ชลฯ หารือวาระที่ ๑๐๖/๑

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ชลนาน ศรีแก้ว หารือเรื่องวาระที่ ๑๐๖/๑

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ท่านประธานครับ ผมได้สงวนความเห็นไว้ในการปรับลดงบประมาณในมาตรา ๔ ซึ่งเปึนงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมงบกลางที่ตั้งไว้ทั้งหมด ๑๓,๖๔๒ ล้านบาทเศษ

ในโครงการที่ ๑ เปึนค่าใช้จ่ายตามมาตรการช่วยเหลือการครองชีพของ บุคลากรภาครัฐ รัฐบาลได้ตั้งไว้ที่ ๒,๖๕๒ ล้านบาทเศษ ผมในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยได้ปรับลดไปร้อยละ ๕๐

ในโครงการที่ ๒ เปึนค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพของผู้ว่างงานเพื่อสร้าง มูลค่าเพิ่มทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน ตั้งไว้ที่ ๖,๙๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ครับ ในรายการนี้กระผมขอปรับลดทั้งหมด

ในรายการที่ ๓ เปึนเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ตั้งไว้ ๔,๐๙๐ ล้านบาทเศษ กระผมได้ปรับลดไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ในงบประมาณของมาตรา ๔ ที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ ผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้เสนอความเห็นกับกรรมาธิการในคราวประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่วมกัน แต่เสียงข้างมากไม่ได้สนใจที่จะรับ เอาความคิดเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างน้อย โดยเฉพาะพวกผมในฐานะพรรคเพื่อไทย เข้าไปร่วมพิจารณา เพราะว่าข้อทักท้วงความเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับ เราทักท้วงด้วยคํานึงถึงประโยชน์ที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน โดยมี ความจําเปึนอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ ที่ผมจะต้องสงวนความเห็นนี้มากราบเรียน ท่านประธาน เพื่อผ่านไปยังท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากและเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ได้โปรดช่วยพิจารณา ถ้าคําอภิปรายของกระผมหรือพวกกระผมเปึนเหตุเปึนผลที่จะทําให้ งบประมาณเพิ่มเติมกลางป้นี้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ก็โปรด ได้ช่วยกันลงคะแนนให้กับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยด้วย

ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมปรับลดทั้ง ๓ รายการ กระผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานเปึนเหตุผลรวมในประการที่ ๑ ผมไม่มีความเชื่อมั่นว่า การจัดงบประมาณเพิ่มเติมเม็ดเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท จะสามารถฟุ๋นฟูและกระตุ้น เศรษฐกิจได้ นี่เปึนเหตุผลอันแรกสุดที่เปึนเหตุผลรวมทั้ง ๓ รายการ ท่านประธานครับ เพื่อประกอบกับการที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธาน ซึ่งเรื่องนี้เองผมก็กราบเรียน ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญไปด้วยขณะที่พิจารณา เพราะผมไม่มีความเชื่อมั่นว่า งบที่ท่านตั้งขึ้นนี้จะไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและฟุ๋นเศรษฐกิจได้ ในฐานะที่เปึนวิกฤติ เศรษฐกิจขาลง ซึ่งสมาชิกพูดไปเยอะแล้ว ผมจะไม่เน้นประเด็นนี้ เพราะสิ่งที่ผมไปดูใน รายละเอียด ท่านประธานครับ เมื่อตอนกลางวันมีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้พูดไป แล้วก็ ฟังคําตอบของท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็เปึนที่ยืนยันชัดเจนครับท่านประธานครับ ว่า งบประมาณที่ท่านตั้งไว้ ถ้าแบ่งเปึน ๓ หมวดใหญ่ ผมไม่พูดถึงเงินชดใช้เงินคงคลัง ซึ่งผมมีการสงวนความเห็นเอาไว้ที่จะกราบเรียนท่านประธานในมาตรา ๒๑ ต่อไป ในส่วน ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ที่เปึนเงินกู้เพื่อนํามาใช้ในการตั้งงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมในครั้งนี้ ถ้าแบ่งตามลักษณะ ผมขออนุญาตเอาคําพูดของท่านกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ขออนุญาตเอ่ยนามท่านก็ได้ครับ ไม่เสียหายเลย ท่านยืนยันชัดเจนในสภา แห่งนี้ว่าเปึนเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางด้านสังคม ซึ่งผมดู ตัวเลขเม็ดเงินตรงนี้นะครับ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษท่านประธานครับ จาก ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เปึนเม็ดเงินที่ใช้ในการพัฒนาความมั่นคงทางด้านสังคม คือบรรเทา ความเดือดร้อนของผู้คนในสังคมนี่ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ มีเม็ดเงินที่เข้าไปอยู่ ในแผนงานการฟุ๋นฟูและสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจนี่ ๓๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ท่านประธานครับ เหตุผลที่คณะรัฐมนตรีในฐานะเปึนผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เข้ามานี่ ให้เหตุผลกับเราว่าเราจะฟุ๋นฟูและสร้างความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจ เท่านี้เองครับ ท่านประธานครับ ผมสามารถกราบเรียนท่านประธานได้เลยว่ามันบอกไม่ได้หรอกครับ ถ้าท่านจัดกิจกรรมอย่างนี้ ลักษณะกิจกรรมทั้งหมด ๑๘ กิจกรรม ผมตัดเรื่องเงินชดใช้ เงินคงคลังออกไป กิจกรรมที่ ๑๘ หรือ ๑๗ กิจกรรมเปึนกิจกรรมที่อยู่ในซีกของการ สร้างความมั่นคงทางด้านสังคม เปึนบรรเทาความเดือดร้อนนี่ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท มีเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ครับท่านประธานครับ ได้อภิปรายและกราบเรียน ท่านประธานว่า ลักษณะอย่างนี้ครับ มันเปึนลักษณะที่เขาเรียกว่าการสงเคราะห์หรือ ประชาสงเคราะห์ให้โดยตรง แต่สิ่งหนึ่งที่เปึนความจําเปึนอย่างยิ่งที่คิดว่าในสภาวะ เศรษฐกิจขาลงอย่างนี้นะครับ ที่มันกําลังจะดิ่งลงนี่ สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมไม่เน้นย้ํา มาตรการหรือวิธีการที่จะใส่เข้าไป เพื่อให้เศรษฐกิจที่มันกําลังจะลงดิ่งลงไป นี่อย่างน้อยมันชะลอตัวลงไป หรือลงช้า ๆ แล้วก็กลับขึ้นมาไวที่สุดนี่ ท่านใส่เม็ดเงินเข้าไป โดยคาดหวังว่าเม็ดเงิน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาทนี้ จะสามารถแก้ปัญหาตรงนั้นได้ ท่านประธานครับ ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้ใส่เข้าไปไม่สามารถจะแก้ได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ ท่านไปสร้างมูลค่างานที่มีรายได้เพิ่มจากภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ผมเอาตัวเลขตรง ๆ ๓๗,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้นะครับ ก็ยิ่งน้อยลงไปอีก เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า เหตุผลที่รัฐบาลและ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยพยายามทักท้วงให้กรรมาธิการเสียงข้างมากพยายามเห็น ความสําคัญที่เราจะปรับลดนี่ และเอาเม็ดเงินตรงนี้ไปใช้ในกิจการที่เปึนประโยชน์ มาตรการที่เปึนประโยชน์ ท่านไม่ได้เห็นความสําคัญ ก็เปึนความจําเปึนเรื่องแรกสุดครับ ที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ที่ร้ายกว่านั้นท่านประธานครับ ถ้ามาแยกรายจ่าย นะครับ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษนี่ เปึนรายจ่ายประจํา ๗๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ เปึนค่าจ้าง ค่าตอบแทน ให้เงินเปล่า เปึนรายจ่ายลงทุนจริง ๆ นี่ ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท น้อยมาก ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะมีเม็ดเงินกลับคืนมาตามที่ท่านหวังไว้นะครับว่า จะสร้างความเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๙ ผมว่าเปึนความฝัน อย่างเดียวครับ ความฝันอันนั้นบอกว่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาในระบบหลังจากที่ใส่เงินเข้าไป ในระบบแล้ว ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท จะจัดเก็บรายได้ได้ ๑๒,๙๐๐ ล้านบาท ความฝัน ท่านประธานครับ มันปึนความฝันที่สมาชิกหลายท่านได้ท้วงติงเรื่องการใช้งบตรงนี้ ไปชดใช้เงินคงคลังไว้ ซึ่งผมจะอภิปรายในรายละเอียดเรื่องชดใช้เงินคงคลังอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ มันเปึนไปไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นเปึนเหตุผลอันแรกสุดที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานครับ ความเชื่อมั่นตรงนี้ของผมเองที่ไม่มี ความเชื่อมั่นต่อการจัดระบบงบประมาณอย่างนี้ ไม่ใช่เฉพาะผมครับ หลายคน นักวิชาการหลายท่านคนที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจหลายคนก็ไม่เห็นด้วย บทความต่าง ๆ ออกมาเยอะแยะไปหมด นั่นคือความเห็นของนักวิชาการ เลือดกําลังไหลครับ ท่านประธานครับ มีนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านบอกเลย ถ้าท่านจะเอามันอยู่นี่ให้เลือด มันหยุดไหลนี่ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ต้องใส่ไปในระบบ แต่ท่านมีแค่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใส่ไป พอใส่ไปเหมือนกับสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ผมประทับใจมาก ท่าน ส.ส. สงวน พงษ์มณี ส.ส. จังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทยนะครับ ใส่ไปมันก็หายไป มันก็หายไป แล้วก็หายไป สุดท้ายรัฐบาลเองจะหายไปด้วย ท่านประธานครับ อันนี้คือเหตุผลอันแรกสุดที่ผมไม่เห็นด้วย และก็ขออนุญาตที่จะ สงวนความเห็นแล้วปรับลดด้วยเหตุผลตรงนี้

ในเรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ในมาตรา ๔ (๑) เปึนค่าใช้จ่ายตาม มาตรการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐ บุคลากรภาครัฐหมายถึงใคร ท่านประธานครับ คณะรัฐมนตรี รัฐบาล ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องได้ชี้แจงกับกรรมาธิการและ แยกให้เห็นเลยครับ คนกลุ่มนี้มีทั้งหมด ๑,๓๒๖,๐๐๐ คนครับ ๑,๓๒๖,๐๐๐ คนนี่ ผมจะไม่ลงรายละเอียด มีทั้งหมด ๘ กลุ่ม ตั้งแต่ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ตํารวจ ทหาร ลูกจ้างประจํา ลูกจ้างชั่วคราว (เฉพาะงบบุคลากร) ข้าราชการทหาร ข้าราชการบํานาญ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจํา ตําบล สารวัตร ถึง อส. อาสาสมัครทหารพราน อยู่ในนี้หมดครับ ๑,๓๒๖,๐๐๐ คน ถามว่าทําไมผมปรับลดร้อยละ ๕๐ ใน (๑) ท่านประธานครับ ผมเองกราบเรียนกับ ท่านประธานเลย ในหลักการนี่ผมเห็นด้วยกับรัฐบาลนะครับที่จะต้องจัดเงินใส่ไปในระบบ ผมเห็นด้วยในหลักการ แต่ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ต้องขออนุญาตทําความเข้าใจกับ ท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนที่เขาฟังอยู่ ประเดี๋ยวจะเข้าใจผมผิดว่าผมไม่เห็นด้วย กับเขาที่จะได้รับเงิน ถึงแม้เปึนเงินเพียงน้อยนิดเพียงไปเปึนสื่อทางใจให้กับคนเหล่านี้ เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยในหลักการว่าสภาวะอย่างนี้รัฐบาลต้องหา มาตรการที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจฟุ๋นเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด เพราะไม่ใช่เฉพาะ ประเทศเราครับ ทั่วโลก ทั่วโลก แต่คนที่ท่านเองให้เปึนกลุ่มเปัาหมายนี่ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ท่านให้เหตุผลว่า คนกลุ่มนี้มีฐานเงินเดือนที่ชัดเจน รวมไปถึง ประกันสังคมอีก ๘,๓๐๐,๐๐๐ คน อยู่ในหมวดประกันสังคม ผมเอาเฉพาะประเด็น มาตรา ๔ (๑) ก่อน บุคลากรภาครัฐ จริงอยู่ครับหลายคนสมควรจะได้รับอย่างยิ่งทั้งหมด นี่ ๑,๓๒๖,๐๐๐ คน สมควรได้รับอย่างยิ่งครับ แต่ไม่ควรให้ในลักษณะอย่างนี้ ท่านให้ ปลาเขาไปกิน หลายท่านบอกให้ไข่ไปกินก็กินได้ครั้งเดียว ท่านประธานครับ แต่ไข่นั้น ท่านจ่ายไปเท่าไรครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารวมประกันสังคมด้วย ตรงนี้ ๒,๖๐๐ กว่าล้านบาท กินครั้งเดียวจบครับ แล้วถามว่ามันจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้อย่างไร มันกลายเปึนการสงเคราะห์ เปึนการเกื้อหนุน หลายคนใช้ว่าเปึนการซื้อเสียง ผมไม่อยากพูดอย่างนั้น แต่สนใจในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกตั้งเปึนข้อสังเกตว่า สามารถ กระทําได้ไหมในการตั้งงบประมาณเปึนรายจ่ายตามกฎหมายงบประมาณประจําป้ แล้วเอาไปแจกผู้คน เปึนเรื่องที่น่าสนใจ ท่านประธานครับ ท่านในฐานะที่เปึนประมุขของ ฝ์ายนิติบัญญัติ เรื่องนี้ผมคิดว่าเราต้องพูดกันยาว แล้วท่านสงวน พงษ์มณี ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน ท่านก็จะนําเสนอในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ ผมปรับลดร้อยละ ๕๐ เหลือ ๑,๓๒๖ ล้านบาท ผมให้ครับ ผมให้ แต่ให้ในลักษณะที่ถ้าท่านจะเกื้อหนุนเขา เงินส่วนนี้นะครับ เราควรให้บุคคลที่เปึนผู้ที่ ด้อยโอกาสที่สุดในสังคม ถามว่าบุคลากรภาครัฐกลุ่มนี้เขาด้อยโอกาสในสังคมไหมครับ เมื่อเปรียบเทียบกับคนอีก ๔๐ ล้านคน มันมีคนอีก ๒๐ ล้านคนที่ด้อยโอกาสมากกว่าเขา ท่านประธานครับ ในเมื่อเรามีเม็ดเงินอย่างจํากัด และเปึนเงินที่เราต้องกู้ และผม ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้มาหรือไม่นะครับ เพราะว่าเท่าที่ผมสอบถามในชั้นกรรมาธิการ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท จะกู้โดยการออกตั๋วเงินคลังให้สถาบันการเงินหรือกองทุนอื่น ๆ เข้ามาช่วยกันซื้อไป แล้วรัฐบาลก็ให้ดอกเบี้ยเปึนเงินกู้ระยะสั้น เปึนเงินสดมาหมุนเลย ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าสถาบันการเงินเหล่านั้นมีศักยภาพจะมาซื้อได้ไหม มาประมูล แข่งกันได้ไหม ผมก็ไม่แน่ใจ ที่มาของรายได้ก็ยังไม่แน่นอน ท่านประธานครับ ในสภาวะ จํากัดอย่างนี้ คนเหล่านี้ถ้าจะให้เราจัดลําดับความสําคัญนี่ครับ ฐานครัวเรือนพี่น้อง ประชาชนที่มีความจําเปึนจริง ๆ แม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อยังไม่มีกิน ท่านประธานทําไม ไม่ให้เขา ถ้าจะอ้างเหตุผลบอกว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือตรวจสอบยาก คนกลุ่มนี้ที่เปึนเจ้าหน้าที่ภาครัฐนี่เขามีฐานเงินเดือนตรวจสอบได้ชัดเจน และเชื่อมั่นว่าให้เงิน ๒,๐๐๐ บาท แล้วจ่ายทันทีท่านประธานครับ โอนเงินเข้าไปในบัญชี ๒,๐๐๐ บาท ผมเปึน ผู้ใหญ่บ้าน ผมอาจจะเก็บไว้ตรงนั้นก็ได้ ผมเปึนครู ผมอาจจะเก็บไว้ตรงนั้นก็ได้ ในรอบ ๖ เดือนนี้ผมไม่เอามาใช้ก็ได้ครับ แล้วท่านคาดว่าเมื่อใส่เข้าไปแล้วมันจะหมุนสัก ๒ รอบ เพื่อให้เกิดผลรายได้กลับขึ้นมานี่ สิ่งที่ท่านคิดอาจจะคาดผิดก็ได้ แล้วส่งผลถึงเงินชดใช้ เงินคงคลังด้วย ท่านประธานครับ กลุ่มนี้ไม่ใช่ผมไม่ให้ ผมสงสารเขาครับ โดยเฉพาะ เม็ดเงินที่ให้เจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของรัฐ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน จาก ๒,๖๕๒ ล้านบาท ท่านให้เขา แค่ ๖๕๓ ล้านบาทเท่านั้นเอง ท่านประธาน ๖๕๓ ล้านบาทครับ ยาใจหรือครับ สายใยรัก หรือครับ ผมคิดว่าบางครั้งรัฐบาลอาจจะคิดผิด ท่านเชาวรินได้พูดไปเมื่อตอนเช้า ผมคิดว่า การที่เราจะซื้อใจคนนี่ครับ ไม่เฉพาะเงิน ๒,๐๐๐ บาท ไม่ใช่การให้ครั้งเดียว แต่สิ่งสําคัญ ที่สุดคือมีความจริงใจที่จะให้เขาทุกเรื่อง และช่วยเขาทุกอย่างให้เขามีโอกาส สิ่งที่ บุคลากรกลุ่มนี้ขาดคือขาดโอกาสครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ให้โอกาสเขา ไม่ต้อง ให้เงินหรอกครับให้โอกาสเขา เขาสามารถที่จะสร้างโอกาสของเขาได้ เม็ดเงิน การลงทุนเขามี ทําได้ครับ แต่คนที่ทําอะไรไม่เปึนและไม่มีโอกาส แม้จะไปหาเงินนี่ กลับไม่ให้ ๑๐ ล้านครอบครัวนี่ถ้าเปึนพรรคเพื่อไทยจัดนะครับ ผมให้ฐานครัวเรือน ๑๐ ล้านครอบครัว ๑๐ ล้านครอบครัวนี่ ๑๐ ล้านคนนะครับ เจ้าหน้าที่รัฐ ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน ประกันสังคมอีก ๘,๓๐๐,๐๐๐ คน ประมาณ ๑๐ ล้านครอบครัว ถ้าผม ให้ ๑๐ ล้านครอบครัวนี่ ครอบครัวยากจนครับท่านประธานครับ ครอบครัวหนึ่งอย่างน้อย ๔ คน ๕ คน ๕๐ ล้านคน ๔๐ ล้านคนอยู่ในกลุ่มนั้น พี่น้องประชาชนไม่มีความสุขหรือครับ ใช่ไหมครับ ผมมั่นใจว่าเขาเอาเงิน ๒,๐๐๐ บาทไปใช้แน่นอน เพราะข้าวเขาจะไม่มีกิน ครับ ท่านประธาน นั่นเปึนเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องขออนุญาตปรับลดในส่วนนี้

เรื่องที่ ๒ ใน (๑) คือบุคลากรภาครัฐ ถึงแม้ท่านให้อย่างนี้ก็ไม่ครอบคลุมครับ ท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านพูดไปแล้ว ข้าราชการรัฐสภา ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างที่เปึนลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่ใช่งบบุคลากรที่จ่ายจากงบประมาณโดยตรง เขาเหล่านั้น ได้ไหม ถ้าเขามาอยู่ในระบบประกันสังคม ไม่ได้ครับ พอไม่ได้อย่างนี้ท่านประธานครับ แทนที่ท่านจะกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นก็ไม่ได้ แค่เกาหรือบรรเทาเศรษฐกิจ แต่ไปกระตุ้น ต่อมอารมณ์ให้คนเขาแตกแยกกันในสังคม ตรงนี้น่ากลัวครับท่านประธาน ต่อมอารมณ์ มนุษย์เดี๋ยวนี้ยากครับ แค่ทะเลาะกันในห้างสรรพสินค้ายกพวกใส่กันเลย ในสภาแห่งนี้ ก็เหมือนกันครับ พอมีเรื่องนิด ๆ หน่อย ๆ ต่อมอารมณ์ขึ้น ปะทุขึ้น ท่านประธานก็เห็นอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่น่าเปึนห่วงอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นผมเองต้องขออนุญาต ท่านประธานกราบเรียนท่านด้วยความเคารพว่า ผมมีความจําเปึนอย่างยิ่งครับ ที่จะต้อง ปรับลดตรงนี้ไป เพื่อเอาเม็ดเงินไปกระจายในสิ่งที่เปึนประโยชน์มากกว่า โดยเฉพาะ โครงการที่ไปสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ท่านประธานครับ ใน (๒) มาตรา ๔ เปึนเรื่องของ โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน เพื่อสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน ผมกราบเรียนท่านประธาน เหตุผลที่ผมปรับลดในวงเล็บนี้ทั้งหมดนะครับ วงเล็บนี้ผมปรับลด ทั้งหมดท่านตั้งไว้ ๖,๙๐๐ ล้านบาท

ประการแรกสุด ผมถามในชั้นกรรมาธิการว่า ทําไมมาตั้งไว้งบกลาง ตอบผม ไม่ได้ครับ ตอบเพียงแต่ว่า คาดว่าอาจจะมีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น ท่านตั้งงบประมาณมา ได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ คาดว่าขณะนี้ตัวเลขที่เรามีอยู่ชัดเจน ท่านบอกกับ กรรมาธิการเลยครับ บอกว่ามีกลุ่มเปัาหมายในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ จํานวน ๒๔๐,๐๐๐ คน ที่จะต้องรับเงิน ๖,๙๐๐ ล้านบาท ถามว่า ๒๔๐,๐๐๐ คนเปึนใครครับ บอกผมว่า เปึนผู้ว่างงานที่สนใจฝ๊กอบรมอาชีพ รวมทั้งประชาชนผู้สนใจเข้ารับการอบรมปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนําความรู้กลับไปใช้ในหมู่บ้านและชุมชน นั่นคนกลุ่มที่ ๑ บอกผมว่าผู้ที่กําลังจะถูกอยู่ในข่ายถูกเลิกจ้าง คือคนกลุ่มที่ ๒ บอกผมบอกว่า ผู้ที่ถูก เลิกจ้างแล้วในภาคอุตสาหกรรมและประสงค์จะเพิ่มพูนทักษะของตัวเอง และบอกผมว่า ผู้ที่สําเร็จการศึกษาที่มีความพร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ท่านประธานครับ ๔ กลุ่มนี้ ถามว่าเราไม่รู้หรือครับว่าเขาอยู่ไหน ถ้าเขาไปตั้งในกระทรวงแรงงาน ผมให้เลย ท่านประธานครับ เพราะผมถือว่าอันนี้ตรงครับ ภาคแรงงานต้องช่วย ผู้จ้างงานก็ต้องช่วย แต่ตรงนี้ตั้งงบกลาง ผมไม่แน่ใจครับว่าคน ๔ กลุ่มนี้จะเปึนกลุ่มเปัาหมายที่ท่านเขียนมา ให้ผมดูหรือไม่ เพราะผมถามกลุ่มเปัาหมายแท้จริงไม่รู้ครับ กําหนดไว้แล้ว ๒๔๐,๐๐๐ คน ท่านปลัดแรงงาน (ปลัดกระทรวงแรงงาน) มาแจงเลยครับ บอกว่า ถ้าให้กระทรวงแรงงาน ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงแรงงานสามารถตอบสนองต่อผู้ที่ว่างงาน ๔๕๐,๐๐๐ คนได้ทันที เลย มีกิจกรรมพร้อม เห็นไหมครับ นี่ตัวเลขชัด ๆ เลยกลับไม่ทําครับ จะไปทําเอา ๒๔๐,๐๐๐ คน ผู้ว่างงานเปึนใครครับ ความไม่แน่นอนของเรื่องการตั้งงบประมาณตรงนี้ ผมตั้งเปึนข้อสังเกตประเด็นที่ ๑ ผมไม่เห็นด้วย เลยจําเปึนต้องปรับลดทั้งหมด

เรื่องที่ ๒ เหตุผลมาตรานี้ใน (๒) ก็คือว่าสุดท้ายครับ ท่านบอกผมมี การแจงค่าใช้จ่ายมาโดยรายละเอียดเปึนค่าเบี้ยเลี้ยง ท่านประธานครับ ค่าเบี้ยเลี้ยง จํานวน ๒๔๐,๐๐๐ คน ของผู้เข้าร่วมโครงการ ๔,๘๐๐ บาทต่อคน รวม ๔ เดือน เปึนเงิน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยง ๔ เดือนนะครับ ๔,๘๐๐ บาทต่อคน ค่าเดินทาง ของผู้เข้าร่วมโครงการ ๓,๗๒๐ บาทต่อคน เปึนเงิน ๘๙๒ ล้านบาท ค่าวัสดุอุปกรณ์ และค่าวิทยากรในการให้ความรู้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ค่าศึกษาดูงานของผู้เข้าร่วม โครงการ ๑๐๘ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ๔๘ ล้านบาท ค่าใช้จ่าย ในการติดตามเก็บข้อมูลอีก ๔๒ ล้านบาท ท่านประธานครับมีตัวเลขชัด แต่ผมถามว่า กลุ่มเปัาหมายเปึนใครไม่รู้ แต่คาดการณ์ไว้เรียบร้อย สุดท้ายท่านประธานครับ ไปออก โฆษณาประชาสัมพันธ์ สุดท้ายก็เอาคนกลุ่มหนึ่งไปอบรมก็จ่ายเงินเดือน คนกลุ่มนั้นจะเปึนใคร กลุ่มเปัาหมายคนนั้นจะได้รับความเปึนธรรมทั่วถึงหรือไม่ผมไม่ทราบ เพราะฉะนั้นผมถือว่า ปรับลดทั้งหมด ถ้าปรับลดนะครับ กรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นกับผมนะครับ เอาไปตั้งไว้ ที่กระทรวงแรงงานได้ครับ ตรง ชัด และเปึนประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพครับ ใน (๓) เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ผมปรับลดไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่คิดเปึนร้อยละ หรือเปอร์เซ็นต์ ต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ คําว่า เปอร์เซ็นต์ (Percent) เหตุที่ผมยังคงให้ ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี่ท่านประธาน เกิดจากการสอบถามการทํางานในชั้นของกรรมาธิการ ผมถามว่าเหตุผลความจําเปึนจริง ๆ ที่ต้องไปทําคืออะไร ทําไมไฉนตั้งเปึนกรณีจําเปึน เร่งด่วน จริงอยู่ครับในเรื่องของตัวบทกฎหมาย ในเรื่องของสิ่งที่จะสามารถตั้งไว้ ทําได้ครับ กรณีที่เปึนเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ผมก็เข้าใจนะครับ เกี่ยวกับการตั้งงบประมาณตรงนี้ แต่ตรงนั้นเองต้องมีที่มาที่ไปที่พอที่จะคาดการณ์ ได้พอสมควร เช่น อุทกภัย วาตภัย ภัยพิบัติทั้งหลายทั้งปวงท่านตั้งไว้ครับ หรือมี ความจําเปึนด้านอื่นที่จะบูรณะซ่อมแซมสิ่งที่เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขณะนี้ เขาทําอยู่ครับ งบเดิมเขาตั้งไว้ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออยู่ตั้ง ๑๕,๐๐๐ ล้านครับ ท่านประธานครับ แต่ตั้งไว้อีก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งไว้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในงบกลางนี่ ถามว่า ถ้าท่านไม่ไปใช้เลยในรอบ ๖ เดือน เม็ดเงินตรงนี้ลงสู่ระบบหรือไม่ ตอบว่าไม่ครับ ท่านประธานครับ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท คาดว่าจะสู่ระบบ แต่ไปขยักไว้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เกิดประโยชน์อะไรท่านประธานครับ แต่ผมคิดว่าเขาไม่ขยักไว้แน่ครับ แต่จะไปทํา โครงการใดโครงการหนึ่งซึ่งสภาแห่งนี้ไม่รับรู้เลย จริงอยู่ครับก็ใช้ตามกระบวนการ ทางงบประมาณได้ วิธีการทางงบประมาณได้ ผมไม่ว่าตรงนั้น สามารถตรวจสอบได้ ภายหลัง แต่สภาวะที่ท่านบอกว่า เศรษฐกิจมันกําลังขาลง เราจําเปึนต้องอัดเม็ดเงินลงไป ทันที แต่ทําไมอัดไม่หนักล่ะครับ อัดไปแค่ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขยักไว้เปึนส่วนใหญ่ ผมก็ไม่เข้าใจครับ ท่านประธานครับ ก็เลยเปึนเหตุผลว่าผมเองจําเปึนต้องสงวนความเห็น ในสิ่งที่ผมปรับลดเอาไว้ ถ้าถามว่าทําไมผมให้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท สาเหตุที่ผมให้นี่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอาจจะเปึนข้อมูลที่อาจจะไม่จริงนัก แต่ผม ได้รับการยืนยันจากท่านประธานคณะกรรมาธิการเลยว่า ของท่านนี่มีความจําเปึนจริง ๆ จะเอาเงินหมวดนี้ไปใช้ในการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ภาคผู้ประกอบการขนาดเล็กและ ขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษท่านประธาน ให้เขาได้มี เข้าสู่ระบบ ได้เข้าสู่แหล่งทุน ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ําหรือดอกเบี้ยเปึน ๐ ผมให้ทันทีเลย ท่านประธานครับ ผมให้เลย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับ หลักการทั้งหมด แต่ผมไม่ได้เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ในเรื่องของวิธีการ เอาไป ชดเชยดอกเบี้ยเปึน ๐ ในการที่จะให้กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดย่อม เข้าสู่สถาบันการเงินและเอาเงินไปสร้างภาคธุรกิจที่แท้จริงของเขาให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ขึ้นมาได้ ผมให้ครับท่านประธานครับ ๑,๐๐๐ ล้านบาท บันทึกไว้ในสภาด้วย ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานคณะกรรมาธิการในฐานะที่เปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผมต้องถามท่านในตรงนี้ด้วยเพื่อยืนยัน ท่านจะเอาไปทําจริงหรือเปล่า ชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งถามว่าตรงนี้มันจําเปึน แต่ถ้าผมพูดลงไปกับพี่น้อง ประชาชนครับใจแขวนครับ ท่านประธานครับ เงินก็น้อยอยู่แล้วเอาเงินที่ทุกคนต้องเปึนหนี้ ไปอุดหนุนผู้ประกอบการ แต่อันนั้นอธิบายได้ครับ เพราะผู้ประกอบการเปึนผู้สร้างงาน ให้ภาคแรงงานทั้งหมดที่กําลังจะตกงาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนตรงนี้ ถ้าเราไม่ช่วยตรงนั้น เราตายครับ เพราะฉะนั้นอันนี้สมเหตุสมผลผมให้ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลที่ ผมกราบเรียนตรงนี้ครับ ผมมีความจําเปึนที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานฝากผ่านไปยัง ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอเถอะครับช่วยให้ความเห็นแล้วก็แก้ไขได้ กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพในสภาแห่งนี้ ถ้าช่วยกันปรับลดนะครับ ตามกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนี่ เราจะได้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างแท้จริง ขอบคุณท่านประธานครับ

- ๑๐๖/๑ .