สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วิรัช รัตนเศรษฐ หารือเรื่องการขยายการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐ โดยขอให้เพิ่มเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยถึง 20,000 บาท และขอเพิ่มการช่วยเหลือในหมู่บุคลากรของรัฐ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม วิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ในอันดับแรกผมเองคงจะต้องขอ อนุญาตท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานกรรมาธิการในส่วนของกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ วรรคสอง สิ่งที่ผมเองนั้นได้สอบถาม โดยเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่มา ชี้แจงว่า ในการจัดทําร่างพระราชบัญญัติงบประมาณนั้น วรรคสอง ของมาตรา ๑๖๗ ก็คือ หากรายจ่ายใดไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐได้โดยตรง ให้จัดไว้ในงบกลาง รายการจ่ายงบกลางโดยต้อง แสดงเหตุผลและความจําเปึนในการกําหนดงบประมาณรายจ่ายงบกลางนั้นด้วย ผมเองได้ สอบถามว่าความจําเปึนอย่างไรถึงจะต้องมาจัดเอาไว้ในส่วนเงินงบกลาง ผมเองอยากจะ ขออนุญาตพูดภาพรวมในส่วนของมาตรา ๔ ทั้งหมด โดยเฉพาะในส่วนของรายจ่าย ค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐ และรายการค่าใช้จ่าย เพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน ได้เรียนสอบถาม สิ่งที่ได้รับคําตอบก็คือในส่วนที่จะต้องมาจัดเงินงบกลางในส่วนตรงนี้ เพราะตัวเลข ในส่วนของค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานนั้นมันไม่แน่นอน แต่ในขณะเดียวกัน ท่านประธานครับ ลองมาดูในมาตรา ๑๓ ในส่วนของแรงงาน ท่านประธานจะเห็นว่า ในส่วนของแรงงานตรงนั้นรัฐบาลได้ตั้งให้กับผู้ประกันตนผ่านทางสํานักงานประกันสังคม ในส่วนตรงนั้นทั้งหมด ๘,๑๓๘,๘๑๕ คน ถามว่าตรงนี้ตัวเลขแน่นอนไหม เขาบอกแน่นอน แต่พอมาในส่วนของภาครัฐเขาบอกว่าตรงนี้ยังไม่แน่นอน เพราะฉะนั้นภาคเอกชนกับ ภาครัฐ ท่านประธานครับ ผมเองก็คงจะต้องเชื่อว่าภาครัฐแน่นอนกว่า ผมเองก็มี ความรู้สึกว่าในส่วนตรงนี้ทําไมถึงไม่ตั้งไว้ที่กระทรวงแรงงาน เพราะถ้าเผื่อดูตามหลักการ และเหตุผลทั้งหมด ท่านประธานครับ ในส่วนตรงนี้ถ้าตั้งไว้ที่กระทรวงแรงงาน กระทรวง แรงงานตั้งไว้เท่าไรแล้วท่านประธานครับ ๑๖,๓๑๘ ล้านบาท ก็เติม ๖,๙๐๐ ล้านบาทนี่ เข้าไปให้มันกลายเปึน ๒๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็หมายความว่าทั้งกระทรวงแรงงาน ได้ทั้งหมด ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเผื่อในส่วนตรงนี้ก็ตัดในส่วนของรายการค่าใช้จ่ายเพิ่ม ศักยภาพผู้ว่างงานและการจ้าง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ในส่วนตรงนี้เอาไปไว้ ที่กระทรวงแรงงาน ในส่วนหลักการท่านประธานครับ ในส่วนค่าใช้จ่ายตามมาตรการ ช่วยเหลือการครองชีพและบุคลากรของภาครัฐ ได้มีโอกาสได้ซักถาม โดยเฉพาะผู้ที่เข้ามา ชี้แจง ถามว่าทําไมต้องมาตั้งไว้ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ทําไมต้องเอา ๑๕,๐๐๐ บาทเปึนเกณฑ์ สิ่งที่ได้รับคําตอบก็คือใน ๑๕,๐๐๐ บาทนั้น ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทนั้นเปึนผู้ที่ อยู่ในฐานะที่ค่อนข้างยากจน ผมเองเรียนถามขยับไปนิดหนึ่งว่า ทําไมเราไม่ตั้งตัวเลขไว้ที่ ๑๘,๐๐๐ บาท ทําไมเราไม่ตั้งตัวเลขไว้ที่ ๒๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานก็คงทราบดีว่า ในส่วนตรงนี้คนที่มีรายได้ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ บาทลงมานั้น อยู่ในวัยที่ลูกกําลังเข้ารับ การศึกษาไม่ว่าจะเปึนระดับประถมหรือมัธยม ถ้าพูดถึงความจําเปึนแล้วคนที่มีรายได้ ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ บาทลงมานั้น ถือว่ามีความจําเปึน ถามว่า ๑๕,๐๐๐ บาทก็จําเปึน แต่ถ้าเผื่อเราขยับเพดานไปครับ ท่านประธานครับ ขึ้นมาในส่วนตรงนี้ ผมอยากจะเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่า วันนี้ในส่วนที่ผู้มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ตามที่รัฐบาล คํานวณมานั้นมีตัวเลข ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน แต่ถ้าเผื่อเราขยับตัวเลขตรงนี้เปึน ๒๐,๐๐๐ บาท ตัวเลขในส่วนของบุคลากรของภาครัฐ ในส่วนตรงนี้จะเพิ่มขึ้นมา ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเพิ่มในส่วนตรงนี้ ท่านประธานครับ ก็จะทําให้เราสามารถที่จะครอบคลุม โดยเฉพาะผู้ที่เดือดร้อน วันนี้ รัฐบาลบอกว่าเรากระตุ้นเศรษฐกิจรอบเดียว ๒,๐๐๐ บาท โดยจ่ายเปึนรายเดือนและให้ ครั้งเดียว ผมต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า วันนี้ถามว่าเราครอบคลุม ทั้งหมดไหม วันนี้ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า จากหลักการที่ได้สอบถาม และได้คําตอบออกมานั้นก็คือยังไม่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเปึนในส่วนของสมาชิก อบต. ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ถามว่าพวกนี้ทําไมถึงไม่มีโอกาสได้รับ สิ่งที่ได้รับคําตอบจากเจ้าหน้าที่ ก็คือมาจากการเลือกตั้ง แต่เวลาถามท่านกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ถามว่ามาจากไหน เขาบอกว่า มาจากการเลือกตั้ง ตรงนี้ล่ะครับท่านประธานครับ ยังเปึน ๒ มาตรฐานอยู่ ถ้าเผื่ออย่างไรก็ตามท่านประธานครับ น่าจะปรับปรุงให้ในส่วนที่ทั้งสมาชิก อบต. นายก อบต. และมีอีกส่วนหนึ่งท่านประธานครับ ที่ไม่มีโอกาสได้ในส่วนนี้ก็คือทหาร กองประจําการ แล้วก็พลตํารวจสํารอง แม้กระทั่งนักเรียนในส่วนของตํารวจและนักเรียน ในส่วนของทหาร ก็ไม่มีสิทธิได้รับในส่วนตรงนี้ เพราะฉะนั้นถามว่าวันนี้การใช้เงิน ตามมาตรฐานการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐนั้นจะครอบคลุมไหม วันนี้ก็ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด

มีอีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธานครับ มันเปึนสิ่งที่หลาย ๆ คนเขาบอกว่า วันนี้พอรู้ว่าภาครัฐจะช่วยให้ผู้ที่มีรายได้ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ถามว่าวันนี้มีสักกี่คนครับ ท่านประธานครับที่ยังไม่ใช้ เพราะเขารู้ว่าเขาได้เงินในอนาคตแล้วแน่นอน วันนี้เขา ทําอย่างไรครับ ท่านประธานครับ เขาก็ดําเนินการจับจ่าย หรือไม่ก็ไปยืม หรือไม่ก็ ดําเนินการ ถามว่าวันนี้แล้วเศรษฐกิจมันกระตุ้นหรือยัง เพราะฉะนั้นโดยเฉพาะในส่วน ปัญหาเหล่านี้ผมขออนุญาตท่านประธานว่า เราน่าจะเพิ่มจากเพดานจาก ๑๕,๐๐๐ บาท ให้ขึ้นมาถึง ๒๐,๐๐๐ บาท และในขณะเดียวกันก็ให้มันครอบคลุมในบุคลากรของภาครัฐ ตามที่ได้เขียนคําว่า บุคลากรของภาครัฐ ให้มันทั่ว

ทีนี้กลับมาในส่วนของภาคเอกชน ก็คือในส่วนของกระทรวงแรงงาน ผมจะขออนุญาตท่านประธานที่จะเปรียบเทียบกับในส่วนของภาครัฐ ก็คือวันนี้ ผู้ประกันตนนี่ ๘,๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน วันนี้เขาก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกันท่านประธานครับ ว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ที่รัฐบาลจะจัดให้เขาไปในส่วนที่เงินเดือนต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ที่จะจัดให้เขาไปนั้น น่าจะเขยิบเพดานขึ้นมาอยู่ตรงที่ ๒๐,๐๐๐ บาท เพราะจะช่วยเหลือ ความจําเปึนหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็ได้พยายามพูด แล้วก็พยายามขอคําชี้แจง แต่โดยสรุปก็คือยืนยันว่า ๑๕,๐๐๐ บาท เปึนตัวตั้ง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ขอสงวนความเห็น แล้วก็มาพูดในสภา อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับ