ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 21 ในการดำเนินการจัดสรรงบประมาณ โดยขอให้เปลี่ยนภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นภาษีและรายได้อื่น และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงิน 97,000 ล้านบาท โดยขอแก้ไขการนำเงินนี้ไปใช้ให้มาจากภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๒๑ ผมในฐานะ เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอสงวนความเห็นแก้ไขถ้อยคําใน (๑) ที่ว่าด้วยภาษีและ รายได้อื่น แก้ไขเปึน ภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมเอง แล้วก็เพื่อนกรรมาธิการหลายท่านได้เสนอความเห็นแก้ไขในมาตรานี้ ผมมีเหตุผลที่จะ กราบเรียนท่านประธานดังต่อไปนี้ครับ
ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๑ เปึนมาตราที่ว่าด้วยรัฐบาล คณะรัฐมนตรี ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง เพราะว่าในการจัดสรรงบประมาณ ครั้งนี้เปึนรายจ่ายเพิ่มเติมกลางป้จะต้องจัดสรรงบประมาณเปึนรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ที่ได้มีการจ่ายไปล่วงหน้า นั่นคือ เปึนค่าใช้จ่ายในเบี้ยหวัดเงินเดือนแล้วก็ ค่ารักษาพยาบาล จํานวน ๑๙,๑๓๙ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ในรายจ่ายนี้เปึน รายจ่ายที่ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แล้วก็พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พุทธศักราช ๒๔๙๑ มาตรา ๗ ท่านประธานครับ ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญรายจ่าย มาตรานี้รัฐธรรมนูญได้บัญญัติเอาไว้ว่าจะต้องเปึนรายได้ และแจงที่มาของรายได้ ทางคณะรัฐมนตรีผู้ได้ตั้งงบประมาณก็ได้แจงที่มาของรายได้ โดยเขียนไว้อย่างนี้ ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายตามวรรคหนึ่งให้ใช้จากแหล่งรายได้ดังต่อไปนี้ ข้อความเดิมครับ ภาษีและรายได้อื่น จํานวน ๑๙,๑๓๙,๔๗๖,๓๐๐ บาท ท่านประธานครับ ผมมาดูในเอกสารประกอบงบประมาณ ฉบับที่ ๑ ซึ่งเปึนเอกสารประกอบที่ต้องนําเสนอ ให้เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ วรรคหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมดู ในรายละเอียดแล้ว ภาษีและรายได้อื่นที่ได้แจ้งแสดงเหตุที่มาของรายได้นั้น ได้แสดง ในเอกสารงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฉบับนี้ ผมขออนุญาตนําเรียนท่านประธาน ในเอกสารงบประมาณฉบับนี้บอกว่า เงินที่จะใช้เปึนรายจ่ายชดใช้เงินคงคลังรัฐบาลจะ จัดเก็บรายได้จากภาษีและรายได้อื่นเพิ่มขึ้นนะครับ ๑๙,๑๓๙ ล้านบาทเศษ ดังนี้
(๑) รายได้จากการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ งบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๒ จํานวน ๑๒,๙๐๐ ล้านบาท
(๒) เปึนรายได้และภาษีรายได้อื่น จํานวน ๖,๒๓๙ ล้านบาทเศษ
ท่านประธานครับ สิ่งที่คณะรัฐมนตรีพยายามแสดงที่มาของรายได้ โดยเปึนการ คาดการณ์จากสมมุติฐานที่บอกว่าเมื่อกู้เงินมา ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วใส่เข้าไปในระบบ ตามมาตรการทั้งหมดทั้ง ๑๗ มาตรการจะทําให้เกิดมีการหมุนเวียน แล้วก่อให้เกิดรายได้ คิดเปึนอัตราการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจคือ จีดีพี ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ ๐.๙ คือ มีเงิน ๑๐๐ บาท จะมีการใช้จ่าย ๙๐ บาท ทําให้มีการเก็บภาษีให้ก่อรายได้ตามที่ผม ได้นําเรียนไปคือ ๑๒,๙๐๐ ล้านบาทถ้วน และนําเอารายได้ที่มาจากภาษีรายได้อื่น ซึ่งผม ก็สอบถามว่า ภาษีและรายได้อื่นตรงนี้หมายถึงอะไร ได้รับการชี้แจงในชั้นของ กรรมาธิการว่า เปึนรายได้จากภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ท่านประธานครับ ตรงนี้เองผมเอง ไม่ได้ติดใจครับ เมื่อแสดงเหตุอย่างนี้ แจงที่มารายได้อย่างนี้ก็ถือเปึนการปฎิบัติตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ แต่สิ่งที่พวกกระผมเองโดยเฉพาะตัวกระผมเองได้ ขอแก้ไขใน (๑) ว่าให้งบประมาณรายจ่ายตามวรรคหนึ่งให้ใช้จากแหล่งรายได้ดังต่อไปนี้ แก้ไขเปึนภาษีสรรพสามิตน้ํามันจํานวน ๑๙,๑๓๙,๔๗๖,๓๐๐ บาทถ้วน ให้งบประมาณรายจ่ายตามวรรคหนึ่งให้ใช้จากแหล่งรายได้ ดังต่อไปนี้ แก้ไขเปึน ภาษี สรรพสามิตน้ํามัน จํานวน ๑๙,๑๓๙,๔๗๖,๓๐๐ บาทถ้วน ท่านประธานครับ ที่ขอแก้ไข อย่างนี้หวังว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากน่าจะเห็น ตามผมและกรรมาธิการอื่นเพราะอะไรครับ เพราะว่าเปึนการปัองกันไม่ให้ท่านมีโอกาสทําผิด หรือทําขัดบทบัญญัติรัฐมนตรี ๒ มาตรา คือมาตรา ๖๙ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๖๗ วรรคหนึ่ง ท่านประธานครับ มาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง ถ้าแสดงเหตุอย่างนี้ก็อาจจะถูกต้อง ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๖๙ แต่ถ้าไปดูในมาตรา ๑๖๗ ท่านประธานครับ ในวรรคหนึ่ง ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานนะครับ
มาตรา ๑๖๗ ในการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําป้งบประมาณ ต้องมีเอกสารประกอบ ซึ่งท่านเองก็แสดงมาให้เห็นเปึนที่ถูกต้อง เอกสารประกอบ ซึ่งรวมถึงประมาณการรายรับและวัตถุประสงค์กิจกรรมแผนงาน โครงการในแต่ละรายการของการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน ผมขีดเส้นใต้นะครับ ท่านประธานครับ กิจกรรมแผนงานโครงการในแต่ละรายการของการใช้จ่ายงบประมาณ ให้ชัดเจน ถามว่า ในเอกสารประกอบตรงนี้ท่านแสดงชัดเจนหรือไม่ ชัดเจนครับ ท่านประธาน บอกว่า จะจัดเก็บจากรายได้ที่เกิดจากการใส่เงินเข้าไปจากงบประมาณ กลางป้ ภาพรวมทั้งหมดคือ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท แต่จริง ๆ ใส่ไปแค่ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง จะกักจะเก็บจากตัวนี้ ท่านประธานครับ ความชัดเจนตรงนี้แหละครับ ถ้าผมเอง ไม่ไปเปลี่ยนแปลงในมาตรา ๒๑ เปึนภาษีสรรพสามิตน้ํามัน เพื่อช่วยเหลือท่านประธาน และท่านกรรมาธิการและทางรัฐบาล ผมเกรงว่าถ้าท่านเขียนชัดเจนอย่างนี้แต่ปฏิบัติ ได้ไม่ชัดเจน สิ่งที่เกิดขึ้นถ้ามีคนตั้งข้อสังเกตหรือพวกผมตั้งข้อสังเกตว่า ท่านแจงแสดง เหตุเปึนเท็จ ไม่เปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แผนงานโครงการท่านเขียนเพื่อหลอก พวกเราให้ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่ ความไม่ใช่ทั้งหลายทั้งปวงผมจะไม่ย้อน เพราะมีสมาชิกอภิปรายไปเยอะ เรื่องการจัดเก็บ รายได้จากงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่ไม่เข้าเปัา คาดการณ์มาทั้งป้ ๑๓๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านตั้งไว้อยู่ที่ ๑,๕๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นั่นหมายความว่าท่านจะ จัดเก็บได้จริง ๆ ที่ ๑.๔ ล้านล้านบาทเท่านั้นเอง และมีการใส่งบประมาณเข้าไป ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาท หรือแค่ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อใส่ลงไปแล้วสิ่งที่จะเปึนการ คาดการณ์จะทําให้จีดีพีของท่านได้ ๐.๙ ไม่มีข้อยืนยันว่าจะเปึนจริงตามนั้น โดยเฉพาะ ถ้าสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมตกต่ํา อัตราการเจริญเติบโตติดลบหรือเปึน ๐ เอาว่าเปึน ๐ แล้วกันท่านประธานครับ อยู่ที่ร้อยละ ๒ ถือว่าดีที่สุด ถ้าติดลบหรือเปึน ๐ สิ่งเหล่านี้มันก็จะเปึนพลวัตของมันทางด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ เงินที่ใส่เข้าไป แทนที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการขยายตัวตามที่ท่านคาดหวังก็อาจจะคาดไม่ได้ ก็ไม่เปึนไปตามที่ท่านคิด โดยเฉพาะขณะนี้ท่านใส่เข้าไป ท่านใส่เงินเข้าไปสู่ระบบ แต่ท่านพร้อมที่จะดูดเงินออกจากระบบทันที ถ้าใส่เงิน ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทลงไปในระบบ ท่านก็ตั้งเครื่องสูบไว้อีกตัวหรือ ๒-๓ ตัว ตัวที่ชัด ๆ คือ ภาษีสรรพสามิตน้ํามันครับ ดูดออกจากระบบทันทีบุคลากรภาครัฐ ผู้ประกันสังคมที่ได้ ๒,๐๐๐ บาท ผมอภิปราย เมื่อตอนกลางวัน ๒,๐๐๐ บาทใส่กระเปิาครับ พรุ่งนี้จ่ายน้ํามัน มะรืนจ่ายน้ํามัน ๖ เดือนค่าน้ํามันเขาเฉลี่ยเดือนละ ๑,๐๐๐ บาทครับ ๖,๐๐๐ บาทแต่ได้มา ๒,๐๐๐ บาท มันเหมือนเครื่องสูบใหญ่ท่านประธานครับ แล้วผมดูการประมาณการจากการจัดเก็บภาษี ที่ท่านคาดว่าจะได้รับจากภาษีน้ํามันนะครับ ในเอกสารฉบับนี้ที่ท่านแสดงต่อกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านคาดว่าจะได้เงินจากภาษีน้ํามันในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ทั้งหมด ๑๕,๓๓๖ ล้านบาท เดือนละประมาณ ๑,๙๑๗ ล้านบาท ๘ เดือนนะครับ นี่ท่านคิด ๘ เดือน เมื่อตอนเช้าผมฟังข่าวว่าท่านจะได้มากกว่านี้ ผมตีให้เลยครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มีที่มาที่ไปชัดเจนครับ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ขัดผลประโยชน์ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ วรรคหนึ่ง ผมเลยแปรญัตติให้ท่านครับ แก้ไขตามผมครับ ท่านไม่พลาดครับ อย่างไรท่านมีรายได้ชัดเจนนะครับชี้แจงได้ อายอะไรล่ะครับ ไม่เห็นต้อง อายครับ เพราะมันเปึนรายได้จริง ๆ ท่านก็พร้อมที่จะทําเพื่อนําเข้าสู่เปึนรายได้รัฐ ก็เอา ตรงนี้ไปใส่ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เห็นจะเสียหายครับ แต่ขณะที่ท่านยังยืนยันจะเขียน อย่างนี้ เขียนกวม ๆ รวม ๆ อย่างนี้นะครับ และอ้างว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ อันนั้นผมไม่เถียงจริง ๆ เพราะเขาบอกแจงที่มารายได้ แต่เวลาแจงในรายละเอียดของ เอกสารประกอบแล้ว ตรงนี้เปึนเอกสารประกอบซึ่งถือเปึนหลักฐานได้ท่านประธานครับ ฉบับที่ ๑ ท่านเขียนหลอกพวกเราครับ บอกว่า มันจะเปึนรายได้จากเงินกลางป้งบประมาณ ที่ใส่เข้าไปแล้วได้เงินคืนมา แต่จริง ๆ ไม่ใช่ครับ ท่านเอามาจากภาษีน้ํามัน ๖,๐๐๐ ล้านบาท นั่นตรงอยู่ครับ ชัดเจน ผมว่าสิ่งที่ดีที่สุดครับ ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความหวังดีต่อท่านนายกรัฐมนตรี หวังดีต่อคณะรัฐมนตรี หวังดีต่องบประมาณ ฉบับนี้นะครับ เพื่อให้เปึนประโยชน์อย่างแท้จริงในการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเวลาที่สั้น ที่สุดคือ ๖ เดือน เปลี่ยนเถอะครับ ง่ายนิดเดียวครับ เปึนภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ถูกต้อง ตามมาตรา ๑๖๙ ถูกต้องตามมาตรา ๑๖๗ และถูกต้องตามข้อเท็จจริงด้วย ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ ฝากท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการที่เคารพทุกท่าน ผมแสดงเหตุแสดงผล ผมไม่มีอคติใด ๆ ครับ เราร่วมกัน ทํางานในคณะกรรมาธิการ ผมปรารถนาอย่างยิ่งว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราใช้ใน งบประมาณกลางป้จะเปึนเครื่องมือที่สําคัญให้รัฐบาลชุดนี้ทํางาน เปึนที่ชื่นชอบของ พี่น้องประชาชน และผมเองก็จะภูมิใจด้วย ท่านอยู่นานผมก็อยู่นาน กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ