สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือเรื่องโครงการเรียนฟรี โดยมี 4 กิจกรรมหลัก ที่รัฐบาลจัดให้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เช่น ทัศนศึกษา อาชีวศึกษา และลดภาระผู้ปกครอง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดซื้อหนังสือเรียนให้กับโรงเรียน โดยเสนอแนวทางที่จะรวมความร่วมมือของครู ผู้ปกครอง สภานักเรียน และชุมชนในการตัดสินใจ และจะทำให้การซื้อหนังสือเรียนมีความโปร่งใสและประหยัดงบประมาณ นอกจากนี้ยังเสนอขยายโครงการให้เด็กดื่มนมฟรีจากอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เริ่มต้นในเดือนตุลาคม และจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครู เพื่อช่วยเหลือครูในการลดหนี้สินและปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมขออนุญาตคลายข้อข้องใจของเพื่อนสมาชิกสั้น ๆ นะครับ เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น นอกจากท่านกรรมาธิการได้ตอบกับพวกเราไปแล้วนะครับ เรื่องกรณีของโครงการเรียนฟรี อย่างมีคุณภาพนั้น ท่านถามว่าฟรีอะไรบ้าง ก็ขออนุญาตเรียนเลยครับว่าฟรี ๕ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ค่าเล่าเรียน

เรื่องที่ ๒ ค่าตําราเรียน

เรื่องที่ ๓ อุปกรณ์การเรียน

เรื่องที่ ๔ ชุดนักเรียน แล้วก็

เรื่องที่ ๕ ที่มีความสําคัญอย่างยิ่งอีกประการหนึ่งก็คือว่า โครงการนี้ไม่ใช่ เรียนฟรีอย่างเดียว แค่แจกตํารา เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน แต่เปึนการเรียนฟรีอย่างมี คุณภาพ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ ๕ จึงเปึนที่มาของกิจกรรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพ ของการเรียนของเด็ก ซึ่งโครงการกิจกรรมพัฒนาคุณภาพนั้นจะประกอบด้วย ๔ กิจกรรมหลัก ที่รัฐบาลจะจัดให้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ๔ กิจกรรมที่ว่าก็คือ

ประการที่ ๑ กิจกรรมในเรื่องของค่ายวิชาการ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ทางด้านวิชาการ

ประการที่ ๒ ก็คือกิจกรรมที่ต้องการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของเด็ก เช่น การจัดค่ายลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด เหล่านี้เปึนต้น

ประการที่ ๓ ก็คือในเรื่องของการจัดทัศนศึกษานอกสถานที่ และ

ประการที่ ๔ ก็คือโครงการอบรมในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ นั่นก็คือว่า นอกจากชั่วโมงเรียนปกติของนักเรียนในห้องเรียนแล้ว ก็จะมีการจัดอบรม คอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนทุกคนอย่างน้อย ๔๐ ชั่วโมงต่อคนต่อป้

นี่ก็คือ ๔ กิจกรรมหลักที่รัฐบาลจะจัดให้ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อนสมาชิกบางท่านอาจจะมีคําถามว่า ทัศนศึกษาจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเราอยู่ใน กรุงเทพมหานคร อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ อาจจะมีความรู้สึกว่าทัศนศึกษาก็เปึนเรื่องปกติ ธรรมดา เด็กนักเรียนคนไหนในเมืองในกรุงเทพมหานครก็มีโอกาสไปทัศนศึกษา แต่ผมอยากให้เรามองย้อนกลับไปว่าประเทศไทยมีโรงเรียนอยู่ ๓๐,๐๐๐ กว่าโรง และอยากให้มองย้อนกลับไปถึงเด็กในชนบทเด็กต่างจังหวัด บางคนเรียนตั้งแต่ชั้น ป. ๑ ถึงชั้น ป. ๖ ไม่เคยมีโอกาสไปทัศนศึกษาแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต แต่ต่อไปนี้ภายใต้ โครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพของรัฐบาล เด็กเหล่านี้จะมีโอกาสอย่างน้อยที่สุด ๔ โครงการที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ คือกิจกรรมพัฒนาคุณภาพอันเปึนหมวดที่ ๕ ที่จะจัดให้ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามท่านถามว่า แล้วก็ฟรีในกลุ่มใดบ้าง ก็ฟรีตั้งแต่ ชั้นอนุบาลจนถึงกระทั่งถึงชั้น ม. ๖ และฟรีทั้งในส่วนของโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียน เอกชน โรงเรียนเอกชนจะต่างกับโรงเรียนรัฐบาลอยู่ประการเดียว ในเรื่องของค่าเล่าเรียนครับ ค่าเล่าเรียนโรงเรียนรัฐบาลฟรี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าสําหรับโรงเรียนเอกชนปัจจุบันนี้ ถ้าสมมุติว่าค่าเล่าเรียน ๑๐๐ บาท ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลอุดหนุน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าถ้าใครเรียนโรงเรียนราษฎร์ผู้ปกครองจะต้องจ่ายค่าเล่าเรียน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าเล่าเรียนทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะรัฐช่วย ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และทําอย่างนี้มานานพอสมควร แต่ภายใต้โครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพของรัฐบาล ผมเรียนว่าเราก็ช่วยลดภาระผู้ปกครองลงไปอีกส่วนหนึ่ง แทนที่รัฐบาลจะอุดหนุนแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ตามโครงการนี้ต่อไปจะอุดหนุน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นแปลว่าจะลดภาระ ค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าเล่าเรียนของเด็กที่เรียนโรงเรียนเอกชน แทนที่จะจ่าย ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะจ่ายเหลือแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อีก ๔ หมวดที่เหลือฟรีเช่นเดียวกับเด็กโรงเรียน รัฐบาล แล้วก็ฟรีทั้งในส่วนของเด็กที่เรียนอาชีวศึกษา ซึ่งเทียบกับชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลาย คือ ปวช. ๑ ปวช. ๒ ปวช. ๓ ก็ได้ฟรีในลักษณะอย่างเดียวกัน อันนี้ก็คือ ภาพโครงการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ และเปึนคําจํากัดความเบื้องต้นเพื่อความเข้าใจ ร่วมกันของทุกท่าน

ท่านถามว่า แล้วหนังสือ ตําราเรียน อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียนเหล่านี้ จะจัดซื้ออย่างไร ผมเรียนสั้น ๆ เลยครับว่า นโยบายชัดเจนแล้วประการที่ ๑ ที่ผมเคย ประกาศไป กระทรวงจะไม่เปึนผู้จัดซื้อเด็ดขาด ไม่มีนโยบายจัดซื้อ แต่ใครจะเปึนผู้ดําเนินการ ตอนนี้ มีทางเลือก ๓ ทางครับ จากการทํารับฟังความคิดเห็น ๒ ครั้งที่โรงเรียนสตรีวิทยา แล้วก็ ที่จังหวัดชลบุรี ความจริงอยากฟังมากกว่านี้แต่เวลามันจํากัด แล้วก็จากการฟังความเห็น ทั้ง ๒ ครั้ง ความเห็นก็ไม่ถึงกับแตกต่างกันแบบฟัากับดิน ก็พอประเมินได้ว่าคน ในวงการศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน ครู ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องการไปในทิศทางไหน ก็มีทางเลือก ๓ ทาง

๑. ให้โรงเรียนเปึนผู้จัดซื้อ

๒. ให้ผู้ปกครองเปึนผู้จัดซื้อ แต่ถ้าผู้ปกครองเปึนคนจัดซื้อหรือนักเรียน ไปซื้อเองก็จะมีทางเลือก ๒ ทาง คือจ่ายเปึนเงินสดเหมือนเพื่อนสมาชิกบางท่านเสนอ เมื่อสักครู่ หรือว่าให้เปึนคูปอง ถ้าให้เปึนคูปองรายละเอียดจะทําอย่างไร ก็จะประชุมกัน ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้แล้วจะได้ข้อสรุปทั้งหมด แล้วผมจะแถลงให้ทราบ แต่อย่างไรก็ตาม สําหรับตําราเรียน อันนี้ค่อนข้างแน่นอนว่าโรงเรียนต้องเปึนคนจัดซื้อ ที่โรงเรียนต้องเปึนคน จัดซื้อ เพราะตําราเรียนนั้นไม่ได้มอบให้เปึนสิทธิขาดของนักเรียน เนื่องจากเปึนไปตาม ที่เพื่อนสมาชิกบางท่านแนะนําก็คือว่าพี่เรียนแล้วให้น้องเรียนได้ นั่นก็คือว่าหนังสือ ตําราเรียนนี้เมื่อซื้อให้แล้วนักเรียนก็จะเอาไปเรียนเปึนเวลา ๑ ป้ เสร็จแล้วก็เอามาคืน เด็กรุ่นที่ ๒ ในป้ที่ ๒ จะได้เอาใช้ต่อ และจะใช้ ๓ ป้ ถ้าชํารุดก็ตั้งงบประมาณชดเชย ในส่วนที่หนังสือชํารุด เพราะฉะนั้นจึงเปึนที่มาที่จําเปึนจะต้องให้โรงเรียนเปึนผู้ดําเนินการ

แต่ส่วนชุดนักเรียนกับอุปกรณ์การเรียน อันนี้จะให้นักเรียนเปึนผู้ซื้อ ด้วยตนเองครับ หรือผู้ปกครองเปึนผู้ไปซื้อ โดยถ้าไม่ให้เปึนเงินสดก็จะให้เปึนคูปอง ตามข้อเสนอของที่ประชุมรับฟังความคิดเห็น แล้วก็วันจันทร์นี้จะได้ตัดสินใจทั้งหมด แล้วจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบ

อันนี้ก็คือแนวทางที่ขออนุญาตเรียน ทั้งหมดนําไปสู่เปัาหมาย ๔ ประการ ที่ผมมอบเปึนนโยบาย ๑. จะต้องเปึนการประหยัดงบประมาณให้ได้มากที่สุด ๒. ต้องโปร่งใส ๓. ต้องให้มีปัญหาตามมาน้อยที่สุด เพราะผมเชื่อว่าโครงการนี้ เปึนโครงการใหม่ เกี่ยวข้องกับเด็กไทย ๑๒ ล้านคน ไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติเลยเปึนไป ไม่ได้ ผมก็พอมองเห็นว่าจะมีปัญหาจุกจิกตามมา แต่ว่าจะตัดสินใจเลือกวิธีไหนต้องมี ปัญหาทางปฏิบัติตามมาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทําได้ และ

ประการสุดท้าย จะต้องเป่ดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในการ ดําเนินการเรื่องการจัดซื้อหรือการดําเนินการในทางปฏิบัติของโรงเรียน ผู้ที่จะเข้ามา เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมสรุปไว้แล้ว ๔ ฝ์ายครับ ถ้าจะตัดสินใจว่าโรงเรียนจะซื้อตําราเรียน จากที่ใด จะซื้อจากศึกษาภัณฑ์ หรือจะซื้อจากเอกชน หรือจะซื้อจากบริษัทใด ที่ไหน ร้านไหนอย่างไร ๔ ฝ์ายต้องตกลงร่วมกัน ๑. ครู ๒. ผู้ปกครอง ๓. ตัวแทนสภานักเรียน ซึ่งมีอยู่ทุกโรงเรียน แล้วก็ ๔. ตัวแทนชุมชน จะต้องมีมติร่วมกันในการตัดสินใจว่า จะดําเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าสมมุติว่าตัดสินใจให้เงินหรือให้คูปองไปในการ ไปจัดซื้อชุดนักเรียน สมมุติว่าโรงเรียนนั้นมีนักเรียน ๑๐๐ คน ถ้าที่ประชุม ๔ ฝ์ายตกลง ร่วมกันว่านักเรียนทั้ง ๑๐๐ คน จะไม่ต่างคนต่างไปซื้อชุดนักเรียนที่ร้านในตลาด ด้วยตัวเอง เขาจะรวมคูปอง ๑๐๐ ใบ เพื่อไปจ้างกลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านชุมชนของเขา ช่วยตัดเย็บ แล้วเด็กก็เดินไปวัดตัว หรือมีกลุ่มแม่บ้านมาวัดตัวเด็กให้ที่โรงเรียน เขาก็ สามารถรวมกันทําได้ภายใต้มติ ๔ ฝ์ายที่จะต้องตกลงร่วมกัน และมีการบันทึกการประชุมไว้ นี่ก็คือแนวทางที่ผมคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการจะเป่ดโอกาสให้คร่าว ๆ แต่ทั้งหมด ก็จะต้องขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมองค์กรหลักในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ที่จะตัดสินใจเปึน ขั้นสุดท้าย

ท่านถามว่ามาตรการปัองกันการทุจริตจะทําอย่างไร ผมก็เรียนว่ากรรมวิธี แนวทางคล้าย ๆ กับที่ผมกราบเรียนไปนี้ก็จะพยายามปัองกันการทุจริตได้ตามสมควร ระดับหนึ่ง แต่ถ้าสมมุติว่ามีองค์กรใดหน่วยงานใดทุจริต ผมเคยเรียนกับที่ประชุมสภานี้ ไว้แล้วครั้งหนึ่งว่ากระทรวงจะต้องดําเนินการจัดการในการลงโทษตามขั้นตอน กระบวนการของกฎหมายอย่างชัดเจนครับ นี่ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนกับพวกเรา ส่วนกรณีของการประเมินผล แน่นอนว่าจะต้องมีการดําเนินการติดตาม

มีเรื่องเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธาน ซึ่งจะ เปึนประโยชน์กับเด็กของเราก็คือว่า นอกจากเรื่องโครงการอาหารกลางวัน รัฐบาลนี้ มีนโยบายต้องการช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกอันหนึ่งครับ เรื่องนมโรงเรียน ปัจจุบันนี้เราเป่ด โอกาสให้เด็กได้ดื่มนมฟรี ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี เพราะท่านเล็งเห็นความสําคัญกับเรื่องนม นมสําคัญกับเด็กอย่างไร สําคัญเพราะมีผลในการเจริญเติบโตของเด็กทั้งร่างกายและมันสมอง หลายประเทศเขา ส่งเสริมให้เด็กดื่มนม ทําให้เด็กเขาเติบโตแข็งแรง แล้วก็มีความเฉลียวฉลาด ถ้าเด็กดื่มนม ไม่กี่ป้แล้วเลิก โตเปึนผู้ใหญ่ ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลวิจัยสรุปไว้ชัดเจนว่า ผู้ใหญ่คนนั้นที่เติบโตมาจากเด็กที่ไม่ได้ดื่มนม หรือดื่มในปริมาณที่ไม่พอเพียง ความสูงจะ ต่ํากว่ามาตรฐานประมาณ ๑๐ เซนติเมตรครับ

ข้อ ๒ เด็กคนนั้นคุณภาพในการเรียนรู้ แปลว่าความเฉลียวฉลาดจะลด น้อยลงกว่าเด็กที่เขาได้ดื่มนมตามกําหนดจํานวนที่ควรจะเปึน ตรงนี้จึงเปึนที่มาของ นโยบายรัฐบาลนี้ต่อยอดมาจากหลายรัฐบาล และรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวนว่า ต่อไปนี้เราจะไม่ให้เด็กดื่มนมเฉพาะแค่อนุบาลถึง ป. ๔ เพราะ ณ เวลานี้เราให้ดื่มฟรี เฉพาะแค่อนุบาลถึง ป. ๔ แต่มติคณะรัฐมนตรีไม่กี่สัปดาห์มานี้ รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เราพูดกันในที่ประชุมชัดเจนว่าเราจะขยายโอกาสให้เด็ก ได้ดื่มนมจากอนุบาลถึง ป. ๔ และบวกไปจนกระทั่งถึงชั้น ป. ๕ กับชั้น ป. ๖ ท่านอาจจะ ถามผมว่าแล้วเริ่มต้นเมื่อไร ผมกราบเรียนตรงนี้เลยว่าจะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้ ทําไมต้องเริ่มต้นเดือนตุลาคม ก็เพราะเปึนป้งบประมาณรัฐบาลชุดที่แล้วไม่ได้ ตั้งงบประมาณเรื่องนี้ไว้ แต่รัฐบาลชุดนี้จะตั้งงบประมาณในเดือนตุลาคม ซึ่งนั่นแปลว่า ป้การศึกษานี้เราจะเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคม พอภาคเรียนที่ ๒ คือตุลาคมลูกหลาน ของท่านจะได้ดื่มนมฟรีต่อไปนี้ ตั้งแต่อนุบาลจนกระทั่งถึงชั้น ป. ๖ ไม่ใช่แค่ชั้น ป. ๔ แล้วครับ นี่ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อความเข้าใจ ร่วมกัน

สุดท้ายอีกนิดเดียว เรื่องหนี้สินครู เพื่อนสมาชิกได้กราบเรียนกับ ท่านประธานเมื่อสักครู่ ผมเรียนว่าผมเห็นความสําคัญเรื่องนี้ แล้วได้เริ่มต้นดําเนินการ แล้วครับ เราจะจัดตั้งกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตครูขึ้นมา เพื่อช่วยเรื่องสวัสดิการและ แก้ปัญหาหนี้สินครูโดยการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับครูเพื่อนําไปสู่การลดหนี้ การยืดเวลา การชําระหนี้ การลดดอก การพักดอก การลดหนี้สินในภาพรวม หรือทั้ง ๔ อย่าง หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินให้กับครู และขณะนี้คณะทํางานที่ผมตั้งขึ้น ประชุมมาหลายครั้งแล้ว และเราจะระดมเงินตั้งกองทุน โดยไม่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน มาเปึนทุนประเดิม แต่จะใช้ระบบวิธีการที่จะดําเนินการโดยสถาบันการเงินต่าง ๆ เข้ามา ช่วยครับ แล้วเป่ดโอกาสให้ครูได้ปรับโครงสร้างหนี้ โดยลดภาระดอกเบี้ยให้ต่ํากว่าภาระ ดอกเบี้ยที่ครูต้องจ่ายอยู่ทุกวันนี้ นี่ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานในช่วง ระยะเวลาสั้น ๆ และขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้กรุณาให้คําแนะนําหลายประการ ซึ่งเปึนประโยชน์ที่กระทรวงศึกษาธิการจะได้รับไปพิจารณาดําเนินการต่อไป ขอบพระคุณครับ