ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือประเด็นเศรษฐกิจและประชาธิปไตย โดยชี้ว่างบประมาณ 550 ล้านบาทไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรงบแบบบูรณาการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างตรงจุด ชวลิต วิชยสุทธิ์ วิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่มองว่าเป็นรากเหง้าของเผด็จการซึ่งทำให้ประเทศขาดความน่าเชื่อถือจากนานาชาติ พร้อมยกตัวอย่างกรณีการบังคับใช้กฎหมายที่ขาดความเท่าเทียม โดยวิพากษ์วิจารณ์แผนงานฟื้นฟูความเชื่อมั่นว่าไม่สมจริงและเรียกร้องให้แก้ไขปัญหารัฐประหารและการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนต่างชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๗ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา งบประมาณ ๕๕๐ ล้านบาท แยกเปึนแผนงานที่ ๑ สํานักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่น ด้านเศรษฐกิจ งบประมาณ ๔๕๓ ล้านบาท แผนงานที่ ๒ สํานักงานพัฒนาการท่องเที่ยว แผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ งบประมาณ ๙๗ ล้านบาท ท่านประธานครับ กระผมได้อภิปรายไว้เมื่อวานนี้ว่า ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยที่กําลัง ประสบอยู่ในขณะนี้ การท่องเที่ยวของเราได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง นอกจากจะกระทบกับ ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยแล้ว เรายังดับเบิ้ล (Double) เสียหายจากการป่ดสนามบิน สุวรรณภูมิ ซึ่งบุคคลสําคัญในรัฐบาลคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมีส่วน อย่างสําคัญที่ถูกกล่าวหาว่าป่ดสนามบิน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาให้ตัวเลข เองว่าเสียหายนับแสนล้านบาท ซึ่งเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านได้อภิปรายไปแล้วจํานวนมาก นอกจากนี้ยังจะมีความเสียหายที่จะตามมาจากสายการบินทั่วโลกที่เขาจะเรียก ค่าเสียหายจากการที่เราป่ดสนามบิน เรียกร้องความเสียหายเข้ามาเรื่อย ๆ ขอเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการนะครับว่า ใครจะรับผิดชอบ คนไทยทั้งประเทศ ต้องรับผิดชอบจากคนไม่กี่คนในรัฐบาลที่ทําการดังกล่าวไว้หรือไม่อย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสียหายอย่างหนัก ได้รับผลกระทบมากมาย แต่รัฐบาลให้งบเพียง ๐.๔๗ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ของการจัดงบประมาณครั้งนี้ งบประมาณเพียง ๕๕๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ซ้ําเปึนงบประมาณของการท่องเที่ยว เพียง ๙๗ ล้านบาท นิดเดียว เหมือนโยนก้อนกรวดลงในทะเล แล้วผมแปรญัตติทําไม ท่านประธาน แปรญัตติเพื่อมีสิทธิในการอภิปรายเท่านั้นครับท่านประธาน ความจริงแล้ว ต้องหางบประมาณให้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว เพราะเปึนกระทรวงที่จะหารายได้เข้าประเทศได้อย่างเปึนกอบเปึนกํา และจะกระตุ้น เศรษฐกิจได้หลายภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร สินค้าโอทอป เปึนต้น ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจได้ใช้ความเปึนหัวหน้าทีม ที่จะนํารัฐนาวาฝ์ามรสุมเศรษฐกิจ ท่านจะต้องจัดงบให้กระทรวงเศรษฐกิจแบบบูรณาการ กระตุ้นเศรษฐกิจให้ตรงจุด ไม่ใช่จัดงบแบบแยกส่วนแล้วก็ไปทําโครงการที่ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจที่แท้จริง ท่านประธานครับ ในมาตรา ๗ มี ๒ แผนงาน ทั้ง ๒ แผนงานชื่อ แผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่น ด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ต่างประเทศเขาจะเชื่อมั่นประเทศไทย มันมีหลักสากล อยู่ ๕ ประการที่นานาชาติหรือสากลเขาจะเชื่อมั่นมาลงทุนหรือมาท่องเที่ยว ผมจะชี้ ให้เห็นว่าแผนงานฟุ๋นฟูและเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาลเสนอนี้ยังแก้ ไม่ตรงจุด ความเชื่อมั่นจะเกิดขึ้นได้ปัจจัยสําคัญต่างประเทศเขาให้ความสําคัญดังนี้ครับ ท่านประธาน
ประการแรก ประเทศเปึนประชาธิปไตยหรือไม่ ประเด็นนี้ต่างชาติจะมอง เปึนอันดับหนึ่งครับท่านประธาน ท่านประธานคงจําได้ หลังเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ไม่มีใครคบค้าสมาคมกับประเทศของเรา ประเทศไทยเราตกต่ําในสายตา ของชาวโลก ความเสียหายนั้นประมาณค่าไม่ได้ หลังปฏิวัติรัฐประหารมีกฎหมาย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนรากเหง้าของเผด็จการ ยังค้างคาอยู่ มีบทบัญญัติที่ทําให้พรรคการเมืองอ่อนแอ โดยเฉพาะบทเฉพาะกาล มาตรา ๓๐๙ เปึนบทบัญญัติที่รองรับการดําเนินการของ คมช. (คณะมนตรีความมั่นคง แห่งชาติ) และองค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ฉะนั้นการที่เรายังใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งเปึนรากเหง้าของเผด็จการ ต่างประเทศ เขาไม่เชื่อมั่นประเทศไทยครับท่านประธาน
ประการที่สอง มีการบังคับใช้กฎหมายโดยเท่าเทียมกันหรือไม่ การประกาศ เจตนารมณ์ว่าจะบังคับใช้กฎหมายโดยเท่าเทียมกันอาจเปึนถ้อยคําที่สวยหรูดูดี แต่ต่างประเทศเขาฉลาดครับท่านประธาน เขาไม่ได้มองที่ใครพูดเก่ง เขามองที่การปฏิบัติ ว่าปฏิบัติได้จริงตามคําพูดหรือไม่ นั่นแหละเขาจึงจะมีความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นสําคัญ นะครับตามแผนงานที่เสนอในเอกสารงบประมาณ ขณะนี้ทูตต่างประเทศและทั่วโลก เขากําลังจับตามอง ดังที่ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวรินได้อภิปรายไปเมื่อตอนต้นว่า กรณี อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยซึ่งทํารายการอาหารออกทีวีเกี่ยวข้องกับการเปึนลูกจ้าง หรือไม่ ร้ายแรงถึงกับทําให้ออกจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี เปรียบเทียบกับกรณี ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งนักท่องเที่ยวญี่ปุ์นถึงกับให้สัมภาษณ์ว่า นี่คือการก่อการร้าย สากล เฉพาะอย่างยิ่งทําความเสียหายให้กับประเทศไทยหลายแสนล้านบาท และสายการบิน ทั่วโลกกําลังทยอยขอเคลมค่าใช้จ่ายเข้ามาเรื่อย ๆ เราจะเอาเงินที่ไหนไปให้เขา ท่านประธานครับ คดีแรก รายการการทําอาหารของอดีตนายกรัฐมนตรี เวลาในการ พิจารณาถ้าเราติดตามดูให้ดี เร็วเหลือเกิน การพิจารณาแทบจะรู้ล่วงหน้าว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องพ้นจากตําแหน่งเมื่อไร แต่คดียึดสนามบินสุวรรณภูมิแทนที่แกนนํา ในการยึดจะถูกลงโทษ กลับได้รับบําเหน็จความชอบเปึนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ อย่างนี้ชาวบ้านหรือชาวต่างชาติ เฉพาะต่างชาติจะเชื่อมั่นประเทศไทย ได้อย่างไร ผมโยงมาตรงนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่าแผนงานฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นที่เสนอต่อสภา มันไม่จริงครับ มันเปึนไปไม่ได้ครับท่านประธาน ถามว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เรียก หรือเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาให้ถ้อยคําบ้างหรือยัง ได้เรียกแกนนํา คนอื่น ๆ ไปให้ถ้อยคําบ้างหรือยัง หรือเรียกแต่ปลาซิวปลาสร้อย กินเวลาไปวัน ๆ
ประการที่สามครับท่านประธาน ที่ผมไม่เห็นด้วยกับแผนงานที่รัฐบาลเสนอ ต่อสภาในเรื่องแผนฟุ๋นฟูความเชื่อมั่น สิ่งที่จะชี้ให้เห็นประการต่อมาในประการที่สามก็คือ การเมืองชอบธรรมหรือไม่ ต่างประเทศเขาให้ความสนใจตรงนี้มากครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์นะครับว่า เข้ามาโดยถูกต้อง ได้เสียงข้างมาก ตามระบอบประชาธิปไตยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ท่านคงลืมไปว่า ท่านให้ความสําคัญ กับความชอบธรรมมากกว่าความถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย ก็ฝากไว้สั้น ๆ เท่านี้ครับ ในประเด็นนี้
ประการที่สี่ เรื่องความเชื่อมั่นครับท่านประธาน ความเชื่อมั่นอีกประการหนึ่งก็ คือ สิทธิมนุษยชน ขณะนี้ต่างประเทศเขาให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาก ถึงขนาดที่องค์กร ต่างประเทศ สื่อมวลชน หรือดาราฮอลลีวูด (Hollywood) แองเจลีนา โจลี เดินทางมาที่ แม่ฮ่องสอน ก็ด้วยคดีละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมคิดว่าเรื่องนี้รัฐบาลต้องทําความกระจ่าง ต่อสาธารณชน ต่อเวทีโลก
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ต่างประเทศเขาจะเชื่อมั่นประเทศไทย หรือไม่นี่ เขามองที่การเมืองครับท่านประธาน การเมืองไทยมีเสถียรภาพหรือไม่ ประเด็นนี้ สําคัญที่สุดต่อความเชื่อมั่นที่นักลงทุนต่างชาติจะมาลงทุนในประเทศไทย ใครจะไปเชื่อว่า ประเทศไทยซึ่งเปึนประชาธิปไตยอยู่ดี ๆ จะมีการปฏิวัติเมื่อ ๑๙ กันยายน ต่อมานะครับ ในการตั้งรัฐบาลล่าสุดนี่ท่านประธาน หนังสือพิมพ์ลงทุกฉบับ ลงทุกฉบับตรงกันหมดครับ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่ามีเบื้องหลังคือ ทหารเข้ามามีส่วนในการจัดตั้งรัฐบาล อย่างนี้ใครเขา จะเชื่อมั่นต่อประเทศไทยเขาจะมาลงทุน ท่านประธานครับ โลกปัจจุบันนี้มันไร้พรมแดน มันแคบ สื่อสารเข้าหากันเห็นกันทุกซอกทุกมุม ใครจะพูดอย่างไรก็ได้ครับท่านประธาน แต่ทางปฏิบัตินี่มันจะสะท้อนออกมาเองว่าทําได้จริงตามที่พูดหรือเปล่า ผมจึงฝากสุดท้าย ครับท่านประธานว่า การเมืองเปึนหัวใจสําคัญที่สุดของปัญหาของประเทศในขณะนี้ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาการเมืองได้ ปัญหาเศรษฐกิจก็จะแก้ไขได้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน