สมคิด บาลไธสง หารือเรื่องงบประมาณเพิ่มเติมปี 2552 และเสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มงบประมาณจากการท่องเที่ยว และลดความเคร่งครัดในการตรวจสอบการเข้า-ออกประเทศ เพื่อดึงดูดผู้โดยสารต่างชาติและกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดในการให้การศึกษาฟรีแก่เด็กๆ และการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการให้การศึกษาฟรีแก่เด็กๆ ทุกคน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดหนองคาย เขต ๑ มีท่านผู้อภิปราย อภิปรายโดยภาพรวมก็ไปหลายท่านนะครับ ซึ่งผมก็จะพยายามไม่พูดซ้ําประเด็น ถ้าไม่จําเปึน นะครับ สําหรับงบเพิ่มเติมของป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ที่บอกว่าจะเปึนงบกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ผมมองเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วยังไม่กระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ ซึ่งผมอยากชี้แนะเพื่อเปึน แนวทาง บางทีทางผู้บริหารประเทศจะได้นําไปพิจารณานะครับ โดยเฉพาะมันตรงกันข้ามกัน อย่างงบส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งพวกเราก็รู้ว่างบการท่องเที่ยวรายได้ของประเทศไทยเรา ได้อันดับหนึ่ง คือการท่องเที่ยว แต่งบที่สนับสนุนน้อยมาก ถึงน้อยก็ตามแต่ผม ขอเสนอแนะแนวทางให้ทางรัฐบาลหรือผู้บริหารประเทศได้นําไปพิจารณาก็คือ เราจะทํา อย่างไรถึงจะให้ได้งบประมาณได้เพิ่มเติม คือจากการท่องเที่ยวเหมือนกับที่แล้วมา นะครับ
อันดับแรกก็คือการสร้างภาพลักษณ์ ภาพลักษณ์นี่สําคัญ พวกเราก็รู้อยู่แล้ว ประเทศไทยเราภาพลักษณ์มันเสียหาย ไม่รู้จะเอากลับคืนมาได้อย่างไรนะครับ ไม่ว่า ภาพลักษณ์ภายในและภายนอกประเทศ ภายในก็คือแม้แต่คนภายในประเทศเราก็ยัง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผู้บริหารประเทศหรือคณะบริหารประเทศเราดําเนินการทาง การเมืองอย่างไร อย่างเช่นที่ว่ามีการสับเปลี่ยนรัฐบาล มีการไปแถลงนโยบาย แม้แต่ แถลงนโยบายของผู้บริหารประเทศเองยังพากันไปอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ มันเสียหายภาพลักษณ์ ประเทศไทยเปึนอย่างไรถึงเปึนอย่างนี้ แม้แต่รัฐบาลสภานี้เขาให้ มาแถลงนโยบาย แต่รัฐบาลไปแถลงนอกสภามันผิดกฎหมายหรือไม่ นี่คือภาพลักษณ์ ภายในประเทศ ทําให้คนไม่เชื่อมั่น ประชาชนไม่เชื่อมั่นเลย ภายในประเทศก็ไม่เชื่อ นี่ทําให้ที่หลายคนบอกว่าประเทศไทยเราแตกเปึนสองฝักสองฝ์าย มันไม่แตกได้อย่างไร เพราะว่าพวกเราเองแม้แต่สภาที่มีให้มาแถลงนโยบายของรัฐบาลก็ไม่แถลง ไปแถลง กระทรวงการต่างประเทศซึ่งเปึนกระทรวงที่ประชาชนรังเกียจอยู่แล้วนะครับ อันนี้คือ ภาพลักษณ์ภายใน เราจะทําอย่างไรถึงจะแก้ไขได้นะครับ เราก็ต้องดูต่อไปว่าการยื่นญัตติ หรือยื่นฟัองทางกฎหมายว่ารัฐบาลนี้มาถูกต้องหรือไม่ สมกับคําว่า มาตรฐานธรรมาภิบาล หรือไม่ นี่นะครับคือภาพลักษณ์ภายในประเทศของเรา ผมเลยบอกว่าถ้าเปึนอย่างนี้ ผมบอกว่า ธรรมา ธรรมาของยมบาล ผมบอกอย่างนี้ประเทศไทยเราเปึนอย่างนั้น ฝ์ายหนึ่ง ทําผิดหมด ฝ์ายหนึ่งทําถูกหมดนี่นะครับ นี่คือภาพลักษณ์ภายในประเทศ คนไทยเขา เจ็บปวด ผมอยากจับแขนรัฐบาลไปกับผมแล้วแต่งตัวเปึนชาวบ้านไปฟังชาวบ้านที่อีสาน พูดดูว่าเขารู้สึกอย่างไรกับรัฐบาลนะครับ อยากให้ไปฟัง ให้แอบปลอมตัวไปเลย จะได้รู้ว่า ความรู้สึกของชาวบ้านจริง ๆ เขาโกรธมากเลยครับ โดยเฉพาะอีก ๒-๓ วันได้ยินข่าวว่า พวกเสื้อเหลืองจะไปทางจังหวัดอุดรธานี นี่ไม่มีใครห้ามปรามเลย รู้สึกว่ายุยงส่งเสริม ให้ไปด้วย แล้วก็จะมีการตายกันระเนระนาดนะครับ อันนี้คือภาพลักษณ์ภายในประเทศ แล้วใครเขาจะมาท่องเที่ยว เราจะได้งบที่ว่าได้งบมากที่สุดได้เงินจากการท่องเที่ยวเปึน อันดับ ๑ ของประเทศ ใครจะมานะครับ เมื่อเปึนอย่างนี้แล้วผมขอเสนอแนะว่า เอาละ อย่างไรมันก็เปึนมาแล้วละ สีเหลืองก็เหลือง สีแดงก็แดงแล้วมันเอาคืนไม่ได้นะครับ วิธีการที่จะให้คนมาท่องเที่ยวให้ได้เงินมากที่สุด
๑. คุณเคยคิดไหม คุณบริหารประเทศ เคยคิดว่าจะให้คนขี่เครื่องบิน มาจากต่างประเทศครึ่งราคาไหม ให้ฝรั่งขี่มาครึ่งราคานะ ดัมพ์ (Dump : เท, ทุ่มสินค้า เข้ามาขาย) ราคาลงไปนะครับทั่วทุกสายการบินทั่วโลก ผมว่าฝรั่งต้องเสี่ยงมา เมื่อเสี่ยง มามันต้องเอาเงินมาใช้บ้านเรา ผมคิดนะครับ อันนี้ผมอยากเสนอแนะถ้าคิดไม่ออก
อีกอย่างหนึ่ง การเดินทางเข้าภายในประเทศของเราลดความเคร่งครัด ลงได้ไหม ไม่ใช่ทางประเทศมาเลเซีย ทางประเทศลาว ทางประเทศเขมร ประเทศพม่า ลดความเคร่งครัดที่ชายแดน ผมว่าเขาเข้ามา เรื่องคนจะมาทําผิดกฎหมายนี่ ถ้าคน จะทําผิดมันไม่เดินผ่านแดนเข้ามาครับมันเดินผ่านป์ามา อันนี้พี่ประเสริฐ (นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา) ผมได้จากพี่ประเสริฐ จากพรรคประชาธิปัตย์ว่านะครับ คนดีเขาต้องผ่านด่าน คนชั่วมันไม่ผ่านด่านให้คนตรวจ นะครับ เพราะฉะนั้นก็เป่ดให้คนเข้ามามากที่สุดประเทศไทยให้มาใช้เงินบ้านเรา โรงแรม ต่าง ๆ สมาคมโรงแรมต่าง ๆ เคยพูดกันไหมลดราคาสักครึ่งราคาให้ฝรั่งมา เคยเก็บ ๑๐,๐๐๐ บาทก็เอาเหลือ ๕,๐๐๐ บาท เคยเก็บ ๕,๐๐๐ บาทก็ ๒,๕๐๐ บาท เคยเก็บ ๒,๕๐๐ บาทก็ ๑,๒๕๐ บาท เคยเก็บ ๑,๐๐๐ บาทก็เหลือ ๕๐๐ บาท ผมว่าเขามาครับ นี่วิธีการจะให้คนมาท่องเที่ยวประเทศไทยนะครับ ให้เข้า-ออกแล้วก็เป่ดโอกาสให้มีการค้า ชายแดนให้มากที่สุด เรื่องสินค้านี่ครับผมเปึนกรรมาธิการกิจการชายแดนไทยไปทั่ว รอบประเทศแล้วกับคณะกรรมาธิการ บางแห่งนะครับมีแต่หมาเดินเล่นอยู่ตลาด มันไม่มี คนเข้ามาเลย ต้องขออภัยนะครับ ไม่มีคนเข้ามาเพราะว่าปัญหา อยากให้รัฐบาลไป ทําความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านนะให้เขาไว้ใจเรามากที่สุด เมื่อคนชายแดนมีการ ค้าขาย ประเทศไทยเราไม่จําเปึนต้องไปค้าขายไกลมากหรอก พม่ามีคนตั้ง ๕๐ ล้านคน ด่านชายแดนกว่าจะผ่านแต่ละครั้งมันลําบากเหลือเกิน นี่ครับเราทําอย่างไรจะให้คนผ่าน ด่านระหว่างแม่สาย แม่สอด ด่านต่าง ๆ นะครับ แถวด่านเจดีย์สามองค์ แล้วก็ทางจังหวัด ระนอง เราลดความเข้มข้นลง ถ้าเขาทําผิดก็เปึนเรื่องเจ้าหน้าที่บ้านเมืองภายในจัดการ ผมว่าจะได้ค้าบ้าง ประเทศลาวประเทศเล็ก ๆ เขามีคนแค่ ๕–๖ ล้านคน เรามีด่านสากล ตั้ง ๓–๔ ด่าน ประเทศพม่าคนตั้ง ๕๐ ล้านคน มีด่านสากลด่านสองด่าน อันนี้คิดหรือยัง ถ้าคิดไปสนับสนุนส่งเสริมให้มีการค้าชายแดนให้มากที่สุด ประเทศเขมรเหมือนกัน นะครับ เป่ดประเทศเขมร จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ด่านใหญ่ ๆ ทั้งนั้นครับ ที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด แล้วก็ที่จังหวัดสระแก้ว อําเภออรัญประเทศนี่นะครับ มีด่าน แต่เราไม่ได้ สนับสนุนเท่าที่ควร ก็อยากให้ทางรัฐบาลไปเรียกเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับด่านต่าง ๆ มาพัฒนา มาพิจารณามาตรการใหม่ในการค้าขายและการเข้าออกประเทศ ให้ลด ความเข้มงวดลงนะครับ สําหรับเรื่องการท่องเที่ยวก็เอาไว้เท่านี้ รายละเอียดเดี๋ยวผมจะว่า อีกต่อไป
สําหรับการศึกษา การศึกษานี่การให้การศึกษาฟรี ผมเปึนครูมาก่อน ผมเห็นด้วยนะครับการให้การศึกษาฟรี สุดยอดของมนุษย์ที่คิดนะครับ ผมยอมรับเลยว่า ถ้าให้การศึกษาฟรีมันเปึนเรื่องดี คือให้การศึกษาดีที่สุดดีกว่าเรื่องอื่น แต่การให้การศึกษา ต้องไปให้ที่ใคร ที่เด็ก เด็กของเราก็คือเด็กการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. ๖ ให้จริง ๆ อย่าพูดเฉย ๆ พอถึงเวลาอย่าให้มีปัญหานะครับ ผมอยากให้พวกเราทุกคน ในสภาแห่งนี้ให้เห็นความสําคัญของบุตรหลาน เรื่องการศึกษาอย่าว่าแต่ ม. ๖ ทําอย่างไร ถึงจะได้เรียนถึงจบดอกเตอร์ ผมอยากให้ความคิดว่าประเทศไทยเราเปึนประเทศ เกษตรกรเปึนหลัก ทําอย่างไรถึงจะให้ลูกหลานเกษตรกรเรียนจบดอกเตอร์ เกษตรให้เต็ม ประเทศไทยเถอะ ให้สามารถที่จะไปพัฒนาข้าวเม็ดหนึ่งให้เท่าลูกมะพร้าว ทําอย่างไร มันจะพัฒนาได้ อยากให้คิดอย่างนั้น คนที่เปึนกระดูกสันหลังจริง ๆ เราสนับสนุนเขา คนอยากเปึนอย่างอื่นมึงเสียเงิน แต่เกษตรกรเรียนฟรีถึงดอกเตอร์นะครับ ผมอยากให้เปึน อย่างนี้ดีไหมนะครับ เรื่องการศึกษาที่อยากจะให้กระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นอย่างไร ผมอยากให้กระตุ้นเศรษฐกิจโดย
๑. เดี๋ยวนี้นักเรียนในโรงเรียนทั่วประเทศนะครับ ผมเปึนครูมาก่อน ผมเปึน หัวหน้าศึกษานิเทศก์เขตมาก่อน ผมรู้เลยว่านักเรียนกินอาหารฟรีครึ่งโรงเรียน ครึ่งเดียว เท่านั้นครับ ให้จนครึ่งเดียวเท่านั้นเดี๋ยวนี้ ทําอย่างไรจะได้กินจนร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ไม่ว่าลูกเศรษฐีมีจนกินด้วยกัน ถ้าเขาไม่อยากเขาก็ไปหาซื้อกินที่ดีกว่า แต่ต้องคิดรายหัว ทุกคน เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจในการจัดการศึกษา ให้เขาไปคิดถึงเรื่องอื่น ต่อสู้ชีวิต เรื่องอื่น เรื่องการศึกษาให้หมดไปนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้กระตุ้นเศรษฐกิจเพราะมันกินทุกวัน คือนม เดี๋ยวนี้ นมให้กินถึง ป. ๔ หลังจากนั้นแล้วจะไปตายที่ไหนก็ไป ผมอยากให้กินจบ ม. ๖ เลย ทําอย่างไร กินทุกวัน ชาวเกษตรกรคนเลี้ยงโคนมเขาก็จะได้ขายนม เพราะนม เด็กกินทุกวันถึง ม. ๖ ไม่ให้กินถึง ป. ๔ เหมือนปัจจุบันนะครับ โครงสร้างของเด็ก ร่างกาย คงจะสมบูรณ์ ไปแข่งกีฬาที่ไหนก็คงมาตรฐานสากล ไม่ใช่ไปที่ไหนก็อยู่ใต้คางเขา มันก็สู้ เขาไม่ได้ครับกีฬา นี่ครับถ้ามีความตั้งใจจริงผมว่าอยากให้เด็กกินจนถึง ม. ๖ ไปเลย ถ้าเปึนไปได้จบมหาวิทยาลัยออกมาทํางานถึงหยุดกินนมนะครับ นี่กระตุ้นเศรษฐกิจจริง
อีกเรื่องหนึ่งอยากเสนอแนวความคิดเกี่ยวกับเรื่องการคมนาคม การคมนาคมนี่พรรคเพื่อไทยของเรา พรรคพลังประชาชนเดิมเราก็มีนโยบาย ๔ ป้ไม่มีฝุ์น ปลอดฝุ์น ก็อยากให้รัฐบาลนี้ถึงลอกก็ไม่เปึนไรละครับ ขอให้ทําจริง ขอให้เอาไปทําจริง เถอะครับ ให้พี่น้องได้ประโยชน์ ผมจะตบมือให้นะครับ ไปทําจริง แต่เดี๋ยวนี้งบเรามันน้อย น้อยก็ไม่เปึนไรก็ยังให้อภัยอยู่ แต่ว่ากระตุ้นนี่กระตุ้นจริง ๆ อย่า อี-ออคชัน (e-Auction : การประมูลทางอินเตอร์เน็ต) คือให้เขาทําอยู่ในท้องถิ่นเขา เดียวนี้ปัญหาเดี๋ยวนี้ งบประมาณไม่ออกไปเพราะ อี-ออคชัน อยากรวมงบประมาณสร้างทางสายยาว ๆ แล้ว บริษัทใหญ่ ๆ ภายในประเทศผู้มีอิทธิพลในรัฐบาลนี้ละไปเอางบประมาณไม่กี่คนอยู่ในนี้ แล้วพอรวยไปแล้วก็มาซื้อหัวคน ผมอยากจะอธิบายตรงนี้ให้ชัดเจนว่า กระตุ้นเศรษฐกิจ จริง ๆ เรื่องคมนาคม เรื่องการปกครองท้องถิ่น หรือ รพช. เดิม กรมทางหลวงชนบทครับ ผมอยากให้ไปทําอยู่ในนั่น แล้วก็ให้ผู้รับเหมาภายในจังหวัดนะครับออกระเบียบไปเลย ถ้าบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจให้กระจายออกไปทั่วประเทศ เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ เดี๋ยวนี้กําลัง งุบงิบงบประมาณกันอยู่ แม้จังหวัดหนองคายผมก็ได้ยินข่าวเหมือนกับคุณพงศ์พันธ์ สุนทรชัย ได้ว่าไปแล้วนะครับ เดี๋ยวนี้ก็หลาย ๆ จังหวัด ไม่ว่าจังหวัดขอนแก่นก็เหมือนกัน เขาว่าบางคนเปึนลูกน้องใคร มีอิทธิพลก็เปึนผู้ว่าราชการจังหวัด เปึนอะไรก็ไปยึกยัก ๆ งบประมาณไว้ เผื่อจะให้ งบประมาณให้บริษัทของเครือข่ายตัวเอง อันนี้ก็คอยตรวจสอบ เดี๋ยวหลังจากทํางาน ไปแล้วเราจะต้องตรวจสอบ ต้องรู้แน่นอนในสภานี้ว่าใครทําอะไรนะครับ อยากให้รัฐบาล ได้ออกระเบียบไปเลยครับ เพื่อว่าให้กระจายไป ถ้าท่านอยากได้คะแนนก็กระจายไป งบประมาณอย่าไปทํากระจุก แล้วท่านจะเสียคะแนนนะครับ
อีกอย่างหนึ่งก็เรื่องเกี่ยวกับเสื้อผ้านักเรียน ผมเห็นด้วยกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการที่พูดมาครั้งแรก ๆ หลัง ๆ มาเห็นว่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ในการจัด เสื้อผ้าให้เด็กนักเรียน ความเห็นของผมนะครับ ผมอยากให้ยืนยันว่าโรงเรียนนะครับ โรงเรียนกฎหมายตราพระราชบัญญัติออกมาแล้ว โรงเรียนคือนิติบุคคลนะครับ โรงเรียน เปึนนิติบุคคลทุกโรงเรียน เมื่อโรงเรียนเปึนนิติบุคคลแล้วทําไมไม่ให้เขาจัดซื้อจัดจ้างเอง ใครจะทําผิดก็จับได้เลยครับเปึนราย ๆ ไป ดีกว่าจะมาให้เอา มอก.(มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) เสื้อผ้า มอก. มันอยู่ไหน มันอยู่บางลําภู บริษัทอยู่บางลําภู ตราสมออยู่แถวนี้ แล้วก็คนนี้ได้เงินคนเดียว ไปกระจายเงินรายได้ไปสู่ประชาชนได้ อย่างไรนะครับ ต้องให้โรงเรียนเขาครับ คนทําผิดจับไล่ออกครับ ลงโทษครับ อํานาจมอบ ให้เขาจริง ๆ เดี๋ยวนี้กระจายอํานาจแต่ไม่กระจาย เปึนกระจายแต่ตัวหนังสือ แต่วิธีการ หน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรมยังยึกยัก ๆ อยู่ ไม่ให้อํานาจเขาจริง ผมคิดว่านะครับ อย่างชุดนักเรียน ถ้าเด็กนักเรียนหรือผู้ปกครองเขา ผมบอกว่าให้จ่ายรายหัวไปเลยไปยัง โรงเรียนนะครับ ถ้าเขาอยากได้ดีกว่านี้ เขาจะต้องเพิ่มเงินให้ลูกหลานเขา ผมคิดนะครับ มันน่าจะดีกว่าที่เรามากระจุกอยู่ครั้งเดียว แล้วเราจะมีโอกาสถูกโจมตีว่าเรางุบงิบ กับบริษัทห้างร้าน บริษัทที่เกี่ยวข้อง ผมว่าปล่อยไปเลยครับ ให้โรงเรียนทุกโรงเรียนเขา ให้เขาใช้อํานาจของเขาเต็มที่นะครับ
สําหรับเรื่อง อสม. ก็เหมือนกัน อสม. นี่นะครับ ผมขออนุญาตแสดง ความคิดเห็นว่า ถ้าท่านให้ไม่ได้ ๖๐๐ บาท ทุกคน ท่านก็ลดลงสิครับ ๓๐๐ บาท ทุกคน ดีกว่าให้ ๖๐๐ บาท บางคน ให้ทุกคนนะครับ ถ้าบอกว่าให้ ต้องให้ทุกคน มันจะไม่ใช่ ๖๐๐ บาท ต้อง ๓๐๐ บาท หรือ ๔๐๐ บาท ต้องไปคํานวณเองตาม อสม. ที่มี ดีกว่าที่เรา ให้คนหนึ่งมาก่นด่ารัฐบาลอยู่ผมไม่เห็นด้วย มันจะได้ ๓๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ก็แล้วแต่ แต่ได้ทุกคน เขาจะได้ไม่ว่ากัน ป้ไหนที่เรามีเศรษฐกิจดี เราถึงไปเพิ่มเงินขึ้นครับ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาทนะครับ ผมเห็นด้วยในการให้ อสม. ถ้าเปึนไปได้ทําอย่างไร ถึงจะได้ถึงลูกเสือ ชาวบ้าน ให้ได้ทุกคนลูกเสือชาวบ้านนะครับ หรือใครล่ะ ตํารวจบ้าน อพปร. อะไรอย่างนี้ เขาจะได้ ๕๐ บาท เขาก็ยังดีว่าเขายังว่าได้ ถ้าเราทําได้จะดีมากเลย ผมว่าพรรคประชาธิปัตย์ เปึนรัฐบาลจนวันตาย ถ้าทําได้นะครับ ถ้าทําไม่ได้ ท่านจะถูกบูมเมอแรง (Boomerang : ไม้รูปโค้งซึ่งเมื่อเหวี่ยงออกไปแล้วกลับมาหาผู้เหวี่ยง) นะครับ เพราะฉะนั้นต้องทํา ผมขอ เสนออย่างนี้นะครับ เรื่อง อสม.
เรื่องการซ่อมสถานีอนามัยอย่างนี้ครับ ผมอยากเสนอแนวความคิดเห็นว่า ไปซ่อมทําไมสถานีอนามัยมันไม่เสียหายมากไปทั่วประเทศขนาดนั้น ผมว่าไปขยายกรม อนามัยประจําหมู่บ้าน ที่บ้านใหญ่ ๆ นะครับ บ้านที่มีประชากรมาก เรียงลําดับที่ไม่มี ในตําบลนั้นเพิ่มขึ้น ให้กระจายสถานีอนามัยออกไป ทําอย่างไรจะครบทุกหมู่บ้าน เปึน สุขศาลาเล็ก ๆ มีที่สําหรับให้อนามัยไปฉีดยาให้ชาวบ้านก็ยังดีนะครับ ให้มีเปึนที่ทํางาน ของ อสม. ประจําหมู่บ้านก็ยังดี จะไปเช่าห้องเล็ก ๆ ให้เขาก็ได้ ถ้ามีเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ต่อตําบล อย่างผมคํานวณดูแล้วประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อตําบล ถ้าเราไปทําบ้านละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่ามันได้ครบทุกหมู่บ้าน ที่ทํางาน อสม. ไปเลยครับ อนามัยตําบล สาขา หมู่บ้านนั้นเลย ให้ อสม. เขาทํางานแทนจะไม่ดีกว่าหรือนะครับ