สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล หารือเรื่องการจัดเก็บภาษีในงบประมาณปี 2552 และการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยวิพากษ์วิจารณ์การเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มขึ้นและเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยากจะเรียนท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภา แห่งนี้นะครับว่า จริง ๆ แล้วนี่นะครับ ปกติเรามีการคาดการณ์การทํางบประมาณประจําป้ การทํางบประมาณกลางป้นี่ปกติแล้วเราจะกระทําก็ต่อเมื่อการจัดเก็บภาษีรายได้เกินกว่า ที่เราคาดการณ์ไว้ ในงบประมาณป้ ๒๕๕๒ เราคาดการณ์ว่าเราจะจัดเก็บภาษีได้ ประมาณ ๑.๕ ล้านล้านบาท แล้วเราใช้วงเงินกู้อีกประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในงบประมาณป้ ๒๕๕๒ นั้น เรามีวงเงินงบประมาณทั้งหมดประมาณ ๑.๘๓ ล้านล้านบาท ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า จากการจัดเก็บภาษีถึงในปัจจุบันนี้เราพบว่ามีการ จัดเก็บภาษีต่ํากว่าเปัา นี่ขนาดเพิ่งเริ่มต้นป้นะครับ ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจยังไม่รุมเร้า เรามีการจัดเก็บภาษีที่ต่ํากว่าเปัา และในขณะที่เราดูแนวโน้มจากสถานการณ์การเงิน ของโลก ดูแนวโน้มจากการที่เราป่ดสนามบิน ดูจากแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจแล้ว เราเชื่อว่าป้นี้การจัดเก็บภาษีของประเทศนี่น่าจะต่ํากว่า ๑.๕ ล้านล้านบาทแน่นะครับ ที่เราคาดการณ์ไว้อาจจะต่ําไปถึงประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็น่าจะจัดเก็บได้ ประมาณ ๑.๒ ล้านล้านบาทเท่านั้นเอง การทํางบประมาณเพิ่มเติมปกติเราจะทํา งบประมาณเพิ่มเติมก็ต่อเมื่อการจัดเก็บภาษีเกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ คือจะต้องมีการ คาดการณ์ว่าจะต้องจัดเก็บภาษีได้มากกว่า ๑.๕ ล้านล้านบาทก่อน ๑.๕ ล้านล้านบาท นะครับ เราถึงจะคิดว่าเรามีเงินเหลือ เก็บภาษีเหลือแล้วเราถึงมาทํางบประมาณเพิ่มเติม แต่ป้นี้รัฐบาลแนวโน้มจัดเก็บภาษีอย่างไรก็ไม่ได้ เปึนสิ่งที่เราทราบกัน ซึ่งได้มีการ สอบถามทั้งกระทรวงการคลัง สอบถามในคําชี้แจงของคณะกรรมาธิการแล้วเชื่อว่า ป้นี้จัดเก็บไม่ได้ จริง ๆ แล้วถ้าเราจัดเก็บไม่ได้อะไรเกิดขึ้น เราตั้งงบประมาณไว้ ๑.๘ ล้านล้านบาท ถ้าเราจัดเก็บไม่ได้หายไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอนครับ ป้นี้ เราจะมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินเดือน เราจะมีปัญหาเรื่องของการที่จะมีโครงการต่าง ๆ ที่เราได้เตรียมเอาไว้ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ นั้น ไม่ได้ดําเนินการอีกส่วนมาก สิ่งที่ รัฐบาลต้องดําเนินการคือ ต้องหาวิธีจัดเก็บภาษี อย่างเช่น ตอนนี้รัฐบาลเก็บภาษีน้ํามัน โดยที่บอกว่าจะจัดเก็บเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ ๕ บาทต่อลิตร เก็บอีกประมาณ ๕ บาท ต่อลิตร ซึ่งตรงนี้เองผมอยากเรียนว่าแทนที่จะเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคหนึ่งรัฐบาล บอกว่าจะอัดเม็ดเงินลงไปให้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ว่ารัฐบาลตั้งเครื่องสูบขนาดใหญ่ดูด เม็ดเงินจากประชาชนโดยการใช้ภาษีน้ํามัน ผมอยากเรียนท่านประธานครับว่าการที่ รัฐบาลเก็บภาษีน้ํามันเพิ่มเปึนการทําลายระบบเศรษฐกิจอย่างสิ้นเชิง ป้นี้ในสถานการณ์ โลกเรามีปัญหาในต่างประเทศ โดยที่เราเกิดภาวะวิกฤติทางการเงินในต่างประเทศ การส่งออกป้นี้กําลังซื้อในต่างประเทศลดน้อยลง การส่งออกเรามีปัญหาแน่ เรามีปัญหา การป่ดสนามบิน นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยลดน้อยลง แท้ที่จริงแล้วการแก้ปัญหาวิกฤติของเศรษฐกิจรัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาในต่างประเทศ เปึนส่วนใหญ่แก้ปัญหาการส่งออกเปึนส่วนใหญ่ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือรัฐบาลเอาเงินมา ส่วนใหญ่แล้วเปึนการใช้จ่ายภาคครัวเรือน เอาเงินมาแจกราษฎร ถามว่าดีไหม ดูเหมือน จะดีครับ แต่ว่ามันแก้ไม่ได้แน่ เพราะว่าอย่างแจกเงินคนละ ๒,๐๐๐ บาทนี่ ท่านประธาน เอา ๓๖๕ วันหารนี่นะครับ คนหนึ่งจะได้เพียงประมาณ ๕.๕๐ บาทต่อวันเท่านั้นเอง แต่ในขณะที่รัฐบาลเก็บภาษีน้ํามันลิตรละ ๕ บาท นั่นแปลว่าประชาชนจะต้องจ่ายไปแล้ว ๕ บาท พอ ๆ กับเงิน ๒,๐๐๐ บาท แต่ผมถามว่าในประเทศนี้ลองถามตัวเองสิครับ ว่าวันหนึ่งเราใช้น้ํามันต่ํากว่า ๑ ลิตรไหม คนที่เดินทางทุกวันผมเชื่อว่าเราใช้น้ํามันวันหนึ่ง อย่างน้อย ๕ ลิตร ๑๐ ลิตร เปึนอย่างน้อย นั่นแปลว่าวันหนึ่งเราจะเสียค่าใช้จ่ายภาษีน้ํามัน วันละหลายสิบบาท ป้หนึ่งเราจ่ายค่าภาษีน้ํามัน ผมเชื่อว่าบางคนหลายพันบาท บางคน เปึนหมื่นบาท บางคนหลายหมื่นบาท เฉพาะภาษีน้ํามันที่รัฐบาลจัดเก็บ แต่รัฐบาล บอกว่าดูดภาษีน้ํามันมาเอาไปจ่ายคนละ ๒,๐๐๐ บาท ตกคนละ ๕.๕๐ บาทต่อวัน แต่สิ่ง ที่ต้องตระหนักนะครับ วันนี้เราต้องการกระตุ้นการท่องเที่ยว ถ้าน้ํามันราคาสูงขึ้นผม ถามว่าใครจะท่องเที่ยว ระบบการท่องเที่ยวเสียหาย ผมถามว่าถ้าต้นทุนการผลิตของ เกษตรกรสูงขึ้น ต้นทุนปุิยสูงขึ้น ปัจจัยการผลิตสูงขึ้น ราคาสินค้าที่เราส่งออกต้นทุนก็สูง แล้วเมื่อถึงตอนนั้นเราจะแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างไร เพราะฉะนั้นการดําเนินการ อย่างนี้ การตั้งงบประมาณแบบนี้เปึนการตั้งงบประมาณที่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ และนอกจากนั้นเอง ยังทําลายระบบเศรษฐกิจอีกด้วย

แต่ประการสําคัญครับท่านประธาน ผมอยากเรียนกับท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ ว่าการตั้งงบประมาณครั้งนี้ ครั้งแรกเองนี่นะครับเมื่อผมเข้าไปพิจารณางบประมาณ เราพบว่า เปึนงบประมาณที่น่าจะไม่กระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เมื่อมีการพิจารณาไปถึงบางมาตรา อย่างเช่น มาตรา ๒๑ เกี่ยวกับการชดใช้เงินคงคลัง เราพบว่ากฎหมายงบประมาณฉบับนี้ มีแนวโน้มในการขัดกฎหมายค่อนข้างชัดเจน มีการถกเถียงในคณะกรรมาธิการว่า ขัดต่อกฎหมายไหมนะครับ ผมอยากขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ในมาตรา ๑๖๙ ของรัฐธรรมนูญนั้นนะครับ บอกว่าการชดใช้เงินคงคลังจะต้องมาจากรายได้ แต่อย่างที่ ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า รายได้นั้นก็คือรายได้ที่เราจะจัดเก็บภาษีและรายได้อื่น ทั้งหมด เราคาดการณ์ว่าป้ ๒๕๕๒ เราจะจัดเก็บได้ที่ ๑.๕ ล้านล้านบาท แต่ในความเปึนจริง เราจัดเก็บได้ไม่ถึง ๑.๕ ล้านล้านบาท เราคาดการณ์ว่าน่าจะอยู่ที่แค่ประมาณ ๑.๒ ล้านล้านบาทเท่านั้น หายไปประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นแปลว่าโอกาส ที่จะเกิน ๑.๕ ล้านล้านบาท แล้วกลายเปึนรายได้ไม่มี แต่ว่าในมาตรา ๒๑ นั้นนะครับ ได้จัดทํางบประมาณไปชดใช้เงินคงคลัง โดยบอกว่า คําว่า แหล่งที่มาของรายได้ ท่านต้องเอาเกิน ๑.๕ ล้านล้านบาทก่อนว่าป้นี้เราจัดเก็บได้เท่าไร แต่คําชี้แจงของ กระทรวงการคลังบอกว่า คําว่า แหล่งที่มาของรายได้ แปลว่า ท่านจะไปตั้งยอดใหม่ คือ ตั้งยอดภาษีสรรพสามิตจัดเก็บใหม่ เอาลิตรละ ๕ บาท ดูดมาลิตรละ ๕ บาท เอามาโปะ แล้วไปเก็บภาษีอื่นทั้งหมดอีกมาโปะ ซึ่งตรงนี้ผมอยากเรียนท่านประธานว่ามัน เปรียบเสมือนกับการตั้งงบประมาณแบบศรีธนญชัย ท่านกําลังหลอกลวงตัวเอง ท่าน กําลังหลอกลวงคนทั้งประเทศ มันเปึนไปไม่ได้ละครับ ในกฎหมายงบประมาณโดยวินัย ทางการเงินการคลัง ผมอยากเรียนว่าเราจะตั้งเงินได้ก็ต่อเมื่อเรามีรายได้หรือเรา คาดการณ์ว่ามีรายได้เกินกว่า เราถึงเรียกว่า รายได้ โดยเจตนารมณ์ของกฎหมาย ผมเชื่อว่าเปึนการรักษาวินัยทางการเงินการคลังว่า ถ้าท่านจะตั้งรายได้ชดใช้เงินคงคลังนั้น ท่านจะต้องบอกว่าท่านจะจัดเก็บอย่างไร มีกรรมวิธีได้เงินมาอย่างไร แล้วจะต้องเกินกว่า ที่ท่านทํากฎหมายงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ ไว้แล้วด้วย ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่ ท่านกําลังอธิบายใช้ ศรีธนญชัย คือใช้ถ้อยคํานะครับ เปึนการที่ทําให้คนเกิดความสับสนนะครับ เพราะคิดว่า ส่วนใหญ่แล้วคนไม่อ่านถ้อยคํา แต่ผมอยากเรียนท่านประธานนะครับว่า การทํากฎหมาย อย่างนี้มันทําให้สมาชิกสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบยาก การที่เราร่างกฎหมาย งบประมาณนะครับ ทุกคนที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยากให้มีเม็ดเงินส่วนใหญ่ เอาไปใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยพี่น้องประชาชน แต่ว่าการตั้งงบประมาณที่ สุ่มเสี่ยงต่อการขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญมันจะทําให้สมาชิกสภาแห่งนี้เดือดร้อน วันนี้ การเมืองมิได้มีแต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภา การเมืองมิได้มีแต่สมาชิกวุฒิสภา คนข้างนอก การเมืองใหม่ กลุ่มพันธมิตรที่บอกว่าจะต้องสร้างการเมืองใหม่ล้มคนในระบบ การปกครองการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ถ้าเกิดมีคนยื่นตีความว่าสภาแห่งนี้กําลัง ร่างกฎหมายที่หมิ่นเหม่ต่อการขัดบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ก็จะทําให้สมาชิกของสภา แห่งนี้ที่ไปลงมติอาจจะถูกเพิกถอน อาจจะทําผิดกฎหมาย แล้วอาจจะมีปัญหาด้วย ซึ่งผม เรียนว่าการตั้งงบประมาณแบบนี้นะครับ ผมเองในฐานะของกรรมาธิการได้ทักท้วงกรณีที่ ประชุมของคณะกรรมาธิการแล้วนะครับว่า เมื่อเราไปพบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในการซักถาม แล้วเราพบว่ามันน่าจะมีปัญหาในการที่ชี้แจงมา เราเชื่อว่ามันผิด ผมก็บอกว่าในฐานะ ที่เราเปึนพรรคฝ์ายค้าน แต่ผมอยากให้การทํางานของสภาเปึนไปโดยราบรื่น เรายินดี ให้ความร่วมมือ ขอให้กลับไปแก้ไขเสียเอาให้มันถูก เป่ดกฎหมายกันดูเสียเอาให้ชัดเจน ท่านกําลังบอกว่าท่านไปปรึกษาสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว แต่ผมอยากเรียน นะครับ ไปดูใหม่ ไปดูสิครับว่า