที่ลดลง และขอให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์ที่ได้รับงบประมาณน้อย และขอให้รัฐบาลพิจารณาการจัดสรรงบประมาณใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของประเทศ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๔ งบกลาง จํานวน ๑๓,๖๔๒ ล้านบาทเศษ ซึ่งแบ่งออกเปึน ๓ แผนงานนะครับ ในแผนงานแรก ค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือการครองชีพบุคลากรภาครัฐ งบประมาณ ๒,๖๕๒ ล้านบาท กระผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วย โดยมีเหตุผลที่กระผมไม่เห็นด้วย ๔ ประการด้วยกันครับท่านประธาน

ประการแรก ผมเห็นว่าเปึนการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด กับการที่ประเทศ กําลังประสบกับภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ จุดที่กําลังถดถอยทางเศรษฐกิจอยู่ ณ ขณะนี้ คืออะไรท่านประธาน จุดที่กําลังถดถอยอยู่ ณ ขณะนี้ก็คือการท่องเที่ยว การส่งออก โรงงานกําลังจะป่ด คนตกงานจํานวนมาก ภาคเกษตรเปึนภาคที่รองรับปัญหาภาวะวิกฤติ ต่าง ๆ ของประเทศมาตลอด เมื่อผู้คนตกงานก็จะต้องกลับยังชนบท เราจะมีอะไรรองรับ ก็คือภาคเกษตร แต่งบตรงนี้เราได้รับน้อยมากนะครับท่านประธาน

ประการที่ ๒ ที่กระผมไม่เห็นด้วยก็คือนอกจากแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุดแล้ว รัฐบาลยังเอาเงินไปแจกจ่ายยังบุคคลที่มีรายได้ประจํา โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท จริงอยู่ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทุกภาคส่วนเดือดร้อนหมด แต่เมื่อมี เม็ดเงินที่มีจํานวนจํากัด แล้วต้องไปกู้เขามา รัฐควรจะใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งตามหลักเศรษฐศาสตร์ทั่วไปเมื่อเศรษฐกิจตกต่ําให้เพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบ เศรษฐกิจ แต่เพิ่มแล้วต้องมีคนทํางานเพิ่มท่านประธาน ผลผลิตถึงจะเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เอาเงินไปใส่กระเปิาเขาเฉย ๆ ทั้ง ๆ ที่เขายังไม่เดือดร้อนอย่างที่สุดเมื่อเทียบ กับกลุ่มอื่น หากเขาเก็บไว้ก็ไม่เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้ที่เดือดร้อนอย่างที่สุดในภาวะ เศรษฐกิจถดถอย ณ ขณะนี้ ปัญหาเฉพาะหน้าที่กระผมได้กราบเรียนในเบื้องต้นก็คือ ภาคส่งออก เจ้าของโรงงาน คนงาน ภาคการท่องเที่ยว และภาคการเกษตร ซึ่งเปึนคน ส่วนใหญ่ของประเทศ ทําไมรัฐไม่ทุ่มเทตรงนี้ให้ตรงจุด

ประการต่อมาครับท่านประธาน ประการที่ ๓ การที่รัฐบาลขึ้นราคาน้ํามัน ในภาวะที่ชาวบ้านกําลังมีความสุขอันน้อยนิดเหลืออยู่บ้างที่ราคาน้ํามันลดลง แต่พอรัฐบาลมาขึ้นภาษีตรงนี้ ค่าครองชีพคนละ ๒,๐๐๐ บาท ที่รัฐจ่ายไปยังบุคลากร ภาครัฐ หายวับไปกับตากับค่าน้ํามันที่เพิ่มขึ้นไปก่อนแล้ว เพราะคนที่มีรายได้ประจํา ใช้น้ํามันเปึนส่วนใหญ่

ประการที่ ๔ นอกจากนี้ครับท่านประธาน จากการจ่ายเงินให้กับบุคลากร ภาครัฐ ยังเกิดการลักลั่น มีบางหน่วยงานไม่ได้รับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่มีผู้ที่มีรายได้ ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน เอาใกล้ ๆ ท่านประธาน ลูกน้องท่านประธานเอง สมาชิก ข้าราชการรัฐสภาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ ขณะนี้ ไม่มีใครได้เงิน ๒,๐๐๐ บาท ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานช่วยดูแลในเรื่องนี้ในการที่จะประสานงบฉุกเฉินที่ตั้งไว้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาดูได้ไหม แตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมาท่านประธาน รัฐบาล ที่ผ่านมามีการปรับอัตราเงินเดือนครั้งหลังสุด ปรับเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ โดยปรับให้ ในอัตราร้อยละ ๔ เท่ากันทุกอัตรา และปรับเงินเพิ่มค่าครองชีพรวมใช้งบประมาณในการ ปรับจํานวน ๑๖,๙๕๕ ล้านบาท

ท่านประธานที่เคารพ ในขณะนี้ฐานะทางการเงิน การคลังของประเทศ ของเรากําลังถดถอย ปัจจุบันเปึนที่น่าตกใจนะครับท่านประธาน เราจัดเก็บรายได้ ๔ เดือนแรกของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน กระทรวงการคลังเพิ่งให้ข่าว จัดเก็บต่ํากว่าประมาณการ ๗๐,๔๗๒ ล้านบาท หรือคิดเปึน ๑๖.๒ เปอร์เซ็นต์ และ กระทรวงการคลังคาดว่าทั้งป้อาจจัดเก็บรายได้ต่ํากว่าเปัาประมาณถึง ๑๑๒,๙๑๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๗.๑ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเงินงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธาน ซึ่งจะไปกู้เขามา กระผมเห็นว่าต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการกระตุ้น เศรษฐกิจที่แท้จริง และกระผมขออนุญาตด้วยความบริสุทธิ์ใจที่เห็นว่ารัฐบาล ควรดําเนินการน่าจะเปึนดังนี้ รัฐบาลมี ครม. เศรษฐกิจ มีนายกรัฐมนตรีเปึนหัวหน้า ทีมเศรษฐกิจ การจัดงบประมาณครั้งนี้ควรจัดเปึนทีม บูรณาการงานของกระทรวง ทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ตรงจุด แต่ขณะนี้การบริหารงานของ กระทรวงเศรษฐกิจกลับแยกส่วนกัน ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ทําหน้าที่หัวหน้าทีม เศรษฐกิจที่แท้จริง เห็นได้จากการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ ท่านประธานครับ ผมจะโยง ให้เห็น กระทรวงอุตสาหกรรมซึ่งเปึนกระทรวงที่สําคัญยิ่งที่จะต้องดูแลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลผู้ส่งออก ดูแลโรงงาน ดูแลคนงานที่ จะตกงานในปัจจุบัน แต่ปรากฏว่ากระทรวงอุตสาหกรรมได้รับงบเพียง ๐.๒๗ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทนี่เขาเอาไปทําอะไร เอาไปทําโครงการเลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ เลี้ยงไก่เบตง มันลักลั่นไปหมดครับท่านประธาน แทนที่งานดังกล่าวจะอยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือได้รับงบน้อยจึงจับแพะ ชนแกะไปก่อน ท่านประธาน กระทรวงพาณิชย์ซึ่งจะต้องดูแลเรื่องการค้าการขาย การส่งออก ได้รับงบเพียง ๐.๘๖ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ งบเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทําอะไรครับ ท่านประธาน เอาไปทําร้านธงฟัา ซึ่งจะมีผลกระทบกับร้านโชห่วย ในพื้นที่ตามชนบทอีกต่างหาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาซึ่งเปึนกระทรวงที่ทํา รายได้เปึนอันดับหนึ่งของประเทศได้รับงบเพียง ๐.๔๗ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ ครับท่านประธาน น่าอเนจอนาถที่สุดนอกจากได้รับงบน้อยแล้วงบครึ่งหนึ่งเอาไปลงใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ล้วน ๆ ผมได้แสดงความเห็นในคณะกรรมาธิการว่า ยินดี สนับสนุนอย่างยิ่งหากงบที่ลงไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้จะทําให้บ้านเมืองสงบสุข แต่ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เงินไม่ใช่ปัจจัยสูงสุดครับ ท่านประธาน อัตลักษณ์ ของเขา ความยุติธรรมที่เขาต้องการได้รับ ตรงนี้เปึนสิ่งที่เขาต้องการสูงสุด ในป้งบประมาณที่ผ่านมา งบประมาณลงไปยัง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธาน ทราบไหมครับเท่าไร ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ท่านประธาน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขณะนี้ใช้ไปแล้วเท่าไร กระผมถึงบอกว่างบประมาณในจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ไม่ใช่เปึน ปัจจัยสูงสุด ปัจจัยสูงสุดคือเขาต้องการความเปึนธรรม ดังนั้นเงินที่ลงไปคราวนี้มันจะมี อะไรมารองรับได้ว่าจะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านประธานที่เคารพ ในส่วนของ งบประมาณค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือการครองชีพบุคลากรภาครัฐ งบจํานวน ๒,๖๕๓ ล้านบาท กระผมไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลที่กราบเรียนดังกล่าวข้างต้น พร้อมข้อเสนอที่หากรัฐบาลจะรับไปพิจารณาในโอกาสต่อไป ก็จะขอบพระคุณ

ในแผนงานที่ ๒ ครับท่านประธาน ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ตรงนี้เพื่อนสมาชิก เพื่อนกรรมาธิการก็ได้อภิปรายไปมากแล้วผมจะไม่ซ้ํา ในสิ่งที่จะเสียเวลาเพื่อนสมาชิก นอกจากกล่าวย้ําว่าเปึนห่วงจริง ๆ ว่าเหมิ่นเหม่ต่อ การผิดกฎหมาย ผมไม่อยากจะเห็นว่ามันจะมีเลศนัยอะไรหรือเปล่า ที่งบนี้แทนที่จะอยู่ ที่กระทรวงแรงงานแต่กลับไม่ได้อยู่ ไม่อยากคิดว่ามีเลศนัย แต่มันก็ชวนให้คิด

ในแผนงานที่ ๓ ครับ ในประเด็นต่อมา การจัดงบกลางเปึนเงินสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน จํานวน ๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ เงินจํานวน ๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษเปึนเงินจํานวนไม่น้อยซ้ําเปึนเงินที่ต้องไปกู้เขามา เมื่อมาจัดทํา โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เฉพาะอย่างยิ่งมีเวลาอันจํากัด ก็ควรจะมีรายละเอียดแผนงาน โครงการชัดเจนว่า จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร ประกอบกับในงบปกติของป้ ๒๕๕๒ ก็มีการตั้งงบกลางเปึนเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเปึนอยู่แล้วถึงจํานวน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท กระผมจึงไม่เห็นว่าจะมีความจําเปึนอย่างไรที่จะต้องตั้งอีก เพราะชื่อ ก็บอกอยู่แล้วว่าใช้กรณีฉุกเฉินและจําเปึน ควรที่จะเอาเงินจํานวน ๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษนี้ ไปกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีแผนงาน โครงการชัดเจนครับท่านประธาน ซึ่งจะได้ทั้งการ แก้ปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าและได้ทั้งการจ้างงานกับเพิ่มงานไปในตัว กล่าวโดยสรุปกระผมไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๔ ในการจัดงบกลางจํานวน ๑๓,๐๔๒ ล้านบาทเศษ อย่างไรก็ตามครับท่านประธานครับ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งก็ขอให้กําลังใจรัฐบาลในการ แก้ไขภาวะเศรษฐกิจถดถอย ณ ขณะนี้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องเปึนหัวหน้าทีม เศรษฐกิจที่แท้จริง จัดงบประมาณให้กับทีมเศรษฐกิจโดยมองถึงเนื้องานที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจ แก้ปัญหาให้ตรงจุด สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่จําเปึนอย่างยิ่ง เพราะไม่อย่างนั้นก็จะถูก มองได้ว่าเปึนการจัดงบเพื่อการเมืองเท่านั้น ให้กับพรรคที่เปึนแกนในการจัดตั้งรัฐบาล กระผมก็อยากจะฝากไว้เท่านี้ คิดว่าคงไม่ได้เปึนเช่นนั้น หวังว่าจะไม่เปึนเช่นนั้น ถ้าได้มี การแก้ไขให้สอดคล้องกับความเปึนจริงที่ประเทศของเรากําลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน