สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เรียกร้องให้ทำการอภิปรายงบประมาณถ่ายทอดสด และหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม เช่น การช่วยเหลือเกษตรกรที่ถูกฟ้องร้อง และการพยุงราคาสินค้าเกษตร รวมถึงการแก้ไขปัญหาความแตกแยกในสังคมและความไม่เท่าเทียมกันทางรายได้

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่ผมจะ อภิปราย ผมอยากจะหารือประธานเล็กน้อยครับ ที่จริงแล้วในวาระสองของการพิจารณา งบประมาณจะมีการถ่ายทอดสด แต่ปรากฏว่าผมเป่ดช่อง ๑๑ ไม่มีครับก็ไม่เข้าใจว่า ทําไมถึงไม่มีการถ่ายทอดสด พี่น้องประชาชนให้ความสนใจเรื่องงบประมาณแผ่นดิน ที่รัฐบาลกําลังจะจัดสรรลงไป อยากจะเรียนถามท่านประธานเล็กน้อยนะครับ

ทีนี้ในหัวข้อที่ผมจะอภิปราย มาตรา ๓ ผมได้เสนอสงวนคําแปรญัตติ เพื่อขอตัดลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลครับ ที่จริงแล้วผมต้องการจะเพิ่มให้ รัฐบาลด้วยซ้ํา เพราะเห็นใจครับว่าปัญหาบ้านเมืองวิกฤติอย่างมาก ปากท้องพี่น้อง ประชาชนเสียหาย ไม่สามารถที่จะหารายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวหรือตนเองได้ อยากจะเพิ่มให้ แต่บังเอิญเมื่อศึกษาดูแล้วงบประมาณแผ่นดินมันต้องใช้เงินครับ รัฐบาลหาเงินแทบไม่ได้ ต้องใช้วิธีการกู้ยืมเงิน ยกตัวอย่าง อย่างกรณีที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปประเทศ ญี่ปุ์น ดูเหมือนว่าจะไป โรดโชว์ (Road show : การจัดแสดงสินค้าบริการในต่างประเทศ) เพื่อจะนําสิ่งต่าง ๆ ในประเทศไทยไปเสนอขายให้ญี่ปุ์นเขามาซื้อ เข้ามาเที่ยวหารายได้ เข้าประเทศ แต่เปึนที่น่าเสียดายครับ แทนที่จะไปหาเงินเข้าประเทศ กลับนําประเทศไปกู้ กู้เงิน ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันน่าอับอายไหมครับ คนปล่อยกู้เขาก็ต้อนรับดีสิครับ เพราะเราจะไปเปึนลูกหนี้เขา จะให้เขาขับไล่ไสส่งเขาคงไม่ละครับ เขาก็ให้การต้อนรับ นายกรัฐมนตรีเรา ดูเหมือนจะสมเกียรติ เพราะว่าไปเปึนหนี้เขา เขาดีใจครับ บ้านเมือง มันอยู่อย่างนี้ไม่ได้ท่านประธาน แล้วโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีออกมาบอกว่า เงินสํารองในประเทศของเรามีมากมาย เงินสํารองต่างประเทศนะครับ แต่ในขณะที่ เงินคงคลัง กระทรวงการคลังออกมาบอกว่า เมื่อปลายเดือนธันวาคมเหลือ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท จะไม่มีเงินเดือนจ่ายข้าราชการอยู่แล้ว วันนี้มันเดือนกุมภาพันธ์ต้นเดือน หักเดือน มกราคม ๑ เดือนที่จ่ายเงิน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปเปึนเงินเดือนของข้าราชการ วันนี้ เงินคงคลังในประเทศ ถ้าผมบวกลบตัวเลขไม่ผิดก็เหลือแค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะเอา อะไรมาใช้จ่ายกันครับ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เที่ยวไปรับปาก เกษตรกรรายย่อยที่เขามาชุมนุมครั้งแรก ตอนที่เรานํางบประมาณเพิ่มเติมเข้ามาสู่สภา เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาเห็นจะได้ ก็ไปรับปากทันทีเลยครับ ลงไปพบปะเกษตรกรรายย่อย บอกว่าจะเอาเงิน ๖๐๐ ล้านบาท ไปช่วยเกษตรกรที่ถูกฟัองร้อง ไปซื้อหนี้คืนมาก่อน แล้วจะขอ ครม. อนุมัติอีก ๑๗,๕๐๐ ล้านบาท เพื่อจะช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยจาก กองทุนฟุ๋นฟู วันนี้เกษตรกรมารอ มาประท้วงอยู่หน้าอนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๕ เต็มไปหมด แล้วเอาเงิน ๑๗,๕๐๐ ล้านบาทที่ไหนมาครับ เมื่อวาน ครม. ก็ไม่อนุมัติ เที่ยวหลอก ชาวบ้านไปวัน ๆ หลอกชาวบ้านไม่เท่าไร ไปหลอกเกษตรกร เกษตรกรเขายากไร้อยู่แล้ว วันนี้ปุิยก็แพงท่านประธาน ตอนนี้น้ํามัน รัฐบาลชุดที่แล้วไม่เก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามัน เก็บเล็กน้อย มันก็อยู่ได้ ปุิยยูเรียลงมาแล้วครับ รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขนาดไม่ได้ทํา หน้าที่เลยนะครับ เสื้อเหลืองมาล้อมไว้ แต่ก็สามารถลดราคาปุิยลง ปุิยยูเรีย ๔๖-๐-๐ ลดลงเหลือ ๖๐๐ บาทต่อกระสอบ จาก ๑,๔๐๐ บาทต่อกระสอบ วันนี้พอรัฐบาลประกาศ เก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ปุิยยูเรียขึ้นไปเปึน ๖๐๐ บาท ไปอยู่ ๙๐๐ บาทครับ ท่านประธาน เกษตรกรจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อครับ เศรษฐกิจอย่างนี้ แล้วที่เกิดขึ้นอีกอย่าง หนึ่งท่านประธาน ผมก็ไม่รู้ว่างบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฉบับนี้ได้เผื่อไว้เกษตรกร ที่ผลผลิตกําลังจะออกตลาดไหม จะไปพยุงราคาสินค้าเกษตรให้เขาไหม วันนี้ลําไย ที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน ออกช่อเต็มไปหมดเลยครับ ผลผลิตไม่ต่ํากว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านตัน แล้วจะทําอย่างไร รัฐบาลจะพยุงราคาลําไยได้อย่างไร รีบคิดได้แล้วครับ ท่านประธาน ผมไม่เห็นมีแม้แต่คณะรัฐมนตรีขึ้นมาสนใจเลย ไปไหนกันหมดก็ไม่รู้ ท่านประธาน แทนที่จะมาฟังข้อเสนอแนะดี ๆ จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หายหัว ไปหมดท่านประธาน มีแต่กรรมาธิการ กรรมาธิการก็ไม่ได้มีอะไรใหม่ เอกสารที่แจกมาวันนี้ท่านประธาน ผมเป่ดดูทุกหน้าเหมือนกับที่แจกตอนเข้าวาระหนึ่งเลย ไม่รู้ไปประชุมกันอย่างไร รายละเอียดอะไรก็ไม่มี เมื่อกี้เพื่อนสมาชิกบอกรายละเอียดเยอะแยะไปหมดมันมี ที่ไหนล่ะ ผมดูมีอยู่เล่มเดียวทั้งโต๊ะนี่ครับ แบบนี้ทํางานได้อย่างไรท่านประธาน ไม่รู้เลยว่า จะเอาเงินไปลงหน่วยไหน ส่วนไหนของแผ่นดินไทย ไปให้พรรคพวกตัวเองหรือไม่ ให้หัวคะแนนตัวเองหรือไม่ อย่างนี้ใช้ไม่ได้ท่านประธาน สภาทํางานอย่างนี้ไม่สมกับเปึน สภาผู้แทนราษฎร เปึนสภาโจ๊กดีไหมครับท่านประธาน ผมอยากจะฝากอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ราคาลําไย เดือนสิงหาคม เดือนกรกฎาคม ลําไยออก รัฐบาลจะเอา งบประมาณที่ไหนมาดูแล ลิ้นจี่ออกแล้วครับเดือนเมษายนนี้ออกแล้ว ป้นี้ล้นตลาด แน่นอนเพราะอากาศหนาวมาก ถามว่ารัฐบาลจะดูแลราคาลิ้นจี่อย่างไร พี่น้องประชาชน เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือเขาฝากผมมาทั้งนั้นละครับ อยากจะให้รัฐบาลดูแลปัญหา ปากท้องพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธาน งบกลางป้นี่นะครับเปึนงบ ที่สร้างความแตกแยก ๓ ส่วนด้วยกัน

อันแรกสร้างความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง เริ่มทะเลาะ เบาะแว้งกันแล้ว กระจายกันไม่ทั่วถึงทุกพรรค

อันที่ ๒ สร้างความแตกแยกในสังคม ให้ อสม. ข่าวก็บอกว่าไม่ให้ครบ อสม. ทุกคนในหมู่บ้าน เริ่มทะเลาะกันแล้ว อปพร. (อาสาสมัครปัองกันภัยฝ์ายพลเรือน) ก็ไม่ได้ ตํารวจชุมชนก็ไม่ได้ ความแตกแยกเกิดขึ้นไหมครับในสังคม แล้วกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน รัฐบาลชุดที่แล้วเสนอเข้า ครม. จ่อไว้แล้วครับ จะเพิ่มค่าตอบแทนให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั่วประเทศ รัฐบาลชุดนี้เพิกเฉยอีก กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาทํางานหนัก ท่านประธานต้องเห็นใจ ทําแทนทุกกระทรวง ตายก็ต้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เกิดก็กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ยาเสพติดก็กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกเรื่องครับ แล้วรัฐบาลกลับไม่ให้ความสนใจ กับค่าตอบแทนกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ทีจัดเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไปให้ผู้มีรายได้ยังทําได้ แต่คนจนนี่ ไม่ได้อะไรละครับ ผู้มีรายได้น้อยไม่ได้อะไรละครับ ดันกลับเอาภาษีที่คนจนผู้มีรายได้น้อย ไปซื้นค้า เขาเสีย แวต (VAT : Value Aaded Tax : ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เอาภาษีเหล่านั้นไปให้ ผู้มีรายได้อันจะกิน คนมีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือนก็เปึนส่วนหนึ่ง มีประมาณเกือบ ๑๐ ล้านคน ถามสิครับ อีก ๕๐ กว่าล้านคนนี่ได้อะไร มันไม่ทั่วถึง มันสร้างความแตกแยก ในสังคมท่านประธาน รัฐบาลจะทําอะไรมันต้องคิดให้รอบคอบ ไม่ใช่คิดเอาแต่ได้นะครับ คิดให้รอบคอบ คํานึงถึงผู้คน คํานึงถึงประชาชนให้ทั่วถึง ไม่ใช่เอาแต่ลอกประชานิยม เมื่อก่อนก็ด่าประชานิยมว่าไม่ดี ระบอบทักษิณไม่ดี วันนี้ลอกเลียนแบบ แต่ดันทะลึ่ง ขอโทษครับ ขอถอนคําว่า ทะลึ่ง แต่ดัน