ซูการ์โน มะทา หารือเรื่องการปรับลด 20% งบประมาณในมาตรา 4 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งบกลางที่อาจไม่สอดคล้องกับหลักการของรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการจัดลำดับความสำคัญของการจัดงบประมาณ โดยเน้นย้ำว่าควรให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ไม่มีรายได้เป็นหลัก และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการช่วยเหลือกลุ่มผู้ยากไร้
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ก็ขออภิปรายแปรญัตติงบประมาณในมาตรา ๔ ปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์
ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากว่าโดยหลักการที่หลาย ๆ ฝ์ายพยายามจะ อภิปรายเพื่อตั้งเปึนข้อสังเกตให้กับรัฐบาล ก็คือต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและ เมื่อสักครู่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านหมอประสิทธิ์ก็ได้พูดถึงในประเด็นของมาตรา ๔ ในเรื่องของงบกลาง ซึ่งถ้าเราจะหยิบดูในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๖๗ ที่เขียนไว้ว่าการจัดตั้งงบประมาณงบกลางนั้นในวรรคสองที่เขียนว่า หากรายจ่ายใดไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานต่าง ๆ ได้ ก็สามารถที่จะตั้งในงบกลางได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเรามาดูในมาตรา ๔ ในรายละเอียดของงบประมาณนั้นเราจะเห็นว่า มาตรา ๔ ที่ได้กําหนดไว้นั้นเปึนการ ช่วยเหลือในการครองชีพของบุคลากรในภาครัฐที่มีรายได้ต่ําว่า ๑๕,๐๐๐ บาท แสดงว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบในระบบนั้นมีทุกหน่วยงานและมีความชัดเจนถูกต้อง ผมจึงเห็นว่า การที่รัฐบาลได้นําเงิน ๑๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทมาตั้งเปึนงบกลางนั้น ผมเปึนห่วงในเรื่อง ของมาตรา ๑๖๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นะครับ
สําหรับเหตุผลประการที่ ๒ ที่ผมขอปรับลดในงบประมาณมาตรานี้ ก็คือ จะเห็นได้ว่าการที่รัฐบาลพยายามที่จะช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับบุคลากรในภาครัฐ ผมคิดว่าการจัดลําดับความสําคัญของรัฐบาลนั้นยังไม่เข้าเปัาที่เปึนความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนโดยแท้จริง ความจริงแล้วกลุ่มผมเห็นด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วย แต่ว่าการจัดความสําคัญนั้นควรจะมุ่งเปัาไปที่ประชาชนที่ไม่มีรายได้เปึนหลัก ที่เขาไม่มี ขีดความสามารถที่จะดํารงชีวิต หรือต่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ หรือวิกฤติปัญหา ในปัจจุบันได้ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าหลายคนได้พยายามอภิปรายว่ากลุ่มเปัาหมายก็มีชัดเจน แล้วก็เปึนจํานวนมาก สิ่งเหล่านี้เราจําเปึนที่จะต้องรีบให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น แต่รัฐบาลกลับนําเงินงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้ไปช่วยเหลือกับหรือบุคคล ที่มีรายได้แล้ว ซึ่งในประเด็นที่ผมอภิปรายในวันนี้ ผมก็ได้พยายามตั้งข้อสังเกต ในคณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แต่เนื่องจากว่าเรามีเสียงข้างน้อย ก็ไม่สามารถที่จะปรับลดในส่วนของมาตรา ๔ ได้ และสิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงอย่างยิ่งก็คือ ในมาตรา ๔ (๑) ที่ผมขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเหตุผลในประการที่ผมได้แจ้งว่า อาจจะหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะว่าท่านได้ตั้งงบกลาง แต่โดยข้อเท็จจริง หน่วยงานที่รับผิดชอบก็มีความชัดเจนนะครับ ก็อยากฝากเปึนประเด็นข้อสังเกตของผม
ประเด็นที่ ๒ ในมาตราที่ผมขอปรับลดในส่วนนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ การช่วยค่าครองชีพกับบุคลากรในภาครัฐ เพราะว่าอย่างที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติใน สภาแห่งนี้ได้กล่าวว่าโดยข้อเท็จจริงบุคลากรในภาครัฐที่ทํางานให้กับหน่วยงานของรัฐบาล อย่างทุ่มเทตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง ก็คือบรรดาผู้ที่เปึนข้าราชการ หรือในสังกัดของ กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจําตําบล ผู้ช่วยกํานัน ผู้ใหญ่บ้านและ อปพร. ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พื้นที่ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นอาจจะมีพื้นที่ความสุ่มเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วผมอยากฝากรัฐบาลว่า ในส่วนที่ผมขอปรับลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของมาตรา ๔ (๑) นี้ อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปช่วยดูแลในเรื่องของกํานัน ผู้ใหญ่บ้านว่าควรที่จะปรับเพิ่มเงินเดือนให้เขา ให้เขาสามารถที่จะอยู่เลี้ยงชีพแล้วก็ดูแล สังคมแทนหน่วยงานจากส่วนกลางให้ได้นะครับ
ส่วนในวงเล็บสุดท้ายคือเรื่องของงบกลาง ๔,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลที่ผม ขอปรับลดทั้งหมด เนื่องจากงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ นั้น ก็ได้ตั้งแล้วว่าอยู่ถึง ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตั้งกรณีฉุกเฉิน ผมเห็นว่าโครงการหลายโครงการที่รัฐบาล ยังไม่ได้เร่งดําเนินการให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้อง ประชาชนผู้ยากไร้ ซึ่งเปึนพี่น้องส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเปึนชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา สิ่งเหล่านี้เปึนกระดูกสันหลังของประเทศ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วเขาไม่มีรายได้และประสบกับ ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรนั้นตกต่ํา ก็อยากนําเงินในส่วนของ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในส่วนของงบกลางที่สํารองไว้เปึนกรณีฉุกเฉินนั้นมาดําเนินการให้ความดูแลและ ให้ความสําคัญกับกลุ่มผู้ยากไร้เหล่านี้ด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ