สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วิทยา บุรณศิริ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในส่วนของแผนฟุ่มเฟือยและเสริมสร้างความเชื่อมั่น ทางเศรษฐกิจ โดยเรียกร้องการทราบว่าส่วนที่เหลือจะดำเนินการอย่างไร และหารือเรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเรียกร้องการชี้แจงเกี่ยวกับการจัดสรรเงินงบประมาณสำหรับโครงการและเรื่องเกี่ยวกับมาตรา 19 ที่มีความบกพร่องและขาดมาตรฐานในการคิดเงิน

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิก พรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมขออนุญาตนะครับ ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยขออนุญาตรบกวนเวลาสภานิดเดียวนะครับ เนื่องจากว่าการที่ได้รับคําชี้แจง ต้องขออนุญาตเรียนท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี เนื่องจาก ประเด็นการอภิปรายของผมในวาระหนึ่งว่าผมได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในเรื่องของการที่รัฐบาล ได้นํา ๖ มาตรการ ๖ เดือน ปรับมาเปึนโครงการ ๕ มาตรการ ๖ เดือน เพื่อลดค่าครองชีพ ของประชาชน อันนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า สิ่งที่ผมได้ตรวจพบในฐานะที่เชิญผู้ชี้แจงมามีอยู่ ๒ รายการ ในเรื่องของมาตรา ๑๙ ของรัฐวิสาหกิจ ผมไม่ติดใจในเรื่องของการประปาส่วนภูมิภาคแล้วก็การประปานครหลวง แล้วก็การไฟฟัาทั้ง ๒ ส่วน เนื่องจากว่าใช้วิธีนําใบเสร็จมาคิดคํานวณเปึนค่าใช้จ่ายแล้วก็ เบิกจากงบประมาณ สิ่งที่ผมต้องอภิปรายในที่นี้นะครับ เพื่อสะท้อนถึงท่านกรรมาธิการผ่านไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่าได้ตรวจพบบางประเด็นเปึนปัญหานะครับ โดยเฉพาะ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในส่วนของแผนฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่น ทางเศรษฐกิจ ๖๐๐ ล้านบาทที่จะจ่ายให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็ ๖๕๐ ล้านบาทจ่ายให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ ประเด็นที่ผมได้ตรวจพบว่า มันไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนะครับ ต้องขออนุญาตนําเรียนต่อท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก รายละเอียดตามที่องค์การขนส่งมวลชนได้นําเสนอเปรียบเทียบเปึนตารางในสิ่งที่ได้ ผ่านมาแล้วในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๑ มีค่าใช้จ่ายที่จะต้องจัดเก็บ คือเก็บกับรัฐ ๒๓๕ ล้านบาทเศษ ในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ มีค่าใช้จ่าย ๒๕๖ ล้านบาท ในเดือน ตุลาคม ๒๕๕๑ มีค่าใช้จ่าย ๒๑๘ ล้านบาทเศษ ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ มีค่าใช้จ่าย ๒๑๕ ล้านบาทเศษ แล้วก็ในเดือนธันวาคมมีค่าใช้จ่าย ๒๑๒ ล้านบาทเศษ สุดท้าย ในเดือนที่ ๖ เดือนมกราคม ๒๕๕๒ มีค่าใช้จ่าย ๒๐๗ ล้านบาทเศษ รวมเปึนค่าใช้จ่าย ๑,๓๔๖ ล้านบาทเศษ ตัวเลขที่ได้รับเงินในการที่ร่วมโครงการที่รัฐบาลได้มีมาตรการนั้น มีค่าใช้จ่ายจ่ายให้องค์การขนส่งมวลชนนั้น ๑,๒๒๔ ล้านบาท เห็นได้ชัดนะครับว่า มีผลต่างเกิดขึ้น ๑๒๒ ล้านบาท นี่หมายถึง ๖ มาตรการที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจนั้น เขามีผลกระทบ นั่นหมายถึงว่าจ่ายให้เขาไม่ครบครับ แล้วก็ได้รับทราบจากการชี้แจงจาก ผู้แทนขององค์การขนส่งมวลชนว่าในส่วนนี้รัฐบาลจะชดเชยให้ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่ผมไม่เห็นด้วยในบางส่วน เนื่องจากว่าสิ่งที่ยกเอามา ๖ มาตรการ ๖ เดือนนั้นมาใช้เปึนเสมือนว่าเปึนการก๊อบปุ้นโยบายแล้วมาต่อเนื่อง เกิดผลกระทบอย่างไรกับรัฐวิสาหกิจที่มีผลประกอบการขาดทุนอยู่แล้วครับ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ตรวจพบตัวเลขจากคําชี้แจงในหมวดของ ขสมก. (องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ) ถ้าเราดูจากประมาณการใน ๖ เดือนที่เข้าโครงการกับ รัฐบาลที่ผ่านมาในสมัยท่านสมัคร สุนทรเวช ซึ่งตอนนั้นเราต้องยอมรับนะครับว่า ผลกระทบที่เกิดกับพี่น้องประชาชนนั้นมีผลกระทบเปึนวงกว้างเนื่องจากราคาน้ํามันนั้น คิดคํานวณจากราคาน้ํามัน ๑๔๗ เหรียญต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบันการคํานวณค่าใช้จ่ายนั้น แม้นจะนํามาคํานวณจากค่าใช้จ่ายที่ค่าน้ํามันลดลงตอนนี้ ๔๐ กว่าเหรียญต่อบาร์เรล ปัญหามีอยู่ว่าในประมาณการที่ทําเสนอ ๖ เดือนจากนี้ไปนั้น เมื่อมองจากสิ่งที่ผ่านมา ในอดีต ๖ เดือน จากนี้ไปอีก ๖ เดือนนะครับมีปัญหากับรัฐวิสาหกิจแน่ ผมต้องขอคําตอบ จากท่านประธานคณะกรรมาธิการ เพราะว่าดูเสมือนว่าเรากําลังจะเอาเปรียบรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีผลประกอบการขาดทุนอยู่แล้ว เรื่องอะไรครับ เพราะว่าเราตั้งงบประมาณไว้ให้เขาใน ครั้งนี้แม้กระทั่งเรากู้เงินมาแล้วก็ตาม กู้มาเพียง ๖๕๐ ล้านบาท จาก ๖ เดือนที่ผ่านมานั้น มีรายจ่ายที่คํานวณเปึนตัวเลขทางคณิตศาสตร์ ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท แต่รัฐบาลทําเงิน โครงการนี้มาขออนุมัติจากสภาแห่งนี้ ๖๕๐ ล้านบาทนะครับ ผมต้องถามนะครับว่า แล้วทําไมเราต้องไปเบียดบังเขา โครงการนี้จัดทําขึ้นเปึนโครงการเพื่อให้พี่น้องประชาชน ในเขต ก็ถามว่าเปึนภาพที่ได้รับผลประโยชน์นั้นทั่วถึงหรือไม่ ก็เฉพาะคนในเขตชุมชนและ ในเขตปริมณฑลเท่านั้น ปัญหามีอยู่ว่าส่วนที่เหลือนั้นทําไมไม่ทํามาด้วยละครับ รัฐวิสาหกิจนั้นขาดทุนอยู่แล้วครับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือว่าเราไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง อันนี้ ต้องการคําตอบว่าส่วนที่เหลือจะทําอย่างไร นี่เห็นได้ชัดนะครับเรื่องที่ ๑

ตามไปดูเรื่องที่ ๒ การรถไฟแห่งประเทศไทยตอบข้อชี้แจงกับทาง คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในชั้นกรรมาธิการทั้งคณะก็ว่าได้ ประเด็นที่ผมติดใจ นะครับว่ามีคําชี้แจงตัวแทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทยชี้แจงให้ผม บอกที่คิดมา ทั้งหมดมันเปึนตัวเลข ผมยอมรับว่าในที่ผ่านนั้นมีค่าใช้จ่ายอยู่ ๖ เดือน ค่าประมาณการ ๖ เดือน ที่เขาทํามานั้นเพียง ๕ เดือน ๕ เดือนนั้นมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ ๓๗๐ ล้านบาทเศษ ยังขาดไป ๑ เดือน ถ้าคร่าว ๆ ก็คงจะได้ประมาณสัก ๕๐๐ ล้านบาทเศษ ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท คําถามก็มีอยู่ว่า เราตั้งงบประมาณไว้ให้เขา ๖๐๐ ล้านบาท แต่ถามว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยเมื่อเข้าโครงการกับท่านแล้วในฐานะเขาเปึนรัฐวิสาหกิจ ที่ปัจจุบันนั้นมีผลประกอบการขาดทุนเปึนแสนล้านบาทนะครับ แต่ฟังคําชี้แจงแล้ว ต้องเรียนท่านประธานคณะกรรมาธิการแล้วผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่า แม้โครงการ ของรัฐได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าการที่ไปมีผลกระทบกับรัฐวิสาหกิจ ซึ่งน่าเปึนห่วงอยู่แล้ว งานนี้ผมเรียนตามตรงว่าตั้งไว้ ๖๐๐ กว่าล้านบาท เบิกจริงไม่ถึง ๖๐๐ ล้านบาทสําหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่ถามว่าตัวเลขที่การรถไฟแห่งประเทศไทย คิดมา ถามว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้กําไรไหม ขาดทุนครับ เพราะว่าท่านผู้ชี้แจง ตอบว่า อัตราค่าโดยสารที่คิดนั้นคิดมาเปึนรายการที่คิดไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ผมก็เลยงง นะครับว่า วันนี้แม้มาตรการของรัฐบาลเราลอกมา แต่เราลืมคิดไปหรือเปล่าครับ สิ่งที่เราใช้ เปึนประโยชน์ในเมื่อ ๖ เดือนที่ผ่านมาไปถึงเดือนมกราคมนั้นเปึนประโยชน์อย่างไร เปึนประโยชน์ตอนที่น้ํามันขึ้นราคา ราคาอยู่ที่ ๑๔๗ เหรียญต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบันนั้น ราคาเปลี่ยนไป แต่เรายังทํางบประมาณไม่ลงตัว สิ่งเหล่านี้เปึนการที่ชี้ให้ชัดนะครับว่า แม้จุดเล็ก ๆ มาตรา ๑๙ มาตราเดียวมันก็ยังมีความบกพร่อง ผมถึงต้องเรียนท่านประธาน ผ่านไปทางท่านกรรมาธิการว่า ในมาตรา ๑๙ นั้น ผมดูเสมือนว่าผมจําเปึนต้องขอแรงจูงใจ นะครับ ก็ตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และต้องการคําชี้แจงด้วยว่ามีมาตรฐานในการคิดอย่างไร ในการตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมสําหรับมาตรา ๑๙ ขอบคุณครับท่านประธานครับ