ฐิติมา ฉายแสง หารือเรื่องการบริหารประเทศและภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลปลดนายกษิต ภิรมย์ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทยค่ะ กราบขอบพระคุณท่านประธานนะคะที่ให้โอกาสดิฉันได้มีส่วนร่วมในการที่จะทอดผ้าป์า สามัคคีกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ มาตรา ๖ กระทรวง การต่างประเทศนั้น รัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจําป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ไว้ให้กระทรวงการต่างประเทศ ๓๒๕ ล้านบาท ทุกคนทราบดี แล้วมีแผนงานโครงการที่จะ ฟุ๋นฟูความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ แล้วก็บอกไว้ในวัตถุประสงค์ ด้วยนะคะว่า จะแก้ไขและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในสายตาของต่างประเทศ ไม่ว่าเขาจะเปึนคนจีน ญี่ปุ์น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สวีเดน กลุ่มอาเซียน หรือกลุ่ม สหภาพยุโรป ท่านประธานที่เคารพคะ รัฐบาลยังคาดหวังผลอีกว่าจะได้รับความเชื่อมั่น จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนทางการค้าหรือว่ามาท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย ท่านประธานคะ นักธุรกิจจากต่างประเทศก็ดี หรือในประเทศเราก็ดี จะเชื่อมั่นได้อย่างไรคะว่าวันดีคืนดี จะมีการยึดสนามบิน ทําผิดซึ่งหน้า เปึนผู้ก่อการร้ายสากลเช่นนายกษิต ภิรมย์ อีกหรือเปล่า หรือว่าวันดีคืนดีมีคนมายึดสนามบินซึ่งเปึนหัวใจของชาติ มายึดสถานที่ราชการ ทําเนียบ รัฐบาลซึ่งเปึนหัวใจของการบริหารประเทศเช่นเดียวกัน หรือว่าวันดีคืนดีจะมีคนมาด่า ผู้นําของประเทศอื่นว่า อ้ายกุ๊ย เด็กเมื่อวานซืน นักเลงข้างรั้วประเทศไทย บ้า ๆ บอ ๆ หรือ เฮงซวย อย่างเช่นผู้นําประเทศกัมพูชาโดนไปแล้ว ดิฉันไม่เข้าใจจริง ๆ เลยค่ะว่า คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งตั้งกฎเหล็กไว้ ๙ ข้อ ใน ครม. เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะข้อที่ ๖ ที่บอกว่า รัฐมนตรีนั้นต้องคํานึงถึงความรู้สึกของประชาชน อย่าให้เกิดความไม่เชื่อมั่นศรัทธา แล้วคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ทําเสียเอง ถามว่าทําอะไร ก็ดันไปตบรางวัลให้กับผู้ก่อการร้ายสากลที่ชื่อ กษิต ภิรมย์ ให้มาเปึนถึงเสนาบดีใหญ่ ให้มาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เปึนหน้าเปึนตาของคนไทยทั้งชาติ แล้วตอนนี้ยังมามอบงบประมาณอีก ๓๒๕ ล้านบาทให้มาทําอะไร แก้ไขหรือส่งเสริม ภาพลักษณ์ของประเทศให้ดูดีในสายตาของต่างประเทศทุกภาคส่วนด้วยนะคะ ไม่ว่า จะเปึนรัฐบาล ธุรกิจ ประชาชน นักท่องเที่ยว สื่อมวลชน รวมทั้งประชาชนชาวไทย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับมาโดยเร็ว ท่านประธานคะ ทราบไหมคะว่ารัฐบาล แบ่งสันปันส่วนงบประมาณ ๓๒๕ ล้านบาทให้กับกระทรวงการต่างประเทศไปทําอะไร ส่วนหนึ่งเอาไปประชาสัมพันธ์ประเทศ โดยบอกไว้ว่าอย่างไรทราบไหมคะ ประสานงาน กับบุคคลที่มีชื่อเสียงเปึนที่ยอมรับระดับโลก เขียนบทความเสริมสร้างภาพลักษณ์ ประเทศไทย ท่านประธานคะ คนเขียนบทความนี่ดิฉันเชื่อมั่นว่าเปึนคนที่ฉลาด เปึนคนที่ ใช้สมองตลอดเวลา หาข้อมูลตลอดต่าง ๆ นานาเยอะมาก เพราะฉะนั้นคนพวกนี้ เขามีวิธีหาข้อมูลเยอะ เขาอาจจะเป่ดอินเทอร์เน็ต เขาอาจจะอ่านหนังสือพิมพ์ เขาอาจจะ โทรศัพท์มาที่ประเทศไทยก็ได้ เพราะฉะนั้นคนที่มีชื่อเสียงระดับโลกนี่ดิฉันเชื่อ และเชื่อ อย่างบริสุทธิ์ใจด้วยว่า คอลัมนิสต์ (Columnist : นักเขียนหรือบรรณาธิการคอลัมน์ หนังสือพิมพ์) ที่เราเรียกเขาเปึนภาษาอังกฤษว่า คอลัมนิสต์ เหล่านี้ เขาก็จะค้นหาข้อมูล พอค้นหาเสร็จ ได้รับเงินค่าจ้างไปแล้ว ค้นหาเสร็จ เขาคงจะคืนเงินค่าจ้าง คืนเงินค่าจ้าง ที่เขียนบทความ แล้วก็อาจจะเขียนมาให้เราฟรี ๆ ก็ได้ ด้วยความเชื่อของดิฉันเขาอาจจะ เขียนว่า ประเทศไทยเปึนประเทศที่น่าอยู่ น่าอาศัย น่าท่องเที่ยว ถือเปึนแดนสวรรค์ของ โลกเลยก็ว่าได้ คนไทยเปึนคนน่ารัก โอบอ้อมอารี ยิ้มแย้มแจ่มใส ถือเปึนแลนด์ ออฟ สไมล์ (Land of smile) แต่ขณะนี้ประเทศไทยต้องวางแผนงานโครงการประชาสัมพันธ์ ประเทศ ต้องหาหนทางแก้ไขและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศแบบเร่งด่วน และใน วงเล็บของคอลัมนิสต์คนนี้ เขาก็คงจะวงเล็บว่า หลังจาก ๑ ในผู้ที่ยึดสนามบินสุววรรณภูมิหรือดอนเมืองที่นํามาซึ่งความเสียหายของ ประเทศหลายแสนล้านบาท ทําให้เกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างหนัก ได้มานั่งอยู่ใน ครม. ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย วงเล็บป่ด ทางแก้หรือทางออกที่คอลัมนิสต์คนนี้ดิฉัน เชื่อว่าเขาคงต้องเขียนต่อว่า ทางออกของประเทศไทยง่ายนิดเดียว ก็แค่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปลดนายกษิต ภิรมย์ ออกจากการเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ และรับประกันกับชาวโลกว่า จะคุยกับนายกษิต ภิรมย์ และแกนนํา พันธมิตรไม่ให้ไปยึดสนามบินอีก ประเทศไทยก็จะกลับมามีภาพลักษณ์ที่ดีอีกเช่นเคย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเองสมเพชและเวทนาชะตากรรม