สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สนับสนุนงบประมาณกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อแก้ไขภาพพจน์ของประเทศไทยที่ถูกมองผิดในต่างประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศ โดยการโรดโชว์เพื่อดึงดูดเงินเข้าประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาของต่างชาติต่อประเทศไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ขอสงวนคําแปรญัตติในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ในงบประมาณวงเงิน ๓๒๕ ล้านบาทไว้นะคะ ซึ่งในตอนแรกนั้นดิฉันได้ขอแปรญัตติ เพื่อตัดลดงบประมาณในส่วนนี้ร้อยละ ๕ ค่ะ เนื่องจากว่าในตอนแรกดิฉันยังไม่แน่ใจว่า งบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาทนั้นจะนําไปใช้ประโยชน์อะไรได้คุ้มค่า หรือว่าจะนําไปใช้ใน สิ่งใดได้ที่จะคุ้มค่ากว่า แล้วก็จะเปึนการใช้อย่างตําน้ําพริกละลายแม่น้ําหรือไม่ แต่เมื่อ ดิฉันได้มาศึกษาในรายละเอียดนะคะ ความจําเปึนแล้วก็ภาพพจน์ของประเทศของเรา ในสายตาของชาวโลกแล้ว ดิฉันมีความรู้สึกตรงกันข้ามค่ะว่างบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาท ในส่วนนี้นั้นน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ําค่ะ และดิฉันก็ไม่ติดใจที่จะตัดลดงบประมาณในส่วนนี้ ในร้อยละ ๕ นะคะ แล้วก็ขอสนับสนุนงบประมาณส่วนนี้นะคะ ท่านประธานคะ ในสภาวะ ปัจจุบันนี้นะคะ ภาพพจน์ของประเทศไทยของเราในสายตาของสื่อต่างชาติ ในสายตา ของชาวโลกนั้นยังเข้าใจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเทศของเรานั้นคลาดเคลื่อนไปมาก แล้วก็ มองภาพของเราในแง่ที่ไม่ดีเลย เพราะฉะนั้นดิฉันเองคิดว่ารัฐบาลโดยกระทรวง การต่างประเทศมีความจําเปึนที่จะต้องออกมาชี้แจง ออกมาทําความเข้าใจกับสื่อ ต่างชาติและชาวโลกถึงเหตุผลต่าง ๆ ที่ทําให้ต่างชาตินั้นเข้าใจประเทศไทยเราผิดไป งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ ๒๕๕๒ วงเงิน ๓๒๕ ล้านบาทที่กระทรวง การต่างประเทศจะได้รับนั้นมีความจําเปึนที่จะต้องสร้างความเข้าใจค่ะ แล้วก็นํามาฟุ๋นฟู เร่งสร้างความศรัทธาเชื่อมั่นจากชาวโลกให้กลับคืนมาสู่ประเทศไทยโดยเร็ว มิฉะนั้น ความเสียหายจะเกิดกับประเทศของเรานะคะ ภาพที่ต่างชาติมองเรา ไม่ว่าจะเปึนข่าว ในด้านต่าง ๆ ข่าวของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อุ้งมือของทหาร หรือว่าภาพของการ เดินขบวนบนความขัดแย้งของคนไทยกันเอง หรือว่าข่าวของการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง หรือแม้แต่ข่าวที่เพิ่งปรากฏต่อชาวโลกก็คือ ข่าวที่ต่างชาติกล่าวหาว่าประเทศไทยของเรา นั้นปฏิบัติต่อผู้อพยพชาวโรฮิงญา (ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในประเทศพม่า) อย่างไร้ มนุษยธรรมซึ่งก็คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ชาวโรฮิงญาเหล่านั้นเขาเข้ามาประเทศ ของเราหลังจากที่เขาถูกทารุณกรรมจากประเทศอื่น ๆ มา แต่เราก็มาให้ความช่วยเหลือ ให้การเยียวยากับชาวโรฮิงญาเหล่านั้น เพราะฉะนั้นเราเองจะต้องรีบสร้างภาพพจน์ที่ดี ให้กับชาวต่างชาติ แล้วก็ด้วยงบประมาณส่วนนี้นะคะ ดิฉันถือว่ามีความจําเปึน เปึนอย่างยิ่งที่จะต้องนํามาใช้ นอกจากการที่เราจะต้องแก้สื่อ แก้ไขข่าวกับสื่อต่าง ๆ กับชาวโลกแล้ว การที่รัฐบาลเองมีการปฏิบัติการเชิงรุก โดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมด้วยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ท่านกษิต ภิรมย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน พร้อมด้วยคณะได้ออกไปสู่ เวทีโลกค่ะ ที่เร็ว ๆ นี้ที่ผ่านมาหลังจากที่รัฐบาลของท่านได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง เดือนเศษท่านก็ได้ออกไปสู่เวทีโลก เช่น ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในการประชุม เศรษฐกิจโลก หรือ เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม (World Economic Forum) และหลังจากนั้น ก็มีการไป โรดโชว์ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะคะ ไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ์น แล้วก็ยังมี แผนการที่จะไปโรดโชว์ที่ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศรัสเซีย ประเทศอังกฤษ หรือแม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาในเร็ว ๆ นี้ด้วย ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่ดีสําหรับประเทศไทย ของเราเปึนอย่างยิ่ง ดิฉันขออนุญาตลงรายละเอียดในส่วนของการที่ท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพร้อมคณะนั้นไปโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ์น ซึ่งดิฉันคิดว่าประสบความสําเร็จในระดับหนึ่งทั้งทางภาครัฐ แล้วก็ภาคเอกชนด้วยนะคะ ก่อนหน้านี้นั้นเนื่องจากปัญหาภายในประเทศและวิกฤติเศรษฐกิจโลก นักท่องเที่ยว ชาวญี่ปุ์นที่เคยมาเที่ยวเมืองไทยมีอัตราส่วนลดลงประมาณร้อยละ ๒๕ การส่งออก ก็ลดลงประมาณร้อยละ ๒๐ การลงทุนก็เช่นกัน การลงทุนจากประเทศญี่ปุ์น ก็ลดลงประมาณร้อยละ ๔๐ สิ่งเหล่านี้ทําให้รัฐบาลไทยมีความจําเปึนที่จะต้องออกไป เจรจา ไปหาลู่ทางการลงทุนที่ประเทศญี่ปุ์น แล้วก็ดิฉันเชื่อว่าหลังจากที่เราได้ออกไป พูดคุยทําความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติแล้ว นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ์นที่เปึน นักท่องเที่ยวชั้นดีมีเม็ดเงินมากก็จะหวนกลับมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น การลงทุนและ การส่งออกก็จะเพิ่มขึ้นนะคะ

ในส่วนของภาคเอกชนของประเทศญี่ปุ์นเอง เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปเจรจา ภาคเอกชนของประเทศญี่ปุ์นก็ให้ ความหวังกับประเทศของเราว่า เขาอาจจะย้ายฐานการผลิตจากประเทศจีนมาสู่ประเทศไทย ซึ่งเปึนข่าวดีมากสําหรับแรงงานไทย เพราะว่าในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้แรงงาน ที่จะต้องตกงานในอนาคตก็ยังมีแนวโน้มสูง เพราะฉะนั้นถ้าเปึนไปได้จริงที่นักลงทุน ชาวญี่ปุ์นให้ความเชื่อมั่นกับรัฐบาลไทยของเราเปึนข่าวที่ดีมาก และในส่วนของรัฐบาล ของรัฐบาลญี่ปุ์นเองก็ได้อนุมัติเงินกู้ให้กับโครงการรถไฟฟัาสีแดงของเราในวงเงิน ๖๓,๐๐๐ ล้านเยน นั่นแสดงว่ารัฐบาลญี่ปุ์นเริ่มให้ความเชื่อมั่นกับประเทศไทยเรากลับคืน มาแล้ว และดิฉันเห็นว่าการที่เรานั้นออกไปทําความเข้าใจกับต่างชาติ ออกไปโรดโชว์ ยังประเทศต่าง ๆ เหล่านี้นี่มีความจําเปึนและเปึนสิ่งที่ดีมาก ไม่เพียงแต่อีก ๕ ประเทศ ที่รัฐบาลไทยของเราวางแผนเดินทางไป อย่างเช่น ประเทศจีน ประเทศอินเดีย ประเทศ รัสเซีย ประเทศอังกฤษ หรือประเทศสหรัฐอเมริกา ดิฉันอยากจะให้มีการโรดโชว์อย่างนี้ มาก ๆ ออกไปดึงดูดเงินเข้ามาสู่ประเทศ ออกไปทําความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นศรัทธา กลับมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศของเรา นําเม็ดเงินกลับมาให้กับประเทศของเรา ซึ่งประเทศของเรานั้นเคยเปึนประเทศที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเปึนอันดับต้น ๆ ของโลก กรุงเทพฯ เองก็ได้รับเลือกเปึนเมืองที่น่าอยู่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลกจากนิตยสาร ทราเวล แอนด์ เลเชอร์ (Travel and Leisure) มาแล้วเมื่อป้ที่แล้ว ทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยว ทรัพยากรบุคคล การบริการของประเทศไทยเรานั้นก็เปึนที่ประทับใจของ ชาวโลก เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เปึนสิ่งที่เรามีพร้อมอยู่แล้ว แต่เรานั้นควรจะออกไปเชิญชวนให้พวกเขา เหล่านั้นมีความมั่นใจและเชื่อมั่นกลับมาเที่ยวเมืองไทยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของเราเอง ท่านประธานคะ ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลกและวิกฤติศรัทธาที่ชาวโลกมีต่อประเทศไทย ดิฉันเชื่อมั่นว่างบประมาณในส่วนนี้เพียง ๓๒๕ ล้านบาทมีความคุ้มค่าที่เราจะใช้จ่าย ออกไปเพื่อแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศของเราและสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ ให้มองประเทศของเราในแง่ที่ดีขึ้น ดิฉันขอสนับสนุนงบประมาณในส่วนนี้ ๓๒๕ ล้านบาท ของกระทรวงการต่างประเทศค่ะ ขอบคุณค่ะ