สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วิชาญ มีนชัยนันท์ เสนอการปรับลด 10% ของงบประมาณทั้งหมด 111,000 กว่าล้านบาท โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจและต่างประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจในการจัดการกับปัญหาการเก็บภาษีและเศรษฐกิจที่เสียหาย นอกจากนี้ วิชาญ ยังขอให้รัฐบาลพิจารณาใช้วิธีการระดมทุนภายในประเทศก่อนการกู้ยืมเงินต่างประเทศ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตแปรญัตติ ในเรื่องของการปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของมาตรา ๓ สาเหตุที่ผมต้องแปรญัตติเพื่อตัด และปรับลดนั้น เนื่องมาจากว่างบประมาณในส่วนของรัฐบาลทั้งหมดที่ทํามา ถ้าจะดูจาก การกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ แล้วงบประมาณทั้งหมดในจํานวน ๑๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเอาจํานวนตัวเลขทั้งหมดก็คือเงินกู้ แต่การกู้นั้นก็เปึนเรื่องปกติ เพราะว่าถ้าเราไม่มีเงิน โดยหลักแล้วจะเอาเงินมาลงทุน จะเปึนรัฐบาลไหนก็ตามครับ คงจะต้องหาแหล่งเงินเข้ามา แต่ที่ผมเปึนห่วงนั้น ในจํานวนเงินงบประมาณที่จะใช้ในขณะนี้นั้น กรรมาธิการได้มีการ สอบถามหรือเปล่าว่าเม็ดเงินงบประมาณทั้งหมดนี้เปึนการกู้ในระบบ คือกู้ยืมเงิน จากภายใน ซึ่งถ้าบอกว่า ณ วันนี้เงินที่เราเปึนหนี้ โดยเฉพาะที่เปึนหนี้ทั้งหมด หนี้สาธารณะอยู่ประมาณ ๒.๙ ล้านล้านบาท เปึนหนี้ซึ่งทางภาครัฐ คือรัฐบาลเองเปึนหนี้ อยู่ประมาณ ๒.๑ ล้านล้านบาท แล้วก็เปึนหนี้ในส่วนของการไปค้ําประกันเงินกู้อีก ประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ทางกรรมาธิการเองถ้าดูจากตัวเลข การเปึนหนี้สาธารณะแล้วนั้น ถึงแม้ว่าเรายังมีโอกาสที่จะใช้จ่ายในลักษณะการกู้เงิน เพื่อที่จะมาใช้เปึนงบกลางเพิ่มเติมก็ตาม เพราะว่ากฎหมายให้ทางรัฐบาลเองนั้นสามารถ ที่จะกู้ยืมเงินจากยอดงบประมาณรายจ่ายประจําป้ไม่เกินประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อว่าตรงนี้เปึนกฎหมายย่อมทําได้ แต่สิ่งหนึ่งนั้น ณ วันนี้จริง ๆ แล้วงบกลางป้ไม่ควร ที่จะนําเข้ามาด้วยซ้ํา ที่ผมพูดอย่างนี้เนื่องมาจากว่าวันนี้ถ้าเราดูจากตัวเลขทั้งหมด เราไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ แต่เรากําลังทําในสิ่งที่เรียกว่า ประชาสังคม เรานําเงิน งบประมาณในส่วนหนึ่งเหมือนกับป้ที่รัฐบาลชุดของท่านนี่ละครับ ชุดประชาธิปัตย์ ไปกู้ยืมเงินของญี่ปุ์นมา คืองบมิยาซาวา (เงินกู้จากรัฐบาลญี่ปุ์นเพื่อเพิ่มการใช้จ่าย ภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๑) และเงินดังกล่าวนั้นก็ลักษณะคล้ายกันครับว่า มีการนําไปใช้จ่าย บอกว่าเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจ แล้วก็ลงไปสู่รากหญ้าโดยวิธีการจ้างงาน ในขณะนั้นมีการจ้างงานโดยการเอาคนนี่ ไปตัดหญ้าริมถนน ผมดูใน กทม. ก็พอครับ พอหลังจาก ๓ เดือน ๔ เดือน พองบประมาณ มันหมด คนเหล่านั้นก็ตกงาน แล้วกระทบมาจนกระทั่งถึงป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๔ คนตกงาน ว่างงานเกือบ ๓ ล้านคน วันนี้คล้ายกันครับ คล้ายกัน แต่ต่างเวลากันเท่านั้นเอง ดังนั้น ถ้าจะบอกว่าเอางบประมาณ จํานวน ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไปใช้หนี้คืนหนี้สาธารณะไป หนี้เงินกู้นี่ ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท หรืออีก ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น โดยไม่ได้มีหลักเกณฑ์ ในการให้ ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่า ท่านเพียงแต่พูดกล่าวลอย ๆ ว่า คาดการณ์ว่า ถ้าใช้จ่ายเงินในลักษณะดังกล่าวนั้นสามารถที่จะหมุนเงินกลับมาทําให้เศรษฐกิจที่ ใช้จ่ายเงินจากงบกลางนี้โตขึ้นมาประมาณ ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ คิดแล้วก็ประมาณ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถามว่าวันนี้ถ้าปล่อยตัวเลขเปึนอย่างนี้ ความเชื่อมั่นนี่มันจะเรียกคืนมา ได้หรือเปล่า ผมขออนุญาตเรียนว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ ท่านกรรมาธิการได้สอบถาม หรือเปล่าว่า มีการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามรายไตรมาส มีการทําในเรื่องของ งบประมาณโดยวิธีการใช้จ่ายงบประมาณ แล้วก็มีการบอกกล่าวให้มีการกระตุ้นเร่งรัด แต่ละกระทรวง ทบวง กรมหรือเปล่า เพราะทุกครั้งทุกป้นี่มันจะไปเร่งเอาตอนก่อนจะ สิ้นป้งบประมาณ ใช้จ่ายเงินงบประมาณไปในขณะนี้เท่าไร อยากจะถามทางกรรมาธิการว่า มีการสอบถามหรือเปล่าในประเด็นหนึ่ง แล้วถ้าเราสามารถเร่งรัดเงินที่เปึนเงิน งบประมาณรายจ่ายประจําป้ให้เร็ว ยอดเงินดังกล่าวนั้นมันเปึนเม็ดเงินที่ ๑.๘ ล้านล้านบาท ซึ่งจะสามารถทําให้รายได้ของประเทศหรือ จีดีพี (GDP : Gross Domestic Product : ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ) นั้นสามารถที่จะหมุนและ คาดการณ์ว่าน่าจะมีโอกาสที่จะทําให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ถึงแม้ว่าที่คาดการณ์บอกว่า ลงมาเหลือ ๒ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ไม่เชื่อครับ ถ้าขืนไม่มีการจัดระบบที่ดี นักวิชาการนี่เขาบอก ว่าจีดีพีของประเทศของเราจะลดลงมา อาจจะถึงติดลบเลยถึง ๒ เปอร์เซ็นต์อย่างน้อยนะครับ ท่านประธานครับ ทางกรรมาธิการเองนี่ มีการสอบถามหรือเปล่าว่าเงินยอดนี้ งบกลางนี่ ถ้าเอาลงไปจริง ๆ แล้วประโยชน์ที่จะได้รับ อย่างกรณีการเอาเงินไปแจกรายละ ๒,๐๐๐ บาท มันจะเหมือนมิยาซาวาหรือเปล่า มีบทความที่เขาเตือนมานะครับ นี่คือแบงก์ชาติ (ธนาคาร แห่งประเทศไทย) เขาบอกมาว่า ขออนุญาตท่านประธานอ่านเอกสารสักนิดหนึ่งครับ เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์ จาติกวณิช บอกว่า ได้จัดเตรียมและให้สัมภาษณ์ว่า ได้เตรียมทํางบประมาณรายจ่ายคืองบกลางเข้ามาเพื่อ เปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ส่วนหนึ่งนั้น ในบทความนะครับ ดอกเตอร์อัจนา ไวความดี เปึนรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เขาบอกว่าการแสดงความเห็นในเรื่องของการ กระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมนั้นไม่เห็นด้วยกับมาตรการการแจกเงินหรือข้าวสารเพื่อเปึน ส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมาตรการการแจกเงิน ๒,๐๐๐ บาท แก่ผู้ประกันตน ต้องใช้เงินจํานวนถึง ๑.๘ ล้านบาท แต่เงินที่หายไปเพียงระยะเวลา ๑ เดือนถึง ๒ เดือน นั้น ไม่ได้เน้นในการสร้างงานหรือแหล่งงานรายได้จากอนาคตแต่อย่างใดนะครับ ก็แสดง ให้เห็นว่านักวิชาการหลายท่านซึ่งมีความเห็นที่บอกว่าไม่มีทางละครับที่จะทําในเรื่อง ดังกล่าว อันนี้เปึนส่วนหนึ่งครับ ดอกเตอร์ณรงค์ก็พูดไว้เหมือนกันครับว่า เปึนแหล่ง เงินทุนให้รัฐบาลนี่เอาแหล่งเงินทุนคือการจ้าง จ้างลูกจ้างนะครับ โดยเห็นว่าการใช้จ่ายเงินประกันสังคม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มาปล่อยกู้ ให้กับลูกจ้าง โดยมีเงื่อนไขในการดูแลและควบคุมตรงนี้จะได้ประโยชน์มากกว่า แต่วันนี้ เราเอาเงินจํานวน อีกหลายท่านนะครับ ขออนุญาตไม่ใช้เวลามาก เราเอาเงินตรงนี้ ไปบอกเลยครับบอกว่า เราจะใช้จ่ายเงินในยอดแค่ ๒,๐๐๐ บาทเพื่อเปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจ แล้วบอกว่าเงินตรงนี้นั้นจะไปสู่พี่น้องประชาชนที่มีเปึนข้าราชการ เปึนบุคลากร กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เปึนเจ้าหน้าที่ที่มีเงินต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท และยอดคนนี่เพียง ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนนะครับ แล้วถ้าบวกผู้ประกันตนเข้าไปที่มีเงินรายได้ต่ํากว่าอีก ๑๕,๐๐๐ บาทต่อหัวต่อคนอีก ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี่ ผมถามว่ายอดประมาณสักเกือบ ๑๐ ล้านคนจากจํานวนประชากรของประเทศนะครับ ๖๔ ล้านคน ถ้าคิดเปึนตัวเลขแล้ว คนที่อยู่ในภาวะวิกฤติจริง ๆ ในขณะนี้ที่ต้องการที่จะสร้างระบบงานที่ดีหรือที่ต้องการที่จะ สร้างแหล่งเงินกู้ เพื่อที่จะได้เปึนการเอาไปลงทุนนั้นนะครับ มีอยู่ในระบบประมาณเกือบ ๓๐ ล้านคน แต่ท่านบอกมาเพียงแต่ว่า เอาละครับเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทนี่เอาไปใช้จ่ายเงิน ในเรื่องดังกล่าวโดยใช้จ่ายเงินไปประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ แล้วบอกอันนี้ใช้ได้ มันก็ดูกระไรอยู่ครับ ถ้าแก้วิกฤติเศรษฐกิจอย่างนี้นี่ ผมว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องกลับไปทบทวน แล้วครับว่าการทํางบประมาณดังกล่าวนี้เข้ามาสู่สภาแห่งนี้และหวังเพื่อผ่าน ปรับลด ก็ไม่ได้เพราะงบกลางนั้นมันอ้างอย่างเดียวว่ามีความจําเปึน ความต้องการในการแก้ไข ปัญหาสภาวะของชาติในขณะนี้ เปึนเรื่องแปลกครับ ท่านประธานครับ ในส่วนหนึ่งนั้น เราเองมีรายได้ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์จากการส่งออก แต่วันนี้การส่งออกแทบจะเฉาตาย รัฐได้เข้าไปดูแลไปประสานติดต่อหรือเปล่า เห็นท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะเดินสายไป ประเทศโน้นประเทศนี้ ไปญี่ปุ์นก็บอกว่าไปเสนองาน ไปเสนอสินค้าต่าง ๆ ท้ายที่สุด ก็เคาะบอกเบา ๆ บอกว่า จะเอาเงินมาลงทุนนี่จะขอยืมเงิน ขอกู้เงินอีกแล้วครับ เอามาทํา รถไฟสายสีแดง อีก ๖๓,๐๐๐ กว่าล้านเยน ซึ่งก็เปึนเรื่องแปลกครับว่า ตรงนี้ถ้าไปพูดแล้ว มีข้อตกลงกันไว้ก่อนล่วงหน้านี่มันจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือเปล่า มันก็ต้องว่ากัน อีกทีหนึ่ง เพราะว่าคนที่ไปพูดนั้นอยู่ในฐานะผู้นําของประเทศ และพูดเปึนทางการกับ รัฐบาลญี่ปุ์น มีการออกข่าว มีการเสนอข่าว ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐบาลขณะนั้นของท่านสมัคร สุนทรเวช ของท่านสมชาย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ จะทําอะไรฝ์ายรัฐบาลวันนี้ก็คือ ฝ์ายค้านยังมักจะบอกกล่าวว่าจะทําอะไรต้องระวัง เพราะการเอาสิ่งต่าง ๆ ที่เรียกว่า เปึนสมบัติของชาตินั้นไปรับรอง ไปพูดคุยกับคนไม่กี่คนนั้นสามารถตัดสินใจได้เองนั้น เปึนเรื่องที่ผิด ท่านประธานครับ ผมมองว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้นั้นจะใช้จ่ายเงินงบประมาณ ในส่วนของงบกลาง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับการ กระตุ้นเศรษฐกิจนั้นคงจะต้องลงไปดูให้ลึกกว่านี้ ท่านต้องจัดระบบครับ อย่าหาว่าผมสอน เลยครับ แต่ผมเล่าให้ฟังครับว่า ในวันนี้เงิน ๒,๐๐๐ บาทนั้น ผมว่าไม่เกิดประโยชน์ละ ครับ แม้กระทั่งการศึกษาอีก ๑๕ ป้ที่บอกว่าเรียนฟรีไปแจกชุดนักเรียนก็ไม่ได้ก่อให้เกิด ประโยชน์โดยตรงกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเปึนการให้เปึนการแจก อาจจะเปึนการ ลดค่าใช้จ่าย แต่ในระบบแล้วถึงอย่างไรก็ต้องซื้อ ถึงอย่างไรก็ต้องใช้ คนต้องกินต้องใช้ ถ้าคุณเอาอย่างหนึ่งไปให้ไปทดแทน อีกอย่างหนึ่งในระบบก็จะถูกหายไป อันนี้ไม่ใช่แล้วครับ แต่ถ้าเราบอกว่าวันนี้สร้างความเชื่อมั่น โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลชุดนี้นั้นคงจะต้องสร้างภาพพจน์ ไม่ใช่ บอกว่าเอาตัวเลขตัวเงินแล้วบอกว่าใส่ลงไปมันจะโตออกมาได้ จีดีพีมันจะกระเตื้องขึ้น มันอาจจะทําได้แต่มันไม่ยั่งยืน ถึงทําได้ความเชื่อมั่นคนที่มีสตางค์ในประเทศอีกเยอะครับ ที่เขาดูว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีความคิดความอ่านในเรื่องของแนวทางนโยบายอย่างไร ผมเชื่อว่า กรรมาธิการที่อาวุโส ขออนุญาตเอ่ยนาม อย่างท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ ท่านรู้เรื่องเศรษฐกิจดี ผมฟังท่านอภิปรายในสภาหลายครั้งยังชื่นชมเลยครับ แต่ครั้งนี้บังเอิญท่านเปึน ฝ์ายรัฐบาล ท่านไม่สามารถเสนออะไรได้ เพราะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเองนั้น ก็ทําหน้า ทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นด้วยหลายเรื่อง แต่ไม่เปึนอะไร ท่านพิเชษฐ์เองก็เหมือนกันละครับ หลายเรื่องผมก็เชื่อว่าท่านเองนั้นนั่งในส่วนของการทํางาน ในส่วนของกระทรวงการคลัง มานานกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยซ้ํา แต่ทําไมปล่อยให้งบประมาณ ดังกล่าวเหล่านี้ออกมา โดยมีการดูแลในเรื่องของความผิดพลาดมากมายเหลือเกิน งบต่าง ๆ ที่เอามาใช้เดี๋ยวผมคงไม่ลงลึกรายละเอียด จะไปขอลงไปในรายมาตรา แล้วจะพูด อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ งบประมาณที่จะต้องใช้นั้นเราควรจะต้องจัดระบบ หมวดหมู่ก่อน ในเรื่องของการใช้ ถ้าเราสร้างภาพลักษณ์ของประเทศดีมันไปได้ระดับหนึ่งแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกาวันนี้ไปที่ไหน แม้แต่การไปประชุมต่าง ๆ ไม่มีใครกล้าไปละครับ เพราะเขาบอกว่าเปึนต้นเหตุแห่งการทําเศรษฐกิจให้เสียหาย ตอนเราไปต้มยํากุ้ง ตอนเกิดขึ้น เราไปก็ไม่มีใครกล้าไป แต่ที่ไปผมต้องให้เครดิต (Credit : ความน่าไว้วางใจ) รัฐบาลชุดท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ เพราะท่านไปบอกว่าประเทศไทยไม่ได้มากู้นะครับ แต่วันที่ท่านไปนั้นท่านบอกว่าท่านมีสินค้า มีของ มีผลิตภัณฑ์ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น จากเมืองไทยเอาไปเสนอขายให้กับต่างประเทศ อย่างแรกท่านทําถูกแล้วครับ เพราะมัน เปึนสิ่งที่จะต้องเสนอ เพราะคนต่างประเทศเขาไม่รู้ละครับว่าของเรามีอะไร อสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเยอะครับ แต่ถูก ปรส. (องค์กรเพื่อปฏิรูประบบเศรษฐกิจ) ขายไป แล้วถูกเอาเงินกลับไปเปึนจํานวนมาก ผมกลัวอย่างนี้ครับท่านประธาน วันนี้วิกฤติ เศรษฐกิจครั้งนี้ ระบบอสังหาริมทรัพย์ ระบบการใช้จ่ายเงินต่าง ๆ ไม่กล้าไม่ว่านะครับ แต่ที่มันสร้างคาอยู่ เงินงบประมาณในส่วนหนึ่งที่เอาไปลงทุนมันไม่พอ ต้องอาศัย ภาคเอกชน กําลังซื้อไม่ถึง ท่านจะทําอย่างไรครับ มาตรการต่าง ๆ ออกมาลดในเรื่องของ ภาษี จูงใจในเรื่องต่าง ๆ มันพอหรือเปล่า ถ้ามันไม่พอท่านจะสร้างความเชื่อมั่นอย่างไร อันนี้เปึนสิ่งที่สําคัญ

ในส่วนต่อมาการสร้างงาน ในนี้เขียนไว้หลายเรื่องครับ บอกว่าถ้ากระตุ้น เศรษฐกิจแล้วเอาไปฝากไว้ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ไปดู ไปอบรมนักศึกษาเรื่องาน ต่าง ๆ ออกมา ๑,๐๐๐ คน ๑,๐๐๐ คนกับจํานวนที่จบมาป้หนึ่งเปึนแสนคน มันต่างกัน นะครับตัวเลขคนจะตกงาน ว่างงาน ที่กระทรวงแรงงานพยากรณ์ไว้บอกว่าประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน ไม่ใช่นะครับ ผมดูแล้วไม่ต่ํากว่าประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน เอาไหม ล่ะครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้ยังอยู่ถึงนะครับ มาพนันกันก็ได้ว่าตัวเลขต้องเกิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน แน่นอน เพราะเมื่อวานนี้ก็ออกไปอีก ๘๐๐ คน ทุกวันละครับฟังข่าว มีตัวเลข ๘๐๐ คน ๑,๐๐๐ คน ๖๐๐ คน มันโกหกไม่ได้ละครับ ตัวเลขเหล่านี้เปึนตัวเลขที่เขารวบรวมมา วันนี้ถึงอย่างไรงบประมาณยอดนี้ต้องผ่าน แต่ผมอยากจะให้เอางบประมาณยอดนี้ ลองดู ครับว่าถ้าจะไปใช้จ่าย ๒,๐๐๐ บาท จะไปคิดอะไรได้มากกว่าที่จะเอาตัวเลข ตัวเงินไปใส่มือ เขา ๒,๐๐๐ บาท แล้วเขาบอกว่าจะใช้หรือเปล่ายังไม่ทราบ แต่รู้ว่าถ้าหารเปึนตัวเลขแล้ว ตก ๕.๕๐ บาท ๕.๕๐ บาทครับแล้วมันจะไปทําอะไรล่ะครับใน ๑ ป้ แต่ตัวเลขเหล่านี้ ถ้าบอกว่าจะจัดแล้ว ผมอยากจะให้ไปดูว่าถ้ามันเปึนกองทุนได้ ๒,๐๐๐ บาท ในส่วนของ คนที่รับไปเอามาตั้งเปึนกลุ่ม ๆ ได้หรือเปล่า ว่ามาร่วมลุงทนในการที่จะเอาไปหมุนในเรื่อง ของการทําอย่างน้อย ๆ โอทอป (OTOP : One tombon One Product : สินค้าหนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ์) หรือสินค้าพื้นบ้านที่จะต่อยอดออกไป หรือแม้กระทั่งในเรื่องของ แหล่งเงิน เพราะเงินจํานวนนี้มันยอดถึง ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเราบอกว่าเอาไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท เบี้ยหัวแตกแน่นอน ถึงแม้ว่าจะไปทําคูปองก็ไม่เห็นด้วย เพราะประเทศ ไต้หวันเขาไปทําเรื่องคูปองครับท่านประธาน ก็ยังมีคนอุตริเอาคูปองไปขายในราคาที่ต่างกัน เพราะคนต้องการใช้เงินนี่เขาบอกว่า เอาไปซื้อข้าว ไปซื้อของราคามันก็ไม่ได้กันอีกนะครับ เขาบอกว่าเปลี่ยนอีก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องไปศึกษา และนอกจากในเรื่องของเงินที่เอาไปลงแล้ว เรื่องการศึกษานี้ ผมขออนุญาตบอกกล่าวได้เลยว่าท่านเกาไม่ถูกที่คันละครับ วันนี้ความสํานึก ของคนที่เปึนพ่อแม่ เปึนบุพการีที่ให้กําเนิดลูกมานี่ ถ้ารัฐบาลทําประชานิยมอย่างนี้ ต่อไปนี้คําว่า พ่อแม่ที่จะต้องดูแล หมดแล้วครับ รัฐดูแลหมด ของเรามันก็เตี้ยอุ้มค่อม อยู่แล้ว เงินภาษีก็เก็บลดน้อยลงมา ผมเอาใกล้ ๆ นี่แหละครับ วันก่อนไปที่ลาดกระบัง ไปถามทางสรรพากรเขาบอกว่า ๓ เดือนที่ผ่านมายอดเขาเคยเก็บได้ สรรพากรเขต พื้นที่ตรงเขตลาดกระบัง เพราะมีการนิคมมีอะไรเยอะแยะอยู่แถวนั้น เขาเก็บใน ๑ ป้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าวันนี้รายรับเขาเก็บลดลงต่อเดือนนะครับ ๒๐๐ ล้านบาท แล้วท่านประธานลองเอาจํานวน ๒๐๐ ล้านบาทคูณด้วย ๑๒ เดือน ตก ๒,๔๐๐ ล้านบาท สรุปว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เก็บมันหายไปอยู่ประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่รัฐบอกว่า ตู๊ไปตู๊มาอยู่ประมาณ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่เชื่อละว่าตัวเลขที่บอกว่าภาษีจะสามารถที่จะ เก็บเข้าเปัาหรือเพิ่มเติมขึ้น มันเปึนไปไม่ได้ ณ เวลานี้นะครับ แต่ถ้ารัฐบาลบอกว่าจะไป รีดภาษีหรือจะไปเก็บภาษีในลักษณะอย่างไร ซึ่งผมเองในอดีตนั้นรัฐบาลชุดนี้ก็คือ ฝ์ายค้านก็มักจะใช้คําว่า รีดภาษี แต่จริง ๆ มันก็เปึนภาษาศัพท์ ถ้าเรียกอย่างนี้บางคน ที่เขาทําเรื่องการจัดเก็บภาษีเขาก็จะต่อว่า เอาเปึนว่ามีวิธีการจัดเก็บที่อาจจะพิสดารกว่าปกติ แล้วก็จะสร้างความเดือดร้อนให้กับภาคประชาชนทั้ง ๆ ที่รัฐบาลวันนี้เอาเงินไปแจกไปจ่าย แต่อีกแนวทางหนึ่งก็ต้องไปหาทางเก็บภาษีกลับมาก็เปึนเรื่องเดือดร้อนอีกละครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตว่าสิ่งที่วันนี้จะต้องเร่งทําไม่ใช่เอาเงินไปจ่ายอย่างเดียว จะต้องสร้างความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ พวกอาเสี่ยทั้งหลาย พวกเจ้าของธุรกิจ ท่านจะทําอย่างไรจะเรียกความเชื่อมั่น ในส่วนของรัฐบาลเองคนที่เปึนต้นเหตุที่ท่าน เอาไว้รอบข้างมันเปึนสาเหตุทําให้เศรษฐกิจมันเสียหาย ท่านก็ต้องไปตัดสินใจว่าจะเอา พวกเขาเหล่านี้อยู่ต่อเพื่อเดินหน้าต่อไป หรือจะเอาเขาออกไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่น สุดแล้วแต่เพราะเปึนเรื่องของรัฐบาล เพราะท่านเองบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็แล้วแต่

ส่วนที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการที่จะไปกู้ยืมเงินต่างประเทศนะครับ ผมแนะนําว่าวันนี้อย่าไปกู้เลยครับ ประเทศไทยเพิ่งฟุ๋นเงินกู้จาก ไอเอ็มเอฟ (IMF แล้วก็: Inernatinal Monelary Fund) สมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ เมื่อป้ ๒๕๔๖-๒๕๔๗ ร้องเพลงชาติ ใช้หนี้เงินเขาหมดครับ ดีใจ นี่เราจะเริ่มเปึนหนี้กันอีกแล้ว ฉะนั้นถ้ายืน ด้วยตัวเองไม่ได้ เราไปกู้เงินมาบอกว่าจะต้องมาปัืน ผมว่าระดมเปึน บอนด์ (Bond) เปึน พันธบัตรในประเทศก่อนเถอะครับ เพราะประเทศต่าง ๆ นี่ญี่ปุ์นเขาก็แย่นะครับ ผมดู รายการนะครับ คนอายุ ๖๒ ป้ คนญี่ปุ์นเปึนกรรมกรมาตลอดชีวิต ต้องไปกางเต็นท์นอน ตกงานครับ แบ่งปันอาหาร แต่เราเองไปกู้ประเทศซึ่งเขาก็แย่ แต่เขาโดยมารยาท เขาก็คง เห็นใจคนไทย เห็นใจประเทศไทย ผมไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีคิดอย่างไรครับ ไปเอา เงินจากประเทศที่เขาก็มีปัญหาเหมือนกับเรา เหมือนที่เราไปยืมเขาครับ เขาก็แบกรับ ไปเรื่อย เอาละครับ ไม่เปึนไรครับนี่ผมจะไปจีน จีนนี้เศรษฐกิจดีครับ ตอนนี้ก็ยังถือว่า ด้อยลงมา แต่ก็ยังดีกว่าประเทศอื่น เพราะฐานะความมั่นคงของประเทศ แต่ถ้าเราจะไป กู้ยืมเงินเขา ผมว่าเราไปเจรจากัน แลกเปลี่ยนเอาของของเราไปแลกเปลี่ยนจะดีกว่า เพราะเขาต้องกินต้องใช้ ในระหว่างประเทศต่าง ๆ ทําข้อตกลงกันไว้ ไม่ใช่ไปหยิบเงิน เขามานี่มันง่ายครับ ถ้ารัฐบาลคิดว่าการเอาเงินโดยวิธีการไปกู้ยืมเงินแล้วดูตามตัวเลข ว่ามันจะโตเท่าไร ผมขออนุญาตบอกกล่าวเลยครับว่ามันไม่เปึนอย่างที่คิดแน่นอน เพราะความเชื่อมั่นรัฐบาลชุดนี้ที่จะทํางานยังไม่ได้เห็นเลยครับว่าจะทําในด้านไหนที่เปึน การกระตุ้นเศรษฐกิจ จะทําในด้านไหนจะเปึนการระดมทุนเพื่อให้เกิดความมั่นคง ยังไม่มีครับ มีแต่ว่าวันนี้จะไปประเทศนั้นไปเพื่อที่จะตอบรับว่าไปโรดโชว์แล้วไปกู้เงิน ไม่ใช่นะครับ มันคนละสถานการณ์ ผมเองคงขออนุญาตท่านประธานครับว่า ในเรื่องของแต่ละ กระทรวงที่ของบประมาณมา ครั้งที่แล้วรัฐบาลท่านสมชายที่ทํางบกลางขึ้นมา หวังกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ไม่ใช่กระตุ้นเล่น ๆ เอาเงินไปแจก แต่ทํานี่นะครับ มีรายละเอียด ซึ่งถ้าไปดูจะเห็นว่าแต่ละส่วนลงไปสู่รากหญ้าเปึนการสร้างงาน สร้างอาชีพ จากจุดหนึ่ง เงินบาทหนึ่งถ้าหมุนตามระบบดี ๆ นะครับ สัก ๖ รอบ ๗ รอบก็พอแล้ว แต่นี่มันไม่ได้หมุนเลยสักรอบ บางทีบอกว่าเอา ๒,๐๐๐ บาทไป เอาเสื้อผ้าไป คนก็เก็บ เงินออมกันละครับแทนที่จะเอาเงินไปใช้ ผมไม่ได้เห็นด้วยนะครับว่าจะไม่ให้แจก ไม่ให้ แจกสิ่งของ แต่ก็ต้องดูครับว่าคนที่มีภาระเยอะแยะ ที่มีรายได้ท่านบอกว่าต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านเอาเฉพาะกลุ่มคนที่มีงานทํา กลุ่มข้าราชการ กลุ่มลูกจ้าง กลุ่มของ ผู้ประกันตน ตกงานก็มีเงินอยู่แล้ว แต่ท่านลืมนึกลงไปข้างล่างพวกที่ประกอบอาชีพ อย่างวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างมีจํานวนเท่าไรครับ คนที่ลึกลงไป พวกที่ประกอบอาชีพ ในลักษณะการรับจ้างเปึนกรรมกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือคนที่มีอาชีพส่วนตัวในเรื่องของ การค้าขายที่มีรายได้ต่ํากว่า พวกนี้น่าจะให้ความสําคัญสนใจมากกว่ากลุ่มเหล่านี้ที่มี อยู่ประมาณสัก ๙ ล้านกว่าคนที่จะของบประมาณ มันไม่มีประโยชน์ละครับในตัวเลข ที่ท่านบอกว่าเอาตัวเลขตรงนี้มาเปึนตัวตั้ง เพราะพวกนี้ไม่ได้ตกงาน แต่เรากําลังเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาท บอกว่าไปเผื่อที่จะได้ใช้ มันผิดหลักการ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตว่า รัฐบาลชุดนี้ท่านต้องไปทบทวนครับว่า การใช้จ่ายเงินแต่ละครั้งนั้นมันเปึนการเพิ่มหนี้ ให้กับประเทศ ในอดีตตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ รัฐบาลชุดทักษิณเขาคืนหนี้ กู้หนี้ เขาคืนหนี้ จบหมดนะครับ ใช้หนี้ป้ละ ๒๐๐,๐๐๐ ต่าง ๆ พอจบปุ็บนี่นะครับ เขาไป ทํางบสมดุล คืองบเกินดุล เกินดุลก่อน ตอนแรกสมดุลแล้วมาเกินดุล ท่านดูจากป้ ๒๕๔๕ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๖ ๑๗๔,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ถามว่าวันนี้เราเองไม่ปฏิเสธละครับ เพราะว่าภาวะมันเกิดทั่วโลก แต่วิธีการใช้เงิน จะต้องใช้ให้รัดกุม ผมขออนุญาตสุดท้ายนะครับว่าในเรื่องของงบบางส่วนบางตัวที่ท่าน ใช้อยู่ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ท่านรีบไปกระตุ้นออกมาเถอะครับ และผมก็ไม่เห็นด้วย กับยอดงบกลาง เดี๋ยวก็คงอภิปรายต่ออีกครั้งหนึ่งนะครับว่าท่านทําไมต้องกันเงินไว้ เสียอีก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัวเลขรายละเอียดก็ไม่ชัดเจน การทํางบกระตุ้นเศรษฐกิจ หรืองบกลางต้องมีรายละเอียดเหมือนเพื่อนสมาชิกที่ได้พูดกล่าวไป ในกรุงเทพมหานคร ถือว่าเปึนหัวใจสําคัญ การท่องเที่ยวป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ไล่ขึ้นมา ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ เรามีการท่องเที่ยวโตขึ้นทุกป้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จนกระทั่งถึงตั้งไว้เกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และท้ายที่สุดถ้าเกิดไม่มีวิกฤติ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตอนนี้มันหล่นฮวบลงมา แต่งบกลางในกรุงเทพมหานคร ผมไม่เห็นมีทําอะไรเลย ตัวเลขต่าง ๆ เห็นบอกว่าไปดูแลแหล่งน้ําต่างจังหวัด แล้วก็ไม่รู้ว่า ทั่วทุกภาค ทุกจังหวัดหรือเปล่าในการสร้างความเปึนอยู่ให้ดีขึ้น เรื่องถนนหนทาง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาไปแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ตัวเลขมันคนละอย่างครับ ตอนที่ รัฐบาลชุดท่านสมชายตั้งไว้ตัวเลขประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่วันนี้ท่านตั้งไว้ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ก็เปึนเรื่องของปัญหาว่าคนที่ไม่ได้หรือคนที่ได้จํากัดจะไปทําอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณตรงนี้ ไปทะเลาะกันอีกครับ สร้างปัญหาอีก เกิดสร้างปัญหาอีก งบกลางที่ยังเหลือใช้อยู่ในป้ ๒๕๕๒ เดี๋ยวคงจะต้องไปพูดในหมวดของงบกลางว่าเอาไปทําอะไร ใช้ไปขนาดไหน มีกันไว้ นะครับ กรณีฉุกเฉิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท กรณีชดเชยในเรื่องของความจําเปึนตามมติ ครม. อีก ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทใช้ไปหรือยัง ใช้ไปหรือยังครับ ๔,๐๐๐ ล้านบาทตั้งอีก หรือท่านจะ เก็บไว้โดยอํานาจของท่านนายกรัฐมนตรี ใช้แบบสบาย ๆ ก็คือไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท โดยอํานาจก็เวลาใครจะมาของบประมาณก็ขอผ่านขึ้นมาในหลักเกณฑ์ แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ก็ให้ไปตรงนี้ ถ้าเกินก็มาคุยกันใน ครม. มันก็เหมือนกับแบ่งเค้กละครับ ผมยังไม่อยากจะ ก้าวล่วงไปถึงตรงนั้น ถามว่ากรรมาธิการได้สอบถามหรือเปล่าในเรื่องดังกล่าว แล้ววันนี้ สภาพเศรษฐกิจอย่างนี้ ถ้าท่านใช้งบประมาณแบบนี้ ผมกล้าทํานายได้เลยว่าพวกเราเอง นะครับ คนทั้งประเทศ ๖๔ ล้านคน จะกลับมาเปึนหนี้เหมือนกรณีตอนที่เราไปกู้หนี้ ไอเอ็มเอฟ แล้วสภาพเศรษฐกิจคราวนี้มันจะย่ําแย่กว่าสมัยที่แล้ว เพราะว่ามันเปึนเฉพาะ รายประเทศแต่เดี๋ยวนี้มันเปึนเกือบทั่วโลก เพราะฉะนั้นต้องฝากครับว่าการใช้จ่ายเงิน งบประมาณในส่วนของงบกลางที่มาขอสู่สภาวันนี้ในวาระสอง ท่านเองในฐานะ กรรมาธิการต้องตอบรายละเอียดนะครับว่าแหล่งที่มาของเงิน การใช้จ่าย ความมั่นใจในเรื่อง ของยอดแต่ละยอด หรือแม้กระทั่งในเรื่องของรายละเอียด ผมถามว่าในกรุงเทพมหานคร ได้อะไรบ้างในงบประมาณตรงนี้ เห็นต่างจังหวัดบอกว่าตรงโน้นเขามี ตรงนี้เขามี มีเปึน รายจังหวัด แต่กรุงเทพมหานครไปถามแล้วไม่มี ท่านบอกว่าโปร่งใส ผมก็อยากจะถามว่า โปร่งใสของท่านงบกลางเผื่อไว้ให้คนกรุงเทพมหานครหรือเปล่า มีไหม ไม่มีใช่ไหมครับ พี่เชียรบอกว่าไม่มี เดี๋ยวตอบด้วยก็แล้วกันครับ โอ.เค. ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ