เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ หารือปัญหาการจ้างงานและเศรษฐกิจ เธอเห็นว่าประเทศไทยไม่ควรจ่ายเงินมากเกินไปในการช่วยเหลือผู้ว่างงาน เธอจึงขอปรับลดเงินงบประมาณและเรียกร้องให้รัฐบาลใช้งบประมาณอย่างประหยัด เธอยังเสนอแผนการเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยากจน โดยให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มการครอบคลุมไปถึงคนจนในชนบทที่ไม่มีโอกาสใช้น้ำประปาภูมิภาค
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ขอสงวนคําแปรญัตติตัดงบกลาง โดยขอสงวนคําแปรญัตติ ตัดไว้ร้อยละ ๕ ซึ่งดิฉันได้ให้ความสําคัญใน ๒ ส่วนค่ะท่านประธานคะ
ส่วนแรกก็คือในส่วนของงบเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงาน ซึ่งเปึนเงินจํานวน ๖,๙๐๐ ล้านบาท
และในส่วนที่ ๒ ก็คือ เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วตั้งแต่รัฐบาลได้เสนอร่างงบประมาณ เพิ่มเติมเข้ามาให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาปลายเดือนที่แล้ว เมื่อดิฉันได้มีโอกาส ดูร่างงบประมาณของรัฐบาลดิฉันก็มีความรู้สึกว่า ในส่วนของงบเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานนั้นเปึนการตั้งงบที่ดูเหมือนจะมากเกินไป เพราะว่าดูรายละเอียดรัฐบาลได้ตั้งเปัาไว้ว่า เปึนเงินที่ตั้งไว้สําหรับรองรับผู้ว่างงานถึง ๕๐๐,๐๐๐ อัตราด้วยกัน ดิฉันยังไม่เชื่อท่านประธานคะ ณ วันนั้นว่าสถานการณ์ของ ประเทศเรานั้นจะมีผู้ว่างงานมากมายขนาดนั้น แต่จากวันที่รัฐบาลเสนอร่างงบประมาณ เข้ามาสภาจนถึงวันนี้ จากที่ได้ติดตามข่าว ไม่ว่าจะเปึนข่าวต่างประเทศนะคะ ทั้งทางทีวี โทรทัศน์ที่ทุกท่านก็ได้เห็น เราก็จะได้เจอว่าปัญหาเศรษฐกิจของโลกนั้นมันหนักหนา ยิ่งกว่าเราคิดไว้มาก แล้วเราก็ได้เห็นท่านประธานคะ ได้เห็นบริษัทใหญ่ ๆ ในต่างประเทศ ประกาศป่ดตัวเอง ประกาศปลดคนงาน หรือบางบริษัทก็ชะลอการลงทุน เราก็คง ไม่ปฏิเสธท่านประธานคะว่า บริษัทใหญ่ ๆ ในต่างประเทศนั้นหลายบริษัทได้มีโรงงาน ได้มีบริษัทลูกหรือเครือข่ายอยู่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นเมื่อบริษัทแม่ในต่างประเทศ เกิดปัญหาเช่นนี้ ดิฉันจึงเชื่อว่ามันย่อมส่งผลกระทบถึงบริษัทลูกที่อยู่ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นก็คงเลี่ยงไม่พ้นที่จะทําให้คนงานในประเทศไทยได้รับผลกระทบด้วย และถ้า เรามาตามข่าวในประเทศไทยเราเอง ท่านประธานคะ ดิฉันก็ได้มีโอกาสเห็นว่าการส่งออก ของไทยหรือการท่องเที่ยวของไทยนั้นประสบภาวะถดถอย นักท่องเที่ยวลดจํานวนลง อย่างมากนะคะ การส่งออกเราก็ลดลงอย่างมาก ก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะกระทบกับแรงงาน ในประเทศเหมือนกัน ด้วยข่าวคราวที่ได้ติดตามมาในช่วงเวลาเกือบเดือน จนวันนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องเรียนท่านตรง ๆ ว่าดิฉันเปลี่ยนใจที่จะขอปรับลดงบประมาณ ลงค่ะ แต่ว่าอย่างไรก็ตามดิฉันก็ยังเห็นว่า งบประมาณนี้ค่ะรัฐบาลก็ควรจะต้องนําไปใช้ อย่างประหยัด แล้วก็เปึนประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากที่สุด ท่านประธานคะ ดิฉันได้มี โอกาสเห็นข้อเขียนของ ท่านดอกเตอร์มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน แต่คิดว่าคงไม่เสียหายนะคะ ความเห็นของท่านเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ ๖,๙๐๐ ล้านบาทนั้น ตรงกับความเห็นของดิฉันมากค่ะ ดิฉันอยากได้โอกาสนี้ค่ะได้เสนอท่านประธานผ่านไปถึง ท่านกรรมาธิการว่า ได้ช่วยให้ทางรัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับการใช้งบประมาณเหล่านี้ ด้วย เช่น
ข้อแรกที่ดิฉันอยากให้รัฐบาลได้นํางบประมาณนี้ไปใช้ก็คือ การจ้าง นักศึกษาค่ะท่านประธานคะ นักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ แล้วก็ผู้ตกงาน ให้ไปเปึนมัคคุเทศก์ ท่านประธานคะ เปึนมัคคุเทศก์ทั้งมัคคุเทศก์ไทย ทั้งมัคคุเทศก์ต่างประเทศ เพราะวันนี้ รายได้หลักของเราเลี่ยงไม่พ้นคือการท่องเที่ยว ในขณะที่เศรษฐกิจมีปัญหาคนมาเที่ยวน้อย เราก็เตรียมคนของเราให้พร้อมนะคะ อย่างเราจะเจอปัญหาว่าบางครั้งนี่ค่ะ มัคคุเทศก์ ไม่เข้าใจว่าสถานที่สําคัญของไทยมีอะไรบ้าง มีความสําคัญอย่างไร เพราะฉะนั้นวันนี้ ถ้าเราได้เตรียมความพร้อมตรงนี้ไว้นะคะ ให้คนเหล่านี้เปึนมัคคุเทศก์ที่ดี แล้วก็ได้เตรียม มัคคุเทศก์ที่มีความสามารถ ภาษาต่างประเทศที่เรายังขาดอยู่นะคะ เรื่องนี้นี่ค่ะดิฉันมองว่า สามารถที่จะขอข้อมูลจากสมาคมมัคคุเทศก์ได้ เพราะเขามีตัวเลขอยู่แล้วว่าวันนี้เรามี มัคคุเทศก์ภาษาอะไรบ้างที่เรายังมีน้อยหรือเรายังขาดนะคะ ไม่ว่าจะเปึนเกาหลี จะเปึน รัสเซีย อย่างนี้เปึนต้นนะคะ ก็อยากให้รัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้นะคะ
ส่วนเรื่องที่อยากให้นํางบประมาณนี้ไปใช้ ก็เช่น จ้างนักศึกษาตกงานหรือ นักศึกษาที่จบใหม่นี่ค่ะ ที่เขามีความสามารถในการพิมพ์ดีดเก่ง ๆ ท่านประธานคะ วันนี้ เรามีเรื่องวรรณคดี เรามีวัฒนธรรม มีประเพณีของเรามากมายที่เด็กรุ่นใหม่หรือต่างชาติเอง นี่เขาไม่มีโอกาสเข้าถึง วันนี้ดิฉันอยากให้คนเหล่านี้นี่ค่ะ ที่ว่างงานได้มานําข้อมูลเหล่านี้ มาใส่ในเว็บไซต์ (Web site) เพื่อเป่ดโอกาสให้ชาวต่างชาติแล้วก็ให้เด็กวัยรุ่นที่เขานิยมใช้ สื่ออินเทอร์เน็ตนี่ค่ะ ได้มีโอกาสมาอ่าน มารู้เรื่องวัฒนธรรมและวรรณคดีของไทยเรานะคะ
ส่วนที่อยากให้ทําอีกก็คือว่า ให้นํางบนี้ไปจ้างนักศึกษาหรือคนตกงานค่ะ ท่านประธานคะ ที่เขาเก่งด้านบัญชี แล้วก็เรื่องกฎหมาย วันนี้เราจะเห็นว่าในสถานการณ์ ของประเทศเรานั้นนอกจากงบประมาณหายากแล้ว การใช้งบประมาณยังส่อไปในทาง ทุจริต ไม่โปร่งใสมาก เพราะฉะนั้นให้คนตกงานและนักศึกษาเหล่านี้ได้มีส่วนที่จะรู้กฎหมาย รู้ว่าการทํา ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. สตง. (สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) เปึนอย่างไร เพื่อให้เขาเหล่านี้ ได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้งบประมาณของทั้งท้องถิ่นและก็ภาครัฐ แล้วอีกส่วนหนึ่ง ที่ดิฉันคิดว่างบประมาณนี้สามารถที่จะช่วยได้ก็คือ วันนี้เราอยากให้อาหารไทยของเรา ท่านประธานคะ เปึนที่รู้จักของคนทั่วโลก วันนี้เราทําไปได้ระดับหนึ่งนะคะ แต่ว่าสิ่งที่เรา ไม่สามารถผลักดันให้อาหารไทยของเราเปึนที่รู้จักทั่วโลกเหมือนอย่างอาหารจีน อย่างนี้ เปึนต้นนี่ค่ะ เพราะว่าเราขาดกุ๊กหรือที่เราเรียกว่า ผู้ปรุงอาหารไทย ก็อยากให้ทางรัฐบาล ได้จ้างคนที่มีความรู้แล้วก็มีความชอบในเรื่องนี้เพื่อมาเปึนผู้ประกอบอาหารไทยนะคะ ด้วยเหตุผลอย่างที่ดิฉันบอกค่ะท่านประธานคะว่า ด้วยสถานการณ์มันเปลี่ยนไป ดิฉัน จึงไม่อยากจะปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ลง แล้วก็อยากให้รัฐบาลได้นํางบประมาณนี้ ไปใช้ให้เปึนประโยชน์ที่สุดอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว
ส่วนในหัวข้อที่ ๒ ก็คือเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ๔,๐๙๐ ล้านบาทนั้น ท่านประธานคะ ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมาดิฉันก็ได้อภิปราย ในงบประมาณนี้ไม่เห็นด้วยกับการนํางบประมาณนี้มาใช้ในโครงการ เที่ยวที่แล้วรัฐบาล ก่อนได้นําไปใช้ในโครงการ ๖ เดือน ๖ มาตรการแก้วิกฤติ ดิฉันได้ติงว่างบประมาณ ที่ใช้ไปนั้นไม่ได้เปึนประโยชน์สําหรับคนจนอย่างแท้จริงและอย่างทั่วถึง แล้วก็สร้างนิสัย การฟุ์มเฟ๋อยไม่ประหยัดให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันยกตัวอย่างให้ประธานได้เห็นว่า คราวที่แล้วได้ใช้งบนี้ไป เช่น ให้บริการน้ําฟรีกับพี่น้องประชาชน ซึ่งตอนนั้นรัฐบาล ได้กําหนดให้สําหรับผู้ที่ใช้น้ําฟรีถึง ๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ทั้ง ๆ ที่ในขณะนั้น ท่านประธานคะ การศึกษาวิจัยสําหรับครอบครัวคนจนประมาณ ๒ คน พ่อ แม่ แล้วก็ ลูกสัก ๒–๓ คนนี่ค่ะ ใช้น้ําเต็มที่ที่สุดก็ประมาณ ๓๐ ลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง แต่ว่า รัฐบาลในขณะนั้นได้ให้ถึง ๕๐ ลูกบาศก์เมตร ดิฉันมองว่าตรงนี้เปึนการใช้เงินไป อย่างฟุ์มเฟ๋อยโดยไม่ได้ประโยชน์แล้วก็สร้างนิสัยการไม่รับผิดชอบและฟุ์มเฟ๋อยให้กับ พี่น้องประชาชน แต่เมื่อได้มาดู ท่านประธานคะ รายละเอียดของรัฐบาลนี้เราก็จะเห็นว่า รัฐบาลได้ไปปรับแก้แล้วในส่วนที่ไม่จําเปึนนะคะ ก็คือให้เพียงแค่ช่วยแก้ปัญหา ค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนคนจนเท่านั้น ก็คือเพียงแค่ ๓๐ ยูนิต โดยตัดส่วนเกินนั้น ออกทิ้งไป ดิฉันจึงไม่ติดใจที่จะปรับลดในส่วนนี้
แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานคะ ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันอยากฝาก ท่านประธานถึงกรรมาธิการค่ะ ได้ช่วยเรียนทางรัฐบาลด้วยว่า โครงการนี้ต้องจําไว้นะคะว่า เปึนโครงการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากจน วันนี้ที่ท่านเขียนอยู่ตอนนี้ก็คือ สําหรับผู้ใช้น้ํา ประปาภูมิภาคเท่านั้นนะคะ ครอบคลุมแค่ผู้ใช้น้ําประปาภูมิภาคซึ่งเปึนคนจนในเมือง เท่านั้นเองนะคะ อยากจะให้รัฐบาลได้ขยายโครงการนี้ไปถึงพี่น้องคนจนในชนบทด้วย ซึ่งคนจนเหล่านั้นเขาไม่มีโอกาสได้ใช้น้ําประปาภูมิภาค แต่เขาใช้น้ําประปาของเทศบาล น้ําประปาของ อบต. อย่างนี้ค่ะ อยากให้ท่านได้ขยายไปด้วย ซึ่งดิฉันไม่คิดว่าจะใช้ งบประมาณมากมายนัก เพราะว่าวันนี้เราก็ได้ปรับลดในส่วนของผู้ที่ใช้น้ําจากเดิม จาก ๕๐ ลูกบาศก์เมตร มาเหลือ ๓๐ ลูกบาศก์เมตร ส่วนต่างตรงนี้ก็น่าจะสามารถที่จะ ขยายให้พี่น้องประชาชนในเขตชนบทได้ใช้น้ําฟรีด้วยนะคะ ก็อยากให้รัฐบาลได้ทํา ตรงนั้นด้วย สุดท้ายท่านประธานคะ ด้วยเหตุผลดังกล่าวดิฉันจึงไม่ติดใจที่จะปรับลด งบประมาณค่ะ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานค่ะ