สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล เสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญในงบประมาณเพิ่มเติมปี 2552 และมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องซึ่งเขาคิดว่าจะเป็นประโยชน์ในการชี้แจงให้สภาทราบ นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องงบประมาณกลางปี พ.ศ. 2552 โดยอธิบายว่าไม่ใช่งบประมาณปีปฏิบัติการ แต่เป็นงบประมาณเพิ่มเติม และมีเอกสารแจกให้ทุกท่านแล้ว แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในการพิจารณา

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพ ผมจะไม่ชี้แจงถึงสิ่งที่เปึนนโยบายของรัฐบาลที่ฝ์ายรัฐบาล จะดําเนินการไป แต่จะชี้แจงเฉพาะข้อมูลที่ได้จากการทํางานของคณะกรรมาธิการและ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ผมบังเอิญว่าเปึนกรรมาธิการงบประมาณประจําป้เมื่อป้ ๒๕๕๒ และก็ มาเปึนกรรมาธิการวิสามัญในงบประมาณเพิ่มเติมงบประมาณป้ ๒๕๕๒ ด้วย ก็เลยมีข้อมูลหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกันที่คิดว่าจะเปึนประโยชน์ในการชี้แจงให้สภา แห่งนี้ทราบ

ก่อนอื่นผมต้องขอย้ําอีกสักครั้งหนึ่งนะครับว่า งบประมาณที่เรากําลัง พิจารณากันอยู่ขณะนี้ไม่ใช่งบประมาณประจําป้นะครับ แต่เปึนงบประมาณเพิ่มเติม งบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ที่เราเรียกว่า งบกลางป้ เพราะฉะนั้นสาระรายละเอียด ในงบประมาณ ขนาดของงบประมาณ วิธีการพิจารณาของงบประมาณ และเอกสาร ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจึงได้ต่างกัน เมื่อเช้ามีท่านสมาชิกหลายท่านทวงถามถึงเอกสาร ประกอบว่าเอกสารหลายอย่างที่ท่านเคยได้ในการพิจารณางบประมาณทําไมคราวนี้ไม่ได้ ก็เรียนว่าท่านกําลังเอาไปเปรียบเทียบกับการพิจารณางบประมาณประจําป้ งบประมาณ ประจําป้เมื่อพิจารณาแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกป้ครับ จะมีการปรับลด มีการปรับเพิ่ม มีข้อมูลจากเอกสาร ซึ่งผู้ที่เคยเปึนกรรมาธิการงบประมาณมาก็ทราบว่าแต่ละป้เอกสารร่วม ๑๐ กล่อง และก็จะไปรวบรวมรายการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายเปึนเอกสารเพิ่มเติมมาแจกสมาชิก บางครั้งก็เปึนเล่มเขียว บางครั้งก็เปึนเล่มฟัา ตามที่เรารู้จักกัน แต่ป้นี้งบประมาณกลางป้ ดังกล่าวนี้มีเอกสารแจกให้ท่านสมาชิกตั้งแต่วาระแรก ก็คือรายละเอียดงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๒ ที่สมาชิกทุกท่านได้รับไปแล้ว ในเอกสาร รายละเอียดดังกล่าวนี้มีพูดถึงแผนงาน โครงการ วัตถุประสงค์ สถานที่ดําเนินงาน ระยะเวลาดําเนินการ กิจกรรมและวิธีการดําเนินงาน เปัาหมายของโครงการและตัวชี้วัด ผลสําเร็จ ผลที่คาดว่าจะได้รับ และรายละเอียดจําแนกตามงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด ซึ่งท่านสมาชิกได้รับแล้ว แต่การพิจารณางบประมาณในชั้นกรรมาธิการงบประมาณ ๗ วัน ปรากฏว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยทุกมาตรา เมื่อไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ไม่มี เอกสารใหม่ที่จะทํามาแจกท่านสมาชิก ก็เลยยึดถือตามเอกสารเดิม ไม่ว่ารายละเอียด โครงการ วัตถุประสงค์ สถานที่ดําเนินการทั้งสิ้น ก็คือสิ่งที่ได้แจกท่านสมาชิกไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ผมก็ขอย้ําอีกนิดหนึ่งว่างบประมาณป้นี้ที่ว่า ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่งบกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมดนะครับ ใน ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท เปึนส่วนที่จะต้องใช้คืน เงินคงคลังตามรัฐธรรมนูญเสีย ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีงบประมาณเหลือส่วนที่เปึน งบกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท และคําว่า กระตุ้นเศรษฐกิจ เราไปเรียกกันเอง ตามความรู้สึก จริง ๆ แล้วในงบประมาณนี้ใช้คําว่า งบประมาณพัฒนาคุณภาพชีวิต และความมั่นคงด้านสังคม ผลกระทบจากเศรษฐกิจทั่วโลกและสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ประเทศชาติทั้งที่เกิดแล้วและที่จะเกิดขึ้นต่อไป นอกจากด้านเศรษฐกิจกระทบอย่างมาก แล้ว สังคมกระทบด้วยครับ สังคมเริ่มกระทบมาถึงการศึกษา ไปถึงชนบท ไปถึงกลุ่มที่เรา เคยเรียกกันว่า รากหญ้า ไปถึงทุกสาขาวิชาการ ทุกสาขาต่าง ๆ เพราะฉะนั้นนอกจาก มาตรการที่จําเปึนจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรื้อฟุ๋นเศรษฐกิจของประเทศแล้ว ความจําเปึน ในการที่จะต้องบรรเทาผลกระทบสังคม ซึ่งน่าอย่างรีบด่วนเพื่อประชาชนชาวไทยอย่างนี้ ก็เปึนสิ่งรีบด่วนที่จะต้องทําเหมือนกัน พระราชบัญญัติงบประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ส่วนใหญ่ก็มีงบประมาณบางส่วนที่เปึนงบประมาณเพื่อบรรเทาผลกระทบสังคมและ จัดระเบียบสังคมด้วย เช่น งบประมาณเพื่อกระทรวงวัฒนธรรมถามว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ตรงไหนครับ แต่ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ก็เปึนสิ่งที่พึงกระทํา

งบประมาณเพื่อสํานักพุทธศาสนาแห่งชาติ ในงบที่เพิ่มเติม ถือว่ากระตุ้น เศรษฐกิจหรือเปล่าครับ มันก็ไม่อาจที่จะชี้แจงเปึนตัวเลขได้ แต่ก็เพื่อบรรเทาผลกระทบ สังคม ไม่ว่าเงินสงเคราะห์คนชรา เงิน อสม. หรือเงินในงบประมาณกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ อะไรหลายเรื่อง ส่วนหนึ่งเจตนาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่แฝงด้วย เจตนาอีกอย่างหนึ่งก็คือเพื่อบรรเทาผลกระทบสังคมที่เดือดร้อนกันอยู่ขณะนี้

ผมกลับมาที่ตัวเลขนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ตัวเลขที่ว่าเปึนงบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรือบรรเทาผลกระทบสังคม จริง ๆ มีเพียง ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทนี่สําคัญอย่างไรครับ ผมเปรียบเทียบว่างบประมาณแผ่นดินป้ ๒๕๕๒ ทั้งสิ้น ๑,๘๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไปเปรียบเทียบกับงบกลางป้อันนี้ ๙๗,๐๐๐ ล้านบาท งบนี้เพียงแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณประจําป้เท่านั้นเองครับ ตัวเลขขนาด ๕ เปอร์เซ็นต์ ทําอะไรทุกอย่างไม่ได้ละครับ เวลานี้เราถึงจะพูดว่าทําไมปราบปราม ยาเสพติดเราจึงไม่มีงบประมาณในงบกลางป้ ทําไมในการช่วยเกษตรกรในเรื่องราคา พืชผล เราถึงไม่ใส่ในงบกลางป้ หลาย ๆ เรื่องตามที่ท่านสมาชิกพูดมาว่าทําไมไม่มี ในงบกลางป้ ขอเรียนว่างบส่วนใหญ่เหล่านั้นมีอยู่ในงบประจําป้ ๒๕๕๒ อยู่แล้ว และจาก งบกลางป้นี้ ขณะนี้รัฐบาลนี้กําลังจัดทํางบประมาณป้ ๒๕๕๓ ซึ่งได้ทราบว่ารัฐบาล ก็อนุมัติกรอบงบประมาณแล้ว โครงการสําคัญเหล่านี้ไม่ว่าปราบปรามยาเสพติด แก้ไขปัญหาภาคใต้ ปัญหาเกษตรกร ปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย มันจะมีอยู่ในป้ ๒๕๕๒ และป้ ๒๕๕๓ เสริมด้วยงบกลางป้นี้เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ผมก็ ขอเรียนว่างบประมาณนี้เพียงแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประจําป้ เราจึงมีท่านสมาชิกมักจะ อภิปรายว่าทําไมรัฐบาลไม่ให้ความสําคัญกับเรื่องนั้น ทําไมรัฐบาลไม่ให้ความสําคัญ กับเรื่องนี้ หลาย ๆ เรื่อง แต่ก็โปรดคิดว่านี่คืองบพิเศษ งบเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เล็กน้อยเท่านั้นนะครับ

ท่านประธานที่เคารพ ผมขอมาส่วนที่เกี่ยวข้องก็คือที่มาและรายได้และ ชดใช้เงินคงคลัง มีท่านสมาชิกได้มีการอภิปรายด้วยความห่วงใยว่ามันจะผิดรัฐธรรมนูญ หรือไม่ สิ่งเหล่านี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาอย่างรอบคอบและให้ตัวแทนจาก คณะกรรมการกฤษฎีกาเข้ามาชี้แจงในที่ประชุม เพื่อความแน่ใจด้วย งบจํานวนที่ไปชดใช้ เงินคงคลังนี้ก็เรียนชัดเจนจากท่านประธานคณะกรรมาธิการหรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังแล้วว่า ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เงินกู้ แต่เปึนเงินรายได้ที่ประมาณการว่า จะเพิ่มขึ้นเปึนจากภาษีและรายได้อื่น มีรายละเอียดจากการซักถามว่ามันกําลังจะพ้น มาตรการ ๖ เดือน ที่รัฐบาลไปช่วยภาษีสรรพสามิตในเรื่องน้ํามัน มันจะมีรายได้เพิ่มขึ้น จากน้ํามันเบนซิน ๙๑ ๙๕ แก๊สโซฮอล์ อี ๑๐ (E 10) อี ๒๐ (E 20) อี ๘๕ (E 85) ดีเซล กํามะถันน้อยกว่า และดีเซลกํามะถันมากกว่า ตกเดือนละ ๑,๙๑๗ ล้านบาท ถ้าคิดคํานวณเดือนมีนาคมจนถึงสิ้นป้งบประมาณคือ ๓๐ กันยายน ก็จะมีระยะเวลา ๘ เดือน คํานวณเปึนเงินมาได้ ๑๕,๓๓๖ ล้านบาท เปึนที่มาของรายได้ที่ประมาณการจากตัว น้ํามันที่แน่นอน ส่วนอื่นที่เพิ่มก็คือว่า ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้เราประมาณการว่า จีดีพี เราอยู่ที่ประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขเคยปรากฏว่าจะพูดถึง ๑๐ ล้านล้านบาท แต่ตัวเลขทางการว่าประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เชื่อว่าจากงบ กลางป้ป้นี้เสริมเข้าไปจะทําให้ภาษีหายไป ก็หายไปน้อยลงสักนิดหนึ่ง หรืออาจจะเพิ่ม ขึ้นมาได้สักนิดหนึ่ง จากตัวเลขปกติธรรมดาที่ถ้าหากไม่มีงบกลางป้นี้เชื่อว่าจะเพิ่ม จีดีพี ได้ตัวเลขประมาณ ๘๑,๘๐๐ ล้านบาท ในตัวเงิน จีดีพี เมื่อจะเสริมให้ จีดีพี โตขึ้น ๐.๙ เปอร์เซ็นต์คูณด้วย ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันก็จะเปึนเงินอีกประมาณ ๑๒,๙๐๐ ล้านบาท มันมีตัวเลขยืนยันชัดเจนต่อกรรมาธิการว่ารายได้เหล่านี้เอามาจากไหน ที่ไหน เพราะฉะนั้นไม่ได้ใช้เงินกู้ ไม่ได้มีอะไรที่จะเปึนสิ่งที่ผิดกฎหมาย ท่านประธาน ที่เคารพ มีส่วนที่เกี่ยวข้องที่จําเปึนจะต้องพูดถึงอยู่นิดหนึ่งนะครับก็คือเรื่องฐานะเงินคง คลัง มีตัวเลขชัดเจนจากที่ประชุมงบประมาณ จากการซักถามผู้เกี่ยวข้องคือว่า ณ สิ้น ป้งบประมาณ ๒๕๕๑ สิ้นป้งบประมาณนะครับ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ไม่ใช่สิ้นป้ปฏิทิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ มีเงินคงคลังอยู่ ๒๒๙,๐๖๐,๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ตัวเลข ที่เกิดตกใจกันขึ้นมาว่า ๓ เดือนต่อมาเมื่อสิ้นป้ปฏิทิน คือ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ เงินคงคลังเหลือเพียงแค่ ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท เงินคงคลังหายไปช่วง ๓ เดือน ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท คือในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม เราได้ซักถามก็ทราบว่า รัฐบาลนี้แถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม และหลังจากนั้นป่ดป้ใหม่ รัฐบาลนี้เข้ามา บริหารราชการแผ่นดินจริง ๆ ก็รู้สึกว่าวันที่ ๔ หรือวันที่ ๕ มกราคมแล้ว ณ วันที่ ๔ หรือ ๕ มกราคม เงินคงคลังของรัฐบาลเหลือเพียง ๕๒,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ ยิ่งกว่านั้นปรากฏ มาอีกว่ารายได้การจัดเก็บที่สูญหายไปมันไม่ใช่ไปสูญหายไปหลังวันที่ ๕ มกราคม นะครับ ไม่ว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ที่บอกว่าหายไปประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันหายไปในเดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน และเดือนธันวาคมครับ มันหายไปก่อนที่รัฐบาลคณะนี้ที่จะมา เราก็ได้แจงตัวเลข แต่ท่านที่เคารพครับ สิ่งที่ท่าน จะต้องตรวจสอบต่อไป เงินคงคลังหายไปอย่างไร ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วง ๓ เดือน คือในเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน และเดือนธันวาคม แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น ๓ เดือนนั้น หายไป ๑๗,๗๐๐ ล้านบาท วันนี้ครับวันที่ ๓๑ มกราคม เงินคงคลังของประเทศไทยเหลือ ๓๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ นั่นคือ ๑ เดือนของรัฐบาลนี้หายไปแค่ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ทําไม ๓ เดือนของที่ผ่านมาหายไปตั้ง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท และนี่ละครับคือเหตุความจําเปึน ในการที่เราจะต้องรีบแก้ไข ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือปัญหาที่จะต้องรีบกระตุ้น เศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบสังคมถึงความเดือดร้อนต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น และทําไม กรรมาธิการถึงต้องทํางานอย่างเร่งด่วน ๗ วันให้งบประมาณนี้เสร็จเข้าสู่สภา เพื่อจะได้ เบิกใช้เงินออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะปัญหาซึ่งหน้ามันยิ่งกว่าไฟไหม้ป์าที่ออสเตรเลียครับ มันรุมล้อมมาทุกด้านละครับ เพราะฉะนั้นเปึนสิ่งที่ว่าเราจําเปึนที่จะต้องทํางาน อย่างรีบด่วนที่สุดครับ

เรื่องเงินคงคลังวันนี้ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เดือนหน้าจะเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลจะต้องไปเจรจากับใครเผื่อไว้ในเรื่อง เงินกู้เปึนสิ่งที่จําเปึนที่จะต้องกู้ แต่พูดถึงเงินกู้ก็มีท่านสมาชิกอภิปรายมาอีกละครับว่า รัฐบาลนี้เก่งแต่เรื่องกู้ กู้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ ถึง ป้ ๒๕๔๔ และขณะนี้กลับมาเปึนรัฐบาล ก็จะกู้เงินกันอีกแล้ว ผมก็จําเปึนในส่วนที่เกี่ยวข้องนะครับ เพราะท่านพูดถึงคําว่า งบมิยาซาวา งบมิยาซาวาเปึนกรอบเงินกู้ของ ไอเอ็มเอฟ นะครับ เงินกู้ ไอเอ็มเอฟ ที่ตกลงกันตั้งแต่ทีแรก ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเกาหลีมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเราหายจากประเทศอินโดนีเซียไป ๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หายจากประเทศเกาหลีไป ๓๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เราก็เหลือแค่ ๑๖,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐนิดหน่อย แต่ในข้อตกลงกับ ไอเอ็มเอฟ คือรัฐบาลจะต้องเอา เงินกู้ที่เปึนหนี้กับธนาคารโลก และเปึนหนี้กับธนาคารพัฒนาเอเชีย ที่มีอยู่แต่เดิมทั้งหมดมา หักจาก ๑๖,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐด้วย สุดท้ายเงินกู้จริง ๆ เหลือแค่ ๑๔,๐๐๐ กว่า ล้านเหรียญสหรัฐ ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนหนึ่งเปึนเงินจากญี่ปุ์นอยู่ในโครงการ ไอเอ็มเอฟ และส่วนนั้นละครับที่เรียกว่า เงินกู้มิยาซาวา และเงินกู้มิยาซาวาที่ท่านสมาชิก พูดถึงเสมือนหนึ่งว่าพรรคประชาธิปัตย์เก่งแต่กู้เงิน แม้กระทั่งเงินกู้มิยาซาวาก็ไปกู้มา เงินกู้จํานวนนี้เกิดขึ้น ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ครับ ก่อนที่รัฐบาลขณะนั้นจะมา ๓ เดือน ไม่ว่าเงินกู้มิยาซาวาป้ ๒๕๔๐ ครับ เกิดขึ้นตั้งแต่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐ ซึ่งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้นมา ๑๔ พฤศจิกายน เพราะฉะนั้นบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ มาถึงเก่งแต่กู้เงิน แล้วก็รวมทั้งเงินกู้มิยาซาวาต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพ ก็มีสมาชิก พูดถึงการใช้เงินกู้มิยาซาวา วิกฤติของประเทศชาติ ป้ ๒๕๔๐ รุนแรงมากครับ เหมือนขณะนี้ละครับ เพราะงบประมาณประจําป้จะไปถึงรากหญ้าไปถึงชาวบ้าน ไปถึง ชนบทมันจะช้า มันมีขั้นตอนมาเยอะ ความจําเปึนในการที่อัดฉีดเงินไปสู่ชาวบ้าน อย่างรวดเร็วเปึนสิ่งที่ต้องทําทันที แต่รัฐบาลขณะนั้นคิดว่าเราอยากให้ค่านิยมแก่ประชาชน มีความรู้สึกนิดหนึ่งว่า เงินที่เขาได้มาด้วยการออกเหงื่อ ด้วยการทํางาน ด้วยการ มีค่าตอบแทน เราทราบดีครับว่าการตัดหญ้าคาข้างถนนนั่นนะครับ ๒ เดือนต่อมาหญ้าคา ก็ขึ้นมาอีก แต่ชาวบ้านอุ้มลูกจูงหลานมาทํางานเพื่อได้ค่าตอบแทนจากมิยาซาวา และสิ่งเหล่านี้ก็คือนโยบายคล้าย ๆ กับที่ทําอยู่ขณะนี้ ไม่ได้มีอะไรแปลกครับ แต่เงินกู้ มิยาซาวาไม่ใช่สิ่งเลวร้าย และผลการประเมินจากองค์กรสําคัญของโลกว่าประเทศไทย ประสบความสําเร็จสูงสุดลําดับต้น ๆ ของโลก เพราะการใช้เงินกู้มิยาซาวา ถึงแม้กู้มาจาก รัฐบาลก่อนหน้า แต่รัฐบาลประชาธิปัตย์ขณะนั้นบริหารเงินกู้มิยาซาวาได้สมประโยชน์ ที่สุด ผู้ที่จัดลําดับทั่วโลกพิจารณาก็ให้คะแนนเราเช่นนี้ครับ

ท่านประธานครับความจําเปึนอีกอันหนึ่ง เพราะท่านสมาชิกพูดถึงว่าในเรื่อง การขาดดุล ท่านประธานที่เคารพ ผมก็ต้องขอกราบเรียนสักนิดหนึ่งว่า เนื่องจากว่าผม มาจําเจอยู่เฉพาะงบประมาณมากเหลือเกิน ผมเว้นงบประมาณป้ ๒๕๓๖ ป้หนึ่งที่ ผมไม่ได้เปึนกรรมาธิการกับป้ ๒๕๕๑ ที่เกิดรัฐบาลรัฐประหารเท่านั้นที่ผมไม่ได้เปึน กรรมาธิการ ผมอยู่ในนั้น ๑๓ ประจําป้และ ๒ กลางป้ ผมจําความต่อเนื่องนั้นได้ เพราะฉะนั้นผมจําได้ว่างบประมาณป้ไหนขาดดุล ป้ไหนเกินดุล ในรัฐบาลชวน ๑ จาก ป้ ๒๕๓๖ ป้ ๒๕๓๗ ครับ เราเข้ามาปลายป้ ๒๕๓๖ มาถึงงบประมาณป้ ๒๕๓๗ ป้ ๒๕๓๘ ป้ ๒๕๓๙ เราเกิดวิกฤติพฤษภาทมิฬ เราเกิดเหตุสงครามอ่าวเปอร์เชีย การลงทุนในประเทศล้มเลิกหลาย ๆ เรื่อง แต่เรายังตั้งงบประมาณสมดุลนะครับ ไม่ยอมขาดดุล งบประมาณสมดุลตลอดมาในรัฐบาลป้ ๒๕๓๘ ป้ ๒๕๓๙ และต่อมา จนรัฐบาล ท่าน พลเอก ชวลิต (พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ) และ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ก็สมดุล งบประมาณป้ ๒๕๔๐ สมดุล ป้ ๒๕๔๑ ก็สมดุล จนมารัฐบาลประชาธิปัตย์ ในรัฐบาลชวน ๒ ท่านประธานก็ทราบดีว่ายากลําบากแค่ไหน เดือดร้อนแค่ไหน ประเทศ แทบจะล้มละลายจากพันธกรณีโดยหนังสือแสดงเจตจํานง ฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ที่พันคอ ประเทศไทย ไม่ว่าจะบังคับเราแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การขาดดุลเงินสดสารพัด แต่ป้ ๒๕๔๒ ที่ยากที่สุดนั้น ประชาธิปัตย์ขาดดุลแค่ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท และก็ป้ ๒๕๔๓ ขาดดุลอีก ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๔ ก่อนเรามา ขาดดุลอีก ๑๐๕,๐๐๐ ล้านบาท เราขาดดุล ๓ ป้เพียงแค่ ๒๔๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ในช่วงวิกฤติ ที่สุด แต่มันเกิดอะไรขึ้น ป้ ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ และ ๒๕๔๗ ผมไม่อยากไปเอ่ยนามว่า รัฐบาลใคร ป้ ๒๕๔๕ ขาดดุลป้เดียว ๒ แสนล้านบาท ป้ ๒๕๔๖ ขาดดุล ๑๗๔,๙๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ขาดดุล เลขสวย ๆ ครับเพื่อตรงกับเลขทะเบียนรถ ๙๙,๙๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๘ บอกว่า งบสมดุล และตั้งงบสมดุลป้ ๒๕๔๘ ก็พูดว่า รัฐบาลก่อนนั้นขาดดุล มาตลอด เพียงแค่รัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม ป้นั้น ของท่านจริง ๆ เปึนป้แรกป้เดียวที่ตั้งงบประมาณสมดุลและเกินดุล ท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านพูดว่า งบประมาณเกินดุลผิดนะครับ ไม่เคยมีงบประมาณเกินดุล เพียงแต่ว่าขาดดุลมากหรือขาดดุลน้อย และ ๓ ป้รัฐบาลนั้น ๒๕๔๕ ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ขาดดุลงบประมาณไป ๓๗๔,๘๐๐ ล้านบาท และป้งบประมาณป้ ๒๕๔๘ ที่บอกว่าเริ่ม สมดุล ที่แท้ไปขายพันธบัตรล็อต (Lot) หนึ่งเข้ามาเกือบแสนล้านบาท ไม่ได้ปรากฏ ในงบประมาณ และป้นั้นนะครับถึงกับว่าต้องตั้งงบกลางป้ครั้งแรกเพิ่มเข้ามา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ความต่อเนื่องเดือดร้อนจากรัฐบาลดังกล่าวนี้ ทําให้รัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อป้ ๒๕๕๐ ต้องขาดดุลถึง ๑๔๖,๒๐๐ ล้านบาท ป้งบประมาณ ๒๕๕๑ ขาดดุลอีก ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือแผลที่ติดต่อต่อเนื่องกันมา ตลอดจนเกิดเปึนภาวะ ณ ขณะนี้ ขณะนี้ท่านประธานครับ น่าเปึนห่วงครับหลายเรื่องที่ เกิดขึ้น แต่ความเปึนห่วงไม่ว่าในเรื่องการขาดดุล รายได้การจัดเก็บที่สูญหายไป เงินคงคลังที่เหลืออยู่ ณ วันนี้ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเตือนด้วยความเปึนห่วงมาตลอด เตือนว่าระวังนะครับ เพราะถ้าเงินคงคลังเหลือน้อย ท่านจะระวังงบประจํา งบประจํา ขณะนี้เดือนละ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะไม่มีงบลงทุนออก จึงมีปัญหาว่า เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ทุก ๆ ป้ทําไมเบิกจ่ายไม่ออกสักทีหนึ่ง เพราะมีปัญหา เช่นนี้เหมือนทุกป้ แต่สิ่งเหล่านี้จะให้รัฐบาลนี้ทําอย่างไรล่ะครับ เพราะมันหายไป ๑๗๗,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ก่อนรัฐบาลนี้มาคือ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ และถึงแม้จะลําบากอะไรก็ตาม ๓ เดือนขาดทุนหายไป ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑ เดือนของรัฐบาลนี้หายไปเพียงแค่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ วันนี้ความจําเปึนในเรื่องการที่จะต้องกู้เงิน หาแหล่งเงิน หาแหล่งน้ําเข้ามาเพื่อประทะประทังประเทศไทยก็เปึนสิ่งที่จําเปึน ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการทํางานกันอย่างค่อนข้างจะละเอียด ผมต้องขอขอบพระคุณ เพราะตลอดเวลาหลายครั้งที่ผมทําหน้าที่ประธานที่ประชุมก็ได้รับความร่วมมือ ทั้งกรรมาธิการจากฝ์ายค้านและทางฝ์ายรัฐบาลที่ดี งบประมาณอะไรที่มันไม่มีเหตุมีผล อะไรที่มันไม่ตรงเปัาหมาย หรืองบประมาณถ้าไม่ดี ผมไม่เชื่อว่ากรรมาธิการอย่างพวกเรา อย่างพวกท่านจะยอมให้ผ่านมาหมด โดยไม่มีการแก้ไขอะไรเลยสักตัวเดียว สักมาตรา หนึ่ง งบประมาณในเรื่องที่พูดถึงว่าทางหลวงชนบท ถนนไร้ฝุ์นเรามีการพูดถึงมากนะครับ พูดว่าทําไมมีแค่ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านคิดว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ มี ๑,๕๐๐ ล้านบาท ถ้าเปึนงบปกติมันจะเปึนเงินถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เคยมีงบทางหลวงชนบทถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทบ้างไหมครับ งบบางเรื่องที่กระตุ้นเศรษฐกิจด้วย บรรเทาผลกระทบ สังคมด้วย เช่น งบที่ไปปรับปรุงสถานีอนามัยชั้นล่าง ชั้นล่างของสถานีอนามัยขนาดใหญ่ ขนาดเล็กทุกอย่างให้ทําการได้ เพื่อคนป์วยขึ้นบันไดไม่ไหวครับ คนชราขึ้นบันไดไม่ไหวครับ ยิ่งชราด้วย ป์วยด้วย ขึ้นบันไดไม่ไหวครับ งบประมาณในการที่จะปรับปรุงอาคารสถานี อนามัยทั้งหมด มันจะกระตุ้นเศรษฐกิจแค่ไหนอีกเรื่องหนึ่ง แต่บรรเทาผลกระทบสังคมแน่ สังคมของคนแก่คนชรา นอกจากเงิน ๕๐๐ บาท นอกจากเงิน ๖๐๐ บาท จาก อสม. ทุกด้าน

ท่านประธานครับ มีการพูดกันถึงงบกลางก็คิดว่าอยู่ในมาตราต่อไป ผมจะเอาไว้ตอบในมาตราต่อไป แต่ก็เรียนว่าไม่ใช่เพราะพรรคเดียวกันนะครับ แต่เห็นใจ รัฐบาลนี้จริง ๆ และรัฐบาลยังต้องเหนื่อยหนักอีกมากในวันข้างหน้า ช่วยกันเถอะครับ ทุกฝ์าย ต้องช่วยกันทุกฝ์ายครับ รัฐบาลคงไม่สามารถทําให้จีดีพีป้หน้าเปึน ๐ หรือเปึน ๒ หรือบวกขึ้นมาสักเท่าไร แต่เราต้องมาช่วยกันที่มันจะลบเยอะให้มันลบน้อย ที่มันควรจะ ลบ ๑ ให้มันเหลือ ๐ ที่มันจะเหลือ ๐ ให้มันบวกสัก ๑ สัก ๒ ท่านประธานครับ