สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดและไม่ปล่อยให้ปัญหาเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านประธานครับ ได้ทําการ แปรญัตติไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ในมาตรา ๔ จาก (๑) ค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือ การครองชีพของบุคลากรภาครัฐ (๒) ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน เพื่อสร้างมูลค่า ทางเศรษฐกิจและสังคม ๖,๙๐๐ ล้านบาท (๓) เงินสํารองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาทเศษ ๆ ท่านประธานครับ ผมอยากชี้ให้เห็นตรงนี้ว่าการแก้ไขปัญหาตรงนี้ การจัดงบประมาณตรงนี้ ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันเปึนการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ทั้งหมด ปลายเหตุเลยครับท่านครับ คนตกงานแล้วเอาไปฝ๊กงาน ทําไมไม่หยุดเรื่อง การตกงานไว้ ตกงานแล้วเอาไปฝ๊กงาน แล้วจะหางานให้เขาทําอย่างไร อันนี้ผมแนะนะครับ ท่าน การแก้ไขปัญหาแบบนี้จะทําให้ประเทศมีปัญหา การแก้ไขปัญหาประเทศ ถ้าแก้ไข ไม่เปึนมันจะเปึนการสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นมา โอกาสที่ประเทศจะล้มละลาย มี โดยเฉพาะ ด้านแรงงานที่ผมพูดไว้ในมาตรา ๓ ปัญหาจริง ๆ มันอยู่กับกลุ่มแรงงาน กลุ่มแรงงานมันจะ แยกออกเปึน ๔ กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรงงานที่มีนายจ้าง ลูกจ้างเอกชน ๑๓ ล้านคน ประกันสังคม สปส. (สํานักงานประกันสังคม) ๙.๓ ล้านคน อาชีพอิสระ พวกแท็กซี่ ขายบริการประมาณ ๖-๘ ล้านคน เกษตรกรประมาณ ๑๓ ล้านคน ข้าราชการ ลูกจ้าง ภาครัฐประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ถ้าไม่มีพื้นฐาน ถ้าไม่วางยุทธศาสตร์ไว้ โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวมันจะเปึนไปไม่ได้ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้นมา การท่องเที่ยว ในต่างประเทศรองรับคนได้ประมาณ ๑๘ ล้านคน เงินหมุนเวียนประมาณ ๓-๕ แสนล้านบาท ท่านประธานครับ แปลง่าย ๆ การไปเที่ยวคือการใช้เงินอย่างเดียว มันไม่มีการลงทุน อะไรเลยอยู่ต่างประเทศพอเขาหยุดงาน เขาพักงาน เขาลาพักร้อน เขามาเที่ยวอย่างเดียว กลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว ๑. ธุรกิจโรงแรม รถมอเตอร์ไซค์ รถแท็กซี่ รถวิน รถสองแถว ธุรกิจเสริมสวย ร้านอาหาร ไกด์ ไปช็อปปุ่งศูนย์การค้า ตรงนี้มีแรงงานจาก พนักงานทั้งหมดครับ แล้วกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มแรงงานอิสระทั้งหมดเลย ถ้าท่านไม่กระตุ้น เศรษฐกิจในการท่องเที่ยวคนประมาณ ๖-๘ ล้านคน ผมตีให้เลยว่ามันจะชะลอหรือ แรงงานจะลดถอยไปประมาณครึ่งหนึ่ง ตีประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คนในกลุ่ม ๆ นี้ แต่มัน หาตัวเลขยาก ขับรถตุ๊กตุ๊ก อิสระแท็กซี่อย่างนี้ แต่ท่านครับ แนวทางการวางแนวนโยบายในการท่องเที่ยวนี่ท่านจัดงบไว้ ๕๕๐ ล้านบาท ๕๕๐ ล้านบาทมันจะไปดึงเงินหมุนเวียนได้อย่างไร ๓-๕ แสนล้านบาท รัฐบาลชุดเดิม วางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไว้ มันมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น วางยุทธศาสตร์ไว้ว่า ไทยเที่ยวไทย ไทยเที่ยวไทย ๘,๐๐๐ ตําบล ตําบลหนึ่ง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตําบลหนึ่งถ้าเราดึงคนไปเที่ยวเอากลุ่มที่มีเงินเดือน อบต. พนักงาน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตําบลละ ๕๐ คน แปดห้าสี่สิบ ๔๐๐,๐๐๐ คน มันจะช่วยพยุงเศรษฐกิจ เงิน จีดีพี จะ กระจายออกไปในประเทศเฉย ๆ ครับตรงนี้ เพราะฉะนั้นมาตรการต่าง ๆ ที่จะใช้เงินให้มี ประโยชน์นี่มันมีอีกมาก แล้วมันเปึนการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุของมัน ตรงนี้มันเปึนปลายเหตุ ทั้งนั้นครับ ความเชื่อมั่นจุดหนึ่งก็คือ อย่างงบป้ ๒๕๕๒ นี่ ท่านลองไปแตะงบทหารสิ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท วันดีคืนดีทหารออกมา ๓ เหล่าทัพ ให้รัฐบาลลาออก มันมีที่ไหนครับ ในระบอบประชาธิปไตย มานั่งเรียงกัน ๓ เหล่าทัพ ประกาศช่อง ๓ ลาออก รัฐบาล ต้องลาออกอย่างเดียว ความเชื่อมั่นมันมาจากไหนไม่มี ท่านมองข้ามจุดนี้ไม่ได้ ความเชื่อมั่นตรงนี้ต้องเกิด วิธีการหลากหลายที่จะดึงความเชื่อมั่นเข้ามา ทูตพาณิชย์ อย่างนี้ท่านก็ตั้งได้ ร้อยกว่าประเทศต้องตั้งทูตพาณิชย์ขึ้นมา ไปขายสินค้าส่งออก นําเข้า ภาคเกษตร อย่างนี้มันไม่ได้ใช้เงินมากมายอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นผมอยากชี้ให้เห็นว่า มาตรการต่าง ๆ ของท่านนี่ ในความคิดของผมเอง แล้วก็เปึนความคิดที่มีโอกาสคุย กับพรรคพวกเพื่อนฝูงอยู่ในระบบธนาคาร เขาพูดเปึนเสียงเดียวกันเลยครับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกระดูกยังไม่ถึง กระดูกไม่ถึงครับ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นี่ถ้าพังมันพังทั้งระบบ แล้วมันแก้ยาก ผมบอกว่ามันจะลามไปถึงปัญหาหนี้สิน เพราะว่า คนแต่ละคน วัฒนธรรมประเพณีของไทยมันมีแนวหนึ่งครับท่านครับ ชอบสินค้าเงินผ่อน รถมอเตอร์ไซค์นี่มีไฟแนนช์ แท็กซี่มีบริษัททรัสต์ ตู้เย็น วิทยุ โทรทัศน์ ซิงเกอร์ มันจะ ออกไปแนวนี้ ภาคเกษตร ๑๓ ล้านคน หนี้ ธ.ก.ส. หนี้สหกรณ์ หนี้นอกระบบ ไตรมาสแรก โดยเฉพาะเดือนมีนาคม ท่านประธานครับ ธนาคารเขาจะเร่งรัดหนี้สิน ช่วงเดือนมีนาคม เดือนมิถุนายน เดือนกันยายน และเดือนธันวาคม เดือนหน้าถึงแล้ว และวิธีการเร่งรัด หนี้สินต้องใช้เงินคืนทั้งต้นทั้งดอกทั้งหมด เงินไม่มีต้องไปกู้มา ธ.ก.ส. ก็จับโยงกันเปึน ลูกโซ่ ใช้ต้องใช้ทั้งหมดกลุ่มละ ๘ คน ๑๐ คน ๑๕ คน ไปตายเงินนอกระบบอีก เพราะฉะนั้นในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ครับ ผมคิดว่าท่านต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่ ทั้งหมดเลย ต้องปฏิรูปการแก้ไขปัญหาตรงนี้ แล้วโดยเฉพาะการขึ้นน้ํามัน ๕ บาท ผมตีง่าย ๆ ว่าเงิน ๒,๐๐๐ บาท จ่ายครั้งเดียวตกวันหนึ่งประมาณ ๕ บาท ๕๐ สตางค์ ถ้าท่านบวกภาษีน้ํามันเข้าไป วันหนึ่งตี คนหนึ่งใช้ลิตรเดียว ภาษีขึ้น ๕ บาท ภาษีเก่า ตีว่า ๕ บาท ถึง ๖ บาท แล้วคนที่ไม่ได้เงิน ๒,๐๐๐ บาทท่านครับ มันก็กลายเปึน การไปขูดรีด ขูดรีดคนที่ไม่ได้เงิน ๒,๐๐๐ บาทจากภาษีน้ํามัน แล้วก็เอาไปให้กลุ่มคนที่มีเงินเดือน ซึ่งกําลังซื้อมันเท่าเดิม กําลังซื้อมันเท่าเดิมนะครับ เขามีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทลงมา มันเท่าเก่าเลย แล้วคนที่ไม่ได้ภาคเกษตรลูกหลาน เขาไปโรงเรียน มันก็เหมือนกับไปรีดภาษีแล้วก็มาจ่ายอีกจุด ๆ หนึ่ง มันทั้งกู้ ทั้งรีดภาษี แล้วจะมีสินค้าตัวอื่นตามขึ้นมาอีก จากภาวะน้ํามันแพง อันนี้มันเปึนมาตรการที่ผิดพลาด ที่สุดครับ ผมอยากทราบว่าเงินคงคลังเหลืออยู่ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายเงินเดือน ข้าราชการได้เดือนเดียว ท่านมีความคิดอย่างไร จะหาเงินตรงไหนมาเปึนเงินสํารอง คงคลังให้มากที่สุด ทําอย่างไรถึงจะเปึนแสนล้าน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านหรือกู้มา มันไม่ใช่เปึน วิธีการที่ถูกต้องนะครับ ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ กู้เอามาใส่เงินคงคลัง น่าหนักใจ นะครับท่านครับ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายได้เดือนเดียว ข้าราชการเขามีความคาดหวังว่า การเข้ามาอยู่ชีวิตราชการเขานี่ ประเด็นแรกของเขาก็คือต้องการความมั่นคงในชีวิต อาจจะน้อยนิดและก็ค่อยขยับ ๆ ขึ้นไป แต่เงินหลวงมันตกน้ําไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้แกว่งครับ แกว่ง ความมั่นใจไม่ค่อยมี เงิน ๒,๐๐๐ บาท มันประทัง ชีวิตไปได้ ผมว่าประมาณ ๑ อาทิตย์ ทานอาหารคาบหนึ่ง ๑๐๐ บาทหมดแล้ว ครอบครัวหนึ่ง สัก ๓ คน วันหนึ่ง ๓๐๐ บาทหมดแล้วครับ สามเจ็ดยี่สิบเอ็ด อาทิตย์เดียว ๒ อาทิตย์ แล้วจ่ายครั้งเดียว แล้วไปขูดรีดภาษีน้ํามันแล้วมาจ่ายมันจะได้ประโยชน์อะไรตรงนี้ มันเปึน การเพิ่มภาระให้เขาอยู่ได้อาทิตย์หนึ่ง ป้หนึ่งมี ๓๖๕ วัน อยู่ได้ ๗ วัน เงิน ๒,๐๐๐ บาท แล้วคนกลุ่มนี้ครับท่านครับ สถาบันการเงินมันเปึนเปัาหมายของเขา เอทีเอ็ม (ATM) มีทุกคนใช้เงินล่วงหน้าทั้งหมด ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อโทรทัศน์ ตู้เย็น ทีวี เงินผ่อนหมด ผมบอกว่าเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าที่ควร เปึนการกระตุ้น เศรษฐกิจที่สั้นที่สุด แล้วได้ประโยชน์น้อยที่สุด ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านลองคิดดูสิที่ผม ชี้ให้ท่านเห็นว่าถ้าเราวางแนวทางการท่องเที่ยว ๘,๐๐๐ หมู่บ้าน ตําบลละ ๕๐ คน แปดห้าสี่สิบคน ๔ แสนคน ไปกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ ไทยเที่ยวไทย เที่ยวกันไป เที่ยวกันมาเงินหมุนเวียนตั้งแต่ร้านอาหารอะไรต่าง ๆ หมุนเวียนขึ้นไป ใช้เงินเท่าไร ๔,๐๐๐ บาทนิดเดียวครับ คุณค่ามันมหาศาล คุณค่าในการบริหารประเทศ เพราะว่า แนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจถ้ามันเด้งขึ้นมา ๔ เด้งพอแล้ว ๔-๗ พอแล้ว อันนี้ ๒,๐๐๐ บาท เด้งอาทิตย์เดียว นี่คือแนวทางต่าง ๆ ที่ผมจําเปึนจะต้องพูด เพราะว่าประเทศไทยมันไม่ใช่ ของใครคนไหนคนเดียว ถ้ามันพังแล้วมันพังด้วยกัน เราจะเห็นว่าปัญหาป้ ๒๕๔๐ ตอนมันพังมันพังยาว ๓ ป้ ๕ ป้ ยังไม่ขยับเขยื้อน แล้วประเทศไทยเปึนประเทศที่มีกลุ่ม ศรีธนญชัยมากที่สุด เปึนวัฒนธรรมประเพณีส่วนหนึ่ง ผมบอกเลยว่ามันจะต้องมีคนล้ม บนฟูก ถ้าท่านแก้ไขปัญหาไม่ดีพวกล้มบนฟูกรวยอีก แต่รัฐบาลกับชาวบ้านตาย โอกาส ก็ไม่มีชาวบ้าน นี่คือสภาพสถานการณ์ที่ผมจะต้องวิพากษ์วิจารณ์ไปครับ ตามมาตรา ต่าง ๆ แล้วก็ชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดของรัฐบาล ท่านจะแก้หรือไม่แก้เปึนสิทธิเปึนอํานาจ ของท่าน ผมในฐานะฝ์ายค้านจําเปึนต้องนําเสนอในสิ่งที่ดีที่สุด โดยเฉพาะการเปึน ตัวแทนของพี่น้องประชาชนในประเทศ กราบขอบพระคุณครับท่าน