ร้อยตำรวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ พูดถึงการสนับสนุนรัฐบาลที่เพิ่มเงินงบประมาณให้กับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี และยังพูดถึงการเยือนของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณกษิต ภิรมย์ ไปเยือนกัมพูชา และการกล่าวถึงอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ทักษิณ ชินวัตร โดยสมเด็จฮุนเซน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เปึนสมาชิกคนหนึ่ง ซึ่งสงวนคําแปรญัตติในมาตรานี้ มาตรา ๖ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาคิดว่าไม่น่าจะครบ ๑๐ นาที เพราะมีประเด็นไม่มากนัก เหตุที่จําเปึนจะต้องขึ้นมาแสดงความคิดเห็นในมาตรานี้ก็เนื่องจากว่า ที่ประชุมสภาวันนี้ ได้รับเกียรติจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณกษิต ภิรมย์ ซึ่งนับตั้งแต่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐบาลชุดปัจจุบัน ผมเพิ่งมีโอกาสเห็นท่าน นั่งอยู่ในที่นั่งของคณะรัฐมนตรีวันนี้เปึนครั้งแรก ทราบว่าคราวก่อนนั้นท่านมาแต่บังเอิญ ผมติดภาระไปประชุมตึก ๒ และตึก ๓ ๒ ครั้ง เลยไม่มีโอกาสได้ชื่นชมบารมีท่าน ในขณะที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่จัดไว้สําหรับคณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ถ้าคุณกษิต ภิรมย์ คนนี้ไม่มีประวัติเคยรับราชการอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ ดํารงตําแหน่ง เอกอัครราชทูตไทยในหลาย ๆ ประเทศ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ก็ไม่มีความจําเปึน แต่เนื่องจากคุณกษิต ภิรมย์ เคยเปึนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศ มาเปึนเวลายาวนาน ผมจึงจําเปึนต้องกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้คุณกษิต ภิรมย์ ได้รู้ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่แล้วไม่มีใครคิดหรอกครับที่จะตัดงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศ ผมเองอยู่ในสภานี้มีโอกาสพิจารณาพระราชบัญญัติ งบประมาณแผ่นดิน ไม่ว่าจะเปึนงบประจําป้หรืองบเพิ่มเติม ไม่เคยครับแม้แต่ครั้งเดียว ที่จะไปตัดกระทรวงการต่างประเทศ มีแต่เรียกร้องให้รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยว่าจะต้องเพิ่ม เงินงบประมาณให้กระทรวงการต่างประเทศให้สมกับที่เปึนตัวแทนของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่ไปรับราชการอยู่ในต่างประเทศ ทํางานแทนรัฐบาลไทยและดูแล ผลประโยชน์ของคนไทย ตลอดถึงการคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ ในอดีตผมเคยพูด ในสภานี้ว่า นักการทูตของเราบางท่านบางคน ที่ไปพํานักอยู่ต่างประเทศเพื่อปฏิบัติหน้าที่ อันสําคัญ เปึนเกียรติยศ เปึนหน้าตาของคนไทยทั้งประเทศนั้น แต่อยู่ในสภาพที่มี ความเปึนอยู่ไม่สามารถเทียบกับแม้แต่ผู้หญิงค้าบริการ ที่ฮ่องกงนี่ครับท่านประธาน ผมเคยไปพบตัวแทนเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอยู่ในห้องเช่าที่มีสภาพไม่ดี ไปกว่าหญิงบริการ แล้วได้นํามาพูดในสภาแห่งนี้ ถ้าจําไม่ผิดตอนนั้น ท่าน พลอากาศเอก สิทธิ เศวตศิลา เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็ได้รับการสนับสนุน จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างทั่วหน้าในการที่จะให้รัฐบาลปรับเงินให้แก่กระทรวง การต่างประเทศให้เพียงพอ เพื่อจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่ในการพิจารณางบกลางป้คราวนี้ท่านประธานครับ ผมเชื่อแน่ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ที่ขอแปรญัตติตัดงบประมาณนั้นใจลึก ๆ เจ็บปวดครับ อยากจะเพิ่มให้เสียอีกด้วยซ้ําแต่เราไม่มีอํานาจที่จะเพิ่ม ในขณะเดียวกันมันก็มีปัญหา ที่จะต้องมาพูดจากัน จึงจําเปึนต้องตัดและสงวนไว้เพื่อจะมาแสดงความคิดเห็นตรงนี้ ผมจําได้ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณกษิตได้เดินทางไปเยือน กัมพูชาเมื่อรับตําแหน่งใหม่ ๆ แต่ดูเหมือนท่านได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปหลายแขนง ว่าท่านได้รับเกียรติ ได้รับการต้อนรับจากผู้นําของกัมพูชาในหลาย ๆ ระดับ ท่านประธาน ครับ ขออนุญาตฝากคําถามผ่านท่านประธาน ผ่านไปยังคุณกษิต ภิรมย์ ท่านทําหน้า อย่างไรเวลาเจอสมเด็จฮุนเซน ตอนที่ท่านพูดจาปราศรัยบนเวทีของพันธมิตรท่านพูด อีกอย่างหนึ่ง ใช้คํารุนแรงไปว่าเขาเสีย ๆ หาย ๆ แล้วถึงเวลาท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านเดินทางไปนี่ไปเยี่ยมคารวะ พบหน้าเขาแล้วท่านทําหน้า อย่างไร ถ้าหากว่ามันอยู่ในวิสัยพอจะขยาย สอน หรือถ่ายทอดประสบการณ์ตรงนี้ได้ ในสภาจะเปึนพระคุณครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศไทยอีกท่านหนึ่งที่เดินทางไปเยือนกัมพูชา การไปคราวนี้มีผู้นําเหล่าทัพ ซึ่งหลายคนเปึนนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น ๑๐ สมเด็จฮุนเซน ได้กล่าวกับแขกที่มาเยือน ได้พูดถึงอดีตนักเรียนเตรียมทหาร รุ่น ๑๐ คนหนึ่งซึ่งเคยเปึน ผู้นําประเทศไทยในตําแหน่งนายกรัฐมนตรี สมเด็จฮุนเซน บอกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีของ ประเทศไทยที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร นั้นเปึนเพื่อนเรา ถ้าเขาจะมาที่นี่เราก็จําเปึนที่จะต้องให้ การต้อนรับ ถ้าทางฝ์ายไทยสงสัยอะไรทําไมไม่ยกหูโทรศัพท์มาถามเรา ทําไมต้องไปถาม ผ่านสื่อทําไม และนอกจากนั้นสมเด็จฮุนเซนยังฝากมาด้วยว่า ความเปึนเพื่อนนี่มันสําคัญ อย่าไปคิดฆ่าเพื่อน อย่าไปล้างเพื่อน สมเด็จฮุนเซนอาจจะสื่อไปถึงลักษณะนิสัยอันโดดเด่นของทหารไทยในอดีตที่เคยกล่าวไว้ เปึนอมตะวาจาว่า ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟัองนาย ไม่ขายเพื่อน ซึ่งผิดกับทหารปัจจุบันพร้อมที่จะ ฆ่าแม้กระทั่งเพื่อนที่กินข้าวหม้อเดียวกันมา สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ท่านสมเด็จฮุนเซนสะท้อน ออกมาในระหว่างการต้อนรับคณะนายทหารไทยภายใต้การนําของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านประธานครับ คุณกษิต ภิรมย์ ท่านได้สร้างประวัติให้แก่ตนเองทั้ง ๆ ที่ท่านปลดเกษียณในตําแหน่งเอกอัครราชทูตที่สง่างาม แต่ท่านพลาด ท่านขึ้นเวที พันธมิตรท่านไปพูดเอาสนุกหรือเอามันหรืออย่างไรไม่ทราบ ที่สําคัญที่สุดที่ผมเคยพูด ตรงนี้ในเวทีนี้ เพราะท่านต้องรู้ตัวล่วงหน้าว่าได้รับการทาบทามให้ดํารงตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี คือ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม แล้ววันที่ ๒๐ ธันวาคม มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ปรากฏว่าคุณกษิตไปพูดวันที่ ๑๙ บอกเปึนนวัตกรรมใหม่ของการเมืองในการที่ไปยึด สนามบิน ดนตรีไพเราะ อาหารอร่อย ประมาณนั้น ผมคิดว่าต่อให้ท่านตายแล้วเกิดใหม่ อีก ๑๐ ชาติคนไทยก็จะไม่ลืมประโยคทองประโยคนี้ นั่นเปึนสิ่งที่ท่านทําตัวของท่านเอง ทั้ง ๆ ที่ท่านเปึนนักการทูตที่ยิ่งใหญ่ อยู่ประเทศใหญ่ ๆ อยู่ประเทศมหาอํานาจ ท่านควร จะมีความสง่างามกว่านี้ในการเดินบนถนน แต่น่าเสียดายผมช่วยอะไรท่านไม่ได้ละครับ เพราะว่าท่านทําตัวของท่านเอง แต่ผมสะท้อนความรู้สึกในฐานะที่ผมเปึนตัวแทน ประชาชนผ่านการเลือกตั้งของประชาชนมา ประชาชนเขาพูดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของเราอย่างไร เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมเจอนักการทูตจากประเทศชาติมหาอํานาจ ชาติหนึ่ง เขาตั้งข้อสังเกตถึงรัฐบาลไทยในปัจจุบันนี้ ถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับประเทศชาติ เขาถามคําถามอยู่คําถามหนึ่งซึ่งผมไม่สามารถตอบได้ คงจะต้องถามท่านประธานเพื่อจะ ฝากไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้ช่วยหาทางคลี่คลายความสงสัยของนักการทูตจาก ชาติมหาอํานาจท่านนี้ ซึ่งขออภัยผมจะไม่เอ่ยชื่อประเทศ นักการทูตท่านนี้ตั้งข้อสังเกตกับ ผมว่า ดูเหมือนการกระทําของท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ในการทํากับข้าว ออกทางทีวีเปึนความผิดร้ายแรงกว่าพันธมิตรที่ไปยึดทําเนียบรัฐบาล เปึนความผิด ที่ร้ายแรงกว่าพันธมิตรที่ไปยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ท่านประธานครับ นักการทูตท่านนี้ฝากผมมาว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่พูดหลายที่หลายครั้งเรื่องของ การที่จะสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติ แน่นอนครับความสมานฉันท์จะเกิดขึ้นได้ ต้องนําความเปึนธรรมกลับมา ความยุติธรรมเท่านั้นล่ะครับที่จะสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น ในทุกดินแดนทุกแผ่นดิน ที่ใดก็ตามถ้าไม่มีความยุติธรรมที่นั่นไม่มีสันติสุข เพราะฉะนั้น สิ่งนี้ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านจะต้องทําตาม ที่ท่านได้แถลงไว้ นั่นคือนําความยุติธรรมกลับคืนมาให้แก่คนไทยทุกคน ขอบคุณครับ