สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

คมเดช ไชยศิวามงคล หารือเรื่องการปรับลดการเบิกจ่ายงบประมาณ 116,700 ล้านบาท และการคิดแก้ปัญหาการเมืองที่ทำให้การท่องเที่ยวลดลง ซึ่งนำไปสู่การเดือดร้อนของกลุ่มแรงงานอิสระ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องปัญหาการส่งออก ผลิตสินค้าภาคเกษตรตกต่ำ ขาดดุลงบประมาณ 3-4 แสนล้านบาท และภาระหนี้สิน 900,000 ล้านบาท และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาปัญหาการเงินของเกษตรกร

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ทําการปรับลด มาตรา ๓ ไว้ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน

ท่านประธานครับ การจัดสรรงบประมาณ ๑๑๖,๗๐๐ ล้านบาท จากการ ที่มีแนวนโยบายออกไป ได้คุยกับเพื่อนฝูงกับทางเกษตรกรส่วนใหญ่แล้ว มีความคิดอย่างนี้ ครับท่านประธานครับ ผมว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจเที่ยวนี้มันเปึนการจัดยาไม่ถูกโรค ผมคิดว่าการตั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อันนี้ผมถือว่าเปึนมวยใหม่ เปึนมวย สมัครเล่น กระดูกไม่ถึงครับ ปัญหาที่แท้จริงมันอยู่กับแรงงาน แล้วโดยเฉพาะด้าน เศรษฐกิจ ในภาวะเศรษฐกิจเที่ยวนี้มันแตกต่างกันกับสมัยป้ ๒๕๔๐ สมัยก่อนกําลังซื้อ มันมากอยู่ต่างประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจเที่ยวนี้เปึนเศรษฐกิจขาลง ภาวะเศรษฐกิจ ต่างประเทศส่วนหนึ่ง ในประเทศส่วนหนึ่ง กําลังซื้อส่วนหนึ่งมันถดถอยลงไป กําลังซื้อ ตกลงไปประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนหนึ่งปัญหาการเมือง โดยเฉพาะการยึดสนามบินทําให้ การท่องเที่ยวซึ่งเงินหมุนเวียนประมาณ ๓–๕ แสนล้านบาทนี่ตกลงไปถึงครึ่งหนึ่ง ทําให้ คนเดือดร้อน คนเดือดร้อนส่วนใหญ่จะเปึนกลุ่มแรงงานอิสระ กลุ่มแรงงานอิสระ มีประมาณ ๑๓ ล้านคน ไล่ตั้งแต่แท็กซี่ไปเลยครับ แท็กซี่ บ๋อย โรงงานอุตสาหกรรม แล้วก็ โรงแรม แม้แต่ ไกด์ (Guide : มัคคุเทศก์) หรือภาคธุรกิจต่าง ๆ ตกลงไปหมด

ส่วนภาคการส่งออกตรงนี้ความคิดผมว่าการหมุนเวียนเงินตัวนี้ตกไป ถึงครึ่งหนึ่ง โดยเฉพาะภาคเกษตร เราต้องอาศัยภาคส่งออกเปึนหลัก ถ้าส่งออกไม่ได้มันก็คล้าย ๆ กันกับน้ําที่มันไม่ ไหลออกไป อย่าง ข้าว มันสําปะหลัง อ้อย ท่านประธานครับ เราผลิต ๑๐๐ กิโลกรัม มันต้องส่งออกประมาณ ๗๐ กิโลกรัม แล้วซื้อขายหมุนเวียนในประเทศ ถ้าส่งไม่ออกมัน จะย้อนลงมา ย้อนทําให้สินค้าภาคเกษตรตกต่ําลงมาท่านครับ การจัดงบประมาณ ๒๓ มาตรา ตามที่ท่านบอกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจมันมีจุดอ่อนอยู่หลายจุดด้วยกัน ตัวอย่าง เช่นการท่องเที่ยว ๕๕๐ ล้านบาท มันไม่มีความสามารถจะไปกระตุ้นเงิน ๓-๕ แสนล้านบาทได้เลย การส่งออกโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ท่านจัดงบประมาณไว้ ๓๑๒ ล้านบาท ด้วยกัน ตัวนี้ไม่ได้กระตุ้นการส่งออกเลย และโดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับ เอสเอ็มอี ท่านไม่ได้หยุดเลือดตรงนี้ไว้เลย เพราะฉะนั้นทุกวันจะมีการปลดคนงานออก ทุกวัน ตัวเลขการปลดแรงงานตกประมาณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ คนขึ้นไป คน ๒,๕๐๐,๐๐๐คน ถ้าเราพูดเปึนภาษาชาวบ้านนะครับท่านครับ เปึนกลุ่มที่หาเงิน แล้วก็กลุ่มหนึ่งตามชนบทนี่ รอการหาเงินจากกลุ่มแรงงานที่ไปใช้ในชนบท ความเดือดร้อนของคน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต้องเอา ๔ คูณ ครับ เพราะคนที่ใช้เงินอยู่ตามบ้าน จะไม่มีกําลังซื้อ เขาต้องส่งเงินไปให้ พ่อ แม่ ลูก หลานเขา แล้วก็เด็กเรียนหนังสือตรงนั้น ทําให้ความเดือดร้อนเกิดขึ้นประมาณ ๗–๘ ล้านคน แล้วปัญหาในวิถีชีวิตของชาวบ้านโดยเฉพาะภาคเกษตร เขาจะมีภาระหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้ ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) หนี้สหกรณ์ หนี้นอกระบบ ท่านแก้ไขปัญหาแรงงานไม่ได้มันจะกระทบประเทศอย่างรุนแรงที่สุด จะกระทบไปถึงปัญหาหนี้สินของเกษตรกร การที่ไม่มีเงินชําระหนี้สินมันจะถูกดอกเบี้ย ปรับ ดอกเบี้ยปรับไม่ได้ จะยื่นใบเตือน ใบเตือนไม่ได้ จะยื่น โนติส (Notice : ข้อความ เตือน, แจ้งล่วงหน้า, ให้ออก) ยื่นโนติสไม่ได้จะถูกฟัองยึดทรัพย์ขายทอดตลาด แล้วก็ฟัอง ล้มละลายในที่สุด ตรงนี้นะครับกราบเรียนท่านประธานด้วยว่า ผมคิดว่าความเดือดร้อน ตรงนี้มันแผ่กระจายเข้ามา คิดว่าไม่เกินอีก ๒ เดือนถึง ๓ เดือน ผมว่ากลุ่มแรงงานจะเปึน กลุ่มที่มาล้มรัฐบาล มันไม่ใช่เสื้อแดง เสื้อเหลืองละครับ เพราะว่าความเดือดร้อนตรงนี้ มันเปึนเรื่องมหาศาล มันจะย้อนกลับมาล้มรัฐบาลทั้งระบบ เพราะว่าท่านแก้ไขปัญหา ไม่ตรงจุด ปัญหาแรงงานมันเกิดจากกลุ่ม เอสเอ็มอี ท่านหนุน เอสเอ็มอี ๓๐๐ กว่าล้านบาท แทนที่จะหยุดเลือดตรงนี้ไม่ให้มันไหลออกมา แรงงานพม่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านน่าจะขยับตรงนี้ออกไป ให้แรงงานไทยเข้าไป จะมีมาตรการต่าง ๆ อะไรก็ว่าไป กําแพงภาษี เวลาสั้น ยาวท่านไม่ได้แก้ตรงนี้เลยครับ ท่านครับ ปัญหาเหล่านี้ผมคิดว่า มันมีหลายประเด็นด้วยกัน โดยเฉพาะการเลียนแบบประชานิยมของพรรคไทยรักไทยเก่า แล้วก็มาพรรคพลังประชาชน มันเปึนการเลียนแบบที่ไม่สมบูรณ์ มันเปึนการเลียนแบบ ในการใช้เงินเฉย ๆ ครับ ท่านประธานครับ แต่ไม่ได้เลียนแบบการหาเงิน มันเปึนการกู้เงิน มาบริหารประเทศ กู้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการอีกโครงการหนึ่งก็จะกู้ ประมาณ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปกู้เงินประเทศญี่ปุ์นอีก แล้วส่วนหนึ่งที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตข้างหน้าคือการจัดงบป้ ๒๕๕๓ (งบประมาณป้ พ.ศ. ๒๕๕๓) แบบขาดดุล น่าจะขาดดุลไม่ต่ํากว่า ๓–๔ แสนล้านบาท ตรงนี้จะเปึนภาระหนี้สินประมาณเกือบ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เก็บเงินภาษีไม่ได้ในไตรมาสนี้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๒ ไตรมาส ผมว่าไม่ต่ํากว่าอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะเก็บเงินภาษีไม่ได้ กฎหมาย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ทําให้ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ท่านตั้ง ผู้ก่อการร้ายที่ยึดสนามบินมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเอาความเชื่อมั่น ที่ไหนครับตรงนี้ จัดงบไปอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่มีประโยชน์ครับตรงนี้ ทูตต่างประเทศ อยู่ในประเทศเรา เขารู้ข่าวสารข้อมูลทั้งหมดครับในส่วน ๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์จัด ๑,๐๐๐ ล้านบาท โอกาสที่จะไปสร้างกําลังซื้อหรือว่าประกันราคาผลผลิตน้อยมากในการ กระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม การท่องเที่ยว ภาคการเกษตร ไม่มีโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจเลยครับ โดยเฉพาะภาคแรงงาน

ตัวแรงงานตามมาตรา ๑๓ ผมอยากออกความคิดเห็นตรงนี้ครับท่าน ว่าการที่จัดเงินเข้าไปตรงนี้ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันเปึนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่มี ประโยชน์เลย เงิน ๒,๐๐๐ บาทต่อ ๑ คน ท่านวางเปัาหมายจากกลุ่มที่มีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ลงมาทั้งหมด กลุ่มที่มีเงินเดือนครับท่านครับวิถีชีวิตคนที่มีเงินเดือน ส่วนหนึ่งเขาจะติดหนี้สหกรณ์ แล้วยังเปึนเปัาหมายของธนาคารทั้งนั้นเลย พวกนี้จะกู้เงิน สร้างที่อยู่อาศัย กู้เงิน ไฟแนนช์ (Finance : แหล่งเงิน , เงินทุน , บริษัทเงินทุน) เกี่ยวกับ รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ เงินผ่อน ถ้าท่านหยอดเงินเข้าไปไม่ตรงจุดมันจะเปึนการเอาเงิน ไปใช้หนี้ให้ลูกค้าธนาคารทั้งหมดเลยครับ มันจะไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลยตรงนี้ ตรงนี้ เปึนจุดบอดในการบริหารงบตรงนี้ ก็กราบเรียนเปึนแนวทางของภาครัฐบาลด้วยว่าการ จัดสรรงบประมาณเที่ยวนี้กับการแก้ไขปัญหาเที่ยวนี้ ถ้าท่านไม่ปรับปรุง ไม่แก้ไข ไม่วาง แนวนโยบายในเชิงรุกในการปัองกันปัญหาแรงงานให้เลือดตรงนี้หยุดไหล ผมคิดว่า ประเทศจะลุกเปึนไฟ ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรจะตามมา แล้วมันจะขยับมาส่วนกลาง ทําให้ทางรัฐบาลต้องลาออกหรือยุบสภาในที่สุดครับ