สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ได้พูดคุยเรื่องการปรับลดเงบประมาณที่รัฐบาลเสนอต่อสภา โดยระบุว่าเงบประมาณที่เสนอนั้นสูงเกินไป และไม่เหมาะสมในการจัดสรรเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลและภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง และเรียกร้องให้รัฐบาลมองภาพรวมของประเทศ ไม่ใช่แค่พื้นที่ที่มีส.ส.ฝ่ายรัฐบาลอยู่ และต้องการทราบรายละเอียดของเงบประมาณเพื่อความโปร่งใสและความเป็นธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ โดยการตัดลดงบประมาณใน ภาพรวม ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลที่ว่า งบประมาณทั้งหมด ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนั้น เปึนงบประมาณที่ถือว่าสูงก็เปึนยอดที่สูงนะครับ เพราะว่าเปึนงบประมาณที่รัฐบาล ต้องไปกู้หนี้ยืมสินสร้างหนี้สินให้กับประเทศชาติเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่นําไปใช้ ผมคิดว่า เท่าที่ดูจากโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลเสนอนั้น รัฐบาลยังไม่สามารถที่จะจัดงบประมาณ ลงไปเพื่อฟุ๋นฟูเศรษฐกิจที่ตกต่ําในขณะนี้ได้ หรือเรียกว่าการใช้งบประมาณยังไม่น่าจะ ตรงเปัาหมายกับปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้กระผมคิดว่าน่าจะมี ส่วนที่สามารถปรับลดบางส่วนลงได้ ท่านประธานที่เคารพครับก็เห็นใจเรื่องกู้เงิน เพราะว่าขณะนี้มีข่าวเรื่องการกู้เงินตลอด ไม่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะเดินทาง ไปต่างประเทศ กลับมาก็บอกว่าประสบความสําเร็จในการไปขอกู้เงิน แต่ท่านอาจจะ ไม่ทราบละครับว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศเจ็บปวด เจ็บปวดที่เห็นผู้นําประเทศ ต้องบากหน้าไปขอกู้เงินต่างประเทศ และเมื่อได้เงินกลับมาก็กลับบอกว่า ประสบความสําเร็จ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ กระผม ได้ติดตามข่าวสารในส่วนนี้ พบว่าใน ๓ เดือนแรกของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ เก็บรายได้ ต่ํากว่าเปัาหมายถึง ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลได้ดําเนิน โครงการที่จะเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งส่วนนี้กระผมมองเห็นว่า ถึงแม้ จะเปึนการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล แต่การเก็บภาษีสรรพสามิตเข้ามาเปึนการทําให้พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อน เพราะว่าขณะนี้การใช้น้ํามันเชื้อเพลิงของเรานั้น คนไทยของเรา ถือเปึนประเทศหนึ่งที่ใช้น้ํามันเปึนมูลค่าค่อนข้างสูงจากมูลค่านําเข้าป้ละประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเพิ่มภาษีสรรพสามิต จะทําให้น้ํามันเชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้น รัฐบาลแบ่งทยอยขึ้น ๓–๔ ครั้ง ครั้งละไม่เกิน ๑ บาท ๕๐ สตางค์ต่อลิตร ถ้ามองในแง่ของ การที่จะทําให้ประชาชนไม่ตกใจว่าเพิ่มภาษีลิตรละ ๕ บาท ๖ บาท ก็ได้ผลในตรง จิตวิทยา แต่ในแง่ของการขึ้นราคาน้ํามันเชื้อเพลิงติดต่อกันในหลาย ๆ ครั้ง จะเปึนผลทําให้ราคาสินค้าสูงขึ้นหลายครั้งเหมือนกัน ถ้าสินค้าสูงขึ้นแต่ละครั้งมันจะ ไม่เปึนสัดส่วนกับราคาน้ํามันที่เพิ่มขึ้น ท่านประธานคงจะเห็นครับว่าอาหาร ตัวอย่างเช่น ข้าวราดแกง หรือก๋วยเตี๋ยว หรืออย่างอื่นก็ตามราคาจะไม่ขึ้นครั้งละ ๕๐ สตางค์ ไม่ขึ้น ครั้งละบาทนะครับ สมมุติว่าข้าวราดแกงจานละ ๒๐ บาท พอขึ้นไม่ขึ้นละครับ ๒๑ บาท ๒๒ บาท จะไม่มี จะขึ้นไป ๒๕ บาท ๓๐ บาท มันจะขึ้นไปแบบนี้ ถ้าขึ้นหลายครั้งมันก็จะ ทําให้ราคาสูงขึ้นตามจํานวนการปรับขึ้นราคาน้ํามันเชื้อเพลิง การขึ้นครั้งละ ๑ บาท ๕๐ สตางค์ ถือว่าผิดปกติ ที่ผ่าน ๆ มาราคาน้ํามันเชื้อเพลิงลิตรละ ๓๐ สตางค์ ๕๐ สตางค์ต่อครั้งก็ทําให้ราคาสินค้าอาจจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าขึ้น ๑ บาท ๕๐ สตางค์ จะมีผลครับ เพราะฉะนั้นส่วนนี้ก็ติงกันไว้ว่ารัฐบาลต้องคิดให้ละเอียดในเรื่องของการขึ้น หลาย ๆ ครั้ง ซึ่งจะมีผลในเรื่องราคาสินค้า แต่การขึ้นหลาย ๆ ครั้ง ครั้งละไม่มากนัก ครั้งละ ๑ บาท ๕๐ สตางค์จะดีในแง่ของจิตวิทยา ทําให้ประชาชนไม่ตระหนกตกใจนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนไว้
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เห็นอีกอย่างหนึ่งในเรื่องของงบประมาณ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ ที่เปึนงบปกตินั้น ขณะนี้การเบิกจ่ายล่าช้ามาก การเบิกจ่าย งบประมาณที่ออกมานั้น จะเห็นได้ว่าในรายจ่ายประจําเบิกจ่ายไปในช่วงต้นป้นี้ร้อยละ ๒๒ รายจ่ายลงทุนเบิกจ่ายไปร้อยละ ๗.๙ นะครับ อันนี้ก็ถือว่าเปึนการเบิกจ่ายที่ล่าช้า ที่ล่าช้านี่ทําให้หลายคนมองว่าล่าช้าจากการที่ตั้งใจตุกติกให้ล่าช้า เพราะว่าความล่าช้า ที่เกิดขึ้นนั้นมันเปึนบางพื้นที่ ยกตัวอย่างนะครับ ถ้าพื้นที่ที่มี ส.ส. ของรัฐบาลอยู่จะมีการ เบิกจ่ายค่อนข้างเร็ว พื้นที่ใดที่มี ส.ส. ฝ์ายค้านอยู่จะเบิกจ่ายล่าช้าทั้ง ๆ ที่เปึน งบประมาณกรมเดียวกัน เปึนงบประมาณที่เกี่ยวกับเรื่องเดียวกัน อันนี้ท่านประธาน คณะกรรมาธิการทราบดีครับว่ามีการตุกติกล่าช้า ขอให้รัฐบาลมองประเทศไทยทั้ง ประเทศ มองประชาชนทั้งประเทศ อย่ามองว่าพื้นที่นี้เปึนพื้นที่ที่ ส.ส. ฝ์ายค้านอยู่มาก พื้นที่ นี้ ส.ส. รัฐบาลอยู่มาก เพราะว่าการจะเปึนผู้บริหารประเทศนั้นต้องมองภาพรวม ภาพใหญ่ ของประเทศนะครับ อย่างที่จะกราบเรียนให้ลึกลงไปชัดเจนอีกก็ได้ว่างบประมาณ ของกรมทางหลวงชนบทที่พูดไปหลายท่านแล้ว ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมติดตามตรวจสอบดูอยู่ ดูตั้งแต่ขั้นตอนการของบประมาณ ผ่านสภาผู้แทนราษฎร มีการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร มีในเอกสารต่าง ๆ ที่ชัดเจนว่า แต่ละจังหวัด แต่ละอําเภอมีโครงการใดบ้าง ถนนหนทางตรงไหนลาดยางหมู่บ้านนั้น หมู่บ้านนี้ อบต. นั้นได้ อบต. นี้ได้ ผู้แทนราษฎรก็ดีใจกับพี่น้องประชาชน แจ้งข่าวสาร เพราะเราก็เปึนคนที่สนใจเรื่องงบประมาณ แจ้งข่าวสารให้พี่น้องประชาชนทราบว่าโชคดี ว่าได้รับงบประมาณมาแก้ปัญหาความเดือดร้อนพี่น้อง ถนนหนทางต่าง ๆ ก็รออยู่ปรากฏว่า แม้แต่ในจังหวัดเดียวกัน ในส่วนผู้แทนที่เปึนฝ์ายรัฐบาลอยู่งบประมาณลงไปแล้ว แต่ละส่วนที่ผู้แทนเปึนฝ์ายค้านอยู่ไม่ลงไป เราติดตามครับ ไม่ว่าจะเปึนระดับรัฐมนตรี ระดับอธิบดี ระดับผู้อํานวยการในจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด เดี๋ยวนี้เขารู้แล้วว่ารัฐบาล มีนิสัยใจแคบแบบนี้ ท่านต้องแก้นะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าอันนี้ต้องแก้ เพราะว่า พี่น้องประชาชนมองเห็นแล้วว่าท่านใจแคบกับพี่น้องประชาชนนะครับ ในส่วนเรื่องงบประมาณของกรมทางหลวงชนบทนะครับ ผ่านงบประมาณ ผ่านสภา เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างทราบกันหมดแล้วจะมาเปลี่ยนแปลง แต่เปลี่ยนแปลงเฉพาะพื้นที่ ของฝ์ายค้าน อันนี้ผมคิดว่ากระผมทําหน้าที่ผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบต่าง ๆ ได้ชัดเจน ก็นํากราบเรียนท่านประธานให้ทราบเพื่อแก้ไขนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในงบประมาณต่าง ๆ นั้น ที่รายละเอียดที่มีการถามกันตอนเช้าตอนเริ่มประชุมนั้น เขาก็ ต้องการถามว่า ทําไมไม่พิมพ์รายละเอียดมาบอกผู้แทนราษฎรในห้องประชุมนี้ ยกตัวอย่าง เช่น ของกรมชลประทานหรือของกรมทรัพยากรน้ําว่าที่เสนอต่อสภา เสนอต่อ กรรมาธิการนั้นมีรายละเอียดอยู่ว่า ใน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เปึนแหล่งน้ําชื่ออะไร อยู่ที่บ้านไหน ตําบลไหน อําเภอใด จังหวัดใด เพราะเหตุที่ผมกราบเรียนว่ามีการตุกติกเรื่องพื้นที่ เราก็ อยากจะดูว่าการกระจายงบประมาณ ถึงแม้งบประมาณเพียง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ออกมาในครั้งนี้ เราก็อยากจะเห็นว่าจะเปึนเหมือน ที่ตุกติกกันอยู่ขณะนี้หรือไม่ กระจายลงไปทั่วประเทศหรือไม่ หรืองบประมาณที่ออกมา คราวนี้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กระจายออกไปตามพื้นที่ จังหวัดต่าง ๆ เปึนไปตามความต้องการหรือไม่ ตรงไหนขาดแคลนลงไปตรงนั้น ตรงไหน จะเรียกว่าจะทําให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์มันต้องลงไปอย่างนั้น ไม่ใช่จะลงไป เฉพาะพื้นที่ที่มี ส.ส. ของฝ์ายรัฐบาลอยู่เท่านั้นนะครับ เราต้องการทราบตรงนี้ เพราะฉะนั้นที่ถามกันตอนเช้า สมัยก่อนเราบอกว่าพิมพ์ในเล่มเขียว รายละเอียด เล่มเขียว เดี๋ยวนี้ไม่มีเล่มเขียวก็ไม่เปึนไร แต่รายละเอียดให้ได้ทราบกันน่าจะเปึน ประโยชน์ต่อการพิจารณา เพราะทุกคนถือว่าการพิจารณาครั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทุกคนเราต้องการที่จะเห็นความโปร่งใส ความเปึนธรรมที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา นะครับท่านประธานที่เคารพครับ
สําหรับงบประมาณอีกส่วนหนึ่งที่ห่วงใยมากก็คือ งบประมาณดังกล่าวนั้น บางส่วนถึงแม้จะตั้งใจกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ผลลึก ๆ อาจจะทําให้เกิดความแตกแยกขึ้น ในหมู่ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะงบประมาณที่ลงไป จะเปึนงบ ๒,๐๐๐ บาท ที่มอบให้กับ ผู้เอาประกันตน หรือข้าราชการ ลูกจ้าง ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน ในส่วน ผู้ที่ตกงาน ที่ไม่ใช่ผู้ประกันตน พวกนี้จะไม่มีสิทธิได้รับ เรียกว่า คนลําบากจริง ๆ กลับไม่ได้ พี่น้องประชาชนผมไปเยี่ยมมาเมื่อสัปดาห์สองสัปดาห์ที่แล้ว พี่น้องประชาชนเกษตรกร ก็ถามว่าคนที่มีเงินเดือนจะมากจะน้อยก็ยังถือว่ามีเงินเดือน แต่พี่น้องเกษตรกรไม่มี เงินเดือนจะหาได้เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ยังหาไม่ได้ กลุ่มนี้น่าจะต้อง ให้มีส่วนได้จะเปึนในรูปแบบใดก็ตามนะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ดี ท่านประธานสภาก็ดีครับ พี่น้องเกษตรกรซึ่งไม่มีรายได้ไม่มีเงินเดือน ลําบากยากจนจะขอ ส่วนที่จะมีประโยชน์บ้างจะ ๒,๐๐๐ บาท หรือไม่ ๒,๐๐๐ บาทก็ไม่เปึนไร ให้มีกําลังใจ นะครับ จะไม่ได้สร้างความแตกแยก หรือแม้แต่งบประมาณในส่วนของอาสาสมัคร เดิมทีเดียวอาสาสมัครนั้นเราก็ทราบกันดีครับ เปึนผู้ที่เสียสละทํางานด้วยความทุ่มเท เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากส่วนตัว อสม. ก็ดี ถือว่า ผู้ทุ่มเททํางานอาสาสมัคร อปพร. ก็ทุ่มเทครับ ดูเอาง่าย ๆ ช่วงป้ใหม่ อปพร. จะประจํา อยู่ตามจุดตรวจต่าง ๆ ๔-๕ คืน ๔-๕ วันนี่ครับ ไม่ได้รับค่าตอบแทน หรือมีก็มีเปึน บางส่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาทํางานด้วยความเสียสละ หรือปัจจุบันนี้ท่านประธานคงทราบดี ครับว่า ความแตกแยกหรือปัญหาต่าง ๆ แม้แต่เด็กนักเรียนตีกันเมื่อวานนี้ก็ชัดเจนครับ เราเห็นภาพแล้ว เราคิดว่าเราสงสาร เราจะแก้อย่างไร เราก็คิด เราจะมีตํารวจ ตอนแรก บอกว่าตํารวจไม่มาก ล้อมตํารวจเลยนะครับ เมื่อวานที่ในกรุงเทพมหานครล้อมตํารวจไว้จนต้องขอตํารวจมาเพิ่ม ในต่างจังหวัดเวลามีงาน เขามักจะมีมหรสพตอนกลางคืน เดี๋ยวนี้เกิดปัญหาครับ ชกต่อยทะเลาะวิวาทกันตลอด คนที่ช่วยมากก็คือ อปพร. กลุ่มนี้แต่งตัวขึ้นไปช่วย อย่างน้อย ๆ เขาเห็นหน้าเห็นตาจําได้ พอบอกลูกบอกหลาน ตํารวจอาจจะไปบ้าง แต่กําลังไม่พอ อาศัย อปพร. เพราะฉะนั้น อปพร. เปึนอีกกลุ่มหนึ่งครับ ที่อาสาสมัครทุ่มเททํางานให้กับทางราชการ ให้กับพี่น้อง ประชาชน ทําความอบอุ่นใจให้กับชุมชน แต่กลุ่มนี้ฝากผมมาครับว่า ขอให้ดูแลให้กําลังใจ กลุ่มนี้บ้าง กลุ่มสตรีอาสาสมัครต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกัน หมอดินอาสา หรืออาสาสมัคร ปัองกันไฟป์า อาสาสมัครอีกหลายอย่างครับ กรุณาดูแลกลุ่มนี้ ให้ความสนับสนุนกลุ่มนี้ มีค่าตอบแทน เพราะว่าการให้เฉพาะ อสม. จะทําให้อาสาสมัครต่าง ๆ เสื่อมเสียในเรื่อง จิตอาสามันจะลดลง เพราะว่าจิตอาสา อสม. ได้ กลุ่มนี้ไม่ได้ มันจะเกิดความรู้สึกท้อถอย ความจิตอาสาที่มีอยู่เต็มตัวมันจะลดลง ผมเกรงตรงนี้ เพราะเรากําลังสร้างความสมานฉันท์ เกิดขึ้นในบ้านในเมืองของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีอีกหลายอย่างครับที่ผมจะได้ กราบเรียนตรงนี้ว่า งบประมาณที่เราจัดสรรลงไปนี้บางส่วนเรายังไม่ทําให้เกิดความเปึนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมเรียน ตรงนี้ว่าผมได้รับคําร้องจากพี่น้องประชาชนว่า เขาอาศัยอยู่ในพื้นที่อําเภอที่กันดาร ปลูกต้นไม้ โดยเฉพาะปลูกต้นยูคาลิปตัส ตอนปลูกไม่เปึนไรไม่มีใครห้าม แต่พอปลูกเปึนเนื้อเปึนผลขึ้น จะตัดมาขาย ทางราชการก็ขยายเขตป์าออกไปครอบคลุมพื้นที่ดังกล่าว จึงทําให้ ไม่สามารถตัดไม้ยูคาลิปตัสออกมาขายได้ ลงทุนก็ลงทุนไปแล้ว ตอนปลูกก็ไม่ห้าม เจ้าหน้าที่บอกว่าน้อย ไม่พอ แต่พอถึงเขาปลูกโตแล้วก็ขยายเขตออกไป ในส่วนนี้ งบประมาณด้านนี้ ผมคิดว่าน่าจะต้องพิจารณาเปึนกรณีพิเศษ ที่จังหวัดชัยภูมิ ตําบล ท่ามะไฟหวาน มีปัญหาเรื่องนี้นะครับ ผมได้กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปแล้ว หวังว่าท่านคงจะไปแก้ไขปัญหา เพราะว่า ถ้าไม่ให้ตัดก็ไม่เปึนไร แต่ว่าติดกันนั้นเปึนสวนป์า เพราะสวนป์านี่ตัดตลอด ประมูลตัด ราชการได้เงิน ตัด แต่ว่าชาวบ้านอยู่ติดกันตัดไม่ได้ มันเปึนเรื่องแปลกนะครับ คือถ้าใครตัดไม่ได้สักคนไม่เปึนไร แต่สวนป์าราชการตัดได้ สวนป์าของเอกชนของคนยาก คนจนตัดไม่ได้ นี่ครับมันลําบาก แล้วก็เดิมพื้นที่เขตป์าไม่ได้ครอบคลุมไปทับพื้นที่เขา ปลูกได้ แต่พอปลูกใหญ่ขึ้น ขยายพื้นที่ไปทับเปึนป์าไป อันนี้ก็ฝากไว้ว่างบประมาณ บางส่วนถ้าหากว่าจะไปดูแลให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องประชาชน กระผมคิดว่าจะเปึน ประโยชน์เปึนอานิสงส์ แต่เท่าที่ดูแล้วรัฐบาลชุดนี้ยังไม่สามารถเข้าไปดูแลในส่วนนี้ ยังไม่ดูแล คนยากคนจนอย่างแท้จริง งบประมาณที่จัดครั้งนี้ก็ยิงไม่ถูกเปัา แทนที่จะช่วยคนจน เพื่อฟุ๋นเศรษฐกิจก็กลับไปช่วยคนที่อาจจะยังพอช่วยตัวเองได้อยู่ กระผมคงใช้เวลา เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ