สุวโรช พะลัง หารือเรื่องการปรับลดลดงบประมาณทั้งหมด โดยเฉพาะมาตรา 3 และมาตราอื่น ๆ และเรียกร้องให้ประหยัดเวลาในการอภิปราย พร้อมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณเพิ่มเติมในปี 2552 และเรียกร้องความชัดเจนในรายละเอียดของแต่ละมาตรา และหารือเรื่องงบประมาณที่นำเสนอในงบรายจ่ายฉบับนี้ โดยเฉพาะงบกลางที่มีภารกิจ ๒ อย่าง คือ การเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานและสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจให้กับประชาชน และเรียกร้องความชัดเจนในเรื่องของการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานและคนที่ไม่มีรายได้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติ ในการปรับลดงบประมาณทั้งหมดนี้ครับ ทั้งมาตรา ๓ และ มาตราอื่น ๆ ด้วยนะครับ อย่างมาตราละ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เพื่อประหยัดเวลาของ ท่านประธานรัฐสภาแห่งนี้ครับ ผมคงติดใจที่จะอภิปรายเพียงครั้งเดียวในงบประมาณ ฉบับนี้ ก็คือในงบ มาตรา ๓ และก็ขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียนไปในบางส่วน ที่ผมได้ขอสงวนคําแปรญัตติเอาไว้ทีเดียวไปเลย ท่านประธานครับ ผมได้ติดตาม ก่อนที่จะเข้าไปสู่การแปรญัตติของงบประมาณนี่ครับ ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อ ท่านประธาน ๒ เรื่อง
ในเรื่องที่ ๑ ครับ ที่ท่านประธานได้เอ่ยชื่อของสมาชิกตามรายละเอียด ไปนี้ครับ ผมต้องขอความเห็นใจแทนสมาชิกด้วย เพราะหลายครั้งท่านประธานบอกว่า ไม่อยู่นะครับ ซึ่งการอภิปรายมีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุ ท่านผู้ฟังที่ฟังอยู่ทางบ้าน อาจจะเข้าใจท่านสมาชิกเหล่านั้นคลาดเคลื่อน ซึ่งความเปึนจริงแล้วนะครับ เขาอยู่ แต่ว่า อาจจะไม่ได้อยู่ในห้องประชุมเท่านั้นเอง ต่อไปถ้าใช้คําพูดว่า ไม่ติดใจ ผมว่าจะเหมาะสมกว่า ฝากเปึนข้อสังเกตในประการที่ ๑
ในเรื่องที่ ๒ ครับ ก็คือในเรื่องของชื่อของผม ไม่มีสระอะ เดี๋ยวคนอื่นที่ เขาเห็นนึกว่าผมนี่ครับมาเปลี่ยน ไม่ยึดถือที่คุณพ่อคุณแม่ได้ตั้งเอาไว้ตั้งแต่เกิด ผมยัง เคารพแล้วก็ไม่ลืมบุญคุณของผู้มีพระคุณอย่างแน่นอนครับ ก็คือ สุวโรช พลัง ไม่มีสระอะ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ ปรับลดไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้อง กราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า นับตั้งแต่งบประมาณเพิ่มเติมรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ เข้าสภานี้ครับ แล้วทางสภาเองได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษา ในรายละเอียดแต่ละมาตรา แล้วก็ให้มีการแปรญัตติภายใน ๕ วัน ผมก็ได้ขอปรับลด งบประมาณไป ๕ เปอร์เซ็นต์ในทันที ที่กราบเรียนตรงนี้เพื่อที่จะบอกกับท่านประธานครับ ว่า ผมขอแสดงความชื่นชมต่อคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ พ.ศ. .... นี่ครับ เหตุผลที่กราบเรียนอย่างนี้นะครับ ก็เพราะว่าตลอดระยะเวลา ๗ วัน ไม่มีวันหยุดนะครับที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้พิจารณา ศึกษาในรายละเอียดแต่ละมาตรา ซึ่งต้องพิจารณากันทั้งวัน และในบางครั้งนะครับ เข้าไปครึ่งคืนก็ว่าได้ การทุ่มเทเอาใจใส่ในงบประมาณเหล่านี้ครับ ผมถือว่าทางตัวแทน ของพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ได้รับการเสนอชื่อและได้รับการรับรองของสภาแห่งนี้ได้ทํา หน้าที่อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว แต่ว่าอย่างไรก็ตามการสงวนคําแปรญัตติเอาไว้นี่ครับ เพราะว่ากรรมาธิการไม่ได้มีการปรับลดงบประมาณแต่ประการใด เพราะฉะนั้นการสงวน คําแปรญัตติคงเปึนการอภิปรายในสภาแห่งนี้เพื่อตั้งเปึนข้อสังเกตในรายละเอียดที่จะนํา งบประมาณไปสู่การปฏิบัติท่านประธานครับ รายละเอียดของการจัดตั้งงบประมาณ เพิ่มเติมในงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ซึ่งเปึนงบเพิ่มเติมของรัฐบาลชุดนี้ครับ ผมเข้าใจดีครับว่า รัฐบาลชุดนี้เพิ่งเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน และมาในภาวะที่น่าเห็นใจ เพราะว่า บ้านเมืองไม่ได้อยู่ในสภาพปกติ คนว่างงานมีมากมายเหลือเกิน ผลกระทบต่าง ๆ มีเยอะแยะเหลือเกิน แต่ว่าในขณะเดียวกันทางรัฐบาลเองก็ไม่ได้ท้อถอย ก็ตั้งงบเพิ่มเติม ขึ้นมาเปึนงบกลางป้ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในเบื้องต้นตรงนี้ก็คือ เปัาหมายของการ ตั้งงบเพิ่มเติมนี่ครับมีวัตถุประสงค์ใหญ่ ๆ ด้วยกันทั้งหมด ๒ เรื่อง คือ ๑. เพิ่มรายได้ ให้กับประชาชน และอันที่ ๒ ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน นี่คือประเด็นใหญ่ของ การตั้งงบเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นเมื่อทางกรรมาธิการได้รับปากต่อที่ประชุมตรงนี้ไปศึกษา ในรายละเอียดแต่ละมาตรานะครับ ผมเข้าใจว่าทางกรรมาธิการเองคงจะได้มีการศึกษา ในรายละเอียดของกรอบทั้ง ๒ ประเด็นเหล่านี้เปึนหลักที่สําคัญของงบรายจ่ายฉบับนี้ ดังนั้นที่ผมได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้นี่ครับ ก็คงมีประเด็นที่อยากจะกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ ซึ่งอยากจะขอความชัดเจนในรายละเอียดของแต่ละ มาตราเสียมากกว่า
ในประการที่ ๑ ครับ ผมเห็นใจและผมเข้าใจครับว่าในขณะนี้บ้านเมือง มีปัญหาแน่นอน พี่น้องประชาชนประสบวิกฤติทางเศรษฐกิจชัดเจนครับ และในวันข้างหน้า ผลกระทบก็จะมีมาก แต่ว่าอย่างไรก็ตามการคาดการณ์ในเปัาหมายของรัฐบาล ที่ได้นําเสนอเปึนงบรายจ่ายฉบับนี้เข้ามาในสภานี่ครับ สิ่งแรกที่อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานถามทางคณะกรรมาธิการในเรื่องที่ ๑ ก็คือ เกี่ยวข้องกับงบกลาง ในงบ กลางนี่ครับจะบอกรายละเอียดเอาไว้ค่อนข้างจะมีความชัดเจนอยู่แล้วว่า ในงบกลาง ตัวเลข กลม ๆ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทนี่มีภารกิจ ๒ อย่างด้วยกัน ผมติดใจที่อยากจะขอทราบความชัดเจนในเรื่องของการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานนะครับ เพื่อที่จะสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจให้กับประชาชน งบประมาณในส่วนนี้ครับมีด้วยกัน ทั้งหมด ๖,๒๐๐ ล้านบาท ผมฟังท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้ทักท้วง ได้ท้วงติงในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่ไม่มีรายได้ครับ ที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่อยู่ในเกณฑ์ ที่รัฐบาลบอกว่าต้องมีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท นั่นก็คือหมายความว่าคนที่มี ได้รายได้จากรัฐนะครับ แล้วก็มีการประกันทางสังคม สมาชิกหลายท่านสงสัย ผมก็สงสัย เหมือนกัน ซึ่งความจริงข้อสงสัยของผมนี่ครับได้ซักถามทางกรรมาธิการไปแล้ว มีความชัดเจนแล้ว แต่พี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุอยู่นี่ อาจจะ ไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงจําเปึนที่จะตอกย้ําผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ อีกครั้งหนึ่งครับว่า คนที่ไม่อยู่ในขอบข่ายที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาทนี่ครับ เขาไม่มี รายได้ เขาว่างงาน คนที่ว่างงานนี่ผมได้กราบเรียนไปแล้วครับว่าไปอยู่ในงบกลาง ๖,๒๐๐ ล้านบาท
ในส่วนตรงนี้ครับ ภารกิจที่ทางกรรมาธิการต้องถามก็คือ คนเหล่านี้ เขาจะมีโอกาสในการเข้าสู่การได้รับการสนับสนุนงบประมาณในส่วน ๖,๒๐๐ ล้านบาทนี่ครับ มีรายละเอียด มีวิธีการในการดําเนินการนั้นอย่างไร ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็น สักเรื่องหนึ่งครับ แล้วก็เปึนเรื่องที่เปึนไปตามนโยบายของรัฐบาล นั่นก็คือในเรื่องของที่ดิน ทํากิน ซึ่งในส่วนตรงนี้ต้องยอมรับความเปึนจริงครับว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ จังหวัดต่าง ๆ อย่างน้อย ๆ เกือบ ๗๐ จังหวัดครับที่มีปัญหาในเรื่องของ ที่ทํากิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้าไปทํากินในที่ดินของรัฐประเภทต่าง ๆ วันนี้สภาพที่ดิน ของรัฐประเภทต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ หมดสภาพจากการเปึนป์าสงวนแล้ว หมดสภาพ จากการเปึนเขตอุทยาน หมดสภาพจากการเปึนที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ไปแล้ว เพราะมันเปึน พืชเศรษฐกิจ พืชที่พี่น้องประชาชนได้ก่นสร้างปลูก มีพืชผลอาสินให้เห็น เปึนที่ประจักษ์แล้ว แต่ประเด็นของปัญหาที่จะต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการเพื่อขอทราบความชัดเจนก็คือในส่วน ๖,๒๐๐ ล้านบาท ส่วนตรงนี้ครับ ถ้าพี่น้องประชาชนที่ผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้เขาจะเสนอโครงการ เขาจะขอเข้ามา ในการที่จะเปึนลูกจ้างหรือเปึนรับค่าจ้างครั้งเดียว อาจจะเปึน ๑,๐๐๐ บาท หรือ ๒,๐๐๐ บาท ทํางาน ๒ วัน อาจจะอยู่ภายใต้การกํากับของทางเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ของทางเจ้าหน้าที่ กรมป์าไม้ ของทางเจ้าหน้าที่กรมอุทยาน เพื่อที่จะช่วยทางรัฐในการสํารวจตรวจสอบที่ดิน ที่หมดสภาพแล้วเหล่านี้ครับ ซึ่งยังเปึนที่ดินของรัฐอยู่นี่ครับให้เห็นว่าในที่ดินป์าสงวน เสื่อมโทรมที่หมดสภาพไปแล้วนี่มีประชาชนเข้าไปก่นสร้างปลูกพืชผลอาสินครอบครองนี่ ทั้งหมดเท่าไร เปึนใครบ้าง เนื้อที่รายละเอียดแต่ละคนเท่าไรหรือครับ ไม่เว้นแม้กระทั่ง ที่ในเขตอุทยานที่หมดสภาพไปแล้ว ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ที่วันนี้หมดสภาพ ไปแล้วเช่นเดียวกัน อย่างน้อย ๆ ท่านประธานครับก็จะได้กันการใช้เงิน ซึ่งคนเหล่านี้ ต้องบอกกันตรง ๆ ครับว่าเอาเงินไปให้เขาเขาใช้แน่นอน แล้วก็เปึนไปตามนโยบายของ รัฐบาลแน่นอน เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแน่นอนและมีความชัดเจนด้วย
อันที่ ๒ เมื่อเขาทํางานเขาได้เงิน เปัาหมายของการทํางานได้ผลงาน ชัดเจนครับ อย่างน้อย ๆ วันนี้รัฐบาลก็จะรู้ครับว่าที่จะทําในนโยบายปกติของรัฐบาล ต่อไปนี่ครับ ในเรื่องของธนาคารที่ดินก็ดี ในเรื่องของโฉนดชุมชนก็ตามนี่ครับ ท่านจะได้ กลุ่มเปัาหมายที่ชัดเจนครับว่า ในที่ดินของรัฐแต่ละประเภทนี่ครับมีพี่น้องประชาชน เข้าไปก่นสร้างปลูกพืชผลอาสินครอบครอง สร้างบ้านสร้างช่องนี่ครับ อยู่ทั้งหมดเท่าไร มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เมื่อรัฐบาลมีความพร้อมในเรื่องของงบประมาณประจําป้ ก็สามารถที่จะเดินไปได้เลยครับ เพราะอย่างน้อย ๆ ก็รู้แล้วว่ามีประชาชนทั้งหมดกี่คน มีกลุ่มเปัาหมายในเนื้อที่ดินทั้งหมดเท่าไร เหลือที่ดินจริง ๆ ที่ยังเปึนที่ดินของรัฐ แล้วที่ดิน ที่มีสภาพที่เปึนป์าที่สมบูรณ์อยู่นั้นกี่มากน้อย เราจะได้สงวนในส่วนที่เหลือกันต่อไป ส่วนที่มีปัญหาไปแล้วเราก็จะได้แก้ปัญหากันต่อไป สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเปึนประเด็นที่ผมคิดว่ามีประโยชน์ และอยากจะขอกราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าได้ศึกษาในประเด็นเหล่านี้นี่ครับ ในตัวอย่าง ตุ๊กตาที่ผมได้ยกขึ้นมาเปึนที่ประจักษ์ในที่ประชุมแห่งนี้ด้วยหรือไม่ ถ้าได้มีการซักถาม ไปแล้วรายละเอียดวิธีการเหล่านี้นี่ครับจะทําได้อย่างไร นั่นก็คือในเรื่องที่หนึ่ง
ในเรื่องที่ ๒ ครับ รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับโครงการในเรื่อง ของเศรษฐกิจพอเพียง และในงบประมาณกลางป้นี่ครับก็ได้ตั้งงบประมาณไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะเอาไปใช้ในเรื่องของการสร้างงาน สร้างรายได้ในชนบทให้กับพี่น้องประชาชนที่มี ผลกระทบหรือที่อยู่ใกล้ชิดกับพืชเศรษฐกิจประเภทต่าง ๆ รวมทั้งถ้าเปึนไปตามมติของ ชุมชนเหล่านั้นด้วย ตรงนี้ครับ ในงบประมาณนี้ก็มีทั้งหมดประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมมีประเด็นที่จะซักถามเพื่อขอทราบความชัดเจนเพิ่มเติมยิ่งขึ้น เพื่อที่จะให้พี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้าน ในตําบล ในอําเภอต่าง ๆ เขาได้รับทราบครับว่าถึงแม้จะมี งบประมาณ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท มันไม่เพียงพอละครับที่จะไปดูพี่น้องประชาชนทุกคน แต่ว่าอย่างไรก็ตามรัฐบาลได้ให้ความสําคัญต่อกลุ่มอาชีพประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งรัฐบาลส่วนกลางจะไม่คิดและจะไม่พูดในลักษณะที่ว่าพี่น้องประชาชนต้องทํา ตามรัฐบาลกลาง แต่รัฐบาลกลางจะกระจายงบประมาณลงไปในกองทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เปึนโครงการใหม่ก็คือโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับ ในชนบท ตรงนี้ครับที่มีความสําคัญ ยกระดับในชนบท ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท กระจายไป ทั่วประเทศเลยครับ
ประเด็นที่ถามผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการก็คือ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็น วันนี้ต้องยอมรับครับดินฟัาอากาศมันเอื้ออํานวย จริง ๆ ท่านประธานครับ ปลูกอะไรมันก็ขึ้นแล้วก็ได้ผลจริง ๆ พืช ผัก ผลไม้ เศรษฐกิจ ทุกชนิดนะครับ ในป้นี้ดินฟัาอากาศอุดมสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นผลหมากรากไม้จะออกมา ค่อนข้างจะมากกว่าอดีตที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ผมได้เห็นสภาพของปัญหาทุกป้ เมื่อรัฐบาล กระจายเงินลงไปนี่ครับ เงินก็จะไปอยู่ในกองทุนเศรษฐกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะ อย่างยิ่งที่เปึนโครงการในงบประมาณฉบับนี้ก็คือโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับ ในชนบท ผมมีประเด็นที่จะถามคณะกรรมาธิการในเรื่องนี้ครับ นั่นก็คือในเรื่องของทาง คณะกรรมาธิการได้ถามรัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไหมครับ ว่าในป้นี้เมื่อผลผลิตทางด้าน การเกษตรออกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องผลไม้ที่ตกต่ํา ท่านประธานคงจําได้ครับ ผมเปึนผู้หนึ่งที่ลุกขึ้นมาแล้วก็ตามทวงเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนผลไม้เหล่านั้นตลอดมา แทบทุกป้ก็ว่าได้ จนกระทั่งบางครั้งต้องพาท่านนายกรัฐมนตรีท่านนี้ครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปช่วยขายผลไม้กันก็เคยทํามาแล้ว แต่ตรงนี้มันก็เปึนปัญหาปลายเหตุ ประเด็นก็คือปัญหาต้นเหตุที่เราควรจะให้ความสําคัญที่ทางคณะกรรมาธิการควรจะไป ซักถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของโครงการในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงนี่ครับ คงไม่ใช่เฉพาะหาตลาดแล้วก็สร้างเครือข่ายเพียงแค่นั้น แต่ในระดับพื้นที่ครับ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองคงจะต้องไปดูครับว่าในป้นี้มันจะมีผลหมากรากไม้ แต่ละชนิดนี่ครับประมาณเท่าไร ในแต่ละจังหวัดเลยนะครับ ผมยกตัวอย่าง เช่น มังคุด ป้นี้ครับ ราชินีผลไม้ นี่มังคุดทะวายนะครับในช่วงนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมากิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท นี่คือราคาที่ขายกันที่จังหวัดชุมพร หลังจากนั้นประมาณสักอาทิตย์หนึ่งครับ ราคาก็จะตกมาเหลือประมาณ ๒๐ บาท ถามว่าเงินมันหายไปต่อกิโลกรัม ๘๐ บาทนี่ครับ มันมาจากใคร ซักถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาก็บอกว่าลงมาในพื้นที่แล้วมันเปึนไปตาม กลไกของตลาด เราก็ถามต่อครับว่า กลไกของตลาดใครเปึนผู้กําหนด หาคําตอบไม่ได้ ครับท่านประธาน แล้วก็เปึนคําตอบที่บอกได้เลยครับว่า จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่มีคําตอบ ที่มีความชัดเจนให้กับพี่น้องชาวสวนแต่ประการใด เพราะฉะนั้นชาวสวนเองอยู่ใน ลักษณะที่พูดกันง่าย ๆ ครับว่า อํานาจต่อรองเขาไม่มีเลย เขาเจ็บปวดมาตลอด ต้นทุน การผลิตเขาสูง แต่เวลาผลผลิตออกมาเขาจําหน่ายขายไม่ได้ราคาเท่าที่ควรหรือ ที่เขาลงทุนไป เพราะฉะนั้นจะประสบกับการขาดทุนตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าในช่วงที่ว่าดินฟัา อากาศมันเอื้ออํานวย ผลผลิตออกเยอะราคาตกอีก และป้นี้เราคาดการณ์ว่าน่าจะมี ปัญหาอีก เพราะฉะนั้นเมื่อทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีหน้าที่ในการที่จะดูแลในพื้นที่ การปลูกทางด้านผลไม้แต่ละชนิดนี่ได้ไปสํารวจตรวจสอบแล้วหรือยัง และถ้าหากว่า ผลผลิตออกมากกว่าที่ผ่านมา ในส่วนที่เกินกว่าที่เราจําหน่ายหรือบริโภคกันแต่ละป้นี้ จะทําอย่างไร ส่วนเกินตรงนั้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านประธานคงจําได้ครับ ผมเอาน้ํามังคุด มาให้กับท่านประธาน ผมเอาสบู่เปลือกมังคุดมาให้กับท่านประธาน นี่ยังติดค้างเจ้าหน้าที่ ของสภาอยู่เลยครับ ยังไม่ได้เอามาให้ทุกคนเพราะก้อนหนึ่งมัน ๓๕ บาทครับ แต่ว่า อย่างไรก็ตามตรงนั้นท่านประธานลองหลับตานึกภาพดูครับ ถ้าพี่น้องภาคการเกษตรที่อยู่ ในสวนมังคุดนี้ เขาได้มีโอกาสมาดูงานทัศนศึกษาในบริษัทหรือคนที่มีความรู้ในเรื่องการ ทําน้ํามังคุด หรือมาดูชุมชนหรือบริษัทที่เขาทําสบู่เปลือกมังคุด อย่างน้อย ๆ นะครับเขาได้ ความรู้ เขาได้มาเห็นด้วยตาเขาเอง เขาได้ความรู้ว่าเครื่องไม้เครื่องมือในการที่จะแปรรูป มันมีกี่ชนิด ชนิดใดบ้าง ราคาเท่าไร แล้วเขากลับไปบ้านของเขา เขาก็ไปตระเตรียมฝ๊กฝน คนที่อยู่ในสวนมังคุดต่าง ๆ ว่าเราไม่ตายแน่ อย่างน้อย ๆ ก็มีความรู้ อย่างน้อย ๆ ก็ได้มา ศึกษาดูงาน อย่างน้อย ๆ ก็เอาความรู้กลับไปที่บ้าน แล้วก็เสาะหาเครื่องไม้เครื่องมือ เหล่านี้ พอถึงเวลาขึ้นมากองทุนต่าง ๆ ที่มีอยู่หลากหลายอยู่แล้ว รวมทั้งกองทุนเศรษฐกิจ พอเพียงด้วยนะครับ สามารถที่จะเอาเงินเหล่านี้ไปซื้อมังคุดทุกผลที่รับประทานได้ในราคา ที่ตกต่ํา เช่น กิโลกรัมหนึ่ง แต่ละป้ที่ผ่านมากิโลกรัมหนึ่ง ๓ บาท เราอาจจะไปยกระดับ ราคาเลยครับโหลงโจ้งเลย กิโลกรัมละ ๕ บาท ๕ บาทตรงนั้นเปลือกมังคุดก็เอาไปทําสบู่ น้ํามังคุดก็เอาไปทําน้ํามังคุด ขวดละ ๓๐๐ บาทนะครับ เลมอน ฟาร์ม (Lemon Farm) ต่าง ๆ มีอยู่ตลอด แต่เงินไปได้กับภาคเอกชนที่เขามีโอกาสมากกว่าชาวสวน เพราะฉะนั้น ทําอย่างไรที่จะให้ชาวสวนมังคุดได้ความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ เหล่านี้ แล้วเอาเงิน ที่กระจัดกระจายอยู่มาในการที่จะหลอมรวมให้มีความเปึนหนึ่งเดียวในการสร้าง ความเปึนเอกภาพเพื่อที่จะให้ประโยชน์กับพี่น้องชาวสวนมังคุด ผมยกตัวอย่างให้เห็น เพียงแค่ชนิดเดียว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานถามทาง คณะกรรมาธิการครับ ว่าสิ่งที่ผมได้อภิปรายประกอบในประเด็นของปัญหาเรื่องมังคุดนั้น ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษาในเรื่องดังกล่าว ได้สอบถามทางกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ เรื่องเกี่ยวกับการเพิ่มมูลค่าการแปรรูปมังคุดให้เปึนน้ํามังคุดก็ดี เปึนสบู่เปลือกมังคุด ก็ตาม และกระทรวงพาณิชย์ครับ ว่าเมื่อของเหล่านี้ออกมาแล้วนี่ครับไม่ต้องที่อื่นไกล ละครับ วันนี้ในสภาทุกคนใช้ลองดื่มน้ํามังคุดทุกคนสิครับ ใช้สบู่เปลือกมังคุดทุกคน สิครับ ส่วนราชการต่าง ๆ ใช้ทุกคนเลย ภาคท้องถิ่น ส่วนท้องถิ่นก็เอาไปใช้ครับ ผมว่า สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดมันจะทําให้พี่น้องภาคการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวสวน มังคุดไม่ตกต่ํา ไม่เจ็บปวดเหมือนกับสภาพที่เปึนอยู่หรือที่ผ่านมาละครับ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดผมกราบเรียนผ่านท่านประธานเพื่อถามทางคณะกรรมาธิการขอทราบ ความชัดเจน เพราะขณะนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนชาวสวนมังคุดเองนะครับ เขาก็ เตรียมตัวว่าป้นี้ผลผลิตออกเยอะ รัฐบาลมีนโยบายในการช่วยเหลือเขาอย่างไร อย่างน้อย ๆ เขาก็จะได้รู้ถึงอนาคตของเขาและวิธีการต่าง ๆ ในการได้ช่วยเหลือตัวเขาเองในกลุ่มของ ตัวเขาครับ กราบขอบพระคุณครับ