เจะอามิง โตะตาหยง หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณกระทรวงการต่างประเทศ โดยชี้ว่าภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหายจากข่าวลือที่สร้างโดยขบวนการภายนอก เช่น กรณีชาวโรฮิงญา และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๖ กระทรวงการต่างประเทศ กระผมได้ขอปรับลดอยู่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ สําหรับในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศผมได้ดูแล้ว เดิมทีผมดูแล้ว ต้องปรับลด แต่พอผมดูในเนื้อหาสาระของกระทรวงการต่างประเทศ ในสถานการณ์ ในทางการเมือง ณ ปัจจุบันนี้ บางครั้งหลังจากผมให้เหตุผลต่อที่ประชุมแล้ว ผมอาจจะ ไม่ต้องขอปรับ ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับท่านประธานว่า ณ วันนี้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยถูกทําร้ายในแง่ของชื่อเสียงในต่างประเทศกันเปึนระยะ ๆ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเริ่มมีภาพลักษณ์ที่เสียหาย ก็เริ่มจากรัฐบาลภายใต้การนําของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนต้นมา เกิดจาก กระบวนการการอุ้มฆ่าผู้ค้ายาเสพติด ๒,๕๐๐ ศพ ซึ่งไม่ได้รับคําตอบ ก็ได้ถูก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ให้รัฐบาลในสมัยนั้นชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ ต่างประเทศก็ไม่ได้รับคําชี้แจงจนประเทศไทยถูกกล่าวหาว่าเปึนประเทศหนึ่งที่ละเมิด สิทธิมนุษยชนในขณะนั้น ประเด็นเหล่านี้ผมถึงมองว่ากระทรวงการต่างประเทศ มีความจําเปึนที่จะต้องเปึนหน้าตาของประเทศไปแก้ภาพลักษณ์ในต่างประเทศ ไม่เช่นนั้นภาพลักษณ์เหล่านั้นจะตรึงตราต่างประเทศกับประเทศไทยในทางที่ไม่ดี ทางที่เสียหายตลอด ท่านประธานครับ นับกระบวนการทั้งหลายที่เกิดขึ้นหลายเรื่อง ที่กระทรวงการต่างประเทศต้องไปแก้ไขและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อประเทศให้กับ ต่างประเทศ แม้กระทั่งกรณีสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนกระทั่งถูกยูเอ็นเอชซีอาร์ (UNHCR : United Nations Heigh Commissioner for Refugees : ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ) กล่าวหาประเทศไทยว่ามีการละเมิด สิทธิในภาคใต้ ก็เกิดจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ทั้งนั้นแหละครับ จนกระทั่งโลกมุสลิมโอไอซี (OIC : Organisation of the Islamic Conference : องค์การการประชุมอิสลาม) ต้องเข้ามาดูแลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนกันอย่างต่อเนื่อง ภาพลักษณ์เหล่านี้ทําให้ประเทศไทยเสียหายในระดับต่างประเทศ ความเชื่อถือ ทั้งนักลงทุนในต่างประเทศขาดความเชื่อถือกับประเทศไทย แต่ถามว่ารัฐบาลนี้เกิดขึ้นมาเพียง ๑ เดือนกว่าต้องมานั่งเช็ดปัญหา ล้างปัญหาที่เกิดขึ้น จากรัฐบาลก่อนหน้านี้ทั้งนั้นเลยครับท่านประธาน ประเด็นเหล่านี้ครับ แม้กระทั่ง ในเร็ว ๆ นี้ท่านประธานคงจะจําได้ว่าขบวนการการสร้างข่าวภาพลักษณ์ให้เสียหาย ในต่างประเทศมีขบวนการการทํางานที่ทําลายประเทศไทยเปึนระยะ ๆ ก่อนหน้านี้ ไม่กี่วันนี้เองครับ ในกรณีที่ชาวโรฮิงญาหลบหนีเข้าเมืองที่จังหวัดระนอง ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าข่าวโรฮิงญาแทนที่จะออกจากข่าวภายในประเทศกลับไปออกข่าว ที่ต่างประเทศเปึนอันดับแรก โดยกล่าวหาว่า ประเทศไทยโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐละเมิด สิทธิมนุษยชนต่อพี่น้องชาวโรฮิงญาที่มาอยู่ในเมืองไทย จึงหลบหนีเข้ามาในเมืองไทย แต่ท่านประธานครับ ขบวนการทําลายล้าง ทําลายชื่อเสียง ผมถามว่าทําไมนักข่าว ในเมืองไทยจะไม่รู้เลยหรือ ทําไมข่าวในเมืองไทยมันไม่ออก แล้วทําไมต้องไปออก ที่ต่างประเทศ แล้วตีข่าวไปทั่วโลก นั่นแสดงให้เห็นว่าขบวนการการสร้างข่าว เพื่อทําลายประเทศเปึนขบวนการที่มีอยู่จริงในต่างประเทศ จะเปึนใคร ผมว่ารัฐบาล จะต้องไปดูแล ท่านประธานครับ พอผมไปตรวจสอบผมไปในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ข่าวออกไปอย่างไรครับในขณะนั้น ข่าวออกไปว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้กําลังประทุษร้าย แต่จากกระบวนการการตรวจสอบของ คณะกรรมาธิการโดยผมเองกับคณะกรรมาธิการลงในพื้นที่ ปรากฏว่าไม่มีการทําร้าย การทําร้ายไม่ได้เกิดขึ้นจากราชการในประเทศไทยหรือจากเจ้าหน้าที่ภายในประเทศ แต่ประการใด เท่าที่ผมสอบถามคนที่เข้ามา ณ วันนั้นเขาบอกว่าเกิดขึ้นจากต่างประเทศ ซึ่งเปึนประเทศต้นทาง แต่ถามว่าประเด็นเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าไม่มีขบวนการ การสร้างภาพลักษณ์ให้เสียหายกับประเทศชาติเพื่อทําลายรัฐบาล อย่างนี้กระทรวง การต่างประเทศจะต้องเข้าไปดูแล และไปแก้ข่าวในต่างประเทศ ไม่เช่นนั้นภาพลักษณ์ ของประเทศไทยเกิดความเสียหายอย่างมหันต์เลยครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ภาพลักษณ์ในขณะนี้ความเสียหายมันเกิดขึ้นอย่างเปึนระยะ ๆ กระบวนการทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นที่สามารถสื่อสารไปต่างประเทศได้ ทุกครั้งในกรณีโรฮิงญาหลังจากที่ได้มี การตรวจสอบแล้วว่ามันไม่ได้มีการกระทํา ไม่มีการทําร้ายในประเทศไทย หลังจากนั้น ก็มีการไปออกข่าวในประเทศเพื่อนบ้านตอนล่างของประเทศมาเลเซียอีกว่า มีการสร้างข่าวว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศไทยได้ทําร้ายจนว่ามีผู้คนเสียชีวิตอีก ๒๐ ศพ ก็ได้ไปตรวจสอบ ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ตอนล่างของประเทศมาเลเซียก็บอกว่ามันไม่ได้เกิดจากเจ้าหน้าที่ ของรัฐ แต่ว่าขบวนการเหล่านี้ผมอยากจะชี้ให้ทางคณะกรรมาธิการได้เห็น ให้ท่านประธานได้เห็นว่าขบวนการการทําลายล้าง ทําลายชื่อเสียงของประเทศไทย มีเปึนไปอย่างมีระบบเกิดขึ้นจากนอกประเทศ ด้วยความเปึนห่วงที่ผมดู ตอนแรก ผมตั้งใจว่าจะต้องปรับลดครับท่านประธาน ถ้าดูอย่างนี้แล้ว ๓๒๕ ล้านบาทมันเล็กน้อย เล็กน้อยต่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยต่อต่างประเทศ การสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดี คือสร้างบนพื้นฐานของความเปึนจริง ก็เปึนหน้าที่ที่กระทรวง การต่างประเทศต้องไปดูแลครับ ถ้ากระทรวงการต่างประเทศไม่มีเงินงบประมาณ ตัวเหล่านี้ขึ้นไป ผมถามว่าในการแก้ภาพลักษณ์ในต่างประเทศก็จะถูกสมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรตําหนิลงได้ ท่านประธานครับ ประเด็นเหล่านี้ผมถึงให้ความสําคัญ กระทรวงเงิน กระทรวงการต่างประเทศ ๓๒๕ ล้านบาท ถ้าลองนับไปดูกับเงินที่ได้ใช้จ่าย ในกระทรวงการท่องเที่ยวเรื่องอีลิท การ์ด (Elite card) ซึ่งเกิดความล้มเหลว บอกว่าป้หนึ่ง จะต้องเปึนพันคน พันรายต่อป้ เอาเงินงบประมาณไปกี่พันล้านครับ ถามว่า อีลิท การ์ด เกิดขึ้นมาตั้งแต่กี่สมัยรัฐบาล ๓ รัฐบาลนะครับ ณ วันนี้ความล้มเหลวของอีลิท การ์ดใช้งบประมาณมากกว่าของกระทรวง การต่างประเทศขอไป ๓๐๐ ล้านบาท แค่ ๓๒๕ ล้านบาทเองต่อการสร้างภาพลักษณ์นี้ เปึนความจําเปึนที่กระทรวงการต่างประเทศจะต้องไปดูแล แต่สิ่งที่สําคัญคือกระทรวง การต่างประเทศจะต้องดูแลให้เปึนไปอย่างมีระบบแล้วก็มาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรด้วย โดยเฉพาะที่มีกลุ่มเข้าไปทําร้าย ทําลายชื่อเสียงของประเทศไทยในต่างประเทศ ท่านจะต้องไปดูแลครับ ฝากทางคณะกรรมาธิการผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศจะต้องเข้าไปดูแล แล้วก็ดูให้เปึนระบบ แล้วก็ถ้าเปึนไปได้จะต้องนําไปสู่ กระบวนการการจับกุม อย่างนี้ครับถึงจะแก้ภาพลักษณ์ของประเทศได้ ท่านประธานครับ ผมดูแล้วครับ ในของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเดิมทีผมดูแล้วต้องปรับลด ณ วันนี้ ผมไม่ติดใจครับ ขอบคุณครับ