สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องการลดภาระค่าครองชีพให้กับนักเรียน โดยเสนอแนะว่าควรจ่ายเงินให้นักเรียนแทนการแจกเสื้อผ้า และหวังว่ารัฐบาลจะจัดงบประมาณเพื่อช่วยเหลือโรงเรียน โดยการปรับลดงบประมาณของโรงเรียนที่สอนศาสนาอิสลาม และใช้งบประมาณนั้นไปแก้ไขปัญหาที่จำเป็นมากขึ้น

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๑๕ ผมได้แปรญัตติปรับลดไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ โดยเฉพาะในเรื่องของ การศึกษานั้นจริง ๆ แล้วเรียนท่านประธานอีกครั้งครับว่าเห็นด้วยกับเม็ดเงินงบประมาณ ทุกส่วน แล้วก็อยากจะได้เพิ่มด้วยซ้ํา แต่เมื่อมีข้อจํากัดจะต้องแปรญัตติเพื่อจะได้พูด ท่านประธานครับ วันนี้เรื่องการศึกษาเปึนเรื่องใหญ่ ผมคิดว่าทางท่านรัฐมนตรีเองนั้น ได้มองในเรื่องของการขยายโอกาส ๑๕ ป้ เพราะว่าเปึนนโยบายที่หาเสียงไว้ แต่สิ่งหนึ่งนั้น ผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะเอาสิ่งของหรือสิ่งที่จะอํานวยความสะดวกให้กับนักเรียน ทั่วประเทศ สาเหตุเพราะว่าเราต้องยอมรับว่าเม็ดเงินงบประมาณของเราเองนั้น ก็มีจํานวนจํากัด ตรงนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เปึนการลดภาระ ในเรื่องของค่าครองชีพ แต่สิ่งหนึ่งที่ตามมาก็คือความเปึนบุพการี คือพ่อแม่นั้นนะครับ คือการให้กําเนิดลูก จะรวมถึงการดูแลและเลี้ยงดู แต่ถ้าคนที่มีอาชีพหรือมีวุฒิภาวะ ในเรื่องของทางครอบครัวไม่ดี มันก็ยังมีการให้การสงเคราะห์ซึ่งทํากันอยู่เปึนประจํา พอรัฐบาลประกาศบอกว่าจะให้เสื้อผ้าเด็กนะครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ เห็นทางท่านปลัดกระทรวงเองนะครับก็ออกมาพูดบอกว่า จะต้อง ปรับลดงบประมาณลงไปไม่สามารถที่จะแจกเสื้อผ้าได้เดี๋ยวไปทับซ้อนกัน อันนี้ก็เปึน ปัญหาครับ ทีนี้ประเด็นก็คือว่า สิ่งที่ได้นําเรียนมาคือเครื่องแบบอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าถ้าจะจ่ายต้องให้เขาแสดงความจํานงครับ ให้สิทธิเขา แต่ให้แสดงความจํานง บางครั้งเองกรุงเทพมหานครนั้นเปึนหน่วยแรกที่ทํา ถ้าจําไม่ผิด คือสมัยท่าน ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พิจิตต รัตตกุล ทําก่อน เสื้อผ้าบางทีอย่างที่ บอกครับ กางเกงนี่ใส่แล้วอย่างกับเอากางเกงพ่อมาใส่ เสื้อผ้าใส่หลวมโพรกเลยนะครับ แต่ท้ายที่สุดก็มีปัญหาในเรื่องของการจัดทําเรื่องงบประมาณ เพราะว่ามีการหาเศษหาเลยกัน ก็คงไม่อยากจะกล่าวถึงนะครับ

ทีนี้ประเด็นต่อมาก็คือ ถ้าจะใช้จ่ายเงินจริง ๆ แล้วผมเห็นว่าทุกโรงเรียน วันนี้ เรื่องค่าน้ํา ค่าไฟ ท่านไม่ได้ดูแลเลย บางโรงเรียนถูกตัดปรับลดงบประมาณลงไป ด้วยซ้ํา เขาต้องไปหาเงินไปจัดการกุศลต่าง ๆ ไประดมทรัพยากรแล้วมาจ่ายค่าน้ํา ค่าไฟ สิ่งเหล่านี้ท่านควรจะจัดงบประมาณให้ลงไปมากเสียด้วยซ้ํา รวมถึงอุปกรณ์สื่อการเรียน การสอน อาคารเรียนต่าง ๆ ซึ่งบางโรงเรียนท่านประธานครับ ฝากไปยังคณะกรรมาธิการ ไปสู่ท่านรัฐมนตรี เพราะท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ บางโรงเรียนผู้อํานวยการโรงเรียน มีความสามารถมากครับ ซื้อที่ดิน ๑๐ ไร่ บริจาคให้กับโรงเรียนเปึนเงินถึง ๓๐ กว่าล้านบาท ซื้อเอง ระดมทรัพยากรเองครับ แล้วบางครั้งบางโรงเรียน ๓,๐๐๐ กว่าคน ผมพูดได้เลยครับ อย่างวิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ กรุงเทพมหานคร ของทางการอาชีวะมี ๓ แห่ง ในประเทศไทย ใช้จ่ายเงินค่าน้ําค่าไฟป้หนึ่ง ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ให้เงินเขาไปจ่ายค่าไฟเพียง ๔๐๐,๐๐๐ บาท อีก ๘๐๐,๐๐๐ บาทเปึนภาระของทาง โรงเรียนที่จะต้องหาเงิน อันนี้เปึนปัญหา อุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนก็ไม่มี หลังคาต่าง ๆ ที่จะเอาไปเสริมสร้างให้กับเด็กได้ใช้ ท่านลองไปดูครับ พวกนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลเองควรจะ มุ่งเน้นถ้ามีเงินมาก แต่ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าเงินก็น้อย เพราะฉะนั้นต้องใช้อย่าง ประหยัด แล้วต้องรู้จักในเรื่องการใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุด

สุดท้ายผมฝากครับว่าโรงเรียนเด็กต่าง ๆ วันนี้มีส่วนที่ทํางานไปด้วย เรียนไปด้วย แต่ผมบอกได้เลยที่รัฐบาลบอกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท จะจ่ายเฉพาะในกลุ่ม แค่ ๒ กลุ่มนะครับ ๒,๐๐๐ บาท มีเด็กนักเรียนที่เรียน เขาเรียกเรียนแบบ กศน. (สํานัก บริหารงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) ท่านลองไปดูสิครับ เขาช่วยเหลือตัวเอง ท่านจะอุดหนุนเงินเข้าไปช่วยรายหัวหรือเปล่า ถ้ามีนะครับโรงเรียน ที่แถวเขตมีนบุรีเปึนโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามควบคู่กับการเรียน กศน. นักเรียน ประมาณ ๒๐๐–๓๐๐ คน ตามโรงเรียนต่าง ๆ ท่านเราไปเช็กดูทั่วประเทศมีจํานวนเท่าไร เรียนศาสนาควบคู่กับเรียนในเรื่องของสายสามัญนะครับ กศน. น่าจะให้เงินอุดหนุน รายหัว แต่วันนี้ไม่มีครับ อยู่ที่โรงเรียนกลางคลองสามท่านลองไปเช็กดูครับ มีนักเรียน ประมาณ ๒๐๐ กว่าคน เรียนจบแล้วสามารถที่จะไปต่อในต่างประเทศได้ อันนี้น่าส่งเสริม แต่เขาก็ต้องช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด ผมหวังว่าในส่วนของการแปรญัตติปรับลด งบประมาณในส่วนนี้ ถ้าปรับแล้วสามารถที่จะเอาไปใช้ในเรื่องที่จําเปึนได้มากกว่า ฝากท่านรัฐมนตรีครับว่าสิ่งต่าง ๆ จะไปแจกคูปองหรือแจกอะไรนี่ ท่านต้องดูด้วยนะครับ คํานึงถึง ผมกลัวว่าเดี๋ยวจะมีปัญหาเหมือนกับที่ทางกระทรวง พม. (กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ที่เกิดปัญหาขึ้นครับ ขอบคุณครับ