พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณ 325 ล้านบาทที่จัดสรรให้กับกระทรวงการต่างประเทศ และอธิบายว่าเงินนี้จะถูกใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยมีการประชาสัมพันธ์โดยภาพรวม ไม่ใช่ประชาสัมพันธ์ตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และจะมีการประเมินภาพลักษณ์ของแต่ละประเทศที่จะเป็นเป้าหมายในการประชาสัมพันธ์
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ในฐานะกรรมาธิการครับ เนื่องจากว่าในชั้นพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญในมาตรา ๖ เกี่ยวกับกระทรวง การต่างประเทศ ผมทําหน้าที่ประธานที่ประชุม และในที่ประชุมวันนั้น ๒๖ คนที่อยู่ ในที่ประชุมมีคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๙ ท่านสงวนความเห็นในการที่จะตัด งบประมาณในมาตรา ๖ คราวนี้จํานวน ๓๒๕ ล้านบาท ผู้ที่อภิปรายในคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่ก็อภิปรายเหมือนที่พูดในห้องนี้ละครับ คือไม่ได้ มุ่งถึงคณะกรรมาธิการสักเท่าไรนัก แต่มุ่งถึงตัวบุคคล คือท่านทูตกษิต ภิรมย์ ท่านรัฐมนตรีกษิต ภิรมย์ เปึนส่วนใหญ่ แต่ผมทราบดีว่าผมต้องมาตอบคําถามในสภา ก็จําเปึนที่จะต้องทราบข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศมากที่สุดเพื่อประกอบ การตอบคําถาม ผมกราบเรียนเบื้องต้นว่ากระทรวงการต่างประเทศเปึนหน่วยงาน ที่สามารถฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ สร้างความเชื่อถือ ชักจูงให้คนทั่วโลกมองประเทศไทย เราให้ดีขึ้น เปึนหน่วยงานที่ดีที่สุดหน่วยงานหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศขณะนี้ มีสถานทูตทั่วโลกถึง ๖๑ แห่ง และมีสถานทูตถาวร ๒ แห่งที่นครเจนีวาและนครนิวยอร์ก กับมีสถานกงสุลอีก ๒๒ แห่งทั่วโลก ทํางานทุกประการที่เกี่ยวกับการที่จะสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศไม่ใช่กระทรวง ที่ใช้งบประมาณอย่างเดียว แต่กระทรวงการต่างประเทศเปึนกระทรวงที่ส่งรายได้แก่ รัฐด้วย เช่น ในป้งบประมาณที่ผ่านมา ป้ ๒๕๕๑ กระทรวงการต่างประเทศ ตั้งงบประมาณไว้ ๗,๕๘๗ ล้านบาท แต่กระทรวงการต่างประเทศมีรายได้จากการ ตรวจลงตราจากการทําพิธีต่าง ๆ รวมทั้งการจัดเก็บหนังสือเดินทางทั้งหลายส่งรัฐ ถึง ๓,๖๖๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นการลงทุนงบประมาณในเชิงงบประมาณไปสู่กระทรวง การต่างประเทศส่วนหนึ่งจะย้อนกลับมาเปึนงบประมาณรายรับของประเทศไทย ซึ่งสิ่งอันนี้ ผมก็ให้ความสําคัญมาตลอด ในงบ ๓๒๕ ล้านบาทดังกล่าวนี้ก็ได้มีการพยายามซักถาม อย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมาธิการจากพรรคฝ์ายค้านหลาย ๆ ท่านที่ยังนั่งอยู่ ห้องนี้ให้ความสนใจซักถามอย่างละเอียด เรียนว่างบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาทไม่ใช่ ใช้ด้วยกระทรวงการต่างประเทศกระทรวงเดียว และไม่ใช่มีงบประมาณเพียงการนี้โดด ๆ แต่สิ่งที่จําเปึนจะต้องฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ของประเทศไทย อะไรจะเกิดขึ้นจากชะตากรรม ของบ้านเมืองในป้สองป้ที่ผ่านมาก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้ต้องฟุ๋นฟู ขณะนี้ ต้องสร้างความเชื่อถือให้ประเทศไทย ขณะนี้ต้องดึงนักท่องเที่ยวกลับมาประเทศไทย ขณะนี้ต้องดึงการลงทุนกลับมาประเทศไทยในช่วงที่เรากําลังจะฟุ๋นฟูวิกฤติของ ประเทศไทย หน่วยงานที่จะทําให้คนเห็นว่าประเทศไทยยังเปึนสยามเมืองยิ้ม หน่วยงาน ที่จะทําให้เขาเห็นว่าประเทศไทยยังเปึนสถานที่ที่น่าท่องเที่ยว และประเทศไทยยังเปึน สถานการณ์ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าเงินที่สุด อย่างไรก็ตามเราจะเอาชาวโลกแบค ทู ไทยแลนด์ (Back to Thailand) ให้ได้ ในช่วงป้วิกฤติดังกล่าวนี้นะครับ แต่หน่วยงานดังกล่าวทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ทําด้วยกระทรวงการต่างประเทศกระทรวงเดียว เงิน ๓๒๕ ล้านบาท เปึนการใช้ ในลักษณะบูรณาการของ ๔ กระทรวงหลักครับ ๔ กระทรวงหลักประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ลักษณะของงานที่จะใช้ ๓๒๕ ล้านบาทนี้จะไปส่งเสริม กับงบประมาณประจําป้ที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่แล้ว ใช้อยู่แล้วในลักษณะที่ไม่ซ้ําซ้อน งบประมาณจํานวนดังกล่าวนี้จะมีทีมเศรษฐกิจระดับสูง คือนําโดยนายกรัฐมนตรี เปึนหัวหน้าคณะ และผู้นําประเทศ ผู้นําเอกชนต่าง ๆ ออกไปเดินทางทั่วโลกเพื่อดึงคน กลับมาสู่ประเทศไทยฟุ๋นฟูภาพลักษณ์ของประเทศไทยคืนมาให้ได้ หน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้จะเจาะตลาด ตลาดที่เรียกว่าตลาดเฉพาะ โดยนําผู้นําภาคเอกชนของเราไปด้วย ไปพบกับผู้นําเอกชนทั่วโลกในการประชาสัมพันธ์ลักษณะภาพรวมของประเทศไทยว่า ประเทศไทยวันนี้ยังน่าท่องเที่ยว ประเทศไทยวันนี้ยังน่าอยู่ ประเทศไทยวันนี้ยังเปึน เมืองยิ้มอยู่ คนในประเทศไทยทุกคนยังมีมิตรจิตมิตรใจที่จะตอบแทนนักท่องเที่ยว ต้อนรับ นักท่องเที่ยวของเราอย่างดี การประชาสัมพันธ์ประเทศไทยดังกล่าวนี้จะเปึนการ ประชาสัมพันธ์โดยภาพรวม มิใช่ประชาสัมพันธ์ตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และมีการประเมิน ภาพลักษณ์ของแต่ละประเทศที่จะเปึนเปัาหมายที่เราจะไปสู่ไปหาเขาและใช้งบประมาณ จํานวนนี้ให้คุ้มค่า ให้สมประโยชน์ที่สุด ลักษณะแผนงาน คือจะมีลักษณะผู้แทนด้านเศรษฐกิจระดับสูงของไทยเดินทางไป ประเทศเปัาหมายสําคัญ ๕ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสที่ ๓ และไตรมาส ที่ ๔ ของป้งบประมาณนี้ โดยท่านนายกรัฐมนตรีจะเปึนหัวหน้าคณะ พร้อมด้วยรัฐมนตรี ของกระทรวงเศรษฐกิจที่สําคัญ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปพบปะ ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานของรัฐ ประชาชน สื่อมวลชนทั่วโลก เช่น ประเทศญี่ปุ์น เพื่อชักจูงมาลงทุนในเมืองไทย เช่น ประเทศจีน ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และมี อัตราการเจริญเติบโตที่สูงมาก และมีทุนสํารองที่สูงขนาดนี้ให้กลับมาประเทศไทย ทั้งในด้านการท่องเที่ยวและการลงทุน ประเทศสหราชอาณาจักรซึ่งเปึนคู่ค้าสําคัญจาก ยุโรปอันดับ ๒ รองจากประเทศเยอรมันนี ได้มีนักลงทุนและนักท่องเที่ยวทั้งหลาย มาเที่ยวประเทศไทยเปึนอันดับหนึ่งของยุโรป เราจะไปดึงนักท่องเที่ยวจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กลับมา ประเทศรัสเซีย ประเทศคู่ค้าที่สําคัญของเราอยู่ ณ ขณะนี้ นักท่องเที่ยว จากประเทศรัสเซียเข้ามาในประเทศไทยป้หนึ่ง ๆ ไม่ใช่น้อย และจะมีอัตราการ เจริญเติบโตต่อ ๆ ไป นอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว เราหวังการลงทุนจากประเทศ เหล่านี้ด้วย ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปึนประตูการค้าและประตูคู่ค้าสําคัญ อันดับหนึ่งของประเทศไทยในตะวันออกกลาง ตลาดนี้ก็ต้องเจาะ ตลาดนี้ก็ต้องไป ทําความเข้าใจ โดยผู้นําประเทศและผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้เขาเข้าใจภาพลักษณ์ ที่แท้จริงว่าวันนี้ประเทศไทยยังน่าท่องเที่ยว ประเทศไทยยังน่าลงทุน สยามยังเปึนเมืองยิ้ม การเที่ยวในประเทศไทยยังคุ้มค่า เงินของเขาที่มาใช้จ่ายในประเทศไทยยังมีค่า และการเที่ยวประเทศไทยยังมีความปลอดภัย การประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เหล่านี้ที่เปึน ภาพรวม เปึนสิ่งที่ภาคเอกชนผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการค้าทั่วประเทศไทย เรียกร้องมาตลอด ทําอย่างไรเราจะดึงนักท่องเที่ยวแบค ทู ไทยแลนด์ ทําอย่างไรเราจะดึง นักลงทุนแบค ทู ไทยแลนด์ อะไรเกิดขึ้นในประเทศชาตินี้ก็ตาม มันเกิดขึ้นแล้ว แต่วันนี้ ต้องฟุ๋นฟู วันนี้ต้องแก้ไข วันนี้ต้องเอากลับ รัฐบาลอภิสิทธิ์จะต้องชนะสิ่งเหล่านี้ เพื่อฟุ๋นเอกลักษณ์และวิกฤติของประเทศไทยต่าง ๆ คืนมาให้ได้ มีการเตรียมการที่จะทํา การประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนในช่วงที่ประเทศไทย ดํารงตําแหน่งประธานอาเซียน วันนี้ประเทศไทยเราเปึนประธานอาเซียน ขณะเดียวกัน คนไทยเราอีกคนหนึ่งดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ ก็เปึนเลขาธิการอาเซียน และป้นี้ เราเปึนเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียน เปึนโอกาสดีที่สุดที่เราจะฟุ๋นภาพลักษณ์ในที่ประชุมนี้ แต่เราก็คงจะไม่ใช่ตั้งรับอย่างเดียว ทีมงานที่จําเปึนจะต้องเดินทางไปเพื่อชักจูงเขาเข้ามา ทีมงานที่จะต้องเดินทางไปสร้างภาพลักษณ์ที่ดีงาม ประเมินภาพลักษณ์ที่ดีงามของเรา ให้ปรากฏแก่เขา และประชาสัมพันธ์เหล่านี้ผ่านสื่อผู้เชี่ยวชาญ ผ่านสื่อผู้เชี่ยวชาญ ระดับโลกที่กว้างขวางที่คนรู้จัก ที่มีประสิทธิภาพเพื่อดึงการท่องเที่ยว ดึงการลงทุน เพื่อกลับมาฟุ๋นวิกฤติทั้งหมดทั้งปวงนี้แค่ ๓๒๕ ล้านบาทครับ แค่ ๓๒๕ ล้านบาท และในภาวะซึ่ง ณ ขณะนี้ใจคอเราถึงขนาดจะตัดงบประมาณเหล่านี้หรือครับ คําชี้แจง เหล่านี้ก็ ๒๖ คนในคณะกรรมาธิการ ก็ด้วยความเคารพคณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ส่วนหนึ่ง ๙ ท่านก็ได้สงวนความเห็นไว้ ส่วนนอกนั้นก็ยังยืนยัน และผมก็ตอบที่ประชุม เพียงข้อมูลที่ผมได้มาในฐานะกรรมาธิการ ผมไม่ไปตอบอะไรแทนรัฐบาล แล้วก็ อยากให้เห็นว่าหน่วยงานที่จะฟุ๋นภาพลักษณ์เราจริง ๆ ณ ขณะนี้สิ่งหวังของเราคือ กระทรวงการต่างประเทศ แต่งบประมาณทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใช้ที่กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศเพียงแต่เปึนเจ้าภาพเพราะมีองค์กรอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ หน่วยงานนี้ส่วนใหญ่ใช้อยู่ที่เกี่ยวข้องอีกหลายกระทรวงดังกล่าวนี้ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ซึ่งเรื่องนี้ท่านกรรมาธิการจุติ ไกรฤกษ์ ได้ซักถามข้อมูลไว้บ้าง ในห้องประชุมนะครับ ก็กรุณานอกเหนือจากที่ผมกล่าวมาแล้ว ขอคุณจุติ ไกรฤกษ์ จะชี้แจงเพิ่มเติมครับ