ประเสริฐ จันทรรวงทอง แสดงความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณที่ตัด 20% และวิพากษ์วิจารณ์การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการจ้างงานและปัญหาการใช้เงินสำรองจ่าย โดยเฉพาะการใช้เงิน 2,000 ล้านบาทของกระทรวงกลาโหม ซึ่งประเสริฐไม่เห็นด้วยและเสนอให้ตัดงบลง 20 เปอร์เซ็นต์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๔ หรือเรื่องงบกลางนี้กระผมได้เสนอ ความเห็นในการตัดงบประมาณลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วต้องกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพว่า งบประมาณนี้มีความจําเปึนอย่างยิ่งในมาตรา ๔ แต่เมื่อดู สาระสําคัญและรายละเอียดแล้วก็คิดว่ารัฐบาลนั้นได้แก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงกับจุด ที่ประเทศของเรากําลังเดือดร้อน อย่างไรก็ตามกระผมมีข้อสังเกต ๓-๔ ประเด็นที่ อยากกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้เพื่อบันทึกไว้ในการแปรญัตติในครั้งนี้
เรื่องแรกนั้นก็คือเรื่องมาตรการในการช่วยเหลือค่าครองชีพบุคลากร ภาครัฐ ซึ่งรัฐบาลตั้งไว้ ๒,๖๕๒ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ในงบตัวนี้ตอนที่ รัฐบาลได้แถลงงบประมาณในวาระที่ ๑ นั้นได้มีคําวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ไม่ว่าจาก นักวิชาการก็ดี นักเศรษฐศาสตร์ก็ดี หรือแม้กระทั่งธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้เคย ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ผมเรียนว่าหลายคนออกมาในลักษณะที่ไม่เห็นด้วย กับนโยบายนี้ แต่รัฐบาลก็ทําหูทวนลม ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมุ่งเน้นในเรื่องประชานิยม ที่เน้นในเรื่องการเมืองอย่างเดียว จริง ๆ แล้วต้องกราบเรียนว่างบประมาณดังกล่าวนั้น ไม่ได้เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจในขณะนี้นั้น ต้องยอมรับว่าเปึนเศรษฐกิจขาลง เปึนการเอางบประชานิยมมาตั้งในช่วงเศรษฐกิจขาลง ผมมีเพื่อนเปึนบุคลากรภาครัฐหลายคนนะครับ เขาบอกว่าเงินที่ได้มานี่เขาก็จะเอาเก็บ เอาไว้ แล้วก็ไว้ใช้ในยามที่ฉุกเฉิน อาจจะเก็บในรูปเงินฝากหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่ได้เกิด การกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่รัฐบาลนั้นคาดหวังเอาไว้แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเมื่อได้ดู กลุ่มเปัาหมายแล้ว ผมเองต้องกราบเรียนว่ากลุ่มเปัาหมายที่รัฐบาลได้ตั้งใจเอาไว้นั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่กลุ่มที่เดือดร้อนมากที่สุดนะครับ คนจนจริง ๆ นั้นไม่ได้รับตัวนี้ อยากจะแนะนํารัฐบาลนะครับบอกว่า ท่านน่าจะใช้เงิน จํานวนนี้ในการไปดูแลคนยากคนจน ซึ่งสภาพัฒน์ก็ดี หรือหน่วยงานที่เปึนเครื่องชี้วัด ในเรื่องของคนยากจน บุคคลใดที่มีรายได้ต่ํากว่าเส้นความยากจนตามที่สภาพัฒน์ได้ให้ ข้อมูลเอาไว้ ท่านน่าจะดูแลกลุ่มบุคคลนี้มากกว่า และมีตัวเลขที่หลายล้านคนและน่าเปึน ห่วงอย่างยิ่งนะครับ ท่านกลับไปดูกลุ่มบุคคลที่ยังไม่เดือดร้อนมากที่สุด นั่นเปึนประเด็น ที่หนึ่งนะครับท่านประธาน
เรื่องที่สอง ก็คือเรื่องการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานและนักศึกษาจบใหม่ ซึ่งท่านตั้งงบประมาณไว้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท เปึนการฝ๊กงานสําหรับนักศึกษาที่จบใหม่ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ผู้ว่างงานส่วนหนึ่ง แต่ตัวเลขในการรายงานเศรษฐกิจ คาดว่าจะมีผู้ว่างงานในป้ ๒๕๕๒ ถึง ๒,๕๐๐,๐๐๐ คน สิ่งที่ผมเปึนห่วงอย่างยิ่ง ก็คือเรื่องของปัจจุบันนี้มีผู้ที่ทํางานในโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง ไม่ว่าจะเปึน จังหวัดนครราชสีมาหรืออีกหลาย ๆ จังหวัดในประเทศนี้ ผู้ที่ทํางานอยู่ในปัจจุบันนั้น ได้ถูกให้ออกจากงาน เพราะนายจ้างเลิกจ้างนะครับ คนเหล่านี้มีภาระรับผิดชอบในเรื่อง ครอบครัวและเรื่องต่าง ๆ ก็ดี ผมไม่แน่ใจว่าเงินจํานวนนี้นั้นรัฐบาลยังให้ความสําคัญ กับกลุ่มบุคคลเหล่านี้หรือไม่อย่างไร เพราะปัจจุบันนั้นจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ภาวการณ์ลงทุนที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของต่างประเทศลดลง การจ้างงาน มีอัตราส่วนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสังเกตแนบท้ายของรายงานฉบับนี้ก็ได้แจ้ง อย่างนี้นะครับ เรื่องเหล่านี้น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องเงินสํารองจ่าย ท่านตั้งไว้ ๔,๐๙๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วเรื่องของเงินสํารองจ่ายนั้น เปึนเงินที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน แล้วก็ ใช้ในกรณีที่เร่งด่วน แต่จุดอ่อนของเงินสํารองจ่ายนั้นก็คือยากต่อการตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความไม่สบายใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้รับข่าว นะครับว่า มีการใช้เงินจํานวนถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะให้กระทรวงกลาโหมหรือ กองทัพได้ออกมาไปลงพื้นที่ต่าง ๆ ลงพื้นที่ตามตําบล ตามหมู่บ้านต่าง ๆ โดยอ้างถึง เหตุผลในเรื่องความมั่นคง ผมกราบเรียนว่าในยุคปัจจุบันนี้ ไม่มีความจําเปึนถึงขนาดที่ กองทัพจะลงไปในเรื่องของความมั่นคง ปัจจุบันกระทรวงต่าง ๆ ไม่ว่ากระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงต่าง ๆ อีกหลาย ๆ กระทรวงนั้นเขาได้ดูแลในเรื่องนี้อยู่ สิ่งที่น่าเปึนห่วงก็คือ เมื่อกองทัพไปดูแลตรงนี้แล้ว อาจจะมีเจตนาหรืออาจจะมีข้อเท็จจริง ซึ่งปรากฏเปึนข่าว อยู่เสมอบอกว่า เขาบอกจะไปสกัดกั้นพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง อาจจะหมายถึงพรรคเพื่อไทย ตามภารกิจของการยึดอํานาจ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ซึ่งถือว่ายังไม่สิ้นสุดแต่อย่างใด สิ่งเหล่านี้ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า เรื่องเหล่านี้มีความน่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง เพราะการใช้งบลับในทางอย่างนี้นะครับ นอกจากจะไม่เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังทําความแตกแยกในสังคมอีก จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าด้วยเหตุผล ดังกล่าว ๔-๕ ประการที่ผมได้กราบเรียน ผมไม่เห็นด้วยกับการตั้งงบกลางในบางเรื่อง จึงเสนอให้มีการตัดงบจํานวนนี้ลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขอกราบขอบคุณครับ